xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : อย่าเล่นการเมืองกับโรคระบาด - ระลอก 3 ยังไม่จบ ระลอก 4 มาแน่!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 14 พ.ค.64 เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยสัปดาห์นี้มีหลายเรื่องและเกี่ยวพันกับคนหลายคน เรื่องแรกการติดเชื้อโควิด-19 ในหมู่นักโทษที่เรือนจำ เกือบ 3,000 คน “รุ้ง ปนัสยา” กับพี่สาวก็ติดด้วย, เรื่องการแพร่ระบาดในคลองเตยที่กลายเป็นการเมืองไปแล้ว ซึ่งคงต้องเอ่ยชื่อถึงใครหลายคน ถึงเวลาแล้วที่ต้องหงายไพ่

เรื่องที่สาม กรณี “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” เรียกวัคซีนจีน ว่าวัคซีนเซินเจิ้นในลักษณะดูถูกว่าเป็นวัคซีนกระจอก , เรื่องของผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ จ.ลำปาง ที่สามารถจัดการให้ประชาชนมาจองวัคซีนได้มากที่สุดในต่างจังหวัด,ตัวอย่างของรัฐบาลไต้หวันที่จัดการโควิดอย่างเด็ดขาดด้วยการสั่งกักนักบินสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ทุกลำ ทุกคน ,อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก จะตั้งคำถาม ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าต่อต้านภูมิปัญญาไทยใช่หรือไม่ เพราะนายกสภาแพทย์แผนไทยฯ พูดออกมาชัดเจน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้เห็นภูมิปัญญาไทยอยู่ในสายตาเลย

แล้วเรื่่องสุดท้าย ความเป็นไปได้ของการแพร่กระจายโรคระบาดรอบที่ 4 ซึ่งขณะนี้เรายังอยู่ในรอบที่ 3 และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดรอบที่ 4 จะอธิบายให้ฟังว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไร จะเสนอแนะวิธีการ การป้องกัน การรักษาในระลอกที่ 3 เผื่อระลอกที่ 4 และเราควรจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการรับมือในระบบสาธารณสุขอย่างไร



คำต่อคำ SONDHI TALK [14 พ.ค. 64] : อย่าเล่นการเมืองกับโรคระบาด - ระลอก 3 ยังไม่จบ ระลอก 4 มาแน่ !!!

ช่องทางการรับชมรับฟัง "คุยทุกเรื่องกับสนธิ"หรือ SONDHI TALK
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : คุยทุกเรื่องกับสนธิ
YouTube : Sondhitalk
เว็บไซต์ : www.sondhitalk.com
Podcast หรือ podbean : SONDHI TALK

สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เหมือนกับอาทิตย์ที่แล้วนะครับ ผมนั่งอยู่ในห้องนี้คนเดียว มีแค่กล้อง 1-2 ตัว ที่จับตัวผมอยู่ วันศุกร์นี้มีเรื่องเยอะมาก แต่ก่อนที่จะไปถึงเรื่องนั้น ... ท่านผู้ชมครับ ถ้าใครไม่อยากออกจากบ้าน สั่งซื้อ "พอดีโปรดักต์" ได้ สินค้ามีเยอะ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า เหมือนห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ยิ่งตอนนี้ Work from Home โทรศัพท์สั่งซื้อได้ทุกวัน จะมีคอลเซ็นเตอร์รับสายตั้งแต่แปดนาฬิกา ถึงสองทุ่ม

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมจำเครื่องฟอกอากาศที่ผมเคยเสนอให้ได้ไหม ตอนนี้เข้ามาล็อตใหม่แล้ว ยังไม่ทันไรเลย เหลืออยู่ไม่กี่เครื่อง 200 เครื่อง เท่านั้นเอง ท่านผู้ชมรีบสั่งจองเลย ไม่อย่างนั้นก็จะหมดอีกเหมือนเดิม อากาศ ฝุ่น ก็ยังเหมือนเดิม PM 2.5 มีเครื่องฟอกอากาศดีๆ เก็บเอาไว้จะเป็นประโยชน์กับตัวเอง


อีกประการหนึ่ง ถ้าใครมีปัญหา อยากปรึกษาเรื่องการใช้ฟ้าทะลายโจร หรือหาซื้อฟ้าทะลายโจร ติดต่อเข้ามาสอบถามได้ที่ พอดีคอลเซ็นเตอร์ 02-633-5353 รับสายทุกวัน ตั้งแต่แปดนาฬิกา ถึงสองทุ่ม เช่นกัน

ท่านผู้ชมครับ อาทิตย์นี้เรื่องเยอะเหลือเกิน เรื่องเยอะและเกี่ยวพันกับคนหลายคนด้วย เรื่องแรกเราคงหนีไม่พ้นจากการที่ต้องพูดถึงเรื่องการติดเชื้อในหมู่นักโทษที่เรือนจำ เกือบสามพันคนแล้ว คุณรุ้ง ปนัสยา กับพี่สาว ก็ติดด้วย เรื่องวัคซีน กลายเป็นเรื่องการเมืองไปแล้ว กับโรคระบาด ดรามาคลองเตย เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง ขอประทานโทษด้วย ผมจำเป็นต้องเอ่ยชื่อหลายคน เพราะถึงเวลาแล้วที่ต้องหงายไพ่กัน

เรื่องที่สาม กรณีวัคซีน ประเด็นวัคซีนเซินเจิ้นของคุณณวัฒน์ ธรรมดาผมไม่เคยจะยุ่งอะไรกับคุณณวัฒน์ เพราะว่าแกมันคนละเรื่องกับผม แกสนใจในเรื่องเวทีความงาม ผมสนใจในเรื่องความอยู่รอดของประเทศชาติ แต่วันนี้จำเป็นต้องพูด แล้วยังมีเรื่องของผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ จ.ลำปาง และมีตัวอย่างของรัฐบาลไต้หวันที่สั่งกักนักบินสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ทุกลำ ทุกคน ไม่ให้บินเลย แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก ผมกำลังตั้งคำถาม ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าท่านต่อต้านภูมิปัญญาไทยใช่ไหม ท่านนายกสภาแพทย์แผนไทยฯ ท่านพูดออกมาชัดเจน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้เห็นภูมิปัญญาไทยอยู่ในสายตาเลย

แล้วเรื่่องสุดท้ายที่สำคัญ ความเป็นไปได้ของการแพร่กระจายโรคระบาดรอบที่ 4 นี่เรายังอยู่รอบที่ 3 นะท่านผู้ชม ผมกำลังจะเล่าให้ฟังว่า มีความเป็นไปได้ที่รอบที่ 4 จะเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ ผมจะอธิบายให้ฟังว่ามันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วผมจะเสนอแนะวิธีการ การป้องกัน การรักษาในระลอกที่ 3 และเผื่อระลอกที่ 4 ด้วย เราควรจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการรับมือในระบบสาธารณสุขอย่างไร


ท่านผู้ชมครับ เมื่อวานนี้ วันพฤหัสฯ ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ขึ้นหน้าหนึ่งกันทุกฉบับ พูดถึงเรื่องจำนวนคนที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จากเฉลี่ยวันละ 2 พันคน กลายเป็น 4,887 คน ปรากฏว่าในจำนวนนี้ มีอยู่ประมาณ 2,835 คน ติดเชื้ออยู่ที่เรือนจำ หลักๆ ก็จะเป็นเรือนจำหญิงกลาง ที่คลองเปรม เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่คลองเปรม แล้วก็ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ที่คลองเปรมเช่นกัน ข่าวนี้พอออกมา ทุกคนตกใจกันหมด เพราะไม่เคยคิดว่าจะมีคนติดเชื้อมากถึงขนาดนี้ แล้วแต่ละคนก็ตั้งคำถาม ถามเหมือนกันหมดเลยว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เพราะว่าคนที่ออกจากเรือนจำไปขึ้นศาล พอกลับเข้ามาก็ต้องถูกกักตัวไว้ 14 วัน และในขณะเดียวกัน คนที่เข้ามาใหม่ ถูกส่งเข้าไปในเรือนจำ ก็ต้องถูกกักตัว 14 วัน เช่นกัน ทุกคนหาคำตอบไม่ได้ หลายคนก็บอกว่า เป็นไปได้ไหมว่า มีผู้คุมเป็นคนติดแล้วเอามาแพร่

ทัณฑสถานหญิงกลาง มีคนติดอยู่ 1,040 ราย เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ติด 1,795 ราย เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นั้น เป็นเรือนจำหมุนเวียนตลอดเวลา เพราะว่ามีคนเข้า คนออก ตลอดเวลา ใครก็ตาม ต้องโทษอะไรก็ตาม ไม่ได้รับประกันตัวอะไรก็ตาม จะต้องถูกส่งเข้ามาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อน รวมทั้งหมด 2,835 ราย ท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ท่านปลัดกระทรวงยุติธรรม ตลอดจนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เท่าที่ผมทราบ เร่งด่วนมาก รีบเร่งจัดการ บริหารจัดการให้ดีที่สุด มีการตั้งโรงพยาบาลสนามที่ทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ที่เขาเรียกว่า แดน 10 กับแดน 13 บางรายมีอาการหนักก็ย้ายออกเพื่อรับการรักษาที่โรงพยาบาลภายนอก คิดว่าท่านผู้บริหารกรมราชทัณฑ์น่าจะเอาอยู่ แต่คำถาม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะเอาอยู่ หรือเอาไม่อยู่ เพราะว่าโดยลักษณะแล้ว เรือนจำเป็นสถานที่แออัด ไม่มีที่จะไปไหนมาไหนได้ คำถามก็คือว่า สมมุติว่า กักตัวแล้ว ดูอาการแล้ว ไม่มีอาการแล้วกลับไป คำถาม กักตัว 14 วัน จะมั่นใจได้อย่างไรว่าหลังจาก 14 วันแล้วจะไม่มีอาการ ? หลายต่อหลายกรณี เราเคยเจอแล้วว่า กักตัวครบ 14 วัน ตรวจเชื้อแล้วว่าไม่มี แต่พอผ่านไปอีกสัก 7 วัน เชื้อที่ซ่อนอยู่ก็โผล่ขึ้นมาอีก เรื่องนี้เป็นที่น่าเป็นห่วงนะครับ

ตัวอย่างเรือนจำของกรมราชทัณฑ์มันเป็นตัวอย่างที่ให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าจริงๆ แล้ว ชุมชนหลายๆ ชุมชน ลักษณะก็จะเหมือนเรือนจำราชทัณฑ์เช่นกัน คืออยู่กันอย่างแออัด มิหนำซ้ำ ชุมชนนั้นยังร้ายแรงกว่าเรือนจำราชทัณฑ์ เพราะอย่างน้อยที่สุดวันนี้รู้แล้วว่าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ติดอยู่เท่าไร หญิงกลางติดอยู่เท่าไร เพียงแต่กั้นไม่ให้เข้ามาใหม่ หรือกั้นให้คนในรักษาตัวให้หาย ก็น่าจะแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าชุมชน มันแก้ไม่ได้ เพราะว่ามันไม่ถูกกักตัว เดินเข้า เดินออกตลอดเวลา และออกไปสัมผัสกับคนโน้นคนนี้ สถานการณ์ก็เลยอยู่ในสภาพที่ผมเป็นห่วงเป็นใยมาก แล้วผมเรียนให้ทราบตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้วว่าคลัสเตอร์คลองเตยนั้นมันเป็นแค่จุดเริ่มต้น มันยังมีอีกหลายชุมชน แล้วก็เป็นอย่างที่ผมว่า ปรากฏว่ามีติดเชื้อกันหลายๆ ชุมชน และผมเชื่อว่าทุกๆ ชุมชนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ที่มีอยู่เกือบสองพันชุมชน ทุกชุมชนจะต้องมีคนติดเชื้ออยู่อย่างแน่นอนที่สุด คำถามคือ การปฏิบัติการเชิงรุกของเรา จะรุกได้มากน้อยแค่ไหน ? อย่างน้อยที่สุดท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และท่านปลัดกระทรวงยุติธรรม ท่านก็ให้ความเห็นยืนยันว่า ท่านจะปฏิบัติการเชิงรุก คือจริงๆ แล้วเรือนจำทุกเรือนจำต้องตรวจเชื้อให้หมด ไม่ใช่เฉพาะ 2-3 เรือนจำนี้ ตรวจเชื้อแล้วเอาป้ายปิดประกาศ เรือนจำนี้สะอาด ไม่มีเชื้อ เหมือนกับบางเรือนจำเขาติดว่า เรือนจำนี้เป็นเรือนจำสีขาว ก็คือไม่มียาเสพติด ฉันใดฉันนั้น เขาน่าจะทำกันแบบนั้น เพราะเขามีเรือนจำตั้งร้อยกว่าเรือนจำ ผู้ต้องขังเบ็ดเสร็จแล้วร่วม 3 แสนกว่าคน พำนักพักอาศัยอยู่ในสถานที่ที่เป็นเรือนจำที่ถูกสร้างมาเพื่อรองรับคนประมาณ 120,000 คน เท่านั้นเอง สู้กันได้จริงๆ ก็ไม่เกิน 180,000-200,000 คน นี่ติดอยู่ 3 แสนกว่าคน


ท่านผู้ชมครับ นี่เป็นเรื่องที่ท้าทายกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ และคนที่เกี่ยวข้อง เพราะว่านักโทษ ... ท่านผู้ชมครับ ถ้าสมมุติว่านักโทษมีอยู่ประมาณ 10 คน อาการรุนแรง หรือ 20 คน อาการรุนแรง ต้องส่งเข้าโรงพยาบาล ท่านผู้ชมรู้ไหมว่ากติกาของเรือนจำเป็นอย่างไร ซึ่้งแก้ไขไม่ได้ นักโทษ 1 คน ไปรักษาที่โรงพยาบาล ต้องมีผู้คุมไป 2 คน ไปคุม แล้ว 2 คนนี้คุม 12 ชั่วโมงนะ อีก 12 ชั่วโมง มีคนมาแทนอีก ก็คือนักโทษ 1 คน เข้าโรงพยาบาล ต้องใช้ผู้คุม 4 คน ถ้า 20 คนเข้าโรงพยาบาล เอา 4 คูณ ต้องใช้ผู้คุมประมาณ 80-100 คน จำนวนผู้คุมตอนนี้ไม่พอ เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ต้องขัง นี่คือเรื่องที่ท้าทายมาก แล้วจะทำอย่างไร ? ส่งไปคนเดียวก็ไม่ได้ แล้วถ้าเกิดส่งไป หละหลวมนิดหนึ่ง ถ้าเกิดผู้ต้องขังหลบหนีได้อีก เอาล่ะสิ กรมราชทัณฑ์จะทำชั่งน้ำหนักอย่างไรระหว่างความเป็นความตายของนักโทษที่ไม่สบายจากโรคระบาดนี้ กับระเบียบที่ถ้าหละหลวมแล้วทำให้หนีได้ ถ้าอย่างนั้น ควรหรือไม่ควรที่จะไม่ส่งตัวไป น่าสนใจมากท่านผู้ชม

แล้วโรงพยาบาลสนามที่มีคนอยู่ประมาณ 2 พันกว่าคน คำถามคือ พยาบาล เจ้าหน้าที่แพทย์ ซึ่งปกติธรรมดาแล้วเรือนจำราชทัณฑ์จะมีแพทย์จริงๆ อยู่ไม่มาก ไม่กี่คน จะเอาแพทย์ที่ไหนเข้ามาดู ก็ต้องใช้พยาบาลดู คำถามก็มีอีก พยาบาลก็มีผู้ช่วยพยาบาล ก็คือนักโทษที่ขึ้นมาเป็นผู้ช่วย ทำคุณงามความดี เอามาช่วยงานพยาบาล เท่าที่ผมทราบ บรรดาผู้ช่วยในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ยังไม่มีการตรวจโควิดเลย แล้วถ้าเกิดตรวจเจอว่านักโทษติด แล้วพยาบาลก็ติดด้วย ตายล่ะ แล้วทีนี้จะทำอย่างไร เป็นปัญหาปวดหัวที่ผมไม่อยากจะคิด

เพราะฉะนั้นแล้ว บางครั้ง ผมเรียนให้ท่านผู้ชมทราบแล้ว ซึ่งเดี๋ยวผมจะเรียนตอนท้ายๆ ว่าวิธีการทำงานของเรามีอะไรที่ควรที่จะพิจารณาให้ดีๆ แล้วเปลี่ยนวิธีการทำงานเสียใหม่จะได้ไหม เปลี่ยนกรอบความคิด เปลี่ยนกระบวนทัศน์ คิดอีกแบบหนึ่ง ไม่ยึดติดกับอัตตาของตัวเอง เอาผลที่เกิดขึ้นเป็นตัวตั้ง


ท่านผู้ชมก็คงจะรู้จากข่าวแล้วว่า คุณรุ้ง ปนัสยา ก็ติดเชื้อ ติดไปถึงพี่สาว แล้ววันที่เพนกวินออกมา คุณรุ้งก็ไปรับเพนกวิน เพนกวินติดด้วยหรือเปล่าผมก็ยังไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ไผ่ ดาวดิน ไมค์ จาดนอก ก็ติดเช่นกัน ข่าวออกมาเรียบร้อยแล้ว ถึงบอกว่าพวกนี้ไม่ได้กลัว 112 หรอก แต่กลัวตายเพราะโรคระบาด ก็เลยต้องยอมตามเงื่อนไขต่างๆ ก็ว่ากันไป

