xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : วัคซีนปั่นหุ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 16 ก.ค.64 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยสัปดาห์นี้ได้พูดหลายเรื่อง เริ่มจากเมดเลย์ข่าว ไล่ไปตั้งแต่ กระทรวง อว.เสนอร่าง พ.ร.บ.กิจการอวกาศ จะพาคนไทยไปดวงจันทร์ ทั้งที่ตอนนี้คนกรุงเทพฯ เดินทางไปต่างจังหวัดก็ยังทำไม่ได้, ข่าวการห้ามส่งออกวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, แก๊งหิวแสงแอบอ้างว่าตัวเองเป็นคนดีลวัคซีนไฟเซอร์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สร้างภาพว่าตัวเองเป็นช่าง, การประกวดมิสแกนด์ของ ณวัฒน์ อิสระไกรศีล ที่กลายเป็นคลัสเตอร์แพร่เชื้อโควิด

ส่วนเรื่องที่ 2 คือเรื่องความหวังกับวัคซีน ที่เจ็บแต่ไม่จบ เรื่องที่ 3 คือ นำเดี่ยวตายหมู่ Single Command และเรื่องที่สี่ ทำไมวัคซีนทางเลือกจึงเป็นขุมทรัพย์ของโรงพยาบาลเอกชน และกลายเป็นวัคซีนปั่นหุ้น เรื่องที่ 5 ระบบการตรวจเชิงรุก มาตรการที่ล้มเหลว และเรื่องที่ 6 คือการแจก "ฟทจ." ที่มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้แจกไปแล้ว สัปดาห์ที่ผ่านมา 11,000 กว่าขวด 



คำต่อคำ SONDHI TALK [16 ก.ค. 64] : วัคซีนปั่นหุ้น

ช่องทางการรับชมรับฟัง "คุยทุกเรื่องกับสนธิ"หรือ SONDHI TALK
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : คุยทุกเรื่องกับสนธิ
YouTube : Sondhitalk
เว็บไซต์ : www.sondhitalk.com
Podcast หรือ podbean : SONDHI TALK


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 วันนี้เรากลับมาไลฟ์ได้ปกติทั้งสองช่องทาง ทั้งเฟซบุ๊ก "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" และยูทูป "SONDHI TALK" เมื่อวันศุกร์ที่แล้วแฟนๆ ถามหากันเยอะว่าทำไมไม่ได้ไลฟ์ทางยูทูป เพราะเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ทางยูทูป รายการเราโดน strike ลบออกไป

วันนี้เรามีข่าวหลายข่าวที่จะเอามาให้ผู้ชมรับทราบ เราจะเริ่มประเดิมด้วยเมดเลย์ข่าวของเรา หลายเรื่อง มีเรื่องของโครงการอวกาศของ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ แล้วเรามีเรื่องของการลดค่าเทอม เรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ เสนอว่าไม่ให้ส่งออกวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ที่สยามไบโอไซเอนซ์เป็นคนทำ ผมมีข้อคิดเห็นหลายอย่าง ตั้งใจฟังให้ดีๆ นะครับ

แล้วยังมีเรื่องของวัคซีนไฟเซอร์ของอเมริกา กับแก๊งหิวแสง เรื่องคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ท่านสร้างภาพจนกระทั่งท่านลืมไปว่าสิ่งที่ท่านทำไปนั้นมันตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริง แล้วก็เรื่องการประกวดมิสแกรนด์ ของคุณณวัฒน์

เรื่องใหญ่เรื่องที่สองคือเรื่อง ความหวังกับวัคซีน ที่ผมกำลังบอกว่า เจ็บแต่ไม่จบ เรื่องที่สามคือเรื่อง นำเดี่ยว ตายหมู่ Single Command และเรื่องที่สี่ ทำไมวัคซีนทางเลือกจึงเป็นขุมทรัพย์ของโรงพยาบาลเอกชน เรื่องที่ห้า ระบบการตรวจเชิงรุก มาตรการที่ล้มเหลว และเรื่องที่หก คือการแจก "ฟทจ." ที่มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้แจกไปแล้ว อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ 11,000 กว่าขวด ไม่เหลือเลยแม้แต่นิดเดียว ท่านผู้ชมครับ เชิญตามผมมา

ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์
เมื่อวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 มีการประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ ก็ไม่มีอะไรมาก แต่ผมสะดุดกับเรื่องๆ หนึ่งที่ผมฟังดูแล้วมันไม่เข้าท่า และมันน่าจะเป็นตลกร้ายของสังคมไทย นั่นก็คือ คณะรัฐมนตรีได้รับข้อเสนอของกระทรวง อว. หรือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งท่าน ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ซึ่งเป็นคนสนิทและเป็นผู้ท้าชิงที่ถูกส่งเข้ามาเป็นรัฐมนตรีจากลุงสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ยื่นเรื่องให้ ครม. พิจารณาและรับทราบในเรื่องของการที่ประเทศไทยจะส่งคนไปอวกาศ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ครม. ก็รับทราบ ท่านก็อธิบายให้อย่างดีเลยว่า โน่นนี่นั่น มันดี เพราะเทคโนโลยีมันเปลี่ยนไปแล้ว เราจะมีการโน่นนี่นั่น ให้การศึกษา ผมฟังแล้วผมก็ไม่ได้นึกอะไร แต่ผมขำ ผมขำกับสติปัญญาของผู้บริหารประเทศ เลยทำให้ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่า พวกเรา ประชาชนคนไทยมาถึงวันนี้ได้อย่างไร มาถึงวันนี้ด้วยผู้บริหารที่โหลยโท่ยแบบนี้

ท่านผู้ชมครับ วันนี้ ท่านกับผมอยู่ในกรุงเทพมหานคร เขาสั่งห้ามเดินทางออกนอกกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัด สั่งห้ามนั่งรถยนต์ข้ามจังหวัด แต่วันนี้ ครม. อนุมัติให้คนไทยศึกษาและเตรียมพร้อมที่จะไปอยู่ในอวกาศ เอาแค่เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปชลบุรี โดยที่ไม่ต้องเจอด่านก็เก่งตายแล้ว นี่จะให้คนไทยไปอวกาศในภาวะการณ์แบบนี้ เขาเรียกว่าไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ไม่รู้ว่าอะไรเดือดร้อน อะไรไม่เดือดร้อน เวลานี้ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ คนตายวันหนึ่งแตะร้อยราย คนตกงาน ไม่มีข้าวจะกิน นั่งต่อคิว นอนบนถนน รอตรวจเชื้อของโรคระบาด ยาวข้ามวันข้ามคืน นอนรอพะงาบๆ หาเตียง หาเครื่องช่วยหายใจ ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมการประชุมคณะรัฐมนตรีทุกวันอังคาร ควรจะเป็นการประชุมของผู้บริหารชาติเพื่อรับทราบ วางแผน แก้ไขสถานการณ์ประเทศ ยังทะลึ่งมีกะจิตกะใจยก พ.ร.บ.อวกาศ มาถกเถียงกันได้อีก พวกคุณนี่ใช้อะไรในจิตใจคิด พวกคุณไม่มีความรู้สึกอะไรเลยหรือ แม้แต่นิดเดียว ผมคิดว่าประชาชนอยากเห็นคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอาจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ที่หยิบยกประเด็นที่ว่า อว. สถาบันการศึกษาระดับสูง หน่วยวิจัยต่างๆ ในสังกัด กำลังทำอะไรเพื่อช่วยประเทศชาติ ประชาชน ให้รอดพ้นจากวิกฤตอย่างไร มากกว่า


ท่านผู้ชมครับ เรามีชุดตรวจแบบ Rapid Test ราคาถูกๆ ที่เห็นวิจัยกันอยู่ จุฬาฯ ก็วิจัย ขาดเงินขาดทอง ทำไมไม่ช่วยเหลือเขา ให้เขาผลิตออกมา ใช้ได้ฟรี หรือจำหน่ายในราคาถูกๆ เมื่อไรล่ะ งานวิจัยของยาสมุนไพร เช่น ฟ้าทะลายโจร ขิง กระชาย ที่มีคุณสมบัติในการช่วยรักษา หรือบรรเทาโรคระบาด อว. ทำอะไรไปบ้าง ไหนล่ะความคืบหน้าของวัคซีนที่คนไทยทำ ไปถึงไหนแล้ว ของนักวิทยาศาสตร์จุฬาฯ ที่เขาทำกัน แล้วขาดเงินขาดทอง ต้องขอให้พี่น้องประชาชนคนไทยลงขันกันคนละ 500 บาท 1,000 บาท อว. ต้องมีหน้าที่ลงไปดูแต่ละจุดพวกนี้ที่มันเกี่ยวกับการช่วยชีวิตคนไทย และเรื่องราวงานวิจัยต่างๆ ก็ในเมื่อคุณคุมระดับอุดมศึกษาทุกมหาวิทยาลัยแล้ว คุณก็ต้องหาทางที่จะให้มีการระดมมันสมอง เอาผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์มา พระจอมเกล้าลาดกระบัง ก็เก่งในเรื่องทางด้านวิศวฯ จุฬาฯ ก็เก่งทางด้านวิทยาศาสตร์ จับสองฝ่ายตั้งคณะกรรมการมาพิจารณา แล้วสร้างอุปกรณ์การแพทย์ทันที ขาดเงินขาดทองเท่าไร ท่านต้องเอาเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ไปคุยกับท่านนายกฯ ท่านนายกฯ มีงบกลางอยู่แล้ว เรื่องนี้สำคัญนะครับท่าน เราใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือน ทำเสร็จได้แน่นอน แต่เราขาดเงินทุนสนับสนุน ให้ท่านนายกฯ ควักงบกลาง แล้วก็อาจจะเสริมต่อท่านนายกฯ ว่า ท่านนายกฯ ครับ เรื่องนี้ไม่ต้องให้ผ่านสภาพัฒน์นะครับ เสียเวลา เดี๋ยวสภาพัฒน์ดึงเรื่องไปดึงเรื่องมาอีก ตามสไตล์สภาพัฒน์ นี่คือหน้าที่ของท่านรัฐมนตรีฯ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ไม่ใช่มัวหมกมุ่นอยู่กับ พ.ร.บ. อวกาศ คุณเอนก คนไทยไปแค่จังหวัดข้างเคียง เดินทางข้ามจังหวัดยังไปไม่ได้เลย นี่พวกคุณจะส่งพวกเราไปอวกาศแล้วหรือ


รวมไปจนถึงเรื่องลดค่าเทอมให้นักเรียน นักศึกษา แทนที่จะให้นายกฯ เป็นคนที่เสนอมา ให้ไปศึกษาพิจารณากันเอง ท่านเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ต้องเสนอเลย เนื่องจากว่าผมดูแลมหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยรัฐ เด็กเรียนหนังสือมีปัญหามาก ผู้ปกครองไม่มีเงินใช้ ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ผมเสนอว่าจะลดค่าเทอมให้เด็กทุกมหาวิทยาลัย 50 เปอร์เซ็นต์ แล้วให้รัฐบาลช่วยอุดหนุน 25 เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับว่ามหาวิทยาลัยทุกแห่งออกเงิน 25 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเด็กได้ลด 50 เปอร์เซ็นต์ แล้วเมื่อได้ลด 50 เปอร์เซ็นต์ แล้ว พ่อแม่ในสภาวการณ์แบบนี้ กรอบกันหมดแล้ว เงินจะกินก็ไม่มี จาก 40,000 บาท ลดเหลือ 20,000 บาท 20,000 บาท ก็ไม่มีปัญญา ท่านรัฐมนตรีฯ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ท่านก็ต้องคุยกับรัฐมนตรีฯ คลัง คุยกับท่านนายกฯ ว่าเป็นไปได้ไหมที่ให้แบงก์กรุงไทย แบงก์ออมสิน ของรัฐ ปล่อยเงินกู้ฉุกเฉินให้กับผู้ปกครองที่ต้องการจ่ายค่าเล่าเรียน ที่ลดแล้วก็ยังไม่มีปัญญา เป็นเงินกู้ระยะยาว สัก 3-5 ปี ให้ผ่านวิกฤตนี้ไปก่อน นี่คือหน้าที่ที่ท่านจะต้องทำ


แล้วมียาทางเลือก ยาค็อกเทลสูตรไหนบ้างที่กำลังศึกษาวิจัยอยู่ เพื่อนำมาใช้กับโรคระบาด ในฐานะที่เป็นหน่วยงานคิดค้นและพัฒนานวัตกรรม ก็คุณคุมมหาวิทยาลัยทุกแห่ง คุณไม่รู้เลยหรือ คุณเอาประเภทดาวดวงเด่นของทุกมหาวิทยาลัยในวงการวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม จับมาประชุมร่วมกัน อธิการบดีแต่ละมหาวิทยาลัย แล้วบอก ผมขอให้ตั้งคณะกรรมการสร้างนวัตกรรมเพื่อช่วยเรื่องโรคระบาดนี้ ซึ่งมีหลายเรื่อง อุปกรณ์การแพทย์ เรื่องวัคซีน เรื่อง Rapid Test เรื่องโน้นเรื่องนี้ แล้วขาดเงินขาดทองเท่าไร ผมต้องหิ้วโครงการนี้ไปนั่งคุยกับท่านนายกฯ ผมเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ท่านให้ แต่มันต้องมาจากตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์

แล้วมีอะไรบ้างที่ช่วยคนไทยในการแบ่งเบาภาระที่หนักหนาในห้วงเวลาที่วิกฤต นี่ไม่ใช่ คนจะจมน้ำตาย แต่ใครที่ไหนไม่รู้ไปตะโกน รอหน่อยๆ ประเทศไทยกำลังจะไปดวงจันทร์แล้ว เจ้าข้าเอ๊ย ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหมว่า ประเทศไทยมันสิ้นหวังจริงๆ นะ

ท่านผู้ชมครับ ผมเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้ว และผมเตือนว่าอย่าทำ ท่านผู้ชม ผมนี่แม่น พ่อหมอจริงๆ จำได้ไหมท่านผู้ชม ผมบอกว่า อย่าได้ใช้นโยบายออกกฎหมาย หรือมีคำสั่งห้าม ไม่ให้สยามไบโอไซเอนซ์ส่งออกวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าออกไปตามประเทศต่างๆ


ผมเตือนไปแล้ว ปรากฏว่าคำเตือนผมน่ะ ฟัง แต่ว่าเขาไม่ทำตาม แล้วที่ผมพูดว่าอะไรจะเกิดขึ้น แม่นเป๊ะ 2-3 วันที่ผ่านมานี้ ท่านนายกฯ สั่งการว่า ไม่อยากให้สยามไบโอไซเอนซ์ หรือแอสตร้าเซนเนก้า นั้น ส่งออกวัคซีน เดิมทีคือรัฐบาลแถลงว่าจะได้เดือนละ 10 ล้านโดส แอสตร้าฯ บอกว่าทำไปได้ 5 ล้านโดส ผมเชื่อว่าประเด็นสำคัญคือ เราไม่เคยทำความโปร่งใสให้กับสัญญาที่มา และผมเชื่อว่าแอสตร้าเซนเนก้า ไม่ได้ทำผิดสัญญา ผมเชื่อว่าเขารับผิดชอบว่าเขาจะส่งให้เท่านี้ ภายในระยะเวลาเท่านี้ โดยที่เดือนนนี้ให้ 5 ล้านโดส 5 ล้านโดส 5 ล้านโดส แต่เราดันทะลึ่งไปพูดว่า 10 ล้านโดส

วันนี้ปัญหาเรื่องวัคซีนมันล้นคอหอยแล้ว ก็เลยคิดแบบง่ายๆ เดี๋ยวจะสั่งให้ ผมบอกแล้วว่าอย่าทำ เพราะว่าสยามไบโอไซเอนซ์ไม่ใช่เจ้าของแอสตร้าเซนเนก้า สยามไบโอไซเอนซ์ เป็นคนรับจ้างผลิตแอสตร้าเซนเนก้า แล้วถ้าเราไม่ฟังเขา เราไม่ทำตามกติกาเงื่อนไขที่ตกลงกับเขาไว้แล้ว แล้วเรามาสั่งสยามไบโอไซเอนซ์ไม่ให้ส่งออก ตามกฎหมายเราทำได้ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้น จะเสียหายมหาศาลก็คือว่า แอสตร้าเซนเนก้า ก็จะแจ้งสยามไบโอไซเอนซ์ ว่า ล็อตนี้เป็นล็อตสุดท้ายที่จะให้คุณผลิตแล้ว ผมไม่จ้างคุณผลิตอีกต่อไปแล้ว ผมไปผลิตที่อื่นต่อ ท่านนายกฯ ตรงนี้ใครจะรับผิดชอบ ?


