xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : วันพิพากษา “สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข” - “ส.ศิวรักษ์” แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 12 มี.ค.64 เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยวันนี้ได้ลอกคราบ "ส.ศิวรักษ์" ให้เห็นว่าตัวตันที่แท้จริงเป็นคนอย่างไร รวมทั้งได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ถึงบทบาทเเละผลงานที่ผ่านมา ติดตามได้ในรายการ SONDHITALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง special Ep76



คำต่อคำ SONDHI TALK [12 มี.ค. 64] : วันพิพากษา สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข

วันนี้ผมจะมาบอกให้ฟังว่าช่องทางการติดต่อของ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" หรือ SONDHI TALK ได้ทางไหนบ้าง ทางแรกคือทางเฟซบุ๊ก ให้กด Like หรือกด Follow แล้วกดติดตาม แล้วเลือก See First ไปเลยในเพจคุยทุกเรื่องกับสนธิเมื่อชมแล้วก็ช่วยกันแชร์ออกไปมากๆ เพื่อให้บางคนที่ยังไม่ได้อยู่ดูได้ความรู้กับสิ่งที่ผมพูด แล้วเดี๋ยวนี้เราก็ไลฟ์สดผ่านยูทูปเช่นกัน ให้เข้าไปใน YouTube ค้นหาคำว่า Sondhitalk กด Subscribe เอาไว้ เปรียบเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ รวบรวมทุกอย่างตั้งแต่รายการในอดีต "มองโลก มองเรา กับสนธิ" "บันทึกลับบ้านพระอาทิตย์" จนมาถึงรายการ "SONDHI TALK"

สำหรับแฟนรายการคนไหนอยากดูเนื้อหา ตลอดจนการถอดคำพูดเป็น text ก็ให้เข้าไปที่ www.sondhitalk.com เพราะจะรวมไว้ในเว็บไซต์โดยแยกเป็นแต่ละหมวดหมู่ครบทุกเรื่องทีเดียวครับ

สุดท้าย สำหรับท่านผู้ชมที่ไม่อยากเห็นหน้าผม แต่อยากฟังเสียงผม อยากฟังเรื่องราวที่ผมพูด ก็เข้ามาฟังที่ podcast ถ้าท่านที่ใช้ iPhone - iOS ก็เข้าไปที่แอปฯ podcast เมื่อกดเข้าไปแล้วก็ search คำว่า SONDHI TALK ก็จะมีให้ทุกรายการ ส่วนท่านผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์ระบบ android ก็กดเข้าไปเหมือนกัน แต่จะมีคำว่า Podbean แล้วก็กดเข้าไป

สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2564 เป็นปกติธรรมดาที่เรามาพบกันทุกๆ วันศุกร์ ศุกร์นี้มีหลายเรื่องที่เข้มข้น ดุเดือดเลือดพล่าน อย่างที่ผมเรียนให้ทราบศุกร์ที่แล้วว่า ศุกร์นี้ผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข และผมทราบว่ารายการผมนี่ ตำรวจถึงขั้นเปิดจอดูกันแล้ว นั่งดู เฝ้าดูกันแต่เรามีหลายเรื่องก่อนจะถึงเรื่องตำรวจ เรื่องแรกคือ ผมจะพูดถึงคุณ ส. ศิวรักษ์ ในฐานะที่เขาพาดพิงถึงผม กล่าวหาว่าผมเป็นคนกะล่อน คุณ ส. ไม่เคยไว้ใจผมเพราะว่าผมทำเพื่อเงินและเพื่ออำนาจ เดี๋ยวมาฟังตัวตนที่แท้จริงของผม เมื่อเปรียบเทียบกับ ส. ศิวรักษ์ ผมอาจจะเป็นคนเดียวในสังคมไทยที่กล้าพอที่จะปะทะกับ ส. ศิวรักษ์ และผมก็ไม่เสียใจ เพราะคำพูดที่ติดอยู่ในโปสเตอร์ที่ออกโปรโมตรายการนี้ ที่ผมบอกว่า "แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน" นั่นเป็นความคิดของผม

สอง ผมจะพูดเรื่องม็อบนิดหนึ่ง และผมจะพูดถึงเรื่องแถลงการณ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสุดท้าย ทีเด็ด คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ตามผมมาเลยครับ

ท่านผู้ชมครับ ตอนนี้ผมงานเข้าแล้ว เข้าอย่างไร ? เมื่อ 7 วันที่แล้ว คือวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564 ท่านอาจารย์ ส. ศิวรักษ์ ซึ่งหลังจากรายการนี้จบลงไปแล้ว อาจจะต้องเปลี่ยนชื่อท่าน คงไม่ใช่อาจารย์ ส. ศิวรักษ์ อีกต่อไปแล้ว ให้สัมภาษณ์ในรายการ "ผู้นำกระบวนทัศน์ใหม่พิเคราะห์สังคมไทย" เข้าใจว่ามีทีมงานทีมหนึ่งจะไปขอสัมภาษณ์อาจารย์ ส. ศิวรักษ์ เป็นประจำ และให้ท่านวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวต่างๆ ในสังคมไทย ตลอดจนตัวบุคคล

ส. ศิวรักษ์
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564 ที่ออกในยูทูบ ท่านอาจารย์ ส. ศิวรักษ์ ได้ให้เกียรติพูดถึงผมอีกครั้งหนึ่ง ท่านก็ใช้ได้นะ เพราะว่าท่านหน้าด้านมาก ท่านออกตัวก่อนว่าท่านมีอคติ แต่ขอให้คนฟังเชื่อท่าน ก็คือพูดง่ายๆ ว่า ถ้ากูพูดอะไรไป มึงก็เชื่อกูก็แล้วกัน ไม่ต้องมาตั้งคำถาม นี่คือความหน้าด้านของท่าน

ท่านบอกว่าผมเป็นคนกะล่อน เป็นนักฉวยโอกาส ตีฝีปากเก่ง แต่ท่านก็ยังอุตส่าห์ชมว่าผมเก่งกว่าสุทธิชัย หยุ่น เยอะแยะ แม้ว่าจะเป็นลูกเจ๊กเหมือนกัน

ท่านผู้ชมครับ ขอยุติตรงนี้นิดหนึ่ง ผมคิดว่าท่านเปรียบเทียบผมกับสุทธิชัย หยุ่น เพราะว่าผม กับสุทธิชัย หยุ่น มีจุดแข็ง-จุดอ่อนแต่ละคนไม่เหมือนกัน ท่านจะมาชมผม และด่าผม แล้วท่านจะไปกดสุทธิชัย หยุ่น เพื่อทำให้คนเห็นว่าคนที่ดีที่สุด ระหว่างสนธิ สุทธิชัย หยุ่น และ ส. ศิวรักษ์ ก็คือ ส. ศิวรักษ์ นั่นเอง

รายการนี้ขอพูดถึงเรื่องอาจารย์ ส. ศิวรักษ์ ยาวหน่อย และผมจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ผมขี้เกียจะตอบโต้กับคนอย่างท่าน แต่ฟังเรื่องราวจากผมให้ดีๆ แล้วคิดตาม

สุทธิชัย หยุ่น
ส. ศิวรักษ์ เขาพูดถึงสุทธิชัย หยุ่น ว่าอย่างนี้ เขาบอกว่า สุทธิชัย นั้นเป็นคนที่มีความรู้ตื้น ไปกล่าวหาพี่หยุ่นของผมว่าความรู้ตื้น แล้วก็แสวงหาความรู้ เป็นคนที่มักใหญ่ใฝ่สูง คุณสุทธิชัย หยุ่น ในฐานะที่เขาทำสื่อมวลชน เขาก็ตั้งใจทำมาก ส่วนสนธิ นั้น ผมมีอคตินะ ขอบคุณมากครับ ท่านเป็นคนที่เปิดเผย วันนี้ผมก็จะเปิดเผยกับท่านเหมือนกันว่า ผมว่าท่านเป็นคนที่โหลยโท่ย เป็นคนแก่ที่โหลยโท่ยมากเลย เผอิญผมเป็นลูกเจ๊ก ผมพูดคำว่าโหลยโท่ย ท่านอาจจะไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่ท่านเองก็มีเชื้อเจ๊ก บรรพบุรุษของท่านก็มาจากเมืองจีน ถ้าท่านไม่เข้าใจคำว่าโหลยโท่ย ท่านไปถามพวกลูกเจ๊กก็แล้วกัน คำว่าโหลยโท่ยแปลว่าอะไร


ท่านบอกว่า เพราะผมเห็นว่าสนธิ เป็นคนกะล่อนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว โอ้โห ผมถือว่าเป็นคำพูดที่ไม่ได้ดูถูกผมนะ แต่ผมคิดว่าท่านเป็นคนที่ค่อนข้างจะ ... อาจจะต้องไปปรับทัศนคติ หรือให้หมอเช็กสมองท่านนิดหนึ่งนะ จนเดี๋ยวนี้ผมยังไม่เปลี่ยนใจ เขาเป็นนักฉวยโอกาส แต่เขาเป็นคนตีฝีปากเก่ง เก่งกว่าสุทธิชัย หยุ่น เยอะแยะเลย พวกนี้เป็นลูกเจ๊กเหมือนกัน แต่สนธิ เขาเก่งกว่าเยอะ เขาพูดนี่คนฟังเป็นแสน (อาจารย์ ส. ครับ เป็นล้านๆ ครับ ไม่ใช่แสนครับ แก้ไขตัวเลขหน่อยครับ) พูดอย่างไม่เกรงใจ คือเขาออกจะขวาจัด แล้วผมเชื่อเลยว่าถ้าเขาคบกับเจ๊กแผ่นดินใหญ่ และคบกับทหาร เพราะฉะนั้นเขาเลยมีคนใหญ่คนโตหนุนหลัง

ท่านผู้ชมครับ จำได้ไหมคราวที่แล้วอาจารย์ ส. บอกว่าผมสนิทสนมกับทหาร และผมก็อธิบายให้ฟังแล้วว่าผมไม่ได้สนิทสนมเลยแม้แต่นิดเดียว ผมโดนทหารลอบยิง จัดทีมงานมายิงผม 200 นัด แต่เมื่อสมัยที่เขาทะเลาะกับทหาร ทหารก็โจมตีเขานะ ยิงรถเขาพรุนเลย




เขารอดตายมานี่เขาคุยโม้ได้ เพราะว่าจตุคามรามเทพช่วยเขา จากนั้นเขาก็ปั่นองค์จตุคามรามเทพขึ้น ขายองค์ละเป็นหมื่นเป็นแสนเลยนะ เขาทำทุกอย่างเพื่อเงิน เพื่ออำนาจ สำหรับผมแล้ว ผมไม่เคยเห็นคุณงามความดีของเขาเลย

ท่านผู้ชมครับ คุณ ส. ศิวรักษ์ พูดต่อ แต่คุณพิภพ ธงไชย เขาเคยเป็นเสื้อเหลืองด้วยกัน เขาก็มองเห็นต่างจากผม เขาบอก คุณสนธิ เขามีอะไรดีหลายอย่างนะ เช่น เขาออกรายการต่างๆ เขาก็แบ่งเงินมาช่วยคุณพิภพ ทำโรงเรียน 1 แสน หรือ 5 แสนบาท เสียด้วยซ้ำ (5 แสนบาทครับ อาจารย์ ส.) อยู่ที่เราเห็นขนาดไหน มุมมองของผม เขาเป็นคนเลว พิภพ เขาเห็นมีความดีมากกว่าความเลว ก็แล้วแต่จะมอง


คุณ ส. ศิวรักษ์ กล่าวอย่างไรก็ตาม ในตอนท้ายได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ฟังคลิปนี้แล้วอย่าเชื่อตนเองไปทั้งหมด ฟังหูไว้หู ถ้าตนเองพูดอะไรผิดก็ช่วยแก้ไขให้ด้วย อย่านึกว่าตัวเองเป็นศาสดา เพราะตัวเองมีความรู้เพราะอาศัยที่อายุยืนและยังไม่หลง มีอะไรที่พอจะจำได้ก็เอามาพูดเผื่อกัน

อาจารย์ ส. ครับ อาจารย์ ส. ไม่ใช่ศาสดาหรอก แต่อาจารย์ ส. เป็นศักดินาทางนักวิชาการ ผมไม่ทราบว่าเขาเรียกอาจารย์ ส. ว่าเป็นปัญญาชนสยาม ผมไม่รู้ว่าใครตั้งให้อาจารย์ ส. เป็นปัญญาชนสยาม สำหรับผมแล้ว เป็นแค่ "แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน" เท่านั้นเอง ผมไม่อยากจะพูดจาอะไรให้แรงกว่านี้ ปีนี้ท่านอายุ 88 ปีแล้ว ไปๆ มาๆ สำหรับผมแล้ว ท่านเป็นโมฆบุรุษ ท่านไม่ใช่ปัญญาชน และท่านไม่ใช่วีรบุรุษ เดี๋ยวผมจะเล่าเบื้องหลังอาจารย์ ส. ให้ฟัง ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว วันนี้ก็เอาเป็นว่าแตกหักกันเลยก็แล้วกัน คราวที่แล้วที่ผมวิพากษ์วิจารณ์อาจารย์ ส. ผมยังเกรงอกเกรงใจ เห็นว่าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ อายุมากกว่าผม 15 ปี

ประเด็นแรก ผมจะปฏิเสธทำไมว่าผมเป็นลูกเจ๊ก มันเป็นข้อเท็จจริง ปู่ของผมมาจากเกาะไหหลำ ย่าของผมเป็นคนไทย ลูกกำนัน ชื่อ ย่าทอง ปู่ของผมชื่อ นายหงเห้ง แซ่ลิ้ม (ลิ้มทองกุล) นามสกุลผม ลิ้มทองกุล อาจจะไม่ได้เป็นนามสกุลเก่าเท่ากับอาจารย์ ส. เพราะบรรพบุรุษอาจารย์ ส. ก็คือเจ๊กเหมือนกัน เป็นเจ๊กที่เดินทางมาประเทศไทยสมัยรัชกาลที่ 5 แล้วแต่งงานกับคนไทย อาจารย์ ส. จะปฏิเสธไม่ได้ว่าสายเลือดอาจารย์ ส. ก็คือลูกเจ๊ก แล้วในประเทศไทยมีกี่คนที่ไม่มีเชื้อสายเจ๊กเลย

คำว่า "เจ๊ก" เป็นคำพูดเหมือนกับดูถูกเหยียดหยามชนชาติชาวจีน ทำไมไม่บอกว่าลูกจีนล่ะ ทำไมต้องบอกว่าลูกเจ๊ก แต่ไม่เป็นไรครับ แถวบ้านผมเขาก็เรียกลูกเจ๊ก ผมอยากจะเตือนสติท่านเหมือนกันว่า ท่านก็ลูกเจ๊กเหมือนกัน แล้วเที่ยวไปด่าคนโน้นคนนี้ว่าลูกเจ๊ก ด่า ธงชัย วินิจกุล ก็ลูกเจ๊ก นิธิ เอียวศรีวงศ์ ก็ลูกเจ๊ก มันเป็นอะไรนักหนา อาจารย์ ส. ถึงเกลียดพวกลูกเจ๊กเหลือเกิน เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังท่านผู้ชม ว่าเพราะอะไร

ธงชัย วินิจกุล - นิธิ เอียวศรีวงศ์
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันท่านผู้ชม มีคนเล่าให้ผมฟังว่าอาจารย์ ส. ไม่เหมือนลูกเจ๊กทั่วไป อาจารย์ ส. มีจริตจะก้านอยากจะเป็นเจ้าสูง อาจจะเป็นเพราะไปเรียนจบที่อังกฤษ สอบเนติบัณฑิตที่อังกฤษ ก็ไม่แน่ใจ แต่มีความเป็นผู้ดีสูงกว่าเจ๊กทั่วไป ผมอยากเรียกอาจารย์ ส. ว่า "เจ๊กไฮโซ" ก็แล้วกัน ผมมันเจ๊กโลว์โซ

อาจารย์ ส. มาว่าผมเป็นขวาจัด ท่านผู้ชมครับ อาจารย์ ส. ครับ ถ้าขวาจัดอย่างผม ถ้าการกระทำของผมตั้งแต่ผมลุกขึ้นมาต่อสู้ทักษิณ เมื่อปี 2549 มาจนถึงวันนี้ ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง โดยไม่กลัวความเป็นความตาย ต่อสู้เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แล้วบอกว่าผมเป็นขวาจัด ตามสบาย ผมยินดีเป็นขวาจัด ว่าแต่อาจารย์ ส. เคยสู้อะไรให้ประเทศไทยบ้าง นอกจากวางมาดเป็นศักดินา ทำตัวอายุมากขึ้นมาแล้วเหมือนกับว่าพูดอะไรแล้วทุกคนต้องเชื่อต้องฟัง เป็นศาสดาไปแล้วตอนนี้ ท่านอาจารย์ ส. ถึงแม้จะปฏิเสธว่าผมไม่ใช่ศาสดา แต่การกระทำตัวของอาจารย์ ส. น่ะ เป็นศาสดาอย่างแท้จริง และมาบอกว่าผมคบกับเจ๊กแผ่นดินใหญ่ คบกับทหาร ผมก็เลยมีคนใหญ่คนโตหนุนหลัง แต่ผมทะเลาะกับทหารก็เลยถูกทหารยิงรถพรุน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2552 ซึ่งเดือนเมษายน 2564 ก็จะครบ 12 ปีพอดี หนึ่งรอบ

จนวันนี้อาจารย์ ส. ยังไม่รู้ แกล้งไม่รู้ หรือว่าโง่ ที่ไม่รู้ ว่าผมกับทหารก็ยังเข้ากันไม่ได้ ทหารอยากจะฆ่าผมให้ตายอยู่ทุกวี่ทุกวัน วันนี้ตำรวจก็อยากจะฆ่าผมให้ตายอยู่ทุกวี่ทุกวัน โดยเฉพาะตำรวจชั่วๆ ชีวิตผมต่อสู้อะไรมา ผมไม่เคยปากกล้าขาสั่น ไม่เหมือนอาจารย์ ส. เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าอาจารย์ ส. ปากกล้าขาสั่นตอนไหน วัน ว. เวลา น. ผมมีให้หมด และผมมีประจักษ์พยานบุคคลที่ยืนยันว่า พอเกิดเรื่องจริงๆ แล้ว อาจารย์ ส. ร้องไห้เหมือนเด็กเลย เอาล่ะ ไม่เป็นไร

ประเด็นที่สาม อาจารย์ ส. บอกว่า พอผมถูกยิงแล้วรอดตายมาได้ก็คุยโม้ว่าจตุคามรามเทพช่วยเอาไว้ เพื่อจะปั่นราคาขายจตุคามรามเทพองค์ละเป็นหมื่นเป็นแสน ทำทุกอย่างเพื่อเงินและอำนาจ ท่านผู้ชมครับ ถ้าพูดตามภาษาที่มันสุภาพเรียบร้อย เขาว่า อันนี้ไม่เป็นความจริง แต่ถ้าพูดตามแถวชาวบ้าน แถวบ้านๆ ผม พวกลูกเจ๊ก เขาเรียกกันว่า อีนี่ตอหลดตอแหล

