xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ]SONDHI TALK : ประชาชนฝากถึงนายกฯ คอยวัคซีนอยู่ - ทำไมนักเรียนไทยไม่ได้วีซ่า กลับไปเรียนที่ "จีน" เบื้องลึกคืออะไร? - "การบินไทย" แผนฟื้นฟูมโนรอวันเจ๊ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 28 พ.ค.64 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยวันนี้คุณสนธิมีมีเรื่องที่อยากฝากถึงนายกรัฐมนตรี คือเรื่องอะไร และทำไมเด็กไทยจึงกลับไปเรียนจีนไม่ได้? ผู้ปกครองเด็กกว่า 3 หมื่นคนเป็นกังวลว่าลูกหลานที่ศึกษาอยู่ประเทศจีนกลับมาช่วงโควิดปีที่เเล้ว จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่ได้วีซ่ากลับไปเรียนที่จีน จริงๆ เเล้วเกิดจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หรือมีอะไรมากกว่านั้น?

รวมถึงเรื่องการบินไทยจริงๆพูดมาหลายครั้งมาก จนคุณสนธิไม่อยากจะพูด เเต่มาตอนนี้มีเเผนฟื้นฟูที่ผ่านเเล้วเเต่ยังมืดมน เเละถ้าดูถึงผู้บริหารเเผนทั้ง 5 คนที่ตั้งขึ้นมา ยิ่งมองไม่เห็นเเสงสว่างเลย คุณสนธิยังยืนยันคำเดิมว่า การบินไทย...เจ๊งไปเเล้ว ติดตามได้ใน SONDHI TALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง Ep.87



คำต่อคำ SONDHI TALK [28 พ.ค. 64] : ประชาชนฝากถึงนายกฯ คอยวัคซีนอยู่ - ทำไมนักเรียนไทยไม่ได้วีซ่า กลับไปเรียนที่ "จีน" เบื้องลึกคืออะไร? - "การบินไทย" แผนฟื้นฟูมโนรอวันเจ๊ง

ช่องทางการรับชมรับฟัง "คุยทุกเรื่องกับสนธิ"หรือ SONDHI TALK
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : คุยทุกเรื่องกับสนธิ
YouTube : Sondhitalk
เว็บไซต์ : www.sondhitalk.com
Podcast หรือ podbean : SONDHI TALK


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งของความสับสนในเรื่องของวัคซีน และผมก็จะพูดเรื่องนี้พร้อมกับแถลงความในใจของผมในตอนท้ายรายการนี้

แต่ก่อนอื่น สัปดาห์ที่แล้วผมได้พูดและได้แนะนำเครื่องทำน้ำด่าง ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นใหม่ อย่างที่ผมเรียนให้ท่านผู้ชมทราบว่าผมเป็นคนทานน้ำด่างมาร่วมสิบปีแล้ว โดยใช้เครื่องทำน้ำด่างที่ผมซื้อมานี้ ยังไม่เสียเลย แต่เผอิญมีรุ่นใหม่เข้ามา แล้วปรากฏว่าได้ประกาศออกไปแล้ว อาทิตย์ที่แล้ว ก็เลยทำให้รุ่นใหม่ที่เข้ามานั้น หมดไปแล้ว เขาก็เลยสั่งใหม่อีกล็อตหนึ่ง มีแฟนๆ หลายคนที่เคยใช้เครื่องทำน้ำด่างรุ่นเก่าที่ผมเคยใช้อยู่ ปรากฏว่าทุกวันนี้ก็ยังใช้ได้ดี แต่รุ่นใหม่นี้ เท่าที่ดู ผมเองก็สั่งมาเพื่อที่จะเปลี่ยนกับรุ่นเก่า ถึงจะใช้ได้ดีอยู่ก็ตาม ผมก็เอารุ่นเก่าไปให้คนที่ไม่เคยมี ใช้รุ่นใหม่ เรียบ หรู ดีไซน์เล็กลงกว่าเดิม น้ำหนักเบา ที่สำคัญ ราคาไส้กรองถูกกว่าเดิม แต่มาตรฐานเท่าเดิม มีฟังก์ชันทำงานมากมาย


มีคนถามผมเรี่องน้ำด่าง ทำไมผมถึงทาน ผมต้องการปรับความสมดุลกรดเกินในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคร้าย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ สาเหตุของโรคต่างๆ มีโมเลกุลเล็ก ดูดซึมง่าย มีประจุลบสูง เพิ่มออกซิเจน ป้องกันการเกิดโรคข้อเสื่อมและกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ ที่สำคัญคือ ปรับสมดุลกรดยูริกเกินในข้อ ที่ก่อให้เกิดโรคเก๊าท์ ผม 73 ย่าง 74 น่าจะเป็นโรคเก๊าท์ แต่ผมไม่เป็นเลยแม้แต่นิดเดียว ลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ทั้งหมดนี้ ล็อตใหม่ที่เข้ามานี้ ราคาเต็ม 25,000 บาท เขาลดให้เหลือ 22,900 บาท ถ้าท่านผู้ชมสนใจ โทรศัพท์ไปจองได้ที่ พอดีคอลเซ็นเตอร์ 02-633-5353 ทุกวัน ตั้งแต่ 08.00-20.00 น. ผมขอย้ำนะครับ มีจำนวนจำกัดครับ เราไม่สั่งเข้ามาเยอะ หมดปั๊บเราค่อยสั่งเพิ่มเติม

ท่านผู้ชมครับ อาทิตย์นี้มีเรื่องใหญ่ๆ 3 เรื่อง แล้วก็จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างที่จะหนัก และในขณะเดียวกัน ก็คือการปะฉะดะ 3 เรื่องนี้ เรื่องแรก คือ เรื่องการบินไทย กรณีแผนฟื้นฟูที่เพิ่งผ่านไป และได้ตั้งผู้บริหารแผนทั้งหมด 5 คน ผมเรียกแผนนี้ว่า แผนมโน หรือแผนฟื้นฟูทิพย์ ซึ่งผมไม่เชื่อว่าแผนฟื้นฟูนี้จะอยู่รอด จริงๆ มันก็คือการหมกเม็ดและยืดเวลาเจ๊ง ท่านผู้ชมลองฟังดูนะครับ ผมกำลังตั้งข้อสังเกตว่า แผนฟื้นฟูครั้งนี้มีกรรมการที่แปลกๆ เข้ามา และผมยังตั้งข้อสงสัยว่า เป็นไปได้ไหมว่า การบินไทยกำลังจะถูก strip asset (Asset stripping คือการขายทรัพย์สินที่มีค่าของการบินไทยออก) ยกตัวอย่างเช่น มีบริษัท BAFS เป็นบริษัทเติมเชื้อเพลิงในสนามบิน ที่เครื่องบินทุกลำต้องเติม กำไรดีมาก การบินไทยถือหุ้นอยู่ 7.2 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้ชมจับตาดูให้ดีๆ นะครับ แล้วการบินไทยก็จะประกาศขายหุ้น 7.2 เปอร์เซ็นต์ แล้วคนที่มาซื้อหุ้นนี้ไปก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คนหน้าเดิมๆ คอยจับตาดูนะครับ

เรื่องที่สอง เกิดอะไรขึ้นกับการให้วีซ่านักเรียนไทยที่จะกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน ท่านผู้ชมครับ มีนักเรียนไทยร่วม 3 หมื่นคน หลังจากเกิดโควิดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ก็พากันกลับมาบ้านกันทุกคน ปรากฏว่าไม่สามารถกลับไปเรียนต่อได้ ท่านผู้ชมลองฟังผมดู แล้วท่านผู้ชมจะเข้าใจเบื้องลึกเบื้องหลังจริงๆ ที่กลับไม่ได้ มันเป็นเรื่องอะไร บอกให้รู้ก่อนล่วงหน้าก็ได้ มันก็คือเรื่องการเมืองระหว่างประเทศนั่นเอง บทบาทที่ไทยมีต่อจีน และบทบาทที่ไทยมีต่อสหรัฐอเมริกา

เรื่องสุดท้าย ก่อนสุดท้าย ปกที่ผมโปรโมต ที่ผมตั้งว่า "ประชาชนฝากถึงนายก ค.ว.ย." มันก็คือคำย่อของคำว่า "คอยวัคซีนอยู่" ก็ต้องขอโทษด้วยนะครับถ้าเกิดมีการทำให้เข้าใจผิด หาว่าผมไปลบหลู่ท่านนายกฯ แต่นี่คือความรู้สึกของประชาชน ว่า "คอยวัคซีนอยู่" ทีนี้ คนที่เอามาเรียบเรียงแล้วก็แชร์กันในโซเชียลมีเดีย ซึ่งผมไม่ได้เป็นคนเริ่ม ก็เยอะแยะไปหมด ผมก็เลยดึงคำนี้มาใช้ แต่ถ้าสมมุติว่าคนที่รักนายกฯ ต้องการจะอวยนายกฯ ทนไม่ไหว กล่าวหาผม ไม่เป็นไร ผมไม่ว่า คอยฟังความในใจของผมที่ผมพูดก็แล้วกัน

ทุกเรื่องในเรื่องของวัคซีนกลายเป็นเรื่องที่สับสนไปหมดแล้ว อย่าปล่อยให้วัคซีนต้องกลายเป็นเรื่องสับสน รัฐบาลต้องพูดความจริงเสียที อย่าเอาสีข้างเข้าถู โทษโน่นโทษนี่ แล้วก็มีติ่งต่อในเรื่องของวัคซีน ก็คือ ฟ้าทะลายโจร กำลังจะเข้าบัญชียาหลัก และผมมีข้อสังเกต และผมต้องเตือนท่านอธิบดีกรมแพทย์แผนไทยฯ หน่อย ว่าที่ท่านทำไปนี้ ท่านทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือว่าที่ท่านทำไปนั้น เพราะว่ามีบริษัทยาขนาดใหญ่อยู่หนุนหลัง ยุยงให้ท่านทำแบบนี้


ท่านผู้ชมครับ เรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่ผมไม่อยากพูดเลย เพราะผมเบื่อ ผมเบื่อมากๆ ไม่ใช่เบื่อธรรมดา ผมพูดเรื่องนี้ คือเรื่องการบินไทย ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าผมพูดมา 6 ครั้ง เฉพาะปีที่แล้วนะ 6 ครั้ง ตั้งแต่ครั้งที่หนึ่ง เดือนพฤษภาคม วันที่ 8 ปีที่แล้ว ครั้งที่สอง วันที่ 15 พฤษภาคม ปีที่แล้ว ครั้งที่สาม 22 พฤษภาคม ปีที่แล้ว ครั้งที่สี่ ครั้งที่ห้า 11 กันยายน ปีที่แล้ว และครั้งที่หก 16 ตุลาคม ปีที่แล้ว 6 ครั้งในปีที่แล้ว ยังไม่นับกับอีกหลายปีก่อนหน้านั้นที่ผมพูดไปอีก


สรุปแล้วเบ็ดเสร็จ เรื่องการบินไทยผมพูดมาน่าจะใกล้ 10 ครั้ง และสิ่งที่ผมพูดมา ผมไม่เคยพูดผิดสักเรื่องหนึ่ง ผมบอกว่า การบินไทยไม่ใช่จะเจ๊ง การบินไทยมันเจ๊งไปแล้ว แล้วสิ่งที่ผมเล่าเบื้องหน้าเบื้องหลังมาตลอด ในระยะเวลา เอาเฉพาะปีที่แล้ว 6 ครั้ง ก็คือ ทำไมมันเจ๊ง และผมชี้แจงให้ดูว่า ที่มันเจ๊งเพราะผู้บริหารการบินไทย โน่นนี่นั่น และก็มีหลักฐานพิสูจน์ จนกระทั่งในที่สุดรัฐบาล กระทรวงคมนาคม คุณถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ออกมาแถลงข่าวยอมรับว่าการบินไทยมันเจ๊ง และผมก็บอกว่า ถ้าเจ๊งแล้วควรจะทำอะไรดี


ท่านผู้ชมครับ ผมเป็นคนแนะนำเอง บอกว่า อย่าไปยึดถือศักดิ์ศรีของชาติบ้านเมือง ไม่มีความหมาย เพราะว่าคุณยึดถือศักดิ์ศรีชาติบ้านเมือง คุณมาประคองการบินไทยต่อ เหมือนกับขณะนี้กำลังประคองการบินไทยต่อโดยการผ่านแผนฟื้นฟู ผมบอกว่าการบินไทยมีทางออกได้ทางเดียวและจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและส่วนรวมมากที่สุด ก็คือ ต้องปล่อยให้การบินไทยล้มละลาย

ท่านผู้ชมครับ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ที่ศาลล้มละลายกลาง ได้มีการลงคะแนนเสียง มีการผ่านมติแผนฟื้นฟูการบินไทยของเจ้าหนี้ มีคนอยู่จำนวนหนึ่งที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ ยังคิดว่าการบินไทยจะกลับมาได้


แล้วก็บอกว่านี่จะเป็นทางออกให้สายการบินแห่งชาติ แต่ท่านผู้ชมครับ ผมกำลังจะอธิบายให้ทุกท่านเห็นว่า การที่ผ่านแผนดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม นั้น มันเป็นภาพลวงตาครับท่านผู้ชม ภาพลวงตา ท่านผู้บริหารแผนทั้งหลายครั้ง แต่ละคนมีชื่อเสียงทั้งนั้น ผมยังยืนยันครับ ท่านฟังให้ดีๆ ที่ท่านทำแล้วเสนอศาลไป แล้วท่านจับมือกับเจ้าหนี้ทั้งหลายเพื่อให้ผ่านแผนนี้ มันเป็นภาพลวงตา ลวงตาเพื่ออะไร ? รวมหัวกันทำไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม แต่เพื่อประโยชน์ของตัวเอง ก็คือประโยชน์ของผู้บริหาร ประโยชน์ของผู้บริหารระดับสูง ที่จะได้รับเงินเดือนสูงๆ ประโยชน์ของคนที่ให้เช่าเครื่องบิน ที่ยังสามารถเก็บเงินค่าเช่าเครื่องบินได้ต่อ และประโยชน์ของเจ้าหนี้ที่จะเข้ามา ศัพท์ทางธุรกิจเขาเรียกว่า งวดนี้ผู้บริหารแผนการบินไทยจะเข้ามาการบินไทยเพื่อ strip asset เพื่อขายทรัพย์สินออกไป ไปดูสิครับ อาคารต่างๆ ที่การบินไทยขาย ขายให้ใคร ? อาคารศูนย์รวมลูกเรือ ที่เขาเรียกว่า ตึก OPC ขายไปแล้ว ก็ขายให้กับ ปตท. แล้วตัวแทน ปตท. ตัวแทนธนาคารกรุงเทพ เจ้าหนี้ ก็มานั่งอยู่ในคณะกรรมการฟื้นฟู ทั้งหมดไม่ได้ทำเพื่อให้การบินไทยกลับมา ไม่ได้ทำเพื่อให้ประเทศชาติ

ท่านผู้ชมครับ ผมเตือนเรื่องการบินไทยมา ถ้าผมจำไม่ผิด 11 ปีแล้วครับ ตั้งแต่ปี 2553 ตั้งแต่ผมจัดรายการ "เมืองไทยรายสัปดาห์" เรื่อยมาจนกระทั่งถึงรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" เรื่องการบินไทยก็ยังไม่จบ แล้วก็มีท่าทางจะวุ่นวายยุ่งเหยิงมาก แผนที่ผ่านมานั้น แก้ไขมา 3 ฉบับ ฉบับที่ 4 ผู้ทำแผนคือการบินไทย ฉบับที่ 13 ธนาคารกรุงเทพ ที่เป็นเจ้าหนี้ ฉบับที่ 15 ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย ท่านผู้ชมครับ ตามผมมา การประชุมเจ้าหนี้ครั้งนี้ยังได้ลงมติตั้งคณะกรรมการเจ้าหนี้ ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย เพื่อติดตามการทำงานของผู้บริหารแผนฟื้นฟู รวมทั้งให้คำแนะนำแก่ผู้บริหารแผนฯ ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการกระทำของผู้บริหารแผนฯ ตามกำหนด ให้ต้องหารือและขอความเห็นชอบ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการมี 7 คน มีผู้แทนของกระทรวงการคลัง 1 คน แน่นอน เพราะว่ากระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ที่สุด ของธนาคารกรุงเทพ 1 คน ธนาคารออมสิน 1 คน บริษัทประกันชีวิต 1 คน และผู้แทนสหกรณ์ 3 คน


การยอมรับแผนฟื้นฟู เท่ากับการเริ่มต้นนับหนึ่งในการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูการบินไทยอย่างเป็นทางการ ศาลล้มละลายกลางได้กำหนดไต่สวนเพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการในวันที่ 28 พฤษภาคม 2564

ท่านผู้ชมครับ สำหรับการก่อหนี้และการระดมทุนเพื่อให้การบินไทยดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง และชำระหนี้ได้ตามแผนฯ การบินไทยต้องได้รับการสนับสนุนเงินทุนและสินเชื่อใหม่ในช่วง 2-3 ปี หลังจากที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบแผน โดยวงเงินที่กำหนดไว้ต้องใส่เข้าไปใหม่ประมาณ 50,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ก้อนแรก 25,000 ล้านบาท ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ หรือบุคคลใดที่ภาครัฐและผู้บริหารแผนร่วมจัดหา ซึ่งอาจจะเป็นเงินกู้ยืม และ/หรือ การค้ำประกัน ส่วนก้อนที่สอง อีก 25,000 ล้านบาท ที่จะได้จากการสนับสนุนจากภาคเอกชน ระยะเวลาไม่เกิน 6 ปี เริ่มชำระเงินต้นคืนตั้งแต่ปีที่สาม

ท่านผู้ชมครับ สินเชื่อใหม่ที่จะเข้ามานั้น เจ้าหนี้ที่ให้สินเชื่อใหม่จะได้รับสิทธิการซื้อหุ้นตามสัญญาการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน เพื่อซื้อหุ้นเพิ่มทุนจำนวนเดียวกับหนี้สินเชื่อใหม่ที่การบินไทยเบิกใช้จริง โดยให้ซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนการบินไทยมูลค่าที่ตราไว้ 10 บาทต่อหุ้น ซื้อเพียง 2 บาท 50 กว่าสตางค์ เท่านั้นเอง