ที่สำคัญที่สุดที่ผมเป็นห่วงก็คือ บางครั้ง ผมอาจจะเสนอว่า เราใช้การเฝ้าระวัง ดูแลรักษานักโทษที่ติดเชื้อโควิด ซึ่งเหมือนกับอยู่ข้างนอก ก็คือ มีระดับสีเขียว สีเหลือง และสีแดง ถ้าเป็นสีแดงต้องส่งโรงพยาบาลแน่นอน เพราะลงปอดแล้ว แต่ถ้าเหลือง กำลังเริ่มมีอาการ ลิ้นไม่สัมผัสรส ไอแห้งตลอดเวลา และสีเขียว อาการยังไม่ออก ถึงเวลาหรือยังที่เรือนจำราชทัณฑ์อาจจะต้องใช้สมุนไพร แทนที่จะเฝ้าดูอาการ ก็ใช้สมุนไพร คือฟ้าทะลายโจร รักษาเข้าไปเลย ไม่ผิดหรอกครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข แม้กระทั่ง ศบค. ก็ยอมรับว่าฟ้าทะลายโจร ระงับยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคระบาดได้ รักษาไป แทนที่จะมาเดินเฝ้า เอาพยาบาลมาเดินเฝ้า แล้วถาม ปวดหัวไหม ถ้าปวดหัวเอาพาราเซตามอล แล้ว 5 วันแล้ว คนที่ทานยาฟ้าทะลายโจร ตรวจเชื้อทันที ผมเชื่อว่าหายภายใน 5 วัน เพราะพิสูจน์มาแล้วจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ ว่าหายแน่นอน ถ้าหายแล้วก็จะได้ปล่อยตัวออกไป เอากลับแดนของตัวเอง ผมคิดว่ามีวิธีนี้วิธีเดียว


เพราะว่าการกักโรค ไม่ได้เป็นการรักษา กักตัวไว้เพื่อรอให้อาการหนัก แล้วนำไปส่งโรงพยาบาล นักโทษ 2 พันกว่าคน ถ้าเกิดอาการหนักขึ้นมา 100-150 คน ออกไปอยู่โรงพยาบาล ข้อแรก จะไปโรงพยาบาลไหนล่ะ ? ข้อที่สอง เอาล่ะ มีโรงพยาบาลรับได้ ไป 1 คน ต้องมีผู้คุม 4 คน ไป 150 คน ผู้คุม 600 คน เอาคนที่ไหนไป ? เพราะฉะนั้นแล้ว บางครั้งการติดเชื้อที่กรมราชทัณฑ์ หรือเรือนจำ อาจจะเป็นมูลเหตุหนึ่งก็ได้ที่สามารถจะทำให้การตัดสินใจที่จะเข้ามาสู่ภูมิปัญญาไทย และการตัดสินใจที่จะใช้ภูมิปัญญาไทย คือ ฟ้าทะลายโจร เข้ามารักษา ซึ่งผมว่าเป็นข้อดี เพราะว่าคนเป็นพันๆ คน สามารถจะทำงานวิจัยตรงนี้ได้เลย หลังจากที่รักษามาแล้ว 309 คน แล้วถ้ายืนยันอีกว่า 1,000 คน ที่อยู่สีเขียว รับประทานสมุนไพรไทย 4 มื้อ เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน แล้ว 5 วัน หายหมด มันก็จะเป็นเครดิต จากเครดิตตรงนี้ก็จะไม่มีใครกล้ามาว่า 309 คน มันน้อยไป นี่ผมมีพันกว่าคน ผมฝากให้คิดนิดนะครับท่านผู้ชม

เผอิญเรื่องของคลัสเตอร์คลองเตยนั้น เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมันมีดรามาเกิดขึ้น ผมก็อยากจะเล่าให้ท่านผู้ชมฟังนิดหนึ่ง ท่านผู้ชมครับ มันเป็นอะไรไม่รู้ เวลาเกิดวิกฤตกันขึ้นมา แทบจะไม่ค่อยมีใครทำมาหากินอย่างตรงไปตรงมา จะต้องมีดรามาทางการเมืองเข้ามาแทรก ท่านผู้ชมคงจำได้ อาทิตย์ที่แล้ว คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก ว่า ได้มีการพยายามหาเสียงจากการฉีดวัคซีน โดยที่เขาโพสต์ป้ายประชาสัมพันธ์ สถานที่ฉีดวัคซีน ป้ายประชาสัมพันธ์นั้นอวย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ตลอดจนนายสุชัย พงษ์เพียรชอบ หรือชื่อเล่นว่า ต่าย ที่ถูกตั้งเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ อัศวิน ขวัญเมือง ในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา


คุณชัชชาติ เหน็บแนมว่า วัคซีนที่มาฉีดท่านนั้นไม่ใช่ของ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ใช่ของ พล.ต.อ.อัศวิน และไม่ใช่ของคุณสุชัย แต่เป็นเงินภาษีอากรของประชาชน

ก็ปรากฏว่าติ่งลุงตู่ที่เชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต่อว่า ดิสเครดิตทางการเมือง ถามว่าป้ายอยู่ไหน ปรากฏว่าไปๆ มาๆ คนก็เลยเอาป้ายเพิ่ม มีอยู่ที่คลองเตย มีอยู่ที่โลตัส พระราม 4 ที่โน่นก็มี ที่นี่ก็มี เดี๋ยวผมจะเอารูปขึ้นให้ดู จนในที่สุด ด่าหนักเข้า วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม ก็เลยจำเป็นต้องปลดป้ายลง

ท่านผู้ชมครับ มันมีเรื่องของดรามาของการลงเลือกตั้ง รับสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถ้าผมจำไม่ผิด มีอยู่ 2 คน ที่ประกาศตัวอย่างเป็นทางการ คนหนึ่งคือ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อีกคนหนึ่งคือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา


ตอนนี้ก็มีทั้งทีม IO ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ทีม IO ของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ฉะกันไปฉะกันมา อย่างเช่น ทีม IO ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ก็ออกในเฟซบุ๊ก IO บอกว่า ภาพโฆษณาอวยวัคซีนที่มาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง และนายสุชัย นั้น ไม่สง่างาม ทีมของท่าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ก็โพสต์กลับไปวันที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ส่ง ส.ค.ส. ปีใหม่ ให้กับประชาชน ว่าไม่สง่างามเช่นกัน


ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ต้องพูดกันสักนิดหนึ่ง เพราะมันเป็นมารยาทของการทำงาน มารยาทมันอยู่ที่ไหน ? ถ้าผมจำไม่ผิด คุณจักรทิพย์ กับคุณชัชชาติ ประกาศออกมาแล้วว่าตัวเองสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ประกาศให้สังคมได้รับรู้แล้ว แต่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ยังไม่ยอมประกาศ ยังลันล้าเงียบๆ อยู่ แต่พฤติกรรมการทำทุกอย่างก็คือต้องการที่จะโปรโมตตัวเองให้ประชาชนเห็นว่าตัวเองมีผลงาน ถึงกับว่ากันว่า ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ผมไม่ยืนยันข้อเท็จจริงอันนี้ ได้มีคำสั่งจากผู้ใหญ่ในกรุงเทพมหานคร สั่งผู้อำนวยการเขตทุกคนว่า ไม่ให้ความร่วมมือกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ในการทำงานที่จะเข้าสู่ประชาชน ผมไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง ถ้าจริงผมก็ไม่ประหลาดใจ เพราะนี่คือเกมการเมืองอย่างหนึ่ง

ท่านผู้ชม ผมอยากจะตั้งบรรทัดฐานหน่อย ผมอยากให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง แถลงออกมาสักนิดได้ไหมว่าท่านสนใจที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ท่านผู้ชมครับ คนเราถ้าหากมีเป้าหมายอะไรแล้ว ถ้าประกาศไปตรงๆ พอประกาศเสร็จแล้วจะไปติดป้าย ตัวเองก็ไม่กล้าที่จะติด เพราะตัวเองรู้ว่าตัวเองมีตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถ้าไปทำอย่างนั้น เท่ากับว่าใช้อำนาจของตัวเองไปรังแกผู้สมัครคนอื่น หรือให้คนสนิทของตัวเอง คือคุณสุชัย สนิทกันมาก ไปลัดคิวคนที่จะฉีดวัคซีน ที่อยู่ในคลัสเตอร์คลองเตย ทำนองว่าถ้ามาสายคุณสุชัย จะได้ฉีดก่อน ทั้งๆ ที่คิวการฉีดวัคซีนนั้นเขาเรียงมาตั้งนานแล้ว จู่ๆ คนที่เข้าคิวในครั้งแรก ก็กินแห้วไป ก็ต้องไปฉีดสายที่คุณสุชัย วาง


คุณสุชัย เป็นใคร ? คุณสุชัย เป็นคนที่ผู้ว่าฯ อัศวิน ขวัญเมือง เป็นคนตั้งขึ้นมา เป็นที่ปรึกษา สดๆ ร้อนๆ เดือนเมษายนนี่เอง เพราะคุณสุชัย จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ก. - สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และยิ่งถ้าท่านผู้ว่าฯ อัศวิน ต้องการเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกครั้งหนึ่ง ก็เอื้ออำนวยกัน สมยอมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นแล้ว พูดได้ไหมท่านผู้ชม ว่า คุณสุชัย พงษ์เพียรชอบ (ต่าย) คือคนที่สนิทสนมกับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เข้าใจกันให้ถูกต้องนะครับ บรรดาโซเชียลมีเดียต่างๆ คุณสุชัย กับผู้ว่าฯ อัศวิน ขวัญเมือง เป็นคนสนิทสนมกัน ไม่อย่างนั้นจะตั้งมาเป็นที่ปรึกษาได้อย่างไร ไม่อย่างนั้นจะมีชื่อมาบนป้ายที่อวยตัวเอง แล้วก็อวย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา


ท่านผู้ชมครับ ผมไม่ได้ขัดข้อง คุณอัศวิน อยากลงก็ลง เพียงแต่ผมมีความรู้สึกว่า คุณอัศวิน ปีนี้ 70 แล้ว ผมรู้จักดี ที่มาของท่านในการเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร นั้น ไม่สง่างามหรอก เพราะท่านมาด้วยมาตรา 44 ในฐานะที่คนรัก คนใคร่ คนชอบกัน คนรักใคร่ชอบกัน ผมอยากจะเตือนท่านนิดหนึ่งว่า พอเถอะครับ ห้าปีกว่าแล้ว เชื่อผมสิครับ ประชาชนเขาเบื่อท่านแล้ว ท่าน 70 แล้ว จบเพียงแค่นี้ท่านก็สวยสง่างาม ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนเคารพ ให้คนรุ่นใหม่เขาได้ลองมาทำงานดีกว่า


ผมพูดย้ำตรงนี้นะครับ วันที่ท่านมาเป็นผู้ว่าฯ ท่านไม่ได้มาอย่างสง่างาม ท่านขึ้นลิฟต์มา ท่านบริหารกรุงเทพมหานครภายใต้ระบอบเผด็จการ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว พอเถอะครับ เชื่อผม มีคนอยู่เยอะเลยที่เขาเบื่อท่านแล้ว แต่ถ้าท่านยังอยากจะลง ก็ไม่ขัดข้อง ท่านประกาศไปเลยว่าผมพร้อมจะลง ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าถึงผมจะเคยเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร มาด้วยมาตรา 44 แต่ผมสามารถทำงานให้พ่อแม่พี่น้องได้ จบ แฟร์ นักเลงซึ่งกันและกัน

ผมก็มีเรื่องฝากเพียงแค่นี้ล่ะครับ เรื่องดรามาทางการเมือง ก็เริ่มจะเห็นกันแล้วว่าใครเป็นใคร

ท่านผู้ชมครับ มันมีเรื่องๆ หนึ่งผมคิดว่าผมต้องพูดเสียหน่อย เพื่อเป็นการให้องค์ความรู้กับท่านผู้ชม และในขณะเดียวกัน อธิบายความให้กับคนที่ไม่เข้าใจในเรื่องนี้ โดยเฉพาะคนที่ผมจะอธิบายให้ฟัง ชื่อคุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ก็คือคนที่เป็นผู้จัดประกวดมิสแกรนด์


ปกติแล้วผมไม่ค่อยอยากจะยุ่งกับเรื่องพวกนี้ คุณณวัฒน์ สมัยก่อนจะทะเลาะกันกับคุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หรือที่เรียกว่า แอน-จักรพงษ์ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท JKN Global Media ซัดกันไปซัดกันมาบนหน้าเฟซบุ๊ก ด่ากันไปด่ากันมา ผมเฉยๆ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว ศรศิลป์ไม่กินเส้นกัน นั่นก็เป็นมวยถูกคู่แล้ว แต่เผอิญ ทำไมผมต้องมาแตะเรื่องคุณณวัฒน์ ?

เพราะว่าในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่มีการเปิดให้ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนในประเทศไทย ก็มีคนมีชื่อเสียง แล้วก็คุณณวัฒน์ ก็เป็นตัวตั้งตัวตี ออกมาว่า วัคซีนที่ผลิตโดยประเทศจีน อย่างซิโนแวค เรียกว่าเป็นวัคซีนเซินเจิ้น ผมไม่ฉีดเด็ดขาด บอกว่า ทำไมรัฐบาลเอาวัคซีนจีน มูลค่าต่ำอย่างนี้มาฉีดให้คนไทย


ท่านผู้ชมครับ คุณณวัฒน์ ครับ คำพูดอย่างนี้สะท้อนให้เห็นภูมิความรู้ ทัศนคติ และอคติส่วนบุคคลของคนอย่างมากๆ ประการแรกนะครับ คุณณวัฒน์ นี่ผมคุยกับคุณโดยตรงเลยนะ วัคซีนที่ผลิตจากจีนถูกส่งออกไปทั่วโลก อย่างซิโนแวค (SINOVAC) หรือซิโนฟาร์ม (SINOPHARM) คุณทราบหรือเปล่า เป็นวัคซีนเชื้อตาย วัคซีนเชื้อตายคือวัคซีนที่ผลิตโดยเทคโนโลยีที่ใช้ผลิตมาตั้งแต่เดิม ส่วนวัคซีนของเจ้าอื่น ไม่ว่าจะเป็นแอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค โมเดอร์มนา จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน สปุตนิก วี และวัคซีนอีกจำนวนหนึ่งที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ เขาเรียกว่า mRNA Viral Vector นั่นคือการสร้างไวรัสปลอมขึ้นมา โดยการตัดต่อ DNA พันธุกรรม ตั้งขึ้นมาใหม่ ไม่ได้ใช้เชื้อตายมา


ระยะแรกอาจจะดูว่าไปได้ดี แต่ไม่มีใครตอบได้ถึงผลระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัคซีนจะไปกระตุ้นก่อให้เกิดการรวมตัวกับ DNA ของมนุษย์ในระยะยาว เช่น 5 ปี 10 ปีข้างหน้าหรือไม่ ผมไม่รู้ แต่มีโอกาสเป็นไปได้สูง

เมื่อเทียบกับวัคซีนที่ใช้เชื้อตายแล้ว หมอและนักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งเคยค่อนข้างไว้ใจวัคซีนที่ผลิตแบบดั้งเดิมมากกว่า เพราะอะไร ? เพราะได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าไม่ส่งผลกระทบระยะยาว ไม่เข้าไปเกี่ยวพันกับ DNA ของมนุษย์ หรือก่อให้เกิดการกลายพันธุ์และผลกระทบในระยะยาว

ประการที่สอง ในประเทศไทย วัคซีนซิโนแวค ถูกใช้ฉีดไปแล้วหลายล้านโดส แพทย์จำนวนมากก็ฉีด เพราะว่าเขาพบว่าผลข้างเคียงที่กระทบอย่างรุนแรงนั้น เขาว่ามีน้อยมาก มีประมาณ 1 คน ใน 1 แสน เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัด

ประการที่สาม ปัจจุบันทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนซิโนแวคไปแล้วมากกว่า (เฉพาะนอกประเทศจีน) 200 ล้านโดส ถามว่ามีอัตราการเกิดไซด์เอฟเฟกต์ หรือผลกระทบรุนแรง เพียง 2 หรือ 3 คน ใน 1 แสนคน หรือ 0.002-0.003 เท่านั้นเอง ประเทศในโลกที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค ก็มีจีน บราซิล อินโดนีเซีย ตุรกี ชิลี จีนเองฉีดวัคซีนให้ประชาชนของตัวเอง 309 ล้านคน นะครับคุณณวัฒน์


แล้วล่าสุด ข่าวเมื่อวานนี้ ข่าวของเซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ คุณณวัฒน์ ครับ เขาบอกว่า อินโดนีเซียบอกว่าวัคซีนซิโนแวคมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างสูงมาก เกินกว่าที่คาดเอาไว้ นี่คือหมอ คณะแพทย์อินโดนีเซียพูด วัคซีนซิโนแวคถูกอนุมัติใช้โดยองค์การอนามัยโลก

ทีนี้ หลังจาก 14 วันที่ฉีด 2 โดสแล้ว ถ้าติดเชื้อโควิดก็จะป้องกันร่างกายไม่ให้ป่วยถึงขนาดต้องเข้าโรงพยาบาลได้ถึง 85 เปอร์เซ็นต์ นี่คือตัวเลขทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดนะคุณณวัฒน์ ผมไม่ได้มโน

ในการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างในประเทศชิลี ที่รับวัคซีนไป 3.5 ล้านโดส มีผลข้างเคียงรุนแรง 2.67 คนต่อ 1 แสนคน องค์การอนามัยโลกยืนยันว่า ซิโนแวค มีประสิทธิภาพไม่เท่ากันในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมของแต่ละประเทศ อากาศของแต่ละประเทศ ความเป็นอยู่ของแต่ละประเทศ อย่างเช่น ตุรกี ซิโนแวค ป้องกันการติดเชื้อได้ 84 เปอร์เซ็นต์ ชิลี ป้องกันได้ 67 เปอร์เซ็นต์ อินโดนีเซีย ป้องกันได้ 65 เปอร์เซ็นต์ บราซิล ป้องกันได้ 51 เปอร์เซ็นต์ ค่าเฉลี่ยของทุกตัว 67 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นแล้ว โดยภาพรวม จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ องค์การอนามัยโลก บอกว่าข้อดีซิโนแวคคือฉีดแล้วจะสร้างภูมิคุ้มกันได้แน่นอน การมีภูมิคุ้มกัน 67 เปอร์เซ็นต์ ยังดีกว่าไม่มีเลย และที่สำคัญ วัคซีนซิโนแวคสามารถป้องกันอาการป่วยรุนแรงในระดับที่ต้องเข้าโรงพยาบาล อย่างน้อย ถ้าฉีดจะลดภาระแพทย์-พยาบาลไปได้มาก นี่คือข้อจุดแข็งของซิโนแวค