ถ้าท่านผู้ชมดูไทม์ไลน์ให้ดีๆ ก็รู้ว่าไม่เป็นความจริง จตุคามรามเทพ ที่พันธมิตรฯ เคารพนับถือนั้น เราสร้างมา เราเรียกว่ารุ่น "กู้ชาติ" เราสร้างมาตั้งแต่ต้นปี 2549 แต่ผมโดนยิงเมื่อ 3 ปี คือวันที่ 17 เมษายน 2552 เพราะฉะนั้นแล้ว จตุคามรามเทพ มีมาตั้งนานแล้ว แล้วถ้าอาจารย์ ส. ใช้สติปัญญาของท่าน ซึ่งไม่ทราบว่าท่านยังจะมีเหลืออยู่บ้างหรือเปล่า หรืออาจจะหลงๆ ลืมๆ ท่านไปตรวจสอบคำสัมภาษณ์หลายครั้ง ทั้งในรายการนี้ ทางหนังสือพิมพ์ ทางสื่อจำนวนมาก ผมเชื่อว่าสาเหตุที่ผมรอดตายมาได้ก็เพราะบุญบารมีและคุณงามความดีของพ่อแม่ครูอาจารย์ หลวตามหาบัว รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผมเคารพนับถือและนำมาปฏิบัติจนถึงทุกวันนี้ อาจารย์ ส. อย่าไปมโนหรือวาดภาพให้ผมเป็นอย่างอื่นเลย เพราะสิ่งที่ผมยึดถือคือธรรมะ ซึ่งผมทำทุกวันเป็นกิจวัตร ทั้งในการใช้ชีวิตและในการทำงานของผม


อาจารย์ ส. ครับ ไหนๆ ท่านพูดอย่างนี้แล้ว ก็จะเล่าให้ฟัง รายการนี้ออกเก้าโมงเช้า ผมมาถึงที่ทำงานนี่ตีห้าสิบห้า วันนี้ เหมือนทุกๆ วัน ไม่เคยพลาด ผมไหว้พระ อาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมสวดมนต์คาถาพระปริตร 6 บท ผมแผ่เมตตา และอาจารย์ ส. ครับ ผมนั่งสมาธิภาวนาเป็นเวลา 50 นาที และผมทำทุกวันนะครับอาจารย์ ส. ไม่ใช่เพิ่งทำ ทำมาตั้งนมตั้งนานแล้ว จนทุกวันนี้ก็ทำ เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าคุณไม่รู้จักผมดี คุณอย่าเสือกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องในทิศทางที่ไม่เป็นความจริง

ประเด็นที่สี่ เรื่องพี่เปี๊ยก พิภพ ธงไชย อาจารย์ ส. ไม่รู้หรือครับว่า คุณพิภพ ธงไชย เขามีผู้ใหญ่ที่เขารักอยู่ 3 คน คนหนึ่งคืออาจารย์ ส. ศิวรักษ์ คนที่สอง คือ คุณอานันท์ ปันยารชุน คนที่สาม คือหมอประเวศ วะสี ซึ่งโชคร้ายมากๆ เลย พี่เปี๊ยก หรือคุณพิภพ ธงไชย ซึ่งผมสนิทสนมมาตั้งแต่เป็นแกนนำพันธมิตรฯ ด้วยกัน ทั้งสามคนนี้เป็นสามคนที่ผมไม่ค่อยเคารพ เพราะคนพวกนี้เป็นคนที่ผมเรียกตามภาษาศัพท์วัยรุ่นว่า "หิวแสง" ชอบทำตัวเด่น โด่งดัง แต่เบื้องหลังมีปัญหาหมดทุกคน

ทุกครั้งที่ผมวิพากษ์วิจารณ์สามคนนี้ คุณพิภพ ธงไชย จะออกมาปกป้องอาจารย์ ส. คุณอานันท์ ปันยารชุน และหมอประเวศ วะสี ปกป้องตลอดเวลา แก้ตัวให้ ผมเข้าใจ ผมไม่ว่าอะไร ก็ขอบคุณนะครับพี่เปี๊ยก คือคุณพิภพ ธงไชย ออกมาปกป้องผมว่า คุณสนธิ ก็มีดีหลายอย่าง ไม่ใช่หลายอย่างครับ อาจารย์ ส. มีดีเยอะ แต่ขี้เกียจโม้ ผมเป็นคนไม่หิวแสง ผมเป็นคนไม่ต้องการออกไปแสดงตนเหมือนอาจารย์ ส. ที่ไปเดินนำหน้าเด็ก เดี๋ยวผมจะพูดในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม

เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งที่อาจารย์ ส. พูดไปในรายการ วิพากษ์วิจารณ์ผม ส่วนใหญ่แล้วตอแหลทั้งนั้น ว่าผมขวาจัด ผมก็เลยถามว่า ถ้าผมรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แล้วผมตกอยู่ในหัวข้อขวาจัด ผมยอมรับ ส่วนอาจารย์ ส. ตกอยู่ในหัวข้ออะไร ? ไม่ได้ตกอยู่ในหัวข้ออะไรหรอก ตกอยู่ในหัวข้อ "หลงตัวเอง"

หลงตัวเอง ไม่มีใครในประเทศไทยกล้าวิพากษ์วิจารณ์อาจารย์ ส. ผมนี่เป็นคนแรกที่วิพากษ์วิจารณ์ และวันนี้ผมปักหมุดว่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์อาจารย์ ส. เป็นครั้งสุดท้าย เพราะสำหรับผมแล้ว อาจารย์ ส. ก็คือ "แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน" ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านี้เลยแม้แต่นิดเดียว เลอะเทอะ เป็นคนแก่ที่เหลวไหลที่สุดคนหนึ่ง หลงตัวเอง ไม่เป็นไรครับ


ท่านผู้ชมครับ วันที่ 5 มีนาคม 2564 อาจารย์ ส. เดินไปให้กำลังใจเด็กในกิจกรรมเดินทะลุฟ้า คืนอำนาจให้ประชาชน ระยะทาง 247 กิโลเมตรครึ่ง จากโคราช มาถึงกรุงเทพฯ อาจารย์ ส. เดินเปิดขบวน เดินจากวัดคุณหญิงส้มจีน ไปจนถึงห้างเซียร์ ที่รังสิต อาจารย์ ส. พูดว่า "ผมมาให้กำลังใจ เป็นคนแก่มาให้กำลังใจเขาเท่านั้นเอง วันนี้มาเดินด้วยนิดหน่อย คนแก่เดินมากไม่ได้" อาจารย์ ส. พูดต่อ "รัฐบาลมันเลวร้ายมาก แล้วศาลก็ไม่ดี ศาลทุกคนอาจไม่เลวร้าย แต่ศาลที่ไม่ให้ประกันตัวนี่ เลวร้ายมาก เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์เลย" เพราะฉะนั้น คนที่ศาลไม่ให้ประกันตัว ไม่ใช่มีเฉพาะเด็กสามคน เดี๋ยวผมจะเอ่ยชื่อให้ฟังทีหลัง แต่มีเยอะแยะไปหมด ผู้ต้องหายาเสพติด ศาลไม่ให้ประกันตัว นี่ก็ถือว่าศาลเลวร้ายใช่ไหม ? คนที่ฆ่าคนตาย ศาลไม่ให้ประกันตัว ถือว่าศาลเลวร้ายใช่ไหม ? คุณอาจจะพูดได้ว่าคดีไม่เหมือนกัน นี่เป็นคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผิดมาตรา 112 อ้าว! คุณเหยียดหยาม ขู่อาฆาตองค์พระมหากษัตริย์ นี่ไม่เลวร้ายหรือ ? เลวร้ายมาก เพราะมันมีกฎหมายค้ำคอไว้แล้วว่าพระมหากษัตริย์อยู่เหนือสิ่งอื่นใด คำถามผมเคยถามมานานแล้ว ถ้าท่านผู้ชมจำได้ว่าผมเคยถาม ผมจะถามอาจารย์ ส. อีก ทำไมต้องไปวิพากษ์วิจารณ์ท่าน เหยียดหยามท่าน ดูถูกดูหมิ่นท่าน อาจารย์ ส. เองก็เคยดูถูกดูหมิ่นท่านมา 4-5 ครั้ง แล้วทำไมไม่โดนดำเนินคดี รู้หรือเปล่า อาจารย์ ส. ? ถ้าไม่รู้ หรือแกล้งไม่รู้ ผมจะเล่าให้ท่านผู้ชมฟัง

พออาจารย์ ส. โดนแต่ละคดี เที่ยวโทรให้คนโน้นคนนี้ไปวิ่งให้ วิ่งกันตีนขวิดเลย ไปช่วยขอพระราชทานอภัยโทษโดยที่ไม่ต้องโดนดำเนินคดี ไม่ต้องขึ้นศาล ไม่ต้องโดนศาลพิพากษา คนที่ถูกอาจารย์ ส. ติดต่อยืนยันกับผมเลย แต่อาจารย์ ส. ก็ยังดำรงตำแหน่งในความหลงตัวเอง พอเรื่องเรียบร้อยก็บอก ผมไม่เคยพูดขอร้องใคร อย่าตอแหลอาจารย์ สิ่งที่ผมพูดคือความจริง ผมเอาธรรมนำหน้า องค์หลวงตามหาบัวสอนผม ธรรม คือความจริง เพียงแต่ว่าผมอาจจะพูดคล่อง ก็เลยดูว่าสำหรับอาจารย์ ส. ผมเป็นคนกะล่อน ผมกะล่อนตรงไหน ? ถ้าว่าผมกะล่อนเรื่องนี้ เดี๋ยวผมจะเอาประจักษ์พยานมา ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ น่ะ วิ่งเต้นให้อาจารย์ ส. ตลอดเวลา ไปขอถึงคุณปีย์ มาลากุล ตั้งไม่รู้กี่ครั้ง จนคุณปีย์ มาลากุล บอกว่า เฮ้ย! ไอ้โต้ง มึงอย่าเอาไอ้นี่มาอีกได้ไหม น่ารำคาญ ไม่รู้จักจดจักจำเสียที

แล้วอาจารย์ ส. มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ไม่ใช่หรือ สถานีโทรทัศน์ News1 ยังเคยเอารายการมาออกเลย อาจารย์ ส. ก็ชมพระองค์ท่าน โน่นนี่นั่น เป็นอัจฉริยะโน่นนี่นั่น ไปดูหลักฐานเก่าๆ ได้ แล้ววันนี้อาจารย์ ส. มาร่วมกับเด็กที่หมิ่นพระมหากษัตริย์ นี่คุณเป็นมนุษย์ประเภทไหน คุณเป็น "แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน" หรือคุณเป็นเฒ่าที่เลอะเลือน เหลวไหล


นอกจากนั้นแล้ว คุณก็ยังชมเด็ก "ขบวนการคนรุ่นใหม่นี้ดีมากเลย โดยเฉพาะตอนนี้เด็กนักเรียนมัธยมปลายก็ออกมาทั้งผู้หญิงผู้ชาย และเด็กเหล่านั้นพูดจากระฉับกระเฉง พูดจามีน้ำหนัก เด็กรุ่นใหม่ดีกว่าคนแก่เยอะแยะเลย เพราะระบบของเราสอนให้คนเชื่อง สอนให้อยากจะไต่เต้าแต่เอาดี เอาอำนาจ แต่เด็กพวกนี้ก็ออกมาท้าทาย แสดงว่าสื่อนอกกระแสหลักใช้ได้เลย เด็กรุ่นใหม่น่านับถือ น่าเคารพ ทำให้คนแก่อดไม่ได้ที่จะเคารพเด็กรุ่นใหม่" ท่านผู้ชมครับ เด็กรุ่นใหม่มันมีหลายรูปหลายแบบ ถ้าอาจารย์ ส. คิดว่าเด็กรุ่นใหม่ที่ชุมนุมอยู่ ในหลายๆ เรื่อง ผมก็ชมเชยเขาว่าเขามีความกล้าหาญ แต่ผมกำลังตำหนิเขาว่าเขาโง่เขลาอย่างมากที่เขาถูกหลอกใช้จากผู้หลักผู้ใหญ่บางคนที่อยู่เบื้องหลัง โดยใช้เด็กไปโจมตีสถาบันกษัตริย์ ไปดูคลิปที่ผมออกมาเมื่อปีที่แล้ว ตั้งแต่สิงหาคม เป็นต้นมา จะเห็นได้ชัด ผมเตือนแล้ว บอกว่า ถ้าคุณจะออกมา รัฐบาลไม่ดี กระบวนการยุติธรรมไม่ดี การศึกษาไม่ดี สังคมไทย ประเทศไทย เหมือนบ้าน เสาหลักของบ้านแต่ละเสามันมีหมด การศึกษา กระบวนการยุติธรรม เรื่องของผลประโยชน์ คอร์รัปชัน แต่ละเสา ผมบอกเด็กว่า ทำไมคุณจะต้องพ่วงสถาบันกษัตริย์เข้าไปว่าเป็นตัวการของปัญหา มันไม่ใช่นะ ผมบอกว่าถ้าคุณเข้าไปจัดการแต่ละเสาหลักที่มีปัญหา ด้วยพลังของคุณ ความเป็นคนรุ่นใหม่ และด้วยสิ่งที่ผมเห็นด้วย และประชาชนอีกเยอะมากที่จะเห็นด้วย เข้ามาร่วมกัน เสาแต่ละเสามันก็จะอ่อนไหวและก็จะพัง และในที่สุดรัฐบาล ก็คือบ้าน ก็จะพังลงมา นี่วัตถุประสงค์ของเด็กทั้งหมดอยู่เบื้องหลัง อาจารย์ ส. ไม่รู้เลยหรือว่าเด็กที่มันประท้วงกันทุกวันนี้ มีคนอยู่เบื้องหลัง หรืออาจารย์ ส. ก็อยู่เบื้องหลังเขาด้วย ? แต่ไม่กล้าพูด ทำไมไม่พูดออกมาล่ะ

ด้วยเหตุนี้ ขบวนการม็อบสามนิ้ว ขบวนการหลายๆ ขบวนการที่มี ถึงไปไหนไม่รอดไงล่ะ ผมเคยบอกหลายครั้งแล้ว บอกมาหลายเดือนแล้ว ตั้งแต่เริ่มม็อบมาแล้วว่า มันมีผู้ใหญ่ขี้ขลาด ผมไม่แน่ใจอาจารย์ ส. อยู่ในนั้นด้วยหรือเปล่านะ แต่อย่างน้อยที่สุดการกล้าพอจะมาเดินนำเด็ก ผมต้องถือว่าไม่ขี้ขลาดล่ะ แต่ยังมีไอ้แก่หลายคน อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปัจจุบัน หรือนักวิชาการที่อยู่ทางภาคเหนือ หรือหลายๆ คน แอบอยู่หลังเด็ก เชียร์ให้เด็กออกหน้า แต่สุดท้ายเมื่อวุฒิภาวะเด็กไม่พอ เด็กขาดประสบการณ์ พวกคุณก็ไม่ห้ามเด็ก ไม่ปราม ไม่แนะนำเด็ก ออกเดินทางไม่ถูกต้อง ไม่บอกเด็กว่าอย่าไปเอาข้อสาม ท่านผู้ชมจำได้ไหมครับ ม็อบสามนิ้ว ชูสามข้อ แก้รัฐธรรมนูญ อีกอันหนึ่ง และสุดท้ายก็คือปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ พอเด็กกระทำอะไรที่ผิดกฎหมายบ้านเมืองซ้ำแล้วซ้ำอีก ท่านผู้ชมจำได้ไหม เขาให้ประกันตัว แล้วมาทำความผิดซ้ำ สุดท้ายผู้ใหญ่ก็ไม่ห้ามปราม เหมือนพ่อแม่ผู้ปกครองเลี้ยงลูก ให้อิสระลูกได้ ให้เขาคิดเอง เดินเอง ทำอะไรเอง แต่ถ้าถึงอันตรายถึงชีวิต ถึงขั้นพิการ ส่งผลต่ออนาคต ปกติให้อิสระไปวิ่งเล่น แต่ถ้าไปวิ่งเล่นบนถนนใหญ่ ถนนไฮเวย์ คุณต้องห้ามปรามสิครับ อย่าไปลูก เดี๋ยวสิบล้อมันจะชนเอานะ ลูกอย่าไปเลยนะ อย่าไปเลยนะลูก เพราะว่ามันผิดกฎหมาย ลูกอย่าไปพูดจาหยาบ เหยียดหยาม อาฆาตแค้นพระมหากษัตริย์นะ มันผิดกฎหมายลูก เพราะเขายังมีมาตรา 112 อยู่ อาจารย์ ส. เคยพูดเรื่องนี้กับเด็กบ้างไหม ?

แต่นี่ผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้เฒ่า ครูบาอาจารย์ทั้งหลายกลับไม่ห้ามปรามเลย แถมยังหนุนหลังให้เด็กไปทำการผิดกฎหมาย มันใช้ได้อย่างไร แล้วที่อาจารย์ ส. พูดในเรื่องของผมว่าอวยเจ๊กแผ่นดินใหญ่ อาจารย์ ส. ครับ เรามาพูดกันเรื่องอาจารย์ ส. กับผม นิดหนึ่ง ตระกูลลิ้มทองกุล ของผม ตั้งมาประมาณร้อยปี ที่ จ.สุโขทัย เทียบไม่ได้กรับศิวรักษ์ ผมรู้จักหลานของอาจารย์ ส. คนหนึ่ง ชื่อเล่นชื่อ แซม อดีตทำงานอยู่ธนาคารทหารไทย ตอนหลังก็ไปเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ธนาคารซีไอเอ็มบี แซม ศิวรักษ์ ภรรยาชื่ออาจารย์หนิง หนิง เป็นลูกศิษย์อาจารย์ชัยอนันต์ สมุทวณิช

ผม กับอาจารย์ ส. นี่เหมือนกัน ไปเรียนทางตะวันตกเหมือนกัน อาจารย์ ส. ไปจบที่มหาวิทยาลัยเวลส์ มนุษยศาสตร์ แล้วไปได้เนติบัณฑิตที่อังกฤษ ผมไปจบที่ UCLA แคลิฟอร์เนีย อาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงเท่ามหาวิทยาลัยในอังกฤษ แต่ก็ติด Top10 ในอเมริกา และผมก็จบทางประวัติศาสตร์ แต่ผมโชคดีกว่าอาจารย์ ส. อย่างหนึ่ง ผมเคยไปเรียนไต้หวัน 1 ปี และผมอาจจะโชคร้ายกว่าอาจารย์ ส. มั้ง เพราะผมไม่เคยเคารพนับถือฝรั่งเป็นพ่อผม เพราะผมอยู่ที่อเมริกา ผมรู้เช่นเห็นชาติของคนผิวขาว คนฝรั่ง โดยเฉพาะอเมริกา ตอนนั้นทำตัวเป็นจักรวรรดินิยม รุกรานทั่วโลกด้วยพลานุภาพ แสนยานุภาพ อำนาจทางเศรษฐกิจ ให้ประเทศต่างๆ เป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจให้กับอเมริกา


