xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ]SONDHI TALK : วัดกึ๋น ครม.ลุงตู่ ยุคห่ากินเมือง - ณวัฒน์ ณ หิวแสง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 23 ก.ค.64 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยสัปดาห์นี้ มีหลายเรื่องที่พุด เริ่มจากวัคซีนโควิด-19 ซิโนแวค และไฟเซอร์-โมเดอร์นา สถานการณ์ในอิสราเอล อเมริกา พนักงานในทำเนียบขาวติดโควิดทั้งที่ฉีดวัคซีน mRNA ไปแล้ว 2 เข็ม เรื่อง "หมอบุญ" กับการปั่นหุ้นด้วยข่าววัคซีน โดยมีสื่อมวลชนบางคนร่วมมือ เรื่องของที่ประชุม ครม.วันอังคารที่ 20 ก.ค.64 ที่ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" เสนอต่อนายกฯ ให้พิจารณาใช้ฟ้าทะลายโจรในการยับยั้งโรคระบาด แล้วนายกฯ ก็สั่งตั้งทีมงานขึ้นมาศึกษา มีเรื่องตัวอย่างของรัฐมนตรี 3 คน "สมศักดิ์ เทพสุทิน- ธรรมนัส พรหมเผ่า - จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์" เปรียบเทียบดูว่าปฏิกิริยาของแต่ละคนที่มีต่อการที่จะใช้ฟ้าทะลายโจรเป็นอย่างไร  และผมมีเรื่องราวที่ฝากถึงนายกฯ เป็นส่วนตัว และจบลงด้วยเรื่อง "ณวัฒน์ คนหิวแสง" ที่เกรงว่าถ้าไม่ออกมาตักเตือนแล้วอาจจะเส้นโลหิตในสมองแตกตายก็ได้ ติดตามได้ใน SONDHI TALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง Ep.95



คำต่อคำ SONDHI TALK [23 ก.ค. 64] : วัดกึ๋น ครม. ลุงตู่ ยุค ห่ากินเมือง - ณวัฒน์ ณ หิวแสง

ช่องทางการรับชมรับฟัง "คุยทุกเรื่องกับสนธิ"หรือ SONDHI TALK
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : คุยทุกเรื่องกับสนธิ
YouTube : Sondhitalk
เว็บไซต์ : www.sondhitalk.com
Podcast หรือ podbean : SONDHI TALK


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 วันนี้เป็นวันที่มีหลายๆ เรื่อง แต่ก่อนที่จะไปถึงเรื่องนั้น ผมจะมีข้อมูลอะไรบางอย่าง ท่านผู้ชมที่สนใจที่จะหา Rapid Test มาทดสอบ ชุดทดสอบง่ายๆ รวดเร็ว เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้นเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสก่อนเข้ากระบวนการตรวจชนิดยืนยันผลจากห้องปฏิบัติการ Rapid Test นี้ ถ้าท่านผู้ชมท่านใดต้องการ ติดต่อมาได้ที่ MW คลินิก เบอร์โทรศัพท์ 02-276-5093 และ 096-081-2513

Rapid Test ชุดนี้ เป็นชุดทดสอบอย่างง่าย ติดต่อ สนใจศึกษา ต้องการ ช่องทางคลินิกโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม มีไลน์ให้นะครับ @MW-Wellness เวลาทำการ 09.00-18.00 น. เดี๋ยวผมจะเอาเบอร์โทรศัพท์ขึ้นให้นะครับ สามารถจะโทรไปรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการตรวจด้วยตัวเองได้ เพราะว่าคลินิกนี้สามารถจัด Rapid Test ให้กับท่านผู้ชมได้ เท่าที่ทราบว่า ในราคาที่ย่อมเยา

ท่านผู้ชมครับ อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์ที่มีหลายๆ เรื่อง เรื่องของวัคซีน เรื่องของโควิดที่ติดในประเทศไทย เรื่องซิโนแวค กับไฟเซอร์ และโมเดอร์นา มองอีกมิติหนึ่ง ฟังดูแล้วจะเข้าใจ สถานการณ์ในโลกนี้ ในอิสราเอล อเมริกา พนักงานในทำเนียบขาวติดโควิดทั้งที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว 2 เข็ม mRNA มีหลายเรื่อง จนกระทั่งมาถึงเรื่องที่ผมจะต้องคุยให้ฟัง ก็คือว่า หมอบุญ กับการปั่นหุ้นด้วยข่าววัคซีน รายการนี้ ผมพูดให้ฟังได้เรียบร้อยเลยว่า ผมได้เอ่ยชื่อสื่อมวลชนบางท่าน รุ่นน้องทั้งนั้น ผมกำลังเตือนว่าทีหลังอย่าทำอย่างนี้ สมรู้ร่วมคิดกับหมอบุญในการสร้างราคาหุ้นให้มันสูงขึ้น

แล้วผมพูดต่อในเรื่องของที่ประชุม ครม. วันอังคารที่ 20 น่าสนใจมาก เรื่องเกี่ยวกับการที่รัฐมนตรีฯ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีฯ ยุติธรรม เสนอต่อท่านนายกฯ ว่าให้พิจารณาใช้ฟ้าทะลายโจรในการยับยั้ง ระงับเชื้อโรคระบาด ท่านนายกฯ ก็สั่งตั้งทีมงานขึ้นมาศึกษา ตั้งกรรมการ เสร็จแล้วผมก็มีเรื่องตัวอย่างของรัฐมนตรี 3 คน รัฐมนตรีฯ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ให้เปรียบเทียบดูว่าปฏิกิริยาของแต่ละคนที่มีต่อการที่จะใช้ฟ้าทะลายโจรในการช่วยประชาชนคนไทยให้ระงับการแพร่ระบาดเชื้อ เป็นอย่างไรบ้าง และผมก็มีเรื่องราวที่ผมจะฝากถึงท่านนายกฯ เป็นส่วนตัว พูดจาผ่านเฟซบุ๊กรายการผม และสุดท้าย จบลงด้วยเรื่องของคุณณวัฒน์ คนหิวแสง ที่ผมเกรงว่าถ้าไม่ออกมาตักเตือนแล้ว คุณณวัฒน์ อาจจะเส้นโลหิตในสมองแตกตายก็ได้ ลองฟังดูก็แล้วกันนะครับ


ท่านผู้ชมครับ ท่ามกลางกระแสการแพร่ระบาดของโรคระบาดอย่างรุนแรงในประเทศไทย วันนี้ยังเถียงกันเรื่องวัคซีนไม่จบ คือประเด็นหลักๆ แล้วจะมีความพยายามของบุคคลในแวดวงต่างๆ รวมทั้งแวดวงการแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ พยายามด้อยค่าวัคซีนซิโนแวคของจีน บอกว่าเป็นวัคซีนเกรด C บ้าง แปลก โจมตีแต่ซิโนแวค แต่ไม่ยอมโจมตีซิโนฟาร์ม ซึ่งทั้งคู่เป็นวัคซีนที่พัฒนามาจากเชื้อตายเช่นกัน มีการรณรงค์ลงชื่อกันในหมู่คนจำนวนมาก ทั้งหมอ พยาบาล ให้ยกเลิกการฉีดวัคซีนเชื้อตาย หันมานำเข้าเฉพาะวัคซีน mRNA ซึ่งปัจจุบันได้รับการรับรองอยู่ 2 เจ้า คือ ไฟเซอร์ และโมเดอร์นา


ท่านผู้ชมครับ ผมเคยพูดไปหลายครั้งแล้วว่า วัคซีนที่ใช้ทุกๆ ตัวนั้นได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ว่าลดอาการป่วยหนักได้ แต่ไม่สามารถป้องกันโรคระบาดได้ ซึ่งหมายถึง "ฟทจ." ด้วย ก็ไม่สามารถป้องกันโรคระบาดได้ ฉะนั้น วัคซีน หรือ ฟทจ. ก็ป้องกันโรคระบาดไม่ได้ นี่คือข้อเท็จจริง แต่ก็ยังมีหลายเพจ หลายโซเชียลมีเดีย พยายามพูดบอกว่า ไฟเซอร์ และโมเดอร์นา ป้องกันโรคระบาดได้ ก็มันจะป้องกันได้อย่างไรล่ะ ทุกวันนี้คนที่ฉีดไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา ทั้งยุโรป ทั้งอเมริกา ก็ล้วนแล้วแต่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาทั้งนั้น เดี๋ยวผมจะเอาตัวเลขให้ดู

ท่านผู้ชมครับ ผมมีข้อความของอาจารย์แพทย์คนหนึ่ง ซึ่งเป็นอาจารย์อาวุโส ศาสตราจารย์นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ ท่านเป็นอดีตอายุรแพทย์ ท่านเชี่ยวชาญด้านโรคปอด โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และท่านเป็นอดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ในปี 2541-2548 เป็นอาจารย์แพทย์ระดับศาสตราจารย์ เชี่ยวชาญด้านปอดและโรคติดเชื้อ ซึ่งเกี่ยวข้องกับวัคซีน เกี่ยวข้องกับโรคระบาดโดยตรง ท่านพูดออกมาว่า ให้ความจริงและความเป็นธรรมกับวัคซีนซิโนแวค ท่านพูดคร่าวๆ อย่างนี้ ผมไม่อ่านรายละเอียดให้ฟังก็แล้วกัน ท่านบอกว่าท่านเป็นอาจารย์แพทย์โรคทางเดินหายใจ แต่อายุมากแล้ว เลยไม่ได้เป็นแพทย์ด่านหน้าในการรักษาผู้ป่วยโรคระบาด แต่ท่านบอกว่าท่านติดตามการทำงานของลูกศิษย์มาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอทางโรคปอด ด้วยความเป็นห่วง เพราะลำบากสาหัสทั้งคนไข้และทีมแพทย์ พยาบาล

ท่านบอกว่า ในภาวะวิกฤตที่สังคมไทยกำลังเผชิญหน้ากับเรื่องนี้ ท่านเชียร์ให้ทุกคนไปฉีดวัคซีน ท่านบอกว่าตัวท่านเองได้รับการฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเมื่อปลายเดือนมีนาคม สำหรับเกณฑ์คนที่มีอายุมากกว่า 60 แต่ท่านพูดอย่างนี้ครับ ท่านบอกว่า "ผมรู้สึกว่าคนในสังคมไม่น้อยมีอคติกับวัคซีนซิโนแวคมาก อย่างไม่ได้สัดส่วนกับความเป็นจริง ถึงขนาดบอกว่าเป็นวัคซีนประสิทธิภาพต่ำ ไม่อยากรับ คนได้รับแล้วก็เสียดายที่ได้วัคซีนนี้"


เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คุณหมอโสภณ เอี่ยมศิริถาวร ท่านรองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวว่า จนถึงวันนี้มีบุคลากรทางการแพทย์ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวคไปแล้วเกือบ 700,000 ราย มีคนติดเชื้อ 880 ราย และในจำนวน 880 ที่ติดเชื้อ มีคนเสียชีวิต 7 คน ใน 7 คนนี้ 5 ราย ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน อีก 1 ราย ฉีดซิโนแวค 1 เข็ม อีก 1 รายที่ตาย ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม แปลว่าอะไร ? แปลว่า ฉีดซิโนแวคเสียชีวิต 1 ราย จากจำนวนคนที่ได้รับการฉีด 2 เข็ม เกือบ 700,000 คน คิดเป็นสัดส่วนการเสียชีวิต 0.00014 เปอร์เซ็นต์

คุณหมอโสภณ ยังให้ข้อมูลที่เปิดเผยโดยศูนย์ควบคุมโรค CDC ของอเมริกา จนถึงวันที่ 25 มิถุนายน เมื่อเดือนที่แล้ว ว่ามีคนอเมริกาที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม เสียชีวิต 750 ราย และอเมริกาใช้ mRNA เกือบทั้งหมด เพราะฉะนั้นแล้ว ในขณะซึ่งฉีดซิโนแวค เสียชีวิตเช่นกัน แต่เสีย 1 ราย ใน 700,000 คน mRNA ก็มีการเสียชีวิตเหมือนกัน เพราะฉะนั้นแล้ว ที่สรุปให้เห็นก็คือ วัคซีนทุกชนิดลดการป่วยหนักและการเสียชีวิต แม้ว่าจะไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ และวัคซีนซิโนแวคจะป้องกันการติดเชื้อ แพร่เชื้อ ได้น้อยกว่าวัคซีนที่ทำด้วยเทคนิคแบบใหม่


ท่านอาจารย์ท่านพูดต่อว่า ลองคิดดูซิว่าวัคซีนที่เรามีโอกาสได้มาจำนวนมากและเร็วที่สุดในตอนต้น มีอยู่ 2 ยี่ห้อ แอสตร้าเซนเนก้า และซิโนแวค ท่านผู้ชมมองย้อนหลังกลับไปเมื่อหลายเดือนที่แล้ว มีใครบ้างที่เข้ามาช่วยประเทศไทย ถ้าไม่ใช่บางส่วนของแอสตร้าเซนเนก้า และซิโนแวค ซึ่งส่งเข้ามาเป็นล้านๆ โดส ช่วงนั้น mRNA เงียบสนิท ติดต่อไปไม่มีใครสนใจ เพราะฉะนั้นชีวิตคนไทย ณ เวลานั้น จนกระทั่งมาเห่อไฟเซอร์ กับโมเดอร์นา ณ เวลานี้ ในช่วงนั้นถ้าไม่มีซิโนแวค และไม่มีแอสตร้าเซนเนก้า คนไทยจะเป็นอย่างไร ลืมไปแล้วหรือครับท่านผู้ชม พอเห็นมีสาวน้อยเดินเข้ามา นวยนาดเข้ามา สวย นมเด้ง หน้าผ่องใส ก็บอกว่าอีแก่กลับไปได้แล้ว ทั้งๆ ที่อีแก่เป็นคนดูแลสุขภาพ และอย่างที่ผมเรียนให้ทราบ บุคลากรทางการแพทย์เกือบ 700,000 คน ฉีดซิโนแวค ฉีด 2 เข็มแล้วตายเพียง 1 คน 0.00014 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ mRNA ที่อเมริกา ตายไปแล้ว 750 คน ก็แน่นอนที่สุด ถ้าเทียบกับประชากรที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว ถ้าเทียบกับประชากร มันก็ 0.000 ... เหมือนกัน ก็คือพูดง่ายๆ ว่า ทั้งซิโนแวค และ mRNA ก็มีโอกาสที่จะมีคนตายเช่นกัน เพียงแต่ว่าเปอร์เซ็นต์คนตายนั้นน้อยมาก มันไม่มาก

สถานการณ์การระบาดของโรคระบาดเปลี่ยนไป เชื้อโรคกลายพันธุ์ ทำให้ประสิทธิภาพวัคซีนเปลี่ยนไป วัคซีนที่เหมาะสมในสถานการณ์ใหม่จะเป็นตัวไหน อย่างไร เป็นเรื่องที่เราต้องว่ากันไปตามเหตุและผล แต่ว่าที่สำคัญคือต้องใช้วุฒิภาวะของสังคมไทยว่าเราใช้สติ ไม่ใช่เพียงอคติในการวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

ท่านผู้ชมครับ พวกคุณหมอ และพวกที่บ้า mRNA จะตอบเรื่องนี้ว่าอย่างไร กับคอมเมนต์ของหมอโรคปอดระดับศาสตราจารย์ เป็นอาจารย์แพทย์พวกหมอที่อยู่แนวหน้าทั้งหลาย และเป็นอาจารย์แพทย์ของพวกที่ออกมาต่อต้านวัคซีนเชื้อตาย ท่านเป็นถึงอดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์รามาฯ เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ แล้วสถิติที่ท่านเอาให้ดู mRNA ฉีดประชากรไปแล้ว 60-70 เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านผู้ชมครับ ข้อเท็จจริงคือว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อก็กลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้ง คุณจะใช้อคติของคุณแก้ตัวว่าอย่างไร ด้อยค่าวัคซีนอื่นๆ ได้อย่างไร แล้วเชิดชูวัคซีน mRNA แล้วพวกคุณลืมไปแล้วหรือว่า ในช่วงนั้น ที่้ mRNA ไม่ว่าจะเป็นไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา มันเมิน มันไม่มาเมืองไทย ใครล่ะที่มาช่วยชีวิตพวกคุณ ถ้าไม่ใช่แอสตร้าเซนเนก้า และซิโนแวค

ผมคิดว่าผมจะเปรียบเทียบให้ดู ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ท่านผู้ชมครับ เวลาเราวิเคราะห์เรื่องนี้ เราต้องเอาตัวเลข เอาความจริงมาพูด วัคซีนอันไหนดีหรือไม่ดี เราต้องดูว่า อัตราคนตายเมื่อฉีดวัคซีนไปแล้วมีแค่ไหน ถ้าอัตราการตายของซิโนแวค หลังจากฉีด 2 เข็มแล้ว เสียชีวิต 1 คน ในเกือบ 700,000 คน เท่ากับ 0.00014 เปอร์เซ็นต์ ผมว่าซิโนแวคใช้ได้ ก็แปลกเหมือนกัน ทำไมไม่โจมตีซิโนฟาร์ม ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าท่านใช้วิจารณญาณส่วนไหนมาคิดและคำนวณ

ท่านผู้ชมครับ ตอนนี้วัคซีนเทพ ไฟเซอร์ โมเดอร์นา mRNA ตัวเลขการติดเชื้อในกลุ่มประเทศที่ใช้วัคซีนเทพพวกนี้กำลังเพิ่มสูงอย่างน่าเป็นห่วง เพราะว่าไม่สามารถจะเอาไวรัสสายพันธุ์เดลตาได้

ท่านผู้ชมครับ อิสราเอล เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ต้นเดือนนี้เอง กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลออกมายอมรับว่าไฟเซอร์ที๋ฉีด ประสิทธิภาพลดลง เหลือเพียง 64 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเจอโรคระบาดสายพันธุ์เดลตา


อเมริกา ต้นตำรับไฟเซอร์ โมเดอร์นา เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมานี้เอง นางเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาว ออกมายอมรับว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวซึ่งฉีดวัคซีนครบแล้ว มีผลตรวจโรคระบาดเป็นบวก ท่านผู้ชมจะว่าอย่างไร นางเจน ซากี ยอมรับว่ามีผู้ฉีดวัคซีน แต่ยังติดเชื้อโรคระบาดรายอื่นๆ อีกหลายเคสที่ทำเนียบขาว แต่ไม่ยอมบอกว่ามีจำนวนเท่าใด ข้อเท็จจริงก็คือว่า การฉีดวัคซีนนั้น มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงหรือเข้าโรงพยาบาล


ท่านผู้ชมครับ เรามาดูภาพรวมของประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ mRNA จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโรคระบาดใหม่ต่อวันในอเมริกาช่วง 7 วัน ระหว่างวันที่ 10-17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เฉลี่ยราว 25,000-28,000 คนต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นมาเท่าตัวเมื่อเทียบกับ 11,000 คน เมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ที่แล้ว จากการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมครับ ผมคิดว่าอีกหลายตัวที่ต้องชี้แจงให้ฟัง จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่

