xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : ปล้นกลางแดดเสาไฟประติมาโกง - ย้อนคดีสังหารหมู่ลูกเรือจีน 13 ศพ สะเทือนสัมพันธ์ไทย-จีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 25 มิ.ย.64 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยเรื่องที่พูดวันนี้มีทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังเเละวิธีการที่โกงกันในอ
ค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบต. เทศบาล อบจ. มีบริษัทหนึ่ง 8 ปีที่ผ่านมาได้รับการประมูลงานที่ อบต.ราชาเทวะ 11 สัญญา มูลค่ากว่า 907ล้านบาทเเละยังมีอีกหลายที่ เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย? ขณะที่นายกรัฐมนตรีประกาศปราบทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ  และย้อนรอย 10 ปี กับการสังหารโหด 13 ลูกเรือจีนทิ้งกลางสามเหลี่ยมทองคำ บนแม่น้ำโขงทุกวันนี้ผู้ต้องหายังลอยนวล คดีไปถึงไหน ? มาตามเรื่องนี้กัน จะเป็นอีกเรื่องที่กระทบความสัมพันธ์ ไทยเเละจีนหรือไม่ ติดตามได้ใน SONDHI TALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง Ep.91



คำต่อคำ SONDHI TALK [25 มิ.ย. 64] : ปล้นกลางแดด เสาไฟประติมาโกง (EP. 91)

ช่องทางการรับชมรับฟัง "คุยทุกเรื่องกับสนธิ"หรือ SONDHI TALK
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : คุยทุกเรื่องกับสนธิ
YouTube : Sondhitalk
เว็บไซต์ : www.sondhitalk.com
Podcast หรือ podbean : SONDHI TALK


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เหมือนกับทุกๆ ศุกร์นะครับ เรากลับมาเจอกันอีกทีหนึ่ง ผมเรียนให้ท่านผู้ชมทราบว่า เครื่องทำน้ำด่างนั้นมีอยู่เหลือน้อยมากๆ แล้ว มีเหลืออยู่ไม่กี่สิบเครื่องเท่านั้นเอง หากมีผู้ใดสนใจ รีบจองมานะครับ


ท่านผู้ชมครับ เรื่องที่จะพูดวันนี้ ผมจะพูดเรื่องแรกที่ไม่พูดไม่ได้แล้ว เพราะเรื่องของสถานการณ์โควิดอัปเดต จริงๆ แล้วไม่มีอะไรใหม่ แต่ข้อมูลล่าสุดมันน่ากลัวมาก มันน่ากลัวจริงๆ และผมมีข้อแนะนำอะไรบางอย่าง เชื่อก็ทำตาม ไม่เชื่อก็แล้วไป

เรื่องที่สอง ท่านผู้ชมเคยได้ยินข่าวเรื่องเสาไฟฟ้าประติมาโกงไหมครับ ก็คือประติมากรรมนั่นล่ะ แต่กลายเป็นประติมาโกง ที่ ต.ราชาเทวะ ผมขุดคุ้ยมาหมดเลย พวกเสาไฟฟ้าประติมาโกงทั่วประเทศไทยมีที่ไหนบ้าง มีสัตว์ประหลาดที่ติด ของราชาเทวะเป็นหงส์ บางแห่งเป็นเครื่องบิน 747 บางแห่งเป็นมนุษย์โบราณ มนุษย์ดึกดำบรรพ์ บางแห่งเป็นแม่ค้าพายเรือ บางแห่งเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เอากันถึงขนาดนั้นเชียว บางแห่งเป็นมโนราห์ ก็คงจะเดาออกนะครับว่าเป็นทางใต้ แต่ที่อยากพูดเรื่องนี้ ท่านผู้ชมหลายท่านก็อาจจะได้ข่าวมาแล้ว แต่ผมก็จะอธิบายความให้ลึกซึ้งมาก เพราะเรื่องราวต่างๆ แบบนี้มันมีมิติทางการเมืองที่ลึกซึ้งจริงๆ ผมกำลังจะบอกในตอนท้ายของเรื่องนี้ แล้วท่านผู้ชมฟังไปก็จะเห็นว่ามิตินี้ถ้าไม่มีการแก้ไข ประเทศไทยทุกวันนี้เป็นรัฐที่ล้มเหลวอยู่แล้ว หรือภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Failed State อีกหน่อยประเทศไทยจะไม่มีเหลืออะไรให้พวกเราอีกแล้ว เพราะว่ามันโกงกันทุกระดับ คำถามคือว่า แล้วทำไมเราถึงปล่อยให้มันโกงกันแบบนี้ ? มีใครวางแผนหรือเปล่า ที่ไม่จัดการเรี่องนี้ เพื่อให้ดูว่ามันโกงตลอดเวลา ทั้งการเมืองระดับชาติ การเมืองส่วนท้องถิ่น เป็นไปได้ไหมท่านผู้ชม ? เดี๋ยวลองฟังความเห็นของผมดู

เรื่องสุดท้ายวันนี้ เป็นเรื่องที่บางทีท่านผู้ชมอาจจะเบื่อ คือเรื่องสัมพันธ์ไทย-จีนบนลำน้ำโขง แต่อย่าเพิ่งเบื่อ เพราะว่าวันนี้ผมมีข้อมูลพิเศษอย่างหนึ่ง ท่านผู้ชมจำได้หรือเปล่าครับ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ที่มีการฆ่าลูกเรือจีนบนเรือจีน 2 ลำ ลำหนึ่งขนส่งเชื้อเพลิง อีกลำหนึ่งขนส่งสินค้าทางการเกษตร ลูกเรือ-ไต้ก๋ง 13 ศพ เสียชีวิตหมด ตรงนั้นมีเบื้องหน้าเบื้องหลังเยอะมาก แล้วผมสามารถจะโยงให้ท่านผู้ชมได้เห็นว่านี่ล่ะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมากๆ ในความสัมพันธ์ที่เลวร้ายระหว่างไทยกับจีน

ท่านผู้ชมครับ เรามาคุยกันเรื่องโควิด หรือโรคระบาด ล่าสุด เมื่อกี้ผมพูดว่าผมกลัว ผมเป็นห่วง เพราะยอดติดเชื้อประเทศไทยไม่ได้ลดลง ที่สำคัญ ยอดคนตายกลับเพิ่มขึ้น กลายเป็นว่าตอนนี้กรุงเทพฯ เป็นเมืองอันตรายที่สุดไปแล้ว คลัสเตอร์เยอะแยะไปหมด ตรวจที่ไหนก็เจอที่นั่น น่ากลัวมาก จนกระทั่งหมอบางท่าน คนที่อยู่ในวงการนี้บางท่าน เสนอให้ล็อกดาวน์กรุงเทพฯ 7 วัน

ท่านผู้ชมครับ เรามียอดติดเชื้อสะสมอยู่ประมาณแสนกว่าคน 196,502 คน นี่คือตัวเลขเป็นทางการ ตัวเลขที่ตรวจเจอ หรือตัวเลขที่คนไปตรวจเอง แล้วก็เข้าไปเพื่อรับการรักษาพยาบาล แต่ตัวเลขที่คนติดแล้วไม่รู้ตัวนี่ อีกมหาศาล ท่านผู้ชมครับ กรุงเทพฯ มีประชากรอยู่ บางคนบอกสิบล้านคน บางคนบอกสิบสอง เอาอย่างนี้แล้วกัน สิบเอ็ดล้านคน สิบเอ็ดล้านคน 196,502 ที่ติดเชื้อสะสมมา มันจิ๊บๆ ครับ นกกระจิบบอกว่า จิ๊บๆ จิ๊บๆ จริงๆ แล้วถ้าผมเดา ถ้าผมคาดคะเนเอา ผมคิดว่าผมไม่ออฟ ผมเชื่อว่าติดเชื้อ ณ วันนี้ ต้องไม่ต่ำกว่าห้าแสนคน หรือเผลอๆ อาจจะ ระหว่างห้าแสน ถึงหนึ่งล้านคน เลือกตัวเลขเอาได้เลย แต่แสนกว่า แสนเก้า พรุ่งนี้ก็สองแสน เป็นของโกหก ไม่ใช่โกหกหรอก เขาตรวจได้เพียงแค่นี้


ที่น่ากลัวคือ เตียงก็ไม่พอแล้ว หมอบอกวิกฤต หมอใหญ่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ บอก ไม่ไหวแล้ว รับไม่ไหวแล้ว แล้วท่านผู้ชมครับ วันพุธที่ 23 มิถุนายน ผมดูตัวเลข ตกใจ ตายไปแล้ว 51 คน มันเกิดอะไรขึ้นครับ คนตายเยอะเหลือเกิน ท่านนายกฯ ท่านไม่รู้ร้อนรู้หนาวถึงจำนวนคนตายเลยหรือ ท่านมุ่งอยู่อย่างเดียวก็คือ วัคซีนๆๆ คนประท้วงท่าน ท่านบอกไม่สนใจ ท่านทำงาน แต่คนตายไปเป็นสิบๆ สูงสุด ท่านไม่ออกมาแสดงความคิดเห็น หรือว่าออกมาดำเนินการตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจแก้ปัญหาคนตายหน่อยได้ไหม ทุกชีวิตมีความหมาย ทุกชีวิตเขามีพ่อมีแม่ ทุกชีวิตเป็นลูกเขา ทุกชีวิตเป็นพี่น้องเขา แล้วเขาตายแบบนี้ เราจะไม่หาทางที่จะแก้ไขจำนวนคนตายหรือ เขาเป็นคนไทยนะท่านนายกฯ ท่านมามัวขึ้นสภาฯ บอก ท่านไม่เอา ต้องแก้รัฐธรรมนูญมาตราโน้นมาตรานี้ ป้องกันคนโกง ท่านนายกฯ ผมพูดอะไรบางอย่าง ท่านอย่าโกรธนะ ตั้งแต่ท่านเข้ามามีอำนาจตั้งแต่ปี 2557 เจ็ดปีที่ท่านอยู่ ท่านเชื่อไหม เป้นเจ็ดปีของประเทศไทยที่มีการโกงมากที่สุด ในยุคทุกสมัย ไม่มีใครแซงยุคของท่านได้เลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแต่ท่านไม่ยอมรับความจริง และโกงลงไปจนถึงระดับข้าราชการแล้ว

ท่านบอกนักการเมืองมันโกง ผมถามว่านักการเมืองมันโกง แล้วข้าราชการไม่ช่วย แล้วมันจะโกงได้อย่างไร ก็แสดงว่ามะเร็งร้ายนี่มันลงไปถึงรากหญ้าแล้ว เอาล่ะ ผมเพียงแต่ยกตัวอย่างให้ท่านฟัง ว่าท่านอย่าหลงผิดประเด็น ท่านกลับมาช่วยชีวิตคน 51 คน ที่ตายไปเมื่อวันพุธนี้ และจะต้องตายกันอีกมากมาย

แล้วพวก ศบค. พวกท่านนี่ ศบค. นี่หมอทั้งนั้น สติปัญญาเลอเลิศ แต่ความงี่เง่าเยอะจริงๆ เกิดมีการย้อนแย้ง ฝ่ายรัฐเองไม่ยอมรับผลตรวจจากแล็บเอกชน แล้วเอกชนจะหาทางออกได้อย่างไร กลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ คนชรา ผู้ป่วยติดเตียงหรือกึ่งติดเตียง คนหาเช้ากินค่ำ มีพ่อแก่แม่เฒ่า ลูกเล็ก ต้องดูแล คนเหล่านี้ถ้าต้องการตรวจเชื้อจะทำอย่างไรดี


ท่านผู้ชมครับ พนักงานของผมติดโควิดทั้งคู่ แม่อายุ 70 มีพี่สาวนอนป่วย ช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ พอลูกเป็นกำลังของครอบครัว ตรวจพบว่าติดโควิด ถูกแยกตัวเข้าไปรักษาที่ Hospitel ลูกชายก็เป็นห่วงแม่กับพี่สาว เกรงว่าจะติดเชื้อไปด้วย เพราะอาศัยอยู่ด้วยกัน ต้องดิ้นรนไหว้วานพี่น้องเพื่อนฝูงให้พาแม่กับพี่สาวไปตรวจ แล้วก็ไม่ใช่หาได้ง่ายๆ เพราะว่าหลายๆ โรงพยาบาลไม่รับตรวจ เพราะถ้าตรวจแล้วเจอว่ามีเชื้อ ก็มีภาระในการหาเตียงเข้ารับการรักษาต่อ โรงพยาบาลจำนวนมากจึงไม่รับตรวจเชื้อ ลำพังเดินออกไปตรวจยังยาก ถ้าติดเชื้อ อาการหนัก ก็อย่าพูดถึง เตียงไม่มีแน่นอน สุดท้าย เขาต้องจ้างโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใช้รถเคลื่อนที่มาตรวจให้ที่บ้าน ต้องเสียเงินค่าตรวจคนละ 5,000 บาท สองคน 10,000 บาท

คนที่สอง พอมีอาการว่าติดเชื้อ มีภรรยา กับลูกยังเล็ก 2-3 ขวบ ตัวเองไม่เพียงต้องดิ้นรนหาสถานพยาบาลเข้ารับรักษา แต่ต้องวิ่งหาที่ตรวจเชื้อโควิด-19 ให้เมียและลูกที่ยังเล็ก โรงพยาบาลส่วนใหญ่ก็ไม่รับตรวจให้เด็กเล็ก เพราะไม่รู้วิธีการดูแลเด็ก วิ่งหาอยู่สองวัน จนกระทั่งต้องขอความช่วยเหลือคนโน้น โน่นนี่นั่น จนในที่สุดหาได้

ท่านผู้ชมครับ นี่คือตัวอย่างชนชั้นกลาง สองคนนี้ที่พอมีฐานะอยู่บ้าง มีเงิน มีญาติพี่น้อง มีคนรู้จัก แล้วประชาชนทั่วๆ ไปเขาจะทำอย่างไร ผมไม่อยากคิดจริงๆ

ท่านผู้ชมครับ กรมการแพทย์ยอมรับว่าเตียงผู้ป่วยโควิด-19 กทม. เหลือน้อยแล้ว มีผู้ป่วยใหม่ 1,000 รายต่อวัน เป็นเวลาต่อเนื่องกันมา 2 เดือน ทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มเป็นจำนวนมาก คุณกำลังบ้าบอคอแตกเรื่องวัคซีนอยู่ตลอดเวลา แต่คนติดเชื้อและป่วย แล้วหาเตียงไม่ได้ คุณจะปล่อยให้เขาตายโหงตายห่าไปหรืออย่างไร และที่ตายไป 51 คน คุณจะทำอย่างไรกับเขา ตายหลักสิบขึ้นมาทุกวัน ฮัลโหลๆ ท่านนายกฯ ท่านหยุดหิวแสงก่อน มาดูเรื่องปัญหานี้ นี่คือความเป็นความตายของคนไทย ตอนนี้่เขาบอกว่าสถานพยาบาลภาครัฐ ผู้ป่วยโควิดสีแดงมีจำนวนครองเตียงอยู่ 409 ราย เหลือเตียงสำหรับการรองรับผู้ป่วยโควิดสีแดงแค่ 20 เตียง เท่านั้น ท่านผู้ชมครับ น่าสลดใจมาก


คุณหมอสมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ออกมายอมรับว่าสถานการณ์เตียงโรคโควิด-19 ในพื้นที่ กทม. ณ ขณะนี้ค่อนข้างจะน่าเป็นห่วงมาก แล้วยังมีเชื้อกลายพันธุ์ วัคซีนอาจจะไม่ใช่คำตอบก็ได้ ตอนนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญออกมาบอกแล้ว กลายพันธุ์มันมีอัลฟา เบตา แกมมา เดลตา เดิมเราเรียกสายพันธุ์อังกฤษ เราเรียกอัลฟา สายพันธุ์แอฟริกา เรียกเบตา สายพันธุ์อินเดีย เรียกเดลตา ตอนหลังล่าสุดอินเดียบอกว่า มันมีเดลตาพลัส แล้วก็บอกว่าสายพันธุ์นี้มีระดับการแพร่เชื้อที่สูงกว่าสายพันธุ์เดลตา จำเป็นต้องเพิ่มการตรวจหาเชื้อมากในแต่ละพื้นที่ของอินเดียในขณะนี้ ที่อินเดีย เวลานี้หลายคนยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรกเลย แต่ตอนนี้มีการพูดถึงการฉีดเข็มที่ 3 เพิ่มเติมแล้ว เข็มแรกยังไม่ได้ฉีด มาพูดถึง booster เข็มที่ 3 ถ้าต่อไปเชื้อระบาดกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ คงต้องมีเข็ม 4 เข็ม 5 ใช่ไหม


ท่านผู้ชมครับ รัฐบาลต้องหยุดงี่เง่าและเชื่อหมอแก่ๆ ที่ล้อมรอบนายกฯ เสียที คุณต้องปฏิบัติการเชิงรุกให้ประชาชนป้องกันตัวเอง สายพันธุ์ใหม่ สายพันธุ์แอฟริกาใต้บุกไทยแล้ว มาอีกแล้ว ยะลา สาธารณสุขจังหวัดยะลา เผยว่าคลัสเตอร์ศูนย์ฯ ยะลา วิกฤตหนัก มีการแพร่เชื้อโรคระบาดไปแล้ว 190 ราย จาก 12 จังหวัดชายแดนภาคใต้


ท่านผู้ชมครับ ความน่ากลัวของสายพันธุ์แอฟริกาใต้ แพร่เชื้อไวกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม 50 เปอร์เซ็นต์ ลดประสิทธิภาพแอนติบอดี ทำให้คนติดเชื้อได้ง่าย หนีจากภูมิคุ้มกันได้ดี แปลว่าอะไร ? แปลไทยเป็นไทยก็คือ ถึงแม้คุณจะฉีดวัคซีนไปแล้ว 2 เข็ม แต่ก็ไม่ได้ทำให้คุณไม่ติด เป็นสายพันธุ์ที่ดื้อต่อวัคซีนและแอนติบอดีที่สุด

ท่านผู้ชมครับ มาฟังความคิดเห็นของคนที่ไม่ได้จบหมออย่างผม ผมยังระลึกถึงแคมเปญว่า ถ้าไม่เชื่อหมอ หรือจะเชื่อหมา ท่านผู้ชมครับ ผมคือหมาสนธิ ผมไม่ใช่หมอ แต่ผมเชื่อว่าวิธีการของผมดีกว่าหมอหลายๆ คนเยอะเลย หมาสนธิ จะพูดให้ฟัง

ท่านผู้ชมครับ ทำไมเราไม่กินฟ้าทะลายโจรเพื่อบำบัดเชื้อแบบรวมหมู่ ผมมีทฤษฎี ถ้าเชื่อผม เรามาลองดูกัน พอเริ่มมีอาการ หรือคนข้างเคียงมีอาการ คนในบ้าน คนในออฟฟิศ ในแคมป์คนงาน โรงงาน ชุมชนแออัด จุดที่เป็นคลัสเตอร์ต่างๆ ให้ทุกคนรีบกินฟ้าทะลายโจร กินเลยพร้อมกันวันละ 16 เม็ด 4 เม็ดต่อมื้อ 4 มื้อต่อวัน ติดต่อกัน 5 วัน ผมเชื่อว่าคนที่ติดโดยไม่รู้ตัว และคนที่ติดกลางๆ น่าจะหาย ต้องหาย เรียกว่าเป็นการบำบัดเชื้อแบบรวมหมู่ ตัดต่อไม่ให้เชื้อแพร่ออกไป ผมเชื่อว่าสถานการณ์แบบนี้ ลองดู ไม่เสียหาย


เรือนจำที่เชียงใหม่ คนติดเชื้อหลายพันคน เขาให้กินฟ้าทะลายโจร ฟาวิพิราเวียร์ ปรากฏว่าฟ้าทะลายโจรรักษานักโทษในเรือนจำหายหมด เหลือจริงๆ ไม่กี่ร้อยคน เหลือ 100-200 คน แล้วคนที่กินฟาวิพิราเวียร์ ก็ยังไม่หาย แต่ฟ้าทะลายโจร หาย

ท่านผู้ชมครับ ศบค. ยอมรับฟ้าทะลายโจร อย. จัดฟ้าทะลายโจรอยู่ในบัญชียาหลัก ยาสามัญแห่งชาติมีฟ้าทะลายโจรเข้ามา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ยอมรับฟ้าทะลายโจร ปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็ยอมรับฟ้าทะลายโจร มีแต่หมอบางคนที่งี่เง่า ยังเชื่อในยาฝรั่ง

ท่านผู้ชมครับ วิธีการของผมเป็นวิธีที่ดีที่สุด ถ้ามีใครที่บ้านเป็นอะไร กินไปเลย ฟ้าทะลายโจร ทุกคนในบ้านหลังนั้น 4 มื้อ มื้อละ 4 เม็ด กิน 5 วัน 80 เม็ด ไม่มีผลข้างเคียง เพราะมีงานวิจัยออกมาเรียบร้อยแล้ว ว่ากินฟ้าทะลายโจรเท่านี้ๆ ไม่มีผลข้างเคียง เขาบอกว่าถ้าจะมีผลข้างเคียงต้องกิน 1,800 เม็ด แล้วใครมันจะบ้ากินถึง 1,800 เม็ด 4 เม็ดต่อมื้อ วันละ 16 เม็ด 5 วัน 80 เม็ด สบาย ท่านผู้ชมครับ ฟ้าทะลายโจรอย่างหยาบนะครับ อย่าไปหลงซื้อฟ้าทะลายโจรที่เป็นสารสกัด อย่างหยาบนี่ล่ะ ท่านผู้ชมครับ ผมก็เอาทฤษฎีของผมอย่างนี้มา ลองดู ผมว่าได้ผล ได้ผลอย่างแน่นอนที่สุด

ท่านผู้ชมครับ เมื่อประมาณ 1 หรือ 2 สัปดาห์ที่แล้ว มีข่าวที่คุณนพรัฐ พรวนสุข ได้พูดในรายการ "คุยบางเรื่องกับนพรัฐ" ในเรื่องของเสาไฟฟ้าของ ต.ราชาเทวะ ซึ่งในรายการนั้นคุณนพรัฐ พูดกว้างๆ อธิบายให้ฟังถึงความไม่ชอบมาพากล แต่วันนี้ผมจะพูดเรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งในองค์ประกอบของการจัดซื้อจัดจ้างของ อบต. (องค์การบริหารส่วนตำบล) ทั่วประเทศไทย แล้วเดี๋ยวผมจะเจาะให้ดูว่าลักษณะของเสาไฟฟ้าประติมากรรมนั้น มันเริ่มมาอย่างไร แล้วทำไมมันถึงได้รับความนิยมจากบรรดาผู้บริหาร อบต. ทั่วประเทศไทย


ท่านผู้ชมครับ ผมตั้งโจทย์ง่ายๆ ก็แล้วกัน ราคาประมูลของเสาไฟฟ้านี้ เฉลี่ยแล้วประมาณ 9 หมื่น ถึง 1 แสนกว่าบาท ต้นทุนจริงๆ ของเสาไฟฟ้าก็คือ 2 หมื่นกว่าบาท ที่เหลือ ส่วนต่างประมาณ 8 หมื่นบาทนั้น เป็นส่วนต่างสำหรับค่าประติมากรรม แล้วเรามาดูว่าความแยบยล ความคิดสร้างสรรค์ในทางที่ไม่ถูกต้องของบรรดาผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลนั้น เขาคิดอย่างไร แล้วผมก็จะเล่าให้ฟังว่า เขาเลียนแบบเรื่องนี้มาอย่างไร ที่สำคัญที่สุด ในเรื่องนี้มันมีหลายมิติที่เราคิดไม่ถึง มิติแรกที่เห็นได้ชัดเจน จริงๆ แล้วสิ่งที่ อบต. ทำนั้น ถามว่ากระทรวงมหาดไทยรู้เรื่องด้วยไหม ? ในทางเปิด ในทางเป็นทางการ เขาไม่ยุ่ง เพราะว่าเป็นหน้าที่ อบต. แต่ในทางลึกแล้ว ผมเชื่อว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทยหลายคนมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะคนที่ประมูลได้นั้น ส่วนหนึ่งต้องจัดเงินจัดทองให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย อีกส่วนหนึ่ง เงินส่วนที่เหลือ ก็จัดไปให้กับนายก อบต. และพรรคพวก ส่วนจะจัดให้เท่าไร เมื่อใดนั้น ผมไม่ทราบได้ แต่ต้องมีการแบ่งสรรปันส่วนกันแน่ๆ

ท่านผู้ชมครับ เมื่อเราพูดถึง อบต. แล้ว อีกมิติหนึ่งที่ผมจะพูดในงวดนี้ก็คือว่า อบต. ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ เดี๋ยวนี้เป็นที่รู้กันทั่วประเทศไทยแล้วว่าการเมืองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. และเทศบาลนั้น ทุกคนแข่งขันกันดุเดือดเลือดพล่าน อยากจะเป็นหัวหน้า นายก อบต. นายก อบจ. นายกเทศมนตรี เพราะว่าเมื่อมีการกระจายรายได้ลงไปสู่ท้องถิ่น นี่แค่ลำพังแค่ส่วนเดียวนะครับ ยังไม่ลงหนักถึงขนาดที่เรียกว่ากระจายรายได้แบบจริงจัง การทำมาหากินจากงบประมาณแผ่นดินนั้น ก็มีอยู่มากมาย คำถามมีอยู่ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มันมีมานานแล้ว ตั้งแต่มี อบต. อบจ. และเทศบาลขึ้นมา แต่ทำไมไม่มีใครพยายามอุดช่องโหว่ต่างๆ เหล่านี้ ทั้งๆ ที่สามารถทำได้


สำหรับผมแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก และถ้าเราสามารถทำการเมืองท้องถิ่นให้มันโปร่งใส ทุกวันนี้ งบ 100 บาท กินกัน 70 บาท อีก 30 บาท คือเงินที่เอาไปลงทำ ถ้าเราสามารถที่จะกลับหัวกลับหาง ให้กินกันไม่เกิน 30 บาท อีก 70 บาท ลงไปในพื้นที่ อบต. อบจ. และเทศบาลแล้ว ผมคิดว่าประเทศไทยจะดีขึ้น ที่สำคัญมันมีนัยทางการเมืองด้วย ซึ่งท่านผู้ชมอาจจะไม่ได้คำนึงและคิดถึง แล้วในท้ายรายการช่วงนี้ เรื่องเกี่ยวกับเสาไฟฟ้ากินรี และเสาไฟฟ้าสัตว์อีกหลายประเทศนั้น รวมไปถึงนักษัตร 12 กษัตร มันมีนัยที่สามารถจะอธิบายเพิ่มเติมได้ว่า แล้วหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างเช่น สตง. จะทำอย่างไร เพราะ สตง. เข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ ก็ปรากฏว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น

ท่านผู้ชมครับ ตามผมมาก็แล้วกัน เดี๋ยวผมจะค่อยๆ เล่าเรื่องนี้ไปทีละเรื่อง เรื่องนี้จะว่ายาว ก็ยาว จะว่าไม่ยาว ก็ไม่ยาว ความจริงอธิบายสั้นๆ ได้ แต่บางครั้งต้องเอาตัวอย่างให้ดู ท่านผู้ชมจะได้เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด

ผมจะเริ่มด้วยเสาไฟฟ้าประติมากรรมในพื้นที่ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีการอนุมัติงบประมาณให้ใช้ทำเสาไฟฟ้าประเภทนี้ 6,700 ต้น ราคาเฉลี่ยต้นละ 9 หมื่น ถึง 1 แสนบาท ผลาญงบประมาณไปในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา มากกว่า 640 ล้านบาท พูดได้ไหมครับว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ของ 640 ล้านบาท หรือ 400 กว่าล้านบาท เป็นเงินที่จะต้องเสียค่าเก๋าเจี๊ยะ หรือว่าจะต้องจ่ายให้คนโน้นคนนี้ แล้วเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังถึงความไม่ชอบมาพากลของการเข้าประมูล ผมจะตั้งข้อสังเกตหลายข้อ

ทีนี้ ก่อนที่เราจะพูดถึงเรื่องเสาไฟฟ้าประติมากรรมนั้น ความคิดตรงนี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ความจริงแล้วความคิดตรงนี้มันเกิดขึ้น เริ่มแรกสุดตรงเสาไฟฟ้ารูปหงส์ บนถนนอุทยาน หรือที่เราเรียกกันว่า ถนนอักษะ เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนสายพุทธมณฑลสาย 3 ในเขตทวีวัฒนา ไปถึงถนนพุทธมณฑลสาย 4 มีระยะทางเกือบ 4 กิโลเมตร 3.98 กิโลเมตร มันมีทัศนียภาพสวยงามมากจนกระทั่งได้ชื่อว่าเป็นถนนที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย


ถนนอักษะ หรือที่เรียกว่า ถนนอุทยาน นั้น เริ่มต้นมีเสาไฟฟ้ารูปหงส์ เรียงรายสองข้างทาง มีมากถึง 979 ต้น มีคูน้ำคั่นกลาง ความกว้าง 30 เมตร มีน้ำพุเล่นระดับ 3 แห่ง จนได้ชื่อว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในประเทศไทย ถนนอักษะ คิดริเริ่มมาตั้งแต่สมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่ก็ไม่ได้สร้างจนสำเร็จ จนกระทั่งมาถึงยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็เลยได้อนุมัติในการก่อสร้าง ตอนนั้้นคุณบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี

ตอนนั้นที่สร้างถนนอักษะ ให้เรียบร้อยนั้น เป็นโครงการหนึ่งที่กรุงเทพมหานครดำเนินการเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในปี พ.ศ. 2539 เพื่อเป็นการสร้างเสริมความสง่างามใหักับพุทธมณฑล ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ อำนวยความสะดวกในพระราชพิธีที่พุทธมณฑล ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 1,068 ล้านบาท ต้องถือว่าเป็นงบประมาณสร้างถนนที่สูงที่สุดในประเทศไทยด้วย และเสร็จสมบูรณ์ให้ประชาชนได้ใช้ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542

อย่างไรก็ตาม เสาไฟฟ้าประติมากรรม หรือประติมาโกง ตามท้องที่ท้องถิ่นต่างๆ มีความแตกต่างกับกรณีของเสาไฟหงส์ที่ถูกประดับไว้ ณ ถนนอุทยาน หรือถนนอักษะ อย่างสิ้นเชิง

