xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ]SONDHI TALK : หมอหรือพ่อค้า? โมเดอร์นาวัคซีนทิพย์ - ประเทศไทยไม่สิ้นคนดี ยังมีคนที่เหมาะเป็นนายกฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันศุกร์ที่ 9 ก.ค.64 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยสัปดา์นี้ได้พูดหลายประเด็น เริ่มจากเมดเล่ย์ข่าว โรงงานหมิงตี้เคมิคอลย่านกิ่งแก้วระเบิด นายกฯ ไปเซลฟี่กับประธานหอการค้าสุรินทร์ที่ติดเชื้อดควิดในงานภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และการถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากอัฟกานิสถาน หลังจากทุ่มเงินไปหลายล้านล้าดอลาร์ตลอด 20 ปีที่ผ่านและในที่สุดก็กลับบ้านมือเปล่า  เรื่องต่อมาเป็นการสรุปรวบยอดชุดความคิดของ "ติ่งลุงตู่" ที่คอยเข้ามาตอบโต้เวลาที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถัดมา เป็นเรื่องที่หลายคนพูดว่า ถ้าไม่เอา "ประยุทธ์" จะเอาใครมาเป็นนายกฯ ในสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งในความเป็นจริงก็มีอยู่หลายคน แต่วันนี้จะเสนอชื่อ 1 คน ซึ่งเชื่อมั่นว่าทำงานดีกว่า พล.อ.ประยุทธ์แน่นอน  และเรื่องสุดท้ายเป็นการฉีกหน้ากาก "ดรามาวัคซีน นักบุญ หรือ คนบาป... คุณหมอหรือพ่อค้า? รวมทั้งทางออกของประเทศไทยคือฟ้าทะลายโจร ? ติดตามได้ใน SONDHI TALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง Ep.93



คำต่อคำ SONDHI TALK [9 ก.ค. 64] : หมอหรือพ่อค้า? โมเดอร์นาวัคซีนทิพย์ - ประเทศไทยไม่สิ้นคนดี ยังมีคนที่เหมาะเป็นนายกฯ

ช่องทางการรับชมรับฟัง "คุยทุกเรื่องกับสนธิ"หรือ SONDHI TALK
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : คุยทุกเรื่องกับสนธิ
YouTube : Sondhitalk
เว็บไซต์ : www.sondhitalk.com
Podcast หรือ podbean : SONDHI TALK


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 อาทิตย์ที่แล้วเราได้ทำหลายๆ เรื่องซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการที่เราจะดำเนินการแจกยาฟ้าทะลายโจร ซึ่งผมขออนุญาตท่านผู้ชมว่า ผมจะเรียกยานี้ว่า "ฟทจ" เหตุผลเพราะว่าช่วงนี้ต้องระวังนิดหนึ่ง เพราะว่าทั้งทางเฟซบุ๊ก และยูทูบ เขาค่อนข้างที่จะระมัดระวังว่า ถ้าเราไปพูดถึงยาอะไรก็ตาม มันมีผลประสิทธิภาพต่อโรคระบาด เขาอาจจะบล็อกเราก็ได้ แต่จริงๆ เราก็พูดเรื่องนี้มานานแล้ว อาทิตย์ที่แล้วทางยูทูบเขาบล็อกรายการเรื่องเกี่ยวกับ "กบฏฟ้าทะลายโจร" ออกไป ก็เลยเป็นผลพวงที่ทำให้เราต้องลบคลิปในเฟซบุ๊กออกไปด้วย ทั้งๆ ที่คลิปในเฟซบุ๊กนั้นมีจำนวนคนเข้ามาดูร่วม 8 ล้านคน แต่เอาเป็นว่าท่านผู้ชมทราบแล้วว่าสิ่งที่ผมพยายามพูดมาว่า "ฟทจ" คือสมุนไพรที่สามารถจะระงับเชื้อได้ ส่วนเชื้ออะไร ไม่ต้องพูดก็คงจะรู้อยู่แล้ว ฉะนั้นผมจะไม่พูดถึง แม้กระทั่งคำว่า "โรคระบาด" ผมก็จะไม่ใช้

นี่ก็เป็นปัญหา อุปสรรคหลายอย่างในการเอาความจริงมาเสนอให้กับท่านผู้ชม เอาไว้วันหน้าวันหลัง ผมกำลังเตรียมตัวหาทางออกอยู่ ท่านผู้ชมใจเย็นๆ เอาไว้นะครับ ไม่เกิน 3 เดือนนี้ เราก็มีอีกช่องทางหนึ่ง แต่เราก็ยังคงจะออกที่เฟซบุ๊ก กับยูทูบ เหมือนเดิม แต่ถ้าท่านผู้ชมต้องการจะรู้ของจริง ทราบของจริง ท่านก็ไปอีกช่องหนึ่งซึ่งผมเตรียมเอาไว้ อีกไม่เกิน 3 เดือน คงจะได้ แล้วก็จะเป็นเจ้าเดียวในประเทศไทยที่ทำเช่นนั้น เพราะว่าผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่ง สังคมไทยในยุคนี้ และสังคมโลก ต้องการความจริง ไม่ต้องการการปั่นกระแส หรือไม่ต้องการ IO หรือไม่ต้องการการทำอะไรก็ตามเพื่อให้ได้ประโยชน์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น มีการปั่นกระแสวัคซีน ปั่นไปปั่นมา เดี๋ยวผมจะพูดในตอนจบในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นหัวข้อหนึ่งที่ผมจะพูด ตอนนี้วัคซีนกลายเป็นเรื่องการค้าขายไปแล้ว และหมอหลายๆ คนก็เริ่มเป็นพ่อค้าวัคซีน โดยใส่เสื้อกาวน์เดินหน้ามา แล้วก็ใช้ความเป็นหมอเพื่อหลอกให้ท่านผู้ชมเข้าใจว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นถูกต้อง

ท่านผู้ชมครับ อาทิตย์ที่แล้วผมบอกแล้วว่าเราจะดำเนินการระดมทุนเพื่อที่จะสั่งซื้อ "ฟทจ" เพื่อที่จะเอา "ฟทจ" สมุนไพรตัวนี้แจกให้กับชุมชนต่างๆ ที่ต้องการ เพราะเราคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีเดียวที่จะสามารถทำให้คนที่มีเชื้ออยู่ หรือไม่มีเชื้อ สามารถที่จะรักษาตัวรอดได้ ด้วยการกินยา "ฟทจ" 5 วัน เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน มื้อละ 4 เม็ด วันละ 16 เม็ด 5 วันก็ 80 เม็ด ก็ปรากฏว่า เราใช้มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ซึ่งผมจะขึ้นเลขบัญชีให้


7 วันที่ผ่านมา มีคนบริจาคเงินเข้ามาแล้ว 7 ล้านบาท รายใหญ่ๆ ก็มีเยอะ คุณสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง ช่วยมาทำบุญครั้งนี้ 1 ล้านบาท พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ก็ช่วยมาในการทำบุญครั้งนี้อีก 1 ล้านบาท และมีอีก 5 แสนบาท และเป็นแสนๆ บาทอีกหลายคน คุณยงยุทธ ท่านเป็นเจ้าของโรงงานน้ำตาล ที่เคยเป็นคนที่สนับสนุนพวกเรามาตลอด ก็ช่วยมา 1 แสนบาท

ท่านผู้ชมครับ ณ วันนี้ เราได้เริ่มสะสม "ฟทจ" แล้ว วันนี้มีของส่งเข้ามาแล้ว 1 หมื่นขวด ซึ่ง 1 หมื่นขวดนี้ วันจันทร์นี้ก็ไปหมดแล้ว ไม่เหลือ แล้วภายในก่อนสิ้นเดือนนี้ ผมคาดคะเนว่าเราน่าจะมียา "ฟทจ" อย่างหยาบ น่าจะมีหลายแสนเม็ดที่เข้ามา ก็เป็นเงินของท่านผู้ชมทั้งสิ้น แต่จะรับผิดชอบอย่างนี้ให้มากขึ้น เงินที่เข้ามานี่ไม่พอหรอกครับ ผมก็พยายามจะยกหูโทรศัพท์ไปหาหลายๆ คน ผมก็บอกว่า ถึงเวลาแล้ว เรามาทำบุญให้ประเทศชาติดีกว่า เพราะว่าวันนี้เราพึ่งใครไม่ได้แล้ว เราต้องพึ่งซึ่งกันและกัน "อัตตาหิอัตโนนาโถ"

ผมจะยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ มีชุมชนที่ขอมา อย่างเช่นที่ยะลา คุณกีฟาละห์ มาโช บอกว่าในชุมชนมีอยู่ 119 คน ต้องการ 250 กระปุก กระปุกหนึ่งประมาณ 50 เม็ด หนึ่งคนได้ 2 กระปุก เผอิญในชุมชนนี้มีเด็ก 13 คน อนุบาล-ป.6 ชาวบ้าน 43 คน มีคนติดเชื้อ 10 คน ผู้เสี่ยงสูง 53 คน เพราะฉะนั้นแล้ว "ฟทจ" ที่ผมจะส่งไปให้นั้น จะมีอยู่ 2 แบบ แบบหนึ่ง คือแบบทั่วๆ ไป อีกแบบหนึ่งเป็นแบบพิเศษ ซึ่งแบบพิเศษนี้เป็นของอาจารย์ปานเทพ แบบทั่วๆ ไปก็อย่างที่เราเจอตามร้านขายยาทั่วๆ ไป ซึ่งของอาจารย์ปานเทพ เป็นแบบพิเศษ


พิเศษอย่างไร ? พิเศษคือ ทำจากใบโดยเฉพาะ ความเข้มข้นของ "ฟทจ" ของอาจารย์ปานเทพ นั้น เข้มข้นมาก มีประสิทธิภาพแรงกว่าแบบทั่วๆ ไป 3.5 เท่า แต่ว่าถ้าท่านผู้ชมต้องการรับประทาน "ฟทจ." เพื่อจะป้องกันเอาไว้ก่อน หรือทดสอบว่าตัวเองยังมีเชื้ออยู่ในร่างกายหรือไม่ ไม่แน่ใจ ก็สามารถจะทานแบบทั่วๆ ไปได้ มื้อละ 4 เม็ด วันละ 4 เม็ด รวม 16 เม็ด ทาน 5 วัน ถ้ามีเชื้ออยู่ ผมค่อนข้างจะมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ ว่าจะหาย แต่สำหรับคนที่ติดแล้ว อยู่ที่บ้าน ผมก็จะส่งของอาจารย์ปานเทพ ไปให้ เพราะว่ามีประสิทธิภาพสูง

ทีนี้ บางคนบอกว่าทานไปแล้ว 5 วัน ไม่หาย ก็ขอแนะนำอย่างนี้ครับท่านผู้ชม ถ้าทานแล้ว ตอนแรกเริ่มที่มีไข้ ทานไป 4 มื้อ/16 เม็ดแล้ว วันรุ่งขึ้นถ้าไข้ลดก็โอเค ถ้าไข้ยังไม่ลด ให้เบิ้ลเลยครับ ก็คือแทนที่จะทาน 4 เม็ดต่อมื้อ ให้ทาน 8 เม็ดต่อมื้อ แทนที่จะทาน 16 เม็ดต่อวัน ก็เป็น 32 เม็ดต่อวัน ไข้ก็น่าจะลดลงไป

ราคาต่างกันมาก แบบทั่วๆ ไปส่วนใหญ่ 50 เม็ด ก็ประมาณ 70-80 บาท บางขวดมีอยู่ประมาณ 120 เม็ด ก็ประมาณ 190 บาท ส่วนของอาจารย์ปานเทพ เกือบ 300 บาท เพราะฉะนั้นแล้ว เงินที่ได้มาจากการบริจาคทุกบาททุกสตางค์ เราเอามาจัดสรรเพื่อหา "ฟทจ." ต่างๆ นี้เพื่อช่วยประชาชน และข่าวดี เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูง ท่านผู้ชมคงทราบแล้วว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระองค์ท่านทรงพระเมตตา บริจาคฟ้าทะลายโจรให้กับ กทม. 2 พันขวด


ผมไม่อยากจะพูดว่า นี่คือสัญลักษณ์ที่ประเสริฐที่สุดที่พระองค์ท่านทรงพระปรีชาสามารถ ทำให้สังคมไทย หรือสังคมหมอทั้งหลายที่นิยมยาตะวันตก ให้ยอมรับว่า "ฟทจ." มีประโยชน์และสามารถรักษาได้ พระองค์ท่านพระราชทานมาแล้ว เป็นการเปิดประตูให้กับสมุนไพรไทยได้เกิดเสียที ว่าแม้กระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ยังเห็นคุณค่าของสมุนไพรไทย ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่รัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านสนับสนุนมาตลอด ก็คือสมุนไพรไทย รัชกาลที่ 10 พระองค์ท่านเดินตามรอยพระบาทของสมเด็จพ่อ เหมือนกันเป๊ะ

เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมครับ ผมได้แกะตัวอย่างของแบบธรรมดา กับของอาจารย์ปานเทพ ให้ดู เดี๋ยวผมจะเอาภาพขึ้นให้ดู ของอาจารย์ปานเทพ จะดูว่าสีเขียว เขียวปึ้ดเลย เขียวที่สุด อันอื่นจะเป็นสีเขียวนิดหน่อย ของอาจารย์ปานเทพ


ในห้องแล็บของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พิสูจน์ออกมาแล้วว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าแบบทั่วๆ ไป 3.5 เท่า แต่ท่านผู้ชมไม่ต้องเรียกร้องตัวนี้ นี่สำหรับคนที่ติดแล้ว ตรวจแล้วว่าติดแล้ว แต่ท่านผู้ชมไม่รู้ว่าตัวเองติดหรือไม่ติด ไม่มีอาการ ก็ทานพวกนี้ไปก่อน 5 วัน ผมมั่นใจว่าถ้ามีซ่อนอยู่ในตัว ก็หายแน่นอน

อีกประการหนึ่ง ท่านผู้ชมครับ วันนี้ขอยาวนิดหนึ่ง เรื่องนี้ ท่านผู้ชมตั้งใจฟังให้ดีๆ "ฟทจ." หรือฟ้าทะลายโจร เป็นพืชสมุนไพรที่จะทำให้ประเทศไทยรอดในอนาคต ทำไมผมถึงกล้าพูดเช่นนี้ ? ท่านผู้ชมหลับตาวาดภาพตามผมมา

ถ้าบ้านทุกบ้านในประเทศไทย ใครไม่มีพื้นที่ ใครอยู่คอนโดฯ ก็ปลูกฟ้าทะลายโจรในกระถาง ปลูกสัก 10 ต้น ใช้เวลา 120 วัน ถึงจะโตเต็มที่ เด็ดใบออกมา ล้าง แล้วต้มน้ำเดือด ทำเป็นน้ำฟ้าทะลายโจร พอทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว แช่ในตู้เย็น เอาไว้ทานตอนเช้า กลางวัน เย็น ท่านผู้ชมครับ ขมนะครับ โคตรขมเลย แต่ว่า ขมเป็นยา ให้จำเอาไว้

ทีนี้ เรื่องที่พิสูจน์ชัดเจน เขียนข้างหลังนี้ชัดเจนว่า แก้ไข้ แก้ร้อนใน แต่เผอิญมันมีสารแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ซึ่งอยู่ใน "ฟทจ." นี้ ซึ่งสามารถจะระงับเชื้อได้ ลดการติดเชื้อ จนในที่สุดก็หาย

แต่ถ้าเป็นไข้หวัด ปวดหัว เป็นไข้ คออักเสบ ที่ไม่ได้ติดเชื้อนะครับ ทานเข้าไป 4 เม็ด 4 มื้อ วันที่สองหายเลย บางท่านทานแค่ 2 เม็ดต่อมื้อ ก็หาย อุปมาอุปไมยเหมือนว่ายาพวกนี้ (พิสูจน์แล้วในกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์) ไม่ได้มีผลต่อไต ทานแค่ไหนถึงจะมีผลต่อร่างกาย ? เขาบอกว่าต้อง 1,800 เม็ด แล้วใครจะบ้าไปทาน 1,800 เม็ด

อีกประการหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ ยาพวกนี้เวลาทาน เป็นสมุนไพรไทย ทานแล้วหลับสบาย ถ่ายคล่อง แก้ความดันสูง แก้เบาหวาน เพราะความดันกับเบาหวานมันไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นแล้ว พูดได้หรือเปล่าว่า "ฟทจ." คือยามหัศจรรย์ที่มาจากสมุนไพรไทย


ท่านผู้ชมครับ ถ้าทุกบ้านในประเทศไทยปลูกพืชสมุนไพรชนิดนี้ขึ้นมาแล้ว หนึ่ง นอกจากมีความสุขกับการดูมันเจริญเติบโต พอ 120 วัน ทำ แล้วก็ปลูกใหม่ ตลอดเวลา ท่านผู้ชม เราไม่ต้องซื้อยาฝรั่งในการแก้ บรรเทาหวัด ไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็ตามในตลาด ทิ้งไปเลย แก้ไข้ก็ไม่ต้องซื้อพาราฯ กิน กินแค่นี้ก็หาย เจ็บคอก็ไม่ต้องไปให้หมอดู ส่องคอ อ้าปาก แลบลิ้น เอาเหล็กอันหนึ่งกดแล้วก็กล้องส่อง คอแดง เอาแอนตีไบโอติกไป กิน 2 เม็ดต่อมื้อ เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน วันละ 8 เม็ด แต่กิน 7 วัน (8x7=56 เม็ด) จำได้ไหมครับเวลาไม่สบาย เป็นไข้ ไปหาหมอ หมอจะบอกว่า หมอเอาแอนตีไบโอติกให้นะครับ แอนตีไบโอติกนี้ต้องกินให้ครบ 7 วัน นะครับ อย่ากินขาดนะ ปรากฏว่าแอนตีไบโอติกที่ฝรั่งทำมา หรือที่โรงงานยาในประเทศไทยได้ลิขสิทธิ์มา แล้วมาผลิตแอนตีไบโอติกพวกนี้ จะยี่ห้อไหนก็ตาม มันมีสารเคมีที่ตกค้างแล้วมันจะอยู่ในตับ

ฟทจ. นี่คือยาปฏิชีวนะเช่นกันกับแอนตีไบโอติก แต่ว่าทำมาจากสมุนไพร ท่านผู้ชมเห็นหรือยังครับว่าจะช่วยประเทศไทยได้อย่างไร

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้แถลงข่าวออกมาแล้ว ท่านสั่งให้เรือนจำทุกเรือนจำในประเทศไทยหาที่ว่าง ซึ่งเรือนจำจะมีที่ว่างบ้าง มีเป็นสวนบ้าง บางแห่งจะมีที่ว่างถึง 10-20 ไร่ ให้ปลูกฟ้าทะลายโจร จะมีการสอนวิธีปลูก


ท่านผู้ชมครับ จากวันแรกถึงวันที่มันโตเต็มที่ คือ 120 วัน แล้วจะมีกำหนดว่า 120 วันแล้ว จะได้ผลที่สุด แต่เกิน 120 วัน ไปกี่วันหลังจากนั้น คุณภาพก็จะตกลงไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นแล้ว เรือนจำก็จะประหยัดเงิน ใครเป็นไข้ อย่าว่าแต่เป็นโรคที่แพร่ระบาดอยู่ทุกวันนี้ก็ตาม เป็นแค่ไข้ธรรมดาก็ไม่ต้องไปหาหมอ ไม่ต้องไปหาพยาบาล ทุกๆ แดน ผู้บัญชาการ หัวหน้าแดน ก็จะบอกว่า อ้าว เป็นไข้เหรอ เอาไปกิน ในห้องอาจจะมีคนอยู่ 50 คน คนหนึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่ ก็ต้องติดทุกคนหมด ถ้าอย่างนั้นทั้ง 50 คน กินให้หมด มันก็ไม่แพร่เชื้อกัน ท่านผู้ชมเห็นหรือยังครับ

ผมคิดว่า "ฟทจ." เป็นทางออกของประเทศไทย ช่วยประชาชนคนไทย และที่สำคัญที่สุด ทำให้เราไม่ต้องไปซื้อยาฝรั่งในการรักษา อุปมาอุปไมย ท่านผู้ชมครับ ผมเป็นคนนอนหลับยาก บางครั้ง ผมใช้น้ำมันกัญชาสกัดแล้ว สกัดสาร CBD ออกมา ซึ่งผมซื้อจากคลินิก MW ซึ่งผมประกาศไปแล้ว คลินิกเขาขายให้ได้ ผมก็หยอดใต้ลิ้น 2 หยด ผมหลับสบาย คนที่ติดยานอนหลับ มาบ่นกับผม ผมให้ไปขวดหนึ่ง เสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นไม่เกิน 2 วัน โทรมาบอกว่า พี่สนธิ ผมนอนหลับจริงๆ พี่สนธิ มีอีกไหม เอาสิ เดี๋ยวผมแนะนำให้ คุณไปซื้อที่คลินิก MW


เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะบอกว่า นี่คือเรื่องใหญ่ ใหญ่มากท่านผู้ชม พลิกประเทศชาติได้ แล้วถ้ารัฐบาลใส่ใจสักนิดหนึ่ง เริ่มมีการทำวิจัยสมุนไพรไทยแบบจริงจัง แล้วถ้าแพทย์แผนปัจจุบันลดอัตตา ลดอคติลงเสีย ยอมรับ เพราะว่าผู้ต้องขัง 4 พันกว่าคน ที่เรือนจำจังหวัดเชียงใหม่ รักษาโรคนี้ด้วยยา "ฟทจ." แล้วก็หายไปเกือบหมด จนกระทั่งแทบจะไม่มีคนติดเชื้อแล้ว ตัวพวกนี้มันเป็นตัวพิสูจน์ชัดเจน เพราะฉะนั้นแล้ว ในทางห้องแล็บ หรืองานวิจัย ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยมหิดล หรือจุฬาฯ หรือกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ น่าจะวิจัยยา "ฟทจ." ให้มากขึ้น ว่าที่เขาบอกว่ามันรักษาโรคเบาหวานได้ ลดน้ำตาลในเส้นเลือดได้ มันลดความดันได้ เพราะอะไรมันถึงลดความดันได้ แล้วมีอะไรอีกไหมที่มันทำได้

ยานี้เป็นยามหัศจรรย์ครับ ท่านผู้ชม จริงๆ แล้วต้นตอมาจากประเทศจีน แต่ของประเทศจีนสู้ประเทศไทยไม่ได้ เพราะอะไรมันถึงเป็นเช่นนี้ ? ท่านผู้ชมเคยสังเกตไหม ผมเคยพูดมานานแล้ว ชมพู่ ถ้าปลูกเมืองเพชร มันหวาน ถ้าเอาไปปลูกที่อื่น มันไม่เหมือนปลูกที่เมืองเพชร ฉันใดฉันนั้น ฟ้าทะลายโจร ก็อาจจะเมล็ดพันธุ์มาที่ประเทศไทย ปลูกประเทศไทย ดินประเทศไทยไม่เหมือนดินประเทศจีน ลมก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันก็เกิดคุณสมบัติที่มหัศจรรย์มาก เพราะว่าคุณสมบัติของยาสมุนไพรประเภทนี้ เมื่อเทียบกับสมุนไพรประเภทเดียวกันที่ประเทศจีน ประสิทธิภาพของเราสูงกว่าประเทศจีนเยอะมาก ทุกบ้านควรจะมี ปลูกเอาไว้ คิดอะไรไม่ออก ไม่สบาย เป็นไข้ ตัวร้อน เด็ดใบมา อดทนหน่อยเพราะมันขม โคตรขมเลย เคี้ยวใบเข้าไปก็ได้ เคี้่ยวให้ละเอียดเลย 3-4 ใบต่อมื้อ กัดฟัน สองวันหาย


ท่านผู้ชมครับ นี่คืออยากให้ท่านผู้ชมใส่ใจเรื่องนี้ แล้วท่านผู้ชมท่านใดที่ต้องการจะทำบุญใหักับประเทศไทย เชิญบริจาคมา เงินทุกบาททุกสตางค์เอาไปซื้อของ แล้วเอาไปให้ชุมชนต่างๆ อย่างที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อกี้ ที่ยะลา ชุมชนประดิพัทธ์ ขอมา 2 พันกระปุก เพราะว่ามีคนในชุมชน 1,000 คน ชุมชนอยุธยา ที่บางปะอิน 300 คน 600 กระปุก เขตบางพลัด ท่านเภสัชหญิง 1,500 คน 3,000 กระปุก ผู้ใหญ่สมคิด ทองมณโฑ กำแพงแสน นครปฐม 670 คน 1,340 กระปุก 160 ครัวเรือน ชาติชาย สุขฤทัย จ.นครราชสีมา 400 คน 800 กระปุก 200 หลังคาเรือน รักติบูล อนุตรพงษ์สกุล 500 คน 1,000 กระปุก

ท่านผู้ชมครับ ทั้งหมดเบ็ดเสร็จแล้ว 11,412 กระปุก ชุมชนต่างๆ ซึ่งเรามีอยู่แล้ว 10,000 กระปุก วันจันทร์นี้ไปหมดแล้วครับ ทุกที่ ทั้งที่ยะลา ทั้งที่โคราช ทั้งที่ผมเอ่ยชื่อไปเมื่อกี้นี้ ก็ยังมีคนขอมาอีกเป็นรายบุคคล เดี๋ยวจะจัดส่งให้ทุกคน เพราะว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ไม่ได้เอาเข้ากระเป๋าตัวเอง เอาไปซื้อ เวลาไปซื้อก็ยังต้องขอความกรุณาว่า ลดให้หน่อยได้ไหม เพราะผมไม่ได้เอาไปขาย ผมเอาไปเพื่อบริจาคและแจกให้คน ประเดี๋ยวเดียวก็หมด แต่เราต้องแสดงให้กับทุกๆ คนเห็นว่า ประชาชนคนไทยถ้าร่วมมือทำอะไรกันเพื่อส่วนรวมแล้ว เราจะไปรอด ท่านผู้ชมครับ อย่าลืมครับ ถ้าอยากจะบริจาคทำบุญครั้่งใหญ่ ช่วยชีวิตคน เป็นบุญที่มหากุศล อานิสงส์สูงสุด


ท่านผู้ชมครับ ผมจะขึ้นเบอร์บัญชีของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ให้ ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางลำภู บัญชีเลขที่ 008-2-18199-9

ท่านผู้ชมครับ เรื่องที่จะพูดวันนี้มีอยู่หลายเรื่อง เรื่องแรกที่จะพูดก็คือ เป็นข่าว คล้ายๆ เพลงเมดเลย์ มีข่าวหลายข่าวที่เกิดขึ้นในอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ถูกกลบด้วยยอดคนตายจากโรคระบาดครั้งนี้ ตลอดจนคนที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ผมคิดว่า 1-2 วันนี้ก็จะถึงหมื่นแล้ว เป็นช่วงวิกฤตจริงๆ แต่ระหว่างที่เรากำลังใส่ใจกับเรื่องของสุขภาพเรา มันมีเรื่องหลายเรื่องที่เกิดขึ้น ที่ผมอยากจะเล่าให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงงานระเบิดที่กิ่งแก้ว ผมมีข้อคิดบางข้อคิด ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ต้องกักตัวเพราะว่าท่านประธานสภาหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ ท่านติดเชื้อโควิด เมื่อท่านติดเชื้อแล้ว ท่านก็อธิบายให้ฟังว่าท่านจำเป็นต้องกักตัว และอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังเข้มข้นดุเดือดมาก หลายๆ อย่าง ซึ่งเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง เพื่อท่านผู้ชมจะได้ไม่ตกข่าวอะไรต่ออะไรอีกต่อไป

ส่วนเรื่องที่สองที่ผมจะพูด เนื่องจากว่าอาทิตย์ที่แล้วผมพูดและวิพากษ์วิจารณ์ท่านนายกรัฐมนตรีไปมากพอสมควร ก็มีคนออกความเห็นมาในคอมเมนต์เป็นพันๆ เป็นหมื่นคอมเมนต์ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยกับผม แต่มีอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่มากเท่าไรนัก ที่ผมกล้าพูดได้ว่าเป็นติ่งลุงตู่ ซึ่งผมไม่ขัดข้อง แต่ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเอาความรู้สึก ความคิดเห็นของติ่งลุงตู่ที่ตอบโต้มา มาจัดเป็นหมวดหมู่ เป็นหัวข้อ ว่ามีทั้งหมดกี่หมวดหมู่ มีทั้งหมด 5 หมวดหมู่ ที่ตอบโต้มา แล้วผมจะอธิบายให้ฟังแต่ละหมวดหมู่ นั่นคือเรื่องที่สอง

เรื่องที่สาม ก็สืบเนื่องมาจากติ่งลุงตู่ แล้วก็มีคนพูดมาตลอดเวลา ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แล้วจะเอาใคร เหมือนกับประเทศไทยไม่มีใครแล้ว ผมก็เลยเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน เสนอชื่อคนที่น่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ดีคนหนึ่ง "คนหนึ่ง" นะครับ ยังมีอีกหลายคน แต่ผมเอาคนนี้ขึ้นมาก่อน

และเรื่องสุดท้ายที่ผมจะพูด ก็คือเรื่องของดรามาวัคซีน "ฉีกหน้ากากดรามาวัคซีน นักบุญ หรือ คนบาป คุณหมอ หรือ พ่อค้า" ท่านผู้ชมตามผมมา


ท่านผู้ชมครับ อาทิตย์ที่แล้วมีข่าวใหญ่ชิ้นหนึ่ง คือการระเบิดของโรงงานเคมี หมิงตี้เคมีคอล ที่ถนนกิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ผมคงไม่พูดถึงรายละเอียดแล้วกัน แต่ผมมีข้อคิด ข้อสังเกตหลายประการให้ฟัง

ข้อสังเกตข้อหนึ่งก็คือว่า ผมเห็นอาสาสมัคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องพอส ที่เสียชีวิตไป เป็นวีรบุรุษจริงๆ อายุแค่ 19 ปี ผมสวดมนต์ภาวนา แผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลให้น้องพอส ด้วย ผมคิดว่าอาสาสมัครและหลายๆ อย่างในเรื่องของการบรรเทาสาธารณภัยของเมืองไทยนั้น ยังไม่ได้มาตรฐานเลยแม้แต่นิดเดียว


สรุปแล้ว ทางราชการพยายามทำอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังทำไม่พอ มีแต่ภาคเอกชนเท่านั้นที่เข้ามาช่วยเสริม ทำให้การแก้ไขปัญหาบรรเทาลงไป ปตท. ก็เป็นหน่วยงานหลักที่ลงมา ส่งผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของสารเคมี ในเรื่องการเกิดอุบัติเหตุจากสารเคมี ไฟไหม้แล้วมีสารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง เอาความรู้ เอาทักษะ ที่ตัวเองรู้อยู่เข้ามาเสริมหลายๆ อย่าง ทุกอย่างก็จบลงได้ด้วย "เกือบดี" ทำไมผมถึงพูดว่า "เกือบดี" ?

บทเรียนที่เราเรียนรู้ในเรื่องนี้มันมีอะไรบ้าง ? ผมจะเอารูปให้ท่านดู ย่านกิ่งแก้ว สุวรรณภูมิ ผมจะเอารูปสมัยปี 2001 เทียบกับปี 2009 เทียบกับปี 2015 และเทียบกับปี 2021 ให้ดู จะเห็นได้ชัดว่า สามสิบสองปีที่แล้ว หมิงตี้เคมีคอล ไปตั้งเอาไว้เมื่อปี 2001


ช่วงนั้นพื้นที่ตรงนั้นยังเป็นพื้นที่เกษตรกรรมอยู่ มีแต่โรงงานของหมิงตี้ฯ เข้าไป ซึ่งเขาตั้งมาก่อนล่วงหน้าแล้ว แล้วในที่สุดก็มีการเปลี่ยนผังเมือง เหตุผลที่ต้องเปลี่ยนผังเมืองเพราะว่าความกดดันเชิงพาณิชย์ เนื่องจากสนามบินสุวรรณภูมิกำลังไปสร้างที่นั่น ก็เลยมีกดดันเพื่อให้เปลี่ยนพื้นที่ทางเกษตรกรรมที่อยู่ติดโรงงานหมิงตี้เคมีคอล หรือหลายๆ โรงงานที่อยู่แถวนั้น ให้พื้นที่ตรงนั้นสามารถจะเป็นที่อยู่อาศัยได้ นี่ต้องพูดกันตรงๆ นะครับ ว่าเป็นความโลภของผู้รับเหมา เป็นความโลภของนักค้าอสังหาริมทรัพย์ เห็นทรัพย์ เห็นเงินทอง ก็เลยไม่คิด คิดว่าหมิงตี้ฯ คงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ก็ไม่เคยมีใครคิด โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของรัสเซีย เชอร์โนบิล ก็ไม่มีใครคิด เพราะฉะนั้นแล้วทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้หมด

สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือว่า วันนี้ไปตำหนิโรงงานหมิงตี้ฯ ไม่ได้ แต่สิ่งที่โรงงานหมิงตี้ฯ ต้องรับผิดชอบก็คือ บ้านเรือนรอบๆ นั้น เป็นร้อยๆ หลังคาเรือน ที่ต้องพังพินาศฉิบหายลงไปเพราะแรงระเบิด เขาต้องรับผิดชอบกับบ้านเรือนพวกนี้ อันนี้แน่นนอนที่สุด

แต่สิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้ดู น่ากลัวมาก เพราะว่าจากการพิสูจน์ของกรมควบคุมมลพิษ ยืนยันมาแล้วว่า สารเคมีพวกนี้ลงไปในดินแล้ว และลงไปในน้ำ แล้วมันจะอยู่ในดินอย่างนั้น มันจะกลายเป็นดินที่มีพิษ คำถามมีอย่างนี้ครับ ว่า ถ้าท่านอยู่ที่นั่นแล้ว เมื่อท่านกลับไปแล้ว ท่านจะอยู่ต่อได้อย่างไร ถึงแม้ว่าจะสงบแล้ว ท่านเดินอยู่บนพื้นดินที่มีพิษตลอดเวลา


ท่านผู้ชมครับ สมัยก่อน ตอนที่สร้างสนามบินสุวรรณภูมิ พื้นที่นี้ได้ถูกผังเมืองเปลี่ยนแปลงไปให้เป็นที่อยู่อาศัยได้ มีคนปั่นราคาที่ดินแถวนั้นจนสูงมาก มาวันนี้ ถ้าท่านอยู่บ้านตรงนั้น ท่านอยากจะขายบ้านของท่านทิ้ง ผมถามว่าราคาที่ดินจะแค่ไหน ? มันก็จะตกลงมา ดิ่งลง ท่านซื้อในราคาที่สูง แต่พอท่านขายก็ราคาต่ำ ภาษาคนที่ค้าขายเขาเรียกว่า เจ๊ง สิ

แล้วถ้าท่านยังฝืนใจอยู่เช่นนั้น ลูกท่าน หลานท่าน จะทำอย่างไร ? พอท่านแก่ตัวลง อายุมากขึ้น แดดมันเผาผลาญ พื้นที่มันร้อน เป็นไปได้ไหมว่าสารเคมีที่ฝังอยู่ในดินมันจะค่อยๆ ระเหยขึ้นมา อีก 5-10 ปีข้างหน้า

ผมไม่อยากจะพูด ผมสงสาร ผมเห็นใจ ตรงนั้นไม่ใช่ที่ๆ จะต้องอยู่อีกต่อไปแล้ว ที่จะใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขกับครอบครัว แต่จะทำอย่างไรล่ะ ประชาชนไม่มีสตางค์ ก็ต้องฝืนใจทำเอา นี่ถ้าอยู่ในประเทศอื่น หรือประเทศอเมริกา หรือประเทศอังกฤษนะ มันไม่ใช่หมิงตี้ฯ อย่างเดียวนะ ที่จะต้องเป็นจำเลย รัฐบาลต้องเป็นจำเลยด้วย สำนักงานผังเมืองต้องเป็นจำเลยด้วย แล้วเรียกร้องค่าเสียหาย ให้ชดใช้ราคาบ้าน เพื่อเขาจะได้เงินก้อนนี้ แล้วใช้เงินก้อนนี้ย้ายไปอยู่ที่อื่นที่ไกลๆ นี่คือข้อสังเกตของผมในเรื่องกิ่งแก้ว มันไม่ได้จบเพียงแค่นี้นะนายจ๋า มันมีอีก พวกนายจะอยู่ตรงนั้นไม่ได้แล้วนะ ถึงแม้รัฐบาลจะบอกว่ามันเรียบร้อยแล้ว ไม่มีสารพิษแล้ว มันมีแล้ว ก็รัฐบาลยังยอมรับ กรมควบคุมมลพิษยังยอมรับว่ามันซึมลงไปในดิน ทั่วไปหมดเลย นี่คือปัญหาที่หนักอกหนักใจคนที่จะต้องเกี่ยวข้องและเข้ามาแก้ไขปัญหา และเป็นปัญหาที่ผมเห็นอกเห็นใจประชาชนที่อยู่แถวนั้นเช่นกัน


เรื่องที่สอง คือเรื่องที่เกิดขึ้นที่ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ถ้าผมพูดว่า เมื่อคนหิวแสง 2 คน มาเจอกัน ติ่งลุงตู่ก็คงจะต่อว่าผมอีก มีอะไรมากัดลุงตู่อีกแล้ว ผมไม่ได้กัด แต่ว่าโดยลักษณะแล้ว ในภาวะโรคระบาดเช่นนี้ แล้วก็รู้อยู่แล้วว่าตอนนี้สายพันธุ์เดลตามันแรงมาก มันระบาด มันติดง่าย แค่คิดอนุญาตให้เซลฟีกับนายกฯ นี่ก็ผิดแล้ว ท่านนายกฯ ท่านประธานหอการค้าสุรินทร์ ท่านเซลฟีเพื่ออยากจะเอารูปไปดูว่าท่านถ่ายรูปคู่กับท่านนายกฯ ท่านนายกฯ ก็มีความรู้สึกว่าถ่ายรูปคู่ ไม่เห็นเสียหายอะไร กลับไปอีกแล้วในคำพูดของผมว่า ควร หรือไม่ควร ? จริงๆ แล้วไม่ควรแล้ว ในยุคนี้สมัยนี้ไม่ควรจะเซลฟีกันเลย ก็ขนาดคุณคุยกันคุณยังต้องอยู่กันห่างๆ นี่คุณไปภูเก็ตแซนด์บอกซ์ คนแน่นไปหมด แล้วคุณก็ยังไปขอเซลฟี ท่านประธานหอการค้าสุรินทร์ ท่านพลาด ท่านไม่ได้ใช้สติหรือใช้ปัญญาคิดเลยแม้แต่นิดเดียว ถามว่าท่านนายกฯ พลาดไหม ? ท่านก็พลาด ท่านควรจะบอกเลย อย่ามาเซลฟี เดี๋ยวติดเชื้อกัน ตอนนี้ต้องระวัง แต่ท่านคงเกรงใจ

ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ไม่มีอะไรหรอก เป็นเรื่องของการเกรงใจและการไม่รู้จักมีวินัยกับตัวเอง ท่านนายกฯ ครับ ท่านเคยพูดตลอเวลาว่าคนไทยเป็นคนที่ไม่มีวินัย ถึงคราวแล้วที่ท่านจะต้องถูกตำหนิบ้างว่าท่านเองก็ไม่มีวินัยเช่นกัน หลายคนก็บอกว่า ใครจะมาเซลฟีกับท่านนายกฯ ท่านนายกฯ ก็มีเมตตา มันไม่ใช่ปัญหาว่ามีเมตตา ปัญหาก็คือ ควร หรือไม่ควร ในสภาวะที่โรคระบาดแรงแบบนี้ ยังจะมายืนเซลฟีกันอีก


นอกจากนั้นแล้ว ภาพที่ทีมงานท่านนายกฯ ไปทานอาหารที่ริมทะเลนั้น มันฝืนความรู้สึก เป็นการแสดงออกถึงความไร้วินัยอย่างสิ้นเชิง ไร้วินัยอย่างมากๆ ก็ในเมื่อท่านสั่งร้านค้าเขาปิดร้านเพื่อไม่ให้คนเข้าไปนั่งกินในร้าน แต่ท่านยังไปนั่งกินข้าวริมทะเล นั่งเก้าอี้ชิดติดกัน ถึงแม้จะมีข้อแก้ตัวว่าเป็นการกินน้ำ จะกินน้ำ กินข้าว หรือกินอะไรก็ตาม ถ้ามารวมหมู่แล้วมานั่กันแบบนี้ มันก็ไม่ได้เช่นกัน

