xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ]SONDHI TALK : ถึงเวลาหรือยัง? ปฏิวัติรถเมล์ไทย-อธิบดีแพทย์แผนไทยกีดกัน ล็อกสเปกฟ้าทะลายโจร เอื้อประโยชน์ใคร?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 4 มิ.ย.64 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยวันนี้ ได้พูดเรื่องรถเมล์ไทย ที่ปีนี้จะครบรอบ 45 ปีของ ขสมก. เเต่รู้หรือไม่ รถเมล์สาย 2 ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุพฤษภาทมิฬ ปี 2535 ปัจจุบันรถคันดังกล่าวได้เอามาซ่อมทาสีใหม่ แล้วนำมาวิ่งให้บริการประชาชนอยู่ ซึ่งมีอายุกว่า 30 ปี เกิดอะไรขึ้นกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ทั้งที่เป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ไม่เคยมีกำไร ขาดทุนตลอด แสดงให้เห็นถึงความล้าหลัง ล้าสมัย และตกยุค ถึงเวลาเเล้วหรือยังที่จะต้องปฏิวัติทั้งระบบ

รวมถึงเรื่องการเตะตัดขาฟ้าทะลายโจร เอื้อประโยชน์ให้ใคร? ยังมีเรื่อง คดีสินบนโตโยต้า Prius ที่มีการพาดพึงถึงอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาเเละผู้พิพากษศาลฏีกา สะเทือนระบบศาลยุติธรรมของไทย เรื่องนี้จะเป็นติดตามได้ใน SONDHI TALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง Ep.88



คำต่อคำ SONDHI TALK [4 มิ.ย.64] : ถึงเวลาหรือยัง? ปฏิวัติรถเมล์ไทย-อธิบดีแพทย์แผนไทยกีดกัน ล็อกสเปกฟ้าทะลายโจร เอื้อประโยชน์ใคร?

ช่องทางการรับชมรับฟัง "คุยทุกเรื่องกับสนธิ"หรือ SONDHI TALK
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : คุยทุกเรื่องกับสนธิ
YouTube : Sondhitalk
เว็บไซต์ : www.sondhitalk.com
Podcast หรือ podbean : SONDHI TALK


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ก่อนจะเข้ารายการ ผมมีร้านกาแฟร้านหนึ่งอยากแนะนำให้ท่านผู้ชมรู้จัก ชื่อ Kleens Cafe เป็นร้านขนมเบเกอรีโฮมเมด สำหรับคนรักสุขภาพ ท่านผู้ชมครับ ผมไปลองมาแล้ว ที่โน่นเขามีขนมที่มีส่วนผสมของกัญชา มีหลายอย่าง ทั้งบราวนี คุกกี้ ขนมปังโฮลวีต คนซื้อกลับไปกินกันเยอะเลย เครื่องดื่ม ก็มีเครื่องดื่มที่ผสมใบกัญชา 100 เปอร์เซ็นต์ อีกอย่างหนึ่ง อาหารเครื่องดื่มที่ร้านเขาทำ กินง่าย ปกติผมกินประจำอยู่แล้ว คือขิง แต่เขาทำเครื่องดื่มขิงกับกระชายขาวมาใส่วิตามินซี มาทำเป็นเครื่องดื่ม ชื่อ "เสริมภูมิ" ทำพร้อมดื่ม ไม่ต้องยุ่งยากมากครับ ไม่ต้องต้มไปเอง เปิดขวดกินได้เลย แฟนๆ ลองไปดู ร้าน Kleens Shop และ Kleens Cafe 4 สาขา หรือลองเข้าไปดูที่เฟซบุ๊ก และไลน์ @kleensshop




ท่านผู้ชมครับ ก่อนที่ผมจะเข้ารายการ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3 เรื่อง เดี๋ยวผมจะพูดถึงเรื่องของคดีลุงพล กับน้องชมพู่ นิดหนึ่ง แต่หลังจากคดีลุงพล กับน้องชมพู่ จบแล้ว ผมจะพูดเรื่อง 3 เรื่อง วันนี้ ปีนี้จะเป็นปีที่ครบรอบ 45 ปี ของ ขสมก. แต่ท่านผู้ชมรู้หรือเปล่าว่ารถเมล์ที่วิ่งอยู่ปัจจุบันนี้ บางคันใช้มาตั้งแต่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 เกิดอะไรขึ้นกับองค์การขนส่งมวลชนฯ ของประเทศไทย เรามาดูกัน

เรื่องที่สอง ก็เป็นข่าวคราวที่ใหญ่โตมโหฬาร ข่าวคดีเบื้องลึกติดสินบนโตโยต้าพรีอุส สะเทือนถึงระบบศาลยุติธรรมประเทศไทย งวดนี้ถึงกับมีการเอ่ยชื่อคนขึ้นมา 3 ท่าน ซึ่งเป็นผู้พิพากษาทั้ง 3 ท่าน น่าสนใจมาก

เรื่องสุดท้ายที่ผมจะพูด คือ ผมจะพูดถึงท่านอธิบดีกรมแพทย์แผนไทยฯ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผมกำลังพูดบอกว่าท่านอธิบดีท่านกำลังเตะตัดขาแพทย์แผนไทย ท่านล็อกสเปกฟ้าทะลายโจรหรือเปล่า ? ฟ้าทะลายโจรที่ชาวบ้านเขาทำจะหมดอนาคตหรือไม่ ? แล้วมีปัญหาอะไร เพราะตอนนี้กลายเป็นว่าแพทย์แผนไทยทุกคนไม่มีสิทธิจ่ายยาฟ้าทะลายโจรในการรักษาโรคระบาดครั้งนี้ ทั้งๆ ที่พิสูจน์แล้วว่าฟ้าทะลายโจรสามารถที่จะรักษาการแพร่เชื้อของโรคระบาดได้ แต่ท่านกลับไปเสนอสารสกัด "แอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) แทน

ก่อนจะเข้าเรื่องนี้ ผมขอพูดถึงเรื่องคดีลุงพล นิดหนึ่ง เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 น้องชมพู่ ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา หายตัวไป 14 พฤษภาคม ถูกพบเสียชีวิต ตำรวจใช้เวลานานกว่า 1 ปี ล่าสุด พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ก็ยืนยันว่า คดีนี้จบแล้ว เพราะสามารถที่จะขอหมายจับจากศาลจังหวัดมุกดาหาร นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล เป็นผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิต โดนทั้งหมด 3 ข้อหา พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากเหตุอันควร ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกินเก้าปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตนโดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย และกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป


ท่านผู้ชมครับ เป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่ได้ถูกข้อกล่าวหาว่าเป็นคนที่ฆ่าน้องชมพู่ แต่ถูกข้อหาว่า พัวพัน เกี่ยวพันกับการหายตัวของน้งอชมพู่ เพื่อที่จะสอบ เพื่อนำไปสู่การแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ใน ป.วิ. อาญา มาตรา 288 ก็คือเจตนาฆ่า ตอนนี้ยังไม่มีข้อหาว่าเป็นตัวการฆ่า

ผมขอแสดงความยินดีกับคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่ทำสำเร็จจนได้ในการที่จะหาตัวผู้ต้องหามา แต่ยังไม่จบนะครับ นี่แค่ 50 เปอร์เซ็นต์ อีก 50 เปอร์เซ็นต์ ต้องรอการขึ้นศาลต่อ

ผมเห็นคุณพยายามเกาะกระแสออกมาพูดเรื่องนี้มานานแล้ว แต่การจับกุมตัวคนทำผิดจริงๆ จึงจะเป็นสิ่งที่ประชาชนและครอบครัวผู้เสียหายต้องการอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นคำพูดอย่างที่ผ่านมา ท่าน ผบ.ตร. จะแถลง 2-3 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2563 ท่านผู้ชมจำได้ไหม ทันทีที่คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แค่วันเดียว จะด้วยหลงคารมลูกน้อง หรือตัวเองต้องการแสดงออกว่าตัวเองมีความสามารถ ก็รีบเอาหน้า เกาะกระแสตั้งโต๊ะแถลงความคืบหน้าคดีน้องชมพู่ ทั้งๆ ที่ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย ซึ่งการกระทำแบบนั้นทำให้คนเข้าใจว่าท่านเป็นคนหิวแสง อยากโชว์ออฟ เพราะข้อเท็จจริง ในขณะนั้นยังจับคนร้ายไม่ได้


ต่อมา วันที่ 21 มกราคม สามเดือนให้หลัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ก็กล่าวถึงการเสียชีวิตของน้องชมพู่ อีกครั้งว่า บาปบุญมีจริง ท่านก็หนีได้ชั่วคราว ถ้าเหนื่อยก็ให้มาจับเข่าคุยกันดีกว่า เหตุเกิดจากอะไร และผมเคยเตือนท่านไปแล้วในรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ว่า คดีน้องชมพู่ ควรคลี่คลายข้อเท็จจริงด้วยการทำงานของตำรวจ ด้วยพยานหลักฐาน และสามารถจับผู้ร้ายมาลงโทษ เรียกศรัทธาความเชื่อถือของตำรวจ ไม่ใช่เมื่อตำรวจทำคดีจนหมดหนทางแล้ว ก็มาใช้ทางออกง่ายๆ ฝากให้ผู้ร้ายคิดถึงบาปบุญคุณโทษ หนีเหนื่อยให้มาจับเข่าคุยกัน อย่างนี้ทุกๆ คดีที่ตามจับผู้ร้ายไม่ได้ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ประกาศเป็นนโยบายไปเลย เนื่องจากผมตามจับพวกคุณมานานแล้ว จับไม่ได้ ถ้าคุณคำนึงถึงบาปบุญคุณโทษ คุณเดินเข้ามาจับเข่าคุยกับผม ช่วยมาหาผมหน่อย การพูดแบบนี้ ท่านพูดไม่ได้ เพราะเป็นการทำลายความเชื่อมั่นศรัทธาที่ประชาชนมีต่อตำรวจ คนฟังเขาจะคิดว่าตำรวจไม่มีน้ำยา ตำรวจน้ำดีที่ตั้งใจทำงานเขาจะหมดกำลังใจ สรุป ท่านผู้ชมครับ คุณสุวัฒน์ ครับ ผมได้แต่หวังว่าการจับคนร้ายในคดีน้องชมพู่คราวนี้ จะช่วยกู้ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อตำรวจให้กลับมาได้บ้าง


แต่ ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติครับ ผมขอเตือนท่านนิดหนึ่ง ตอนนี้คือข้อกล่าวหา ยังต้องผ่านกระบวนการส่งเรื่องไปถึงอัยการ และส่งเข้าศาล และศาลจะต้องตัดสินบนพื้นฐานประจักษ์พยานและหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้ คุณสุวัฒน์ ครับ กว่าคดีนี้จะสิ้นสุดคุณคงจะเกษียณไปแล้ว คุณเกษียณปีหน้า เดือนกันยายน คำถามมีอยู่ว่า ถ้าคดียังไม่สิ้นสุด ยังอยู่ในศาลชั้นต้น แต่คุณเกษียณไปแล้ว ผมไม่รู้ว่าคนที่มาต่อจากคุณ แล้วพอตำรวจเห็นว่าคุณไปแล้ว ยังจะทำคดีอย่างจริงจัง หรือยังจะสืบเสาะค้นหาเพิ่มเติมอย่างจริงจังหรือเปล่า ผมไม่รู้ การที่คุณจับใครคนใดคนหนึ่งได้ ไม่ได้แปลว่าเรื่องจบนะครับ ท่านผู้ชมครับ คุณสุวัฒน์ ครับ เรื่องยังไม่จบ หนังเรื่องนี้เพิ่งเริ่มฉายเท่านั้นเอง กว่าหนังจะฉายจบ คุณสุวัฒน์ ก็เกษียณอายุไปแล้ว อีกไม่กี่เดือนเอง เวลาผ่านไปเร็วครับ

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมหลายท่านอาจจะเคยนั่งรถเมล์ ผมเองไม่ได้นั่งรถเมล์มานานแล้ว แต่ว่าเชื่อหรือเปล่า ท่านผู้ชม หลายๆ ครั้งผมก็แอบขึ้นรถเมล์เพื่อไปดู ระลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ สมัยที่ผมยังเป็นเด็กอยู่ แล้วผมก็นั่งรถเมล์ มันก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้นั่งรถเมล์ ซึ่งช่วงหลังพอโตขึ้นมาแล้วก็นั่งรถเก๋งมาตลอด แต่ผมมีแอบออกไปเรื่อย วันนี้ผมจะพูดเรื่องรถเมล์ไทยสักนิดหนึ่ง ขสมก.