ทั้งหมดนี้มันมาจากกรณีข่าวอื้อฉาวเรื่องเสาไฟฟ้ากินรี ที่ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ผมก็เลยไปทยอยขุดค้นข้อมูลเสาไฟฟ้าประติมากรรมรูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิงสาราสัตว์ เรื่องราวในวรรณคดี ในประวัติศาสตร์ มีเรือสุพรรณหงส์ เสาไฟฟ้ามโนราห์ เครื่องบิน ซึ่งต่อต้นจะมีราคาแตกต่างกัน ตั้งแต่หลายหมื่นจนถึงแสนกว่าบาท วันนี้ผมจะรวบรวมให้ท่านผู้ชมได้ดูเป็นตัวอย่าง รับชมกันสักประมาณสิบกว่าตัวอย่าง จะได้เห็นภาพชัดเจนว่ารูปแบบของการสร้างกินงบประมาณเสาไฟฟ้าประติมากรรมนั้นเป็นที่นิยมแพร่หลายไปทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ท่านผู้ชมจะได้เข้าใจว่าเขาทำกันอย่างไร


ตัวอย่างที่ 1 จ.ตรัง ประติมากรรมหงส์หัก กรณีแรก กรณีนี้ต้องถือว่าเป็นกรณีแรกๆ ก็ว่าได้ เพราะเกิดขึ้นเมื่อ 18 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ พ.ศ. 2546 ที่ จ.ตรัง บ้านเกิดท่านประธานรัฐสภา ชวน หลีกภัย ก็มีเรื่องทำนองเช่นนี้ขึ้นมา เกิดที่ ถ.ทุ่งแจ้ง ต.บางรัก อ.เมืองตรัง ทางเข้าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดตรัง โครงการนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2546 หรือประมาณ 18 ปีที่แล้ว องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นได้งบอุดหนุนเฉพาะกิจ 15.5 ล้านบาท ในส่วนเสาไฟฟ้าประติมากรรมหงส์หักนั้นมีข้อพิรุธหลายอย่าง ผมจะเอารูปขึ้นให้ดูนะครับ


ท่านผู้ชมครับ คุณราม วสุธนภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำ จ.ตรัง เผยในการตรวจสอบเบื้องต้นว่า ในส่วน จ.ตรัง พบว่าในส่วนเสาไฟฟ้าประติมากรรมหงส์ของเทศบาลนครตรัง เบื้องต้นเหลือแค่ตอม่อ โดยทางปลัดเทศบาลนครตรัง ยอมรับว่า เทศบาลเข้าไปรื้อ เพราะเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับผู้สัญจรไปมา


ตรัง ก็เป็นจังหวัดแรกๆ ที่มีเสาไฟฟ้าประดับหงส์ หรือเรียกว่าเสาไฟฟ้าประติมากรรมหงส์ปีกหัก

ตัวอย่างที่สอง หาดใหญ่ สงขลา ประติมากรรมมโนราห์ ถ.เพชรเกษม 2562 สองปีที่แล้ว มีจัดงบประมาณสร้างเสาไฟฟ้าสว่างบริเวณ ถ.เพชรเกษม ก็ได้มีเสาไฟฟ้าส่องสว่างรูปมโนราห์ ตั้งอยู่บนเกาะกลางถนนทั้งสองสาย แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงละรวม 368 ต้น ช่วงที่หนึ่ง 199 ต้น ช่วงที่สอง 169 ต้น รวมราคากลางทั้งหมด 34 ล้านกว่าบาท ชนะการประกวดราคาเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ที่ราคา 33,384,000 บาท ต่ำกว่าราคากลาง 1.99 เปอร์เซ็นต์ รวมเสาไฟฟ้าทั้งหมด เมื่อนำงบทั้่งหมดมาคิดคำนวณจะใช้งบประมาณต่อต้น 90,717 บาท อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าต้นละ 9 หมื่นกว่าบาท แต่ต้นทุนจริงๆ ประมาณ 2 หมื่น ไม่ถึง 2 หมื่นบาท เสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นส่วนต่างต่อต้น 7 หมื่นบาท คือค่าอะไร ? ก็คือค่าประติมากรรมเป็นรูปที่เขาปั้นขึ้นมา คือรูปมโนราห์


มโนราห์ 1 รูป ต่อ 1 ต้น ก็เกือบ 7 หมื่นบาท ถือว่าสูงมากๆ เลย ผมไม่แน่ใจว่าเป็นมโนราห์ที่ผสมทองเคหรือเปล่า ถึงแพงเช่นนี้

ตัวอย่างที่สาม ที่ ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เนื่องจาก จ.ระยอง อ.บ้านค่าย นั้น ต.บ้านค่าย เป็นที่กำเนิดของการกู้ชาติกู้แผ่นดินของสมเด็จพระเจ้าตากสิน พวกนายก อบต. บ้านค่าย ก็โยงประวัติศาตร์เข้ามาเพื่อสร้างเสาประติมากรรมสมเด็จพระเจ้าตาก

ในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าตากสิน ได้ใช้พื้นที่บ้านค่ายเป็นตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่จะเปลี่ยนความตั้งใจจากการพาผู้คนหนีตายมาอยู่ชายทะเล อันห่างไกลภัยจากพม่า มาเป็นปักหลักสู้และรุกเพื่อกู้พระนครศรีอยุธยา เทศบาลตำบลบ้านค่าย ก็เลยคิดความคิดนี้ออกมา จัดเสาไฟประติมากรรมพระเจ้าตากชุดใหญ่ ใช้งบทั้งหมดเกือบ 5 ล้านบาท


จัดทำ 50 ต้น ต้นละ 98,000 บาท ก็เหมือนอย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่า ถ้าสมเด็จพระเจ้าตากสิน พระองค์ท่านทรงมีวิญญาณอยู่ในขณะนี้ พระองค์ท่านก็คงจะเคียดแค้นกับบรรดาท่านเทศมนตรีหรือเทศบาลอำเภอบ้านค่าย ว่า พวกมึงเอากูมาทำมาหากินได้อย่างไร

ตัวอย่างที่สี่ ต.ศรีบุญเรือง จ.มุกดาหาร มุกดาหาร ทางอีสานเหนือนั้นมีชื่อในเรื่องของพญานาค บ้านค่าย ระยอง สมเด็จพระเจ้าตากสิน หาดใหญ่ ทางใต้ ก็คือเสามโนราห์ คนพวกนี้ความคิดสร้างสรรค์สุดยอด น่าจะไปเป็นผู้อำนวยการฝ่ายความคิดสร้างสรรค์ของบริษัทโฆษณาได้ ผมคิดว่าบริษัทฝรั่งหลายบริษัทที่สนใจ ต้องการครีเอทีฟแบบนี้ ติดต่อคนพวกนี้ได้นะ


ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร ก็เลยทำเสาไฟพญานาค มีภาพการปล่อยเสาไฟพญานาคทิ้งรกร้าง 2559 ห้าปีที่แล้ว มีการคิดโครงการที่ใช้ชื่อว่า การปรับปรุงภูมิทัศน์ สร้างฝายชะลอน้ำ แล้วก็สร้างเสาไฟฟ้าประติมากรรมพญานาค จำนวน 30 เสา เป็น 1 ใน 5 โครงการพัฒนา จ.มุกดาหาร งบประมาณไม่ได้เปิดเผย แต่ว่าใช้งบประมาณปรับภูมิทัศน์ทั้งหมด 29 ล้านบาท เขาสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2561 เขาอ้างว่าไม่แพงเกินจริง แต่สาเหตุที่ทำให้สวนสาธารณะถูกปล่อยทิ้งร้าง เพราะ จ.มุกดาหาร ยังไม่สามารถส่งมอบ โอน หรือถ่ายโอน ให้เทศบาลเมืองมุกดาหารดูแล ทำให้เป็นพื้นที่ที่รกร้าง ขาดการดูแลมากว่า 3 ปี

นี่ก็อีกตัวอย่างหนึ่งของการทำลายและใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างอีลุ่ยฉุยแฉกอย่างที่เห็นได้ชัด ผมเอาตัวอย่างในรูปให้ดู เป็นตัวอย่างไปเลย

ตัวอย่างที่ห้า ท่านผู้ชม ถ้าพูดถึงเชียงราย แม่น้ำโขง ท่านผู้ชมคิดถึงอะไร ? ปลาบึกใช่ไหม ก็เหมือนกัน พวกนักการเมืองท้องถิ่นที่เชียงรายก็เลียนแบบหาดใหญ่ ที่ใช้มโนราห์ เลียนแบบพญานาคของมุกดาหาร ซึ่งพญานาคอยู่คู่กับแม่น้ำโขงมาตลอด แล้วก็เลียนแบบเสาไฟสมเด็จพระเจ้าตากสิน ของ ต.บ้านค่าย ที่ระยอง ตอนนี้ก็ไปดูเสาไฟแปลกประหลาดในภาคเหนือกันบ้าง


ในภาคเหนือ มีเสาไฟฟ้า เขาเรียกว่าเสาปลาบึกเสียบไม้ ตั้งอยู่บนสวนสาธารณะด่านชายแดน ชาวบ้านเรียกว่า สวนสาธารณะปลาบึกเจ็ดสี อ.เชียงของ สร้างเสร็จมาแล้ว 4 ปี ใช้งบประมาณไม่มาก 1 ล้านกว่าบาท เสาไฟฟ้าปลาบึกจำนวน 22 ต้น คำนวณแล้วต้นละ 63,636 บาท ท่านผู้ชม หยุดตรงนี้ก่อน ปลาบึก มีประติมากรรมปลาบึกตัวเบ้อเริ่มเลย อยู่ข้างบน แต่รวมค่าเสาไฟฟ้าแล้ว ค่าประติมากรรมแล้ว 63,000 ในขณะซึ่งพญานาค ต้นละเกือบแสน บ้านค่าย สมเด็จพระเจ้าตากสิน ต้นละเกือบแสน มโนราห์ ทางหาดใหญ่ ต้นละประมาณ 1 แสน เอ๊ะ ถ้าเชียงของ ปลาบึก สร้างในปี 2562 แค่ 63,000 บาท ซึ่ง 63,000 นี่ก็เหลือกินเหลือใช้แล้ว แบ่ง จัดสรรปันส่วนกันได้ ก็แสดงว่าที่สร้างที่อื่น เกือบ 6 หมื่นกว่าบาท ไปร่วมแสน มันแดกกันฉิบหายเลยนะ เห็นหรือยังท่านผู้ชม

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีเสาไฟฟ้าแปลกๆ อีกหลายที่ หลายพื้นที่ หลายจังหวัด ซึ่งมีราคาแพงหูฉี่ทั้งนั้น ผมเอารูปให้ดูก็แล้วกันนะครับ มีเสาไฟฟ้าช้าง จ.พังงา 48 ต้น ต้นละเกือบแสนบาท


เสาไฟฟ้ามนุษย์โบราณ อ.ละงู จ.สตูล 83 ต้น ต้นละประมาณ 130,000 บาท


อันนี้ทีเด็ดครับท่านผู้ชม เสาไฟฟ้าเครื่องบิน อบต.หนองปรือ จ.ชลบุรี จำนวน 13 ต้น ต้นละ 106,800 บาท นี่ยังดีนะ ประติมากรรมเป็นเครื่องบิน 747 ถ้าเป็นแอร์บัส 380 ใหญ่กว่า 747 ก็จะแพงกว่านี้ขึ้นมาอีกเยอะ


แล้วมีอีก ที่ ต.หันคา อ.หันคา จ.ชัยนาท ชัยนาทอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา มีอะไรที่จะเหมาะเกินไปกว่าเรือสุพรรณหงส์ ต้นละ 8 หมื่นบาท


นนทบุรีมีอะไร ? นนทบุรีมีตลาดน้ำ ก็เลยมีเสาไฟฟ้าแม่ค้าพายเรือ


ท่านผู้ชมครับ นอกจากเสาไฟฟ้าแล้ว พวก อบต. พวก อบจ. ก็ช่างคิด ท่านผู้ชมเคยนึกไหมว่าเขาทำมาหากิน ทำมาหารับประทานงบประมาณทั้งหมด นอกจากเสาไฟฟ้าแล้ว ยังมีป้ายซอย ป้ายซอยเป็นอย่างไร ?

เอานี่ก่อน 2560 นครศรีธรรมราช มีโครงการเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์เกือบ 3 พันต้น 2,998 ต้น ขาดสองต้นครบ 3 พันต้น วงเงิน 194 ล้านบาท เฉลี่ยต้นละ 65,000 บาท เขาตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดแล้ว ท้องตลาดตกประมาณ 25,000 บาท รวมเสาไฟฟ้าและค่าติดตั้ง ไม่เกิน 4 หมื่นบาท มีส่วนต่างประมาณ 25,000 บาท พบส่วนต่างประมาณ 75 ล้านบาท


นี่คือส่วนต่าง ส่วนจะแบ่งให้สุนัขที่ไหนรับประทานไปด้วย ผมไม่ทราบ แต่ว่ามีการแบ่งแน่นอน และมีที่เขาเรียกว่าเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ ดูรูปนะครับท่านผู้ชม ผ่านไปไม่กี่ปี แผงโซลาร์เซลล์หาย ผ่านไปไม่กี่ปี เสาหักโค่น ใช้งานไม่ได้

ท่านผู้ชมครับ ป้ายซอย นครศรีธรรมราชนี่มีชื่อมากเลย เมืองนคร หลายๆ เรื่อง ช่างเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์สุดยอด นอกจากเสาไฟฟ้าประติมากรรมรูปสัตว์ที่ติดตั้งบนถนนหลายสายในตัวเมืองนคร เขตเทศบาลเมืองนคร แล้ว ยังมีอีกโครงการหนึ่งซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันในหมู่ชาวบ้านชาวนครศรีธรรมราชอย่างมาก เขาเรียกว่า โครงการติดตั้งป้ายชื่อซอย เอาล่ะสิ มีลักษณะสีสันคล้ายกับเสาไฟฟ้าประติมากรรมมาก เป็นรูปสัตว์ บนถนนพัฒนาการคูขวางตลอดสาย จำนวน 112 ป้าย โครงการนี้ก็คือ ติดป้าย มีงบประมาณ 2.2 ล้านบาท มีผู้รับจ้างประกวดราคา 2 ท่าน ประกวดราคาได้ 2,205,000 บาท ต่ำกว่าราคากลาง 5,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อต้น 19,687 บาท


ท่านผู้ชมครับ นี่คือป้ายติดว่า ถนนนี้ ซอยนี้ ชื่อซอยอะไร ต้นละ 19,800 กว่าบาท ป้ายจะต้องทำมาจากอะลูมิเนียมอัลลอย 0.3 x 1 เมตร เสาป้ายขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว สเปกป้ายแบบนี้คนที่อยู่ในวงการเขาบอกว่า ตัวป้ายทั้งหมด เบ็ดเสร็จแล้วทำไมเกิน 1 หมื่นบาท ให้สูงสุดเลย ประเภทเสนอราคาไม่ต้องต่อ เท่ากับผู้ได้งานนี้กำไรจากป้ายทองคำ ป้ายละประมาณ 1 หมื่นบาท

อีกอันหนึ่ง ที่นครศรีธรรมราช อีกแล้ว เมืองนครนี่ แม่ยายผมเป็นนคร เป็นคนสิชล แต่เสียชีวิตไปแล้ว ผมคิดว่าถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่ ถ้าเล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟัง ท่านคงตกใจ ท่านก็คงจะพูดอะไรบางอย่างซึ่งไม่ค่อยจะรื่นหูนักในภาษาใต้


ท่านผู้ชมครับ มีเสาไฟฟ้า 12 นักษัตร จ.นครศรีธรรมราช แล้วก็เป็นครั้งแรกที่เราได้รับรู้ว่ามีบริษัทๆ หนึ่งซึ่งประมูลเสาไฟฟ้าได้ และเป็นหนึ่งในเจ้าใหญ่ไม่กี่เจ้า ชื่อ สารคามการไฟฟ้า