แต่จุดอ่อนมีไหม ? มี คือความปลอดภัย กลุ่มผู้สูงอายุ เกิน 60 ปีขึ้นไป มีตัวอย่างน้อยเกินไป องค์การอนามัยโลกจึงใช้คำว่า Low level of confidence มีความเชื่อมั่นในระดับต่ำ ไม่มั่นใจว่าถ้าฉีดคนอายุมากกว่า 60 แล้ว จะได้รับผลข้างเคียงหรือไม่

คุณณวัฒน์ ครับ ถ้าคุณสนใจวัคซีนของตะวันตก หรือคุณชมชอบฝรั่งมังค่า ผมจะบอกอะไรให้อย่างนะ ถ้าไฟเซอร์ โมเดอร์นา เป็นวัคซีนเทพจริง ทำไมในอเมริกาที่ฉีดวัคซีนกันเกิน 200 ล้านคน ฟังให้ดีๆ นะคุณณวัฒน์ นี่คือข้อมูล ผมไม่ได้มโน ถ้าไฟเวอร์ โมเดอร์นา เป็นวัคซีนเทพ ที่พวกคุณหลายๆ คนบูชากัน อาจจะจุดธูปกราบไหว้เช้า-เย็น เขาฉีดวัคซีนให้คนอเมริกาเป็นร้อยล้านคน แต่ก็ยังทะลึ่งดันมีคนติดเชื้อเพิ่มอีกวันละ 40,000-60,000 คน ยังตายกันอีก 700-900 คน

เอาล่ะ ผมจะเอาตัวเลขมาให้คุณดู ผมย้อนสถิติ 11 วัน วันที่ 1-11 พฤษภาคม สังเกตจากยอดผู้ติดเชื้อและยอดตายใน 3 ประเทศ อเมริกา อังกฤษ จีน มาเปรียบเทียบกันเลย อเมริกาใช้วัคซีนไฟเซอร์ โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน มีรายงานมาอย่างเป็นหลักฐานว่า เมื่อฉีดวัคซีนไปแล้ว 259 ล้านโดส หรือประมาณ 40.4 เปอร์เซ็นต์ ของประชากร แต่ตัวเลขติดเชื้อของอเมริกาก็ยังถือว่าไม่น้อย เอาง่ายๆ ย้อนดูตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก็ยังอยู่ในหลัก 40,000-60,000 คนต่อวัน ยอดตายยังคงอยู่ที่ 700-900 คนต่อวัน จากจำนวนประชากร 332 ล้านคน ผมไม่ต้องลงตัวเลขเป็นรายวันให้คุณดูนะ เวลามีไม่มาก


มาที่อังกฤษ ฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเป็นหลัก เสริมด้วยไฟเซอร์ โมเดอร์นา มีการรายงานเป็นตัวเลขว่า ฉีดวัคซีนไปแล้ว 53 ล้านโดส หรือ 40 เปอร์เซ็นต์ ของประชากร จำนวนผู้ติดเชื้อในอังกฤษลดลง จากวันละ 10,000-30,000 คน เหลือวันละประมาณ 2,000 คน ตายวันละ 5-20 คน จากจำนวนประชากรราว 68 ล้านคน


เอาล่ะ มาประเทศจีน ประเทศจีนเขาฉีดซิโนแวค และซิโนฟาร์ม ช่วงแรกจีนใช้ซิโนแวค กับซิโนฟาร์ม เป็นหลัก รายงานการฉีดวัคซีนไปแล้ว 317 ล้านโดส หรือประมาณ 11.3 เปอร์เซ็นต์ ของประชากร คุณณวัฒน์ ครับ ยอดติดเชื้อของประเทศจีน 1,400 ล้านคน หรือ 310 กว่าล้านคนที่ฉีดไปแล้ว วันละ 5-10 คนเอง ประกอบกับมาตรการที่ควบคุมเข้มงวด เด็ดขาด ไม่มีคนตายเพิ่มเลยแม้แต่คนเดียว ทั้งๆ ที่จำนวนประชากรมีถึง 1,400 ล้านคน


จากตัวเลขจะเห็นได้ชัดๆ อนุมานได้เลยว่า วัคซีนใครดีกว่ากัน แต่ถูกกระแสทางการเมืองหลอกลวง ปั่นหัวคนจนหลงเชื่อว่าไทยใช้วัคซีนห่วยๆ ทั้งๆ ที่ในข้อเท็จจริงแล้ว คุณภาพไม่ได้ด้อยกว่าของฝรั่ง มิหนำซ้ำยังเหนือกว่าของฝรั่ง

เพราะฉะนั้นแล้ว เราอยู่ในสงครามของสื่อสารมวลชนและโซเชียลมีเดีย ที่บริษัทผลิตวัคซีนฝรั่งและประเทศตะวันตกพยายามโจมตีประเทศจีนทุกวิถีทาง คุณณวัฒน์ ก็เป็นเหยื่อคนหนึ่ง หรือคุณณวัฒน์ อาจจะเป็นคนที่ชื่นชมฝรั่งมานานแล้ว คุณณวัฒน์ ครับ ผมเรียนหนังสือที่อเมริกา จากปริญญาตรี ไปจนจบปริญญาโท อยู่อเมริกามา 9 ปี ผมรู้ว่าทางตะวันตกมีข้อดีหลายข้อ แต่ข้อเสียก็มีมากกว่าข้อดี เพราะฉะนั้นแล้ว ผมไม่หลับหูหลับตาชื่นชม

เพราะฉะนั้นแล้ว ข่าวลือ มีแหล่งข่าวจากคนไทยซึ่งอยู่ในเมืองจีน ยืนยันว่า ทางจีนใช้วัคซีน 2 ยี่ห้อ ซิโนแวค กับซิโนฟาร์ม แตกต่างไปแต่ละเมืองว่าจะฉีดอะไรบ้าง


เพราะฉะนั้นแล้ว คนจีนหลายคนฉีดซิโนฟาร์ม หรือซิโนแวค อย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งสองเข็ม แต่ตอนนี้ก็เริ่มมีจำนวนไม่น้อยฉีดแบบผสม เข็มแรกซิโนแวค เข็มที่สองซิโนฟาร์ม หรือเข็มแรกซิโนฟาร์ม เข็มที่สองซิโนแวค คุณณวัฒน์ คงเข้าใจอะไรดีแล้วนะครับ ผมอยากให้คุณณวัฒน์ ซึ่งค่อนข้างจะหิวแสง จะทำอะไรก็ตามอย่าพล่ามในเรื่องพวกนี้

ข้อสุดท้ายที่ผมอยากจะเตือนสติคุณเอาไว้ คุณเปรียบเทียบวัคซีนจีน วัคซีนซิโนแวค ว่าเป็นวัคซีนเซินเจิ้น คุณพูดแบบนี้แปลว่าอะไร ผมไม่รู้ว่าคุณไปเซินเจิ้นครั้งหลังสุดเมื่อไร ถ้าคุณเอาเซินเจิ้นมาเปรียบเทียบซิโนแวค เหมือนอุปมาอุปไมยคุณกำลังบอกว่า ซิโนแวคนั้นมันก็เหมือนเมืองจีนกระจอกๆ มันสะท้อนสติปัญญาของคุณนะ ที่ยังติดอยู่ในโลกทัศน์เดิม ความคิดเดิมๆ ข้อมูลเก่าๆ เอาคำว่าเซินเจิ้น มาเทียบว่าคือของคุณภาพต่ำ ของคุณภาพไม่ดี คุณณวัฒน์ ครับ จริงๆ นี้ผมไม่ควรพูดเรื่องคุณเลย มันเสียเวลาผมจริงๆ แต่เอาเถอะ ผมเห็นแก่ความไม่รู้ของคุณ ผมจะแนะนำให้ความรู้อะไรคุณบางอย่าง เซินเจิ้น กับประเทศจีน มันเปลี่ยนไปหมดแล้วคุณณวัฒน์ คุณมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับมิสแกรนด์ของคุณ ประกวดเช้า ประกวดเย็น แล้วก็ทะเลาะเบาะแว้งกับแอน-จักรพงษ์ ถ้าอย่างนั้นคุณไปทางนั้นดีกว่า คุณอย่าสะแหลนมาออกความเห็นในเรื่องที่คุณรู้ไม่จริง


คุณรู้หรือเปล่าว่าชิ้นส่วนไอโฟนของคุณที่ใช้อยู่ ก็ผลิตที่เซินเจิ้น โดรน ที่วิ่งในอากาศ ทั่วโลกเลย เขาผลิตที่เซินเจิ้น มือถือหัวเว่ยที่เราใช้กันอยู่ก็มาจากเซินเจิ้น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ไฟฟ้า ยี่ห้อเสียวมี่ รวมทั้งโทรศัพท์เสียวมี่ หลายตัวมาจากเซินเจิ้น ซอฟต์แวร์ของบริษัท TenCent ก็มาจากเซินเจิ้น คุณณวัฒน์ ครับ จากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ เมื่อ 40 กว่าปีก่อน คนที่ออกมาดูถูกเซินเจิ้น รู้หรือเปล่าว่า GDP ของเซินเจิ้นมันแซงหน้าฮ่องกงกับสิงคโปร์ไปเรียบร้อยแล้ว แซงไปสองปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2562 ทุกวันนี้เซินเจิ้นได้รับฉายาว่า เป็นซิลิคอนวัลเลย์แห่งจีน เป็นเมืองที่มั่งคั่งที่สุดในมณฑลกวางตุ้ง


และวันนี้เซินเจิ้นเขากำลังทดลองใช้เงินดิจิทัล ที่เขาเรียกว่า ดิจิทัลหยวน หรือที่เขาเรียกว่า e-RMB หรือ e-CNY ซึ่งจะทำให้จีนกลายเป็นประเทศแรกที่ไม่จำเป็นต้องพิมพ์แบงก์ ธนบัตรกระดาษ เปลี่ยนมาใช้เงินสกุลดิจิทัลแทน

มีนักเศรษฐศาสตร์ นักสถิติ คาดการณ์ว่า ใน 4 ปีข้างหน้านี้ ประมาณ ค.ศ. 2025 เศรษฐกิจเซินเจิ้นจะมีมูลค่าสูงถึง 4 ล้านล้านหยวน หรือ 611,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าประเทศโปรตุเกส อิสราเอล ไอร์แลนด์ รวมทั้งสูงกว่า GDP ของประเทศไทยทั้่งประเทศ ยืนยันอีกครั้งนะครับ อีกไม่กี่ปีข้างหน้า GDP เมืองเซินเจิ้น จะแซงประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันเรามีมูลค่าอยู่ 16 ล้านล้านบาท คิดเป็นดอลลาร์คือ 550,000 ล้านดอลลาร์ ทีนี้คุณยังกล่าวดูถูกสินค้าจากจีนไหมว่าเป็นของเซินเจิ้น คุณเรียกวัคซีนเซินเจิ้น โดยที่คุณไม่รู้เรื่องอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่รู้เลย คุณณวัฒน์ คุณกลับไปปะฉะดะกับคุณแอน-จักรพงษ์ ดีกว่า คุณไปขุดคุ้ย ทะเลาะเบาะแว้งกัน เบื้องหน้าเบื้องหลังในแวดวงความสัมพันธ์ของพวกคุณ อย่าเผือกมากับเรื่องที่คุณรู้ไม่จริง แล้วคุณปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม ผมขอนะคุณณวัฒน์ วันนี้ผมเอาเบาะๆ นะ ถ้าคุณไม่เชื่อผม วันหลังผมจะโซโลคุณคนเดียวเลย

เรามาพูดกันเรื่องวัคซีนกันอีกสักครั้งหนึ่ง ก็มีการพูดกันเรื่องการจองวัคซีน ซึ่งตอนนี้ก็เป็นข่าวที่น่าสนใจกันมากทั่วประเทศไทย ที่สำคัญที่สุด มันมีตัวเลขในการจองวัคซีนที่มันสะท้อนให้เห็นว่าข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นที่ใคร ผมคิดว่าตอนนี้ IO รัฐบาลก็ตำหนิประชาชน ชอบออกมานักว่า พอไม่มีวัคซีนก็ด่ารัฐบาลว่าทำไมไม่มีวัคซีน พอมีวัคซีนให้ฉีด ก็ไม่ยอมฉีดกัน ผมคิดว่าประเด็นเรื่องราวที่คนติดต่อไปกับหมอและลงทะเบียนไปเพื่อรับฉีดวัคซีนนั้น ปริมาณมันน้อยเหลือเกิน จากประมาณ 16-17 ล้านคน ที่ตั้งเป้าเอาไว้ มีคนลงทะเบียนมาประมาณ 1.6 ล้านคน หรือ 1.7 ล้านคน คิดแล้วก็ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ อีก 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ 90 เปอร์เซ็นต์ หายไปไหน ทำไมถึงไม่ลงทะเบียน ผมคิดว่าปัญหาใหญ่ที่สุด รัฐบาลต้องยอมรับข้อเท็จจริง เมื่อไรรัฐบาลชุดนี้จะยอมรับความผิดของตัวเองเสียที ทำไมถึงหน้าด้าน หน้าหนา โยนความผิดให้ประชาชน เหมือนกับที่ราชกิจจาฯ โยนความผิดว่าการระบาดครั้งที่ 3 ที่เกิดขึ้นนั้นประชาชนเป็นฝ่ายผิด ทั้งๆ ที่คนที่ผิดและต้องรับไปเต็มๆ ตัว คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ยอมสั่งห้ามให้ประชาชนหยุดเที่ยวสงกรานต์ ทั้งๆ ที่รู้ว่าระบาดครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้นมา ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ท่านเงียบ ท่านไม่ตอบโต้อะไรทั้งสิ้น เพราะท่านคิดว่าท่านก็คงจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

เอาล่ะ เรามาดูกันนิดหนึ่ง ปัญหาใหญ่ขณะนี้ที่เกิดขึ้น ที่ผมได้รับคำถามมาตลอด ผมพูดไปแล้วในวันศุกร์ที่แล้วว่า ควรจะฉีดอะไรดี ? ผมจะไม่ตอบคำถามนี้ ผมเพียงแต่บอกว่า ในขณะนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดของท่านผู้ชมและพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทย จะฉีดหรือไม่ฉีดวัคซีน นั่นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งคือ ถึงฉีดแล้วก็ต้องระวังดูแลตัวเอง


ท่านผู้ชมครับ นักวิทยาศาสตร์ ข่าวมีมาแล้ว ฉีดไฟเซอร์ไปสองเข็ม ครบถ้วน ไปที่อินเดียก็ตาย มันเท่ากับยืนยันว่าวัคซีนไม่สามารถที่จะป้องกันโรคระบาดนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคระบาดที่กลายพันธุ์ มิหนำซ้ำแล้ว องค์การอนามัยโลกก็ออกมาบอกว่า มีโรคระบาด 4 ประเทศ ที่เชื้อกลายพันธุ์ ที่องค์การอนามัยโลกได้ขึ้นบัญชีว่า เป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก อันหนึ่งก็คือสายพันธุ์ของสหราชอาณาจักร อังกฤษ อันที่สอง คือสายพันธุ์ของประเทศบราซิล อันที่สาม คือสายพันธุ์ของแอฟริกาใต้ และอันสุดท้าย ล่าสุด คือสายพันธุ์ของอินเดีย


ซึ่งคำพูดขององค์การอนามัยโลกระบุว่า อยู่ในขั้นอันดับของความน่าเป็นห่วง น่ากังวล หรือถ้าแถวบ้านผมพูดกัน เขาเรียกว่า ฉิบหายแน่นอน ก็คือน่าจะรักษาไม่ได้ และผมก็ยังตั้งข้อสงสัยว่า วัคซีนที่ออกมานั้นจะรักษาสายพันธุ์อินเดียได้หรือไม่ อาจจะรักษาสายพันธุ์ของอังกฤษ แอฟริกาใต้ หรือที่อีกอันคือบราซิลได้ แต่อินเดียร้ายแรงมาก อินเดียถึงกับมีรายงานจากการติดตามข่าวมาตลอดว่า หลายๆ กรณีที่ติดสายพันธุ์อินเดีย พอติดปั๊บ อีก 12-14 ชั่วโมง ตายเลย ก็คือไม่ค่อยๆ ลงแล้ว พอติดปั๊บลงปอดทันทีเลย แล้วยิ่งอินเดียขาดออกซิเจน เตียงไม่มี นั่นคือที่มาของข่าวต่างประเทศที่ท่านผู้ชมเห็นแล้วอนาถใจ สังเวชใจมาก คือคนตายมากจนกระทั่งไม่มีที่เผาศพ ต้องใช้ลานจอดรถเป็นที่เผาศพ

ทำความเข้าใจกันนะครับว่า ฟ้าทะลายโจร กับวัคซีน ไม่สามารถป้องกันโรคระบาดนี้ได้ นี่ต้องเข้าใจตรงกันนะท่านผู้ชม ไม่ได้ต่างอะไรกันเลยแม้แต่นิดเดียว เป็นเพียงแต่ว่า อ้างบอกว่า ถ้าฉีดวัคซีนแล้ว ถ้าติด ความรุนแรงก็จะเหลือแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่แม้กระทั่งนักวิทยาศาสตร์ที่ฉีดไฟเซอร์ไป 2 เข็ม ความรุนแรงไม่มีครับ มีแต่ความตาย ซึ่งก็ต้องเป็นปัญหาที่ผู้ผลิตวัคซีนต้องเอาไปคิด

ส่วนฟ้าทะลายโจรนั้น ผมเรียนให้ท่านผู้ชมฟังนิดหนึ่ง อย่าไปทานทุกวันเพื่อป้องกัน ฟ้าทะลายโจร ป้องกันโรคระบาดไม่ได้ แต่เมื่้อรู้ว่าตัวเองติด หรือมีอาการ ที่จะเข้าไปในรูปแบบลักษณะของการติดโรคระบาด ก็ให้เริ่มทานฟ้าทะลายโจรได้ทันทีเลย โดยไม่ต้องรีรอ จะไปตรวจหรือไม่ตรวจ ไม่รู้ ทานไปก่อน ถ้าเป็นปกติธรรมดาก็มื้อละ 10 เม็ด เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน วันละ 40 เม็ด เพราะว่ากรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้เอาคนไข้ที่ติดโรคระบาดนี้ 309 คน ไปรักษาด้วยวิธีการที่ผมเล่าให้ฟังนี้ ทุกคนหายกันหมดแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์