ท่านผู้ชมครับ พวกเราประชาชนถูกกล่าวหาตลอดเวลาว่าเราไม่มีวินัย แต่ภูเก็ตแซนด์บอกซ์คราวที่แล้ว ทั้งเซลฟี ทั้งกินข้าวริมทะเล มันสะท้อนให้เห็นว่าทีมงานท่านนายกฯ ที่แท้จริงเป็นคนที่ไม่มีวินัย ไม่ใช่พวกเรา ยิ่งมีตำแหน่งแห่งที่ ยิ่งมีอำนาจ ยิ่งต้องระวังตัวให้มากขึ้น เดี๋ยวนี้ทำอะไรอย่าคิดว่าไม่มีใครเห็น ในที่สุดแล้ว ท่านผู้ชมครับ เหมือนกับที่ผมพูดในตอนต้นในเรื่องของชุดภาษาของติ่งลุงตู่ว่า เรื่องหลายเรื่องไม่มีกติกาชัดเจน แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งซึ่งทุกคนจำอยู่กับตัวเองตั้งแต่เล็กจนโต คือ ควร หรือ ไม่ควร ถ้าคนเรามีสติ แล้วคำนวณถูก แล้วบอกว่า เรื่องนี้ไม่ควรทำ เรื่องนี้ควรทำ ใครก็ตามที่มาเตรียมโต๊ะตั้งอาหาร ก็บอก อย่าเพิ่งๆ ช่วงนี้ เดี๋ยวชาวบ้านเขาว่ากัน แล้วทำไมต้องไปนั่งกินที่ริมทะเลล่ะ หิวกันมากมายนักเหรอ มันตลกน่ะ ท่านผู้ชม ไม่มีความจำเป็นต้องไปนั่งกินข้าวกันริมทะเล ถ้าท่านจะกินข้าวกัน ก็ต้องไปหามุมๆ หนึ่ง ในห้อง ในโรงแรม ที่ไหนก็ได้ เปิดประตูเข้าไป แล้วก็บริการ กินข้าวกันในห้อง อย่างน้อยที่สุดก็ยังปิดบัง ไม่ให้คนเขามาถ่ายรูป นี่ท่านนั่งกันโจ๋งครึ่มเลยริมทะเล อาจจะร้อนมั้ง ขอรับลมทะเลหน่อย แต่ผมก็เห็นใส่เสื้อนอกกันทุกคนเลย ถ้าร้อนก็ต้องถอดเสื้อนอกสิ นี่ก็เป็นดรามาอีกดรามาหนึ่งที่ภูเก็ตแซนด์บอกซ์

ท่านผู้ชมครับ เมื่อประมาณวันที่ 7 กรกฎาคม 2564 มีปรากฏการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศอย่างหนึ่งที่ประเทศอัฟกานิสถาน ปรากฏการณ์นี้มันให้ข้อคิด

สหรัฐอเมริกาเข้ามาประจำอยู่ที่ประเทศอัฟกานิสถาน หรือพูดง่ายๆ ว่าเข้ามายึดอัฟกานิสถาน เหตุผลก็เพราะว่าสมัยก่อนนั้น บิน ลาดิน วางแผนแล้วก็ไปทำลายตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เสร็จเรียบร้อยแล้วก็หนีไป แล้วก็ไปหลบภัยอยู่ที่อัฟกานิสถาน อเมริกาก็เลยบุกเข้าไป ไปยึดอัฟกานิสถาน เพื่อจะขยายอำนาจของตัวเองเข้าไปแล้วตามล่า บิน ลาดิน ด้วย


อัฟกานิสถานนั้น อยู่หลังบ้านของรัสเซีย และจีน การที่อเมริกาไปปักหลักในอัฟกานิสถานนั้น เท่ากับเอาปืนและขีปนาวุธไปจ่อหลังบ้านของจีน และหลังบ้านของรัสเซีย เพราะจากอัฟกานิสถาน ต่อไปก็เป็นเอเชียกลาง ขึ้นไปก็เป็นรัสเซียทันทีเลย อัฟกานิสถานก็อยู่ใกล้กับประเทศจีน พอมีปากีสถาน แล้วก็ประเทศจีน


ท่านผู้ชมครับ ในที่สุดแล้ว อเมริกาอยู่มา 20 ปี วันที่ 7 กรกฎาคม เป็นวันที่อเมริกาถอนทหารออกไป เดดไลน์ก็คือวันที่ 11 กันยายน 2564 ซึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้กำหนดเอาไว้แล้วว่า 11 กันยายน จะถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน แต่ 7 กรกฎาคม อเมริกาถอนทหารที่สำคัญมาก ถอนทหารออกจากฐานทัพอากาศบากรัม

ฐานทัพอากาศบากรัม สำคัญอย่างไร ? ฐานทัพอากาศบากรัม มีรันเวย์ที่ยาว โคตรยาวเลย 2 ไมล์ เกือบ 4 กิโลเมตร สามารถจะรองรับเครื่องบินได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสเตลท์ ที่บินเร็วเหนือเสียง เครื่องบินล่องหน เครื่องบินลำเลียง เครื่องบินอะไรก็ตาม รองรับได้ เป็นฐานทัพอากาศหลักของอเมริกาและกลุ่มประเทศนาโต (NATO) ที่ส่งทหารไปช่วยรบที่อัฟกานิสถาน


ท่านผู้ชมครับ อเมริกา ผมเข้าใจว่าเมื่อถอนทหารไปแล้ว เช้าๆ ขึ้นมาคนที่มีอำนาจ หรือคนที่เคยเป็นผู้บัญชาการฐานทัพที่นั่น ตื่นขึ้นมากินกาแฟตอนเช้า จิตใจอาจจะลอยละล่องแล้วก็ถามตัวเองว่า กูมาทำอะไรในอัฟกานิสถานตั้ง 20 ปี ไปยุ่งอะไรกับเขา แล้วก็เรื่องพวกนี้อีกหน่อย ประการแรก อเมริกาก็ต้องถามตัวเองว่า กูไปยุ่งอะไรที่เกาะโอกินาวา ไปตั้งฐานทัพที่นั่น ไปยุ่งอะไรที่กวม ยุ่งกับเขาไปหมดเลย จนในที่สุดสัจธรรมก็มาแล้วไง ถ้าคุณแน่จริงคุณอยู่ต่อสิ ยี่สิบปีคุณหมดเงินไปเป็นล้านล้านดอลลาร์ คนตายไปเท่าไร แล้วคุณกลับไปมือเปล่า กลับไปอย่างบอบช้ำที่สุด


คำถามคือ คุณไปทำไมตั้งแต่แรก นี่คือจิตใจของการที่ต้องการเป็นเจ้าโลกไง แล้วเป็นเจ้าโลก แล้วยังไง คุณไปอยู่ตั้ง 20 ปี ประชาชนของเขาล้มหายตายจากไปเป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสนคน แล้ววันนี้อัฟกานิสถาน รัฐบาลอัฟกานิสถาน ซึ่งคุณตั้งเอาไว้เป็นหุ่นเชิดให้ปกครองอัฟกานิสถาน กำลังจะถูกกลุ่มตอลิบานยึดคืนหมดแล้ว ยี่สิบปี ที่คุณลงไปที่นั่น มันหายวับไปกับตา หลงเหลือแต่ความทรงจำที่เจ็บปวด หลงเหลือแต่พ่อแม่คนอเมริกันที่ส่งลูกไปอัฟกานิสถาน แล้วก็ไปตายที่นั่น มีแต่ความชอกช้ำน้ำใจ มีแต่ความโศกเศร้าเสียสลด เป็นเพราะว่านักการเมืองของอเมริกา และประธานาธิบดของอเมริกา แทบจะทุกยุคทุกสมัย ต้องการที่จะแสดงว่า America First เป็นอันดับหนึ่งของโลก ถ้าคุณแน่จริง คุณถอนทำไมล่ะ แสดงว่าคุณรู้อยู่แล้วว่าคุณพ่ายแพ้ทุกรูปแบบ ทุกประตู

พวกนี้ไม่เคยลืมบทเรียนเลยนะ เวียดนาม เห็นได้ชัด คุณอยู่มากี่ปี แล้วในที่สุดคุณก็ต้องหนีเหมือนสุนัขไร้เจ้าของ โดนตีร้องเอ๋งๆๆ เลย อัฟกานิสถานก็เช่นกัน การถอนทหารออกจากบากรัม เหมือนกับการถอนทหารทั้งหมด ถึงแม้จะเหลืออยู่บางส่วน แต่เป็นส่วนที่ไม่สำคัญเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วคุณก็ทิ้งอาวุธเอาไว้เพื่อที่จะให้กองกำลังอัฟกานิสถานใช้ เพื่อจะรบกับตอลิบาน นายพลของอัฟกานิสถาน ผมอ่านข่าวแล้ว พูดบอกว่า เราจะสู้อย่างสุดความสามารถ แต่ตอลิบานเข้มแข็งกว่าเราเยอะ นี่ยังไม่ทันไรเลย เมื่อวานนี้ผมอ่านข่าวอัลจาซีเราะห์ เขาพูดชัดเจนเลยว่าตอนนี้ตอลิบานเริ่มบุกเข้าเมืองใหญ่ๆ ของอัฟกานิสถานแล้ว อีกไม่นานคงบุกเข้าคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน แล้วก็ยึดอัฟกานิสถานคืนไป ยี่สิบปี ละลายไปเหมือนไอติมที่วางอยู่กลางแดด แล้วก็ละลายไปเหลือแค่น้ำนมเท่านั้นเอง


ท่านผู้ชมคัรบ อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของตะวันออกกลาง ที่ท่านผู้ชมอาจจะไม่ได้สังเกต แต่ถ้าสังเกตเหมือนอย่างที่ผมสังเกตแล้ว ท่านผู้ชมจะรู้ว่าระดับของมันถูกปรับขึ้นไปทีละนิดๆๆ ในขณะนี้หลังจากที่อเมริกาต้องถอนทัพออกจากอัฟกานิสถาน มันก็เลยสร้างความฮึกเหิมให้กับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่อยู่ในอิรัก ในเลบานอน ในซีเรีย ที่จะต้องรุก เป้าหมายของพวกนี้ก็คือว่า ต้องการขับอเมริกันออกจากตะวันออกกลางให้ได้


ทีนี้ ตั้งแต่นายพลสุไลมานี ถูกลอบสังหารด้วยโดรนของอเมริกา โดยการชี้นำและด้วยการช่วยเหลือของอิสราเอลแล้ว กลุ่มกองกำลัติดอาวุธก็ระบายความแค้นให้กับนายพลสุไลมานี หลายๆ วิธี ไม่ว่าจะเป็นการถล่มสถานทูตอเมริกาเป็นประจำ ถึงแม้ว่าจะไม่มีผล เพราะว่าสถานทูตอเมริกานั้นมีเครื่องป้องกันพอสมควร ที่ป้องกันขีปนาวุธหรือป้องกันโดรน ตอนนี้พวกกองกำลังติดอาวุธเริ่มใช้โดรนพิฆาต หรือโดรนฆ่าตัวตาย คือบินเข้าไปแล้วก็ชนให้มันระเบิดไปเลย แต่ว่าจำนวนที่ส่งเข้าไปยังไม่มาก แหล่งข่าวผมบอกว่า ที่ส่งเข้าไปไม่มาก เพราะต้องการทดสอบระบบป้องกันโดรนของอเมริกาว่ามีความสามารถแค่ไหน


ล่าสุด วันที่ 6 กรกฎาคม ส่งโดรนเข้าไป 4 ตัว มุ่งตรงไปที่สถานทูตอเมริกาเลย เพื่อจะถล่มสถานทูตอเมริกา ก็ปรากฏว่าโดรนทั้ง 4 ตัว ถูกระบบป้องกันโดรนยิงตกไป แต่ว่าที่ผมรู้ เขามีแผนที่จะส่งโดรนเข้าไปเพิ่มอีกเท่าตัว งวดหน้าก็เป็น 8 ตัว อีกงวดหนึ่งเป็น 16 ตัว และเป็น 32 ตัว หรืออาจจะถึง 100 ตัวเลย 100 ตัว นี่จะยิงอย่างไรก็ยิงไม่หมด พวกนี้เขาเรียกว่า เอาแหย่บ่อน้ำดูว่าเป็นน้ำเย็นหรือน้ำร้อน แล้วค่อยปรับตัวเอง แล้วค่อยโจมตี

ท่านผู้ชมครับ ตั้งแต่ต้นปี 2564 ทรัพย์สินของอเมริกาในอิรักตกเป็นเป้าหมายโจมตี อย่างน้อยที่สุด 47 ครั้ง โดยสถานเอกอัครราชทูตอเมริกา และฐานทัพ Ain al-Asad ของอเมริกาที่อยู่ที่ฐานทัพนั้น


คือสองเป้าหมายหลัก มีความพยายามโจมตีด้วยโดรน 6 ครั้ง ทำให้ทุกคนกังวลหมด กระทรวงการต่างประเทศอเมริกาก็เลยแก้เผ็ดด้วยการส่งเครื่องบินไปถล่มเป้าหมายที่เขาคิดว่าพวกกองกำลังติดอาวุธประจำอยู่ โดยถล่มตลอดเวลา แต่ก็ไม่สำเร็จ เรื่องก็ไม่จบเพียงแค่นี้

แล้วก็ที่เป็นข่าวล่าสุด มีท่าเรือ บ่อน้ำมันที่ดูไบ ถูกระเบิดมาจากไหนก็ไม่รู้ ตอนนี้ที่แน่ๆ ในขณะนี้ ความสมดุลของตะวันออกกลางค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละนิด ท่านผู้ชมอาจจะไม่รู้ 26 พฤษภาคม เดือนกว่าๆ ที่แล้ว รัสเซียได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์พิสัยไกล ความเร็วเหนือเสียง TU-22M3 จำนวน 3 ลำ ของกองทัพอากาศรัสเซีย ไปตั้งอยู่ที่ฐานทัพอากาศ HMEYMIM ซึ่งอยู่ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ทางภาคตะวันตกของซีเรีย


จะเข้าประจำการฐานทัพดังกล่าวเป็นครั้งแรก เพื่อขยายพิสัยปฏิบัติการ ฝึกซ้อมบินในน่านฟ้าภูมิภาคใหม่ รัสเซียยังใช้ฐานทัพอากาศ HMEYMIM เป็นฐานปฏิบัติการโจมตีในสงครามกลางเมืองของซีเรีย ที่ตอนนี้ประธานาธิบดีอัสซัด ชนะไปแล้ว ขับไล่กบฏผู้ต่อต้านออก

นอกจากนั้น รัสเซียยังส่งเครื่องบินอื่นๆ เข้าประจำการที่ซีเรีย เช่น Su-24 BOMBER และที่สำคัญที่สุด ในวงการทหารด้วยกันตกใจมาก เพราะรัสเซียได้ส่งเครื่องบินขับไล่ MiG-31K บรรทุกขีปนาวุธ แล้วมีความเร็วเหนือเสียงหลายเท่า


อันนี้แปลว่าอะไร ? แปลว่ารัสเซียกำลังจะใช้ฐานทัพของตัวเองและอาวุธที่นำสมัย คือ MiG-31K ดักคออิสราเอลไว้ เพราะอิสราเอลมีความคิดตลอดเวลาว่าวันใดวันหนึ่งจะส่งกองทัพอากาศเข้ามาเพื่อจะถล่มอิหร่านทันทีเลย แต่ว่าน่านน้ำที่รัสเซียได้สร้างเครือข่ายเรดาร์ออกมา ก็เลยทำให้อิสราเอลไม่กล้า เพราะว่าถ้าอิสราเอลขึ้นมาปั๊บ รัสเซียก็ส่งเครื่องบินขึ้นไปประจันหน้าทันทีเลย แล้วท่านผู้ชมคิดว่ามันไม่เริ่มเดือดปุดๆ แล้วหรือตอนนี้ เหมือนกับแต่ละฝ่ายกำลังเตรียมตัว แต่ละฝ่ายขยับตัวขั้นหนึ่ง อิสราเอลก็ขยับตัวไปขั้นหนึ่ง ขยับตัวไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นแล้ว เราอาจจะเห็นอะไรที่ดีๆ เกิดขึ้นก่อนสิ้นปีนี้ ไม่ว่าจะทะเลจีนตอนใต้ ระหว่างอเมริกา กับจีน หรือตะวันออกกลาง เพราะอเมริกาถ้าออกจากอัฟกานิสถานแล้ว ถ้าอิหร่าน และกองกำลังติดอาวุธในประเทศต่างๆ ที่อิหร่านหนุนหลัง สามารถจะไล่อเมริกา อเมริกาอาจจะตื่นขึ้นมาตอนเช้า แล้วบอกว่า เฮ้ย กูมาทำอะไรในตะวันออกกลาง ออกมาดีกว่า กลับบ้านๆๆ ความสมดุลในตะวันออกกลางก็จะเริ่มพลิก


ที่แน่ๆ ซาอุดีอาระเบียเริ่มเจรจาแล้ว กับอิหร่าน ญี่ปุ่น เริ่มส่งทูตไปเจรจากับอิหร่านแล้ว ขอฟื้นฟูสัมพันธไมตรี หลายๆ ประเทศเริ่มเปิดประตูกับอิหร่านแล้วตอนนี้ อิทธิพลของอเมริกาเริ่มเป็นตะวันเตี้ยลงๆๆ

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2564 ในรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ผมได้พูดถึงท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ศบค. มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจ ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โรคระบาดทุกเรื่อง


ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะทำเรื่องที่เกี่ยวโยงกับโรคระบาดนี้ ต้องผ่าน ศบค. ทั้งหมด เพียง 48 ชั่วโมง หลังจากรายการสัปดาห์ที่แล้วออกอากาศไป มีคนเข้ามาชม ทั้ง Live Programme และ Full Programme ไม่นับรวมคลิปสั้นต่างๆ ที่ออกมาผ่านทางช่องยูทูบ และเฟซบุ๊กทั้งหมด มากกว่า 6 ล้านคน ในช่วงเวลาดังกล่าว ระหว่างและหลังออกอากาศ มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก เป็นพันๆ คน เป็นหมื่นๆ ความเห็นเลย ผมก็นั่งพิจารณาดูแล้ว ส่วนใหญ่ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยกับผม จะมีบางส่วนที่ผมอยากจะเรียกว่าเป็นกลุ่มติ่งลุงตู่ ก็แล้วกัน ที่พยายามแล้วพยายามอีกที่จะมาแก้ตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ หลายๆ คนมีชุดความคิดเหมือนๆ กัน จะเป็นเพราะว่าเป็น IO (Information Operation) ของท่านนายกฯ หรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ผมขอสรุปชุดความคิดของกลุ่มติ่งลุงตู่ ออกเป็น 5 ชุด ผมศึกษาดูแล้ว 5 ชุด

ผมตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มคนกลุ่มนี้จะใช้ชุดความคิดเหล่านี้มาปกป้องและแก้ต่างให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งๆ ที่การกระทำหลายๆ อย่างมันไม่เข้าท่า เดี๋ยวผมจะอธิบายแต่ละชุดให้ฟัง


ชุดความคิดที่ 1 ก็คือ คนทำงาน กับคนที่คอยแต่วิพากษ์วิจารณ์ มันต่างกัน ถ้าอยากได้ดั่งใจทำไมไม่มาบริหารเอง ทำได้อย่างเขาหรือเปล่า มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ ท่านผู้ชมครับ ในชุดความคิดนี้ก็มีความเห็นหลากหลาย แต่ว่าสรุปแล้วก็ออกมาในแบบชุดความคิดที่ 1 ที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อกี้ เช่น ความคิดหนึ่งก็บอกว่า นักมวยชกกันบนเวที พี่เลี้ยงอยู่ข้างๆ เวที คอยออกความเห็นเสนอแนะ แต่ตัวนักมวยอยู่บนเวทีนั้นโดนชก เลือดกำเดาออก ถ้าเป็นท่าน ท่านจะทำได้ดีกว่านี้หรือเปล่า

อีกข้อความหนึ่ง มันเป็นภาวะสงครามนะคุณสนธิ มีประเทศไหนที่ไม่สูญเสีย พูดซังกะบ๊วยแบบนี้ใครๆ ก็พูดได้ ไม่ได้ทำก็อย่าเอาเท้าราน้ำเลย มันไม่แฟร์

อีกอันหนึ่งก็บอกว่า "อคติหรือเปล่าลุง ในเสียมีดี ในดีก็มีเสียค่ะ ลุงไม่ไปเป็นนายกฯ เองล่ะคะ"

"คุณไม่อยู่จุดที่เขายืน ลองไปอยู่ในจุดเขาบ้าง คนดูพูดอะไรก็พูดได้ ฐานไม่แน่นก็ไปนานแล้ว"

"คนทำงานกับคนวิจารณ์มันต่างกัน คนวิจารณ์จะพูดอย่างไรก็ได้ แต่คนทำงานจะรู้ว่าปัญหามันเป็นอย่างไร ประเทศไทยมีคนเก่งเยอะ (เก่งวิจารณ์)"

"แป๊ะลิ้มจะทำให้อย่างไรครับ นี่มันเป็นโรคระบาดนะ ไม่ใช่จำนำข้าว ขาย ปตท. ขายดาวเทียม แบบนั้นหรือที่ว่าไม่ล้มเหลว มันไม่ง่ายเหมือนคนนั่งวิจารณ์นะครับ"