ท่านผู้ชมคงไม่รู้ว่าปีนี้เป็นปีที่ครบ 45 ปี ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขสมก. เป็นขนส่งมวลชนที่ขึ้นเป็นรัฐวิสาหกิจ ขึ้นอยู่กับกระทรวงคมนาคม สมัยก่อนนั้นรถเมล์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระทรวงคมนาคม รถเมล์เป็นรถที่บริหารโดยธุรกิจส่วนตัว รถเมล์สายที่นักเลงเกเรที่สุดคือสายกรุงเทพฯ-ปากน้ำ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นสายสีเขียว กระเป๋ารถเมล์ชกต่อยผู้โดยสารเป็นประจำ ไม่พอใจก็ให้ของลับผู้โดยสาร แล้วก็มีรถเมล์ขาวของกลุ่มนายเลิศ ซึ่งก็เป็นรถเมล์ที่เป็นสีขาว ให้บริการที่ดี คนชมเชย


แต่ว่ามาถูกรวม รถเมล์ทั้งหลายยุบลงมา แล้วก็ซื้อจากพวกภาคเอกชน แล้วก็เอาไปขึ้นอยู่กับกระทรวงคมนาคม ในสมัยที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี

จากวันนั้น ถึงวันนี้ ขสมก. รูปลักษณ์ รูปแบบ แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เขาจัดตั้งองค์การ ขสมก. เมื่อประมาณวันที่ 19 ตุลาคม 2519 คือบริการรับ-ส่งประชาชนตั้งแต่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรปราการ ทั้งหมด 457 เส้นทาง มีรถประจำทางประมาณ 2,700 คัน




45 ปี เกือบครึ่งศตวรรษ ท่านผู้ชมครับ หน้าตารถเมล์ รูปแบบการเดินรถ สายรถ คนขับ กระเป๋ารถเมล์ แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย จะมีการเปลี่ยนแปลงก็ด้านสีรถ เทคโนโลยี สำหรับผมแล้วถือว่าเป็นลูกเล่นนิดหน่อย มี GPS มี e-Ticket แต่ภาพรวมแล้วแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ผมจะเตือนสติท่านผู้ชมอย่างหนึ่ง เตือนความจำทางประวัติศาสตร์ ปีหน้า 2565 จะเป็นวาระครบรอบ 30 ปี ของเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่มีเกิดขึ้นในปี 2535 ท่านผู้ชมครับ ผมจะเอาข้อมูลอะไรบางอย่างให้ท่านผู้ชมดู ท่านผู้ชมอาจจะฮาและขำขันไปกับผม


เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 มีเพจ รถเมล์ไทยแฟนคลับ เขาเคยเอาภาพๆ หนึ่งมาโพสต์ให้เห็นถึงความทันสมัย โคตรทันสมัยเลยของรถเมล์ไทย (นี่คือภาษาที่แดกดันนะครับ จริงๆ แล้วคือล้าหลังจริงๆ) ท่านผู้ชมดูภาพแรก เป็นภาพรถประจำทางสาย 2 เบอร์รถ 3-40193 ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 บนถนนราชดำเนิน ท่านผู้ชมรู้หรือเปล่า ในปี 2562 รถคันนี้ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ท่านผู้ชมเชื่อหรือเปล่าว่ายังคงวิ่งให้บริการอยู่ในเส้นทาง สำโรง-ปากคลองตลาด รถคันนี้เริ่มให้บริการในปี 2534 ก่อนพฤษภาทมิฬประมาณ 9 เดือน ปีนี้ 2564 รถสาย 2 คันนี้ อายุรถเมล์ 30 ปี นี่คือรถเมล์ของประเทศไทย ขสมก. เป็นไปได้อย่างไร ท่านผู้ชม รถเมล์คันหนึ่งวิ่งกัน 30 ปี ไม่ต้องพูดถึงเครื่อง จะต้องยกเครื่องใหม่ ทำเครื่องใหม่ ทุกอย่างใหม่ แล้วก็ใช้ไปเรื่อยๆ โช้กอัปไม่รู้จะเปลี่ยนหรือเปล่า ช่วงล่างจะเปลี่ยนหรือเปล่า พื้นบนรถเมล์ที่เดินไปถูกกระทืบไป พังหรือเปล่า

นอกจากนี้แล้ว ยังมีอีก ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ยังมีรถเมล์สาย 8 หมายเลข 36-109 จดทะเบียนราวๆ ปี 2529-2530 ในช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬใช้สีครีม-น้ำเงิน เก็บค่าโดยสาร 2 บาท แล้วท่านผู้ชมรู้ไหมครับ ปัจจุบันรถเมล์คันนี้ยังคงวิ่งให้บริการในเส้นทางสาย 8 แฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธ แต่ตอนนี้เปลี่ยนสี จากสีน้ำเงิน มาเป็นสีชมพู ท่านผู้ชมครับ อายุรถคันนี้เฉลี่ยแล้วประมาณ 34-35 ปี ท่านผู้ดูภาพรถที่ผมส่งให้ดู ดูแล้วทุเรศและสังเวชประเทศไทยมาก แล้วผมก็สงสาร เห็นอกเห็นใจคนที่มีรายได้น้อยที่จำเป็นต้องนั่งรถเมล์


ท่านผู้ชมเคยสงสัยหรือเปล่าว่า ตลอดระยะเวลา 30 กว่าปี ผู้มีอำนาจ รัฐบาลทุกรัฐบาลเขาทำอะไรกันอยู่ คสช. เอง เขาตั้งใจทำอะไร แล้วทำไมเขาถึงไม่ทำ ท่านผู้ชมครับ ทำไม 30 ปีที่ผ่านมา รถประจำทางยังเป็นของเดิม เด็กใช้คันไหน โตมาก็ยังเหมือนเดิม บางคนเป็นกระเป๋ารถเมล์ตั้งแต่เด็กนะท่านผู้ชม โตขึ้นมาก็ยังประจำอยู่คันเดิม จากเด็กน้อยอายุสิบกว่าขวบ จนตอนนี้ 20-30 ขวบแล้ว บางคน 40 แล้ว ก็ยังใช้รถคันเดิม มีรถ ปอ. (ปรับอากาศ) หรือรถแอร์ จะเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปบ้าง แต่รถเมล์ รถประจำทาง ทำไมแทบไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรเลย

ท่านผู้ชมครับ การปฏิรูปรถเมล์นั้น ตั้งท่าจะเริ่มมานานแล้ว แต่เหมือนกับถูกจ้องไว้ โดนคำสาป หลังรัฐประหารปี 2557 ที่ คสช. เข้ามามีอำนาจ เขามีแผนปฏิรูป ขสมก. เขาตั้งธงไว้อย่างนี้ท่านผู้ชม นี่คือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ข้อดีอย่างหนึ่ง และผมจะฝากบอกไปทางพวกคณะ คสช. ทั้งพี่น้อง 3 ป. ด้วยว่า หลักฐานทางประวัติศาสตร์พวกนี้ ตั้งแต่พวกคุณเข้ามา ยึดอำนาจและมีอำนาจ คุณทำอะไรไว้ มีปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์หมด คุณพูดอะไรไว้ ก็ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นล็อตเตอรี 80 บาท จำได้ไหมท่านผู้ชม พูดแล้วขำขันไหม จนถึงวันนี้


สักวันหนึ่ง ผมถึงบอกว่าคุณมีปืน ผมมีปากกา คนที่มีปากกา อานุภาพ พลานุภาพร้ายแรงกว่าปืนของคุณ เพราะปากกาและหลักฐานยังคงอยู่ในประวัติศาสตร์ ตราบที่ประเทศไทยยังอยู่ คุณเสียชีวิตไปแล้ว รุ่นลูก รุ่นหลานคุณ ปากกาก็ยังบันทึกประวัติศาสตร์ไว้ได้ ว่าสมัยคุณเข้ามายึดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้ทำอะไรไว้บ้างในประเทศนี้ ได้พูดอะไรไว้บ้าง ได้โกหกสับปลับอะไรไว้บ้าง

ตอนที่ คสช. เข้ามา มีแผนปฏิรูปรถเมล์ เขาตั้งไว้เลยว่ารถเมล์มีขาดทุน 130,000 ล้านบาท และปฏิรูปองค์กร เขาจะปฏิรูปองค์กรให้อยู่รอดได้ในทางธุรกิจ แผนนี้ออกมาโดยให้ยกหนี้แสนกว่าล้าน ยกหนี้ไปเลย รัฐบาลรับผิดชอบไป แล้วก็ให้กู้เงินซื้อรถเมล์ใหม่มา 2,500 คัน จากนั้นก็ปรับค่าโดยสารขึ้นเกือบเท่าตัว จากเฉลี่ย 9-15 บาท เป็น 15-25 บาท แต่ไม่เคยเป็นความจริงสักครั้งเลย

หลังเลือกตั้งปี 2562 เมื่อเร็วๆ นี้ ที่มี ส.ว. 250 คน แล้วก็พรรคพลังประชารัฐสนับสนุน รวมทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา โน่นนี่นั่น สนับสนุนคุณประยุทธ์ เป็นนายกฯ ซึ่งก็ยังคงเป็นรัฐบาลประยุทธ์ เหมือนเดิม ไม่ได้ต่างจากสมัยที่ คสช. ยึดอำนาจ โดยที่มีประยุทธ์ เป็นหัวหน้า คสช. และมาเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงรัฐประหาร


กระทรวงคมนาคม อยู่ภายใต้การดูแลของพรรคภูมิใจไทย โดยคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้เอาแผนฟื้นฟู ขสมก. มาปรับปรุง เรียกว่าแผนฟื้นฟู ขสมก. ฉบับปรับปรุง เปลี่ยนธงใหม่ ไม่ใช่แค่ให้ ขสมก. อยู่รอดอย่างเดียว แต่ประชาชนต้องไม่เดือดร้อนจากปัญหาค่าโดยสารที่เพิ่มมากขึ้นด้วย พรรคภูมิใจไทย เขาเป็นพรรคการเมือง สิ่งแรกที่เขาต้องแคร์และสนใจมากที่สุดคือความเดือดร้อนของประชาชน ปรับปรุงใหม่แล้วค่าโดยสารบ้าเลือดอย่างนั้น เขาก็ไม่เอาด้วย

แผนปรับปรุงฉบับนี้จะแก้ปัญหารถเก่า คือไม่ซื้อรถเลย แต่เขาจะจ้างเอกชนวิ่งรถตามระยะทางเป็นกิโลเมตร และเขาวางแผนเลยว่ารถที่ใช้ทุกคันต้องเป็นรถไฟฟ้า (EV) เพื่ออะไร ? ลดปัญหาฝุ่นพิษ และทุกคันต้องเป็นรถปรับอากาศ รวมทั้งต้องประกอบหรือใช้ชิ้นส่วนในประเทศ


ทีนี้ปัญหาใหญ่ที่สุด คือเส้นทางการเดินรถ เส้นทางการเดินรถเมล์จำเป็นต้องรื้อใหม่ รื้อใหม่หมดเลย ไม่ให้วิ่งเส้นทับซ้อนกัน เขาต้องใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) ร่วมวิเคราะห์ปริมาณผู้โดยสารจริง เพื่อปรับเส้นทางเดินรถให้ดีที่สุด และเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ในกรุงเทพฯ เช่น รถไฟฟ้า เรือโดยสาร รถใต้ดิน

ท่านผู้ชมครับ เมื่อปริมาณรถมันกระจายตัวออกไป รถมันติดน้อยลง รถมาสม่ำเสมอขึ้น มลพิษก็หายไป กระจายตัวตามไปด้วย เพราะว่าเขาใช้รถไฟฟ้าหมด ส่วนค่าโดยสาร เท่าที่ผมทราบแผนฉบับปรับปรุง เขาคิดเหมาเลยนะท่านผู้ชม รายวัน จะขึ้นกี่ครั้งก็ตาม 30 บาท ไม่จำกัด ตลอดวันเลย จ่าย 30 บาท ขึ้นสาย 8 ขึ้นสาย 2 ไปปากคลองตลาด จากปากคลองตลาด กลับมาที่ปากน้ำ โน่นนี่นั่น แต่ถ้าขึ้นเที่ยวเดียวต้องจ่าย 15 บาท แต่ 30 บาท ขึ้นกี่เที่ยวก็ได้ต่อวัน แผนฟื้นฟูนี้ของ ขสมก. ได้รับเสียงตอบรับในด้านดีจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กระทรวงคมนาคมอนุมัติแผนฉบับใหม่ เสนอแผนไปยังคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว แปดเดือนแล้วท่านผู้ชม ท่านผู้ชมเชื่อหรือไม่ ว่าการปฏิรูปรถเมล์ ซึ่งเป็นแผนหลักของ คสช. ในปี 2557 ส่งเรื่องไปให้ ครม. เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาการเมืองระหว่างพรรคร่วมฯ ไปแล้ว ระหว่างนายกรัฐมนตรี จากพรรคพลังประชารัฐ และกระทรวงคมนาคม ที่ดูแลโดยพรรคภูมิใจไทย ก็เลยทำให้เรื่องนี้คาราคาซังกันจนถึงปัจจุบัน


ท่านผู้ชมครับ รถเมล์เก่า สภาพเกิน 30 ปี โดยเฉลี่ย ใช้น้ำมันดีเซลเกือบหมด สร้างมลพิษ รถใหม่ซื้อมาก็เสียเยอะ ท่านผู้ชมครับ รถใหม่ซื้อมาสูงกว่าราคากลางนะ ก็คือ มีความเป็นไปได้ที่จะมีการฉ้อราษฎร์บังหลวงในการซื้อรถเมล์

ประการที่สอง ขสมก. ขาดทุนมาตลอด เพราะอะไรรู้ไหม ? ขาดทุนจากดอกเบี้ย ก็มีหนี้อยู่ 130,000 ล้าน ค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง รายจ่ายให้กระเป๋ารถเมล์ ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในยุคนี้ เพราะว่าสามารถใช้เทคโนโลยีทดแทนได้ ขึ้นรถเมล์ บัตรประชาชนถ้ามันเป็น e-Card พ่วงไปกับกระเป๋าสตางค์ แปะลงไป ก็หักออกจากบัญชีของตัวเองได้ทันทีเลย