นายแพทย์นูร์ ฮิแชม อับดุลลาห์ อธิบดีกรมสุขภาพและการแพทย์มาเลเซีย เปิดเผยข้อมูลการใช้งานจริงของวัคซีนซิโนแวค ว่า มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับไฟเซอร์ ในการต่อสู้กับโรคระบาดครั้งนี้ คุณหมอนูร์ ฮิแชม อับดุลลาห์ บอกว่า 7 กรกฎาคม 2564 วารสารการแพทย์ของนิวอิงแลนด์ ตีพิมพ์โดยสมาคมการแพทย์รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐฯ เผยรายงานฉบับหนึ่งเกี่ยวกับประสิทธิภาพของซิโนแวคในชิลี ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ในประชาชน 4.2 ล้านคน ที่ฉีดครบ 2 เข็ม เปรียบเทียบกับ 5.5 ล้านคน ที่ไม่ได้ฉีด เขาบอกว่า ซิโนแวคสามารถลดการติดเชื้อโรคระบาดนี้ได้ 65.9 เปอร์เซ็นต์ ลดการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 87.5 เปอร์เซ็นต์ และการป่วยหนักถึงขั้นเข้าห้องไอซียู 90.3 เปอร์เซ็นต์ และลดอัตราการเสียชีวิตถึง 86.3 เปอร์เซ็นต์ ที่พูดมานี้ เอาความจริงมาพูด อย่าเอาอคติมาพูดกัน


นายแพทย์นูร์ ฮิแชม อับดุลลาห์ ของมาเลเซีย อธิบดีกรมสุขภาพฯ บอกว่า กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลระบุเมื่อไม่นานมานี้ว่า วัคซีนของไฟเซอร์ลดการติดเชื้อโรคระบาดได้ 64 เปอร์เซ็นต์ แต่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการป่วยหนักถึงขั้นเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 93 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่ใกล้ๆ กับซิโนแวคเช่นกัน ซิโนแวค 90.3 เปอร์เซ็นต์ ลดการป่วยหนักถึงขั้นเข้าห้องไอซียู ไฟเซอร์ได้ 93 เปอร์เซ็นต์ ต่างกัน 3 เปอร์เซ็นต์

นายแพทย์ฮิแชม ก็บอกว่า ไม่มีความแตกต่างกันมากนักระหว่างซิโนแวค กับไฟเซอร์ ในการใช้งานจริง ทั้งสองมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้ออาการรุนแรงและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แต่มีประสิทธิภาพลดลงในการป้องกันการติดเชื้ออาการเล็กน้อย และไม่แสดงอาการ ท่านผู้ชมครับ ถามผม ลางสังหรณ์ผมบอกว่า พอโรงพยาบาลเอกชนรู้ว่าตัวเองกำลังจะได้วัคซีนโมเดอร์นา mRNA ก็เกิดกระบวนการด้อยค่าทันทีเลย เพื่อให้คนแห่มาจองที่โรงพยาบาลเอกชนที่จะฉีดโมเดอร์นา นี่เป็นการค้าเต็มตัวเลย ก็คือพูดง่ายๆ ว่า จริงๆ แล้ว อย่างที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคน ไม่ว่าจะเป็นทางอิสราเอล หรือไม่ว่าจะเป็นทางอธิบดีกรมสุขภาพฯ ของมาเลเซีย ออกมายืนยันว่าอัตราการลดคนที่จะป่วยหนักของซิโนแวค 90.3 เปอร์เซ็นต์ ของไฟเซอร์ 93 เปอร์เซ็นต์ ต่างกันแค่ 3 เปอร์เซ็นต์


แต่ข่าวคราวที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นผ่านสื่อมวลชนที่รับงานมา รับจ้างมา หรือพวกหมอต่างๆ ซึ่งไม่ได้อ่านข้อมูลอย่างละเอียด ไม่ได้เปรียบเทียบกันให้ดีๆ ไม่ได้ฟังคุณหมอประกิต พูด ว่าพวกคุณ บุคลากรทางการแพทย์ ฉีดไปแล้วเกือบ 700,000 คน แต่มีคนตาย 1 คน ถ้าอ่านแล้วจะเข้าใจว่า ไฟเซอร์ กับซิโนแวค โมเดอร์นา กับซิโนแวค ไม่ได้ต่างอะไรกันมากมายนัก แต่ทำไมขบวนการด้อยค่ามันถึงรุนแรงขนาดนี้ แล้วมันรุนแรงในช่วงที่โรงพยาบาลเอกชนจะเริ่มเปิดจองครั้งสุดท้ายในการที่จะให้คนมาฉีดโมเดอร์นา มิน่า ถึงเข้าไปจองกันเกือบ 10 ล้านโดส

ท่านผู้ชมครับ ผมเคยพูดมาหลายครั้งแล้วว่า เวลาเราจะวิเคราะห์อะไร จะตัดสินปัญหาอะไร เราต้องเอาความจริงมาพูด ถ้าเราเอาความจริงมาพูด เราชนะไปแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์ แต่นี่ไม่ใช่ นี่เป็นการมโนกันไปทั้งนั้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขของมาเลเซียเคยบอกว่า วัคซีนทุกตัวมีประสิทธิภาพ ลดการป้องกันตัวกลายพันธุ์ของเดลตา แต่ถึงจะลดการป้องกันตัว แต่ยังช่วยป้องกันการติดเชื้ออาการหนัก อันมีต้นตอจากตัวกลายพันธุ์ นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายยังอ้างอิงข้อมูลที่พบว่า ดินแดนที่มีผู้ติดเชื้อตัวกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา สูงสุดในปัจจุบันก็คืออังกฤษ และประเทศต่างๆ ในยุโรป ท่านผู้ชมครับ ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้วัคซีนไฟเซอร์ และแอสตร้าเซนเนก้า เช่นเดียวกับอเมริกา ที่ใช้ไฟเซอร์ และโมเดอร์นา

ท่านผู้ชมครับ มาเลเซียใช้วัคซีนหลายประเภท ไฟเซอร์-ไบออนเทค แอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวค แล้วยังสั่งจองวัคซีนอื่นๆ ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตใช้ฉุกเฉิน เช่น แคนซิโน ของจีน สปุตนิก วี ของรัสเซีย ด้วย


เรากระโดดมาที่อังกฤษสักนิดหนึ่ง อังกฤษยอดผู้ติดเชื้อรายวันกลับมาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ในระดับเกือบ 50,000 คน มียอดผู้ติดเชื้อใหม่ ณ วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง หลังจากที่อังกฤษ นายบอริส จอห์นสัน ประกาศอิสรภาพ Freedom Party ที่อังกฤษยกเลิกมาตรการควบคุมทุกประการเพียง 1 วัน ผู้ติดเชื้อขึ้นถึง 46,125 คน อังกฤษใช้อะไรล่ะ ? ก็ใช้ไฟเซอร์ โมเดอร์นา แอสตร้าเซนเนก้า คนอังกฤษฉีดไปแล้ว 2 เข็ม 55 เปอร์เซ็นต์ ส่วน 70 เปอร์เซ็นต์ ฉีดไปแล้ว 1 เข็ม

ท่านผู้ชมครับ ตอบคำถามผมหน่อยสิ ถ้า mRNA ดีกว่าวัคซีนเชื้อตาย วันนี้ผมไม่ได้เชียร์ว่าใครดีกว่าใคร ผมเอาตัวเลขมาบอก ยอดติดเชื้อต้องไม่เพิ่มสิ อังกฤษเพิ่ม อเมริกาเพิ่ม ยุโรปเพิ่ม แล้วพวกนี้เป็นคนที๋ฉีดวัคซีนที่ใช้ระบบ mRNA ทั้งนั้น แต่สุดท้ายแล้ว ผมก็อยากจะฝากให้คิดนิดหนึ่ง

ท่านผู้ชมครับ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ที่เริ่มระบาดและเริ่มรุนแรงมากขึ้น เข้าสู่มีนาคม-เมษายน ท่านผู้ชมลืมไปแล้วหรือ ตอนนั้นเราแทบกราบกรานขอซื้อวัคซีนระบบ mRNA ไม่มีใครสนใจเราเลย แล้วเรามีชีวิตรอดอยู่มาจนวันนี้ คน 700,000 คน ที่ฉีดวัคซีนไป 700,000 คน บุคลากรทางการแพทย์ ฉีดอะไร ? ก็ฉีดซิโนแวค แล้ว 700,000 คน ตาย 1 คน ด้อยค่าทำไม เอาตัวเลขมาพูดกันสิ ไม่เห็นด้วยกับผม ไม่เป็นไร คุณก็มานั่งเถียงกับท่านอาจารย์ประกิต แล้วกัน อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคปอด ลูกศิษย์ท่านเต็มเลยอยู่แนวหน้า ด่านหน้าทั้งนั้นเลย


ท่านผู้ชมครับ ผมคิดว่า อย่าไปตื่นตระหนกตกใจ คนที่ฉีดซิโนแวคไปแล้วอย่าไปตกใจ ก็ยังคงต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ อยู่ อย่าประมาทเท่านั้นเอง ฉีดไฟเซอร์ โมเดอร์นา วัคซีนเทพ ถ้าไม่ดูแลตัวเอง ก็เจอเดลตา แล้วก็เอาไม่อยู่ด้วย ทุกคนยอมรับว่าวัคซีนทุกยี่ห้อในโลกนี้เอาสายพันธุ์เดลตาไม่อยู่ ติดเชื้อได้

ท่านผู้ชมครับ อย่าใช้อคติในการตัดสิน วิเคราะห์ในเรื่องอะไร เอาตัวเลข เอาเหตุผลเป็นตัวตั้ง และที่สำคัญที่สุด ถามตัวเอง หมอ พยาบาล ทุกคน บุคลากรทางการแพทย์ ว่าวันนั้นถ้าไม่มีซิโนแวคเข้ามา พวกคุณจะตายไปแล้วกี่คน ถามตัวเองตรงนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว การที่ไปด้อยค่าซิโนแวคโดยที่ไม่ดูข้อมูลอย่างแท้จริง ถึงคุณจะเป็นหมอก็ตาม ผมคิดว่าใช้ไม่ได้เลย

ท่านผู้ชมครับ รายการเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว วันศุกร์ที่ 16 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 เป็นตอนที่ 94 ผมได้พูดเรื่องวัคซีนปั่นหุ้น ท่านผู้ชมคงได้ดูเหตุการณ์และคงได้ฟังแล้ว และก็มีข่าวคราวออกมา ผมได้ชี้ให้เห็นว่า การปั่นหุ้นของวัคซีนของโรงพยาบาลเอกชน โมเดอร์นา จริงๆ แล้วการออกมาให้ข่าวของหมอบุญ เป็นชุดๆ เป็นเรื่องๆ แล้วให้ข่าวบนพื้นฐานที่ไม่มีอะไรที่ยืนยันอย่างชัดเจนว่าเป็นข่าว เป็นความจริง


ปรากฏว่า ผมเล่าให้ฟังแล้วว่าหุ้นมูลค่าหลักทรัพย์ของแต่ละโรงพยาบาลเอกชนขึ้นสูงมาก เอาเป็นว่าของเครือข่ายโรงพยาบาลหมอบุญ เมื่อ 7 ธันวาคม 2560 ตั้งขึ้นมา ทุนจดทะเบียนแค่ 849 ล้านบาท วันนี้มูลค่าหลักทรัพย์ของหมอบุญ สูงถึง 27,000 ล้านบาท หรือในช่วงที่มีการปั่นข่าววัคซีนอย่างหนัก หมอบุญ กับผู้มีความสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภรรยา นางจารุวรรณ วนาสิน มีการซื้อขายหุ้นตั้ง 231 ครั้ง ผิดปกติมาก ท่านผู้ชมครับ (ต.ค. 63 - ก.ค. 64) 10 เดือนเอง ซื้อขายหุ้นตั้ง 231 ครั้ง ผมมีรายละเอียดทุกอย่าง แต่ผมจะไม่เอารายละเอียดลงมาให้ดูก็แล้วกันครับ

ท่านผู้ชมครับ ข้อที่น่าสนใจ ตั้งแต่มีการปล่อยข่าวเรื่องวัคซีนโควิด หุ้นของบริษัทโรงพยาบาลหมอบุญ ก็เคลื่อนไหวขึ้นจากราคา 17-18 บาท จนถึงวันนี้อยู่ราว 30 กว่าบาท เคยขึ้นสูงสุด 34.50 บาท จาก 17-18 บาทในช่วงนั้น ขึ้นมาวันนี้ 34.50 บาท ขึ้น 100 เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวผมเอาตัวเลขให้ดูนิดหนึ่ง ขึ้นราคาสูงสุด 34.50 บาท ในการซื้อขายระหว่างวัน เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 หลังจากปล่อยข่าวว่าสั่งไฟเซอร์ได้ 20 ล้านโดส น่าสังเกตว่า ในช่วงวันที่ 9 กรกฎาคม - 13 กรกฎาคม ก่อนปล่อยข่าวดีลไฟเซอร์ของหมอบุญ คุณจารุวรรณ วนาสิน ภรรยา ได้เข้ามาซื้อหุ้นโรงพยาบาลของตัวเอง 950,000 หุ้น ราคา 28.50-29.50 บาท ต่อมาราคาขึ้นถึง 34 บาท ก็กำไรหุ้นละประมาณ 5-6 บาท


ท่านผู้ชมครับ ผมคิดว่าที่ผมเอามาเล่าให้ฟัง เป็นส่วนหนึ่ง รายละเอียดเพิ่มเติมของอาทิตย์ที่แล้วที่ผมพูด อาทิตย์ที่แล้วผมพูดกว้างๆ แต่อาทิตย์นี้ผมเอาตัวเลขให้ดู ว่าในระหว่างนี้ใครบ้างที่ซื้อหุ้นเอาไว้

ท่านผู้ชมคงรับทราบว่า พี่ศรีสุวรรณ จรรยา ของผม ซึ่งเป็นคนที่ไม่เคยพลาดเลยกับเรื่องต่างๆ พวกนี้ ก็คงจะจับตาดูรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" อยู่ทุกอาทิตย์ รอดูว่ามีช่องทางไหนมั้ยที่จะเสียบเข้าไปเลย แล้วท่านก็เสียบได้เรียบร้อย ไปร้องเรียน ก.ล.ต. แล้ว ว่าการแสดงออกของหมอบุญ นั้น ค่อนข้างที่จะเข้าข่ายในการปั่นหุ้นหรือเปล่า เพราะฉะนั้นแล้ว ผมก็เลยอยากจะเล่าให้ท่านผู้ชมฟังนิดหนึ่งว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างนี้

ทีนี้ก่อนจะพูดต่อไป มันเกิดกรณีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Conflict of interest ผมเคยพูดให้ท่านผู้ชมฟังอาทิตย์ที่แล้วว่า คณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีน มีหน้าที่ในการจัดหาวัคซีนเพื่อใช้ในโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน และดำเนินการอื่นๆ ตามที่ท่านนายกฯ มอบหมาย ท่านผู้ชมเคยเอะใจบ้างไหม ว่าผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ในคณะกรรมการนี้เป็นทั้งคณะกรรมการจัดหาวัคซีนที่ใช้ในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เป็นคนเลือกวัคซีน วัคซีนไหนจัดหามาฟรี ซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ วัคนไหนจัดหามาขายประชาชนผ่านโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งในกรณีนี้ก็คือโมเดอร์นา ท่านผู้ชมครับ หยุดสักนิดหนึ่ง


หมอบุญนี่เองล่ะ เป็นคนแรกเลยที่เชียร์ซิโนแวค แต่พอตอนหลังแล้ว เปลี่ยนจากซิโนแวค มาเป็นโมเดอร์นา ตอนนั้นก็รู้สึกเครดิตซิโนโวคเยอะ มาวันนี้ข่าวออกมาแล้วว่า ดิสเครดิต ด้อยค่าซิโนแวค เชิดชูโมเดอร์นา ว่าเป็นวัคซีนเทพ

ทีนี้พวกคณะกรรมการของโรงพยาบาลเอกชน เป็นคนร่วมกำหนดราคาขายส่งกับองค์การเภสัชฯ ราคาในที่สุดตกลงกันที่ 1,100 บาท ก็จะขายกันเข็มละ 1,650-1,700 บาท ซึ่งผมบอกแล้วว่า เข็มหนึ่งกำไร 600-700 บาท มันมากเกินไป มันค้ากำไรเกินควร ผมไม่ได้ขัดข้องหรอกถ้าโรงพยาบาลเอกชนต้องการที่จะทำมาหากินและมีกำไร แต่กำไรให้มันพอสมควรได้ไหม เข็มหนึ่งกำไร 600-700 บาท จากยอดที่สั่งจองมา ประมาณ 10 ล้านโดส หรือ 9 ล้านกว่าโดส 10 ล้านโดส คุณก็กำไร 7,000 ล้านบาท ท่านผู้ชมครับ 7,000 ล้านบาท คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ คุณอยากคุมราคาสินค้าไม่ใช่หรือ คุณคุมราคานี้สิ ค่าฉีดวัคซีน อย่าค้ากำไรจนเกินควร แล้วเงินที่จอง เงินที่เอาไปให้กับองค์การเภสัชกรรมนั้น ก็เป็นเงินจองของประชาชน ใครจะจองก็จ่ายเงินมา แล้วที่หมอบุญ หรือว่าใคร บอกว่ากู้เงินแบงก์มา 15,000 ล้านบาท โน่นนี่นั่น อ้าว คุณกู้มา แล้วปรากฏว่าเงินจองที่คุณได้จากประชาชนไป คุณก็เอาไปใช้หนี้เงินกู้ได้หมดไม่ใช่หรือตอนนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นเป็นขบวนการ เพราะเคยมีคำถามซึ่งผมถามแล้วไม่มีใครตอบได้ ว่าทำไม ทำไม ทำไม โรงพยาบาลเอกชนถึงล็อกเฉพาะโมเดอร์นา แล้วให้รัฐบาลเอาพวกซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า แล้วระหว่างที่รัฐบาลเอาซิโนแวค และแอสตร้าเซนเนก้า ไปนั้น เอกชนเอาโมเดอร์นาไป และเอาไฟเซอร์ไปในบางส่วน