วัคซีนมีไม่พอฉีด เป็นความผิดของรัฐบาล เป็นความผิดของพวกคุณ แล้วคุณแก้ผ้าเอาหน้ารอดโดยการใช้กฎหมายเข้ามา ผมเตือนแล้วนะ อย่าทำ อย่าทำเป็นอันขาด เชื่อผมสิ ฟิลิปปินส์ก็มีสัญญากับแอสตร้าเซนเนก้า มาเลเซียก็มี หลายประเทศในอาเซียนก็มี เพราะฉะนั้นหลายๆ จุดที่คุณจะสั่งไม่ให้เขาส่งออกมันคือวัคซีนที่จะต้องส่งไปที่ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย แล้วฟิลิปปินส์ กับมาเลเซีย จะไม่โวยวายหรือ ก็ต้องด่าโคตรพ่อโคตรแม่ไปที่แอสตร้าเซนเนก้า โกลบอล สำนักงานใหญ่ แอสตร้าเซนเนก้าก็จะบอกว่า ไม่ไหวแล้ว อย่างนี้ตายแน่นอน เดี๋ยวหาแหล่งผลิตใหม่ดีกว่า ก็จะถามไปที่เกาหลีว่าคุณผลิตเพิ่มได้ไหม ก็จะยกเลิกสัญญากับไทย กับสยามไบโอไซเอนซ์ แล้วจะอย่างไรล่ะ ?

สยามไบโอไซเอนซ์ ตั้งขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ การมองการณ์ไกลของรัชกาลที่ 9 แล้วแอสตร้าฯ ไม่ให้ผลิต พอไม่ให้ผลิตแล้วถอนออกไปปั๊บ ปณิธานของรัชกาลที่ 9 ไปไหนแล้วล่ะ ท่านผู้ชมครับ ผมพูดด้วยความปรารถนาดี ท่านผู้ชมคิดให้ดีๆ รัฐบาลคิดให้ดีๆ ผมไม่อยากให้รัฐบาลทะลึ่ง ความผิดพลาดอยู่ที่การตัดสินใจ การวางแผนของรัฐบาล ไม่ใช่ความผิดพลาดของสยามไบโอไซเอนซ์ สยามไบโอไซเอนซ์ไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวอะไรกับเขา แอสตร้าเซนเนก้า โกลบอล ก็มีสัญญา ถ้าแอสตร้าเซนเนก้า โกลบอล ผิดสัญญา ก็เอาสัญญามาหงายสิ นี่ไงสัญญา คุณสัญญาว่าเดือนนี้จะส่ง 10 ล้าน แต่คุณส่งแค่ 5 ล้าน เพราะฉะนั้นผมห้ามคุณส่งออก เพราะคุณต้องทำตามสัญญาผมก่อน แต่ในข้อเท็จจริงผมเชื่อว่าสัญญาไม่ได้ระบุอย่างนั้น เพราะว่ารัฐบาลชุดนี้ เรื่องสัญญาวัคซีนมันเป็นเรื่องความลับ ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันจะลับไปทำไม ผมถึงพูดไงท่านผู้ชม ผมพูดในรายการว่า ให้พูดความจริงกัน รัฐบาลชุดนี้ไม่มีใครกล้าพูดความจริง


วันนี้ผมจะพูดหลายๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการหิวแสง ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยในภาวการณ์แบบนี้ อย่างเช่น ยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ ท่านผู้ชมจำเรื่องวัคซีนไฟเซอร์ได้ไหม ที่อเมริกาบริจาคให้ ตอนที่อเมริกาบริจาคให้ ปรากฏว่ามีคนเข้ามาช่วงชิง ช่วงชิงเลยว่าที่อเมริกาบริจาคให้ เพราะตัวเองเป็นคนติดต่อ เป็นคนกลางในการติดต่อ คนที่ไปช่วงชิงมันมีทุกคน รวมทั้งคุณพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายในสภา คำพูดหนึ่งพูดว่า "ตอนนี้ผมกำลังค้นหาอีเมลผู้ก่อตั้งไฟเซอร์ และโมเดอร์นา พบว่าเป็นรุ่นพี่ที่ MIT ทั้งสองคน เราเป็นฝ่ายค้านก็จริง แต่ต้องหาทุกวิธีที่ทำให้ได้ 200,000-300,000 โดส ควรเป็นขั้นต่ำที่นายกฯ ไทยควรทำได้ เพื่อให้ด่านหน้าที่ต่อสู้กันจนเหนื่อยล้า มีขวัญกำลังใจ ทุกวันเขาต้องออกไปเสี่ยงและเขามีลูกรอที่บ้านเหมือนกับเรา"


ท่านผู้ชมครับ แม้กระทั่งคนที่อยู่อเมริกาบางคนก็ยังอดไม่ได้ที่จะต้องหาแสงเข้าตัว อย่างเช่น ผมจะยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ มีคนที่ชื่อนายรักไทย ออกมาพูดทำให้สื่อสังคมออนไลน์ออกมาสรรเสริญชื่นชมนายรักไทย เป็นอย่างมาก พร้อมกับให้ฉายาว่า "มือดีลไฟเซอร์" ก็คือพูดง่ายๆ ว่า คุณรักไทย กำลังบอกว่าการที่อเมริกาบริจาคไฟเซอร์มาให้เรา เป็นฝีมือของคุณรักไทย คุณพิธา ก็บอกว่าเป็นฝีมือของคุณพิธา เช่นกัน

รักไทย  บูรพ์ภาค
ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้มันเป็นตลกร้ายของประเทศไทยนะ ด้านหนึ่งเราเจอรัฐบาล กับ ศบค. ที่โหลยโท่ย ขาดประสิทธิภาพและวิสัยทัศน์ในการจัดหา จัดการเรื่องวัคซีน แต่หันไปอีกด้านหนึ่งก็ไปเจอเด็กเลี้ยงแกะ เวลาพูดออกมาทีไม่รู้ว่าคำไหนเป็นคำพูดจริง หรือเป็นคำโกหก แต่พอเจอของจริงเข้ามา คือสถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ มิหนำซ้ำแล้ว อุปทูตอเมริกา ซึ่งพูดภาษาไทยได้ อัดคลิป พูดภาษาไทยแบบชัดเจน ฝั่งเด็กเลี้ยงแกะได้แต่ร้องแบ๊ะๆๆๆ ท่านอุปทูตอเมริกาประจำประเทศไทยได้ส่งข่าวมาแจ้งว่า การมอบวัคซีนครั้งนี้ ไฟเซอร์ให้กับประเทศไทย ไม่มีเงื่อนไข และไม่มีตัวกลางในการเจรจาแต่อย่างใด เพราะฉะนั้น ทั้งคุณรักไทย และคุณพิธา ที่บอกว่าสนิท ที่คุณพิธา บอกว่าเป็นรุ่นพี่ที่ MIT ปัดโธ่ คุณพิธา จนวันนี้ ผมก็ศิษย์เก่าอเมริกาเหมือนคุณ คุณยังไม่รู้จักคนอเมริกาหรือ ต่อให้คุณสนิทกับมันแค่ไหน CEO ของไฟเซอร์ มันก็ไม่ได้เห็นใจคุณ เพราะว่าอเมริกานั้นเจรจากันด้วยผลประโยชน์เท่านั้น ไม่มีหรอกครับ ความรักใคร่กัน หรือรุ่นพี่รุ่นน้อง MIT


สถานทูตอเมริกาเขาบอกว่า "ตามที่สถานทูตสหรัฐฯ ออกประกาศเมื่อวานนี้ เรามีความภูมิใจที่จะบริจาควัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพให้กับประเทศไทย โดยไม่มีเงื่อนไข ตามคำมั่นสัญญาของรัฐบาล ของประธานาธิบดีไบเดน เพื่อช่วยพันธมิตรของเราต่อสู้กับโรคระบาด ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในความสัมพันธ์ของเราทั้งสองประเทศ และเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงสัมพันธไมตรีอันยาวนานของเรา สหรัฐฯ ภูมิใจที่จะช่วยไทยต่อสู้กับโรคระบาดนี้ ผมขอชื่นชมความพยายามของบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุขของไทย ที่ทำงานเพื่อควบคุมการระบาด" แล้วตบท้ายด้วยข้อความว่า "ผมขอเน้นย้ำว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นข้อตกลงรัฐต่อรัฐ ไม่มีคนกลางในการเจรจา ทำเนียบขาว กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และสถานทูต ทำงานโดยตรงกับกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงสาธารณสุขของไทย ในการบริจาควัคซีนครั้งนี้"

ท่านผู้ชมครับ ผมถามว่า ประชาชนอย่างพวกเราจะเชื่อใครได้ ฝั่งหนึ่งก็โกหก อีกฝั่งหนึ่งก็บอกว่าไม่ใช่ เขาให้มาโดยไม่มีเงื่อนไข อีกฝั่งหนึ่งก็บอกว่าเขาให้มาเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวของคุณพิธา กับคุณรักไทย

ท่านผู้ชมครับ ผมสรุปอย่างนี้ ประชาชนคนไทยวันนี้ต้องช่วยเหลือตัวเอง พึ่งพากันเอง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน "อัตตาหิอัตโนนาโถ"

อีกเรื่องหนึ่ง คือการหิวแสงของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งวันนี้แปลงสถานภาพกลายเป็นนายช่างไปแล้ว เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม คุณธนาธร ลงเฟซบุ๊กของตัวเอง โพสต์ภาพตัวเองลงพื้นที่ย่านกิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อทำโครงการ "ก้าวหน้ากู้วิกฤตกิ่งแก้ว" ซ่อมแซมโรงเรียนและบ้านเรือนชุมชนริมคลองที่ได้รับความเสียหายจากเหตุไฟไหม้โรงงานหมิงตี้เคมีคอล ท่านผู้ชมครับ เป็นความคิดที่ดี ไม่ผิด ลงไปช่วยเหลือ และจะได้ผลพลอยได้จากการที่ประชาชนให้ความนิยมชมชื่น ก็ถือว่าเป็นความพยายามของธนาธร ที่จะสร้างภาพให้กับตัวเอง ไม่ผิด ท่านผู้ชม แต่เผอิญมันมีหลายภาพที่คุณธนาธร ใช้ปืนยิงหลอดซิลิโคน ยิงเข้าไปที่ฝ้า


ปรากฏว่า FC ของคุณธนาธร ปรบมือเลย เก่งสุดๆ แต่เผอิญมีคนที่เขารู้เรื่องช่างดี แล้วก็เผอิญเป็นเจ้าของร้านค้าวัสดุก่อสร้าง เขาเห็นรูปคุณธนาธร ก็เลยแปลกใจนิดหนึ่ง ตอนแรกเห็นไม่ชัด ก็เห็นถือปืนยิงซิลิโคน เหมือนกับกำลังอุดหรือปิดรอยแตก เขาก็เลยบอกว่า ข้างบนนั้นเขาเรียกว่าแผ่นฝ้าทีบาร์ ก็คือเป็นทีบาร์ ถามว่าอุดฝ้าทีบาร์ให้มันเรียบร้อย มันทำได้นะ แต่ปกติแล้วฝ้าเพดานเขาไม่ทำกัน คือถ้าจะอุดเพื่อป้องกันการรั่วซึม มันไม่ใช่ เพราะแผ่นฝ้ามันวางอยู่บนโครงเฉยๆ ดูขอบที่เป็นอะลูมิเนียมที่เป็นรูปสิครับ ฝ้าทีบาร์เจอน้ำรั่วลงมา ก็ไหลลงมาตรงขอบแผ่นอยู่แล้ว ซิลิโคนที่ใช้กัน ที่คุณธนาธรยิงน่ะ เขาเอาไว้อุดขอบหน้าต่าง รอยต่อซีเมนต์ที่มีน้ำซึม ยิงอุด หน้าต่างมีฝนสาดแล้วมันซึมเข้ามาก็ไปอุดตรงนั้น เขาไม่เอาไปอุดฝ้ากัน เขาใช้ผงยิปซัมดีกว่า


ที่สำคัญก็คือ เขาบอกว่า ฝ้านี้มันถอดออกมาไม่ยาก เพราะมันวางบนทีบาร์ ช่างเขาไม่ขึ้นไปบนบันไดทำแบบนั้น จริงๆ แล้วควรเปลี่ยนไปเลย ราคาไม่ได้แพงมาก กล่องละร้อยกว่าบาท มี 11 แผ่น ตกแผ่นละสิบกว่าบาทเอง คุณธนาธร ถ้าคุณไปเอาออกมา แล้วคุณก็เอากล่องใหม่มาเปลี่ยนให้เขา มันยังดูดีกว่าที่คุณเอาซิลิโคนไปยิงเพื่อแสดงออกว่าคุณทำงานเป็น

ปกติทำบ้านเสร็จ (นี่คือคำพูดของคนที่เขารู้เรื่องนี้) เจ้าของบ้านจะซื้อเก็บไว้เป็นอะไหล่ 1 กล่อง ก็คือว่า พอฝ้านี้มันเสีย ก็ยกออกมาจากทีบาร์ แล้วเอาอันใหม่ที่ซื้อเอาไว้ ใส่เข้าไปแทน ถ้าไม่มีเก็บไว้ หาลายแบบนี้ไม่เจอ ก็ถอดแผ่นตรงกลางห้องมาอุด แล้วย้ายไปเปลี่ยนกับแผ่นใหม่ สรุปแล้ว คนที่เขารู้เรื่องนี้ เขารู้เรื่องช่างดี เขาบอกว่า ซิลิโคนไม่ใช่ใช้งานกับฝ้า ปกติแผ่นฝ้าทีบาร์แบบนี้เขาไม่อุด เขาเปลี่ยน หรือถ้าจะอุดก็ถอดลงมาอุดทั้งสองด้าน ย้ำว่า ด้วยผงยิปซัม ถุงละสิบกว่าบาท ผสมน้ำแล้วปาดอุด ไม่ใช่ด้วยซิลิโคน ยิ่งไม่ใช้ปืน ปีนขึ้นไปยิงอุดได้แค่ด้านเดียวแบบนั้น แล้วหมวกนั้นจะใส่ไปทำไม อยู่บ้าน ไม่ได้อยู่กลางไซต์งานเสียหน่อย

