xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา!!...ไอ้สันขวาน!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 5 มี.ค.64 เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยวันนี้จะไม่พูดไม่ได้สำหรับเรื่อง “แอมมี่ The Bottom Blues” ความรุนแรงได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว ความเคลื่อนไหวของต่างประเทศที่คุณสนธิไม่สบายใจ เมื่ออเมริกาและจีนเริ่มส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง และสำหรับเรื่องคดี กปปส.มาดูกันว่าการเตะหมูเข้าปากหมา คืออะไร ติดตามได้ในรายการ SONDHITALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง special Ep75



คำต่อคำ SONDHI TALK [5 มี.ค. 64] : ไอ้สันขวาน! กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา

วันนี้ผมจะมาบอกให้ฟังว่าช่องทางการติดต่อของ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" หรือ SONDHI TALK ได้ทางไหนบ้าง ทางแรกคือทางเฟซบุ๊ก ให้กด Like หรือกด Follow แล้วกดติดตาม แล้วเลือก See First ไปเลยในเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" เมื่อชมแล้วก็ช่วยกันแชร์ออกไปมากๆ เพื่อให้บางคนที่ยังไม่ได้อยู่ดูได้ความรู้กับสิ่งที่ผมพูด แล้วเดี๋ยวนี้เราก็ไลฟ์สดผ่านยูทูปเช่นกัน ให้เข้าไปใน YouTube ค้นหาคำว่า "Sondhitalk" กด Subscribe เอาไว้ เปรียบเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ รวบรวมทุกอย่างตั้งแต่รายการในอดีต "มองโลก มองเรา กับสนธิ" "บันทึกลับบ้านพระอาทิตย์" จนมาถึงรายการ "SONDHI TALK"

สำหรับแฟนรายการคนไหนอยากดูเนื้อหา ตลอดจนการถอดคำพูดเป็น text ก็ให้เข้าไปที่ www.sondhitalk.com เพราะจะรวมไว้ในเว็บไซต์โดยแยกเป็นแต่ละหมวดหมู่ครบทุกเรื่องทีเดียวครับ

สุดท้าย สำหรับท่านผู้ชมที่ไม่อยากเห็นหน้าผม แต่อยากฟังเสียงผม อยากฟังเรื่องราวที่ผมพูด ก็เข้ามาฟังที่ podcast ถ้าท่านที่ใช้ iPhone - iOS ก็เข้าไปที่แอปฯ podcast เมื่อกดเข้าไปแล้วก็ search คำว่า SONDHI TALK ก็จะมีให้ทุกรายการ ส่วนท่านผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์ระบบ android ก็กดเข้าไปเหมือนกัน แต่จะมีคำว่า Podbean แล้วก็กดเข้าไป

สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564 พรุ่งนี้จะเป็นวันที่มีการชุมนุมใหญ่แถวๆ ที่ผมไลฟ์สดนี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อะไรจะเกิดขึ้น ผมก็ไม่รู้ ที่รู้แน่ๆ ก็คือ ไม่สงบหรอก

อาทิตย์นี้มีเรื่องหลายเรื่องที่ผมต้องเล่าให้ท่านผู้ชมฟัง เหมือนคล้ายๆ เมดเลย์ แต่เมดเลย์แต่ละส่วน เนื้อเพลงแต่ละตอน มันดุเดือดเผ็ดมันมาก เรื่องแรก ผมจะพูดถึงเรื่อง กปปส. อีกครั้งหนึ่ง ว่าทำไมผมถึงพูดว่า เตะหมูเข้าปากหมา ที่ผมจำเป็นต้องเอามาพูดอีกครั้งก็เพราะว่ามีคน กปปส. หลายคนเข้ามาต่อว่าผม ว่าเขามาชุมนุมด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ไม่ได้มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง เดี๋ยวมาฟังผมพูด

เรื่องที่สอง คือ เรื่องโควิด วัคซีนที่มา จะฉีดดี หรือไม่ฉีดดี ? แต่ผมกำลังจะเล่าให้ฟังว่า ที่น่ากลัวกว่านั้น ตอนนี้โควิดกลายพันธุ์กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของอเมริกา คำถามคือ วัคซีนชนิดต่างๆ เชื่อมั่นได้หรือเปล่า ?

เรื่องที่สามที่ผมต้องพูด ก็คือว่า ผมไม่สบายใจในสถานการณ์โลกในตอนนี้ ระหว่างจีนกับอเมริกา ผมมีความรู้สึกที่ผิดปกตินิดหน่อย เหมือนกับอารมณ์บอกว่า เฮ้ย มันน่าจะเกิดเรื่องแล้วนะ แล้วผมจะอธิบายให้ฟังว่าเพราะอะไร

เรื่องที่สี่ คือ เรื่องการบินไทย จริงๆ ผมไม่ค่อยอยากพูดเรื่องนี้ เพราะว่าอย่างไรก็ตาม ถึงผ่านแผนฟื้นฟูไปแล้ว ผมก็ยังฟันธงได้ทุกวันนี้ว่า เจ๊งแน่นอน จำคำพูดผมไว้ อย่างไรก็เจ๊ง แล้วผมจะเล่าเบื้องหน้าเบื้องหลังการบินไทยให้เพิ่มเติม แต่ผมมาพูดวันนี้ ผมจะพูดให้กำลังใจที่คุณตัดสินใจลาออก ผมจะอธิบายให้ฟังว่าปรัชญาในส่วนตัวของผมนั้น การลาออกแล้วการไปเผชิญโลกใหม่ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่ากลัว พวกคุณอยู่ใน Comfort Zone มานานแล้ว ถึงเวลาที่คุณจะต้องกล้าหาญตัดสินใจเดินหน้าต่อไป

เรื่องที่ห้า คือ เรื่องความรุนแรงของม็อบสามนิ้ว จนมาถึงเรื่องของแอมมี่ เผาพระบรมฉายาลักษณ์ เรื่องนี้ดุเดือดเผ็ดมันมาก และเรื่องสุดท้าย ผมเอาออร์เดิร์ฟของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข มาให้ท่านผู้ชมได้ฟังตอนท้าย เพราะว่าอาทิตย์หน้า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. คนนี้ ผ่านไลฟ์เฟซบุ๊ก ในรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ"

ท่านผู้ชมครับ เมื่อวันศุกร์ที่แล้วผมพูดในรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ในเรื่องของ กปปส. แล้วผมก็พาดหัวข่าวว่า "เตะหมูเข้าปากหมา" ความจริงผมก็ไม่อยากจะพูดอะไรต่อไป เพราะผมคิดว่าศุกร์ที่แล้วค่อนข้างชัดเจน และเป็นศุกร์ที่พูดเรื่องเบื้องหลังการเมืองที่ไม่เคยมีใครพูดมาก่อน หลายๆ ท่านที่เพิ่งเคยอ่านก็ตกใจ แล้วก็เข้าใจดี แต่วันนี้ขอพูดเสริมสักนิดหน่อย ใช้เวลาไม่มากนัก


พอหลังจากผมออกรายการไปแล้ว ก็มีชาว กปปส. บางคน บางกลุ่ม ส่งข้อความมาต่อว่าผม บอกว่าพวกผมมาชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจ ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมเปิดใจฟังผมพูดนิดหนึ่ง อย่าเพิ่งโกรธ ใช้ความคิด คิดตามผม ผมไม่เถียงเลยว่าคนที่มาชุมนุมทั้งหมดต่างมาด้วยความบริสุทธิ์ใจกันทั้งนั้น เพียงแต่ผมพูดว่า แกนนำ กปปส. ที่พวกคุณเรียกว่าลุงกำนัน หรือคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้น พูดไม่หมด ว่าจริงๆ แล้วเบื้องลึกเบื้องหลังทหารกลุ่มที่ทำรัฐประหารในปี 2557 ยึดอำนาจ และคงมีอำนาจอยู่ทุกวันนี้ มีส่วนรับรู้และแอบจับมือเบื้องหลังกับแกนนำ กปปส. บางคน โดยใช้มวลชนอย่างพวกคุณ ที่คุณเรียกว่ามวลมหาประชาชน เป็นฉากบังหน้า

แกนนำ กปปส. จับมือกับทหาร ผมไม่ได้พูดลอยๆ เพราะเป็นเรื่องที่คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นคนเปิดเผยเอง หลังการรัฐประหาร 20 พฤษภาคม 2557 ประมาณ 1 เดือน ท่านผู้ชมครับ ผมจะย้อนเตือนความทรงจำให้ทุกท่านได้รับฟังอีกครั้ง เผื่อมีใครหลงลืมว่าเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2557 หนังสือพิมพ์และเว็บไซต์บางกอกโพสต์ รายงานข่าวเรื่อง สุเทพ คุยกับ ประยุทธ์ มาตั้งแต่ปี 2553 แล้ว ภาษาอังกฤษเขาว่า Suthep in talks with Prayuth 'since 2010' เนื้อหาข่าวบางกอกโพสต์ระบุว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 มิถุนายน 2557 ระหว่างที่คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ อยู่ในงานเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อระดมทุนของกลุ่ม กปปส. ที่ Pacific Club หรือ Pacific City Club คลับวีไอพีบนถนนสุขุมวิท มีคนดังมาร่วมงานเพียบเลย คุณสุเทพ เปิดเผยต่อผู้ร่วมงานเลี้ยงว่า ได้ติดต่อ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อวางแผนล้มระบอบทักษิณ มาตั้งแต่ปี 2553 แล้ว นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของคุณสุเทพ ผมไม่ได้มโน ผมไม่ได้โกหก ท่านผู้ชม ถ้าอยากฟังอะไรที่ตรงไปตรงมา ก็เข้ามาฟังใน "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" เพราะว่าไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ได้มโน และไม่ได้ต้องการที่จะใช้ท่านเป็นเครื่องมือ


แล้วสิ่งที่คุณสุเทพ ได้รับตอบแทนมาจากรัฐบาลทหาร ก็คือคุณสุเทพ ส่งคนของตัวเองเข้าไปสอดแทรกเข้าไปเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี ผมยกตัวอย่างแล้วกัน

2561-2562 ก่อนการเลือกตั้ง คุณบี พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ก็ได้รับตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ ภายใต้ พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนที่ในการเลือกตั้งจะเข้าไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ หลังการเลือกตั้ง คุณตั้น ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนคุณบี พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ก็ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส คุณถาวร เสนเนียม ที่ขึ้นเวทีกับคุณสุเทพ ก็ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในโควตาพรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนั้นแล้ว ในปี 2561 ยังมีคุณสกลธี ภัททิยกุล บุตรชัย พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตเลขาฯ คมช. ได้รับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. จนถึงวันนี้

2563 คุณตั๊น จิรภัสร์ กฤดากร (ภิรมย์ภักดี) ก็ได้เข้าเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการตำรวจฯ พอมาวันนี้คุณณัฏฐพล คุณพุทธิพงษ์ คุณถาวร ก็กลายเป็นอดีตรัฐมนตรีไปแล้ว เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็พร้อมที่จะถีบคนเหล่านั้นออกไปหมด นี่ไงที่ผมบอกว่า "เตะหมูเข้าปากหมา" ชัดเจนไหม ที่ผมพูดนี่คือความจริง ท่านผู้ชมจะเป็น กปปส. หรือไม่เป็น ท่านฟังข้อมูลนี้ดีๆ

คุณณัฏฐพล คุณพุทธิพงษ์ โอด โวยวาย เจ็บใจมาก พอได้รับประกันตัวในวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ คุณณัฏฐพล ก็ให้สัมภาษณ์สื่อ ยอมรับเลยว่าไม่คิดว่ามันจะหนักขนาดนี้ เราต้องยอมรับเมื่อวันที่เราเลือกเดินมาต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เราพอจะทราบว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น แต่ไม่ได้คิดว่ามันจะหนักขนาดนี้ อันนี้เป็นอุทาหรณ์ให้คนที่จะทำอะไรก็แล้วแต่ ก็ต้องมีการเตรียมพร้อม คุณณัฏฐพล ครับ ผมนี่รู้มานานแล้ว ผมถึงบอกว่า กูจะไม่ให้ใครหลอกใช้กูอีกต่อไป คุณโดนใครหลอกใช้หรือเปล่า คุณณัฏฐพล คุณโดนคุณสุเทพ หลอกใช้หรือเปล่า คุณณัฏฐพล ผมเข้าใจ และคุณพุทธิพงษ์ ผมเข้าใจว่าคุณเจ็บช้ำน้ำใจมาก ตอนนี้คุณก็เลยพยายามที่จะต่อสู้ว่า รัฐมนตรี 2-3 คำแหน่งที่หลุดไปนี้ มันเป็นโควตา กปปส. คุณณัฏฐพล ยังจำอดีตเก่าๆ มาเหรอ วันนี้คุณไม่มีอะไรแล้ว พรรคพลังประชารัฐเขาถีบคุณออกมา และผมเชื่อว่าคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็คือพี่น้อง 3 ป. ที่ถีบคุณออกมา แล้วไม่มีทางที่จะเอาพวกคนที่คุณตั้งใจที่จะให้เป็นรัฐมนตรีมาแทน เพราะเป็นโควตา กปปส. เขาถามมาคำหนึ่งว่าโควตา กปปส. ใครเป็นคนให้มา ไม่ใช่ เป็นของพรรคพลังประชารัฐ คุณแค่หน่วยกล้าตาย พวกนักการเมืองทั้งหลายที่เขี้่ยวลากดินกเฬวรากทั้งหลายที่อยู่ในสภาทุกวันนี้ ได้ดีก็เพราะผลงานของพวกคุณ นี่ล่ะคือ "เตะหมูเข้าปากหมา" เข้าใจหรือยัง คำพาดหัวของผมไม่ผิดเลยแม้แต่นิดเดียว

คุณบี พุทธิพงษ์ พูดอย่างไรรู้ไหม วันที่คุณพ่อรดน้ำให้ลูกชาย "หมดแรง หมดใจ หมดศรัทธา เพราะสิ่งที่ทำมันไร้ค่า ไร้ราคาสิ้นดี" ท่านผู้ชมครับ คุณพุทธิพงษ์ บอก หมดแรง หมดใจ หมดศรัทธา เพราะสิ่งที่ทำมันไร้ค่า ไร้ราคาสิ้นดี นี่ไงครับ

ในงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อระดมทุนของกลุ่ม กปปส. ใช้ชื่องานว่า "รับประทานอาหารเย็นกับลุงกำนัน" จัดขึ้นที่ Pacific Club หรือ Pacific City Club วันนั้นคุณสุเทพ บอกว่า เงินทุนที่ใช้ในการเคลื่อนไหวตลอด 6 เดือน ที่ กปปส. หมดไปกว่า 1,400 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินของแกนนำและเครือข่ายราว 400 ล้านบาท และเงินบริจาคอีกราว 1,000 ล้านบาท คุณสุเทพ พูดอย่างนี้ ตลอดระยะเวลาในการเคลื่อนไหวนานกว่า 6 เดือน เราใช้เงินไปมากกว่า 1,400 ล้านบาท โดยเงิน 400 ล้านบาทนั้น มาจากครอบครัวและพันธมิตรของกลุ่มแกนนำ กปปส. ส่วนอีก 1,000 ล้านบาทนั้น มาจากเงินบริจาคผู้สนับสนุนของเรา


ท่านผู้ชมครับ ผมไม่อยากจะพูด เพราะผมอยู่ในวงการ ผมรู้ดี นักธุรกิจหลายคน บริจาคช่วย กปปส. บางคนอยู่แถวคลองเตย โดนพบเข้าไป ขอไป 50 ล้าน เขาควักเงินให้ 50 ล้าน ที่มาจากครอบครัวหรือแกนนำ คงจะมีมาจริง แต่น้อยมาก 400 ล้าน ส่วนใหญ่แล้วจะมาจากบรรดานักธุรกิจที่บอกให้ไปช่วย

ท่านผู้ชมครับ การติดต่อระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับทีมงาน ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) กับคุณสุเทพ มีการพูดอย่างนี้ ก่อนการประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ บอกผมว่า คุณสุเทพ กับมวลมหาประชาชน กปปส. อ่อนล้ามากเกินไปแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่กองทัพจะเข้ามาทำหน้าที่ต่อ พอกองทัพเข้ามาทำหน้าที่ต่อ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่า ตั้งรัฐบาลในช่วงยังไม่มีการเลือกตั้ง ก็เอาคนโน้นไปเป็นรองผู้ว่าฯ เอาคนนี้ไปเป็นที่ปรึกษา พอมีการเลือกตั้งก็ค่อยเป็นรัฐมนตรี

คุณณัฏฐพล และคุณพุทธิพงษ์ครับ คุณประยุทธ์ คุณประวิตร และคุณอนุพงษ์ เขามองว่าเขาตอบแทนคุณไปแล้ว ให้คุณเป็นรัฐมนตรีกัน คุณจะมาเรียกร้องอะไรกับเขาไม่ได้อีกแล้ว คุณเจ็บใจใช่ไหม คุณโดนหลอกใช้ ? ใช่ คุณไม่พูดตรงๆ ผมก็รู้ความเจ็บช้ำน้ำใจของคุณ คุณพุทธิพงษ์ สร้างดีอี มา ปรากฏว่า .. ผมไม่อยากพูดให้คุณเสียกำลังใจนะครับ คนเขาบอกว่าผลงานของคุณพุทธิพงษ์ ในเรื่องดีอี ผลงานเด็ดที่สุดคือปิดเว็บไซต์ pornhub แต่ไม่หรอก ผลงานของคุณ คือคุณสามารถรวมการสื่อสารแห่งประเทศไทย และทีโอที ให้เป็น NT : National Telecom บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ

ผมรู้ว่าคุณเจ็บใจ คุณทำเกือบตาย รวมสองอันนี้ได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว มคปด. ภาษาแถวบ้านผมเขาเรียกว่า หมาคาบไปแดก แล้วก็จะมีนักการเมืองกเฬวรากขึ้นมานั่งเสวยสุขบน NT : National Telecom ผมรู้ว่ามันเจ็บปวดหัวใจมาก เพราะฉะนั้นแล้ว ปัญหาตอนนี้พรรคพลังประชารัฐเหลือแต่นักการเมืองส่วนใหญ่ที่กเฬวราก เขี้ยวลากดิน ส่วนใหญ่พรรคพลังประชารัฐเซ้งมาจากทางไทยรักไทย เพื่อไทย เก่า คนนอกหนีออกไปหมดแล้ว ตั้งแต่มีการเขี่ยทีมสี่กุมารของ ดร.สมคิด ออกไป ล่าสุดก็เขี่ย กปปส. ออกไป ส่วนคนนอกมืออาชีพที่หวังจะดึงเข้ามา ไม่มีใครมาหรอกครับ คุณจำคุณปรีดี ดาวฉาย ได้หรือเปล่า เพราะฉะนั้นแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ผมไม่รู้จะช่วยอะไรคุณได้ เพราะคุณสมรู้ร่วมคิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาตั้งแต่ต้น แล้ววันนี้เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแบบนี้ ก็เลยทำให้คุณต้องกระเด็นกระดอนไป ผมจะไม่พูดว่าทำไมคำพิพากษาออกมาเป็นแบบนั้น แต่ผมก็บอกให้คุณได้รู้ว่า นี่คือการออกแบบ ส่วนใครออกแบบ ใครจะอยู่เบื้องหลังการออกแบบ ผมไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ก็แล้วกัน

วันที่คุณกำลัง enjoy กับชัยชนะที่ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประวิตร วงษ์สุวรรณ อนุพงษ์ เผ่าจินดา ยึดอำนาจมา คุณไปฉลองที่ Pacific City Club คุณใส่เสื้อปาร์ตี้ชุดพราง ข้างหลังมีสกรีนว่า "บูรพาพยัคฆ์" คุณเป็นติ่งทหารเต็มๆ เลย ผมเอารูปให้คุณดูก็แล้วกัน คุณแฮปปี้ มีทั้งน้องสาวผม น้องปอง อัญชะลี ไพรีรัก วันนี้ไปกันไม่ถูกแล้ว

ท่านผู้ชมครับ ที่ผมต้องพูดเรื่องนี้ ผมต้องการที่จะให้ท่านผู้ชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มาจาก กปปส. ได้เข้าใจ ผมไม่เคยตั้งคำถามถามถึงความบริสุทธิ์ใจของคุณ ที่เข้ามาร่วม ผมเชื่อว่าคุณมีความบริสุทธิ์ใจ แต่ผมพูดมาตั้งแต่ต้นแล้วไง อาทิตย์ที่แล้ว ไปฟัง ผมไม่ไว้ใจคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ผมเคยพูดอย่างนี้ไปแล้ว และผมก็พูดอีก แล้วผมเอาหลักฐานมาพิสูจน์ชัด จากการให้สัมภาษณ์ของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่ามีการจับมือ ร่วมมือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปดูวันศุกร์ที่แล้ว ฟังซ้ำอีกครั้งหนึ่ง แล้วคุณจะเห็นว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นเป็นความจริง เท่านั้นเองล่ะครับ ผมต้องการชี้แจงให้คุณฟังว่า คุณมาอย่างบริสุทธิ์ใจ แต่คุณโดนแกนนำ กปปส. หลอกให้คุณมา แล้วใช้พลังของพวกคุณให้เกิดมีการปฏิวัติยึดอำนาจ เพื่อต่อรองตำแหน่งแห่งที่หลายๆ อย่าง

ท่านผู้ชมครับ วันนี้เราพูดกันเรื่องวัคซีนของโควิด-19 เสียหน่อย ไม่พูดไม่ได้ ข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 อเมริกาได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 72 ล้านโดสกว่า ให้กับประชากรได้ 48 ล้านคน คิดเป็นแค่ 14.5 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากร ก็มีผลดีเกิดขึ้น ผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ต่อวันลดเหลือไม่ถึง 1 แสนคนต่อวัน จากเดิมอยู่ที่ 2-3 แสนคนต่อวัน

สหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ ฉีดไปแล้วเกือบ 9 ล้านโดส ให้ประชากรจำนวน 3.38 ล้านคน หรือ 12.6 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้คนติดเชื้อในอังกฤษ ที่เคยติดวันละ 5-6 หมื่นคน เหลือแค่ 1 หมื่นคน


28 กุมภาพันธ์ 2564 จำนวนติดเชื้อรายใหม่ของอังกฤษเกิดขึ้นเพียง 7,434 คน ถึงขนาดบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เผยโรดแมปผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์อังกฤษ 4 ขั้นตอน และเขาจะปลดล็อกมาตรการทั้งหมดภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2564

อิสราเอล เป็นประเทศที่ไม่ใหญ่ แต่อัตราการฉีดต่อประชากร 100 คน สูงสุด ฉีดไปแล้ว 4.66 ล้านเข็ม ตั้งแต่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 รัฐบาลอิสราเอลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์มาแล้ว 3 ครั้ง และอนุมัติระบบพาสปอร์ตวัคซีน ที่เรียกว่า Green Badge (ตราเขียว) ให้บุคคลที่มีหลักฐานการฉีดวัคซีนภูมิคุ้มกันเท่านั้นที่จะเข้าสถานที่ต่างๆ ได้ ก็คือว่า อิสราเอล อีกหน่อยถ้าไม่มีการฉีดวัคซีน ก็จะไม่ได้ตราเขียว ถ้ามีตราเขียว ไปไหนมาไหนก็ได้หมด

ตราเขียว มีข้อดี-ข้อเสีย มันเป็นการแบ่งแยกชัดเจนระหว่างคนฉีด กับคนไม่ฉีด


นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลพูดเลยว่า ใครไม่ได้ฉีดวัคซีน จะถูกทอดทิ้งไปเลย

ท่านผู้ชมครับ ส่วนตัวของผมนั้น ผมมีความคิดเห็นที่ค่อนข้างที่จะตรงกันข้ามกับหลายๆ ท่าน ผมอายุ 73 แล้ว คงจะไม่เข้าข่ายในการฉีดวัคซีน เพราะเขาบอกว่าเกิน 65 ฉีดไม่ได้ ข้อแรก ผมรักษาตัวผมเองอย่างดี ผมระวังตัวมาก ผมไม่ไปไหนมาไหน ชีวิตที่ผมไม่ไปไหนมาไหนผมไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถ้าผมไป ผมจะไปในที่ๆ จำเป็นต้องไป วันนั้นผมจะไปซื้อกางเกงขาสั้น กับเสื้อคอกลม ที่ UNIQLO ผมไปที่สามย่านมิตรทาวน์ พอจอดรถปั๊บผมก็เดินขึ้นไปเลย ใส่หน้ากากเรียบร้อย ล้างมือเสร็จ แล้วผมมุ่งตรงไปที่ UNIQLO เลย ผมไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น แล้วผมก็ถามว่าเสื้อคอกลม กางเกงขาสั้น อยู่ที่ไหน พอเขาชี้ ผมดู ผมชอบปั๊บ ผมห่อกลับ ผมจ่ายเงิน แล้วผมกลับบ้านเลย ผมไม่ทำ window shopping ไม่ทำอะไร ผมคิดว่านี่คือพฤติกรรม New Normal จริงๆ ถ้าคุณต้องการรักษาตัวคุณเอง

สอง ผมเป็นคนที่เชื่อในภูมิปัญญาชาวบ้าน และผมก็รู้ว่า ถ้าเป็นหวัก ปวดหัว ตัวร้อน น้ำมูกไหล ทานฟ้าทะลายโจร 3 วัน หาย แต่เผอิญโชคดีที่ผมมีภูมิคุ้มกันสูง อายุ 73 แล้ว ผมเคยเล่าให้ฟังแล้ว ผมไม่เล่าให้ฟังแล้วก็แล้วกัน

สรุปง่ายๆ ว่า ล่าสุดมีวัคซีนตัวใหม่ออกมา ของบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน คือว่าฉีดแค่เข็มเดียวพอ วัคซีนที่ฉีดกันทุกวันนี้ต้องฉีด 2 เข็ม ต้องทิ้งระยะห่างกันประมาณ 28 วัน 30 วัน แต่จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน บอกว่าฉีดแค่เข็มเดียว


เขาบอกว่า จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้ออาการรุนแรงในสหรัฐฯ ถึง 85.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในแอฟริกาใต้ 81.7 เปอร์เซ็นต์ และในบราซิล 87.6 เปอร์เซ็นต์

ท่านผู้ชมครับ โดยรวมแล้ว วัคซีนจากอาสาสมัคร 39,321 คน ทั่วภูมิภาค วัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้ออาการสูง รุนแรงถึง 85.4 เปอร์เซ็นต์

ในส่วนตัวผมแล้ว เท่าที่ดูข้อมูล ผมค่อนข้างมั่นใจในวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มากพอสมควร มากกว่าทุกๆ เจ้า สรุปง่ายๆ ก็แล้วกันท่านผู้ชม ตอนนี้ทุกประเทศกำลังเร่งฉีดวัคซีน เพื่อให้มีผลในการที่ให้คนติดเชื้อน้อยลง หรือว่าคนที่ติดเชื้อแรงอยู่แล้ว พอฉีดวัคซีนเข้าไปแล้ว ลดความรุนแรงของเชื้อลงไป จนกระทั่งที่เคยเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ลดลงเหลือแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ มันก็เป็นผลดี

วัคซีนบางชนิดเท่านั้นที่ป้องกันการติดเชื้อ แต่บางชนิดไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ แต่ลดความรุนแรงของอาการ เรามาฟังท่านศาสตราจารย์นายแพทย์ประสิทธ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหิดล เขาบอกว่า ประเทศไทยต้องรู้ว่าวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า


หลักการฉีดวัคซีนตัวนี้คือ เอาไวรัสตัวหนึ่งที่ไม่ก่อให้เกิดโรคในคน แล้วเอาพันธุกรรมของโควิด-19 ที่สร้างโปรตีน ที่เขาเรียกว่า Spike Proteins จนเกิดการแพร่ระบาดเยอะเข้าไป แปะกับไวรัสตัวนี้เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งภูมิคุ้มกันตัวเราจะพบว่าไวรัสตัวนี้เป็นสิ่งแปลกปลอม และจดจำว่านี่คือเชื้อโรค เมื่อจำได้ ภูมิคุ้มกันตัวเราก็จะกำจัดไวรัสพวกนี้ ดังนั้นตัวนี้จึงมีประสิทธิภาพสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดต้องฉีด 2 ครั้ง แต่วัคซีนตัวนี้ไม่ได้เอาโควิด-19 มาทำ จึงทำให้ราคาไม่แพง ไทยตอนนี้ซื้อได้ในราคา 5 เหรียญ ต่อ 1 โดส อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ก็มีบริษัทอื่น อย่างรัสเซียด้วย แต่เราไม่ได้เอาเข้ามา

อาจารย์หมอที่ศิริราชยังพูดต่อ ว่า มีตัวที่ไทยนำเข้า ก็คือของจีน เขาเรียก ซิโนแวค เขาบอกว่า ซิโนแวค (SINOVAC) เป็นการใช้เทคโนโลยีที่นำเชื้อโควิด และทำให้อ่อนแรง จนไม่สามารถทำอันตรายได้ เทคโนโลยีนี้ เดิมทีราคาสูง เพราะต้องไปจัดการเชื้อให้อ่อนแรง ไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย ซึ่งได้ผลประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ที่เพียงพอต่อการทำให้เกิดผลภูมิคุ้มกัน ทำให้เป็นเทคโนโลยีเดียวกับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งปลอดภัยมาก เพราะรู้จักมานานแล้ว

หมอยง บอกว่า วัคซีนซิโนแวค ใช้วัคซีนเชื้อที่ตายแล้ว ที่จะฉีดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ โดยเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างดี โดยป้องกันความรุนแรงของโรคอย่างอาการน้อย ที่้เรียกว่า เกรด 3 คือ ป่วยแล้ว ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์แม้จะเป็นผู้ป่วยนอก สามารถป้องกันได้ 78 เปอร์เซ็นต์ แต่หากป้องกันการป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาล สามารถป้องกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าป่วยเล็กน้อย ที่เขาเรียกว่า เกรด 2 ติดเชื้อ ไม่ต้องดูแลทางการแพทย์ จะลดลงเหลือ 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งประเทศจีนขณะนี้ได้ค้นพบวัคซีนแบบเดียวกับจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน แล้ว ก็คือว่า สามารถที่จะฉีดแค่เข็มเดียวเหมือนกัน จีนก็บอกว่าจีนค้นพบได้แล้ว

ตอนนี้ทั่วโลกฉีดวัคซีนไปแล้ว 220 ล้านโดส มีบางประเทศฉีดเข็มแรกครอบคลุมประชากรไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ เช่น อิสราเอล โรคก็เริ่มลดลง อิสราเอลขึ้นทะเบียนเมื่อ 1 ธันวาคม 63 โดยเริ่มจากผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ก่อน แล้วลงมา 40 ปี จากเด็กนักเรียน จนปัจจุบันให้กับทุกคนที่อายุเกิน 16 ปี ทุกวันนี้จำนวนผู้ป่วยในอิสราเอลลดลง และอัตราการเสียชีวิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แสดงว่าการฉีดวัคซีนหมู่มาก จะป้องกันโรคได้ดี

ท่านผู้ชมครับ มันก็เข่าวในลักษณะนี้ สรุปง่ายๆ ว่า วัคซีนมี 2 ประเภท ประเภทหนึ่ง ป้องกันการติดเชื้อโรคได้ อีกประเภทหนึ่ง คือ ลดความรุนแรงของโรค ตอนนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่เรื่องวัคซีน น่ากลัวมากๆ


ดร.โรแชลล์ วาเลนสกี (Dr. Rochelle Walensky) คือใคร ? เธอเป็นผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ ที่ชื่อย่อว่า CDC ให้สัมภาษณ์กับสื่อเป็นครั้งแรก ว่า ในขณะนี้ CDC กำลังตรวจสอบ จับตาดูตัวเลขการติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในอเมริกาอยู่ แม้จะมีการระดมฉีดวัคซีนวันละหลายล้านคน เขาบอกว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อต่อวัน ราว 70,000 คน สำหรับ ดร.โรแชลล์ แล้ว ยังถือว่าสูงอยู่ ไม่นับรวมกับตัวเลขผู้เสียชีวิตต่อวัน ยังสูงอยู่ วันละ 2,000 คน เขาพูดต่อ นี่เป็นคำพูดที่เขาพูดออกมา และผมอยากให้ท่านผู้ชมฟังให้ดีๆ "โปรดฟังคำพูดของฉันชัดๆ ด้วย ระดับการติดเชื้อประมาณนี้ และการแพร่กระจายของไวรัสกลายพันธุ์ ความพยายามของพวกเรากำลังสูญเปล่า"

คือพูดง่ายๆ ว่า ดร.โรแชลล์ บอกว่า ในขณะนี้ที่น่ากลัวกลับกลายเป็นการกลายพันธุ์ของไวรัส ซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อประชาชนและความคืบหน้าของเรา ปัจจุบันนี้มีเชื้อโรคที่กลายพันธุ์ไปอยู่ 3 สายพันธุ์ ที่ได้รับการจับตาเป็นพิเศษ คือ สายพันธุ์สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) สายพันธุ์แห่งแอฟริกาใต้ และสายพันธุ์บราซิล ซึ่งกระจายได้อย่างรวดเร็ว

ดร.โรแชลล์ พูด และผมก็คิดของผมว่า แล้ววัคซีนที่ฉีด ไม่ว่าจะเป็นซิโนแวค ไม่ว่าจะเป็นแอสตร้าเซนเนก้า ไม่ว่าจะเป็นไฟเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นโมเดอร์นา มันจะรองรับการกลายพันธุ์ได้ไหม ? ท่านผู้ชมครับ ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครรู้จริงๆ เพราะฉะนั้นแล้ว เขาบอกว่า ในขณะนี้ที่น่ากลัวที่สุดก็คือว่า แล้วถ้ามีกลายพันธุ์เกิดขึ้นมามากขึ้นๆ แล้ววัคซีนที่ผลิตออกมานี้ มันรักษาไม่ได้ จะทำอย่างไร ? โลกต้องหมุนกลับเข้าไปที่เดิมหรือเปล่า เข้าใจหรือยังท่านผู้ชม ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัว สำหรับผมแล้ว และผมยังยืนยัน และผมขอให้ท่านผู้ชมทุกคนยึดถือตรงนี้เป็นหลักเลย ก็คือว่า ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด คุณจะฉีดวัคซีนแล้ว หรือไม่ได้ฉีดวัคซีน วัคซีนมันเข้าไปเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อให้ภูมิคุ้มกันของเรารู้ว่านี่คือเชื้อโรค แล้วก็จัดการซะ