ท่านผู้ชมครับ ผมอยากให้จับตา 5 ผู้บริหารแผนฟื้นฟู ซึ่งสรุปแล้วเป็นร่างทรงของนายทุนใหญ่ มี 1. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และอดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ดีดี) การบินไทย 2. นายพรชัย ฐีระเวช (ตัวแทนกระทรวงการคลัง) ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง มาแทนนายนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และอดีตรองประธานกรรมการคนที่สอง อีกสองคนมาจากเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินตามที่ธนาคารกรุงเทพ ยื่นคำร้อง เสนอชื่อบริหารแผนฯ เพิ่ม 2 ราย คนแรก คือ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปัจจุบันเป็นกรรมการธนาคารกรุงเทพ คนที่สอง คือ นายไกรสร บารมีอวยชัย อดีตอธิบดีกรมบังคับคดี ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการประนอมหนี้และกฎหมาย ธนาคารกรุงเทพ คนสุดท้าย คือ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) คนปัจจุบัน

ท่านผู้ชมฟังดูแล้วเป็นอย่างไรครับ ผมตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมธนาคารกรุงเทพ จึงต้องตั้งกรรมการผู้บริหารแผนฯ เข้ามาตั้งสองคน จริงๆ แล้วเข้ามาคนเดียวก็พอ เจ้าหนี้คนอื่นไม่มีคนเสนอมาหรืออย่างไร ผมกำลังตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ ผมคาดคะเน ผมอาจจะผิดก็ได้ เป็นไปได้ไหม ตัวแทนธนาคารกรุงเทพ เข้ามาเพื่อมาดูว่าการบินไทยมีทรัพย์สินอะไรเหลือบ้างที่จะผ่องถ่ายผ่องขายไปได้ แล้วเอาเงินมาทยอยจ่ายเจ้าหนี้ แน่นอนที่สุด ผมเชื่อว่าธนาคารกรุงเทพไม่ทิ้งหรอก อย่างไรก็ตาม ต้องดึงหนี้กลับคืนมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ผมเชื่อของผมอย่างนี้ ไม่เชื่อคอยจับตาดู หุ้นหลายๆ ตัวที่การบินไทยถือ อย่างเช่นหุ้นบริษัทกิจการน้ำมันที่เติมน้ำมันเครื่องบิน หรือ BAFS


การบินไทยถือหุ้นอยู่ประมาณ 7.2 เปอร์เซ็นต์ ผมเชื่อว่าหุ้นตัวนี้คงขายทิ้ง คำถามคือ คนที่จะมารองรับการซื้อหุ้นที่จะขายทิ้งจะเป็นผู้ใด ? ท่านผู้ชมครับ ไม่จืดล่ะ ผมมีชื่อกลุ่มคนที่จะรับซื้อหุ้นตรงนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว อยู่ในหัวผม จากข้อมูลข่าวสารของผม เพราะว่ากิจการนี้เป็นกิจการที่มีกำไร และปันผลให้การบินไทยตลอดเวลา เพราะว่าบริษัทเครื่องบินทุกลำที่จอดที่สุวรรณภูมิ หรือที่ดอนเมือง ซื้อน้ำมันเติมเครื่องบิน จะต้องซื้อจากบริษัทนี้ BAFS 7.2 เปอร์เซ็นต์นั้น ถ้าพูดถึงราคาหุ้น รายได้ที่การบินไทยได้การปันผลจะสูง เพราะฉะนั้นแล้ว ขอให้จับตาดูดีๆ

ผมเป็นคนที่มองโลกแห่งความเป็นจริง ผมเสนอไปตั้งแต่ปีที่แล้ว พูดไปแล้วตั้ง 5-6 ครั้ง ว่า บริษัท การบินไทย ที่ดำเนินธุรกิจมา 60 ปี ต้องล้มละลาย จะฟื้นฟูไม่ได้ เพราะถ้าคุณไม่ล้มละลาย คุณจะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปรับโครงสร้างใหม่ๆ หรือพูดง่ายๆ ว่า ต้องเหมือนนกฟีนิกซ์ ที่โดนไฟเผาและฟื้นขึ้นมาอีกทีหนึ่ง

ท่านผู้ชมครับ เวลาเราทำธุรกิจ จะเป็นธุรกิจเล็ก ธุรกิจกลาง หรือธุรกิจใหญ่ ถ้าหนี้สินมันมากกว่าทุนเยอะแยะไปหมด อย่างไรก็ไปไม่รอด ท่านผู้ชมครับ หลักการง่ายๆ ผมไม่ต้องจบบัญชีหรอกครับ ผมดูหลักการง่ายๆ การบินไทยตอนนี้มีหนี้สินอยู่ 21 เท่าของทุน พูดง่ายๆ ว่า ถ้าหนี้สิน 21 เท่าของทุนแล้ว เขาต้องถือว่าเจ๊งแล้ว ท่านผู้ชม ยังฝืนที่จะฟื้นฟู การฟื้นฟูครั้งนี้ก็เลยอดคิดไม่ได้ว่ามันต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลังในการที่จะฟื้นฟู มันไม่ใช่ฟื้นฟูเพื่ออยู่รอด ท่านผู้ชม มันจะอยู่รอดได้อย่างไร เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังว่ามันจะอยู่รอดได้อย่างไร แล้วท่านผู้ชมจะเห็นด้วยกับผมอย่างยิ่ง

เราดูปัจจุบันของการบินไทยก่อนมองถึงอนาคต ท่านผู้ชมครับ การบินไทยมีหนี้สินล้นพ้นตัว 2 แสนล้านบาท รายได้รวมสำหรับปี 2562 (ก่อนจะเกิดโควิด) อยู่ที่ 184,046 ล้านบาท ปี 2561 รายได้รวม 199,500 ล้านบาท เรียกว่ารายได้รวมทั้งปี ซึ่งยังไม่ตัดค่าใช้จ่าย ช่วงพีคของการบินไทยยังไม่ครอบคลุมมูลหนี้เลย


ข้อที่สอง การบินไทยขาดสภาพคล่องในการดำเนินการอย่างรุนแรงมาตั้งแต่ปี 2563 ท่านผู้ชม น่าตลกมาก รายงานข่าวแจ้งว่า จู่ๆ การบินไทยถอนตัวออกจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยกระทรวงการคลังให้ขายหุ้นทิ้ง เพื่อให้สัดส่วนการถือหุ้นของรัฐบาลต่ำกว่า 51 เปอร์เซ็นต์ การบินไทย ก็เลยกลายเป็นบริษัทเอกชน ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ แต่ท่านผู้ชมครับ จู่ๆ ได้มีการประชุมในกระทรวงการคลัง หารือความเป็นไปได้ พยายามทำให้การบินไทยกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจอีกครั้ง โดยอ้างว่าการบินไทยมีกระแสเงินสดเหลือ 4,000-9,000 ล้านบาท เพียงพอต่อการจ่ายเงินเดือนให้พนักงานถึงแค่เดือนกรกฎาคม 2564 อีกไม่กี่เดือนเอง อีกสองเดือน ฉะนั้นก็เลยมีคนเสนอ จึงมีความจำเป็นจะต้องให้รัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง เข้าไปค้ำประกันเงินกู้ประมาณ 25,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้บริษัท เสนอว่าให้กระทรวงการคลัง ซึ่งเดิมถือหุ้นอยู่ 47.86 เปอร์เซ็นต์ ไปซื้อหุ้นเพิ่มเติม ส่งผลให้การบินไทยกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจอีกครั้งตามกฎหมาย ท่านผู้ชมครับ นี่คือวาระซ่อนเร้น นี่คือนัยที่น่าสงสัยอย่างมากๆ ท่านรัฐมนตรีฯ อาคม ท่านรัฐมนตรีฯ คลัง ท่านต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ ท่านต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ การที่จะให้กระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ แล้วเปิดโอกาสให้การบินไทยกู้เงินกระทรวงการคลัง โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อเอาเงินกู้มาอีก 25,000 ล้าน หรือ 50,000 ล้าน เอามาทำไม ? เอามาจ่ายเงินค่าเช่าซื้อเครื่องบินซึ่งถึงดีลแล้ว จะต้องจ่าย แล้วคนได้คือใคร ? คือเจ้าของบริษัทที่ให้เช่าเครื่องบิน มีส่วนได้เสียกับคณะกรรมการที่ทำแผนฟื้นฟูหรือเปล่า หรือเอามาจ่ายดอกเบี้ยส่วนหนึ่งให้กับธนาคาร เพื่อเป็นการยืดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธนาคารกรุงเทพเอย ธนาคารออมสินเอย หรือเอามาจ่ายส่วนหนึ่งให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ ท่านผู้ชมครับ นี่คือเงินของประชาชนทั้งประเทศ

แต่โชคดีที่กระทรวงคมนาคมไม่เห็นด้วย กระทรวงคมนาคม ยืนยันว่าการบินไทยยังมีความเสี่ยงอีกหลายประการ และอาจจะทำให้รัฐมีภาระงบประมาณเพิ่มขึ้น ก็เลยไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว การนำการบินไทยกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ว่าทำไมต้องเอากลับมาอีก หลังจากที่คุณตัดสินใจในสถานภาพของการบินไทยแค่ปีเดียว เมื่อกี้ผมพูดค้าง

ข้อที่สาม จำนวนบุคลากรมากเกินความจำเป็น ท่านผู้ชม ผมเคยพูดมาแล้วว่า การบินไทยถ้าจะอยู่ได้ บุคลากรต้องมีไม่สูงกว่า 8,000 คน 8,000 คน สำหรับผมยังถือว่าเยอะไป ผมว่า 5,000 คน สวยที่สุด

ข้อที่สี่ ชนิดของเครื่องบินหลากหลาย ทำให้ค่าดำเนินการและค่าบำรุงรักษาแพง

ข้อที่ห้า มีบริษัทลูกที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบิน ทำให้ไม่สามารถควบคุมการบริหารงานได้

ท่านผู้ชมครับ ตามผมมานิด ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าการพูดจาอธิบายวิพากษ์วิจารณ์ของผม เป็นเวลา 11 ปีที่ผ่านมา ผมชี้ว่า ความเน่าเฟะของการบินไทยแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือนักการเมืองในฐานะที่เข้ามาเป็นบอร์ด กรรมการบอร์ด ประธานบอร์ด ผมไม่ไว้หน้า จะเป็นยุคประชาธิปไตย หรือยุคทหารเป็นใหญ่ เละเทะทั้งนั้น ท่านผู้ชมจำได้ไหมที่ผมพูดเรื่อง แอร์บัส 340-500, 600 จำได้ไหมที่บอกว่า เพื่อที่จะซื้อเครื่องบินแอร์บัส ซึ่งจ่ายเปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชันสูงกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ จ่ายได้ 5 เปอร์เซ็นต์ เพราะไปซื้อรุ่นที่มันขายไม่ค่อยออก แต่จะซื้อได้ก็ต้องสร้าง route นิวยอร์ก ก็เลยสร้าง route ขึ้นมา


ยุคนั้นเป็นยุคที่นายทนง พิทยะ เป็นประธานกรรมการบริษัท การบินไทย ท่านผู้ชมหยุดคิดสักนิดหนึ่ง การบินไทยมันเรือหายมันหลายยุคหลายสมัยแล้ว แต่ทำไมกรรมการบอร์ดการบินไทย ประธานกรรมการบอร์ดการบินไทย ถึงไม่ต้องรับผิดชอบกับความพินาศฉิบหายของการบินไทยเลยแม้แต่นิดเดียว การซื้อแอร์บัส 340-400, 500 โดยฝีมือประธานบอร์ดการบินไทย นายทนง พิทยะ วันนี้นายทนง พิทยะ ก็ยังเอ้อระเหยลอยชายอยู่ ไม่เดือดร้อนอะไรทั้งสิ้น ทำไมไม่มีใครเล่นงานคนพวกนี้

และอีกประการหนึ่งที่ทำให้การบินไทยต้องเจ๊ง ก็คือไอ้อีผู้บริหารทั้งหลายที่เป็นตั้งระดับ VP, SVP, EVP พวกที่ขึ้นต้นด้วย D ทั้งหลาย กรรมการผู้อำนวยการเขาเรียก DD รองลงมาก็ DE, DX, DO พวกนี้ คนที่กินเงินเดือนสูงๆ ท่านผู้ชมรู้ไหมการลดเงินเดือนครั้งนี้ แล้วให้พนักงานลาออกครั้งนี้ ในสภาวะที่การบินไทยจะเจ๊ง พวกผู้บริหารระดับ D ยังรับเงินเดือนสูงอยู่เหมือนเดิม ขนาดการบินไทยไม่มีธุรกรรมอะไรที่จะทำ ว่างงาน ยังมีพวก D ที่เข้ามา ทั้งรับใหม่ หรือเอาคนเก่าเข้ามา ผ่านเส้นสายต่างๆ ก็ยังเหมือนเดิม แล้วรับมาโดยใคร ? ก็กรรมการแผนฟื้นฟูนี่ล่ะ ตัวดี ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหม แล้วมันจะไปรอดอย่างไร เอาเฉพาะโครงสร้างการบริหารงานในการบินไทย ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดเลยว่า มันอิ๊บอ๋ายแน่นอน

ท่านผู้ชมครับ อีกเรื่องหนึ่ง ภาระหนี้เช่าเครื่องบินของการบินไทย ตอนนี้แบกเอาไว้เท่าไรรู้ไหม ? 108,818.64 ล้านบาท แบ่งออกเป็นสองรูปแบบ หนึ่ง สัญญาเช่าการเงิน เขาเรียกว่า Financial Leasing คือ เช่าซื้อ เมื่อการบินไทยชำระหนี้หมด เครื่องบินจะตกเป็นทรัพย์สินของการบินไทย สอง การทำสัญญาเช่าดำเนินการ หรือ Operating Leasing คือการเช่าเครื่องบินมาใช้งาน เมื่อครบกำหนดอายุสัญญาเช่า การบินไทยต้องส่งคืนเครื่องบินแก่ผู้ให้เช่า


ท่านผู้ชมครับ เราไม่มี route ที่จะบินไปไหน เรายังมีสัญญาเช่ากันอยู่หลายอัน ทำไมถึงไม่ยกเลิกสัญญาเช่าไปเลย เจรจา เสียค่าปรับก็เสียไป ทำไมต้องนั่งจ่ายสัญญาเช่าเครื่องบินที่เราไม่ได้เอามาใช้ในการดำเนินการเพื่อหารายได้ ท่านผู้ชมเห็นหรือเปล่า 6-7 เดือนที่ผ่านมา การบินไทยบินไปไหนบ้าง นอกจากนานๆ จะมีเที่ยวหนึ่งไปรับคนกลับเข้ามา จริงๆ มันเด๊ดสะมอเร่แล้ว มันตายสนิทแล้ว แล้วยังทะลึ่งเก็บเครื่องบินที่เช่าเอาไว้ ทำไมถึงเก็บเอาไว้ ? ก็เพราะว่าคนที่ให้เช่าเครื่องบิน กับผู้บริหารการบินไทย แ.. ง มีส่วนได้เสียกัน นี่ผมต้องพูดอย่างหยาบๆ เพราะคนพวกนี้คือคนที่ทำให้การบินไทยเจ๊ง

เครื่องบินที่ให้เช่า มีทุกประเภท มีเครื่องบิน A320-200 จำนวน 15 ลำ แอร์บัส 350-900 จำนวน 8 ลำ โบอิ้ง Longer-Range 777-300ER จำนวน 11 ลำ โบอิ้ง 787-8 Dreamliner จำนวน 6 ลำ โบอิ้ง 787-9 จำนวน 2 ลำ มีเครื่องบินที่ได้รับมอบมาแล้ว 39 ลำ มีเครื่องบินที่ยังไม่ถึงกำหนดรับมอบอีก 3 ลำ มีเครื่องบินครบกำหนดสัญญาเช่าในปี 2563-2567 จำนวน 6 ลำ ครบกำหนดสิ้นสุดสัญญาเช่าในปี 2568-2573 จำนวน 36 ลำ ท่านผู้ชมครับ หมายความว่าถ้าเรายังไม่มีธุรกิจที่สามารถบินได้เต็มตัวภายในระยะเวลาอีก 3 ปี 3 ปีนี่ผมให้อย่างชนิดที่เกรงใจสุดๆ แล้วนะ เกรงใจอย่างมาก ผมว่าแค่ 5 ปีต่อไปในอนาคตข้างหน้า บริการธุรกิจของการบินไทยอาจจะขึ้นมาประมาณไม่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ของก่อนโควิด แปลว่าอะไร ? 36 ลำ เราต้องจ่ายค่าเช่าตลอด