ท่านผู้ชมครับ ความเห็นทั้งหมดที่ออกมานี้ เป็นบางส่วน แต่ผมจะอธิบายให้ฟัง ผมไม่ได้เอาเท้าราน้ำ ผมกำลังบอกว่า มันน่าจะมีทางเดินอีกทางหนึ่งนะ ไม่ลองหรือ เหมือนอย่างผมพูด อธิบายให้ฟังหลายๆ เรื่อง ผมไม่เคยว่าว่าท่านนายกฯ มาทำงานแบบนี้แล้วผิดฝาผิดเหล่า ไม่ใช่ ผมเป็นเพียงแต่ให้ข้อเสนอแนะ การให้ข้อเสนอแนะไม่ใช่การเอาเท้าราน้ำ แต่บางอย่างที่ผมเสนอแนะไป เป็นข้อความที่ผมเสนอแนะแล้ว ผมไม่เคยได้รับคำตอบเลย ยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ

ท่านผู้ชมจำได้หรืเปล่า ผมเล่าให้ฟังเรื่องดรามาเรื่องวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ตั้งแต่ต้นแล้ว ว่าทำไมเราจองเฉพาะแอสตร้าเซนเนก้าตั้งแต่ต้น ผมถาม นัยตรงนี้รัฐบาลไม่เคยตอบ ท่านนายกฯ ก็ไม่เคยตอบ ไม่เคยตอบอะไรทั้งสิ้น ซึ่งมันคาใจคนอย่างผม และคาใจหลายๆ คน นี่ไม่ได้เกี่ยวกับการทำงานเป็นหรือไม่เป็น มันเกี่ยวกับว่า ทำไมประเทศไทยถึงไม่มีวัคซีนมาตั้งแต่ต้น ทำไมถึงไม่จอง ทำไมไปพึ่งเฉพาะแอสตร้าเซนเนก้า คนที่เป็นติ่งลุงตู่ตอบหน่อยสิครับ นี่ไม่ใช่เรื่องเอาเท้าราน้ำ เป็นเรื่องสงสัย ว่าทำไมล่ะครับ ผมไม่เข้าใจ ผมอาจจะมีข้อมูลที่ไม่พอเพียงที่จะมาพูด แต่อย่างน้อยคำถามนี้ต้องตอบ ผมพูดแทนประชาชนที่วันนี้ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เข็มแรกยังไม่ได้ฉีดเลยแม้แต่นิดเดียว ผมถามแทนประชาชน แล้วเหตุการณ์ต่อมาก็อธิบายชัดเจน ว่าวัคซีนจะมา แล้วก็ไม่มา แอสตร้าเซนเนก้า มาล็อตแรกแค่ 1.8 ล้านโดส แล้วก็ไม่มาอีกแล้ว ตอนนี้ก็เปลี่ยนโฉมจากแอสตร้าเซนเนก้า กลายเป็น เพิ่งเซ็นสัญญากับไฟเซอร์ และโมเดอร์นา คำถามคือ ย้อนกลับไปวันนั้นทำไมไม่เซ็นสัญญาตั้งแต่ต้นล่ะ ? นี่คือคำตอบซึ่งผมไม่เคยได้รับ และประชาชนที่รอวัคซีนอยู่ ก็ไม่เคยได้รับเช่นกัน


เพราะฉะนั้นแล้ว ถามว่าอย่างนี้จะเอาเท้าราน้ำได้อย่างไร ถ้าผมทำตามที่ท่านแนะนำมา อีกหน่อยประชาชนคนไทย หรือในฐานะสื่อมวลชนของผม ที่กล้าพูดความจริง ก็ไม่ต้องพูดอะไร อีกหน่อย ทุกรัฐบาลก็ทำตามที่คุณต้องการ ผมถามคำถามไม่ได้ เพราะถ้าผมถามคำถามขึ้นมาปั๊บ พวกคุณที่เป็นติ่งของลุงตู่ หรือลุงอะไรก็ตามที่จะเป็นต่อไปในอนาคต ก็จะบอกว่าคุณไม่ใช่คนทำงาน แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไร มือไม่พายอย่าเอาเท้ามาราน้ำ ถ้าอย่างนั้นก็เท่ากับว่า เราปล่อยให้ผู้บริหารประเทศทำอะไรก็ได้ โดยเราต้องไม่ออกความเห็นทั้งสิ้น เพราะถ้าออกความเห็นที่ไม่เห็นด้วยกับเขา กลายเป็นเอาเท้าราน้ำ ผมคิดว่าประเด็นนี้ต้องแก้ไขกันนิดนะครับ ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหม ว่าไม่ใช่เรื่องเอาเท้าราน้ำ

ปัญหาก็คือว่า ผมเชื่อมั่นว่าคุณกำลังพายผิดทาง แล้วคุณก็พายผิดทางจริง ถ้าผมจะเอาเท้าราน้ำ ผมก็เอาเท้าราน้ำเพื่อให้เรือมันไปไม่ผิดทาง ไปอีกทางที่ผมคิดว่าถูกต้อง แล้ววันนี้เราไปผิดทางหรือเปล่าล่ะ ? ใช้ตรรกะธรรมดาคิดซิว่า ตั้งแต่มีเรื่องมีราวขึ้นมา มันสงบบ้างไหม ดรามาวัคซีนมีตั้งแต่ใครพูดไม่รู้ สับสนกันไปหมด ประชาชนสับสนไปหมด แล้วไม่ให้ผมถามได้อย่างไร พอผมถามก็บอกว่าผมเอาเท้าราน้ำ ผมคิดว่าชุดความคิดนี้ต้องคิดกันเสียใหม่


ความคิดที่ 2 เป็นคำพูดที่พูดบ่อยเหลือเกิน "ถ้าไม่เอานายกฯ ประยุทธ์ จะเอาใคร ?" โอ้ ตายล่ะ ประเทศไทยนี่ ถ้าไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ ประเทศไทยจะล่มสลายเลยหรือ ลองฟังความเห็นนะครับ "จะเอาใคร หรือพรรคไหนดี ? หรือว่าเราควรจะเอานิรโทษกรรมด้วย ธนาธร-ทักษิณ จะได้มีโอกาสอีกที ? อยากถามคุณสนธิ มีความเห็นยังไง ? ชัดๆ ไปเลย" ผมไม่มีความเห็นเป็นอย่างไรหรอก ผมคิดว่าเมืองไทยมีคนที่เก่ง อาจจะเก่งสู้พอๆ กับคุณประยุทธ์ หลายคนอาจจะเก่งกว่า เดี๋ยวผมจะพูดให้ฟังว่า ใคร ที่ผมเสนอวันนี้ แต่ทุกวันนี้คนที่ผมเสนอไป คนที่ผมเสนอไป ท่านผู้ชมที่ฟังรายการผม ออกความเห็นมาสิครับ คนที่ผมเสนอท่านอยากได้มากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ หรือเปล่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่เทพเจ้า พล.อ.ประยุทธ์ ก็คือทหาร อดีตผู้บัญชาการทหารบกคนหนึ่ง ที่จับมือกับสุเทพ เทือกสุบรรณ เพื่อให้เกิดการปฏิวัติครั้งนี้มา เพื่อตัวเองจะได้มีอำนาจ แล้วก็ต่อยอดให้กับพรรคพวกตัวเองตลอดเวลา

อีกคำพูดหนึ่ง "ฐานนายกฯ ดี มาทำที่ใจอยาก คงต้องอัญเชิญเทวดาแล้วค่ะท่านทั้งหลาย" อันนี้ผมไม่รู้ว่าเป็นความคิดของท่าน หรือว่าเป็นวาทกรรมซึ่งท่านเขียนออกมา พิมพ์ออกมา อันนี้เลอะเทอะมาก

อีกอันหนึ่งเขาบอกว่า ระหว่างทักษิณ กับ ประยุทธ์ สมัยทักษิณ อยู่ ผมออกรายการก็ถูกปิด แต่ว่าคุณประยุทธ์ ไม่ได้มาปิดรายการอะไรผม

"ทำไมคนไทยถึงเอาประยุทธ์มาเป็นนายกฯ เพราะต้องการให้ความชั่วร้ายระบอบทักษิณหมดไป ถ้าไม่มีประยุทธ์ แล้วใครหน้าไหนที่จะสู้กับความชั่วร้ายของทักษิณได้"

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมอย่าเดินบนทุ่งลาเวนเดอร์สิ ท่านผู้ชมรู้ได้อย่างไรว่าคุณทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มีสายติดต่อ ไม่มีสะพานข้ามมาที่จะติดต่อกับคนสนิทใกล้ชิดกับคุณประยุทธ์ ถ้าคุณมองแต่ภาพข้างนอก คุณจะมองไม่เห็นอะไร แต่ภาพเบื้องหลังทางการเมืองนั้น เขามีการติดต่อกันมาตลอดเวลา เข้าใจไหมครับ เพียงแต่จังหวะมันไม่เหมาะเท่านั้นเอง


ความคิดที่ 3 "นายกฯ ไม่เก่ง แต่เป็นคนที่รักชาติรักสถาบัน" "ลุงตู่ท่านรับใช้ชาติด้วยหัวใจจริงๆ รักท่านค่ะ ตามเบื้องหลังต้องเป็นแบบนี้ เราไม่ว่าลุงตู่หรอก เพราะเราเข้าใจว่า หนังหน้าไฟ/กันชน/เนื้อไม่ได้กินแขวนกระดูกห้อยคอ ท่านไม่เก่งแต่เราเคารพหัวใจท่าน" แหม ขอบคุณมากครับ สรุปแล้วผมไม่ได้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ใช่ไหม ?

คนที่เขียนความเห็นนี้ ไปทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ในรอบ 11 ปีที่ผ่านมาให้ดีๆ วันที่ผมลุกขึ้นมาสู้ทักษิณ ชินวัตร ลุงตู่ยังเป็นแค่รองแม่ทัพภาค 1 อยู่เลย บทบาทลุงตู่ไม่ได้แสดงออก วันที่ทักษิณ ก้าวร้าว เหิมเกริม จาบจ้วงรัชกาลที่ 9 ลุงตู่ ลุงป้อม ลุงป๊อก เงียบสนิท ไม่มีใครพูดอะไรทั้งสิ้น ปล่อยให้คนที่คุณเขียนคอมเมนต์มาในทำนองว่าผมรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ น้อยกว่าลุงตู่ ออกมาสู้จนโดนลูกปืนไป 200 นัด คุณว่าผมรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ น้อยกว่าลุงตู่หรืออย่างไร ไม่หรอกครับ ผมรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยการกระทำที่แท้จริง เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่ผมทำทุกอย่าง ผมทำเพื่อชาติ ผมไม่ได้ทำเพื่อพรรคพวก 2-3 คน พี่น้องกัน สายบูรพาพยัคฆ์ ผมไม่ได้ทำเพื่อให้มีการต่อยอดอำนาจ วันนี้รัฐธรรมนูญร่างขึ้นมา 2560 ร่างขึ้นมาเพื่ออะไร ? เพื่อต่อยอดอำนาจของกลุ่มลุงตู่ ลุงป้อม ลุงป๊อก คนที่เขียนคอมเมนต์นี้ต้องคิดให้ดีๆ นะครับ คุณนี่ตกประวัติศาสตร์เลย คุณไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่นิดเดียว

วันที่ผมลุกขึ้นมาเดินประท้วงทักษิณ การจาบจ้วงรัชกาลที่ 9 เป็นหัวข้อหนึ่งของการประท้วง ด้วยความสัตย์จริง ท่านผู้ชมครับ ลุงตู่ ลุงป้อม ลุงป๊อก เงียบสนิท แม้กระทั่งวันที่ ดา ตอร์ปิโด ขึ้นบนเวทีที่สนามหลวง แล้วจาบจ้วง ละเมิด อาฆาตมาดร้าย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทหารเสือราชินี ไม่ว่าจะเป็นลุงตู่ ลุงป้อม ลุงป๊อก เงียบสนิท มีผมคนเดียวที่ออกมาเพื่อประท้วงว่าทำไมพวกคุณไม่ทำอะไรเสียที ท่านที่ออกความเห็นนี้ท่านกลับไปทบทวนหน่อย เพราะฉะนั้นชุดภาษานี้ แย่


ชุดความคิดที่ 4 "คนที่ด่าก็เพราะอิจฉานายกฯ" ความเห็น "การที่คุณสนธิได้แต่ออกมาตำหนิรัฐบาลตลอดเวลา ไม่ทราบว่าคุณมีอคติหรือว่าอิจฉาคะ เพราะคุณตำหนิได้ทุกเรื่องเลยค่ะ ทุกวันนี้ไม่ว่าบุคลากรทางการแพทย์และฝ่ายรัฐบาลก็เหนื่อยกันทุกคนนะคะ ไม่ได้นั่งวิจารณ์อย่างคุณค่ะ การที่วิจารณ์นั้นง่ายค่ะ กรุณาเห็นใจคนทำงานด้วยนะคะคุณ ขอบพระคุณมากค่ะ อย่าทำตัวเป็นศาสดาเลยค่ะ ขอความเห็นใจให้คนทำงานนะคะ" ความคิดเห็นนี้เลอะเทอะมาก ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าคุณเขียนความเห็นนี้ออกมาได้อย่างไร หรือคุณเป็น IO คุณไม่ได้ติดตามรายการผมเลยหรือ ผมเคยออกมาปกป้องการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ หลายๆ ครั้ง ปกป้องจนกระทั่งแฟนรายการ หรือท่านผู้ชมหลายท่านมีความเห็นออกมาบอกว่า ผมทำไมไม่พูดถึงข้อบกพร่องของลุงตู่บ้าง เหมือนกับผมรับงานมาเพื่อปกป้องลุงตู่ ไม่ใช่หรอกครับ ผมไม่ปกป้องใคร ในขณะนั้นผมเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากฝ่ายตรงกันข้าม ผมก็ออกมาปกป้องให้ แต่วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ทำงานผิดพลาด ในสายตาของผม ผมก็ต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เพราะว่าผมเป็นคนที่ตรงไปตรงมา ผมไม่เข้าข้างใคร แล้วพอวันนี้ผมออกมาวิพากษ์วิจารณ์ แล้วผมก็เชื่อสิ่งที่ผมวิพากษ์วิจารณ์นั้นมีเหตุมีผล ไม่ใช่แค่เอาเท้ามาราน้ำระหว่างที่คุณพายเรือ ผมยกตัวอย่างให้ดู ผมเอาเหตุการณ์ให้ดู ผมมีวัน ว. เวลา น. แล้วผมก็ถามว่าทำไมถึงไม่อย่างนั้น ไม่อย่างนี้

เหมือนผมบอกว่าคลัสเตอร์ที่เกิดขึ้นนี้ ทุกคลัสเตอร์เลย เกิดขึ้นเพราะว่าข้าราชการไม่ทำหน้าที่ที่ตัวเองควรจะทำ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นทหารบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง จำได้ใช่ไหมครับ แล้วผมก็ถามต่อว่า ในฐานะที่ลุงตู่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ทำไมท่านไม่จัดการเรื่องนี้ ทำไมท่านไม่ดำเนินการสั่งสอนพวกข้าราชการที่แตกแถวออกมาแล้วทำให้เกิดโรคระบาดนี้เป็นตัวอย่างให้ดู ท่านก็ไม่ทำ แล้วคุณมาวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างไรว่าผมไปวิพากษ์วิจารณ์ท่านทุกเรื่อง ก็แต่ละเรื่องที่ผมพูดไป ท่านไม่ทำสักเรื่องหนึ่งเลย แล้วคุณยอมรับตามผมไหมว่า ทุกคลัสเตอร์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสนามมวย ไม่ว่าจะเป็นบ่อนการพนัน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานเถื่อน ไม่ว่าจะเป็นโน่นเป็นนี่ มันเกิดขึ้นเพราะข้าราชการประจำเป็นตัวการ คุณยอมรับไหมล่ะ ถ้าคุณยอมรับ คุณก็ต้องยอมรับสิว่าลุงตู่ไม่เคยทำอะไรกับคนพวกนี้เลยแม้แต่นิดเดียว อย่างมากท่านก็บ่นๆ ให้ฟัง จบ นั่นคือประเด็นต่างหาก ผมต้องการให้มีความรับผิดชอบจากผู้บริหารสูงสุดของประเทศ


ชุดความคิดที่ 5 "สื่อเอียงข้าง จ้องจับผิด ควรให้กำลังใจมากกว่าเอาแต่ด่า" ท่านผู้ชมครับ ผมไม่ได้มีหน้าที่จูบก้นผู้นำประเทศ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า kiss ass เพราะอาชีพของผมคืออาชีพการมองเหตุการณ์อย่างเป็นจริง แล้วดูว่าเหตุการณ์ที่เป็นจริงนั้น กับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนั้น มันตรงกันข้ามตรงไหน แล้วผมเอามาอธิบายให้ท่านผู้ชมฟัง การที่ผมอธิบายไม่ได้แปลว่าผมเป็นฝ่ายตรงกันข้ามลุงตู่ หรือลุงป๊อก หรือลุงป้อม แต่ผมจะบอกว่ามันมีอย่างนี้เกิดขึ้นนะ เราจะว่าอย่างไรบ้าง กรณีบอส อยู่วิทยา มันมีอย่างนี้ๆ เกิดขึ้นนะ คุณจะว่าอย่างไรบ้าง พูดอีกนัยหนึ่ง ผมเป็นคนที่กระตุ้นต่อมทำงานของผู้นำประเทศ เพราะผู้นำประเทศมีเครือข่ายไปหมดหลายๆ อย่าง แม้กระทั่งการขายที่ของลุงตู่ในตอนแรกที่เอาที่ของคุณพ่อมาขาย การโอนเงินก็ยังไปโอนที่บริษัทที่หมู่เกาะเคย์แมนไอส์แลนด์ หมู่เกาะฟอกเงิน ผมควรจะตั้งคำถามถาม ผมก็ไม่ถาม ช่างมันเถอะ คำถามที่ผมควรจะถามก็คือว่า ทำไมเวลาซื้อขายที่ ทำไมไม่โอนเงินในเมืองไทยล่ะ ทำไมต้องไปโอนเงินที่เกาะฟอกเงิน เห็นหรือยังครับ เรื่องพวกนี้ผมขี้เกียจพูด ช่างมัน ท่านขายที่ราคาเท่าไร ไม่ต้องรู้ก็ได้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน แต่เผอิญท่านมีข้อยกเว้น เพราะว่ารัฐธรรมนูญนี้ หรือตอนที่ท่านยึดอำนาจมา ท่านบอกว่านายกรัฐมนตรีและหลายๆ คนไม่จำเป็นต้องรายงาน แจงบัญชีทรัพย์สินฯ แค่นี้ก็เป็นอภิสิทธิ์พิเศษแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมติ่งลุงตู่ไม่พูดเรื่องนี้บ้างล่ะ เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าลุงตู่มีเงินทองอะไรเข้ามา ผมไม่ได้พูดว่ามันมีเข้ามา แต่ถ้าสมมุติว่ามีเข้ามาแบบไม่ถูกต้อง ก็ไม่มีคนรู้ ใช่ไหม

แล้วเงินที่ลุงตู่ใช้อยู่ทุกวันนี้ เงินใคร ? เงินลุงตู่หรือเปล่า ? ก็ไม่ใช่เงินลุงตู่ เงินประชาชน เงินผม เงินภาษีอากรทุกคน เมื่อเป็นเงินภาษีอากร เงินประชาชน เงินทุกคนแล้ว ในขณะซึ่งฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์แบบ ผมก็เลยทำหน้าที่เป็นคนซักถาม แล้วผมไม่ได้อภิปรายเวิ่นเว้อ ไม่ได้อภิปรายเลย ผมถามคำถาม เผอิญคำถามของผมมันไปสะกิดใจ มีแผลอยู่ในใจ มันก็เลยสะกิดเจ็บ เพราะว่าสื่อมวลชนที่คุณบอกว่าสื่อเอียงข้างจับผิด สื่อมวลชนไม่ได้จับผิดหรอก สื่อมวลชนไม่ได้กล้าที่จะแสดงออกเหมือนอย่างที่ผมแสดงออก นี่คือข้อแตกต่างครับท่านผู้ชม

เพราะฉะนั้นแล้ว บางครั้งคำถามมีหลายคำถาม แล้วก็คอมเมนต์ออกมาก็เยอะ ทุกคนอยากให้กำลังใจ ผมก็อยากให้กำลังใจท่าน "อย่าโทษกันไปโทษกันมาเลยค่ะ มันเป็นทุกประเทศ ดูแลตัวเองดีกว่าแซะไปแซะมา" และบางคอมเมนต์ออกมาอย่างชนิดที่เรียกว่าผมคิดไม่ถึงว่าจะพูดอย่างนี้ออกมาได้