นครฯ เขามีงบประมาณให้สร้างเสาประติมากรรมรูปสัตว์จำนวน 108 ต้น ที่ติดตั้งบนถนนเกาะโรม ต.โพธิเสด็จ ในเทศบาลนครฯ ราคากลาง 10 ล้านบาท เอกชนประมูลได้ 9,977,750 บาท ต่ำกว่าราคากลางแค่ 22,000 บาท ต่อต้น เฉลี่ยแล้ว 92,836 บาท


ท่านผู้ชมครับ ดูแล้วกันครับ ผมเอารูปให้ดู ประติมากรรม 12 นักษัตร ในรูปนี้มีรูปม้า ก็น่าจะเป็นปีม้า มีหลายรูปครับ บริษัทที่ทำเสาไฟฟ้าในนครศรีธรรมราช ชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สารคามการไฟฟ้า

สารคาม คือมาจากมหาสารคาม มหาสารคาม มาทำมาหากินที่นครศรีธรรมราช แต่บริษัทนี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้ ได้หลายงานของภาคใต้ ทั้งหมด เรื่องมาจากกระทรวงมหาดไทย แล้วจัดสรรให้บริษัทต่างๆ ดูแลในแต่ละพื้นที่ในภาคใต้ หลายโครงการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สารคามใต้ ทั้งการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงสูงที่ มอ. ก็ได้งานด้วย ผมเช็ดดูแล้ว ปรากฏว่าบริษัท สารคามการไฟฟ้า ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 257 ถนนผดุงวิถี ต.ตลาด อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม


แต่ก่อนได้จดทะเบียนแค่ 2 แสนบาท ตอนหลังก็เปลี่ยนมาเพิ่มเป็น 5 ล้านบาท กรรมการ มีรายได้เล็กๆ น้อยๆ ไม่กี่ปีรายได้ขึ้นมาปีละ 222 ล้านบาท กำไร 8.9 ล้านบาท ซึ่งกำไรนี้น่าจะซ่อนตัวเลขกำไรไว้เยอะ


เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อผมดูข้อมูลแล้ว จากฐานข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ บริษัท สารคามการไฟฟ้า เป็นคู่สัญญาจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ท่านผู้ชมครับ 489 รายการ คิดเป็นวงเงิน 9 ร้อยกว่าล้านบาท (906,039,592 บาท) เกือบพันล้านบาท เหมือนกับผูกขาดเลยนะ ถึงแม้จะอ้างว่ามีการประมูล e-Biddimg โน่นนี่นั่น เดี๋ยวผมจะอธิบายคอนเซปต์ของ e-Bidding ให้ฟัง

ประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะพูดเรื่องนี้ก็คือ บริษัท สารคามการไฟฟ้านั้น มีความเชื่อมโยงกรณีไปเป็นคู่เทียบ "คู่เทียบ" คืออย่างนี้ครับ ท่านผู้ชมประมูลงานชิ้นหนึ่ง ท่านผู้ชมเอาบริษัทเข้าไป 1 บริษัท แต่ประมูลยื่นบริษัทเดียวไม่ได้ ก็ต้องมีคู่เทียบ ก็คือเป็นบริษัทพวกเดียวกัน เอาไปเทียบ อาจจะตั้งราคาสูงโด่งไปเลย สูงกว่าของท่านผู้ชม และท่านตกลงกับคนข้างในแล้วว่าราคาจะต้องต่ำกว่าราคากลางนิดหน่อย อีกบริษัทหนึ่ง คู่เทียบ สูงกว่า เพราะฉะนั้นแล้วท่านผู้ชมก็มีสิทธิที่จะได้งานนั้นไป แต่บริษัทคู่เทียบนั้นเป็นของท่านผู้ชมเอง หรือเป็นพันธมิตรกันเอง ข้อตกลงก็คือ งานนี้คุณเป็นคู่เทียบผมนะ งานหน้าผมไปเป็นคู่เทียบคุณนะ คือพูดง่ายๆ ว่า จัดสรรปันส่วน ที่จะทำเช่นนี้ได้ แสดงว่าเจ้าของงาน คือ อบต. อบจ. เทศบาล หรือใครก็ตามที่มีอำนาจในการอนุมัติงบประมาณ จะต้องรู้เห็นเป็นใจด้วย

ราชาเทวะ นั้น มีบริษัท บางกอกไฟถนน ได้งานของ ต.ราชาเทวะ ไป แล้วคู่เทียบ ก็คือบริษัท สารคามการไฟฟ้า นั่นเอง


เรามาพูดกันเรื่องเสาไฟฟ้ากินรี ที่ ต.ราชาเทวะ กันนิดหนึ่ง เสาไฟฟ้ากินรี ตั้งอยู่บนถนนลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อ คล้ายผิวพระจันทร์ ผลงานองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ทั้งหมด 6,773 ต้น ราคาเฉลี่ยต้นละประมาณ 94,884 บาท รวมมูลค่างบประมาณกว่า 642,650,000 บาท ท่านผู้ชมครับ เงิน 600 กว่าล้านบาท สำหรับ ต.ราชาเทวะ ถ้าไม่ทำเรื่องเสาไฟฟ้าประติมากรรมที่ราคาสูงสุดโต่ง เราควรจะทำอะไรบ้าง ผมเชื่อว่าถ้าคิดให้ดีๆ มีกิจกรรมหลายอย่างที่สามารถทำให้ประชาชนที่ ต.ราชาเทวะ ได้ประโยชน์ ทั้งระยะสั้น และระยะยาว อย่างน้อยที่สุด การสร้างอาคารอะไรบางอย่างแล้วก็ว่าจ้างครูพิเศษมาสอนลูกหลานชาว ต.ราชาเทวะ ไม่ว่าจะเป็นคณิตศาสตร์ หรือไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ หรือไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ จะได้ผลระยะยาว แต่เผอิญถ้าเป็นอย่างนั้นคงจะไปรีดไถเงินกับครูคงไม่ได้ ก็เลยต้องมาก่อสร้างกัน

เสาไฟฟ้าที่ราคาหลักหมื่นต้นๆ มีการอัปราคาขึ้นเป็นหลายหมื่น จนเกือบแสน เป็นไปได้อย่างไร มีช่องโหว่อะไรบ้าง ? ช่องโหว่ประการแรก คือการอ้างศิลปะ ถ้าการจัดซื้อจัดจ้างธรรมดา ขนาดมีความสูงชัดเจน ราคามันก็หนีไม่พ้นจากราคาที่ตั้่งกันอยู่ และคงจะโกหกกันไม่ได้ แต่พอบวกคำว่า "ประติมากรรม" เข้าไป กลายเป็นงานศิลปะ พอเป็นงานศิลปะแล้ว ก็จะอ้างกำหนดราคาเท่าไรก็ได้ อาจจะอัปราคาถึง 4 หมื่น 8 หมื่น หรือในกรณีราชาเทวะ อัปไปจนถึง 9 หมื่นกว่าบาท

สอง นี่ก็เป็นแนวคิดใหม่ ทันสมัยต่อรายการของนายก อบต. ราชาเทวะ คืออ้างพระอาทิตย์ เอานวัตกรรมอย่างระบบโซลาร์เซลล์มาผนวกเข้าอีก ทำให้ราคาเสาไฟฟ้าสูงขึ้นอีก โดยการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นนวัตกรรมสามารถซื้อด้วยวิธีพิเศษ หรือวิธีเฉพาะเจาะจง เกิดช่องซื้อของแพงได้และทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ถูกระเบียบ อาศัยเรื่องนี้เป็นช่องในการที่จะทำเสาไฟฟ้าที่ส่อไปในทางทุจริต

ท่านนายก อบต. ครับ ผมไม่รู้จักท่าน ล่าสุดท่านใจกล้ามากที่ท่านประชุม ท่านบอกว่าท่านก็จะดำเนินการต่ออีก 64 ล้านบาท เพราะชาวบ้านต้องการ ชาวบ้าน ต.ราชาเทวะ ครับ ฟังผมสักนิดหนึ่ง ใครก็ตามเอาเทปชุดนี้เปิดให้เขาฟังหน่อย เงิน 600 กว่าล้านบาท บวกอีก 64 ล้านบาท ล่าสุดนี้ ถ้า อบต. ราชาเทวะ ซื้อโซลาร์เซลล์ติดบนหลังคาบ้านของ ต.ราชาเทวะ ผมว่าติดได้ทุกหลัง แล้วสอนวิธีใช้ ก็จะปรากฏกลายเป็นว่าทำให้ชาวบ้านที่อยู่ใน ต.ราชาเทวะ สามารถใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ได้บนหลังคา


ประติมากรรมบ้าๆ บอๆ แบบนี้ท่านทำอะไรได้ ท่านตื่นมาตอนเช้าแล้วท่านจะเอาเก้าอี้มานั่งที่ใต้เสาไฟฟ้า แล้วก็มานั่งมองประติมากรรม แล้วท่านอิ่มไหม ท่านลดค่าไฟได้ไหม นี่คือความคิดสร้างสรรค์ที่ไปในทิศทางที่มันมีเหตุมีผล ไม่ใช่สร้างแล้วบอกสวยงาม ท่านพยายามบอกว่า สร้างแล้วมันจะทำให้คนมาเที่ยวมาก

ประการที่สาม ติดตั้งแปลกๆ ติดตั้งถี่ๆ เพราะฉะนั้นแล้ว เอกสารมาตรฐานไฟฟ้าสาธารณะของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เราจะพบความผิดปกติออกมาเยอะเลย ความผิดปกติหนึ่ง
1. ติดตั้งฝั่งเดียวกันของถนน เหมาะกับถนนซอยเล็กๆ หรือทางเท้า
2. ติดตั้งสองฝั่งถนนสลับกัน เหมาะกับถนนกว้างไม่เกิน 6 เมตร
3. ติดตั้งสองฝั่งของถนน ตรงข้ามกัน เหมาะสำหรับถนนกว้าง 8 เมตรขึ้นไป
4. ติดตั้งกลางถนนโดยแยกโคมไฟฟ้าเป็นสองทางในเสาต้นเดียวกัน เหมาะสำหรับถนนกว้าง 8 เมตรขึ้นไป และมีเกาะกลางถนน


ท่านผู้ชมครับ ผมไม่ประหลาดใจว่าการเลือกตั้ง อบต. ใน ต.ราชาเทวะ ซึ่งผมไม่ได้หมายถึงว่ายุคไหนๆ แต่ว่ามีการซื้อคะแนนเสียงถึงหัวละ 5,000 บาท ก็ถ้าสั่งงบประมาณกันแบบนี้ หัวละหมื่นก็ซื้อได้ ตำบลๆ หนึ่งจะมีคนสักกี่คน ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหม 6-7 ร้อยล้านบาท สามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้ประชาชนใน ต.ราชาเทวะ ใช้ได้หมดทุกหลังคาเรือน และสามารถจะใช้ไฟได้ประหยัด เห็นไหมครับ แต่เอามาทำเป็นประติมากรรม ประติมาโกงแบบนี้

เมื่อกี้นี้ผมเล่าเรื่องมาตรฐานข้างต้นไปเปรียบเทียบการติดตั้งเสาไฟประติมากรรมกินรี พร้อมระบบโคมไฟแสงอาทิตย์ ของ อบต.ราชาเทวะ จะเห็นว่าการติดตั้งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่หมู่บ้าน ถนนหน้าบ้าน ในซอย ถนนลูกรัง วัดความกว้างของถนนได้ประมาณ 3-4 เมตร จึงมีความกว้างไม่ถึง 8 เมตร เพราะฉะนั้นการติดตั้งเสาไฟจึงควรเป็นไปตามข้อ 1 (รูป 2-2) ติดเสาไฟด้านเดียวก็เพียงพอ หรืออย่างมากก็เป็นไปตามข้อ 2 (รูป 2-3) คือติดสองฝั่งถนนสลับกัน ไม่สามารถติดตั้งเสาไฟตรงกันข้ามตรงๆ ได้


ท่านผู้ชมครับ ผมไม่รู้นะครับ แหล่งข่าวของ สตง. อ้างว่า ราคาการจัดทำเสาไฟฟ้าที่ สตง. เคยตรวจสอบ เสาไฟฟ้าพร้อมแผงโซลาร์เซลล์ ตามมาตรฐาน จะมีราคาต้นละ 31,000 บาท ก็เลยมีคำถามต่อว่า ค่าประติมากรรมนั้นมีราคามากกว่า 60,000 บาท เชียวหรือ อีกประการหนึ่ง ติดตั้งเสาไฟฟ้าสาธารณะในที่เอกชน เช่น หมู่บ้านจัดสรร ท้องถิ่นจะต้องทำเรื่องให้เอกชนโอนถนนมาจดทะเบียนให้เป็นของท้องถิ่นก่อน หรือจะติดตั้งบนถนนของกรมทางหลวง ก็ต้องได้รับความยินยอมจากแขวงการทาง นี่คืออีกหนึ่งประเด็นที่ต้องตรวจสอบ การติดตั้งเสาไฟฟ้ากินรีตามหมู่บ้าน มีการโอนถนนในหมู่บ้านเป็นของท้องถิ่นหรือยัง


ท่านผู้ชมดูรูปได้นะครับ ผมไม่ทราบว่าท่านนายก อบต. ท่านกินดีหมีมาจากไหน ท่านถึงใจกล้าขนาดนี้ มิหนำซ้ำท่านยังมาอ้างบอกว่า เรื่องนี้ประชาชนต้องการ ท่านนายก อบต. ครับ และท่านรองนายก อบต. ครับ ตำบลราชาเทวะ เรื่องนี้ จากประสบการณ์ของผม ถ้าเข้า ป.ป.ช. ผิดแน่นอน วันนี้ท่านอาจจะไม่รู้สึก แต่รอวัน อีก 1-2 ปี หรือ 3 ปีข้างหน้า พอ ป.ป.ช. เขาชี้มูลว่าผิดจริง แล้วเขาส่งฟ้องศาล วันนั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือนนะครับ

ช่วยทีเถอะ ผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่าช้า ยื่นเรื่องเข้าสู่ ป.ป.ช. ได้ทันที ผมเชื่อว่า ป.ป.ช. กำลังรอเชือด อบต. ราชาเทวะ เป็นตัวอย่างให้ อบต. หลายๆ อบต. ในประเทศไทยได้เห็น นี่คือภาษีอากรของประชาชน คุณเอาสิทธิ๋์อะไรมาอ้างว่าประชาชนต้องการ ประชาชนที่ไหน ถ้าคุณแน่จริง คุณทำประชามติใน ต.ราชาเทวะ ไหมล่ะ ทุกหลังคาเรือน เอามาลงเลย ระหว่าง 640 กว่าล้านบาท ที่เอามาติดทำเสาไฟฟ้าประติมากรรมพร้อมโซลาร์เซลล์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะใช้งานได้อีกกี่วัน หรือกี่เดือน กับเอาเงินก้อนนี้มาติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านของชาวบ้านทุกคนใน ต.ราชาเทวะ เพื่อให้ได้ใช้ไฟฟ้าราคาถูก ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมากนัก ประชาชนต้องการแบบไหนมากกว่า แน่จริงใช้วิธีนี้สิครับ


