xs
xsm
sm
md
lg

ค่าเช่าห้องราคาถูกเหมือนให้เปล่าที่ญี่ปุ่นที่ไม่มีใครบอกคุณ !!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สวัสดีครับผม Mr. Leon มาแล้ว อาทิตย์ที่แล้วผมเล่าถึงผลกระทบของโควิด-19 ที่ทำให้คนส่วนใหญ่เกิดความยากลำบากกันไปทั่ว คนญี่ปุ่นก็เช่นกันคนที่ยังมีภาระต้องผ่อนชำระเงินที่กู้มาส่งงวดบ้าน ส่งค่างวดรถต่างๆ ไม่สามารถหาเงินมาผ่อนชำระได้เหมือนปกติ และมีการประกาศขายบ้านเพิ่มขึ้นจำนวนมาก สำหรับคนที่เช่าห้องพักอาศัยที่ญี่ปุ่นนั้นนอกจากต้องเตรียมค่าใช้จ่ายล่วงหน้าจำนวนมากในการทำสัญญาเช่าแรกเริ่มซึ่งต้องมีเงินในมืออย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 500,000 เยน ( ประมาณ 160,000 บาท เลขกลมๆ ) หรือประมาณ 5-6 เท่าของค่าเช่าบ้าน 1 เดือน เงินที่ต้องจ่ายตอนแรกเข้าอาทิเช่น เงินประกัน (敷金) , เงินให้เปล่า (礼金) ,ค่าติดต่อประสานงาน/ค่านายหน้า (仲介手数料) ,ค่าเช่าล่วงหน้า (前家賃) ,ค่าประกันต่างๆ (各種保険料) ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ได้คืนตอนที่ย้ายออก ปัจจุบันมีคนที่ต้องไปหากู้เงินมาจ่ายค่าเช่าห้องพักสูงขึ้นกว่าปีก่อนๆ กว่า 45 เท่า นั่นแสดงว่าประชาชนมีฐานะความเป็นอยู่แย่ลงมากมีคนยากจนเกิดขึ้นเยอะมาก


★แต่ที่จริงแล้วที่ญี่ปุ่นมีที่อยู่อาศัยอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า 公営住宅 Public housing หรือที่อยู่อาศัยที่เป็นของการเคหะแห่งชาติ เป็นที่อยู่อาศัยสาธารณะที่รัฐบาลท้องถิ่นสร้างให้ผู้มีรายได้น้อยเช่าพักอาศัย สำหรับรัฐบาลท้องถิ่นบางแห่งก็ดำเนินการให้เช่าที่อยู่อาศัยประเภทนี้สำหรับผู้มีรายได้ปานกลางภายใต้ชื่อต่างๆ เช่น "ที่อยู่อาศัยของเทศบาล " หรือ "ที่อยู่อาศัยของพลเมือง" เป็นต้น มีที่มาที่ไปคือ

●ในปีพ. ศ. 2462 ได้มีการตราพระราชบัญญัติการผังเมือง โดยสร้างระบบเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลางสำหรับรัฐบาลท้องถิ่นในการสร้าง Public housing เป็นที่อยู่อาศัยของประชาชน

●ในปีพ. ศ. 2473 มีการตรากฎหมายที่อยู่อาศัย ซึ่งกำหนดระบบเงินอุดหนุนสำหรับการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดโดยรัฐบาลท้องถิ่นและให้อำนาจในการให้ส่วนลดค่าเช่าสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยในท้องถิ่น


ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากที่ต้องการย้ายเข้าไปอยู่ในที่อยู่อาศัยของการเคหะหรือที่อยู่อาศัยสาธารณะที่รัฐบาลท้องถิ่นสร้างให้ผู้มีรายได้น้อยเช่าพักอาศัยดังกล่าว แต่ในการย้ายเข้าไปอยู่ในที่อยู่อาศัยนั้น ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
●สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีความต้องการในการเข้าพักอาศัยในที่อยู่อาศัยสาธารณะสำหรับประชาชนจริง
●เป็นครอบครัวที่มีญาติที่ต้องอยู่ร่วมกันจริงหรือมีความตั้งใจต้องใช้ชีวิตร่วมกัน
●มีรายได้ต่อเดือนของครัวเรือนน้อยกว่าหรือเท่ากับจำนวนเงินที่กฎหมายกำหนดตามเงื่อนไขที่จะสามารถเข้าพักในที่อยู่อาศัยสาธารณะสำหรับประชาชน หรือที่เรียกว่าเป็นครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด
●เป็นครอบครัวที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย 
● มีผู้ค้ำประกัน