เรามีหนี้ค่าเช่าเครื่องบิน 42 ลำ สำหรับระยะเวลาแต่ละช่วง มีดังนี้ ภาระผูกพันค่าเช่าภายใน 1 ปี จำนวน 13,418 ล้านบาท ภาระผูกพันภายใน 5 ปี 56,815 ล้านบาท และเกิน 5 ปี 38,584 ล้านบาท ท่านผู้ชมครับ ผมก็มีแหล่งข่าวของผมในการบินไทย กระบวนการจัดทำเครื่องบินการบินไทยที่ผ่านมาไม่ได้ใช้รูปแบบการเช่า หรือเช่าซื้อตรงจากผู้ผลิต คือ แอร์บัส และโบอิ้ง แต่เป็นการเช่า หรือเช่าซื้อ ผ่านผู้ให้เช่า ท่านผู้ชมเข้าใจตรงนี้ไหม "เช่าซื้อผ่านผู้ให้เช่า" ก็คือพูดง่ายๆ ว่า เจ้าหนี้ที่ให้เช่า ก็คือบริษัทต่างๆ ที่มันตั้งขึ้นมา แล้วท่านผู้ชมเชื่อไหมว่ามันก็คือตั้งมาโดยคนของการบินไทย อดีตผู้บริหารที่ลาออกไป หรืออดีตผู้บริหารที่ยิ่งใหญ่อยู่ในปัจจุบัน แล้วทำตัวเป็นอีแอบ ไปตั้งบริษัทแล้วก็ไปเช่ามาจากโบอิ้ง แอร์บัส แล้วเอามาให้การบินไทยเช่าต่ออีกทีหนึ่ง แล้วกินค่าส่วนต่าง ท่านผู้ชม ชั่วไหม ? แล้วทุกวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนี้ ขนาดยื่นแผนฟื้นฟูแล้วก็ยังเป็นอย่างนี้ ฉะนั้นแล้ว ผู้ที่เป็นเจ้าหนี้การบินไทยที่สามารถทวงหนี้หรือดำเนินการยึดเครื่องบินได้ คือพูดง่ายๆ ว่า ถ้าผิดนัดสัญญาเช่า ก็สามารถยึดได้ ท่านผู้ชมครับ ให้ แ ... ง ยึดไปเลย เก็บเอาไว้ทำไม 36 ลำ ไม่มีประโยชน์ ก็ให้มันยึดคืนไปเลยสิ คืนไปให้หมดเลย เมื่อเราฟื้นฟูได้เมื่อไร เราถึงจะเริ่มเช่ามาอีกทีหนึ่ง


เมื่อท่านผู้ชมได้เห็นสภาพสถานการณ์ ณ ปัจจุบันของการบินไทย ตามที่ผมเล่าให้ฟังแล้ว ท่านผู้ชมคิดว่ามันจะฟื้นฟูได้ไหม ? ในการฟื้นฟูกิจการนั้น ที่สำคัญคือ บริษัทจะลดต้นทุนอย่างไร ในขณะนี้บริษัทลดต้นทุนคือ ลดจำนวนพนักงานลงมา จากสองหมื่นกว่าคน เหลืออยู่หนึ่งหมื่นกว่าคน ซึ่งก็ยังมากเกินไป แต่ที่บริษัทไม่ได้ลดเลย คือพวกผู้บริหารที่เริ่มด้วยตัว D D บ้า D บออะไรไม่รู้ ไปดูสิครับมีไม่รู้ตั้งกี่ D แล้วยังเพิ่ม D อีกไม่รู้กี่ D บริษัทกำลังจะเจ๊งแล้ว กำลังฟื้นฟู ก็ยังตั้งผู้บริหารระดับสูงกันเต็มไปหมด แล้วมันจะไปได้อย่างไร นั่นข้อแรก

ข้อที่สอง เมื่อต้นทุนคุณไม่สามารถควบคุมได้จริงๆ เอาล่ะ รายได้มาจากไหน คุณบอกผมซิ ผมบอกมาตั้งนานแล้วว่า อุปสงค์ อุปทาน ดีมานด์-ซัปพลาย ท่านผู้ชมครับ ดีมานด์ไม่มี คนไม่ท่องเที่ยว แล้วคุณหวังว่าคนจีนที่จะเข้ามา หรือการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคจะฟื้นคืนชีพ แล้วคุณคิดว่าคุณฟื้นคืนชีพอยู่คนเดียวเหรอ ? สิงคโปร์แอร์ไลน์ไม่ฟื้นคืนชีพเหรอ ?


คาเธ่ย์แปซิฟิคไม่ฟื้นคืนชีพเหรอ ? แล้วไทยบริหารแบบระบบห่วยๆ แบบนี้ ที่โกงกินทุกจุดแบบนี้ ที่กระทั่งจะล้มละลายอยู่แล้ว ยังตั้งผู้ที่ทำแผนฟื้นฟูมา ก็ยังแดก ยัด รับประทานกันอยู่เหมือนเดิม มันจะไปสู้กับพวกนี้ได้อย่างไร

ที่สำคัญ ผมถามว่า ... ผมเชื่อว่าในแผนฟื้นฟูต้องระบุแล้วว่า ในปีนี้ ปีนี้ กิจการการบินจะบินดีขึ้น จะมีคนท่องเที่ยวมากขึ้น รายได้จะเพิ่มมากขึ้น ... คุณรู้ได้อย่างไร ? คุณไปถามคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ ก็ไหนบอกว่าโควิดจะดีขึ้นไง คุณก็หวังว่าฉีดวัคซีนแล้วจะดีขึ้น คำว่าดีขึ้น มันไม่ดีขึ้น แล้วถ้ามันระบาดอีกล่ะ ? ท่านผู้ชมครับ การประเมินรายได้ที่จะได้นั้น เป็นการวาดวิมานในอากาศ เมื่อเอาวิมานในอากาศตัวนี้ เอามาบรรจุเป็นตัวเลขในการยื่นแผนฟื้นฟู นั่นคือการกึ่งโกหกไปแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าเราดูแผนฟื้นฟู ดูรายได้แล้ว มันเป็นเรื่องเพ้อฝัน เพ้อเจ้อ แผนฟื้นฟูวาดฝันว่าการบินไทยที่ปรับโครงสร้างการบริหารเมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลายแล้ว จะสามารถทำกำไรก่อนภาษีได้เฉลี่ยปีละ 18,000 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2566 ปีนี้ 64 ปีหน้า 65 เขาบอกปี 66 จะได้เฉลี่ยปีละ 18,000 ล้านบาท


ท่านผู้บริหารแผนฯ ครับ ที่ผมเอ่ยชื่อไปเมื่อกี้ ประชาชนลงขันกันไหม พวกคุณเอาเงินเดือนมาวางเดิมพันกันไหม ว่าที่คุณพูดน่ะตอแหล คุณทำไม่ได้หรอก แต่คุณเอาวิมานในอากาศมาใส่ในแผนฟื้นฟู คุณเอามาจากไหน กำไรปีละ 18,000 ล้านบาท ? คุณบอกผมซิ เอามาจากไหน คุณมโนทั้งนั้น คุณมโนว่าโควิดจะหมดไป แล้วโควิดหมดหรือเปล่า ? แล้วคุณมโนว่าคนจะกลับมาท่องเที่ยวเหมือนเดิม คนจะกลับมาหรือเปล่า ?

ในสภาวะการณ์ประเทศไทยอย่างนี้ โรคระบาดแบบนี้ ระดมฉีดวัคซีนอย่างนี้ ดีที่สุดก็คือ ปี 66 น่าจะสงบ ยังไม่ใช่ปี 65 ด้วยนะ ปี 66 น่าจะสงบ คำว่าสงบ ไม่ได้แปลว่าเป็นยุครุ่งเรืองของการบินอีกต่อไปนะ ไม่ได้แปลว่าอย่างนี้นะ แล้วถามต่อว่า การเจรจายื่นแผนฟื้นฟูเพื่อที่จะประนอมหนี้ ผมถามคำหนึ่ง ผมไม่ใช่ไม่เคยทำเรื่องการยื่นแผนฟื้นฟู สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้คุณอยู่ได้ เจ้าหนี้ต้องแฮร์คัต ผมถามผู้บริหารแผนว่า มีเจ้าหนี้คนไหนแฮร์คัตบ้าง ธนาคารกรุงเทพ แฮร์คัตไหม ? นอกจากไม่แฮร์คัตแล้ว ยังส่งกรรมการ คนของตัวเอง 2 คน เข้ามานั่งอีก เพื่อมารอดูว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้าง ทุเรศ! ท่านผู้ชม ทุเรศไหม คือบริษัทจะเจ๊ง ขอทำแผนฟื้นฟู เฮ้ย คุณเป็นเจ้าหนี้แบบนี้ ผมไม่ไหวนะ คุณลดหนี้หน่อยได้ไหม คุณตัดดอกเบี้ยออก คุณแยกมา ลดเงินต้น 30-40 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีทาง ธนาคารกรุงเทพเค็มจะตาย โคตรเค็มเลย แล้วก็มีวาระซ่อนเร้นกับคนซึ่งเป็นตัวแทนผู้บริหารแผนฯ ท่านผู้ชมครับ มันจะไม่อิ๊บอ๋ายได้อย่างไร

แผนนี้มโนว่าอีกสองปีข้างหน้า คือปี 66 การบินไทยสามารถกำไรได้หลักหมื่น หรือเกือบสองหมื่นล้านบาท ท่านผู้ชมครับ นี่คือตลกที่บัดซบที่สุด แต่เป็นตลกที่ผมหัวเราะไม่ออก ผมถามจริงๆ คุณคิดแบบนี้ได้ คุณไม่บ้าก็ต้องเพี้ยน เพราะประการแรก สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ที่เขาเรียกว่า ไออาต้า (IATA) นายไบรอัน เพียร์ซ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของไออาต้า


เขาเผยแพร่รายงานล่าสุดเกี่ยวกับแนวโน้มสภาพการเงินของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา เดือนกว่านี่เอง เขาบอกว่า เขายอมรับว่าปี 2564 อุตสาหกรรมการบินยังไม่ฟื้น ต่อให้ครึ่งหลังของปี 2564 ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว อย่างมากก็ได้แค่ระดับครึ่งเดียว คือ 50 เปอร์เซ็นต์ ของปี 62 ก็คือก่อนโควิดมา เมื่อเขามองไปในอนาคต ปี 65-66-67-68 อีกสี่ปี เขาบอกปริมาณขนส่งผู้โดยสารก็ยังจะไม่กลับมาเท่ากับระดับเดิมเมื่อก่อนเกิดโควิด ปี 2562 อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนอีกมากมายมหาศาล ผมจะเอากราฟให้ดู มีไฮไลต์สีเหลืองในกราฟด้านล่าง อันเนื่องมาจากปัญหาการแพร่ระบาดและการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส รวมถึงการกระจายฉีดวัคซีนที่อาจจะเกิดการทำให้ล่าช้า


ประการที่สอง ลองไปพิจารณาดูตัวเลขกำไร-ขาดทุนของการบินไทยย้อนหลัง ช่วงก่อนโควิด-19 แพร่ระบาด ตั้งแต่ปี 2556-2562 ปรากฏว่า 7 ปี การบินไทยขาดทุนหลักหมื่นล้าน 6 ปี มีกำไรอยู่ปีเดียว คือ 2559 กำไรจุ๋มจิ๋มมาก 15 ล้านบาท ที่กำไรเพราะมีการขายทรัพย์สินออกมาเพื่อแต่งบัญชี ด้วยสองปัจจัยข้างต้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ในปี 2566 การบินไทยจะทำกำไรได้ ใครเป็นคนเขียนแผนฯ นี้ เปิดเผยหน่อยได้ไหมครับ ผมอยากจะเอาชื่อของคุณประทับเอาไว้ ติดไว้ในห้องน้ำ ถ้าวันไหนถึง 2566 คุณทำกำไรไม่ได้ ผมจะได้เอารูปของคุณติดไว้ที่โถในห้องน้ำ แล้วให้คนปัสสาวะรด


ท่านผู้ชมครับ คำว่า "สายการบินแห่งชาติ" ในกระบวนทัศน์เก่าสะท้อนถึงการเลือกทางเลือกที่หนึ่งของผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ บริษัท การบินไทย ที่เสนอให้กลับมาถือหุ้นเกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ขัดแย้งกับทางเลือกที่สอง

ท่านผู้ชมครับ มีทางเลือกที่สองที่กระทรวงคมนาคมเสนอมา ผมจะเล่าให้ท่านฟัง

กระทรวงคมนาคม โดยคุณศักดิ์สยาม เสนออย่างนี้ ซึ่งผมคิดว่ามีเหตุผลมาก การบินไทยจะฟื้นฟูอย่างไร ปล่อยฟื้นฟูไป เราตั้งข้อสมมติฐานได้เลยว่า การบินไทยไม่น่าจะไปรอด ประเทศไทยควรจะมีสายการบินแห่งชาติแห่งที่สองขึ้นมา แต่เป็นสายการบินเล็กๆ ไม่เยอะ เริ่มจากคนไม่กี่คน ไม่ต้องมี D บ้า D บอ เยอะแยะไปหมด มีกรรมการผู้จัดการคนหนึ่ง มีผู้บริหารฝ่าย Operation คนหนึ่ง มีผู้บริหารฝ่ายการตลาดคนหนึ่ง จบแล้ว ฝ่าย Operation ก็คุมนักบิน โน่นนี่นั่น ตอนนี้คนตกงานเยอะ เอาคนพวกนี้กลับมาทำงานบริษัทใหม่ในเงินเดือนที่ลดต่ำกว่าเดิม 30-40 เปอร์เซ็นต์ หรือ 50 เปอร์เซ็นต์ เขาก็มากัน เริ่มด้วยเครื่องบินไม่กี่ลำ บริหารกันเต็มที่เหมือนกับพวกบริษัทโลว์คอสต์เขาบริหารกัน แอร์ที่อยู่บนเครื่อง ก็ต้องลงมาที่กราวนด์ มาทำหน้าที่เช็กอิน กัปตันก็ต้องมาช่วยเช็กอินด้วย แล้วออกไป ขึ้นไป บริหารแบบนี้ ไป destination ที่กำไรแน่ๆ ถ้าอีกหน่อยฮ่องกงเปิด กรุงเทพฯ-ฮ่องกง, ฮ่องกง-กรุงเทพฯ เอาตรงนี้เสียก่อน ถ้าเมืองจีนเปิด ถ้าเขาให้เราเข้า ก็กรุงเทพฯ-ปักกิ่ง, กรุงเทพฯ-เซี่ยงไฮ้ เอาที่ไปแล้วเต็ม อะไรที่มันเพื่อศักดิ์ศรี หน้าตา เพื่อให้มันต้องบิน ต้องไปกรีซ ต้องไปเอเธนส์ ต้องไปมิลาน ต้องไปซูริก ต้องไปโน่นไปนี่ ทิ้งไปให้หมด เอาเฉพาะสายที่กำไรจริงๆ เราเริ่มจากเล็กๆ ค่อยๆ สร้างเนื้อสร้างตัวมาใหญ่ นี่คือสายการบินแห่งชาติ แล้วรอการบินไทย แผนฟื้นฟูมันเจ๊ง ซึ่งมันต้องเจ๊งแน่นอนท่านผู้ชม เจ๊งแน่นอน! เจ๊งแน่นอน! ผมยืนยัน สายการบินสายที่สองก็จะค่อยๆ ฟื้นตัวมา เหมือนนกฟีนิกซ์ที่กำลังฟื้นตัวและกำลังจะบินต่อไปได้

ทีนี้ ต้นทุนก็คุมได้แล้วสิ ที่ไปนั่งอยู่เป็น D ทั้งหลายในการบินไทย ไม่ต้องรับกลับเข้ามา เอาคนที่ระดับเงินเดือนแค่ผู้อำนวยการฝ่าย ขึ้นมาเป็น VP แทบไม่ต้องมี VP เลย ทุกคนลงไปสัมผัส ทุกคนลงไปทำ ทุกคนลงไปช่วยกัน ไม่ต้องมาเต๊ะจุ๊ยแบ่งท่าแบ่งทาง ไม่จำเป็นหรอกคุณจะเป็นอดีตรัฐมนตรี หรือคุณจะเป็นอดีตโน่นอดีตนี่ ไม่มีความหมาย เอาคนที่รู้เรื่องนี้ และพร้อมที่จะลุย และตีนติดดิน

นี่คือแผนของกระทรวงคมนาคม ซึ่งผมคิดว่าเวิร์กที่สุด ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหมครับ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมจะต้องอธิบายเรื่องราวบางอย่างให้กับเด็กนักเรียน นักศึกษาประมาณ 3 หมื่นคน ที่กำลังกระวนกระวายใจอยู่ทุกวันนี้ ว่า เอ๊ะ เมื่อไรถึงจะได้มีโอกาสกลับไปเรียนต่อที่ประเทศจีน ถ้ารวมทั้งท่านพ่อแม่ ผู้ปกครอง ตีสัก 1 คน มีคนที่เกี่ยวพันด้วยประมาณ 10 คน ก็ประมาณ 3 แสนคน ที่กำลังกลุ้มอกกลุ้มใจในเรื่องนี้อยู่ เชิญมาฟังได้ครับ


สิ่งที่ผมพูดนั้น ฟังแล้วอย่าเพิ่งตกใจ เรื่องราวที่คุณไม่ได้กลับไปเรียนในประเทศจีนมันไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่คุณคิด ว่าการที่คุณไปยื่นจดหมาย รวบรวมรายชื่อส่งไปให้ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งประเทศจีน พฤษภาคม 2564 โดยที่คุณลงในโซเชียลมีเดีย ทั้งทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก เว่ยป๋อ (Weibo) วีแชต (WeChat) เนื้อหาในจดหมายเรียกร้องให้ทางประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ดำเนินการให้นักเรียน นักศึกษาไทย สามารถกลับไปเรียนต่อที่ประเทศจีนก่อน หรือภายในเดือนกันยายนนี้ เพราะว่ากันยายน เป็นต้นปีการศึกษาของมหาวิทยาลัยในประเทศจีน ผมเห็นใจครับ แต่บางทีผมจะเอาโลกแห่งความเป็นจริงมาเล่าให้พวกน้องๆ ลูกๆ หลานๆ ฟัง ว่าข้อเท็จจริงที่คุณยังไม่ได้กลับไป เพราะอะไร

เอาเป็นง่ายๆ แล้วกัน ก่อนอื่นนะครับ หลังจากเกิดวิกฤตโควิด-19 ในช่วงปลายปี 2562 ถึง 2563 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ปิดเทอมฤดูหนาวของประเทศจีน บวกกับเทศกาลตรุษจีนด้วย สถานการณ์โควิดในจีนช่วงนั้นรุนแรงมาก ในช่วงนั้นนักศึกษาต่างชาติในจีนทยอยเดินทางกลับประเทศ รวมไปจนถึงนักศึกษาไทยในประเทศจีน ซึ่งมีจำนวนกว่า 3 หมื่นคน เดินทางกลับประเทศไทยกันหมด