คำถามก็มีต่อ ว่า แล้วภูมิคุ้มกัน เราจะสร้างมันได้อย่างไร นั่นคือวิธีการที่ท่านต้องไปหา ผมมีภูมิคุ้มกันของผม ผมมี ผมเคยเล่าให้ท่านผู้ชมฟังแล้วว่าผมทานน้ำมันมะพร้าวทุกวัน วันละ 4 ช้อนโต๊ะ เป็นการเพิ่มการเผาผลาญ ผมทานอายุวัฒนะ ซึ่งเป็นยาแพทย์แผนไทยโบราณที่อาจารย์ปานเทพ จัดให้ผมทาน ผมกินง่าย ถ่ายคล่อง ผมทานอาหาร มื้อเย็นผมไม่ทาน และผมเป็นคนที่ชอบอบไอร้อน ท่านผู้ชมครับ ลองทำตามที่ผมบอกสิ ไม่ต้องมีห้องซาวน่าหรอก แต่เผอิญผมมีห้องซาวน่ามานานแล้ว ผมเป็นคนที่ซาวน่าร้อน 92 องศาฯ ที่ผมตั้งอุณหภูมิไว้ ร้อนมาก เป็นเวลา 20-30 ปีแล้ว ท่านผู้ชมไปซื้อพวกตู้อบที่ทำด้วยพลาสติก ที่โผล่คอโผล่แขนมา ท่านผู้ชมอบทุกวัน วันละ 15-20 นาที ออกมาแล้วอาบน้ำเย็น ผมเชื่อว่าภูมิคุ้มกันจะเกิดขึ้นอย่างดี แล้วพวกเชื้อโรคต่างๆ รวมทั้งโควิด-19 ก็จะเข้าหาท่านผู้ชมได้ยาก เพราะฉะนั้นแล้ว รายการนี้กำลังจะบอกว่า วัคซีนมีส่วนช่วยได้มาก แต่มีอันตรายที่รอเราอยู่ แล้วในโลกนี้ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ ก็คือว่า สายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ออกมาอีก 3 สายพันธุ์ วัคซีนชื่อต่างๆ นี้จะรักษาได้ไหม อะไรก็ไม่สำคัญ ตอนนี้บริษัทเป็นธุรกิจผลิตวัคซีนที่คนร่ำรวยอย่างมหาศาล และโลกทั้งโลกแข่งขันกันขายวัคซีนไปแล้ว


ไฟเซอร์ประกาศมาแล้วว่า ยอดรายได้เข้ามา 5-6 แสนล้านบาท แค่ไม่ถึงเดือนนะท่านผู้ชม แล้วถ้าจะต้องผลิตเพิ่มเพื่อมารักษาโรคโควิดที่กลายพันธุ์อีก พวกนี้จะร่ำรวยขนาดไหน ผมถึงบอกว่า ถ้าต้องการจะรู้เรื่องการรักษาโดยภูมิปัญญาชาวบ้าน หลายประเทศ มาดากัสการ์ ท่านผู้ชม มาดากัสการ์ปฏิเสธวัคซีน เพราะเขามีสมุนไพรในท้องถิ่นที่เขายืนยันได้ว่ารักษาโควิด-19 ได้ ปรากฏว่าใครออกมาด่าเขาคนแรก รู้ไหม ? WHO องค์การอนามัยโลก

องค์การอนามัยโลก วันนี้เป็นองค์กรที่น่ากลัวมาก เพราะมีผลประโยชน์ผูกพันกับบริษัทผลิตวัคซีนทั้งสิ้น

ท่านผู้ชมที่ต้องการจะรู้ว่าภูมิปัญญาชาวบ้าน ภูมิปัญญาไทยอะไรบ้างที่พิสูจน์ได้พอสมควรหลายระดับแล้วว่า รักษาโรคนี้ได้ อย่ามาดูเฟซบุ๊ก ผมกำลังหาช่องทาง เพราะเฟซบุ๊กเขาห้าม หาช่องทางออกรายการ แล้วอธิบายให้ท่านผู้ชมฟัง มีหลักฐานพิสูจน์ชัด อีกช่องทางหนึ่ง เพื่อที่จะไม่เข้าไปสู่เงื่อนไขที่เฟซบุ๊กเขาจะบล็อก

ท่านผู้ชมครับ ผมมีเรื่องบางเรื่องที่ผมไม่ค่อยสบายใจ มันติดตามข่าวเรื่องนี้มานานแล้ว และได้เคยพูดเรื่องนี้มาพอสมควร ไม่ใช่เรื่องในเมืองไทย แต่จะกระทบกับเมืองไทยมาก และผมเห็นความเคลื่อนไหวอะไรบางอย่างที่ผมไม่ค่อยสบายใจอย่างมาก

ท่านผู้ชมครับ เวลาเราพิจารณาเรื่องบางเรื่อง ถ้าเราเอาข่าวรอบด้านของมัน แล้วก็เอามาแปะเอาไว้ ดูวัน ว. เวลา น. ของข่าวชิ้นนี้ที่เกิดขึ้น แล้วเรามองย้อนหลังกลับไปดูข่าวเก่าๆ เราจะเห็นว่าข่าวเก่าๆ นั้นมันจะมีพื้นฐานที่สนับสนุนให้เกิดความต่อเนื่องของข่าวใหม่ๆ ขึ้นมา ที่ผมพูดในเรื่องนี้ ก็คือเรื่องความขัดแย้งของสหรัฐอเมริกาและจีน ผมเกรงว่า อาจจะมีสงครามเกิดขึ้นแบบกะทันหัน อาจจะไม่ใช่สงครามแบบประเภทประกาศแล้วก็ตูมตาม รบกันเลย ไม่ใช่ แต่จะเป็นการรบแบบที่ไม่มีใครตั้งตัวได้ ทำไมผมถึงพูดเช่นนั้น ?


ผมเชื่อว่าการจะเกิดสงครามอีกครั้งหนึ่งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ทั้งที่ผมเองก็เคยพูดว่า โจ ไบเดน นั้นไม่น่าที่จะเป็นคนห้าวเป้งแบบโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ท่านผู้ชมครับ หลายๆ อย่างในชีวิตคนเรามันเกิดขึ้น ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุและผล มันเกิดขึ้นด้วยความกะทันหัน และเกิดขึ้นด้วยความไม่ยับยั้งชั่งใจ และบางครั้ง ยุทธศาสตร์ กับยุทธวิธีในการยิงก่อน รบก่อน แล้วค่อยเจรจาทีหลัง มันก็เป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้เหตุการณ์ต่างๆ ที่เราไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิด ก็เกิดขึ้น

แต่ก่อนที่เราจะไปถึงตรงนั้น ท่านผู้ชมต้องเข้าใจโครงสร้างของความมั่นคงของประเทศแต่ละประเทศให้ชัดเจนก่อน

โครงสร้างความมั่นคงของสหรัฐอเมริกานั้น พื้นฐานอยู่ที่กระทรวงกลาโหม หรือที่เรียกกันว่า เพนตากอน

ท่านผู้ชมครับ เพนตากอน มีองคาพยพอยู่ 2-3 องคาพยพ ที่จะเป็นส่วนเกื้อหนุนและสนับสนุนพื้นฐานของเพนตากอนได้ องคาพยพแรก ก็คือ หน่วยสืบราชการลับ ซึ่งของอเมริกานั้นมีอยู่หลายระดับ มีตั้งแต่สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ มีตั้งแต่สภาความมั่นคงของประเทศสหรัฐอเมริกา และมีไปถึงองค์กร CIA ตลอดจนบางส่วนของกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา


ท่านผู้ชมครับ ถ้าท่านผู้ชมตามเรื่องราวที่ผมเคยพูดมาในอดีต นานพอสมควร ท่านก็จะรู้ว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ CIA จะทำการประเมินสถานการณ์ในโลกนี้ และประเมินความมั่นคงของประเทศตัวเองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในโลกนี้

สมัยก่อนที่จีนยังไม่ได้ใหญ่ขึ้นมา จีนไม่ได้ถูกมองอยู่ในสายตาของกระทรวงกลาโหม แต่พอตอนหลังจีนเริ่มมีอำนาจทางด้านเศรษฐกิจขึ้นมา และพอจีนเริ่มจะขยายแสนยานุภาพทางการทหาร สภากลาโหมของอเมริกา หรือเพนตากอน ก็เริ่มมองจีนเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว และในที่สุด สมัยยุคทรัมป์ ก็ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนคำพูดของคู่แข่ง ว่า ศัตรูของอเมริกานั้นก็คึอประเทศจีน ท่านผู้ชมครับ ทำไมผมถึงต้องพูดเช่นนี้ให้ท่านผู้ชมฟังก่อน เพราะว่าหลักการของความมั่นคงนี้มันจะอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าประธานาธิบดีคนไหน จะเป็นใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นทรัมป์ หรือไม่ว่าจะเป็นโจ ไบเดน หรือไม่ว่าจะเป็นบารัก โอบามา หรือไม่ว่าจะเป็นจอร์จ ดับเบิลยู บุช หรือไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หลักการนี้คงอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นแล้ว ประธานาธิบดีเมื่อขึ้นมาแล้ว การเป็นประธานาธิบดีไม่ใช่จะทำให้คนๆ นั้นมีอำนาจสิทธิขาดในการกำหนดทิศทางการเดินหน้าต่อไปของประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างน้อยที่สุด จะต้องเดินหน้าไปตามเส้นทางที่กระทรวงกลาโหม หรือเพนตากอน ในด้านความมั่นคงจะต้องยึดถือกระทรวงกลาโหมเป็นสรณะ

เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อประเทศจีนเป็นศัตรูหมายเลข 1 ท่านผู้ชมต้องเข้าใจคนที่เป็นทหาร คนที่เป็นทหารสนใจอยู่อย่างเดียวว่า ฝ่ายตรงกันข้ามมีเรือรบกี่ลำ มีเครื่องบินกี่ลำ มีโน่นมีนี่ มีอะไรบ้าง และเรามีอะไรบ้าง

จากการซึ่งสมัยก่อน ช่องว่างระหว่างคุณภาพของแสนยานุภาพของอเมริกากับจีนจะห่างมาก มาวันนี้ช่องว่างนี้แคบลงแล้ว แคบลงจนกระทั่งเกิดความวิตกกังวลในหมู่บรรดานักวิเคราะห์ นักวิจัย และคนที่จะมาเขียนนโยบายโดยรวมของประเทศอเมริกา

เรื่องบางเรื่อง บางครั้งการที่จีนหรืออเมริกาคิดค้นระบบอาวุธขึ้นมาใหม่ มันก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงความสมดุลทางด้านทหารที่เคยวางเอาไว้ จู่ๆ แล้วถ้ามีอะไรใหม่ขึ้นมาปั๊บ สมดุลมันจะถูกปรับเปลี่ยนทันทีเลย ผมยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ ล่าสุดถ้าท่านผู้ชมเป็นคนที่ติดตามข่าวคราวในเรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งถ้าท่านผู้ชมไม่ได้ติดตาม ผมจะติดตามให้ และจะเล่าให้ฟัง


อเมริกานั้น อาวุธทางอากาศก็คือเครื่องบินรบเจ๊ต ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกาที่พัฒนามาจนกระทั่งตอนนี้ถูกสั่งระงับไปแล้ว คือ F-35 ว่ากันว่าเป็นเครื่องบินรบที่ดีที่สุดในโลก แต่ปรากฏว่า ล่าสุด เมื่อไม่นานมานี้เอง กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ตัดสินใจระงับการผลิตและการพัฒนา F-35 ต่อมา เหตุผลเพราะว่ามันติดขัดปัญหาทางเทคนิคเยอะมาก และต้นทุนในการพัฒนามันเยอะ มันแพง ถ้ามองในมุมกลับ ทางจีนล่ะ ? ขนาดอเมริกามีระบบ F เครื่องบิน F-16, F-21, F-22 ... มาถึง F-35 จีนมีระบบที่เขาเรียกว่า ระบบ J

ระบบ J ของจีน ก็เหมือน F ของอเมริกา J ถ้าผมจำไม่ผิดตอนนี้พัฒนามาถึง 20 หรือ 22 แล้ว และของรัสเซีย เขาเรียกระบบ SU (ซู)

SU ของรัสเซีย, J ของจีน ก็คือ F ของอเมริกา SU ของรัสเซีย กับ J-20 หรือ J-22 นั้นมีสมรรถนะ แสนยานุภาพเทียบเท่า หรือเหนือกว่า F-35 ที่อเมริกาสั่งหยุดพัฒนาไปแล้ว นั่นข้อแรกที่ผมจะเล่าให้ฟัง


อันที่สอง แสนยานุภาพของอเมริกานั้นตอนนี้มีอยู่ 2 ประการ ประการแรก คือ กองเรือบรรทุกเครื่องบิน ที่ผมเคยพูดมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ท่านผู้ชมไปดูคลิปเก่าๆ ก็แล้วกัน ท่านผู้ชมจะเห็นชัด ไม่ว่าจะเป็นกองเรือที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 ที่ 7

หนึ่งกองเรือ หนึ่งเรือบรรทุกเครื่องบิน จะมีเรือคุ้มกัน เรือพิฆาต เรือลำเลียง เรือโน่นเรือนี่ 23 ลำ เกาะกลุ่มกันไป วิ่งกันไปเป็นฝูง รวมทั้งเรือดำน้ำด้วย พูดง่ายๆ ว่า แล่นไปที่ชายฝั่งทะเล สมมุติว่าแล่นมาที่มหาสมุทรแปซิฟิก ใกล้ๆ ดานัง ก็สามารถที่จะเอาเครื่องบินขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบินวิ่งเข้ามาที่เมืองไทย วิ่งเข้าไปที่เขมร วิ่งเข้าไปในระยะไม่เกิน 200-300 กิโลเมตร แล้วก็ถล่ม ส่วนพวกเรือพิฆาตต่างๆ และเรือขีปนาวุธ ก็จะมีขีปนาวุธในลำเรือ ที่มีชื่อที่สุดในสงครามอ่าว ก็คือ โทมาฮอว์ก (Tomahawk) ท่านผู้ชมเคยดูทีวีใช่ไหม CNN สมัยที่อเมริกาบุกอิรัก หรืออเมริกาไปรบที่คูเวต ตอนที่อิรักไปยึดคูเวต จะเห็นว่าจรวดโทมาฮอว์กนั้นวิ่งเลี้ยวซ้ายที เลี้ยวขวาที แล้วก็ไปสู่เป้า ทั้งๆ ที่เป้านั้นซ่อนอยู่หลังตึก นั่นคือการพัฒนา


ช่วงหลังอาวุธได้ถูกพัฒนามาสูงถึงขนาดถูกบังคับด้วยสัญญาณทางดาวเทียมตลอดเวลา เพราะฉะนั้นแล้ว ทางจีนก็เร่งพัฒนาอาวุธ รัสเซียก็เร่งพัฒนาอาวุธ อิหร่านก็เร่งพัฒนาอาวุธ

ท่านผู้ชมครับ เรือบรรทุกเครื่องบินของอเมริกา 1 ลำ ใช้เงินสร้างน่าจะเป็นแสนๆ ล้านบาทต่อ 1 ลำ แล้วยังไม่นับกับบุคลากรที่ลงไปในเรือนั้นด้วย ปรากฏว่าอิหร่านก็พัฒนาเรือบรรทุกเครื่องบินเหมือนกัน แต่เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเล็ก

อิหร่านพัฒนาเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเล็ก แต่ไม่ได้บรรทุกเครื่องบิน แต่บรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เฮลิคอปเตอร์ที่บรรทุกนั้นสามารถเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่บินเพื่อทำลายล้างเรือดำน้ำที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ทำลาย และอีกอันหนึ่งที่อิหร่านเสริมอาวุธในเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเล็กเอาไว้ ท่านผู้ชมคงนึกไม่ถึง มันไม่ใช่เรือบรรทุกเครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์ มันคือเรือบรรทุกขีปนาวุธ


ในเรือพวกนี้จะมีขีปนาวุธนับร้อยๆ ตัว ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะไกลคงจะต้องใช้ฐาน เขาเรียกว่า Land Base แต่ถ้าในเรือแล้ว คือระยะสั้น ระยะกลาง ทำไมอิหร่านถึงพัฒนาเช่นนี้ ? เพราะอิหร่านได้พัฒนาพร้อมจีนและรัสเซีย ในการผลิตขีปนาวุธที่เร็วกว่าเสียง ที่เขาเรียกว่า ไฮเปอร์โซนิก (Hypersonic) ผมเคยเล่าเรื่องให้ฟังแล้ว ถ้าท่านผู้ชมจำได้

ไฮเปอร์โซนิก จะบินเร็วกว่าเสียงประมาณ 10 เท่า วื้ด ถึงแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว เรือบรรทุกเครื่องบินของอเมริกา 1 ลำ และเรือประกอบอีก 23 ลำ วิ่งมาในน่านน้ำ แถวๆ อ่าวเปอร์เซีย เรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเล็กของอิหร่านจอดห่างจากเรือบรรทุกเครื่องบินของอเมริกาประมาณ 50 ไมล์ หรือ 100 ไมล์ มองกันไม่เห็น แต่เห็นในเรดาร์ มันก็สามารถจะยิงขีปนาวุธที่เร็วกว่าเสียงเข้าไป แล้วถล่มกลุ่มเรือนี้ เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดว่า ต้นทุนในการผลิตมันต่างกันมาก แต่ความทำลายล้างของตัวเล็กมันสามารถทำลายล้างกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินตัวใหญ่ได้ นี่ผมยกตัวอย่างถึงความไม่เท่าเทียมกันนะครับ

