xs
xsm
sm
md
lg

ภาพมันฟ้อง? มือปล่อยข่าวอัปมงคล สนิทคนก้าวไกล “ยูมิ ซ้อขอเล่า” หนี! “ดร.อานนท์” งง ส.ส.ไม่ปกป้องสถาบัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ภาพ หลังจับกุมมือโพสต์หมิ่นเบื้องสูง ขอบคุณภาพจาก TRUTHFORYOU.CO
ตัวละครลับโผล่! “ยูมิ ซ้อขอเล่า” จอมแซะสถาบัน ชิ่งปิดแอคฯหนี! หลังโจ๋ สามกีบ มือปล่อยข่าวสวรรคตถูกจับ ภาพฟ้องสนิทคนก้าวไกล? “ดร.อานนท์” ผิดหวัง ส.ส.ในสภา ไม่ปกป้องสถาบัน “รุ้ง” พร้อมทำกิจกรรม 24 มิ.ย.

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (10 มิ.ย. 64) เพจเฟซบุ๊ก THE TRUTH โพสต์ข้อความระบุว่า

“ตัวละครลับโผล่อีก! “ยูมิ ซ้อขอเล่า” จอมแซะสถาบัน ชิ่งปิดแอคฯหนี! หลังโจ๋ สามกีบ มือปล่อยข่าวสวรรคตถูกจับ สนิทคนพรรคก้าวไกล?
#ยูมิซ้อขอเล่า #ปิดแอคฯหนี #สามกีบ”

ภาพ เกี่ยวกับ ซ้อขอเล่า ขอบคุณภาพจาก TRUTHFORYOU.CO
พร้อมอ้างเนื้อหาจาก TRUTHFORYOU.CO ว่า

“จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (9 มิถุนายน) เจ้าหน้าที่ ปอท.ได้จับกุมตัว มือปล่อยข่าวอัปมงคล หมิ่นสถาบันฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการพิสูจน์ ip address กับ mac address และยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือได้หมด จากการตรวจสอบ ผู้ต้องหาทั้งสองราย เป็นสมาชิกของกลุ่มเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย

ส่งผลให้ ทวิตเตอร์ และ โซเชียลแพลตฟอร์มข่าววงใน อย่าง “ซ้อขอเล่า” ต้องรีบลบข้อมูลออกไปทั้งหมด เพราะกลัวจะติดร่างแหไปด้วย ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตเกี่ยวกับเจ้าของทวิตเตอร์ ซ้อขอเล่า @sorkorlao ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2562 ใช้ในการโจมตีสถาบัน หมิ่นสถาบัน ในขณะเดียวกัน เมื่อ ก้อง อุกฤษฎ์ นักศึกษา ม.รามคำแหง ถูกจับกุม ทวิตเตอร์ดังกล่าวก็ถูกปิดลง

ขอบคุณภาพจาก TRUTHFORYOU.CO
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยตัวละครอีกหนึ่งตัวที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของแอคเคานต์ “ซ้อขอเล่า” ซึ่งเป็นแอคเคานต์แนวร่วมสามกีบจอมแซะสถาบัน ที่มีผู้คนติดตาม 74,591 คน ซึ่งสงสัยว่าเจ้าของตัวจริงอาจเป็น วริษา ยูมิ?

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ก้อง อุกฤษฎ์ นักศึกษา ม.รามคำแหง ที่ถูกจับกุมในข้อหา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพ์ ในกรณีที่เป็นมือปล่อยข่าวลืออัปมงคล เคยมีภาพที่ถ่ายคู่ที่ดูแล้วค่อนข้างสนิทสนมกับ สมาชิกพรรคก้าวไกล อย่าง โรม รังสิมันต์ เจี๊ยบ และ นายพิธา

จนนำมาสู่คำถามว่า สมาชิกของพรรคก้าวไกล อยู่เบื้องหลังขบวนการการปล่อยข่าวลือหรือไม่ ซึ่งก็ต้องรอติดตามกันต่อไป ว่า ผู้ต้องหาและสมาชิกพรรคก้าวไกล มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร”