ท่านผู้ชมครับ มีท่านผู้ชมบางคนออกความเห็นมา ซึ่งผมจำเป็นต้องพูดนิดหนึ่ง ความเห็นเขียนมาบอกว่า ทำไมถึงอวยฟ้าทะลายโจรนัก ? ผมยอมรับว่าผมอ่านคอมเมนต์นี้แล้วผมของขึ้น ที่ของขึ้นก็คือว่าผมไม่ได้ว่าท่านนะครับ แต่ผมคิดว่าท่านน่าจะไปศึกษาข้อมูลใหม่ แล้วท่านน่าจะทำความเข้าใจกับเรื่องราวต่างๆ สิ่งที่ผมพยายามจะพูด ผมไม่ได้อวยเฉพาะฟ้าทะลายโจร ผมกำลังบอกว่า สมุนไพรไทยนั้นมีหลายประเภท ฟ้าทะลายโจร เป็นหนึ่งในประเภทนั้น ยังมีกระชายขาว


แล้วยังมียาโบราณของไทย เช่น ยาเขียว หรือยาขาว ซึ่งผมกำลังบอกว่า ในประวัติศาสตร์ชาติไทย สิ่งต่างๆ ที่ผมพูดนั้นเคยเอามารักษาโคตรพ่อโคตรแม่ โคตรปู่โคตรย่า โคตรทวดของหมอต่างๆ ที่ไม่เคยเชื่อในเรื่องนี้ ให้หายได้ เป็นร้อยๆ ปีแล้ว เขาก็เลยมีการจดบันทึกลงในตำรายาว่ายาประเภทขมแบบนี้ถึงจะดี ประเดี๋ยวผมจะว่าเรื่องนี้ต่อไป

ท่านผู้ชมครับ ทำไมเราต้องอธิบายว่าทำไมประเทศไทยควรจะสนใจในเรื่องเกี่ยวกับสมุนไพรไทย ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมยอมรับไหมว่าเราอยู่ในภาวะการณ์ที่ต้องเผชิญกับโรคระบาด โรคระบาดครั้งนี้ไม่ได้จบสิ้นนะครับ นั่งเฉยๆ ก็มีการกลายพันธุ์แล้ว จู่ๆ กลายพันธุ์เป็น 4 สายพันธุ์ อังกฤษ บราซิล แอฟริกาใต้ และอินเดีย แล้วในอนาคตจะกลายพันธุ์ไปอีกกี่สายพันธุ์ ถึงเวลาแล้วหรือยังท่านผู้ชม อุปมาอุปไมยเหมือนกับว่า เวลาท่านเอาคนที่ติดเชื้อโควิดเอาไปแล้วก็เอาไปอยู่ที่โรงพยาบาลสนาม


ท่านไม่ได้ทำอะไรหรอก นั่งอยู่เฉยๆ ปวดหัวหรือ ? เอาพาราเซตามอลทาน รอจนกระทั่ง ... เขาจะมีขั้นเขียว ขั้นเหลือง และขั้นแดง ขั้นเขียวก็คือติด แต่ยังไม่มีอาการเลย ขั้นเหลือง เริ่มมีอาการบ้าง ไอโน่นไอนี่ แล้วพอถึงขั้นแดง จะลงปอดเมื่อไรก็ค่อยเอาเข้าไปโรงพยาบาลรักษา สิ่งที่ผมพยายามพูด และกรมการแพทย์แผนไทยฯ พยายามจะบอก หรือคนที่สนใจเรื่องสมุนไพรไทยพยายามจะบอก อาจารย์ปานเทพ ก็พยายามจะบอก บอกว่าอย่างไร ? บอกว่าเมื่อคุณเอาเข้าไปที่โรงพยาบาลสนามแล้ว ทำไมคุณไม่ให้แพทย์แผนไทยเข้าไป แล้วก็เอาฟ้าทะลายโจรรักษาคนที่อยู่ในระดับเขียว หรือแม้กระทั่งระดับเหลือง ก็รักษาด้วยยาสมุนไพรไทยได้ เมื่อรักษาได้แล้ว 5 วัน ก็เขาพิสูจน์แล้วจาก 309 คน มาพิสูจน์กันอีกทีก็ได้ เพราะธรรมดาคุณก็ให้เขากินแค่พาราเซตามอล ก็เปลี่ยนเป็นกินฟ้าทะลายโจรก็ได้ใช่ไหม เมื่อทานฟ้าทะลายโจรแล้ว 5 วัน ตรวจเชื้ออีกที ถ้าเขาไม่มีแล้ว นี่คือการยกภาระและความกดดันทั้งหมดออกจากระบบสาธารณสุขไทยทันที

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีการตรวจเชื้อ ทำไมเราถึงไม่เอา Rapid Test ก็คือชุดที่จุฬาฯ คิดมา ที่เจาะเลือด ใส่เข้าไปในมือ เจาะเลือด แล้วสามารถจะเช็กได้ว่าภูมิคุ้มกันมีกี่ระดับ ถ้าภูมิคุ้มกันระดับสูงสุด ยังดีอยู่ ก็แสดงว่ามีโอกาสที่จะไม่ติดเชื้อ แต่ยังมีโอกาสติดเชื้ออยู่ ถ้าภูมิคุ้มกันต่ำสุด ติด ก็แยกคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำสุด ที่ติดนั้น ออกไป แล้วก็ไปทดสอบอีกรอบหนึ่งกับ PCR ส่วนคนนั้นก็กลับบ้านไปได้ นี่บรรเทาและประหยัดเงินประชาชนไป เพราะ Rapid Test มันใช้เงินแค่ 200-300 บาท ก็ซื้อได้ ทำไมต้องไปเข้าคิวแล้วก็ใช้เงิน 3,000 บาท Test แล้ว Test อีก

Rapid Test คือการกรองชั้นแรก เมื่อกรองชั้นแรกเสร็จแล้วค่อยคัดเอาคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำสุด หรือติด ไปทดสอบอีกที ส่วนคนที่เหลือก็ถอยออกมา

ท่านผู้ชมครับ ผมคิดว่าประเด็นสำคัญที่สุดขณะนี้ ในเรื่องของการจองวัคซีนที่ต่ำมาก เพราะว่าประชาชนไม่ไว้ใจรัฐบาลชุดนี้อีกต่อไปแล้ว รัฐบาลชุดนี้ ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่สามารถที่จะพูดจาแล้วทำให้ประชาชนเชื่อได้ แล้วพอโดนวิพากษ์วิจารณ์มาก โดนผมวิพากษ์วิจารณ์มาก ก็เอาพวก IO สับปะรังเค ขอประทานโทษ ผมจะใช้คำว่า IO ส้นตีน เอามาพูดจาประเภทดูถูกประชาชน ว่าจะเชื่อหมอหรือเชื่อหมา โธ่ ไอ้พวกนี้ พวกสันขวานพวกนี้ เคยรู้เรื่องพวกนี้หรือเปล่า ได้ศึกษารู้หรือเปล่า หรือว่ามีหน้าที่อย่างเดียวคือรับเงินเขามา แล้วก็มาทำ IO ให้เขา ท่านผู้ชมครับ ผมไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ แต่ผมรำคาญพวกนี้ วันดีคืนดีไม่พอใจก็ไปด่าเขา พอเขายื่นหมูยื่นแมว เอาเงินให้ มาให้ทำ IO ให้ พอได้เงินได้ทองก็มาคิดพวกวาทกรรมระยำ วาทกรรมสับปะรังเคขึ้นมา

ผมจะเชื่อหมอในคนที่ผมควรจะเชื่อ หมอแก่ๆ บางคนผมไม่เชื่อหรอก เพราะว่าเขาผูกติดกับผลประโยชน์ของบริษัทยาต่างประเทศ เขาเรียนรู้มาจากบริษัทยาต่างประเทศ และเขาเรียนรู้แพทย์ทางตะวันตก ดูถูกโคตรพ่อโคตรแม่ของพวกเขาเอง โคตรปู่โคตรย่า โคตรทวดของเขาเอง ที่เคยรักษาจากแพทย์แผนไทยโบราณมา


เอาล่ะ ท่านผู้ชมครับ เรากลับมาเรื่องของวัคซีนนิดหนึ่ง ท่านผู้ชมครับ ผมมีตัวเลขบางตัวเลข ท่านผู้ชมก็คงจะเห็นแล้ว ผมดูแล้วผมก็ขำ ท่านผู้ชมครับ 77 จังหวัด การเปิดจองคิวคนฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคระบาดครั้งนี้ ท่านผู้ชมครับ 77 จังหวัด มีอยู่ 2 จังหวัดที่ทำให้คนสนใจที่จะมาฉีดเกินแสน แต่คำว่าเกินแสนก็ไม่ได้แปลว่าประสบความสำเร็จนะ อย่างกรุงเทพมหานครมีคนลงทะเบียน 516,282 คน ท่านผู้ชมครับ 5 แสนกว่าคน จากคนกรุงเทพฯ 10 กว่าล้านคน ยังไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ เลยท่านผู้ชม อีก 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ไม่ยอมลงทะเบียน รัฐบาลต้องถามตัวเองว่าเพราะอะไร ไม่ใช่ว่าเพราะผมพูดแล้วเขาไม่ลงทะเบียน ไม่ใช่ เพราะพวกคุณคือตัวการ สร้างปัญหาให้

ท่านผู้ชมครับ เชียงใหม่ มีคนลงทะเบียนแค่ 43,000 คน เพชรบูรณ์ 4,430 คน สตูล 1,664 คน มีอยู่จังหวัดเดียวที่พอเชิดหน้าชูตาและสะท้อนถึงฝีมือการทำงานของคนที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ก็คือ จ.ลำปาง ท่านผู้ชมครับ ลำปางมีประชากรแค่ 7 แสนกว่าคน มีคนมาลงทะเบียน 223,976 คน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อประชากรแล้ว สูงกว่ากรุงเทพฯ มาก เขาทำได้อย่างไร ? ที่เขาทำได้เพราะว่าเขามีผู้ว่าราชการจังหวัด เอ่ยชื่อก็คงจะจำชื่อกันได้ ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ท่านผู้ชมจำได้ไหม หมูป่า ถ้ำขุนน้ำนางนอน ทั้งหมด 13 คน ฝีมือท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์


ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ท่านรณรงค์ ท่านทำเต็มที่ ท่านไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน ท่านระดมสรรพกำลัง สาธารณสุขจังหวัดก็ช่วยกัน รวมทั้ง อสม. เข้าไปให้เหตุผลว่าทำไมถึงควรจะฉีด จนกระทั่งมีคนเข้ามาลงทะเบียนเยอะขนาดนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดลำปาง ทำงานจริงจัง ใช้วิธีสื่อสาร ปฏิบัติการเชิงรุก นี่คือการปฏิบัติการเชิงรุก กำหนดกลุ่มเป้าหมายชัดเจน ประชากรมี 740,000 คน มีคนเข้ากลุ่มเสี่ยงอายุเกิน 60 ปี มีโรคประจำตัว 7 โรค 220,000 คน เขาก็เลยใช้ตัวเลขนี้เป็นตัวตั้งเป็นหลักชัยแรกก่อนจะรณรงค์ให้ฉีดวัคซีน สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งจะต้องฉีดให้ได้อย่างน้อย 5 แสนคน เขาใช้วิธีการอย่างไร ? เขาใช้ทุกคน โรงพยาบาล อสม. เดินเคาะประตูบ้านป๊อกๆๆ ไปถึงก็ พ่อแก่แม่แก่ เราต้องฉีดวัคซีนนะ เราไม่ฉีดไม่ได้นะ เพราะอะไร ให้ความเชื่อมั่นกับตายายพี่ป้าน้าอา โดยถามว่าถ้ามีการระบาดแรงกว่านี้จะเกิดอะไร ถ้าวัคซีนไม่พอ วันหน้าจะมีทางรอดไหม โรงพยาบาลลำปาง เปิดเบอร์โทรศัพท์ 10 คู่สาย ให้จองฉีดได้ถึงเที่ยงคืน ปกติธรรมดาโรงพยาบาลเปิดสาย หกโมงเย็น สองทุ่ม ก็ปิดแล้ว นี่เขาเปิดถึงเที่ยงคืน เร่งนัดประชาชน ของทุกอย่าง

ผู้ว่าราชการจังหวัดพูดกับประชาชนใน จ.ลำปาง ว่า วัคซีนโควิด-19 ทุกชนิดมีศักยภาพในการลดการเจ็บป่วยที่รุนแรง ลดการเสียชีวิต ทำให้ประเทศไทยมีภูมิคุ้มกันหมู่ เขาเลยต้องการให้ชาวลำปางเกิดการบริหารจัดการ 5 แสนคน เพื่อที่จะให้ชาวลำปางฉีดกันให้ครบ 5 แสนคน

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร แต่ก่อนท่านอยู่ที่เชียงราย ท่านทำงานไม่เข้าตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านถูกย้ายฟ้าผ่าไปอยู่พะเยา จากเชียงราย เมืองใหญ่มาก ไปอยู่พะเยา ซึ่งเป็นเมืองเล็กมาก นั่นคือการลดชั้น ท่านไม่พูดอะไรสักคำ เหตุผลเพราะว่าท่าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านอยากจะได้ผู้ว่าฯ ที่อยู่ในโอวาท แต่เผอิญท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ท่านเป็นคนที่ตงฉิน ท่านไม่ใช่กังฉิน ท่านจะทำงานอะไรก็ตามเพื่อประชาชนและที่ถูกกฎหมาย จะมาสั่งให้ทำโน่นทำนี่ ท่านไม่ทำ เมื่อท่านไม่ทำท่านก็เลยถูกย้าย ท่านไม่รู้สึก ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไปพะเยา ท่านก็ทำงานอย่างดี เสร็จแล้วท่านก็ไปลำปางต่อ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่กว่าพะเยาขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ก็ยังเล็กกว่าเชียงราย ผลงานของท่าน สุดยอด ท่านพิสูจน์ว่าสามารถจัดการแก้ไขเรื่องโรคระบาดได้อย่างดี การแพร่ระบาดระลอกที่ 3 ที่ผ่านมานี้ มีผู้ติดเชื้อสะสม 240 กว่าคนเท่านั้น และมีคนเสียชีวิตรายเดียว ข้อมูลนี้วันไหน ? 11 พฤษภาคม ไม่กี่วันมานี้เอง เพราะฉะนั้นแล้ว พิสูจน์ชัด

เปรียบเทียบลำปาง กับเชียงราย พอท่านไม่อยู่ปั๊บ แม่สายก็มีการระบาดทันที ท่านผู้ว่าฯ เชียงราย ท่านเป็นเด็กของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านก็ลันล้า ทั้งๆ ที่อดีตท่านเคยเป็นนายอำเภอ อ.แม่สาย ทุกคนมีความสุขมากที่อยู่เชียงราย เฉยๆ ไม่มีอะไร แต่ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ถ้าท่านยังอยู่เชียงราย ท่านจะไม่มีวันให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้น และท่านก็พิสูจน์ฝีมือท่านที่พะเยา และที่ลำปางวันนี้แล้ว


ท่านผู้ชม ลำปาง จังหวัดเล็กๆ ประชากร 7 แสนกว่าคน แต่มีคนลงทะเบียนที่จะฉีดสองแสนสองหมื่นกว่าคน อัตราส่วนยังดีกว่ากรุงเทพมหานคร พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอายบ้างหรือเปล่า ท่านกลืนน้ำลายลงคอไหมเมื่อท่านดูเหตุการณ์นี้แล้ว ท่านย้ายคนที่เก่งไปจังหวัดเล็กๆ เพื่อสนองความต้องการของท่าน แล้ววันนี้คนที่ท่านย้ายไป โดยอ้างความเหมาะสม ไปแสดง ส่องแสง เป็นดาวฤกษ์ของตัวเอง ทำให้ประชาชนชาว จ.ลำปาง มีความภูมิใจ ทำให้รัฐบาลไม่เสียหน้า แต่แค่ จ.ลำปาง จังหวัดเดียว นอกนั้นแล้วทำไม่สำเร็จสักเรื่องหนึ่ง นอกนั้นแล้วเป็นหลักพัน ดีที่สุด เชียงใหม่ก็สี่หมื่นกว่า

ผมอยากจะฝากตรงนี้ ตรงนี้น่าจะเป็นผลงานที่เราพิสูจน์ได้ว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำงานไม่ได้ผลอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว เสียดาย ท่านอยู่มาตั้ง 5-6 ปี แล้วเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากการระบาดนั้นจะปฏิเสธไม่ได้ว่าฝ่ายปกครองเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะการลักลอบเอาคนเข้ามา ฝ่ายปกครองไม่รู้เรื่องได้อย่างไร สมัยก่อนผมยังเห็นเลย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองใส่เสื้อกั๊กแล้วไปจับบ่อน ถ้าฝ่ายปกครองเคยทำอย่างนี้แล้ว แล้วทำไมฝ่ายปกครองถึงป้องกันไม่ได้

ท่านผู้ชมครับ ประชากรเชียงรายมีอยู่ 1.3 ล้านคน มีผู้จองฉีดวัคซีน 19,243 คน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 1.5 เปอร์เซ็นต์ พะเยา พอท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ไม่อยู่ ประชากรพะเยา มี 475,000 คน มีคนจองฉีดวัคซีน 2,834 คน คิดเป็น 0.64 เปอร์เซ็นต์ ลำปาง มีประชากร 740,000 คน มีคนจองฉีดวัคซีนกว่า 220,000 คน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์สามสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ เห็นหรือยังครับท่านผู้ชม คนดีเราต้องสนับสนุน

พอมีนักข่าวจะไปสัมภาษณ์ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ที่เชียงราย เรื่องโน้นเรื่องนี้ ท่านก็พูดง่ายๆ ซึ่งผมฟังแล้วผมก็หัวเราะ ขำ ท่านบอกว่าท่านไม่หิวแสง ท่านขอไม่ให้สัมภาษณ์ได้ไหม ท่านมีหน้าที่ทำงาน