ในขณะนั้นก็มีขบวนการด้อยค่าซิโนแวค บอกว่าซิโนแวคไม่ได้ผล ไม่มีผล โน่นนี่นั่น ซึ่งผมได้พูดไปแล้วตอนต้น อธิบายให้ฟังว่า นี่เรากำลังถูกหลอกหรือเปล่า พวกหมอนี่ก็ไม่ได้เป็นบุคคลที่วิเศษวิโสอะไรนักหรอก แต่ผมดูจากตัวเลขซึ่งผมอธิบายตอนต้นแล้ว ถ้าท่านผู้ชมฟังดีๆ ท่านผู้ชมจะเข้าใจว่ามันไม่ได้ต่างอะไรกันเลยระหว่างซิโนแวค กับไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา ถ้าคุณบอกว่าซิโนแวค ไม่สามารถจะรับสายพันธุ์เดลตาได้ ไฟเซอร์ กับโมเดอร์นา ก็รับไม่ได้ แต่มีข่าวออกมาทางโซเชียลมีเดีย เฟกนิวส์ตลอดเวลาว่าไฟเซอร์ กับโมเดอร์นา กันสายพันธุ์เดลตาได้ อ๋อ แน่นอนที่สุด คนก็แห่กันไปสิ คนไทยบางทีอ่านอะไรไม่ดูข้อมูลให้ดีๆ ก็ตื่นตระหนกตกใจวิ่งเข้าไป ฉันขอจองโมเดอร์นานะ ฉันไม่ฉีดนะ ยี่ห้ออะไร ซิโนแวคใช่ไหม แอสตร้าฯ ไม่เอา จะเอาโมเดอร์นา นี่คือการเพิ่มมูลค่าของการจอง

ท่านผู้ชมครับ ผมกลุ้มใจจริงๆ หลายข้อ หลายประการ มันเป็นหลักการที่ง่ายที่สุด และชัดเจน เหมือนอย่างที่กฎกติกาออกมาชัดเจน เอกชนไม่สามารถที่จะซื้อวัคซีนโดยตรงได้ ต้องการซื้อวัคซีนอะไร ให้ไปติดต่อองค์การเภสัชฯ องค์การเภสัชฯ จะเป็นคนซื้อให้ เอาเงินไปให้องค์การเภสัชฯ แล้วองค์การเภสัชฯ ก็จะสั่งให้ นี่คือข้อตกลง แล้วหน่วยงานจะมี 5 หน่วยงาน ที่จะสามารถทำเช่นนั้นได้ 3 หนว่ยงาน อยู่กระทรวงสาธารณสุข อีก 2 หน่วยงานก็คือ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และสภากาชาดไทย

สภากาชาดไทย สั่งโมเดอร์นา 1 ล้านโดส ก็เกิดดรามาขึ้นมา เดี๋ยวผมจะเล่าต่อว่ามันเกิดดรามาอะไร ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับสื่อมวลชนที่ร่วมเข้าขบวนการ ทำให้คุณค่าของโรงพยาบาลเอกชนที่สั่งวัคซีนเข้ามานั้น สูง มีแนวโน้มจะกำไรได้ดีขึ้น ทั้งๆ ที่ไม่ได้พิจารณาข้อมูลและข้อเท็จจริงเลยแม้แต่นิดเดียว

ในช่วงเดือนพฤษภาคม (พ.ค.- ก.ค.) ที่มีการเปิดจองวัคซีนโมเดอร์นา ราคาหุ้นโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งพุ่งขึ้นมากเป็นพิเศษ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบ ของธนบุรีเฮลท์แคร์ กรุ๊ป ของหมอบุญ 3 เดือนที่ผ่านมา ขึ้นไป 26 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้ชมครับ 3 เดือน ท่านผู้ชมที่เป็นนักเล่นหุ้น หลายคนรู้ว่า หุ้นบ้าอะไรขึ้น 3 เดือน 26 เปอร์เซ็นต์ ต้องถือว่ารวยมหาศาลแล้ว เครือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ขึ้นไปเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ โรงพยาบาลวิภาวดี ขึ้นไปเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง แล้วที่ผมกล่าวหาว่าวัคซีนที่สั่งมา คือวัคซีนปั่นหุ้น มันจะผิดที่ไหนล่ะ


ก.ล.ต. ครับ ผมเชื่อว่าสิ่งที่หมอบุญ ให้สัมภาษณ์ตามที่ต่างๆ เป็นการให้สัมภาษณ์เพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน เพราะว่าจนทุกวันนี้ยังไม่มีบทพิสูจน์เลยว่าสิ่งที่หมอบุญ ให้สัมภาษณ์นั้นเป็นความจริงขึ้นมา ผมไม่ได้มีอะไรกับหมอบุญ จริงๆ แล้วเป็นญาติห่างๆ กัน แซ่เดียวกัน คือแซ่ลิ้ม "ลิ้ม" ภาษาจีน ก็คือ ป่าไม้ วนา ก็คือ ป่า คุณพ่อหมอบุญ กับคุณพ่อของผม รู้จักกันดี เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังต่อ น้องสาวของหมอบุญ กับพี่ชายของผม นายแพทย์ศักดิ์ชัย ลิ้มทองกุล เป็นเพื่อนรู้จักกันดี แต่น้องสาวของหมอบุญ ไปอยู่อเมริกาแล้ว

สมัยที่คุณพ่อของหมอบุญ สนิทกับคุณพ่อของผม คุณพ่อของหมอบุญ เป็นโรคถุงลมโป่งพอง พ่อผมเป็นคนแนะนำให้พาพ่อของหมอบุญ ไปรักษากับพี่ชายผม นายแพทย์ศักดิ์ชัย ลิ้มทองกุล ซึ่งเป็นบิดาของ ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี ที่จบมาจาก MIT รู้จักกันดี แต่คนรู้จักก็ส่วนคนรู้จัก ข้อเท็จจริง ผมเอาธรรมนำหน้า จะเป็นใครก็ตาม ถ้ามันผิดจากข้อเท็จจริงแล้ว ผมก็จำเป็นต้องพูด ไม่มีญาติ ไม่มีมิตร เอาส่วนรวมเป็นตัวตั้ง

ท่านผู้ชมครับ การที่หมอบุญ ทำเช่นนี้ได้ ... วันนี้ผมจำเป็นที่จะต้องพูดถึงเพื่อนฝูงในวงการเดียวกัน 3-4 คน คนแรก คือ คุณดนัย เอกมหาสวัสดิ์ หรือที่เขาเรียกว่า หมาแก่ คนที่สอง คือ สรยุทธ สุทัศนะจินดา คนที่สาม คือ ไก่-ภาษิต


ทั้งสามคนนี้อวยหมอบุญ พูดจาในทำนองที่เหมือนกับว่า ยืนยันว่าสิ่งที่หมอบุญ พูดนั้นคือความจริง และอีกฉบับหนึ่งคือ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ของคุณบากบั่น ที่ผมเคยพูดถึงแล้วครั้งหนึ่ง


สรุปแล้ว สื่อมวลชน 3-4 เจ้านี้ พยายามสร้างความชอบธรรมให้กับหมอบุญ ว่าสิ่งที่หมอบุญ พูดนั้นเป็นจริง เมื่อสื่อออกมาอย่างนี้ คุณสรยุทธ ถามคุณหมอบุญ คุณหมอบุญ ก็ตอบไปแบบนี้ หมาแก่ ถามหมอบุญ หมอบุญ ก็ตอบไปอย่างนี้ ไก่-ภาษิต ถามหมอบุญ หมอบุญ ก็บอกว่าอันนี้มาโควตาผม เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังว่าคุณไก่-ภาษิต ทำพลาดตรงไหน

สิ่งที่พวกคุณทำ คุณรู้หรือเปล่าว่าเป็นองค์ประกอบทำให้ประชาชนทั้งหมดนี้ ที่เล่นหุ้น หรือที่สนใจในหลักทรัพย์ต่างๆ ในตลาดหลักทรัพย์ มีความรู้สึกว่า ของหมอบุญ นี่นะ เป็นจริง และมาแล้ว เครือธนบุรี โรงพยาบาลเอกชนทั้งหลาย จะร่ำรวยกัน เพราะฉะนั้นรีบเข้าไปซื้อหุ้น เป็นไปได้ไหมท่านผู้ชม ? เป็นไปได้อยู่แล้ว และนี่ก็เป็นการผิด พ.ร.บ. หลักทรัพย์ ในเรื่องการทำให้เชื่อว่าเรื่องจะเป็นอย่างนี้ ทำให้มูลค่าของหลักทรัพย์สูงขึ้น ผมไม่รู้ว่าคุณดนัย คุณสรยุทธ และคุณไก่-ภาษิต ตลอดจนหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ จะมีส่วนร่วม รวมไปจนถึงบีบีซีไทย

บีบีซีไทย นี่เป็นตัวเปิดเกมเลย เอาเรื่องหมอบุญ มาพูด สรุปง่ายๆ คือ บีบีซีไทย ต้องการสัมภาษณ์หมอบุญ เพื่อดิสเครดิตรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตัวเองถนัดจัดเจนอยู่แล้วเรื่องนี้ อะไรก็ตามที่จะทำให้รัฐบาลนี้ด้อยค่าไป ต้องทำหมด


ท่านผู้ชมครับ ยกตัวอย่าง วันที่ 2 กรกฎาคม 2564 รายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" คุณสรยุทธ เอาข่าวนายแพทย์บุญ วนาสิน โดยสรุปแล้วก็คือพูดง่ายๆ ว่า คนที่ทำให้งานทุกอย่างล่าช้าหมดก็คือองค์การเภสัชกรรม นี่ผมย่อคำพูดออกมานะครับ เพราะมันยาว แล้วก็มีการเพิ่มเติมว่า มีการยืนยันจากทั่วโลกว่าวัคซีนแบบ mRNA คือวัคซีนที่ดีที่สุด เฉพาะไฟเซอร์ และโมเดอร์นา เช่น การศึกษาของอเมริกายืนยันแล้วว่าวัคซีนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีใหม่ mRNA อย่างโมเดอร์นา และไฟเซอร์ มีประสิทธิผลดีที่สุด คุ้มกันไม่ให้เกิดโรคนี้ได้ ไม่ใช่แค่ป้องกันการเสียชีวิต ท่านผู้ชมครับ คุณสรยุทธ ครับ ผมอ่านข่าวต่างประเทศมาก มากกว่าคุณเยอะเลย ไม่เคยมี ใครในโลกนี้ที่บอกว่าวัคซีน จะยี่ห้อเทพ ยี่ห้ออะไรก็ตาม ไม่สามารถป้องกันโรคระบาดนี้ได้ แต่บรรเทาความร้ายแรงของโรคนี้จากมากให้ไปสู่น้อยได้ เพราะฉะนั้นข้อมูลที่คุณบอกว่า เป็นวัคซีนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้ มีประสิทธิผลดีที่สุด คุ้มกันไม่ให้เกิดโรคนี้ได้ เป็นไปได้อย่างไร คุณสรยุทธ นี่คนอาชีพเดียวกันนะครับ ผมเตือนมาด้วยความรัก

และปรากฏว่า ในที่สุดแล้ว เรื่องราคาก็สัมภาษณ์หมอบุญ หมอบุญ บอกว่า จริงๆ แล้วไม่รวมค่าบริการ คือราคา 1,100 บาท ไม่รวมค่าบริการ ค่าจัดเก็บทั้งดอกเบี้ย บอกว่าโรงพยาบาลธนบุรี กู้เงินมา 15,000 ล้าน เพื่อซื้อวัคซีนผ่านองค์การเภสัชฯ แต่ความล่าช้าของรัฐบาลทำให้เอกชนต้องเสียดอกเบี้ย

ท่านผู้ชมครับ เมื่อหมอบุญ คิดว่าเอกชนกู้เงินมาแล้วเสียดอกเบี้ย องค์การเภสัชฯ ทำให้ล่าช้า คำถามก็มีต่อ ว่า แล้วเงินที่คุณรับจองจากประชาชนมา แต่วัคซีนยังไม่ได้ คุณจะจ่ายดอกเบี้ยให้ประชาชนไหม ? คุณก็ไม่จ่ายใช่ไหม เอาแต่ได้ใช่ไหม อะไรที่คุณดูแล้วคุณได้เปรียบ คุณก็พูดออกมา คุณมีสื่ออยู่ในมือแล้วนี่ 3-4 คน คุณก็ปล่อยข่าวตามสื่อพวกนี้ไป คุณก็เลยกลายเป็นหมอเทพไปแล้วตอนนี้


ท่านผู้ชมครับ ที่สำคัญก็คือว่า ตลกมาก หมอบุญ โรงพยาบาลเอกชน พอถามไปถามมา สาเหตุที่องค์การเภสัชกรรม ยังไม่ได้เร่งทำสัญญา เพราะว่า หนึ่ง ภาคเอกชนเขาแจ้งมาว่ายังไม่สรุปเลยว่าความต้องการทั้งหมดมีกี่โดส สอง นอกจากไม่สรุปจำนวนวัคซีนที่ต้องการแล้ว ยังไม่ได้จ่ายเงินให้เขาเลย หรือพูดง่ายๆ ว่า จะฝากเขาสั่งของ แต่บอกให้องค์การเภสัชกรรมจ่ายเงินไปก่อน จำนวนเงินก็ไม่ใช่น้อยๆ 5 ล้านโดส ของหมอบุญ ก็ 5,500 ล้าน 10 ล้านโดส ก็ 11,000 ล้านบาท ภาครัฐมันทำไม่ได้ พฤติกรรมแบบนี้เขาเรียกว่า จับเสือมือเปล่า หรือเปล่า ?

หลังจากวันที่ 2 กรกฎาคม หมอบุญ โวยวายผ่านช่อง 3 ว่า อภ. ไม่เซ็นสัญญา โน่นนี่นั่น วันที่ 4 กรกฎาคม หมอบุญ เปิดเผยผ่านรายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้เสาร์-อาทิตย์" บอกว่า ได้แจ้งความจำนงไปที่องค์การเภสัชฯ เพื่อเอาวัคซีนทั้งหมด 2 ล้านโดส จาก 5 ล้านโดส ยอมรับว่ายังไม่ได้จ่ายเงิน และยินดีจ่ายเงิน แล้วก็บอกว่าอาทิตย์หน้าจะจ่ายเงินให้องค์การเภสัชฯ ท่านผู้ชม ใครโกหกใครกันแน่ งานนี้ ? จู่ๆ ก็ด่าองค์การเภสัชฯ องค์การเภสัชฯ ก็บอก ลื้อยังไม่ได้จ่ายเงินอั๊ว อั๊วจะไปสั่งของได้อย่างไร อั๊วเป็นหน่วยงานรัฐจะซี้ซั้วออกเงินก่อนได้อย่างไร อั๊วก็ติดตะรางตายสิ

ท่านผู้ชมครับ วันที่ 14 กรกฎาคม 2564 หมอบุญ เปิดเผยกับบีบีซีไทย ว่า พฤหัสบดีที่ 15 ที่ผ่านมานี้ บริษัทฯ จะลงนามสัญญานำเข้าวัคซีนจากบริษัท ไบออนเทค ที่มีโรงงานวัคซีนไฟเซอร์ในเยอรมนี 20 ล้านโดส ทยอยส่งให้ ผ่านไปแล้ว 1 วัน 2 วัน 3 วัน จนวันนี้ ผ่านมาแล้วสัปดาห์หนึ่ง ไม่มีความคืบหน้าเรื่องนี้เลย ไม่มี มีอยู่อย่างเดียว หมอบุญ บอกว่าเอกสารสัญญามีอยู่ 40-50 หน้า ให้เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ อ่านอยู่ แล้วก็ยังมีข่าวซึ่งหมอบุญ ปล่อยเป็นประจำ ปรากฏว่ามีหมอบุญ คนเดียว เจ้าของโรงพยาบาลเครือธนบุรี เป็นคนออกมาถล่ม ปูทางเรื่องวัคซีน โรงพยาบาลอื่นเขาไม่ได้ทำอะไร เขาเงียบกริบ เขาเงียบสนิท มันเกิดอะไรขึ้น ? แล้วหุ้นของโรงพยาบาลธนบุรี ก็ขึ้นเอาๆ


คุณไก่-ภาษิต ช่อง 3 ปล่อยหมอบุญ โกหกออกจอ อ้างสภากาชาดไทยตัดโควตาโมเดอร์นาของโรงพยาบาลเอกชนไป 1 ล้านโดส ท่านผู้ชมครับ พฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พฤหัสฯ ที่แล้ว ประมาณ 1 อาทิตย์แล้ว รายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้" ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ดำเนินรายการโดยนายภาษิต อภิญญาวาท หรือที่เขาเรียกกันว่า ไก่-ภาษิต และนางสาวปรินดา คุ้มธรรมพินิจ พูดถึงกรณีที่สภากาชาดไทยเจรจาซื้อวัคซีนชนิด mRNA ยี่ห้อโมเดอร์นา จำนวน 1 ล้านโดส เพื่อฉีดให้คนไทยฟรี ท่านผู้ชมครับ นายไก่-ภาษิต พูดบอกว่า โมเดอร์นาเราพอจะเรื่องประสิทธิภาพ อย่างนี้ครับ เราพยายามติดต่อคุณเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย แต่ไม่สามารถติดต่อได้ แต่ไม่ได้บังเอิญ เพราะเมื่อช่วงประมาณ 4 โมง 10 นาที เราได้โทรศัพท์ไปหาหมอบุญ วนาสิน ประธานกรรมการเครือโรงพยาบาลธนบุรี พูดคุยกับหมอบุญ เรื่องที่จะเซ็นสัญญากับไฟเซอร์ ก็เลยถามเรื่องนี้ว่าหมอบุญ ทราบหรือเปล่า สภากาชาดไทยเอาโมเดอร์นาเข้ามา 1 ล้านโดส หมอบุญบอกว่า ของสภากาชาดไทย ที่เอาเข้ามานั้น คือโควตาในเครือโรงพยาบาลธนบุรี ที่จองไว้กับองค์การเภสัชกรรม ท่านผู้ชมจำคำพูดนี้ดีๆ นะ หมอบุญ พูดอย่างนี้นะ

แล้วภาษิต กล่าวย้ำว่า พูดง่ายๆ คือตัดโควตาโรงพยาบาลธนบุรีของหมอบุญเอง ไปให้สภากาชาดไทย คือถ้าฟังอย่างนี้ตีความได้ว่าสภากาชาดไทยก็ไปซื้อต่อจากหมอบุญหรือเปล่า และก้อนนี้ 1 ล้านโดส เอามาฉีดให้ฟรี คนเขาเลยสงสัยคุณภาษิต พยายามตีความว่าสภากาชาดไทยซื้อวัคซีนจากหมอบุญ หรือเปล่า แล้วช่อง 3 ตีพิมพ์ข่าวเรื่องนี้ได้อย่างไรโดยไม่มีความจริง คุณภาษิต คุณถามคำถามนี้กับหมอบุญ คุณน่าจะมีสติปัญญาที่คิดได้ว่า สภากาชาดไทย องค์สมเด็จพระเทพฯ เป็นประธาน คุณภาษิต เขาเรียกว่า Thai Red Cross Society สภากาชาดของแต่ละประเทศนี่ใหญ่ แล้วข้อเท็จจริง สภากาชาดไทย มีสิทธิ์ สามารถที่จะสั่งซื้อวัคซีนได้ เป็น 1 ใน 5 องค์กรของประเทศไทยที่สั่งซื้อวัคซีนได้ ถ้าคุณภาษิต ศึกษาในเรื่องนี้ คุณภาษิต จะไม่ถามหมอบุญ เรื่องนี้ แล้วถ้าหมอบุญ พูดออกมา คุณภาษิต ต้องถามหมอบุญ กลับ ว่า เท่าที่ผมทราบมา สภากาชาดไทยเขามีสิทธิจะสั่งโดยตรงได้นะครับ แต่เผอิญผมไม่ทราบว่าคุณภาษิต รับงานหมอบุญ มาหรือเปล่า ก็เลยสร้างภาพว่าหมอบุญ มีโควตา ก็เลยแบ่งให้สภากาชาดไทย มันเป็นเรื่องตลกร้าย ที่สภากาชาดไทย ต้องไปขอซื้อวัคซีน ขอโควตาวัคซีนจากหมอบุญ