ขอบคุณภาพจาก TRUTHFORYOU.CO

ขอบคุณภาพจาก TRUTHFORYOU.CO

ขอบคุณภาพจาก TRUTHFORYOU.CO
ขณะเดียวกัน ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์เฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich ว่า

“มีท่านผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือกัน ดูอภิปรายงบประมาณในรัฐสภา แล้วเห็นการโจมตีใส่ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ไม่มี ส.ส.คนไหน ออกมาตอบโต้ หรือแย้ง หรือประท้วง ท่านเดินมาหาผม แล้วบอกว่า ผมควรไปเป็น ส.ส. ในสภาฯ เชื่อว่า ผมจะสามารถตอบโต้ ส.ส. ล้มเจ้าพวกนี้ได้ ด้วยข้อมูลที่แม่นกว่า ลึกกว่า และด้วยปฏิภาณไหวพริบที่ดีกว่า ให้ไปสมัครเป็น ส.ส. เถิด ไปทำหน้าที่ปกป้องสถาบันในสภาฯ

ผมเองไม่เคยคิดอยากเป็นนักการเมือง ไม่ต้องการมีชื่อเสียง ไม่ต้องการตำแหน่งใดๆ แต่ถ้าการมีตำแหน่งจะทำให้สามารถทำหน้าที่ได้ดีขึ้น ผมก็อาจจะคิดดูอีกที แต่เวลานี้รู้สึกว่า ยังไม่อยากสูญเสียความเป็นส่วนตัว อยากให้ชีวิตสบายๆ ไม่อยากวุ่นวายกับนักการเมืองที่ผมแสนจะรังเกียจ แต่ถ้าถึงเวลาต้องทำเพื่อบ้านเมืองก็อาจจะต้องทำ แต่ยังไม่ใช่เวลานี้

ขณะที่ ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าไปแสดงความเห็นทำนองเดียวกันว่า “ไม่เข้าใจว่า ทำไม ส.ส.ถึงไม่ทำหน้าที่อธิบาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในประเทศอื่น คนเหล่านี้เขาทำหน้าที่กัน ไม่เข้าใจจริงๆ”

ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพจเฟซบุ๊ก THE TRUTH โพสต์ข้อความว่า

“ชีวิตนี้จบที่คุกแน่นอน! “กวิ้น-ไผ่” โดนหมายเรียกผิด ม.112 อีก! “รุ้ง” เจอ 4 ข้อหา ยังปากดีต้องปฏิรูปสถาบัน ท้าทายศาลเตรียมเคลื่อนไหว 24 มิ.ย.นี้
#เพนกวิน #ไผ่ #ม112”

ทั้งนี้ เนื้อหาจาก TRUTHFORYOU.CO ระบุว่า

“จากกรณีที่เหล่าแกนนำของกลุ่มคณะราษฎรได้รับการปล่อยตัวออกมา หลังจากที่โดนคดี ม.112 และ ม.116 จากเหตุการณ์วันชุมนุมม็อบ 19-20 กันยายน 2563 ซึ่งเมื่อได้รับการปล่อยตัวออกมา ศาลก็ได้กำหนดเงื่อนไขก่อนได้รับการปล่อยตัว

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2564 นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน และ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่มราษฎร ที่ได้รับการประกันตัวพร้อมกัน โดยศาลพิเคราะห์ภายหลังการไต่สวนแล้ว จึงอนุญาตปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสอง และศาลได้กำหนดเงื่อนไขห้ามมิให้จำเลยทั้งสองทำกิจกรรมใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียต่อพระเกียรติของสถาบันพระมหากษัตริย์ และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ กับต้องเดินทางมาศาลตามนัด