อเมริกามีเรือบรรทุกเครื่องบินที่เร็วกว่าเสียง และหลบเรดาร์ได้ ที่เขาเรียกว่าสเตลธ์ (Stealth) จีนกับรัสเซียก็มี เพราะฉะนั้นแล้ว ตรงนี้ไม่มีใครเหนือใคร ท่านผู้ชมจำได้ไหมผมเคยเล่าให้ฟังว่า จีนสมัยก่อน โลกทั้งโลกต้องพึ่งระบบ GPS ของอเมริกา เพราะอเมริกามีดาวเทียมที่ให้บริการ GPS หมด และอเมริกาเป็นคนคุมเกมนี้ ผมเคยพูดให้ท่านผู้ชมฟังแล้ว จำได้ไหมครับว่า ในที่สุดแล้ว จีนมองว่าในที่สุดจีนต้องปะทะกับอเมริกาแน่นอน จีนก็เลยยิงดาวเทียม GPS ของตัวเอง แล้วมีรัสเซีย มีอิหร่าน มีเกาหลีเหนือ ใช้ระบบ GPS และอีกหลายประเทศที่อยากจะใช้ระบบ GPS จีนก็จะให้ใช้


เพราะฉะนั้นเมื่อมีการรบกันแล้ว GPS จะเป็นตัวกำหนดที่สำคัญที่สุด และจีนไม่จำเป็นต้องพึ่งอเมริกา ท่านผู้ชมครับ นี่คือทางด้านแสนยานุภาพนะครับ เรายังไม่พูดถึงขีปนาวุธ เพราะว่าในขณะนี้ ทั้งอเมริกา และจีน และรัสเซีย มีขีปนาวุธข้ามทวีป หรือที่เขาเรียกว่า ICBM (Intercontinental Ballistic Missile) สามารถจะยิงจากปักกิ่ง all the way ไปลงที่นิวยอร์กได้ อาจจะใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมง หรือ 1 ชั่วโมง กว่าจะไปถึง แต่ขณะเดียวกัน อเมริกาและหลายๆ ประเทศที่มีผลกระทบ หรือแม้กระทั่งจีน ก็เริ่มตั้งขีปนาวุธป้องกันประเทศ คือถ้ามีขีปนาวุธยิงข้ามทวีปมาปั๊บ ขีปนาวุธที่อยู่ในประเทศก็จะยิงขึ้นไปเพื่อไปชนกับขีปนาวุธนั้น แล้วก็ทำให้ขีปนาวุธนั้นสลายตัวไป ซึ่งการพัฒนาตรงนี้ พัฒนาไปได้มากพอสมควร แต่ประสิทธิภาพและประสิทธิผลยังไม่เป็นที่พึงพอใจ คืออาจจะทำงานได้สำเร็จประมาณ 50 หรือ 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังต่ำเกินไป

ทำไมผมถึงต้องเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ? เรื่องนี้มันสำคัญมาก สำคัญตรงที่ว่า ในขณะนี้ อเมริกาได้มองจีนเป็นศัตรูหมายเลข 1 แล้ว ศัตรูหมายเลข 1 ทางการค้า ศัตรูหมายเลข 1 ในทางการทหาร ศัตรูหมายเลข 1 ในการเผยแพร่และแสดงแสนยานุภาพกดดันประเทศต่างๆ ทำให้หลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนถือว่าทะเลจีนตอนใต้เป็นของเขา เมื่อเป็นของเขาแล้ว เขาจะไม่ให้ใครเข้ามายุ่มย่าม อเมริกาก็เลยวางหมากเอาไว้ที่ไต้หวัน และอเมริกาก็เอาเรือบรรทุกเครื่องบินที่ตั้งอยู่ที่หมู่เกาะกวม และโอกินาวา วิ่งผ่านช่องแคบไต้หวันมา แล้วช่วงหลังนี้ก็จะมีเรือบรรทุกเครื่องบินของจีน ก็มาวิ่งสวนกันไปสวนกันมา ข่มขู่กันไปข่มขู่กันมา อเมริกาเริ่มซ้อมรบในเอเชียแปซิฟิก จีนก็เริ่มซ้อมรบของตัวเองที่ทะเลป๋อไห่ ต่างฝ่ายต่างซ้อมรบ คล้ายๆ ให้รู้


ท่านผู้ชม ทำไมผมพูดเรื่องเก่าเรื่องนี้ขึ้นมาอีก ? เหตุผลเพราะว่าในช่วงระยะเวลาอาทิตย์กว่าๆ ที่เรากำลังวุ่นวายกับหลายเรื่อง กับเรื่อง กปปส. เรื่องโน้นเรื่องนี้ ผมไปเห็นข่าวอยู่หลายชิ้น ทำให้ผมเอะใจ

ท่านผู้ชมจำได้ไหมอาทิตย์ที่แล้วผมพูดถึงเรื่องเมื่อประมาณเดือนตุลาคม นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวาระครบรอบ 70 ปี ของการได้รับชัยชนะในสงครามในเกาหลี สี จิ้นผิง พูดออกมา ท่านผู้ชมจำได้ ถ้าท่านผู้ชมที่ไม่ได้ดู ผมจะเล่าให้ฟัง สี จิ้นผิง อธิบายให้ฟังในวันนั้น และเขาพูดในสภากลาโหม ก็คือทหารจีนทั้งนั้นเลยที่นั่งฟังอยู่ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ พวกกองทัพปลดแอกประชาชนที่เป็นทหารเรือ กองทัพปลดแอกประชาชนที่เป็นทหารบก ทหารอกาศ เขาบอกว่า เกาหลีเป็นจุดเริ่มต้นของการที่จีนได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าจีนไม่ใช่คนป่วยของเอเชียอีกต่อไป สมัยก่อนมีคนเรียกจีนว่า The Sick Man of Asia ก็คือ คนป่วยของเอเชีย แต่พอมาตอนหลังแล้ว จีนหลังจากชนะสงครามเกาหลีแล้ว พอมาในยุคเติ้ง เสี่ยวผิง ก็เริ่มเปิดประเทศ เริ่มพัฒนาทางเทคโนโลยีมากมาย สี จิ้นผิง พูดอย่างไร ? สี จิ้นผิง พูดว่า จีนวันนี้ไม่ใช่จีนที่อ่อนแอในอดีตอีกต่อไป ใครที่คิดว่าเรายังอ่อนแออยู่ และสามารถรังแกเรา ก็เข้ามาเลย เราไม่รุกรานใคร แต่เราไม่กลัวที่เราจะตอบโต้กับคนที่รุกราน คือพูดง่ายๆ ว่า มึงมา 1 หมัด กูก็ตามอีก 1 หมัด ผมเคยพูดศัพท์นี้ไว้ ท่านผู้ชมจำได้ไหม แล้วก็เป็นการพาดหัวในคลิปนั้นแล้วคนเข้ามาดูเป็นล้านๆ คน ที่ผมบอกว่า ถ้ามึงแน่จริงก็ไสม้าเข้ามา นั่นคือสิ่งที่จีนพูดกับอเมริกา "แน่จริง ไสม้าเข้ามา" รบก็เป็นรบ


ทีนี้ที่ผมจะพูดเพราะอะไร ? เพราะมันมีสัญญาณที่ประหลาดมาก จากตุลาคม 2563 ที่สี จิ้นผิง ประกาศกร้าวถึงจุดยืนที่จีนจะไม่ยอมให้ใครมาลบหลู่ ดูหมิ่น หรือว่ามารังแกาเขา ท่านผู้ชมจำได้ไหมผมเคยพูดกับท่านผู้ชมว่าอย่างไร

จีน พูดอะไร คุยได้หมดทุกเรื่อง คุยไม่ได้อยู่ 2-3 เรื่อง และอย่าไปคุยเลย เรื่องแรกคือ ไต้หวัน

ไต้หวัน จีนบอกว่าเป็นของจีนแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ซึ่งในข้อเท็จจริงก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องทิเบต จีนอาจจะไปยึดทิเบตมา หรือซินเจียง ที่ชาวอุยกูร์อยู่ จีนอาจจะยึดซินเจียงมา แต่นั่นเป็นประวัติศาสตร์ท่านผู้ชม

ประวัติศาสตร์นั้น จีนยึดซินเจียงมาเมื่อตั้งเกือบพันปีที่แล้ว ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง คือ ถังไท่จงฮ่องเต้ หลี่ ซื่อหมิน หลังจากขึ้นเป็นจักรพรรดิของจีน จักรพรรดิองค์ที่สองต่อจากพ่อ หลี่ เอียน คุมราชวงศ์ถัง แล้วราชวงศ์ถังก็บุกไปทางตะวันตก ไปตีพื้นที่ที่ภาษาจีนเขาเรียกว่า ชาวหู ชาวหู ก็คือชนที่ไม่ใช่คนจีน ตาสีฟ้า พวกชาวเติร์ก เติร์กเมนิสถาน


ซึ่งพวกนี้คือพวกที่เป็นต้นกำเนิดและเป็นบรรพบุรุษของชาวอุยกูร์ในซินเจียง เพราะฉะนั้นแล้ว จีนยึดซินเจียงมาตั้งแต่สมัยจักรพรรดิหลี่ ซื่อหมิน ราชวงศ์ถัง เพราะฉะนั้นจีนก็เลยถือว่า ซินเจียงเป็นพื้นที่ของเรา เป็นพื้นที่ของประเทศจีน

อีกเรื่องหนึ่ง ทิเบต ซินเจียง ไต้หวัน และฮ่องกง ฮ่องกงนี่ชัดเจนแล้ว จีนได้แสดงอำนาจเหนือฮ่องกงมาแล้ว จากการที่ข้อตกลงในการที่จะมีหนึ่งประเทศสองระบบนั้น จะต้องมีเวลาทั้งหมด ตกลงกัน 50 ปี แล้วผ่านไปแค่ 28 ปี เหลือ 22 ปี จีนก็เข้ามายึดฮ่องกงก่อนล่วงหน้า โดยไม่สนใจข้อตกลงหนึ่งประเทศสองระบบ เหตุผลก็เพราะจีนถือว่าทางตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอเมริกา ออสเตรเลีย และอังกฤษ สามประเทศนี้คือตัวที่ยุยงส่งเสริมเพื่อที่จะให้ฮ่องกงวุ่นวาย เพื่อที่จะให้ตะวันตกสอดแทรกเข้ามาได้

ในขณะนั้น (ผมทบทวนข้อมูลประวัติศาสตร์เล็กน้อย ท่านผู้ชมจะได้เข้าใจ) ฮ่องกงยังไม่มีกฎหมายความมั่นคง แต่ฮ่องกงก็กำลังอยู่ในเงื่อนไขที่จะต้องร่างกฎหมายความมั่นคง แต่ว่าถูกยื้อมาตลอดเวลา จีนก็เลยตัดสินใจใช้สภาประชาชนของจีน ที่ปักกิ่ง ร่างกฎหมายความมั่นคงแล้วเอากฎหมายความมั่นคงตัวนี้ มาครอบฮ่องกง เพื่อจีนจะได้มีอำนาจในการใช้กฎหมายความมั่นคง เพื่อจัดการกับคนอย่างเช่นนายโจชัว หว่อง นายจิมมี ไล จับบรรดานักธุรกิจ หรือบรรดานักเคลื่อนไหวที่อยู่ภายใต้การสนับสนุนของตะวันตก เข้าคุกให้หมด จนกระทั่งเหตุการณ์ในฮ่องกงสงบ หลังจากที่ทางตะวันตก โดยมูลนิธิ NED : National Endowment for Democracy และสื่อมวลชนต่างๆ เข้ามา ของตะวันตก ยุยงส่งเสริม รายงานข่าวที่จีนมองว่าเป็นการรายงานข่าวเท็จ เพราะว่าลักษณะ Hong Kong Model นั้น เดี๋ยวผมจะอธิบายอีกตอนหนึ่งในเรื่องของม็อบสามนิ้ว วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ว่ามันเป็นจุดสุดท้ายของ Hong Kong Model และวิธีการ เป็นวิธีการอย่างไร ซึ่งเหมือนกันเป๊ะเลยท่านผู้ชม ไม่มีอะไรผิดพลาด ถ้าฟังผมแล้ว จำให้ดีๆ แล้วท่านผู้ชมจะเห้นด้วยว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นไม่ผิด

เพราะฉะนั้นแล้ว 3-4 เรื่อง ฮ่องกง ทิเบต ซินเจียง ไต้หวัน จีนไม่ยอมเลย การค้าขึ้นภาษีได้ ไม่เป็นไร ถ้าคุณอยากค้าขาย ถ้าจีนอยากค้าขาย ถ้าคุณขึ้นภาษีผม ผมก็ส่งไปขาย ผมก็ขึ้นภาษีคุณ ก็คือการทะเลาะเบาะแว้งกันทางด้านการค้า แต่พอเป็นเรื่องทะเลจีนตอนใต้ จีนอาจจะทำเลยเถิดไป เพราะว่าทะเลจีนตอนใต้นั้น มีอยู่หลายประเทศที่เข้าไปยึดถือ และถือว่าเกาะแต่ละเกาะนี้ เป็นเกาะของประเทศนั้นประเทศนี้ มีทั้งมาเลเซีย มีทั้งเวียดนาม มีทั้งญี่ปุ่น ทางเกาะทะเลจีนตอนใต้ที่อยู่ตรงกลางๆ คือหมู่เกาะสแปรตลีย์ หมู่เกาะสแปรตลีย์ เวียดนามถือว่าตัวเองก็มีสิทธิเป็นเจ้าของเช่นกัน หลายประเทศก็บอกมีสิทธิที่จะเป็นเจ้าของเช่นกัน

ส่วนถ้าขึ้นไปทางเหนือหน่อย ก็เป็นหมู่เกาะเซ็งกากุ ของญี่ปุ่น ซึ่งจีนเรียกว่าหมู่เกาะเตียวหยู จีนก็บอกว่าเป็นของจีน ญี่ปุ่นก็บอกว่าเป็นของญี่ปุ่น แต่ความที่จีนตัวใหญ่ ในสายตาของประเทศเพื่อนบ้านหลายๆ ประเทศ อาจจะมองว่าจีนค่อนข้างจะอันธพาล เพราะฉะนั้นแล้วก็ช่วยไม่ได้ เพราะว่าจู่ๆ จีนก็ไปสร้างสนามบินอยู่บนหมู่เกาะสแปรตลีย์ เพื่อให้เครื่องบินขับไล่ เครื่องบินทิ้งระเบิด จอดลงที่หมู่เกาะสแปรตลีย์ได้ แล้วจีนก็บอกว่าใครเข้ามาใกล้เกาะในพื้นที่จีน จีนจะยิงหมด แล้วจีนก็สั่งเรือยามฝั่ง อนุญาตให้เรือยามฝั่งยิงได้ทันที ญี่ปุ่นก็เอาบ้าง ญี่ปุ่นก็บอกว่า ใครเข้าใกล้หมู่เกาะ อเมริกาก็เลยต้องการจะบีบจีน พอเห็นจีนเกเรมากจนเกินไป อเมริกาบอก พื้นที่นี้มันเป็นพื้นที่การเดินเรือระหว่างประเทศ ทุกชาติมีสิทธิที่จะเดินเรือได้ คุณจะเอาหมู่เกาะสแปรตลีย์มา


แล้วคุณบอกว่า 10 ไมล์ทะเล วัดจากชายฝั่งมาจนถึงกลางทะเล เป็นพื้นที่ของจีน ทำให้เรือเดินไม่ได้ จีนทำเช่นนั้นเพราะว่าจีนต้องการความมั่นคงในการขนส่งน้ำมัน เพราะจีนมองว่า ถ้าจีนไม่มายึดทะเลจีนตอนใต้ จะทำให้ปัจจัยยุทธศาสตร์ที่สำคัญในเรื่องน้ำมันของจีนสะดุด เมื่อสะดุดแล้ว จีนต้องตายลูกเดียว เพราะฉะนั้นด้วยเหตุนี้ จีนจึงไม่ยอมในเรื่องนี้

ดูแตร์เต ก็เคยร้องต่อศาลยุติธรรมโลก (ศาลโลก) ให้พิพากษาว่าเกาะที่ฟิลิปปินส์และจีนอ้างว่าเป็นเจ้าของนั้น ใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง ศาลยุติธรรมของโลกก็บอกว่า ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าของ แต่จีนไม่สนใจ จีนกลับเจรจากับดูแตร์เต แล้วก็ตามสไตล์จีน เอาเงินไปก้อนหนึ่ง เอาความช่วยเหลือไป ดูแตร์เต ก็คิดแบบคนที่มองโลกในความเป็นจริงว่า อย่างไรก็สู้จีนไม่ได้ สู้เอาเงินมาดีกว่า แต่ก็ยังมีการเจรจาว่าแล้วจะพัฒนาหมู่เกาะร่วมกันได้อย่างไร


เอาล่ะ ท่านผู้ชม นี่ผมเล่าแบ็กกราวนด์ต่างๆ ให้ท่านผู้ชมฟัง

ท่านผู้ชมครับ อาทิตย์ที่แล้วมีเหตุการณ์ๆ หนึ่งเกิดขึ้น ผมงงมาก แหล่งข่าวของผมจากประเทศจีนบอกมา แล้วผมจะเอารูปมาให้ดู มีการปลุกระดมคนจีน ทั่วประเทศเลยนะ ปลุกระดมว่าให้เตรียมรับการสงคราม ให้เตรียมพบสงคราม มีการเอาภาพการถ่ายทำอันใหม่ที่เลียนแบบประวัติศาสตร์เก่า และมีภาพประวัติศาสตร์เก่าออกมา เป็นคลิปให้ประชาชนคนจีนดูทั้่งหมดเลย ก็คือว่า เป็นภาพของกองทัพแดงสมัยนั้น สมัยนั้นกองทัพประชาชนของจีน ก็คือ กองทัพแดง เขาเรียกว่า Red Army


กองทัพแดงกำลังจะข้ามแม่น้ำ แล้วก็มีประชาชนเต็มเลย ยืนอยู่ในแม่น้ำ ทำตัวเป็นตอม่อ แล้วก็แบกไม้เอาไว้ เพื่อให้ทหารจีนเดินข้ามไป วัตถุประสงค์คือ คำพูดในคลิปวิดีโอนั้น เนื่องจากว่าคลิปวิดีโอนั้นเราเอามาออกในเฟซบุ๊กไม่ได้ ผมก็เลยตัดเป็นภาพๆ ให้ดู