ท่านผู้ชมครับ ฟินาเล่ของเรื่องนี้ สภากาชาดไทยได้ชี้แจงเรื่องวัคซีนชัดเจน ว่า 1 ล้านโดส โมเดอร์นา เป็นการสั่งจองกับผู้แทนจำหน่ายมาตั้งแต่เมษายน 2564 ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการจัดซื้อขององค์การเภสัชกรรม


ขอเรียนว่า สภากาชาดไทยได้ดำเนินการติดต่อขอสั่งซื้อวัคซีนโมเดอร์นา กับบริษัทผู้แทนจำหน่าย มาตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 เมื่อรัฐบาลมอบหมายให้องค์การเภสัชกรรมดำเนินการจัดซื้อและนำเข้าวัคซีน บริษัทผู้แทนจำหน่ายจึงได้ขอให้องค์การเภสัชกรรมได้สั่งวัคซีนเพิ่มเติมอีก 1 ล้านโดส ให้สภากาชาดไทยด้วย โดยผู้แทนจำหน่ายได้แจ้งยืนยันกับองค์การเภสัชกรรมตั้งแต่ต้นแล้วว่า วัคซีนโมเดอร์นาเข้ามาปลายปีนี้ จะเป็นของสภากาชาดไทย 1 ล้านโดส เพราะฉะนั้นการสั่งซื้อวัคซีนโมเดอร์นา 1 ล้านโดส ของสภากาชาดไทย จึงไม่ได้เป็นการตัดยอดออกมาตามที่เข้าใจ

ท่านผู้ชมครับ ตายล่ะงานนี้ มันหิวแสงกันจริงๆ เลยนะ ทำทุกอย่าง เพื่อที่จะให้หมอบุญ เป็นเทพ ทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนชมหมอบุญ กันหมด ในขณะซึ่งระหว่างทำ หุ้นหมอบุญ ก็ขึ้นเอาๆๆ ทั้งคุณไก่-ภาษิต คุณสรยุทธ คุณดนัย และคุณบากบั่น ผมไม่ข้ดข้องนะครับ แต่คุณทำอะไรก็ตาม ผมอยากให้คุณคิดสักนิดว่าคุณเป็นเครื่องมือของหมอบุญ หรือเครื่องมือของใครหรือเปล่า และเผอิญมันเกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวของหุ้นด้วย

เรื่องนี้ปิดใครได้ แต่ปิดคนที่รู้เรื่องพวกนี้ไม่ได้ ปิดผมไม่ได้หรอก ผมอ่านเกมตั้งแต่ต้นแล้ว ผมถึงบอกว่า "วัคซีนปั่นหุ้น" ไงเล่า ตอนนี้พวกเราเข้าใจตรงกันแล้วนะครับ หวังว่าเพื่อนสื่อมวลชน ซึ่งก็รุ่นน้องผมทั้งนั้น รุ่นหลานก็มี ไก่-ภาษิต นี่ก็รุ่นหลานแล้ว จะระวังตัวมากกว่านี้ อย่าไปซี้ซั้วรับงานใครเข้า รับรองได้ รู้จักคน รู้จักหน้า ไม่รู้จักใจ

วันนี้ผมจะพูดเรื่องรถไฟทางคู่เสียหน่อย ท่านผู้ชมอย่าเพิ่งเบื่อนะครับ จริงๆ แล้วมันโยงกับเรื่องของการปฏิรูประบบรถเมล์ในกรุงเทพมหานคร ที่ผมเคยพูดไปเมื่อวันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ประมาณเกือบหนึ่งเดือนที่แล้ว ท่านผู้ชม ยังจำได้ ถ้าเข้าไปอ่านหรือฟัง จะเห็นว่าผมอธิบายให้ฟังว่า การปฏิรูปรถเมล์นั้น เป็นนโยบายหลักของ คสช. สมัยที่เข้ามายึดอำนาจใหม่ๆ และมีการทำงานต่อเนื่อง จนกระทั่งมาถึงยุคนี้ ก็มีการพิจารณาวิธีการที่จะทำเรื่องรถเมล์ให้มันดี เพื่อจะเป็นประโยชน์กับประชาชน ปรับปรุงทั้งรถ ใช้รถเมล์ไฟฟ้าเข้ามา ลดมลภาวะทุกอย่าง แต่ท่านผู้ชม ผมเล่าให้ฟังเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ว่า เรื่องทุกอย่างเงียบสนิท เพราะว่าทุกอย่างติดอยู่ที่สภาพัฒน์ เพราะว่าทุกอย่างที่เสนอมานั้น ถูกต้องหมด ผ่านคณะกรรมการมาหมดทุกอย่าง ผ่าน ครม. แล้ว ให้ส่งให้สภาพัฒน์พิจารณา สภาพัฒน์ก็ส่งเรื่องกลับให้คมนาคมแก้ไข กระทรวงคมนาคมแก้ไขแล้ว ส่งกลับไป ก็ส่งกลับมาอีก ยื้อกันไปยื้อกันมา ก็คือพูดง่ายๆ ถามภาษานักเลงก็ว่า กูจะไม่ให้มึง ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องของนโยบาย


ทีนี้ เรื่องเดียวกัน แบบเดียวกัน เกิดขึ้นกับสภาพัฒน์อีกแล้ว นี่คือการขวางทางรถไฟทางคู่ ที่กำลังจะกลายเป็น "ทางทิพย์" ติดหล่มสภาพัฒน์ในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ยุทธศาสตร์พัฒนาขนส่งระบบราง สำคัญมากท่านผู้ชม ถ้าท่านผู้ชมเคยฟังผมพูดมานานแล้ว ผมบอกว่าเมืองไทยขาดรถไฟรางคู่ ถ้ามีรถไฟรางคู่ รถไฟไม่ต้องมาจอดรอให้รถไฟสวนกันไปสวนกันมา มันสามารถทำเร็วได้เกินกว่า 100 กว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจจะถึง 150-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันจะทำให้ความรวดเร็วในการขนส่ง ทั้งสินค้า อะไร ขนคนไป หรือว่ากระจายความแออัดของกรุงเทพมหานครให้ออกไปอยู่ชุมชนด้านนอกของกรุงเทพฯ ถ้ามีรถไฟรางคู่ และมีรถไฟโดยสาร ซึ่งสามารถจะวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 150-160 กิโลเมตรฯ คนก็สามารถจะอยู่ที่อยุธยาได้ อ่างทอง แม้กระทั่งสิงห์บุรียังได้เลย แล้วก็นั่งรถไฟเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร ผมพูดเรื่องนี้มานานแล้ว สินค้าที่สามารถจะส่งออกจากเชียงใหม่ สามารถจะวิ่งเข้ามาได้ถึงกรุงเทพฯ ภายในไม่เกิน 6 ชั่วโมง สุดยอด ท่านผู้ชม ทุกอย่างจะดีขึ้นหมดเลย


ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย เขาก็ทำไปหลายจุดแล้ว ทำไปทำมาแล้วตอนนี้รถไฟรางคู่ทำมาทางภาคตะวันออก เอาอย่างนี้ ทางสายเหนือ จากกรุงเทพฯ ไปถึงชุมทางบ้านภาชี ลพบุรี 133 กิโลเมตร เขาทำเสร็จแล้ว ตะวันออกเฉียงเหนือ ชุมทางบ้านภาชี มาที่มาบกะเบา ระยะทาง 44 กิโลเมตร สายใต้ กรุงเทพฯ ทำไปแค่นครปฐม 48 กิโลเมตร สายตะวันออก มักกะสัน-ฉะเชิงทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง 135 กิโลเมตร ทำไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เขาก็ทำเพิ่มเติมอีก ทำเพิ่มเติมสายตะวันออก จากฉะเชิงเทรา-คลอง 19 ไปถึงแก่งคอย 107 กิโลเมตร ตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น 187 กิโลเมตร ทั้งหมดแล้ว การรถไฟแห่งประเทศไทยทำรถไฟรางคู่ไปแล้ว 654 กิโลเมตร

ทีนี้ การรถไฟฯ ก็ต้องการขยายเส้นทางคู่เพิ่มเติม ให้มีความต่อเนื่อง เชื่อมโยงการขนส่งสินค้า ผู้โดยสาร ทางราง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านลอจิสติกส์ของประเทศ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนให้ดีขึ้น ตอนนี้เขาก็จะทำรถไฟทางคู่ ก่อสร้าง 3 เส้นทาง ระยะทาง 700 กิโลเมตร 700 กิโลเมตรเพิ่มเติม ค่าก่อสร้าง 70,000 กว่าล้าน คาดจะเสร็จในปี 2567 มีตั้งแต่สายเหนือ จากลพบุรี ไปปากน้ำโพ สายตะวันออกเฉียงเหนือ มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ 132 กิโลเมตร สายใต้ เชื่อมจากนครปฐม ไปชุมพร 420 กิโลเมตร


เบ็ดเสร็จดำเนินการแล้วจะทำให้ทางรวมของเส้นทางรถไฟทางคู่ที่การรถไฟฯ ทำ ระยะทาง 1,354 กิโลเมตร เป็นเรื่องใหญ่มาก มันเป็นการปรับปรุงลอจิสติกส์ที่สำคัญมาก ผมเอาแผนที่ให้ดูเพื่อให้ท่านผู้ชมได้เห็น เส้นสีแดงที่เห็นคือรถไฟทางคู่ที่จะทำ แล้วหลังจากนั้นต่อมาก็สามารถจะเชื่อมจากชุมพร ลงมาจนสุดชายแดนใต้ ข้างบนก็สามารถเชื่อมขึ้นไปจนถึงทางเหนือ ทางตะวันออกเฉียงเหนือได้

ทีนี้ ทางรถไฟทั้ง 2-3 สายที่ผมเล่าให้ฟัง ในขณะนี้ปัญหาใหญ่ที่สุด ฝ่ายนโยบายของกระทรวงคมนาคมตั้งใจจะผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ ทั้งการแก้ปัญหาเรื่องคอขวด ในช่วงขอนแก่น และหนองคาย อย่างน้อยต้องประมูล ได้ตัวผู้รับจ้างให้ได้ภายในปีนี้ (2564) นี่มันครึ่งปีแล้ว แต่ประมูลไม่ได้เพราะมันติดสภาพัฒน์อีกแล้ว โครงการมีความพร้อมจะนำเสนอ ครม. อนุมัตินานแล้ว ตั้งแต่ปี 2563 รายการการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) ผ่านการพิจารณาตั้งแต่ตุลาคม 2561 ก็คือผ่านหมดแล้ว แต่สภาพัฒน์ก็ดึงเรื่องเอาไว้ เดินหน้า 3 ถอยหลัง 3 มีข่าวว่าพฤษภาคม 2563 (ปีที่แล้ว) สภาพัฒน์เพิ่งทำความเห็นกลับมาถามทางการรถไฟฯ การรถไฟฯ ตอบคำถามสภาพัฒน์ ว่า มีความเป็นห่วงเรื่องโมเดลทางธุรกิจในการใช้รางรถไฟ หลังจากรถไฟทางคู่เฟส 1 แล้วเสร็จ และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เมื่อดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่เส้นทางดังกล่าว


ท่านผู้ชมครับ มันเป็นเรื่องตลกร้าย สภาพัฒน์มาถามเรื่องโมเดลทางธุรกิจ ลอจิสติกส์ รถไฟ ถ้ารัฐบาลต้องให้เงินอุดหนุนชดเชย หรือที่เขาเรียกว่า subsidy ก็ต้องทำ เพราะว่าเป็นการทำให้การขนส่งสินค้าเดินหน้าไป แต่ที่ตลกที่สุดก็คือว่า ความรวดเร็วของการเดินทาง แต่สภาพัฒน์มาถามโมเดลธุรกิจ ผมถามสภาพัฒน์กลับ ถ้าสภาพัฒน์กล้าตอบ ผมก็ยินดีที่จะตอบท่าน สมัยที่การบินไทยซื้อเครื่องบิน ก็ส่งมาให้ท่านพิจารณาว่าการซื้อเครื่องบินนั้นคุ้มหรือไม่คุ้ม ท่านก็บอกว่า อันนี้ไม่คุ้มนะ ต้องเพิ่มเก้าอี้ โน่นนี่นั่น แล้วยังไง วันนี้การบินไทยเจ๊ง ท่านผู้ชม เมื่อการบินไทยเจ๊ง ก็แสดงว่าโมเดลธุรกิจที่สภาพัฒน์บอกว่า เอาล่ะ ถ้าคุณแก้ตามผมแล้ว ในที่สุดแล้วผมจะอนุมัติผ่านให้ พออนุมัติผ่านแล้ว ในที่สุดการบินไทยเจ๊ง ก็แสดงว่าโมเดลธุรกิจที่สภาพัฒน์เสนอไป แล้วเขาแก้ให้ มันไม่เวิร์กใช่ไหม เพราะฉะนั้นผมคิดว่ายุติเรื่องโมเดลธุรกิจให้กับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟ ซึ่งเป็นลอจิสติกส์ที่สำคัญที่สุด โมเดลธุรกิจไม่สำคัญกับความรวดเร็วที่จะต้องทำให้การขนส่งสินค้าและการขนส่งคนได้เร็วกว่าเก่าอย่างน้อยเท่าตัว ต้องมีเท่าตัว หมายความว่าสมัยก่อนถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ วิ่ง 12-14 ชั่วโมง ถ้าวิ่งได้ 6 ชั่วโมง ใช้ตรรกะง่ายๆ คิด ทุกอย่างมันจะดีขึ้น การส่งสินค้าก็จะดีขึ้น

ทีนี้ พอสภาพัฒน์เสนอกลับมาที่การรถไฟฯ การรถไฟฯ ก็เสนอแผนเพิ่มเติมให้สภาพัฒน์ไปแล้ว เสนอไปหลายครั้ง ส่งกลับไปก็เสนอเพิ่มเติมเข้ามา ตอบกลับไปกลับมา ท่านผู้ชมครับ ปีเศษที่ตอบไปตอบมา ตอบโต้กันไปอยู่อย่างนี้ ทำให้การดำเนินการโครงการความจำเป็นทั้งสองโครงการไม่สามารถดำเนินการขั้นตอนต่อไป ท่านผู้ชมครับ ประชาชนเป็นคนลำบาก นี่คือระบบราชการ ประชาชนลำบาก คือผมคิดว่าเรื่องรถไฟนี่อยู่ในแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี ข้างบนทำทางคู่แล้ว ข้างล่างทำทางคู่เรียบร้อยแล้ว ข้างบนทำทางคู่ ข้างล่างทำทางคู่ แล้วทำไมสภาพัฒน์ถึงไปยึดเขาตรงกลางที่เป็นจุดเชื่อมต่อไว้ กลับไม่ยอมอนุมัติให้ทำทางคู่เสียที


ผมไม่แน่ใจว่าสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผมควรจะเรียกคุณว่า สภาถ่วงความเจริญของชาติ หรือเปล่า ? หรือว่าสภาพัฒน์นั้นรับออร์เดอร์จากท่านนายกฯ ?

ท่านนายกฯ อาจจะบอกว่า เฮ้ย อย่าเพิ่ง ดึงเอาไว้ก่อน ท่านนายกฯ อาจจะคิดในใจของท่านว่า เฮ้ย นักการเมืองมันดูแลกระทรวงคมนาคม เดี๋ยวมันโกงกินกัน ท่านนายกฯ ครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการโกงกิน เรื่องนี้คือเรื่องโครงสร้างขั้นพื้นฐานของชาติบ้านเมือง เมื่ออนุมัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะให้ใครมาประมูลไป ท่านมาคุมตรงนั้นสิ ท่านมาคุมตรงนั้น ว่าการประมูลต้องโปร่งใสนะ ต้องมีหลายเจ้าเข้ามานะ ต้องเปิดเผยทุกอย่างนะ ท่านมาคุมตรงปลายน้ำ ตรงที่จะอนุมัติเพื่อจะให้เริ่มมีการประมูล ข้างบนสร้างเสร็จแล้ว ข้างล่างสร้างเสร็จแล้ว เหลือตรงกลางที่ต้องต่อกัน โบ๋ ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว ท่านนายกฯ ครับ ท่านเป็นคนถ่วงความเจริญ คนที่เสียหายในที่สุดก็คือประชาชน ไม่ใช่สภาพัฒน์ สภาพัฒน์ไม่เคยรับผิดชอบอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อไรพวกคุณจะเลิกกั๊กคนโน้นที กั๊กคนนี้ที แล้วเอาความคิดของพวกคุณเป็นเทพ เป็นเทวดา คุณต้องการโมเดลทางธุรกิจ เขาก็ทำให้คุณแล้ว คุณต้องการให้เขาแก้ไข เขาก็แก้ไขให้คุณแล้ว คุณส่งกลับมาให้เขาแก้ไข เขาก็แก้ไป ปีกว่าๆ นี่ไงท่านผู้ชม ผมอธิบายให้ท่านผู้ชมฟังแล้วไงว่า ประเทศไทยถ้ามันขับเคลื่อนด้วยระบบราชการ มันมีแต่ความฉิบหาย กับฉิบหาย และฉิบหาย เท่านั้นเอง

ผมขอฝากให้ท่านผู้ชมคิด ถ้าเราไม่ได้รับการเดินทางที่สะพวกสบายด้วยรถไฟทางคู่ ซึ่งควรจะมีมาตั้งนานแล้ว ท่านผู้ชมครับ จำเอาไว้ คนที่ต้องตำหนิ ชื่อ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผมไม่รู้ว่าท่านนายกฯ อยู่เบื้องหลังหรือเปล่า ถ้าท่านอยู่ ท่านถอนออกมาเถอะครับ เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวม ถ้าท่านกลัวว่านักการเมืองจะคอร์รัปชัน ท่านก็มาคุมตอนปลายน้ำ ตอนเขาประมูลกันสิ ตรงกลางท่านไปยุ่งทำไม ท่านต้องบอกให้รีบๆ พิจารณา ปล่อยให้เขาผ่าน ท่านผู้ชมครับ มันเป็นเรื่องเศร้าอีกบริบทหนึ่งของการทำงานของประเทศไทยที่ข้าราชการเป็นใหญ่ในแผ่นดิน