ส่วนประเด็นท่านนายกฯ เล่นมุกไม่ดูกาลเทศะ ติ่งลุงตู่ก็บอกว่า "ชูสองนิ้ว พูดนะจ๊ะ หัวเราะ ก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง เขาพูดนะจ๊ะกับนักข่าว ไม่ใช่แถลงยอดเจ็บตาย ตามหลักจิตวิทยาแล้วผู้นำต้องให้กำลังใจทุกคนเพื่อผ่อนคลายโดยการพูดการแสดงออก ไม่ดีหรือ ลุงสนธิจะให้ลุงตู่นั่งร้องไห้ลงพื้นที่ไปรับคนป่วย รับศพผู้เสียชีวิตไปเผาหรือคะ ให้ลุงตู่ลงไปรักษาด้วยเลยไหม ไม่คิดว่าจะมีวันที่อคติของลุงจะลงมาแบบปังๆ อย่างนี้เลย ผิดหวังมากนะคะที่เอาคอนเทนต์สามกีบมาเล่น เสียงร้องไห้ของประชาชน เสียงคนเมาเอย เขาจะให้ปิดก็จะเปิด เขาจะให้ขายแอลกอฮอล์ จะเมา จะกิน จะก่อม็อบใส่หน้ากาก ก็ใช้ชีวิตปกติ"

"มันคนละบรรยากาศครับ มันคนละที่ ที่ลุงตู่พูดนะจ๊ะมันคนละบรรยากาศ อะไรก็จับผิดกันหมด คนที่ออกคลิปมาเคยช่วยอะไรในประเทศชาติได้บ้าง คนที่ด่าลุงตู่ทำอะไรให้ประโยชน์ประเทศชาติได้บ้าง"

"ต่อไปนายกฯ เดินทางไปไหน ต้องร้องไห้นะคะ ทำดีไม่ได้ดีเลย น่าสงสารลุงตู่ สู้ๆ"

ท่านผู้ชมครับ ท่านที่ออกความเห็นนี้ครับ ท่านเข้าใจคำว่าสำรวมเป็นไหม ภาวะการณ์วิกฤตของประเทศ คนเป็นนายกรัฐมนตรีจะพูดจาอะไรต้องสำรวมให้เป็น ถ้ายึดถือสิ่งที่คุณบอก เวลาคุณไปงานศพ พระสวดศพ คุณนั่งหัวเราะกิ๊กกั๊กๆ ในงานศพ ถามว่ามันควร หรือไม่ควร ถามว่าสิทธิคุณมีไหม ? มี แต่มันควร หรือไม่ควรล่ะ ? ไม่ควรใช่ไหม

คำว่า ควร หรือ ไม่ควร มันมีนัยกว้างขวางมาก ยิ่งมียอดคนตายทุกวันๆ ละห้าสิบ ห้าสิบกว่า หกสิบกว่า โรงพยาบาลล้น ไม่มีเตียงให้ ยิ่งต้องสำรวจมากขึ้น การที่บอกว่าพูดนะจ๊ะ เป็นการล้อเลียนกับนักข่าวทั่วๆ ไป แต่สายตาของสาธารณชนไม่ได้มองอย่างนั้น

ท่านผู้ชมครับ สิ่งที่ผมพยายามพูดก็คือว่า อยากให้ท่านนายกฯ สำรวมมากกว่านี้ ท่านผู้ชมครับ คำว่า ควร หรือไม่ควร มันไม่ได้มีอยู่ในกฎหมาย มันไม่ได้มีอยู่ในระเบียบ มันอยู่ที่จิตใต้สำนึกว่าในภาวะการณ๋แบบนี้ ควร หรือ ไม่ควร เหมือนกับโรงงานที่ระเบิดที่กิ่งแก้ว ถ้าสมมุติลุงตู่แถลงข่าว ก็ไม่มีอะไรนะจ๊ะ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องระเบิดธรรมดานะจ๊ะ แล้วคุณคิดว่าคนชาวบ้านแถวสมุทรปราการที่ต้องย้ายบ้านออกไปเพราะเรื่องพวกนี้ เขาจะรับได้ไหม ? ก็รับไม่ได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมคิดว่า ไม่ใช่ปัญหาว่าลุงตู่ทำอะไรก็ผิดไปหมดหรอก "ต่อให้โทนี่ที่ใครชอบ มาบริหารสถานการณ์แบบนี้ ก็ไม่แตกต่างกันหรอก"

"คนไม่ทำก็คือตีเรือทั้งโกลน ติโขนที่ยังไม่ได้ทรงเครื่อง นิสัยคนไทยขอติอย่างเดียว" ไม่ใช่ครับ คุณเข้าใจอะไรผิดหมดทุกอย่างเลย ทำไมเอะอะอะไรก็ต้องบอกว่า ถ้าผมไม่เอาลุงตู่ ผมจะเอาโทนี่เหรอ (Tony Woodsome ซึ่งผมเรียกว่า Tony Lonesome) ไม่ใช่ ไม่เกี่ยว


ผมก็หวังดีต่อลุงตู่ ผมบอกว่าลุงตู่พยายามอย่าใช้ระบบราชการขับเคลื่อนประเทศได้ไหม ผมยกตัวอย่างเป็นองค์ประกอบ ว่าท่านไปไหนมาไหน ซ้ายมือของท่านก็คืออดีตเลขาธิการสภาพัฒน์ ทางขวามือก็คือประธานกฤษฎีกาเก่า ผมพยายามอธิบายความหมายของคนที่อยู่ข้างตัวท่านว่า ท่านถูกประกบด้วยระบบราชการ ทางซ้ายสภาพัฒน์ ระบบกฎหมายทางขวา ซึ่งไม่มีอะไรผิด แต่ผมกำลังจะบอกว่าการตัดสินใจในการแก้ปัญหาในยามวิกฤต จะใช้แบบระบบราชการ มันไม่ได้ มันต้องกล้าตัดสินใจ มันต้องคิดนอกกรอบบ้าง

ท่านผู้ชมครับ ที่ตำหนิผมมาตลอดนี่ ผมถามคำหนึ่งว่า ผมต่อสู้เรื่องฟ้าทะลายโจรมาตั้งนานแค่ไหน กว่าจะมีการยอมรับ กว่าจะมีการยอมรับได้ แล้วคำถามคือ ทำไมผมพูดเรื่องนี้ตั้งนานแล้ว ทำไมลุงตู่ หรือ ศบค. เพิ่งจะมายอมรับเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง เมื่อเร็วๆ มานี้เอง ถ้าผมไม่พูดล่ะ ประชาชนก็หมดโอกาสในการที่จะรักษาตัวเองได้ด้วยสมุนไพรไทย ใช่ไหม


แล้วข่าวล่าสุด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานฟ้าทะลายโจร 2,000 ขวด ให้รองราชเลขาฯ นำมามอบให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อไปช่วยดูแลรักษาคนที่ติดโรคระบาดนี้

สมัยก่อนผมต่อสู้เรื่องนี้ แล้วผมต่อว่าว่าทำไม ศบค. หรือกระทรวงสาธารณสุข ไม่ยอมรับเรื่องนี้ ตรงนี้จะถือว่าผมตำหนิลุงตู่ทำอะไรก็ผิดไหม เฉพาะประเด็นนี้ ลุงตู่ทำผิดแน่นอน เพราะว่าไม่ยอมรับสมุนไพรไทย วันนี้ในหลวงท่านพระราชทานฟ้าทะลายโจรมา แสดงว่าท่านยอมรับสมุนไพรไทย

แม้กระทั่งราชกิจจาฯ ที่ออกมาบอกว่า ที่มีการระบาดก็เพราะว่าประชาชนไม่มีวินัย แต่ไม่ยอมรับว่ารัฐบาลทำงานบกพร่อง ไม่ควบคุมข้าราชการให้ทำหน้าที่ที่ควรจะทำ

ไม่เป็นไรครับ ที่คุณวิพากษ์วิจารณ์มา ส่วนใหญ่แล้วเป็นประเภทเดินอยู่บนทุ่งลาเวนเดอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่มีหลักการเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่เป็นไรครับ เชิญวิพากษ์วิจารณ์มา ผมชอบ เพราะว่าไม่ได้ใช้คำหยาบคาย พูดมาได้เต็มที่เลย แต่ถ้าอะไรไม่มีตรรกะ เดี๋ยวผมจะดึงออกมา ทั้งๆ ที่เปอร์เซ็นต์ที่คุณวิพากษ์วิจารณ์มามันน้อยมาก จำนวนคอมเมนต์ทั้งหมด 5 พันคอมเมนต์ พวกคุณรวมกันยังไม่ถึง 0.5 เปอร์เซ็นต์ เลย นอกนั้นเห็นด้วยกับผมหมดทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผมไม่ฟังความคิดเห็นของคุณนะ ผมฟัง แต่ผมจำเป็นต้องมาวิสัชนาให้คุณรู้ว่า ปุจฉาที่คุณตั้งมา หรือคำพูดที่คุณตั้งมานั้น มันไร้ซึ่งตรรกะหลายๆ ประการ เป็นการพูดแบบกว้างๆ ไม่ได้มาทำด้วยตัวเอง จะไปรู้ได้อย่างไร แน่จริงมาทำด้วยตัวเองสิ ถ้าผมบอกท่านผู้ชมที่เป็นติ่งลุงตู่ ท่านจะโกรธผมไหม ท่านจะแดกดันผมไหม ให้ผมเป็นนายกฯ สิ ผมทำงานได้ดีกว่าลุงตู่เยอะ แต่ผมเป็นไม่ได้ และผมไม่อยากเป็น ไม่ใช่ผมทำงานไม่เป็น ผมทำงานเก่งกว่าลุงตู่เยอะ เชื่อผม มาวัดกันเลยหลาต่อหลา ฟุตต่อฟุต ผมเข้าใจปัญหาได้ดีกว่าลุงตู่เยอะ แต่ว่าผมเอาความเข้าใจ ความรู้สึกที่ผมทำงานได้ตรงนี้ เอามาวัด แล้วมาคิดว่าถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ทำอย่างนี้ๆๆ หยุดพูดเสียทีนะว่า แน่จริงมาบริหารสิ คุณให้ผมบริหารสิ ผมรับรองว่าประชาชนคนไทยเฮแน่นอน อย่าหาว่าผมท้า ผมทำงานได้ดีกว่าลุงตู่แน่นอน แต่ผมพร้อมที่จะทำงานในการเอาความจริงและเอาธรรมนำหน้า ให้ประชาชนคนไทย 70 ล้านคน ได้รับทราบถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ท่านผู้ชมครับ อย่างที่ผมเล่าให้ฟังไปเมื่อกี้นี้ว่า ในกลุ่มติ่งลุงตู่ที่เข้ามาต่อว่าต่อขาน กระแนะกระแหนผม ที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยความหวังดี มันมีชุดความคิดชุดหนึ่งที่กลุ่มพวกนี้ชอบใช้ตลอดเวลา "ถ้าไม่เอานายกฯ ประยุทธ์ จะเอาใคร" ผมยังจำได้เลย ในช่วงการประท้วงระบอบทักษิณ ตอนนั้นเป็นการแข่งขันกันระหว่างการชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ระหว่าง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร พรรคประชาธิปัตย์ และ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ซึ่งเป็นสายเพื่อไทย


ตอนนั้นทุกคนก็พูดว่า "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" ก็กลายเป็นสูตรที่ขู่ประชาชน เหมือนกับว่า ถ้าไม่เลือกประชาธิปัตย์ ไม่เลือก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร แล้ว เขามาแน่นอน คือฝ่ายเพื่อไทยมาแน่นอน ตรงนี้เป็นประเด็นที่ผมรับไม่ได้ เพราะการขู่แบบนี้ ขู่โดยที่บีบบังคับให้พวกเราต้องเลือก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ซึ่งก็อาจจะมีหลายคน และผมเชื่อว่ามีมากเลยที่ไม่ชอบ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ก็เหมือนกัน กระบวนทัศน์ในความคิดว่าถ้าไม่เอาลุงตู่ แล้วจะเอาใคร

การบอกว่าไม่เอาลุงตู่ แล้วจะเอาใคร มันเหมือนการปิดกั้นทางความคิด เป็นการผูกขาดว่าประเทศไทยจะล่มสลาย มันสิ้นไร้ไม้ตอก สิ้นคนดี มีความสามารถ มีคุณธรรมและความกล้าหาญในการที่จะมาเป็นผู้ปกครอง ก็คือพูดง่ายๆ ว่าประเทศไทยไม่มีใครอีกแล้ว นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คุณจะบ้ากันหรือเปล่า นี่เป็นความคิดของทาสนะ เป็นความคิดของคนที่ไม่มีความคิดเลย ผมจะบอกให้ได้ก็ได้ว่าประเทศไทยมันไม่สิ้นคนดีหรอก มันมี มีเยอะ แต่พวกคุณยอมรับความจริงไหมล่ะ ก็กลุ่มลุงตู่เป็นคนที่ร่างรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อมาบีบบังคับให้เลือกนายกฯ คนนอก แล้วก็เลือกเฉพาะลุงตู่เข้าไป เหตุที่มานั้น คุณไม่พูดเลยแม้แต่นิดเดียว คุณมาดูผล ลุงตู่ดีๆ ผมน่ะไม่ได้มีอะไร ดีก็ดีไป ทำงานให้ได้ผลก็แล้วกัน ให้ประชาชนมีความสุข แก้ปัญหาให้ถูกหลัก ไม่ต้องไปเอื้อหนุนทุนใหญ่อย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้ แล้วให้ทุนขนาดกลาง หรือเล็กๆ น้อยๆ ผู้ประกอบการเจ๊งฉิบหายวายป่วงหมด ทุกวันนี้มันเป็นอย่างนี้จริงๆ พวกคุณก็ยังไม่เบิกเนตรออกมาดูบ้าง

จริงๆ แล้วรัฐธรรมนูญที่มี ส.ว. 250 เสียง แล้วมาร่วมเลือกนายกฯ ไหนๆ ก็บอกว่าคุณเอานายกฯ คนนอกมาได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นลุงตู่ ใช่ไหม ใครก็ได้ที่คิดว่าดี

เอาล่ะ ผมจะเสนอคนหนึ่ง คนนั้นคือท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ท่านผู้ชมครับ ท่านจะเป็นลุงตู่หรือไม่เป็น ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ยังไม่เป็นติ่งลุงตู่ตอนนี้ แต่ผมอยากให้ติ่งลุงตู่ตั้งใจฟังให้ดีๆ


ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของข้าราชการนักปกครอง ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าทางการเมืองใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ เพราะท่านเป็นคนที่มีภาวะผู้นำในยามวิกฤต ท่านเป็นต้นแบบนักบริหาร นักปกครอง ที่มีบารมีของความเป็นผู้นำ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Charismatic leadership มีผลงานโดดเด่นภายใน 4 ปี ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งแต่ จ.เชียงราย พะเยา ลำปาง ภูมิหลังการศึกษาตลอดจนอาชีพนักปกครอง เป็นคนมีวิสัยทัศน์ วางแผนเป็นระบบ สามารถคิดนอกกรอบได้ นี่สำคัญมากนะท่านผู้ชม ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ท่านคิดนอกกรอบการเป็นข้าราชการได้ ท่านมุ่งมั่น จริงจัง แน่วแน่ ด้วยบุคลิก ยอมหักไม่ยอมงอ ล้วนหล่อหลอมให้ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ เป็นผู้นำ และแน่นอนที่สุด ปรัชญาความคิดของท่าน สะท้อนให้เห็นว่านักปกครองที่มีคุณค่าและศักดิ์ศรี ที่มีภาวะผู้นำในภาวะวิกฤต ที่สามารถจะก้าวจากผู้นำทางข้าราชการ มาเป็นผู้นำทางการเมืองได้

ลองเลือกเสนอชื่อท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ลองเลือกเสนอชื่อมาสิว่าเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป กล้าไหมล่ะ หรือว่า lock seat กันเรียบร้อยแล้ว ติ่งลุงตู่ครับ lock seat ไว้เรียบร้อยแล้วใช่ไหมว่าต้องเป็นลุงตู่อีก ทำไมคุณไม่คิดนอกกรอบบ้าง

คุณณรงค์ศักดิ์ จบวิศวฯ โยธา และจบปริญญาโทที่ Ohio State University พูดภาษาอังกฤษ ฟังภาษาอังกฤษได้ดี การที่เป็นคนเรียนวิศวฯ เป็นคนที่คิดอะไรเป็นวิทยาศาสตร์หมด ไม่ได้คิดตามอารมณ์ ไม่ได้คิดตามผลประโยชน์ เพราะวิทยาศาสตร์ วิศวฯ ถ้าคุณจบวิศวฯ โยธา คุณสร้างทางแบบนี้ คุณต้องการให้ทางเส้นนี้รับน้ำหนักรถได้กี่ตัน คุณต้องผสมซีเมนต์เท่าไร และตรงหัวสะพานต้องตอกตอม่อเท่าไร มันเป็นวิทยาศาสตร์หมดทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าในการแก้วิกฤตของโรคระบาดครั้งนี้ ถ้าเป็นผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ จะใช้ความคิดเป็นวิทยาศาสตร์ แล้วท่านก็จะเป็นคนที่ตัดสินใจ ท่านฟังความคิดเห็นคนอื่นแล้วท่านก็ตัดสินใจเด็ดขาดเลยว่าจะเอาอย่างนี้ แล้วท่านไม่ใช่คนที่ฟังเฉพาะเรื่องที่ล้อมตัวท่านนะ ท่านใช้วิจารณญาณของตัวท่านเอง


ปัจจุบันท่านอายุ 56 ปี เป็นคนจังหวัดฉะเชิงเทรา ครอบครัวเป็นพ่อค้าขายยา พ่อชื่อ นายประสาน แม่ชื่อ นางนวลจันทร์ โอสถธนากร เลี้ยงลูก 4 คน อย่างทหาร เพราะพ่อเคยเป็นทหารเสนารักษ์ ทหารพยาบาล สอนลูกให้เติบโตอย่างมีวินัย รับผิดชอบสู. เรียนไปด้วยช่วยพ่อแม่ค้าขายไปด้วย

ท่านผู้ชมครับ คำพูดของท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ผมขออ้างมาหน่อย "เราเป็นครอบครัวพ่อค้า พ่อไม่มีเวลามานั่งสอน เราก็อาศัยดูพ่อเป็นแบบอย่าง ท่านรักครอบครัว มุ่งมั่นทำงาน รักเพื่อนฝูงมาก ที่สำคัญพ่อเป็นคนดี ท่านถูกหล่อหลอมมาจากปู่อีกทีว่าเราต้องเป็นคนดี ครอบครัวปู่มาจากเมืองจีน ความจริงพ่อไม่จำเป็นต้องเป็นทหารก็ได้ แต่ปู่ก็ส่งพ่อไปเป็นทหาร และสอนว่าเราต้องตอบแทนแผ่นดินไทย เมื่อพ่อมาเปิดร้านประสานเภสัช ตรงซอยภาวนา ถ้าไปถามคนแถวนั้นจะบอกหมดว่าพ่อผมเป็นคนดี ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า บางทีก็ใจดีขายยาให้ในราคาถูก เราก็คิดในใจ พ่อจะขายไปทำไมไม่กำไรเลย แต่ตอนนี้เราเข้าใจแล้ว ท่านค้าขายในวันนี้ ท่านไม่ได้หวังผลกำไร เพราะลูกๆ ก็เรียนจบ มีหน้าที่การงานดีทุกคน วันนี้เป็นการให้สังคมมากกว่า มีเพื่อนมานั่งคุย ไม่เป็นโรคอัลไซเมอร์ด้วย เพราะต้องคำนวณเงินที่ได้จากการค้าตลอด"


ท่านผู้ชมครับ นี่คือคนที่ได้รับ DNA กรอบปรัชญาความคิดจากพ่อ พ่อเป็นคนดี ซื่อสัตย์ เห็นอกเห็นใจประชาชน ขายยาในราคาที่ไม่มีกำไร มีน้ำจิตน้ำใจต่อคนยากไร้ เรื่องการศึกษา พ่อจะปล่อยลูกเรียนอย่างอิสระ ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ มีโอกาสเรียนเท่าที่จะเรียน รับราชการตามความจำเป็น ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ จบปริญญา 5 ใบ ท่านจบวิศวกรรมโยธา จากมหาวิทยาลัยเกษตรฯ 2528 ท่านได้ทุนไปเรียนอเมริกา จบปริญญาโททางด้านวิทยาศาสตร์และเซอร์เวย์ จาก Ohio State University รับราชการเดิมทีทำงานที่กรมที่ดิน เพราะท่านจบทางเซอร์เวย์ เน้นใช้กฎหมายเป็นหลัก ก็เลยเรียนกฎหมาย ได้ประกาศนียบัตรด้านกฎหมายการที่ดินและทรัพย์สิน ปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต สุโขทัยธรรมาธิราช ท่านก็สนใจในเรื่องเทคโนโลยี ได้ปริญญาตรีเทคโนโลยีสารสนเทศบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อต้องมีความรู้ด้านการบริหาร ก็ไปเรียนจบปริญญาตรีรัฐประศาสนศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 3 ปริญญาจากสุโขทัยธรรมาธิราช แสดงว่าเป็นคนใฝ่รู้ เรียนด้วยตัวเอง เรียนทางไกล นี่คือคนที่มุ่งมั่น ใฝ่รู้