หลังศาลมีคำสั่งปล่อยตัวอาจารย์ ม.เกษตรศาสตร์ ที่เป็นนายประกันให้กับนายสมยศ และทนายความ ได้ไปทำสัญญาประกันปล่อยตัวชั่วคราวในวงเงิน 200,000 บาทเท่าเดิม เพื่อปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ในขณะวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง เดินทางมาฟังไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวเพียงคนเดียว ได้แถลงต่อศาลว่า จะเคารพและปฏิบัติตามเงื่อนไขการขอปล่อยชั่วคราวที่ทนายความยื่นคำร้อง ซึ่งต่อมา ศาลพิเคราะห์ภายหลังการไต่สวนแล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย โดยกำหนดเงื่อนไข 2 ข้อ คือ ห้ามทำกิจกรรมที่เสื่อมเสียต่อสถาบัน และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

และต่อมาวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน จำเลยคดี 112 ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังจากศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราว โดยได้แถลงยอมรับเงื่อนไขว่าจะไม่กระทำการอันเป็นที่เสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และห้ามใช้สื่อออนไลน์สร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบัน ไม่เดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลก่อน และ จะเดินทางมาศาลทุกครั้งตามนัดหมาย

ล่าสุด วันนี้ (10 มิถุนายน 2564) ทางทวิตเตอร์ TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ทวีตข้อความถึงกรณีที่เพนกวินได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ จ.ร้อยเอ็ด โดยระบุข้อความว่า

วันนี้เพนกวินเดินทางไปพบ พงส.สภ.เมืองร้อยเอ็ด ในคดี #ม.112 จากการปราศรัยในการชุมนุม 3 ก.ย. 63 ที่บึงพลาญชัย ก่อนพงส.ส่งตัวให้อัยการ – อัยการนัดฟังคำสั่งว่าจะฟ้องหรือไม่ 14 ก.ค. คดีนี้มีเพนกวินถูกดำเนินคดีเพียงคนเดียว

ส่วนทางด้านของ ไผ่ ดาวดิน ก็ได้รับหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา #คดี 112 เหตุชุมนุม #ม็อบ 1 กุมภาพันธ์ หน้าสภ.ภูเขียว เรียกร้องให้ ตร.ขอโทษที่ไปคุกคามนักเรียนที่สมัครเข้าค่าย #ราษฎรออนทัวร์ โดย ไผ่ ต้องเดินทางไป สภ.ภูเขียว ในวันพรุ่งนี้ (11 มิ.ย. 64)

ในขณะที่ รุ้ง ปนัสยา ก็ได้เดินทางไปเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ สน.บางโพ กรณี #ม็อบ 20 กุมภาพันธ์ หน้ารัฐสภา และยืนยัน 3 ข้อเรียกร้องเหมือนเดิม แต่ต้องไปหารือในแนวทางการเคลื่อนไหว

โดยที่สถานีตำรวจนครบาลบางโพ แกนนำราษฎรที่จัดชุมนุมม็อบหน้ารัฐสภา ได้แก่ 1. น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง 2.  นายซูกริฟฟี ลาเตะ 3. น.ส.เบนจา อะปัญ 4. น.ส.ฉัตรพี อาจสมบูรณ์ 5. นายทวีชัย มีมุ่งธรรม 6. น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 15) ข้อ 3. การห้ามชุมนุมฯ และตามพระราชบัญญัติควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มาตรา 34(6), 51

ภาพ แกนนำม็อบราษฎร ขอบคุณภาพจาก TRUTHFORYOU.CO
โดย รุ้ง ปนัสยา และ เบนจา ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า วันนี้มารับทราบข้อกล่าวหา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากม็อบวันที่ 20 ก.พ.ที่หน้ารัฐสภา เบื้องต้นจะปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหาและจะไปสู้คดีในชั้นศาลต่อไป ซึ่งเดิมทีตนจะมารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวาน (9 มิ.ย.) แต่เป็นวันสุดท้ายของการกักตัว จึงเลือกมาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้