ท่านผู้ชมครับ เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมานี้ วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม 2564 ได้เกิดปรากฏการณ์บางอย่างที่ผม อย่างน้อยที่สุดคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี ผมคร่ำเครียดกับเรื่องของโรคระบาดนี้มานานพอสมควร แล้วการที่รัฐบาลไม่ได้หาวิธีการที่เป็นรูปธรรมที่จะระงับการแพร่ระบาด หรือจะช่วยเหลือคนที่ติดโรคระบาดให้หายได้โดยเร็ว ผมกับอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นั่งคิดตลอดเวลาเลยว่า เราควรจะทำอะไรดี และนั่นคือที่มาของการเอามูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เพื่อมาแจกยา ฟทจ. ให้กับท่านผู้ชม

แต่เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ผมถือว่าเป็นวันแรกที่ผมเริ่มเห็นแสงสว่าง ถึงแม้ว่ามันยังไม่สว่างมาก อุปมาอุปไมยเหมือนเปิดหน้าต่างให้ผม 2 บาน แต่ยังไม่เปิดหลังคา ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ในช่วงหนึ่งคุณสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เสนอแนวทางการใช้สมุนไพร ฟทจ. ต่อที่ประชุม รัฐมนตรีฯ สมศักดิ์ เอาข้อมูลในการใช้ ฟทจ. คุณสมศักดิ์ ชี้แจงว่า ที่เรือนจำกลางเชียงใหม่รักษาหายได้ถึง 5,045 คน เรือนจำนนทบุรี หาย 2,100 คน เรือนจำบางขวาง หาย 5,231 คน ก็เลยไปศึกษาข้อมูล ฟทจ. เพิ่ม ก็เลยทราบว่าใน ฟทจ. นั้นมีสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ ซึ่งกรมการแพทย์แผนไทยฯ ระบุว่าสามารถจะยับยั้่งโรคระบาดไวรัสได้ แต่ต้องใช้ประมาณ 180 มิลลิกรัมต่อวัน ท่านผู้ชมครับ หยุดตรงนี้นิดหนึ่ง

ผมพูดมาแล้วครั้งหนึ่งในเรื่องนี้ ว่าสารสกัด 180 มิลลิกรัม มันมีมากจนเกินไป มันไม่มีประโยชน์ เพราะมันเป็นการสกัดจากฟ้าทะลายโจร ต้น ฟทจ. แล้วมันสลัดสารอื่นๆ ที่เป็นองค์ประกอบร่วมกับแอนโดรกราโฟไลด์ มันเป็นแพกเกจ แอนโดรกราโฟไลด์ ก็เป็นส่วนหนึ่งในนี้ แต่เขาไปสกัดออกหมด เก็บเฉพาะแอนโดรกราโฟไลด์ ทำไมถึงมีความคิดเช่นนี้ ? เพราะเป็นความคิดของพ่อค้า ร่วมมือกับคนบางคนในกรมการแพทย์แผนไทยฯ ว่า ฟทจ. ทั่วไปที่ขายอยู่ในท้องตลาดคือการปลูกต้นฟ้าทะลายโจรออกมา ถึงเวลาที่ต้องตัด ก็ตัดออกมา แล้วเอามาตากให้แห้ง


พอแห้งแล้วเอามาบด บดเสร็จเรียบร้อยแล้วใส่แคปซูลกิน เขาบอกว่า ถ้าอย่างนั้นเรามาอีกขั้นหนึ่งเลยดีกว่า เพราะมีการวิจัยว่า ฟทจ. นั้นมีสารแอนโดรกราโฟไลด์ และสารแอนโดรกราโฟไลด์ คือส่วนในการที่จะลดไวรัสลงมา หรือทำให้คนที่ป่วยด้วยโรคนี้สามารถจะหายได้ ท่านผู้ชมฟังให้ดีๆ นะครับ นี่คือการทดลองในห้องแล็บที่ใช้หลอดทดลอง ใช้แค่หลอดทดลองแล้วข้ามขั้นตอนเลย ออกมาประกาศใช้ โดยไม่มีการทดลองกับพวกสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นลิง ไม่ว่าจะเป็นหนู ไม่ว่าจะเป็นอะไรทั้งสิ้น ซึ่งผิดหลักการวิธีการทดลอง แล้วนี่คือฝีมือของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ทำไมต้องทำเช่นนี้ล่ะ ? เพราะว่าเจ้าใหญ่ๆ ที่เป็นบริษัทยาใหญ่ๆ มันไปล็อกไว้หมดแล้ว มันสกัดออกมาแล้วขาย คือมันใช้หลักการง่ายๆ ว่าถ้าท่านกิน ฟทจ. ผงหยาบ ท่านต้องกิน 4 เม็ดต่อมื้อ 16 เม็ดต่อวัน ในขณะที่ของเขา เขาบอกว่า 180 มิลลิกรัม เขากินแค่วันเดียว มื้อละ 2 เม็ด 6 เม็ด เขาได้ 180 มิลลิกรัม แทนที่จะต้องกิน 16 เม็ด คือใช้ความสะดวกสบายของผู้คน ว่าถ้าอย่างนั้นซื้อพวกสารสกัดดีกว่า กินน้อยกว่า กินแค่ 6-8 เม็ด แต่ว่า ฟทจ. ทั่วไป ผงหยาบ ต้องกินถึง 16-24 เม็ด


ท่านผู้ชมครับ ฟังดูก็มีเหตุผลนะ แต่ว่ามันซ่อนเงื่อน ท่านผู้ชมครับ ตั้งแต่ผม อาจารย์ปานเทพ และคุณรสนา โตสิตระกูล ต่อสู้เรื่อง ฟทจ. มาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ต้นมานานแล้ว ผมไม่เคยโกหกท่านผู้ชมเลย ทุกอย่าง ทำตามระเบียบทุกอย่าง เอาข้อมูลมา มีการทดลองมา วัดโน่นนี่นั่น ท่านผู้ชมครับ ผมเป็นคนที่พูดความจริง เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าผมบอกว่า ท่านผู้ชมครับ อย่าไปซื้อ ฟทจ. ที่มันบอกเป็นสารสกัดเป็นอันขาด เพราะตัวฟ้าทะลายโจร ในแพกเกจที่มีอยู่ใน ฟทจ. แอนโดรกราโฟไลด์ มันเป็นส่วนหนึ่ง ส่วนอื่นๆ มันมีส่วนที่รักษาอาการข้างเคียงได้ทุกอย่าง แต่พวกบริษัทยาหัวหมอ ร่วมมือกับคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ แทนที่จะเห็นแก่ปัญหาที่ประชาชนกำลังเจอ ก็เอาไปบิดเบือน บอกว่าถ้าอย่างนั้นเอาสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์มาก็แล้วกัน เท่านั้นเอง ตัดสารอื่นที่มีส่วนในแพกเกจออกไปให้หมด เหลือเฉพาะตัวนี้

ท่านผู้ชมครับ ทำไมถึงต้องพูดเรื่องนี้ เพราะผมพูดแล้วผมรู้สึกว่ามันอำมหิต ท่านผู้ชมตามผมมาง่ายๆ เขาบอกว่า วันหนึ่งต้องกิน 180 มิลลิกรัม เป็นมาตรฐานของเขา ผมถามต่อว่า มาตรฐานของคุณ คุณคำนึงถึงน้ำหนักของคนด้วยหรือเปล่า อายุคนด้วยหรือเปล่า เด็กอายุ 9-10 ขวบ ต้องกิน 180 มิลลิกรัม หรืออย่างไร คุณก็ตอบไม่ได้ ใช่ไหม ? เพราะคุณต้องทำการวิจัยต่อ แต่คุณไม่ต้องการวิจัย คุณข้ามขั้นตอนการวิจัยนี้ไป คุณแค่ทดลองในห้องแล็บ ในหลอดทดลอง คุณข้ามไปเพื่อประกาศออกมา แล้วก็เอาไปจดทะเบียน อย. อำมหิตมากท่านผู้ชม ท่านผู้ชมเชื่อผมเลย อย่าไปซื้อเด็ดขาด สารสกัดที่บอกว่ากิน 180 มิลลิกรัม อย่าไปซื้อท่านผู้ชม ไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่มี ฟทจ. ก็หาทางกินกระชาย ขิง หลายอย่าง แต่สารสกัดบ้านี่อย่าไปซื้อ เพราะมันลงทุนไปเยอะ


ท่านผู้ชมรู้หรือเปล่า ถ้าเราส่งเสริมให้ประชาชนปลูก ฟทจ. ได้ทุกบ้าน ทั่วประเทศไทย ท่านผู้ชมมีบ้านอยู่ที่ไหนก็ตาม มี ฟทจ. อยู่ประมาณ 10-20 ต้น ปลูกในกระถางก็ได้ ที่นครปฐม กำแพงแสน คุณลุงซึ่งปลูก ฟทจ. เป็นฟาร์ม คุณลุงเอาต้น ฟทจ. มาต้มน้ำ เป็นน้ำต้ม ฟทจ. แล้วก็กิน ท่านผู้ชมครับ โคตรขมเลย แต่คุณลุงบอกว่ากินแค่สองอึก อย่าไปกินมาก สองอึกเช้า สองอึกเย็น คุณลุงบอกว่าทุกอย่างหายหมด คนเป็นไซนัสก็หาย ท่านผู้ชมครับ นี่คือภูมิปัญญาชาวบ้าน เพราะฉะนั้นแล้ว เราต้องให้ประชาชนเขามีสิทธิปลูกและเขาสามารถกินได้ เอาใบกินเลย แล้วถ้าจำเป็น คนที่ไม่มีที่ปลูก แล้วอยากจะซื้อเป็นผงหยาบ ก็ให้ซื้อได้ในท้องตลาด แต่อย่าไปซื้อสารสกัด ฟทจ. ท่านผู้ชมครับ อย่าไปซื้อสารสกัด ฟทจ. แม้กระทั่งหมอเลี้ยบ ยังโดนหลอกเลย สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
ลงในเฟซบุ๊ก บอกว่าต้องกิน 180 มิลลิกรัม หมอเลี้ยบครับ คุณโดนแหกตาแล้ว รวมทั้งเภสัชกรนางงาม ชื่อบิ้นท์ ออกมา เอาข้อมูล ฟทจ. ออกมาว่าสารสกัด ต้องกินเท่านี้ๆ

หมอบิ้นท์
ผมเคยพูดเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วท่านผู้ชม หลายต่อหลายครั้ง ผมพูดว่าอย่างไร ? ผมบอกว่า ฟทจ. ที่เป็นแคปซูลผงหยาบ ที่มีแอนโดรกราโฟไลด์สูงพอสมควร กินเข้าไปแล้วไม่ได้มีผลต่อไต เพราะมีการวิจัยมาแล้ว ไม่ได้มีผลต่อไต ทานไปแล้วทำให้ความดันที่สูง เป็นความดันที่ลดลง ช่วยเรื่องเบาหวาน ขณะนี้มีการวิจัยว่าช่วยเรื่องมะเร็งด้วยหรือเปล่า มี แต่เป็นผงหยาบนะ ไม่ใช่สารสกัด เพราะฉะนั้นแล้วคนที่ไปร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บางคนในกรมการแพทย์แผนไทยฯ เลวทรามบัดซบ แหกตาพวกเรา ท่านผู้ชม ผมเคยโกหกอะไรท่านผู้ชมบ้าง เชื่อผมสิ

เอาล่ะ กระโดดข้ามไปนิดหนึ่ง สิ่งที่คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน เสนอเข้าไปในที่ประชุม ครม. ท่านนายกฯ ก็ทำผิดพลาดอีกครั้งหนึ่งในชีวิต ท่านบอกว่าข้อมูลดีมาก แต่ตั้งกรรมการก่อน เดี๋ยวผมจะมีจากใจของผมถึงท่านนายกฯ ตอนท้ายรายการ คอยฟังก็แล้วกัน


ก็คือพูดง่ายๆ ว่าเป็นครั้งแรกเลยนะ เป็นครั้งแรกที่มีคนระดับรัฐมนตรีเอาเรื่อง ฟทจ. มาพูดในที่ประชุม ครม. แล้วนายกรัฐมนตรียอมรับในที่ประชุม ครม. ว่าเป็นข้อมูลที่ดี เพราะว่าสมศักดิ์ เทพสุทิน มาพร้อมข้อมูลว่า เรือนจำกลางเชียงใหม่หายแล้ว 5,000 กว่าคน เรือนจำนนทบุรี เรือนจำบางขวาง หายไปแล้วเพราะ ฟทจ. แล้วรัฐมนตรีฯ สมศักดิ์ พูดด้วยว่า ถึงแม้กรมการแพทย์แผนไทยฯ จะบอกว่าต้องใช้ 180 มิลลิกรัม แต่คุณสมศักดิ์ บอกว่าแค่กินวันละ 2 เม็ด เท่านั้นเอง ก็หาย ระหว่างที่คุณสมศักดิ์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงใหม่ รักษาคนของเขาเกือบ 5,000 คน ด้วยยา ฟทจ. แค่วันละ 2 เม็ด แล้วหาย สมควรจะเชื่อเขาไหม เขาจะมาโกหกทำไม เพราะถ้าไม่หายคนก็ต้องเป็นแล้วสิ ต้องมีการตายไปแล้ว ไม่มี เห็นหรือยังท่านผู้ชม เพราะฉะนั้นขบวนการนี้ พออะไรก็ตามมันเริ่มจะเป็นไปได้ ประตูเริ่มจะเปิด เหลือบมันเยอะฉิบหาย อีแร้ง คนไทย นักธุรกิจไทยมันเลวทรามอยู่เรื่องหนึ่ง ชอบเหลือเกิน คือผูกขาด ขอผูกขาดก่อนแล้วกัน แล้วข้าราชการเมืองไทย ไม่เว้นแม้กระทั่งหมอ ก็เห็นแก่ผลประโยชน์ตอบแทนเข้าหาตัวเอง

ท่านผู้ชมครับ คนบางคนออกไปยืนยัน 180 มิลลิกรัม ในคลับเฮาส์ ซึ่งมีคนฟังอยู่ 200 กว่าคน ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมที่ฟังผมเป็นล้านๆ คน เอาคำพูดของผมกระจายไปให้ทั่ว ทั่วประเทศไทย ให้รู้ สักวันหนึ่งความจริงจะต้องปรากฏ ต้องมีการเช็กบิลกันว่า 180 มิลลิกรัม ของคุณ คุณใช้ส่วนไหนของสมองคิด เด็ก 7 ขวบ 10 ขวบ ต้องกิน 180 หรือเปล่า ผู้ใหญ่ที่อายุมากขึ้นมาแล้ว ต้องกิน 180 หรือเปล่า คุณไม่มีมาตรฐานอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว คุณเป็นเพียงแต่ต้องการกำหนด 180 มิลลิกรัม เพื่อช่วยบริษัทยาที่มันทำสารสกัด แล้วท่านผู้ชมว่าความคิดนี้อำมหิตไหม ?

เอาล่ะ กลับมาที่การประชุม ครม. พอรัฐมนตรีฯ สมศักดิ์ ซึ่งเป็นนักการเมืองที่เก๋า ผมยอมรับ คนๆ นี้เป็นคนที่ฉกฉวยโอกาสได้เก่งมากๆ เดี๋ยววันนี้ผมมีเรื่องนักการเมืองพูดให้ฟัง 3 คน สมศักดิ์ เทพสุทิน ธรรมนัส พรหมเผ่า และจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ต่างกันเลย


สองคนแรก ฉกฉวยโอกาสได้เก่งมาก สองคนแรกเห็นว่าประโยชน์มันจะเกิดขึ้นกับประชาชนทั่วประเทศ กระโดดงับเลย สมศักดิ์ ก็งับไปแล้ว ธรรมนัส ก็ไม่ใช้ ตามหลังสมศักดิ์ มาติดๆ แค่สมศักดิ์ พูดวันแรก 22 พอ 23 ธรรมนัส ออกมาทันทีเลย ประกาศออกมาทันที ประกาศว่าอย่างไร ? หนุนฟ้าทะลายโจรสู้โรคระบาด สั่งศูนย์ ส.ป.ก.ปลูกกล้าแจกเกษตรกร ตั้งเป้าเกษตรกร 30,000 ราย ผลิตเพื่อแจกจ่ายประชาชน ท่านผู้ชมว่าไหวไหม ? ไว แต่ถือว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นประโยชน์กับสังคมโดยรวมไหม ? เป็น เป็นประโยชน์อย่างมากเลย เขาบอกว่า ทางกระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนให้ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินฯ หรือ ส.ป.ก. ใช้ศูนย์ส่งเสริมและขยายพันธุ์ในเขตปฏิรูปที่ดินจำนวน 5 ศูนย์ และศูนย์สมุนไพรแบบครบวงจรที่ อ.แม่มอก จ.ลำปาง ในการปลูกต้นกล้าฟ้าทะลายโจร ขิง ข่า กระชายขาว และตะไคร้ ซึ่งในแต่ละศูนย์จะผลิตต้นกล้าได้อย่างน้อย 100,000 กล้า พร้อมนำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรกว่า 30,000 ราย และให้กรมพัฒนาที่ดินเข้าช่วยสนับสนุนในการให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ดินและน้ำ นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาส่งเสริมในการผลิต และจะให้ทางกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นผู้รับซื้อผลผลิตที่ได้ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ประชาชน


ท่านผู้ชมครับ ต้องขอบคุณ คุณจะเป็นอย่างไร ใครจะว่าอะไรคุณ ผมไม่รู้ แต่ว่าคุณไวมาก ฝีมือคุณนี่สูสีกับสมศักดิ์ เทพสุทิน แต่อีกคนหนึ่ง นักการเมืองเหมือนกัน แต่เป็นนักการเมืองที่ตกขบวนรถไฟ เป็นสิ่งชำรุดในประวัติศาสตร์ คือ คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์