เขาพูดต่อนะ (คนๆ นี้เขาอารมณ์ขันดี) แต่ในความคิดของท่านอาจจะล้ำหน้าเกินผมและช่างธรรมดาทั่วไปก็ได้ ใครมีช่างแถวนั้นลองเอารูปให้ช่างดู แล้วถามความเห็นเอาแล้วกัน


ยังมีภาพที่คุณธนาธร ยืนบนเก้าอี้ ถือตลับเมตร ซึ่งตลับเมตรที่คุณธนาธร ใช้ เป็นตลับเมตรที่เขาใช้วัดที่ดิน ไม่มีช่างที่ไหนเขาทำกันหรอก เพราะปกติเขาใช้ตลับเมตรอันเล็กๆ ที่เป็นสังกะสี กดปุ่มแล้วมันก็จะวิ่งกลับเข้ามา มีขายตามร้านวัสดุ อันเล็กๆ 3.5 เมตร ยาว 3.5 เมตร ซึ่งถ้าทำฝ้าก็ใช้ตลับเมตรนั้นวัด ที่นิยมมาหน่อยก็ 5 เมตร ใหญ่ที่สุดคือ 10 เมตร แต่คุณธนาธร ใช้ตลับเมตรที่วัดที่ดิน สายวัดระยะ 30 เมตร เพราะฉะนั้นแล้ว ผมเห็นภาพนี้แล้วผมก็ขำ

ผมก็ย้อนหลังนึกถึงที่คุณธราธร และนายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ อดีต ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี 61 ตอนนั้นยังไม่ได้ลง ส.ส. ทดลองกรีดยาง เจ้าตัวบอกว่าฝีมือไม่ค่อยดีเท่าไร เป็นมือใหม่ เพิ่งหัดครั้งแรก แต่ว่าเผอิญวันนั้นแดดมันแรง เนื่องจากเวลามันน้อย ก็เลยมาตอนสายๆ ปรากฏว่าภาพที่คุณธนาธร กรีดยางนั้น คุณธนาธร สวมไฟฉายที่หัว แพร่ไปหมดเลย


เพราะฉะนั้นแล้ว คนที่เขารู้เรื่องนี้ ช่างภาพคือคุณนภันต์ เสวิกุลบ ช่างภาพผู้ถวายงานบันทึกภาพพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 9 เคยออกมาบอกว่า ภาพนี้ถ่ายตอนกลางวัน แดดแรง ฟ้าขาวเชียว คนที่อยู่ในภาพสวมแว่นกันแดด แต่คุณธนาธร ยังคาดไฟฉายติดหน้าผาก และมีที่กรีดยางอยู่ในมือ เขาบอกว่า คุณธนาธร ต้องรู้นะว่าเขากรีดยางตอนตีสี่ เขาเลยต้องคาดไฟฉายไว้ และต้องเก็บน้ำยางไม่นานหลังจากนั้น ไม่อย่างนั้นพอแดดออกมันจะแห้งติดถ้วย ถ่ายทำแบบนี้เสียภาพลักษณ์ของคนที่รู้ปัญหานะครับ ได้แต่ภาพสองสลึงสองเฟื้อง ที่คนโบราณรุ่นผมเขาเรียกว่า คนไม่เต็มบาท ยังอยากให้ปรับปรุงครับ

ท่านผู้ชมครับ ผมเคยเตือนคุณธนาธร ไปหลายครั้งว่าหลายเรื่องที่คุณคิดว่าใช้ได้ แต่คุณเอามาประโคมโอ่เสียราวกับว่าประเทศไทยมันล้าหลัง มันห่วยแตกเสียเต็มประดา แล้วสุดท้ายสิ่งที่คุณพูดก็ทำไม่ได้ พวกคุณก็ได้แต่แบ๊ะๆๆๆ แกล้งใบ้ทำลืมไปเสีย บางเรื่องก็โกหกพกลม คิดโน่นโยงนี่ จนบางคนเขาเอือมระอาว่าพวกคุณไม่ต่างไปจากพวกเด็กเลี้ยงแกะ เพราะฉะนั้น ผมต้องเตือนสักนิดหนึ่ง ผมเข้าใจดี คุณอาจจะมีเจตนาที่ดีก็ได้ ที่ต้องการเข้ามาช่วยชาวบ้านกิ่งแก้ว แต่ถ้าคุณไปอย่างนั้น คุณไม่ต้องลงไปปลอมตัวเอง ใส่หมวก โดยที่ไม่ได้อยู่กลางแจ้ง อยู่ในบ้านเขาไม่ใส่หมวกกันหรอกครับ ช่าง คุณไปก็บอก เอาล่ะ ต้องการซ่อมบ้านนี้ ขาดเงินเท่าไร เดี๋ยวผมจะหาเงินให้ อย่างนั้นยังจะได้ใจมากกว่า แต่วัตถุประสงค์ของคุณคือต้องการจะโชว์ออฟ แล้วต้องการที่จะลงในโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊กของคุณ เพื่อให้คนฮือฮาเหมือนอย่างที่ FC ของคุณปรบมือ สุดยอดๆ แต่ว่าทั้งหมด ทั้งนี้และทั้งนั้นมันก็คือขบวนการหลอกลวง สร้างภาพ เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรเลยนะครับ คุณธนาธร ผมคิดว่าคุณมูฟต่อไป ครั้งหน้าถ้าคุณจะสร้างภาพให้ตัวคุณเอง คิดถึงสิ่งแวดล้อมให้มันดีๆ แล้วทำให้มันแนบเนียนกว่านี้นะครับ คุณธนาธร ด้วยความหวังดี


อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะพูด เหตุที่เกิดขึ้นอาทิตย์ที่แล้ว เผอิญเป็นเรื่องของคุณณวัฒน์ ซึ่งจริงๆ แล้วผมเห็นใจคุณณวัฒน์ และผมก็ภาวนาขอให้คุณณวัฒน์ หาย อย่าได้เป็นอะไรเลย ข่าวล่าสุดผมรู้ว่าโรคระบาดนี้ลงปอดคุณณวัฒน์ แล้ว แต่ภาวนาให้คุณณวัฒน์ หายก็แล้วกัน แต่เผอิญประเด็นคุณณวัฒน์ ผมจำเป็นต้องพูด และมันเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องไปกระทบคนอย่างคุณณวัฒน์ และกระทบกับคนที่พยายามทำอย่างคุณณวัฒน์ คือเรื่องการประกวดนางงาม

ท่านผู้ชมครับ ผมไม่สงสาร ผมเห็นใจคุณณวัฒน์ แต่ผมไม่สงสารคุณณวัฒน์ ในภาวการณ์แบบนี้ ในการประกวดนางงาม ที่คุณณวัฒน์ บอกว่า หรือสั่งไป ทำให้ผู้จัดการประกวดบอกให้นางงามที่จะขึ้นไปประกวด แสดงอาการ ไปทำโน่นทำนี่ มีกิจกรรมอยู่บนเวที ว่าห้ามใส่หน้ากาก อันนี้ผมเห็นด้วย เพราะประกวดนางงามใส่หน้ากากจะเห็นหน้าเห็นตาได้อย่างไร มันตลก ผมเห็นด้วยที่ไม่ให้ใส่หน้ากาก ถูกต้อง

แต่คำถามที่คุณไม่ได้ตอบมาว่า ในภาวการณ์แบบนี้ยังจะมีการประกวดได้อย่างไร คุณน่าจะมีสติปัญญา หรือคณะผู้จัดทำน่าจะมีสติปัญญามากพอที่จะบอกว่า สถานการณ์ที่ต้องล็อกดาวน์ สถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดสายพันธุ์เดลตาแบบนี้ ยกเลิกการประกวดไปก่อนได้ไหม ไม่ว่าจะเป็นที่สมุทรสาคร หรือจะเป็นที่มาประกวดในกรุงเทพฯ ใช้เวทีที่กรุงเทพฯ ควรหรือไม่ควรที่จะทำ ถ้าคิดเป็นต้องรู้ว่าไม่ควรทำ ต้องประกาศไปเลยว่า มิสแกรนด์ในช่วงนี้ให้หยุดประกวดไปก่อน รอให้เหตุการณ์มันดีขึ้น แต่คุณก็ไม่ทำ


มิหนำซ้ำ นอกจากไม่ทำแล้ว นางงามไม่อยากเข้าไปประกวด คุณก็บอกว่าถ้าไม่มาจะปรับ 6 หมื่น, 9 หมื่น นางงามก็กลัวต้องเสียเงินเสียทอง ไม่มีเงินไปเสีย ก็เลยจำเป็นต้องไป ก็ปรากฏว่าติดเชื้อโรคระบาดกันเป็นแถว เป็นแถวเลย จนกระทั่งในที่สุดแล้ว ทั้งผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง หรืออะไรก็ตาม ต้องแจ้งความ ท่านรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก็บอกว่าไม่ได้ ต้องเล่นงานแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว ผมก็เลยไม่เข้าใจตรงนี้ ว่าทำไมพวกคุณถึงตัดสินใจที่จะทำลงไป ทั้งหมดนี้ที่เขาต้องทำเพื่อที่จะรับเงินจากสปอนเซอร์ ผมก็เลยอยากจะฝากกับพวกสปอนเซอร์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม คุณหยุดให้สปอนเซอร์ได้แล้ว เวทีประกวดนางงาม วันนี้ไม่ใช่เวลามาประกวดความสวยงามกัน คนตายเป็นหลายสิบ คนติดเชื้อเป็นหลักหมื่น คนที่นอนเข้าแถวยาวเหยียดหน้าวัดพระศรีมหาธาตุ เพื่อรอตรวจเชื้อ คุณยายที่นอนอยู่บนพื้นถนนและรอเตียงที่โรงพยาบาล มันสลดหดหู่ มันเศร้า มันเซ็ง มันทุเรศประเทศไทย แล้วพวกคุณยังอีแล้ดแต๊ดแต๋อยู่บนเวทีนางงาม พวกคุณน่ะ ผมรู้ว่าอยากได้เป็นนางงาม อยากโชว์ออฟ เพราะได้ตำแหน่งเมื่อไรก็หมายถึงมีการมีงานเข้า แต่คุณมาประกวดในยามที่มันหดหู่แบบนี้ เศร้าโศกแบบนี้ คนตายกันเป็นเบือ คนนอนรอโรงพยาบาลเป็นเบือ แล้วคุณยังประกวดได้อีกหรือ คุณยังมีใจที่จะประกวดอีกหรือ คุณบ้าหรือเปล่า

นี่มันไม่ใช่เรื่องหิวแสงอย่างเดียวนะ มันเป็นเรื่องการที่ไม่มีปัญญา สมองหมาปัญญาควาย ถ้าผมได้นางงามในยุคนี้มาด้วยความคิดแบบนี้ โดยไม่คำนึงถึงว่าอะไรควร หรือไม่ควร ผมกล้าพูดว่าพวกคุณเป็นนางงามด้วยสมองหมาปัญญาควาย คุณจะไปประกวดทำไม


แล้วผมก็รับไม่ได้ มิสแกรนด์สมุทรสาคร น้องหมิว-พรชนก ศรีแก้ว หมายเลข 17 พูดออกมาเลย บอกว่า ส่งกำลังใจไปให้กับนายณวัฒน์ ที่เจ้าตัวเรียกว่า "บอส" ไม่ว่า เห็นใจ เพื่อจะกลับมารับหน้าที่ตัวแทนของชาวสมุทรสาคร รวมทั้งได้โพสต์โจมตีการทำงานของรัฐบาล

รัฐบาลนี่นะ ถึงจะโหลยโท่ยอย่างไร เขาก็ไม่เห็นด้วยกับการประกวดนางงาม รวมชนหมู่มากเข้าไป ระยะห่างก็ไม่มี มิหนำซ้ำทุเรศที่สุดก็คือว่า ไม่ใส่หน้ากากสักคน ความเรือหาย ความฉิบหายตรงนี้ ใครรับผิดชอบ ? ผมไม่อยากจะบอกว่าคุณณวัฒน์ ต้องรับผิดชอบ เพราะผมเห็นใจที่เขาไม่สบาย แต่ผมไม่สงสารเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเห็นแก่ได้

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหมว่า ภาวการณ์แบบนี้ โรคระบาดแบบนี้ เดลตาแบบนี้ คนไม่รู้ตัว คนไม่มีจะกิน ลำบากกัน เลือดตาแทบกระเด็น พ่อตาย แม่ตาย ลูกติดเชื้อโรคระบาด หาเตียงให้ไม่ได้ กิจกรรมประกวดนางงามมันต้องหยุดไปแล้ว ทำไปทำไม ใครเขาจะดูกัน ถ้าทำก็จัดเป็นเรื่องของตลกหน่อย เพื่อให้คนได้ขำขันบ้างในภาวะเศร้าโศก เขาไม่ต้องการมาดูหรอกว่า เลขที่ 17 มิสแกรนด์สมุทรสาคร หนูมิสแกรนด์สมุทรสาคร


eบ้า เขาจะตายโหงตายห่ากันแล้ว ยังมาแอ่นอกเดินนุ่งน้อยห่มน้อยมาโชว์ ต้องคิดเป็นสิ คนจัดก็ต้องคิดเป็น ประเทศไทยมันเป็นรัฐที่ล้มเหลว ไม่ใช่ล้มเหลวเฉพาะรัฐบาลนะ ประชาชนบางส่วนก็ล้มเหลวเหมือนกัน เพราะไม่มีสติปัญญา

ท่านผู้ชมครับ ผมขอระบายเรื่องนี้ ผมทนไม่ไหวจริงๆ แต่จบลงด้วยผมขอให้คุณณวัฒน์ หายเร็วๆ ถือว่าเรื่องนี้เป็นบทเรียนที่คุณต้องจำเอาไว้ แล้วก็รายการประกวด ไม่ว่าจะเป็นมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส มิสบ้ามิสบอ ในภาวการณ์แบบนี้ หยุดเสียเถอะ อย่าประกวด อย่าทำอะไรที่มันทุเรศทุรังแบบนี้อีกต่อไปเลย แล้วมันฝืนความรู้สึกคน

ท่านผู้ชมครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมพูดให้ฟังว่า หลายประเทศในโลกนี้มีการฉีดวัคซีนกันอย่างแพร่หลายมากๆ คือฉีดวัคซีนมากจนในทางทฤษฎีก็จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Herd Immunity ซึ่งแพทย์ส่วนใหญ่เชื่อว่าถ้าฉีดวัคซีนได้ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรในชุมชนหรือสังคมนั้น สังคมนั้นๆ น่าจะมีภูมิคุ้มกันหมู่ แต่ก็ยังประสบกับปัญหากรณีแพร่ระบาดอีกครั้งหนึ่งของโรคระบาดนี้