ท่านผู้ชมครับ ปัญหาใหญ่ของชาติบ้านเมืองทุกวันนี้คือปัญหาของข้าราชการหลายคน นักการเมืองหลายคน หิวแสง ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็หิวแสง แต่เผอิญแสงงวดนี้มันเป็นแสงที่แรงเหลือเกิน สปอตไลต์จับตาจนท่านร้อนไปหมด ท่านไม่ต้องการแสงแล้วตอนนี้ ท่านต้องการเพียงอย่างเดียว อย่ามายุ่งกับได้ไหม อย่ามาวิพากษ์วิจารณ์ได้ไหม แล้วท่านคิดอะไรไม่ออก ลูกน้องท่านก็เลยจ้าง IO สับปะรังเคออกมาช่วยปกป้องท่าน ผมจะเตือนให้ฟังนะครับ ใครก็ตามคิดอย่างนี้ หรือใครคิดโครงการนี้ออกมา วันนี้คุณยิ่งออกเท่าไร นายกฯ คุณยิ่งเรือหายมากเท่านั้น เชื่อผมสิ

ถามว่าจะเชื่อหมอ หรือเชื่อหมา ถ้าถามตรงๆ ณ วันนี้ เวลานี้ ผมเชื่อหมามากกว่า แล้วเชื่อว่าท่านผู้ชมก็เชื่อเหมือนผม เรามาเชื่อหมากันดีกว่า อย่าไปเชื่อหมอเลย

ท่านผู้ชมครับ มีอีกตัวอย่างหนึ่ง ไหนๆ ก็พูดแล้ว เพื่อพิสูจน์ให้ชัดถึงการทำงานของผู้บริหารที่มีวุฒิภาวะผู้นำ เมื่อไม่กี่วันมานี่เอง ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าไต้หวันได้สั่งกักตัวนักบินสายการบินแห่งชาติ ไชน่าแอร์ไลนส์ 14 วัน เพื่อสกัดโรคระบาดตัวนี้


เพราะว่ามีนักบินสายการบินไชน่าแอร์ไลนส์ ก็เหมือนกับนักการบินสายการบินไทยนั่นล่ะ ที่บินไปทำงาน ออกไปต่างประเทศ แล้วไปพำนักพักอยู่ที่โรงแรมที่พวกนักบินพัก แล้วไปติดเชื้อกลับมา เขาตรวจแล้วเจอ ท่านผู้ชมครับ เขาไม่ได้กักตัวเฉพาะคนนั้นนะ เป็นคำสั่งของกระทรวงสาธารณสุข 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ไม่กี่วันมานี้เอง ทางการไต้หวันตัดสินใจประกาศข้อบังคับ เอานักบินสายการบินไชน่าแอร์ไลนส์ "ทุกคน" รับการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน

นายเฉิน สือจง รัฐมนตรีสาธารณสุขไต้หวัน ออกมาประกาศว่า ทางเดียวที่จะตัดวงจรการแพร่ระบาดของคลัสเตอร์นี้ได้ ก็คือการกักตัวนักบินของไชน่าแอร์ไลนส์ทุกคนที่อยู่ในไต้หวัน รวมทั้งคนที่กำลังจะกลับมาไต้หวัน แล้วท่านผู้ชมดูฝีมือการบริหารงานของเขา ตัวเลขผู้ติดเชื้อโรคระบาดสะสมของไต้หวันอยู่ที่ 1,199 คน ตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ปีที่แล้ว อยู่ที่ 1,199 คน แล้วตายทั้งหมดตั้งแต่ปีที่แล้ว จนถึงวันนี้ 12 คน เขาตายมาตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงวันนี้ ยังสู้เราตายวันนี้วันเดียวไม่ได้เลย เราสูงกว่าเขาเยอะ

ประชากร 23.8 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนสูงมาก เขาควบคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อได้ระดับต้นๆ ของโลก ท่านผู้ชมเห็นหรือยังว่าการตัดสินใจ เขาบอกว่า เที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบ คือเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ไชน่าแอร์ไลนส์บินไปอเมริกา บินไปโอเชเนีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ยุโรป รวมทั้งลอสแองเจลิส ซานฟรานซิสโก แวนคูเวอร์ แฟรงก์เฟิร์ต ลอนดอน อัมสเตอร์ดัม ซิดนีย์ เมลเบิร์น บริสเบน หยุดบินหมด เหมือนกับล้มละลายไป แต่เขาหยุดบินเพื่อหวังผลที่จะปกป้องสายการบินแห่งชาติ และปกป้องไต้หวันทั้งประเทศ

ท่านผู้ชมครับ สักวันหนึ่งผมจะพูดเรื่องการบินไทย แต่ไม่ใช่วันนี้ และผมจะชี้ให้เห็นว่า คำทำนายทายทักของผมตั้งแต่เริ่มมาเรื่องการบินไทย ไม่เคยผิดเลย และวันนี้ผลกำลังจะออกมาแล้วว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นถูกต้อง


ท่านผู้ชมครับ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ประมาณ 9 วันที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรี 7/2564 แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อการบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ข้ออ้างในการแต่งตั้งครั้งนี้ เพื่อให้เรื่องที่เกี่ยวข้องทางการแพทย์และสาธารณสุขมีความเป็นเอกภาพ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรการเพื่อการระงับยับยั้งการแก้ไขและการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในปัจจุบัน จึงตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อการบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุขขึ้น จำนวน 22 คน โดยให้ท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงฯ เป็นประธานกรรมการ

ผมขอตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ครับ เมื่อท่านนายกฯ พูดว่าท่านต้องการบูรณาการทุกภาคส่วน ท่านหมายความในคำพูดของท่านจริงหรือเปล่า เพราะว่าช่วงหลังๆ นี่ประชาชนไม่ค่อยเชื่อคำพูดท่านเลย เหมือนกับเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว ท่านผู้ชมจำที่ผมพูดได้ไหม ที่ท่านนายกฯ ประกาศออกมา ผมอ้างว่าเป็นการขายผ้าเอาหน้ารอด บอกว่าภายในสิ้นปีนี้จะฉีดวัคซีนให้ได้ 100 ล้านโดส แล้ววันนี้หายไปไหน ท่านผู้ชม เราอย่าไปลืมพวกนี้สิ ถ้าเราลืม จะทำให้ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ได้ใจ พูดจาสับปลับ นึกจะพูดเพื่อเอาดีเข้าตัวก็พูดไป เราต้องจำเรื่องพวกนี้เอาไว้ แล้วถามว่า คุณเคยพูดอย่างนี้ แล้วทำไมคุณมาเปลี่ยน อย่าให้ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้เอาตัวรอดด้วยคำพูดเช่นนี้ ต้องให้ท่านยึดถือคำพูด เพราะคำพูดของนายกรัฐมนตรีไม่ใช่คำพูดของคนทั่วๆ ไป เมื่อเขาพูดแล้วประชาชนต้องเชื่อสิ เหมือนที่ประชาชนเชื่อ ที่อาทิตย์ที่แล้ว หรือสองอาทิตย์ที่แล้ว ที่ผมพูดไป ว่า เขาประกาศว่าภายในสิ้นปีนี้เขาจะฉีดให้ได้ครบ 100 ล้านโดส นี่คือคำพูอของเขา นี่คือสัจจะวาจา นี่คือคำมั่นสัญญาที่ให้ประชาชน

แล้วงวดนี้การตั้งบูรณาการทุกภาคส่วน ผมถามท่านนายกฯ ว่าทำไมถึงไม่มีอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อยู่ในคณะกรรมการบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ยิ่งกว่านั้น อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ยังโดนแขวนไปเป็นที่ปรึกษา แล้วท่านเอาทหาร เลขาธิการ สมช. สภาความมั่นคงแห่งชาติ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ มานั่งเป็นประธานขับเคลื่อนคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อการบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข


ท่านผู้ชมครับ คำสั่งนี้ท่านนายกฯ จงใจเลย ตัดการแพทย์แผนไทยออกจากการเป็นทางเลือกในการรักษาประชาชนที่เจ็บป่วยด้วยโรคระบาด ใช่หรือเปล่า ? ถ้าใช่ ท่านผู้ชม เรามาทำกันอย่างนี้ดีกว่า วันหลังผมจะเอาชื่อนายกรัฐมนตรีขึ้นป้ายอันดับ 1 เลย แพทย์ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีมีใครบ้าง เดี๋ยวผมจะเอามาแถลง รวมทั้งคณะกรรมการชุดนี้ ท่านผู้ชมครับ ถ้าโรคระบาดครั้งนี้ไม่มีทิศทางที่จะดีขึ้น แล้วจำนวนคนตาย ตายมากขึ้นเรื่อยๆ ยังไม่เปลี่ยนวิธีการรักษา ยังไม่ใช้วิธีการที่สามารถที่จะลดผู้ติดเชื้อและลดจำนวนคนตาย ท่านผู้ชมครับ เราต้องเอาคนพวกนี้ โดยที่หัวหน้าก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และลูกไล่ ก็คือบรรดาที่ปรึกษาแพทย์ แพทย์แก่ๆ ทั้งหลาย ซึ่งผมจะเอาชื่อให้ ท่านผู้ชมจดชื่อเขียนไว้ใส่ฝาผนัง แล้วบอกลูกบอกหลาน ครั้งหนึ่งสมัยที่ไทยมีโรคระบาด ที่ไทยเรือหาย มีคนตาย เพราะคนพวกนี้ทั้งนั้น เพราะทำงานไม่เป็น มันเป็นลูกน้องฝรั่ง นับถือฝรั่งเป็นพ่อ

ท่านผู้ชมครับ คนไทยทุกวันนี้กำลังล้มตายจากโรคระบาดนี้เป็นใบไม้ร่วง วันละ 20 คน ค้าขายต้องปิดกิจการ เจ็บป่วย ติดโรค ไม่มีที่รักษา เตียงไอซียูไม่พอ วัคซีนไม่มีให้ฉีด หรือคนที่ไม่อยากจะฉีดก็ไม่มีทางเลือกในการป้องกันโรคระบาดอย่างอื่นให้เขา ท่านผู้ชมครับ น่าเสียดาย ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีภูมิปัญญาในด้านสมุนไพรมานานแล้ว คนที่อาการไม่หนัก จะได้รักษาตัวก่อน ใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรซึ่งอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ แล้วท่านผู้ชมที่คอมเมนต์โง่ๆ มาว่าทำไมผมอวยฟ้าทะลายโจร หยุดแสดงความโง่ของท่านเสียที


22 เมษายน 2564 ผมต้องชื่นชมอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เขากล้าออกมาแถลงยอมรับว่าฟ้าทะลายโจรสามารถช่วยผู้ป่วยโรคระบาดในขณะนี้ โดยลดอาการลงปอดของผู้ติดเชื้อเหลือแค่ร้อยละ 0.97 จากกลุ่มประชากรที่ไม่ได้ใช้ฟ้าทะลายโจร ซึ่งมีอัตราปอดอักเสบสูงถึง 14 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งผู้ป่วยเกือบทั้งหมดที่ได้ใช้ฟ้าทะลายโจร หายหมดเลยภายใน 5 วัน ท่านผู้ชมครับ เรื่องดังกล่าวควรจะเป็นวาระแห่งชาติที่จะได้ช่วยกัน ผมพูดมาผมไม่ได้เปอร์เซ็นต์อะไรกับฟ้าทะลายโจร ไม่เหมือนหมอหลายๆ คนที่ได้เปอร์เซ็นต์จากยาฝรั่ง

ท่านผู้ชม ผมบอกมาตั้งนานแล้วว่าผมติ่งประเทศไทย ผมไม่ได้เป็นติ่งลุงตู่ ลุงตู่มาแล้วก็จากไป ประเทศไทยอยู่ตลอดเวลา แต่ผมเป็นติ่งประเทศไทย ติ่งพี่น้องประชาชน และพ่อแม่พี่น้องและท่านผู้ชม ผมเป็นติ่งท่าน การที่เราเอาคนเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลสนาม เอาไปเพื่อสังเกตอาการ ปวดหัวก็ให้ยาพาราเซตามอลทาน แล้วทำไม ๆๆๆ ทำไมถึงตั้งสีออกมาเป็นการแบ่งผู้ป่วย เขียว เหลือง แดง

เขียว คือติดเชื้อ ไม่ออกอาการ เหลือง คือ เริ่มออกอาการ ไอแห้งๆ ปวดหัว ลิ้นเริ่มไม่มีรส แดง ไม่ไหวแล้ว ลงปอด ต้องเอาไปรักษาที่โรงพยาบาล ก็คือพูดง่ายๆ ว่า เอาพวกเขียว พวกเหลือง มาดูว่าเมื่อไรจะแดงเสียที ถ้าแดงก็ส่งเข้าโรงพยาบาล ท่านผู้ชม นี่มันตลกร้าย คุณเอาเขาไปนอนเล่นทำไม ก็ในเมื่อมันพิสูจน์จากกรมการแพทย์แผนไทยฯ ว่าฟ้าทะลายโจรสามารถจะรักษาโรคระบาดได้ ไม่สามารถจะป้องกันได้ แต่รักษาได้ พวกสีเขียว สีเหลือง ระหว่างนอนก็ให้แพทย์เอายาฟ้าทะลายโจรให้รับประทานกัน ถ้าเป็นพวกฟ้าทะลายโจรทั่วๆ ไป ที่เขาผลิตออกมาขาย ก็คนละ 10 เม็ดต่อมื้อ เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน วันละ 40 เม็ด 5 วัน พอครบ 5 วันแล้ว เอาเขาไปตรวจ PCR เหมือนกับที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ ทำ และผมเชื่อว่าเชื้อโรคระบาดจะหาย รวมทั้งสีเหลืองด้วย คนที่เป็นคนไข้สีเหลือง แต่ถ้าต้องการจะเอาฟ้าทะลายโจรที่ดี แล้วก็ทานแค่ 4 เม็ดต่อมื้อ ก็ใช้ฟ้าทะลายโจรที่ทำด้วยใบ ของอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์


นี่ผมพูดไป แกก็ปวดหัวแล้วสิ ทุกวันนี้แกก็ปวดหัวอยู่แล้ว มีแต่คนโทรศัพท์มาขอซื้อยาฟ้าทะลายโจรที่ทำด้วยใบ ถ้าทำได้อย่างนี้ มันช่วยลดความจำเป็นในการใช้ห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลได้อีกด้วย

ตรงกันข้าม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธาน ศบค. กลับไม่เคยพูดถึง หรือวางแผนเพื่อให้ฟ้าทะลายโจรมีเพียงพอเพื่อใช้กับผู้ป่วย แล้วยังไม่เปิดโอกาสให้แพทย์แผนไทยเข้ามามีส่วนในการรักษาผู้ป่วยเลย พูดแต่เรื่องวัคซีนจากต่างชาติ ยารักษานำเข้าจากต่างประเทศ ฟาวิพิราเวียร์ การเพิ่มเตียง เพียงเท่านั้น ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยัง ตามผมมา

ท่านนายกฯ ท่านไม่รู้เรื่องพวกนี้ ท่านต้องฟังหมอ แล้วท่านฟังหมอที่ไหน พวกหมอแก่ๆ บางคนที่ล้อมรอบตัวท่านไง แล้วพอท่านตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เพื่อการบูรณาการฯ ผมดูแต่ละตำแหน่งแล้ว อธิบดีทั้งนั้น ปลัดกระทรวงทั้งนั้น มันเรือหายแล้วนะ เพราะนี่มันคือระบบราชการ เอามาบูรณาการเพื่อแก้วิกฤตของชาติ ระบบราชการเคยแก้วิกฤตของชาติได้ไหม ? มันต้องมาจากผู้นำ นี่ท่านนายกฯ โยนกลองไปให้คณะกรรมการเลย เผื่อผิดอะไรก็ผิดที่คณะกรรมการ นี่คือลักษณะผู้เชี่ยวชาญในระบบราชการที่เข้าใจที่จะไม่กล้ารับผิดชอบ เห็นหรือยังท่านผู้ชม

ท่านผู้ชมบอกผมนี่อวยจีน เอาล่ะ ถ้าผมจะอวยจีน แต่ผมมีหลักฐานในการอวยจีนว่าดีจริง ท่านผู้ชมตามมาสิ เรามาดูวิสัยทัศน์ของรัฐบาลจีนที่เน้นการพึ่งพาตัวเองด้วยการตั้งแพทย์แผนจีน ด้วยการใช้แพทย์แผนจีนรักษาโรคระบาดนี้ ตั้งแต่ปี 2563 ปีที่แล้ว ในการกอบกู้วิกฤตชาติจนเขาสามารถทำได้จนส่งขายตำรับยาสมุนไพรจีนไปขายต่างประเทศตั้งแต่ปีที่แล้ว ล่าสุด ต้นเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมาไม่กี่วันนี้เอง จีนบริจาคยาจีนรักษาโรคระบาดให้กัมพูชาด้วย เอารูปขึ้นให้ดู จีนบริจาคยา "เหลียนฮวา ชิงเวิน" ช่วยกัมพูชารักษาโรคระบาด นี่เป็นข่าวจากซินหัวนะ


จีนบริจาคยาแคปซูล เหลียนฮวา ชิงเวิน ซึ่งเป็นยาตามตำรับแพทย์แผนจีน จำนวน 88,000 กล่อง เพื่อช่วยรักษาผู้ป่วยโรคระบาดสายพันธุ์ใหม่ในกัมพูชา ยาเหลียนฮวา ชิงเวิน ซึ่งเป็นยาแพทย์แผนจีน มีสิทธิบัตรและถูกใช้ในวงกว้างในจีนเพื่อรักษาอาการต่างๆ ของผู้ป่วยโรคระบาดนี้ ได้รับอนุญาตใช้งานจากกระทรวงสาธารณสุขของกัมพูชา เมื่อวันอังคารที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา

ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ผมฟังแล้วผมเศร้า ที่ผมเศร้าก็เพราะว่า ประเทศอื่นเขายอมรับกัน ท่านผู้ชม ผมเคยถามตัวเอง และผมถามคนหลายคนที่ต่อว่าผมว่าผมอวยจีน ผมถามว่า เอาอย่างนี้ดีกว่า อวยจีน หรือไม่อวยจีน เอาอย่างนี้ดีกว่า ประชากร 1,400 ล้านคนของเขา ทำไมเขายุติทุกอย่างได้หมด ทำไมเขามีจัดคอนเสิร์ตที่อู่ฮั่นในวันแรงงาน ทำไมคนจีนเดี๋ยวนี้ไม่ใส่หน้ากากกัน เพราะคนจีนเขามั่นใจในการควบคุมโรคระบาดนี้ได้ โดยวิธีการควบคุม เขาใช้ทั้งแพทย์แผนจีนและแพทย์แผนปัจจุบัน นี่คือการบูรณาการที่แท้จริง ไม่เหมือนที่ท่านนายกฯ ตั้งคณะกรรมการบูรณาการฯ นั่นคือการบูรณาการแพทย์แผนตะวันตก เพราะถ้าท่านจะบูรณาการทั้งแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนตะวันตก ท่านต้องเอาคนที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก เข้าไปอยู่ในที่ประชุม แต่ท่านตัดทิ้ง เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมเข้าใจที่ผมพูดไหม ผมไม่ได้มีอะไรกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ท่านเป็นคนไม่เข้าใจและไม่ตกผลึกในเรื่องปัญหาที่แท้จริง ท่านมีม่านบังตา หรือภาพหลอน ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า illusion ว่าต้องแพทย์แผนตะวันตก แล้วต้องวัคซีนอย่างเดียว

ท่านผู้ชมครับ ทำไมเราต้องสนับสนุนแพทย์แผนไทย ? วันนี้อาจจะเข้าไปในระดับที่ค่อนข้างจะลึกซึ้งนิดหนึ่ง และอาจจะมีตัวเลขหรือคำพูดหลายอย่าง มีข้อความหลายอย่าง แต่อดทนกับผมนิดหนึ่ง เพราะมันจะเป็นอะไรหลายอย่างที่จะนำพามาให้ท่านเข้าใจได้ในภาพรวมของแพทย์แผนไทย


ท่านผู้ชมครับ มันมีคัมภีร์ เขาเรียกว่า คัมภีร์ตักศิลา ในระบบคัมภีร์ตักศิลาในเรื่องแพทย์แผนไทยนั้น ก็เคยมีการพูดเรื่องโรคระบาดมาแล้ว เขาพูดมาตั้งนานแล้ว เขาพูดถึงโรคห่าลงที่เมืองตักศิลา เขาหมายถึงโรคระบาดที่เกิดการติดต่อร้ายแรงขึ้น ทำให้คนในเมืองเกิดเป็นโรคดังกล่าวพร้อมๆ กัน และตายเป็นจำนวนมาก ก็คือโรคระบาดนั่นเอง ก็ไม่ได้ต่างจากปัจจุบันที่เราเจอหรือโลกเจอ

ทีนี้ทบทวนไปหน่อยทางประวัติศาสตร์ โรคห่าลงเมืองตักศิลา เมืองตักศิลา เป็นเมืองในอินเดียโบราณ ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าเป็นเมืองที่ใครอยู่ ? หมอชีวกโกมารภัจจ์

หมอชีวกโกมารภัจจ์ คือใคร ? ท่านได้เรียนวิชาแพทย์ ก่อนที่หมอชีวกโกมารภัจจ์ จะมาเป็นแพทย์รักษา รักษาใคร ? รักษาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้า หมอชีวกฯ อยู่ที่สำนักตักศิลา แล้วหมอชีวกฯ ก็เป็นรากฐานอันสำคัญทางวิชาการแพทย์แผนไทย แพทย์แผนโบราณของอินเดีย ตั้งแต่วันนั้นจนมาถึงปัจจุบัน

ท่านผู้ชมครับ ในบรรดาโรคระบาด หรือโรคห่า ในพระคัมภีร์ตักศิลานั้น กล่าวไว้หลายโรค ซึ่งผมจะไม่เอามาพูดแล้วกัน เยอะแยะไปหมดเลย กล่าวมาหลายโรค ในบรรดาโรคที่กล่าวข้างต้น คนโบราณ แพทย์แผนโบราณ เขามีการกำหนดการมองลักษณะของโรค และวิธีการรักษาที่มีความชัดเจนตามพระคัมภีร์ คือพระคัมภีร์อุปมาอุปไมยก็เหมือนตำราแพทย์แผนปัจจุบัน ที่ใช้ประวัติ ใช้ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละยุคแต่ละสมัย เขียนขึ้นมา ปรับปรุง แต่ง แก้ไข เหมือนกัน เปรียบเทียบกับ ประการแรก ท่านผู้ชมครับ ปัจจุบันนี้เรามีกล้องจุลทรรศน์ มองจุลชีพได้ชัดเจน แม่นยำ มองออกเลยว่าเป็นจุลชีพประเภทไหน เป็นไวรัส เป็นแบคทีเรีย โปรโตซัว เป็นชนิดใด

ท่านผู้ชมครับ สมัยโบราณไม่มีกล้องจุลทรรศน์ แต่เขาไม่สนใจในชนิดหรือชื่อของตัวจุลชีพ เขาไม่สนใจ จะชื่อบ้าชื่อบอ ชื่อ SARS ชื่อ HIV แต่เขาสนใจลักษณะผู้ป่วยว่ามีอาการแบบไหน และเมื่อกินยากระทุ้งพิษไข้ออกมาแล้ว จะมีผื่นขึ้นลักษณะใด แล้วรักษาไปตามสิ่งที่มองเห็นและสังเกตได้

สิ่งที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาในโรคระบาดรวมๆ เช่น โรคห่า ของสมัยโบราณการวินิจฉัยโรคเขาใช้หลักธรรมชาติ โดยกำหนดจากธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ที่เกิดความไม่สมดุลในจำนวน 7-8 ประการ ซึ่งผมจะไม่ลงรายละเอียดว่า 7-8 ประการมีอะไรบ้าง แต่โดยสรุปแล้วภายใน 7-8 ประการนี้มันจะมีการแปรเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตและอาหารของแต่ละคนซึ่งไม่เหมือนกันด้วย


เภสัชศาสตร์ในปัจจุบันเขาระบุสารสำคัญและโครงสร้างเคมีของยาทุกชนิด รวมทั้งสารสำคัญในสมุนไพร ว่าจะมีผลต่อโรคอย่างไร มีกลไกการทำงานอย่างไร ท่านผู้ชมครับ แต่สมัยโบราณ แพทย์แผนไทยไม่ได้สนใจโครงสร้างทางเคมี แต่เขาใช้การ ชิมรสยา ว่าแต่ละรสของสมุนไพรเป็นตัวแทนธาตุอะไร มีการบันทึกสรรพคุณเภสัชสมุนไพรแต่ละตัว คือเขาชิมแล้วเขาบันทึกเลย ชิมแล้วบันทึก เป็นร้อยๆ ปีมาแล้ว เป็นพันปีเสียด้วยซ้ำ เขาชิมแล้วบันทึก และมีวิธีนำมาปรุงเป็นตำรับยา เพื่อลดผลเสียของสมุนไพรแต่ละตัวให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ถึงกับแต่งคัมภีร์ฉันทศาสตร์เรื่อง "๙ รสยา" ท่านผู้ชมครับ ผมอ่านให้ฟังคร่าวๆ ก็แล้วกัน คัมภีร์ฉันทศาสตร์


คัมภีร์ฉันทศาสตร์ พูดอย่างนี้ครับท่านผู้ชม ฟังดูเหมือนน่าเบื่อนะครับ แต่ตั้งใจฟังนิดหนึ่ง

"ลิ้นด้วยเก้ารส จงกำหนดอย่าคลาด
ยารสฝาดชอบสมาน รสยาหวานซาบเนื้อ
รสเมาเบื่แก้พิษ ดีโลหติชอบขม
เผ็ดร้อนลมถอยถด เอ็นชอบรสมันมัน
หอมเย็นนั้นชื่นใจ เค็มซาบในผิวหนัง
เสมหะยังชอบส้ม กำเริบลมที่อยู่
เปือกตมฟูเยือกเย็น เนื้อหนังเอ็นปูปลา
ย่อมภักษาครามครัน"

เอาล่ะ ความหมายของคำพูดในคัมภีร์ฉันทศาสตร์แปลออกมาอย่างนี้

1. รสฝาด ยาที่มีรสฝาดมีสรรพคุณสมานบาดแผล แก้บิด ปิดธาตุ (ทำให้หยุดถ่ายอุจจาระ) คุมธาตุ (ทำให้ถ่ายอุจจาระเป็นปกติ แก้ท้องร่วง แก้ท้องเสีย แต่แสลงกับโรค ไอ ท้องผูก โรคพรรดึก เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) พิการ

2. รสหวาน มีสรรพคุณซึมซาบไปตามเนื้อ ทำให้เนื้อชุ่มชื้น บำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย แต่แสลงกับโรคฟันผุ เสมหะเฟื่อง อาเจียน โรคเบาหวาน น้ำเหลืองเสีย บาดแผล

ท่านผู้ชม เอาแค่รสหวานก่อนแล้วกัน คนโบราณเป็นร้อยๆ พันๆ ปีแล้ว ก็ยังรู้ เดี๋ยวนี้ ท่านผู้ชมจำได้ไหมเวลาท่านผู้ชมเหน็ดเหนื่อย เพลีย เขาบอกให้กินน้ำตาล ฉีดกลูโคส เพื่อจะได้มีพลังงานขึ้นมา เห็นไหมตั้งแต่โบราณเขาพูดมานานแล้ว แล้วโบราณยังพูดต่อ แต่แสลง ทำให้ฟันผุ เสมหะเฟื่อง อาเจียน โรคเบาหวาน น้ำเหลืองเสีย บาดแผล ก็คือแน่นอนที่สุด โบราณยังพูดเลยว่าจะทำให้ฟันผุ นี่สมัยก่อนเขาไม่มีกล้องจุลทรรศน์นะท่านผู้ชม ท่านผู้ชมจำได้ไหมเวลาท่านผู้ชมจะเป็นลม เหมือนกับเหนื่อย จะหายาอมๆ เอาฮอลล์มาหน่อย ให้อม อมสักพัก สูดลมหายใจเข้าไปหนักๆ รู้สึกมีน้ำตาลเข้ามาในเลือดแล้ว นี่คือรสหวาน

3. รสมัน (Fat) สรรพคุณมีฤทธิ์ซึมซาลไปตามเส้นเอ็น แก้เอ็นพิการ บำรุงเส้นเอ็น แก้ปวดเมื่อย บำรุงไขข้อ บำรุงเยื่อกระดูก ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย แต่แสลงกับโรค เสมหะพิการ เช่น ไอ หอบ และไข้ต่างๆ ร้อนใน กระหายน้ำ

4. รสเค็ม สรรพคุณ ซาบไปตามผิวหนัง แก้โรคผิวหนัง โรคพรรดึก ถ่ายชำระน้ำเหลือง ชำระเมือกมันในลำไส้ ฟอกโลหิต แก้เสมหะเหนียว แสลงกับโรคอุจจาระพิการ โรคบิดมูกเลือด กระเพาะอาหารเป็นแผล

5. รสเปรี้ยว สรรพคุณ แก้เสมหะพิการ แก้เสมหะเหนียว แก้ไอ แก้ท้องผูก ระบายอุจจาระ ฟอกโลหิต แก้กระหายน้ำ แต่แสลงกับโรคน้ำเหลืองเสีย ท้องเสีย และไข้ต่างๆ

6. รสขม มีสรรพคุณ แก้ทางโลหิตและดี แก้ไข้เพื่อดีพิการ แก้โลหิตพิการ บำรุงน้ำดี เจริญอาหาร แสลงกับโรคหัวใจพิการ โรคลมจุกเสียด แน่นเฟ้อ

ท่านผู้ชมครับ ฟ้าทะลายโจร ขม ขมปี๋เลย เป็นความขมที่ขมที่สุดในโลก จะหาอะไรที่ขมกว่าฟ้าทะลายโจรไม่มีอีกแล้ว

7. รสเมาเบื่อ สรรพคุณ แก้พิษดี แก้พิษโลหิต พิษไข้ พิษเสมหะ พิษสัตว์กัดต่อย แสลงกับโรคหัวใจพิการ ไอ

8. รสหอมเย็น มีสรรพคุณ ทำให้ชื่นใจ บำรุงหัวใจ ตับ ปอด บำรุงครรภ์ แก้อ่อนเพลีย ชูกำลัง แสลงกับโรคลมจุกเสียด ลมป่วง

9. รสเผ็ดร้อน มีสรรพคุณ แก้ลม จุกเสียด แน่นเฟ้อ ขับลมให้ผายหรือเรอ บำรุงธาตุไฟ ขับเหงื่อ ช่วยย่อยอาหาร แสลงกับไข้ ตัวร้อน เพ้อคลั่ง

ท่านผู้ชมครับ สมัยเด็กๆ ท่านผู้ชมกับผมที่อายุใกล้ๆ กับผม จำได้ไหม ไม่ใช่สมัยนี้เอะอะอะไร พอเป็นหวัดปั๊บ ก็จะต้องกินทิฟฟี่ กินดีคอลเจน หลักธรรมชาติ ท่านผู้ชมคิดตามผมมาแล้วท่านผู้ชมจะเข้าใจในระบบแพทย์แผนไทย

เวลาท่านผู้ชมเป็นหวัด ในตัวเรามีเชื้อไวรัสหวัด มันกำลังแสดงอาการในร่างกาย ท่านผู้ชมจำได้ไหม ปู่ย่าตายายเรา พ่อแม่ผม ปู่ย่าตายายของท่านผู้ชมที่ยังหนุ่มยังแน่นอยู่ จะบอก ลูก ทานน้ำอุ่นๆ ห่มผ้า อากาศร้อนใจจะขาด ให้ห่มผ้าอุ่นๆ เลย คลุมหัวเลย อดทนหน่อยลูก ปรากฏว่าเหงื่อมันออก บางคนมีผื่นสีแดงขึ้น ถ้าเป็นสมัยใหม่ก็ตกใจ แม่ก็จะเอาลูกไปโรงพยาบาลโน่น โรงพยาบาลนี่ ไปให้หมอดู นั่นคือพิษไข้ครับท่านผู้ชม พิษไข้มันถูกขับออกจากร่างกาย การมีผื่นสีแดง หรือมีเหงื่อออกเยอะๆ นั่นล่ะคือกำลังจะหายแล้ว คือพิษไข้มันออก แต่สิ่งที่เราทำในยุคปัจจุบัน คือเรากินทิฟฟี่ เรากินแอนติไบออติก เพื่อไปกดไข้ไม่ให้มันปะทุ มันก็เลยยังมีเชื้ออยู่ในร่างกายตลอดเวลา

ท่านผู้ชมคิดตามผมสิ ฟ้าทะลายโจร มันเป็นยาปฏิชีวนะประเภทหนึ่ง แอนติไบออติก แต่มันเป็นสมุนไพร มันไม่ได้ไปกด แต่มันช่วยเร่งในการขับเชื้อออก ฉันใดฉันนั้น

ท่านผู้ชมครับ ยุคนี้สมัยนี้ประชากรอยู่กันหนาแน่นกว่าสมัยก่อน ยังมีเดินทางจากต่างถิ่นเข้ามารวดเร็วกว่าสมัยก่อน เพราะฉะนั้นแล้ว โรคระบาดจึงระบาดได้เร็วกว่าเดิม ถ้าไม่ได้มีการป้องกันที่ดีพอ

อีกประการหนึ่ง ความสะดวกสบายของเรา การมีเครื่องปรับอากาศ เราไม่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมตามฤดูกาลตามธรรมชาติ มนุษย์บางกลุ่มก็เลยอยู่ในสภาพแวดล้อม ในภูมิอากาศต่างจากมนุษย์ในสมัยอดีต อาจทำให้โรคระบาดในสิ่งแวดล้อมแต่ละกลุ่มบุคคลไม่เหมือนกัน เพราะมีการอยู่อาศัยสิ่งแวดล้อมแบบหนึ่ง อุณหภูมิอีกแบบหนึ่ง คนที่อเมริกาอยู่แบบหนึ่ง มาเมืองไทยมันร้อน ก็อยู่อีกแบบหนึ่ง

เพราะฉะนั้นแล้ว หลักขมเย็น ของฟ้าทะลายโจร ราชาแห่งความขม รักษาพิษไข้ ตามหลักรสยาโบราณ


ท่านผู้ชมครับ ในกรุงศรีอยุธยา สมัยหนึ่ง มีท่านพระยาวิชยาธิบดี ชื่อ กล่อม ต่อมาเป็นเจ้าเมืองจันทบูร ได้แต่งตำราแพทย์เป็นกาพย์กลอนเพื่อจดจำได้ง่าย ในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้ประมวลจากประสบการณ์ที่ท่านใช้ในพระคัมภีร์ตักศิลาให้หลักข้อห้ามไว้เมื่อเกิดมีไข้ มิให้รสยาที่กระตุ้นธาตุไฟขึ้น หรือในยุคนี้ เพื่อลดช่วยการอักเสบขึ้นทำนองเดียวกัน ท่านพระยาวิชยาธิบดี (กล่อม) ได้วางหลักรสยาในคัมภีร์ฉันทศาสตร์ว่าด้วยคัมภีร์ตักศิลา ท่านพูดอย่างนี้ "ถ้ายังไม่รู้ ให้แก้กันดู แต่พรรณฝูงยา เย็นเป็นอย่างยิ่ง ขมจริงโอชา ฝาด จืดพืชยา ตามอาจารย์สอน"

เพราะฉะนั้นแล้ว ฟ้าทะลายโจร จึงเป็นสมุนไพรตัวแรกที่่ผ่านด่านการทดสอบในผู้ป่วยโรคระบาด โดยมีความเป็นเย็นอย่างยิ่งและขมจริง ตามคำบอกรสยา ก่อนที่จะมาถึงงานวิจัยในหลอดทดลองกับเชื้อโรคระบาด และก่อนจะมีการทดสอบในผู้ป่วยโรคระบาดที่มีอาการน้อยหรือปานกลาง ว่ามีอัตราการเกิดปอดอักเสบหรือเชื้อลงปอด ลดเหลือร้อยละ 0.97 เทียบกับกลุ่มที่ถูกกักตัวโดยที่ไม่ใช้ฟ้าทะลายโจร ที่มีอัตราปอดอักเสบ หรือเชื้อลงปอด มากถึงร้อยละ 14 แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่มีเพียงฟ้าทะลายโจรที่ออกฤทธิ์เย็นและขม เพราะมีผู้ป่วยโรคระบาดครั้งนี้ใช้รสยาขมเย็นเช่นกัน