นี่คือเหตุผลหนึ่งว่าทำไมพวกสหภาพฯ ที่อยู่ ขสมก. นั้น คัดค้านในการปฏิรูปรถเมล์ เพราะว่าหลายคนก็จะไม่มีงานทำ นี่มันเป็นความจำเป็นและมันเป็นเรื่องสำคัญในโลกนี้ เมื่อมีเทคโนโลยีเข้ามา มีการเปลี่ยนแปลง กำลังคนที่จำเป็นต้องใช้ก็ต้องลดน้อยลง นี่เป็นสัจธรรม ข้อเท็จจริง รัฐมีหน้าที่หาทางที่จะให้คนพวกนี้ ช่วยเขา เปิดประตูให้เขาไปหางานทำที่เขาถนัดต่อไปได้ หากเพียงหยุด 3 ส่วนนี้ได้อย่างไร ขาดทุนน้อยลงกว่าเดิมเยอะมากเลย 3 ส่วนคืออะไร ? หนึ่ง ยกหนี้ไป สอง ด้านเชื้อเพลิงไม่ต้องจ่ายแล้ว เพราะใช้ไฟฟ้า สาม รายจ่ายให้กระเป๋ารถเมล์ ซึ่งมีเป็นหมื่นคน จบไป ขาดทุนน้อยลงกว่าเดิมเยอะมาก ด้วยเหตุนี้ก็สามารถจะคิดราคา 15 บาทต่อเที่ยว หรือ 30 บาททั้งวัน

ประการที่สาม คุณภาพการบริการแย่มากๆ เนื่องจากสภาพรถที่เก่า เส้นทางในการว่างทับซ้อนกันกับเอกชน ไม่เคยได้รับการแก้ไข บนถนนบางเส้นมีเส้นวิ่งทับกันไม่น้อยกว่า 30 เสัน ติดต่อยาวเป็นสิบกิโลเมตร

ประการที่สี่ วิธีการแก้การขาดทุนก็ใช้วิธีเดิมๆ เปลี่ยนรถใหม่ ขึ้นค่าโดยสาร ผลักภาระให้ตกไปอยู่ที่ประชาชน เพราะฉะนั้นแล้ว แผนฟื้นฟูที่กระทรวงคมนาคมเขาทำมา นี่ผมได้รับแผนฟื้นฟูมา ผมเอามาศึกษา มันมีอยู่ 4 มิติ ท่านผู้ชม


หนึ่ง ลดภาระหนี้ ก็คือว่า หลังจากยกหนี้ไปให้รัฐบาลแล้ว 130,000 ล้าน จะซื้อรถเมล์ใหม่ ก็ไม่ต้องกู้ ซื้อรถมาโดยวิธีเช่าหรือจ้างแทน

สอง ลดมลภาวะ ใช้ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด ข้อนี้สำคัญมากนะท่านผู้ชม ท่านผู้ชมจำได้ไหม ทุกวันนี้เราเจอฝุ่น PM 2.5 อย่างน้อยที่สุดรถเมล์ 2,700 คัน ใช้ไฟฟ้าหมด ควันจากน้ำมันดีเซล ควันเสียจากรถเมล์ก็จะหายไป

สาม ลดปัญหาจราจร ไม่ให้มีการวิ่งทับซ้อนของเส้นทางรถร่วม และ ขสมก. และสำคัญที่สุด

สี่ ลดภาระประชาชน 30 บาทตลอดวัน ขึ้นกี่สายก็ได้ หรือ 15 บาทต่อเที่ยว

ท่านผู้ชมครับ ข้อเสนอนี้มีเหตุผลมาก และผมคิดว่าเป็นข้อเสนอที่ดีกับสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ใช้บริการ ขสมก. ที่สำคัญ มันดีกับประชาชน ทุกวันนี้รัฐบาลทำงานเพื่อประชาชนไม่ใช่หรือ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ทำงานเพื่อประชาชนไม่ใช่หรือ แต่ผมประหลาดใจ เรื่องส่งไปตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 63 พล.อ.ประยุทธ์ เอาอีกแล้ว เดี๋ยวหาว่าผมอคติกับท่านอีกแล้ว ท่านเต้นชะชะช่า ศัพท์ของผมว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนชอบเต้นชะชะช่า คือ เดินหน้า 3 ถอยหลัง 3 เดินหน้า 2 ก้าว ถอยหลัง 3 ก้าว คือทำเหมือนจะทำ แต่ในที่สุดก็ถอยหลังออกมา ไม่มีอะไรเดินหน้าเลย ยื่นไปตั้งแต่ตุลาคม 2563 ไม่มีข้อสรุปครับท่านผู้ชม แผนฟื้นฟูถูกผลักดันเข้าที่ประชุมหลายต่อหลายครั้ง และที่สำคัญ แผนนี้ได้รับการอนุมัติจากกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นของกระทรวงการคลัง เป็นของรัฐบาล แล้วใครเป็นประธาน ท่านผู้ชมรู้ไหม ? คือท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ตลอดระยะเวลา 8 เดือน ที่มีการหารือร่วมกับจากหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะทุกหน่วยงานของกระทรวงการคลัง มีสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) สภาพัฒน์ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ จนเขาหาข้อสรุปได้เพื่อมาปรับปรุงแผนฟื้นฟูและนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี


ท่านผู้ชมครับ เรียบร้อยทุกอย่าง หน่วยงาน คณะกรรมการ พิจารณาแล้ว กลั่นกรองแล้ว โต้เถียงแล้ว ปรับปรุงแผน เอาอันที่ไม่ดีออก เอาอันที่ควรจะเป็นใส่เข้ามา จนกระทั่งเห็นพ้องต้องกันว่าใช้ได้แล้ว แผนนี้ เอาเข้าที่ประชุม ครม. มันน่าจะผ่านใช่ไหม ? ท่านผู้ชมครับ โดนตีกลับ โดยให้กลับไปเข้าคณะประชุมขนส่งกลาง เอาอีกแล้ว ส่งมาให้สภาพัฒน์ใหม่ แล้วกลับไปคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจอีกครั้งหนึ่ง ทั้งๆ ที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเขาเห็นด้วย และก็ผ่านให้แล้ว ตีกลับ ให้สภาพัฒน์ สภาพัฒน์ก็ร่วมประชุมตั้งแต่แรก ก็เห็นด้วยหลังจากปรับปรุง งวดนี้กลับมาที่เก่า แล้วในการประชุมหลายครั้งที่ผ่านมา ผมมีแหล่งข่าวที่ผมเช็ก สภาพัฒน์ รวมถึงหน่วยงาน น่าสนใจมาก ทุกหน่วยงานของกระทรวงการคลัง ไม่เคยส่งผู้เข้าร่วมประชุมเป็นคนเดียวกันแม้แต่ครั้งเดียว ทุกครั้ง ก็คือวันนี้ส่งนายเอกรัฐ ไป งวดหน้าส่งนายวิศิษฎฐ์ ไป อีกงวดหนึ่งส่งนายสมชาย ไป พอคนเข้ามาใหม่ ไม่เคยเข้า ก็ตั้งข้อสังเกตเดิมๆ คำถามเดิมๆ เรื่องเดิมๆ จนเรื่องไม่ไปไหน ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยังว่าทำไมประเทศไทยมันไม่ไปไหนเลย ก็เพราะมันเป็นอย่างนี้ไงท่านผู้ชม ผมฝากบอกท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ผมไม่ได้มีอะไรกับท่าน แต่งานนี้ปัญหาอยู่ที่ตัวท่านอีกแล้ว

สรุปปัญหาสั้นๆ ก็แล้วกันเรื่องนี้ ทำไมประชาชนถึงไม่ได้รับการบริการจากระบบขนส่งมวลชนที่ใช้รถ สั้นๆ เลย เดิมเรื่องพร้อมเข้าคณะรัฐมนตรี แต่จู่ๆ ก็ถูกสั่งให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ ใครจะเป็นคนสั่งล่ะ ? ถ้าไม่ใช่นายกฯ ใครจะเป็นคนสั่ง ประชุมทุกรอบ ไม่เคยเอาคนเดิมเข้าประชุม ขาดความต่อเนื่อง เหมือนจะจงใจ ข้อสังเกตทุกครั้งก็เป็นเรื่องเดิมๆ แต่เปลี่ยนคนมาถาม สร้างเงื่อนไขจนกระทั่งต้องมีการประชุมใหม่ เดินเรื่องผ่านคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจไปแล้ว ซึ่งมีคณะย่อยที่ทุกหน่วยงานในกระทรวงการคลังเข้าตลอด แต่ก็วนกลับมาที่เดิมอีก ท่านผู้ชมครับ นี่ผมต้องฟ้องประชาชน แล้วยังไง จะมาหาว่าผมหาเรื่องลุงตู่อีกหรืองานนี้ นี่มันพิสูจน์ชัดเจน แผนปฏิรูปรถเมล์ของกระทรวงคมนาคมที่ทำขึ้นมา เผอิญกระทรวงคมนาคมบริหารโดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เชื่อผมสิ ความขัดแย้งระหว่างนายกฯ กับพรรคภูมิใจไทยงวดนี้ ปฏิรูปรถเมล์ไม่ไปไหนหรอก คนซวยคือใคร ? พวกเรา ประชาชน อะไรกันนักกันหนา ท่านนายกฯ ครับ อะไรกันนักกันหนา เรื่องนี้ อะไรกันนักกันหนา ท่านช่วยตอบให้หน่อยได้ไหม มันเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างมันผ่านทุกหน่วยงานแล้ว เข้า ครม. ครม. ตีกลับไป แสดงว่าท่านต้องมีอคติ ท่านเอาอคติส่วนตัวของท่าน แล้วมากระทบความเป็นอยู่ของประชาชนได้อย่างไร ท่านผู้ชมคิดให้ดีๆ เรียนด้วยความสัตย์จริง ผมไม่ได้คิดจะทะเลาะเบาะแว้งกับท่านนายกฯ แต่ท่านนายกฯ ครับ ท่านนายกฯ ก็ไม่ตอบคำถามผมหรอก เพราะท่านเกลียดผมอย่างกับขี้ แต่ผมจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้ เพราะมันคือข้อเท็จจริง

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมคงจำเรื่องคดีสินบนบริษัทรถยนต์โตโยต้า ที่ผมเคยพูดให้ฟังเมื่อวันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 ได้ไหมครับ ? ก็คือโดยหลักๆ แล้ว ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ ตอนนี้เรื่องขยายความใหญ่โตมโหฬารแล้ว เนื่องจากเว็บไซต์ข่าว LAW360 ซึ่งรายงานเรื่องนี้มาตลอด แล้วสำนักข่าวอิศราก็เอาข้อความจากเว็บไซต์ข่าว LAW360 มาลง ซึ่งผมก็อ้างอิงสำนักข่าวอิศรามา ปรากฏว่าล่าสุด เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเว็บไซต์ LAW360 เริ่มตีพิมพ์เปิดเผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการให้สินบนของบริษัทโตโยต้า ประเทศไทย ที่กล่าวหาว่ามีผู้พิพากษา 3 ท่าน ระดับสูง ก็คือเป็นอดีตประธานศาลอุทธรณ์คนหนึ่ง และอดีตประธานศาลฎีกา 2 ท่าน มีส่วนเกี่ยวข้องในการที่จะได้รับสินบน นี่คือข้อกล่าวหาที่เว็บไซต์ LAW360


ก่อนที่ผมจะเข้าไปเรื่องรายละเอียดและข้อสังเกตบางประการ ซึ่งผมจะตั้งข้อสังเกตเอาไว้ให้ท่านผู้ชมได้รับทราบ ตลอดจนความเห็นของผมในเรื่องบางเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องกระบวนการศาล กระบวนการยุติธรรม

เรื่องนี้มีที่มาที่ไป เอาง่ายๆ ก่อนท่านผู้ชม เพื่อไม่ให้สับสน คือโตโยต้า ประเทศไทย ได้นำรถนำเข้ายี่ห้อโตโยต้า พรีอุส เข้ามาในประเทศไทย แล้วก็ยื่นสำแดงรายการที่ต้องเสียภาษี โดยที่การยื่นการเสียภาษีนั้น ทางกรมศุลกากรพิจารณาแล้วว่าเป็นการยื่นเสียภาษีที่ผิด คือหลีกเลี่ยงภาษี เอาง่ายๆ ผมไม่ต้องการลงรายละเอียด เดี๋ยวท่านผู้ชมจะสับสน พูดง่ายๆ สมมุติว่าต้องเสียภาษี 10,000 บาท ก็ยื่นเสียภาษีแค่ 1,000 บาท อ้างว่าอุปกรณ์ต่างๆ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่เอาเข้ามานั้น มันอยู่ในหัวข้อนี้ แต่ทางกรมศุลกากรบอกว่าไม่ใช่ สิ่งที่คุณเอาเข้ามามันอยู่ในหัวข้อนี้ เพราะฉะนั้นในหัวข้อของเรา คุณต้องเสียภาษี 10,000 บาท แต่ในหัวข้อของคุณเสียภาษี 1,000 บาท ก็เลยตกลงกันไม่ได้ เมื่อตกลงกันไม่ได้ก็เลยไปฟ้องศาล ก็ปรากฏว่าสิ่งที่ฟ้องศาลออกมานี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้บริษัท โตโยต้า ประเทศไทย เป็นผู้ชนะคดี ก็คือข้อกล่าวหาของกรมศุลกากรนั้นฟังไม่ขึ้น ปรากฏว่าทางราชการก็เลยอุทธรณ์เรื่องนี้ไปที่ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็เลยพิจารณาแล้วกลับคำพิพากษาว่าทางราชการชนะ โตโยต้านั้นผิด


ในที่สุดแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ สรุปศาลฎีกาอนุญาตให้โตโยต้ายื่นฎีกาได้ ก็คือพูดง่ายๆ ว่า เงินที่จะต้องเสียภาษี 1 หมื่นกว่าล้านบาท จะไปพิจารณาที่ศาลฎีกา ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ก็เลยเกิดเรื่องขึ้นมา เพราะว่ามีการร้องเรียนและมีการแสวงหาข้อเท็จจริง แล้วปรากฏว่ามีการกล่าวหาว่าโตโยต้า ไทยแลนด์ นั้น ติดสินบนผู้พิพากษา