ท่านผู้ชมครับ ในขณะซึ่งทุกคนต้องการที่จะช่วยประชาชน คุณสมศักดิ์ เปิดประตูเรื่อง ฟทจ. ให้นายกฯ ยอมรับ ถึงแม้ว่านายกฯ ท่านจะพลาดไปเรื่องตั้งกรรมการ แทนที่ท่านจะสั่งการลงไปทันที แต่อย่างน้อยคุณสมศักดิ์ ก็ทำให้มีการยอมรับกันเกิดขึ้นมาได้ ท่านผู้ชมครับ การทำให้นายกฯ ยอมรับในสิ่งที่ผมเป็นหัวหอกในการต่อสู้นี้ ไม่ใช่เรื่องธรรมดา คงต้องกลืนน้ำลายไปเยอะเลย กว่าจะยอมรับ ผม อาจารย์ปานเทพ คุณรสนา สู้กันมากี่เดือน ฟาดฟันกับบรรดาพวกหมอแก่ๆ บางครั้งฟาดฟันกับ อย. ฟาดฟันกับกรมการแพทย์แผนไทยฯ ในบางเวลา แล้วจนกระทั่งพวกผมกลายเป็นหัวหอกในการสู้เพื่อ ฟทจ. คุณสมศักดิ์ มีคุณูปการ บอกให้นายกฯ นายกฯ ก็มีคุณูปการ ยอมเปิดประตูให้แสงสว่างมันเข้ามา คุณธรรมนัส ทันทีเลย ทำเพื่อประชาชนทั้งประเทศ


แต่คุณจุรินทร์ ยังติดนิสัยของขาด คุณจุรินทร์ คิดอยู่อย่างเดียวว่าตอนนี้เริ่มส่งคนไปเช็กว่าราคาต้นทุนในการผลิตฟ้าทะลายโจรมันเท่าไร ให้แจ้งจำนวนผลิตมาให้ฟัง ให้รู้ว่าโรงงานนี้ผลิตได้เท่าไร นั่นคือสเตปแรก ขั้นตอนแรกของการที่จะเข้ามาควบคุมราคาแล้ว

ท่านผู้ชมครับ พรรคประชาธิปัตย์เก่งอยู่เรื่องเดียวในชีวิต นอกจากเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่นแล้ว อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้คือเก่ง คือมุกในยุคที่ของมันเริ่มมีคนต้องการมากขึ้น เข้าไปควบคุมราคา ท่านผู้ชมครับ ลักษณะนี้ในวงการบู๊ลิ้มเขาเรียกว่า เคาะกะลา คนที่ไปเช็กตามโรงงาน โรงงานบางทีก็ต้องจ่ายเงินจ่ายทองให้ ท่านผู้ชมครับ คุณจุรินทร์ ครับ คุณรู้เรื่องฟ้าทะลายโจรดีแค่ไหน คุณรู้ไม่ได้หางอึ่งของผมหรอก

การปลูกฟ้าทะลายโจร ปลูกเสร็จ เขามีฟาร์ม เขามีคนปลูก แล้วเขามีล้งไปรับเหมา รับเหมาเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็เอาฟ้าทะลายโจรมาอบแห้ง อบแห้งเสร็จเอามาบด ทำเป็นแคปซูล โรงงานนี้เขาเรียกว่าเป็นโรงงาน OEM รับจ้างผลิตเฉยๆ ทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องของดีมานด์-ซัปพลาย คุณอยู่กระทรวงพาณิชย์ คุณไม่เข้าใจคำว่าอุปสงค์-อุปทานได้อย่างไร ราคามันสูงเพราะว่ามันไม่ได้มีการส่งเสริมกันตอนต้น แล้วจู่ๆ มีการยอมรับขึ้นมาว่า ฟทจ. ช่วยระงับการแพร่เชื้อได้ คนมันก็เลยอยากซื้อกันทุกคน ราคามันก็พุ่งกระฉูดสิ แต่สิ่งที่ธรรมนัส ทำไป อีกไม่นานนัก อีกไม่เกิน 6 เดือน - 1 ปี ราคามันก็จะตกแล้ว เพราะว่าวัตถุดิบมันเยอะขึ้นมาแล้ว หลายๆ อย่างเยอะ แทนที่คุณจะใช้สติปัญญาของคุณว่าต้องช่วยประชาชนคนไทยนะ วันนี้ราคาฟ้าทะลายโจร 90 บาท 100 บาท 120 บาท ประชาชนไม่สนใจยินดีซื้อ แต่คุณต้องบอกว่า ถ้าราคามันแพง วิธีเดียวก็คือว่า คุณเสนอไปเลยให้มีการส่งเสริมการนำเข้าผงของ ฟทจ. ที่ต่างประเทศมีอยู่ อินโดนีเซียมี จีนมี แล้วยกเลิกภาษี เสนอ ครม.ไป ยกเลิกภาษี อย่าไปคิด ไม่ใช่ไปคุมเขา คุณจุรินทร์ คุณคิดเป็นแค่นี้หรือ นี่คือเป็นความคิดที่คุณจะไปคุมเขาอีกแล้วล่ะสิ

ท่านผู้ชมที่อายุมากพอสมควร มีประสบการณ์ จำเรื่องน้ำมันปาล์มที่ขาดตลาดสมัยยุคที่สุเทพ เทือกสุบรรณ อยู่ได้ไหม ปชป. หน้ากากอนามัยล่ะ ? ประชาธิปัตย์


วันดีคืนดีผมได้ข่าวในการประชุม ครม. มีการเสนอความคิดมาว่า Rapid Test ชุดทดสอบชั่วคราวที่สามารถจะตรวจสอบได้ว่าติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อ ที่เขาขายอันละ 200-300 บาท บางเจ้าขาย 400-500 บาท มีการเสนอว่าน่าจะคุมราคา ถามจริงๆ พวกคุณ ชีวิตคุณเป็นนักการเมือง คุณทำเป็นอย่างเดียวใช่ไหม คือคุมราคา ท่านผู้ชม สมัยที่น้ำมันปาล์มขาดตลาดทางภาคใต้ ราคาขึ้นสูง แล้วคุณรู้ไหมว่าใครแอบนำเข้าน้ำมันปาล์มเถื่อน ? ก็คนใกล้ชิดสนิทสนมกับคนที่อยู่ใน ปชป. ทั้งนั้น ทางใต้ รับประทานกัน ร่ำรวยกันอย่างมหาศาล บนความพินาศฉิบหาย บนความเจ็บปวดของประชาชนคนไทย นี่คือ ปชป. ประชาธิปัตย์ ประชาชนต้องตายก่อน ไม่ใช่มาก่อน

ท่านผู้ชมครับ นี่ผมต้องพูด ไม่พูดไม่ได้ อย่าให้พรรคนี้โต สูญพันธุ์ได้ให้สูญพันธุ์ไปเลย ไม่มีประโยชน์เลยพรรคนี้ ช่วยอะไรประเทศไทยไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว รัฐมนตรี 3 คน สมศักดิ์ ธรรมนัส จุรินทร์ ผมพูดไปแล้ว ขอโทษทีคุณจุรินทร์ ผมจำเป็นต้องพูดตรงไปตรงมา

เรื่องนี้วันนี้ผมจะขอเรียนสายผ่านเฟซบุ๊กของผมไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยตรง ท่านนายกฯ ครับ ไม่ต้องกังวล ผมไม่ได้มาตำหนิอะไรท่านวันนี้หรอก เพราะว่ามีคนตำหนิท่านทั่วประเทศอยู่แล้ว ผมจะไปตำหนิท่านอีกก็เหมือนกับน้ำ 1 หยด ที่ลงไปในมหาสมุทร ไม่มีประโยชน์


ประการแรก ผมขอขอบคุณท่านนายกฯ ที่ตัดสินใจเด็ดขาดในการลดค่าเทอมให้แก่เด็กที่เรียนหนังสืออยู่ ลดไป 50 เปอร์เซ็นต์ สำหรับเด็กปริญญาตรี ถือว่าเยอะ ผมถือว่าใช้ได้ แต่ผมมีเรื่องที่จะตั้งข้อสังเกตให้ท่านนายกฯ โดยตรง จะเป็นที่บ้านท่านนายกฯ ดูรายการนี้ หรือว่าพวก PMOC : Prime Minister Operation Center ดู หรือพวก IO ของท่านนายกฯ ดู ก็ดูไปเถอะครับ แล้วก็รายงานให้ท่านทราบ เผื่อท่านเหม็นขี้หน้าผม ไม่อยากจะฟังผม

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในการประชุม ครม. ผมเห็นท่านนายกฯ บอกว่า เรื่อง ฟทจ. เรื่องฟ้าทะลายโจร เป็นเรื่องที่ดี ผมดีใจมาก แต่ผมก็เริ่มหดหู่ทันทีที่ท่านบอกว่าให้ไปตั้งกรรมการ ท่านนายกฯ ครับ นี่ไม่ใช่ Single Command ถ้าท่านอ้างว่าท่านต้องมี Single Command เพื่อจะควบคุมทุกอย่าง ท่านต้องไม่พูดว่าต้องไปตั้งกรรมการ ระหว่างที่ยังตั้งกรรมการอยู่นี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ท่านก็ได้ดำเนินการไปแล้ว เท่ากับว่าตอนนี้ทุกคนเชื่อแล้วว่า ฟ้าทะลายโจรสามารถที่จะยับยั้งการแพร่เชื้อของโรคระบาดนี้ได้ สิ่งที่นายกฯ ต้องทำ ที่ผมคิดว่าควรจะทำก็คือ ท่านนายกฯ ครับ ผมรู้ว่าเรื่องนี้ กว่าวัคซีนจะมาตั้งปลายปี กว่าเราจะฉีดได้ทั่วจนกระทั่งครบ 100 ล้านโดส หรือตามที่ท่านนายกฯ พูด สิ้นปีนี้คงไม่ทันแน่ ปัญหาที่ผมคิดว่าท่านนายกฯ ต้องกล้าตัดสินใจ ก็ไหนๆ ท่านยอมรับแล้วว่าข้อมูลของ ฟทจ. ดี ฟ้าทะลายโจรดี ทำไมท่านนายกฯ ไม่กำหนดวันกินฟ้าทะลายโจรกันทั่วประเทศไทย


ฟ้าทะลายโจร มีการปลูก ผมอ่านข่าวแล้ว ท่านรัฐมนตรีฯ ธรรมนัส ท่านแจกไป 84,000 ที่แล้ว แล้วก็มีทั้งเพาะชำ ปักชำต้นกล้าอีกเยอะแยะไปหมด อีกไม่เกิน 4 เดือน พวกนี้จะโตเต็มที่ แล้วก็สามารถตัดอบแห้ง เอาเข้าโรงงานได้ แล้วถ้ารัฐบาลเข้ามาเป็นเจ้าภาพ รัฐบาลต้องแจก ฟทจ. ฟ้าทะลายโจรให้กับประชาชนคนไทยทุกคนในประเทศไทย ถ้าใครไม่เชื่อ ก็ไม่ต้องทาน เรากำหนดวัน ว. เวลา น. ในเดือนที่ห้า ตอนนี้เดือนกรกฎาคม (ก.ค.-พ.ย.) เริ่มธันวาคม ทั่วประเทศไทย วันนั้นของคงพร้อมแล้ว ประชากร 60-70 ล้านคน ได้กันหมดแล้ว คนละ 2 ขวด เพื่ออะไรครับท่านนายกฯ ? เพื่อให้ประชาชนทานพร้อมกันเลยทั่วประเทศ เมื่อทานพร้อมกันเลยทั่วประเทศ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออะไร ? คนที่มีเชื้ออยู่ แต่ยังไม่ได้รับการตรวจ มันพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่า ฟทจ. หรือฟ้าทะลายโจร รักษาได้ ก็เท่ากับเรากลั่นกรองหมดเลยทั้งประเทศ ถ้าท่านนายกฯ บอกว่าข้อมูลนี้ดี และมีหลักฐานพิสูจน์แล้ว ลองทำดูสักทีสิครับท่านนายกฯ ไม่เสียหาย คิดนอกกรอบเสียที คิดนอกกรอบเลย เอาวันหนึ่งเลย วันไหนก็ได้ หลังจากที่มั่นใจแล้วว่ากระบวนการผลิตเป็นอย่างไร รัฐบาลก็ไม่เป็นไร รัฐบาลก็บอกโรงงานที่ไหนผลิตมา รัฐบาลรับซื้อหมด มีการควบคุมมาตรฐานการผลิตว่า ฟทจ. หรือฟ้าทะลายโจรนั้น มีแอนโดรกราโฟไลด์ประมาณ 10 กรัม หรือ 12 กรัม แล้วแต่ ให้มันถูกต้อง เสร็จแล้วก็แจกทุกบ้าน ท่านนายกฯ ครับ เรามีสำเนาทะเบียนบ้านของทุกบ้านในประเทศไทย สำเนาบอกชัดเจนว่าบ้านหลังนี้มีคนอยู่อาศัยกี่คน มีอยู่ 2 คน หรือ 1 คน หรือ 3 คน คนหนึ่งใช้ 2 ขวด ขวดละประมาณ 60 เม็ด ส่งไปเลย หรือ 80 เม็ดก็ได้ แล้วให้เขากินกัน เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน มื้อละ 4 เม็ด วันละ 16 เม็ด 5 วัน 80 เม็ด ท่านนายกฯ ครับ เชื่อผมสิ

ผมไม่อยากจะพูดว่าผมทายอะไรไม่เคยผิด ผมเคยเรียนท่านนายกฯ แล้วไม่ใช่หรือ เมื่อ 2 เดือนกว่าที่แล้ว เรื่องคลัสเตอร์คลองเตย


ผมบอกว่าถ้าไม่ปิดคลัสเตอร์คลองเตย ฉิบหายแน่ และหายนะแน่ แล้ววันนี้ก็หายนะไปแล้ว ผมอยากให้ท่านคิดนอกกรอบนิดหนึ่ง เหมือนกับย่อให้ประเทศไทยเหมือนเรืองจำเชียงใหม่ แทนที่จะมีคนแค่ 5,000 คน ก็มีคน 60-70 ล้านคน ให้ทานพร้อมกันเลย เมื่อทานพร้อมกันแล้ว ผมเชื่อว่าใน 5 วันหลังจากนั้น ยอดคนติดเชื้อจะลดทันที ลดอย่างมหาศาล ผมเชื่อ ประกอบกับมี Rapid Test อีก ก็จะทำให้สามารถเช็กได้ทันที แล้วคนที่ต้องเข้าไปโรงพยาบาลสนามเพื่อกักตัว ก็ไม่ต้องกักตัวแล้ว ถ้ามี Rapid Test ก็ไป test

กระทรวงสาธารณสุขจะแจก Rapid Test 8.5 ล้านชุด ทำไมต้อง 8.5 ล้านชุด ท่านนายกฯ ? 60-70 ล้านคน ก็แจกมัน 70 ล้านคน ไปเลยสิ คือพูดง่ายๆ ว่า ทำทีเดียวให้มันจบไปเลย ให้รู้ตัวเลขที่แท้จริง ท่านนายกฯ

ท่านนายกฯ ครับ เรื่องนี้ผมเชื่อว่าท่านคงจะมีคนคัดค้านเยอะ ผมไม่สนใจหรอก ท่านทำก็ได้ ท่านไม่ทำก็ได้ แต่ผมยังเชื่อว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะกู้ชาติได้ วิธีนี้จะทำให้เราแยกแยะได้ทันทีเลยว่า ในที่สุดแล้ว หลังจากทานแล้ว มี Rapid Test แล้ว จริงๆ แล้วมันจะมีคนติดกี่คน ผมเชื่อเลย เช็กได้เลยทั่วประเทศไทย ยอดคนติดจะน้อยลงมากเลย มหาศาล คุ้มมาก ส่วนท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็แล้วแต่

อีกเรื่องหนึ่ง ท่านนายกฯ จุฬาฯ ทดสอบวัคซีนใบยาในคน กันยายนนี้ คาดพร้อมฉีดกลางปี 2565 โดสละ 300 บาท ท่านนายกฯ ครับ


อีกเรื่องหนึ่ง ชุดตรวจโควิด-19 ของไทย Antigen Test คณะแพทยศาสตร์ศิริราช ทำนวัตกรรมชุดตรวจ Antigen จำเพาะต่อโรคระบาดสายพันธุ์ใหม่ มีอีก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาชุดตรวจคัดกรองโควิด-19 ราคาถูก ผลแม่นยำ 98.78 เปอร์เซ็นต์


ท่านนายกฯ นี่เป็นตัวอย่างเฉยๆ ผมเล่าให้ท่านนายกฯ ฟัง คนพวกนี้เขาทำกันขึ้นมา เขาไม่ได้รับการสนับสนุนของรัฐบาลเลย ผมไม่อยากจะพูดและตำหนิ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เพราะท่านยังคงอยู่ในอวกาศ ยังไม่ลงมา แต่ว่ารัฐบาลต้องใส่ใจกับเรื่องพวกนี้นิดหนึ่ง นี่คือเรื่องชีวิตและประชาชน ท่านนายกฯ เสียเวลาสักนิด สั่งคนที่เกี่ยวข้องลงไปดูหน่อยซิเขาต้องการเงินทุนอะไรไหม ไม่ใช่ให้เขาทำตัวมาเพื่อขอให้ทุกคนบริจาคคนละ 500 บาท แล้วมันมีนวัตกรรมแบบนี้ในทางสุขภาพอีกมากมายที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ทำกัน เราไม่เคยให้ความสนใจเลย เราไปบ้าบอคอแตกกับเรื่องวัคซีนอย่างเดียว มีอยู่เยอะ ท่านนายกฯ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากท่าน แล้วท่านในระยะเวลาช่วงนี้ท่านเลิกตั้งกรรมการได้แล้ว ไม่เชื่อท่านลองไปเช็กดู ตั้งแต่ท่านเป็นผู้นำประเทศมา ตั้งแต่ปี 2557 มาถึงวันนี้ ท่านมีกรรมการแล้วกี่ร้อยชุด เป็นพันแล้ว เฉพาะตัวท่านเองเป็นประธานคณะกรรมการกี่ชุด เท่าที่ผมอ่านมานี่เกือบ 100 ชุด แล้วท่านมีเวลาไปประชุมไหม ? ท่านก็ไม่มี แล้วท่านจะเป็นทำไม

คนที่ไม่ชอบท่านก็บอกว่า ท่านเป็นคนหิวแสง ท่านต้องการเท่ ผมกำลังพูดในแง่ของความเป็นไปได้ในความเป็นจริง ว่า หนึ่ง ท่านยุติตั้งกรรมการได้แล้ว อะไรที่ตัดสินใจได้ ตัดสินใจไปเลย เพราะท่านเป็น Single Command เชื่อผมสิ ท่านจะฟังผมหรือไม่ฟัง จะทำตามหรือไม่ทำตาม ผมไม่สนใจ แต่ผมได้พูดเรื่องราวต่างๆ ไปแล้ว ผมสบายใจ เพราะผมถือว่าผมได้ทำหน้าที่ของผมอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ขอบคุณมากครับท่านนายกฯ