คำพูดของท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ เหมือนกับที่ผมอธิบายให้ฟัง "ผมชอบเรียนวิศวฯ เพราะมันมีตรรกะ 1+1 เป็น 2 วัดผลได้ แต่พอเรามาอยู่ที่กรมที่ดิน กรมที่ดินเป็นหน่วยงานรัฐที่ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้เราต้องเรียนกฎหมาย แต่ความรู้ด้านวิศวกรรมไม่พอ พอเรียนด้านกฎหมาย ถึงวันหนึ่งเราโตขึ้นมาเป็นผู้บังคับบัญชา ถ้าเราขาดศาสตร์การบริหาร ก็จะบริหารไม่เป็น เราก็ต้องไปเรียนด้านการบริหาร เพื่อกลับมาทำงาน บางคนเรียนด้านหมอ ทำงานบริหาร บางคนเรียนวิศวฯ ไปทำไฟแนนซ์ บางคนเรียนบัญชี ไปทำด้านกฎหมาย ผมคิดว่าไม่เกี่ยวกับว่าเราเรียนอะไร แต่มันสำคัญที่ว่า เราได้เอาไปใช้ในวิชาชีพของเราหรือไม่ เรียนแล้วนำไปประยุกต์ใช้เป็นประโยชน์ต่ออาชีพการงาน ผมว่าเรียนอะไรก็เป็นความรู้ทั้งนั้น"

ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ลาออกจากราชการ คุณแม่บอกให้หยุดคิดไว้ก่อน เพราะอยากให้ลูกชายทำงานรับใช้บ้านเมือง ก็เลยตัดสินใจรับราชการมาจนทุกวันนี้ และเหตุผลที่อยากลาออกจากราชการ อยู่กรมที่ดินสี่ปีกว่า เงินเดือน 4 พันกว่าบาท มีบริษัทเอกชนเสนอเงินเดือนให้ 5 หมื่น ก็จะลาออก แม่บอกอย่าออก ทำงานรับใช้ประเทศชาติดีกว่า เหมือนกับหลานสาวผม ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล เป็นนักวิทยาศาสตร์ เรื่องวัสดุศาสตร์ ที่มีสิทธิบัตรเยอะแยะไปหมด


จบ MIT ฝรั่งจะจ้างไปอยู่ที่เมืองนอก เอาเงินมาจะจ่ายให้กับทุน ก.พ. ที่ได้ไป 20 กว่าล้านบาท จ่ายทั้งก้อนเลย พี่ชายผม คือพ่อของ ดร.พิมพา บอกว่าไม่ให้ไป ให้ทำงานอยู่กับประเทศไทย ใช้ความรู้ความสามารถช่วยประเทศไทยต่อไป นี่คือ ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล กับคุณณรงค์ศักดิ์ ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร เหมือนกัน เพราะว่าทั้งพ่อแม่ของ ดร.พิมพา และทั้งพ่อแม่ของผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ มีความคิดเพื่อชาติเพื่อบ้านเมืองตลอดเวลา

ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ มาเป็นผู้ตรวจราชการ รับราชการกระทรวงมหาดไทย พอจบปริญญาโทอเมริกา กลับมาเมืองไทย มารับราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขตตรวจราชการที่ 7 กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย กรรมการหลายแห่ง ท่านรับราชการอยู่เงียบๆ มานาน ในสายงานวิชาการที่กรมที่ดิน เรียกว่าเป็นนักกำหนดยุทธศาสตร์ เป็นนักวางแผน แต่ไม่ใช่นักเผชิญเหตุการณ์หรือนักแก้ปัญหาในพื้นที่ ท่านเติบโตมาในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ก่อนไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่ 9 เมษายน 2560 ถึง 28 มิถุนายน 2561 ก่อนที่จะถูกย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา จากนั้นไปเป็นผู้ว่าฯ จังหวัดลำปาง จนกระทั่งถึงปัจจุบัน


ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ สร้างชื่อจารึกเป็นประวัติศาสตร์ในปฏิบัติการช่วยชีวิต 13 หมูป่า ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ท่านแถลงข่าวเรื่องราวต่างๆ มีคนไทยติดตามรายการนี้ถึง 26-27 ล้านคน ช่องทางออนไลน์อีกหลายล้านคน เกือบครึ่งประเทศ คนดูทั่วโลกมากกว่า 100 ล้านคน ท่านผู้ชมเชื่อไหม คนที่เครียดที่สุดคือผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ กับทีมงานอันแข็งแกร่งที่ฟันฝ่าอุปสรรคอันดำมืดในถ้ำแคบๆ ของขุนน้ำนางนอน ท่ามกลางพายุใหญ่กลางเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ที่มีผลต่อระดับน้ำและออกซิเจนที่ลดต่ำในถ้ำ ที่ชี้ชะตาความอยู่รอดของ 13 ชีวิต ติดถ้ำนานกว่า 7 วัน

ท่านผู้ชมครับ มาฟังท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ พูดนิด "คีย์แฟกเตอร์ที่ทำให้เราสำเร็จต่อมาคือการซ้อมกู้ภัย การซ้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ถ้าไม่ซ้อม เราจะไม่รู้เลยว่าเวลาเกิดวิกฤตจะทำอย่างไร ผมเป็นผู้ว่าฯ เชียงราย 15 เดือน ผมสั่งซ้อมกู้ภัย 3 ครั้ง เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดวันที่ 24 มิถุนายน 2561 ห่างจากวันซ้อมกู้ภัยเพียงสองอาทิตย์กว่าๆ เมื่อซ้อมมาดี เวลาเกิดสถานการณ์จริง เจ้าหน้าที่รู้ว่าจะติดต่อหน่วยงานไหน ยืมอุปกรณ์อะไร และจะต้องประสานงานอย่างไร ประสบการณ์ตรงนี้ต้องเรียนรู้จากชีวิตจริง" ท่านเล่าให้คนแบงก์ชาติฟังเมื่อปี 2562

ท่านผู้ชมครับ ลองคิด ฟังปรัชญาแนวความคิดของท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ "การตัดสินใจในภาวะวิกฤตคือภาวะไม่ปกติ ต้องมีการย่อหย่อนบางเรื่อง แต่ก็ต้องมีกติกากำกับเหมือนกัน แม้จะลดดีกรีความเข้มข้นลง แต่ต้องให้โปร่งใสและตรวจสอบได้" ผมเชื่อว่าถ้าท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ได้เข้ามาบริหารวัคซีน ท่านโปร่งใสแน่นอน ท่านสั่งอะไรมา ท่านต้องเปิดสัญญาให้ดูเลยว่าท่านสั่งมาอย่างนี้ๆ นะ แต่ล่าสุด วิษณุ เครืองาม บอกว่า ครม. ให้สั่งซื้อโมเดอร์นา เซ็นสัญญาแล้ว แต่ห้ามเปิดสัญญาให้ดู เพราะว่าเดี๋ยวอีกฝ่ายหนึ่งเขาจะฟ้องร้องได้ ซึ่งไม่จริงหรอกครับ เมื่อสัญญาทำกันแล้ว ข้อความในสัญญาไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้ว นี่เห็นหรือยังครับ ความคิด ระหว่างท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ กับความคิดของนายวิษณุ เครืองาม แน่นอนที่สุด เป็นทีมงานเดียวกับท่านนายกฯ ประยุทธ์ มันก็เลยทำให้วันนี้ ท่านผู้ชมเชื่อไหม มีคนตั้งข้อสังเกตเลยว่า วัคซีนที่ซื้อนี่มีผลประโยชน์กันหรือเปล่า เขาขายเท่าไร เพราะว่าราคาขายโมเดอร์นา หรือไฟเซอร์ ที่อยู่ที่อเมริกา ต่อเข็มขายเท่าไร เขารู้กันนี่ แล้วขายมาเมืองไทยเท่าไร ไม่มีใครรู้ เพราะไม่มีการเปิดสัญญา แต่ถ้าเป็นผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ อย่างที่ท่านเรียน "แม้จะลดดีกรีความเข้มข้นลง แต่ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ในวิกฤตจะมีความเสี่ยง วิธีบริหารจัดการความเสี่ยงมีแค่ 3 วิธี ผมพูดจากการปฏิบัติ วิธีแรก โยนความเสี่ยงทิ้งไป วิธีที่สอง กระจายความเสี่ยง วิธีที่สาม คือ ต้องมีหลายแผน และตัดสินใจบนแผนที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด และหากเกิดเหตุการณ์เลวร้าย เรายังรับความเสี่ยงนั้นได้"


ท่านผู้ชมครับ "ในภาวะวิกฤต เราช่วยผู้อื่นโดยไม่หวังอะไรเลย นี่คือน้ำใจคนไทย นี่คือบทเรียนที่เราควรนำมาปรับปรุงเพื่อเดินหน้าประเทศไทย ลึกๆ แล้วพวกเราเป็นคนอย่างนี้ เราเป็นคนมีน้ำใจ ผมไม่ใช่คนที่ทำให้สำเร็จ เราแบ่งงานออกไป ทีมดำน้ำ ทีมสูบน้ำ ทุกทีมมีผู้บัญชาการไปแบ่งงาน ซึ่งเราให้เกียรติแต่ละทีมไปประชุมกันหมด" ท่านผู้ชมครับ เอ๊ะ มันมีอะไรคุ้นๆ ไหม ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ แบ่งทีมดำน้ำไปทำ ทีมนั้นไปทำ ทีมนี้ไปทำ วิกฤตหรือเปล่า ? วิกฤต มาดูท่านนายกฯ ท่านรวบทุกอย่างมาที่ตัวท่านเอง เป็นประธาน ศบค. แล้วจะมาว่าผมได้อย่างไร ผมเปรียบเทียบให้ฟัง คนๆ หนึ่งทำงานเป็น แบ่งทีมนั้น ทีมนี้ ของคนของเรา คือ พล.อ.ประยุทธ์ บอกทุกคนเอาอำนาจมานี่ Single Command จะได้ไม่มีปัญหา

ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ท่านให้เกียรติทีมงานทำงานกัน คำพูดของท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ "ผมมีหน้าที่ต่อจิกซอว์ตัวสุดท้ายเข้าไป ภาพทุกภาพต่อมาแล้วมันดีหมด แล้วผมทำหน้าที่แค่ตัวต่อสุดท้าย มันไม่ใช่ความสำเร็จของผม แต่เป็นความสำเร็จของคนหมื่นคน"

เห็นไหมท่านผู้ชม ถ้าวันนี้การแก้ปัญหาเรื่องวัคซีนสำเร็จตั้งแต่ต้น การแก้ปัญหาโรคระบาด ในเมื่อท่านนายกฯ ท่านเป็นคนผูกขาด ท่านก็ต้องรับไปใช่ไหมว่าทำงานประสบความสำเร็จ แต่วันนี้มันเจ๊งกะบ๊งหมดแล้วนี่ ใครรับล่ะ ก็ต้องท่านนายกฯ รับอีกล่ะ เพราะฉะนั้นแล้วผมผิดตรงไหนที่ผมวิพากษ์วิจารณ์ท่านนายกฯ เข้าใจหรือยังท่านผู้ชม

"มีคนสงสัยคนเป็นหมื่นคนมาทำงาน คนเก่งมากมาย เราทำได้อย่างไรในการควบคุมทีมงาน กติกาของทีมคือ หัวหน้าทีมเป็นผู้ตัดสินใจ ทุกคนมีความเสี่ยงหมด ใครเก่งขนาดไหน ถ้าอยู่ร่วมทีมกันไม่ได้ ก็เชิญ เราไม่ตอบโต้ เพราะหน้าที่เราคือหน้าที่ช่วยเด็ก"


คำพูดที่อดีตผู้ว่าฯ เชียงราย ขณะปฏิบัติภารกิจช่วย 13 ชีวิตหมูป่าที๋โลกโซเชียลต่างแชร์ประโยคเด็ด คำพูดนี้คืออะไร "ใครที่บอกว่าไม่เสียสละพอที่จะทำงาน ใครจะกลับบ้านไปนอนกับลูกกับเมีย เชิญเซ็นชื่อแล้วออกไปเลย ผมไม่รายงานใครทั้งสิ้น ใครจะทำงานวันนี้ขอให้พร้อมทุกนาที ให้คิดว่าเขาเป็นลูกเรา ผมเป็นผู้อำนวยการในพื้นที่ก็จริง แต่ทุกชีวิตเราถือว่ามีคุณค่าสำคัญเหมือนกันหมด เราสั่งให้เขาไปช่วยชีวิตคนอื่น แต่เราไม่ได้สั่งให้เขาเอาชีวิตไปทิ้ง ในสภาวะวิกฤตการตัดสินใจมันยากมาก และเราตัดสินใจบนชีวิตของคนอื่น ทหารพูดกับผมว่า ภารกิจนี้ยากกว่าสงคราม เพราะสงครามเราประเมินความเสียหายได้ว่าจะสูญเสียเท่าไร แต่ภารกิจนี้ห้ามสูญเสีย มีแค่ 0 กับ 1 ไม่มีตรงกลาง เอาเด็กออกมาได้ 12 คน แต่ตาย 1 ก็ล้มเหลว วันนี้ตรงข้ามกันเลยนะครับ เด็กรอดทั้งหมด 13 คน ผมถึงได้มายืนตรงนี้ แต่ผมยืนยันว่าผมไม่ใช่ผู้นำที่ประสบความสำเร็จ ผมเป็นเพียงผู้ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตามกฎหมาย เพียงแต่ว่าทีมงานผมแข็งแกร่งทุกคน ผมโชคดีที่ดำเนินการตามแผนได้ และจุดอ่อนที่อาจทำให้งานไม่สำเร็จคือ การขาดการประเมินผลที่ดี เราจึงปรับแผนหน้าถ้ำทุกวัน เราประชุมอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อรู้ว่าสิ่งที่ผ่านมาจุดอ่อนคืออะไร ทีมไหนทำอะไรไป และอีก 12 ชั่วโมงต่อไปจะทำอะไร ทุกคนต้องรู้ ทำงานเข้าใจตรงกันหมด ถ้าประชุมแผน และปรับปรุงแผนทุกวัน จะทำให้การทำงานดีขึ้นทุกวัน และประสบความสำเร็จ"

ท่านผู้ชมครับ เห็นหรือยัง นี่คือคุณภาพของผู้นำ ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ท่านมีตัวอย่างที่ทำมาแล้ว และท่านเป็นคนถ่อมตัว ท่านไม่ใช่คนหิวแสง ไม่ใช่อะไรก็ตามต้องโผล่หน้าไปให้สัมภาษณ์และถ่ายรูปกับท่านอย่างเดียว ไม่ใช่ นี่คือผู้นำในฝันของผม

ความซื่อตรงของท่าน ท่านยอมหักไม่ยอมงอ ท่านงัดข้อกับผู้บริหารท้องถิ่นในเชียงราย กรณีไม่เซ็นก่อสร้างอนุสาวรีย์พญาเม็งราย เพราะสถานที่ไม่เหมาะสม เกรงว่าจะส่องทุจริต รวมทั้งโครงการอื่นๆ อีกหลายโครงการ พร้อมประกาศว่าโครงการใดไม่ถูกต้องโปร่งใส จะไม่ยอมเซ็น


ท่านพูดเลยว่า "ผมเซ็นไม่ได้ เพราะมันผิดกติกาหมด ผมยอมไปที่ไหนก็ได้ แต่ผมจะไม่ยอมเซ็นโครงการที่ผิด เพราะรู้ว่าผิด ผมยอมย้าย ที่ไหนก็ได้ ถ้าไปแล้วไม่ปวดหัวอย่างนี้" ด้วยเหตุนี้ 28 มิถุนายน 2561 ก็เลยย้ายท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ จากเชียงราย ไปพะเยา

ผลงานที่พะเยา ท่านไปยกระดับด่านบ้านฮวก ซึ่งเป็นด่านการค้าชายแดนสำคัญที่เป็นประตูเปิดไปสู่ สปป. ลาว เวียดนาม และย่านเศรษฐกิจจีนตอนใต้ ด้วยต้นทุนลอจิสติกส์ที่ต่ำที่สุด เป็นความหวังของคนพะเยาที่ต่อสู้มานาน จนกลางปี 2561 ครม. มีมติยกระดับจุดผ่อนปรนบ้านฮวก เป็นด่านการค้าถาวร

โครงการรถไฟทางคู่ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ มีเส้นทางกำหนดผ่านพะเยาถึง 6 สถานี นักยุทธศาสตร์อย่างท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ก็นำตัวแปรสำคัญเหล่านี้มาใช้วางแผนพัฒนาจังหวัดพะเยา ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี

ท่านผู้ชมครับ อีกเยอะ ท่านทำงานที่พะเยาแค่ 1 ปี 3 เดือน ก็โดนคำสั่งย้ายไปเป็นพ่อเมืองลำปาง ตั้งแต่ตุลาคม 2562 จนถึงวันนี้ แต่ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ท่านเป็นดาวฤกษ์ มีแสงส่องจากตัวท่านเอง ท่านไม่ต้องหิวแสง


อยู่ที่ลำปาง เมื่อเกิดสถานการณ์โรคระบาด แรกๆ จังหวัดลำปาง ไม่เคยเจอผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นเวลา 30 วันเต็มๆ จังหวัดลำปาง เป็นไข่แดงของภาคเหนือ ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ยอมรับว่า "ภารกิจปกป้องคนลำปาง 8 แสนคน หนักหนาสาหัสกว่าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เชื้อโรคไม่มีเวลา มองไม่เห็น แล้วเราจะรบกับเชื้อโรคอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราจะชนะเขาได้ เราต้องบอกว่า รู้เขารู้เรา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ ต้องไปทำความเข้าใจกับลูกบ้านว่าเชื้อโรคนี้มันร้ายแรงนะ ทำให้คนลำปางติดเชื้อน้อยที่สุด หรือถ้าติดเชื้อเข้าสู่ระบบสาธารณสุขลำปางได้ แม้จะไม่พบ แต่เตรียมพร้อมทั้งระบบ เลวร้ายที่สุดของเราคือผู้ป่วย 400 คน เครื่องช่วยหายใจ 40 เครื่อง ถ้าติดมากกว่านั้นเราเอาไม่อยู่แล้ว เราสั่งชุดสำหรับหมอที่เป็นชุดพิเศษเลย 300-500 ชุด นี่คือทางการแพทย์ที่จะต้องเดินไป ขณะที่ในพื้นที่ต้องไม่ให้เกิด Maximum"

ท่านบอกว่า "ท่านไม่ได้ทำงานคนเดียว ทุกส่วนร่วมตัดสินใจ ให้ทุกส่วนแบ่งเป็น 2 ทีม เจอวิกฤตติดเชื้อโควิด แม้แต่ผู้ว่าฯ เอง ก็ต้องมีตัวตายตัวแทนทำงานได้ ผมมีทีมหมอแบ่งเป็นทีม A ทีม B ถ้าสมมุติว่านายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประชุมกับผม รองนายแพทย์ฯ ไม่ต้องมา ไม่ควรเจอกันกับหมอ ถ้าเกิดผมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดติดโควิด ทางรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ก็จะได้ทำงานต่อไปได้"

ท่านผู้ชมครับ ผลงานที่สอง มีการเลื่อนคิวฉีดวัคซีน ตอนรัฐบาลเร่งที่จะทำประชาสัมพันธ์ ต้องการแสงเต็มที่ เร่งให้ประชาชนออกมาระดม ท่านผู้ว่าฯ ก็ออกไประดมประชาชนจนได้ยอดคน 223,976 คน


อันดับสองรองจากกรุงเทพฯ ทั้งๆ ที่จำนวนประชากรกรุงเทพฯ มีแค่ 516,000 คน เพราะนโยบายเชิงรุกของผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ มีการประชุมร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดหลายอย่าง ทำความรู้ความเข้าใจกับประชาชน

ผลงานที่สามที่โดนใจสุดๆ และกลายเป็นโมเดลลำปางที่จังหวัดอื่นๆ นำไปใช้ ท่ามกลางมาตรการล็อกดาวน์พื้นที่บางส่วนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น แคมป์คนงานก่อสร้าง จนกระทั่งเกิดเหตุหลบหนีกลับบ้าน ปรากฏว่าโครงการ "ลำปางกลับบ้าน" ของผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร และคณะกรรมการฯ ที่ได้ประชุมที่ศาลากลางจังหวัดลำปาง มีคาดการณ์ว่าคนในพื้นที่เสี่ยงที่มีภูมิลำเนาลำปางและติดเชื้อแล้ว หรือรอผลตรวจ หรือต้องกลับตัว จะกลับลำปาง ก็เลยตั้งศูนย์ประสานงานรับคนลำปางกลับบ้าน โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง เปิดคอลเซ็นเตอร์ เบอร์โทรศัพท์ ใครที่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อโควิด ต้องการกลับมารักษาที่จังหวัดลำปาง ให้ติดต่อผ่านศูนย์ประสานงาน