แต่เผอิญโตโยต้า ไทยแลนด์ นั้นเป็นของบริษัทแม่ คือ โตโยต้า ยูเอสเอ เมื่อเป็นบริษัทอยู่ในสังกัดของบริษัทแม่ คือโตโยต้า ยูเอสเอ แล้วโตโยต้า ยูเอสเอ นั้น จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ก็เท่ากับว่า บริษัท โตโยต้า ไทยแลนด์ ก็คือบริษัทส่วนหนึ่งของโตโยต้า ยูเอสเอ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เลยจำเป็นจะต้องถูกดำเนินคดี คือ ไม่ว่าสาขาโตโยต้า สาขาไหนในโลกนี้ก็ตาม ที่มีอยู่ แล้วถ้าทำอะไรผิดกฎหมาย เข้าข่ายเรื่องของการให้สินบน คอร์รัปชัน ก็จะเข้าไปในหลักเกณฑ์ของความผิดที่อเมริกากำหนดเอาไว้ ถึงแม้ว่าคุณจะอยู่ที่ปานามา คุณจะอยู่ที่แอฟริกาใต้ หรือคุณจะอยู่ที่ไต้หวัน หรือที่ไหนก็ตาม เมื่อคุณปฏิบัติแล้ว ถึงจะทำเรื่องที่ผิดกฎหมายในประเทศนั้น แต่เมื่อโยงกลับไปแล้ว โตโยต้า อเมริกา เป็นเจ้าของบริษัทนี้ ฉันเดียวกับที่โตโยต้า ประเทศไทย เป็นบริษัทลูกของโตโยต้า อเมริกา ก็เลยต้องผิดกฎหมาย เขาก็เลยสั่งเล่นงานโตโยต้า


โตโยต้า อเมริกา ก็เลยบอกว่ายินดีที่จะเปิดเผยข้อมูลทุกอย่าง อีเมลต่างๆ ในอดีต มีเป็นหมื่นๆ อีเมล ตลอดจนเข้ามาตรวจสอบ ตรวจสอบในเรื่องของหลักฐาน เอกสารภายในของโตโยต้าแห่งประเทศไทย ก็ปรากฏว่า ตรวจไปตรวจมาก็เลยมีข้อกล่าวหาออกมาเพิ่มเติมว่า มีผู้พิพากษาอยู่ 3 คน ที่ได้รับสินบนจากบริษัท โตโยต้า ประเทศไทย ผ่านบริษัทสำนักงานทนายความแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสำนักทนายความที่โตโยต้า ประเทศไทย เป็นคนว่าจ้าง คือสำนักงานกฎหมายอันนานนท์ จำกัด สำนักงานทนายความที่ดำเนินเรื่องนี้ได้รับการว่าจ้างจากบริษัท โตโยต้า ประเทศไทย เท่าที่ทราบมาก็คือว่า ฝ่ายกฎหมายของโตโยต้า ประเทศไทย เป็นคนที่ว่าจ้างสำนักงานทนายความนี้


ส่วนเจ้าหน้าที่ของฝ่ายกฎหมายของโตโยต้า ประเทศไทย ที่ LAW360 ที่ได้กล่าวหาคน 3 คนนี้ ซึ่งเป็นอดีต ... ที่ผมบอกว่าอดีต เพราะว่า 3 คนนี้ได้ลาออกจากบริษัท โตโยต้า ประเทศไทย ไปแล้ว

ในข้อกล่าวหาของเว็บไซต์ LAW360 "การสอบสวนภายในของโตโยต้า ได้พบว่าโตโยต้า ประเทศไทย มีการติดต่อกับสำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่งให้ช่วยสร้างช่องทางไปถึงอดีตผู้พิพากษาระดับสูงมากของไทย (ก็คือสามท่านที่ถูกกล่าวหามา ก็คือท่านอดีตประธานศาลอุทธรณ์ แล้วก็อดีตประธานศาลฎีกาสองท่าน) โดยผ่านทางอดีตผู้พิพากษาระดับสูงผู้หนึ่งและที่ปรึกษาอีกผู้หนึ่ง ทั้งนี้ เอกสารเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า โตโยต้า ประเทศไทย ได้จ่ายเงินไปแล้วเกือบ 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 567 ล้านบาท) จากจำนวน 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 850.5 ล้านบาท) ตามที่ตกลงกันไว้ โดยที่อีก 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 283.5 ล้านบาท) จะมีการจ่ายให้เมื่อโตโยต้าชนะอุทธรณ์ฎีกาในคดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาษีนำเข้าที่เก็บจากชิ้นส่วนรถโตโยต้า พรีอุส"


ตอนนี้่มีรายงานข่าวว่า ผู้สอบสวนของรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังหาหลักฐานเพื่อที่จะวินิจฉัยว่าโตโยต้า ประเทศไทย ได้จ่ายเงิน ไม่ว่าโดยตรง หรือผ่านทางสำนักงานกฎหมายอันนานนท์ ให้แก่อดีตผู้พิพากษาศาลฎีการะดับสูงมาก ก็คือมีท่านดิเรก อิงคนินันท์ อดีตประธานศาลฎีกา ท่านดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2556 (1 ต.ค. 2556 - 30 ก.ย. 2558) และที่ปรึกษาศาลฎีกา ศ.พิเศษ ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม อดีตประธานศาลอุทธรณ์ ท่านดำรงตำแหน่งตั้งแต่ตุลาคม 2552 - 30 กันยายน 2554 เพื่อโน้มน้าวให้ท่านผู้พิพากษาศาลฎีการะดับสูง ก็คือ ท่านไสลเกษวั ฒนพันธุ์ อดีตประธานศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งระหว่าง 1 ตุลาคม 2562 จนถึง 30 กันยายน 2563 ให้ยอมรับข้อโต้แย้งโตโยต้า ให้ศาลมีคำสั่งพิพากษาให้เป็นคุณแก่บริษัทภายในเวลา 1 ปี หรือภายหลังจากเดือนตุลาคม 2019


LAW360 เว็บไซต์นี้อ้างอิงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และเอกสารต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีนี้ ทางเว็บไซต์ LAW360 ได้อ้างว่าได้ส่งคำถามเกี่ยวกับกรณีโตโยต้า ประเทศไทย ไปยังสำนักงานกฎหมายแห่งที่ถูกระบุชื่อนี้ แต่ได้รับคำตอบมาว่าให้ไปถามทางโตโยต้า

LAW360 ก็ถามต่อ ส่งคำถามไปถามทางท่านผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งสองท่านที่เกี่ยวข้อง แต่ท่านผู้พิพากษาทั้งสามท่านก็ไม่ได้ตอบอะไรทั้งสิ้น เพราะว่ามันไม่ถูกต้องตามช่องทาง ปฏิเสธแสดงความคิดเห็น ไม่มีใครตอบอะไรทั้งสิ้นเลยแม้แต่นิดเดียว เว็บไซต์ LAW360 ก็ยังระบุชื่ออย่างชัดเจน พนักงานของโตโยต้า ประเทศไทย ที่เอกสารต่างๆ ของฝ่ายบังคับใช้กฎหมายในสหรัฐฯ กล่าวว่าเป็นผู้ดำเนินแผนการนี้ขึ้นมา และบอกด้วยว่า ทั้งสามคนได้ออกจากโตโยต้า ประเทศไทย ไปในช่วงที่มีการสอบสวนเกี่ยวกับการทุจริตภายในของบริษัท

คนที่ออกไป 3 คน คือ ท่านผู้จัดการใหญ่ฝ่ายกฎหมาย คือ คุณวิเชียร หิรัญมหาพล รองผู้จัดการ คือนายสถิตย์ ตั้งจิตปรีชาไทย และนายพรชัย เสตะจันทน์ ทั้งสามคนนี้อยู่ในฝ่ายกฎหมาย ลาออกจากบริษัทไปแล้ว ทั้งสามคนก็ไม่ยอมตอบอีเมลขอแสดงความเห็นจาก LAW360

ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะไม่ใช่ละเอียดอ่อนอย่างเดียว ยิ่งใหญ่มาก ทำไมผมถึงเอาเรื่องนี้มาพูด ที่ผมเอาเรื่องนี้มาพูดเพราะว่าผมต้องการจะชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงอะไรบางอย่าง และเกี่ยวกับท่านผู้พิพากษาบางคน

ผมไม่รู้จักท่านดิเรก และท่านไสลเกษ แต่ผมเคยติดต่อ แต่ไม่ได้ผ่านทางผมนะ ผ่านทางอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และคุณรสนา คือท่านชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ซึ่งท่านถูกกล่าวหาด้วย

ศ.พิเศษ ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม
ในข้อเท็จจริงแล้ว ท่านผู้ชมครับ นี่ผมพูดเฉพาะท่านชัยสิทธิ์ นะครับ ท่านชัยสิทธิ์ ท่านเป็นอดีตประธานสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน แล้วตอนหลังท่านเข้ามาเป็นผู้พิพากษาอาวุโสที่ศาลอุทธรณ์ ท่านเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญเรื่องภาษีอากรมาก ท่านชัยสิทธิ์ เป็นคนที่ตรงไปตรงมา และท่านชัยสิทธิ์ เป็นคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม อาจารย์ปานเทพ เล่าให้ฟังว่า ตอนที่อาจารย์ปานเทพ และคุณรสนา ต่อสู้ในเรื่องท่อส่งแก๊สที่ ปตท. ได้ไป ท่านชัยสิทธิ์ ท่านแยกอาจารย์ปานเทพ และคุณรสนา ออกมานั่งคุยกัน และให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก สมัยที่ท่านเป็นประธานสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

ในข้อเท็จจริง ช่วยกรุณารับฟังดีๆ นะครับท่านผู้ชม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โตโยต้า ชนะ รัฐบาลอุทธรณ์ ประธานศาลอุทธรณ์ในขณะนั้นเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่ แทนที่จะมอบให้องค์คณะใดองค์คณะหนึ่ง ก็เลยเรียกประชุมองค์คณะรวมประมาณ 70 คน ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประมาณ 70 คน เข้ามาพิจารณาเรื่องนี้ ท่านชัยสิทธิ์ ท่านลุกขึ้นอธิบายว่าโตโยต้าหนีภาษีอย่างไร โตโยต้าผิดอย่างไร ท่านอธิบายให้ฟัง และตอบข้อซักถามของบรรดาผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ในองค์คณะนั้น องค์คณะใหญ่ จนกระทั่งองค์คณะใหญ่มีความเห็นส่วนใหญ่ว่าโตโยต้านั้นผิด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงออกมาในทิศทางที่บอกว่าโตโยต้านั้นผิด จะต้องชดใช้เงินให้กับรัฐบาล ด้วยเหตุผลข้อนี้ ข้อเท็จจริงนี้ ท่านผู้ชมคิดดู ท่านชัยสิทธิ์ จะไปรับเงินโตโยต้าได้อย่างไร ในเมื่อท่านเองเป็นคนชี้ให้เห็นว่าโตโยต้านั้นผิด เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว คำถามมีว่า แล้วทำไมท่านถึงถูกเกี่ยวข้องด้วย แล้วทำไมท่านดิเรก และท่านไสลเกษ อดีตประธานศาลฎีกา ต้องถูกเกี่ยวข้องด้วย ? ผมไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร แต่มันจะมีบางอย่างในแวดวงกฎหมาย ก็คือว่า จะมีคนที่ติดต่อและอ้างว่าสามารถที่จะติดต่อผู้พิพากษาได้ แล้วก็วิ่งเต้น

วัฒนา อัศวเหม
เหมือนครั้งหนึ่งที่คุณวัฒนา อัศวเหม กำลังจะโดนคดีคลองด่าน กับศาลฎีาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็มีคนที่อยู่ในแวดวงกฎหมาย 2 คน วิ่งไปหาคุณวัฒนา อัศวเหม แล้วบอกว่าขอจ่ายเงินให้ 300 ล้านบาท เดี๋ยวจะกลับคำพิพากษาให้ ก็ปรากฏว่า พอถึงวันนั้นแล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ลงโทษคุณวัฒนา อัศวเหม ตรงกันข้ามกับผู้วิ่งเต้น 2 คน ซึ่งเป็นข้าราชการฝ่ายยุติธรรม คนหนึ่งออกไปแล้ว ยังไม่เกษียณอายุ อีกคนก็ยังเป็นอยู่ เอาเงินคุณวัฒนา ไป เงินสดๆ ผมได้รับทราบเพราะคนที่ถือเงิน ผมคุยด้วย เขาเล่าให้ฟัง เอาไปจ่าย ในที่สุด สรุปแล้วเมื่อเช็กไปเช็กมาแล้วก็ไม่ได้จ่ายเงินให้เขา คนที่วิ่งเต้นอมเงินเอาไว้ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมก็เลยจะถามว่า มันมีความเป็นไปได้สูงว่ามีคนวิ่งเต้นจริง เพราะว่ามีการพยายามบอกว่าให้สำนักงานกฎหมาย ฝ่ายกฎหมายของโตโยต้า ประเทศไทย ดำเนินการอะไรก็ได้เพื่อชี้ช่องทางให้เปิดช่องทางให้คดีความของโตโยต้านั้นได้เปรียบ แล้วมันก็ไม่มีอะไรทั้งสิ้นนอกจากที่ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา แต่พอมาถึงศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าโตโยต้าผิด เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านชัยสิทธิ์ ท่านสะอาด