เพราะตอนนั้นประเทศจีนน่ากลัวมาก พ่อแม่ทุกคนก็เรียกร้องให้ลูกเดินทางกลับมา ต่อมา หลังจากนั้นอีกไม่นาน โควิด-19 ในประเทศจีนคลี่คลายลง ทางการจีนสามารถควบคุมปริมาณผู้ติดเชื้อได้ แต่ประเทศจีนก็ยังไม่ยอมให้นักศึกษาที่ออกมา กลับไปเรียนต่อจนถึงปัจจุบัน จากวันนั้นถึงวันนี้ 14 เดือนแล้ว หลายท่านอาจจะเข้าใจว่าอาจจะเป็นเพราะว่าโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอยู่ทั่วโลกหรือเปล่า ทำให้จีนไม่ออกวีซ่านักเรียน

วีซ่านักเรียนมีอยู่ 2 วีซ่า คือ วีซ่า X กับ X1 วีซ่านักเรียนของจีนเดิมทีมีแต่วีซ่า X ประเภทเดียว ต่อมาย่อย X เป็น 2 แบบ X1 คือ วีซ่านักเรียนที่เรียนระยะยาวที่เดินทางมาเรียนในจีนเกิน 180 วัน ส่วน X2 คือ วีซ่านักเรียนที่เดินทางมาเรียนระยะสั้น ไม่เกิน 180 วัน มาเรียนภาษาชั่วคราว เรียนที่เซี่ยงไฮ้ เรียนที่เซียะเหมิน เรียนที่หางโจว เรียนที่กว่างโจว เรียนที่ปักกิ่ง


ท่านผู้ชมครับ ที่เป็นนักศึกษาไทย ผมไม่อยากจะพูดให้ท่านตกใจ ที่จีนไม่ออกวีซ่าให้นักเรีนยกลับไปเรียนอีก ตามที่กระทรวงการต่างประเทศของคุณดอน เฮ้าเลี่ยน ปรมัตถ์วินัย พูดออกมานั้น ไม่จริง เพราะว่าเกาหลีใต้ได้รับวีซ่าให้กลับไปเรียนแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 หลังจากจีนเขาควบคุมได้แล้ว แล้วที่สำคัญคือมีการออกวีซ่านักเรียนให้กับชาติเพื่อนบ้านของเรา เช่น ลาว สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เป็นต้น ทั้งๆ ที่ในระยะเวลานั้นการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคระบาดนี้ในประเทศไทยต้องถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ต้องยอมรับตอนนั้น เพราะยังไม่มีการระบาดระลอกที่สาม ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายมีนาคม ต้นเมษายน ของปีนี้ ก็เลยทำให้คนสงสัย และหลายคนก็งง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่พี่น้อง และตลอดจนลูกหลานที่เป็นนักศึกษาอยู่ ว่า เอ๊ะ ทำไมถึงไม่ได้เรียน


ท่านผู้ชมครับ ผลของการที่ทางการจีนระงับการออกวีซ่านักเรียนให้กับนักศึกษาไทยดังกล่าว ส่งผลให้นักเรียนไทยที่กำลังศึกษาต่อที่ประเทศจีน ที่ประสบปัญหา ยังกลับไปเรียนไม่ได้กว่า 3 หมื่นคน ทุนรัฐบาลหลายคนถูกยกเลิกไป จนถูกบังคับให้ลาออก หลายคนต้องเสียค่าเช่าที่พักฟรีๆ เป็นปี เพราะขนของกลับไม่ได้ ค่าเทอมที่ต้องจ่ายเต็ม แต่คุณภาพการเรียนออนไลน์ไม่ช่วยอะไร ท่านผู้ชมครับ การไปเรียนภาษา ไปเรียนต่างประเทศ ต้องไปซึมซับวิถีชีวิต วัฒนธรรมในประเทศนั้นๆ และหลายหลักสูตรที่นักเรียนไทยไปเรียนที่จีนมีข้อจำกัด ไม่สามารถเรียนในรูปแบบออนไลน์ได้ หลายคนเรียนหมออยู่ที่จีน หลายคนเรียนวิศวะอยู่ที่จีน จะเรียนออนไลน์ได้อย่างไร

ผมมีตัวอย่างของคนใกล้ชิด 2 คน ท่านผู้ชมจำคุณคำนูณ สิทธิสมาน ได้ไหม ส.ว. ของรัฐบาลไทย ลูกชาย 2 คน ของคุณคำนูณ สิทธิสมาน และคุณสรวงมณฑ์ สิทธิสมาน ชื่อต้นน้ำ กับต้นกล้า เขาเรียนจบวชิราวุธวิทยาลัย ได้ทุนไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในเซี่ยงไฮ้ กลับมาเมืองไทยในช่วงนั้น


ตอนนี้ยังกลับไม่ได้ ต้องเรียนออนไลน์ทั้งหมด เป็นเวลาปีกว่าๆ จนกระทั่งถึงวันนี้ ที่หนักหนากว่านั้น ท่านผู้ชม คนที่เรียนแพทย์ ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนจีน วิศวกรรมศาสตร์ สายวิทยาศาสตร์ นักศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอกทั้งหมด เพราะคนพวกนี้ต้องทำวิจัย ยิ่งไปกว่านั้น บางคนขาดแค่ 3 เดือน ก็จะเรียนจบแล้ว เหลือแค่ฝึกงาน ทำวิจัย ซึ่งต้องทำที่จีนเท่านั้น แต่ผ่านไปเกือบสองปี ยังทำอะไรไม่ได้เลย

ถึงที่สุด นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองหลายคน ยอมจ่ายค่ากักตัว 14 วัน ที่เมืองที่เดินทางไปถึง บวกอีก 7 วัน ที่เมืองปลายทาง สมมุติคุณลงที่กว่างโจว หรือลงที่ปักกิ่ง คุณต้องกักตัว 14 วัน แล้วจากปักกิ่ง คุณต้องเดินทางไปอีกเมืองหนึ่งที่มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ คุณต้องกักอีก 7 วัน รวมแล้ว 21 วัน จ่ายค่ากักตัววันละ 600 หยวน หรือ 3,000 บาท เขายอม

ท่านผู้ชมครับ ลูกๆ หลานๆ ที่เรียนจีน คุณอา/คุณลุง จะพูดอะไรให้ฟังอย่างหนึ่งนะ ขอให้เชื่อ อย่าไปเชื่อคำพูดของกระทรวงการต่างประเทศของไทย พวกหนูยังรู้จักจีนไม่ดีพอ จีนยิ่งโดนกดดันก็ยิ่งแข็งกร้าว จริงๆ คุณไม่ต้องไปกดดัน สี จิ้นผิง หรอก และไม่มีความจำเป็นต้องยื่นหนังสือให้อุปทูตจีนในประเทศไทย นายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เพราะเขาต้องทำตามนโยบายของผู้นำประเทศเขา ที่ถูกต้อง คุณต้องไปกดดันคุณดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้ไปกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดีกว่า คุณต้องกดดันคนพวกนี้ว่าจะดำเนินการเจรจาให้พวกคุณได้อย่างไร

ท่านผู้ชมครับ ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 สองเดือนที่แล้ว นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเรื่องการดำเนินการต่อกรณีนักศึกษาไทยประสงค์จะกลับไปเรียนต่อที่ประเทศจีน


เขาพูดอย่างนี้ เขาบอกว่า หนึ่ง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือกับฝ่ายจีน และกระทรวงฯ ก็ได้หารือกับสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย (bla bla bla ...) ท่านผู้ชมครับ นั่นคือพิธีการที่กระทรวงการต่างประเทศจะพูด ได้คุยแล้วนะกับสถานทูตจีนในประเทศไทย ได้ให้สถานทูตไทยในประเทศจีน คุยกับกระทรวงการต่างประเทศ

สอง คุณดอน ปรมัตถ์วินัย ได้คุยกับนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ในการเดินทางมาเยือนไทยเมื่อปีที่แล้ว 15 ตุลาคม 2563 ซึ่งนายหวัง อี้ รับจะไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้น กระทรวงฯ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง รวมทั้่งสถานกงสุลไทยภายในจีนก็ผลักดันประเด็นนี้ตลอดเวลา


17 มีนาคม 2564 เมื่อเร็วๆ นี้ 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย แจ้งว่า ทางจีนได้พิจารณาเรื่องนี้แล้ว และยังไม่สามารถอนุญาตให้นักศึกษาต่างประเทศกลับไปเรียนต่อ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคระบาดจะรุนแรงในช่วงฤดูหนาว ทั้งนี้ จีนยังไม่ได้อนุมัติวีซ่าให้นักศึกษาต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดให้กลับไปเรียนตามปกติ อุปทูตจีนท่านพูดไม่หมด เพราะประเทศจีนได้อนุมัติให้นักศึกษาเกาหลีได้กลับไปเรียนแล้ว นักศึกษาลาวก็ไป สิงคโปร์ก็ไป เพราะฉะนั้นแล้ว พวกนักศึกษาไทยที่ยังไม่ได้ไป ต้องรู้ว่านี่คือภาพของการทูต พูดให้มันเพราะ เจาะจง


คำตอบของกระทรวงการต่างประเทศอ้างว่าสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย แจ้งว่า ฝ่ายจีนได้พิจารณาเรื่องนี้แล้ว และยังไม่สามารถอนุญาต เนื่องจากมีการแพร่ระบาด นั่นไม่จริง อย่างที่ผมบอก จีนออกวีซ่าให้ 3 แบบ วีซ่านักเรียน X ให้คนเกาหลี นักเรียนเกาหลี วีซ่าทำงาน Z และผู้อาศัยที่มีใบรับรองการพักแรมที่มีผล

ท่านผู้ชมครับ ตามผมมา ลูกๆ หลานๆ ที่ฟัง ตามอา/ตามลุงมา ถ้านายดอน บอกว่าคุยกับ หวัง อี้ ซึ่งเป็นมนตรีของรัฐ และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน เมื่อปีที่แล้ว ถ้านับวันที่เขาคุย และนายหวัง อี้ รับปากว่าจะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นี่คือภาษาการทูต ก็คือ กูไม่ให้มึงกลับหรอก แต่กูจำเป็นต้องพูดภาษาดอกไม้ทางการทูต ว่า เดี๋ยวจะเอาไปปรึกษาหารือกัน ลูกหลานเอ๊ย นับวันที่หวัง อี้ พูด มาจนถึงวันนี้ แปดเดือนแล้ว แปดเดือน พี่น้องเอ๊ย 8 เดือนแล้วที่เขารับปาก แล้วไม่มีอะไรเคลื่อนไหว ยังไม่เข้าใจอีกหรือว่าเขายังไม่ออกวีซ่าให้พวกเรา เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าทำไมเขาถึงไม่ออกให้เรา จะได้เบิกเนตรพวกลูกหลานเสียบ้างว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร เพราะจีนเขาไม่พอใจไทยหลายต่อหลายเรื่อง และการที่ไม่ให้พวกคุณกลับไปเรียนหนังสือได้ตามที่คุณต้องการ เป็นการส่งสัญญาณบางอย่างให้กับประเทศไทย หลังจากที่เขาส่งสัญญาณมาหลายเรื่องแล้ว สิ่งที่เขาไม่พอใจที่ไทยทำกับเขา

เอาข้อแรกก่อน ข้อแรกสุดเลย คุณเคยเจอไหม ประเทศไทย ประเทศจีน โดยพื้นฐานน่าจะใกล้ชิดกันมาก แต่ประเทศไทยไม่มีเอกอัครราชทูตมาประจำเป็นเวลา 2 ปีแล้ว สองปีแล้วนะที่ไม่มีเอกอัครราชทูตมา แล้วให้คุณหยาง ซิน ซึ่งเป็นอุปทูตจีน รักษาการเอกอัครราชทูต ฮัลโหล ไม่รู้สึกผิดปกติบ้างหรือ นี่คือการประท้วงทางสัญลักษณ์ที่รุนแรงมากพอสมควร แต่คุณดอน ยังไม่เก๊ต เพราะคุณดอน คือสายทางตะวันตก สายอเมริกาติดตัว เอกอัครราชทูตจีนคนที่เคยอยู่ เดินทางกลับจีน อ้างว่าไม่สบาย ไปรักษาตัว 2 ปีแล้วนะ ถ้ามาไม่ได้ จีนก็ต้องส่งคนใหม่มา แต่จีนไม่ส่งเลย ให้นายหยาง ซิน กระโดดโลดเต้นไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ไปเจอนายกรัฐมนตรี ไปจับไม้จับมือ ก็คือดำเนินการทูตตามปกติ แต่ถ้าดูให้ลึกลงไป เอ๊ะ ทำไมไม่มี


นายหลู่ย์ เจี้่ยน ก็คือเอกอัครราชทูตจีนที่หายตัวไปจากเมืองไทยได้ 2 ปี เขากลับไปตั้งแต่ปลายปี 62 วันที่ 20 มกราคม 2563 เขาจัดงานตรุษจีน ก็มีท่านชวน หลีกภัย ไป แต่เอกอัครราชทูตจีนไม่อยู่ คนที่ต้อนรับกลายเป็นทุกวันนี้ นายหยาง ซิน ออกงานออกการ คำถามมีอยู่ว่า ทำไมปีกว่าๆ แล้วจึงไม่มีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตท่านใหม่มาแทน


น่าสนใจมาก ประเด็นที่ประเทศไทยไม่มีเอกอัครราชทูตจีนมาประจำเป็นเวลานาน ผิดปกติมาก ทั้งๆ ที่สถานภาพประเทศไทยสำคัญมากในสายตาของจีน เป็นไปได้ไหมว่าตอนนี้จีนเริ่มคิดที่จะตัดหางปล่อยวัดประเทศไทยแล้ว ไม่สนใจ เป็นไปได้ไหม อีกสัญลักษณ์หนึ่ง ถ้าวันหนึ่งจีนอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจีนออกเที่ยวจากเมืองจีนมาประเทศไทย แล้วไม่สนับสนุนให้คนจีนมาเที่ยวเมืองไทยต่อไป แล้วฝันที่คาดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพัทยา ที่หวังจะมีนักท่องเที่ยวจีนกลับมา มิฝันสลายไปหรือ นี่คือความจริงที่เจ็บปวดที่สุด เขาถือไพ่ทางเศรษฐกิจเหนือเรา เหมือนกับที่เขาบีบออสเตรเลีย ระวังเขาจะบีบไทย ผมหวังว่าจะไม่มีเช่นนั้น

แต่ประเทศไทยในเชิงประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ การเมือง ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการค้าขายการทหาร คำพูด พูดมาตลอด จีน-ไทยไม่ใช่อื่นไกล เป็นพี่น้องกัน ภาษาจีนกลางเขาเรียกว่า จง-ไท้ อี้เจียซิน ความสัมพันธ์ใกล้ชิดตั้งแต่ระดับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ จีนเป็นประจำ ระดับชาวบ้าน คนไทยที่มีเชื้อสายจีนเต็มไปทุกประเทศ เรื่องนี้ผมเคยพูดออกอากาศไปแล้วเมื่อตุลาคม 2563 ในตอน "ผมอยู่ไม่เป็น"
ผมพูดสั้นๆ อย่างนี้ ปี 63 วันที่ 23 ตุลาคม ปีที่แล้ว ผมพูดอย่างนี้ "ช่วงหลังจีนถึงค่อนข้างจะมึนตึงกับประเทศไทย ไม่มีเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยมาเกือบปีแล้ว เพราะการกระทำของรัฐบาลประยุทธ์ ดูเหมือนว่าจะถือหางข้างประเทศอเมริกาอย่างโจ๋งครึ่ม" นี่คือสิ่งที่ผมเตือนเอาไว้นานมาแล้ว

ข้อที่สอง ผมเคยชี้แล้วว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดอย่างทำอย่าง สัญญาไม่เป็นสัญญากับทางการจีนหลายเรื่อง ทั้งๆ ที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ผมยกตัวอย่างหลักๆ 3 เรื่อง หนึ่ง เรื่องรถไฟความเร็วสูง สอง เรื่องกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง-ล้านช้าง สาม การที่รัฐบาลไทยอนุญาตให้สหรัฐอเมริกาตั้งกงสุลแห่งใหม่ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ที่ใหญ่โตผิดปกติ ใช้เงินลงทุนเกือบ 300 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 9,000 ล้านบาท


เพื่อใช้สถานกงสุลของอเมริกาที่ประเทศไทยทางภาคเหนือ เป็นตัวเช็กความเคลื่อนไหวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน หลังจากกงสุลอเมริกาที่เมืองเฉิงตูถูกปิดไป สาเหตุก็เพราะว่า สหรัฐอเมริกาปิดสถานทูตจีนที่เมืองฮูสตัน จีนก็เลยแก้เผ็ด เพราะอยากปิดสถานทูตอเมริกาที่เฉิงตู เพราะว่าสถานทูตอเมริกาที่เฉิงตูนั้นตั้งอยู่ในหัวใจของภาคตะวันตกของจีน เป็นที่สั่งสม เป็นที่หาข้อมูลกับฝ่ายทิเบต ที่ต้องการที่จะขับไล่จีนออกจากทิเบต หรือรับข้อมูลในเรื่องของชาวอุยกูร์จากซินเจียงมา


เมื่้อถูกปิดแล้ว เท่ากับว่าหูตาของอเมริกาหมด อเมริกาถึงต้องมาติดตั้งสร้างสถานกงสุลมูลค่าลงทุน 9,000 ล้านบาท สถานกงสุลบ้าอะไรตั้ง 9,000 ล้านบาท ถ้าไม่ได้มีเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ การก่อสร้างที่ลงไปใต้ดินอย่างลึก แล้วทุกวันนี้คนที่เชียงใหม่ก็บอกว่า การก่อสร้างนี้แม้กระทั่งที่นั่งร้านก็ไม่ซื้อจากเมืองไทย ขนมาเอง ใส่ตู้คอนเทนเนอร์เป็นร้อยๆ ตู้ คือเป็นความลับในการสร้างสถานกงสุลนี้ แสดงว่าสถานกงสุลนี้มีปัญหาแน่นอนในอนาคต