ท่านผู้ชมครับ ที่ผมเล่าให้ฟังนี้มันเป็นส่วนหนึ่ง ยังมีอีกเยอะที่ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ทำงาน หนึ่ง ท่านเป็นคนซื่อสัตย์ สอง ท่านคิดนอกกรอบ สาม ท่านมุ่งมั่น สี่ ท่านแบ่งทีมงาน ท่านให้การสนับสนุน ท่านทำตัวเหมือนเป็นคนที่เอาทุกทีมมาเชื่อมต่อกัน แล้วท่านเป็นตัวต่อตัวสุดท้าย

ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ พูดไว้อย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ที่สำคัญท่านไม่พูดมากเกินความจำเป็น สิ่งที่พูดล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทำได้ กล้าตัดสินใจบนความโปร่งใส กล้าพูด กล้าทำ และมีความสามารถในการทำงาน เป็นทีมที่มีความหลากหลายในภารกิจที่ยุ่งยาก สลับซับซ้อน เสี่ยงทุกอย่าง ไม่มีหน่วยงานเหรือผู้เชี่ยวชาญเพียงด้านใดด้านหนึ่งที่จะทำงานได้ตามลำพัง ที่สำคัญมากคือ ภารกิจใดๆ ย่อมไม่สามารถทำให้เกิดความสำเร็จได้ด้วยการใช้อำนาจ จำไว้นะครับ "ภารกิจใดๆ ไม่สามารถทำให้เกิดความสำเร็จได้ด้วยการใช้อำนาจ" แต่ต้องเน้นที่การสร้างความร่วมมือ การสร้างทางร่วมเท่านั้น นอกจากนี้ ยังต้องให้เกียรติคนอื่นบนพื้นฐานการทำงานเป็นทีม นี่คือต้นแบบของ Charismatic leader ผู้นำที่มีบารมี ที่ควรศึกษาเรียนรู้สำหรับนักปกครอง นักบริหาร และทหาร ทุกวงการ

โอกาสอย่างนี้ประเทศไทยจะมีไหม ผู้นำแบบนี้ ท่านผู้ชม คุณบอกว่าถ้าไม่ใช่ประยุทธ์ แล้วใคร ? สบายมาก ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ทำงานได้ดีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ เยอะ ผมเชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้ชมฟังผมพูดแล้วเห็นด้วยกับผมไหม และผมต้องกราบขอประทานโทษท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ที่ทำให้ท่านต้องเดือดร้อน เพราะผมเชื่อว่ารัฐมนตรีฯ อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.อนุพงษ์ คงหมั่นไส้ท่านมาก เพราะเขาเป็นคนย้ายท่านเอง จากเชียงราย ไปพะเยา และจากพะเยา มาลำปาง เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าการพูดของผมทำให้ท่านต้องลำบาก เดือดร้อน ผมกราบเท้าขออภัย แต่ผมทนไม่ได้ ผมคิดว่าประเทศชาติต้องการคนที่เก่งจริง ซื่อสัตย์ ทำงานเป็นทีมได้ ให้เกียรติผู้ร่วมงาน มีวิสัยทัศน์ คิดนอกกรอบเป็น และสามารถที่จะพิจารณาถึงความยากลำบากของประชาชน และเข้าสู่ปัญหาที่แท้จริงของประชาชนได้ กราบขอประทานโทษท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ไม่ได้มีเจตนาจริงๆ

ท่านผู้ชมครับ ถ้าท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โดนย้ายอีกเพราะโดนกลั่นแกล้ง เราต้องร่วมตัวร่วมใจกันปกป้องท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ และผมคิดว่าท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ เป็นแค่หนึ่งตัวอย่าง หนึ่งคน ที่คนสามารถเป็นนายกฯ ได้ ยังมีอีกหลายคน เดี๋ยวผมจะค่อยๆ เอาออกมาทีละคน มันจะได้จบเสียทีว่าถ้าไม่ใช่ประยุทธ์ แล้วใคร

ท่านผู้ชมครับ เรื่องที่ผมจะพูดตอนสุดท้ายก่อนจะปิดรายการ ผมคิดหัวเรื่องไว้แล้ว คือ "ฉีกหน้ากากดรามาวัคซีน นักบุญ หรือ คนบาป หมอ หรือ พ่อค้า"

ท่านผู้ชมครับ ความล้มเหลวของ ศบค. คือการไม่สามารถจัดวัคซีนที่หลากหลาย ขาดการกระจายความเสี่ยง สร้างความสับสนในการกระจายวัคซีน ที่สำคัญ เอาการเมืองเข้ามาเกี่ยวพันกับเรื่องวัคซีน ที่สำคัญที่สุด ผมพูดมาแล้ว นานแล้ว ท่านผู้ชมยังจำได้ไหม ผมบอกว่า การไม่พูดความจริงกับประชาชน

ท่านผู้ชมครับ วันนี้สถานการณ์มันเหมือนกับการหนีเสือปะจระเข้ ด้านหนึ่งเราเจอรัฐบาลที่ด้อยประสิทธิภาพในการรับมือ การบริหารจัดการวิกฤต จนเกิดวิกฤตศรัทธา ลามไปสู่เรื่องอื่นๆ แต่อีกด้านหนึ่งเราก็ดันทะลึ่งมาเจอคนบาปในคราบนักบุญ อย่างพวกหมอแก่ๆ และหมออีกบางส่วนที่พยายามจะกอบโกย แสวงหาประโยชน์จากความทุกข์ความยากของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นที่เห็นได้ชัดที่สุดคือประเด็นเรื่องของวัคซีน

ท่านผู้ชมจำคำพูดผมได้หรือเปล่า เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว 2 กรกฎาคม ผมพูดอย่างนี้ครับ ผมทบทวนให้ฟัง "ผมยังสงสัยด้วยความเคารพคุณหมอ ด้วยความเคารพคุณหมอที่เชียร์วัคซีนกันทั้งหมด ผมยังไม่รู้เลยว่ากระบวนการวัคซีนนี้คือกระบวนการเชิงพาณิชย์ที่เราถูกปั่นขึ้นมาจากบรรดาฝรั่งทั้งหลาย นักวิจัยทั้งหลาย และถ้าวัคซีนมันดีจริง ทำไมมันถึงป้องกันโควิดไม่ได้ล่ะ ก็เลยเฉไฉไปว่า มันป้องกันไม่ได้ แต่ลดความรุนแรงที่มันเคยแรงมากๆ ให้มันแรงน้อยลง"


ท่านผู้ชมครับ ที่ผมไม่ได้พูดต่อคือ หมอหลายๆ คนในขณะนี้ทำตัวเป็นเซลส์ขายวัคซีน เป็นตัวแทนบริษัทยา แล้วทำการด้อยค่า หรือที่เขาเรียกว่า ดิสเครดิต วัคซีนเจ้าหนึ่ง ก็คือซิโนแวค เพื่อเชียร์วัคซีนอีกเจ้าหนึ่ง คือไฟเซอร์ และโมเดอร์นา โดยอ้างว่าประเทศโน้นประเทศนี้มีผลการศึกษาแล้วว่าวัคซีนนี้ไม่ได้ผล ป้องกันดีกว่า ฉีดแล้วไม่ติด ไปๆ มาๆ จัดว่าวัคซีนซิโนแวคเป็นวัคซีนเกรด C

ท่านผู้ชมครับ วัคซีนที่เขาเชียร์ตอนนี้เป็นวัคซีนที่มีวิธีการทำแบบที่เขาเรียกว่า mRNA หรือ Viral Vector ท่านผู้ชมเชื่อไหม ยังไม่มีใครทราบถึงผลกระทบในระยะยาวที่เกิดจากวัคซีน mRNA แต่ตั้งแต่แรกมีความพยายามด้อยค่าวัคซีนของจีนว่าเป็นวัคซีนเกรด C บ้าง วัคซีนเซินเจิ้นบ้าง วัคซีนที่องค์การอนามัยโลกไม่ยอมรับบ้าง แต่ 1 มิถุนายน 2564 องค์การอนามัยโลกรับรองการใช้ฉุกเฉินแล้ว ก็เลยเบี่ยงเบนเปลี่ยนประเด็นมาโจมตีเรื่องประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ

ท่านผู้ชมช้าก่อน อย่างที่ผมตอบว่า มีวัคซีนตัวไหนบ้างที่บอกว่าป้องกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือพิสูจน์มาหมดแล้วว่าสามารถป้องกันการกลายพันธุ์ของโควิด-19 พวกคุณร่ำๆ ตีอกชกตัวว่าจะเอาตัวนี้ จะเอาตัวนั้น คุณหมอที่เชียร์วัคซีนเทพทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นไฟเซอร์ โมเดอร์นา ตอบผมหน่อยได้ไหม

ล่าสุด ท่านผู้ชมครับ อิสราเอลที่ใช้วัคซีนเทพที่คุณว่ากัน คือไฟเซอร์ ยังออกมายอมรับเลยว่าประสิทธิภาพลดลงอย่างมากมายมหาศาลเมื่อเจอโควิดสายพันธุ์เดลตา ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับที่ระบาดหลักในประเทศไทยอยู่ทุกวันนี้ จากหนังสือพิมพ์เยรูซาเล็มโพสต์ วันที่ 5 กรกฎาคม ไม่กี่วันมานี้เอง บอกว่าผลวิจัยของอิสราเอลพบสายพันธุ์เดลตา ทำให้ประสิทธิภาพของไฟเซอร์ลดเหลือ 64 เปอร์เซ็นต์


ข่าวจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล บอกว่าวัคซีนไฟเซอร์ประสิทธิภาพลดลงเมื่อเจอสายพันธุ์เดลตา แต่ยังป้องกันการป่วยหนักได้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล ยังบอกว่า จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอล บอกว่าประสิทธิภาพวัคซีนไฟเซอร์ในการป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาลดลงเหลือแค่ 64 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้ชมตามผมมา ผมเอาข่าวอีกชิ้นหนึ่งมา

ข่าวจากสื่อเก่าแก่ของประเทศอิสราเอล haaretz.com บอกว่ายอดการติดเชื้อโควิดในอิสราเอลพุ่งขึ้นสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ พร้อมเนื้อข่าวตอนหนึ่งบอกว่า 42 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ติดเชื้อโควิดในวันจันทร์ เป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว ทำให้เกิดความกังวลถึงประสิทธิภาพของวัคซีนต่อเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาที่แพร่ระบาดได้เร็วมาก


ท่านผู้ชมครับ นี่คือประเทศอิสราเอลที่ได้ชื่อว่าฉีดวัคซีนได้มากเป็นอันดับต้นของโลก เป็นอันดับสาม รองจากแคนาดา และอังกฤษ คือมีประชากรที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว 1 โดส มากกว่า 65 เปอร์เซ็นต์ มีวัคซีนไฟเซอร์เหลือมากมาย เหลือเฟือจนเพียงพอให้ส่งเกาหลีใต้ยืมไป 7 แสนโดส

ท่านผู้ชมครับ เลื่อนไปดูอีกประเทศหนึ่งที่มีสัดส่วนการฉีดวัคซีนมากเป็นอันดับสองของโลก อย่างอังกฤษ ท่านผู้ชมมัวแต่สนใจสถานการณ์โควิดในประเทศไทย อาจไม่ได้สนใจหรือใส่ใจกับสถานการณ์โควิดในอังกฤษ เพราะเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าอังกฤษมีอัตราการฉีดวัคซีนมากเป็นอันดับ 2 ของโลก คือฉีดไปแล้ว 79.1 ล้านโดส กว่า 66 เปอร์เซ็นต์ ของประชากร ฉีดไปแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม และประชากรมากกว่าครึ่ง 33.7 ล้านคน ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม แต่ท่านผู้ชมครับ อัตราการติดเชื้อต่อวันยังเพิ่มขึ้น 2-3 หมื่นคนต่อวัน 6 กรกฎาคม เพิ่มขึ้น 28,773 คน / 5 กรกฎาคม เพิ่มขึ้น 27,334 คน / 4 กรกฎาคม เพิ่มขึ้น 24,170 คน / 3 กรกฎาคม เพิ่มขึ้น 24,663 คน

หรืออีกนัยหนึ่ง กลับด้าน ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม ที่มีเพิ่มขึ้น 24,663 คน เพิ่มไปเรื่อยๆ 4-5-6 วันที่ 6 กรกฎาคม จากวันที่ 3 เพิ่มขึ้นสองหมื่นสี่ กลายเป็นเพิ่มขึ้นสองหมื่นแปดพันกว่าคน

เห็นหรือยังครับท่านผู้ชม นายบอริส จอห์นสัน กำลังจะประกาศยกเลิกการใช้มาตรการควบคุมโรคโควิดในอังกฤษ ที่ยังเหลืออยู่ ในวันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม อีกสองอาทิตย์ รวมถึงยกเลิกข้อบังคับการใส่หน้ากากในที่ร่ม แล้วท่านผู้ชมลองคิดดูสิว่า หลังวันที่ 19 กรกฎาคม สถานการณ์โควิด-19 ในอังกฤษจะเป็นอย่างไร

แม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษ นายซาจิด จาวิด ยังยอมรับว่า จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่อาจจะเพิ่มขึ้นถึงวันละ 50,000-100,000 คน


ทั้งหมดนี้มันหมายความว่าอย่างไร ? มันหมายความว่าวัคซีนไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการหลุดพ้นจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคระบาดอย่างเชื้อโควิด-19 ผมไม่ได้ต่อต้านการฉีดวัคซีน การฉีดวัคซีนจะลดการเจ็บป่วยหนัก ติดเชื้อลงปอด การเข้าโรงพยาบาล เตียงผู้ป่วย การใช้เครื่องช่วยหายใจ จะลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างมหาศาล แต่การติดอยู่ในเกมการตลาดของเรื่องวัคซีนมันไม่จบ เพราะผมถามว่าถ้าคุณฉีดวัคซีนเทพอย่างไฟเซอร์แล้วมันป้องกันไม่ได้ คุณจะว่าอย่างไร คุณจะเรียกร้อง ปั่นหัวให้คนเรียกร้องฉีดวัคซีนเทวดาจากดาวอังคารหรือดาวพฤหัสบดีหรืออย่างไร ถ้าฉีดวัคซีนเทพ mRNA แล้ว เกิดผลกระทบเรื่องกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในวงกว้าง ผลกระทบระยะยาวอื่นๆ เซลส์แมนที่อยู่ในเสื้อกาวน์ หมอพวกนี้จะว่าอย่างไร วัคซีนเทพ หมายถึงวัคซีนชนิด mRNA ยี่ห้อไฟเซอร์ และโมเดอร์นา

เราย้อนหลังกลับไปปีที่แล้ว ท่านผู้ชมตามผมมาทีละนิด

เมษายน 2563 จะเข้าใจเรื่องนี้ดีต้องย้อนเวลากลับไปช่วงนั้น โลกยังไม่มีวัคซีนใดผลิตออกมาเลย อเมริกาทุกคนจนปัญญา จนตรอก แก้ปัญหาโดยทุ่มเงินให้กับประชาชนที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ให้เห็นว่าไม่ได้นิ่งดูดาย อเมริกาแจกทุนวิจัยสัญชาติฝรั่งให้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องผลิตให้กับอเมริกาก่อนชาติอื่นๆ ถ้ารัฐบาลไม่อนุมัติจะส่งวัคซีนออกนอกประเทศไม่ได้ ตรงนี้สำคัญมากท่านผู้ชม หมายความว่า ถ้าโรงงานในสหรัฐฯ มีวัคซีนแล้ว ต้องขายให้อเมริกาก่อน ถ้าอเมริกาไม่เอา ถึงจะไปขายให้ชาวโลกอื่นๆ ได้ ตอนนั้นทุกคนอยากได้เงินวิจัย ก็เลยยอมรับเงื่อนไขนี้ ยกเว้นเจ้าเดียว คือไฟเซอร์ ซึ่งมีทุน มีเงิน เขาเขี้ยวพอที่จะเห็นว่าเขาทำกำไรมหาศาลจากการขายวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก

กรกฎาคม 2563 อีกสี่เดือนให้หลัง การวิจัยพัฒนาไปได้ดี จนในที่สุด กรกฎาคม อเมริกาทำสัญญามูลค่า 2,000 ล้านเหรียญ ผูกมัดซื้อวัคซีนจากไฟเซอร์ 100 ล้านโดสแรก บวกกับ option ซื้อเพิ่มอีก 200 ล้านโดส สำหรับวัคซีนที่จะส่งให้ในเดือนมกราคม 2564


พฤศจิกายน 2563 มีการเลือกตั้งที่อเมริกา ไฟเซอร์เสนอขายวัคซีนเพิ่มอีก 200 ล้านโดส จัดส่งต้นปี 2564 แต่อเมริกา คือนายทรัมป์ ปฏิเสธไม่รับข้อเสนอนี้ แต่ขอเอาจำนวนนี้ไปรวมกับ option ซื้อเพิ่ม ก็ซื้อเพิ่มจาก 200 ล้านโดส เป็น 400 ล้านโดส ท่ามกลางความงุนงงว่าทำไมทรัมป์ ไม่รับข้อเสนอซื้อในตอนนั้น แล้วทำไมไฟเซอร์ต้องยอมด้วย ? เพราะไฟเซอร์ไม่ได้ทำสัญญาผูกมัดที่กล่าวไว้

พอมาเดือนธันวาคม 2563 คนที่เคยสงสัย ก็หายสงสัย เพราะว่าประธานาธิบดีทรัมป์ ลงคำสั่งประธานาธิบดี ที่เขาเรียกว่า Executive Order เพื่อกั๊กวัคซีนทุกยี่ห้อจากผู้ผลิตในประเทศ เอาไว้ใช้ในประเทศเท่านั้น แปลว่าห้ามส่งออกเด็ดขาดถ้ารัฐบาลไม่อนุญาต ซึ่งคำสั่งนี้ก็ลากเอาไฟเซอร์ไปรวมยี่ห้ออื่น ที่เคยรับทุนวิจัย ถึงแม้ไฟเซอร์ไม่มได้รับทุนวิจัย แต่ก็ถูกคำสั่งนี้กั๊กเอาไว้

ผ่านไปอีกครึ่งเดือน 23 ธันวาคม 2563 อเมริกาทำสัญญาซื้อไฟเซอร์เพิ่มอีก 100 ล้านโดส รวมเป็น 200 ล้านโดส บวกกับ option อีก 400 ล้านโดส ในช่วงก่อนคริสต์มาส

เอาล่ะ เข้ามากุมภาพันธ์ 2564 พอไบเดน เข้ามา อเมริกาก็ซื้อเพิ่มอีก 100 ล้านโดส ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ รวมเป็นซื้อ 300 ล้านโดส บวก option อีก 400 ล้านโดส เป็น 700 ล้านโดส อย่างที่ผมเล่าให้ฟังในรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ว่าวัคซีนไม่ใช่เวชภัณฑ์ธรรมดา มันเปรียบได้กับยุทธภัณฑ์ทางการทหาร อาวุธทางการทูต ผมเคยเล่าให้ฟังในรายการนี้ วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน เกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ว่าอเมริกาสะสมวัคซีนไว้ล้นเกิน โดยภายในสิ้นปี 2564 อเมริกาจะมีวัคซีนโควิด-19 เหลือเกินในสตอกถึง 1,215 ล้านโดส หรือมากกว่าจำนวนประชากรผู้ใหญ่อเมริกาถึง 3 เท่า


มาที่ยุโรปบ้าง ท่านผู้ชม 11 พฤศจิกายน 2563 ปีที่แล้ว อียูทำสัญญาซื้อวัคซีน 200 ล้านโดส จากไฟเซอร์ บวก option อีก 100 ล้านโดส จัดส่งให้อียูจากโรงงานซึ่งผลิตในเยอรมนี และเบลเยียม ในปี 2564 ซึ่งสองโรงงานนี้ไม่ถูกจำกัดโดยคำสั่งประธานาธิบดีอเมริกา เพราะอยู่ในอียู

ไฟเซอร์ ประกาศว่า ปี 2564 ตัวเองจะมีกำลังผลิตถึง 1,300 ล้านโดส จากโรงงาน 4 แห่ง พอถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เฉพาะอเมริกา กับอียู ทำสัญญาซื้อวัคซีนรวม 1,000 ล้านโดส เป็นซื้อแน่ๆ 500 ล้านโดส option อีก 500 ล้านโดส แต่ว่าไฟเซอร์ผลิตวัคซีนได้แค่ 50 ล้านโดส แบ่งเป็นในอเมริกา 40 ล้านโดส ในอียู 10 ล้านโดส หลังจากนั้นผ่านมาอีก 3 เดือน สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น เพราะผลิตรวมได้แค่ 119 ล้านโดส ส่วนมากผลิตในอเมริกา โมเดอร์นา ผลิตได้ 61 ล้านโดส ในช่วงเวลาเดียวกัน