จีนบอกว่าเราต้องพร้อมรบ สงครามใกล้จะมาแล้ว พูดอย่างนี้เลยนะครับ เพราะฉะนั้นอย่าประมาท เราต้องรวมตัวรวมใจกัน เอาล่ะ นั่นข้อหนึ่งที่ปลุกระดม ก่อนหน้าที่จะมีคลิปปลุกระดม อเมริกามีดาวเทียมที่จับจีนตลอดเวลา 24 ชั่วโมงเลย อเมริกาประกาศว่า เห็นความเคลื่อนไหวที่จีนเคลื่อนไหว ขยับขยายจรวด อาวุธนิวเคลียร์ที่ยิงข้ามทวีป จากจุดหนึ่งไปอีกหลายๆ จุด นี่คือในหลักการทหารเขาเรียกว่า Repositioning in preparation of war ก็คือเตรียมปรับฐานต่างๆ เคยอยู่ตั้งที่มุมนี้ มาตรงมุมนี้ เผื่อเราจะยิงเข้าไป มันจะได้ย่นระยะเวลา นั่นคือการเตรียมรบนะ ท่านผู้ชม

ที่มันกว่านั้น ท่านผู้ชมอาจจะไม่ได้สังเกต แต่ผมสังเกต เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2564 รัฐบาลทหารของท่านมิน อ่องหล่าย ยึดอำนาจจากอองซาน ซูจี เหตุผลก็เพราะว่าอองซาน ซูจี กำลังจะเปิดประตูให้ทางตะวันตกเข้ามาเกี่ยวข้องกับประเทศพม่ามากขึ้น อ๋อ แน่นอนที่สุด จีนก็หวังให้ทหารพม่าต่อต้านความคิดนี้ แต่เขาคงคิดไม่ถึงว่ามิน อ่องหล่าย ต้องการที่จะจัดการกับ fraction ต่างๆ กลุ่มต่างๆ ความขัดแย้งในกองทหารตัวเอง ที่ผมเคยอธิบายให้ฟังแล้ว เขาก็เลยยึดอำนาจ แล้วเขาก็ล้างกลุ่มต่างๆ

ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ สองอาทิตย์ที่มิน อ่องหล่าย ยึดอำนาจ ปรากฏว่าก่อนหน้านั้นอาทิตย์หนึ่ง อเมริกา และกลุ่ม QUAD กลุ่ม QUAD ท่านผู้ชมจำได้หรือเปล่า เป็นกลุ่ม 4 ประเทศ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อคานอำนาจจีนโดยเฉพาะ สี่ประเทศนั้นมีอเมริกา มีอินเดีย มีญี่ปุ่น และมีออสเตรเลีย เขาเรียกกลุ่ม QUAD

กลุ่ม QUAD พวกนี้ประกาศว่าจะซ้อมรบในมหาสมุทรอินเดีย การจะซ้อมรบในมหาสมุทรอินเดีย เป็นจังหวะที่พม่าเปลี่ยนถ่ายอำนาจ และประชาชนกำลังลุกฮือขึ้นมาต่อสู้กับมิน อ่องหล่าย


และที่สำคัญที่สุด ผมเคยพูดให้ท่านผู้ชมฟังมานานแล้ว ว่า ตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอังกฤษ ต้องการที่จะแยกรัฐยะไข่ออกมา ให้พ้นออกจากพม่า เพื่อเป็นรัฐอิสระ นั่นคือที่มาของที่ตะวันตกหนุนหลังกองกำลังกบฏของโรฮีนจา แล้วเป็นผลทำให้ทหารพม่า โดยคำสั่งของอองซาน ซูจี นั้น ปราบปรามกบฏโรฮีนจาอย่างโหดเหี้ยมและอำมหิตที่สุด เผาบ้าน ฆ่า ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง คนแก่ ไม่สนใจ ยิงทิ้งหมด ด้วยเหตุนี้ความไม่สงบในรัฐยะไข่ก็เลยมีสูง

ท่านผู้ชมตามผมมานิดหนึ่ง ผมจะเล่าประวัติที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ทางตะวันตกต้องการ คือต้องการจะให้มีนักการเมืองพม่า หรือทหาร หรือตำรวจพม่า ที่ไม่เห็นด้วยกับมิน อ่องหล่าย แล้วตั้งตัวเป็นอิสระในรัฐยะไข่ ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยัง เพื่อที่เวลากลุ่ม QUAD ฝึกซ้อมการรบทางทะเล ก็จะได้ถือโอกาสยกพลขึ้นบกที่รัฐยะไข่ เพราะว่าอเมริกาไม่มีพื้นที่บนบกเลย ที่จะเข้าไปสู่จีน เพราะพม่ามีความสำคัญกับจีนมากๆ อาจจะสำคัญเท่าๆ กับไทย หรืออาจจะมากกว่าไทย แต่ถ้าพูดถึงโครงสร้างทางการคมนาคมแล้ว สำคัญสู้ไทยไม่ได้ เพราะไทยทันสมัยกว่าพม่าเยอะ แต่นั่นล่ะ


คือถ้าเข้าพม่าได้ คือ Land ได้ คือลงพื้นที่ที่ดินได้ปั๊บ แล้วถ้ายึดครองพม่า หรือปกครองพม่าด้วยนโยบายตะวันตกแล้ว ก็จะทำให้อเมริกานั้นจ่อก้นจีนเอาไว้เลย คึอก้นทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจีน จากมณฑลยูนนานลงมา ลงมาจะมีอยู่หลายพื้นที่ที่เป็นชายแดนติดกับพรมแดนพม่าทางเหนือ ตรงนี้มันมีลักษณะคล้ายๆ อะไร ? ท่านผู้ชม ผมจะเล่าให้ฟัง

ท่านผู้ชมรู้จักเวเนซุเอลาใช่ไหม ? ประเทศเวเนซุเอลา มาดูโร ดูแลประเทศเวเนซุเอลาอย่างเด็ดขาด โดยใช้หลักสังคมนิยม จนกระทั่งอเมริกาบอยคอตเวเนซุเอลา พยายามล้มล้างเวเนซุเอลามาตลอด และเผอิญในการเมืองเวเนซุเอลานั้นมีนักการเมืองฝ่ายค้านอยู่คนหนึ่ง ชื่อ กุยโด

กุยโด เป็นนักการเมืองฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา แล้วกุยโด ไม่ยอมรับอำนาจของรัฐบาลของมาดูโร ถึงกับประกาศว่า ขอตั้ง ครม. ของตัวเอง รัฐบาลของตัวเองขึ้นมา แล้วทันทีที่ประกาศขอตั้ง ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าใครรับรอง ? อเมริการับรอง อียูรับรอง อังกฤษรับรอง ทันทีเลย ก็เท่ากับว่าใช้อำนาจอิทธิพลของตะวันตกมาแบ็กฝ่ายกบฏ ที่สำหรับมาดูโร มองว่าเป็นฝ่ายกบฏ


แต่กุยโด บอกว่าไม่ได้กบฏ มันเป็นความชอบธรรมที่จะต้องล้มล้างรัฐบาลชุดของมาดูโร ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง นี่คือสไตล์นี้ แต่ในที่สุดแล้ว กุยโด ต้องหลบหนีออกไป แล้วก็มีการยกพลขึ้นบก แต่เผอิญงวดนี้อเมริกาไม่กล้าใช้ทหารตัวเอง กลับใช้ทหารรับจ้าง แล้วก็โดนเวเนซุเอลาจับหมดเลย แล้วเอามาออกทีวี นี่คือ Model Guaido มาใช้กับ Model ยะไข่ ก็คือขอให้มีนักการเมืองฝ่ายค้าน แล้วตอนนี้ที่ผมรู้ ในพม่าได้มีการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นมาแล้ว ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น มีคณะรัฐมนตรี มีโน่นมีนี่ แล้วถ้าเกิดขึ้นที่ยะไข่ แล้วประกาศให้ยะไข่เป็นรัฐอิสระ เพราะยะไข่มีโรฮีนจาอยู่เบื้องหลัง แล้วบังกลาเทศ ตลอดจนอินเดีย พร้อมจะสนับสนุนรัฐยะไข่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือว่า การซ้อมรบของกลุ่ม QUAD ที่ประกอบด้วย อเมริกา อินเดีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลียนั้น มันซ้อมรบจังหวะเดียวกับที่ความร้อนแรงทางการเมืองในพม่ากำลังมา

ท่านผู้ชมครับ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ คืออะไร ? กองทัพรัสเซีย จีน อิหร่าน สามชาติพันธมิตรก็เลยได้ร่วมกันทำการซ้อมรบประมาณ 2 วัน ในบริเวณมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ


ก็คือว่า ซ้อมรบในระหว่างที่ทางอเมริกาและ QUAD จะซ้อมรบเช่นกัน ก็คือว่ามาบล็อกเอาไว้ เพื่อไม่ให้มีความคิดที่จะไปยึดรัฐยะไข่ นี่คือการเมืองระหว่างประเทศ นี่คือภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่มีในตำรา และที่ไม่มีการพูดกันในสื่อมวลชน เพราะว่ามันต้องเป็นการคาดการณ์

ท่านผู้ชมครับ ถ้าพูดถึงการคาดการณ์แล้ว ผมก็มั่นใจว่าการคาดการณ์ของผม เท่าที่ผมเคยคาดการณ์มา ไม่เคยผิดสักเรื่อง มีความเป็นไปได้สูง ด้วยเหตุนี้ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่าความตึงเครียด ความขัดแย้งกัน ระหว่างจีน พม่า ซึ่งพม่าตอนนี้ทหารก็อยู่ฝ่ายจีน จีนก็ไม่ใช่ว่าไม่กลุ้มใจ ก็กลุ้มใจนะ เพราะทหารพม่าก็โหดเหี้ยมเหมือนกัน อย่างไรจีนก็ไม่ต้องการให้ตะวันตกเข้ามาอยู่ในพม่า

อเมริกา โดยโจ ไบเดน ท่านผู้ชม ที่ทรัมป์ กล่าวหาโจ ไบเดน เขามีฉายาเรียกโจ ไบเดน ว่า โจซึมเซา คือเป็นคนซึมเซา เป็นคนโง่ โจ ไบเดน หลายคนประมาท ปรากฏว่าโจ ไบเดน จู่ๆ ก็อนุมัติให้มีการทิ้งระเบิดกลุ่มกองกำลังป้องกันตนเองในอิรัก ที่เบื้องหลังก็คืออิหร่านเป็นคนสนับสนุน ส่งกองบินไปแล้วทิ้งระเบิดทันทีเลย เพราะฉะนั้นแล้ว โจ ไบเดน ในจังหวะที่ตัดสินใจแล้วตัวเองได้ ตัวเองจะกล้าตัดสินใจ โจ ไบเดน วันนี้ใช้วิธีเอาหลักสิทธิมนุษยชนนำทาง ซึ่งคนก็บอกว่าเป็นการทำแบบหน้าไหว้หลังหลอก

ท่านผู้ชมครับ โจ ไบเดน พูดถึงเรื่องการตายของนายจามาล คาช็อกกี นักหนังสือพิมพ์ชาวซาอุดีอาระเบีย ที่ทำงานอยู่วอชิงตันโพสต์ แล้วถูกมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน สั่งให้ทีมลอบสังหารของตัวเอง ฆ่าตาย


โจ ไบเดน ต้องการแสดงออกถึงการปกป้องสิทธิมนุษยชน ก็เลยบอกว่า เขาจะไม่พูดกับโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ซึ่งเป็นมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย แต่จะพูดกับพ่อแทน แล้วเขาก็เอารายงานการสอบสวนของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เปิดเผยกับทั่วโลกเลย ในรายงานข่าวกรองระบุชัดเจนว่าคนที่สั่งสังหารคาช็อกกี ก็คือมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย โจ ไบเดน ก็เลยลงโทษเลย ประกาศลงโทษ ห้ามคน 79 คน ที่เกี่ยวข้องเข้าในอเมริกา แต่ยกเว้นโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน เหตุผลเพราะว่าอเมริกาในที่สุด ถึงจุดสุดท้าย ก็คือผลประโยชน์ เพราะอเมริกายังคงต้องการซาอุดีอาระเบียอยู่ เพราะฉะนั้นแล้ว การใช้หัวหอกสิทธิมนุษยชนออกไปรุกในประเทศต่างๆ นั้น ล้วนแล้วแต่เบื้องหลังมีผลประโยชน์ทั้งสิ้น

เพราะฉะนั้นแล้ว โอกาสที่จะเกิดสงครามแบบกะทันหัน เพราะเพนตากอนมองแล้ว ถ้ามีการปะทะกันนิดหนึ่ง มันต้องมีแน่สักวันหนึ่ง เพราะว่าคนมันเฉียดฉิวกัน เครื่องบินก็บินสวนกัน เรือในช่องแคบก็แล่นผ่านกันไป ท้าทายกันไปท้าทายกันมา มันก็คงมีคนพลาดลั่นปืนหรือกดปุ่ม คนแรกเท่านั้นเองล่ะ ท่านผู้ชมจะเห็นเลยว่ามันเกิดขึ้น แล้วท่านผู้ชมจะบอกว่าผู้เฒ่าสนธิ ลิ้มทองกุล พูดถูก แต่ก็อาจจะไม่เกิดก็ได้นะท่านผู้ชม แต่ผมเป็นคนขี้กลัว ผมบอกว่า ถ้าประจันหน้ากันแบบนี้ น่ากลัวจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาทิตย์ที่แล้ว ที่จู่ๆ จีนเกิดบ้าอะไรขึ้นมา ระดมความรักชาติ ระดมประชาชนทั้งประเทศเลย ให้เตรียมพร้อมต่อสู้กับศัตรูที่จะมารุกรานประเทศจีน นั่นคือสิ่งที่ผมจะเล่าให้ฟังในเรื่องนี้ ไม่พูดไม่ได้ ไม่พูดแล้วมันไม่สบายใจ

ท่านผู้ชมครับ เมื่อประมาณ 2-3 วันที่ผ่านมา เมื่อวานซืน ผมเห็นการพาดหัวข่าวใหญ่ว่าการบินไทยกำลังจะยื่นแผนฟื้นฟู แล้วก็จะต้องลดคนอีก 7,000 คน แล้วการบินไทยมั่นใจว่าในปี 68 ก็คืออีกสี่ปีข้างหน้า จะสามารถที่จะเริ่มดีขึ้น และที่สำคัญก็คือว่า จะระดมทุนอีก 50,000 ล้านบาท

ทำไมผมต้องเอาเรื่องมาพูด ทั้งๆ ที่ผมเองเห็นอนาคตการบินไทยมาตั้งแต่ต้นแล้ว ท่านผู้ชมที่ตามเรื่องราวของผมมา ท่านผู้ชมคงจะจำได้ ผมบอกมานานแล้วว่าจะฟื้นฟูอย่างไรก็ไม่รอด และผมยังยืนยันในคำพูดนี้ ว่ากันว่า จะเอาคุณปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ มาเป็นผู้ดำเนินแผนฟื้นฟูเรื่องนี้


จะเอาใครมาดำเนินก็ได้ ไม่เป็นไร ประการแรก หนี้สินเยอะเกินไป 4 แสนล้านบาท ประการที่สอง ที่ยิ่งไปกว่านั้น ก็คือ ผมมองไม่เห็นการฟื้นฟูของอุตสาหกรรมทางการบิน ไม่ว่าจะกลับมาดีอย่างไรก็ตาม ถึงจะลดจำนวนเครื่องบินจาก 100 กว่าลำ เหลือแค่ 80 กว่าลำ ลดประเภทเครื่องบิน จาก 10 กว่าประเภท ลงมาเหลือแค่ 5 ประเภท ลดคนจาก 20,000 กว่าคน เหลือประมาณ 10,000 กว่าคน เพราะว่าตลาดจะไม่มีให้เหมือนแต่ก่อน ทำไมผมเอาเรื่องนี้มาพูด ผมไม่ต้องการพูดเรื่องการบินไทย แต่ผมต้องการพูดกับพนักงานการบินไทย

ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมานี้ ผมมีน้องหลายคน ลูกหลานที่อยู่การบินไทย มาขอความเห็นผมว่าจะลาออกดีหรือไม่ดี เพราะว่าการบินไทยเขามีแผนการให้ลาออก ลาออกแบบนี้จะได้เงินชดเชยเท่านี้ๆๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมมีเพื่อนรุ่นน้องอยู่เยอะเลย เพื่อนรุ่นลูกด้วย รุ่นหลาน ที่เป็นกัปตันการบินไทย ก็บอกว่า อา ผมอายุ 50 แล้ว ผมอายุมากเกินไปที่จะไปเริ่มต้นใหม่ที่ไหน และอายุก็ยังน้อยเกินไปที่จะเลิกทำงาน แต่ชีวิตผมเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ผมขับแต่เครื่องบิน แล้วผมจะทำอะไรกินตอนนี้ เข้าใจว่าจะมีกัปตันอย่างน้อย 700 คน จะต้องถูกให้ออก นอกจากนั้น ผมก็ยังนึกถึงบรรดาสถาบันการศึกษาระดับสูงหลายๆ แห่ง ที่ในช่วงยุคเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมการบินนั้น ได้ตั้งคณะขึ้นมา เขาเรียก คณะธุรกิจการบิน บางแห่งก็ตั้งคณะ ตั้งภาควิชา เพื่อฝึกให้คนเป็นนักบิน ค่าเรียนตั้ง 1 ล้านกว่าบาท เกือบ 2 ล้านบาท ตอนนี้คนที่ไปเรียนธุรกิจการบิน ที่อยู่ปี 4 ก็มืดมนไปหมด ตื่นมาตอนเช้าไม่เห็นแสงแดด ไม่เห็นพระอาทิตย์ เพราะไม่รู้ว่าจบแล้วจะไปทำงานสายการบินที่ไหน เพราะมีแต่ลดคนทั้งหมด