ท่านผู้ชมครับ ขออยู่ในเรื่องหน่อย ผมเป็นคนดื่มน้ำด่างมาตลอดชีวิต น้ำด่าง น้ำอัลคาไลน์ 8.5 มันเป็นน้ำที่มีแร่ธาตุมาก โซดามินต์ น้ำแร่ แล้วก็มีงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ชาวอินเดีย บอกว่าน้ำด่างมีส่วนช่วยในการที่จะป้องกันให้เซลล์ร่างกายแข็งแรง และไวรัสไม่สามารถจะเข้าในเซลล์ได้ นั่นก็เป็นงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ผมรู้แต่ว่าผมทานน้ำด่างมาตลอด เพราะว่ามันมาบาลานซ์ความเป็นกรดในร่างกาย มีเครื่องทำน้ำด่าง ก็อาจจะแพงไปนิดหนึ่ง สองหมื่นกว่าบาท แต่ถ้าท่านผู้ชมไม่มีเงินทอง ก็ไปซื้อ 8.5 manature น้ำด่าง 100 เปอร์เซ็นต์ ดีอย่างแน่นอนที่สุด เพราะว่ามันช่วยได้หลายอย่าง แล้วรู้สึกว่าเขาจะมีโปรโมชันฟรีในช่วงนี้ คือถ้าท่านซื้อ 1 แพค 8 แพค ราคาลดเท่าไร แพคละประมาณ 900 บาท 8 แพค 1,800 บาท แถมฟรี 2 แพค เยอะครับ โทรไปเองเลยครับ 02-633-5353 โทรไปได้เลย ผมทานน้ำด่างมาตลอด เหมือนกับผมทานน้ำมันมะพร้าวหีบเย็นไม่เคยหยุด ตลอดจนน้ำขิงทุกเช้า


พูดถึงเรื่องน้ำขิงแล้ว จะเรียนให้ท่านผู้ชมทราบว่า มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน จากนี้ไป ทุกครั้งที่ส่ง ฟทจ. ไปให้ชุมชนที่ต้องการ คนติดเชื้อทั่วประเทศไทย เราจะแนบขิงผงที่ไม่มีน้ำตาล ให้คนละ 10 ซอง ทานวันละ 2 ซอง เช้า 1 ซอง เย็น 1 ซอง มีประโยชน์อะไร ? เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเรา ขิงผง เพราะว่าบางท่านไม่สะดวกที่จะไปซื้อขิงสดที่ตลาด ผมใช้ขิงสด เพราะผมมีคนไปซื้อให้ที่ตลาด เอามาล้างให้สะอาด หั่นเป็นแว่นๆ แล้วก็ต้ม แต่ขิงผงอันนี้ก็ดี มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ซื้อเอาไว้เยอะ แล้วก็จะแจกไปทุกๆ ชุมชนที่มีความเสี่ยง ผมต้องการให้กับคนที่เขาอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงนั้น เขายังไม่ติดเชื้อ เขากินขิงผงได้ และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันได้ เพราะฉะนั้นแล้ว นอกจากตัว ฟทจ. ที่ส่งให้แล้ว ยังจะมีขิงผงตามไปให้ด้วย

ท่านผู้ชมครับ ขิงผงอย่างน้อยที่สุดก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้ทานน้ำอะไรเลยทั้งสิ้น แน่นอนคงจะสู้ขิงที่ต้มสดๆ ไม่ได้ แต่ว่าประสิทธิภาพไม่ได้ต่างอะไรกันมาก


ท่านผู้ชมครับ เราได้ทำการระดมแจก ฟทจ. ผ่านมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน อัปเดตล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม 2564 คือวันนี้ เราได้จัดส่งฟ้าทะลายโจร ใน 2 สัปดาห์ ส่งไปแล้วสองหมื่นกว่ากระปุก เยอะที่สุดในประเทศไทย แล้วก็อย่างที่ผมบอกว่าเราก็จะแจกขิงผงต่อ เราจัดส่งไปแล้วตามสถานที่ เช่น วัดถ้ำกระบอก สระบุรี โรงงานย่านพระราม 2 ทางภาคใต้เราส่งไปที่ ต.ทุ่งลาน ต.คูเต่า อ.จะนะ โรงพยาบาลสนามสนามกีฬาติณสูลานนท์ จ.สงขลา โรงพยาบาลจังหวัดน่าน ซอยเพชรเกษม 1 กรุงเทพฯ ชุมชนคลองเตย กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีการดำเนินการโดยอาจารย์ปานเทพ ลงพื้นที่พร้อม ฟทจ. 2 คลัสเตอร์ใหญ่ในกรุงเทพฯ คือบ่ายวันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม ลงพื้นที่ย่านชุมชนประดิพัทธ์ 15 ชุมชนถนนกำแพงเพชร ราชบพิธ กว่า 2,000 คน ไปพร้อมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ซึ่งเป็นผู้บริจาคเงิน 1 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิ


20 กรกฎาคม 2564 ลงพื้นที่วัดสะพาน ชุมชนคลองเตย กทม. เอา ฟทจ. ไปแจกจ่ายผู้ติดเชื้อและกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงในชุมชน จำนวน 700 กระปุก

ท่านผู้ชมครับ ทั้งหมดนี้ผมมีรูปภาพเอามาให้ท่านผู้ชมได้ดูกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ท่านผู้ชมครับ เรายังมี ฟทจ. ที่เข้ามาอีก และเราก็มีรายชื่อของคนที่ขอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง เราแยกออกมาเรียบร้อยแล้ว ในกลุ่มเสี่ยงเราจะรีบส่งไปให้ทันทีเลย แล้วเมื่อส่งไปแล้ว เมื่อมีเวลาว่างเราจะส่งให้รายบุคคลที่ติดเชื้ออยู่ที่บ้าน แล้วขอมา เราจะพยายามทำให้ทุกท่านได้ ท่านผู้ชมครับ ไม่ต้องเสียเงินเลยแม้แต่บาทเดียว นี่คืองานที่เราต้องทำ

ล่าสุด ท่านผู้ชมครับ เรากำลังจะทำเรื่องบางเรื่องที่ คือเนื่องจากว่ามีคนติดคลัสเตอร์ที่คลองเตย แถวๆ วัดสะพาน เยอะมาก ปรากฏว่าคลัสเตอร์คลองเตยตอนนี้ติดกันหมดแล้ว เขาบอกว่าซอยบางซอย จากปากซอย ถึงท้ายซอย คนติดเชื้อทั้งหมดเลย ท่านผู้ชมครับ ผมเคยพูดเรื่องนี้ ท่านผู้ชมจำได้ไหม ในรายการตอนที่ 84 วันที่ 7 เดือนพฤษภาคม 2564 ผมพูดว่าอะไร ? ผมพูดบอกว่า ให้ปิดชุมชนคลองเตยทั้งหมด ปิดเลยครับ ไม่ให้เข้า ไม่ให้ออก แล้วก็ระดมฉีดวัคซีนให้กับคนที่อยู่นอกชุมชนที่ยังไม่ได้ติดเชื้อ แล้วก็ทุ่มทุกอย่างเพื่อรักษาคน ไม่ให้ไปไหนเลย เพราะชุมชนคลองเตยเป็นชุมชนที่คนต้องออกไปทำมาหากินทุกวัน ไปทำงานเป็นแม่บ้านที่โน่นที่นี่ ท่านผู้ชมไปฟังได้ และผมพูดเลยนะครับ ผมเตือนท่านนายกฯ ไปว่า ถ้าไม่ทำแบบนี้มันจะเป็นการลงเหวและเป็นหายนะ สองเดือนกว่าเองที่ผมพูด วันนี้หายนะจริงๆ เลย ผมไม่อยากจะพูดว่าผมทำนายได้แม่น เพราะว่าผมไม่อยากแม่นแบบนี้ ผมอยากให้ผมผิด ผมผิดแล้วก็ไม่มีปัญหาเกิดขึ้น ประชาชนอยู่อย่างสุขสบาย ให้ด่าผม ทำนายแล้วไม่ถูกต้อง ผมยินดี ผมทายถูก แต่ผมเศร้าใจ

ผมยังจำได้เลย คำพูดที่ผมพูดมา ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ท่านให้สัมภาษณ์อย่างเท่เลยนะ ไม่ต้องปิด 14 วัน จบแน่นอน วันนี้ท่านหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ คนตายบนถนน กรุงเทพมหานครก็ไม่ยอมเก็บศพเขา ทั้งที่เป็นเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ท่านผู้ชมครับ รู้จักคน รู้จักหน้า ไม่รู้จักใจ


ผมก็เลยคิดมาอย่างนี้ เพราะว่าผมรู้จักคุณลุง คุณป้า หลายคนที่อยู่กำแพงแสน เขาเป็นคนที่ปลูก ฟทจ. เป็นไร่ๆ เลย แถวนั้นเป็นแหล่ง ฟทจ. แต่ว่าเป็นแหล่งพืช ฟทจ. นะครับ ไม่ใช่ยา คุณลุง คุณป้า บางคนบอกว่าท่านเอาต้น ฟทจ. ต้นสดเลยนะ เอามาต้มน้ำกิน ต้มเสร็จเรียบร้อยแล้วกินวันละ 2 เป๊ก เป๊กเหล้า เช้า 1 เป๊ก เย็น 1 เป๊ก แต่ห้ามกินมากกว่านั้น ถ้ากินไป 4-5 อึกแล้วมันจะร้อนหมดเลย แล้วมันจะหวิวๆ แต่แค่ 2 เป๊ก ลุงยืนยันเลยว่าไม่เคยเป็นอะไร


ผมก็เลยปรึกษาอาจารย์ปานเทพ ว่า ในขณะนี้สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดคือป้องกันการติดเชื้อ และรักษาคนติดเชื้อ ในขณะที่เราไม่รู้จำนวนคน มันเยอะเหลือเกิน ผมก็เลยตัดสินใจใช้เงินมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินไปซื้อต้นสดมา จำนวน 200 กิโลกรัมต่ออาทิตย์ เดือนละ 800 กิโลกรัม แล้วผมจะเอาต้นสดพวกนี้ให้คนไปตามชุมชน แล้วให้เขาต้มแล้วก็ทานแบบที่ลุงกับป้าเขาทาน ผมเชื่อว่าได้ผล เพราะลุงกับป้ายืนยันว่าเขาไม่เคยเป็นหวัดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วคนแถวกำแพงแสน ที่ปลูก ฟทจ. ไม่มีใครติดเชื้อ ไม่มีเลยสักคน เพราะอะไร ? เพระาเขาปลูก ฟทจ. แล้วเขาก็กินใบ ฟทจ. ไม่ติดเชื้อ


เพราะฉะนั้นแล้ว แคมป์คนงานเราก็จะส่งไปให้ ท่าเรือคลองเตย คนต้องไปทำงานทุกวัน ก็จะส่งไปให้ คือทำเหมือนเป็นน้ำดื่มสาธารณะ หัวหน้าชุมชนเอาหม้อใหญ่ๆ มาเลย แล้วก็ต้ม กิน กำหนดเลย กินคนละ 1 เป๊ก เช้ากับเย็น ถ้าหมดเมื่อไร ก็เอาต้นสดที่ผมส่งให้ ต้มต่อ นี่คือการที่จะทำแบบนี้ได้

ส่วนต่างจังหวัด ก็คงจะใช้ ฟทจ. ส่งไปเป็นเม็ด เพราะเราคงไม่สามารถจะส่งต้นสดไปได้ เพราะเดี๋ยวมันจะแห้ง จะไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล นั่นคือสิ่งที่เป็นขั้นต่อไปที่เราจะทำ ประมาณพรุ่งนี้ วันเสาร์ จะมีคนขนต้นสดไปให้หลวงพ่อที่วัดสะพานก่อน ให้ท่านเป็นศูนย์ก่อน หลังจากนั้นแล้วทุกคลัสเตอร์ในกรุงเทพฯ ที่มีที่ต่างๆ ที่เขาบอกว่าคลัสเตอร์นี้คนติดเยอะที่สุด เอาล่ะ ไปล่ะ เสร็จเรียบร้อยแล้วเราจะตามอัดด้วยยาเม็ด ผงหยาบ ฟทจ. ไม่ใช่สารสกัดนะครับ นี่คืองานที่เราทำมาตลอดเวลา ไม่ได้หยุดเลย ทุกอย่าง เพื่อประชาชนคนไทย ไม่ได้เพื่อใครทั้งสิ้น แล้วทำด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องการแสง ไม่ต้องการชื่อเสียงที่โด่งดัง ไม่ต้องการมาถ่ายรูปลง ยืนอยู่ข้างๆ กล่อง ฟทจ. แล้วคุณสนธิ อาจารย์ปานเทพ มายืนแล้วยิ้ม ไม่ใช่ ไม่ต้องการ ต้องการอย่างเดียว ให้พี่น้องประชาชนได้รอดพ้นจากภัยของโรคระบาดครั้งนี้


วันนี้ผมขอจบรายการด้วยการพูดถึงคุณณวัฒน์ อิสระไกรศีล ผมเชื่อว่าคุณณวัฒน์ คงจะฟังสิ่งที่ผมพูดอยู่อย่างแน่นอนที่สุด ประการแรก ผมฟังเรื่องราวและทั้งคนส่งข้อความมาให้ผม ผมรู้ว่าคุณณวัฒน์ พูดถึงผม สื่อสีเหลือง ประการแรก ก่อนที่ผมจะพูดต่อไป ผมขอเรียนคุณณวัฒน์ ให้ทราบนิดหนึ่ง คุณณวัฒน์ ต้องมีความกล้าหาญพอสมควร อย่าทำตัวให้เลื่อนลอยหรือว่าไม่กล้าพูด เอ่ยชื่อไปเลยครับ ผมชื่อ สนธิ ลิ้มทองกุล เกิดมาชื่อสนธิ และตายชื่อสนธิ จะมีวิกฤตผมก็ไม่เคยวิ่งหนี ผมรู้ดีว่าคุณออกมาฟาดงวงฟาดงากับทุกๆ คนไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณเคียดแค้นตัวผมและเครือหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ถึงขนาดที่คุณส่งเสริมให้แฟนคลับของคุณลงมาถล่ม ซึ่งผิดปกติมาก ผมไม่เคยพูดให้แฟนคลับของผมคนไหน หรือคนที่ชอบผม เอาไปถล่มใคร

คุณณวัฒน์ คุณทำใจให้เป็นกลางนิดหนึ่ง คุณสูดหายใจลึกๆ ผมรู้ว่าคุณยังต้องใช้ออกซิเจนอยู่ คุณหลับตานิ่งๆ แล้วคุณฟังผมพูดดีๆ ครั้งแรกสุดที่ผมพูดกับคุณ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 เหตุผลเพราะว่าคุณไปโพสต์ในเฟซบุ๊กคุณว่า วัคซีนเซินเจิ้น คุณบอกคุณไม่ฉีดหรอก วัคซีนเซินเจิ้น วันนั้นผมเพียงแต่ต้องการที่จะให้ปัญญาคุณเพิ่มเติม ว่าการที่คุณพูดว่าวัคซีนเซินเจิ้นนั้น ไม่ถูกต้อง คุณกำลังจะสะท้อนให้เห็นว่าเซินเจิ้นคือความล้าหลังของประเทศจีน ซึ่งมันตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริงเลย เซินเจิ้นทันสมัย ถ้าติดอันดับเมืองที่ทันสมัยที่สุด 1 ใน 5 เมืองในโลกนี้


เซินเจิ้นอยู่ใน 1 ใน 5 ผมพยายามแนะนำคุณไปอย่างนั้น แล้วเรื่องที่ผมพูด ที่ผมชี้แจงเรื่องวัคซีนเซินเจิ้นว่าคุณเข้าใจผิดนั้น คุณรู้หรือเปล่าว่าในสื่อประเทศจีนเขาเอาคลิปนี้ทำ subtitle ภาษาจีน คนที่ดูคลิปที่ผมบอกว่าคุณพูดผิดในเรื่องวัคซีนเซินเจิ้น มีเป็นร้อยล้านคน ผมไม่อยากจะเล่าให้คุณฟังว่าคอมเมนต์ ความเห็นใน Weibo ออกมามหาศาล ผมก็ไม่อยากจะเล่าให้คุณฟังว่าเขาก็ถล่มคุณเละเทะเหมือนกัน แต่ผมไม่ได้เกี่ยวนะ ผมไม่ได้เป็นคนทำเรื่องนี้


หลังจากนั้นแล้วคุณก็ทนไม่ไหว คุณก็ตอบโต้ผม แต่สิ่งที่คุณตอบโต้ผม คุณไม่ได้ตอบโต้ในสาระที่ผมพูด คุณก็บอกว่าผมเป็นตัวการป่วนบ้านป่วนเมือง ผมเป็นคนที่ยึดสนามบิน เดินขบวน ยึดทำเนียบ โน่นนี่นั่น ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่ผมบอกคุณณวัฒน์ ว่าคุณเข้าใจผิดเรื่องวัคซีนเซินเจิ้น คุณกำลังเล่นเรื่องส่วนตัวของผม ซึ่งผมไม่ได้สนใจหรอก เพราะผมเดินขบวนและผมปิดถนน มันไม่ได้ต่างกว่าม็อบสามนิ้วที่คุณสนับสนุนอยู่ มันก็ปิดถนนเหมือนกัน แต่วัตถุประสงค์ของผมต้องการเรียกร้องความถูกต้องให้กับสังคมไทย แต่ม็อบสามนิ้วที่คุณหนุน สนับสนุนอยู่ ต้องการที่จะล้มล้างสถาบันกษัตริย์ ผมก็เลยมีคำถามลึกๆ ในใจว่าจริงๆ แล้วที่คุณสนับสนุนม็อบสามนิ้ว ก็เพราะว่าคุณต้องการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ด้วยหรือเปล่า คุณณวัฒน์ คุณตอบมาตรงๆ เรื่องก็จบไป

แต่เผอิญ พรรคพวกผมในเครือข่าย คุณนพรัฐ พรวนสุข เขาก็ทำคลิปสั้นๆ ขึ้นมา เรื่องคุณหิวแสง


คุณก็โกรธ ซึ่งผมไม่ได้สนใจคุณไปแล้ว จนกระทั่ง ผมว่าคุณแต๋วแตกตอนไหนรู้ไหม ? แตกตอนที่ว่าเรื่องที่คุณติดโรคระบาดนี้ แล้วทำให้คนที่อยู่ในรายการมิสแกรนด์ของคุณ ที่สมุทรสาคร และที่ RCA ติดกันสิบกว่าคน เกือบยี่สิบคน ผมก็เป็นคนพูด เพราะผมเป็นนักวิเคราะห์ข่าว ผมให้ปัญญาคน ผมไม่ได้เป็นนักด่าคนเหมือนที่คุณด่าอยู่ทุกวันนี้ ผมพูดออกไป ผมเพียงแต่เสนอว่า ด้วยตรรกะ ถามดู ท่านผู้ชมทั่วประเทศไทย ผมบอกว่าในภาวการณ์โรคระบาดอย่างนี้ ควรหรือไม่ควรที่เราจะยุติรายการอย่างเช่นการประกวดนางงาม และผมไม่ได้พูดเฉพาะมิสแกรนด์ของคุณ ผมพูดถึงนางสาวไทย ผมพูดถึงมิสยูนิเวิร์ส เท่านั้นเอง