ผมเคยเกริ่นเรื่องนี้ให้ท่านผู้ชมฟังเมื่อเดือนตุลาคม 2563 แต่ผมจะลำดับเรื่องให้ละเอียด เพื่อให้ท่านผู้ชมและนักเรียนไทยที่ต้องไปเรียนเมืองจีน รวมทั้งผู้ปกครองที่ไม่รู้จะหาทางออกกับเรื่องนี้อย่างไร จะได้รับทราบถึงข้อเท็จจริงและสถานการณ์ว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

เอาล่ะ 2557 เจ็ดปีที่แล้ว ก่อนรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ของ คสช. ในสังคมไทยมีการต่อต้านการเคลื่อนไหวของรัฐบาล อเมริกาเอง ที่ตอนนี้คุณดอน บูชาเหมือนเป็นพ่อ และประยุทธ์ ก็เข้าข้างอเมริกา พยายามสนับสนุนแทรกแซงกิจการภายในประเทศผ่านทางสื่อ นักวิชาการสถาบันต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ทางภาคเหนือ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่ก่อน คสช. เข้านะ เขาก็ทำอย่างนี้อยู่แล้ว พอ คสช. เข้ามาในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 อเมริกา กลุ่มสหภาพยุโรป ได้ประณามประเทศไทยอย่างรุนแรง ข่มขู่ว่าห้ามสมาชิก คสช. เดินทางเข้าประเทศ จะคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ จะยึดทรัพย์สมาชิก คสช. ในต่างประเทศ ตัดสิทธิต่างๆ ในเรื่องสิทธิทางการเมือง การประมง และสิทธิอื่นๆ

ตุลาคม 2557 หลังจากที่ยึดอำนาจ 4 เดือน พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปอิตาลี เพื่อประชุมประเทศเอเชีย-ยุโรป หรือที่เขาเรียกว่า อาเซ็ม


ตัวแทนกลุ่ม G20 ปรากฏว่าได้มีการบีบให้ประเทศไทยทำรถไฟความเร็วสูงด้วยระบบชิงกันเซ็ง ของญี่ปุ่น เพื่อเชื่อมกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ รวมทั้งภาคอื่นๆ ด้วย ความกดดันดังกล่าวทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ฉุน ไม่พอใจ กลับประเทศไทยก็เลยสั่งการให้ พล.อ.ประวิตร รองนายกรัฐมนตรี ประสานเจรจากับจีนเพื่อขอประสานความร่วมมือสร้างรถไฟความเร็วสูงทั้ง 3 เส้นทาง นี่ พล.อ.ประยุทธ์ ขอมา เพราะอับอายขายหน้า โดนกดดัน ยัวะ ในการประชุมอาเซ็มที่อิตาลี กลับมาให้ พล.อ.ประวิตร เดินทางไปจีน เพื่อเจรจา และคนที่ประสานให้ พล.อ.ประวิตร ก็คือคุณไพศาล พืชมงคล ตัดสินใจให้จีนเข้ามาช่วยในการสร้างทางรถไฟ 3 เส้นทาง หนองคาย-โคราาช, โคราช-กรุงเทพฯ และสระบุรี-แหลมฉบัง-มาบตาพุด


ประเทศไทยก็เลยถือโอกาส ไหนๆ แล้ว เราขอเขามา เราให้เขาลงทุนสร้าง เราขอเขาบ้าง ให้ช่วยซื้อข้าว 2 แสนตัน ยาง 2 แสนตัน ทางฝั่งจีน นายหลี่ เค่อเฉียง ท่านผู้ชม นายกรัฐมนตรีจีนรับปากไว้หมด โดยฝั่งไทยระบุว่าจะขออนุมัติเรื่องดังกล่าวจาก สนช. ก่อน แล้วจะลงนามในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2557 ที่นายกรัฐมนตรีจะไปประชุมเอเปกที่กรุงปักกิ่ง การประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจ หรือเอเปก ครั้งที่ 22


เดือนพฤศจิกายน 2557 เมื่อนายกฯ เดินทางไปประชุมเอเปกที่ปักกิ่ง ปรากฏว่าเรื่องดังกล่าวยังไม่ผ่านที่ประชุม สนช. ทำให้ฝั่งไทยไม่สามารถลงนามได้ ตลกมาก ธรรมดาแล้วรัฐบาลทหาร รัฐบาลชุด พล.อ.ประยุทธ์ คุม สนช. ได้หมด ทำไมถึงไม่ผ่าน สนช. แสดงว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลัง มีทางฝ่ายอเมริกา ฝ่ายตะวันตก ติดต่อทางประยุทธ์ มา อาจจะผ่านหน่วยงานทหาร ทำให้ฝั่งไทยไม่สามารถลงนามได้ แต่ไทยก็แก้เกมด้วยการประกาศสนับสนุนยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมทางบกและทางทะเล รวมทั้งเข้าไปเป็นสมาชิกก่อตั้งของธนาคารเพื่อการลงทุนขั้นพื้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB) ใส่เงินประเดิมไปด้วยนะ 50,000 ล้านบาท

ต่อมา เมื่อจีนซื้อข้าวแล้ว 2 แสนตัน ยาง 2 แสนตัน จากไทย ปรากฏว่าประเทศไทยสวมวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสิน ชักดาบ ในเรื่องของรถไฟความเร็วสูง จีนคงไม่รู้ว่าประเทศไทยเคยใช้วิญญาณของสมเด็จพระเจ้าตากสิน มาหลายครั้ง ในกรณีต่างประเทศ ก็เลยเปลี่ยนระบบหมดทุกอย่าง เปลี่ยนจากการลงทุนร่วม มาเป็นการว่าจ้าง เจรจาเปลี่ยนแผนการการก่อสร้าง สร้างชั้นแรกกรุงเทพฯ-โคราช ก่อน เรียกได้ว่าเปลี่ยนมันไปเรื่อยๆ แบ่งเส้นทางก่อสร้างกรุงเทพฯ-โคราช เป็น 4 ช่วง ช่วงหนึ่ง บ้านกลางดง-บ้างปางอโศก 3.5 กิโลเมตร ท่านผู้ชม 3.5 กิโลเมตร จากปางอโศก มา กรุงเทพฯ อีก 11 กิโลเมตร จากปากทางเข้ากรุงเทพฯ ประมาณ 100 กิโลเมตร จากกลางดง ไป โคราช อีกประมาณ 100 กิโลเมตร รวมค่าก่อสร้าง 170,000 ล้านบาท


ต่อมาก็เปลี่ยนข้อตกลงอีก จะขอสร้างทดลองช่วงแรก บ้านกลางดง-บ้านปางอโศก ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ให้กรมทางหลวง ซึ่งไม่เคยก่อสร้างรถไฟ เป็นผู้ดำเนินการ ก็อิ๊บอ๋ายสิ ตอนนั้นจีนเริ่มรู้แล้วว่ารัฐบาลประยุทธ์ เบี้ยวแล้ว ท่านผู้ชมครับ รถไฟความเร็วสูง 3.5 กิโลเมตร สร้างเสร็จเมื่อเดือนกันยายน 2563 ที่ผ่านมา ท่านผู้ชมครับ 3.5 กิโลเมตร ใช้เวลาสร้าง 2 ปี กับอีก 6 เดือน จีนเขาก็กินข้าวเหมือนเรา เขาไม่ได้กินแกลบ เขาก็ดูออกว่านี่คือการเบี้ยวครั้งยิ่งใหญ่

สรุป รถไฟของไทยที่ต้องสร้าง กรุงเทพฯ-หนองคาย ซึ่งจะต้องไปเชื่อมกับรถไฟจีน-ลาว ที่เวียงจันทน์ ระยะทาง 609 กิโลเมตร แบ่งเป็น กรุงเทพฯ-โคราช 253 กิโลเมตร โคราช-หนองคาย 356 กิโลเมตร จะใช้เวลาก่อสร้างกี่สิบปี เพราะแค่ 3.5 กิโลเมตร ก็ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปีครึ่ง เดี๋ยวผมจะเอาแผนที่ให้ดูนะครับ

ท่านผู้ชมครับ เราข้ามมาฝั่งลาวนิดหนึ่ง รถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว ระยะทาง 422.4 กิโลเมตร เขาต้องเจาะภูเขา ข้ามแม่น้ำลำธารมากมาย เขาจะเปิดบริการแล้วในวันที่ 2 ธันวาคม ปีนี้ ซึ่งตรงกับวันชาติ ครบ 40 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทั้งๆ ที่เส้นจีน-ลาว เขาวางศิลาฤกษ์ไปเมื่อเดือนธันวาคม 2558 หนึ่งปีกว่าหลังจากที่ คสช. เข้ามายึดอำนาจ เขาใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี 422.4 กิโลเมตร เจาะภูเขา ข้ามแม่น้ำ ข้ามลำธาร เดี๋ยวผมจะเอารูปให้ดู


ท่านผู้ชมครับ ทางรถไฟไทย-จีน และลาว-จีน ต่างเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายคมนาคมทางรางขนาดใหญ่ที่จีนกำลังก่อสร้างตามข้อริเริ่ม 1 แถบ 1 เส้นทาง ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์หลักที่ สี จิ้นผิง และจีน นำมาใช้เชื่อมเศรษฐกิจการค้ากับประเทศในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2556 ท่านผู้ชมครับ อย่าว่าแต่ขนาดนั้นเลย การเชื่อมต่อรถไฟไทย-จีน และลาว-จีน เส้นทางจากหนองคาย ไปเชื่อมต่อยังเวียงจันทน์ ระยะทาง 16 กิโลเมตร เอง งบประมาณ 30,000 ล้านบาท จะทำให้สถานีหนองคาย สามารถเชื่อมต่อรถไฟจีนได้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเลยจนปัจจุบันนี้ การเชื่อมต่อรถไฟตรงนี้ คณะกรรมการคมนาคมไม่ได้มีการพูดคุยเลย

ท่านผู้ชมครับ อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของกรอบข้อตกลงลุ่มแม่น้ำโขง ประกอบด้วย จีน ไทย กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม ทำไมต้องคุยกันเป็นกรอบตกลงนี้ ? เพราะว่าแม่น้ำโขงได้รับน้ำมาจากแม่น้ำล้านช้าง ซึ่งแม่น้ำล้านช้าง ได้รับน้ำมาจากที่ราบสูงทิเบต ไหลมาเกิดเป็นแม่น้ำล้านช้าง แล้วไหลลงมาทางนี้ กลายเป็นแม่น้ำโขง เขาได้มีการคิด มีความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง


ประเทศจีนพยายามบอกว่ามาร่วมกันพัฒนาแม่น้ำโขง ให้เป็น แม่น้ำแห่งสันติภาพ การพัฒนาให้พ้นจากสภาพอาชญากรรมและยาเสพติด พัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง ให้เป็นแม่น้ำแห่งการท่องเที่ยวของ 6 ประเทศ จีน พม่า ลาว จะร่วมกันบริหารจัดการปล่อยน้ำที่ต้นน้ำ จีน พม่า ลาว ไหลเวียนเพียงพอต่อการเดินเรือตลอดทั้งปี คือเมื่อปล่อยน้ำแล้ว ถ้าจะให้เรือเดินตลอดทั้งปี น้ำก็ต้องสูงเป็นพิเศษ เขาตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ต้นน้ำจะมีน้ำมาจากแม่น้ำล้านช้าง มาถึงแม่น้ำแม่โขง 40 เปอร์เซ็นต์ และจากพม่า ลาว อีกประเทศละ 30 เปอร์เซ็นต์ จีนรับภาระในการขุดลอกแม่น้ำโขงให้รองรับการเดินเรือระวางขับน้ำ 500 ตัน โดยจีนออกเงินเอง ประเทศไทย นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง ครั้งที่ 1 จัดที่เมืองซานยา เกาะไหหลำ


และเดินทางกลับมาโดยไม่ได้มีการลงนามในแผนปฏิบัติการ จีนเลยต้องส่งอธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ มาเพื่อขอพบ พล.อ.ประวิตร ถามเรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร บลอกว่าไม่มีอำนาจดูแล เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ เรื่องนี้มีเบื้องหลังท่านผู้ชม ผมจะเล่าให้ฟังว่าเพราะอะไร

เพราะอเมริกาต้องการจะบล็อกจีน เพราะว่าถ้ามีกรอบการตกลงการเดินเรือของแม่น้ำล้านช้าง อยู่ในฝั่งจีน เข้ามาแม่น้ำโขง ซึ่งผ่านอีก 5 ประเทศ ลาว เขมร เวียดนาม พม่า ไทย มันก็จะทำให้การเดินทางทางเรือนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของ 1 แถบ 1 เส้นทาง ซึ่งอเมริกาไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ก็เลยใช้อิทธิพลผ่านกระทรวงการต่างประเทศของไทย บอกว่าไทย อย่าไปลงชื่อในกรอบความตกลงนี้ แล้วท่านนายกฯ ท่านเป็นคนที่เชื่อนายดอน ปรมัตถ์วินัย เฮ้าเลี่ยนดอน มาก ท่านถึงไม่ลงชื่อไง แล้วท่านผู้ชมรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ? มันตลกมากที่สุด อเมริกามันทะลึ่งมาสร้างกรอบข้อตกลงแม่น้ำโขงกับอเมริกา


อยู่ถึงอเมริกา มายุ่งอะไรกับแม่น้ำโขง จีนเขาเกี่ยวข้องกับแม่น้ำโขง เพราะเขาเป็นต้นน้ำ ลาว พม่า ไทย เวียดนาม เขาอยู่ระหว่างร่องแม่น้ำโขง แต่อเมริกามาร่วมข้อตกลงแม่น้ำโขง ประเด็นมันอยู่ที่ไหน เพื่อนเอ๊ย กินแฮมเบอร์เกอร์ไม่ใส่ชีสมากเกินไปหรือเปล่า เลยทำให้เพี้ยน

ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยัง เหมือนกับแม่น้ำมิสซิสซิปปี จีนเข้าไปร่วมเป็นกรอบตกลงระหว่างจีนกับแม่น้ำมิสซิสซิปปี ที่อเมริกา ท่านผู้ชม มันเป็นตลกบัดซบ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเหตุผลที่นายกฯ ไม่ไปลงชื่อตรงนั้น ในกรอบข้อตกลงที่เมืองซานย่า ทั้งๆ ที่ไปแล้วนะ เห็นด้วยนะ แล้วเป็นการพัฒนาลำน้ำโขงสำหรับ 6 ประเทศด้วยกัน ไม่มีใครได้เปรียบ เสียเปรียบ แล้วจีนจะขุดลอกแม่น้ำโขง ทำให้เรือสินค้าหนัก 500 ตัน สามารถจะแล่นผ่านแม่น้ำโขง ส่งสินค้าจากจีนมาไทย จากไทยขึ้นไปหาจีนได้ นี่ไงท่านผู้ชม


สุดท้ายก็คือการขยายสถานกงสุลของอเมริกาที่ จ.เชียงใหม่ ท่านผู้ชมครับ ผมเอาแผนที่เชียงใหม่ให้ดู กับการแบ่งมณฑลทหาร จุดยุทธศาสตร์ของจีน ยิ่งดูแล้วยิ่งเห็นความสำคัญที่ชัดเจนของภาคเหนือไทย ท่านผู้ชมครับ ผมพูดเรื่องนี้ ลูกๆ หลานๆ ที่ต้องการกลับไปเรียนเมืองจีน ตอนนี้พอจะเข้าใจหรือยังว่าทำไมถึงไม่ได้กลับเสียที หยุดคิดนิดหนึ่ง ดอน ปรมัตถ์วินัย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฝากเรื่องนี้กับท่านหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศจีน ท่านหวัง อี้ ก็รับปากว่าเดี๋ยวจะนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ลูกหลานเอ๊ย แปดเดือนแล้ว แสดงว่าเขาไม่ให้ นี่คือสัญญาณที่ส่งมาที่ประเทศไทยแรงที่สุด นอกเหนือจากการที่ไม่มีทูตจีนในประเทศไทย

ผมจะบอกให้รู้นะ อย่าตกใจ วันนี้จีนสนับสนุนเขมร ลาว เต็มที่ และกำลังดูแลหลายๆ เรื่องที่พม่า เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าเราตกเป็นเครื่องมือของอเมริกาเพื่อมายันจีนเอาไว้ เราคิดผิดหรือเปล่า ผมรู้ว่าท่านผู้ชมหลายท่านกล่าวหาว่าผมอวยจีน แต่วันนี้ผมพูดความจริงให้ฟัง จีน อยู่แค่นี้ เวลาเราขออะไรจีน เขาให้เรา แต่เราตกลงกับเขาหลายเรื่อง ท่านนายกฯ โดนตบหน้าที่ประชุมอาเซ็ม ในปี 2557 ที่อิตาลี กลับมาโวยวาย เพราะถูกบังคับให้ใช้รถไฟความเร็วสูงชิงกันเซ็ง ให้ พล.อ.ประวิตร ไปเอาจีนเข้ามา จีนก็รับปากว่าจะทำรถไฟให้ 3 เส้น เราถือโอกาสขายข้าว 2 แสนตัน ขายยางพารา 2 แสนตัน แล้วข้าวที่ขายให้เขาก็เป็นข้าวที่เน่าเฟะ ข้าวสมัยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยึดออกมา เขาก็กล้ำกลืน ไม่พูดอะไร เพราะว่าไทยเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์รวมของเขา แต่วันนี้ไทยไม่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์รวมของเขา ผมเชื่อว่าเขาไม่แคร์แล้ว

ผมจะเล่าเรื่องอเมริกา กับออสเตรเลีย ให้ฟัง เพื่อเป็นเรื่องประดับความรู้ให้กับท่านผู้ชม ที่บอกว่าอเมริกาดีกว่า อเมริกาช่วย ท่านผู้ชมครับ อเมริกาไม่เคยช่วยใคร เวลามีผลประโยชน์มา อเมริกาเอาผลประโยชน์ก่อน แต่ถ้าต้องการเอาไทยมาเป็นเครื่องมือในการยันจีน อเมริกาก็จะพูดคำหวาน ท่านผู้ชมจำเรื่องออสตรเลีย กับจีน ได้ไหม อเมริกาชวนออสเตรเลีย ชวนอินเดีย ชวนญี่ปุ่น มาเป็น QUAD 4 ประเทศ เพื่อยันจีน