ส่วนที่จ่ายเงินไปเป็นล้านเพื่อจะมาเป็นกัปตัน พอตื่นมาอ่านข่าวว่าเขาต้องโละนักบินการบินไทยออก 700 คน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะการบินไทย ทั่วโลกโละออกหมด เอมิเรตส์ก็ลด กาตาร์ก็ลด อเมริกันแอร์ไลน์ก็ลด ลดหมดทุกคน ตัวเองก็เลยบอกว่า แล้วตัวเองจะทำอย่างไรดี


ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้เป็นบทเรียนหลายๆ เรื่องในชีวิตของคน บทเรียนข้อที่หนึ่ง ผมอาจจะอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างได้เปรียบกว่าคนอื่น เพราะว่าตั้งแต่ผมเรียนหนังสือจบมา ผมไม่เคยคิดที่จะทำงานให้ใครเลย ผมเคยเข้าไปทำงานอยู่ในองค์กรใหญ่ๆ ผมทำอยู่ 2-3 ปี แล้วผมบอกว่าผมอยู่ไม่ได้หรอก ผมต้องเป็นเจ้านายตัวเอง ถ้าผมจะประสบความสำเร็จ ผมจะประสบความสำเร็จด้วยตัวผมเอง แต่ถ้าผมจะล้มเหลว ผมก็จะล้มเหลวด้วยตัวผมเอง ผมไม่เคยเสียใจ และผมคิดว่าชีวิตจะต้องมีทางออก ตลอเวลา ในห้องที่ปิดสนิท จะปิดสนิทอย่างไรก็ต้องมีรูออกไปจนได้

ท่านผู้ชมครับ ที่ผมจะพูดวันนี้ ผมอยากจะพูดให้กำลังใจกับลูกเรือทั้งหลายที่ต้องตกงาน รวมทั้งกัปตันด้วย ถือว่าผมพูดกับพวกคุณก็แล้วกัน ประการแรก พวกคุณอยู่ในสิ่งที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Comfort Zone ก็คือว่า คุณไม่เคยคิดใช่ไหม วันที่คุณเข้าไปทำงานการบินไทย หรือคนที่เป็นกัปตันการบินไทย ว่าการบินไทยมันจะล้ม ตีให้ตาย ยังไงคุณก็ไม่เคยคิดใช่ไหม แต่มาวันนี้คุณรู้แล้วใช่ไหมว่านี่คืออนิจจัง ไม่มีอะไรคงอยู่ถาวรตลอดไป และผมก็จะบอกคุณด้วยว่า แผนฟื้นฟูนี่้ก็ไม่ใช่ว่าการบินไทยจะอยู่รอดนะ ในที่สุดมันก็จะล้ม ผมก็มองในมุมกลับว่า ถ้าคุณยอมรับความจริงเสียก่อน สิ่งแรก ผมเป็นคนเชื่อตลอดเวลาว่า ถ้าเรายอมรับความจริง เท่ากับเราแก้ปัญหาไปแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์ อีก 50 เปอร์เซ็นต์ คือวิธีการที่ถูกต้องที่จะเข้าไปแก้ปัญหา แต่เมื่อใดคุณยังเพ้อฝันอยู่ และการบินไทยยังมีคนที่เพ้อฝันอยู่มาก เพ้อฝันจนกลายเป็นเพ้อเจ้อ ว่าการบินไทยจะต้องกลับมาใหญ่อีกต่อไปเหมือนเดิม มันจะใหญ่ได้อย่างไร ตลาดการบินเขาวิเคราะห์มาแล้ว ทั้งผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็น Baker McKenzie ที่อเมริกา ไม่ว่าจะเป็นบริษัทโน้นบริษัทนี้ เขายืนยันมาแล้ว ตลาดอุตสาหกรรมการบิน ถึงจะกลับมาในยุคที่วัคซีนเรียบร้อยหมดแล้ว มันจะโตได้แค่ไม่เกิน 70 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง ของก่อนที่จะมีโควิด ก็หมายความว่าแต่ก่อนนี้ตลาดการบินมี 100 เปอร์เซ็นต์ แก้ไปแล้ว มีวัคซีนไปแล้ว มันโตแค่ 70 เปอร์เซ็นต์ และอีกประการหนึ่ง พวกคุณต้องเข้าใจเหมือนกัน ว่าวัคซีนไม่ใช่คำตอบ ผมพูดไปแล้วไงว่าวัคซีนไม่ใช่คำตอบ เพราะวัคซีนไม่ใช่รักษาโรคโควิดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ วัคซีนไม่ใช่ป้องกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ วัคซีนจะทำให้การที่จะเป็นโควิดนั้น ความรุนแรงจะลดลงไป 80 เปอร์เซ็นต์ เหลือแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ แล้วนี่้เป็นช่วงต้นของวัคซีน วัคซีนยังต้องมีการพัฒนาต่อไป แล้วถ้ามีโควิดที่กลายพันธุ์ล่ะ คำถามมีอยู่ว่า วัคซีนที่คุณฉีดไป ที่โลกได้รับไป มันจะรองรับการกลายพันธุ์ได้ไหม ถ้ามันรองรับไม่ได้ เขาก็ต้องคิดวัคซีนตัวใหม่ขึ้นมา แล้วใครรวย ? ตอนนี้มันเป็นธุรกิจวัคซีนทั่วโลกแล้ว วัคซีนอยากรวย ล่าสุด คุณก็รู้ว่าแอสตร้าเซนเนก้าก็มีปัญหา เพราะว่าฉีดคนที่อายุเกิน 65 ไม่ได้ มันมีปัญหาไปหมด


เอาล่ะ เมื่อท่านยอมรับความจริง ท่านตื่นมาตอนเช้า ท่านเก็บได้แล้ว ชุดยูนิฟอร์ม ชุดกัปตัน มีสี่ขีด มีสามขีด Co-Pilot มีสามขีด เก็บพับดีๆ ใส่กล่องกระดาษ ใส่ลูกเหม็นเข้าไปเพื่อกันปลวก กันมอด เอาเทปติด เอาไปไว้ในห้องเก็บของ ที่เงียบๆ ที่คุณไม่เห็นทุกวัน แล้วคุณถามตัวเองว่า จากนี้ไปคุณจะเดินต่อไปอย่างไร

การเดินทางเส้นใหม่ที่คุณไม่เคยเดิน มันดูแล้วน่ากลัว น่ากลัวมาก เหมือนคุณกำลังจะนั่งเรือล่องไปในทะเลที่คุณเห็นแต่เส้นขอบฟ้า แล้วคุณยังไม่เห็นเลยว่าแผ่นดินอยู่ที่ไหน แล้วจะทำอย่างไร

คุณจำคำพูดผมเอาไว้ คุณเสียอะไรไปแล้ว เสียหมดทุกอย่าง เงินทองที่คุณเคยได้ กัปตันเคยได้เดือนละหลายแสนบาท วันนี้อาจจะลดโน่นลดนี่ เหลือประมาณ 6-7 หมื่น แล้ววันพรุ่งนี้เขาปลดออกแล้ว เมื่อเขาปลดคุณออกไปแล้ว คุณจะทำอย่างไรกับชีวิตคุณ สิ่งแรกที่คุณต้องทำทันทีเลย ก็คือคุณต้องอยู่อย่างพอเพียง มันหมดยุคแล้ว สมัยกัปตันที่ร่ำรวย ลูกเรือที่มีเงินเดือนบวกค่าเพอร์เดียม สมัยยุคที่รุ่งเรือง มีเงินเดือนประมาณ 9 หมื่น ถึง 1 แสนบาท ใช้รถราคาแพง ผ่อนบ้านราคาแพง ซื้อนาฬิกา Patek Philippe ซื้อ Rolex เรือนทองฝังเพชร ซื้อโน่นซื้อนี่ ใส่ของแบรนด์เนม เพราะบินไปต่างประเทศตลอด คุณต้องรู้ว่านั่นคืออดีต ทิ้งมันไป หรือไม่ต้องทิ้งไป เอาของที่คุณมีอยู่ในอดีต ไปเลหลังขาย ผมเชื่อว่านาฬิกาแพงๆ ก็ยังพอขายออก มีรถ คุณใช้เบนซ์ ใช้ BMW กลับมาเปลี่ยนซะ โตโยต้า อัลติส เพราะผมเชื่อว่าคุณคงผ่อนรถหมดแล้ว ขายทิ้งเลย เก็บเงินส่วนต่างเอาไว้


คุณเห็นไหมว่า งานที่คุณเองคุณก็ไม่คิดว่ามันจะล่ม การบินไทย ใครจะคิดว่ามันจะล่ม มันยังล่มเลย นาฬิกาที่คุณมีอยู่ ในที่สุดคุณก็ต้องขายทิ้งไป บ้านคุณมีอยู่หลายหลัง คอนโดฯ คุณก็ต้องเลหลังขายทิ้งไป เพราะคุณไม่มีปัญญาผ่อนแล้วนี่ งานนี้ อะไรที่คุณเคยใช้ของแพง กลับไปใช้ของถูก แปลว่าอะไร ? เรื่องแรกที่สำคัญมากที่คุณจะต้องทำ แปลว่า ทุกอย่างที่อยู่ในตัวคุณ ไม่ใช่ของคุณ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว มันก็ต้องหายไป ถ้าไม่หายไปตอนนี้ ก็อาจจะโดนขโมยไปในที่สุด หรือพอคุณตายไปมันก็ไม่อยู่กับคุณ แต่คุณมีอะไรที่อยู่กับตัวคุณ แล้วไม่มีใครเอาไปได้เลยแม้แต่นิดเดียว ? ใจคุณ ไม่มีใครมาขโมยใจคุณไปได้ ใจคุณ คุณเป็นเจ้าของ พ่อแม่ครูอาจารย์ผม หลวงตามหาบัวท่านพูดเลย สนธิ เสียอะไรเสียไป รักษาใจให้ดี เพราะว่าใจเป็นของเรา ไม่มีใครเอาไปได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ทุกท่านที่ฟังผมอยู่ ที่เป็นพนักงานการบินไทย รักษาใจเอาไว้ก่อน เผชิญหน้ากับความจริง รักษาใจเอาไว้ก่อน เสร็จเรียบร้อยแล้วมาคิดวิธีการ แล้วเลิกเพ้อเจ้อ เลิกเพ้อฝัน

อุปมาอุปไมยเหมือนการบินไทย กับคุณ เป็นผัวเมียกัน วันนี้ถึงช่วงที่หย่าร้างกันแล้ว จะต้องเลิกกันแล้ว คุณตื่นมาตอนเช้า คุณนั่งพิงหัวเตียง คุณเคยมีคนนอนข้างๆ ตัว คุณหันไปมองแล้วคุณใจหายวาบ เป็นปกติธรรมดาต้องใจหายวาบ แต่คุณต้องรีบทำใจทันที คุณต้องบอกว่า ช่างมันเถอะ มันผ่านไปแล้ว และที่สำคัญ จำได้ไหม คนที่ฟังผมประจำจะจำได้ ผมบอกว่า คุณต้องท่องให้ได้ว่า มันก็เป็นของมันอย่างนี้แหล่ะ มีงาน ตกงาน มีการบินไทย ไม่มีการบินไทย แล้วมันก็จะผ่านไป เมื่อคุณรักษาใจคุณได้แล้ว คุณก็เลิกไปคิดในเรื่องเพ้อฝัน เรื่องที่จะต้องเสียใจ คุณจะได้มีเวลา มีสมาธิ มี concentration ที่เต็มที่คุณจะคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อไปในชีวิต

ผมจะแนะนำอย่างหนึ่ง หลายคนถามว่า คุณสนธิ แล้วผมจะทำอะไรดี คนที่อายุมากแล้ว เกิน 45 เป็นต้นไป คงจะไม่มีปัญญามานั่งขับแกร็บ แล้วไปแข่งกับเด็กรุ่นหลังหรอก แต่การขับแกร็บไม่ใช่แปลว่าเป็นงานที่ไม่ดี มันก็หารายได้ให้คุณได้ เลี้ยงตัวคุณเอง แต่ถ้าคุณมีเงินเหลืออยู่บ้าง สักก้อนหนึ่ง ผมจะแนะนำว่า คุณเก็บเงินส่วนหนึ่งสำหรับส่งลูกคุณเรียนหนังสือ แล้วต้องบอกเมียเลิกฟุ่มเฟือย บอกผัวเลิกฟุ่มเฟือย คุณไปหาซื้อที่ แล้วไปทำเกษตรที่ต่างจังหวัด คุณเชื่อผมสิ หนึ่ง ที่ดินต่างจังหวัดที่ราคาไม่แพง ที่มีน้ำอยู่ ยังพอมีอยู่ คุณกล้าตัดสินใจไหมที่จะเปลี่ยนสภาพตัวคุณเองให้กลายเป็นเกษตรกร


หลายคน คุณเป็นกัปตัน กัปตันมีข้อดีอย่างหนึ่ง และมีข้อเสียอย่างหนึ่ง ข้อเสียคือ เย่อหยิ่ง ยะโสโอหัง ข้อดีก็คือ เป็นคนที่คุมระบบ เวลาคุณเป็นกัปตันนั่งในห้องเครื่อง คุณรู้เลยว่าต้องเปิดสวิตช์นี้ๆๆ เมื่อคุณ take off แล้ว เขาบอก take off ได้ คุณไต่ระดับไปถึงเท่านี้แล้วคุณต้องเพิ่มกำลังเครื่องเท่านี้ๆๆ คือคุณเป็นคนที่ชำนาญกับระบบ เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าคุณไปทำงานการเกษตร ที่ไม่ใช่ทำแบบโหลยโท่ย คุณเอาระบบที่คุณเรียนรู้มาหรือศึกษามา ไปถามคนโน้นคนนี้มา แล้วคุณมาจัดระบบในพื้นแปลงของคุณ แต่คุณก็ต้องทำการเกษตรให้ถูกหลัก คุณจะทำเกษตรอินทรีย์หรือเปล่า คุณจะทำออแกนิกส์หรือเปล่า หรือคุณจะทำการเกษตรเพื่อปลูกฟ้าทะลายโจร


เพราะฟ้าทะลายโจรเป็นต้นไม้รักษาโรคอันใหม่ที่ทั่วโลกเริ่มยอมรับ แล้วเมืองไทยขาดฟ้าทะลายโจรที่ดี หรือคุณจะไปศึกษามา คุณคุยกับอาจารย์ปานเทพ ก็ได้ ว่าฟ้าทะลายโจรที่ทำด้วยใบ มันได้ผลมากกว่าฟ้าทะลายโจรที่ทำมาจากทั้งต้น มีการพิสูจน์มาชัดเจนแล้ว ฟ้าทะลายโจร ถ้าคุณเริ่มเป็นหวัด ปวดหัว มีน้ำมูก คุณกินฟ้าทะลายโจร 3 วันหายดี

คุณทำอะไรก็ตาม ไหนๆ คุณก็เหนื่อยแล้ว ยอมเหนื่อยอีกสัก 1-2 ปี สร้างฐานตรงนี้ขึ้นมา แล้วผมเชื่อว่าคุณจะไปรอด ผมแนะนำจริงๆ นะครับเรื่องนี้

ส่วนใครก็ตามที่ไม่มีเงินไม่มีทอง อย่าลืมคำว่าเพื่อนฝูงและเครือข่าย แอร์การบินไทย สจ๊วตการบินไทย กัปตันหนุ่มๆ พวกนี้ มีรุ่นเดียวกันเยอะเลย นัดประชุมกันสำหรับคนตกงาน เรามาสร้างเครือข่ายในการทำงานด้วยกันได้ไหม คุณอาจจะทำคนเดียวไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเครือข่ายอะไรก็ตามที่มันเป็นงาน แล้วทุกคนร่วมมือกันทำ ได้มาเท่าไรแล้วแบ่งสรรปันส่วนกันไป ตรงนั้นล่ะ จะเป็นโอกาสให้คุณอยู่รอด


คุณจำเอาไว้อย่างนะครับ เมืองไทยไม่เหมาะกับสินค้าอุตสาหกรรม เพราะคนไทยเป็นคนที่ไม่มีวินัย ไม่มีวินัยเลย อุตสาหกรรมมันเหมาะกับประเทศอย่างเช่น เยอรมนี คนเยอรมันเข้างานเป๊งเท่านี้ๆ เข้าทำงานไม่แอบไปสูบบุหรี่ ไม่กินกาแฟ ไม่ไปคุยโทรศัพท์ ถึงเวลาเบรก ก็เบรก ถึงเวลากลับเข้างาน ก็เข้างาน เมืองไทยเหมาะที่สุดคือการเกษตร และอีกอันหนึ่งที่เหมาะที่สุดคือ Hospitality Service ธุรกิจการบริการและ Hospitality เมืองไทยเหมาะที่จะเป็น Medical Hub นี่คือโอกาสใหม่ที่มันเกิดขึ้นในประเทศไทย ขอให้เชื่อผมเถอะ ผมพูดไม่ผิดหรอก แล้วจะโตขึ้น คุณลองไปจับเรื่องพวกนี้สิ แน่นอนที่สุด คุณเคยแต่บริการผู้โดยสารอยู่บนเครื่องบิน แต่งตัวสวย พอลงถึงมิลาน คุณก็ เอ้า เดี๋ยวคืนนี้ออกไปกินพาสตา ไปชอปปิ้ง โน่นนี่นั่น แต่วันนี้คุณตื่นขึ้นมา ไม่มีแล้วชุดยูนิฟอร์ม คุณต้องเริ่มแบบที่เหน็ดเหนื่อยหน่อย แต่เริ่มเป็นเครือข่าย Hospitality นั้นทำคนเดียวไม่ได้ แต่ถ้าคุณตั้งกรุ๊ปขึ้นมาแล้วทำเป็นกรุ๊ป Hospitality Service บริการในหลายด้าน บริการ Medical Hub บริการในเรื่องอาหารการกิน บริการในเรื่องที่อยู่อาศัย เพราะโดยหลักการแล้วคนทำงานอุตสาหกรรมสายการบิน คือคนที่ทำงานบริการ คุณมีการศึกษาสูงกว่าเขา