ภูมิคุ้มกันหมู่ ว่ากันว่าต้องฉีดถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรทั้งหมด ในขณะที่ระดับการเข้ารับวัคซีนที่แตกต่างกันทั่วโลก ทำให้องค์การอนามัยโลกมองว่าภูมิคุ้มกันหมู่อาจจะไม่เกิดขึ้นในปีนี้ (2564) มีนายแพทย์หลายคนที่เชี่ยวชาญในเรื่องโรคติดเชื้อเขาบอกว่า ไม่มีระยะเวลาที่เหมาะสมในการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ที่ชัดเจน แต่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเราไปถึงจุดนั้น คือเมื่อระดับการติดเชื้อรายใหม่เริ่มลดลงอย่างมาก และผู้ที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจากโรคระบาดนี้จะน้อยลงไปมาก ฉะนั้นสัดส่วนเหมาะสมขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ จึงไม่เป็นความจริงที่ว่า ถ้าอยู่ที่ 64.9 จะต่ำกว่ามาตรฐาน ถ้าอยู่ที่ 70 ถือว่าเป็นระดับที่ยอดเยี่ยม

ท่านผู้ชมครับ คำว่าแพร่หลาย ในที่นี้คือการฉีดวัคซีนเป็นสัดส่วนต่อประชากรเป็นอันดับต้นๆ ของโลก อย่างเช่น อิสราเอลฉีดวัควีนเข็มแรกไปแล้ว 63-64 เปอร์เซ็นต์ สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว 68 เปอร์เซ็นต์ ของประชากร แต่ทั้งสองประเทศก็ประสบกับปัญหาการเพิ่มขึ้นอย่างเร็วของจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่

ท่านผู้ชมครับ อิสราเอลนั้นฉีดไฟเซอร์ ส่วนอังกฤษนั้นฉีดแอสตร้าเซนเนก้า วันนี้ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มเติมว่าทำไมวัคซีนจึงไม่ใช่ทางออกสุดท้ายอย่างที่พวกเราคาดหวังว่าจะช่วยนำวิถีชีวิตแบบเดิมๆ นำเอานักท่องเที่ยว 40 ล้านคน เข้ามา เพราะมีอีกหลายประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรในวงกว้าง แต่ก็กลับมามีปัญหาในเรื่องถูกแพร่เชื้อเพิ่มเติม น่าสนใจมากนะครับ

ยี่ห้อวัคซีนที่ประเทศเหล่านั้นใช้ก็มีหลากหลาย ทุกยี่ห้อ พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่าโลกนี้ไม่มีวัคซีนเทพ หรือวัคซีนเทวดา ขอยืนยันนะครับท่านผู้ชม ในโลกนี้ไม่มีวัคซีนเทพ หรือวัคซีนเทวดา จะเป็นไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา หลังจากทุกคนปฏิเสธซิโนแวคแล้ว แต่ไฟเซอร์ โมเดอร์นา หรือแม้กระทั่งจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ก็ไม่ใช่วัคซีนเทพ


เพราะไม่สามารถจะหยุดยั้งการระบาดของโรคระบาดนี้ที่กลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้จะแก้ได้ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบหลายๆ อย่าง เช่น ยารักษา เหมือนอย่างเช่นที่ผมเคยเรียนให้ท่านผู้ชมทราบว่ามันมี โมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ที่บริษัท เมอร์ค (Merck) บริษัทยาในเยอรมนีกำลังคิดค้นอยู่ แล้วได้ทดลองกับคนในขั้นที่ 2 ไปแล้ว เหลือขั้นที่ 3 ซึ่งคุณสมบัติของยานี้ก็คือว่า ถ้าเป็นแล้วทาน ภายใน 24 ชั่วโมง จะหายทันที อุปมาอุปไมยก็คล้ายๆ ยาฟ้าทะลายโจรของเรา ถ้ารู้ทันทีที่ติด ทานแล้ว แต่ของเรา 5 วัน


อีกอันหนึ่งที่ต้องทำคือ การให้ประชาชนต้องตรวจเชื้อได้ด้วยตัวเอง และการล็อกดาวน์ในพื้นที่เป็นจุดๆ อย่างรวดเร็วนั้น ก็ยังมีความจำเป็นอยู่ เหมือนอย่างที่ประเทศจีนเขาทำกันแล้วประสบผลสำเร็จมาแล้ว

วันนี้ผมขอเอาข้อมูลให้กับคุณหมอบางส่วน หรือพูดง่ายๆ เบิกเนตรให้คุณหมอบางส่วน และคนไทยอีกหลายๆ คน ผมจะยกตัวอย่างให้ดูอีก 4 ประเทศ ประเทศชิลี ส่วนใหญ่จะฉีดซิโนแวค ปัจจุบันประชากรชิลี 69 เปอร์เซ็นต์ ฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว ประชากร 59 เปอร์เซ็นต์ ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม กลางเดือนมิถุนายน 2564 เดือนที่แล้ว ขณะที่ชิลีฉีดวัคซีนให้ประชากรไปแล้วกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ กลับมีการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม 7 วัน วันละ 7,000 คน ทำให้ประเทศชิลีต้องกลับมาล็อกดาวน์กรุงซานติอาโก เมืองหลวง และพื้นที่ใกล้เคียงอีกครั้ง


ประเทศที่สอง คือประเทศเนเธอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ วัคซีนส่วนใหญ่ที่ฉีดคือไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค ประชากรเนเธอร์แลนด์ (ชาวดัตช์) 65 เปอร์เซ็นต์ ฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว 39 เปอร์เซ็นต์ ฉีดครบ 2 เข็ม แต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาบอกว่ากรณีการติดเชื้อโรคในหมู่ชาวเนเธอร์แลนด์เพิ่มขึ้นถึง 800 เปอร์เซ็นต์ ภายในสัปดาห์เดียว วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม 2564 เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เนเธอร์แลนด์รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันเสาร์มากกว่า 10,000 ราย หรือเพิ่มขึ้น 8 เท่า เมื่อเทียบกับสัปดาห์ต่อสัปดาห์ วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม 1 อาทิตย์ก่อนที่จะมีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเพียง 1,000 กว่าราย หลังจากทางการคลายมาตรการป้องกันโรคระบาด ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ นั่นคือสายพันธุ์เดลตา กระทรวงสาธารณสุขของเนเธอร์แลนด์ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 10,365 ราย ใน 1 วัน เป็นตัวเลขที่เพิ่มมากที่สุดนับตั้งแต่ 25 ธันวาคม 2563

รัฐบาลเนเธอร์แลนด์บอกว่า การติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดจากสถานบันเทิงยามค่ำคืน และการเลี้ยงสังสรรค์จากที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก


ด้วยเหตุนี้นายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ก็เลยเน้นการควบคุมสถานบันเทิงยามค่ำคืน เช่น ไนต์คลับ เทศกาลดนตรี และร้านอาหาร เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคระบาดนี้ในหมู่คนรุ่นใหม่ ท่านผู้ชมครับ ที่ผมกำลังเป็นห่วง คือประเทศอังกฤษ

ประเทศอังกฤษนั้น เดือนสิงหาคมนี้ จะยกเลิกมาตรการทุกมาตรการแล้ว ก็คือพูดง่ายๆ ว่า ใครจะไปกินข้าวในร้าน ก็กินได้เต็มที่ ใครจะจัดงานปาร์ตี้ ก็จัดงานได้เต็มที่ คือพูดง่ายๆ ว่าใช้ชีวิตเป็นปกติ แต่ผมจะเตือนอย่าง ผมค่อนข้างจะมั่นใจว่าประเทศอังกฤษจะกลับมามีคนติดเชื้อเพิ่มเติมอย่างมหาศาล เพราะว่าในขณะนี้คนในประเทศอังกฤษและคนในประเทศอเมริกามีความสุข ชิลๆ กันมาก ผมไม่คิดว่าวัคซีนมันจะจบทุกเรื่อง มันไม่จบ เพราถ้ามันจบ แล้วเนเธอร์แลนด์จะติดเชื้อเพิ่มได้อย่างไรตั้ง 800 เปอร์เซ็นต์ ชิลีจะติดเพิ่มได้อย่างไร


ตัวอย่างประเทศที่สาม คือ สเปน สเปนฉีดไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค รองลงมา คือ แอสตร้าเซนเนก้า และฉีดโมเดอร์นา เป็นส่วนเสริม ประชากรชาวสเปนฉีดไปแล้วเข็มแรก 58 เปอร์เซ็นต์ ฉีดครบ 2 เข็ม 45 เปอร์เซ็นต์ แต่ตัวเลขการติดเชื้อที่เคยลดระดับลงจาก 30,000-40,000 คน เหลือ 4,000-5,000 คน กลับพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา พุ่งไปถึงระดับ 20,000 กว่าคนต่อวัน

เอาตัวอย่าง ตัวเลขง่ายๆ วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม สเปนมีคนติดเชื้อ 10,675 คน วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม 14,137 คน วันพุธที่ 7 กรกฎาคม 17,384 คน วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม 17,317 คน และวันศุกร์ที่ 9 กรฎาคม (ศุกร์ที่แล้ว) 21,879 คน ขณะที่วันเสาร์ที่แล้ว วันที่ 10 กรกฎาคม 2564 ทางการของแคว้นกาตาลุญญา (กาตาลุญญา คือ แคว้นที่พยายามแยกตัวออกจากสเปนเพื่อเป็นเอกราช) ประกาศมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดอีกครั้ง หลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา การผ่อนคลาย ก็คือการปลดล็อกเคอร์ฟิว การอนุญาตให้ไนต์คลับ ธุรกิจกลางคืน กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ


การยกเลิกมาตรการควบคุมการใส่หน้ากาก โดยสิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ส่งไปถึงประชากรชาวสเปนบางส่วน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่กลับมาสังสรรค์เฮฮากันเหมือนเดิม จนก่อให้เกิดการติดเชื้อระลอกใหม่ ในปัจจุบัน ระลอกใหม่ของสเปนต้องถือว่าเป็นระลอกที่ 5

ท่านผู้ชมจะเห็นว่าถึงแม้จะฉีดวัคซีนไปแล้วตามปริมาณที่มันน่าจะเป็น Herd Immunity มันก็ยังไม่สามารถจะระงับการแพร่ระบาดของโรคระบาดนี้ได้ หากการ์ดส่วนอื่นลดลง ตอนนี้ทุกคนก็เลยตั้งเป้าว่า ถ้าฉีดครบ 2 เข็ม 70 เปอร์เซ็นต์ ของประชากร น่าจะใช้ชีวิตเป็นปกติได้ แต่ข้อมูลที่ผมได้มามันพิสูจน์ตรงกันข้ามหมด


เอาอีกประเทศหนึ่ง โปรตุเกส วัคซีนที่ฉีดในโปรตุเกสคือไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค รองลงมา คือ แอสตร้าเซนเนก้า และมีโมเดอร์นาเป็นส่วนเสริม

ท่านผู้ชมครับ ประชากรในโปรตุเกสฉีดไปแล้ว 1 เข็ม 58 เปอร์เซ็นต์ 39 เปอร์เซ็นต์ ฉีดไปแล้ว 2 เข็ม โปรตุเกส เป็นเพื่อนบ้านกับสเปน มีปัญหาคล้ายคลึงกัน ตั้งแต่ปลายมิถุนายน 2564 เดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา มีการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งจากหลักร้อย เป็นหลักพัน จนในที่สุดวันนี้ 3,000 กว่าคนต่อวัน สถานการณ์ระลอกใหม่ทำให้ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โปรตุเกสต้องประกาศเคอร์ฟิวใน 45 เขตเมือง และเทศบาลทั่วประเทศ รวมไปถึงกรุงลิสบอน เมืองหลวงโปรตุเกส ปิดกิจการยามค่ำคืนทั้งหมด รวมทั้งห้ามขับรถบนทางสาธารณะในช่วง 5 ทุ่ม ถึงตี 5 ด้วยในเมืองใหญ่ๆ อย่างกรุงลิสบอน หรือปอร์โต

ท่านผู้ชมครับ ที่ผมพยายามจะพูดนี้แปลว่าอะไร ? ท่านผู้ชมนึกดู ประเทศแต่ละประเทศที่ผมยกตัวอย่างให้ฟัง เขาฉีดเข็มที่ 2 มาแล้วจำนวนเปอร์เซ็นต์ของประชากรที่ฉีดเข็มที่ 2 ก็เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ เข็มที่หนึ่ง 50 กว่าเปอร์เซ็นต์ เข็มที่สอง เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เราเพิ่งฉีดยังไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ขนาดเขาฉีด และอังกฤษก็เช่นกัน เขาก็ยังมีจำนวนผู้ป่วยที่เกิดจากการเปิดล็อกดาวน์หมดทุกอย่าง ใช้ชีวิตปกติ โรคระบาดกลับมาทันทีเลย คำถามคือ ถึงแม้จะฉีด 2 เข็มแล้ว บางครั้งเราจำเป็นต้องทำใจแล้วว่า ชีวิตเราจากนี้ไปต้องเปลี่ยนไปแล้ว อย่าไปประมาท การชุมนุม หรือผับบาร์อะไรต่างๆ พวกนี้ บางครั้งเราอาจจะต้องทำใจแล้วว่าวิชาชีพ หรืออาชีพบางอย่าง มันไม่เหมาะที่จะให้ดำเนินการต่อไป ตราบใดที่ความเป็นไปได้ในการแพร่เชื้อและเกิดโรคระบาดเป็นระลอกที่ 4 ที่ 6 ที่ 7 ที่ 8 ยังคงมีอยู่ และตราาบใดถ้าเรายังไม่ได้มองปัญหาของโรคระบาดนี้ว่าเป็นปัญหาที่จะอยู่กับเราทุกวัน และเราต้องหาวิธีการที่จะอยู่กับมันให้ได้ ด้วยการยอมรับว่านี่คือไข้หวัดใหญ่อีกสายพันธุ์หนึ่ง แต่มันต้องใช้วิธีหายากิน นั่นก็คือว่า มีการตรวจด้วยตัวเอง Rapid Test ซึ่ง Rapid Test นี้ ท่านผู้ชมที่ฟังผมพูดมาตลอด ผมพูดเรื่องนี้มา 6 เดือนที่แล้ว รัฐบาลเพิ่งตัดสินใจจะทำเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว 6 เดือนที่ผ่านมา เราสูญเสียโอกาส สูญเสียทุกอย่าง ไปหมดเลย ถ้าเรามี Rapid Test เราทดสอบ อ้าว เราติดเชื้อ แล้วมียาที่สามารถกิน อย่างเช่น โมลนูพิราเวียร์ ของเยอรมนี (เมอร์ค) กินไปเลย 24 ชั่วโมง หาย หรือถ้าเป็นเมืองไทย ตรวจพบ กินฟ้าทะลายโจร 5 วัน