พอคุณฟื้น รู้สึกตัวขึ้นมา คุณถล่ม ออกมาด่าผมเละเทะ เพียงแต่คุณขี้ขลาดตาขาว ไม่กล้าเอ่ยชื่อผม เพราะคุณรู้ว่าในคำพูดที่คุณด่าผมนั้น ถ้าคุณเอ่ยชื่อผม คุณเป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาทแน่นอน คุณก็เลยไม่กล้าพูด แต่ผมกล้าพูด ถ้าคุณพบคำพูดใดของผมหมิ่นประมาทคุณ คุณฟ้องผมได้เลย คุณณวัฒน์ คุณฟ้องได้เลย ผมมั่นใจ ผมชนะคดีคุณ ทุกคดี เพราะผมไม่ได้หมิ่นประมาทคุณ

จู่ๆ คุณก็มาจากไหนของคุณก็ไม่รู้ คุณก็ต้องการบอกว่า ตอนนี้คุณต้องการณวัฒน์ เพื่อประเทศไทย และทำงานเพื่อประเทศไทย คุณบอกว่าคุณผ่านการตายมาแล้ว คุณรู้สึกว่าคุณเป็นคนใหม่แล้ว คุณต้องการที่จะทำทุกอย่างเพื่อชาติบ้านเมือง แล้วคุณก็เล่นงานต่อ คุณบอกทันทีเลยว่า ซีพีเหรอ เอามา 100 ล้านบาท มาให้ผม ให้คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ส่งเงินมา เข้าโครงการของผมเองชื่อ ณวัฒน์ เพื่อคนไทย แล้วคุณก็บอก ผมจะแยกโครงการทำเป็นโครงการส่วนตัวนะครับ ไม่อยากให้ไปยุ่งกับบริษัท เพราะฉะนั้นถ้าทุกคนเห็นว่าสนับสนุนกันก็สามารถร่วมบริจาคได้นะครับ เราทำงานร่วมกันที่ออฟฟิศ น้องแอดมินปักเลขที่บัญชี ก็คือว่าเอาเข้าบัญชีส่วนตัว แต่ปรากฏว่า คุณก็ไปว่าเขา คุณบอกว่ายังมีอีกหลายอย่างที่อยากจะทำ ไม่ให้คนไทยต้องถูกเอาเปรียบ บัญชีนนี้เป็นบัญชีของผมคนเดียว ผมรับผิดชอบ ฟังวันนี้แล้วเก็บไว้เป็นหลักฐาน ผมรับผิดชอบ ผมขอให้ทุกคนช่วยแชร์ไลฟ์นี้ ผมอยากจะให้เซเว่น-อีเลฟเว่น หรือเจ้าสัวซีพี ผู้กินรวบประเทศ บริจาคให้ผม 100 ล้านบาท ลงบัญชีนี้ให้เร็วที่สุดครับ ขอ 100 ล้านบาท เพราะคุณก็รวยจากคนไทย และคุณก็สนับสนุนรัฐบาลไทย คุณก็ได้สัมปทานเยอะ ผมจะเอาไปทั้งหมดเป็นสะพานต่อ ผมขอเรียกร้องผ่านไลฟ์ ขอให้เซเว่น-อีเลฟเว่น ช่วยบริจาคเงินให้ผม 100 ล้าน ผมจะมาทวงเรื่อยๆ เพราะเงินแค่นี้น้อยมากสำหรับสิ่งที่คุณได้จากสังคมไทย


คุณณวัฒน์ ครับ ผมขี้เกียจพูด แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่า ทางบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี เขาก็ออกแถลงการณ์ เขาออกแถลงการณ์ตอบโต้มา บอกว่า จริงๆ แล้วบริษัทฯ ในเครือของเขาบริจาคช่วยสังคมไปแล้วในช่วงโรคระบาดนี้ 1,200 ล้านบาท แจกหน้ากากอนามัยไป 16 ล้านชิ้น อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ให้โรงพยาบาลกว่า 2,000 แห่ง ทันทีเลย คุณก็สวนกลับเขาทันที ผมขี้เกียจอ่านแล้วเรื่องที่คุณพูด เอาล่ะ คุณพูดบอกว่า ซีพี หากินบนแผ่นดินไทยเพื่อต่อระดับผู้ปกครองและยังพาประเทศนิ่งเฉยลงเหวโดยที่คุณกำไรเพิ่มขึ้นอีกเป็นแสนล้านต่อปี 100 ล้านบาท เงินสดยิ่งกว่าขี้เล็บ ซีพีไหวไหม เวรกรรมกำลังตามมาทัน

คุณณวัฒน์ ครับ ผมไม่รู้อะไรสิงตัวคุณ ผมไม่รู้จริงๆ คุณคิดว่าจู่ๆ คุณประกาศมา แล้วคุณไปบอกเขาว่าคุณต้องให้ผม 100 ล้านบาท เพราะคุณเอาเปรียบประเทศไทยมานานแล้ว แล้วคุณก็มีตำหนิของพวกกลุ่มไทยเบฟฯ คุณเจริญ เจ้าของเบียร์ช้าง เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ คุณด่าเบียร์สิงห์ คุณตำหนิเบียร์สิงห์ คำถามคือ ทำไมคุณไม่เรียกให้เขาจ่ายคุณอีกคนละ 100 ล้านบาท ล่ะ ทำไมต้องเจาะจงเฉพาะซีพี


เสร็จแล้วคุณก็ยังออกมาต่อเรื่อง ด่ากราดช่อง 3 ว่าขอลาออก นอกจากนั้นแล้ว คุณก็ด่ารัฐบาลเสียๆ หายๆ จนกระทั่ง คุณณวัฒน์ ครับ ผมกำลังสงสัย ผมสงสัยจริงๆ นะ ผมรู้ว่าคุณรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปิยะเวท ผมอยากจะถามหมอว่า หมอให้ยาอะไรคุณ คุณถึงเป็นอย่างนี้ได้

ท่านผู้ชมครับ คุณณวัฒน์ ครับ คุณนี่ไม่ได้คำนึงเลย ผมจะบอกให้รู้ว่าปัญหาของคุณอยู่ที่ไหน คุณรู้ไหม เรื่องของคุณ ผมจะเตือนคุณนิด ที่คุณบอกให้ประชาชนไปบอยคอตสินค้าซีพี เซเว่น-อีเลฟเว่น หลังจากที่คุณไปเรียกเขา 100 ล้านบาท แล้วเขาตอบโต้คุณมาว่าเขาบริจาคไปแล้วพันกว่าล้าน แล้วเขาเงียบไป คุณก็ไปยุยงให้แฟนเพจคุณบอยคอต คุณณวัฒน์ ผมไม่รู้ว่าคุณเรียนกฎหมายหรือเปล่า คุณผิดมาตราข่มขู่เพื่อกรรโชกทรัพย์ มาตรา 337 และ 337 การกระทำของคุณทุกข้อเข้าองค์ประกอบการกรรโชกทรัพย์ แต่คุณก็บอกว่าคุณไม่ได้กรรโชกทรัพย์ แต่ขึ้นศาลเมื่อไร องค์ประกอบนี้คือการกรรโชกทรัพย์ครับ คุณณวัฒน์ คุณต้องเข้าใจตรงนี้สักนิด ถึงคุณจะบอกว่าคุณไม่ได้กรรโชกทรัพย์ แต่การกระทำมันชี้ชัด

คุณโกรธที่คุณถูกตำหนิติเตียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอลัมน์ ข่าวปนคน คนปนข่าว ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เขาตั้งฉายาคุณว่า คุณเป็นคนหิวแสง คุณบอกว่า "ไอ้สื่อเฮงซวยสื่อหนึ่ง ไม่อยากจะพูดชื่อ ไอ้สื่อที่มันเริ่มไปเป็นเสื้อเหลืองน่ะ สื่ออะไร พิมพ์มา ใครรู้ พิมพ์มา วันนี้มันพาดหัวว่า ณวัฒน์ หิวแสง ทำเป็นโชว์ตัดขาดช่อง 3 ชอบเขียนนะ กูอุตส่าห์ คำว่ากูนี่ มีให้เฉพาะมึงเลย กูอุตส่าห์ไม่มองมึงมานาน กูคิดว่ามึงคือเริ่มต้นตำนานเสื้อเหลือง ใครอยากปิดถนน ปิดทำเนียบ ปิดสนามบิน กูนึกว่ากูจะมองผ่าน ทุกคน เพจนี้ชื่อว่าเพจอะไร พิมพ์ ผมจะไม่พูดชื่อนั้น แต่ถ้าคุณจะเสิร์ชหา ใช้คำว่าวันนี้ลง ณวัฒน์หิวแสง ทำเป็นโชว์ แล้วมันชอบเขียนแนวนี้ตลอด ทุกคนไปจัดการกับมัน ได้ ไม่ได้ พิมพ์มา ได้ไหม 44,000 คน ไปจัดการกับเพจนี้ เพจอะไร พิมพ์เลยฮะ ทุกคนพิมพ์ เพจชื่อว่าอะไร พิมพ์นี่คือเพจเริ่มต้น เสียงสั่นเลยนะครับในการไลฟ์ จัดการเลยอีเพจออนไลน์เพจนี้ อีเพจนรก อีเพจนรก อีเพจเริ่มต้นของความฉิบหาย อีเพจทำลายความสุขของประชาชน ไปจัดการมัน ได้/ไม่ได้ ได้/ไม่ได้ ได้มั้ย ได้/ไม่ได้ พิมพ์ให้หน่อย พิมพ์มาเลย ไปจัดการ ผมสั่ง" โอ้โห คุณณวัฒน์ สรุปแล้ว คนที่มาดูเพจคุณนี่เป็นทาสคุณหรืออย่างไร คุณสั่งเขาไปทำ "ได้/ไม่ได้ ผมสั่ง ผมจะไปทำอย่างอื่น ผมฝากทุกคนที่ชมอยู่ เสร็จแล้วไปจัดการกับมัน ไปจัดการกับมัน" คุณเป็นหัวหน้ามาเฟียหรืออย่างไร คุณณวัฒน์


คุณพูดต่อ "แล้วกูขอเตือนมึงครั้งสุดท้าย เลิกพูดถึงผม นี่คือการเตือนครั้งเดียว เลิกพูดถึงผม ของเก่าก็เขียนอยู่ ผมเก็บข้อมูลแล้ว สิ่งที่สำคัญ ทุกคนรับปากผมได้ไหม 44,000 คน เดี๋ยวเสร็จแล้วจัดการเพจนี้ให้ผมหน่อย พวกเรามีสมอง เราอย่าพูดว่าเราทำอย่างไร เดี๋ยวไอ้พวกไม่มีสมองเดี๋ยวมันรู้ทัน จัดการ คุณเข้าใจคำว่าจัดการใช่ไหม ถ้าเข้าใจ กดหัวใจรัวๆ ผมต้องการหัวใจ กดหัวใจรัวๆ ช่วยผมด้วยเรื่องนี้ เพราะมันง่ายมากสำหรับพวกคุณ"

คุณณวัฒน์ นี่ผมพูดกับคุณตรงๆ นะ ผมไม่ได้โกรธคุณหรอก คุณณวัฒน์ ไม่ได้โกรธหรอก ให้ตาย คุณมันเด็กรุ่นหลังผมมาก แต่ผมจะบอกเรื่องบางเรื่องให้คุณรู้ คุณต้องทำใจ ข้อแรก ทำไมคุณไม่เงียบๆ แล้วรักษาตัวคุณให้หายเสียก่อน เวลาคุณไลฟ์สด ฝาครอบออกซิเจนคุณจะหลุดตลอดเวลา คุณต้องหยิบแล้วดึงๆ เหมือนคนบ้า คุณอาจจะไม่ได้บ้า แต่บางครั้งคุณณวัฒน์ คุณต้องละลดความอายบ้าง ระหว่างคุณอยู่โรงพยาบาล คุณติดต่อโรงพยาบาลปิยะเวท ดูว่ามีหมอจิตแพทย์ไหม คุณควรจะปรึกษาเขานิดหนึ่งนะ ว่าคุณมีอาการคั่งแค้น ระงับอารมณ์ไม่ได้ แล้วคุณก็ผรุสวาทออกมาด้วยคำพูดที่คนนึกไม่ถึงเลยว่าคนอย่างคุณจะพูดอย่างนี้ได้

คุณณวัฒน์ ปัญหาใหญ่ของคุณ คุณเป็นคนที่หลงตัวเอง ถ้าคุณไม่หลงตัวเอง คุณไม่มาถึงวันนี้หรอก และวันนี้ คุณณวัฒน์ ผมหวังว่าเมื่อคุณหายแล้ว ผมภาวนาให้คุณหายเร็วๆ ขอให้คุณหายเร็วๆ ไม่เหมือนคุณหรอกที่มาแช่งคนบางคนให้เขาตาย ขอให้คุณหายเร็วๆ และคุณสงบสติอารมณ์ คุณไปพิจารณาหน่อยว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณ เกิดจากอะไร เกิดเพราะคุณคิดว่าคุณเป็นศูนย์กลางจักรวาล คุณณวัฒน์ ครับ ผมไม่อยากจะพูดนานเกินไป แต่ผมจะพูดครั้งนี้ครั้งสุดท้าย และผมจะไม่พูดถึงคุณอีกแล้ว คุณไม่ต้องห่วงหรอกครับ คุณด่าผมมาได้เลย เพราะผมมีคนที่เขาพร้อมที่จะสวนกลับคุณเยอะมาก คนติดตามของผม 3 ล้านกว่าคน ตอนนี้ รวมยูทูป 4 ล้านคน คุณเชิญด่าผมได้ตามสบาย ไม่ว่าอะไรทั้งสิ้น ไม่ว่าเลย แต่ผมนี่ ... คุณเชื่อหรือเปล่า เมื่อเช้านี้ ผมเป็นคนที่สวดมนต์ไหว้พระทุกเช้า สวดมนต์ไหว้พระจบ ผมนั่งสมาธิ 50 นาที เมื่อเช้า คุณณวัฒน์ ผมสวดมนต์ไหว้พระจบ นั่งสมาธิ 50 นาที ผมกรวดน้ำผมยังกรวดให้คุณเลย แผ่เมตตาให้คุณ ขอให้คุณหายเร็วๆ ผมปรารถนาดีต่อคุณ แต่คุณจะเชื่อในความปรารถนาดีของผมหรือไม่ ผมไม่รู้ ถ้าคุณเลิกหลงตัวคุณเอง พระพุทธเจ้าบอกว่าคนที่มีอัตตา เป็นคนมีกรรม เหมือนกับกรรมเก่ากำลังตามมา เพราะความมีอัตตา คือความพินาศฉิบหายของคนๆ หนึ่ง


คุณณวัฒน์ ครับ คุณทะเลาะกับเขาไปหมด คุณทะเลาะกับไตรภพ ลิมปพัทธ์ คนในวงการแวดวงบันเทิง ผู้สื่อข่าวบันเทิงของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เขาคุยกันมาหมดแล้ว เขาบอกว่าทุกคนเขากลัวคุณ เขาเอือมคุณ วันนี้คุณทะเลาะกับช่อง 3 ก่อนหน้านั้นคุณทะเลาะกับช่อง 7 แล้วมิสแกรนด์ของคุณ ถ้าคุณไม่สามารถที่จะถ่ายทอดสดในวันประกวดใหญ่ทางโทรทัศน์ได้ คุณจะทำมาหารับประทานได้อย่างไร คุณนี่กลับไปขายน้ำพริกของคุณ กลับไปขายครีมล้างหน้าของคุณจะดีกว่า ผมไม่มีอะไรจะพูดอีกต่อไป ผมเกรงว่าถ้าผมพูดมากไป เดี๋ยวคุณเกิดช็อกขึ้นมา ก็คุณพูดที หน้าแดงก่ำ ความดันคุณก็สูง คุณณวัฒน์ ระวังเส้นโลหิตในสมองแตกนะ


คุณณวัฒน์ ครับ ก่อนผมจะจบเรื่องนี้ ผมจะเล่าเรื่องบางเรื่องให้คุณฟัง สมัยผมเด็กๆ ประมาณสัก 8-9 ขวบ คุณพ่อของผมพาเดินไปตามร้านต่างๆ ผมจำได้ว่าพ่อพาไปเดินแถวสำเพ็ง เข้าไปร้านโน้น ไปซื้อขนม ซื้อโน่นซื้อนี่ ผมก็เป็นคนถามพ่อ นี่เขาติดราคาขายหมดเลยนะ ทุกอย่าง ทำไมเขาต้องติด อ๋อ ตอนนั้นเป็นคำสั่งรัฐบาล สินค้าทุกชนิดต้องติดราคาขาย แล้วผมไปเห็นของชิ้นหนึ่ง ผมก็บอก พ่อๆๆ ทำไมอันนี้เขาไม่ติดราคาล่ะ เขาทำผิดกฎหมาย พ่อก็ถามอาเฮีย เฮีย ทำไมถึงไม่ติดราคา เฮียเขาบอกว่าอย่างไรรู้ไหม คุณณวัฒน์ เขาบอกว่า ของนี้ไม่มีราคาเลย มันเป็นของที่ไม่มีราคา ไม่มีค่า ผมมีปริศนาธรรมนี้ทิ้งไว้ให้คุณณวัฒน์ วิสัชนาเอาเอง ขอให้คุณหายเร็วๆ และเมื่อหายแล้ว ไปหาจิตแพทย์เสียหน่อย เพราะฉะนั้นแล้ว ผมไม่มีอะไรจะพูดแล้ว คุณณวัฒน์ คุณกับผมจบกันเพียงรายการนี้ แต่ถ้าคุณสวนกลับมาเล่นงานผม ก็เชิญตามสบาย แต่คุณอย่าเป็นคนขี้ขลาดตาขาว เอ่ยชื่อผมหน่อยสิ นี่ผมเอ่ยชื่อคุณแล้วนะ ผมจะได้จับว่าอะไรที่คุณหมิ่นประมาทผม ผมจะฟ้องคุณ แล้วคุณเชื่อผมอย่าง สาวกคุณที่อยากจะมาลงทัวร์ผม ลงมาได้เลย ผมฟ้องคนขึ้นศาล 20-30 คนไปแล้ว ผมจะเอาให้เข็ด ถึงวันนั้นแล้ว คุณณวัฒน์ คุณคอยประกันตัวคนที่คุณให้มาลงทัวร์ผมก็แล้วกัน แต่คนในที่นี้ เครือผู้จัดการ เขาหัวเราะ เขาบอกว่าเขาพร้อมเสมอ คุณณวัฒน์ มาเมื่อไรก็เมื่อนั้น ไม่หนีหรอกครับ

ท่านผู้ชมครับ วันนี้ก็เป็นรายการที่ค่อนข้างจะดุเดือดเผ็ดมันพอสมควร เอาไว้อาทิตย์หน้าเราค่อยมาเจอกันใหม่ สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...