จีนก็เลยตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับออสเตรเลีย ขึ้นภาษีไวน์ ขึ้นภาษีล็อบสเตอร์ ขึ้นภาษีเหล็ก ขึ้นโน่นขึ้นนี่ จนกระทั่งออสเตรเลีย ซึ่งมูลค่าส่งออกของออสเตรเลีย 39 เปอร์เซ็นต์ ส่งมาที่ประเทศจีน เหลือไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ออสเตรเลียกำลังระส่ำระสาย แล้ววันหนึ่งเมื่อไบเดน ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของออสเตรเลีย บินไปเจอไบเดน ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. บลิงเคน คือรัฐมนตรีฯ ต่างประเทศ ยืนแถลงข่าวเลยนะ เรา อเมริกา จะยืนเคียงข้างออสเตรเลียทุกเรื่อง ไม่ต้องกังวลใดๆ ทั้งสิ้น เราจะอยู่กับเพื่อนไปจนถึงที่สุด ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน


ท่านผู้ชมครับ รู้ไหมว่า ยอดส่งออกที่ออสเตรเลียส่งมาจีนไม่ได้ แล้วหายไปเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าใครส่งออกแทน ? อเมริกาครับ เห็นหรือยัง ท่านผู้ชม ข่าวมันออกมาบอกว่า The US. is eating Australian lunch กินข้าวเที่ยงของออสเตรเลีย แ...ก เสียหมดเลย ไม่มีเหลือเลย เหล็ก เนื้อ ไวน์ ไวน์เพนโฟลด์ ของออสเตรเลีย ที่พวกเราเคยกินกัน สั่งเข้าไม่ได้ ตอนนี้ไวน์อเมริกาทะลักเข้ามาที่จีนแล้ว ถือโอกาส นี่ไง เพื่อนรัก รักกันมาก แต่พอถึงผลประโยชน์แล้ว มึงนั่งเฉยๆ กูค้าขายก่อนแล้วกัน อุดมการณ์หายไปไหนก็ได้ ท่านผู้ชมครับ วันหลังผมจะพูดเรื่องนี้อีกสักทีหนึ่ง จะขุดเจาะให้ลึกลงไปกว่าเก่า จะชี้ให้เห็น

ผมไม่รู้ แต่ผมกำลังกังวล ผมไม่แน่ใจว่าจีนจะให้นักศึกษาไทยเข้าไปเรียนต่ออีกได้หรือเปล่า หรือส่งสัญญาณ สัญลักษณ์นี้ อีกนานแค่ไหน หรือว่ามีการตกลงกันเรียบร้อยแล้ว หรือว่าจีนคิดว่าสั่งสอนนานพอสมควรแล้ว ก็จะให้พวกคุณเข้าไป แต่พวกคุณทั้งหลาย ลูกหลานทั้งหลาย คุณเป็นหมาก คุณเป็นแค่เบี้ยในกระดานทางการเมืองระหว่างประเทศ แล้วมันไปกระทบพวกคุณ น่าเสียดายมาก

ก่อนที่ผมจะพูดเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องสุดท้าย ผมมีเรื่องความในใจของผมที่จะเรียนให้ท่านผู้ชมทราบ หลังจากที่ผมลงโพสต์ในเรื่องของรายการในวันนี้ ด้วยคำย่อว่า "ค. ว. ย." ซึ่งความหมายก็คือการย่อจากคำว่า "คอยวัคซีนอยู่" แต่เผอิญการเน้นตัว ค. ว. ย. มันก็เหมือนเป็นการให้ของลับกับท่านนายกฯ ซึ่งจริงๆ แล้วเจตนารมณ์ไม่ใช่เรื่องนี้ แต่ถ้าคิดไปในรูปแบบนี้ ผมก็ถือโอกาสขอโทษท่านนายกฯ นะครับ แต่จริงๆ แล้ว ข้อเท็จจริง ประชาชนคอยวัคซีนอยู่ แล้วมันก็ลงตัวกับคำว่า ค. ว. ย. พอดี

เอาล่ะ แต่ผมมีความรู้สึก ผมจำเป็นต้องพูดความในใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่อวยท่านนายกฯ และเป็นติ่งลุงตู่ ด้วยความสัตย์จริง ถ้าคุณเป็นคนที่ติดตามรายการผมมาตลอด ผมเป็นคนที่พูดจาตรงไปตรงมา และหลายๆ อาทิตย์ในอดีตผมก็ทำหน้าที่อธิบายความ ปกป้องท่านนายกฯ ซึ่งพวกคุณรักเหลือเกิน มาหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งมีฝั่งที่ไม่พอใจท่านนายกฯ กระแนะกระแหนผมมาว่าทำไมผมไม่พูดวิพากษ์วิจารณ์ท่านนายกฯ บ้าง ท่านผู้ชมครับ ผมจะวิพากษ์วิจารณ์ใครก็ตาม ผมวิพากษ์วิจารณ์บนพื้นฐานของความจริง ความจริงที่ผมวิพากษ์วิจารณ์นั้น จะวิพากษ์วิจารณ์หมดทุกฝ่าย ถ้าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ผมคิดว่ามันไม่ถูกต้อง จะเป็นปิยบุตร แสงกนกกุล หรือจะเป็นธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ


หรือจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือจะเป็นคนโน้นคนนี้ที่มีชื่อเสียงในวงการสังคม ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับผม

อย่างที่ผมเรียนให้ท่านผู้ชมทราบว่า ผมเป็นติ่งประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ มา แล้วก็จากไป ทิ้งวีรกรรมที่จะมีทั้งดีและไม่ดีเอาไว้ ในที่สุดแล้วประวัติศาสตร์ก็จะต้องตัดสินคนพวกนี้ในที่สุด แต่ก่อนที่ประวัติศาสตร์จะตัดสิน ผมมีความจำเป็นที่ต้องเอาธรรมนำหน้า ท่านผู้ชมครับ ธรรม คือ ความจริง หลายท่านที่รู้จักผม ส่งข้อความมาหาผม ว่าทำไมผมถึงตามจิกตามกัดท่านนายกฯ มาหลายอาทิตย์แล้ว ท่านผู้ชมครับ ผมถามคำถามท่านผู้ชมอย่างนี้ ตอบด้วยความสัตย์จริงจากใจของท่านผู้ชม อย่าตอบเพียงเพราะว่าท่านรักนายกรัฐมนตรี

คำถามข้อแรก ท่านผู้ชมยอมรับหรือเปล่าว่า การระบาดของโควิด ทั้งรอบที่ 1 รอบที่ 2 และรอบที่ 3 ที่ร้ายแรงมาก ซึ่งก็อาจจะมีรอบที่ 4 การระบาดนี้ ผมเคยพูดให้ฟังแล้วว่า 70 เปอร์เซ็นต์ มาจากข้าราชการประจำที่จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในการปกป้อง ดูแลชาติบ้านเมมือง เช่น ตำรวจ ทหาร ข้าราชการฝ่ายปกครอง ท่านยอมรับข้อเท็จจริงหรือไม่ว่า การระบาดแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่แม่สาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่แม่สอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ซอยทองหล่อ ไม่ว่าจะเป็นบ่อนการพนันของหลงจู๊สมชาย ที่ระยอง ตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องทางตรงอย่างมากที่สุดที่ทำให้เรื่องต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้น และให้เกิดขึ้นกับการระบาด ท่านผู้ชมยอมรับไหมตรงนี้ว่าเป็นความจริง ?


ถ้าท่านยอมรับว่าเป็นความจริง ท่านถามตัวท่านเอง ว่าตั้งแต่ท่านดูข่าวมา ตั้งแต่ท่านดูหนังสือพิมพ์มา ในช่วงที่มีการระบาด ไม่ว่าจะเป็นบ่อนหลงจู๊สมชาย โน่นนี่นั่น มีสื่อมวลชนที่ไหนกล้าที่จะออกมาเล่าความจริงในเรื่องนี้ นอกจากผม พอผมเล่าความจริงขึ้นมา แล้วก็มีการพิสูจน์เห็นเด่นชัดว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นเป็นความจริง คำถาม ผมจะถามกลับท่านผู้ชมต่อไป ว่า แล้วคนที่ทำความผิด ถูกลงโทษบ้างไหม ? ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ยังนั่งอยู่สบายๆ มีความสุข หรือกรณีบอส อยู่วิทยา ซึ่งท่านผู้ชมก็ต้องเห็นด้วยกับผมใช่ไหม ว่านั่นคือตัวการทำลายกระบวนการยุติธรรม แล้วท่านนายกฯ ตั้งท่าน ศ.เกียรติคุณ วิชา มหาคุณ เข้ามาเป็นประธานสอบ และท่านสอบเสร็จแล้วภายใน 30 วัน 30 วันนั้น ก็เอาคำสอบนั้น คำสอบสวน ส่งให้ท่านนายกฯ ท่านนายกฯ ก็แจกแจงไปตามหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ดำเนินการต่อไป ท่านผู้ชมครับ แล้วมีอะไรเกิดขึ้นไหม ? ก็ไม่มี ใช่ไหม ? ที่ผมพูดนี่ความจริง หรือโกหก ท่านผู้ชม ? ท่านผู้ชมที่เป็นติ่งลุงตู่ อวยลงตู่ แล้วบอกว่าผมไม่มีวุฒิภาวะ ตามกัดลุงตู่ตลอดเวลา ใช้สติปัญญาคิดนิดหนึ่งกับสิ่งที่ผมพูด ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

บ่อนหลงจู๊สมชาย เรื่องของบ่อนแม่สาย สถานบันเทิงแม่สาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ไม่จัดการกับฝ่ายปกครอง คนลักลอบข้ามแดนมา แรงงานเถื่อน ซึ่งเป็นตัวแพร่ที่ทำให้มหาชัยติดเชื้อโควิดอย่างแรง ก็จับแต่ปลาซิวปลาสร้อย หรือแม้กระทั่งหน้ากากอนามัยที่หายไปเกือบ 100 ล้านชิ้น ก็จับมือใครดมไม่ได้ แล้วผมผิดที่ไหน ที่ผมกล้าเอาเรื่องนี้มาพูด และยิ่งกว่านั้น ผมผิดที่ไหน ที่ผมต้องเรียกร้องความรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับผู้หลักผู้ใหญ่ที่ดูแลเรื่องพวกนี้ ควบคุมเรื่องพวกนี้ ซึ่งก็หนีไม่พ้นว่าเป็นท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช่ไหม ? ทุกเรื่อง ท่านนายกฯ พูด แล้วก็ไม่มีการติดตามเรื่องราวต่อ ตั้งแต่หน้ากากอนามัยหายไปเกือบ 100 ล้านชิ้น คดีบอส อยู่วิทยา กระบวนการยุติธรรมที่พังพินาศฉิบหายจนทุกวันนี้ มาจนกระทั่งแรงงานเถื่อน มาจนกระทั่งการเปิดบ่อนและสถานบันเทิงที่ท่าขี้เหล็ก แม่สาย มาจนกระทั่งแรงงานหนีเข้ามาทางแม่สอด


มาจนกระทั่งที่มหาชัย มาจนกระทั่งคลัสเตอร์ทองหล่อ ทุกคนยังอยู่สุขสบายดี ท่านนายกฯ ก็เงียบ ผมผิดตรงไหน ? ผมถามหาความรับผิดชอบ ท่านนายกฯ ท่านเป็นประธาน ก.ตร. คุมตำรวจ แล้วท่านปล่อยให้ตำรวจชั่วๆ โยงไปจนถึงวันที่ขบวนเสด็จของพระราชินี ที่โดนม็อบสามนิ้วล้อม ก็ลงโทษเฉพาะรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เคยออกมารับผิดชอบอะไรบ้างไหม แล้วท่านนายกรัฐมนตรีที่เป็นประธาน ก.ตร. ก็เคยออกมารับผิดชอบบ้างไหม ?


ท่านที่เป็นติ่งท่านนายกฯ รักท่านนายกฯ ตอบคำถามผมมา แล้วจะมาหาว่าผมจงเกลียดจงชังกัดท่านนายกฯ ได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ในอดีตก่อนหน้านั้นผมก็ปกป้องท่านนายกฯ มา ถ้าไม่พอใจที่ผมกัดท่านนายกฯ มันมีโทรทัศน์หลายช่อง ที่กำลังอวยท่านนายกฯ อยู่ ไปดูนั่นสิครับ เมื่อกี้นี้ ผมบอกแล้วว่าผมอาจจะพลาดไปในการที่เอาคำโพสต์นี้ขึ้นมา แล้วส่อเจตนาที่ไม่ดีกับท่านนายกฯ ผมยกมือไหว้ขอโทษไปแล้ว ผมขอโทษคนเป็น แต่ผมอธิบาย เจตนาไม่ใช่อย่างนั้น ผมถามติ่งท่านนายกฯ กลับว่า ท่านนายกฯ เคยขอโทษประชาชนบ้างไหม ? เคยไหม ท่านหัดขอโทษประชาชน แล้วสิ่งที่ผมพูดถึงท่านนายกฯ มีอะไรบ้างที่ไม่จริง ว่าท่านหลงตัวเอง ท่านไมม่ฟังใคร ผมพูดเรื่องฟ้าทะลายโจร พูดมากี่ครั้งแล้ว จนกระทั่งท่านไม่รู้จะตะแบงไปอย่างไร ท่านก็เลยต้องให้โฆษกออกมาชี้แจงว่า ฟ้าทะลายโจร สามารถจะรักษาโรคระบาดได้ แต่ให้ใช้ร่วมกับฟาวิพิราเวียร์ ท่านนายกฯ ไม่ยอมพูด เพราะท่านมีศักดิ์ศรีของท่าน


ผมเรียนท่านผู้ชมแล้ว ที่เป็นติ่ง ว่าท่านนายกฯ เกลียดผม เพราะว่าผมไม่ได้อวยท่านตลอดเวลา เผอิญท่านทำอะไรที่ผมเห็นว่ามันไม่ถูกต้อง แล้วมันเป็นอาชีพของผมตั้งแต่หนุ่มตั้งแต่แน่น ผมไม่ได้เพิ่งมาทำงานนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว ไม่ต้องมาเข้าใจผม แต่ว่าให้รู้ว่าบทบาทของผมมีหน้าที่อะไร ท่านรับได้หรือเปล่า ถ้าท่านรับไม่ได้ ท่าน unfollow ผมไปเลย ท่านไม่ต้องมาฟัง ท่านไม่ต้องมาฟังนะ ถ้าท่านรับความจริงตรงนี้ไม่ได้ หรือท่านอยากจะอยู่ในโลกแห่งการปลอมแปลง โลกมายา โอ๊ย ท่านนายกฯ ดี เห็นใจท่านนายกฯ ท่านทำงานเหนื่อย พูดง่าย ลองมาเป็นนายกฯ เองสิ จะทำได้ไหม มโนกันไปเรื่อยๆ ถ้าไม่กล้ารับผิดชอบ แล้วมาเป็นนายกฯ ทำไม แล้วคุณจะให้ผมไปถามหาความรับผิดชอบกับใคร หาคนรับผิดชอบที่ไหน หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านหรือ ? เขารับผิดชอบไม่ได้ นอกจากเขารับผิดชอบไม่ได้แล้ว เขาก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในการป่วนรัฐบาลชุดนี้ แต่เขาจะป่วนได้อย่างไรถ้าท่านนายกฯ กล้ารับผิดชอบ นี่คือความในใจของผม หลายคนเตือนผมว่าคุณสนธิ ระวังนะ เดี๋ยวจะมีคนเลิกติดตาม เลิกไปเลย! เลิกไปเลย ไม่ต้องตามผม ถ้ารับความจริงของผมไม่ได้ แต่ถ้าคิดว่าเมืองไทยยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีคนอย่างนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่กล้าพูดความจริง ในขณะที่สื่ออื่นไม่มีใครกล้าพูดความจริง ก็เข้ามาฟัง

การที่ในที่สุดแล้ว เขายอมรับข้อมูลต่างๆ ที่ผมให้มา รวมไปจนถึงล่าสุด คือ ฟ้าทะลายโจร แสดงว่าสิ่งที่ผมพูด และสิ่งที่ท่านผู้ชมมาฟังผม แล้วก็ออกความเห็นในโซเชียลมีเดียของท่าน มันกดดันจนกระทั่งเขาปฏิเสธความจริงนี้ต่อไปไม่ได้ ถึงแม้ว่าเขาไม่กล้าพอที่จะออกมาพูดด้วยตัวเอง เขาให้โฆษกรัฐบาลพูด ก็ยังดี ท่านผู้ชมครับ ที่ไม่ชอบขี้หน้าผม ที่จะเลิกติดตามผม ไม่เป็นไร ท่านถามตัวท่านเอง ถ้าท่านยอมรับแต่ละเรื่องที่ผมเล่าให้ฟัง ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร แล้วไม่มีการลงโทษผู้กระทำผิด ถ้าท่านยอมรับตรงนี้ ท่านถามตัวท่านเองด้วยจิตใจที่เป็นธรรม ว่า เฮ้ย แล้วใครรับผิดชอบ ? ผมจะไม่ให้ท่านนายกฯ รับผิดชอบได้อย่างไร แต่ละเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องเกี่ยวกับวัคซีน ท่านเป็น Single Command นี่