เราเคยพูดถึงบริษัทที่รับงานมา มีบริษัทหนึ่งรับมา 11 สัญญา รวมมูลค่า 907 ล้าน ติดตั้งไปแล้วจำนวนเกือบหมื่นต้น มีผู้รับเหมาบริษัทเดียวชนะการประกวดราคาทุกโครงการ นั่นคือบริษัท บางกอกไฟถนน ตั้งอยู่ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ทุนจดทะเบียนบริษัทเริ่ม 17 ปีที่แล้ว 1 ล้านบาท ใช้ชื่อว่า บางกอกไลท์ เทรดดิ้ง (BANGKOK LIGHT TRADING )มาถึง 2553 อีกหกปีให้หลัง บริษัทตั้ง 2547 เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท บางกอกไฟถนน ทุนจดทะเบียนเป็น 20 ล้านบาท บริษัทนี้มีกรรมการ 1 คน จริงๆ ก็เป็นเจ้าของบริษัทนั่นล่ะ ชื่อ คุณประยิน อัญชุลีประดิษฐ์ โดยภรรยาคือคุณชรินรัตน์ อัญชุลีประดิษฐ์ ถือหุ้นอยู่ 99.98 เปอร์เซ็นต์ บริษัทนี้ถือคู่สัญญากับภาครัฐ 261 โครงการ มูลค่า 981 ล้านกว่าบาท เกือบพันล้านบาท บริษัทนี้เจริญเติบโตเร็วมาก ได้แต่โครงการรัฐมาตลอดเวลา ก็เลยมีคำถาม ถามต่อกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของการติดตั้งเสาไฟประติมากรรมกินรี ของ อบต. ราชาเทวะ ตั้งแต่การทำสัญญาติดตั้งเสาไฟเกือบ 1 หมื่นต้น ในห้วงเวลา 8 ปี โดยเฉพาะในช่วงปี 2562-2564 มีการติดตั้งตั้ง 6,700 ต้น การเลือกสถานที่ติดตั้ง การติดตั้งถี่เกินความจำเป็น และการที่มีผู้รับเหมาเพียงบริษัทเดียว คือบริษัท บางกอกไฟถนน ที่ชนะการประกวดราคาทุกครั้ง โดยใช้วิธีที่เขาเรียกว่า e-Bidding


ผมตรวจสอบลงไปลึกถึงขั้นตอนการประกวดราคา จะพบว่านอกจากบริษัท บางกอกไฟถนน ผู้ชนะการประกวดราคาทุกโครงการ จะมีเอกชนเพียง 3 ราย ที่สลับกันเข้ามาเสนอราคา รายแรก ผมเอ่ยชื่อไปแล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัด สารคามการไฟฟ้า อยู่ที่ จ.มหาสารคาม อันที่สอง บริษัท สุราษฎร์แสงทอง จำกัด อยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี อันที่สาม บริษัท ทรัพย์เจริญยิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง อยู่ จ.ชลบุรี

พอเราเข้าไปเช็กมาก จะเห็นว่า ... ยกตัวอย่างก็แล้วกัน สัญญาที่ 1/2564 ประกวดราคาวันที่ 30 กันยายน ปีที่แล้ว อบต. ราชาเทวะ ต้องการจัดซื้อเสาไฟกินรี จำนวน 1,235 ต้น ตั้งราคากลางไว้ที่ 117 ล้านกว่าบาท ยกตัวอย่างนะท่านผู้ชม ตามผมมา บริษัท บางกอกไฟถนน เสนอราคา 117,150,000 บาท ท่านผู้ชม ต่ำกว่าราคากลางแค่ 18,279 บาท 0.02 เปอร์เซ็นต์ เสนอราคาแบบนี้ในวงการเขาเรียกว่า รู้คำตอบ รู้ข้อสอบเรียบร้อยแล้ว ว่าต่ำแค่นี้ก็พอแล้ว ชนะแน่นอน


รายที่สอง ห้างหุ้นส่วนจำกัด สารคามการไฟฟ้า เสนอราคามาที่ 117,165,000 บาท ต่ำกว่าราคากลางเพียง 3,279 บาท โอ้โห! บริษัทนี้น่าจะได้ ส่วนรายที่สาม บริษัท ทรัพย์เจริญยิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง เสนอราคามา บ้าเลือดเลย แค่ 72,644,000 บาท ต่ำกว่าราคากลาง 61.29 เปอร์เซ็นต์ 44,524,279 บาท ปรากฏว่าบริษัท ทรัพย์เจริญยิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง เสนอราคาต่ำสุด ต่ำกว่าราคากลาง 44 ล้านบาท แต่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ทำให้บริษัท บางกอกไฟถนน เป็นผู้ชนะการประกวดราคา แหม ทริกตื้นๆ อย่างนี้ ผมชำนาญ ผมอ่านปั๊บ ผมทะลุ

ตัวอย่างที่สอง ท่านผู้ชมตั้งใจฟังดีๆ นี่คือเงินของพวกเราทั้งนั้น ประกวดราคาสัญญาเลขที่ 2/2564 วันที่ 26 พฤศจิกายน มีลักษณะคล้ายกัน จัดซื้อเสาไฟกินรี 1,456 ต้น ตั้งราคากลางไว้ที่ 138 ล้านบาท บริษัท ทรัพย์เจริญยิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง ที่ในการประกวดราคาสัญญาที่ 1 ตั้งราคาไว้ต่ำสุด เสนอราคาต่ำสุดอีกแล้ว 85 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางตั้ง 52 ล้านบาท โอ้โห รัฐบาล อบต. ประหยัดเงินไปได้เยอะ แต่เกิดอุบัติเหตุ ท่านผู้ชมทายสิว่าเรื่องอะไร ? ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเช่นกัน ทำให้บริษัท บางกอกไฟถนน ที่เสนอราคามา 138 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางแค่ 13,685 บาท กลายเป็นผู้ชนะการประกวดราคา


เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่า บริษัท ทรัพย์เจริญยิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง มีพิรุธไหม ? มีสิ ไม่มีได้อย่างไร มีตรงที่ว่า ในการส่งตัวเลขประกวดราคา ปรากฏว่าต่ำที่สุด แต่ถูกตีตก เพราะว่าขาดคุณสมบัติ บกพร่องในข้อใดข้อหนึ่ง ประกวดครั้งที่สองก็ขาดคุณสมบัติอีก ท่านผู้ชมไม่คิดว่ามันตลกหรือ จริงๆ บริษัทนี้เป็นบริษัทดัมมี่ ตั้งขึ้นมาเพื่อเสนอราคาให้มันต่ำ แล้วมาที่หนึ่ง แต่ให้ตีตกไป เพราะว่าขาดคุณสมบัติ ก็ในเมื่อถ้าคุณจริงใจ คุณไม่มีฮั้วกัน อันดับที่หนึ่ง เมื่อคุณถูกประกาศว่าคุณขาดคุณสมบัติ คุณจะเข้าประกวดครั้งที่สอง คุณก็ต้องแก้คุณสมบัติตรงนั้น ใช่ไหม ? แต่คุณก็ไม่แก้ คุณก็เอาเหมือนเดิม นี่มันปล้นกลางแดดนะท่านผู้ชม นี่ผมแค่ยกตัวอย่างนะ แล้วผมจะบอกให้รู้ หลายๆ แห่ง หลายๆ อบต. ในประเทศไทย เป็นอย่างนี้กันทั้งนั้น แล้วนี่คือการฮั้วหรือเปล่า ? มีการฮั้ว เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัด เอาคู่เทียบ 2 ราย ที่แพ้การประกวดราคาทั้้งสองโครงการ เสนอต่ำกว่าราคากลาง 3-4 พันบาท จากโครงการมูลค่า 117 ล้าน และ 138 ล้าน ถ้าคิดจำนวนเสาที่จัดซื้อ เท่ากับเขาลดราคาเสาไฟแต่ละต้นต่ำกว่าราคากลางแค่ต้นละยี่จั๊บ 20 บาทเท่านั้น

ตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งสองบริษัทนี้เข้ามาแข่งขันประกวดราคาโดยคาดหวังจะได้งานจริงหรือเปล่า ? ไม่ใช่ ไม่ใช่หรอก ฮั้วกันครับงานนี้ ท่านนายก อบต. ครับ และท่านเจ้าของบริษัท ทรัพย์เจริญยิ่ง อีกบริษัทหนึ่งนี่นะ เรื่องนี้ถึง ป.ป.ช. คุณจะต้องโดนข้อหาฮั้วประมูลด้วยนะ นอกจากโอกาสที่จะผิดเรื่องทุจริตในโครงการแล้ว ยังมีข้อหาฮั้วประมูล คุณนึกว่าสนุกนักหรือ นรกในอนาคตกำลังจะมาหาอีกไม่นาน

ท่านผู้ชมครับ บริษัท ทรัพย์เจริญยิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง เข้าร่วมประกวดราคาทั้งสองครั้ง เมื่อตัดสินขาดคุณสมบัติแล้ว ทำไมถึงไม่แก้ไข ? หรืออีกอย่างหนึ่ง อบต. ราชาเทวะ ทำไมไม่ตรวจสอบคุณสมบัติของเอกชนรายนี้ก่อนให้เข้าสู่กระบวนการเสนอราคา คุณสมรู้ร่วมคิดกันหรือเปล่า

ปรากฏว่าผมเข้าไปดูรายละเอียด คุณสมบัติของบริษัท ทรัพย์เจริญยิ่ง มีข้อมูลบริษัทซึ่งตรวจสอบว่าเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 248/11 หมู่ที่ 5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ไม่ทราบว่ามีกิจการ ผมจะเอารูปขึ้นให้ดู


ไม่พบว่ามีการแสดงข้อมูลทางการเงิน ท่านผู้ชมครับ นี่คือการฮั้วประมูลที่เห็นได้ชัด เพราะฉะนั้นแล้ว ป.ป.ช. น่าจะออกมาว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีความผิด พ.ร.บ. ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ หรือกฎหมายป้องกันการฮั้วประมูล

ท่านผู้ชมครับ ไม่ใช่แค่เรื่องแค่นี้เท่านั้น ท่านผู้ชมเชื่อผมไหมว่า อบต. ทั่วประเทศไทย ไม่นิยมเอางบประมาณมาทำอะไรที่ให้เป็นการยั่งยืนกับชุมชนของตัวเอง แต่ชอบการก่อสร้าง การจัดซื้อจัดจ้าง เพราะการก่อสร้าง และการจัดซื้อจัดจ้าง มีส่วนต่าง มีเปอร์เซ็นต์ มีการเอาเงินจ่ายใต้โต๊ะให้กับผู้ที่ประมูลได้ และความที่เป็น อบต. มันก็เลยอยู่ในประเด็นที่ไม่มีใครตรวจสอบ ไม่มีใครสนใจ

ท่านผู้ชมครับ เมื่อกี้นี้ผมได้พูดถึงเรื่องตัวอย่างของเรื่องที่เป็นข้อน่าสงสัยว่า การทำงานของ อบต. ทุกวันนี้ และผมไม่ได้หมายถึงเฉพาะราชาเทวะ ผมหมายถึงส่วนใหญ่ อาจจะเรียกได้ว่า 99 เปอร์เซ็นต์ ของ อบต. ในประเทศไทยนั้น ชอบเหลือเกินที่จะจัดซื้อของ และก่อสร้าง เสาไฟฟ้าประติมากรรมนั้น เป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในทางที่ไม่ได้เอื้อประโยชน์อะไรให้กับชุมชนเลยแม้แต่นิดเดียว แทนที่จะใช้เงินไปลงทุนกับเสาไฟฟ้าประติมากรรมนั้น อย่างที่ผมเรียนให้ทราบ เอาไปทำอย่างอื่นเป็นประโยชน์มากกว่า 6-7 ร้อยกว่าล้านบาท ที่รวมกันของ อบต. ราชาเทวะ เอาไปติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาให้กับบ้านทุกบ้านในตำบล ย่อมได้ประโยชน์มากกว่า

แล้วก็ความไม่ชอบมาพากลของบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่รับจ้างติดเสาไฟฟ้าประติมากรรมในราคาที่สูงกว่าปกติ และมีบางบริษัทที่ผมยกตัวอย่างให้ฟัง ได้งานมาตลอด มันทำให้อดคิดไม่ได้ว่ามันมีอะไรที่ผิดปกติหรือเปล่า ในกระบวนการได้งานเช่นนี้มา

ท่านผู้ชมครับ จริงๆ ตรงนี้มีมิติทางการเมือง ผมจะเรียนท่านผู้ชมให้ทราบ ท่านผู้ชมลองคิดตามผมมา เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันของ อบต. ในประเทศไทยนั้น มีมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมี หลายๆ นายก อบต. ผมเคยเจออยู่ในคุก ข้อหาฉ้อโกง โกงเงินงบประมาณเยอะมาก เยอะเลย หลายๆ คน คำถามมีอย่างนี้ครับ เราไม่เคยที่จะอุดช่องโหว่พวกนี้ ทำไม อบต. ถึงสำคัญมาก ทำไมเทศบาลถึงสำคัญมาก และทำไม อบจ. ถึงสำคัญมาก เพราะว่ามันเป็นการปกครองส่วนท้องถิ่น เราไม่เคยคิดที่จะสร้างระบบ หรือระบบที่มีอยู่นั้น มันไม่สามารถอุดช่องโหว่ได้ มันทำให้การตรวจสอบนั้น ตรวจสอบไม่สะดวก หรือจำนวนคนตรวจสอบน้อยไป ซึ่งเดี๋ยวผมจะพูดต่อเรื่อง สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน แต่รัฐบาลชุดนี้ หรือกระทรวงมหาดไทย ไม่เคยสนใจ เพราะว่า อบต. จะเข้มแข็งได้ก็ต่อเมื่อ อบต. มีการทุจริตน้อยที่สุด และการทุจริตน้อยที่สุดนั้น มันต้องมีระบบที่ตีรั้วกั้นไม่ให้เขามีโอกาสได้ทุจริตมาก เหมือนอย่างที่ผมบอกว่าใน 100 บาท ของการทุจริตนั้น 30 บาท คือเงินลงทุน อีก 70 บาท คือส่วนต่างที่เอาไปแบ่งกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยระดับสูง มาจนกระทั่งถึงคนที่เป็นนายก อบต.

ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะการทุจริตทางการปกครองส่วนท้องถิ่นจะทำให้คนทั่วไปเห็นว่าการเมืองถ้าลงสู่ท้องถิ่นแล้ว มันก็หนีไม่พ้นการคดโกง การคอร์รัปชัน เพราะมีตัวอย่างให้ดูแล้ว แล้วมันเป็นไปได้ไหมท่านผู้ชม นี่คือเหตุผล ข้ออ้างอีกข้อหนึ่งในอนาคต หรือที่เคยอ้างมา ว่าประเทศไทยมันคอร์รัปชันกันหมด ตั้งแต่นักการเมืองลงมา ระดับชาติ จนถึงนักการเมืองระดับท้องถิ่น ก็คือพวกนายก อบต. นายกเทศมนตรี และนายก อบจ. พวกคุณมีส่วนในการทำร้ายทำลายระบอบที่ประชาชนปกครองด้วยตัวเองอย่างมาก นี่คือข้ออ้างตลอดเวลา การคอร์รัปชันมีตั้งแต่ระดับชาติของนักการเมือง และระดับท้องถิ่น เพราะฉะนั้นแล้ว การเลือกตั้งไม่มีประโยชน์ นี่ไง ท่านผู้ชมครับ สำหรับผมแล้ว ผมมีความรู้สึกว่า การตรวจสอบอะไร ไม่หนักแน่น และไม่มีประสิทธิภาพประสิทธิผลเท่ากับการตรวจสอบโดย สตง. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน


เป็นไปได้ไหมท่านผู้ชม ว่าจำนวนคนที่อยู่ในสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน 4 พันกว่าคน งบประมาณ 3-4 พันล้านบาท เงินเดือนของคนที่เข้ามาตรวจสอบการเงินการทอง การปฏิบัติหน้าที่ ตรวจสอบสัญญาต่างๆ จบปริญญาตรี สาขาบัญชี เงินเดือน 15,000 บาท ได้ค่าตอบแทนพิเศษอีก 6,000 บาท ประมาณ 21,000 บาท คนพวกนี้หรือจะเป็นคนที่เข้ามาตรวจสอบงบประมาณของประเทศไทยกว่า 3 ล้านล้านบาท ท่านผู้ชมครับ คนพวกนี้เงินเดือนขั้นเริ่มต้นมันต้องดับเบิลของเงินเดือนที่เขาได้ในปัจจุบัน วันนี้เขาได้ 20,000 กว่า เขาต้องเริ่มต้นที่ 40,000-4 หมื่นกว่า เอาคนที่มีคุณภาพเข้ามา กำลังคนที่เพิ่ม เนื่องจาก อบต. เทศบาล และ อบจ. นั้น มีอยู่ทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ทุกจังหวัดก็ต้องมี สตง. ประจำจังหวัดนั้น เพราะต้องตรวจสอบ อบต. ตั้งกี่ อบต. ล่ะ เทศบาลอีกกี่เทศบาล อบจ. อีก เพราะฉะนั้นกำลังคนที่มีอยู่ปัจจุบันนี้ 4 พันคน อย่างไรก็ไม่พอ ต้องเบิลขึ้นไปเลยเป็นประมาณ 8 พันคน แล้วใช้คนที่มีคุณภาพ ที่จบบัญชีเก่งๆ เพราะว่าโกหกเรื่องอะไรโกหกได้ แต่โกหกเรื่องตัวเลขบัญชี โกหกไม่ได้ และโกหกการจัดซื้อจัดจ้าง โดยที่ไปตรวจสอบ สตง. มีหน้าที่ตรวจสอบ ว่าคุณประมูลตรงนี้ได้อย่างไร ในเมื่อราคาตรงนี้มันห่างกันตั้ง 100-200 เปอร์เซ็นต์ นี่คือข้อผิดพลาดที่ต้องดำเนินการ

อีกประการหนึ่ง ต้องแก้กฎหมายให้ สตง. มีอำนาจมากกว่าเก่า มีอำนาจทางกฎหมายมากกว่าเก่า เพราะวันนี้ สตง. ต้องไปพึ่งอำนาจของหลายๆ หน่วยงานเพื่อจะทำงานให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผล ท่านผู้ชมครับ ถ้าเราจะปราบปรามคอร์รัปชัน ซึ่งตอนนี้คอร์รัปชันมันคือมะเร็งร้าย กินเข้าไปในกระดูกของพวกเรากันหมดทุกคนแล้ว ตั้งแต่ระดับชาติ ลงไปจนถึงระดับตำบล ท่านผู้ชมครับ เราอยู่ในประเทศไทยอย่างนี้ต่อไปได้อย่างไร เราอยู่อย่างนี้ต่อไปได้อย่างไร ท่านผู้ชมตอบผมหน่อยสิ ประเทศไทยมันล่มสลายแล้ว มันเป็นรัฐที่ล้มเหลว จากการแอบอ้างตลอดเวลาของพวก คสช. ว่า คสช. เข้ามา แล้วมาเป็นรัฐบาล มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีการคอร์รัปชัน มีครับ มีมากกว่าเก่าอีก มีมากจริงๆ ท่านผู้ชม แล้วทางแก้ที่แก้ได้ คุณก็ไม่แก้ ถ้า สตง. มีกำลังคน แล้วก็มีคนที่มีคุณภาพ คุณจะเอาคนที่มีคุณภาพเข้ามาได้อย่างไร ถ้าคุณจบบัญชีจุฬาฯ จบบัญชีธรรมศาสตร์ จบบัญชีหอการค้า จบบัญชี ม.กรุงเทพ คะแนนคุณ 3.5 ขึ้นไป หรือ 3.2-3.3 เกียรตินิยมอันดับ 2 เกียรตินิยมอันดับ 1 ระหว่างคุณไปทำงาน สตง. กับคุณไปทำงานบริษัทตรวจสอบบัญชีของฝรั่ง คุณจะไปทางไหน ทุกคนไปฝรั่งหมด เพราะอะไร ? เพราะคุณมาที่นี่ เงินเดือน 15,000 บาท บวกค่าตอบแทนพิเศษ 6,000 บาท 21,000 บาท


คุณต้องปรับตรงนี้ จริงๆ เงินเดือนของเจ้าหน้าที่ สตง. ในระดับที่ทำงานมาแล้ว 3-4 ปี มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญ ต้องถูกปรับให้เข้าใกล้สู่ระดับเงินเดือนผู้พิพากษา หรือเงินเดือนอัยการ แต่เริ่มต้นการรับคนด้วย 15,000 บาท บวกอีก 6,000 บาท ใช้ไม่ได้แล้ว กับหน่วยงานที่ต้องตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณของแผ่นดิน 3 ล้านล้านกว่าบาท ใช้ไม่ได้ นอกจากใช้ไม่ได้แล้ว ต้องแก้กฎหมายให้เขามีอำนาจ มีอำนาจอะไร ? มีอำนาจให้เขาตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบพบว่ามีความไม่ถูกต้อง ให้เขามีอำนาจในการส่งเรื่องนี้ ไม่ใช่ส่งไปตำรวจ ส่งตรงไปอัยการเลย อัยการต้องตั้งคณะทำงานพิเศษ อัยการจังหวัดต้องมีหน่วยงานพิเศษเพื่อพิจารณาการฉ้อราษฎร์บังหลวงขององค์กรส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะ แล้วถ้าอัยการเห็นว่าข้อมูลยังขาด ต้องไปเอาข้อมูลเพิ่มเติม สตง. ก็ต้องกลับไปเพื่อค้นหา เพราะข้อมูลพวกนี้เขาไม่ต้องทำอะไรมากแล้ว เขาดูจากตัวเลข ดูจากเงินฝากบัญชี ดูจากการหมุน และ สตง. ต้องมีอำนาจในการตรวจสอบเงินในบัญชีของนายก อบต. กรรมการ อบต. พี่น้องของนายก อบต. โดยต้องได้อำนาจจาก ปปง. มาส่วนหนึ่งในการตรวจสอบการเคลื่อนไหวเงินในบัญชี ส่งให้อัยการ อัยการต้องสั่งฟ้องทันทีถ้ามีมูล ไม่ต้องไปตำรวจ เพราะไปตำรวจ 1 เด้ง ไปอัยการ 1 เด้ง มันสองเด้ง ขอประทานโทษ อาจจะมีการวิ่งเต้น 2 เต้น ตำรวจอาจจะเรียกเงิน อัยการอาจจะเรียกเงิน ก็จาก 2 ให้เหลือ 1 เรียกเงินแค่หนึ่งก็พอแล้ว นี่ผมมองในโลกแห่งความเป็นจริง


แล้วโทษฐานพวกนี้ ต้องไปปรับปรุงสำนักงาน ปปง. ด้วย เพราะ ปปง. คนน้อย เงินเดือนก็ต่ำ ถึงแม้ว่าจะมีเงินเดือน มีค่าตอบแทนพิเศษ ไม่ได้ เพราะเขาตรวจสอบเงินที่เข้าบัญชี เข้าโน่นเข้านี่ เขาเก็บเงินมาได้เป็นหมื่นๆ ล้าน เป็นแสนล้าน เอาเงินยึดเข้ามาเป็นสมบัติแผ่นดิน ต้องใช้คนที่มีคุณสมบัติ 2 หน่วยงานตรวจสอบ ก็คือ สตง. และ ปปง. ต้องจับแยกออกมาพิเศษ เงินเดือนต้องเป็นระดับพิเศษ แล้วทำให้คนที่เก่งๆ มีความซื่อสัตย์ แล้วอยากทำงาน อยากจะแย่งกันเข้ามาอยู่ สตง. และ ปปง. กันทั้งสิ้น

อีกประการหนึ่ง อำนาจรัฐ ผู้มีอิทธิพล สำนักงาน สตง. ก็ต้องเจอผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะทำอย่างไรที่ให้ความมั่นคง ปลอดภัย ปกป้องเจ้าพนักงาน สตง. และอีกอย่างหนึ่ง ถ้าภาคเหนือ กองทัพภาค 3 ที่ดูแลภาคเหนือ มีนโยบายอะไรไหมที่รัฐบาลต้องมอบหมายให้เข้ามาดูแลปกป้องเจ้าหน้าที่ สตง. ทุกจังหวัด ท่านผู้ชมครับ คนพวกนี้กำลังทำงานเพื่อปกป้องการรั่วไหล การฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งมันอยู่ระดับรากหญ้าไปแล้ว ถ้าเรายุติตรงนี้ไม่ได้ ประเทศไทยฉิบหายแน่นอน วันนี้ก็ฉิบหายมาแล้วไม่ใช่น้อย ผมพูดนี่ไม่ผิดหรอกท่านผู้ชม ไม่เชื่อไปดูงบประมาณและการใช้เงินของ อบต. ทั่วประเทศไทยสิ ผมยืนยัน กว่า 99 เปอร์เซ็นต์ จะเน้นหนักในเรื่องของการก่อสร้างและการจัดซื้อจัดจ้าง เหมือนกับการทำไฟฟ้าประติมากรรม ประติมาโกง เห็นชัดเจน เห็นชัดเจนมีบริษัทๆ หนึ่ง 11 สัญญา ได้อยู่คนเดียว แล้วจะได้อยู่คนเดียวได้อย่างไร ถ้ากระทรวงมหาดไทย ผู้ใหญ่บางคนไม่สมรู้ร่วมคิดด้วย ท่านผู้ชม ประเทศไม่มีอนาคตเลยนะเนี่ย ผมไม่ได้พูดเล่น ไม่มีอนาคต วันนี้แก้รัฐธรรมนูญกัน ทะเลาะเบาะแว้งกัน เพื่อแย่งอำนาจกัน แต่ไม่มีใครสนใจเลยที่จะมาจัดระเบียบให้การปกครองส่วนท้องถิ่นมันเข้มแข็ง การปกครองส่วนท้องถิ่นจะเข้มแข็งได้ก็ต่อเมื่อการบริหาร การจัดการนั้น ต้องทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและโปร่งใส ทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าใช้ได้เลย อย่างนี้ เขาทำเพื่อประชาชนจริงๆ แต่อันนี้เขาไม่ได้ทำเพื่อประชาชน ราชาเทวะ เอาอะไรมาบอกว่าประชาชนอยากให้มีการสร้างเสาไฟฟ้าขึ้นมาอีก คุณไปทำประชามติที่ไหน หรือคุณไปเดินหาหัวคะแนนของคุณ แล้วคุณก็บอกให้ช่วยลงคะแนนเสียงให้หน่อย คุณแน่จริงเรียกประชุมตำบลราชาเทวะ ทั้งหมดเลย คุณประชุมเมื่อไรบอกผมหน่อย ผมจะไปตั้งคำถาม ถามประชาชนดูว่าระหว่าง 600 กว่าล้าน ของคุณที่เอามาติดโซลาร์เซลล์ให้พวกคุณทุกคน ทุกหลังคาเรือนใน ต.ราชาเทวะ แล้วทำให้ไฟฟ้าในการใช้ของชาวบ้านลดลง กับเอาไปตั้งเสาไฟฟ้านั่น กินได้หรือเปล่าท่านผู้ชม ? กินไม่ได้ แต่โซลาร์เซลล์ที่ติดบนหลังคาบ้านมันลดค่าไฟได้ หรือไปสร้างอาคาร หรือไปสร้างหน่วยงานขึ้นมา เพื่อพัฒนาปรับปรุงการศึกษาของลูกหลาน อบต. ที่ราชาเทวะ ที่เรียนหนังสืออยู่ มีอาคาร มีจ้างครูมาสอนพิเศษ มีติว ไม่ต้องให้ชาวบ้านที่เขามีลูกหลานต้องไปจ่ายเงินค่าติวหนังสือ ให้มาเรียนหนังสือที่นี่ กลับมาจากโรงเรียนตอนเย็น เรียนพิเศษ จากครูพิเศษที่ อบต. จ้างมา เรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม เรียนคณิตศาสตร์เพิ่ม เรียนฟิสิกส์เพิ่ม เรียนวิทยาศาสตร์เพิ่ม ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหม

นี่เราแทบจะแก้อะไรไม่ได้แล้วนะท่านผู้ชม ประเทศไทย รัฐไทย เป็นรัฐที่ล้มเหลวจริงๆ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Failed State ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ยาวนิดหนึ่ง ร่วมชั่วโมง แต่จริงๆ มิติของมันสำคัญมากๆ เพราะเรื่องนี้ถ้าเราแก้ไม่ได้ ประเทศไทยล่มสลายแน่นอนครับ

ท่านผู้ชมครับ ผมมีเรื่องเก่าเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นมาประมาณสิบปีแล้ว แล้วเรื่องยังไม่จบ ผมจะมาเล่าให้ท่านผู้ชมฟัง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่บางท่านอาจจะเคยได้ข่าวมาแล้ว แต่ว่าไม่มีใครติดตามข่าว เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ไทย-จีนที่เลวร้ายลงไป แต่ไม่มีใครคิดเรื่องนี้ แต่ผมจะเล่าเหตุการณ์ให้ฟังก็แล้วกัน เอาเป็นว่าผมมานั่งเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงให้ฟังก็แล้วกัน


5 ตุลาคม 2554 คือประมาณเกือบสิบปีที่แล้ว เก้าปีกว่า มันมีเรือ 2 ลำ แล่นมาจากแม่น้ำล้านช้างของประเทศจีน ลำหนึ่ง ชื่อหัวผิง เป็นเรือที่บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง และมีเรือสินค้า ขนสินค้าทางการเกษตร มีกระเทียม และแอปเปิล ชื่อ "ยู่ซิง 8" สัญชาติจีน ปรากฏว่ามีการกราดยิงเรือสินค้าจีน สังหารหมู่ลูกเรือทิ้งกลางสามเหลี่ยมทองคำ บนลำน้ำโขง เรือนั้นถูกยิง แล้วหลังจากนั้นเรือก็ถูกลอยเข้ามาริมฝั่งแม่น้ำโขงในฝั่งไทย บริเวณริมถนนสายเชียงแสน-แม่สาย หมู่ที่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน พอเจ้าหน้าที่ไทยเข้าไปควบคุมและตรวจสอบก็พบศพและอาวุธปืน เป็นปืนเล็กกล เอเค-47 จำนวน 1 กระบอก ยาบ้าบนเรือ 2 ลำ รวมกว่า 920,000 เม็ด ถูกซ่อนในกระสอบ และใส่ลังผลไม้ ที่สำคัญยังพบศพคนตายบนเรืออีก 1 ศพ ที่น่าประหลาดใจคือ พอเจ้าหน้าที่ค้นพบเรือทั้งสองลำแล้ว ไม่เจอใครอีกเลย นอกจากศพ 1 ศพ และอาวุธปืนที่ผมเล่าให้ฟัง


เรือทั้งสองลำลอยเข้ามาริมฝั่ง โดยที่ไม่มีใครขับเรือทั้งสองลำ ทางจีนรู้ว่าเป็นเรือสัญชาติจีน ทางจีนก็เลยติดตามการเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ของคดี จนเป็นประเด็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ไม่มีใครพูดในตอนนั้น

