xs
xsm
sm
md
lg

InPics&Clip: ควีนเอลิซาเบธพบผู้นำกลุ่ม G-7 ครั้งแรก โลกโล่ง! ต้อนรับ “ไบเดน” กลับเข้ากลุ่มหลังยุคยี้ “ทรัมป์”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รอยเตอร์/เอเจนซีส์ – เมื่อวานนี้ (12 มิ.ย) สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้พบกับผู้นำกลุ่มชาติ G-7 และร่วมฉายพระรูปหมู่กับบรรดาผู้นำ ส่วนผู้นำสหรัฐฯ โจ ไบเดน ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น สื่อชี้ผู้นำชาติมหาอำนาจตะวันตกเห็นไบเดนเข้าร่วมการประชุมไม่ใช่ทรัมป์ “ยินดีต้อนรับกลับเข้ามาอีกครั้ง”

รอยเตอร์รายงานวันนี้ (12 มิ.ย) ว่า ในวันเสาร์ (12) ถือเป็นครั้งแรกที่พระประมุขแห่งอังกฤษทรงได้พบกับผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่อย่างเป็นทางการที่การประชุมสุดยอดผู้นำ G-7 โดยพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาพร้อมกับเจ้าฟ้าชายชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ ดัสเชสแห่งคอนวอลล์ ดยุก และดัสเชสแห่งเคมบริดจ์

ถือเป็นการเสด็จออกงานครั้งสำคัญนับตั้งแต่พระพิธีศพพระสวามีเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระเมื่อเมษายน

โดยพระองค์ทรงเป็นเจ้าภาพรับรองผู้นำสมาชิกกลุ่ม G-7 ที่อีเดน โปรเจกต์ (Eden Project) ซึ่งเป็นสวนพฤกษชาติอุดมไปด้วยแมกไม้นานาพรรณ และในขณะที่พระองค์ทรงร่วมฉายพระรูปหมู่กับบรรดาผู้นำชาติต่างๆ สมเด็จพระราชินีทรงตรัสล้ออย่างเป็นกันเองว่า “พวกท่านสมควรที่จะดูราวกับว่าตัวเองกำลังผ่อนคลายกระนั้นหรือ”

และทุกคนก็ต่างหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน และทำให้นายรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสัน ได้กราบทูลกลับไปว่า “ใช่แล้วฝ่าพระบาท” และเขากล่าวอีกว่า “พวกเรากำลังผ่อนคลายเนื่องมาจากการได้มาปรากฏตัวร่วมกัน”

รอยเตอร์ชี้ว่า ควีนเอลิซาเบธได้ทรงพบกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน เป็นครั้งแรกและเขาถือเป็นผู้นำสหรัฐฯ คนที่ 13 ที่พระองค์ได้ทรงพบ ซึ่งในวันอาทิตย์ (13) ไบเดน และสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ จิล ไบเดน จะเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองพิธีน้ำชาอย่างเป็นทางการที่ประสาทวินด์เซอร์ร่วมกับพระประมุขแห่งอังกฤษ

นางไบเดน ได้กล่าวแสดงความเห็นถึงการเข้าเฝ้าควีนครั้งแรกในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันพฤหัสบดี (10) ว่า “โจและดิฉันต่างเฝ้ารอที่จะได้เข้าเฝ้าพระองค์” และเปิดเผยต่อว่า “มันถือเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นของการเดินทางมาเยือนของพวกเรา”

CNN รายงานว่า ในการพบกันหนแรกระหว่างสมาชิกชาติ G-7 หลังจากที่โควิด-19 ทำให้ต้องมีการล็อกดาวน์และไม่สามารถประชุมร่วมกันโดยการพบหน้าได้ แต่ทว่าดูเหมือนบรรยากาศในที่ประชุมจะสดชื่นและสามารถผลักดันวาระเพื่อไปสู่อนาคตต่างจากบรรยากาศการประชุมในสมัยอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนก่อน โดนัลด์ ทรัมป์