ก็ท่านยึดอำนาจมาหมดแล้ว ท่านจะสั่งการเอง เพื่อการบูรณาการ ให้ทุกคนขับเคลื่อน แต่คนมันก็ถึงจุดที่มัน ค. ว. ย. "คอยวัคซีนอยู่" ใช่ไหม ? นี่คือความในใจของผม ผมไม่ได้สนุกนะครับมาทำรายการพวกนี้ ผม 73 ย่าง 74 ผมต้องการใช้ชีวิตส่วนที่เหลือของผม ก่อนผมตาย ให้ปัญญาคน เอาธรรมนำหน้าตามที่พ่อแม่ครูอาจารย์สั่งสอนผมมา หลวงตามหาบัว สนธิ เอาธรรมนำหน้านะ ธรรม คือความจริง รับได้ ก็รับ รับไม่ได้ ท่านกับผมไปคนละทางกัน นี่คือความในใจของผม และผมขอโทษด้วย ถ้ามีความเข้าใจผิดในเรื่องโพสต์ที่ผมโพสต์ไป ผมขอโทษอีกครั้งหนึ่ง ท่านที่เป็นติ่งลุงตู่ ท่านถามกลับซิว่า ท่านเคยเห็นลุงตู่ยกมือไหว้ขอโทษประชาชนไหม แม้กระทั่งราชกิจจาฯ ที่ออกมาเรื่องการระบาดครั้งที่ 3 ก็ยังโทษประชาชนอีก ไม่โทษตัวเอง

ท่านผู้ชมครับ เมื่อกี้ได้รับฟังความในใจของผมไปแล้ว ตอนนี้เรามาเข้าเรื่องเลยดีกว่า ท่านผู้ชมครับ ฟังด้วยจิตใจที่เป็นธรรม เดี๋ยวจะหาว่าผมกัดท่านนายกฯ อีก ท่านผู้ชมครับ เราต้องหาคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้

วันนี้ประชาชนคอยวัคซีนอยู่ ผมจะเอาคำพูดของ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันท่านเป็นประธานโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เอาตัวนี้เป็นตัวเปิดช่วงนี้ นี่คือคำพูดของอาจารย์สุรพล นิติไกรพจน์


ท่านเป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ ท่านเป็นอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านมีศักดิ์มีศรี มีความรู้ ท่านพูดว่า

"ถึงวันนี้ตัวเลขผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อม เพื่อมาฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ากับเรา (คือโรงพยาบาลธรรมศาสตร์) จนถึงตอนบ่ายสามโมง มีจำนวนถึง 57,500 คนแล้วนะ คนเหล่านี้มีความหวังเล็กๆ อยู่ในใจอยู่ในวงสนทนาของครอบครัวแต่ละครอบครัวว่า ถึงวันนัดที่พูดกันไว้เป็นมั่นเหมาะ โดยนายกรัฐมนตรี โดยรัฐมนตรีสาธารณสุข โดยปลัดกระทรวง โดย ศบค. และโดยรัฐบาลทั้งคณะมานานหลายเดือนแล้ว พวกเขาจะมีโอกาสได้รับวัคซีน ได้มีภูมิคุ้มกัน และได้มีโอกาส อย่างน้อยก็ที่ตัวของพ่อแม่ ผู้สูงอายุในครอบครัว ที่จะสามารถมีชีวิตต่อไปโดยปกติสุขได้บ้างหลังได้รับวัคซีน / ในระหว่างการคุกคามของโรคร้ายนี้

เรามีความหวังและเราเชื่อว่าในฐานะผู้ปกครองประเทศ ในฐานะรัฐบาลที่กุมชะตาชีวิตของทุกๆ คนผ่านการออกกฎหมาย จัดงบประมาณ ออกคำสั่งต่อผู้คนและตัดสินใจในเรื่องนโยบาย รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบต่อสิ่งที่เป็น สัญญาประชาคม ที่ให้ไว้กับผู้คนทั้งประเทศตลอดระยะเวลาสามสี่เดือนติดต่อกันมานี้ ว่าจะจัดหาวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้กับทุกๆ คนที่พากเพียรลงทะเบียนกับ #หมอพร้อม จนสำเร็จและรอคอยวันนัด นับแต่ 7 มิถุนายน ที่จะต้องมีวัคซีนมาให้กับทุกคนในจำนวนสี่ล้านกว่าคนที่ลงทะเบียนไว้และเฝ้ารอมานานหลายเดือน

57,500 คน ที่ลงทะเบียนมารับวัคซีนที่ธรรมศาสตร์ กับอีกหลายล้านคนที่ลงทะเบียนรับวัคซีนไว้ทั่วประเทศตามที่รัฐบาลสัญญาไว้ รอการทำตามสัญญาจากรัฐบาลอยู่

ถ้าวัคซีนไม่มาตามนัด อย่างน้อยพวกเราควรจะได้รับคำขอโทษ (อาจารย์สุรพลครับ ฝันไป) และคำอธิบายชี้แจงจากใครทั้งหลายที่เคยสัญญาไว้ และบอกกับเราว่าจะทำอย่างไรต่อไปในวันพรุ่งนี้ โดยไม่เบี่ยงเบน ไม่เอาสีข้างเข้าถู ไม่โทษโน่นโทษนี่อย่างที่เคยได้ยินในวันนี้ไหมนะ

ช่างเถอะ เราไม่ใช่ผู้ปกครอง ไม่ใช่ผู้กำหนดนโยบาย แต่เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตัวเล็กๆ ที่อยู่ในสนามรบที่ต้องดิ้นรนต่อสู้รักษาและป้องกันแนวรับของเราไว้ให้ดีที่สุด และต้องคอยปรับตัวตามทิศทางของการตัดสินใจที่ไร้เอกภาพอย่างนี้ไปในแต่ละวัน"

ท่านผู้ชมครับ นี่คือคำพูดของอาจารย์สุรพล นิติไกรพจน์ ท่านผู้ชมตามผมมา วันนี้ผมจะ rewind หนังเรื่องนี้กลับไปในจุดเริ่มต้น ท่านผู้ชมจะได้เข้าใจว่าทุกอย่างที่มันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วผมจะมีคำถาม ถามเป็นช่วงๆ ไปว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร


ท่านผู้ชมครับ ถ้าเราย้อนไปวันแรกที่เราเจอเคสของโควิด-19 เมื่อเราย้อนไปแล้ว เราจำได้ใช่ไหมว่า ในช่วงระบาดครั้งแรกนั้น รัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงสาธารณสุข คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองนายกรัฐมนตรี แพทย์ พยาบาลทุกคน ทำงานได้ดีมาก ทำงานได้ดีจนกระทั่งในที่สุดได้รับคำชมเชยทั่วโลก ทุกคนยืดอกหมด ผู้นำประเทศก็ยืดอก ท่านผู้ชมครับ ตรงนี้ไง ตรงนี้คืออะไร ? ตรงนี้คือการหลงตัวเอง ที่เราเริ่มหลงตัวเอง ทำให้ตัวเราการ์ดตก มีความรู้สึกว่าโรคโควิดมาเจอหมอไทย มาเจอการบริหารของรัฐบาลชุดนี้ในประเทศไทย เชิดหน้าชูตาได้ ภูมิอกภูมิใจกัน นั่นคือครั้งแรก

พอเริ่มระบาดครั้งที่ 2 ท่านผู้ชม จากครั้งแรก ถึงครั้งที่สองนั้น เป็นช่วงที่เริ่มมีการพูดคุยกันแล้วว่า ต้องเร่งหาวัคซีนมา ผมเชื่อว่าในความคิดของผู้บริหารนั้นไม่ได้คิดรีบเร่งที่จะเอาวัคซีนเข้ามา มีความรู้สึกว่าเราเอาอยู่ และไม่เคยคิดว่าจะมีการระบาดครั้งที่ 2 นับประสาอะไรกับจะต้องมีครั้งที่ 3 ด้วย ไม่ได้อยู่ในหัวเลย เพราะฉะนั้นแล้ว ใครเอาเรื่องวัคซีนมา ก็ต้องปล่อยทิ้งไป ประกอบกับช่วงนั้น บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ กำลังที่จะทำเป็นผู้ที่รับจ้างบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ผลิตวัคซีน ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน เริ่มตั้งแต่มกราคม เป็นต้นมา ก็มีความรู้สึกว่าถ้าอย่างนั้นรอสยามไบโอไซเอนซ์ ท่านผู้ชมครับ เราหยุดโปรเจกเตอร์หนังเรื่องนี้ไว้ตรงนี้ก่อน


ท่านผู้ชม ยังมีคนเข้าใจบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ผิดอย่างมหาศาล ตอนนี้ทุกคนพอพูดถึงวัคซีนขาด ทุกคนชี้นิ้วไปที่สยามไบโอไซเอนซ์ ข้อกล่าวหาของสังคมบางกลุ่ม ตลอดจนพวกคนที่ต้องการจะล้มเจ้า ชี้ไปในทำนองที่ว่า เนื่องจากบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ นั้น ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นเจ้าของ ถือหุ้นอยู่ 100 เปอร์เซ็นต์ 8,000 ล้านบาท ที่ลงเป็นเงินสด ซึ่งสยามไบโอไซเอนซ์ นั้น เกิดขึ้นจากรัชกาลที่ 9 เป็นผู้สร้าง เพราะพระองค์ท่านได้เล็งเห็นว่าจำเป็นต้องมีสถานที่ผลิตยาหรืออะไรก็ตามที่อยู่ใน Biology ชีวภาพ ที่ระดับสูง สยามไบโอไซเอนซ์ สามารถจะทำได้ นั่นข้อแรก

ข้อที่สอง สยามไบโอไซเอนซ์ ไม่ใช่เจ้าของวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า แอสตร้าเซนเนก้า มันมีที่เรียกว่า แอสตร้า โกลบอล (Astra Global) เมื่อเขาผลิตวัคซีนขึ้นมาแล้ว เนื่องจากว่าแอสตร้าเซนเนก้าเขามีแหล่งผลิตของเขา ไม่ว่าจะเป็นที่เกาหลี ที่เราเอาแอสตร้าเซนเนก้าเข้ามาล็อตแรก ที่ฉีดกันไปแล้ว เอามาจากเกาหลี และเอามาจากหลายประเทศ เผอิญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มันไม่มีศูนย์ที่จะมากระจายวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า แล้วเขาก็เซอร์เวย์ทุกประเทศ เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว เขมร ปรากฏว่าไม่มีประเทศใดมี ยกเว้นประเทศไทยที่มีสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นโรงงานที่ทันสมัยและมีศักยภาพในการที่จะรับจ้างแอสตร้าเซนเก้า โกลบอล เพื่อมาผลิตวัคซีน เพื่อมากระจายไป และไม่ได้ขายเฉพาะเมืองไทย ส่งออกไปประเทศที่ตามสุดแล้วแต่แอสตร้า โกลบอล จะสั่งว่า เอาล่ะ สยามไบโอไซเอนซ์ ล็อตนี้ 3 ล้านโดส 1 ล้าน ส่งไปที่เนปาล 1 ล้านส่งไปที่เขมร 1 ล้านส่งไปที่นั่น ก็คือพูดง่ายๆ ว่า รับจ้างผลิต อุปมาอุปไมยเหมือนกับรองเท้าไนกี้ บริษัทแม่อยู่ที่นิวยอร์ก แต่มีโรงงานอยู่ทั่วโลก แล้วบริษัทแม่ก็บอกว่า โรงงานที่ผลิตไนกี้ รับจ้างผลิตไนกี้ที่กรุงเทพมหานคร ล็อตนี้คุณผลิตได้ 1 แสนคู่ คุณช่วยส่งไปขายที่บราซิล ส่งไปขายที่เปรู ฉันใดฉันนั้น

รัฐบาลต้องเจรจากับแอสตร้าเซนเนก้า โกลบอล ไม่ใช่เจรจากับสยามไบโอไซเอนซ์ เพราะว่าสยามไบโอไซเอนซ์ ไม่ได้มีหน้าที่ไปนั่งเจรจากับใคร มีหน้าที่รับจ้างผลิต ท่านผู้ชมครับ เข้าใจตรงกันนะตรงนี้ แต่กลายเป็นว่า ข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลล็อกแอสตร้าเซนเก้าจากสยามไบโอไซเอนซ์เอาไว้เจ้าเดียว และขณะเดียวกัน ไม่ยอมเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามา เพื่อที่จะให้แอสตร้าเซนเนก้าขายได้มากที่สุด แล้วทำความร่ำรวยให้กับทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ นี่คือข้อกล่าวหาจากบรรดาพวกหลายๆ พวกที่ต้องการล้มเจ้า

ท่านผู้ชมครับ หยุดตรงนี้อีก คุยกันตรงนี้นิดหนึ่ง ในข้อเท็จจริงแล้ว มันมีคำถามหลายคำถาม ผมคิดว่าคนที่จะตอบได้ ท่านผู้ชมอย่าโกรธผม ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใครจะตอบได้ล่ะถ้าไม่ใช่ท่านเป็นคนตอบ คำถามมีดังนี้ ตั้งแต่ต้นแล้ว มีคนโจมตีรัฐบาลว่าทำไมไม่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ (COVAX) วัคซีนขององค์การอนามัยโลกที่จะเอามาแจก


ก็มีการอธิบายความ คุณหมอโอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ตอบกรณีไทยไม่ร่วมโคแวกซ์ ว่า "โคแวกซ์จะให้วัคซีนฟรีกับประเทศยากจน แต่ประเทศไทยจัดอยู่ในประเทศที่มีรายได้ปานกลาง จึงไม่ได้สิทธิรับวัคซีนฟรี หากเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ ประเทศไทยต้องนำเงินไปร่วมลงขันในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ด้วย ซึ่งทางโครงการไม่ได้ระบุว่าจะใช้วัคซีนโควิด-19 ของบริษัทใด ไม่สามารถเลือกวัคซีนเองได้" คุณหมอครับ วันนั้นคุณหมอพูด ผมยังจำได้ ท่านผู้ชม ผมออกมาใช้คำพูดของคุณหมอปกป้องการที่ไม่เข้าโคแวกซ์ แต่มาภายหลังข้อมูลมันเริ่มไม่ใช่แล้ว แล้วทำไมประเทศรวยอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ก็เข้าโครงการโคแวกซ์ ทำไมเขาเข้าได้ ทำไมไทยเข้าไม่ได้ แล้ววันนี้หมอทุกคนบอกว่าวัคซีนจะยี่ห้อไหน เข้ามาเถอะ ฉีดได้หมด ขอให้เป็นวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้วในข้อเท็จจริงวันนี้ วัคซีน 95 เปอร์เซ็นต์ ที๋โคแวกซ์ซื้อไป คือ แอสตร้าเซนเนก้า ท่านผู้ชม ตลกบัดซบไหม

เพราะฉะนั้นแล้ว หลักๆ ก็คือว่า การไม่เข้าโคแวกซ์ การไม่ทำอะไรเลย ก็คือว่าผู้บริหารประเทศมีความมั่นใจว่าเอาโควิดอยู่ จากการที่สามารถจะยับยั้งไม่ให้เชื้อนี้เจริญเติบโตต่อไปครั้งระลอกที่ 1 ก็เลยมีความโอหังมมังการ เชื่อมั่นตัวเองมาก ว่าไม่มีแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ นั่นคือที่มาของมัน

ทีนี้ เกิดอะไรขึ้น ? พอเริ่มระลอกที่ 2 ก็เลยเกิดการ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Jerk ภาษาไทยเขาเรียกว่า ไฟลนก้น คือกระตุก ไฟลนก้น ต้องเอาวัคซีนแล้วคราวนี้ ทีนี้เอาวัคซีนอย่างไร ? เกิดมีคนบางคนซึ่งผมไม่รู้ว่าเป็นใคร คิดว่าไหนๆ สยามไบโอไซเอนซ์ แล้วก็คิดเลยเถิดไปอีกว่าเป็นของทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ สั่งจากที่นี่ดีกว่า สั่งจากที่นี่แล้วก็ไม่ให้เจ้าอื่นเข้ามา เพื่อให้แอสตร้าเซนเนก้าของสยามไบโอไซเอนซ์สามารถผูกขาดตลาดได้ ทำความร่ำรวยให้กับทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ นี่คือข้อผิดพลาดข้อที่สอง ของคนที่คิดแบบนี้ เพราะอะไร ? เพราะอย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่า สยามไบโอไซเอนซ์ไม่มีหน้าที่เจรจากับรัฐบาลไทย โน่น แอสตร้าเซนเนก้า โกลบอล ที่อังกฤษมั้ง ถึงจะมีสิทธิ์ รัฐบาลไทยต้องคุยกับที่อังกฤษ แต่อาจจะมีคนคิดว่า ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ ... ไหนๆ เรามีสยามไบโอไซเอนซ์ รับจ้างแอสตร้าเซนเนก้าทำ อยู่ที่กรุงเทพฯ ก็ถือโอกาสล็อกเอาไว้เลยว่า เอาเป็น 51 ล้านโดส 26 ล้านโดส แล้วก็เติมด้วย 35 ล้านโดส


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 พระองค์ไม่ได้ใส่ใจว่าสยามไบโอไซเอนซ์จะทำอย่างไร จะร่ำรวยมากน้อยแค่ไหน เพราะว่าสยามไบโอไซเอนซ์ระบุชัดเจน เป็นปรัชญาการทำงานแบบ No profit, no lost ก็คือว่า ไม่กำไรและไม่ขาดทุน ให้ได้รายได้มาคุ้มค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายก็รวมไปถึงค่าว่าจ้างคน ไม่ต้องกำไรก็พอแล้ว แฮปปี้ เพราะนี่คือการช่วยเหลือมวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะช่วยเหลือคนไทยก่อน และที่สำคัญ สยามไบโอไซเอนซ์ ไม่ได้เกี่ยวกับการสั่งวัคซีน เป็นรัฐบาลไทยคุยกับทางโน้น เข้าใจตรงกันนะครับ เข้าใจตรงกันตรงนี้นะ