แล้วไม่ไปไหน อยู่ที่บ้าน นี่คือชีวิต New Normal จริงๆ ที่ยอมรับ และออกไปไหนมาไหนก็ยังใส่หน้ากากเหมือนเดิม เพียงแต่ว่ากิจกรรมอะไร เช่น บาร์ ไนต์คลับ ผับ ที่ไปนั่งชนแก้วเหล้ากินกัน หรือการรวมตัวกันประกวดนางงาม เดินบนเวที ถอดหน้ากาก คือนางงามนี่ผมก็เห็นใจเขา ถ้าใส่หน้ากากแล้วไปประกวดทำไม คนมองไม่เห็นหน้า แต่เราต้องยอมรับว่าอาชีพนี้มันไม่ใช่อาชีพที่เหมาะกับยุคสมัยแบบนี้

แม้กระทั่งอเมริกาเอง นายไบเดน มีความมั่นใจมาก ถึงกับประกาศอิสรภาพจากโรคระบาดเลย ทั้งๆ ที่อเมริกานั้นเป็นประเทศที่กั๊กวัคซีนไว้หลายร้อยล้านโดส เขาสั่งวัคซีนเผื่อเป็นพันล้านโดส ท่านผู้ชมครับ แต่ตัวเลขการติดเชื้อใหม่ในอเมริกาก็ยังอยู่ที่หลักหลายพันคน บางวันขึ้นถึง 20,000 คน ท่านผู้ชมครับ แล้วถ้าไวรัสมันกลายพันธุ์ ตอนนี้เป็นเดลตา อีกหน่อยก็จะเป็นเบตา เป็นแลมบ์ดา เป็นอะไรก็ตามเยอะแยะไปหมด ถ้าไวรัสมันกลายพันธุ์ไปอีก จะมีการแพร่ระบาดระลอกใหม่เกิดขึ้นในอเมริกาอีกหรือเปล่า ? ผมเชื่อว่าเกิดขึ้นอย่างแน่นอนที่สุด ท่านผู้ชมครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ชีวิตพวกเรา อย่าประมาทเป็นอันขาด และผมคิดว่าชีวิตเราต้องเปลี่ยนไปหมดแล้ว และเราต้องเริ่มทำใจกับมันว่าถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเรา ถ้าตราบใดยังไม่สามารถจะกำจัดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เราคงจะต้องอยู่กันแบบนี้กันต่อไปอีกนานพอสมควร

ท่านผู้ชมครับ เรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ผมจะเอาการ์ตูนขึ้นให้ท่านผู้ชมดูก่อน ผมมีการ์ตูนของบัญชา คามิน รูปแรกทางซ้ายมือ คือรูป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา


ท่านเป็น Single Command รูปที่สอง ในเมื่อท่านเป็นพระเอกอยู่คนเดียว ท่านก็เลยเป็นจุดที่กระสุนตกหาท่านเยอะที่สุด ก็คือ Single Target เป็นเป้าเดี่ยวเลย ซึ่งถ้ามองในหลัก "อิทัปปัจจยตา" เพราะมันมีเหตุอย่างนี้มาก่อน มันก็เลยมีผลอย่างนี้ เหตุก็คือว่า ท่านต้องการควบคุมอำนาจทุกอย่างอยู่ในมือท่าน ผลก็คือว่า เมื่อท่านทำผิดพลาด ผิดแล้วผิดอีก พลาดแล้วพลาดอีก อาจจะเป็นคนอื่นทำผิดพลาด แต่ทุกคนก็ต้องโยงกลับมาหาท่าน

ท่านผู้ชมครับ ผมไม่ได้อยากจะพูดถึงท่านมาก เพราะว่าพูดไปพูดมาผมเกรงว่าท่านผู้ชมหลายท่านซึ่งรัก พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะบอกว่า เอ๊ะ คุณสนธิ ทำไมคุณเจาะจงกระแนะกระแหนแดกดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่ครับ ผมเอาความจริง เอาธรรมนำหน้ามาพูด ท่านผู้ชม วันนี้ผมมานั่งนับนิ้ว นับตั้งแต่วันเวลา วันที่ 27 เมษายน 3-4 เดือนกว่าที่แล้ว ที่ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศรวบอำนาจกฎหมาย 31 ฉบับ มาถึงวันนี้ ก็ประมาณเกือบ 3 เดือน การจัดการสถานการณ์โรคระบาดในมือ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ชอบใช้คำว่า Single Command หรือว่า นำเดี่ยว ไม่เพียงสถานการณ์ไม่ดีขึ้น แต่เลวร้ายลงไปมาก ผู้ป่วยใหม่ต่อวันเพิ่มขึ้นหลายเท่า จากตัวเลข 2,000 กว่าคน เพิ่มเป็นวันละ 8,000-9,000 คน

ท่านผู้ชมครับ แต่นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้ว ยังมีบุคคลอีก 2 ท่าน ที่ผมอยากจะพูดให้ฟัง และอยากให้ท่านผู้ชมทำความรู้จักเอาไว้

สองคนนี้ ร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นสามคน มีบทบาทมากเหลือเกินกับวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ สามคนนี้ วงใน ศบค. เขาว่ากันว่า เป็นขาใหญ่คุม ศบค. อย่างแท้จริง คนแรกคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนที่สอง คือ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ซึ่งท่านเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ท่านจะเกษียณอายุในวันที่ 30 กันยายนนี้ และเชื่อผมสิครับ เพราะท่านเป็นเด็ก ลูกน้องที่ พล.อ.ประยุทธ์ รักที่สุด ก็คงจะได้รับตำแหน่งอะไรหลังจากเกษียณแล้ว คนที่สาม คือศาสตราจารย์นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข


เอาล่ะ มาเริ่มที่ พล.อ.ณัฐพล ก่อน ผมเคยเล่าประวัติของ พล.อ.ณัฐพล ให้ท่านผู้ชมทราบมาแล้วว่า เป็นทหารมาชั่วชีวิต แต่ได้รับการแต่งตั้งให้มานั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศปก.ศบค. ประเด็นคืออย่างนี้ ท่านผู้ชม พอนักข่าวถามอะไรท่าน ส่วนใหญ่ท่านจะโยนให้ไปถามกระทรวงสาธารณสุขตลอด แล้วอย่างนี้ท่านจะมานั่งเป็น ผอ.ศปก.ศบค.ได้อย่างไร 12 กรกฎาคม 2564 ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ พล.อ.ณัฐพล ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัตการ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ได้กล่าวถึงกระแสข่าวเลื่อนฉีดวัคซีนในพื้นที่ กทม. ซึ่งสวนทางนโยบายปูพรมฉีดวัคซีนในพื้นที่เสี่ยงสูง (สีแดงเข้ม) ว่าขณะนี้การฉีดวัคซีนอยู่ในการดำเนินการ ไม่ได้เลื่อนฉีด แต่เมื่อท่านถูกถามถึงกรณีมีข้อสังเกตว่าการผลิตวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า โดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ที่ต้องส่งวัคซีนให้ไทยเดือนละ 10 ล้านโดส มีข่าวว่าสามารถผลิตได้ 5 ล้านโดสต่อเดือน นักข่าวถามท่าน พล.อ.ณัฐพล ท่านบอกนักข่าวให้ไปถามกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ชี้แจงกรณีดังกล่าว พอข่าวนี้สะพัดออกไป คนก็วิพากษ์วิจารณ์กันหนักว่า เอ๊ะ ท่านเลขาฯ สมช. เป็นแม่ทัพปราบโควิดสายตรง พล.อ.ประยุทธ์ ถูกถามว่าทำไมวัคซีนแอสตร้าฯ มาน้อย กลับโยนให้กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงเสีย แล้วนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ถูกเตะออกจาก ศบค. เป็นแค่ที่ปรึกษา แล้วไปถามเขาทำไม

นี่ขนาดท่าน พล.อ.ณัฐพล ท่านเป็นเบอร์สอง รองจาก พล.อ.ประยุทธ์ รับคำสั่งสายตรงจาก Single Command หรือ พล.อ.ประยุทธ์ อุตส่าห์เรียกท่านว่า แม่ทัพปราบโควิดคู่กาย ไม่รู้ว่าทำไมวัคซีนมาน้อย ต้องโยนให้กระทรวงสาธารณสุขตอบ นี่ก็แย่แล้วท่านผู้ชม

พล.อ.ณัฐพล ครับ ท่านควรรับทราบไว้ด้วยว่าวิกฤตระลอกนี้มีเรื่องให้เห็นถึงการบริหารจัดการของ ศบค. ที่ล้มเหลวและเละเทะหลายเรื่อง อย่างเรื่องการจัดหาวัคซีนที่ทุกวันนี้ประชาชนบ่นระคนเอือมระอาเต็มทน หนักหนาสาหัสเข้า คนถาม ศบค. ว่า รัฐบาลเคยได้ยินเสียงเหล่านี้ไหม ? ท่านผู้ชมครับ ผมเองก็มีข่าววงใน บอกว่า ถึง พล.อ.ณัฐพล จะเป็นทหาร แต่กลับได้รับการแต่งตั้งปราบโรคระบาด มีอำนาจสั่งหมอ สั่งบุคลากรทางการแพทย์ มากกว่าปลัดกระทรวงสาธารณสุขเสียอีก อันนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในเวลานี้


อีกท่านหนึ่งคือ ศาสตราจารย์นายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษา ศบค. และเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านเป็นหมอที่สนิทสนมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างมากๆ แล้วท่านพูดอะไร พล.อ.ประยุทธ์ จะเชื่อหมดในเรื่องของปัญหาโรคระบาดครั้งนี้ การบริหารตัดสินใจว่าวัคซีนไหนเป็นวัคซีนหลัก วัคซีนไหนเป็นวัคซีนทางเลือก ท่านผู้ชมรู้ไหมว่ามาจากใคร ? มันมาจากคณะกรรมการจัดหาวัคซีน ที่ท่านนายกฯ ในฐานะ Single Command จัดการ แล้วให้นายแพทย์ปิยะสกล เป็นประธาน

ผมเอาเอกสารคำสั่งนายกฯ ครั้งที่ 5/2564 ตั้งคณะทำงานจัดการพิจารณาให้ดู ในคำสั่งนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ ท่านผู้ชมครับ ตั้งใจฟังดีๆ มีรายชื่อและคณะกรรมการรวม 18 คน มีท่านนายแพทย์ปิยะสกล เป็นประธาน ในคณะกรรมการชุดนี้ไม่มีชื่อที่พวกเรา ท่านผู้ชมหลายคนด่าอยู่ทุกวัน คือ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไปเปิดดูย้อนหลังได้เลยครับ คือพูดง่ายๆ ว่า เอะอะอะไรตอนนี้ก็โยนไปกระทรวงสาธารณสุข เสี่ยหนู ก็รับไปเละ เสี่ยหนูเองก็มีปัญหาในเรื่องของวาจาไม่ดี ชอบพูดจาโดยที่ไม่มีซิปรูด ก็เลยถล่มหนักถล่มหนา ทั้งๆ ที่เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ได้เกี่ยวข้องเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะถูกกีดกันออกโดยคำสั่งท่านนายกฯ

หน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ก็ระบุชัดเจน ในข่าวทุกสำนัก คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ในการจัดหาวัคซีนเพื่อใช้ในโรงพยาบาลของรัฐ และเอกชน และดำเนินการอื่นๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ท่านผู้ชมได้สังเกตหรือเปล่าครับ ว่าคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสาธารสุข ของ ศบค. เกือบทุกคณะ จะมีชื่อนายแพทย์ปิยะสกล อยู่ตลอดเวลา จะอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษา หรือประธาน ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่า ทุกคนรู้ว่านี่คือร่างทรงของท่านนายกฯ เพราถ้าท่านนายแพทย์ปิยะสกล แนะนำอะไรท่านนายกฯ ไป ท่านนายกฯ ก็จะเอาแบบนั้น เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อคุณหมอปิยะสกล ท่านนั่งในที่ประชุม ท่านไอแค่กๆ ทุกคนก็เงียบสนิทแล้ว ไม่มีใครกล้าออกเสียงเลย

ทีนี้ การแต่งตั้งคณะกรรมการ คำสั่งนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 5/2564 แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาหาวัคซีนป้องกันโรคระบาด ผมอธิบายไปแล้ว มีเจ้าของโรงพยาบาลเอกชน เป็นกรรมการจัดหาวัคซีน แบบที่เรียกได้เต็มปากเต็มคำว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างแน่นอน ชงเอง กินเอง ผมเอาคำสั่งให้ดู


เบอร์ 15 นายแพทย์บุญ วนาสิน ของเครือโรงพยาบาลธนบุรีเฮลท์แคร์ กรุ๊ป เบอร์ 9 นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลในกลุ่ม BCH เป็นเจ้าของโรงพยาบาลในเครือเกษมราษฎร์ การุญเวช เวิลด์เมดิคอล และท่านเองก็ยังดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เบอร์ 10 นายแพทย์ก่อพงศ์ รุกขพันธ์ ผู้อำนวยการด้านปฏิบัติการและผู้อำนวยการด้านคุณภาพ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เบอร์ 11 แพทย์หญิงเมธินี ไหมแพง จากโรงพยาบาลกรุงเทพ เบอร์ 12 นายแพทย์ไพบูลย์ เอกแสงศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิภาราม และเบอร์ 13 นายแพทย์พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลมหาชัย

ท่านผู้ชมเห็นหรือยังว่าทำไมทุกวันนี้วัคซีนโมเดอร์นาถึงถูกตีโป่ง กลายเป็นวัคซีนทางเลือก เปิดให้โรงพยาบาลเอกชนสามารถทำธุรกิจบนความต้องการของประชาชนที่เรียกร้องวัคซีนทางเลือก ในขณะซึ่งประชาชนส่วนใหญ่กำลังขมขื่น เจ็บไข้ได้ป่วย และล้มหายตายจากกัน


ท่านผู้ชมครับ แล้วทำไมโมเดอร์นาต้องเป็นวัคซีนทางเลือก ? เรื่องของวัคซีนโมเดอร์นา เป็น 1 ใน 2 วัคซีนเทพ วัคซีนเทวดา ผลิตจากเทคโนโลยี mRNA เพราะการปั่นกระแสของหลายฝ่ายในสังคม และหลายคนสงสัยว่าทำไมโมเดอร์นาไม่อยู่ในกลุ่มวัคซีนหลัก คือรัฐจัดหาให้ประชาชนฟรี มีแต่ไฟเซอร์ที่รัฐจัดหา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้มาเมื่อไร จนกระทั่งรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังบริจาคมาให้ ซึ่งน่าจะถึงเร็วกว่าจำนวน 1.5 ล้านโดส ตอนนี้ก็เลยมีการโจมตี