นายกรัฐมนตรีเยอรมัน อังเกลา แมร์เคิล ที่เคยนั่งร่วมการประชุม G-7 กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาถึง 4 คนแล้วกล่าวแสดงความเห็นว่า “ดิฉันแน่นอนที่สุดว่ารู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยู่ที่นี่” และเขากล่าวว่า “เขายึดมั่นต่อพันธะข้อผูกพันหลายฝ่ายที่พวกเราไม่ได้เห็นมาเมื่อไม่กี่ปีมานี้”

และชี้ต่อว่า “ดิฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่วิเศษที่ได้มีประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร่วมอยู่ในกลุ่มและมีความยินดีที่จะร่วมมือ”

สื่อสหรัฐฯ ชี้ว่า แมร์เคิล กล่าวระหว่างการหารือร่วมกับไบเดน ส่วนจอห์นสัน เปิดเผยว่า “มีอากาศบริสุทธิ” ซึ่งในการมาเยือนอังกฤษ ไบเดนซึ่งชื่นชอบการปั่นเช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้มอบจักรยานที่ถูกออกแบบเป็นพิเศษมูลค่าราคา 6,000 ดอลลาร์ พร้อมหมวกกันน็อกที่มีธงชาติ 2 ประเทศจากบริษัท ไบเลนตี ไซเคิล เวิร์กส์ (Bilenky Cycle Works) อ้างอิงจากบีบีซี สื่ออังฤษ แต่ทำเนียบขาวให้งบมาแค่ 1,500 ดอลลาร์เท่านั้น แต่ทางบริษัทจักรยานสัญชาติอเมริกันชื่อดังตัดสินใจรับงานนี้ไว้ พร้อมกันนี้ ไบเดน ยังมอบภาพผู้นำการปลดปล่อยทาส เฟดเดอริก ดักลาส ในสมัยยุคสงครามทาสให้แก่จอห์นสัน เป็นสัญลักษณ์ BLM อีกด้วย

ด้านประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูแอล มาครง พบกับผู้นำสหรัฐฯ วานนี้ (12) พบว่าผู้นำทั้งสองหารือในทุกประเด็นอย่างครอบคลุมนับตั้งแต่ความพยายามทางความมั่นคงทางด้านสุขภาพเพื่อที่จะหยุดวิกฤตโรคโควิด-19 ระบาด ความไม่เท่าเทียม อัตราภาษีโลก และพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก

โดยในแถลงการณ์ของทำเนียบขาวระบุว่า “ประธานาธิบดีไบเดนได้แสดงความซาบซึ้งต่อความเป็นผู้นำของฝรั่งเศสในด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะอากาศผ่านข้อตกลงปารีส และผู้นำทั้งสองย้ำการทุ่มเทเพื่อทำให้ประสบผลสำเร็จตามคาดหวังที่ซัมมิต COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ ในเดือนพฤศจิกายน”

และในแถลงการณ์ยังระบุว่า “ประธานาธิบดีไบเดน และประธานาธิบดีมาครง หารือการทำให้นาโตมีความแข็งแกร่งและทันสมัยและการร่วมมืออย่างใกล้ชิดของพวกเราเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย รวมไปถึงในซาเฮล (Sahel) และประเด็นทางด้านนโยบายการต่างประเทศที่มีร่วมกันเป็นต้นว่า จีน และ รัสเซีย”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ตั้งคำถามกับไบเดน ระหว่างที่มาครง นั่งร่วมอยู่ด้วยโดยถามว่า “คิดว่าชาติพันธมิตรคิดว่าสหรัฐฯ กลับมาแล้วหรือไม่” ไบเดนได้โยนคำถามไปที่มาครง และตอบนักข่าวว่า “ถามเขา” และทำให้มาครงตอบมาอย่างหนักแน่นว่า “แน่นอนที่สุด”




















กำลังโหลดความคิดเห็น...