ส่วนท่านดิเรก กับท่านไสลเกษ ท่านดิเรก ท่านเกษียณอายุไปแล้ว ก็อ้างว่า เพื่อให้ท่านดิเรก นั้น พูดคุยกับท่านไสลเกษ เพื่อให้ท่านไสลเกษ พิจารณาเรื่องนี้เป็น favor ท่านดิเรก ท่านก็ปฏิเสธว่าท่านไม่รู้เรื่อง ท่านไสลเกษ ท่านก็ปฏิเสธว่าท่านไม่รู้เรื่อง ณ เวลานี้ ขณะนี้ ผมยืนยันได้ว่า ผมเชื่อว่าทั้งสองท่านไม่รู้เรื่อง เป็นไปได้ไหมท่านผู้ชม ว่าอาจจะมีผู้พิพากษาระดับสูงที่ศาลฎีกาอยู่คนหนึ่งที่เกษียณอายุไปแล้ว เป็นตัววิ่งเต้น เป็นตัวอ้างอิงกับคนที่วิ่งเต้น ว่าพูดได้ๆ เพราะว่าการที่จะขอให้ช่วยเหลือนั้น บางครั้งความสัมพันธ์ส่วนตัว ระดับตำแหน่งนั้นก็มีส่วนสำคัญมาก เพื่อที่จะให้ออกมาในลักษณะที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายที่วิ่งเต้น เพราะคดีนี้ไม่ใช่คดีฆ่าคนตาย คดีนี้ไม่ใช่คดีฉ้อโกงประชาชน และคดีนี้ก็ไม่ใช่คดีค้ายาเสพติด เป็นคดีภาษี ซึ่งทะเลาะเบาะแว้งกัน เพราะฉะนั้นแล้วการช่วยเพื่อที่จะพูดว่า โตโยต้าเขาไม่ผิดนะ ช่วยหน่อย ก็มีความเป็นไปได้สูง โดยที่ท่านไสลเกษ กับท่านดิเรก ท่านไม่รู้เรื่อง แต่คนที่วิ่งเต้น จะมาจากสำนักงานทนายความแห่งใดแห่งหนึ่งหรือไม่ ผมไม่รู้ เพราะว่าพวกสำนักงานทนายความที่มีชื่อมีเสียงนั้น ก็มักจะรู้จักกับท่านผู้พิพากษาระดับสูงกันทุกคน บางทีก็รุ่นเดียวกัน บางทีก็รุ่นน้อง บางทีก็รุ่นพี่ ก็จะมีสายสัมพันธ์เข้าไปหาตลอดเวลา ผมก็เชื่อว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นก็เพราะแบบนี้ และในที่สุดแล้ว อย่างที่ผมเล่าเรื่องเกี่ยวกับคดีของคุณวัฒนา อัศวเหม อาจจะจ่ายเงินไปจริง แต่เงินไม่ถึงพวกผู้พิพากษาเลย อมเงินเอาไว้ เพราะหมายความว่า พูดแล้ว อาจจะเลี้ยงข้าว คือมันจะต้องมีคนอีกคนหนึ่งนอกเหนือจากที่ถูกกล่าวหา 3 คนนี้ ซึ่งเป็นผู้พิพากษา ซึ่งคนๆ นี้ต้องอยู่ในตำแหน่งที่สูงมากๆ และคงจะเกษียณอายุไปแล้ว และมีบารมีมากพอที่จะได้รับการติดต่อ แล้วบอก เดี๋ยวผมจัดการให้เรื่องนี้ นี่คือข้อคิดของผม มิติที่ผมมีอยู่ เป็นไปได้สูง แต่ที่แน่ๆ ผมเชื่อว่าท่านชัยสิทธิ์ จากการซึ่งท่านเป็นคนที่พูดในที่ประชุมศาลอุทธรณ์องค์คณะใหญ่ แล้วท่านชี้แจงให้ฟังว่าโตโยต้าผิดนั้น ท่านไม่ได้รับเงินหรอกครับ ก็จะไปรับเงินได้อย่างไร ในเมื่อเป็นคนที่ทำให้โตโยต้าต้องเสียเงิน ตัดไป

ส่วนท่านดิเรก กับท่านไสลเกษ นั้น ผมเป็นเพียงแต่ยกทฤษฎีของผมให้ฟังว่าระดับขนาดประธานศาลฎีกาแล้ว คงไม่ทำแบบนี้

ท่านผู้ชมครับ เดี๋ยวผมจะเล่าเรื่องของสำนักทนายความอันนานนท์ บริษัท สำนักงานกฎหมายอันนานนท์ นำส่งงบการเงินแสดงผลประกอบการธุรกิจ ดังนี้

- 2557 มีรายได้รวม 5.3 ล้านบาท รายจ่ายรวม 4.1 ล้านบาท กำไร 1 ล้านบาท
- 2558 มีรายได้รวม 63 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 53 ล้านบาท กำไรสุทธิ 7.8 ล้านบาท
- 2559 มีรายได้รวม 56 ล้านบาท รายจ่าย 48.2 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6 ล้านบาท
- 2560 เป็นปีที่ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้โตโยต้าชนะ มีรายได้รวม 110 ล้านบาท รวมรายจ่าย 91 ล้านบาท กำไรสุทธิ 14 ล้านบาท


รายจ่าย 91,951,234 บาท สำนักงานทนายความมีรายจ่ายตั้ง 91 ล้านบาท ไม่ทราบว่าเป็นรายจ่ายประเภทไหน เพราะสำนักงานทนายความนั้นค่าใช้จ่ายก็คือ สำนักงาน ค่าจ้างทนาย เงินเดือนทนาย หรือเปอร์เซ็นต์ของทนาย การที่ท่านมีรายได้รวม 110 ล้านบาท แล้วมีรายจ่ายตั้ง 91 ล้านบาท อันนี้ท่านคงต้องไปชี้แจงกับคนที่ตั้งข้อสังเกต อย่างผมนี่ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ แล้วช่วงปี 2560 เป็นช่วงกำลังเดือดผุดๆ เลยว่าศาลชั้นต้นได้พิจารณาแล้วให้โตโยต้าเป็นผู้ชนะ ก็กำลังจะเดินเรื่องต่อไปที่ศาลอุทธรณ์

ท่านผู้ชมครับ ผมเล่าให้ท่านผู้ชมฟังแล้ว ผมยังเชื่อว่าคนที่วิ่งเต้นน่าจะเป็นทนายความ ส่วนจะเป็นทนายความสำนักทนายความอันใดของอันนานนท์ หรือเปล่า ผมไม่รู้ เพราะสำนักงานทนายความอันนานนท์ นั้น เป็นทนายความให้กับโจทก์ในยุคศาลชั้นต้น ก็คือเป็นทนายความให้กับโตโยต้า ประเทศไทย ส่วนสำนักงานทนายความนี้จะไปดำเนินการติดต่อผู้พิพากษา หรือว่าจะไปติดต่อให้คนอื่นติดต่ออีกทีหรือไม่ ผมไม่ทราบ เป็นไปได้ และก็เป็นไปไม่ได้ ผมเป็นเพียงแต่ตั้งข้อสังเกตให้ดู

ด้วยเหตุนี้ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่า ถ้าพูดตรงๆ แล้ว หลายอย่างมันมีเหตุผล ที่ทางต่างประเทศกำลังกล่าวหามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ทางต่างประเทศกำลังตั้งคณะลูกขุนใหญ่ ที่เขาเรียกว่า Grand Jury เพื่อพิจารณาข้อกล่าวหาต่างๆ เหล่านี้ว่ามีเหตุมีผล จะได้ส่งฟ้องได้ แต่ที่ผมกล้าพูดและผมยืนยันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ว่า ท่านชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องแน่นอน เพราะว่าท่านเป็นคนที่ออกความเห็นให้โตโยต้าเป็นผู้แพ้ หลายคนก็ใช้คำพูดอ้างว่า การที่วิ่งเต้นประธานศาลฎีกานั้น ก็เพื่อที่จะให้ศาลฎีกานั้นรับคำร้องการฎีกาของโตโยต้า เพราะว่าโตโยต้าชนะศาลชั้นต้น แพ้ศาลอุทธรณ์ ก็ต้องการให้ศาลฎีกา ซึ่งชนะและแพ้ที่ศาลภาษีกลาง ตอนนี้โตโยต้าชนะ 1 ศาลชั้นต้น แพ้ศาลอุทธรณ์ ก็วิ่งเต้นเพื่อให้ศาลฎีการับฎีกาของโตโยต้า ซึ่งผู้ที่อยู่ในแวดวงนักกฎหมาย ตลอดจนผู้พิพากษา ก็บอกว่าเรื่องนี้ไม่มีเหตุผล เพราะว่าถ้าศาลชั้นต้น คุณชนะ ศาลอุทธรณ์ คุณแพ้ คุณฎีกาได้อยู่แล้ว ศาลไม่ห้ามฎีกาหรอก แต่ถ้าต้นคุณแพ้ อุทธรณ์คุณแพ้ โอกาสที่จะฎีกาก็น้อย แต่ตามหลักการแล้ว เมื่อคุณชนะต้น แพ้อุทธรณ์ คุณมีสิทธิฎีกา เพราะถือว่ายังไม่สามารถตัดสินได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ข้อกล่าวหาที่บอกว่า รับเงินมาเพื่อวิ่งเต้นประธานศาลฎีกา เพื่อให้ศาลฎีการับฎีกาของโตโยต้านั้น ฟังไม่ขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว


ผมก็เลยกล้าพูดว่า ทั้งท่านดิเรก และท่านไสลเกษ ซึ่งผมไม่รู้จักเลยแม้แต่นิดเดียว น่าจะเป็นคนที่โชคร้าย ถูกกล่าวหา เพราะว่าคนประเภทนี้ คนพวกนี้ รับราชการมา ขึ้นไปจนถึงศาลฎีกา ไม่ใช่เป็นคนที่เห็นแก่ได้ เห็นแก่เงิน ถึงแม้จะเป็นเงินจำนวนไม่น้อย แต่ฟ้ามีตา เอามือปิดฟ้ามือเดียว มันปิดไม่ได้หรอกท่านผู้ชมครับ

ทีนี้ ผมก็พูดในสิ่งที่ผมต้องการจะพูดแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดมากขึ้น ก็คือว่า ผมอยากจะฝากข้อคิดนี้ไปให้ที่ท่านประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน ท่านเดือดร้อนมาก ท่านต้องการที่จะทำภาพพจน์ของศาลยุติธรรมให้มันดีขึ้น เพราะในช่วงหลังๆ ศาลยุติธรรมมีปัญหาเยอะมากพอสมควร จากการที่โดนโจมตีโดยม็อบสามนิ้ว หลายคนก็กล่าวหาว่าศาลนั้นไม่มีความบริสุทธิ์ผุดผ่อง ยืนเข้าข้างฝ่ายมีอำนาจ อีกประการหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญเองท่านก็มีคำพิพากษาอะไรหลายอย่างซึ่งไม่เข้าตาประชาชนหลายคน ถึงแม้จะเป็นศาลอีกประเภทหนึ่ง แต่ก็เป็นศาลเช่นกัน ผมอยากจะกราบเรียนตรงนี้ด้วยความเคารพว่า เรื่องที่ท่านจะต้องมาปกป้องศาลเป็นส่วนรวมนั้น เป็นสิ่งที่ท่านจะต้องทำ และผมเองก็กำลังช่วยท่านในการปกป้องศาลโดยส่วนรวม แต่ผมไม่ได้ช่วยโดยที่งมงายหรือหูหนวกตาบอด สิ่งที่ผมอยากจะฝากให้ประธานศาลฎีกาจัดการในเรื่องนี้ ก็คือว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ท่านต้องจัดการเรื่องภายในของท่านให้ดี จัดระเบียบให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการ ก.ต. คณะกรรมการตุลาการ ซึ่งได้รับเลือกตั้งมา ศาลชั้นต้นเลือกตั้งมากี่คน ศาลอุทธรณ์เลือกกี่คน ศาลฎีกาเลือกกี่คน คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) นั้น เป็นผู้บริหารสูงสุดในการชี้เป็นชี้ตายกฎระเบียบ ข้อบังคับ การโยกย้ายแต่งตั้ง ของผู้พิพากษาทั่วประเทศ รวมทั้งตัดสินเรื่องราวต่างๆ ของความไม่ชอบมาพากลของการร้องเรียนของผู้พิพากษาทั้งหลายที่ถูกร้องเรียนมาที่ ก.ต.