ผมเรียนทางประวัติศาสตร์เหมือนกัน อาจารย์ ส. แต่ผมไม่ได้เรียนแบบอาจารย์ ส. ผมเป็นลูกเจ๊กที่ตีนติดดิน ทำไมผมต้องชมจีน ? ที่ผมชมจีน เพราะว่าหลักฐานข้อเท็จจริง อาจารย์ ส. อาจารย์ครับ จำใส่กบาล หลักฐานข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ผมไม่เคยเห็นจีนออกไปนอกประเทศไปรุกรานใครเลยแม้แต่ประเทศเดียว ไปดูได้ มีอยู่อย่างเดียว จีน ตอนนี้มีความขัดแย้งกับประเทศทางตะวันตก ประเทศเพื่อนบ้าน คือกรณีการแอบอ้างสิทธิ กรรมสิทธิ์บนพื้นเกาะในทะเลจีนตอนใต้ ซึ่งจีนบอกว่าจีนเป็นเจ้าของ เวียดนามก็บอกเวียดนามเป็นเจ้าของ หมู่เกาะเซ็งกากุ หรือเตียวหยู ที่ญี่ปุ่นบอกว่าญี่ปุ่นเป็นเจ้าของ จีนก็บอกจีนเป็นเจ้าของ แต่จีนไม่เคยใช้แสนยานุภาพบุกเข้าไป ไม่เคย เมื่อผมเทียบจีนกับอเมริกาแล้ว อาจารย์ ส. ช่วยไม่ได้ที่ผมต้องชมจีน และผมด่าอเมริกา ผมผิดตรงไหน ทุกอย่างผมทำบนพื้นฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น

ผมไปเรียนไต้หวันมา 1 ปี ผมพูดภาษาจีนกลางได้ แต่ผมเขียนและอ่านไม่ได้ ผมศึกษาประวัติศาสตร์จีนมาโดยละเอียด และผมก็ศึกษาประวัติศาสตร์อเมริกามา ผมจบประวัติศาสตร์ ผมเรียนปริญญาโท ผมได้ทุน เป็นผู้ช่วยอาจารย์ เขาเรียก TA (Teacher Assistant) และผมก็สอนประวัติศาสตร์อเมริกา (American History 101) ทำไมผมจะไม่รู้จักประวัติศาสตร์อเมริกา

อาจารย์ ส. ไปเรียนที่อังกฤษ อังกฤษคือรากเหง้าของการเหยียดผิว อังกฤษคือรากเหง้าของการกดขี่ข่มเหงประเทศด้อยพัฒนา ประเทศที่อาจารย์ ส. เรียนจบมา ผมไม่เคยเห็นอาจารย์ ส. มาตำหนิติเตียนประเทศทางตะวันตกเลย หรือประเทศที่เขาเรียกว่า Anglo-Saxons

เอาล่ะ ท่านผู้ชม อาจารย์ ส. ผมไม่ได้รับเงินรับทองจีนมา ผมใช้สติปัญญาของผม ที่ไม่ได้เป็นขี้ข้า ... อาจารย์ ส. บอกว่าผมเป็นขี้ข้าเจ๊กแผ่นดินใหญ่ ถ้าอย่างนั้น ระหว่างขี้ข้าเจ๊กแผ่นดินใหญ่ กับขี้ข้าฝรั่งตาน้ำข้าว ท่านผู้ชมตัดสินใจเอาเองก็แล้วกัน เวลาประเทศไทยเดือดร้อน ขายข้าวไม่ออก ขายยางไม่ออก อาจารย์ ส. ครับ ผมไม่เคยเห็นอังกฤษหรืออเมริกามาช่วยซื้อข้าว ซื้อยางในประเทศไทยเลย กลับเป็นไอ้เจ๊กแผ่นดินใหญ่นี่ล่ะ มาซื้อข้าว ซื้อยางประเทศไทย ถ้าอาจารย์ ส. ศึกษาประวัติศาสตร์ อาจารย์ ส. ก็รู้ว่าเราเคยเป็นประเทศราชของจีนมาก่อน สมัยก่อนการตั้งกษัตริย์ในสยามนั้น จำเป็นต้องส่งทูตไปประเทศจีน เพื่อไปขอให้ฮ่องเต้ให้พร และอนุญาตให้คนๆ เป็นกษัตริย์ อาจารย์ ส. รู้หรือเปล่า ประวัติศาสตร์ตรงนี้

เอาล่ะ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ท่านผู้ชมฟังว่าอาจารย์ ส. คือลิ่วล้อฝรั่งตัวพ่อเลย มีคนเล่าให้ผมฟังหลายคน ผมมีชื่ออยู่ วันหลังถามมา ผมจะบอกให้ มีคนย้ำเตือนความทรงจำให้ผมว่า คนที่ชื่อ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ เป็นตัวแจกทุนอเมริกา แจกทุนอังกฤษ รับเงิน NGO คัดเลือกเอาคนไทยไปรับใช้ฝรั่ง ทุนตะวันตก

คุณชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย น้องรักของผม ปีนี้จะ 70 แล้ว เป็นเพื่อนสนิทของไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ (โต้ง) บอกผมว่า สมัยหนุ่มๆ ใครอยากไปเรียนต่อเมืองนอก ไปเรียนอเมริกา ไปเรียนอังกฤษ เขาแนะนำให้ไปหาอาจารย์สุลักษณ์ เพราะคอนเนกชันแกปึ้กมาก

ลินดัน ลาโรช (Lyndon LaRouche)
ท่านผู้ชมครับ มันมีคนไปค้นข้อมูลเก่าๆ ออกมาเผยแพร่ เป็นข้อมูลวารสารทางการเมืองสหรัฐฯ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2517 (ค.ศ. 1974) ชื่อลินดัน ลาโรช (Lyndon LaRouche) เขาเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวสหรัฐฯ เขาทำแมกาซีนเล่มหนึ่ง ชื่อ EIR ภาษาอังกฤษเรียกว่า Exclusive Intelligence Review เมื่อฉบับวันที่ 12 มิถุนายน 2535 (ค.ศ. 1992) ประมาณเกือบยี่สิบปีที่แล้ว หน้าปกเขาเขียนชัดเจนว่า USAID ให้การสนับสนุนการเงินกับม็อบต่อต้านการรัฐประหารในประเทศไทย เขียนชัดเจน เนื้อหาในส่วน Strategic Studies ระบุชัดเจนว่าองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของอเมริกา คือ USAID ทำงานเหมือนกับนางฟ้าทางการเงินของสิ่งที่เรียกการเคลื่่อนไหวประชาธิปไตย ซึ่งความรุนแรงก็ปะทุขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนพฤษภาคม


ทีนี้ เนื้อหาต่อมาในหนังสือเล่มนี้ยังเขียนถึงการคุยโวโอ้อวดของคุณ ส. ศิวรักษ์ บทบาทของคุณ ส. ศิวรักษ์ ในการเป็นเครื่องมือสนับสนุนของอเมริกา เขาเขียนเลยนะ Sulak's U.S. support apparatus.

แมกาซีน EIR ซึ่งตั้งมาตั้งแต่ปี 2517 พูดถึงประวัติของ ส. ศิวรักษ์ และตั้งสมญานามให้ ส. ศิวรักษ์ ด้วย ตั้งว่า JACOBINS (จาโคแบงส์)


JACOBINS คืออะไร ? หมายถึงพวกที่ปฏิวัติ ล้มระบอบกษัตริย์ในฝรั่งเศส จนตัดหัวพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 JACOBINS เป็นสโมสรทางการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส ตั้งในช่วงการประชุมสภาฐานันดร ค.ศ. 1789 จากการรวมกลุ่มของพวกต่อต้านกษัตริย์ เริ่มแรกมีสมาชิกไม่กี่คน และเป็นการรวมตัวอย่างลับๆ ก่อนที่ต่อมาจะได้พัฒนากลายเป็นกระบวนการระดับชาติที่เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้จัดตั้งสาธารณรัฐ ซึ่งมีสมาชิกกว่าครึ่งล้านคน


ท่านผู้ชมครับ อาจารย์ ส. ครับ หน้าที่ 46-47-48-49-50 ห้าหน้า 46-50 ส. ศิวรักษ์ ให้สัมภาษณ์ และ EIR ได้เปิดเผยข้อมูลว่า เครือข่าย NGO ที่สุลักษณ์ ก่อตั้งขึ้นจำนวนมาก ได้รับการสนับสนุนสำคัญทางการเงินจากหน่วยงานหลายแห่งที่ได้รับงเงินสนับสนุนโดยสหรัฐฯ ยกตัวอย่าง หน่วยงานแรกคือ Freedom House ซึ่ง Freedom House นี่เชื่อมโยงไปกับ NED ที่ผมเคยเล่าให้ท่านผู้ชมฟังหลายครั้งแล้ว National Endowment for Democracy หน่วยงานที่สองคือ Democracy in Asia ซึ่งมีบุคคลในบอร์ดเชื่อมโยงไปถึงประธานาธิบดีจอร์จ บุช หน่วยงานที่สามคือ Amnesty International


หรือองค์การนิรโทษกรรมสากล ซึ่งเป็นมือไม้ให้สหรัฐฯ ในการจุ้นจ้านเรื่องการเมืองในประเทศต่างๆ จนถึงปัจจุบันก็มีสาขาในประเทศไทย โดยต้นกำเนิดของ Amnesty International ก่อตั้งโดยหน่วยข่าวกรองอังกฤษ เมื่อปี 2504 ท่านผู้ชมครับ Amnesty International องค์การนิรโทษกรรมสากล ซึ่งมาตั้งสาขาในประเทศไทย ต้นกำเนิดเกิดจากหน่วยข่าวกรองของอังกฤษ ท่านผู้ชมอย่าเข้าใจผิด นี่คือข้อเท็จจริง

หน่วยงานที่สี่ Asia Watch มีความเชื่อมโยงไปกับ Freedom House โดยผู้ประสานงานกับ ส. ศิวรักษ์ เป็นตัวแทนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชื่อ Therese Caouette


ปัจจุบันทำงานอยู่ในองค์กรที่ชื่อ Partner's Asia หน่วยงานที่ห้า ชื่อ Asia Resource Center และหน่วยงานที่หก คือ คณะกรรมการทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน หรือ Lawyers Committee for Human Rights

ท่านผู้ชมครับ คณะกรรมการทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน บทบาทและชื่อคล้ายๆ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นต้นสังกัดของนายอานนท์ นำภา ที่ติดคุกอยู่ในปัจจุบัน


หน่วยงานนี้ได้เงินมาจากหลายแห่ง เป็นพันธมิตรกับ ส. ศิวรักษ์ ในการโจมตีในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อที่จะใส่ความบนเวทีโลก ขนาดรัชกาลที่ 9 ส. ศิวรักษ์ กับหน่วยงานนี้ ร่วมมือกัน โจมตีในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าการนิรโทษกรรมอดีตนักโทษสุจินดา คราประยูร ของในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้น เป็นเรื่องผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

อาจารย์ ส. ครับ พอผมได้ข้อมูลพวกนี้แล้วผมมาวิเคราะห์มองย้อนหลัง ผมว่าอาจารย์ ส. เป็นโมฆบุรุษนะ จนวันนี้คุณยังไม่เข้าใจอีกหรือว่ารัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านเรียก พล.อ.สุจินดา คราประยูร กับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เข้าไป เพื่อที่จะให้เลิกราต่อกัน เอาความสามัคคีกัน เพื่อไม่ให้มีการนองเลือด


พระองค์ท่านถึงนิรโทษกรรมให้ คุณยังไม่เข้าใจ เพียงแค่นี้ นี่คือความสงบสุขของชาติบ้านเมือง ที่คุณด่าผมว่าขวาจัด ผมยังเข้าใจเลย แต่คุณนี่ปัญญาชนสยามที่ใครก็ไม่รู้ตั้งคุณมาเป็นปัญญาชนสยาม คุณยังไม่เข้าใจเรื่องแค่นี้ แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรที่มาว่าผมกะล่อน

อ้างอิงเรื่องนโยบายกฎหมายระหว่างประเทศ เชื่อมโยงไปยังสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งสมาคมนี้ก็ได้รับเงินอุดหนุนจากมูลนิธิฟอร์ด (Ford Foundation) รวมไปถึงมูลนิธิเอเชีย ที่เขาเรียกว่า Asia Foundation ท่านผู้ชมครับ ทั้งหมดนี้เกี่ยวพันกับ ส. ศิวรักษ์ หมด ทั้งหมดนี้ผมไม่ได้คิดขึ้นมาเองนะท่านผู้ชม อาจารย์ ส. ผมไม่ได้กล่าวขึ้นโดยลอยๆ นะ อาจารย์ ส. ไปดาวน์โหลดอ่านวารสาร Exclusive Intelligence Review ฉบับวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2535 รู้สึกว่าจะสามารถดาวน์โหลดเปิดอ่านย้อนหลังได้ ผมยิ่งอ่านยิ่งเข้าใจว่าทำไม ส. ศิวรักษ์ ถึงต้องออกมาหนุนเด็กม็อบสามนิ้ว ทำไมจะต้องเต๊ะจุ๊ยทั้งๆ ที่แก่จะตายแล้ว ถือไม้เท้าออกเดินนำหน้าไผ่ ดาวดิน ดึงต่างชาติเข้ามาแทรกแซงการเมืองไทยอย่างไร NGO ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Freedom House, Amnesty International หรือทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รวมทั้งองค์กรใหม่ที่ตั้งขึ้นที่อ้างชื่อว่าเพื่อประชาธิปไตย เพื่อสิทธิมนุษยชน อีกมากมาย ทำไมมันเข้ามายุ่งเกี่ยว จุ้นจ้านกับการเมืองไทยอย่างไม่หยุดยั้ง


มาเลย ปากกล้าขาสั่น ส. ศิวรักษ์ อาจารย์ ส. ครับ อาจารย์ ส. โดนดำเนินคดีมาตรา 112 ไม่ต่ำกว่า 4-5 ครั้ง ทุกครั้งที่โดนดำเนินคดี อาจารย์ ส. ก็จะมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ มีไมค์จ่อปาก ก็จะบอกว่า ถ้าใครมาเชิญ ผมก็พูดตามเดิม อยากจับผม ก็จับ ผมอายุ 85 ปีแล้ว ติดคุก 15 ปี ผมฉลอง 100 ปี ในคุก ไม่เป็นไรหรอก ตื่นเต้น พูดเมื่อ 2557 อาจารย์ครับ ผมไม่อยากใช้คำว่า ถุ ... อาจารย์พูดอะไร อาจารย์อายตัวเองบ้างไหม แต่พอลับหลัง คนใกล้ชิด ลูกศิษย์ลูกหารู้ดีว่าอาจารย์ ส. วิ่งตีนขวิดเข้าหาทางโน้นที ทางนี้ที ขอความเห็นใจว่าอายุมากแล้ว อาจารย์รู้ไหมคนในรั้วในวังเขาเบื่อ เอือมระอมอาจารย์มากเลย คนอย่างนี้ภาษานักเลงเขาเรียกว่า "ปากกล้า ขาสั่น" ผมยังไม่รู้เลย อาจารย์ ส. ถ้าวันนั้นโดนเหมือนที่ผมโดนยิง 200 นัด วันที่ 17 เมษายน 2552 ผมว่าอาจารย์ ส. ช็อกตายไปแล้วมั้งตอนนั้น

อาจารย์ ส. ครับ หลายๆ คนเขาต้องช่วยเขียน ช่วยยื่นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ในหลวงท่านก็ทรงเมตตาพระราชทานอภัยโทษ มีข่าว มีข้อมูลเผยแพร่เต็มไปหมด

ความทรงจำของผม ผมเป็นนักข่าว อาจารย์ ส. ผมยังจำเรื่องราวอาจารย์ ส. ได้ แล้วพวกที่แวดล้อมอาจารย์ ส. ผมรู้จักทุกคน อเนก เหล่าธรรมทัศน์ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อาจารย์สังศิต เอย

อเนก เหล่าธรรมทัศน์ - ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ - สังศิต พิริยะรังสรรค์
คนโน้นคนนี้เอย สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ผมรู้จักดี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาจารย์ไม่เพียงแต่วิ่งเต้นล็อบบี้เอาตัวรอดจากคดีความ ความทรงจำของผมยังดี ย้อนไปปี 2541 ตอนนั้นมีการวางท่อก๊าซไทย-พม่า สมัยนั้น นายกฯ ยุคนั้นคือคุณชวน หลีกภัย แต่ผมไม่ได้บอกว่าถูกหรือผิดนะ อาจารย์ ส. ทำเท่ ไปนอนขวางท่อก๊าซ ปรากฏว่ามาเจอกับคนขาลุย บ้าเลือด อย่างเช่น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ก็จับตัวไปเลยในวันที่ 6 มีนาคม 2541 จับเข้าคุกเลย ปรากฏว่าอาจารย์ ส. วิ่งหาคนโน้นคนนี้ ร้องไห้ ให้โต้ง ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สังศิต พิริยะรังสรรค์ ขอให้ช่วยพูดกับ เสธ.หนั่น ตอนนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีฯ มหาดไทย ช่วยเรื่องคดี สุดท้ายแกก็รอดคดีจริงๆ 2549 ศาลยกฟ้อง

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์
พอรอดคดีออกมา อาจารย์ ส. ก็มาปากเก่ง สั่งสอนคนโน้นที คนนี้ที อันนี้เขาเรียกว่าคนเนรคุณ หรือโมฆบุรุษครับ ผมอาจจะไม่ถึงขนาดนั้นครับ อาจารย์ ส.