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมที่อายุเท่าผม เด็กๆ เคยทานยาเขียวไหม ผมทานประจำ ยาเขียว มีสมุนไพรออกรสขมเย็น ได้ผลเช่นเดียวกัน มีคนป่วยที่ใช้ยานี้บางคนผื่นขึ้นออกมา บางคนเหงื่อออกโทรมกาย ด้วยลักษณะคล้ายที่ระบุเอาไว้ในพระคัมภีร์ตักศิลาด้วยเช่นกัน

ท่านผู้ชมครับ กัญชา หรือกัญชง แม้กระทั่งในช่วงหลังก็มีการกล่าวถึงสาร THC หรือ CBD ที่อยู่ในกัญชาและกัญชง ซึ่งมันมีรสยาตามตำราฉันทศาสตร์ คือ เมาเย็น อาจจะมาช่วยลดการอักเสบของผู้ป่วยโรคระบาดได้หรือไม่ หลังการทดสอบในสัตว์ทดลอง ปรากฏว่าได้ผลดี จึงเป็นทิศทางของรสยาที่น่าจะทำการวิจัยต่อไป

ท่านผู้ชมครับ ทั้งหมดนี้ก็มีข้อควรระวัง ในคัมภีร์โบราณวรโยคสาร กล่าวว่า สมุนไพรที่มีรสขมจะทำให้ลมกำเริบ ด้วยเหตุนี้สมุนไพรรสขมจึงแสลงกับโรคหัวใจพิการ โรคลมจุกเสียด รักษาอาการที่เกิดขึ้นกับโรคระบาดได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ท่านผู้ชมครับ ในความเป็นจริงก็ไม่ใช่มีเพียงฟ้าทะลายโจรที่ออกฤทธิ์เป็นเย็นและขม เพราะมีหลายคนที่ป่วยจากโรคระบาดนี้ ก็ใช้ยารสขมและเย็น อย่างเช่น ยาเขียว เพราะฉะนั้้นแล้ว รสขมจึงไม่เหมาะกับคนที่มีโรคหัวใจพิการ เช่นเดียวกับระบบทางเดินอาหาร เมื่อได้รับยาที่มีความเย็นเข้าไปจะทำให้การหมุนเวียนของลมในทางเดินอาหารทำงานไม่สะดวก

ท่านผู้ชมครับ สมุนไพรไทยนั้นมีดีและมีเสีย นี่คือเหตุผลว่า ทำไมผู้ที่ไม่ป่วย โดยเฉพาะผู้สูงวัย ถ้าไม่ป่วย ไม่ควรกินยาฟ้าทะลายโจรเพื่อป้องกัน อย่าไปกินท่านผู้ชม ผมบอกแล้ว คนที่เป็นแพทย์แผนไทยก็จะไม่แนะนำให้กินฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรเดี่ยวเป็นเวลานานเกินไป หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องกินไปพร้อมกับตำรับยาอย่างอื่นเสริม


ท่านผู้ชมครับ ยังมียาโบราณอีกประเภทหนึ่ง เขาเรียกว่า "ยาขาว" มีสรรพคุณในการแก้โรคระบาด ยาขาว เป็นยาอีกตำรับหนึ่ง ปรากฏในศิลาจารึกวัดโพธิ์ ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีที่มาที่ไปครับ บรรดาหมอทั้งหลายที่เห็นฝรั่งเป็นพ่อ รู้ด้วยนะครับ ตำราที่ผมพูดแต่ละอย่างมีที่มาที่ไปหมด เขาเรียกชื่อว่า ยาขาว แก้สรรพคุณของโรคระบาดหลายชนิดในตำรับยาเดียว เป็นรสยาเย็นและเมาเบื่อเพื่อลดไข้และลดพิษในโลหิตด้วย

ท่านผู้ชมครับ มีนักวิชาการกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้วิเคราะห์ผลทางเภสัชของวัตถุดิบแต่ละชนิดของยาขาว เขาพบว่ายาแต่ละตัวออกฤทธิ์หลากหลายมิติ เช่น บางตัวต้านไวรัส ต้านแบคทีเรีย ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างการทำงานของภูมิคุ้มกัน ลดไข้ บรรเทาอาการไอและปอดอักเสบ คนที่รู้เรื่องยาขาว และมีสถิติมากที่สุด ก็คือ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ท่านใช้ยาฟ้าทะลายโจรบวกยาขาวกับผู้ป่วยที่เข้ามาปรึกษา

ท่านผู้ชมครับ แพทย์แผนไทยมีอยู่ 3 หมื่นกว่าคน แต่ไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยรักษาโรคระบาดได้ ทั้งๆ ที่ศักยภาพเรามี และนำไปช่วยบรรเทาวิกฤต

ผมอยากจะเอาอะไรมาฟ้องท่านผู้ชมนิดหนึ่ง ผมจะเอาตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ท่านผู้ชมเห็นตรานี้ไหม ตราพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 ปรากฏอยู่


ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ? เพราะเขาถือว่านี่เป็นภูมิปัญญาชาติ เป็นตำรายาของชาติ "ตำรายาของชาติ" ครับ หมอทั้งหลายที่ผมไม่เชื่อหลายๆ คน ที่ผมไปเชื่อหมาแทนนะ ให้รู้ว่านี่คือตำรายาของชาติ เพราะในหลวง รัชกาลที่ ๙ เป็นผู้ฟื้นฟูการแพทย์แผนไทย กอบกู้สถานภาพของสมุนไพรไทยขึ้นมาอีกครั้ง แล้วตราพระราชบัญญัติคุ้มครองส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 คุณประยุทธ์ ครับ นี่ ภูมิปัญญาของชาติ เป็นตำรายาของชาติ แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ท่านออกพระราชบัญญัติคุ้มครองส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผ่นไทย 2542

ท่านผู้ชมครับ พล.อ.ประยุทธ์ ครับ ท่านนายกฯ และประธาน ศบค. ครับผม การแพร่ระบาดโรคระบาดครั้งนี้ เป็นวิกฤตที่หนักหนาสาหัสมาก เป็นวิกฤตที่ตัดสินใจผิดนิดเดียว การวางแผนพลาดเพียงครั้งเดียว จะทำให้ประเทศชาติล่มสลายล่มจมได้ ท่านนายกฯ คงจะเห็นมาแล้วว่าการตัดสินใจที่ผิดพลาดของท่านคือการไม่ประกาศล็อกดาวน์ ห้ามผู้คนเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา แต่ท่านงุบงิบ ท่านไม่พูดถึงเรื่องนี้เลย ท่านน่ะผิด พ่อแม่พี่น้องประชาชน ท่านผู้ชมทั้งหลาย โควิด โรคระบาดครั้งนี้ จุดระเบิดที่เริ่มขึ้น คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านอย่าเฉไฉสิครับ


แต่ว่าในความหนักหนาสาหัสวิกฤต เราจำเป็นต้องมองโลกในมุมบวก เราต้องมองจุดบกพร่องของตัวเอง นำไปปรับปรุงแก้ไข ซึ่งทุกวันนี้เราเห็นกันอยู่แล้วในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการบูชาแต่วิถีทางและวิธีการของตะวันตก ไม่รู้จักดัดแปลงภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย ให้เข้ากับสถานการณ์ การใช้แพทย์แผนตะวันตก ระบบการแพทย์แบบฝรั่งมารับมือกับโรคระบาดสองระลอกแรกอาจจะประสบผลสำเร็จ แต่ในการแพร่ระบาดระลอกนี้ ระลอกที่ 3 เมื่อแพทย์แผนตะวันตกรับมือไม่ไหว เราเห็นกันอยู่ทุกๆ เรื่อง เตียงโรงพยาบาลเต็ม ไอซียูแน่นเอี้ยด บุคลากรทางการแพทย์ก็เต็มกลืน การตรวจหาเชื้อก็รอคิวยาวเป็นวันๆ ราคาก็แพงแสนแพง การล็อกดาวน์แต่ละครั้งมาด้วยต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมที่มากมายมหาศาล

ท่านนายกฯ ครับ ทำไมเราไม่เปลี่ยนแปลงวิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาส เปลี่ยนวิธีคิด หรือเพิ่มวิธีคิด เอาภูมิปัญญาตะวันตกมาผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาบรรพบุรุษของเราเอง ซึ่งผมได้อธิบายให้ท่านฟังมาหลายครั้งแล้ว ภูมิปัญญาไทยนี่ทรงคุณค่ามาก พาชาติบ้านเมืองผ่านวิกฤตมาไม่รู้กี่ครั้งกี่สมัย


ท่านนายกฯ ครับ ผมเชื่อว่าปู่และทวดของท่านนายกฯ ก็คงได้รับการรักษาจากแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาไทยมาก่อนที่บรรดาหมอแก่ๆ ทั้งหลายที่ล้อมตัวท่านเอาแพทย์แผนตะวันตกมารักษาปู่และทวดของท่าน ท่านครับ ท่านนายกฯ ช่วยสานต่อพระราชปณิธานของในหลวง รัชกาลที่ ๙ และรัชกาลที่ ๑๐ ที่ฟื้นฟูต่อยอดการแพทย์แผนไทยเสียหน่อยได้ไหมครับ ผมไม่ได้คิดแค่เฉพาะฟ้าทะลายโจร ผมพูดถึงแพทย์แผนไทยทั้งหมดในองค์รวม ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร ยาไทย ตำรับยาโบราณ ศาสตร์ของการดูแลรักษาสุขภาพ ที่ตกทอดกันมายาวนาน ให้มีโอกาสเข้ามาช่วยบรรเทาหรือแบ่งวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ท่านช่วยสนับสนุนหน่อยได้ไหม ไม่ใช่มากีดกันอย่างทุกวันนี้ ท่านครับ ท่านอ้างความจงรักภักดีต่อสถาบันตลอดเวลา แต่การกระทำที่ท่านทำอยู่ ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า อาจจะเป็นแค่การจงรักภักดีแต่ลมปาก

ท่านนายกฯ ครับ นี่ผมไม่ได้พูดด้วยปากผม พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ นายกสภาการแพทย์แผนไทย หลังจากที่ท่านตั้งคณะกรรมการบูรณาการฯ แล้วท่านไม่เอากรมการแพทย์แผนไทยฯ มาร่วมบูรณาการด้วย


ท่านนายกสมาคมแพทย์แผนไทย พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ ท่านพูดอย่างนี้ ท่านบอกว่า ตั้งแต่การระบาดรอบแรกเมื่อต้นปี 2563 จนกระทั่งถึงการระบาดรอบที่ 3 ขณะนี้ มีประชาชนเสียชีวิต เดือดร้อนจำนวนมาก การนำภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยมาใช้ คือการพึ่งพาตัวเองและเป็นความมั่นคงทางยา ไม่ควรฝากอนาคตของประเทศและประชาชนไว้ในกำมือผู้อื่น ในขณะที่ประเทศไทยมีภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย มีสมุนไพรไทยที่ใช้ในการดูแลปัญหาสุขภาพของประชาชนได้ ซึ่งผมพร้อมที่จะยืนยันและพิสูจน์ข้อมูลทุกสิ่งที่ผมกล่าวร่วมกับแพทย์แผนไทยฯ และหมอพื้นบ้านทั้งประเทศที่ทำหน้าที่ปิดทองหลังพระ โดยปราศจากการสนับสนุนใดๆ จากรัฐบาลทั้งสิ้น ผมเห็นใจ เข้าใจ และให้กำลังใจรัฐบาล ที่พยายามแก้ปัญหาอย่างสุดความสามารถ ผมเคยศรัทธา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยรัฐบาล คสช. ที่ท่านกล่าวไว้ในที่สาธารณะหลายครั้ง

ท่านผู้ชมฟังให้ดีๆ พล.อ.ประยุทธ์ เคยกล่าวไว้ในที่สาธารณะหลายครั้ง เรื่องส่งเสริมสนับสนุนการแพทย์แผนไทย สมุนไพรไทย สู่สากล มีเขียนเรื่องนี้ในแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ แผนปฏิรูปประเทศ และอีกหลายๆ แผน ฝันแม้กระทั่งประเทศไทยต้องเป็น Medical Hub แต่เมื่อถึงจังหวะที่ควรใช้อย่างยิ่ง ท่านอาจจะลืมคำพูดของท่านไปแล้วว่าท่านเคยพูดอะไร ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง พวกเราต้องอย่าลืมคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม นี่เป็นตัวอย่าง ท่านเคยพูดว่าอย่างไร

ท่านผู้ชมครับ อย่าลืมคำพูด พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่แล้ว ที่ท่านบอกว่าท่านจะฉีดวัคซีนให้ได้ 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้ อย่าลืม เพราะท่านไม่ทำหรอก และท่านทำไม่ได้ เหมือนกับ พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ ท่านบอกว่าท่านนายกฯ เคยพูดว่าจะสนับสนุนส่งเสริมแพทย์แผนไทยและสมุนไพรสู่สากล เขียนแผนในยุทธศาสตร์แห่งชาติ นี่ผมไม่รู้ว่าใครโกหกใครกัน แต่ผมเชื่อว่า พล.ร.อ.ชาญชัย ท่านพูดเรื่องจริง


พล.ร.อ.ชาญชัย ท่านพูดต่อ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ลงนามเมื่อ 5 พฤษภาคม 2564 คำสั่งนี้มีกรรมการ 36 คน มีหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุขเกือบทั้งหมด แต่ไม่มีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยโดยตรง และเป็นหน่วยงานที่ได้ผลักดันการใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรอย่างจริงจังจนประสบผลสำเร็จ แล้วการบูรณาการด้านสาธารณสุขมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร นี่ท่านไม่ได้บูรณาการด้านสาธารณสุข เพราะท่านกำลังบูรณาการสาธารณสุขในกระบวนทัศน์ของแพทย์แผนตะวันตก ใช่ไหมท่านนายกฯ

ท่านนายกฯ ครับ บอกผมมาตรงๆ ดีกว่า ว่าท่านไม่เชื่อในภูมิปัญญาไทย เพราะสิ่งที่ท่านทำนี้ก็คือท่านไม่เชื่อในภูมิปัญญาไทย ท่านไม่เชื่อในภูมิปัญญาของปู่ย่าตาทวดของพวกเรา ท่านนายกฯ ครับ นี่ผมไม่ได้ว่าท่าน ผมเอาความจริงมาพูด ท่านอย่าก้มหน้าแล้วหลบสิ แล้วท่านอย่าแอบให้พวก IO สับปะรังเคออกมาคิดวาทกรรมที่ใช้ไม่ได้ออกมา ว่าเชื่อหมอหรือเชื่อหมา ท่านผู้ชมครับ ผมเชื่อหมอบางคน หมอทางแพทย์แผนตะวันตกที่เข้าใจและพร้อมจะบูรณาการเข้ามา แต่หมอที่เชื่อ นับถือตะวันตกเป็นพ่อ ผมเชื่อหมาดีกว่า

ท่านผู้ชมครับ เรากำลังจะมาพูดถึงตอนสุดท้ายแล้ว คำถามมีอยู่อย่างนี้ เราจะมีระบาดรอบที่ 4 หรือเปล่า ? นี่คือรอบที่ 3 ซึ่งรอบที่ 3 ยังไม่รู้ว่าหมู่หรือจ่า ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลถึงเร่งฉีดวัคซีน พยายามให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ ผมไม่อยากจะวิพากษ์วิจารณ์นโยบายวิธีการหรอกครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมไปกัดติ่งอีก เดี๋ยวติ่งลุงตู่หรือติ่งทั้งหลายจะมาว่าผมอีก เป็นเพียงแต่ผมพูดสั้นๆ ก็แล้วกันครับว่า การกระทำเรื่องวัคซีนตั้งแต่ต้นมาจนถึงวันนี้ ยังไม่หยุดสร้างความสับสนให้กับประชาชนนะครับ

ท่านผู้ชมครับ ตอนนี้องค์การอนามัยโลกประกาศให้โรคระบาดสายพันธุ์อินเดีย เป็นตัวกลายพันธุ์ที่น่ากังวลระดับโลก ผมพูดไปแล้วนะท่านผู้ชม จริงๆ ภาษาแถวบ้านผมก็คือ น่ากลัวฉิบหาย แต่ภาษาขององค์การอนามัยโลกเขาคงไม่กล้าพูดอย่างแรงๆ ขนาดนั้น


Code ของโรคระบาดสายพันธุ์อินเดีย คือ B.1.617 ได้ถูกเพิ่มเติมเข้าไปในบัญชีกลายพันธุ์อีก 3 ตัว ซึ่งประกอบด้วย อังกฤษ บราซิล และแอฟริกาใต้ คำถามมีอยู่ว่า ตัวกลายพันธุ์เหล่านี้อาจจะมีอันตรายมากกว่าไวรัสตัวเดิม แพร่กระจายเชื้อง่ายกว่า มีความรุนแรงกว่า และสามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันจากวัคซีนได้ด้วย

องค์การอนามัยโลกบอกว่า แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่เร็วเกินไปที่จะตีผลการศึกษาดังกล่าวว่าจะหลบหลีกวัคซีนได้มากกว่าแค่ไหน

ตอนนี้โรคระบาดสายพันธุ์อินเดีย ผมเอาแผนที่ขึ้นให้ดู กำลังล้อมประเทศไทยอยู่ ท่านผู้ชมดูในแผนที่จะเห็นว่าสีเขียว คือ อินเดีย สีปูน คือประเทศไทย ถูกคั่นกลางด้วยพม่า


ปัจจุบันตอนนี้พม่าก็ยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมด ไม่มีเวลามาดูแลโควิด ใครจะติดโควิดตายก็ช่างมัน ขอให้ทหารมีอำนาจอยู่ต่อไปก็แล้วกัน