★และนอกจาก Public housing หรือที่อยู่อาศัยที่เป็นของการเคหะแห่งชาติ เป็นที่อยู่อาศัยสาธารณะที่รัฐบาลท้องถิ่นสร้างให้ผู้มีรายได้น้อยเช่า ยังมีที่อยู่อาศัยแบบ UR ให้เช่าซึ่งแบ่งออกเป็นหลายประเภท UR賃貸住宅の団地 มีความแตกต่างตามประเภทของที่อยู่อาศัยซึ่งส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานที่ดำเนินการคือที่ไหน เงื่อนไขสำหรับผู้มีประสงค์จะเข้าพักในที่อยู่อาศัยประเภทนี้คือ

・ มีรายได้และเงินออมสูงกว่ารายได้มาตรฐานที่รัฐบาลกำหนด
・ ต้องสามารถย้ายเข้าได้ภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่เริ่มต้นการเข้าพักอาศัยตามสัญญา
เนื่องจากที่อยู่อาศัยให้เช่าของ UR สำหรับผู้มีรายได้ปานกลาง จึงจำเป็นต้องมีรายได้ที่สูงกว่ารายได้มาตรฐานที่กำหนดและต้องมีความสามารถในการจ่ายค่าเช่า มีหลักประกัน ซึ่งต่างจากที่อยู่อาศัยของการเคหะนิดหน่อย แต่บางแห่งอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่นที่ Kanagawa Prefectural Housing Supply Corporation ผู้สมัครต้องมีอายุ 55 ปีขึ้นไปและผู้ค้ำประกันสามารถประกันค่าเช่ารายเดือนได้มากกว่า 100 เท่าโดยใช้ญาติหรือผู้ค้ำประกันภายในระดับที่สามของเครือญาติ ดังนั้นผู้สมัครต้องตรวจสอบเงื่อนไขก่อนสมัครด้วย ซึ่งที่อยู่อาศัยสาธารณะดังกล่าวมักกำหนดเวลาในการย้ายเข้าและหากมีผู้สมัครจำนวนมากจะใช้การจับสลาก หมายความว่าผู้สมัครอาจไม่สามารถย้ายเข้าที่พักที่ชื่นชอบได้ตลอดเวลาครับ ที่พักอาศัยดังกล่าวทำให้ผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางสามารถจ่ายค่าเช่าห้องพักที่อยู่อาศัยในอัตราพิเศษ เป็นการช่วยประชาชนสามารถเช่าที่อยู่อาศัยได้โดยมีภาระเพียงเล็กน้อย

การเช่าที่พักอาศัยของการเคหะและที่พักให้เช่าแบบ UR มีประโยชน์ต่อประชาชน คือ


●ค่าเช่าราคาถูก
เพราะเป็นที่พักที่ค่าเช่าถูก ภาระค่าเช่าก็จะน้อยลง อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้ค่าเช่าที่อยู่อาศัยให้เช่าส่วนบุคคลในหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้น จึงมีบางแห่งที่ให้ความรู้สึกว่าไม่ได้ถูกเหมือนเมื่อก่อน

●ค่าแรกเข้าต่ำ
ไม่มีค่าธรรมเนียมนายหน้าหรือเงินให้เปล่า ดังนั้นจึงสามารถลดค่าใช้จ่ายเริ่มต้นในการย้ายเข้าซึ่งเป็นข้อดีอย่างมาก

●โครงสร้างมีขนาดกว้างขวาง
เพราะพี่พักต้องสร้างตามเกณฑ์คุณสมบัติที่รัฐกำหนดสำหรับพื้นที่และโครงสร้าง (ขึ้นอยู่กับรัฐบาลท้องถิ่น) คุณลักษณะพิเศษคือมักจะมีขนาดพื้นที่ส่วนกลางและแผนผังชั้นของอาคารแต่ละแห่งมีขนาดกว้างขวาง


แต่ก็มีข้อเสียอยู่ นั่นคือ
●อาคารที่พัก สภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ที่อยู่อาศัยเก่า เพราะสร้างมานานหลายปีแล้ว แม้ว่าอุปกรณ์และส่วนต่างๆของที่อยู่อาศัยจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอายุของอาคาร บางแห่งก็เก่าไม่มีมุ้งลวด และในครัวของบางแห่งเป็นแบบที่ผู้อยู่อาศัยต้องนำเข้ามาเอง และคนเช่ามักจะอยู่กันยาวต่อเนื่อง กรณีที่ก่อสร้างใหม่คุณภาพอาจดีขึ้นคนที่ได้ย้ายเข้ามาเจอที่พักดี มีสภาพใหม่ หรือองค์ประกอบครบครันเหมือนถูกหวย แต่ก็มีอัตราการแข่งขันสูงเช่นกัน