ท่านผู้ชมครับ วันนี้ท่านผู้ชมลองชั่งน้ำหนักตัดสินใจเอาเองว่าคนที่ชื่อ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ผม สนธิ ลิ้มทองกุล ใครมันเลวกว่าใคร ใครกะล่อนกว่าใครกันแน่


ท่านผู้ชมครับ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 4-5 วันที่ผ่านมานี้ อัยการได้นำตัวแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎรจำนวน 18 คน ท่านผู้ชมคงได้อ่านข่าวนี้แล้ว ฟ้องต่อศาลอาญา ปรากฏว่าศาลให้ประกัน 15 คน คนละ 35,000 บาท ส่วนบางคน อีก 3 คน ศาลไม่ให้ประกัน คนที่ไม่ได้รับประกันตัวมีอยู่ 3 คน คือ คุณปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ภาณุพงศ์ จาดนอก (ไมค์) จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน)

18 คนนี้โดนข้อหามาตรา 116 คือ ยุยงปลุกปั่น ผิดมาตรา 116 และข้อหาอื่นๆ แล้ว เผอิญ 3 คนนี้ยังถูกเพิ่มอีก 1 ข้อหา คือ หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ อาญามาตรา 112 รวมทั้งหมด 11 ข้อหา


หลายคนก็ไม่สบายใจที่ถูกจำคุกแล้วไม่ได้รับการประกันตัว แน่นอนที่สุด คนที่มีคดีในศาล สิ่งแรกที่ต้องการได้มากที่สุดก็คือการประกันตัวเพื่อออกมาสู้คดี แต่ในระบบกระบวนการยุติธรรมบ้านเรา ซึ่งเป็นระบบกล่าวหานั้น มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ศาลจำเป็นต้องพิจารณาถึงความหนัก ความเบา ของคดี ถามว่ามีการไม่ให้ประกันตัวคนเยอะไหม ? มี มากมาย ไม่ใช่แค่เฉพาะ 112 หลายคดี แม้กระทั่งการฉ้อโกงประชาชน ไม่ให้ประกันตัวก็มี ไม่ใช่ไม่มี

ทีนี้ หลักเกณฑ์การให้ประกันตัว หรือไม่ให้ประกันตัวนั้น เขาดูที่เนื้อหาสาระของคดี ผมเข้าใจว่าคดี 112 ของสามคนที่ผมเอ่ยชื่อไป คือ รุ้ง ไมค์ และไผ่ นั้น น่าจะเป็นคดี 112 ซึ่งโทษสูง โทษจำคุกสามปีถึงสิบห้าปี ต้องถือว่าสูง ประการหนึ่ง ศาลท่านก็ยังให้ประกันตัวที่ผิดมาตรา 116 คิดแค่ 35,000 บาท เอง แสดงว่าที่ไม่ให้ประกันตัวเด็กสามคนนั้น เพราะเป็นคดี 112 กล่าวอาฆาตมาดร้าย หมิ่นประมาท องค์พระมหากษัตริย์ และไม่ใช่ทำเพียงครั้งเดียว ทำมาหลายครั้ง ศาลก็ไม่ให้ประกันตัว


การไม่ให้ประกันตัว ก็ไม่ได้ไปปิดกั้นการสู้คดีเลยนะ ของเด็กทั้งสามคนนั้น ท่านผู้ชมครับ ผมพูดจาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ในรายการที่ออกเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 ผมบอกแล้ว ทุกอย่างที่ผมพูดมีที่มาที่ไปหมด ว่า คุณจำเอาไว้นะ แล้วพวกคุณจะโดนคดีเป็นหางว่าว เฉพาะวันที่อัยการส่งฟ้องเมื่อวันที่ 8 มีนาคมนี้ แต่ละคนโดนไป 11 คดี มีของเก่า ของใหม่ ของเก่า ของใหม่ ใส่ไป ท่านผู้ชมครับ ผมเตือนเด็กๆ ไปแล้วว่าตำรวจเขาฉลาด ทำไมผมถึงเตือน ? เพราะผมรู้ ผมผ่านมาแล้ว ว่าตำรวจวิชามารเขาเยอะ เขาให้คุณออกฤทธิ์ออกเดชเต็มที่ เสร็จแล้วเขาก็บันทึกวิดีโอไว้ เขาจดบันทึกเอาไว้แล้วเขาก็ดำเนินคดีทีละข้อหาๆๆ ผมบอกไปตั้งนานแล้วว่าอย่าไปยั่วยุตำรวจ อย่างมากที่สุดคุณก็ผิดในกรณีของการกีดขวางการจราจร แต่ถ้าคุณเข้าไปร่วมถึงขนาดที่เล่นกันแรงๆ แบบนี้ คุณก็บอกว่าตำรวจเล่นแรง แต่ประชาชนที่เห็นภาพในทีวีก็เห็นว่าคุณก็เล่นแรงเหมือนกัน มีการขว้างระเบิดปิงปองใส่เข้าไปเป็นสิบลูก มีการยืนบนตู้คอนเทนเนอร์ แล้วก็เยี่ยวใส่หัวตำรวจ มีการขว้างปากัน ทำลายสิ่งกีดขวาง ผมบอกแล้วว่าถ้าคุณจะสันติ อหิงสาจริงๆ คุณต้องถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว

สมัยที่ผมประท้วงอยู่เมื่อปี 2551 พวกผมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว ถูกตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ ถูกตำรวจทำร้ายร่างกายจนพวกผมตายเป็นสิบกว่าคน เกือบยี่สิบคน พิการอีกนับสิบ บาดเจ็บอีกเกือบร้อยคน เพราะฉะนั้นแล้ว คุณก็รู้ว่าคุณคุมอารมณ์ของผู้ประท้วงไม่ได้ เมื่อคุณรู้ว่าคุณคุมอารมณ์ของผู้ประท้วงไม่ได้ คุณจะปล่อยไปตามยถากรรมได้อย่างไร เพราะคุณทะลึ่งเป็นแกนนำ คุณก็ต้องรับผิดชอบไป เพราะฉะนั้นการที่ศาลไม่ให้ประกันตัวคุณรุ้ง คุณไมค์ และคุณไผ่นั้น เป็นสิ่งที่ไม่ได้มีอะไรน่าประหลาดใจ และเป็นปกติธรรมดาของดุลพินิจของการไม่ให้ประกันตัวอยู่แล้ว

ทีนี้ มันน่าจะจบเพียงแค่นี้ แต่มันไม่จบ เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีแถลงการณ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันเดียวกันเลย วันที่ 8 ออกแถลงการณ์เลย ขอพักโทษชั่วคราว กลัวเด็กไม่ได้เรียน คือสรุปใจความว่าแถลงการณ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอให้หน่วยงานรัฐดำเนินการตามกฎหมาย ให้คำนึงถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของผู้ถูกจับกุม ขอพิจารณาการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการต่อสู้คดี เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสในการศึกษาเล่าเรียน ท่านผู้ชมตามผมมา


สิทธิในกระบวนการยุติธรรมของผู้ถูกจับกุมนั้น มี แต่สิทธิการได้ประกันตัวหรือไม่นั้น อยู่ที่ดุลพินิจของศาล อย่างที่ผมเรียนให้ทราบ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วทุกคนโดนคดีอะไรก็ตาม ก็มีสิทธิที่จะได้ประกันตัวหมดสิ มันต้องขึ้นอยู่กับความหนัก-เบาของเรื่อง ถามว่า ไม่เห็นผิดอะไรเลย แค่หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ จะไม่ผิดได้อย่างไร ก็มาตรา ... คือ ท่านผู้ชมครับ ด้วยความเป็นธรรม ศาลท่านพยายามไม่เข้าข้างใคร แต่ท่านยึดถือตัวบทกฎหมายเป็นหลัก เมื่อคุณทำผิดกฎหมายปั๊บ ศาลก็ต้องว่าไปตามตัวบทกฎหมาย เมื่อตัวบทกฎหมายบอกแล้วว่ามาตรา 112 กรณีที่เด็กสามคนนี้ทำนั้น มีโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี ต้องถือว่าเป็นโทษเยอะ เขาก็เลยมีสิทธิที่จะใช้ดุลพินิจไม่ให้ประกันตัว

ทีนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ออกแถลงการณ์ ว่า "...มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะสถาบันการศึกษา ซึ่งมีพันธกิจในการสร้างองค์ความรู้ การจัดการเรียนการสอน และการดูแลกิจการนักศึกษา จึงมีความกังวลและความห่วงใยในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้ถูกจับกุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งควรมีโอกาสในการศึกษาเล่าเรียนและการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงออกแถลงการณ์ฉบับนี้เพื่อแสดงข้อความห่วงกังวลดังกล่าวข้างต้นไปยังหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาการดำเนินการตามกฎหมายโดยคำนึงถึงความเป็นธรรม สิทธิและเสรีภาพ สวัสดิภาพของผู้ถูกจับกุม และพิจารณาให้ผู้ถูกจับกุมได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งมีสิทธิในการต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ ..." ท่านผู้ชมตามผมมานิดหนึ่ง เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง

จากแถลงการณ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมมีข้อสงสัยอยู่บางประเด็น ในเรื่องสิทธิเสรีภาพที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อ้างอิงตลอดเวลา ผมเห็นด้วย แต่ว่า ถ้าคนทำผิดกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำอีก จะให้ละเว้นได้อย่างไร ท่านผู้ชมจำได้ไหมว่า ตอนแรกๆ ที่ศาลปล่อยตัวชั่วคราว แล้วศาลกำชับว่าอย่าทำผิดอีกนะ อย่าไปชุมนุมอีกนะ ถ้าคุณไม่ไปอีก คุณจะโดนได้อย่างไร แต่เผอิญคุณไปผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก เขาจะละเว้นได้อย่างไร เพราะตอนให้ประกันตัวเขาระบุชัดเจนว่าห้ามกระทำผิดซ้ำเติมอีก

ข้อที่สอง เรื่องการพิจารณาการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการต่อสู้คดี เพื่อให้นิสิต นักศึกษา ได้มีโอกาสในการศึกษาเล่าเรียน ท่านผู้ชมครับ การอ้างว่าให้ปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาเล่าเรียนนั้น สำหรับผมแล้ว ฟังไม่ขึ้น ท่านผู้ชมฟังขึ้นไหม เพราะเด็กพวกนี้ถ้าอยากเรียนทำไมไม่ตั้งหน้าตั้งตาเรียนตั้งแต่แรก พอโดนดำเนินคดี ทะลึ่งอยากจะขอเวลาเรียนขึ้นมาทันที แต่ก่อนหน้านั้นไม่สนใจเลย ไม่เข้าเรียนด้วย

ในเรื่องนี้ผู้ที่ต้องแสดงความรับผิดชอบต่ออนาคตนักศึกษาด้วยกันคือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เอง คุณอ้างว่าคุณมีพันธกิจในการสร้างองค์ความรู้ แต่ในความเป็นแหล่งเพาะปลูกปัญญาเยาวชน มหาวิทยาลัยฯ กลับไม่เคยห้ามปรามนักศึกษาของตัวเอง ไม่เคยเตือนเด็กเลยว่าการกระทำแบบไหนถือว่าเป็นการเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพของตัวเอง และการกระทำแบบไหนเป็นการล้ำเส้นไปเรื่องผิดกฎหมาย เมื่อพลาดขึ้นมาแล้วก็ต้องเข้าคุกเข้าตะราง ตัดอนาคตตัวเอง อาจารย์ ท่านอธิการบดี ท่านรองหลายๆ รอง บางรองที่ผมเคยเอ่ยชื่อถึง เคยเตือนเด็กบ้างไหม ธรรมศาสตร์เคยออกแถลงการณ์บ้างไหมให้นักศึกษาทั้่งหมด บอกว่าสิทธิเสรีภาพ โอเค ทำแค่ไหนถึงถือว่าไม่ล้ำเส้น ทำการล้ำเส้นแบบไหนถึงถือว่าผิด ให้ระวังตัว อย่าทำผิดกฎหมาย คุณก็ไม่เคย คุณปล่อยฟรี

แล้วในทางกลับกัน เมื่อคุณไม่เตือน แล้วคุณยังออกมาปกป้องตัวเอง ท่านผู้ชมครับ อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครับ แถลงการณ์ที่คุณออกมานั้น ใครเป็นคนออกแถลงการณ์ ? ไม่ได้ระบุชื่อเลย ถ้าแน่จริง อธิการบดีเซ็นมาสิ อธิการบดี รองอธิการบดีทุกคน เซ็นไปเลย ไม่มี เป็นแถลงการณ์เปล่าๆ อาจจะมีใครแอบอ้างขึ้นมาก็ได้ ถ้าแน่จริงอาจารย์ลงชื่อไปเลย ออกหน้ากันชัดๆ ให้ครบกันทุกคน อย่าเป็นอีแอบยุส่งจนส่งเด็กๆ เข้าแถวเข้าคุกกัน หรือว่าพวกคุณก็กลัวคดี 112 เหมือนกัน ?

ท่านผู้ชมครับ จำได้ไหม วันที่ 19 กันยายน 2563 เมื่อรุ้ง ปนัสยา ขึ้นเวทีชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อ่านแถลงการณ์ 10 ข้อ แล้วโดนดำเนินคดีมาตรา 112 แบบนี้ การที่มหาวิทยาลัยฯ ยินยอมให้ใช้สถานที่ในวันนั้น สมควรจะมีความผิดด้วยไหม ?

 รองศาสตราจารย์เกศิณี วิฑูรชาติ
ท่านอธิการบดี รองศาสตราจารย์เกศิณี วิฑูรชาติ ที่มาจากคณะบัญชี ช่วยตอบผมหน่อยได้ไหม แล้วทำไมมหาวิทยาลัยอื่น เด็กที่โดนจับ คงจะเรียนที่อื่นด้วย ไม่ใช่แค่ธรรมศาสตร์ ทำไมมหาวิทยาลัยอื่นเขาไม่เรียกร้องให้เด็กกลับไปเรียนหนังสือ ทุกมหาวิทยาลัย ราชภัฏ โน่นนี่นั่น ก็น่าจะทำหนังสือเรียกร้องและเซ็นโดยอธิการบดี ว่า เด็กจำเป็นต้องเรียนหนังสือ ทั้งๆ ที่ตรรกะนี้เป็นตรรกะหัวแม่ตีน ฟังไม่ขึ้น พอมีเรื่องก็บอกขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว เด็กจะได้กลับไปเรียนหนังสือ แต่ก่อนจะมีเรื่องไม่ได้บอกเด็กว่าอย่าทำนะ ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง ความพิกลพิการไม่ใช่ระบบการศึกษาบ้านเรานะ ความพิกลพิการของผู้บริหารสถาบันการศึกษาของเรา ก็เป็นเช่นนี้แล

ท่านผู้ชมครับ เหมือนอย่างที่ผมพูดไว้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่ารายการวันศุกร์นี้ คือวันนี้ ผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ทำไมผมถึงพูดเช่นนั้น ? ผมมีความคิดอย่างนี้ท่านผู้ชม ผมคิดว่า หน่วยงานรัฐทุกหน่วยงาน ไม่เฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรจะถูกสื่อมวลชนตรวจสอบได้ บางครั้งสื่อมวลชนอาจจะไม่มีโอกาสทำหน้าที่นี้ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ หรือสื่อออนไลน์ หรือโทรทัศน์ทั่วไป แต่สื่อมวลชนในลักษณะเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ข่าว น่าที่จะทำหน้าที่แทนท่านผู้ชม

ตีซะว่าวันนี้ ผมถือว่าท่านผู้ชมคือสภาประชาชนก็แล้วกัน ยอดคนติดตามรายการนี้ ทั้งยูทูบ ทั้งเฟซบุ๊ก 3 ล้านกว่าคน ยอดคนเข้า 28 วันที่แล้ว ที่ผ่านมา ถ้าดูตัวเลขแล้วเกือบ 40 ล้านคน ผมถือว่าในบรรดาทั้งหมดนี้คือสภาประชาชนก็แล้วกัน การที่สื่อมวลชนคนๆ หนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผม กล้าที่จะมาแตะต้ององค์กรที่หลายๆ สื่อมวลชนไม่กล้า อาจจะเป็นเพราะกลัว หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเกรงในความเป็นตำรวจ สำหรับผมแล้ว ไม่มีความหมาย

ท่านผู้ชมครับ ที่ผมจำเป็นต้องทำเรื่องนี้เพราะว่าผมอยากจะสร้างบรรทัดฐานเอาไว้ ว่าใครก็ตามถ้ากินเงินภาษีอากรของราษฎรแล้ว ได้ตำแหน่งแห่งที่ ได้ยศฐาบรรดาศักดิ์ จำเป็นที่จะต้องรับใช้ประชาชน อย่างซื่อสัตย์ ข้อแรก โปร่งใส ข้อที่สอง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ข้อที่สาม และข้อที่สี่ ที่สำคัญที่สุด คือ ตัวเองต้องสามารถตอบคำถามหลายๆ คำถามที่ประชาชนตั้งข้อสงสัย ผมขออนุญาตวันนี้เป็นตัวแทนของท่านผู้ชมทุกๆ ท่านที่เข้ามาดูรายการนี้


ท่านผู้ชมครับ หลายคนถามผมว่า ผมมีอะไรกับคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข หรือเปล่า สาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมไม่รู้จักคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เจอตัวยังไม่เคยเจอเลย คุยด้วยก็ไม่เคยคุย ไม่เคย ไม่รู้จัก เพราะฉะนั้นแล้ว ความรู้สึกส่วนตัวที่ผมมี ที่ชอบหรือไม่ชอบคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ส่วนตัว เพราะว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวไม่มีซึ่งกันและกัน เป็นเพียงแต่ว่า ชอบ หรือไม่ชอบ อยู่ที่ผลงานของคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ไม่ได้อยู่ที่ความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่ใช่ว่าผมไปเจอแล้วผมหมั่นไส้เลยออกมาพูด ไม่ใช่ แต่ผมพูดถึงเขาวันนี้ ผมมีหลักฐาน ผมมีข้อมูล และผมอธิบายทุกๆ จุดที่ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ได้หมด ไม่เหมือนที่คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ได้แถลงออกมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ในเรื่องการที่ส่ง พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก และผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงมา ซึ่งตรงนั้นเดี๋ยวผมจะชี้ว่าพิรุธจับผิดการพูดจาของคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข มีอยู่ตรงไหน

ก่อนจะเข้าเรื่องผมต้องเรียนให้ท่านผู้ชมทราบก่อน และอาจจะให้คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข และทีมงานทราบ ผมรู้จักตำรวจมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่สมัย พ.ศ. 2532 ผมสนิทกับ พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ

พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์
หลายคนก็พูดบอกว่า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ นั้นเป็นลูกชายของ พล.ต.อ.แสวง มิน่า ผมถึงเชียร์ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ไม่ใช่นะครับ ผมไม่เคยเชียร์คุณสุชาติ ธีระสวัสดิ์ เลยแม้แต่นิดเดียว มิหนำซ้ำในช่วงที่ผมนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อสู้กับระบบทักษิณอยู่นั้น ผมเอง และพันธมิตรฯ ก็ยังขัดแย้งกับ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ในหลายๆ เรื่อง แต่ผมคิดว่า พล.ต.อ.สุชาติ ในขณะนั้น ทำงานตามคำสั่งของนายเขา นายเขาคือ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในเวลานั้น ผมก็เลยไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะฉะนั้นแล้ว จะไม่เกี่ยวกับความรู้สึกส่วนตัว

พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์
ตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ ไม่ใช่เพียงแค่นั้น ต่อมาถึงยุคพี่หวัด พล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ และมาถึงพี่ทิน พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ ซึ่งมีฉายานามเยอะ แล้วคุณประทิน ก็เป็นคนที่โผงผาง มาถึง พล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา ซึ่งมีมือขวาคือพี่ศรี คนในวงการตำรวจรู้จักดี แล้วมาถึงประชา พรหมนอก พี่ประชา ตั้งแต่ 2539 จนถึง 2541 เพราะฉะนั้นแล้ว 2532 เป็นต้นมา ผมสนิทสนมกับอธิบดีตำรวจ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาแทบจะทุกคน การสนิทสนมนี้ไม่ได้แปลว่าผมได้สิทธิพิเศษอะไร ไม่ใช่ว่าผมจะไปเปิดบ่อนโน่นนี่นั่น ท่านผู้ชมครับ คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข และลูกน้องครับ คุณคงไม่รู้ว่าผมเคยสอนโรงเรียนผู้กำกับ และโรงเรียนผู้การมา 3 ปี ผมอยู่ในท่ามกลางความขัดแย้งในยุคนั้น ระหว่าง พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค กับ พล.ต.ท.บุญชู วังกานนท์ ในเรื่องคดีโกโหลน


ซึ่ง พล.ต.ท.บุญชู วังกานนท์ เป็นรุ่น 5 ที่ตามฟาดฟัน พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค เหตุผลเพราะ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค นั้น ยืนอยู่ข้างรุ่น 7 เพราะฉะนั้นแล้ว ตำนานพวกนี้ ประวัติศาสตร์พวกนี้ อยู่ในหัวผมหมด และผมมีประสบการณ์ผ่านมา ผมเคยสอนโรงเรียนผู้การ โรงเรียนผู้กำกับ คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รู้ไหมว่าใครเป็นลูกศิษย์ผมบ้าง เอาแค่คนเดียวก็พอ พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ น้องชายพี่หวัด นั่นคือลูกศิษย์เรียนหนังสือกับผม เพราะฉะนั้นแล้ว อย่าได้เข้าใจผิดว่าผมไม่รู้เรื่องตำรวจ ผมรู้ลึก ลึกมากๆ จนกระทั่งเรื่องบางเรื่องผมยังไม่ยอมพูด