ท่านผู้ชมครับ ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้ ท่านผู้ชมคิดเหมือนผมไหม คณะกรรมการจัดหาวัคซีน ข้อแรก ทำไมมีตัวแทนโรงพยาบาลเอกชนเยอะเหลือเกิน เยอะมากๆ ถ้าจะเหมาะสมก็เอานายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชนสิ คุณหมอเกษม และเลขาฯ โรงพยาบาลเอกชน ก็เป็นตัวแทนโรงพยาบาลเอกชนทั้งหมด สองคนก็พอ หมอบุญ มาจากไหน ใครให้คุณเข้ามา ใครเชิญคุณมา ถ้าไม่ใช่นายกฯ เชิญคุณมา หรือนายแพทย์ปิยะสกล เชิญมา คุณจะได้เป็นไหม แล้วคนอื่นล่ะ สองคนก็พอแล้ว ก็ปรากฏว่ามีขบวนการ คือพูดง่ายๆ ว่า คนที่อยู่ข้างในนั้น ที่ประชุมรู้อยู่แล้วว่าตอนนี้คณะกรรมการวัคซีนจะจัดโมเดอร์นาให้โรงพยาบาลเอกชนแน่นอน ขึ้นอยู่กับขั้นตอนที่ว่า จะซื้อเอง หรือจะต้องซื้อผ่านองค์การเภสัชกรรม ในที่สุดแล้วก็หนีระบบราชการประเทศไทยไม่ได้ ก็เลยต้องซื้อผ่านองค์การเภสัชกรรม

ท่านผู้ชมครับ ราคาค่าวัคซีนโมเดอร์นา โดสละ 38 เหรียญ ท่านเอา 30 บาทคูณ ก็ 1,100 บาท เมื่อผ่านไปที่องค์การเภสัชกรรม องค์การเภสัชกรรมก็คิดแค่ VAT ตามเรท 7 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นราคาบวก VAT แล้ว ต้นทุนก็ตกอยู่ที่โดสละ 1,100 บาท แต่โรงพยาบาลทุกโรงพยาบาล ราคาที่ให้สั่งจองวัคซีนจะอยู่ที่ 1,650-1,700 บาท ท่านผู้ชมครับ นี่เข้าข่ายพระราชบัญญัติการฮั้วกันหรือเปล่า คือต้องมีการคุยกันภายใน ฮั้วกันแน่นอน


เพราะถ้าไม่ฮั้วกัน เมื่อต้นทุนจากองค์การเภสัชกรรม มาถึงโรงพยาบาลพญาไท โรงพยาบาลพยาไทบอกว่าเอาล่ะ เราคิดกำไรแค่โดสละ 200 บาท ก็พอ เรามีคนจองอยู่ประมาณ 1 ล้านคน 1 ล้านคน ก็กำไร 200 ล้านบาท ฉีด 2 โดส ก็กำไร 400 ล้านบาท โอเคแล้ว กำไรพอสมควร แต่ทำไมมันลงตัวที่ 1,650-1,700 บาทล่ะ ก็เพราะบอกกันว่า ห้ามต่ำกว่าเท่านี้นะ แล้วห้ามสูงกว่าเท่านี้นะ คนที่มีความละอายแก่ใจก็คิด 1,650 คนที่ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น สนใจแต่กำไร ก็คิดเต็มแม็ก

ท่านผู้ชม ผมไม่ได้มีอะไรต่อต้านโรงพยาบาลเอกชน ถึงแม้ในส่วนตัวของผม ผมคิดว่าราคาค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนจะสูงกว่ามากๆ แต่ช่วยไม่ได้ มันเป็นทางเลือก คนไทยไม่อยากจะรอโรงพยาบาลรัฐบาล ก็ต้องไปโรงพยาบาลเอกชน แล้วโรงพยาบาลเอกชนก็ใช้หมอที่เลิกงานจากโรงพยาบาลรัฐบาลตอนบ่าย ตอนเย็น แล้วก็ไปทำงานโรงพยาบาลเอกชน หมอพวกนี้ก็คือหมอพวกซึ่งทำงานให้รัฐ แล้วก็ทำงานไซด์ไลน์ให้กับโรงพยาบาลเอกชน หมอบางคนเป็นหมอผ่าตัด อยู่โรงพยาบาลรัฐ แล้วพอไปทำโรงพยาบาลเอกชน ได้ค่าผ่าตัดทีเป็นแสนๆ รายได้พิเศษเดือนละเป็นล้าน เอาล่ะ ผมไม่ว่าอะไรทั้งสิ้น แต่ผมกำลังจะตั้งคำถาม ถามอย่างนี้

ผมตั้งคำถามว่า โรงพยาบาลเอกชน จริงอยู่ว่าเป็นโรงพยาบาลที่ลงทุนเอง ก็ต้องคิดค่าบริการแพง แต่กำไรโรงพยาบาลเอกชนนี่กำไรทุกปี กำไรดีมากด้วย แล้วโรงพยาบาลเอกชนไม่ได้สร้างหมอ โรงพยาบาลเอกชนก็เป็นการขอยืมหมอที่ต้องการรายได้พิเศษ ผู้เชี่ยวชาญทางกระดูก ผู้เชี่ยวชาญทางไต ผู้เชี่ยวชาญทางหัวใจ หมอพวกนั้นเป็นคนที่รัฐลงทุนทั้งสิ้น แล้วโรงพยาบาลเอกชนเอามาช่วยทำงานที่นี่ จ่ายค่าแรงให้แพงกว่าโรงพยาบาลรัฐบาลเป็นพิเศษ เมื่อเป็นพิเศษเช่นนี้ออกมาแล้ว ณ เวลานี้ ประเทศชาติวิกฤต จริงอยู่ คนที่มาจองวัคซีน จะเป็นโมเดอร์นา หรือไฟเซอร์ กับโรงพยาบาลเอกชนนั้น เขาอาจมีเงินจ่าย แต่ไม่ใช่ว่าเขามีเงินจ่ายกันทุกคน เขาก็อาจจะไปขอยืมมาก็ได้ เพราะเขาอยากจะฉีดวัคซีน ผมคิดว่าในภาวะวิกฤตอย่างนี้ โรงพยาบาลเอกชนน่าที่จะคิดราคาไม่ใช่ 1,700 บาท ผมคิดว่ากำไรโดสละ 200-250 บาท หรือ 300 บาท น่าจะพอแล้ว


ผมทราบข่าวภายในว่า Rapid Test ที่มีอยู่ 7 เจ้า ของเยอรมนี ขายที่เยอรมนี 30 บาท ของเกาหลี ถ้ามาขายเมืองไทยก็ประมาณ 300 บาท ของอเมริกาก็มี ของจีนก็มี ปรากฏว่ามีการพูดถึง Rapid Test คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ แกยังหวาดผวากับกรณีของหน้ากากอนามัยราคาแพงและหาย แกค่อนข้างจะประสาท แกก็เลยบอกว่าต้องมีการควบคุมราคา Rapid Test ท่านผู้ชมครับ จุดที่คุณไม่ควรจะควบคุม คุณดันไปควบคุม Rapid Test มีอยู่ 7 เจ้า ที่เข้ามา ก็ให้มันแข่งราคากันสิครับ ขอให้มันได้มาตรฐานว่า Accuracy - ความแม่นยำ ต้องเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ ใครขาย 300 บาท เยอรมนีขาย 30 บาท หรือ 50 บาท หรือไม่เกิน 100 บาท คนก็ไปซื้อของเยอรมัน แต่คุณจุรินทร์ ครับ คุณใช้ปัญญาคิดหน่อย คุณจุรินทร์ รู้ไหมว่าอะไรที่คุณต้องควบคุมราคา คือวัคซีนทางเลือกของโรงพยาบาลเอกชน เพราะประการแรก มันมีแค่โมเดอร์นา


แล้วประการที่สอง มันมีโรงพยาบาลเอกชนทั้งหมดฮั้วกัน คุณต้องบอกเลยว่า ต้นทุนคุณรู้อยู่แล้ว คุณรู้อยู่แล้วว่าต้นทุนเขา 1,100 บาท บวก VAT เรียบร้อยแล้ว คุณก็รู้อยู่แล้วเขาจองที่ 1,650-1,700 บาท ท่านนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ท่านได้พูดชัดเจนแล้วว่ามีคนจองเข้ามาแล้ว 9 ล้านคน ตัวเลขอาจจะถึง 10 ล้านคน ท่านผู้ชมครับ 10 ล้านคน กำไรโดสละประมาณ 600-700 บาท 6,000 ล้านบาท เฉลี่ยไปตามโรงพยาบาลเอกชน ท่านผู้ชมว่ามากเกินไปไหม

ผมรู้ว่าท่านผู้ชมหลายท่านก็จะบอกว่า เขาเป็นโรงพยาบาล เขาลงทุน เขาเป็นนักธุรกิจ ต้องให้เขากำไร กำไรมากจนเกินควรครับ มันไม่ได้ลงทุนอะไรเลย แค่ของมา จัดพยาบาล จัดคิวฉีด ฉีดเสร็จเอาไปพักข้างๆ 15 นาที 30 นาที เสร็จ กลับ คิวต่อไปเข้ามาฉีดๆ พนักงานที่ฉีดก็ไม่ได้เพิ่มเติมอะไรมากมายนัก ก็ใช้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ใช้พยาบาลที่ว่างงานอยู่ฉีด มากเกินไปหรือเปล่า ? การค้ากำไรลักษณะแบบนี้ สำหรับผมถือว่าค้ากำไรเกินควร เอาข้อเท็จจริงมาอีกอันหนึ่ง เรามาดูกัน


ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมคงไม่รู้ว่าโรงพยาบาลที่ผมพูดถึงส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ผมช่วยไม่ได้นะครับ ผมเอาเครือโรงพยาบาลธนบุรี ของหมอบุญ มาก็แล้วกัน ท่านผู้ชมรู้ไหมครับ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว (2563) หุ้นโรงพยาบาล THG คือเครือโรงพยาบาลธนบุรี ของหมอบุญ พฤศจิกายน-มิถุนายน เข้ากรกฎาคม กลางเดือน แปดเดือนกว่า ท่านผู้ชมครับ เมื่อวานนี้ วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม ราคาหุ้นของโรงพยาบาลธนบุรี ขึ้น 33.75 บาท เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แปดเดือนกว่าหุ้นขึ้นเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้ชมครับ เมื่อวานนี้คุณหมอบุญ วนาสิน ออกมาปั่นข่าวว่าเครือโรงพยาบาลธนบุรี กำลังจะเซ็นสัญญาสั่งซื้อไฟเซอร์ มาเฉพาะเครือโรงพยาบาลตัวเอง ช่วงเช้าให้สัมภาษณ์เลยครับ ทางวิทยุ คุณสรยุทธ ก็ยังเคยเอาหมอบุญ ออกมาให้สัมภาษณ์ ตลาดหลักทรัพย์เปิด หุ้นบริษัท THG ของเครือโรงพยาบาลธนบุรี ราคาหุ้นพุ่งขึ้นไปอีก 4 บาท ขึ้นตั้ง 12-13 เปอร์เซ็นต์ กลายเป็นว่าเมื่อวานนี้ 33.75 บาท เมื่อเทียบกับวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 ราคา 18.30 บาท เท่ากับว่าหุ้นหมอบุญ ขึ้นเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์

ท่านผู้ชมครับ การพูดจาแบบนี้ของหมอบุญ แล้วหมอบุญ นั่งอยู่ในที่ประชุม ศบค. ที่ประชุมในการคัดเลือกวัคซีน ที่ผมเคยถามว่าใครเชิญคุณเข้าไป ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมที่เล่นหุ้น ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ กรณีหมอบุญ เข้าข่ายอินไซเดอร์หรือเปล่า เป็นการรู้ข้อมูลภายใน นี่คือการปั่นหุ้นอีกวิธีหนึ่ง ไม่มีใครเขาให้สัมภาษณ์หรอก มีหมอบุญ อยู่คนเดียวที่ออกมา ก.ล.ต. ช่วยเช็กหน่อยได้ไหม ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง ท่านผู้ชมที่ว่าผมว่าเขามีสิทธิ์ เขาเป็นธุรกิจเอกชน เขาก็ต้องแสวงหากำไร แต่กติกามันมีไม่ใช่หรือ คุณแสวงหากำไรได้ แต่ไม่ใช่คุณแสวงหากำไรจากที่คุณรู้ก่อนล่วงหน้า แล้วคุณก็รู้มาตั้งนานแล้วว่า ทางพวกคุณ โรงพยาบาลเอกชน จะได้โมเดอร์นา เพราะถ้าคุณไม่รู้ คณะกรรมการวัคซีนจะกันโมเดอร์นามาให้คุณทำไม เพราะผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ ว่า คณะกรรมการจัดหาวัคซีน ทำไมถึงไม่จัดหาวัคซีนโมเดอร์นาให้กับประชาชนคนไทยด้วย ไม่ต้องเยอะ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็พอ แต่นี่ไม่มีเลย แสดงว่าคณะกรรมการวัคซีน กับโรงพยาบาลเอกชน จับมือกัน โดยที่รัฐบาลจะไม่สั่งโมเดอร์นาเข้าตอนนี้ โดยให้เอกชนเป็นคนทำไปเลย เพื่อให้เอกชนรับไปสุดๆ รับไปเนื้อๆ


ตกลงแล้วคนที่รับไป ได้สองเด้ง ได้ทั้งกำไรโรงพยาบาล หุ้นก็ขึ้น นี่ผมไม่ได้โกหกอะไรทั้งสิ้น ผมมีตัวอย่างให้ดูหมด ราคาหุ้นเช็กได้เลย วันที่ 2 เดือนพฤศจิกายน 2563 ราคา 18 บาทกว่า วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม ราคา 33 บาท เพิ่มขึ้น 15 บาท แล้วในช่วงพฤศจิกายน จนถึงวันนี้ หมอบุญ ออกมาให้สัมภาษณ์เป็นช่วงๆ พอตัวเองไม่พอใจ ไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการก็ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กของตัวเอง ประชาชนบางฝ่ายก็เชียร์หมอบุญ ว่าเป็นฮีโร่ ใช่สิ ฮีโร่ในตลาดหลักทรัพย์ไง ผมอยากให้ ก.ล.ต. เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ มันเข้าข่ายอินไซเดอร์หรือเปล่า ก.ล.ต. คุณทำงาน คุณต้องไม่มีแบ่งพรรคแบ่งพวกนะ คุณไม่ต้องเกรงใจใครนะ ลักษณะแบบนี้ผมตั้งคำถาม ถามว่า เป็นการใช้อินไซเดอร์ อินฟอร์เมชัน (Insider Information) หรือเปล่า เพราะคุณหมอบุญ อยู่ในคณะกรรมการวัคซีน

ท่านผู้ชมครับ ผมจะลงรายละเอียดอยู่นะครับ 11 มกราคม 2564 หมอบุญ ออกข่าวว่าบริษัทได้สั่งจองวัคซีนของซิโนแวคไปจำนวน 1 ล้านโดส ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 27 บาท ประมาณ 4 วัน วันที่ 17-20 มกราคม หมอบุญ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ อวยซิโนแวคเต็มที่ อวยซิโนแวค ตอนหลังขึ้นทะเบียนวัคซีนกับ อย. ไม่ได้ ก็เลยจะฟ้องศาล

1 มิถุนายน 2564 หนึ่งเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา โรงพยาบาลธนบุรี เปิดให้ผู้สนใจจองวัคซีนโมเดอร์นาทั่วประเทศ ราคาหุ้นก็เพิ่มขึ้นจากเดิม 25.25 บาท มาเรื่อยๆ มาถึง 24 มิถุนายน เป็น 27.25 บาท และล่าสุด วันที่ 15 กรกฎาคมนี้ ก็เป็น 33 บาท ที่ผมเล่าให้ฟังแล้ว