สำหรับการเคลื่อนไหวนั้น รุ้ง ปนัสยา กล่าวว่า ตนยังยืนยันใน 3 ข้อเรียกร้องเหมือนเดิม ส่วนแนวทางการเคลื่อนไหวต้องยังนั่งปรึกษาหารือกัน เพราะตอนนี้มีเงื่อนไขการประกันตัวเช่นนี้จะถูกตีความอย่างไรได้บ้าง ล่าสุด ที่เมื่อครั้งที่นายประกันของนายพริษฐ์ขึ้นศาลไปไต่สวนนั้น น.ส.ปนัสยา กล่าวว่า ถือว่ายังดี ที่สามารถแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมืองลงบนเฟซบุ๊กได้ แต่ยังไม่เคยลองออกมาข้างนอกสักทีว่าจะเป็นอย่างไร สำหรับกิจกรรมในช่วงเดือนมิถุนายนนั้น น.ส.ปนัสยา กล่าวว่า กิจกรรมในเดือนนี้ในวันที่ 24 มิถุนายน เป็นปกติอยู่แล้วที่เราต้องจัดกิจกรรม รายละเอียดอย่างไรขอให้ติดตามในเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ส่วนเรื่องรับน้อง ตนคิดว่า คงไม่มีกิจกรรมอย่างนั้นเกิดขึ้น เพราะว่าสถานการณ์โควิด และกิจกรรมส่วนใหญ่จะจัดเป็นออนไลน์ แต่ว่ากิจกรรมอื่นจะไม่มี

ด้าน น.ส.เบนจา กล่าวว่า คดีของตนมีทั้งหมด 9 คดี ที่ต้องไปสะสางให้หมด สำหรับรุ้งนั้น เดือนนี้เป็นคดีแรก และจะมีส่งตัวต่ออัยการอีกแต่วันที่ยังไม่ได้นัด ทั้งนี้ ยังมีผู้ต้องหารายอื่น เช่น นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง ที่ยังไม่ได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากยังอยู่ในช่วงของการกักตัว ซึ่งทางทนายจะได้ทำการเลื่อนนัดต่อไป”

แน่นอน, ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ การจับกุมคนที่โพสต์หมิ่นสถาบันได้ และยังเป็นคนที่มีภาพถ่ายคู่กับ ส.ส.และหัวหน้าพรรคก้าวไกลด้วย

ทำให้ข้อสงสัยที่หลายคนจับตามองว่า เหตุใดที่ผ่านมา ส.ส.พรรคก้าวไกล จึงแสดงออกเหมือนให้ท้ายกลุ่มคนที่ทำความผิดเกี่ยวกับสถาบันมาตลอด และไม่หวั่นเกรงที่จะถูกโยงว่าอยู่เบื้องหลังหรือไม่ แถมยังคงท้าทายมาตลอด เริ่มมีคำตอบมากขึ้น

ความจริงไม่แต่นอกสภาฯเท่านั้นที่ ส.ส.บางพรรคแสดงให้เห็นว่า สนับสนุนข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน แม้แต่ในสภา ก็อภิปรายหมิ่นเหม่อยู่หลายครั้ง จนแทบเป็นเรื่องชาชินที่ไม่มีใครสนใจมากนัก ทำเอา “ดร.อานนท์” ต้องออกมาตั้งคำถาม ทำไมไม่มี ส.ส.ปกป้องสถาบันในสภาฯ

กระทั่งล่าสุดยังพบอีกว่า คนที่โพสต์ข่าวปลอม “หมิ่นสถาบัน” ก็คือ คนที่มีภาพถ่ายคู่กับ ส.ส. และหัวหน้าพรรคบางพรรคนั่นเอง อย่างนี้จะให้หมายความว่าอย่างไร???

เหนืออื่นใด ในเมื่อ ส.ส.ในสภา ไม่แสดงท่าที “ปกป้องสถาบัน” ให้ประชาชนเห็น ในท่ามกลางประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ จงรักภักดีและปกป้องสถาบัน หมายความว่าอย่างไร ก็นับว่าน่าคิดไม่น้อย
กำลังโหลดความคิดเห็น...