พล.ต.อ.อชิรวิทิย์ สุพรรณเภสัช คนที่เปิดหน้าชกกับผู้คนทั่วไปหมด พูดจาโผงผาง ไม่เข้าหูใคร ก็สนิทสนมกับผม ที่เขาเรียกกันว่า ป๋อม ผมยังไม่รู้เลยว่าช่วงที่ผมรู้จัก พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ ตั้งแต่ปี 2532 เป็นต้นมา คุณสุวัฒน์ อยู่ที่ไหน คุณเป็นเด็กน้อยอยู่ที่ไหน ผมวันนี้อายุ 73 ปี ผมอายุมากกว่าคุณ 15 ปีเต็มๆ และไม่ใช่รู้จักแค่นั้น พี่วี พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ อดีตผู้การใต้ รู้จักหมด สมคิด บุญถนอม มือขวาของพี่วี พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ตอนหลังขึ้นไปเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 รู้จัก พี่เขต เพราะฉะนั้นแล้ว วงการตำรวจ วิชามารมีอะไร ตรงไหน อย่างไร ผมรู้หมด แม้กระทั่งอัศวิน ขวัญเมือง

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง สมัยก่อน ผมยังจำได้เหตุการณ์ที่ด่านช้าง ที่ พล.ต.ต.สล้าง บุนนาค ตอนนั้นคุม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ซึ่งตอนนั้นเป็นรองผู้การกองปราบ ให้ไปปราบโจรที่ชื่อไอ้โจ ด่านช้าง และผมก็รู้ว่ามีการยิงกันในแพ ผมรู้หมด


เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งหนึ่งซึ่งผมปิดตาข้างหนึ่งได้ก็คือว่า สำหรับผมแล้ว เรื่องอะไรที่ตำรวจทำชั่วเอาไว้ ผมยังพอที่จะกล้ำกลืนได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอบายมุข เก็บส่วยพนัน แต่สิ่งเดียวที่ผมรับไม่ได้เด็ดขาดก็คือว่า ตำรวจที่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ผมรับไม่ได้ และผมก็คิดว่าตำรวจส่วนใหญ่จะรับไม่ได้ จะมีบางส่วนเท่านั้นเองที่รับได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมเข้าใจเสียก่อน และคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เข้าใจตรงกัน ผมไม่มีอะไรกับคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข วันนี้ผมเนื้อๆ ทั้งสิ้น เอาธรรมนำหน้า คือเอาความจริงมาพูด เพราะฉะนั้นแล้ว ขอให้เข้าใจก่อนว่าไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ไม่ใช่มีอคติ และเมื่อผมอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ผมจะเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ผมเห็นว่าคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ทำอะไรไม่ถูก ทำอะไรไม่เหมาะสม แล้วละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เช่นไรบ้าง ปกปิดประชาชน มีหมดทุกข้อหา และมีหลักฐานให้ดู พร้อมกับบางอย่างอาจจะไม่สามารถฟันธงไป แต่ผมจะตั้งข้อสงสัยให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ถาม แล้วผมจะตบท้ายด้วยความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข จากการทำซูเปอร์โพลเมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อมายืนยันสิ่งที่ผมพูดว่าจริงหรือไม่จริง

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข มีชื่อเล่นว่า ปั๊ด เหมือนกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ชื่อเล่นชื่อ แป๊ะ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ชื่อเล่นชื่อ ใหม่ เกิดวันที่ 20 ธันวาคม 2504 เกษียณอายุปีหน้า (2565) 30 กันยายน เป็นคนอำเภอคลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา

คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 20 รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก ความสนิทสนมระหว่าง พล.ต.อ.สุวัฒน์ กับ พล.อ.อภิรัชต์ นั้น สนิทสนมกันมาก รักกันมากเลย เห็นได้ชัดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2563 เมื่อคุณอภิรัชต์ คงสมพงษ์ เกษียณอายุราชการ และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองราชเลขาธิการ ในสำนักงานราชเลขาธิการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ตอนที่คุณอภิรัชต์ คงสมพงษ์ เข้าสู่พิธีอุปสมบทที่วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็เข้าร่วมงานด้วย


เดินตาม พล.อ.อภิรัชต์ อย่างใกล้ชิด สนิทกันขนาดไหน ? ก็ขนาด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ซึ่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อนรัก ที่เคยส่งเสริม อุปสมบท ยังไม่มี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เดินตามเลย แต่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เดินตาม พล.อ.อภิรัชต์

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เป็นนักเรียนนายร้อย รุ่น 34 รุ่นเดียวกับอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จักรทิพย์ ชัยจินดา รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รับราชการครั้งแรกเมื่อปี 2526 อีก 6 ปี 2532 ก็เป็นปีที่ผมสนิทสนมกับ พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ แต่ตอนนั้นคุณสุวัฒน์ เป็นรองสารวัตร สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก ส่วนใหญ่แล้วก็จะทำงานอยู่ที่นครบาล สิงห์นครบาล ตำแหน่งในปี 2553 เป็นผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6

ท่านผู้ชมครับ พลตำรวจตรี ในปี 2553 มาถึงกันยายน 2564 สิบปีพอดี สิบปี จากพลตำรวจตรี ขึ้นไปเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต้องถือว่าเร็วมาก อาจจะเป็นเพราะว่าคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เป็นคนที่มีบุญ มีวาสนา คลุกคลีงานทางด้านการสืบสวนสอบสวนมานาน เป็นผู้กำกับการโรงพัก ผู้กำกับสืบสวน โลดแล่นในนครบาลหลายตำแหน่ง เผอิญตอนที่อยู่ร่วมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กลายเป็นดรีมทีมของจักรทิพย์ ชัยจินดา จักรทิพย์ ชัยจินดา ก็ส่งเสริมเพื่อนรักคนนี้ เอาเข้ามาร่วมในงานทุกงาน เรื่องกราดยิงที่โคราช เรื่องระเบิดวินาศกรรมใน กทม. ก็มีชื่อสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เข้ามา


ท่านผู้ชมครับ ในห้วงเวลา 5 ปี ที่จักรทิพย์ ชัยจินดา เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เขาได้ผลักดันเพื่อนรักของเขา คือ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ให้เติบโตในตำแหน่งแบบก้าวกระโดด จากรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยศพลตำรวจตรี ขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร. ยศพลตำรวจเอก และขึ้นเป็น ผบ.ตร. ในที่สุด เหมือนกับการวางหมากเอาไว้ ปูทางไว้อย่างดี เพราะแต่ละตำแหน่งล้วนแต่เป็นตำแหน่งที่สำคัญ เปิดโอกาสให้โชว์ฝีมือด้วยการทำงานเฉพาะงานที่ถือว่าเป็นหัวใจของข่าวและความมั่นคง


พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เคยเป็นผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล และสันติบาลนั้นมีชุดและเครื่องมือดักฟังโทรศัพท์ ไลน์นี่เช็กได้หมดเลยว่าใครไลน์อะไร ว่าอะไรมาบ้าง ใครพูดในไลน์เท่าไร เพราะฉะนั้นแล้ว ผมจะไม่ประหลาดใจถ้าโทรศัพท์ผมจะถูกตรวจสอบอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งผมเชื่อว่ามีการตรวจสอบ แต่ผมไม่รู้ว่าหมาที่ไหนสั่งให้ตรวจสอบ สุนัขตัวไหน และการตรวจสอบโทรศัพท์ผม ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ ผมถูกตรวจสอบมาตั้งนานแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชม หรือเพื่อนๆ ผม ที่คุยกับผม จะรู้สึกว่าช่วงหลังๆ นี่ผมจะกล่าวคำหยาบคายมากเป็นพิเศษ ผมให้ของลับตลอดเวลา อย่าโกรธผมนะ ผมไม่ได้ให้คุณ ผมให้คนที่แอบฟังโทรศัพท์ผม

ท่านผู้ชมครับ ผมจะเริ่มจากการทำงานของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ก็แล้วกัน เอาเป็นเรื่องๆ ไป ท่านผู้ชมครับ เรามาร้อยเรียงเรื่องราวของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นิดหนึ่ง

ทันทีที่ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะด้วยหลงคารมลูกน้อง หรือตัวเองต้องการแสดงออกว่าตัวเองมีความสามารถ คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ขึ้นมาเป็น ผบ.ตร.แค่วันเดียว ก็รีบเอาหน้าหวังเกาะกระแส ตั้งโต๊ะ เป็นคนที่หิวแสง แสดงความคืบหน้าคดีน้องชมพู่


ท่านผู้ชมครับ แต่ถึงวันนั้น ตั้งแต่ตั้งโต๊ะวันที่ 2 ตุลาคม ผ่านมา 5 เดือน เข้าเดือนที่ 6 แล้ว คดีนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป จับตัวคนที่ฆ่าน้องชมพู่ไม่ได้ จนกระทั่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข วันที่ 21 มกราคม 2564 ผมมีวัน ว. เวลา น. หมด กล่าวถึงการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่อยู่หมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ท่านผู้ว่าอย่างไรรู้ไหม ? ตำรวจทุกคนฟังให้ดีๆ "บาปบุญมีจริง ท่านก็หนีได้ชั่วคราว ถ้าเหนื่อยก็ให้มาจับเข่าคุยกันดีกว่าว่าเหตุเกิดจากอะไร" ท่านผู้ชม ผมตกใจมาก ท่าน ผบ.ตร.พูดอย่างนี้ ประชาชนก็งงว่า เอ๊ะ หมายความว่าอย่างไร เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจว่าตำรวจจะเอาอย่างไร ประสิทธิภาพมีไหม สร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้หรือไม่ แต่กลับเป็นประเด็นที่ถูกเบี่้ยงเป็นเรื่องไสยศาสตร์บ้าง เป็นเรื่องดรามาชีวิตลุงพลบ้าง จนชาวบ้านที่อยากรู้ข้อเท็จจริงเบื่อหน่ายที่จะได้ยินได้ฟัง

จากคดีที่ควรคลี่คลายข้อเท็จจริงด้วยการทำงานของตำรวจ ด้วยพยานหลักฐาน และสามารถจับผู้ร้ายมาลงโทษ เรียกศรัทธาความเชื่อถือของตำรวจ คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แทนที่จะสวมบทผู้นำเหล่าพิทักษ์สันติราษฎร์ ทำความจริงให้ปรากฏ กลับผสมโรงคลุกน้ำเน่า ลงปลักดรามาไปกับเขาด้วย ชนิดที่ต้องตั้งคำถามว่าตอนที่ท่านพูด ท่านได้คิดก่อนพูดหรือไม่ ?

ท่านผู้ชมครับ ท่านตำรวจที่อยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ ท่านอายหรือเปล่า ท่านคิดกันอย่างไร เมื่อตำรวจจับผู้ร้ายตามหน้าที่ไม่ได้ ทางออกง่ายๆ ฝากให้ผู้ร้ายคิดถึงบาปบุญคุณโทษ หนีเหนื่อยแล้วให้มาจับเข่าคุยกัน อย่างนี้ทุกๆ คดีที่ตามจับผู้ร้ายไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ประกาศเป็นนโยบายไปเลย เนื่องจากว่าผมตามจับคุณมานานแล้ว จับไม่ได้ ถ้าคุณคำนึงถึงบาปบุญคุณโทษ คุณเดินเข้ามาจับเข่าคุยกับผม ช่วยมาหาผมหน่อย

ท่านผู้ชมครับ เรื่องน้องชมพู่ สะท้อนอยู่สองเรื่อง สะท้อนเรื่องอะไร ? สมัยก่อน ผมจำได้ สมัยที่ยังบไม่มีกล้องวงจรปิด ตำรวจเป็นนักสืบที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นพี่วี พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ สมคิด บุญถนอม หลายๆ คนที่ผมรู้จัก

พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ - พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม
คนพวกนี้สืบสวนเป็น เก่ง แต่ที่จับคดีน้องชมพู่ไม่ได้ เพราะว่าตำบลกกกอก มันไม่มีกล้องวงจรปิด พอไม่มีกล้องวงจรปิด ตำรวจก็เลยเดี้ยง ก็เลยต้องพึ่งไสยศาสตร์ บอกว่าถ้าคำนึงถึงบาปบุญคุณโทษก็แวะเข้ามา นี่คือคดีแรกนะท่านผู้ชม

ท่าน เฮ้าเลี่ยน ถ้าไม่รู้ว่าเฮ้าเลี่ยนแปลว่าอะไร ท่านถามตำรวจที่มีเชื้อสายจีน คนแต้จิ๋ว ว่าเฮ้าเลี่ยน เขาเรียกว่าอะไร เฮ้าเลี่ยน ก็คือการอวด โอ่ คุยโว หิวแสง ศัพท์วัยรุ่นเขาเรียกว่า หิวแสง อยากจะโชว์ออฟ หกเดือนมาแล้ว ในที่สุดแล้วท่านโชว์ออฟไม่ได้

กรณีที่สอง คดีหน้ากากอนามัยหาย คดีนี้ท่านผู้ชมหลายๆ ท่าน ประชาชนหลายๆ คนลืมไปแล้ว หรือจำไม่ได้ว่าใครที่เป็นคนทำคดีนี้ แต่ผมจำได้แม่น เพราะผมพูดถึงเรื่องนี้ในรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" หลายตอน อาจจะเรียกว่าเป็นซีรีส์เลยก็ได้ มีนาคม 2562 เชื้่อโควิดกำลังเริ่มระบาด หน้ากากอนามัยในตลาดมืด ตลาดออนไลน์ จากราคา 1.50-2 บาท พุ่งขึ้นเป็นสิบเท่า สิบกว่าเท่า เป็น 20 บาท ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเพียง 1 เดือน วันที่ 30 มกราคม 2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพิ่งลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย และตั้งโต๊ะแถลงบอกว่าประชาชนไม่ต้องห่วง ประเทศไทยมีสตอกหน้ากากอนามัยอยู่ 200 ล้านชิ้น และมีศักยภาพในการผลิตอีก 100 ล้านชิ้นต่อเดือน ไม่มีทางขาดแคลน


แต่ต่อมาภายหลัง ก็พิสูจน์ได้ชัดว่าสิ่งที่คุณจุรินทร์ พูดนั้นเป็นคำโกหก ความจริงแล้ว คุณจุรินทร์ น่าจะมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้นะ เพราะว่ามี DNA คล้ายๆ กับผู้นำหน่วยตำรวจ

เรื่องนี้เป็นปริศนา ผมเคยจับผิดไปแล้วในรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ตอนที่ 24 ท่านผู้ชมคงลืมไปแล้ว แต่ผมไม่ลืม นายตำรวจที่รับหน้าที่จากนายกรัฐมนตรีเข้ามาดูแลหน้ากากอนามัยหายไป ชื่ออะไร ทราบไหมครับ ? ชื่อว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังเกิดเหตุกรณีหน้ากากอนามัยขาดตลาด ก็พบว่าเกิดการกักตุนหน้ากากอนามัย จนเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตไปถึงนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็เลยมอบให้คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ขณะนั้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ไปสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง ทุกคนลงข่าวหมด


วันที่ 16 มีนาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เปิดเผยเพียงสั้นๆ หลังจากที่เข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ ท่านผู้ชมครับ ตัดตอนภาพยนตร์เลย ไปตอนจบเลยดีกว่า ผลสุดท้าย อย่างที่ทุกท่านทราบเกี่ยวกับเรื่องสตอกหน้ากากอนามัย หายไปเป็นร้อยล้านชิ้น หน้ากากอนามัยขาดตลาด ชุดสืบสวนสอบสวนของคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ไม่สามารถหาคำตอบใดๆ ให้กับสังคมไทยได้ ไอ้โม่งก็ยังลอยนวล อธิบดีกรมการค้าภายใน นายวิชัย โภชนกิจ ผู้รับผิดชอบ ซึ่งถูกเซ็นย้ายให้มาปฏิบัติราชการสำนักนายกฯ วันที่ 15 มีนาคม 2563

นายวิชัย โภชนกิจ
14 พฤษภาคม พอเรื่องเงียบ นายกฯ ก็เซ็นย้ายกลับไปทำหน้าที่อธิบดีกรมการค้าภายใน เหมือนเดิม พอเกษียณอายุราชการ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ก็แต่งตั้งคุณวิชัย เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ พาณิชย์

ส่วนคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ที่มีหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีหน้ากากอนามัย แทบไม่มีข้อสรุปใดๆ ไม่สามารถตอบคำถามใดๆ ให้กับประเทศชาติ ประชาชนได้เลยว่าหน้ากากอนามัยหายไปไหน เป็นร้อยๆ ล้านชิ้น แล้วในที่สุดกลับได้ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

กรณีที่สาม บอส อยู่วิทยา ตอนนี้ตอนจบอยู่ในมือของคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แล้ว ท่านผู้ชมสงสัยเหมือนผมไหม ว่าคดีบอส วรยุทธ อยู่วิทยา มันไปถึงไหนแล้ว หลังจากที่ตำรวจและอัยการพยายามงุบงิบช่วยเหลือลูกมหาเศรษฐี เจ้าของกระทิงแดง ให้รอดพ้นคดีนี้ ที่ขับรถเฟอร์รารี แล้วชน ดาบวิเชียร เสียชีวิต ตั้งแต่ปี 2555


2563 พอเรื่องแดงขึ้นมา กระทบความเชื่อมั่นประชาชนอย่างมากมาย มหาศาล จนกระทั่งวันนี้คดีบอส อยู่วิทยา เป็นหนึ่งในไม่กี่ตัวอย่างของการสะท้อนให้เห็นถึงความอยุติธรรมของกระบวนการยุติธรรมที่คนรวยรอดคุก แต่คนจนติดคุก ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เลยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบคดีนี้ มีท่านวิชา มหาคุณ เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งที่ไม่ฟ้องคดีอาญา ในที่สุดคณะทำงานของท่านวิชา ทำอย่างรวดเร็ว ภายใน 1 เดือน ทำรายงานสรุปส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2563 โดยระบุอย่างชัดเจน ว่า มีขบวนการช่วยเหลือนายบอส อยู่วิทยา ทั้งยังมีการสมคบคิดกันอย่างเป็นระบบ


ท่านนายกฯ ก็เลยส่งข้อมูลทั้งหมดที่ท่านอาจารย์วิชา มหาคุณ ทำงานมา สำรวจมา ตรวจสอบมา ส่งไปที่หน่วยสังกัด ส่งอัยการ ให้ไปตรวจสอบ ส่งตำรวจ ให้ไปสอบคนที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการอย่างไรกับคนที่ถูกกล่าวหานั้น ในส่วนอัยการ ก็มีการงุบงิบ ทำแบบลูบหน้าปะจมูก สอบเหมือนไม่ได้สอบ เพราะเมื่อต้นปี วันที่ 2 มกราคม 2564 คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือไปถึงคุณวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด แจ้งเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการอัยการและอัยการอาวุโส จำนวน 975 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป ซึ่งในจำนวนนั้น รวมถึงนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด

นายเนตร นาคสุข
แจ้งว่า เนื่องจากมีข้อครหาในคดีบอส อยู่วิทยา อยู่ สำนักงานองคมนตรีจึงตีตกหนังสือทูลเกล้าฯ แต่งตั้งอัยการ เพื่อให้มีการทบทวนให้รอบคอบเสียก่อน ท่านผู้ชมครับ นั่นคืออัยการ แล้วฝั่งตำรวจล่ะ ?