●มีเงื่อนไขการเข้าพักที่เข้มงวด ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ เพื่อย้ายไปอาศัยเพื่อให้ได้ค่าเช่าราคาพิเศษ แต่ประเด็นที่ถูกนำมาพิจารณามากที่สุดคือรายได้ครัวเรือนต่อปีมีขีดจำกัดสูงสุด (เงื่อนไขจำนวนเงิน ฯลฯ แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรัฐบาลท้องถิ่น) ดูเหมือนว่ามีหลายกรณีที่รายได้ครัวเรือนไม่เป็นไปตามเงื่อนไขและไม่เข้าเกณฑ์การตัดสิน และต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด


★ส่วนผู้ที่ไม่เข้าเงื่อนไขข้างต้นหรือคนโสด ไม่มีครอบครัว หรืออาจจะมีเงินเดือนสูงแต่อยากได้ห้องพักแบบราคาพิเศษ ยังมีที่พักอีกแบบคือ 事故物件 (jikobuken) อาจจะเป็นอาคารอพาร์ทเมนต์ / คอนโดมิเนียม ห้องหรือบ้านเช่าที่เคยมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น เช่น ห้องที่เคยเกิดอุบัติเหตุ ,ฆาตกรรม , มีคนฆ่าตัวตาย, หรือมีการตายแบบแปลกๆฯลฯ เป็นต้น อาจจะเป็นห้องเช่าที่อยู่ภายใต้การทำธุรกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์หรือเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลที่มีประวัติมีคนเสียชีวิตจากผู้อยู่อาศัยในอดีต ที่พักอาศัยประเภทนี้อาจทำให้เกิดความบกพร่องทางจิตใจ หรือมีสภาพที่ได้รับความเสียหายจากฝนรั่วหรือปลวกและมีสภาพพื้นห้องผุ เป็นต้น แต่ค่าเช่าถูกมาก


ที่อยู่อาศัยของการเคหะซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย กำหนดให้รายได้ต่ำกว่าระดับที่กำหนด และครอบครัวต้องย้ายเข้ามาอยู่อาศัยร่วมกัน ตรงกันข้ามกับที่อยู่อาศัยสาธารณะที่อยู่อาศัยให้เช่าแบบ UR ที่มีไว้สำหรับผู้มีรายได้ปานกลางและถ้าเป็นบ้านจัดสรรสำหรับองค์กรของรัฐผู้สมัครจำเป็นต้องมีรายได้จำนวนหนึ่งหรือมากกว่าที่กำหนด ซึ่งเรื่องการเช่าห้องพักราคาพิเศษของรัฐบาลนั้นส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครบอกข้อมูลกัน ว่ามีที่ไหนบ้าง เปิดให้เข้าสมัครเมื่อไหร่ เป็นต้น ต้องหาแหล่งข่าว แหล่งข้อมูลเอง เดินเรื่องประสานงานเอง ที่จริงถ้ามีข้อมูลที่ชัดเจนประกาศให้คนทั่วไปทราบบ้างก็คงจะดีไม่น้อย

ในประเทศญี่ปุ่นที่อะไรๆ ก็ดูเหมือนจะถูกเรียกเก็บภาษีไปเสียหมด ส่วนผู้รับผลประโยชน์นั้นคือ "ผู้สมัครร้องขอสวัสดิการนั้นๆ และไม่มีใครประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลดีๆ กัน ต้องส่งหลักฐานสำหรับพลเมืองที่จะใช้บริการต่างๆ ที่พวกเขาต้องการโดยส่ง "ใบสมัคร" เป็นการส่งโดยสมัครใจ ตัวอย่างเช่น แม้ว่าจะมีบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดได้รับบริการเงินสงเคราะห์บุตร แต่คุณจะไม่ได้รับเงินดังกล่าวเว้นแต่คุณจะยื่นสมัครเอง คือถ้าไม่ร้องขอเองก็ไม่มีใครทำให้ ในขณะที่สังคมกำลังเผชิญหน้ากับโรคระบาดและสภาพเศรษฐกิจย่ำแย่เช่นนี้ อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนมีจิตใจที่เข้มแข็งและต่อสู้ต่อไปครับ วันนี้สวัสดีครับ

กำลังโหลดความคิดเห็น...