ท่านผู้ชมครับ ผ่านมาอีกสองวัน ผมจะเอารูปให้ดู เรือถูกกราดยิงวันที่ 5 ตุลาคม แล้วค้นพบชาวจีนอยู่บนเรือเพียง 1 ศพ ผ่านมาอีกสองวัน วันที่ 7 ตุลาคม ก็มีการพบศพลูกเรือจีนลอยน้ำมาติดริมฝั่ง ปรากฏว่าเป็นศพทั้งหมด 13 ศพ


10 ตุลาคม 2554 กระทรวงการต่างประเทศจีนได้แถลงรายละเอียดกรณีสังหารนี้ 13 ตุลาคม จีนเลยติดต่อไปทางรัฐบาลลาว ไทย พม่า ให้รัฐบาลของแต่ละประเทศช่วยกรณีสืบสวนเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ยิ่งสืบไป เรื่องราวยิ่งลึกลับซับซ้อนมากขึ้น เพราะบนเรือสินค้าจีนที่มีการฆาตกรรมพบยาบ้าซุกซ่อนในกระสอบ 920,000 เม็ด แต่ทางรัฐบาลจีนไม่พอใจ เพราะว่าได้ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน ในทำนองว่า ยาบ้านั้นถูกเอามาซุกไว้ ขอให้รัฐบาลไทยรีบเร่งคลี่คลายคดี


ท่านผู้ชมครับ ในช่วงนั้น คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เลยตั้งให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุญา รอง ผบ.ตร. ปป.1 พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ลงไปคลี่คลายคดี

28 ตุลาคม ใช้เวลาประมาณยี่สิบกว่าวัน ตำรวจก็สืบสวนอย่างละเอียด ก็ได้ข้อมูลระดับหนึ่ง ก็เลยตั้งข้อหาให้กับนายทหารกองกำลังผาเมือง 9 นาย มีตั้งแต่ระดับสัญญาบัตร คือ พ.ต.เชิดพงศ์ ช่วยบำรุง เจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าว กองกำลังผาเมือง ร.ท.อนุสรณ์ สอนถม หัวหน้าชุดปฏิบัติการลาดตระเวนไกล กองกำลังผาเมือง ชั้นประทวน ซึ่งเป็นลูกทีม ประกอบด้วย จ.ส.อ.เฉลิมพล อินทร ส.อ.อิทธิศักดิ์ น้อมถิ่น ส.อ.คณิศร ศุขจักร ส.อ.ชัชวาล สรรพช่าง ส.อ.ปัจจะ คำผัด ส.อ.เพิด จันทะ และ ส.อ.พันธ์ศักดิ์ เผ่าบ้านฟาง


แน่นอน ทั้งหมดให้การปฏิเสธ รัฐบาลตอนนั้นก็เลยสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดูแลการสืบสวนสอบสวนต่อไป เจ้าหน้าที่ทางจีน รัฐบาลจีนเขาส่งเจ้าหน้าที่ของตัวเองมาร่วมปฏิบัติหน้าที่กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย

1 หรือ 2 เดือนหลังเกิดเหตุ มีการเรียกสอบคนไทยและต่างชาติกว่า 100 ปาก มีภาคการเมืองได้เดินทางไปดูคดีนี้อย่างถี่ยิบ เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ คณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร หลายคณะ จนกระทั่งมีความเห็นว่าคดีนี้ฝ่ายการเมืองต้องการเร่งรัดคดีให้จบ อย่างไรก็ตาม คดีนี้ทุกคนให้การตรงกันหมด ก็คือว่า คดีนี้ไม่ได้เกี่ยวกับสถาบันทหารหรือกองทัพ แต่เป็นเรื่องของส่วนบุคคล


ท่านผู้ชมครับ ถ้าเป็นเรื่องของส่วนบุคคล คำถามมีอย่างนี้ ว่า ทหารกองกำลังผาเมือง 9 นาย ตั้งแต่สัญญาบัตร ร้อยตรีท่านหนึ่ง ร้อยโทท่านหนึ่ง แล้วประทวนอีก 7 ท่าน รับงานใครมา ที่ฆ่า ยิงชาวจีนที่อยู่ในเรือนั้นเสียชีวิตไปทั้งหมด 13 ศพ พูดง่ายๆ ว่าฆ่าล้างเลย ไม่มีใครรอดชีวิตได้เลย ในยุคนั้น สิบปีที่แล้ว มันเป็นข่าวใหญ่มาก แต่เป็นข่าวใหญ่ก็ค่อยๆ เงียบหายไปทีละนิดๆ ผมมันทนไม่ไหว ไม่ใช่ทนไม่ไหว ผมมาดูแล้ว ผมมาลองไล่ดูว่า เอ๊ะ ความสัมพันธ์ไทย-จีน มันเกิดอะไรขึ้น ทีมงานที่ผมส่งลงไปดูที่เชียงแสน ก็รายงานให้ทราบว่า จริงๆ แล้วถ้าดูเหตุการณ์ที่ลำน้ำโขงแล้ว ความสัมพันธ์ไทย-จีน มันเลวร้ายลงไปมาก ขนาดเรือตรวจการณ์จีน ซึ่งล่องเข้ามาจากทางเมืองท่ากวนเล่ย ซึ่งอยู่ทางสิบสองปันนา เข้ามาเพื่อขอเติมน้ำมัน แค่ขอเติมน้ำมันฝั่งไทย เพราะว่าน้ำมันฝั่งไทยนั้นถูกกว่าฝั่งลาวมาก เพราะว่าลาวต้องซื้อจากไทย หน่วย นปข. ของทหารเรือ ก็ไม่ให้เข้ามาจอดเทียบท่าเติม แล้วก็บอกว่าได้รับคำสั่งจาก สมช. สภาความมั่นคงแห่งชาติ จีนก็รู้สึกว่า เฮ้ย มันเกิดอะไรขึ้น เพราะว่าขณะที่ไทยเองเปิดท่าเรือสัตหีบ เปิดพัทยา เพื่อให้เรือบรรทุกเครื่องบินของอเมริกามาจอดได้ เอาคนลงมา 5,000 คน มาเที่ยว มากิน มาดื่ม แต่ปรากฏว่าจีนต้องการแค่เติมน้ำมัน โดยเงื่อนไขจีนบอกว่า ขอผู้บังคับการเรือลงคนเดียว ที่เหลือนั่งอยู่ในเรือ ก็ไม่ยอมให้ นี่คือเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อสักประมาณสองปีที่แล้ว และจนวันนี้ ทางฝั่งไทย เรือจีนหรือเรือที่วิ่งมาก็ไม่สามารถจะเทียบท่าได้


ที่น่าสนใจเรื่องนี้ ก็คือว่า คดีนี้ตำรวจทำคดีแล้ว แล้วก็กล่าวหาว่าทหารกองกำลังผาเมือง 9 ท่าน เป็นผู้ยิงชาวจีน 13 ศพ ในขณะที่ประเทศจีนอ้างว่าแหล่งข่าวของเขา ข้อมูลทางด้านเขา ยืนยันว่า เรือลำนี้ไม่ได้มียาบ้า ไม่มียาเสพติด แต่จู่ๆ มียาเสพติดถึง 920,000 เม็ด หลายฝ่ายก็ให้ข้อมูลแล้วก็ใช้หลักฐานและเหตุผลพิสูจน์กัน

มีความคิดแนวความคิดหนึ่งว่า ถ้าขนยาบ้ามา ทำไมจะต้องมายิงกันให้ตายไปหมดเลย ก็จับไปสิ นี่ไม่ได้มีการจับเลย คือพูดง่ายๆ ว่า เป็นการสังหารหมู่ แล้วกองกำลังผาเมืองชุด 9 คนนี้ เป็นชุดเพชฌฆาตทั้งสิ้น เป็นพวกหน่วยลาดตระเวนไกล หน่วยลาดตระเวนไกล ก็คือว่า เดินทางไปเพื่อตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ เพื่อดูว่าศัตรูอยู่ตรงไหน

ก็ปรากฏว่าตอนหลังถูกจีนกดดันหนักขึ้น ไทยก็เลยหาทาง ปรากฏว่าฝ่ายไทยรู้แล้วว่า คนๆ หนึ่งซึ่งร่วมในขบวนการนี้ ชื่อ นายหน่อคำ นายหน่อคำ เป็นคนไทใหญ่ แล้วก็เป็นคนที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะนายหน่อคำ เป็นหัวหน้าแก๊งติดอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในสามเหลี่ยมทองคำ


เนื่องจากแม่น้ำโขงในช่วงที่ไหลผ่านชายแดนพม่า ท่านผู้ชมครับ เดี๋ยวเอาแผนที่ให้ดู จะเห็นว่ามันมีท่าเรือกวนเล่ย ท่าเรือกวนเล่ย เป็นท่าเรือที่อยู่ตรงเมืองล่าของสิบสองปันนา ท่าเรือนี้เป็นท่าเรือที่รับสินค้ามาแล้วก็ออกจากท่าเรือนี้ วิ่งลงมาลำน้ำโขงที่ผ่านพม่า พอผ่านพม่าเสร็จก็ผ่านลาว ผ่านลาวส่วนตอนบนเสร็จ ก็มาลาว และไทย


นายหน่อคำ เป็นลูกสมุนของขุนส่า ช่วงแม่น้ำโขงที่ผมเล่าให้ฟังนั้น อยู่ในเขตอิทธิพลของกลุ่มว้า ซึ่งมีกองกำลังติดอาวุธของตัวเอง เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เรือสินค้าที่วิ่งผ่านไปผ่านมาบริเวณนี้จะถูกเรียกเก็บค่าคุ้มครอง เรือโดยสารท่องเที่ยวก็ถูกโจรสลัดขึ้นเรือ ปล้นชิงทรัพย์อยู่เป็นประจำ

หน่อคำ เป็นหัวหน้าแก๊งติดอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในสามเหลี่ยมทองคำแห่งลุ่มแม่น้ำโขง อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่า อดีตเป็นทหารไทใหญ่ เป็นกองทัพเมืองไต ลูกน้องขุนส่า ประวัติไม่มีที่อยู่ชัดเจน ใช้ชีวิตร่อนเร่พเนจร หลบหนีไปมาระหว่างเมืองสามพลู เขตรอยต่อของประเทศพม่า และจีน มีพฤติกรรมเรียกค่าคุ้มครองเรือขนส่งสินค้าบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ และเป็นหัวหน้ากองกำลังติดอาวุธคุ้มกันยาเสพติด เป็นเจ้าพ่อยาเสพติดแห่งสามเหลี่ยมทองคำ เชี่ยวชาญในการรบ ทั้งยังเป็นผู้ต้องหา มีหมายจับของพม่า จีน ไทย และลาว ตั้งแต่ปี 2551 นายหน่อคำ มีการปล้นเรือและยิงปะทะในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 15 เหตุการณ์

ช่วงนั้นรัฐบาลจีนที่ปักกิ่งมีความไม่พอใจมาก รัฐบาลไทยเพื่อจะคลี่คลายความไม่พอใจ ก็ส่งเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีมาเร่งรัด ท่านผู้ชมเชื่อหรือเปล่า ตอนนั้นรัฐบาลไทยตั้งค่าหัวนายหน่อคำ ถึง 2 ล้านบาท

พอมาปี 2555 วันที่ 25 เมษายน ประมาณ 7 เดือนให้หลัง หลังจากที่ลูกเรือจีน 13 ราย ถูกลอบสังหาร ถูกรุมสังหารเสียชีวิต ตำรวจจีนได้ข่าวว่า หน่อคำ มาอยู่ในเขตภาคเหนือของพม่า ตำรวจจีนก็เตรียมทำงานกับตำรวจลาว เตรียมซุ่มโจมตีทางแม่น้ำโขง คืนนั้น หน่อคำ และสมุน 2 คน ถูกจับได้ที่ชายฝั่งบ่อแก้ว แต่ลึกๆ แล้ว ท่านผู้ชมครับ เป็นคนไทย ตำรวจไทย เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ที่ใช้สายไปล่อนายหน่อคำ เข้ามาในเมืองไทย และตะครุบตัวเอาไว้ เสร็จแล้วค่อยเอาไปส่งทางการจีนที่ฝั่งลาว พอได้ตัวหน่อคำ แล้ว สื่อประเทศจีนทุกแขนงเกาะติดรายงานข่าวนี้อย่างละเอียด ทางลาวก็ส่งนายหน่อคำ กับพวก ไปทางการจีน ช่วงเดือนพฤษภาคม 2555 คือจับตัวได้ประมาณเมษายน พฤษภาคม ก็ส่งไป


กันยายน หลังจากนั้นต่อมาอีก 4-5 เดือน 2555 หน่อคำ ถูกสอบสวนที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน โดยศาลประชาชนกลางของจีนได้เริ่มกระบวนการฟ้องร้องนายหน่อคำ และพวกอีก 6 คน ข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนา ค้ายาเสพติด ลักพาตัว และปล้นเรือจีน


หน่อคำ ได้ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาไทใหญ่ บอกว่า ผมชื่อ หน่อคำ จากประเทศพม่า อายุ 44 ปี ถูกจับกุมเพราะผมวางแผนและฆ่าลูกเรือจีน 13 คน ในแม่น้ำโขง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2554 เจ้าหน้าที่ก็เลยถามนายหน่อคำ ว่า ทำไมถึงมาฆ่าลูกเรือจีน หน่อคำ สารภาพว่า ทำไปเพราะเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2554 หน่อคำ ยอมรับสารภาพว่า ได้วางแผนทำการฆาตกรรมร่วมกับสมาชิก 5 คน แล้วก็ป้ายความผิดไปที่ทหารไทย ซึ่งคิดว่าเรือจีนดังกล่าวบรรทุกยาเสพติด

6 พฤศจิกายน 2556 ศาลประชาชนคุนหมิงตัดสินว่า หน่อคำ และพวก มีความผิดจริง พิพากษาให้ประหารชีวิตทั้ง 6 คน


ท่านผู้ชมครับ ช่วงนั้นทางการไทยออกมาให้ข่าวใหญ่โตเลยว่า ฆาตกรตัวจริงถูกจับแล้ว ทหารกองกำลังผาเมืองทั้ง 9 นาย ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติการสังหารหมู่ครั้งนี้ ท่านผู้ชมครับ ทุกอย่างที่เราเห็น อาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด ทุกอย่างมีเบื้องหลังหมด

สิบปีที่ผ่านมา ทั้งฝ่ายไทย และฝ่ายจีน รู้ดีว่าทหารไทยทั้ง 9 นาย ของกองกำลังผาเมือง มีความเกี่ยวข้องกับการสังหารโหดลูกเรือจีน 13 ศพ อย่างดิ้นไม่หลุด

ท่านผู้ชมครับ น่าสนใจมากตรงนี้ คดีนี้ถูกตีกลับไปกลับมาระหว่างพนักงานสอบสวน กับพนักงานอัยการ และมีคำสั่งจากผู้ใหญ่จากเบื้องบนดึงเรื่องนี้เอาไว้ เพื่อปกป้องลูกน้องตัวเอง สำนวนคดีนี้ เป็นคดีนอกราชอาณาจักร อัยการจึงต้องเป็นประธาน ตำรวจเป็นเพียงแต่เข้ามาช่วย พอสำนวนนี้ถูกส่งไปที่อัยการสูงสุด อัยการสูงสุดก็ส่งกลับมาสอบเพิ่มเติม ท่านผู้ชมครับ สอบไปสอบมา 10 ปี วัตถุประสงค์คือเพื่อยื้อคดีให้ครบ 20 ปี อายุความจะได้หมด

ผู้ต้องหาไทย 9 คน เสียชีวิตไปแล้ว 1 คน ก็คือตอนนี้พยายามวางแผนว่าโยนความผิดทั้งหมดไปให้ทหารไทยที่เสียชีวิตไปแล้ว

ทางฝั่งจีนจับตาดูคดีนี้ตลอดเวลา เพราะว่าทางจีนรู้อยู่แล้วว่า หน่อคำ ไม่มีทางที่จะฆ่าลูกเรือจีนได้ 13 คน ยิงถล่มกันแบบนั้น แล้วยิงแบบนั้นต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี แล้วจากการสอบสวนของตำรวจ ก็มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า ทหาร 9 นายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของลูกเรือจีน 13 คน จีนในช่วงสิบปีที่ผ่านมา มีคนเดินทางมา ผู้หลักผู้ใหญ่เดินทางมา ก็จะถามเรื่องนี้ตลอด ว่าตกลงแล้วคนที่ร่วมกับหน่อคำ คดีไปถึงไหนแล้ว ไทยก็บอกสอบสวนอยู่ ตั้งข้อหาแล้ว ส่งไปที่อัยการ อัยการส่งกลับมาให้สอบเพิ่ม ส่งไปส่งมาๆ แม้ไม่ได้ถามโดยตรง แต่เวลาเขานัดคุยกันนอกรอบ นัดทานข้าวกัน คำถามที่จีนถามแล้วทำให้ฝ่ายไทยอึดอัดใจมากก็คือว่า คดีไปถึงไหนแล้ว ?