ข้อที่สอง ผมจะตั้งคำถาม ทำไม ทำไม ทำไม รัฐบาลถึงไม่เปิดโอกาสให้นำเข้าไฟเซอร์ โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ก่อนหน้านั้นก็ไม่เปิดโอกาสซิโนฟาร์ม ตอบผมหน่อยได้ไหม แล้วใครจะตอบผมได้ คำถามนี้ ? ก็หนีไม่พ้นท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะอะไรล่ะ ? เพราะว่าท่านคุม ศบค. ท่านรวบอำนาจทุกอย่างไปที่ท่าน ท่านต้องตอบสิ ก็เผอิญมีหมอหัวใน หมอปากดี ออกมาพูด บอก ไม่ได้นะ เดี๋ยวเอกชนสั่งเข้ามา ถ้าเกิดมีปัญหา แล้วฟ้อง เขาถึงต้องให้เป็น G2G ระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล ตายสิ เข้าทางผมแล้วสิ ก็เลยถามต่อ แล้วทำไมรัฐบาลไม่ทำล่ะ ? เข้าใจหรือยังท่านผู้ชม ทำไมไม่ทำล่ะ คำตอบคือ แบะๆๆ แบะ แล้วก็แบะ แล้วทำไมมาทำตอนนี้ ทำไมท่านอนุทิน กำลังเจรจากับทางจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เอาเข้ามา ก็ต้องแปลว่ารัฐบาลกับรัฐบาลแล้วสิ ใช่ไหม

แล้วทำไมซิโนแวคเข้ามา ซิโนฟาร์มทำไมไม่เข้า ก็มีผู้รู้จอมกะล่อนฝ่ายรัฐบาล อาจจะเป็นหมอคนหนึ่ง บอกว่าไม่ได้ ตอนนั้น เพราะว่าซิโนฟาร์มไม่มีเซลส์มา ยังไม่ได้จดทะเบียน จะบ้าหรืออย่างไร

เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยกหูโทรศัพท์ไปหาซีอีโอไฟเซอร์ ซีอีโอไฟเซอร์บอกว่า เอาอิสราเอลเป็นสนามทดลองได้ไหม ของไฟเซอร์ ส่งมาเลย รีบส่งมา


ฮุน เซน ยกหูโทรศัพท์ถึง สี จิ้นผิง ขอความช่วยเหลือ ท่านนายกฯ ใช้โทรศัพท์เป็นหรือเปล่าครับ ถ้าท่านนายกฯ เสียเวลาสักนิดหนึ่ง ยกหูโทรศัพท์โทรหา สี จิ้นผิง ท่านไม่ต้องไปกังวลว่าท่านทำอะไรให้พวกจีนเขาเจ็บใจ ท่านไปขอร้องเขา เขาช่วย หรือท่านจะยกหูโทรศัพท์ไปหาซีอีโอของไฟเซอร์ ไปหาซีอีโอของโมเดอร์นา หรือท่านอาจจะยกหูโทรศัพท์ไปหาปูติน สปุตนิก วี ไง บอกท่านปูตินเลยว่าเรากำลังลำบากมาก ท่านพอจะเจียดมาได้ไหมสัก 1-2 ล้านโดส หรือ 5 ล้านโดส 10 ล้านโดส ไม่มีใครทำ ท่านผู้ชม เกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นข้ออ้างที่บอกว่าให้เอกชนเอาเข้ามาไม่ได้ เพราะว่าถ้าวัคซีนมีปัญหา เขาฟ้องบริษัทเอกชน เฮ้ย ผมไม่ได้ให้เอกชนครับ ผมให้รัฐบาลเจรจา ทำไมพวกคุณไม่ทำ แล้วคุณมาอ้างได้อย่างไรว่าซิโนฟาร์มไม่มีเซล มึงบ้าหรืออย่างไร ทำไมต้องใช้เซล ทำไมต้องรอให้เซลหิ้วกระเป๋าใบหนึ่งขึ้นมา เดินขึ้นทำเนียบรัฐบาล แล้วก็บอก ผมขอเสนอซิโนฟาร์ม บ้า!

คุณธนินท์ เจียรวนนท์ มีคอนเนกชันกับจีนอย่างมหาศาล และถือหุ้นอยู่ในซิโนแวค มีคนที่เขาสามารถจะเจรจากับผู้นำจีนได้ บอกเรื่องที่รัฐบาลไทยไปยืนข้างอเมริกานั้น พักเอาไว้ก่อนได้ไหม มาช่วยรัฐบาลไทยหน่อย เขาพร้อมจะส่งซิโนแวค และซิโนฟาร์ม ให้เราได้ทันที

ท่านผู้ชมครับ ก็ปรากฏเป็นอย่างนี้ คำถามที่ผมถาม ท่านผู้ชมที่เป็นติ่งนายกฯ ท่านตอบสิว่าทำไมเขาไม่ทำอย่างนี้ ท่านก็บอกว่าไม่รู้ แล้วเราควรจะตำหนิใคร ถ้าผมบอกผมตำหนินายกฯ คุณสนธิ ตามจิกตามกัดนายกรัฐมนตรี อีกแล้ว ๆๆ ทำไมมีอคติ เข้าใจหรือยังท่านผู้ชมที่รักความเป็นธรรม มีความเป็นกลาง ฟังผมพูด ทำไมต้องเป็นแอสตร้าเซนเนก้า 26 ล้านโดส บวก 35 ล้านโดส เป็น 61 ล้านโดส ก็เพราะว่าตัวเองไปคิดว่า ในที่สุดแล้ว สยามไบโอไซเอนซ์ก็จะรวย จะทำให้เจ้ารวย


คุณคิดได้อย่างไร เพราะว่าแอสตร้าเซนเนก้า โกลบอล เมื่อเขาได้รับออร์เดอร์แล้ว เขาไม่จำเป็นจะต้องใช้โรงงานสยามไบโอไซเอนซ์ในกรุงเทพฯ เขาอาจจะใช้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเอามาจากเกาหลี อีกส่วนหนึ่งเอามาจากประเทศโน้นประเทศนี้ที่กำลังมีข้าวของเหลือใช้ที่จะส่งเข้ามาให้ เป็นความคิดของการโหนเจ้า เอาใจเจ้า ที่ผิด ผิดประเด็น เพราะวัตถุประสงค์ของสยามไบโอไซเอนซ์ไม่ได้เข้าใจกันดีเลย แล้วปรากฏว่าในขณะนี้ โรงงานเพิ่งตั้งใหม่ การผลิตก็เหมือนกับบริษัทๆ หนึ่ง ไม่เคยผลิตรถยนต์ แล้วก็ตั้งโรงงานรถยนต์ ผลิตรุ่นแรกออกมา อุปสรรคขัดข้องมีเยอะแยะ ก็ไม่ยอมพูดความจริงกัน ก็เชื่อว่าต้องอย่างนี้ๆ มันก็เลยถึงต้องชะลอหมอพร้อมไง มันถึงต้องชะลอ Walk in ไง นี่คือการสร้างความสับสน

ผมเคยเห็นสติกเกอร์ คนหนึ่งส่งมา 3 ข้อ ทำไมประเทศจีนทำสำเร็จ ทำไมประเทศไทยทำไม่สำเร็จ หนึ่งในข้อนั้นก็คือว่า ประชาชนอย่าทำให้รัฐบาลสับสน อย่าไปเชื่อเฟกนิวส์ คนที่ส่งมาน่ะไม่เข้าใจ ไม่ใช่ มันตรงกันข้าม คือรัฐบาลอย่าสร้างความสับสนให้กับประชาชนมากกว่า เข้าใจหรือยังครับ ฉะนั้นใครจะส่งสติกเกอร์บ้าบอคอแตกอะไรมาให้ผม อ่านเสียหน่อย แล้วใช้สติปัญญาคิด ไม่ใช่ส่งมาแล้วให้ผมหัวเราะ หัวเราะและขำ

ท่านผู้ชมตอนนี้รู้หรือยังทำไมวัคซีนถึงไม่มี เพิ่งจะมา Jerk ไฟลนก้นตอนหลัง พอรู้ว่าของไม่มี ก็เลยไปเจรจาจะเอาโน่นนี่ อนุทิน ไม่รู้จะทำอย่างไร อนุทิน ก็เลยต้องไปเจรจากับจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็เท่ากับ จีทูจี ท่านนายกฯ ครับ แล้วทำไมพวกคุณไม่ทำตั้งแต่ต้น ทำไมพวกคุณไม่ทำล่ะ ทำไมคุณคิดว่าคุณนะเอาแอสตร้าฯ แล้วตอนนี้กำลังวุ่นวาย โรคระบาดกำลังมาระลอกที่ 3 แล้ว ส่งคนไป โทรศัพท์คุยกับไฟเซอร์ เอาไฟเซอร์มา 5 แสนโดส ก็ได้ 5 แสนโดส ก็สามารถฉีดได้ 250,000 คน คนละ 2 โดส จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน มีเท่าไร คือเจรจากับเขาให้เขามาเจรจากับเรา กับรัฐบาล คำถามคือ ทำไมถึงไม่ทำ ? ตอบผมหน่อยได้ไหม ทำไมถึงไม่ทำ นี่ผมก้าวข้ามเรื่องวัคซีนขาดตลาดไปแล้วนะ ท่านผู้ชมรู้ใช่ไหม เพราะฉะนั้นแล้ว สยามไบโอไซเอนซ์ ตอนนี้ยังผลิตไม่ได้เพราะว่าได้ทดลองผลิตแล้ว แล้วส่งตัวอย่างไปให้ทดสอบ บางข่าวก็บอกว่าส่งไป 16 ตัวอย่าง ผ่านได้แค่ 1 ตัวอย่าง แต่บางข่าวก็บอกว่าส่งไปแล้ว 7 ตัวอย่าง ผ่านทั้ง 7 ตัวอย่าง เอาล่ะ ข่าวชิ้นไหนจริงหรือไม่จริง ผมไม่สนใจ เอาเป็นว่าเขาอยู่ในกระบวนการที่จะต้องผลิตวัคซีน เพื่อให้ได้มาตรฐานที่แอสตร้าเซนเนก้า โกลบอล ยอมรับ ไม่ใช่ฉีดแล้วปีหน้าคนฉีดกลายเป็นซอมบี้ หรือเป็นอัลไซเมอร์ อะไรทำนองนี้

เพราะว่าแอสตร้าเซนเนก้านั้น เขาค่อนข้างจะเซฟ เหมือนกับซิโนแวค และซิโนฟาร์ม ซิโนแวค และซิโนฟาร์ม ใช้เชื้อตาย แอสตร้าเซนเนก้า ใช้ตัวโคโรนาไวรัสที่มีอะไรแหลมๆ โผล่ออกมา เขาสกัดตรงนั้นมา แล้วสร้างเป็นโปรตีนขึ้นมา ไม่เหมือนกับไฟเซอร์ โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ใช้ระบบ mRNA ก็คือว่าตัดต่อยีน และเป็นการกระทำที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกนี้ แต่เขาก็ฉีดกัน อเมริกาก็ฉีด เพราะฉะนั้นแล้ว คำตอบก็คือว่าเขากำลังพยายามทดลองและเขาก็ทำส่งไปแล้ว ทดสอบ ผ่านบ้าง ไม่ผ่านบ้าง จนในที่สุดกลับมา ที่สำคัญ ไม่มีใครรู้ หลักการของการผ่านนั้น ไม่ใช่ส่งไปแล้วจบนะ ต้องมีเอกสารเป็นหมื่นหน้า เพราะฝ่ายตรวจสอบเขาเรียกร้องว่าต้องประกอบด้วยเอกสารหมื่นหน้า แล้วเขาก็ต้องเช็กหมื่นหน้าที่มี ที่คุณบอกมีตัวนี้ๆๆ มันถูกต้องไหม ในขณะนี้ที่ผมรู้ ต้องอีกประมาณ 4 วัน เขาถึงจะพิสูจน์เอกสารได้เสร็จ 4 วัน เขาบอก 72 ชั่วโมง ผมให้ไป-กลับอีก 1 วัน เป็น 4 วัน วันนี้วันที่ 28 ถ้าส่งมา สมมุติว่าผ่าน เขาก็เริ่มผลิตได้ แล้วที่บอกว่าจะฉีดวันที่ 7 มีเวลาประมาณ 3-4 วัน ที่จะผลิตได้ ทันหรือเปล่า ? ก็ไม่ทัน ก็ต้องเลื่อนอีก

ท่านผู้ชม ตอนนี้เริ่มเข้าใจภาพรวมหรือยัง ผมฉายหนังตั้งแต่วันแรกมาจนถึงวันนี้ให้ดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้ววันนี้ผมเสนอได้อย่างเดียว คือ ถึงเวลาแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกมาขอโทษประชาชน ผมผิดเอง ผิด 1 ผิด 2 ผิด 3 ผิด 4 ผิด 5 คุณทำเป็นหรือเปล่า คุณก็ไม่กล้าทำ คุณก็ให้พวกที่อวยคุณ รวมทั้งติ่งคุณ ออกมาถล่มผม คุณบอกสิ อาจารย์สุรพล พูดถูกต้องที่สุด ต้องพูดความจริง ประชาชนเขารับได้อยู่แล้ว แต่ความจริงมา อะไรเป็นความผิดพลาดของตัว รับไปสิ คุณเป็นเทวดาหรืออย่างไร คุณถึงไม่ผิด ผมถามคุณหน่อย คุณกับผมมนุษย์ขี้เหม็นเหมือนกัน มันมีผิดพลาด ยืดอกสิ แล้วบอกผมผิดพลาดไปแล้ว ขอประทานโทษ ผมจะทำทุกอย่างให้มันได้ ขอให้อดทนหน่อย เอ้า วันที่แน่นอน ผมเช็กมาแล้ว อย่างนี้ๆๆๆ แล้วจบเพียงแค่นั้น

ท่านผู้ชมครับ ตอนนี้เข้าใจหรือยัง ถ้าเขาตัดสินใจเข้าโคแวกซ์ตอนนั้น และถ้าเขาตัดสินใจที่จะเอาจีทูจี คือบริษัทที่ผลิตวัคซีนคุยกับรัฐบาลไทยตั้งแต่ต้น วันนี้เรามีหมดแล้ว เราจะมีทั้งไฟเซอร์ ทั้งโมเดอร์นา ทั้งจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ทั้งซิโนแวค ทั้งซิโนฟาร์ม และเรามีทั้งแอสตร้าเซเนก้า

ท่านผู้ชมครับ นี่คือความจริงอันเจ็บปวด ผมมีความจำเป็นที่ต้องพูดถึงท่านนายกฯ ผมไม่พูดถึงท่านไม่ได้ เพราะนี่คือข้อเท็จจริง

ท่านผู้ชมครับ เรื่องเล็กๆ ก่อนจบ เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้น และผมเจ็บช้ำน้ำใจมากเรื่องนี้ ผมเจ็บช้ำน้ำใจกับใครรู้ไหมท่านผู้ชม กับท่านอธิบดี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก


ทำไมผมถึงเจ็บใจ ท่านอธิบดีรู้หรือเปล่าว่าผม คุณปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และคุณรสนา ลุกขึ้นมาต่อสู้ให้กรมการแพทย์แผนไทยฯ ให้กับหมอแผนไทยโบราณ 3 หมื่นกว่าคน ในประเทศไทย ให้ได้เห็นแสงสว่าง เพื่อให้ฟ้าทะลายโจรนั้นเป็นที่ยอมรับ เป็นที่ยอมรับว่าสามารถจะระงับยับยั้งการเจริญเติบโตของโรคระบาดได้ จนในที่สุด ต่อสู้มาเลือดตาแทบกระเด็น จนในที่สุดรัฐบาลยอมรับออกมา ท่านนายกฯ ยอมรับ ถึงจะไม่พูดด้วยตัวเอง แต่ให้โฆษกรัฐบาลพูดแทน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขยอมรับ


คุณหมออัมพร คุณได้หน้าได้ตา แต่คุณกลับมาทรยศหักหลังผม ไม่ใช่ผม ประชาชนทั้งหมด หมอทั้งหมด คุณเอารายการฟ้าทะลายโจร เอาไปขึ้นบัญชียาหลัก คุณเอาไปโดยที่คุณระบุว่า เอาสารสกัด สารสกัดเป็นตัวขึ้นบัญชียาหลัก คุณรสนา พูดถูก ทำไมคุณไม่เอาฟ้าทะลายโจรอย่างหยาบขึ้นด้วย เป็นบัญชียาหลัก คุณเอาเฉพาะสารสกัด แล้วชาวบ้านทั่วๆ ไปเขามีปัญญาตั้งโรงงานทำสารสกัดไหม นอกจากโรงงานยา บริษัทยาใหญ่ๆ ถึงจะมีปัญญาทำ

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมเข้าใจประเด็นนี้หรือยัง แล้วคุณเอาบัญชีขึ้นสารสกัด โดยคุณละเลยข้อเท็จจริงว่าฟ้าทะลายโจรอย่างหยาบนั้น สามารถระงับการเจริญเติบโตของโรคระบาดนี้ได้ดีกว่าสารสกัด คุณก็เลยไปตั้งตัวสารสกัดเอาไว้สูง ถึง 180 มิลลิกรัม ทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ถึงขนาดนั้น ไม่มีความจำเป็น


คุณหมอครับ ท่านอธิบดี ผมนี่เกรง เกรงว่าชาวบ้านเขาจะพูดกันว่าคุณหมอมีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทยาที่คิด ที่จะรวบยอดทำมาหารับประทาน รอจนกระทั่งฟ้าทะลายโจรถูกยอมรับ ก็เลยคุยกับคุณหมอ เพื่อให้คุณหมอเสนอเข้าเป็นยาหลัก แต่เสนอสารสกัดเข้าไป ไม่ใช่ฟ้าทะลายโจรอย่างหยาบ


วันนี้ผมให้แค่ออร์เดิร์ฟนะ คุณหมออัมพร จะต้องเจอผมแน่ๆ ใจเย็นๆ ผมจะจัดให้คุณหมอชุดใหญ่ไฟกะพริบ รอไปเถอะ ภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังจะเข้าฉายแล้ว

ท่านผู้ชมครับ วันนี้เอาเพียงแค่นี้ก่อนดีกว่า รู้สึกวันนี้มีอะไรที่ควรจะพูด ก็พูดไปเรียบร้อยแล้ว แต่ผมเตือนคุณหมออัมพร ต้องเจอกับผมแน่ๆ ในเรื่องนี้ ขอบคุณมากครับท่านผู้ชม สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...