ผมอยากให้กรรมการตุลาการท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์และไม่มีอคติ ท่านคำนึงถึงอยู่อย่างเดียว เพื่อชื่อเสียง ความซื่อสัตย์ และความเชื่อมั่นที่ประชาชนจะมีต่อระบบศาลในประเทศไทย ด้วยการที่เรื่องราวต่างๆ อะไรที่เข้าไปสู่กรรมการตุลาการ และถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรในศาล ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษาระดับใดก็ตามที่ถูกกล่าวหา ต้องทำอย่างตรงไปตรงมา และรำลึกถึงความเชื่อมั่นที่ประชาชนจะมีต่อศาล โดยที่ไม่ต้องเว้นหน้าใคร ไม่ต้องเกรงใจว่านี่เป็นอดีต เด็กของประธานศาลฎีกาคนเก่า ไม่ต้องไปเกรงใจว่าคนๆ นี้เคยเผื่อแผ่ ทำโน่นทำนี่ให้คนนี้ๆ คนนี้ pupular เรื่องนี้เป็นเรื่องขี้หมา เรื่องที่เป็นหัวใจคือว่า ท่านจะทำอย่างไรที่จะให้ประชาชนอย่างผม ที่จะให้ประชาชนอย่างหลายๆ คน ให้หลายๆ คนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมเขามีความมั่นใจว่า ก.ต. จะชี้เป็นชี้ตายให้กับสิ่งที่ถูกต้องเสมอ และจะไม่ช่วยพรรคพวก เพื่อนฝูง เพราะถ้าช่วยแล้วมันจะกระทบต่อสถานภาพของคณะกรรมการตุลาการ ซึ่งแน่นอนที่สุด ก็จะสะท้อนไปจนถึงโครงสร้างของศาลยุติธรรมทั้งหมด ในขณะนี้ประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มกังขา สงสัย ในบทบาทของผู้พิพากษา บางคนท่านมีอคติ บางคนท่านเป็นปรปักษ์กับจำเลย อย่างเห็นได้ชัด เพราะว่าเชื่อมั่นในตัวท่าน บางคนท่านไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร บางคนท่านเห็นด้วยกับการรัฐประหาร บางคนท่านไม่เห็นด้วยกับการประท้วงของพันธมิตรฯ บางคนท่านไม่เห็นด้วยกับการประท้วงของ กปปส. บางคนท่านไม่เห็นด้วยกับการประท้วงของม็อบสามนิ้ว เพราะฉะนั้นอคติส่วนตัวในผู้พิพากษาจะมีอยู่เยอะ ผมเป็นเพียงแต่กราบขอร้องว่า เมื่อถึงวันนั้นแล้ว ท่านต้องละทิ้งอคติของท่านไปเลย ท่านต้องเอาตัวบทกฎหมายเป็นหลัก แล้วท่านต้องเอาเรื่องราวที่มันเป็นจริง และเรื่องราวที่มันสืบได้แล้ว ชี้ให้เห็นว่าข้อเท็จจริงมันเป็นเช่นไร ตรงนั้นต่างหาก อย่าเอาความชอบหรือความไม่ชอบของพวกท่านทั้งหลายเข้ามาอยู่ในใจของท่าน

ในชีวิตผม ผมขึ้นศาลมาร้อยกว่าครั้ง ผมเจอศาลที่ไม่ชอบขี้หน้าผมก็ไม่น้อย และผมก็โดนโทษจำคุกมาตลอด แต่พอไปถึงศาลฎีกาแล้ว ผมค่อนข้างมีความเชื่อมั่นในระบบของศาลฎีกา ว่าศาลฎีกาพิพากษาอย่างรอบด้าน ไม่ใช่พิพากษาเฉพาะตัวบทกฎหมายอย่างเดียว พิพากษาถึงสิ่งแวดล้อม พิพากษาถึงความเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นคดีความของผมก็เลยถูกยกฟ้องไป 99.99 เปอร์เซ็นต์ แต่ระหว่างชั้นต้น กับอุทธรณ์นั้น ผมเจอความมีอคติของผู้พิพากษา ผู้พิพากษาบางคนผมได้รับการยกฟ้องจากคดี 112 ข้อหาที่ผมเอาคำพูดของดา ตอร์ปิโด มาพูด ศาลชั้นต้นบอกว่าผมไม่มีเจตนา แต่ศาลอุทธรณ์ ดันไปเจอคนที่เป็นฝ่ายธรรมกาย เกลียดขี้หน้าผม ก็เลยพิพากษาจำคุกผม จนกระทั่งถึงศาลฎีกา ศาลฎีกาก็ยกฟ้อง นี่แค่ 1 ตัวอย่าง ผมยังมีอีกหลายตัวอย่างที่ผมเจอ ผมมีหมดชื่อผู้พิพากษาแต่ละคน ผม 73 ย่าง 74 แล้ว อีกไม่กี่ปีก็ตาย ผมไม่กลัวที่จะพูดความจริงตรงนี้ ท่านผู้พิพากษา ท่านประธานศาลฎีกาครับ ท่านเมทินี ก่อนที่ท่านจะจากไปในวันที่ 30 กันยายน ท่านต้องล้างตรงนี้ให้ผมดูนิดหนึ่ง ผมไม่ได้กลัวการติดคุกหรอกครับ คนอย่างผมถ้าติดมาแล้ว ติดเพิ่มอีก 1-2 ปี เริ่มเฉยๆ ไม่รู้สึก สามปีก็ยังสู้ได้ แต่ผมรู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีใครพูด คนพูดออกไปก็คือพวกม็อบสามนิ้ว แล้วไม่ได้พูดธรรมดา พูดอย่างหยาบคาย แสดงอาการ นี่ผมกำลังพูดแนะนำในฐานะที่ผมต้องการให้เห็นสถานภาพของศาลให้ดีกว่าเก่า และให้คงสภาพความดีตรงนี้ตลอดไป


ท่านผู้ชมครับ เรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องที่สำคัญกับพวกเรามาก และเป็นเรื่องที่สำคัญกับประเทศชาติและประชาชนทุกคน เรื่องนี้เกิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เมื่อท่านอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ ได้เสนอให้ลงทะเบียนยาฟ้าทะลายโจรแบบสกัด ท่านผู้ชมต้องแยกให้ถูกนะครับ แบบสกัด คือสกัดออกมา แล้วก็ไม่ได้เสนอแบบหยาบ แบบหยาบคือแบบที่เป็นแคปซูลที่พวกเราซื้่อกินกัน ให้ขึ้นบัญชีหลักในการรักษาโรคระบาดครั้งนี้ แต่พอเรื่องนี้เข้าไปที่คณะอนุกรรมการ อย. ก็ปรากฏว่ามีคณะอนุกรรมการท่านหนึ่ง ท่านเป็นคนเสนอ บอกว่า เอ๊ะ ถ้าอย่างนั้นควรจะใส่ยาผงเข้าไปด้วยได้ไหม ก็เลยมีการออกคำสั่งมาว่า ทั้งยาแบบสกัด และแบบยาผงนั้น ก็ถูกขึ้นบัญชีที่จะรักษาโรคระบาดนี้ได้

ทีนี้ ที่สำคัญที่สุดมันมีอยู่สองจุดที่เราจะต้องทำ ที่เราจะต้องทำความเข้าใจกับมัน คือ ประการแรก อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เสนอไปว่า งานนี้ต้องใช้ยาแบบสกัด ถ้ายาสกัดต้องใช้ประมาณ 180 มิลลิกรัม หมายความว่าอย่างไร ? หมายความว่าต้องใช้ 180 มิลลิกรัม


ทั้งๆ ที่มันมากจนเกินความจำเป็น เพราะมีการพิสูจน์มาชัดเจนแล้วว่า ยาฟ้าทาะลายโจรแบบผง กินกันจริงๆ ไม่เกิน 60 มิลลิกรัม ก็สามารถจะรักษาหายได้ ทีนี้พอ 180 มิลลิกรัม ก็เท่ากับ 3 เท่า หมายความว่าถ้าคุณจะมีประสิทธิภาพประสิทธิผลตามที่คุณระบุใน อย. แล้ว ถ้าคุณไม่ใช้สารสกัด คุณก็ต้องใช้ยาผงที่เป็นแคปซูลนั้นประมาณ 3 เท่า เพื่อให้ถึงเป้า 180 มิลลิกรัม นั่นก็คือว่าจะต้องกิน 4 มื้อ มื้อละ 12 เม็ด เท่ากับ 48 เม็ดต่อวัน นัยตรงนี้ก็คือการบล็อกและการทำลายยาผง ผงบดที่เป็นแคปซูล ที่ชาวบ้านเขาทำกันทั่วไป เพื่อให้สารสกัดตัวนี้เป็นตัวชูโรงตัวหลัก


แล้วที่ซ่อนเงื่อนอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า มีติ่งคำพูดไว้ว่า คนที่จะจ่ายยาพวกนี้ได้คือ แพทย์แผนปัจจุบัน ไม่ใช่แพทย์แผนไทย ก็เท่ากับว่า คำสั่งนี้ของคุณหมออัมพร เท่ากับเป็นการตัดวิชาชีพของแพทย์แผนไทยทิ้งออกไปเลย โดยที่ไม่ให้แพทย์แผนไทยเกิดอีกต่อไป 

ทั้งๆ ที่ยาฟ้าทะลายโจรที่เป็นผงหยาบพวกนี้ เราขึ้นบัญชีหลักมาตั้ง 22 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ปี 2542 ทำมาตั้งนานแล้ว เป็นเพียงแต่ในช่วงนั้นเป็นการรักษาอาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ เป็นหวัด แต่งวดนี้ เนื่องจากมีการพิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาระงับการขยายตัวของเชื้อไวรัสในโรคระบาดครั้งนี้ได้ ก็เลยเอามาขึ้นบัญชี แต่ขึ้นบัญชีโดยที่จะชูตัวสารสกัดเป็นหลัก แล้วก็ทำให้ยาซึ่งเป็นยาผงหยาบนั้น ที่จะเข้าสู่มาตรฐานที่กำหนดไว้ว่า 180 มิลลิกรัม ทำให้เราต้องกินยาเพิ่มขึ้นเป็นมื้อละ 12 เม็ด เป็นไปไม่ได้ วันละ 48 เม็ด นี่คือการบล็อกเอาไว้ เขาเรียกว่าวางหมากกล เพื่อทำลายยาฟ้าทะลายโจรที่เป็นผงหยาบ เพื่อให้ที่เป็นสารสกัดได้อยู่ในตลาด แล้วก็ใช้ แล้วก็กำหนดให้แพทย์แผนปัจจุบันเป็นคนจ่าย


ซึ่งในข้อเท็จจริงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะแพทย์แผนปัจจุบันท่านไม่รู้เรื่องในการจ่ายยาฟ้าทะลายโจร ไม่ว่าจะเป็นสารสกัด หรือผงหยาบ เพราะท่านไม่รู้จัก ท่านไม่ได้เรียนมาทางนี้ เพราะฉะนั้นแล้วการขึ้นบัญชียาหลักแล้วให้แพทย์แผนปัจจุบันเป็นผู้จ่ายนั้น มันยิ่งทำให้กระบวนการของแพทย์แผนไทยและฟ้าทะลายโจรที่เป็นผงหยาบนั้น ต้องพังทลายออกไป ทำให้ประชาชนในสังคมนั้นพลาดโอกาสไปอย่างมากๆ ที่จะได้รับ รักษาจากภูมิปัญญาของชาวบ้านที่มีมาเป็นเวลานมนานแล้ว ท่านผู้ชมเห็นหรือยังครับ นี่คือสองเรื่องที่ผมต้องการจะพูด

แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดที่ผมอยากจะพูดให้ฟังนิดหนึ่ง คือ ท่านอธิบดีท่านเป็นคนพูด พยายามที่จะทำให้ยาฟ้าทะลายโจรที่เป็นผงหยาบนั้น เป็นยาที่ไม่น่าเชื่อถือ อย่างเช่น ท่านบอกว่ายาฟ้าทะลายโจรที่เป็นผงหยาบนั้น มีอายุได้ไม่ควรเกิน 6 เดือน ถ้าเกิน 6 เดือน สูงสุดไม่ควรเกิน 2 ปี


ก็คือว่าห้ามใช้ ให้ระวังเอาไว้ โดยข้อเท็จจริง ท่านผู้ชม และคุณหมออัมพรครับ อาจจะไม่รู้ข้อเท็จจริงว่า อย. กำหนดแล้วว่า ยาฟ้าทะลายโจรที่เป็นผงหยาบนี้ มีอายุได้ 3 ปี เพราะฉะนั้นถ้า อย. กำหนดไว้ 3 ปี คุณหมออัมพร เอาคำว่า 6 เดือน มาจากไหน ? พื้นฐานของ 6 เดือน คุณหมออัมพร มีการวิจัยหรือเปล่า ผมคิดว่าประชาชนควรจะเชื่อ อย. มากกว่า เพราะฉะนั้นแล้ว การที่คุณหมออัมพร บอกว่าเกิน 6 เดือนแล้วไม่ควรใช้ คุณหมออัมพร มโนไปแล้ว

อีกประการหนึ่ง คุณหมออัมพร มีการยืนยัน บอกว่า ฟ้าทะลายโจรเมื่อรักษาคนไข้แล้ว มีโอกาสลงปอด ก็ปรากฏว่า ผมเอาผลการสำรวจของการรักษาพยาบาลคนไข้ 309 คน ที่ติดเชื้อโรคระบาดนี้ โดยรักษาด้วยฟ้าทะลายโจร และสารสกัด ก็ปรากฏว่ามี 3 คน ที่มีอาการลงปอด 3 คนที่มีอาการลงปอดนั้น 1 คน พิสูจน์แล้วว่าให้ยาต่ำกว่าเกณฑ์ ก็คือเกณฑ์เขาต้องให้เท่านี้ มื้อละ 5 เม็ด วันละ 20 เม็ด แต่อาจจะให้แค่วันละ 2 เม็ด ส่วนอีก 2 คนที่ลงปอด ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าใช้ยาอะไร ยาสารสกัดจากฟ้าทะลายโจร ที่คุณหมออัมพร พยายามที่จะส่งเสริมสนับสนุนตลอดเวลา เพราะฉะนั้นข้อมูลตรงนี้คุณหมออัมพร ให้ผิดอีกแล้ว สรุปง่ายๆ ก็คือว่า ฟ้าทะลายโจรที่เป็นผงนั้น ไม่ได้เป็นอันตราย เพราะเขาใช้กันมา 20 กว่าปีแล้ว และคนที่รักษา 309 คนนั้น ไม่มีคนไหนเลยที่ใช้ฟ้าทะลายโจรแบบผงหยาบแล้ว รักษาถูกต้อง จะมีอาการลงปอด ไม่มี มีแต่ที่ใช้สารสกัดเท่านั้นที่ลงปอด