จริงๆ แล้วถ้าดูในเชิงลึก ผู้ที่เกี่ยวข้องเขาบอกชัดเจน จริงๆ แล้วจีนเขาถือว่าเขาฆ่าหน่อคำ และพรรคพวกอีก 6 คน ไปแล้ว เขาถือว่าเขาแก้ปัญหาไปได้ระดับหนึ่งแล้ว เพราะเขามีคำตอบให้กับประชาชนของเขาว่าเขาได้ดูแลประชาชนแล้วนะ ประชาชนของเขาตายไป 13 คน เขาจับคนที่วางแผนได้ แต่จริงๆ แล้วความขัดข้องใจของจีนที่มีต่อไทยในเรื่องแม่น้ำโขงมันมีอยู่เยอะ ผมตรวจสอบในเชิงลึก พูดคุยกับคนโน้นคนนี้ ยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ มีการประชุมร่วม แล้วไทยก็หักหน้าจีน หลังจากเกิดเหตุปี 2554 ยิงลูกเรือจีนตาย 13 ศพ เขาได้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในแม่น้ำโขง ขึ้นโดยตรงกับตำรวจภูธรภาค 5 และขึ้นอยู่กับสภาความมั่นคงแห่งชาติ แต่ฝั่งทหารของเราก็ดันมีการไปตั้งศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัยในสังกัด ป.ป.ส. ขึ้นมาซ้ำซ้อน ซึ่งทางจีนเขาไม่เห็นด้วย และเขาไม่ให้ความร่วมมือ


ต่อมา จีนต้องการที่จะช่วยไทยให้เรือลาดตระเวนให้กับทางเจ้าหน้าที่ไทย แต่สภาความมั่นคงฯ ของไทยไม่เอา จีนก็เลยเอาเรือลาดตระเวนพวกนี้มอบให้ทหารพม่า ท่านผู้ชมลองนึกดูก็แล้วกัน

ท่านผู้ชมครับ ทุกวันนี้เรือจีนดำเนินการลาดตระเวนแม่น้ำโขงประมาณเดือนละ 1 ครั้ง เมื่อตระเวนเสร็จแล้ว พอผ่านพม่า ผ่านลาว และมาถึงสามเหลี่ยมทองคำ ก็จะต้องวกกลับตรงสามเหลี่ยมทองคำ เพราะเข้ามาน่านน้ำฝั่งไทยไม่ได้ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ฝั่งจีนเคยทำหนังสืออย่างเป็นทางการขอให้เรือลาดตระเวนตำรวจน้ำของจีนจากยูนนาน ความยาวประมาณ 60-70 ฟุต ประมาณ 20-25 เมตร ล่องตรวจการณ์มาถึงสามเหลี่ยมทองคำแล้วจอดแวะเติมน้ำมัน ซื้อเสบียงเล็กๆ น้อยๆ ตรงฝั่งไทย เนื่องจากเดิมทีจอดเติมน้ำมันฝั่งลาว แต่ราคาน้ำมันของลาวแพงกว่าไทยเยอะ นอกจากนั้นแล้ว ฝั่งไทยยังมีข้าวของให้ซื้อเยอะ

ขนาดจีนต่อรองว่าตำรวจ 30-50 คนที่อยู่บนเรือนั้น ไม่ต้องลงจากเรือก็ได้ ขอเติมน้ำมันอย่างเดียว ท่านผู้ชมครับ สภาความมั่นคงฯ ของไทยก็ไม่ยอม


ท่านผู้ชมอย่าลืมสิ่งที่ผมพูด สภาความมั่นคงฯ ของไทย และกองทัพไทย ทหารไทยนั้น ขึ้นอยู่กับสหรัฐอเมริกา สภาความมั่นคงฯ ของไทยนั้นฟังคำสั่งข้อมูลจากสหรัฐอเมริกาตลอดเวลา ฉะนั้นผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า สภาความมั่นคงฯ ไทยนั้น ถูกอเมริกาครอบงำ และผมยังเชื่อว่า ก็ยังครอบงำอยู่จนทุกวันนี้ ไม่ครอบงำได้อย่างไร จู่ๆ ชนกลุ่มน้อยในพม่าที่ทะเลาะกับรัฐบาลพม่า มีอาวุธขีปนาวุธเข้าไปยิงใส่ทหารพม่าได้อย่างไร ถ้าไม่ได้ส่งจากประเทศไทยเข้าไป และผมยังเชื่อว่าสภาความมั่นคงฯ มีส่วนเกี่ยวข้องในการเปิดประตูให้อเมริกาส่งอาวุธพวกนี้ผ่านประเทศไทยเข้าไป ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง ถ้าท่านผู้ชมติดตามข่าวเหมือนที่ผมติดตามแล้ว ท่านผู้ชมจะเข้าใจทุกๆ อย่าง

สรุปง่ายๆ ท่านผู้ชม กระทรวงการต่างประเทศ กองทัพไทย รัฐบาลไทย ที่กุมอำนาจโดยทหาร มีอคติกับฝั่งจีน เอนเอียงเข้าฝั่งสหรัฐฯ อย่างเห็นได้ชัด ท่านผู้ชมครับ เราคิดว่าประเด็นนี้จีนไม่รู้หรือ ? เขารู้ เขารู้ดี เขาส่งสัญญาณให้กับผู้มีอำนาจในเมืองไทยผ่านหลากหลายช่องทาง ท่านผู้ชมเห็นไหมครับ ในที่สุดแล้ว ไม่น่าประหลาดใจเลย ไทยจะตกขบวนและตกในหลุมของความขัดแย้งระหว่างอเมริกากับจีน คนที่รับกรรมทั้งประเทศ คือ ประเทศไทย

ท่านผู้ชมเห็นไหมครับ เหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์มันสะสมกันมา และเหตุการณ์ล่าสุดคือเรื่องพม่า ที่ส่งขีปนาวุธผ่านชายแดนพม่า ผ่านชายแดนไทยเข้าไปให้กับชนกลุ่มน้อย ที่จะสู้กับรัฐบาลพม่า


ท่านผู้ชมครับ มาพูดถึงท่าเรือกวนเล่ย หน่อย ท่านผู้ชมจะได้เข้าใจ ท่าเรือกวนเล่ย เป็นด่านหน้าของท่าเรือจีน ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ต้นปี 2563 เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโควิด เขาก็เลยปิดท่าเรือกวนเล่ย ไปเลย มูลค่าสินค้าที่ส่งออกจากท่าเรือเชียงแสนตก เริ่มจากปี 2561 มูลค่า 18,905 ล้านบาท ปี 62 ตกเหลือ 11,624 ล้านบาท ปี 63 มูลค่าเหลือ 7,530 ล้านบาท หรือเมื่อเทียบกับปี 61 แล้ว ตกลงไปประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์

ท่านผู้ชมครับ ชาวบ้านที่อยู่ที่เชียงแสน เขาสงสัยว่าทำไมจีนไม่ยอมเปิดท่าเรือกวนเล่ย สาเหตุมาจากเรื่องใดกันแน่ ? อาจจะเป็นโควิด แต่สถานการณ์ที่ผ่านมา ในสองปีที่ผ่านมา เบาบางลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนทางตอนใต้และประเทศไทย แต่ปรากฏว่าทางจีนไม่เคยแจ้งเรื่องว่าจะกลับมาเปิดเมืองท่าแห่งนี้ เพราะว่าถ้าเมืองท่ากวนเล่ย ไม่เปิด การส่งสินค้าเข้าไปจีนนั้นก็ส่งไม่ได้ ถ้าจะส่งก็ต้องผ่านเส้นทาง R3A ที่ผมเคยเล่าให้ฟัง เส้นทางบก ก็ลำบาก แต่เส้นทางบก จีนกับลาวก็ดันมาปิดซ่อมอย่างไม่มีกำหนดว่าจะซ่อมเสร็จเมื่อไร ก็คือพูดง่ายๆ ว่า ปิดประตูเลย ไม่ว่าจะทางน้ำหรือทางบก ไม่ให้สินค้าไทยเข้าไปขายในจีน


เพราะฉะนั้นแล้ว ผมคิดว่า และผมเชื่อว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอเมริกา ไทยรับงานอเมริกามา เพื่อมากดดันจีน ในที่สุดแล้ว เราเห็นได้ชัดว่าการขนส่งในแม่น้ำโขงตอนบน ซึ่งมีไทย พม่า ลาว จีน นอกจากปัญหาในเรื่องการสร้างเขื่อน การระเบิดเกาะแก่งที่ขวางทางเดินเรือแล้ว ปัญหาอุปสรรคใหญ่คือปัญหาเรื่องของความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะราบรื่น และเริ่มจะมีอุปสรรคมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่กลายเป็นรอยด่างที่สำคัญที่สุดระหว่างไทยกับจีน คือ กรณีการฆ่าสังหารโหด 13 ศพ ไต้ก๋ง-ลูกเรือ บนเรือบรรทุกน้ำมันหัวผิง และเรือบรรทุกสินค้าทางการเกษตร ยู่ซิง 8 เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2554 ณ บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ชายแดนพม่า-ไทย-ลาว ขณะที่กำลังขนส่งสินค้าจากจีนมาที่เชียงแสน

กรณีดังกล่าวเป็นกรณีร้ายแรง ที่หลังจากเกิดเหตุรัฐบาลปักกิ่งมีคำสั่งห้ามเรือจีนทุกประเภทวิ่งในแม่น้ำโขง แม้ว่าปัจจุบันผู้ก่อเหตุจะถูกจับและลงโทษประหารชีวิต แต่การขนส่งในแม่น้ำโขงยังไม่กลับเข้าสู่สภาพเดิม


ท่านผู้ชมครับ นี่คือส่วนของแม่น้ำโขง ผมเคยพูดไปแล้วใช่ไหม ปฏิญญาซานย่า จีนเป็นคนเสนอขึ้นมาเอง จีนเสนอขึ้นมาเองเลยว่ามาร่วมปฏิบัติการกัน ทำให้แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำแห่งสันติภาพ การท่องเที่ยว ทุกคนเซ็นหมด รวมทั้งไทย แต่พอต้องมาเซ็นสัญญาในเรื่องกรอบการปฏิบัติการที่เขมรต่อจากเซ็นปฏิญญาซานย่าแล้ว ประเทศไทยไม่ยอมเซ็น ผมมองอะไรไม่ออก นอกจาก นั่นคืออิทธิพลของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อ สมช. แล้วก็มาถึงตรงนี้

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมบอกว่าผมอวยจีน ท่านผู้ชมคิดให้ดีๆ เรากำลังตกเป็นเครื่องมือที่ทำให้ความขัดแย้งระหว่างเรากับจีน ซึ่งแต่ก่อนไม่มี เริ่มมีมากขึ้นๆ ตลอดเวลา และท่านผู้ชมครับ สมช. ครับ คนที๋ฉิบหายไม่ใช่ท่าน ประชาชนคนไทย ผู้ส่งออกสินค้าทางการเกษตร คนเชียงราย คนเชียงแสน คนเชียงของ คนทางภาคเหนือตอนบน สูญเสียโอกาส สูญเสียการค้า สูญเสียเงินทอง สนุกไหมครับที่คุณรับงานมาจากอเมริกา แล้วทำให้ชาวบ้านทั่วๆ ไปต้องเรือหายกันแบบนี้ ใครก็ตามที่เป็นขี้ข้าฝรั่ง คิดให้ดีๆ เรื่องนี้ เรื่องพวกนี้ยังมีอีก วันหลังผมจะพูดให้ฟัง วันนี้เอาแค่นี้ก่อน เรื่องฆ่า 13 ศพ จีนปิดท่าเรือกวนเล่ย ไม่ยอมให้เรือจีนวิ่งมา ไม่มีการส่งสินค้าอีกต่อไป เข้าจีน ซ่อมเส้นทางบก R3A ไม่มีกำหนดว่าซ่อมเสร็จเมื่อไร สินค้าไทยใช้ทางบก ขรุขระนิดหน่อยก็ไปได้ แต่ตอนนี้่่ส่งไม่ได้ นักเรียนไทย 3 หมื่นกว่าคน ไม่ได้ขอวีซ่ากลับไป ท่านผู้ชมครับ หมากต่อไปที่เขาจะเดินก็คือ การท่องเที่ยวครับ ท่านผู้ชมอย่าไปคิดว่าเราจะมีคนจีนกลับมาท่องเที่ยวเหมือนเดิมได้อีก หลังจากที่โรคระบาดมันซาลงแล้ว ผมยังเชื่อ อาจจะมา แต่ปริมาณจะน้อยกว่าเดิมมาก เคยมาปีละ 12 ล้าน อาจจะแค่ปีละ 2 ล้านคนเอง เงินทองที่หายไปพวกนี้ เป็นล้านๆ บาท ความฉิบหายตรงนี้ สภาความมั่นคงฯ รับผิดชอบได้ไหมครับ กระทรวงการต่างประเทศรับผิดชอบได้ไหมครับ พวกคุณไม่รับผิดชอบอะไรหรอก คุณรับอยู่อย่างเดียว คือรับคำสั่งจากพ่อคุณ ก็คือสหรัฐอเมริกา


ท่านผู้ชมครับ สำหรับวันนี้ก็มีเพียงแค่นี้ หวังว่าท่านผู้ชมคงได้ปัญญา ได้ความรู้ไปมากหลาย อาทิตย์หน้าผมยังบอกไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไร แต่ประเทศไทยเป็นประเทศที่เรื่องมันเยอะเรือหายเลย เรื่องดีๆ ไม่ค่อยมี มีแต่เรื่องประเภทไดโนเสาร์ตัวเล็กๆ เชื่อหรือเปล่าครับท่านผู้ชม ประเทศไทยมันกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลวไปแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องราวมันเลยมีเยอะแยะไปหมด แล้วผมจะค่อยๆ เสาะหา อธิบายความ รายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" จะหยิบเรื่องประเด็นปัญหาต่างๆ ที่ท่านผู้ชมอาจจะเคยได้ยินมาแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมมันเป็นเช่นนั้น ผมจะมาอธิบายคำว่า "ทำไม" ให้ฟัง ท่านผู้ชม สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...