จนในที่สุดแล้ว ไบโอเอ็นเทค ซึ่งเป็นหุ้นส่วนไฟเซอร์ ก็เลยเพิ่มกำลังผลิตอียู โดยซื้อโรงงานเพิ่มในปี 2564 คาดการณ์ว่าจะผลิตได้ 2,000 ล้านโดส

พฤษภาคม 1-2 เดือนที่ผ่านมานี้ ไฟเซอร์ ทำสัญญาขายวัคซีนเพิ่มอีก 1,800 ล้านโดส ให้แก่อียู แบ่งเป็น ซื้อแน่ๆ 900 ล้านโดส option 900 ล้านโดส จะส่งมอบให้ใน 3 ปี ปีละประมาณ 600 ล้านโดส หรือมากกว่าในปีแรก หากอียูต้องการ

ขณะเดียวกัน ทางอเมริกา ไบเดน ทำสัญญาซื้อวัคซีน 500 ล้านโดส กับไฟเซอร์ แบ่งเป็นปีนี้ 200 ล้านโดส ปีหน้า 300 ล้านโดส

ประเด็นอยู่ที่ไหนที่ผมเล่าให้ฟัง ท่านผู้ชมอย่าเพิ่งสับสน

พฤษภาคม 2564 ไฟเซอร์ มีกำลังการผลิต 2,000 ล้านโดส ในปีนี้ และทำสัญญาขายวัคซีนอย่างน้อย 1,800 ล้านโดส ไปแล้วกับอเมริกาและอียู ที่เหลือ 200 ล้านโดส ก็ไปแบ่งกันกับประเทศอื่นๆ คือ อังกฤษ ญี่ปุ่น แคนาดา มาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมทั้งไต้หวัน สิงคโปร์ อิสราเอล และโคแวกซ์ ตอนนี้ท่านผู้ชมชัดเจนหรือยังว่าทำไมวัคซีนเทวดารายแรกถึงหมดแล้ว ไฟเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นปีที่แล้วตอนคนซื้อเขาจองกัน เขาจองกันปีที่แล้วทั้งๆ ที่ยังไม่มีวัคซีน หรือปีนี้จองซื้อวัคซีนได้ แต่คนขายยืนยันไม่ได้ว่าจะส่งให้ได้เมื่อไร มากน้อยแค่ไหน เพราะลูกค้าก่อนหน้านี้เขามี option เขารอของอยู่ ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง ไฟเซอร์ไม่มีของ


วัคซีนเทวดาเจ้าที่สอง โมเดอร์นา ง่ายหน่อย เพราะไม่มีอะไรซับซ้อน อเมริกามีสัญญาซื้อ 500 ล้านโดส โดยที่ 410 ล้านโดส ส่งในปี 64 อีก 90 ล้านโดส ส่งในปีหน้า ฝั่งอียูก็มีสัญญาซื้อ 2 ฉบับ จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 400 ล้านโดส แบ่งเป็น ส่งของปีนี้ 230 ปีหน้า 230 ล้านโดส เป็น 460 ล้านโดส แต่สมาชิกอียูบางประเทศกำลังหาทางยกเลิกสัญญาซื้อวัคซีนเทวดารายนี้ เพราะผ่านมา 6 เดือนแล้ว การจัดส่งเละเทะมาก เนื่องจากยังมีปัญหาการผลิตและควบคุมคุณภาพ ทำให้จัดส่งได้ล่าช้ากว่าที่ตกลงกันไว้มาก

ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่โมเดอร์นาประกาศว่าจะสามารถผลิตวัคซีนในปีนี้ได้ 800-1,000 ล้านโดส เมื่อปลายเมษายน 2564 แต่จากสถานการณ์วันนี้ดูเหมือนว่า เต็มที่ไม่เกิน 700 ล้านโดส จากที่ตั้งไว้ว่า 800-1,000 ล้านโดส ประเด็นอยู่ที่ไหน ? ประเด็นคือ ถ้าเราเอาจำนวนวัคซีนโมเดอร์นาที่ต้องส่งให้ลูกค้ารายใหญ่ คืออเมริกา กับอียู รวม 640 ล้านโดส ก็เหลือเศษรายย่อยๆ ไปแบ่งกัน 60 ล้านโดส หักส่งให้โคแวกซ์ 34 ล้านโดส ไต้หวัน 5 ล้านโดส ก็จะเหลือแค่ 21 ล้านโดส ให้ลูกค้าที่เหลือไปแย่งกันเอง ท่านผู้ชม และประเทศไทยก็อยู่ใน 21 ล้านโดสนี้ ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลสาธารณะ ใครๆ ก็เข้าถึงได้ ท่านควรจะรู้ก่อนเอะอะโวยวายเรียกร้องเอาแต่วัคซีนเทวดา ทำตัวเหมือนเด็ก 5 ขวบ ที่พ่อแม่ตามใจจนเสียเด็ก ทั้งๆ ที่เป็นหมอแก่ๆ กันแล้วทั้งนั้น

ทีมจัดหาวัคซีนไทยก็รู้ว่าต้องเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ต้นปี ตั้งแต่ปีที่แล้ว เราถึงไม่ต้องมีสถานการณ์ที่มีแต่ใบสั่งซื้อ แต่ไม่มีวัคซีนมาแบบไต้หวัน สิงคโปร์ แคนาดา และอียูบางประเทศ

เพื่อนบ้านเราที่สั่งซื้อวัคซีนเทวดาเจ้าแรกไปเมื่อพฤศจิกายน 2563 อย่างมาเลเซีย ซื้อ 44.8 ล้านโดส ท่านผู้ชมครับ เพิ่งได้รับ 3.64 ล้านโดส ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ที่สั่งซื้อไป เมื่อเดือนพฤษภาคม อินโดนีเซียสั่ง 50 ล้านโดส เมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว 2563 ยังไม่ได้เลย แล้วจะได้ล็อตแรกสิงหาคม อีกสองเดือน ไม่รู้ว่าจะได้เท่าไร แต่ก็ไม่เกิน 12.5 ล้านโดส

ท่านผู้ชมครับ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย สรุป วัคซีนเทพเทวดาขายหมดเกลี้ยงตั้งแตนานแล้ว ปิดรอบจองของปีนี้ไปนานแล้ว ใครบอกหากตั้งใจ หากพยายาม หรือหากฉลาดพอ ก็ต้องซื้อได้ เขาคนนั้น หรือหลายๆ คน ไม่รู้อะไรเลย รู้ไม่จริง หรือสรุปง่ายๆ ตกเลข บวกเลขธรรมดาก็ไม่เป้น ใครอยากจะรอวัคซีนเทพก็ควรปล่อยให้เขารอต่อไป จะได้ไม่ต้องมาแย่งกับคนไม่ต้องการรอ เผื่อเขาล้มป่วยหรือตายไปจนมีภูมิต้านทาน จะได้ประหยัดค่าวัคซีนด้วย ตอนนี้ท่านผู้ชมเข้าใจสถานการณ์วัคซีนหรือยัง

ส่วนนักบุญ หรือคนบาป คุณเป็นหมอ หรือเป็นพ่อค้า ? ในสายตาคนไทยแล้ว อาชีพหมอเป็นอาชีพที่มีศักดิ์ศรี เป็นบุคคลที่มีเกียรติ แต่ก็มีหมอบางจำพวกแท้จริงเป็นนายทุน นักธุรกิจในคราบหมอ ใช้สถานะความเป็นหมอสร้างความน่าเชื่อถือทำธุรกิจของตัวเอง

ท่านผู้ชมครับ เรื่องวัคซีนที่หมอเป็นตัวตั้งตัวตีนั้น จริงๆ แล้วควรฉีดไฟเซอร์ ซึ่งเป็น mRNA ให้บุคลากรทางการแพทย์ ดีหรือไม่ ? หรือควรเอาไปฉีดให้กับประชาชนส่วนใหญ่ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว


ท่านผู้ชมครับ หมอนิธิ มหานนท์ ท่านค้าน ว่าถ้ามีวัคซีนไฟเซอร์มา แทนที่จะฉีดให้หมอ ฉีดให้ประชาชนที่ยังไม่มีฉีด แต่หมอที่อยู่แนวหน้าก็ตอบโต้มาว่า ได้อย่างไร คุณรู้หรือเปล่า คุณไม่เคยมาลงปฏิบัติการแนวหน้า คุณไม่รู้ว่าหมอลำบากใจขนาดไหน เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมครับ ยังไม่มีประเทศไหนในโลกนี้ เวลานี้ ที่แนะนำให้ฉีดกระตุ้นวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 3 ในตอนนี้ จะเป็นเมื่อไร 3 เดือน 6 เดือน แต่ทั้งนี้ถ้าอยากรู้ก่อน ทำก่อน ก็ได้ ทำได้ แต่ควรจะศึกษาเป็นระบบก่อน นี่คือสิ่งที่หมอแนะนำว่าควรจะฉีดเข็มที่ 3 แล้วบอกเลยนะว่าเข็มที่ 3 ควรจะเป็นไฟเซอร์ ผมอธิบายให้ฟังแล้ว ไฟเซอร์ ไม่มีของให้หรอก อธิบายที่มาที่ไปแล้วเมื่อกี้

ผมไม่แน่ใจจริงๆ ว่าที่หมอทำเช่นนั้นเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรกับวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับบริจาคแลกซื้อจำนวนพิเศษนี้หรือไม่ ไม่รู้จริงๆ ผมพยายามหาเหตุผลอธิบายว่านโยบายการให้ฉีดกระตุ้นในบุคลากรทางการแพทย์ มีเหตุผลลึกๆ อะไร หลายแสนโดสจะได้รับบริจาคให้เราส่วนหน้ามากระตุ้นภูมิ ถ้าจะฉีดให้คนไทยที่ยังไม่ได้วัคซีนเลย 350,000 คน จะสามารถช่วยชีวิตไว้ได้ 3,000-4,000 คน ดีกว่าไปหาทางเพิ่มเตียงไหม ถ้าไม่ฉีดวัคซีน ถ้าติดเชื้อโควิด อัตราการตายอาจจะประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์

ท่านผู้ชมครับ ผมพูดมาตลอดว่าการระบาดของโรคใดๆ นั้น เป็นเรื่องของสังคมศาสตร์ มากกว่าวิทยาศาสตร์ วัคซีนไม่ใช่คำตอบเดียว ถ้าทำตามแนวทางและประชาสัมพันธ์ส่งเสริมที่จะให้เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเข็มที่ 3 ณ เวลานี้ มีแต่ความสับสนและแตกแยก เหลื่อมล้ำในสังคมมากขึ้น ผมไม่รู้ความตั้งใจการบริจาคว่ามีเจตนาอย่างไร เล็งเห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นไหม หรือเป็นเพียงการตลาดบริษัทยา

ปกติผมไม่ค่อยชอบค้านอะไรตรงๆ แบบนี้ คราวนี้ขอผิดกติกาตัวเอง สงสารคนไทยอีกหลายสิบล้านคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ผมขอค้าน ไม่เห็นด้วยในการฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 ในเวลานี้ ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับวัควีน

ดรามาวัคซีนทางเลือก โมเดอร์นา กับผลประโยชน์พันล้านของโรงพยาบาลเอกชน

ส่วนโมเดอร์นา ที่คนให้ความสนใจกันมาก อาจจะเพราะไม่มีข้อมูลทางลบออกมา เหมือนหญิงสาวที่ไม่มีใครรู้จัก เดินเข้ามาในห้อง มีแต่คนสนใจ เพราะเธอไม่มีข่าวเสียๆ หายๆ ที่น่าสนใจคือ คุณหมอบุญ-บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท ธนบุรีเฮลท์แคร์ กรุ๊ป หรือ THG ออกมาให้ข่าวว่าทำไมโมเดอร์นาถึงมาไทยช้า จนชาวโซเชียลแห่กันชื่นชมว่าเป็นฮีโร่ที่กล้าพูดความจริงตอกหน้ารัฐบาล


คุณหมอบุญ พูดออกมา ชี้ว่ารัฐบาลบริหารจัดการวัคซีนล้มเหลว จึงไม่มีวัคซีนทางเลือก ทั้งที่ประชาชนมีความพร้อม และพร้อมจ่าย แต่คุณอนุทิน รัฐมนตรีฯ สาธารณสุข ออกมาแย้งว่าวัคซีนโมเดอร์นานั้น บริษัทไม่ขายตรงให้กับภาคเอกชน แต่ขายผ่านรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งตัวแทนรัฐบาล คือองค์การเภสัชกรรม แต่ปัญหาจริงๆ อยู่ที่เรื่องการเงิน หมอบุญ ไม่เอาเงินไปจ่ายองค์การเภสัชฯ องค์การเภสัชฯ ก็ไม่กล้าซื้อ เพราะแบกรับความเสี่ยงไม่ได้


คุณหมอบุญ ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา บอกว่า ไฟเซอร์ โมเดอร์นา (มาแล้ว เซลส์แมนขายวัคซีน) มีประสิทธิผลดีที่สุด คุ้มกันไม่ให้เกิดโรคได้ ไม่ใช่เพียงแค่ป้องกันการเสียชีวิตหรืออาการหนักเท่านั้น โดยมีประสิทธิภาพ สามารถป้องกันได้ทั้งโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา สายพันธุ์แอลฟา สายพันธุ์เบตา ขณะที่หลายประเทศที่ฉีดซิโนแวค การติดเชื้อโควิดยังเยอะ ล้มตายจำนวนมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่ใช้ mRNA ก็ยืนยันชัดเจนว่าป้องกันไวรัสได้ดี หมอบุญครับ ฮัลโหลๆๆ ฮัลโหล หมอบุญครับ ไปดูข้อมูลเรื่องอิสราเอลซิ ไปดูข้อมูลเรื่องอังกฤษซิ มันก็ใช้ mRNA แล้วทำไมคนติดเชื้อเพิ่มขึ้น แล้วก็เป็นสายพันธุ์เดลตาด้วย คุณหมอเป็นเซลส์ขายวัคซีนหรืออย่างไร เพราะคุณหมอกำลังจะสั่งไฟเซอร์ กับโมเดอร์นา เข้ามา ก็เลยไปดิสเครดิตวัคซีนคนอื่นเขา แล้วท่านก็พูดนะ จัดเกรดวัคซีนซิโนแวค C วัคซีนที่ดีที่สุดต้องเป็นวัคซีนที่ทำด้วย mRNA คุณหมอครับ คุณมีงานวิจัยอะไรมาพิสูจน์ให้ดู

ท่านผู้ชมครับ พอหมอบุญออกมาโพสต์ตำหนิรัฐบาล ทำให้หลายคนออกมาสรรเสริญเชิดชูหมอบุญ ว่ามีความกล้าหาญ กล้าชนรัฐบาล แต่พอผมได้ฟังแล้ว ไปค้นข้อมูล สงสัยว่าทุกวันนี้หมอบุญ เป็นหมอรักษาคนไข้ หรือเป็นเซลส์ขายวัคซีน หรือเป็นพ่อค้าที่พยายามหากำไรจากโรคระบาดกันแน่ พอผมเห็นคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 5/2564 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมก็เลยถึงบางอ้อ ท่านผู้ชมครับ ผมเอาคำสั่งให้ดู หมายเลข 15 คือ หมอบุญ วนาสิน สรุปข้อมูล หมอบุญ เป็นทั้งกรรมการจัดหาวัคซีน เป็นคนกำหนดราคาวัคซีน และเป็นคนซื้อวัคซีนเพื่อขายต่อทำกำไร พฤติกรรมนี้แถวบ้านผมเขาเรียกว่า ชงเองกินเอง


ถ้าเป็นอย่างที่หมอบุญ เปิดเผยมาว่ายอดจองวัคซีนโมเดอร์นาผ่านโรงพยาบาลในเครือธนบุรี 3 ล้านโดส ส่วนต่างของวัคซีนโมเดอร์นา วัคซีนโมเดอร์นา ราคา 550-600 บาท องค์การเภสัชฯ กำหนดไว้ 1,100 บาท เอกชนขาย 1,700 บาท สองเข็ม ราคา 3,300 บาท ตกเข็มละ 1,650 บาท พูดง่ายๆ คือธุรกิจการจองวัคซีนอย่างเดียว คุณหมอบุญ กำไรเหนาะๆ เป็นพันล้าน ตัวเลข 3 ล้านโดส กำไร 1,650-1,800 ล้านบาท ถ้าตัวเลข 5 ล้านโดส กำไร 2,750-3,000 ล้านบาท โอ้โห หมอบุญ คุณหมอไม่น่าจะเป็นหมอเลย คุณหมอน่าจะเป็นอาจารย์สอนวิชา MBA

ถ้าหมอบุญ ใจบุญจริง เมื่อองค์การเภสัชฯ ประกาศจะขายวัคซีนโมเดอร์นาให้โรงพยาบาลเอกชน ราคาโดสละ 1,100 บาท รวมทุกอย่างแล้ว ทำไมโรงพยาบาลไม่เอาออกไปขายต่อในราคาที่มีส่วนต่างไม่มากนัก นี่คุณหมอบุญ กำลังจะร่ำรวยบนความกลัวของประชาชนคนไทย คุณหมอบุญ ครับ ผมอดทนมานานแล้ว ยอมรับกันได้หรือยังว่าวัคซีนไม่ใช่คำตอบสุดท้ายการหยุดยั้งโรคระบาด แต่ยังต้องประกอบกับมาตรการอีกหลายอย่าง การเฝ้าระวัง การหลีกเลี่ยง ป้องกัน การตรวจเชื้อเชิงรุกอย่างเข้มข้น


สรุปแล้ว ท่านผู้ชมครับ ทุกคนทำมาหารับประทานกับสุขภาพของพวกเรา ความเป็นตายของพวกเรา มีการปั่นกระแสว่าวัคซีนจีน ซิโนแวค เป็นวัคซีนเกรด C ก็เลยเกิดทำให้คนทุกคนบอกว่า ถ้าอย่างนั้นเอาโมเดอร์นา เอาไฟเซอร์ แล้วใครล่ะกระโดดโลดเต้นเรื่องขอโมเดอร์นา หาเรื่องหาราวว่าองค์การเภสัชกรรมทำเรื่องช้า ไม่ยอมอนุมัติเสียที องค์การเภสัชกรรมบอกว่า ไม่ใช่ คุณไม่ได้จ่ายเงินผม ถ้าคุณจ่ายเงินผมมา ผมก็ทำเรื่องทันที พอจ่ายเสร็จเรียบร้อยก็ทำเรื่องมา สำนักงานอัยการสูงสุด ใช้เวลา 2 วัน พิจารณาสัญญาแล้วอนุมัติทันทีเลย

สรุปวันนี้วัคซีนจีนกลายเป็นของโหลยโท่ยไปแล้ว แต่โมเดอร์นาเป็นวัคซีนเทพ ไฟเซอร์เป็นวัคซีนเทพ แล้วทำไม ถ้ารัฐบาลสั่งไฟเซอร์ สั่งโมเดอร์มาเข้ามาสิครับ แล้วฉีดให้ประชาชนฟรี ผมก็อยากรู้ว่าหมอบุญ จะมีชีวิตอยู่อย่างไร ท่านคงจะออกมาโวยวายอีกเหมือนกัน เพราะท่านเห็นกำไรเหนาะๆ แล้วเป็นพันๆ ล้าน ท่านอยู่ในคณะกรรมการคัดเลือกวัคซีน แล้วท่านก็เป็นคนสั่งซื้ออีกต่างหาก มันน่าเกลียดเกินไปนะคุณหมอ มันโจ่งแจ้งเกินไป และผมยังไม่รู้เลยว่าที่ท่านสั่งโมเดอร์นาไปนั้น เขาจะมีขอให้ท่านหรือเปล่า เหมือนอย่างที่ผมอธิบายให้ฟังแล้วตอนต้น ว่าวัคซีนเขาล็อกกันเรียบร้อยหมดแล้ว ของที่สั่งปีนี้อาจจะได้ต้นปีหน้า


สาธุ ผมขอให้รัฐบาลสั่งโมเดอร์นาและสั่งไฟเซอร์มา แล้วมาฉีดให้ประชาชนฟรีเลยได้ไหม ผมอยากเห็นหมอหน้าเลือดบางคนต้องกระอักเลือดออกมาเป็นลิ่มๆ

วันนี้แค่นี้ดีกว่าท่านผู้ชม เรื่องมันเยอะ รายละเอียดมันเยอะ เอาเป็นหลักๆ ผมอธิบายให้ท่านผู้ชมฟังแค่นี้ แล้วอาทิตย์หน้าเราค่อยเจอกันใหม่ สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...