ให้คุณจำเอาไว้อย่างหนึ่ง ผมจะไม่พูดยาวล่ะ สมัยที่ผมไปเรียนเมืองนอกแรกๆ สมัยนั้นหลายคนยังไม่เกิดเลย ผมไปอเมริกาเมื่อปี 1965 คุณเกิดหรือยัง ? ผมไป ผมกลัวมาก ผมไม่เคยไป ผมมีความรู้สึกว่าผมลงไปที่สนามบินซานฟรานซิสโก ผมจะเจอคนที่มารับผม ซึ่งเป็นคนที่รู้จักกัน เพราะน้องชายของเขาจบฮาร์วาร์ด และรู้จักผมที่ไต้หวัน ชื่อ เชอร์แมน หลิว เขาบอกพี่สาวให้มารับผมหน่อย พี่สาวเขาทำงานอยู่ที่ UC Berkeley เป็นอาจารย์ ผมกลัว แต่ผมไปถึงปั๊บ ไม่เกิน 1-2 เดือน ผมเริ่มปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ และผมเริ่มมองเห็นตรงโน้น มองเห็นตรงนี้ มองเห็นตรงนั้น และผมมีความรู้สึกว่า มันไม่ได้น่ากลัวเลยแม้แต่นิดเดียว เหมือนกัน การเริ่มใหม่ไม่มีอะไรที่น่ากลัว ที่น่ากลัวคือความกลัวของคุณมากกว่า อย่าไปกลัว ดีเสียอีก ช่วงที่คุณตกงาน ช่วงที่คุณจะเริ่มใหม่ คุณพยายามหาทางใกล้ชิดกับครอบครัวของคุณ ญาติพี่น้องของคุณ ถึงคุณจะไม่ชอบขี้่หน้าอย่างไร เขาจะเกลียดคุณ เขาจะหมั่นไส้คุณ สมัยที่คุณมีงานทำดีๆ แล้วคุณไปดูถูกเขา ช่างมันเถอะ ถึงเวลาต้องถ่อมตัว ก็ต้องถ่อมตัว แต่ที่สำคัญที่สุด เชื่อผม ไม่มีอะไรน่ากลัวในการเริ่มต้นใหม่ คุณเพียงแต่เคยชินกับ Comfort Zone ของเก่าเท่านั้นเอง

คุณจัดระบบระเบียบของคุณในชีวิตคุณให้ดีขึ้น อย่าเละเทะ อย่าฟุ่มเฟือยอีกต่อไป อย่าไปเสียดายของ ของพวกนี้มันก็แค่วัตถุชิ้นหนึ่ง มีรถราคาแพง ถ้าผ่อนหมดแล้ว ขายทิ้งไป รถคุณราคา 3-4 ล้าน ขายทิ้งไป ไปซื้อซูซูกิ สวิฟต์ 6 แสนกว่าบาท แฮปปี้กว่า ไม่ต้องผ่อน กินน้ำมันน้อยกว่า แต่ที่สำคัญที่สุด คุณต้องรักษาใจคุณเอาไว้ก่อน อย่าไปเสียใจ ให้จำเอาไว้ ยอมรับความจริง เริ่มใหม่ แล้วการเริ่มอะไรก็ตาม ต้องบอกกับตัวเองว่า มันไม่ได้น่ากลัว มันจะลำบากช่วงต้น แต่ความที่คุณมีการศึกษา คุณมีสติปัญญา คุณมีไหวพริบปฏิภาณ ถ้าคุณไม่มี คุณทำงานบนเครื่องการบินไทยไม่ได้หรอก คุณก็ใช้สติปัญญา ไหวพริบ ปฏิภาณ สายสัมพันธ์ที่คุณมี connection มา มาค่อยๆ หลอมหล่อสิ่งที่คุณจะทำใหม่ขึ้นมา แล้วคุณตื่นมาทุกเช้า คุณเอามืออัง เอามือปาดจมูกว่ามีลมหายใจไหม ถ้าคุณยังมีลมหายใจ คุณยังไม่ตาย ต้องถือว่าคุณมีบุญ อย่าลืมนะครับ อย่าไปเสียใจ และอย่าไปเพ้อเจ้อ อย่าไปยึดติดกับอดีต ผมมีคำแนะนำเพียงแค่นี้ล่ะครับ ขอให้คุณโชคดี ขอให้คุณมีใจที่สู้ชีวิตต่อไป


ท่านผู้ชมครับ วันนี้ถ้าผมไม่พูดเรื่องนายแอมมี่ หรือชื่อจริง คือ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ คงจะเป็นการตกข่าวอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด จำเป็นต้องเอาเรื่องนี้มาพูดอีก ทั้งๆ ที่ทฤษฎี และทั้งๆ ที่เรื่องราวต่างๆ ของนายแอมมี่ ที่เกิดขึ้นมา ผมคิดของผมอยู่ในใจมานานแล้วว่าอย่างไรก็ตาม นายแอมมี่ ต้องรับเวรรับกรรมที่ตัวเองสร้างขึ้นมา

ผมเคยเตือนคุณแอมมี่ ไว้แล้วนะ ท่านผู้ชม นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ เมื่อรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ตอนที่ 71 ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ผมเตือนว่า วจีกรรม กายกรรม และมโนกรรม ของคุณแอมมี่ มันบ่งถึงเจตนาว่าคุณหยามเหยียดพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนมีวัตถุประสงค์ที่ร้ายแรง ที่ต้องการจะทำร้ายและทำลายสถาบันกษัตริย์ ผมพูดออกไปตอนที่คุณแอมมี่ ไปสร้างเรื่องสร้างราว แต่งตัวเลียนแบบรัชกาลที่ 9 นั่งพิงรถอยู่บนสะพานแล้วก็ชี้โน่นชี้นี่ กับคุณทราย เจริญปุระ เป็นการเล่นคู่ Duo เป็นการแสดงออกเพื่อที่จะให้คนดูว่านี่คือลักษณะของการล้อเลียน


ผมเคยเตือนคุณแอมมี่ ว่า มาตรา 112 มันไม่ได้หนักหัวกบาลใครหรอก ถ้าคุณเป็นคนที่ ... ถึงคุณจะไม่ชอบสถาบันกษัตริย์ แต่คุณอยู่เฉยๆ ก็ได้ ไม่เป็นไร แต่การที่คุณแกว่งเท้าของคุณไปหาเสี้ยน แล้วไปทิ่มตำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น มันเป็นเรื่องที่คุณหาเรื่องใส่ตัวคุณเอง อย่างที่หลายคนที่เชียร์คุณแอมมี่ ก็บอกว่า นี่มันเป็นการถ่ายรูปธรรมดา ไม่มีอะไร ผมกำลังบอกให้ฟังว่า วิธีการที่จะพิจารณากรรมที่ก่อให้เกิดเรื่องราวต่างๆ นั้น บางครั้งมันอาจจะไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างที่เราเห็น แต่ว่าถ้าเราพิจารณาจากวจีกรรม คือคำพูดต่างๆ ที่คุณแอมมี่ พูด ไม่ว่าจะพูดในลักษณะใดก็ตามที่เป็นการก้าวร้าว ที่เป็นการจงใจที่จะหมิ่นสถาบันกษัตริย์ แล้วก็กายกรรม การกระทำ อย่างเช่น ไปแอบถ่ายรูป ไปแต่งตัวเลียนแบบรัชกาลที่ 9 มันก็สะท้อนให้เห็นมโนกรรม คือเจตนาของคุณ


วันนี้มันเห็นชัดเจนแล้ว เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ที่คุณไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ แล้วคุณก็ปีนขึ้นไปข้างบน แล้วคุณก็เอาน้ำมันราดพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 10 แล้วคุณก็จุดไฟเผา นี่มันเป็นกายกรรมที่ชัดเจน แล้วมันสะท้อนให้เห็นมโนกรรมของคุณอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว งวดนี้คุณล้ำเส้นไปมาก คุณล้ำเส้นไปเยอะจริงๆ คุณแอมมี่ น่าเสียดายที่ตอนนี้คุณอยู่ในคุก แล้วโอกาสที่คุณจะได้ประกันตัวคงไม่มี แต่ผมจำได้ว่าผมเคยตำหนิคุณไป ในรายการวันที่ 5 เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ในรายการตอนที่ 71 ของ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" แล้วคุณก็ตอบโต้ผมมา ตอบโต้ผมมาจริงๆ ในเฟซบุ๊กของคุณ โดยคุณบอกว่า ฝากจดหมายฉบับนี้ถึงคุณสนธิ ลิ้มทองกุล คุณบอกว่า ก่อนอื่นเราสองคนไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว การที่ท่านว่าร้ายผมผ่านทางรายการของท่าน คุณแอมมี่ครับ ผมไม่ได้ว่าร้ายคุณ ผมกำลังบอกว่าคุณทำไม่ถูก ผมพูดความจริง ผมไม่ได้ให้ร้ายคุณ

แอมมี่ พูดต่อว่า การที่ท่านว่าร้ายผมผ่านทางรายการของท่าน ถือเป็นการบ่งบอกถึงวุฒิภาวะอันมีอยู่อย่างจำกัด แต่ยังไงก็ตาม แต่ผมยินดีรับคำวิจารณ์ของท่าน โอเคครับคุณแอมมี่ คุณบอกผมมีวุฒิภาวะที่จำกัด ผมก็ไม่รู้ว่าคุณเอาอะไรมาวัดวุฒิภาวะ

คุณพูดต่อว่า และหวังว่าจะมีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติทางการบ้านการเมืองกันเป็นแบบส่วนตัว

ท้ายที่สุด ผมขอชื่นชมท่านสนธิ ท่านเป็นคนเก่ง มีความรู้ มีความสามารถหลากหลายด้าน แต่เสียดายที่ท่านเป็นคนไม่ดี (เหี้ย) คือคุณด่าผมว่าเป็นไอ้เหี้ย แต่คุณก็ใช้คำพูดอีกแบบหนึ่ง ผมไม่เคยด่าคุณว่าเหี้ย แต่วันนี้ผมสมควรจะด่าคุณว่าไอ้เหี้ยได้แล้ว เพราะคุณเหี้ยเต็มตัว และเหี้ยสุดๆ เหี้ยอย่างที่ผมไม่เคยมีตัวอย่างแบบที่ไหนมาให้เห็นเลย คุณไม่รู้ว่าคุณได้ทำอะไรไปกับชาติตระกูล นามสกุลของคุณ แก้ววิบูลย์พันธุ์

แก้ววิบูลย์พันธุ์ มีแต่คนที่มีตำแหน่งแห่งที่ดีๆ ทุกคน มีบางคนเป็นอดีตทหารเสือพระราชินี ตอนนี้ดำรงยศพลตรี

คุณพูดบอกว่า ท้ายที่สุด โดยส่วนตัวผมขอชื่นชมท่านสนธิ ท่านเป็นคนเก่ง มีความรู้ มีความสามารถหลากหลายด้าน แต่เสียดายที่ท่านดันเป็นคนไม่ดี (เหี้่ย) และชัดเจนว่า ณ ตอนนี้ท่านไม่ได้ต่อสู้เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง แอมมี่ เดอะ บอททอมบลูส์

คุณแอมมี่ครับ คุณต่อสู้เพื่อประชาชนเรื่องอะไร ? ผมไม่ได้ต่อสู้เพื่อประชาชนอย่างชัดเจน ผมต่อสู้เพื่อประชาชนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างชัดเจน คุณไปถามน้องแนนสิ


คุณไปถามทนายคำสิงห์สิ ผมต่อสู้ให้ทั้งๆ ที่ไม่มีใครคิดจะต่อสู้ คุณไปถามระบบกระบวนการยุติธรรม ที่ผมต่อสู้ให้ ว่ากระบวนการยุติธรรมถูกบิดเบือนโดยเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไรบ้าง ผมต่อสู้มามากกว่าคุณ ในชีวิตผมทานเกลือมามากกว่าคุณทานข้าวเสียอีก คุณมันเด็กเมื่อวานซืน แล้ววันนี้ผมก็จะบอกให้ ที่คุณบอกว่าสิ่งที่คุณทำนั้น กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา คุณปฏิเสธไม่ได้

ท่านผู้ชมครับ ตอนที่นายแอมมี่ ถูกจับนั้น ออกหมายจับนายแอมมี่นั้น บรรดาพวกพ้องนายแอมมี่ ตลอดจนผู้สื่อข่าว เว็บไซต์ข่าว บรรดา The ทั้งหลาย The Standard, The Matter อะไรพวกนี้ และคนที่อยู่ฝ่ายแอมมี่ บอก ไหน มีหลักฐานไหม ทำไมไม่มีส่งหมายเรียกออกก่อนแล้วค่อยออกหมายจับ จู่ๆ ไปจับเขา มันเป็นวิธีการของพวกคุณ คือผมก็ไม่ได้พิศวาทตำรวจเมืองไทยหรอก คุณก็รู้ว่าผมต่อสู้กับความอยุติธรรมของวงการตำรวจและวงการยุติธรรมมา แต่ผมคิดว่าสิ่งที่คุณทำมันก็เลยเถิดไป


นักร้อง นักเคลื่อนไหว ออกมาโพสต์ระบุข้อความว่าโน่นนี่นั่น กล่าวหาว่าเป็นการจับแพะ ทำไมถึงรีบจับโดยที่ไม่มีการดูหลักฐานก่อน และในที่สุด ท่านผู้ชมครับ นายแอมมี่ ระบุลงไปในเฟซบุ๊กตัวเองว่า การกระทำการเผาพระบรมฉายาลักษณ์ในครั้งนี้ เป็นฝีมือของผม อ้าว แล้วพวกที่มาตั้งข้อสงสัยว่าทำไม มีหลักฐานอะไรไหม ก็เจ้าตัวเขารับแล้วนี่ ไอ้สันขวาน เพราะฉะนั้นพวกนักข่าวทั้งหลาย บรรดา The ทั้งหลายที่ตะคอกถามผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแบบเอาเป็นเอาตาย วันนี้คุณรีบทำอะไรอย่างหนึ่งให้ผมหน่อยได้หรือเปล่า คุณเอามือเขกกบาลคุณซะ ตบหน้าคุณแรงๆ สัก 2-3 ที เพราะว่าไอดอลที่คุณสนับสนุนและเห็นด้วย มันสารภาพมาแล้ว ผมขอรับผิดชอบไว้แต่เพียงผู้เดียว และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเคลื่อนไหว หรือการเรียกร้องใดๆ เหตุผลของผมนั้นเข้าใจง่ายมาก เล่าไปถึงตอนผมโดนจับ ... เขาก็ว่าไป


แต่สรุปง่ายๆ ว่า ไอ้หมอนี่มันยอมรับว่ามันเป็นคนทำ เป็นคนเผาพระบรมฉายาลักษณ์ที่เรือนจำคลองเปรม พิเศษกรุงเทพ เวลาตี 3 ของวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องนี้จบข่าวได้ แต่ผมยังไม่อยากจะจบข่าวเรื่องนี้ ผมอยากจะเล่าให้ท่านผู้ชมฟังนิดหนึ่ง ว่าท่านผู้ชมคิดเหมืนอผมไหม มีคนถามผมมาว่า คุณสนธิครับ คุณสนธิสังเกตอะไรไหมว่า แอมมี่มันทำอะไรก็ตาม ปฏิบัติตัวอย่างไรก็ตาม เป็นลักษณะที่พิเศษ ไม่เหมือนมนุษย์ที่มีสติปัญญาธรรมดา เหมือนคนเมายา ไม่ว่าจะเป็นการเอาสีไปสาดใส่ตำรวจ หรือเอาอาหารหมาไปโปรยหน้าตำรวจ ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี


หรือแม้กระทั่งการที่บุกเข้ามาแล้วก็เผาพระบรมฉายาลักษณ์ มนุษย์ปกติธรรม ผมเชื่อว่าคนอย่าง.. ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไม่ชอบสถาบันกษัตริย์หรืออะไรทำนองนี้ ก็จะไม่ห้าวเป้งแบบนี้ ไอ้นี่ไม่ใช่ห้าวเป้ง ไอ้นี่คือความระยำ แล้วก็กล้าที่จะทำทุกเรื่อง ได้ทุกแบบ โดยไม่สนใจอะไรเลยก็ตาม เพียงแต่ว่าเมื่อโดนจับแล้วตอนนี้เพิ่งจะรู้ว่าการกระทำของตัวเองมันโคตรจะรุนแรง และอาจจะฤทธิ์ยาอาจจะสลายแล้วตอนนั้น ก็เลยทำให้บอกว่าเป็นการกระทำที่โง่เขลา

เผอิญคุณไม่ใช่เด็กอายุ 16 ปี ลูกชายของ ดร.มานะ แต่คุณเป็นชายหนุ่มอายุ 31 ปี และคุณก็พาแฟนคนใหม่ของคุณ ซึ่งเป็นนิสิตจุฬาฯ คณะรัฐศาสตร์ ประเภทสดๆ ร้อนๆ เลย คือนิสิตจุฬาฯ อายุ 18-19 ปี เมื่อ 18-19 ปี คุณยังไม่เกิดเลย