ฝั่งตำรวจ คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ก็ตั้งคณะทำงานชุดหนึ่งขึ้นมา โดยมี พ.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ลูกชายของพี่หนอง ที่ผมรู้จัก พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูร เป็นประธานในการสอบ แต่ผมมีคำสั่งฉบับหนึ่ง ฉบับที่ 551/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาและเสนอความเห็นเพื่อดำเนินการตามรายงานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน หนังสือนี้มีอยู่ 3 หน้า ลงนามโดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2563


ท่านผู้ชมครับ ผมเอาเรื่องนี้มาพูด เพราะว่าผมมีข่าวไม่ดี ผมก็อยากจะแจ้งให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ทราบเอาไว้ล่วงหน้า ผมมีข่าวไม่ดีว่าคณะกรรมการที่ท่านตั้งขึ้นมานี้ มีตำรวจส่วนน้อยในคณะกรรมการ มีมติเห็นว่าควรจะดำเนินการตรวจสอบต่อไปอย่างจริงจัง แต่ว่ามีมติคณะกรรมการส่วนใหญ่ ก็ต้องเป็นคนของคุณสุวัฒน์ ทั้งนั้น บอกว่าให้ยุติเรื่องนี้ได้แล้ว ก็คือพูดง่ายๆ ว่าให้ยุติว่าไม่มีใครผิด ตำรวจทองหล่อ ที่ช่วยเหลือปิดคดี เปลี่ยนข้อเท็จจริง เปลี่ยนความเร็ว ทุกอย่าง รวมไปจนถึง พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก ด้วย ซึ่งตอนนี้เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในขณะนั้นเป็นผู้บัญชาการพิสูจน์หลักฐาน และท่านผู้ชมเชื่อไหม เขาหาแพะได้แล้ว แพะคนนั้นชื่อ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์

พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น
ท่านผู้ชมจำ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ ได้ไหม พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ คือคนที่อัดเทปเสียงของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองมนู เมฆหมอก ที่ทุกคนยืนยันว่าวันนั้น พล.ต.อ.สมยศ ไม่ได้แวะเข้าไปในสำนักงานกองพิสูจน์หลักฐาน แต่เทปตัวนี้ และการตรวจสอบของคณะกรรมการของท่านวิชา มหาคุณ ยืนยันได้ว่า พล.ต.อ.สมยศ อยู่ ก็จะเอาธนสิทธิ์ นี่ล่ะ ซึ่งทำงานอย่างซื่อสัตย์ ปกป้องศักดิ์ศรีของตำรวจที่ดี ไปเป็นแพะว่า ทำผิด ไปแอบอัดเทป ท่านผู้ชมระหว่างแอบอัดเทป ซึ่งอาจจะผิดวินัย แต่กับเนื้อหาสาระของเทปที่พิสูจน์ความจริงให้รู้ ท่านผู้ชมว่าอันไหนสำคัญกว่ากัน แน่นอนที่สุด เนื้อหาสาระสำคัญกว่า เพราะมันพิสูจน์ตรงกันข้ามกับที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการตำรวจพยายามปกป้องซึ่งกันและกัน คุณธนสิทธิ์ ควรจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง คุณธนสิทธิ์ ควรจะได้รับการเชิดชู แต่คุณธนสิทธิ์ กำลังจะเป็นแพะ ผมเรียนให้ท่าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ทราบว่า เรื่องนี้ ท่านอย่าได้นิ่งนอนใจ ผมสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมจะตามกัดเรื่องนี้ตลอดเวลา เชื่อผมสิ เพราะผมรับไม่ได้กับความเลวร้ายของความอยุติธรรม ซึ่งตำรวจกำลังจะก่อขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แต่ผมไม่รู้นะ มตินี้จะต้องส่งไปที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เร็วๆ นี้ คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข คุณคิดให้ดี ความลับไม่มีในโลก

คุณไม่ต้องงงหรอกว่าทำไมผมถึงมีข้อมูลเยอะ คุณรู้จักผมน้อยไป ผมอายุ 73 ผมผ่านโลกมาเยอะ หลายคนที่เป็นผู้ใหญ่ในวงการ หน่วยงานต่างๆ มีอยู่เยอะเลยที่รักและเคารพผม พร้อมที่จะดึงข้อมูลหลายข้อมูลมาให้ผม คุณอย่าเห็นว่าผมไม่ถูกกับอัยการ แต่มีอัยการหลายคนที่รักผม ก็ส่งข้อมูลมาให้ผม ผมสนิทกับท่านอัยการสูงสุด ท่านพชร ยุติธรรมดำรง และเดี๋ยวผมจะมีข้อมูลอัยการมาให้ท่านผู้ชมดู เพื่อตบหน้าตำรวจภาค 6 และฟาดใส่โต๊ะทำงานของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข กรณีเรื่องนายเกิดชนะ ยาไอซ์ 1,500 กิโลกรัม ตามผมมา

แต่ท่านผู้ชมเห็นหรือยังว่า ผมเล่ามาเรื่องที่หนึ่ง เรื่องที่สอง เรื่องที่สามแล้ว เรื่องที่สามกำลังเกิดขึ้น ผมบอกล่วงหน้าเลยว่าคณะกรรมการที่รับเรื่องจากอาจารย์วิชา มหาคุณ เข้ามาตรวจสอบหน่วยงานตำรวจที่ช่วยเหลือนายบอส กำลังจะปกปิด ช่วยเหลือพรรคพวกตัวเอง เฮ้ย! คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ประชาชนคนไทยเขาจะพึ่งคุณได้ไหม ถ้าเกิดคุณไปคิดแบบตำรวจที่ต้องการปกป้องพวกตัวเอง ถ้าคุณแน่จริง คุณต้องบอกคุณไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการชุดนี้ คุณเป็นประธาน คุณเป็น ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าหน่วย คุณต้องบอกให้ตรวจสอบต่อ และกำหนดเลยว่าภายในกี่วัน และคุณอย่าให้กรรมการชุดนี้ทะลึ่งเอา พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มาเป็นแพะในเรื่องนี้

ท่านผู้ชมครับ กรณีที่สี่ ผมพูดไปแล้ว 3 กรณี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ทำเท่ เซ็ตซีโร ตั้งด่าน สรุปง่ายๆ ก็คือว่า นอกจากด่านที่เป็นด่านของ ครม.มีมติเรื่องความมั่นคงแล้ว ด่านอื่นให้ยกเลิกหมด เพราะว่าท่านสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ต้องการโชว์ให้สังคมเห็นว่า การไม่ตั้งด่านอย่างพร่ำเพรื่อนั้น จะทำให้ประชาชนไม่ถูกรีดไถ ท่านแถลงเรื่องด่านเสียใหญ่โต ท่านแถลงเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2563 หนึ่งในนโยบาย 20 ข้อ ข้อที่ 11 ก็คือ เซ็ตซีโรจุดตรวจ จุดสกัด ด่านตรวจเมา จนกว่าสามารถจะทำให้โปร่งใสได้


ท่านผู้ชมครับ ผบ.ตร.แถลงเรื่องด่านเสียใหญ่โต แถลง ออกหนังสือสั่งการ ว่าจะจัดการจุดสกัด ด่านเถื่อน ด่านลอย การรีดไถ นับตั้งแต่วันที่คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แถลงนโยบายสั่งนายพลทั้ง สตช. มานั่งฟัง ให้ทำตาม ท่านผู้ชมครับ ผ่านมาแล้ว 5 เดือน ทำได้ไหม ? ไปถามประชาชนทุกคนเลยว่า สตช. ในยุค พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ด่านเถื่อน ด่านลอย การรีดไถ หายไปไหม ให้ไปทำโพลสำรวจก็ได้ รับรองเป็นเสียงเดียวกัน ตำรวจก็ยังคงรีดไถอยู่ ประชาชนยังคงต้องจ่ายอยู่ ไม่ได้แตกต่างไปจากปีที่แล้ว ปีก่อนๆ เลย


นโยบาย 20 ข้อ ที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ทำเท่ ประกาศออกมาว่ายุคผมมีนโยบาย 20 ข้อ วันที่ 2 ตุลาคม 2563 เรียกประชุมมอบนโยบายให้กับผู้บังคับบัญชาระดับ ผบก.-รอง ผบ.ตร. จำนวน 20 ข้อ ใน 20 ข้อนี้ หลักๆ ก็คือวาดรูปให้โลกสวย ส่วนใหญ่ ตำรวจจะเน้นจริยธรรม ตำรวจจะเน้นโน่นนี่นั่น โอเค ไม่เป็นไร เป็นการพร่ำเพ้อ เพ้อเจ้อ วาดฝัน บนสิ่งที่คุณก็รู้ว่าทำไม่ได้ แต่คุณต้องการที่จะแสดงทุ่งลาเวนเดอร์ให้คนที่เขาดูและฟังคุณพูด ว่า ยุคคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เขาดีนะ เขาจะทำโน่นทำนี่นะ เอาล่ะ ไม่เป็นไร กระโดดเลยจากข้อ 1 ไปที่ข้อ 15 ท่านผู้ชมตามผมมา

ข้อที่ 15 นโยบายหลักของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข "ตู้ม้า บ่อนการพนันขนาดใหญ่ การพนันออนไลน์ ต้องไม่มี ที่ผ่านมาให้ผ่านไป นับแต่วันนี้มีกติกา ใครทำต้องรับผิดชอบ รวมทั้งการซื้อขายตำแหน่ง ไม่ควรจะมี"

ข้อที่ 16 "ต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ถ้ามีต้องถูกจัดการ การสร้างตัวแบบของการเปลี่ยน mindset เรื่องการแต่งตั้ง แม้ทำไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องช่วยให้คนดีได้รับการตอบแทน คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ" โอ้โห ทุ่งลาเวนเดอร์ที่สวยสดงดงาม

ท่านผู้ชมครับ นับตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2563 ถึงวันนี้ ก็ 5 เดือน 10 วันแล้ว ผมนับเดือนนับวันให้เลย ผลปรากฏว่า ตู้ม้า บ่อนการพนัน การพนันออนไลน์ การซื้อขายตำแหน่ง การโยกย้ายตำแหน่ง เกลื่อนไปหมดทั้งประเทศ ทั้งเมืองหลวง ภูธร จนเป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด-19 อย่างที่ทุกคนทราบ ส่วนการแต่งตั้งก็เต็มไปด้วยข้อครหา


กรณีที่ทุเรศที่สุด อัปยศที่สุด คือการโยกย้ายตำรวจในภาคตะวันออก เพื่อรองรับนโยบาย "1 อำเภอ 1 บ่อน" ทำให้มีการขยับขยายตำรวจแบบเกือบยกจังหวัด เพื่อเอาคนของตัวเองเข้ามา

ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ไม่เคยพูด ไม่เคยตอบคำถาม เพราะตอบไม่ได้ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตำรวจ จังหวัดระยอง มี 16 อำเภอ ย้ายผู้กำกับ 14 อำเภอ ชลบุรี ย้ายผู้กำกับ 8 อำเภอ หรือ 10 อำเภอ เฉพาะสองจังหวัดนี้ย้ายผู้กำกับยี่สิบกว่าตำแหน่ง ซึ่งผิดหลักการธรรมาภิบาลหมด ท่านผู้ชมครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมพูดลอยๆ ตามผมมา

หลักการในการย้ายข้าราชการตำรวจ หนึ่ง ถ้าตำรวจนายนี้่อยู่ในตำแหน่งต่อไป จะทำให้ราชการเสียหาย จำเป็นต้องย้าย สอง ตำรวจนายนั้นไม่สนองนโยบายของตำรวจหรือผู้บังคับบัญชา แล้วถูกหน่วยอื่นมาจับอบายมุข บ่อน ค้ามนุษย์ ตู้ม้า เครื่องเล่นไฟฟ้า ต้องย้าย สาม นายตำรวจไม่มีความผิดอะไร ดำรงตำแหน่งไม่ถึง 2 ปี ไม่สมัครใจย้ายออกนอกหน่วย ตำรวจเอาหลักเกณฑ์อะไรมาย้ายเขาออกนอกหน่วย คุณเอาหลักเกณฑ์อะไรมา คุณบอกผมหน่อยซิ

ที่ชัดเจนที่สุด ย้ายผู้กำกับสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 2 จำนวน 3 คน สืบ 1 สืบ 2 สืบ 3 คือ ภาค 2 คือภาคตะวันออก กองบัญชาการภาคก็จะมีผู้การสืบสวนสอบสวนภาค ก็จะมีผู้กำกับ แต่ละจังหวัดก็จะมีฝ่ายกำกับ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน นั่นคือมีอำนาจเฉพาะจังหวัด แต่ถ้าเป็นภาค อย่างเช่นภาคตะวันออก มีอำนาจทุกจังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด คือพูดง่ายๆ ว่าผู้กำกับสืบสวนภาคมีสิทธิ์ที่จะเดินทางไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อสืบเรื่องราวต่างๆ ถึงแม้แต่ละจังหวัดจะมีกองกำกับการสืบสวนจังหวัดอยู่แล้ว แต่ภาคคลุมไปอีกที ก็คือ เผื่อเล่นแร่แปรธาตุกัน ภาคจะได้เอามาเล่นงานตำรวจที่ชั่วๆ ได้

ท่านผู้ชมครับ ผู้กำกับ 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 2 ถูกย้ายไปแม่ฮ่องสอน ท่านผู้ชม จากชลบุรี ไปแม่ฮ่องสอน ผู้กำกับ 2 บก.สส.ภูธร 2 ไปบึงกาฬ อีสานเลย ผู้กำกับ 3 บก.สส.ภูธร 2 ไปแม่ฮ่องสอนเช่นกัน ท่านผู้ชม ไอ้เด็ก 3 คนนี้มันไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ความผิดมันมีอยู่ข้อเดียว ก็คือว่า มันไม่ยอมคนที่มีอำนาจ ไม่ยอมฉลามตาฟาง เรื่องเกี่ยวกับบ่อนที่มันเปิดตามจังหวัด นามนโยบายของฉลามตาฟาง คือ "1 บ่อน 1 อำเภอ" มันไม่ยอมก็เลยโดนย้ายไป


นอกจากนี้แล้ว ยังมีตำรวจที่ดำรงตำแหน่งอยู่ไม่ถึง 2 ปี ถูกย้าย ไม่ได้ผิดอะไรเลย โดยหลักแล้วไม่ถึง 2 ปี เขาห้ามย้าย แต่ปีเดียว ไม่มีความผิดอะไร ก็ถูกย้ายจากตำแหน่งเดิม ใช้ดุลพินิจเหตุผลอะไร มีความจำเป็นอะไร ย้ายตำรวจที่ไม่ครบ 2 ปี โดยไม่มีความผิดหรือบกพร่องเลย

ไหนล่ะ คุณบอกให้ความยุติธรรมกับกำลังพล คุณจะปกครองกันด้วยจริยธรรม คุณธรรม ไม่ใช่ ในที่สุดกลับไปสู่ผลประโยชน์เหมือนเดิม ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหม นี่ข้อที่ห้านะ ชัดเจน แล้วคุณนึกดูแล้วกัน คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้กำกับ 1 ผู้กำกับ 2 ผู้กำกับ 3 ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของภาค 2 มันทำอะไรผิด ครอบครัวรู้เรื่องด้วยไหม มันไม่ได้รับทรัพย์อะไรทั้งสิ้น มันเป็นเพียงแต่ทำตามหน้าที่ เป็นเพียงแต่ว่าผู้ใหญ่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแอบมีผลประโยชน์ร่วมกับมัน บอกว่าไอ้สามตัวนี้คือตัวขวาง ตัวขวางการเปิด "1 บ่อน 1 อำเภอ" ย้ายมันไปซะ

คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ถ้าคุณแน่จริง คุณชี้แจงหน่อย ไม่ต้องเอาคนอื่นล่ะ มีอยู่เยอะเลย เดี๋ยวผมจะเอาให้ดู มีผู้กำกับ สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง ไปอยู่ฝ่ายอำนวยการ ผู้กำกับศรีราชา จ.ชลบุรี อำเภอศรีราชา บ้านเดิมผม ผมเด็กอัสสัมชัญศรีราชา เป็นผู้กำกับฝ่ายอำนวยการ จ.ศรีสะเกษ เอาแค่ 3 คนนี้พอ ผู้กำกับ 1 ผู้กำกับ 2 ผู้กำกับ 3 คุณย้ายเขาเรื่องอะไร เมียเขา ลูกเขาเรียนหนังสืออยู่ สองคนกระเด็นไปแม่ฮ่องสอน อีกคนหนึ่งกระเด็นไปบึงกาฬ จิตใจคุณทำด้วยอะไร คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข

ตำรวจทั้งหลายที่ฟังรายการผมอยู่ คุณคิดตามผมมา คุณรับได้ไหมเรื่องแบบนี้ ถ้าคุณโดนด้วยตัวคุณเอง คุณจะรู้สึกอย่างไร นี่ล่ะ คือคุณมีนายที่ชื่อ สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข

ท่านผู้ชมครับ เราผ่านไปแล้ว 5 เรื่อง มาเรื่องที่ 6 จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ล่ะครับ คดีบ่อนภาคตะวันออก นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ บ่อนพนันออฟไลน์ ออนไลน์ เครือข่ายเสี่ยโป้ กับหลงจู๊สมชาย ที่ผมเล่าให้ฟังไปแล้วในรายการหลายอาทิตย์แล้ว ว่าเชื่อมโยงไปจนถึงธุรกิจตู้ม้า เครือข่ายธุรกิจสีเทา สีดำ และเครือข่ายยาเสพติด เสี่ยโป้ ถูกจับ ยึดทรัพย์เป็นพรวน บ้านและที่ดิน รถ โยงไปจนถึงแม่ เมีย ญาติพี่น้อง ขอประกันตัว ไม่ได้ประกัน


แต่ หลงจู๊สมชาย หรือสมชาย จุติกิติ์เดชา เปิดบ่อนระยอง กับบ่อนในภาคตะวันออก ซึ่งเป็นต้นตอในการแพร่เชื้อตั้งแต่ธันวาคม 2563 คนเขารู้กันทั้งหมด ทั้งบ้านทั้งเมือง คนระยองทั้งเมืองรู้หมด เสาไฟฟ้าระยองยังรู้เลย แต่ตำรวจกลับปล่อยเวลาไว้หนึ่งเดือนครึ่ง คือแทนที่จะไปปิดบ่อน แล้วก็รู้ว่าบ่อนมันมีจริง ไม่ออกหมายจับหลงจู๊สมชาย แล้วใส่ข้อหาฟอกเงินด้วย ทิ้งเฉย 1 เดือนกับ 15 วัน ผมก็มีแหล่งข่าวของผมเหมือนกัน

ปปง. นี่เวลามีเรื่องอะไรขึ้นมา เจ้าหน้าที่ ปปง. เขามืออาชีพมาก เขาเริ่มแอบตรวจสอบทันทีเลยว่าทรัพย์สินมีที่ไหนบ้าง เงินสดมีไหม มีโน่นมีนี่ไหม เพราะเงินสดเขาตรวจได้ทันที เพราะเครือข่ายเขาเชื่อมกับธนาคารทุกธนาคาร ใส่ชื่อเข้าไปก็รู้แล้วว่านี่ฝากไว้เท่าไร เป็นเพียงแต่ว่าเขายังไม่สามารถจะใช้อำนาจทางกฎหมายอายัดได้ เขาจะอายัดได้ก็ต่อเมื่อตำรวจออกหมายจับว่านี่ผิดเข้าขั้นมูลฐานฟอกเงิน เพราะว่าบ่อนการพนันผิด แล้วส่งเรื่องให้ ปปง. ปปง.ถึงจะดำเนินคดีได้