ทีนี้ ผมก็อยากจะพิสูจน์อะไรอย่างหนึ่ง มีข้อกล่าวหาว่าการทานยาฟ้าทะลายโจร ซึ่งเป็นผงหยาบนั้น จะมีปัญหาในเรื่องของเซลล์ตับ เซลล์สมอง เซลล์ลำไส้เล็ก เซลล์ไต ผมเอาหลักฐานในการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาให้ท่านผู้ชมและคุณหมออัมพร ดูดีกว่า เพื่อที่จะได้จบไปในเรื่องนี้ จะได้ไม่ต้องทะเลาะเบาะแว้งกัน เพราะว่าคุณหมออัมพร อย่างน้อยที่สุดถึงแม้จะเป็นแพทย์ทางจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ แต่อย่างน้อยก็เรียนพื้นฐานหมอทางแพทย์ตะวันตกมา ใช่ไหมครับ


ผมจะเอากราฟอันนี้ให้ดู ความปลอดภัยของเซลล์ตับ กราฟที่ชี้ให้ดูนั้น เป็นกราฟของผงหยาบฟ้าทะลายโจร เมื่อเปรียบเทียบกับสารสกัดที่คุณหมออัมพร พยายามสนับสนุน สารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ กราฟอันแรก ซ้าย คือผงหยาบ ผงหยาบนี้ จะเห็นว่ากราฟอันบนเป็นเส้นตรง ไม่ได้ทำให้ตับเสื่อม แต่พอมาดูของสารสกัดที่คุณหมออัมพร สนับสนุนอยู่ จะเห็นได้ชัดว่าเมื่อทานเข้าไปมากๆ แล้วตับจะเสื่อม เป็นรูปที่กราฟลงข้างล่าง เห็นหรือยังท่านผู้ชม สองข้างนี้จะเห็นได้ชัด


เอาล่ะ มาดูเรื่องเซลล์ไต เช่นเดียวกัน เส้นกราฟทางซ้าย ที่เป็นเส้นค่อนข้างตรง นั่นคือการใช้ผงหยาบรักษา ส่วนทางขวาคือสารสกัดฟ้าทะลายโจร สารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ ทางขวาจะเห็นได้ชัดว่าไตก็เสื่อม เส้นกราฟสีแดงตกลงมาบนพื้นเลย แต่ทางซ้าย เส้นกราฟสีแดงเป็นเส้นตรง นั่นคือผงหยาบที่พวกเรากินทุกวัน ไม่ได้มีปัญหาเรื่องไตเลย


เอาล่ะ มาที่เซลล์ลำไส้เล็ก ทางซ้ายก็คือผงหยาบ เส้นตรง โค้งนิดหน่อย แต่ทางขวา คือสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ เห็นหรือยังครับว่าเส้นตกลงมาข้างล่างเลย สีแดง ก็แสดงว่าเซลล์ลำไส้เล็ก ถ้าใช้สารสกัดแอนโดนกราโฟไลด์ จะเสื่อมเช่นกัน


มาดูเซลล์ปอด ซ้ายมือก็เป็นเรื่องของผงหยาบ ผงหยาบก็เป็นเส้นตรงเหมือนกัน ก็คือไม่มีผลอะไรเลยกับเซลล์ปอด แต่ทางขวาก็คือสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ ตกลงมา เซลล์ปอดก็เจ๊งกะบ๊ง


อันสุดท้ายที่จะให้ดู คือความปลอดภัยของเซลล์สมอง เซลล์สมองก็เหมือนกัน ทางซ้ายก็คือผงหยาบ แล้วทางขวาเป็นสารสกัดฟ้าทะลายโจรที่สกัดออกมาเป็นแอนโดรกราโฟไลด์ ทางซ้ายจะเห็นได้ชัดว่า ผงหยาบฟ้าทะลายโจร ไม่เป็นพิษต่อเซลล์สมองเลยแม้แต่นิดเดียว ทางขวา เห็นชัดเจนว่าร่วงไปเลยเส้นนั้น

เพราะฉะนั้นแล้ว ข้อมูลนี้พิสูจน์ชัดเจนว่าสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์นั้น เป็นอันตรายต่อเซลล์ต่างๆ นี่คือบทพิสูจน์ในการพิสูจน์ เดี๋ยวผมจะเอาให้ดูว่าบทพิสูจน์นี้เอามาจากไหน

กราฟเมื่อกี้นี้ที่ผมให้ท่านผู้ชมดูนั้น คือผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัวมหิดล คุณหมออัมพร ครับ มหาวิทยาลัยมหิดล เขาก็มีโรงเรียนแพทย์เช่นกัน ผมไม่แน่ใจว่าคุณหมออัมพร จบจากที่ไหน เผลอๆ ท่านอาจจะจบจากมหิดลด้วย นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ของมหิดลเขาวิจัยมาแล้ว ระหว่างยาฟ้าทะลายโจรแบบผงหยาบ กับสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ จะมีผลต่อร่างกายอย่างไร ผมเอาให้ดูชัดเจน จะมีผลต่อเซลล์ตับอย่างไร จะมีผลต่อเซลล์ลำไส้เล็กอย่างไร จะมีผลต่อเซลล์ไตอย่างไร จะมีผลต่อเซลล์สมองอย่างไร จะมีผลต่อเซลล์ปอดอย่างไร ปรากฏว่าฟ้าทะลายโจรแบบผงหยาบชนะเลิศ แต่แดนโดนกราโฟไลด์ เรือหาย ผมไม่ได้พูดเองนะ ตัวเลขทางวิทยาศาสตร์โกหกไม่ได้ คุณหมออัมพร ครับ


เพราะฉะนั้นแล้ว วารสาร Natural Product ซึ่งอยู่ภายใต้ประชาสังคมเคมีอเมริกา ที่เขาเรียกว่า American Chemical Society ได้ตีพิมพ์งานวิจัยของคณะวิจัยไทยจากมหาวิทยาลัยมหิดล แล้วก็มีผล กราฟที่ออกมาให้เห็นชัดเจน ก็คือ แปลไทยเป็นไทย ภาษาชาวบ้านคือ ผลการทดสอบในหลอดทดลองปรากฏว่า ผงหยาบฟ้าทะลายโจรแบบรวมๆ มีสิทธิยับยั้งโรคระบาดได้ดีกว่าสารแอนโดรกราโฟไลด์ถึง 15 เท่า ผงหยาบดีกว่าสารแอนโดรกราโฟไลด์ 15 เท่า แล้วคุณหมออัมพรเอางานวิจัยที่ไหนมา ที่จะเสนอว่าให้ใช้สารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ มีหลักฐานยืนยันหน่อยไหม ก็ในเมื่อตอนนี้ผมพูดเป็นสัจจวาจาจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งรายงานอยู่ในวารสาร Natural Product อยู่ภายใต้ของ American Chemical Society เขาบอกแล้วว่าฟ้าทะลายโจรแบบหยาบ ไม่มีอะไรทั้งสิ้นกับปอด กับไต กับเซลล์สมอง กับลำไส้เล็ก แต่แอนโดรกราโฟไลด์ที่คุณหมออัมพร เทิดทูนเหลือเกิน กลับมีผลอย่างเลวร้ายที่สุดต่อตับ ต่อปอด ต่อไต ต่อเซลล์สมอง ต่อลำไส้เล็ก ถ้าใช้มากเกินไป

คุณหมออัมพร ครับ ท่านผู้ชมครับ ผมเพิ่มอีกอันหนึ่ง ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ชอบทางวิทยาศาสตร์กันนัก เดี๋ยวผมอธิบายให้ฟัง


ดร.สุภาพร ภูมิอมร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คุณหมออัมพร รู้จักใช่ไหม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มีงานวิจัยออกมาระบุว่า เมื่อวัดเป็นหน่วยเดียวกัน ผงหยาบฟ้าทะลายโจรยับยั้งโรคระบาดได้ดีกว่าสารแอนโดรกราโฟไลด์ อย่างน้อย 15 เท่าตัว ท่านผู้ชมครับ คุณหมออัมพร ครับ งานวิจัยสองเจ้าแล้วนะ เจ้าหนึ่งก็คือมหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่าดีกว่าสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ 15 เท่าตัว เจ้านี้อยู่ในบ้านของคุณหมออัมพร เอง ก็คือกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.สุภาพร ภูมิอมร ก็ระบุชัดเจนว่า ผงหยาบดีกว่าสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ 15 เท่าตัว เหมือนกัน

ภาษาอังกฤษเวลาท่านผู้ชมขึ้นศาล พอทนายอธิบายจบ ชี้แจงจบ บอกว่า Your honour, I rest my case. ท่านครับ ท่านผู้ชมครับ ผมไม่มีอะไรจะพูดแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พิสูจน์ชัดเจน

ท่านผู้ชมครับ คุณหมออัมพร ครับ เผอิญมันมีคนตั้งข้อสังเกต ผมก็เลยอยากจะเล่าให้ฟังว่ามีคนตั้งข้อสังเกตอย่างไร ตั้งข้อสังเกตว่า การที่ท่านอธิบดีเน้นสารสกัด แล้วกีดกันผงบดหยาบ เป็นไปได้ไหมว่าเป็นการเข้าทางนายทุนยา นายทุนยาก็คือไม่ใช่ชาวบ้านที่เอามาผลิตเป็นแคปซูลอย่างนี้หรอกครับ ก็คือมีโรงงานเสร็จเรียบร้อย แล้วก็ผลิตสารสกัดออกมาอย่างเดียว แล้วก็มีคำสั่งของ อย. ออกมาแล้วว่าให้ใช้สารสกัด เผอิญโชคดีหน่อยที่มีการระบุเพิ่มเติมว่าให้ใช้ผงหยาบได้ แต่ว่าถ้าระหว่างทานสารสกัด กับทานผงหยาบ ถ้าตั้งมาตรฐาน 180 มิลลิกรัม ซึ่งผมไม่ทราบว่าคุณหมออัมพร เอามาตรฐานนี้มาจากไหน ก็จะทำให้ผงหยาบไม่สามารถจะสู้ได้ กดไม่ให้ผงหยาบเกิด ก็เพราะว่า ถ้าจะทานผงหยาบให้ได้ 180 มิลลิกรัม ซึ่งจริงๆ แล้วแค่ 60 มิลลิกรัม ก็พอแล้ว เพราะรักษาได้ แต่ถ้าเป็น 180 มิลลิกรัม ตามที่ อย. ประกาศ ตามที่คุณหมออัมพร เสนอขึ้นไป ก็เท่ากับว่าจะต้องทานผงหยาบถึงวันละ 48-50 กว่าเม็ด เป็นไปได้อย่างไร

แต่ผมยังเชื่อใจคุณหมออัมพร ว่า คุณหมออัมพร คงไม่ได้มีเอี่ยวอะไรกับทางบริษัทยาหรอก แต่เอาเถอะ ไม่เป็นไร แต่ว่าเอาเป็นอย่างนี้ก็แล้วกัน มีคนเล่าให้ผมฟังว่า ก่อนหน้าที่จะมีการดิสเครดิตยาฟ้าทะลายโจรแบบผงบด มีบริษัทเอกชน เจ้าของแบรนด์การบูร ผมไม่แน่ใจว่าจริงหรือเปล่า คุณหมออัมพร ต้องยืนยันนะครับ ผมขอไม่ยืนยันเรื่องนี้นะ แต่เขาว่าไปหาคุณหมออัมพร อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ แบรนด์นี้อ้างว่าจะตั้งร้านสมุนไพร และเอาผลิตภัณฑ์แชมเปียนที่ได้รับการประกวดมาเป็นแบรนด์ส่งเสริม แต่ท่านผู้ชมครับ คุรหมออัมพร ครับ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขครับ ไม่มีใครรู้ว่าเงินเข้าใครในผลิตภัณฑ์นี้ มีการตั้งคีออส ใครเป็นเจ้าของแบรนด์แท้จริง แต่อ้างว่ากรมการแพทย์แผนไทยฯ สนับสนุน


วันที่ 30 เมษายน 2564 อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นประธานการประชุมหารือการจัดตั้งร้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ ชื่อ "การบูร" แต่ที่แน่ๆ คือฟ้าทะลายโจร ซึ่งอ้างว่าทำ OEM แบรนด์นี้ แสดงว่ากรมการแพทย์แผนไทยฯ จะออกหน้าให้ OEM จากใคร เผอิญมันมีบริษัทหนึ่ง ชื่อมอร์ เมดดิคัล พอเราไปสืบค้น เพราะว่าผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้หรอก ต้องมีหลักฐาน จะไปกล่าวหาแพทย์หญิงอัมพร แบบนี้ได้อย่างไร ท่านเป็นแพทย์ผู้ทรงเกียรติ ท่านใสซื่อบริสุทธิ์ ท่านจะ 60 แล้วนะ ท่านใสปิ๊ง ท่านยังใส่เหล็กดัดฟันอยู่ ก็ไปสืบค้นมา ปรากฏว่าพอไปดูทะเบียนการค้าของเขา ก็พบว่า บริษัท มอร์ เมดดิคัล ไม่เคยมีข้อมูลในการผลิตสมุนไพรมาก่อนเลย เรียกได้ว่าไม่มีประสบการณ์ ฝ่ายของการบูร ทำสารสกัดฟ้าทะลายโจร แอนโดรกราโฟไลด์ แคปซูลละ 20 มิลลิกรัม กิน 9 แคปซูล ก็คือ 9 เม็ด 9 เม็ดนี้ ตามที่คุณหมออัมพร ตั้งเป้าไว้ว่า ถ้าเป็นฟ้าทะลายโจรอย่างหยาบ ก็ต้องกินเท่ากับ 180 มิลลกรัม เช่นกัน นั่นก็คือต้องกิน 48-50 กว่าเม็ด ระหว่างกิน 9 เม็ด กับกิน 48-50 เม็ด คนจะกินอะไร สมมุติว่าหมอเขาจ่ายยาให้ คนก็ต้องหันมากินตัวที่เป็นแคปซูล แคปซูลละ 20 มิลลิกรัม แต่...