เราประกาศไม่ให้คนอินเดียเข้าประเทศไทย แต่ท่านผู้ชมครับ โควิด โรคระบาดสายพันธุ์อินเดียแพร่ระบาดไปแล้วกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ทั้งอังกฤษก็เจอแล้ว อเมริกาก็เจอแล้ว สิงคโปร์ก็เจอแล้ว เพื่อนบ้านของเรา ในกัมพูชาก็เจอแล้ว เวียดนามก็เจอแล้ว ก็คือสายพันธุ์อินเดีย เราไม่ต้องไปกังวลกับคนอินเดียที่บินเข้ามาในประเทศไทย เรารู้ตัวตน เราป้องกันได้ เราต้องมากังวลกับเรื่องแรงงานต่างด้าวของประเทศเพื่อนบ้านที่ลักลอบเข้ามาผ่านเส้นทางธรรมชาติ รวมไปถึงแรงงานไทยที่ลักลอบออกไปตามอำเภอใจ จ่ายเงินไปเพียงไม่เท่าไร

ท่านผู้ชมครับ ความบัดซบของข้าราชการไทยที่สร้างโรคระบาดนี้ยังไม่ทันหายเลย ขบวนการค้ามนุษย์ ลักลอบเข้าเมืองก็ยังเฟื่องฟูอยู่ ไม่มีตกหล่นเลยแม้แต่นิดเดียว ผมยกตัวอย่างกรณีแม่สาย ท่านผู้ชมจำแม่สายได้ไหม สถานบันเทิง 1G1 สถานบันเทิงฝั่งท่าขี้เหล็ก เปิดอีกแล้วท่านผู้ชม


ผมส่งผู้สื่อข่าวของผมขึ้นไปที่เชียงราย เปิดหมด แล้วยังมีบ่อนการพนันเปิด มีเต็มไปหมดเลย แล้วเขาก็ค้นพบ คนที่ติดเชื้อสายพันธุ์อินเดีย เป็นหญิงพม่า วัย 20 เป็นรายแรก เมื่อเร็วๆ นี้ ท่านผู้ชมครับ ล่าสุด เขาแจ้งมาแล้วว่า ชายแดนพม่าด้าน จ.เชียงราย ถูกจับตาดูอีกครั้งหนึ่ง บาร์ คาราโอเกะ ผับ บ่อนกาสิโน ที่ตั้งอยู่หลายแห่งในเมืองท่าขี้เหล็ก ตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทั้งเก่าและใหม่ มีทั้งบ่อนกาสิโนด้วย มีโรงแรมอัลลัวร์ รีสอร์ต โรงแรม 9 ชั้น ที่เคยถูกสั่งปิดชั่วคราว ตอนนี้เปิดอีกแล้ว อย่างคึกคัก พบมีคนติดเชื้อโรคระบาด 19 ราย รายใหม่ ทั้งใน อ.แม่สาย และหลายอำเภอ ทุกวัน หลายคนกังวลว่าจะตกอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบซ้ำอีกครั้งหนึ่ง


มีสถานบันเทิงตัวใหม่เลยท่านผู้ชม จากการเจาะของผู้สื่อข่าวของเรา ชื่อคิง ฮอร์ส ฟลาย ผับ 6888 (King Horse Fly Pub 6888) หรือผับม้าบิน หมายเลข 6888 รับสมัครพนักงาน คนเก็บเงิน แคชเชียร์ พนักงานต้อนรับ เป็นหญิงสาวรูปงาม หน้าตาดี อายุไม่เกิน 27 รายได้ให้เดือนละ 20,000-50,000 บาท สื่อสารได้หลายภาษา เช่น จีน ไทย อังกฤษ เมียนมา จะรับพิจารณาเป็นพิเศษ ผมเอารูปให้ดูนะครับ พนักงานคนไทยเขาโพสต์เฟซบุ๊กที่ King Horse Fly Pub 6888 หรือผับม้าบิน สงสัยจะบินเอาเชื้อโรคระบาดมา รับสมัครพนักงานทั่วไป ฝ่ายสินค้า นักร้องชาย-หญิง เปิดบริการเต็มที่ เพราะฉะนั้นแล้ว ไม่ต้องอธิบายกันมาก ด้วยเงินเดือน 20,000-50,000 บาท แน่นอนที่สุด ผู้หญิงที่ต้องการจะได้รายได้ขนาดนั้น เพราะว่าตอนนี้ทุกคนตกงานหมด ใครหน้าตาดีๆ หน่อย ก็ย่อมสนใจที่จะไปทำมาหากิน ก็คิดอยู่ในใจว่าดูแลรักษาตัวเองให้ดีๆ ก็เลยเกิดขบวนการส่งคนข้ามแดนเถื่อนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เฉพาะที่ข้ามแดน อ.แม่สาย ไปท่าขี้เหล็ก จ่ายคนละ 3,000 บาท แต่ถ้าเป็นแรงงานเข้ามา คนละ 17,000 บาท ท่านผู้ชมครับ นี่ไม่ใช่เฉพาะเชียงรายที่กำลังเกิดขึ้นมาอีกแล้วนะ หลังจากที่เกิดขึ้นไปคราวที่แล้ว และผมพูดไปแล้ว นี่กำลังฟื้นคืนชีพมาใหม่


เพราะเปรียบเทียบเขาเสียค่าข้ามแดน 3,000 บาท กับรายได้ที่เขาจะได้ มันคุ้มค่า เพราะฉะนั้นแล้ว ผมคิดว่า ส่วนตัวผมคิดว่า เพื่อป้องกันการระบาดครั้งที่ 4 ซึ่งผมคิดว่าถ้าเราไม่ดำเนินการอย่างเด็ดขาดให้รู้แล้วรู้รอด ผมคิดว่าครั้งที่ 4 จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และครั้งนี้จะเอาสายพันธุ์อินเดียที่องค์การอนามัยโลกบอกว่าน่ากังวล หรือที่แถวบ้านพระอาทิตย์บอกว่า อันตรายเรือหายเลย เข้ามา แล้วคราวนี้เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร


ท่านผู้ชมครับ ที่พูดมานี้ไม่ใช่ว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำงาน เพราะว่าหลังจากที่โดนกรณีของบ่อน 1G1 ไปแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ฟิต เจ้าหน้าที่ทหารเข้มงวดมากตอนนี้ จับคนหลบหนีเข้าเมืองได้ 55 ครั้ง ได้ผู้ต้องหา 151 คน ซึ่งผมถือว่าน้อยมากๆ เปรียบเทียบกับการเข้า-ออกจริงซึ่งมากกว่านี้ เป็นคนไทย 23 คน คนเมียนมา 80 คน คนลาว 16 คน คนจีน 26 คน คนเกาหลี 6 คน ผู้นำพาให้ที่พักพิง 16 คน ที่พูดนี่ไม่ได้แปลว่าทหารไม่ทำงานนะ วันนี้เขาเจอบทเรียนคราวที่แล้ว เขาทำงาน แต่กำลังคนแค่ 600 กว่าคน จะมาควบคุมได้อย่างไรกับการข้ามแดนพม่า ท่านผู้ชมครับ เขาสอบปากคำคนที่ลักลอบเข้ามา นักข่าวของผมเอารายละเอียดมาเลย บอกว่า มีการกระทำเป็นขบวนการ มีคนรับ-ส่งทั้งในรัฐฉานและฝั่งไทย ผู้ที่ลักลอบข้ามมายังแดนไทยส่วนใหญ่จะเดินทางมาทำงานที่กรุงเทพฯ และพวกเขาต้องจ่ายเงินให้ผู้ที่นำพาไปหัวละ 17,000 บาท


ท่านผู้ชมครับ นี่เป็นความคิดของผม ผมไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐ หรือรัฐบาลจะเอาด้วยไหม แต่ผมคิดว่ามีวิธีเดียว คือต้องปิดแม่สาย ห้ามการข้ามแดน แล้วตั้งด่านตรวจ เพราะว่าคนที่ข้ามแดนไป ผู้หญิงที่ข้ามไปทำมาหากินแล้วติดเชื้อมา ก็อยู่ในแม่สาย ซึ่งสามารถจะเป็นจุดรวมตัวที่นั่น ตรวจและรักษาได้ที่นั่นพอ แต่ที่น่ากลัวคือพวกที่จ่ายหัวละ 17,000 บาท แล้วก็มีเอเยนต์รับขึ้นรถมาแล้วก็จ่ายเบี้ยบ้ายรายทางไป เพราะฉะนั้นแล้ว คนที่ข้ามแดนมาจากพม่าเพื่อมาทำงานในกรุงเทพฯ มันไม่นั่งเกวียนมาที่กรุงเทพฯ หรอก และมันก็ไม่สามารถจะนั่งรถบัสมากรุงเทพฯ และไม่สามารถจะเดินหรือขี่จักรยานมากรุงเทพฯ มันต้องนั่งรถตู้ เพราะฉะนั้นต้องตั้งด่านทุกถนนเลย ที่ออกจาก จ.เชียงราย แล้วมุ่งตรงมากรุงเทพฯ ตรวจอย่างละเอียด ด่านต้องอยู่ 24 ชั่วโมง ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหม เพื่อไม่ให้คนพวกนี้ลงมา แล้วรัฐบาลสมควรที่จะออกพระราชกำหนดลงโทษคนที่นำเข้ามา หรือขบวนการพวกนี้ให้หนัก โทษฐานจำคุกต้อง 5 ปี ปรับเท่าไรก็ว่ากันไป ไม่ใช่เอาเข้ามาแล้วก็ปรับ 10,000-20,000 บาท หรือ 30,000 บาท แล้วก็ปล่อยไป


ท่านผู้ชมครับ ออสเตรเลีย ตอนที่มีโรคระบาดสายพันธุ์อินเดีย รัฐบาลออสเตรเลียประกาศเลยว่า คนออสเตรเลียที่อยู่ที่อินเดีย ให้อยู่ที่นั่น ไม่ให้กลับประเทศ ถ้ากลับมาจะถูกโทษจำคุก 5 ปี

ท่านผู้ชมครับ ผมคิดว่าเรื่องต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก และท่านผู้ชมรู้ไหมว่ามันมีขบวนการ โดยที่กระทรวงแรงงาน เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน สมรู้ร่วมคิด คือแรงงานต่างด้าวที่เข้ามา ถูกลักลอบเข้ามา ถูกสวมสิทธิ์ เข้ามาลงทะเบียน เมื่อลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว หน่วยงานแรงงานแต่ละจังหวัดต้องรับคนพวกนี้เข้ามาแล้วเซ็นอนุมัติ ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ?

มันจะมีโรงงานบางโรงงานที่สมรู้ร่วมคิดกับคนที่ขนคนเข้ามา โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดนั้น สมมุติว่าวันนี้มันขนคนเข้ามา 200 คน เจ้าหน้าที่แรงงานรับเงินรับทองอยู่แล้วนี่ ก็อนุมัติ วันรุ่งขึ้นมันลาออกหมด ก็มาแทงหนังสือว่าลาออกแล้ว ทีนี้แรงงานทำได้อย่างเดียวคืออนุมัติ หรือไม่อนุมัติ พออนุมัติให้ลาออก คนพวกนี้ก็ออกจากโรงงานนั้น ส่วนมันจะกลับพม่าหรือไม่กลับ ไม่มีใครรู้ เพราะว่ากระทรวงแรงานไม่มีความสามารถที่จะไปติดตามว่าลาออกแล้วต้องกลับนะ นี่ผมยกตัวอย่างแค่จังหวัดเดียวนะ ชุดพวกนี้ก็จะมีนายหน้าพาลงมากรุงเทพฯ ไปสมุทรสาคร ไปที่โน่นไปที่นี่ ทุกอย่างรวมอยู่ใน 17,000 บาท น่ากลัวไหมท่านผู้ชม ? โคตรน่ากลัวเลย

เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าเรายังมัวหน่อมแน้มอยู่ ยังมัวไม่เอาจริงจังอยู่ แรงงานกัมพูชาที่ตรวจจับได้มีโรคระบาดสายพันธุ์อินเดียเข้ามา ท่านผู้ชมครับ สมมุติตัวเองมองแผนที่หน่อย ทางใต้เรา มาเลเซีย เริ่มเจอคนที่ติดโรคระบาดสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ประเทศไทยมีสายพันธุ์สหราชอาณาจักร และขณะนี้ทางพม่า กัมพูชา เวียดนาม ลาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพม่า สายพันธุ์อินเดีย ท่านผู้ชมเราถูกล้อมด้วย 3 สายพันธุ์ ของเรามีอยู่แล้ว สหราชอาณาจักร ซึ่งยังแก้กันหัวฟูทุกวันนี้ แล้วเรามีแอฟริกาใต้อยู่ที่มาเลเซีย แล้วเรามีพม่า เรามีอยู่ที่แม่สาย มีอยู่ที่แม่สอด เราจะทำอย่างไรกับมันดี ?


ผมตั้งคำถามถามรัฐบาล ผมคิดว่าเอาทหารทั้งกองทัพไปปิดล้อมชายแดน ก็ไม่ได้ แต่ที่ทำได้ก็คือว่า เรารู้ว่ามันจะเข้าทางไหน เมื่อมันเข้าทางไหน รถปิกอัพหรือรถตู้ที่มันต้องรับคนพวกนี้ ตีลงมา ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ต้องไม่สมรู้ร่วมคิด บทบาทของตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ต้องตั้งด่านสกัดทุกถนน ถนนทุกเส้นที่วิ่งลงมาแล้วเข้ากรุงเทพฯ ต้องสกัดให้หมด รถบัส รถตู้ มาปั๊บเปิดดู ขอดูบัตรประชาชน โน่นนี่นั่น เสร็จเรียบร้อย ถ้าผิดสี ผิดกลิ่น พูดภาษาไทยไม่ได้ พูดพม่าไม่ได้ จับเข้าค่ายกักกันก่อน ด้วยเหตุนี้เราถึงจะสามารถชะลอได้

แล้วถ้ามีรอบที่ 4 เข้ามา ผมอยากจะเสนอนิดหนึ่ง เราต้องเปลี่ยนกระบวนการใหม่ในการที่จะดูแล กระบวนการแรกสุดที่ผมต้องการจะเห็น จุฬาฯ เขาคิด Rapid Test ราคา 200-300 บาทได้ Rapid Test นั้น อาจารย์หมอธีระวัฒน์ เหมะจุฑา บอกว่าจำเป็นต้องทดสอบ เพราะว่ามันจะเป็นการกรองคนชั้นหนึ่งออกมา คนที่ติดจริงๆ เอาไปพิสูจน์จากการตรวจสอบแบบ PCR อีกทีหนึ่ง คนที่ไม่ติด ไม่ได้แปลว่าไม่มีเชื้อนะ


เพราะว่า Rapid Test ไม่ใช่ทดสอบแล้วได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ได้ผลเกิน 60-70 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยที่สุดเป็นการลดความแออัดและอย่างน้อยที่สุด เป็นการปฏิบัติการเชิงรุกโดยประชาชนต่างๆ รับทราบวิธีการ และเมื่อเขาติดหรือรู้ตัวเองว่าติด สมมุติว่าเขาติด วิธีการก็อย่างที่ผมเรียนให้ทราบ ต้องมีศูนย์รวมโรงพยาบาลสนามทุกแห่ง แล้วก็เลิกเสียที เลิกมีอัตตาเสียที อย่าไปกักตัวแล้วเฝ้าดูอาการ พอเข้าไปปั๊บ คนที่ติดโรคระบาดมีอยู่ 3 สี เขียว ติด แต่ยังไม่แสดงอาการ เหลือง แสดงอาการบางอย่างแล้ว แดง ก็คือลงแดงแล้ว ต้องเอาเข้าโรงพยาบาล


อย่าไปนั่งแล้วแจกพาราเซตามอลหรือเฝ้าอาการ ไปเฝ้าทำไม ก็เอาฟ้าทะลายโจรให้เขาทานกัน มื้อละ 10 เม็ด ถ้าเป็นของอาจารย์ปานเทพ ก็มื้อละ 4 เม็ด ใครต้องการของอาจารย์ปานเทพ ที่ทำด้วยใบ โทรหาแกเองเลย ผมไม่มีเบอร์ให้ ให้แกอยู่ไม่สุขไปเลยงานนี้ 10 เม็ด 4 มื้อ เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน 40 เม็ด พอครบ 5 วัน เอาไปตรวจเชื้อโควิด ผมเอาหัวเป็นประกันเลยว่าหายทุกคน ไม่มีเชื้อเลย นี่คือกระบวนการที่ต้องปรับ แต่จะปรับอย่างนี้ได้ ผู้เฒ่าแก่ๆ หลายตัวต้องปรับกระบวนทัศน์ใหม่ ต้องเลิกงี่เง่ากับศาสตร์ตะวันตกอย่างเดียว ต้องยอมรับบ้างว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมาพึ่งพาสมุนไพรไทย ก็ไม่มีอะไรเสียหายนี่ ก็ทดสอบสิ ไม่เสียหาย ถ้ามี 1,000 คน ที่อยู่สีเขียว แล้ว 1,000 คนนี้ รักษาหายได้ ก็ถือว่าเป็นงานวิจัยนอกเหนือจาก 309 คน ที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ รักษาหายไปแล้ว ก็จะเป็น 1,309 คน รักษาอีก 1,000 คน ก็จะเป็น 2,309 คน ในที่สุดแล้วมันก็ดีกับทุกคนไม่ใช่หรือ ก็คุณเรียกร้องให้มีงานวิจัยมากขึ้น


ท่านผู้ชมครับ วันนี้รายการทั้งรายการก็คือเรื่องนี้ ผมเกรงว่าถ้าเราไม่ระวังเรื่องชายแดน ไม่ระวังเรื่องแรงงาน ซึ่งยังมีคนทำมาหารับประทานโดยกินค่าหัว หัวละ 17,000 บาท แบ่งออกเป็นก้อนๆ ให้ตำรวจเท่านี้ ให้ข้าราชการกระทรวงแรงงานเท่านี้ ให้โน่นให้นี่เท่านี้ ถ้าเรายังไม่ล็อกดาวน์ตรงนี้ ท่านผู้ชมครับ ผมเสนอให้ล็อกแม่สาย ไม่ให้เข้า ไม่ให้ออก ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหม ถ้าไม่ทำตาม ถ้าระลอกที่ 4 มา อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะครับ สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...