14 กรกฎาคม ราคาหุ้นของโรงพยาบาลหมอบุญ อยู่ที่ 29.75 บาท 15 กรกฎาคม วันพฤหัสบดี หมอบุญให้สัมภาษณ์ว่า กำลังจะเซ็นสัญญาสั่งซื้อไฟเซอร์ หุ้นขึ้นเป็น 33 บาท ท่านผู้ชมครับ นี่เป็นการปั่นหุ้นหรือเปล่า เพราะหมอบุญ เป็นผู้ถือหุ้นโรงพยาบาลธนบุรี และอยู่ในตลาดหลักทรัพย์

เอาล่ะ มาดูอีกอันหนึ่ง โรงพยาบาลที่ผมจะเอามาพูดอีกโรงพยาบาลหนึ่ง คือโรงพยาบาลเครือเกษมราษฎร์


วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 ราคาหุ้นของโรงพยาบาลเครือเกษมราษฎร์ เพิ่มขึ้นจากเดิม 18.40 บาท พฤษภาคม เพิ่งจะ 18.40 บาท กรกฎาคม ขึ้นเป็น 23.70 บาท แล้ว 9 กรกฎาคม ขึ้นเป็น 25.50 บาท ท่านผู้ชม ถ้าดูย้อนหลัง 1 ปี ราคาหุ้นของเครือเกษมราษฎร์เพิ่มขึ้นถึง 64.83 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มจากราคา 14.50 บาท เป็น 23.90 บาท เพิ่มตั้ง 9.40 บาท ช่วงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เป็นต้นมา เป็นช่วงที่โรงพยาบาลเครือเกษมราษฎร์ เริ่มเปิดสำรวจความต้องการวัคซีนโมเดอร์นา

เอาอีกโรงพยาบาลหนึ่งก็แล้วกัน ให้มันเห็นจะๆ โรงพยาบาลวิภาวดี 20 ธันวาคม 2563 พอออกข่าวว่าจะเปิดให้สั่งจองวัคซีน ราคาวันที่ 6 มกราคม อยู่ที่ 1.50 บาท เพิ่มทันทีเป็น 1.86 บาท ท่านผู้ชมครับ บาทกว่าอย่าคิดว่าธรรมดา คิดเป็นเปอร์เซ็นต์สิครับ ฐานคือ 1.50 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 1.86 บาท ก็คือเพิ่มขึ้น 36 สตางค์ 36 สตางค์นี่้ก็เพิ่ม 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่น้อยนะท่านผู้ชม


พอ อย. รับรองวัคซีนโมเดอร์นา วันที่ 13 พฤษภาคม ราคาหุ้นโรงพยาบาลวิภาวดี เพิ่มจาก 1.95 บาท เป็น 2.14 บาท 16 มิถุนายน 2564 โรงพยาบาลวิภาวดี เปิดจองวัคซีนโมเดอร์นา ในราคาแพกเกจ 2 เข็ม 3,800 บาท หุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 2.18 บาท จนมาปิดหุ้นวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 โรงพยาบาลวิภาวดี หุ้นราคา 2.46 บาท เท่ากับ ? เท่ากับดูย้อนหลัง 1 ปี ราคาหุ้นของโรงพยาบาลวิภาวดี ขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์ 1 ปี ขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้ชมครับ นี่เป็นรายการปั่นหุ้นหรือเปล่า ของพวกบรรดาท่านเจ้าของโรงพยาบาลเอกชน

เพราะฉะนั้นแล้ว ผมถึงบอกว่าผมรับไม่ได้จริงๆ คำพูดที่บอกว่าเขาเป็นโรงพยาบาลเอกชน เขามีสิทธิ์ คุณพูดได้ แต่เบื้องหน้าเบื้องหลัง หุ้นคุณขึ้นตั้งเยอะตั้งแยะ แล้วคุณมี Insider Trading แบบนี้ ใครได้ประโยชน์ ? เอากันแค่ชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่อง แล้วเล่นหุ้น แล้วถือหุ้นอยู่ในโรงพยาบาลธนบุรี หรือโรงพยาบาลวิภาวดี หรือโรงพยาบาลเครือเกษมราษฎร์ ที่เขาไม่รู้เรื่อง เขาไม่ได้อยู่อินไซด์ แล้วไม่เกี่ยวข้องอะไร ปรากฏว่าเขาก็มะงุมมะงาหราโง่อยู่อย่างนั้น แต่เจ้าของหุ้นตัวใหญ่ หรือเจ้าของผู้ให้บริการนั้น มันถือหุ้นและมันอยู่ภายใน คณะกรรมการจัดหาวัคซีนรู้อยู่แล้วว่าเขาจะอนุมัติเรื่องนี้ ข้อแรก ก็กว้านซื้อหุ้นก่อน ข้อที่สอง ประกาศอนุมัติปัง หรือเที่ยวไปให้สัมภาษณ์สื่อคนโน้นที สื่อคนนี้ที ไปออกสื่อคนโน้นสื่อคนนี้ แล้วไปโม้ ไปพูดเรื่องโน้นเรื่องนี้ หุ้นมันก็ขึ้นๆๆ ท่านผู้ชมครับ แล้วใครได้กำไร ? นี่มันไม่ใช่ได้กำไรจากการฉีดวัคซีนอย่างเดียวนะ ได้กำไรจากการปั่นหุ้นและทุบหุ้นด้วย ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหม

ท่านผู้ชมครับ สถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ จากการจัดการบริหารที่ไม่ดีเลยของรัฐบาล มันเลยเป็นช่องว่างให้หลายๆ ฝ่ายทำมาหากินกับประชาชนที่กำลังลำบาก ที่กำลังกลัวเรื่องราวต่างๆ ที่เดือดร้อนมากเพราะอยากรู้ว่าตัวเองติดเชื้อโรคหรือไม่ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียวนะ รวมไปจนถึงการหาวัคซีน รวมไปถึงการที่จะต้องมีห้อง มีโรงพยาบาล การหายา ในยามวิกฤตจะมีคนทำมาหารับประทานกับความเดือดร้อนของประชาชน


ท่านผู้ชม ผมเคยพูดเรื่องนี้ ถ้าท่านผู้ชมตามผมมาตลอดจะจำได้ ผมพูดอยู่ตลอดเวลาว่าต้องมี Rapid Test ก็คืออุปกรณ์ชุดตรวจเชื้อด้วยตัวเอง ผมบอกว่าที่เมืองนอก ผมเคยเล่าให้ฟัง ท่านผู้ชมที่เคยฟังผมต้องจำได้ ว่าที่เยอรมนีมีขายตามห้างสรรพสินค้า ราคาไม่เกิน 1 ยูโร แล้วที่เยอรมนีเขาใช้เครื่อง Rapid Test เขาเดินเคาะตามประตูบ้านแล้วแจกให้ทุกคนในบ้านเลยเพื่อทดสอบให้ตัวเอง นั่นคือการกลั่นกรองชุดแรก แต่ไม่มีใครฟังตอนนั้น แล้วคนที่ค้านก็คือบรรดาหมอเก่งๆ ทั้งหลาย ยังยืนยันต้องใช้ PCR PCR ของคุณ โรงพยาบาลที่จะรับ Test PCR ก็รับไม่ได้ จำนวนคนมันมากเกินกว่าอุปกรณ์ที่คุณมี บุคลากรที่คุณมี นั่นข้อแรก แล้วราคาที่คุณ Test ขนาดโรงพยาบาลรัฐด้วยกันยังต้องประมาณ 1,000 กว่าบาท นับประสาอะไรกับแล็บที่ต้องตรวจ 2,000-3,000 บาท ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าแล็บตรวจโรคระบาดครั้งนี้มันร่ำรวยมหาศาล คุณจ่ายไป 3,000 บาท ต้นทุนจริงไม่กี่ร้อยบาทเอง เพราะน้ำยาที่ซื้อมามันเท่าไรกัน นี่คือความพินาศฉิบหายของประชาชนที่เดือดร้อนและถูกเอารัดเอาเปรียบ


ทำไมต้องมี Rapid Test ? ก็ผมบอกแล้วไงว่า Rapid Test มันมีอุปกรณ์ที่สามารถทดสอบและความแม่นยำได้ถึง 93 เปอร์เซ็นต์ ก็หมายความว่าใน 100 คน 93 คนถูก อาจจะมี 7 คน ที่อาจจะไม่แม่นยำ ก็เอา 7 คนนั้นล่ะ เอาไปตรวจ PCR ชุดใหญ่เลย ที่มีสำลีแยงจมูก โน่นนี่นั่น อย่างน้อยที่สุดมันก็เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของคน และในที่สุดแล้วมันก็จะเปิดโอกาสให้จำนวน/ปริมาณเตียงก็ลดน้อยลง คนไม่เข้าโรงพยาบาลมากนัก ก็รู้ทันที ไม่จำเป็นต้องนอนรอ

ท่านผู้ชมครับ การตรวจเชิงรุกถึงล้มเหลวหมด ผู้ติดเชื้อรายวันมีมากขึ้น ที่สำคัญคือประชาชนหาที่ตรวจเชื้อไม่ได้ โรงพยาบาลหลายแห่งปิดบริการตรวจโรค โรงพยาบาลเอกชนก็เลยเปิดบริการ Drive Thru ตรวจวันละหลายร้อยคน ค่าตรวจขั้นต่ำ 3,000 บาท ตีว่า 500 คน 3,000 บาท ก็วันละ 1.5 ล้านบาท ต้นทุนโรงพยาบาลเอกชนอย่างมากก็ไม่เกิน 1 แสนบาท (500 คน) ตรวจมากี่วันแล้ว กำไรวันละ 1 ล้านกว่าบาท เป็นเวลาร่วม 3 เดือน


โรงพยาบาลรามาธิบดี มีคนหลายร้อยคนรอคิวตามทางเดิน ตั้งแต่หน้าแผนก OPD ไปถึงตึกผู้ป่วยฉุกเฉิน ยาวไปด้านนอก มีทั้งเด็กเล็ก วัยทำงาน ผู้สูงอายุ อาชีพหลากหลาย แม่ค้า รับจ้าง รับราชการ หน่วยตรวจเชิงรุกของกรุงเทพมหานครเพื่อคัดกรองเชื้อตามเขตต่างๆ ปรากฏว่าเละเทะ สุ่มเสี่ยงว่าจะกลายเป็นที่แพร่เชื้อเสียเอง เพราะประชาชนมารอเข้าคิวกันข้ามคืน ทั้งๆ ที่พวกนี้เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ก็เพิ่มโอกาสที่จะแพร่เชื้อสูงอีก


ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมคงจะเห็นรูปเรื่องนี้ ที่น่าเศร้าสลด และเป็นที่น่าวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด อย่างที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน ซึ่งเป็น 1 ใน 4 จุดตรวจโควิดฟรี ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ของกรุงเทพมหานคร ของท่านผู้ว่าฯ อัศวิน ตามกำหนดการ สำนักงานเขตบางเขนจะเริ่มตรวจตั้งแต่ 8 โมง เป็นต้นไป จนถึงบ่ายสองโมง บริการตรวจวันละ 900 คน สามารถ walk in รับบัตรคิวได้ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าทุกคืนจะมีประชาชนไปเข้าคิวรอตรวจจำนวนมาก รอคิวตั้งแต่ช่วงเย็น มากันทั้งครอบครัว ปูเสื่อ กางเต็นท์นอนค้างคืนที่วัด เพื่อให้ได้คิวตรวจเช้าวันรุ่งขึ้น


คืนไหนฝนตกลงมาก็ต้องยืนกางร่ม ตากฝน ท่านผู้ชมครับ เศร้าไหม ? นี่คือคนไทย คนไทยครับท่านผู้ชม คนไทยที่ควรจะได้รับการบริการ ได้รับการป้องกัน รัฐมีหน้าที่ ท่านนายกฯ ท่านพูดว่าท่านรักประชาชนทุกคน ท่านลองไปถามคนที่เข้าคิวตรวจดูแล้วกันว่าเขารักท่านหรือเปล่า วันนี้ นี่คือข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

ในที่สุดแล้วรัฐก็เลยต้องตัดสินใจแจก Rapid Test คำถามคือว่า ทำไมคุณเพิ่งคิดได้วันนี้ คนป่วยมีวันละเกือบหมื่น

คุณหมออุดม คชินทร ที่ปรึกษา ศบค. ออกมายอมรับเอง ว่าระบบรับปริมาณผู้ป่วยใหม่ได้ไม่เกิน 500-1,000 คน กล่าวคือตอนนี้จำนวนผู้ป่วยใหม่เกินความสามารถในการรองรับของหมอไป 10 เท่า

นพ.อุดม คชินทร
ท่านผู้ชมครับ จริงๆ แล้วคนป่วยน่าจะมีมากกว่านี้อีก แต่เขาหาที่ตรวจเชื้อไม่ได้ เพราะวิธีการโบราณที่พวกหมอทั้งหลายยังหัวโบราณ ยังยึดมั่นติดกับเรื่องเฮงซวยอยู่เหมือนเดิม ก็คือตรวจ RT-PCR พอ ศบค. ขีดเส้นไว้อย่างนี้ เขาไม่มีทางออก เพราะคุณต้องใช้ผลตรวจ RT-PCR เข้าไปรับคิวรักษา แต่ปัญหานี้มันมีทางแก้ ทำไมบรรดาศาสตราจารย์นายแพทย์ กับพวก เสธ. ที่อยู่ข้างตัวนายกฯ ที่พวกอ้างว่าเก่งระดับอัจฉริยะ จบมาจากเคมบริดจ์ ออกซฟอร์ด ฮาวาร์ด ถึงคิดไม่ได้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

ผมเคยพูดเรื่องใช้ Rapid Test ตรวจ เมื่อสองเดือนที่แล้วในรายการของผม ตอนที่ 85 ผมพูดในหัวข้อว่า "อย่าเล่นการเมืองกับโรคระบาด" วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 ที่คลัสเตอร์คลองเตยติดกันหนักๆ ผมเสนอแนะไปแล้ว ท่านผู้ชม ผมทวนสิ่งที่ผมพูดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ให้ฟัง

"ทำไมเราถึงไม่เอา Rapid Test มา ที่เจาะเลือดใส่เข้าไปในมือ เจาะเลือดแล้วสามารถจะเช็กได้ว่าติดหรือไม่ติด ถ้าไม่แม่นยำบางคน เอาไว้ทดสอบอีกรอบหนึ่งกับ PCR ส่วนคนที่ผลเป็นลบ ก็กลับบ้านไป แต่ต้องระมัดระวังตัว เพราะมีโอกาสจะติด แต่น้อยลง นี่คือวิธีบรรเทาและประหยัดเงินประชาชน เพราะ Rapid Test มันใช้เงินไม่ถึง 200-300 บาท ก็ซื้อได้ ทำไมต้องไปเข้าคิวใช้เงิน 3,000 บาท test แล้ว test อีก Rapid Test คือการกรองชั้นแรก เมื่อกรองชั้นแรกเสร็จแล้วค่อยคัดเอาคนผล Rapid Test ที่เป็นบวก ไปทดสอบยืนยันอีกที ส่วนคนที่เหลือก็ถอยออกไป"