ก่อนหน้านี้ ผมพิสูจน์ได้ชัดแล้วไง ว่าแอนโดรกราโฟไลด์ สู้ฟ้าทะลายโจรแบบหยาบไม่ได้ จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล จากงานวิจัยของนักวิจัยอยู่ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพราะคุณหมออัมพร กันยายนนี้ ก็ตั้งใจจะไปเป็นอธิบดีกรมสุขภาพจิต แล้วหลังจากนั้นก็กะที่จะขึ้นเป็นปลัดกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ฉะนั้นคุณหมออัมพร อยู่อย่างมากก็ไม่ถึงกันยายนนี้ แต่สิ่งที่คุณหมออัมพร ได้ทำลงไป ถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นตามงานวิจัยที่ออกมา คุณหมออัมพร จะรับผิดชอบได้ไหม แล้วคุณหมออัมพร เล่าให้ผมฟังหน่อยสิว่า คุณเอา 180 มิลลิกรัม มาจากไหน ผมเอาป้ายให้ดูเลย เห็นชัดเจน แล้วข้างล่าง ล่างสุด ยาพวกนี้จัดจำหน่ายโดยบริษัทชื่อ มอร์ เมดดิคัล เอาล่ะ ผมจะเอาบริษัท มอร์ เมดดิคัล ให้ดู แล้วเดี๋ยวผมจะกลับเข้ามาที่การบูรอีกทีหนึ่ง


มอร์ เมดดิคัล ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ปี 58 เดิมทีชื่อบริษัท พี เพาเวอร์ แพลนท์ น่าจะทำไฟฟ้า พอปี 62 เปลี่ยนชื่อบริษัทมาเป็น พีเพิล แพลตฟอร์ม ปี 63 เปลี่ยนชื่อมาเป็น มอร์ เมดดิคัล ท่านผู้ชมครับ เมื่อสืบค้นต่อไป ปรากฏว่า บริษัท มอร์ เมดดิคัล อยู่ภายใต้ผู้ถือหุ้นชื่อบริษัท มอร์ รีเทิร์น


ซึ่งก่อนหน้านี้เปลี่ยนชื่อจากบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 (มหาชน) มีนายศิริศักดิ์ ปิยทัสสีกุล ไปเป็นงานเปิดตัวการบูรของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ไหมว่า มอร์ เมดดิคัล ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบูรเช่นกัน

สำนักข่าวอิศราเคยทำเรื่อง โครงข่ายสลับซับซ้อนผู้ถือหุ้นรายใหม่ของเอ็ม ลิ้งค์ กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ปรากฏว่ามีนายศิริศักดิ์ ปิยทัสสีกุล ถือหุ้นหลายบริษัท และเข้าร่วมมือกับนายวินิจ เลิศรัตนชัย ท่านผู้ชมจำชื่อนี้ได้ไหม วินิจ เลิศรัตนชัย เข้าไปยุ่งกับเขาทุกเรื่อง เพราะว่ามีเน็ตเวิร์กทางการเมือง เกี่ยวข้องแค่ไหนผมไม่ทราบ และผมไม่สนใจที่จะทราบด้วย และผมไม่แคร์ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของสุขภาพของประชาชน

วินิจ เลิศรัตนชัย
ท่านผู้ชมครับ วันนี้ผมเล่าเรื่องราวต่างๆ ท่านผู้ชมคงพอจะเข้าใจแล้วนะครับ ว่าได้มีคนหัวใสเห็นว่าฟ้าทะลายโจรที่ประชาชน รวมทั้งผู้ที่เคลื่อนไหวทางการแพทย์แผนไทย ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ปานเทพ คุณรสนา หรือแม้กระทั่งตัวผม พยายามต่อสู้จนกระทั่งฟ้าทะลายโจรได้รับการยอมรับว่าเป็นยาที่สามารถจะระงับโรคระบาดได้ เมื่อเป็น เป็นที่ยอมรับกันหมด ศบค. ก็ยอมรับ นายกรัฐมนตรีก็ยอมรับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ยอมรับ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็ยอมรับ ก็เลยมีคนหัวใส ผมไม่รู้ว่าใคร ติดต่อคนในกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าใคร เพื่อให้เกิดสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ แล้วผมก็ไม่รู้ว่าคุณหมออัมพร เอาข้อมูลมาจากไหน ถึงเสนอสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ขึ้นบัญชียาหลักเดี่ยว แต่เผอิญเขาเห็นโพสต์ของคุณรสนา โตสิตระกูล เขาก็บอกว่าต้องเอาผงเข้าไปด้วย และผมก็เล่าให้ฟังแล้วนะว่ามีใครบ้างที่ผลิตสารแอนโดรกราโฟไลด์ และมีบริษัทไหนบ้างที่จัดจำหน่าย มันช่างลงตัวอะไรอย่างนี้

ใกล้จะจบช่วงนี้แล้ว ผมจะพูดกับคุณหมออัมพร เป็นส่วนตัว คุณหมออัมพร ครับ ผมเคยกล่าวเตือนไว้ในรายการคราวที่แล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม วันที่ 27 คุณยื่นบัญชีขึ้นไปที่ อย. วันที่ 28 ผมออกรายการ ผมเตือนคุณว่าอย่างไร ? คุณเป็นอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ คุณไม่ใช่อธิบดีกรมการแพทย์ คุณไม่ใช่ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม คุณไม่ใช่เลขาธิการ อย. สิ่งที่คุณพูดออกมาทั้งหมดนั้น ไม่ได้เป็นการส่งเสริมแพทย์แผนไทยเลย นอกจากสารสกัดของฟ้าทะลายโจรที่หมอแพทย์แผนปัจจุบันไม่ใช้ด้วย คนก็เริ่มสงสัยว่าคุณเสนออย่างนี้แล้วเตะตัดขาแพทย์แผนไทยไม่ให้ใช้ในการรักษาโรคระบาด แต่เขาอยากใช้ แพทย์แผนโบราณ แพทย์แผนไทย เขาอยากใช้ มันเหมือนกัญชา


กัญชาที่คุณให้แพทย์แผนปัจจุบันเป็นผู้จ่ายและคุมแพทย์แผนไทย สารสกัดกัญชาจึงไม่ได้จ่ายในโรงพยาบาลสักที ค้างสตอก หมดอายุเต็มไปหมด ต้องปล่อยให้ใต้ดินเอาไปจ่าย หมอแพทย์แผนไทยเขาจ่ายยากันเอง อย่างที่ทำกันทุกวันนี้ สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ทั้งๆ ที่เป็นประโยชน์กับผู้ป่วย ถ้าคุณตัดวิชาชีพทำมาหากินของหมอแพทย์แผนไทยทิ้ง แล้วคุณจะเรียกว่าบูรณาการได้อย่างไร คุณหมออัมพร

แล้วเราเคยพูดไม่ใช่หรือ คุณจะส่งสมุนไพรไทยออกนอก อย่างที่ท่านโฆษกประจำสำนักนายกฯ พูดออกมาได้อย่างไร ในเมื่อผู้มีอำนาจยังกีดกันทางวิชาชีพและให้ผิดฝาผิดตัวตั้งแต่กัญชา จนถึงฟ้าทะลายโจร คุณหมออัมพร ครับ ท่านอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ ครับ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 1-2 วันที่ผ่านมานี้ คุณได้ประชุมออนไลน์ทาง Zoom Meeting อธิบายข้อกล่าวหาซึ่งหลักๆ แล้วมาจากผม


โดยอ้างว่าแพทย์แผนไทยไม่ได้ถูกตัดสิทธิในการใช้ฟ้าทะลายโจร แต่โรคระบาดเป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง จึงทำให้มีการระบุในหนังสือเพื่อเป็นการป้องกันแพทย์แผนไทยเอง เพราะการรักษาหรือวินิจฉัยโรคระบาด ต้องผ่านคณะกรรมการโรคระบาดแพทย์แผนไทยสั่งจ่ายยาฟ้าทะลายโจรเพื่อรักษาโรคทั่วไป ยกเว้นโรคระบาด ได้ตามปกติ

นอกจากนั้นแล้ว คุณยังเอาใจบุคลากรทางการแพทย์แผนไทยว่า ถ้ามีบทบาทชัดเจน สร้างคุณค่าในเนื้องานได้มากขึ้น อนาคตได้บรรจุแน่นอน ประเด็นคุณหมออัมพร ถ้าคุณกีดกันแพทย์แผนไทยไม่ให้มีบทบาทในการรักษาโรคระบาด ทั้งๆ ที่แพทย์แผนไทยสามารถทำได้แล้ว แล้วจะมีโอกาสเพิ่มอัตราการบรรจุแพทย์แผนไทยอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร คุณหมออัมพร ครับ

เพราะฉะนั้นแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมาจากวันนั้นมาถึงวันนี้ มันพิสูจน์ชัดว่าการที่เสนอสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์นั้น น่าที่จะมีเบื้องหลัง แต่ผมไม่รู้ว่าเบื้องหลังนี้มาจากใคร ผมไม่ได้กล่าวหาคุณหมออัมพร และผมก็มีข่าวว่าคุณหมออัมพร ไม่พอใจนายสนธิ ลิ้มทองกุล คิดที่จะฟ้อง คุณหมออัมพร ครับ ผมทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวผมเอง ผมจบประวัติศาสตร์ ผมชอบเขียน ชอบอ่าน และผมชอบฟัง และผมชอบวิเคราะห์ข้อมูล และผมชอบศึกษาพฤติกรรมคน คุณหมอครับ กรุณาเถอะครับ อย่า ... อย่าช้า รีบฟ้องผม อย่าครับ อย่าช้า รีบฟ้องผม ผมอยากเจอคุณหมอบนศาล แล้วผมก็จะเอาแต่ละจุดที่คุณหมออ้าง คำพูดที่อ้างมา และผมจะฟาดฟันคุณหมอด้วยข้อมูลของผม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และผมมีประจักษ์พยานบุคคลเยอะแยะไปหมด

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านไปเอาคนๆ นี้มาจากไหน ผมไม่เข้าใจ ท่านผู้ชมครับ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องแยกแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก และกระบวนการสมุนไพรไทยทั้งหลาย ออกมาตั้งเป็นหน่วยองค์กรอิสระ ไม่ขึ้นกับกระทรวงสาธารณสุข


เพราะว่าอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข ก็โดนขวางตลอดเวลา โดนกรมการแพทย์ขวาง โดนคนนี้ขวาง คนนี้ขวาง เพราะทางโน้น กระทรวงสาธารณสุข คือแพทย์แผนปัจจุบัน ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้ โอกาสที่แพทย์แผนไทย คัมภีร์รักษาโรคโบราณที่เป็นร้อยๆ ปี และหลายๆ อย่าง มันจะเกิดขึ้น พัฒนาต่อไปได้อย่างไร องค์กรนี้ต้องมีหน่วยงานวิจัยของตัวเอง เพื่อวิจัยว่า ตีผลา เป็นอย่างไร แก้ไขอะไรได้บ้าง เอาตีผลามารักษา เอายาขาวมารักษา แล้วผลการรักษาเป็นอย่างไร มีคนมารักษาแล้วประมาณ 120 คน ผลเป็น 1..2..3.. แล้วองค์กรอิสระนี้ก็ต้องมี อย. ของตัวเอง

ท่านผู้ชมครับ คุณหมออัมพร ครับ ถ้าจะฟ้อง อย่าช้า คุณไม่ใช่คนแรกที่ฟ้องผม อย่าช้าครับ แล้วเจอกันในศาล แล้วผมจะเตือนคุณหมออัมพร อย่างหนึ่ง ศรีสุวรรณ จรรยา บอกแล้วว่าถ้าไม่แก้ไข ไม่ตัดคำพูดบางคำพูดออก เขาจะฟ้องศาลปกครอง

ศรีสุวรรณ จรรยา
ผมจะเรียนคุณหมออัมพร ที่กำลังพยายามเป็นอธิบดีกรมสุขภาพจิต และต้องการจะขึ้นปลัดกระทรวง กำลังจะมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งซึ่งผมรู้จัก กำลังเตรียมเอกสารข้อมูลเพื่อแจ้ง ป.ป.ช. ในมาตรา 157 ให้กับคุณหมออัมพร อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ คุณสนุกไหม ฟ้องผมมาสิ

ท่านผู้ชมครับ วันนี้เป็นตอนจบของรายการอาทิตย์นี้ เอาไว้อาทิตย์หน้ามีเรื่องที่สนุกสนานมากๆ อย่าพลาดเลย แล้วท่านผู้ชมจะได้ถูกเบิกเนตรหมดเลยว่า อ๋อ มันเป็นเช่นนี้เอง ท่านผู้ชมครับ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" อะไรถ้าเป็นความจริง คือเป็นธรรม ผมจะเอาธรรมนำหน้า ผมจะเอาความจริงนำหน้า ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยของผม จะมายิงผมอีก 200 นัด ก็ไม่เป็นไร แต่ผมต้องเอาธรรมนำหน้า และเอาความจริงมาเสนอให้กับท่านผู้ชมฟัง พบกันอาทิตย์หน้า สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...