ท่านผู้ชมครับ เขาไม่จับหลงจู๊สมชายเป็นเวลาเดือนครึ่ง หลงจู๊สมชาย มีเงินสดอยู่ประมาณ 400-500 ล้านบาท ในธนาคาร ตามการตรวจสอบ แต่พอออกหมายจับปั๊บ แล้วที่ออกหมายจับนี่ออกข้อหาอะไรรู้ไหม ? เปิดบ่อนการพนัน ยังไม่มีข้อหาฟอกเงิน ช่วยกันฉิบหายเลยงานนี้ คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข คุณจะบอกว่าคุณไม่รู้เรื่องไม่ได้นะ คุณน่ะรู้เรื่องดี เสร็จเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าพอเข้าไปค้นทรัพย์สินของหลงจู๊สมชาย ท่านผู้ชมก็คงอ่านข่าวแล้ว เป็นเรื่องราวที่ตลกขบขัน หัวร่อกันทั้งชาติบ้านเมืองกับตำรวจยุคสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เปิดเซฟหลงจู๊สมชาย มีแบงก์ร้อย 1 ใบ และพระ 1 องค์ คือแดกดันตำรวจ มึงอยากมาเปิด เอาไปสิ

นอกจากนั้นแล้ว สถานที่ทำการบ่อน มันทุบทิ้งหมดเลย เป็นตึกแถวนี่ล่ะ โรงงาน ทุบหมดเลย ขนอิฐขนดินไปเลย เดินเข้าไป เฮ้ย สถานที่เกิดเหตุอยู่ที่ไหน ไม่มีแล้ว แล้วหลังจากนั้นไม่ถึง 2 อาทิตย์ ค่อยแจ้งข้อหาฟอกเงินให้หลงจู๊สมชาย โอ้โห ช่วยกันจริงๆ


ท่านผู้ชมครับ เสี่ยโป้ ถูกจับข้อหาฟอกเงิน ถูกจับข้อหาเปิดบ่อนพนันออนไลน์ ท่านผู้ชมรู้ไหม ตำรวจคัดค้านการประกันตัว แต่หลงจู๊สมชาย ต้นเหตุของการแพร่ระบาดโควิด-19 ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งตำรวจในยุคสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ไม่ได้ตั้งข้อหาผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และหลงจู๊สมชาย ได้ประกันตัวจากการเปิดบ่อน 2 แสนบาท ได้ประกันตัวจากการฟอกเงินอีก 5 แสนบาท โดยที่ตำรวจในยุคของสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ไม่คัดค้านการประกันตัว เป็นไปได้อย่างไร นี่สองมาตรฐานหรือเปล่า

ผมนี่ไม่เชื่อข่าวลือ เพราะผมคิดว่าไม่จริง ข่าวลือว่ามีคนส่งเงินให้กับผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดือนละ 30 ล้านบาท ตั้งแต่ตุลาคม เป็นต้นมา แต่ช่วงนี้คงหยุดส่งไปแล้ว เพราะหลงจู๊สมชาย ถูกจับ ผมไม่รู้ว่าให้ใคร

ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง ทั้งหมดนี้เรียกว่าปาหี่หรือเปล่า ตลกนะ คุณจะทำอะไร คุณไม่ได้คิดแม้แต่นิดเดียวเลยหรือว่าประชาชนเขารู้ทันคุณ ประชาชนเขารู้ทันคุณหมด เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมนึกดูก็แล้วกัน

ทั้งหมดที่ผมพูดให้ฟัง 6 เรื่องแล้ว แล้วปรากฏว่าอะไรรู้ไหม ? ปปง. ทำงานมืออาชีพจริงๆ เมื่อวานนี้ ปปง. รายงานมาแล้วว่า ได้อายัดทรัพย์เครือข่ายหลงจู๊สมชาย เสี่ยโป้ กว่า 1,200 ล้านบาท ที่ดินเยอะแยะไปหมด ยึดทรัพย์ มีบัญชีทั้งหมด 430 รายการ บัญชีเงินฝาก เครื่องประดับ ทองรูปพรรณ ยานพาหนะ ห้องชุด ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ราคาประเมิน 1,200 ล้านบาท

ท่านผู้ชมครับ ยื้อเวลาไปเดือนกว่าๆ ตั้งแต่ปลายธันวาคม 2563 มาเป็นเดือนกุมภาพันธ์ ต้นเดือนมีนาคม ทำให้หลงจู๊สมชาย มีเวลาโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สิน เพราะรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องถูกตามเส้นทางการเงินตามกฎหมายฟอกเงินจากคดีพนัน

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมไม่ต้องเป็นตำรวจหรอก ท่านผู้ชมที่ดูผมอยู่นี่ เป็นประชาชน ผมเป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน ผมกำลังเล่าให้ฟังว่า หน่วยงานนี้ล้มละลายแล้ว ล้มละลายทั้่งเกียรติยศ ล้มละลายทั้งศักดิ์ศรี ล้มละลายทั้งคุณธรรม ล้มละลายทั้งจริยธรรม

ท่านผู้ชมครับ ยังมีข่าวอีก ปปง. ระบุมาเลย นี่คนทำงานใน ปปง.บอก ยังมีคนที่เกี่ยวข้อง เส้นทางการเงินที่เดินผ่านบัญชีหลงจู๊สมชาย ผ่านไปหาคนประมาณร้อยกว่าคน รวมทั้งเสี่ยโป้ด้วย เขาบอก มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองก็รับเงิน ทหารก็รับเงิน ตำรวจก็รับเงิน รวมไปจนถึงตำรวจกองปราบด้วย

ท่านผู้ชม เราเป็นคนไทยหรือเปล่า เราเจอคดีบอส เราเจอคดีโน่นคดีนี่ ชีวิตคนไทยมันบัดซบไหม ความยุติธรรมหาไม่ได้แล้วอีกต่อไปในยุคนี้ เราจะทำอย่างไรกันดี คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมมาเล่าให้คุณฟัง

อีกเรื่องหนึ่ง ท่านผู้ชมจำได้ไหมตอนที่มีโควิด-19 อันนี้ต้องถือว่าเป็นเรื่องพิเศษ ผมพูดไป 6 เรื่องแล้ว เรื่องนี้เป็น 6.1 ก็แล้วกัน โควิด-19 ที่มันระเบิดที่สมุทรสาคร พม่านำเชื้อเข้ามา จนกระทั่งมีการกล่าวหาว่ามีแรงงานเถื่อน ท่านผู้ชมจำได้ไหม ท่านนายกฯ ท่านโกรธ ท่านออกมาบอกว่า จัดการให้หมด ใครที่เกี่ยวข้อง สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ก็กระโดดตาม เพราะเป็นคนที่เอาใจนายทุกอย่าง เอาใจนายตั้งแต่เรื่องหน้ากากอนามัย เอาใจนายทุกเรื่อง แต่ผลเป็นอย่างไร ไม่สนใจ กูแสดงออกหิวแสงๆๆ


ตำรวจประชุมฝ่ายบริหารตำรวจ วันที่ 19 เดือนมกราคม 2564 ในส่วนแรงงานเถื่อน คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข พูดว่า กรณีขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่ อ.สังขละบุรี กาญจนบุรี ได้รับรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงชั้นต้น จากรอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหลายส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งจะประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการ ส่วนตำรวจ พบว่าข้าราชการตำรวจ "หลายระดับเกือบสิบนาย" เข้าไปเกี่ยวข้องทางตรงและทางอ้อม โดยอาจมีส่วนช่วยเหลือหรือเป็นการปล่อยปละละเลย ซึ่งจากนี้จะมีการสืบสวนให้เกิดความชัดเจน และหากพบมีการกระทำผิดจริง จะต้องถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา และนอกจากในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี แล้ว ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ด้วย ส่วนจะมีการออกหมายจับผู้ใดหรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการสอบสวน

มกราคม-กุมภาพันธ์ มีนาคมจะจบแล้ว จะเข้าเมษายนแล้ว ข่าวเรื่องที่คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข บอกว่ามีตำรวจพัวพันเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ขนแรงงานต่างด้าว หายไปแล้วท่านผู้ชม มีหมอผีปลุกเสกให้หายไป ไม่พูดถึงอีกเลย พูดอยู่เรื่องเดียว ไปจับเจ๊เพชร โดยอ้างว่าเจ๊เพชร เครือข่ายตัวการสำคัญ และเครือข่ายใหญ่ที่สุดในการนำเข้า-ส่งออกแรงงาน แต่ไม่ยอมพูดถึงตำรวจ ไม่ถึงเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจ อำนวยความสะดวกให้กับเครือข่ายค้าแรงงานเถื่อนเหล่านี้อย่างไร

ท่านผู้ชม เป็นไปได้อย่างไรที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ไม่รู้เรื่องพวกนี้ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริง เจ๊เพชรมันพึ่งองค์จตุคามรามเทพหรืออย่างไร หรือว่าพระสยามเทวาธิราชให้คุ้มครอง ความจริงมันก็เหมือนบ่อนระยองนั่นล่ะ ที่เขาว่าพ่อค้ารู้ ชาวบ้านรู้ เด็กนักเรียนรู้ เหลือแต่ตำรวจเท่านั้นที่ไม่รู้เรื่องการค้ามนุษย์เถื่อน ท่านผู้ชม ไม่ใช่สนุกนะ ผมไม่สนุกนะคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่ผมพูดเรื่องผลงานของคุณ ผมเจ็บปวดหัวใจ เพราะผมเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ผมมีความรู้สึก ชีวิตผมโคตรบัดซบเลยที่อยู่ภายใต้การดูแลความมั่นคงปลอดภัยที่คุณเป็นหัวหน้าหน่วย

ท่านผู้ชมครับ กรณีที่เจ็ด เมื่อกี้ 6.1 เรื่องเกี่ยวกับแรงงานเถื่อน นี่ข้อ 7 กรณีคดีจับยาไอซ์ 1,500 กิโลกรัม ที่ จ.ตาก ที่เชื่อมโยงไปจนถึงนายตำรวจใหญ่ 2 คน คือ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินทร์ต๊ะสืบ รองผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 6 คดีนี้เป็นคดีที่ใหญ่มาก ผู้ต้องหา นายเกิดชนะ มินา ซัดทอดไปที่นายตำรวจ 2 คน คือ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินทร์ต๊ะสืบ และ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง


ท่านผู้ชมที่ตามเรื่องมา จำได้ไหมในรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ผมเอาข้อมูล ข้อเท็จจริง เปิดเผยให้สาธารณชนได้รับรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งระหว่าง พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ทำเรื่องนี้ กับ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล มันเป็นเรื่องง่ายๆ โคตรง่ายเลย คือเป็นเรื่องยาเสพติด ที่ผู้ต้องหากล่าวซัดทอดนายตำรวจ 2 คน มีอยู่แค่นี้เอง ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนอย่างที่ทุกคนคิดเลย พอเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องข่าวใหญ่โต พูดกันทั้งบ้านทั้งเมือง พอรับทราบจากรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ก็นัดนักข่าวมาแถลงข่าวเรื่อง แถลงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีมีข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอก และพลตำรวจโท ถูกพาดพิงในคดียาเสพติด ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ผมมีข้อสังเกต ท่านผู้ชมตามผมมา

ข้อสังเกตก่อนหน้าที่จะแถลงข่าว 1 วัน ในวันพฤหัสฯ ที่ 4 มีนาคม มีการแจ้งนักข่าวว่าในวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม ศุกร์ที่แล้ว เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการฯ ยาเสพติด มีผู้แทนอัยการภาค 6 มี พ.ต.ท.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และนายรณชัย เกิดมณี นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ กองคดี 2 สำนักงาน ปปง. จะมาร่วมข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง แล้วท่านผู้ชมรู้ไหมว่าอะไรเกิดขึ้น คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ก็คงจะรู้อยู่แก่ใจ ผมไม่ต้องถามท่านหรอก


พอถึงวันจริง วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564 มีแต่ตำรวจ 5 คน ตัวแทน ป.ป.ส. 1 คน คือทั้งหมดมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ รองผู้บัญชากาตำรวจภูธรภาค 6 พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 6 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ท่านผู้ชมครับ แล้วอัยการจังหวัดแม่สอด หรือผู้แทน ปปง. ทำไมไม่มาร่วมแถลงข่าวด้วยล่ะ คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ตอบผมหน่อยสิ ที่เขาไม่มาร่วมเพราะเขาคงรับไม่ได้มั้ง เพราะเขาคงจะรู้อะไรมากเกินกว่าที่ ... รู้เหมือนที่คุณรู้ แต่เขารู้ว่าคุณกำลังปกปิดอะไรบางอย่างใช่ไหม

ข้อสังเกตที่สอง เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ ไม่ได้เป็นเรื่องราวภายในตำรวจภูธรภาค 6 ที่เก็บซุกไว้ที่ภาค 6 โดยไม่มีการสืบสาวราวเรื่อง เพราะว่า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ป.ป.ส. อัยการ ปปง. เขาเก็บหลักฐานไปไกลแล้ว สิ่งที่คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แถลงเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ตอนหนึ่งระบุว่า เป็นข้อมูลซัดทอดจากเอกสารเพียงชิ้นเดียว คงไม่ถูกต้อง ผมขออนุญาตใช้สำนวนโบราณหน่อย คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข พยายามปิดฟ้าด้วยมือข้างเดียว

คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข พูดว่า เอกสารหลุดไปคือชิ้นเดียว แล้วพูดจบว่า ฉะนั้นการจะฟังอะไรต้องชั่งน้ำหนัก ต้องไปเช็กวันเวลาที่พูดนั้น เมื่อไร ก็ไม่ได้มีระบุ ท่านผู้ชมครับ เอาล่ะ ผมจะงัดหลักฐานทีเด็ดมาให้อีก 2 ชิ้น ให้คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข

อัยการภาค 6 ได้มีหนังสือ 2 ฉบับ ให้คณะพนักงานสอบสวนภาค 6 สอบสวนให้สิ้นกระแสความ ฉบับแรก วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 ส่งไปให้ที่ภาค 6 พอ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ได้รับสำเนาฉบับแรกแล้ว ตกใจ ก็เลยทำหนังสือรายงานด่วนที่สุด ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ให้ภาค 6 รายงานชี้แจงว่าทำไมไม่ทำตามที่สั่งการไว้ จนเป็นข่าวโด่งดังไปแล้ว ที่ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ไปแจ้งความกองปราบว่ามีคนเอาเอกสารลับมาเปิด ทั้งๆ ที่คนเสียหายไม่ใช่คุณต่อศักดิ์ สุขวิมล


เอกสารตัวนี้ ก็คือเอกสารซึ่งอัยการถามไปภาค 6 ว่าทำไมคุณไม่ทำอย่างนี้ๆ ตามสำนวน ทำไมคุณไม่สอบอย่างี้ๆ แต่พูดกว้างๆ แหล่งข่าวผมยืนยันมาว่า เรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ได้รายงานเป็นขั้นตอนไปให้กับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ตลอดเวลา ท่านตำรวจที่กำลังดูรายการนี้อยู่ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ได้รายงานเรื่องนี้ให้กับ ผบ.ตร. ตลอดเวลา ทุกขั้นตอน คนที่เป็นตำรวจต้องเข้าใจ หัวหน้าหน่วยได้รับรายงานสิ่งนี้มา สิ่งที่หัวหน้าหน่วยต้องทำก็คือ ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนทันทีเลย กับผู้บัญชาการภาค 6 ว่าทำไมคุณไม่ทำตามนี้ แต่ไม่ เก็บเงียบ รอจนกระทั่ง "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" เอาเรื่องนี้มาเปิดโปง พอเปิดโปงแล้ว ต้องการจะกลบเรื่องนี้ ก็เลยออกแถลงข่าวนี่ไง ที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อกี้นี้ ว่าเอกสารแค่แผ่นเดียวเท่านั้นเอง เอามาพูดเป็นเรื่องเป็นราว คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข คุณคิดว่าผมเป็นเด็กอมมือหรืออย่างไร ข้อมูลผมมีเยอะ แต่ผมยังเกรงใจหลายๆ หน่วยงาน ผมเอาเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับคุณ ที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ คุณอย่านึกว่าผมไม่มีเรื่องราวของคุณอยู่ในมือนะ ผมมีเยอะเลย เยอะ เยอะ เยอะ เยอะมากๆ แต่ผมคิดว่าช่างมัน เอาเฉพาะเรื่องนี้ก็แล้วกัน

ท่านผู้ชมครับ ต่อมาวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เมื่อเกือบเดือนที่แล้ว มีหนังสืออัยการจังหวัดแม่สอด ไปถึงผู้บัญชาการภาค 6 ฉบับที่ 2 ผมบอกเลขที่ก็ได้ เลขที่ อส 0059 (แม่สอด)/408 ระบุเลยนะคราวนี้ ให้สอบชื่อคนนี้ๆ มีทั้งชื่อของ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ และ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล แล้วก็ระบุเลย ถึงขั้นขอให้เลขาธิการ ป.ป.ส. จับกุมแล้ว ยื่นเลย บอกว่าถ้าเกี่ยวพันกันให้ออกหมายจับทันที หนังสือฉบับที่ 2 พูดอย่างนี้ ท่านผู้ชม มันแปลว่าอะไร นี่มันตรงกันข้ามกับสิ่งที่คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข พูด


ส่วนหนึ่งของจดหมายของอัยการ ข้อ 1.5 จากคำให้การของนายเกิดชนะฯ พบบุคคลที่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด หรือรู้จักกับเครือข่ายในเรื่องนี้ ได้แก่ พ.อ.ยศพล สิทธิกรณ์ นางเฟื่องฟ้า วงศ์สว่างกุล ด.ต.ทักษินันท์ บัวคำ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินทร์ต๊ะสืบ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล และนางศันศนีย์ ชัยสุวรรณราช" ท่านผู้ชมครับ นี่คือข้อความในหนังสือของอัยการที่ส่งไปผู้บัญชาการภาค 6 ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์

"สำนักงานอัยการภาค 6 พิจารณาแล้ว เห็นว่า ตามคำให้การของนายเกิดชนะ ดังกล่าว ได้ให้การพาดพิงถึงบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในคดีนี้ และพนักงานสอบสวนยังไม่ได้มีความเห็นทางสำนวนเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกพาดพิงดังกล่าว หรือดำเนินการขออนุมัติเลขาธิการ ป.ป.ส. จับกุมหรือแจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลที่ถูกพาดพิงดังกล่าวตามกฎหมายแต่อย่างใด โดยในชั้นนี้มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนรวบรวมมา ยังไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยว่าบุคคลที่ถูกพาดพิงดังกล่าวกระทำความผิดตามกฎหมายหรือไม่ จึงให้ท่านแจ้งพนักงานสอบสวนทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป"

ท่านผู้ชมครับ ถ้าท่านผู้ชมติดตามการแถลงข่าววันนั้น นายตำรวจที่นั่งแถลงข่าวอยู่ เป็นคนที่น่าสงสารมาก คือ พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่ ทำตามที่นายสั่ง

พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่
วันนั้นทำไมคุณสราวุธ ไม่พูดถึงเรื่องอัยการกับคำสั่ง 2 ฉบับนี้บ้างล่ะ ว่าอัยการภาค 6 เขาสั่งแล้วสั่งอีก สั่งอ้อมๆ ก็แล้ว สั่งระบุชื่อก็แล้ว สั่งเป็นแนวทางสอบสิบกว่าข้อก็แล้ว แต่พวกท่านยังทำซื่อบื้อ ดื้อด้าน ไขสือ คุณสราวุธ คุณก็รับงานนายมาใช่ไหม เพราะพูดอยู่อย่างเดียว ไม่พบประเด็นเกี่ยวข้องกับรองต๊ะ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ มีแต่คำให้การของนายเกิดชนะ