ท่านผู้ชมครับ นี่คือสิ่งที่ผมพูดไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว ที่อังกฤษ ผมเอารูปขึ้นให้ดูตัวอย่าง Rapid Test เขาแจกฟรี ที่อังกฤษเขาแจกฟรีกันเลยนะท่านผู้ชม เขาแจกฟรี เยอรมนีก็แจกฟรี หลายประเทศเขาทำกัน อังกฤษ เยอรมนี อเมริกา เกาหลีใต้


ท่านผู้ชมครับ ผมมีตารางอ้างอิง ช่องที่ 4 ขวาสุด การตรวจหาเชื้อในอังกฤษ โดยประชาชนตรวจเองจำนวน 1,114,234 คนต่อวัน ตัวเลขเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 แล้วถ้าตรวจเชื้อเองผลออกมาว่าติด แต่ไม่มีอาการ หรืออาการไม่หนัก ก็กักตัวอยู่บ้านไป ยกเว้นอาการหนักต้องไปโรงพยาบาล เยอรมนี อย่างที่ผมเรียนให้ทราบแล้ว เขาแจกตามบ้านเลย


ประชาชนเมืองไทย ท่านนายกฯ ครับ ผมได้ข่าวมาว่ากระทรวงสาธารณสุขมีคนมาเสนอ Rapid Test ซึ่งแม่นยำพอสมควร ในราคาไม่เกิน 120 บาท ท่านนายกฯ ครับ แจกคนไทยทุกคนในประเทศไทยได้หรือเปล่า ถ้าซื้อจำนวนยอดมากๆ ตีเสียว่า 120 บาท คน 60 ล้านคน ก็ 7,200 ล้านบาท ผมคิดว่าให้คนไทยตรวจได้ทุกคนและสามารถที่จะแยกแยะ ถ้าความแม่นยำมัน 93 เปอร์เซ็นต์ error/ผิดพลาด คือ 7 เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับว่า 93 คน ที่มันแม่นยำ ก็กลับบ้านได้ หรือไม่รุนแรงก็ใช้วิธีรักษาอยู่ที่บ้าน ใช้สมุนไพรไทยรักษาได้ ท่านผู้ชมเห็นหรือยังครับ

เรื่องง่ายๆ รัฐบาลไม่คิดจะทำ ไปเอากรอบความคิดความงี่เง่า ความคับแคบ mindset โบราณๆ ทั้งๆ ที่ต่างประเทศเขาใช้กันมาแล้ว อย่าไปคิดว่าหมอไทยเก่งกว่าหมอต่างประเทศนะ หมอเยอรมนีเขาก็เก่ง หมออเมริกาเขาก็เก่ง หมออังกฤษเขาก็เก่ง แล้วทำไมเขายอมรับ Rapid Test ล่ะ แล้วทำไมหมอไทยเวลาประชุมใช้ Rapid Test แต่ละที หัวดื้อ อัตตาสูง ยืนยันว่าต้อง PCR ในขณะเดียวกันคุณก็ออกมาแหกปากว่าบุคลากรทางการแพทย์ไม่สามารถจะรองรับได้อีกต่อไปแล้ว อ้าว ก็คุณโง่ของคุณเองนี่ รู้จักคิด รู้จักมองอีกมิติหนึ่งไม่ได้หรือ ท่านผู้ชมเข้าใจที่ผมพูดหรือยัง ขอประทานโทษที่ต้องพูดรุนแรงหน่อย ผมโกรธ ผมโกรธจริงๆ

คนที่มีอัตตาสูง ผมเคยพูดมานานแล้ว คนที่มีอัตตาสูงมีอยู่ 4 อาชีพ อันดับหนึ่งเลย คือ หมอ เพราะหมอรักษาพยาบาล คุณเป็นคนไข้ของหมอ หมอชี้เป็นชี้ตายได้คนเดียว คนอื่นยุ่งไม่ได้ คนที่สอง คือ วิศวฯ ก็คือเป็นคนออกแบบสร้างทาง กำหนดว่าต้องใส่ซีเมนต์เท่านี้ ต้องตอกเสาเข็มเท่านี้ เถียงเขาไม่ได้ คนที่สาม คือ กัปตันเครื่องบิน คุมเครื่องบินทั้งลำ เสียงกูยิ่งใหญ่อยู่คนเดียวเลย คนที่สี่ คือ ผู้พิพากษา เพราะคดีนั้นเป็นคดีของท่านเอง ท่านตัดสินใจด้วยตัวเอง คนอื่นไม่เกี่ยว ท่านจะให้ติดคุกหรือไม่ติดคุกก็ได้ อยู่ที่ท่าน สี่อาชีพ อาชีพหมอมาอันดับหนึ่ง คือเป็นคนที่มีอัตตาสูงที่สุด


ท่านผู้ชมครับ หลังจากที่ผมประกาศให้พี่น้องประชาชน ท่านผู้ชมที่สนใจที่จะมาทำบุญให้กับประเทศไทย ด้วยการลงขันกันให้กับมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เพื่อที่้จะจัดซื้อยาสมุนไพร ฟทจ. ให้กับประชาชนคนไทย ปรากฏว่าของที่เราเอาเข้ามาตอนแรก 1 หมื่นกว่าขวด หายวับไปกับตา นี่ล็อตต่อไปกำลังจะมา ภายในสิ้นเดือนนี้ ถ้าโชคดีเราจะมีเข้ามาอีก 45,000 ขวด แรกๆ เราเริ่มแจกชุมชนที่กลุ่มเสี่ยงสูงอยู่ทางกรุงเทพมหานคร แต่ว่าเผอิญมีเรื่องด่วนทางภาคใต้ ติดต่อขอมาเข้ารับ ฟทจ. จำนวนมาก

เล่าให้ฟังเลยนะครับว่าสถานการณ์ทางภาคใต้สาหัสสากรรจ์มาก มีทั้งพัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี หาดใหญ่ คุณชัญญาธนันต์ ศรียะพันธ์ หรือคุณกุ้ง ติดต่อมาขอให้ทางเราส่ง ฟทจ. ไป มีคนติดเยอะ บอกมาว่าตอนนี้ในพื้นที่หาดใหญ่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก


แค่ 5 ชุมชน ก็ติดเชื้อไปแล้วสามร้อยกว่าคน และสถานการณ์เหมือนกันหมด คือไม่มีที่จะเข้าไปรับการรักษา โรงพยาบาลเตียงเต็ม ติดต่อไปทุกที่ปฏิเสธ บางคนเข้าไม่ถึง ไม่มีเงินรักษา ทุกคนก็เลยต้องเอาชีวิตรอด ก็รวมกลุ่มคนติดเชื้อมาช่วยกันรักษากันในกลุ่ม และผู้ป่วยเหล่านี้ จิตอาสา เราก็เลยส่ง ฟทจ. ไป มีชุมชนทุ่งลาง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ส่งไปให้ อส. อาสาสมัคร อ.จะนะ จ.สงขลา ชุมชนคลอง ร.1 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ท่าน อส. ท่านก็มารับ (ตามรูป)


ปรากฏว่าทุกคนดีใจกันหมด เด็กน้อยวัย 2 ขวบ มีทั้งเด็กที่ติดจากพี่เลี้ยง คุณยายที่ติดจากคนเลี้ยง เราส่ง ฟทจ. ออกไปแล้วทั้งหมด 11,864 กระปุก ตามรูปที่ผมลงให้ดู


รูปในรถบริษัทไปรษณีย์ไทย มารับไป กระจายไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ตามชุมชนต่างๆ ส่วนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไปแล้วชุมชนของเขตดินแดง พระราม 2 บางบัวทอง คลองสาน สวนหลวง ท่าพระ บางบัวทอง ปากเกร็ด นนทบุรี อ.เมือง ปทุมธานี ในต่างจังหวัด อ.ภูกานยาว พะเยา เชียงแสน เชียงราย อ.เมืองชลบุรี อ.นาจะหลวย อุบลราชธานี อ.เทพา จ.สงขลา อ.รามัน จ.ยะลา อ.กงหรา จ.พัทลุง อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช อ.ระโนด สงขลา อ.สุไหงปาดี นราธิวาส บางชุมชนแจ้งมามีสมาชิก 300-400, 600 หรือ 900 คน ทางผมและมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ก็จะเร่งจัดหา ฟทจ. และแจกจ่ายไปให้ทั่วถึงโดยเร็ว อย่างน้อย 1 คน ฟทจ. 1 กระปุก


ท่านผู้ชมครับ นี่คืองานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผมทำเรื่องนี้ ผมไม่ต้องการหน้าตาอะไรทั้งสิ้น ผมเรียนให้ท่านผู้ชมฟังแล้วว่า วันนี้เราพึ่งใครไม่ได้จริงๆ เราต้องพึ่งซึ่งกันและกัน ทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านผู้ชมบริจาคมาให้มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เราใช้ไปในการเรื่องช่วยคนทั้งสิ้น คนที่มามาร่วมช่วยทำงานกันก็เป็นคนที่เต็มใจที่จะทำ ไม่คิดอะไรทั้งสิ้น คนที่มีเงินเยอะก็บริจาคมา คนที่มีเงินน้อย 100 บาท ก็บริจาคมา บริจาค 5,000 บาท 1,000 บาท 10,000 บาท 100,000 บาท ก็มีไม่น้อย เป็นล้านๆ ก็มี ไม่ว่าจะเป็นคุณสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง ให้มา 1 ล้านบาท พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ให้มา 1 ล้านบาท คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา และเครือสหพัฒน์ ให้มา 2 ล้านบาท

บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา
แล้วก็จะมีทยอยเข้ามาอีกเรื่อยๆ มีบางท่านให้มา 1 ล้านบาท แต่ไม่ขอให้เอ่ยชื่อเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะว่าตั้งใจจะทำบุญ คนพวกนี้คือคนไทยที่รักชาติ รักประชาชน

ท่านผู้ชมครับ เรานี่โชคดีที่เราไม่ได้เป็นอะไร เราก็อาจจะเป็นในอนาคตข้างหน้า แต่อย่างน้อยที่สุดท่านผู้ชมกับผมมาร่วมให้ความหวังกับเขา ให้เขามีความรู้สึกว่าเขายังมีความหวังอยู่ ยังมีคนสนใจจะช่วยเขาอยู่ อันนี้สำคัญมาก นี่คือการรักเพื่อนพ้อง รักประชาชนคนไทย เขาคือคนไทย ท่านผู้ชม เขาไม่ได้สนใจกับการเมือง ยะลา ปัตตานี สงขลา พวกนี้ กรุงเทพฯ หลายจุด นักการเมืองหายหัวไปหมด หายหัวไปจริงๆ ไม่มีใครสนใจอะไรทั้งสิ้น ภาคใต้ เคยเป็นพื้นที่เก่าของพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนี้เป็นพื้นที่พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ ก็หายหัวเช่นกัน คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ มาภูมิใจกันเหลือเกินเรื่องเกี่ยวกับส่งออกยอดสูง เป็นห่วง จะควบคุมราคาของ Rapid Test

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์
คุณจุรินทร์ ครับ พี่น้องคุณทางใต้ ฐานเสียงของคุณน่ะ คุณอย่าทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไร้ราคาขนาดนี้สิ ผมภาวนาให้พวกคุณสูญพันธุ์ไปให้หมดเสียที ขอโทษที่ต้องพูดแรงหน่อย คุณไม่มีผลงานอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

ท่านผู้ชมครับ กราบขอบพระคุณน้ำใจท่านผู้ชมทุกคน ขอให้อานิสงส์การทำบุญครั้งนี้ส่งผลให้ท่านผู้ชมทุกท่านมีความสุข ความเจริญ ขอให้สิบหกชั้นฟ้า สิบห้าชั้นดิน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ได้จารึกบุญที่ท่านผู้ชมได้ทำ ยังมีอีก ท่านผู้ชม ยังมีอีก เรามีเงินเข้ามาแล้วทั้งหมด 12 ล้านบาท เราใช้ไปแล้ว 2 ล้านกว่าบาท ของมาอาทิตย์หน้า เราต้องจ่ายไปอีกเยอะ และเรากำลังจะเร่งหาที่ปลูก อาจจะต้องจ้างคนปลูก จ้างโรงงาน OEM มาผลิต เพราะปริมาณคนที่ต้องการใช้ ฟทจ. มาก ยิ่งวันยิ่งมากขึ้น

ท่านผู้ชมครับ ผมไม่ต้องการเครื่องราชฯ ผมไม่ต้องการอะไรทั้งสิ้น ผมต้องการให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนรู้ ที่ลำบากอยู่ ว่ายังมีคนที่เป็นห่วงเป็นใย และผมทำได้เท่าที่ผมสามารถจะทำได้อย่างเต็มที่ ผมเกินข้อจำกัดผมไปเยอะเลยตอนนี้ แต่ผมก็ยินดีที่จะทำ ท่านผู้ชมครับ นี่คือการรักชาติ รักประชาชน เพราะถ้าประชาชนมั่นคง สถาบันกษัตริย์ก็มั่นคง แต่ถ้าประชาชนไม่ได้รับความเหลียวแลจากรัฐบาล ประชาชนต้องช่วยตัวเอง พระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านพระราชทาน ฟทจ. นั่้นก็เป็นการเปิดประตูครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางเรื่องนี้อีกต่อไป


แต่ภารกิจเรายังไม่หมด ท่านผู้ชมครับ ยังมีอีก หลังจากนี้แล้ว ผมจะเริ่มแจกขิงผง เพราะท่านผู้ชมต้องทานขิง เป็นขิงผงที่ไม่มีน้ำตาล มีบางท่านบริจาคเงินสดมาให้ 1 ล้านบาท บอกว่า คุณสนธิ ขอไม่เอ่ยชื่อนะครับ ท่านผู้ชมครับ 100 บาท ก็มีความหมาย

ท่านผู้ชมครับ เรามีแฟนเพจที่เฟซบุ๊ก 2.9 ล้านกว่าคน เรามี SUBSCRIBER ที่ยูทูป 1 ล้าน คนละ 100 บาท สัก 1 ล้านคน เราก็มี 100 ล้านบาท 200 คน เราก็มี 200 ล้านบาท ท่านผู้ชมครับ 200 ล้านบาท ที่ได้มาจากท่านผู้ชมทั่วประเทศ ช่วยอะไรประชาชนที่เดือดร้อนได้บ้าง ? ช่วยได้เยอะ อาทิตย์นี้ขอจบลงด้วยเรื่องที่เศร้า แต่อย่าท้อใจ ผมไม่ท้อ ผมพร้อมจะทำงานเพื่อส่วนรวม ท่านผู้ชมครับ ผมไม่ต้องการลงเล่นการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ผมไม่ต้องการ ผมต้องการที่จะช่วยประชาชนด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ช่วยเอาความจริงให้ประชาชนทราบ ช่วยลงข้าวลงของ เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน เพื่อนำเรื่องราวต่างๆ นำสิ่งของต่างๆ ไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ต่อไปอาจจะไม่ใช่เฉพาะเรื่องเกี่ยวกับโรคระบาดแล้ว น้ำท่วม ไฟไหม้ที่ไหน ผมขอปวารณาว่าผมจะทำอย่างดีที่สุด แล้วเราเจอกันอาทิตย์หน้า สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...