คดียาเสพติด ผมดูหลายคดีเลย ที่เขาดำเนินคดีกัน พอถูกพาดพิงทีไร ถูกออกหมายจับทุกคนเลย มีคดีนี้เท่านั้นเองที่ไม่ถูกออกหมายจับ ทั้งๆ ที่เป็นคดียาไอซ์ 1,500 กิโลกรัม

คุณสราวุธ พูดแบบนี้ ที่บอกว่าไปพบกันที่เมียวดี คอมเพล็กซ์ เป็นคำพูดของคนที่เราได้ข้อมูลกลับมา เราต้องหาหลักฐาน เหตุเกิดขึ้นประมาณปลายปี 2562 ซึ่งพยายามหาหลักฐานอยู่ แต่มีสิ่งบ่งชี้แค่นี้จริงๆ ซึ่งเป็นคำซัดทอดชี้แจงของผู้ต้องหาว่าไปอยู่ที่นั่น ไปเจอ ไปตกลง ไปพูดคุย ซึ่งตนต้องหาหลักฐานในช่วงปี 62 แต่ตนพยายามหาแล้ว ไม่พบจริงๆ โดยที่พูดไว้ครั้งเดียว

ท่านผู้ชมครับ ตามผมมานิดหนึ่ง ถ้าผมเป็นผู้พิพากษา นั่งบนบัลลังก์ ผู้พิพากษาจะพูดคำเดียวเลย เวลาท่านพิพากษามาท่านจะบอกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่มีพยานหลักฐาน หาไม่ได้ แต่จากการที่พยานหรือจำเลยได้กล่าวซัดทอดและสามารถอธิบายได้ รวมทั้งสามารถจะชี้รูปผู้ต้องหาโดยที่พยานไม่รู้จักมา ว่าสองคนนี้ที่เขาเจอที่เมียวดี คอมเพล็กซ์ จึงเชื่อได้ว่าสองคนนั้นมีส่วนสมรู้ร่วมคิดและสมคบได้


คำพิพากษาออกมาอย่างนี้แน่นอน แน่นอนที่สุด เพราะว่านายเกิดชนะ จู่ๆ จะไปชี้หน้ารูปท่านต่อศักดิ์ได้อย่างไร เขามีรูปตั้งไม่รู้กี่รูป มันบอก คนนี้ครับ แล้วมันยังไม่รู้เลยว่าท่านต่อศักดิ์ ชื่ออะไร มันยังไม่รู้เลย เพราะฉะนั้นเมื่อมันชี้แล้ว อยู่ในกระบวนการ "เชื่อได้ว่า" แล้ว

ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้อัยการให้ข้อมูลผมเพิ่มเติมมาว่า กรณีที่นายเกิดชนะ ยืนยันว่าได้มีการพบพ่อค้ายา นายฐาปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือชื่อเล่น ชื่อหนูเฉิน น.ส.หลิน-ชาล์ นัดหมายมาเจอ คุยกันที่เมียวดี คอมเพล็กซ์ เป็นประจำ กับ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินทร์ต๊ะสืบ


ส่วน พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ก็มีนัดไปพบที่เมียวดี คอมเพล็กซ์ ในทางกฎหมาย การตกลงเพื่อกระทำการผิดนี้ เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร เกิดขึ้นที่เมียวดี คอมเพล็กซ์ ประเทศพม่า ในกฎหมายถือว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักร อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวน ส่วนราชการอื่นไม่มีอำนาจสอบสวนและสืบสวน และไม่มีอำนาจแถลงด้วย

คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข คุณเอานิติกรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาเถียงอัยการที่ให้ข้อมูลนี้กับผม ดีไหม เนื่องจากตำรวจไม่มีอำนาจสอบสวน แถลงข่าว จึงอาจจะมีความผิด เป็นการแถลงไม่ชอบ เพราะการชี้ถูก ชี้ผิด อัยการจะเป็นคนชี้ ไม่ใช่พวกคุณชี้ ผมอยากจะเตือน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นะครับ ว่าการกระทำของคุณวันนี้ สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดมาตรา 157 หลายประการ ตั้งแต่ที่เรื่องรอง ผบ.ตร. สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ส่งเรื่องให้คุณแล้ว คุณไม่ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้บัญชาการภาค 6 คณะสอบสวนภาค 6 คุณ 157 ไปแล้ว

คุณเป็นคนที่แก้ตัวอย่างข้างๆ คูๆ ตั้งแต่ที่เริ่มแถลงข่าวในวันที่ 5 มีนาคม คุณพูดออกมาว่า "การวิพากษ์วิจารณ์มีการตั้งคำถาม ตั้งประเด็นข้อสงสัยมากมายว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ถูกต้อง โปร่งใส เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ มีการช่วยเหลือใครเป็นพิเศษหรือไม่ สิ่งเหล่านี้มันเป็นการบ่อนทำลายความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม" คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข คุณน่ะเป็นตัวการทำลายความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่สิ่งที่ผมพูด "ซึ่งเราต้องทำความจริงให้ปรากฏ เพราะถ้าไม่ทำ ถ้าประชาชนไม่ศรัทธา ไม่เชื่อในเรื่องของกระบวนการสืบสวนสอบสวน ความเสียหายจะตามมา แล้วคนไม่เชื่อถือในสิ่งที่ทำลงไป มันจะเกิดปัญหาความไม่เชื่อฟัง ไม่มีใครยึดกฎกติกากัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เราตระหนักดี"

คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ครับ คุณอาจจะไม่รู้ว่าผมไม่ได้นั่งจัดรายการเฉยๆ ผมนี่สิงห์สนามข่าวแท้จริง สมัย 6 ตุลาฯ ผมวิ่งฝ่าลูกปืนก็ผ่านมาแล้ว เอาอย่างนี้ดีกว่าคุณสุวัฒน์ ถ้าคุณแน่จริง คุณมั่นใจ คุณจัดแถลงข่าวอีกครั้งได้ไหม ผมจะไปในฐานะสื่อมวลชน ไปถามคุณด้วยตัวเอง และผมจะมีคำถามหลายข้อเลย พร้อมหลักฐานบางประการที่เกี่ยวกับคุณ ไปถามคุณด้วย ไหนๆ แล้ว ถ้าถึงวันนั้นเรามาหงายไพ่กันเลยไหม อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าผมเคยเป็นอาจารย์สอนโรงเรียนผู้กำกับ โรงเรียนผู้การ สอนอยู่หลายปี ผมจะบอกให้รู้ด้วย คุณสุวัฒน์ ผมเป็นคนช่างสังเกต

พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก
ในวันแถลงข่าวเมื่อศุกร์ที่แล้ว คนที่นั่งข้างๆ คุณ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. เขารู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี เพราะเขาไม่ทำตามใบสั่งให้ไปตรวจ เพื่อบอกว่าไม่พบว่าเกี่ยวข้อง คุณมนู พูดอย่างไร พูดว่า ยังไม่พบ แสดงว่าโอกาสพบก็มี คุณไม่เชื่อคำพูดผม คุณสุวัฒน์ คุณไปเช็กคำพูดของคุณมนู คุณมนู ตอบแบบเอาตัวรอด ยังไม่พบ คือเปิดทางเอาไว้ เผื่อพบ เขาก็ไม่เสีย เพราะฉะนั้นแล้ว คุณจะใช้คุณมนู เป็นผงซักฟอก หรือคุณมนตรี ยิ้มแย้ม เป็นผงซักฟอก คงใช้ไม่ได้ ผงซักฟอกยี่ห้อนี้ไม่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล อีกต่อไปแล้ว

คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ครับ ผมทราบว่าในการประชุม ก.ตร. คราวที่แล้ว คุณเสนอให้มีการตั้งตำแหน่งใหม่ ผู้บัญชาการ 4 ตำแหน่ง และผู้การ 4 ตำแหน่ง ผมรู้เบื้องหลังนะครับ แต่ผมไม่พูดดีกว่า เอาเป็นว่าความเชื่อมั่นที่ ก.ตร. มีต่อคุณ ไม่มีแล้ว ผมเชื่อว่าเขายกเลิกหลักการนี้แล้ว นอกจากยกเลิกการนี้แล้วนะ คุณสุวัฒน์ ผมทราบมาอีกว่า คุณกำลังจะเสนอว่า การโยกย้ายแต่งตั้งกลางปี เดือนเมษายนนี้ คุณจะเสนอให้มีการเวียนตำแหน่งนายพล ผมเข้าใจว่า ก.ตร. ก็จะให้ยกเลิก ไม่ให้เวียนตำแหน่งนายพล ให้ แต่งตั้งตำแหน่งที่ขาด เฉพาะตำแหน่งที่หายไป ให้แต่งตั้งใหม่ แค่นั้นเอง ไม่มีเวียน

ท่านผู้ชมครับ ผมจะเล่าอะไรให้ฟังอย่างหนึ่ง การเวียนตำแหน่งผู้กำกับ การเวียนตำแหน่งนายพล คือช่องทางที่จะเปิดโอกาสให้คนเรียกเงินเรียกทอง ถ้าท่านผู้การ เป็นผู้การจังหวัดอุดรธานี แล้วอาจจะโดนย้ายไปจังหวัดบึงกาฬ ถ้าท่านมีความสุขความเจริญดีที่อุดรธานี ท่านก็บอกว่า ท่านเอาไปสัก 5-10 ล้าน ก็แล้วกัน หรือสมมุติว่าบึงกาฬ อยากจะมานั่งอุดรฯ บอกว่า เอาไปเลย 20 ล้าน ผมขอไปนั่งอุดรฯ นี่เป็นเรื่องวิธีการที่มันเก่ามาก ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะฉะนั้นแล้ว การเวียนตำแหน่ง เท่าที่ผมมีแหล่งข่าว เริ่มมีใครก็ไม่รู้จาก ตร. เริ่มเดินสายแล้ว ไปถามผู้การจังหวัดสำคัญๆ ว่าต้องการจะอยู่ที่เก่าอีกหรือเปล่า

คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ครับ ผมทราบมาว่า ก.ตร. ไม่เอาเรื่องนี้ เขาก็อ่านออกเหมือนกัน ว่าการเวียนตำแหน่งก็คือการวิ่งหาเงินหาทองมาโยกย้ายกลางปี

ท่านผู้ชมครับ คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ครับ ผมไม่มีความสุขหรอกที่จะมาพูดเรื่องนี้ของคุณ ที่ผมช้ำใจและขมขื่นที่สุด คือ เมื่อไรคุณจะเป็นตำรวจเต็มตัวเสียที คุณมัวแต่ปกป้องพรรคพวก พวกพ้อง และคุณทำผิด 157 ผมกำลังคิดหนักอยู่ ผมควรจะหาคนไปแจ้ง ป.ป.ช. ดีไหมว่าคุณละเลย ผิดมาตรา 157 ประเด็นอะไรบ้าง ขอผมคิดดูหน่อยนะคุณสุวัฒน์ ความจริงก็น่าแจ้งนะ น่าแจ้งเหมือนกัน ขอให้ผมคิดดูก่อน

เอ้า ผมจบเรื่องนี้ลงให้คุณสุวัฒน์ ถือว่าเป็นการตอกฝาโลงคุณก็แล้วกัน คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข พูดออกมาว่า คุณต้องการที่จะทำเรื่องราวต่างๆ ต้องทำความจริงให้ปรากฏ แล้วสิ่งที่ผมทำมาตลอด ผมกำลังบอกคุณให้ทำความจริงให้ปรากฏ คุณไม่เคยทำความจริงให้ปรากฏเลย แล้วคุณพูดต่อว่า "ถ้าไม่ทำ ถ้าประชาชนไม่ศรัทธา ไม่เชื่อในเรื่องกระบวนการสืบสวนสอบสวน ความเสียหายจะตามมา" เอาล่ะ คุณสุวัฒน์ คุณบอกประชาชนไม่เชื่อ มา เราเอาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์กัน


วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ เกือบเดือนที่แล้ว สำนักวิจัยซูเปอร์โพล สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ปัญหาคาตาประชาชน กับ ปฏิรูปตำรวจ เขาสำรวจตัวอย่าง 1,782 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 23-26 กุมภาพันธ์ 2564 เขาพบว่า ...

คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ตั้งใจฟังดีๆ ผมรู้ว่าคุณเห็นแล้ว แต่ผมจะมาเตือนสติคุณ และเตือนสติท่านผู้ชม ซูเปอร์โพลเขาบอกว่า ประชาชน 99.4 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าปัญหาคาตาประชาชนและรับรู้ คือ ยาเสพติดแพร่ระบาดหนักในชุมชน บ่อนพนัน ค้ามนุาย์ แรงงานต่างชาติ การซื้อขายตำแหน่ง

ข้อที่สอง ประชาชน 96.1 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ ปล่อยปละละเลย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เกิดความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมที่ต้นน้ำ ประชาชน 93.5 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า ตำรวจระดับสูงพัวพัน เก็บเกี่ยวผลประโยชน์กับขบวนการค้ายาเสพติด บ่อนพนัน ขนแรงงานเถื่อน ค้ามนุษย์ นี่ประชาชนพูดนะ 100 คน 93.5 เปอร์เซ็นต์

ประชาชน 92.7 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าในองค์กรตำรวจ มีปัญหาเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย

ข้อห้า ประชาชน 97.1 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บริหารระดับสูงภายในองค์กรตำรวจต้องออกมาปฏิรูปตำรวจให้ชัดเจนด้วยตนเอง อย่าปล่อยให้สังคมกดดันนายกรัฐมนตรีแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ ประชาชน 96.1 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บริหารระดับสูงต้องยอมรับความจริง เรื่องการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย ประชาชน 96.2 เปอร์เซ็นต์ ต้องการเห็นตำรวจเป็นตำรวจของประชาชน

ท่านผู้ชมครับ ผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง ปัญหาคาตาประชาชน กับปฏิรูปตำรวจ จากซูเปอร์โพล ซึ่งปกติผลการสำรวจค่อนข้างจะเอียงไปทางรัฐบาลด้วยซ้ำ แต่ออกมาครั้งนี้แปลว่าอะไร ? หมายความว่าในสายตาประชาชนนั้น คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ตำรวจในยุคคุณตกต่ำจนถึงขีดสุดแล้ว คุณดูตัวเลขย่ำแย่แต่ละตัวสิ มันเกิน 90-95 เปอร์เซ็นต์ หมด ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด บ่อนการพนัน ค้ามนุษย์ แรงงานเถื่อน ซื้อขายตำแหน่ง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำ การเก็บส่วย ขบวนการผิดกฎหมายต่างๆ ความเหลื่อมล้ำในองค์กรในการแต่งตั้งโยกย้าย คุณสุวัฒน์ เรียกว่าถ้าเป็นคะแนนสอบตำรวจในยุคคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ไม่ใช่แค่สอบตกนะครับ สอบตกนี่ต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ 48 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าสอบตก นี่ยิ่งกว่าสอบตกอีก ได้คะแนนไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ในทุกข้อ บางข้อได้ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ นี่เขาไม่ได้เรียกว่าสอบตกแล้ว เขาเรียกว่า ทุเรศ เขาเรียกว่า บัดซบ มิน่าผมถึงรู้สึกว่าชีวิตผมบัดซบมาก


ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมฟังเรื่องนี้แล้วรู้สึกบัดซบเหมือนผมไหม คน 99.4 บอกว่า ยาเสพติด บ่อนการพนัน การค้ามนุษย์ การซื้อขายตำแหน่ง เพิ่มขึ้น เหลือเพียง 0.6 เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ด้วยซ้ำ คน 96.1 บอกว่าตำรวจละเว้น ปล่อยให้เกิดความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำ คน 93.5 บอกว่าตำรวจระดับสูงพัวพัน เก็บเกี่ยวผลประโยชน์กับขบวนการค้ายาเสพติด บ่อนการพนัน ขนแรงงานเถื่อน ค้ามนุษย์

คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ครับ ผลสำรวจของประชาชนออกมาอย่างนี้ คุณจะว่าผมมีอคติกับคุณได้อย่างไร ท่านผู้ชมครับ แล้วจะหาว่าผมไม่ชอบ ผบ.ตร. คนนี้เป็นการส่วนตัวอีกหรือ นี่คือมติมหาชน ผมไม่รู้ว่าคุณอับอายขายหน้าบ้างหรือเปล่าเรื่องพวกนี้ คุณอาจจะไม่รู้สึกก็ได้ แต่ผมขายหน้าแทนคุณ

ตั้งแต่ผมรู้จักตำรวจมา ตั้งนมนาน ตั้งแต่ปี 2532 จากระดับชั้นผู้ใหญ่ มาจนถึงระดับชั้นกลาง ผมพูดกับคุณตรงๆ ผมไม่เคยเจอผู้นำหน่วยคนไหนที่ อย่าว่าแต่ประชาชนไม่ศรัทธาเลย คุณรู้บ้างหรือเปล่า คุณลองสำรวจ แอบสำรวจลับๆ สิ ตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีความสุขเลย ในยุคที่คุณเป็นผู้นำหน่วย

ท่านตำรวจที่กำลังดูรายการนี้อยู่ พูดอย่างเป็นกลาง ท่านรู้สึกอายบ้างไหม ผมไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้วท่านผู้ชม พูดไปเดี๋ยวหาว่าผมซ้ำเติม แต่ถ้าคุณแน่จริง คุณแถลงข่าวมาอีกทีนะ ผมจะเข้าไปซักคุณ คุณบอกว่าคุณโปร่งใส ผมจะดูว่าคุณโปร่งใสอย่างไรบ้าง

ถ้าผมเป็นผู้นำหน่วย สิ่งแรกผมต้องตั้งกรรมการสอบผู้บัญชาการภาค 6 หรือผมต้องย้ายผู้บัญชาการภาค 6 มาสำรองราชการ เนื่องจากว่า พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ถูกกล่าวหาจากพยาน ผมจะย้าย พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ ออกจากผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เช่นกัน พ.ต.อ.เอกราษฎร์ ผมต้องให้คนไปสอบเลยว่า เป็นตำรวจยศแค่รองผู้การ ทำไมร่ำรวย มีเงินเป็นพันล้าน มีบ้านมีช่องมหาศาล นั่นคือผม แต่คุณ คุณไม่ทำหรอก คุณลุกลี้ลุกลน คุณเอาใจผู้มีอำนาจ เพื่อคุณจะได้อยู่ต่อเป็นตำแหน่ง ผบ.ตร. คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข คุณอยู่ต่อ แต่คุณไม่มีศักดิ์ศรีเลยแม้แต่นิดเดียวในสายตาของประชาชน เอาล่ะ ไม่ต้องมาก ในสายตาของคนที่ดูรายการผม 28 วันที่ผ่านมา 40 ล้านคน คุณมีศักดิ์ศรีกับคนที่ไปสอพลอคุณก็แล้วกัน คุณไม่มีราคาเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วคุณไม่ใช่ของเก่าด้วย คุณเป็นสิ่งที่ชำรุดในปัจจุบัน และจะเป็นสิ่งที่ชำรุดต่อไปเมื่อคุณพ้นจากตำแหน่งนี้ไป คุณไม่รู้จะมองหน้าใครได้อีกต่อไป มีแค่นี้ล่ะครับท่านผู้ชม สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...