แล้วคุณเกิดมาวันนี้คุณเคียดแค้นอะไรกันกับสถาบันกษัตริย์ ผมนี่ไม่เข้าใจพวกคุณ เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัด ผมยังสงสัยว่านายแอมมี่ เป็นคนที่ก่อนจะออกปฏิบัติการอะไร ก็โด๊ปยาเสพติดเข้าไป ผมไม่รู้ ผมอาจจะผิดก็ได้ ผมคิดว่าตำรวจคงจะมีข้อมูลที่แม่นและแน่นอนกว่า

เอาเป็นว่า ศาลไม่ให้ประกันตัวแล้ว และผมมองว่าจากนี้ไป คดี 112 ทุกคดีที่ขึ้นศาล ศาลจะไม่ให้ประกันตัวทุกคนเลย ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้กำลังจะเป็นเรื่องที่ใหญ่ เป็นเรื่องที่ใหญ่ก็เพราะว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง ยุยงให้คนจะต้องไปติดคุกคดี 112 เยอะ แล้วจะใช้ต่างชาติมากดดัน

นายแอมมี่ ในขณะซึ่งตัวเองสารภาพมา ว่าตัวเองเป็นคนทำ ยังอุตส่าห์อวดดี พูดต่อไปว่า การกระทำของเขา การเผาครั้งนี้่มีความหมายที่ซ่อนอยู่ในการเผาครั้งนี้อย่างมากมาย เป็นสัญลักษณ์ง่ายๆ ที่หวังว่าทุกคนจะเข้าใจและมองเห็นมัน ผมไม่เข้าใจ แอมมี่ เพราะการเผาครั้งนี้คือการกระทำของคนบ้า มันเป็นสัญลักษณ์ของคนที่สติปัญญาต่ำต้อย เป็นการกระทำของสถุน เป็นการกระทำของตัวเหี้ย คุณว่าผมเหี้ย คุณน่ะเหี้ยกว่าผมเยอะ ผมไม่ใช่เหี้ย คุณแอมมี่ ผมเป็นไดโนเสาร์รุ่นเก๋าแล้ว แต่ผมยังมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้เพื่อเอามาแดกเหี้ยอย่างคุณ คุณแอมมี่


และผมก็อยากจะถามถึงคุณทราย เจริญปุระ เหมือนกัน ทำไมเงียบไปล่ะตอนนี้ ผมบอกคุณตั้งหลายครั้งแล้วนะ พวกคุณก็ไม่เคยฟัง ผมบอกคุณไปแล้วว่า พวกคุณน่ะบ้าหรือเปล่า ที่คุณออกมาบ้าบอคอแตก คุณออกมาเพื่อต่ออายุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าคุณออกมาสู้เป็นประเด็น ท่านผู้ชม ถ้าจำเรื่องราวที่ผมพูดได้ตอนต้นๆ ตั้งแต่สิงหาคมแล้ว ผมบอกว่า คุณออกมาสู้เป็นประเด็นๆ ประเด็นความอยุติธรรมของกระบวนการยุติธรรม ประเด็นการคอร์รัปชัน ประเด็นการเล่นพวกเล่นพ้อง นี่คือการสั่นคลอนรัฐบาลอย่างแท้จริง มีคนรุ่นใหม่ออกมา ต้องการสังคมที่ดีกว่านี้ แต่เผอิญคุณทะลึ่งไปรับงานไอ้แก่และอีแก่ทั้งหลายที่อยู่เบื้องหลัง ที่อยู่ทั้งต่างประเทศและในประเทศ ที่ให้คุณเดินหน้าออกมา แล้วในที่สุดพวกคุณก็มาติดคุก เพียงเพราะว่าถูกไอ้พวกนั้นมัน วัตถุประสงค์ของมันเพียงเพื่อต้องการจะล้มล้างสถาบันกษัตริย์

ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ผมไม่ได้เห็นใจแอมมี่เลย ผมสะใจเสียด้วยซ้ำ ผมต่อสู้มาทั้งชีวิต เหมือนคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ก็ต่อสู้มาทั้งชีวิต แต่ผมเชื่อว่าทั้งผมและคุณจตุพร คิดอะไรทะลุปรุโปร่งได้มากกว่าไอ้เด็กเวรพวกนี้ เพราะฉะนั้นท่านผู้ชมจะเห็นได้ว่า งานนี้เกิดอะไรขึ้น ผมเชื่อว่ารัฐบาลเอาจริง และศาลท่านก็เอาจริง เพราะว่าแต่ก่อนพอโดนคดี 112 ก็ปล่อยตัวชั่วคราว ศาลก็ให้ประกันตัว ก็เลยห่าม ได้ใจกัน ได้ใจกันหมด ทำกันทุกอย่างทุกประการ โดยไม่สนใจ และตัวเองก็ยังหวังว่าตัวเองจะได้รับการประกันตัว ปรากฏว่าศาลไม่ให้ประกันตัว และผมก็เชื่อว่าจะไม่ให้ประกันตัวอีกนาน และอีกหลายๆ คดีในเดือนมีนาคมนี้่ 112 ที่อัยการสั่งฟ้องนั้น ผมก็เชื่อว่าศาลไม่ให้ประกันตัว คุณสนุกสนานดีนักหรือ พ่อแม่ ครอบครัวของแอมมี่ และทุกๆ คนที่ถูกจับคดี 112 คุณสนุกสนานมากเหรอ ที่ลูกหลานของคุณจะต้องโดนแบบนี้ แล้วคุณจะไปโกรธใคร คุณไปโกรธพระเจ้าอยู่หัวได้อย่างไร พระองค์ท่านอยู่เฉยๆ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร แล้วกฎหมายก็มีชัดเจนว่า มาตรา 112 ถ้าคุณเหยียดหยาม อาฆาตมาดร้าย กระทำอะไรก็ตามเป็นการหมิ่นสถาบันกษัตริย์ เป็นการหมิ่นพระเจ้าอยู่หัว คุณต้องผิดมาตรา 112 กฎหมายมันมีอยู่แล้ว กฎหมายมันเหมือนเสี้ยน คุณเสือกเอาส้นตีนของคุณไปเตะเสี้ยนเอง พอเสี้ยนมันตำตีนคุณ แล้วคุณมาเรียกร้อง คุณถึงกับแค่บอกว่า มันก็แค่รูปๆ หนึ่ง เผาแล้วจะเป็นอย่างไร คุณพูดเหี้ยๆ แบบนี้ พูดได้กับพวกคุณเอง


ผมอยากจะรู้ว่าทราย เจริญปุระ จะว่าอย่างไร เรื่องนี้ รุ้ง ปนัสยา เองก็กำลังจะโดนคดี 112 สู้ก็สู้ผิดทิศผิดทาง รับงานชาวบ้านเขามา เสร็จเรียบร้อยแล้ว เด็กยังไม่ทันสิ้นกลิ่นน้ำนม ไม่ว่าจะเป็นเพนกวิน ไม่ว่าจะเป็นรุ้ง ไม่ว่าจะเป็นแอมมี่ สมัยที่คุณเกิดขึ้นมาและคุณโตขึ้นมา สมัยนั้นคุณยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลย คุณยังแก้ผ้าเล่นน้ำฝนอยู่เลย แล้วเกิดอะไรขึ้นกับพวกมึง โตขึ้นมาแล้วมันเคียดแค้นเหลือเกิน เขาไปทำอะไรบนหัวกบาลมึง ผมไม่เข้าใจจริงๆ ไอ้แก่ อีแก่ทั้งหลายที่อยู่เบื้่องหลังเด็กพวกนี้ ประสงค์ดี เจตนาร้าย ส่งให้เด็กพวกนี้เข้าคุกเข้าตะราง แล้วตัวเองก็อยู่เบื้องหลัง วางแผน ส่งข้อมูลต่างๆ ให้กับต่างชาติให้กดดันประเทศไทยต่อไปเรื่อยๆ

คุณแอมมี่ และพวกคุณแอมมี่ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นนายไมค์ นายไผ่ ดาวดิน รุ้ง ปนัสยา ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณทำมันเป็นการกระทำเพื่อประชาชนหรือเปล่า หรือทำเพื่อความเท่ของตัวเอง หรือทำเพื่อเรียกร้องให้พวกพ้องคุณที่อยู่ในคุก แต่ที่แน่ๆ ท่านผู้ชมครับ คดีแอมมี่ ทำท่าจะหนัก ผมจะเล่าประวัติให้ฟัง

ปี 2553 กลุ่มคนเสื้อแดงวางเพลิงเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี สถานที่ราชการเหมือนกัน เรือนจำต้องถือว่าเป็นสมบัติของทางราชการ คุณวางเพลิงเผา คุณชุมนุมกันบนถนน คุณบุกรุกเข้าไปในกระทรวง ยังไม่เท่ากับคุณทำลายสมบัติทางราชการ ศาลฎีกาพิพากษาประหารชีวิตดีเจต้อย และลดโทษลงเหลือจำคุกตลอดชีวิต เมื่อ 15 ธันวาคม 2558 เดี๋ยวผมเอารูปขึ้นให้ดู


แกนนำคนเสื้อแดงกลุ่มชักธงรบอุบลราชธานี ศาลเชื่อว่าเป็นผู้บงการให้มีการเผาศาลากลางจังหวัดฯ ท่านผู้ชมครับ แอมมี่ครับ ทราย เจริญปุระ ครับ ต้องโทษประหารชีวิต แต่ลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต

ส่วนคดีของคุณแอมมี่นั้น กระทรวงยุติธรรมก็ออกมาพูดแล้วว่า สิ่งที่ทำเป็นโทษร้ายแรงมาก เพราะเป็นการวางเพลิงเผาทรัพย์ มีโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และมีโทษหนักถึงประหารชีวิต เพราะโรงเรือนและสมบัติทางราชการ การที่เจตนาเผาพระบรมฉายาลักษณ์เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจนตามมาตรา 112 ยังมีโทษจำคุกสามถึงสิบห้าปี บุกสถานที่ราชการ มีโทษจำคุกห้าปี ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อีกห้าปี รวมแล้ว 4 ข้อหาหนัก โทษสูงสุดประหารชีวิต

เพื่อนๆ คุณแอมมี่ กลุ่มสามนิ้วทั้งหลาย พวกคุณนี่ พวกผู้ใหญ่อย่างผมเตือนคุณตั้งแต่สิงหาคม แล้วคุณไม่ฟัง คุณไปฟังไอ้แก่ อีแก่ ที่อยู่ทั้งเมืองนอก ที่อยู่ทั้งฝรั่งเศส ที่อยู่ทั้งโตเกียว เกียวโต และที่ซ่อนตัวอยู่หลังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือซ่อนตัวอยู่ที่หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในนามของศาสตราจารย์เอย คุณไปฟังไอ้พวกนั้นแล้ววันนี้ชีวิตคุณเป็นอย่างไร ชีวิตคุณจะเป็นอย่างไรต่อ ผมยังไม่เห็นอนาคตเลยแม้แต่นิดเดียว ช่วยไม่ได้ ผมเสียใจที่ผมจะต้องพูดว่า ผมสะใจ ผมไม่ควรจะสะใจกับเรื่องพวกนี้ แต่คุณทำตัวของคุณเองจริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าผมไม่เตือนคุณ ไม่ใช่ว่าคนเขาไม่เตือนคุณ คุณบอกว่าเผาขยะ คนที่เป็นขยะคือคุณ ให้รู้ตัวเอาไว้ด้วย


ท่านผู้ชมครับ ณ วันนี้ ผมเห็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มม็อบสามนิ้ว เยาวชนปลดแอก กลุ่มการ์ดอะไรก็ตาม แล้วแต่จะตั้งชื่อ แต่ผมไม่เห็นกลุ่มคณะราษฎร อีกต่อไปแล้ว ที่ลอกเลียนมาจากไอดอลของการปฏิวัติ 2475 เพราะที่ไม่ใช้แล้วเป็นไปได้ว่าอายที่ถูกผมเปิดโปงว่า คณะราษฎร 2475 จริงๆ แล้วเป็นคณะโจร ที่แย่งชิงอำนาจและทรัพย์สมบัติของสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อเอาปู้ยี่ปู้ยำ แจกจ่ายในหมู่พวกเดียวกันจนเละเทะ

สำหรับผมแล้ว ท่านผู้ชมครับ ผมคิดว่าม็อบสามนิ้ววันนี้กำลังก้าวไปสู่จุดที่ฝังม็อบหลังจากกระแสซาลงแล้ว ผู้เข้าร่วมชุมนุมก็น้อยลง นิสิตนักศึกษาที่บริสุทธิ์ ใสๆ ที่ไปชุมนุมก็หายไป ไม่เหมือนช่วงแรก ที่เหลืออยู่เป็นกลุ่มการ์ด กลุ่มฮาร์ดคอร์ที่พร้อมปะทะ พร้อมเดินหน้าไปชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหวังอะไรล่ะครับ ?


วันศุกร์นี้ วันเสาร์นี้ วันพรุ่งนี้ เข้าใจว่าคงจะมีการชุมนุม และความรุนแรงจะเกิดขึ้น นี่ผมตอบไม่ยากท่านผู้ชม ผมเป็นอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ หรือจะถามกลุ่มแกนนำ กปปส. หรือแม้กระทั่งคุณจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มเสื้อแดง ฟันธงได้เลยว่าคนที่ชักใยกลุ่มพวกนี้อยู่ ต้องการความรุนแรง ถ้าความรุนแรงไม่เกิด ถ้าเกิดแค่ปราบกันเฉยๆ ท่านผู้ชมครับ ขอให้เชื่อผม มันจะมีช่างภาพต่างชาติเต็มไปหมด แล้วไปดูฮ่องกงโมเดล ไม่ได้ต่างกว่ากรุงเทพโมเดลตอนนี้ กรุงเทพฯ โมเดล เลียนแบบฮ่องกงโมเดล ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายของฮ่องกงโมเดลแล้ว คือให้มีการปะทะกัน ถ้าไม่ปะทะแล้วให้มีการปราบ ถ้าไม่มีการปราบ แค่ปะทะ คุณจะเห็นภาพที่ตำรวจเอากระสุนยางยิง หรือเอากระบอง เอาโล่กั้นเอาไว้ หรือไล่ตีคนที่ประท้วง ปรากฏอยู่ในภาพของต่างชาติหมดเลย แต่ภาพที่พวกที่ประท้วงทำร้ายตำรวจอย่างไร จนบาดเจ็บหลายอย่าง หนังสือพิมพ์ต่างชาติ ภาพข่าวต่างชาติ จะไม่ลง จะลงเฉพาะตอนที่ตำรวจถูกกระทำจนกระทั่งต้องปกป้องตัวเอง ท่านผู้ชม ไม่ปกป้องตัวเองได้อย่างไร ก็คุณเอาก้อนหินขว้างเขา คุณเอาไม้ตีเขา คุณเยี่ยวรดใส่หัวเขา ท่านผู้ชมอย่าเข้าใจผิด ผมเองมีเรื่องต้องพูดกับตำรวจเยอะ ในเรื่องความอยุติธรรม แต่ว่าเรื่องนี้ผมเห็นใจตำรวจ แล้วก็เข้าทางปืนเขาหมดเลย


เพราะฉะนั้นแล้วเกมนับจากนี้เป็นต้นไปของม็อบฮาร์ดคอร์เหล่านี้คือต้องการภาพความรุนแรง แล้วถ้ายิ่งมีผู้ชุมนุมเสียชีวิต ขยายเรื่องไประดับนานาชาติทันที และท่านผู้ชมสังเกตไหมว่าการชุมนุมครั้งนี้แปลกมาก ครั้งแรกสุด ท่านผู้ชมจำได้ไหม มีการเอาธงฮ่องกง เอาธงอุยกูร์ ตอนนี้เริ่มกลับมาแล้ว เอาธงต่างชาติมาขึ้น ฮ่องกงที่จีนมีความขัดแย้งกับอเมริกา อุยกูร์ที่จีนมีความขัดแย้งกับอียู และอเมริกา แล้วล่าสุดเอาธงพม่ามาขึ้น แล้วพันธมิตรชานม ซึ่งเป็นพันธมิตรของการประท้วง มีความพยายามขยายแนวร่วมอย่างชัดเจน จากเดิมที่มีแค่ไต้หวัน ฮ่องกง ไทย ล่าสุดมีความจะเพิ่มพม่า อินเดีย และลาว เข้าไปด้วย


ผมเล่าให้ฟังตั้งแต่ต้นแล้วท่านผู้ชม ตั้งแต่สถานการณ์การเมืองในประเทศเรื่องแกนนำ กปปส. ถูกจำคุก การปรับ ครม. ถึงม็อบสามนิ้วที่ใช้ความรุนแรง เวลานี้คนที่ไม่พอใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจมาจาก คสช. ถ้าไม่มีวาระซ่อนเร้น ก็ไม่น่าจะออก action มาก คุณอย่าชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน อย่าพยายามเอาฮ่องกงโมเดลมาใช้ในประเทศไทย เพราะยิ่งคุณทำอย่างนี้ รัฐบาลประยุทธ์ยิ่งแข็งแกร่ง ยิ่งมีแนวร่วมเพิ่มขึ้น ยิ่งอยู่ได้ยาวขึ้น เพราะเขาเกรงว่าคุณจะเตะหมูเข้าปากหมา ดึงต่างชาติเข้ามาแทรกแซงการเมืองในประเทศ ผมเคยแนะนำแล้วว่าพวกคุณควรจะอยู่เฉยๆ เสียบ้าง หรือถ้าจะประท้วง ประท้วงเป็นประเด็น เพราะสุดท้ายแล้ว รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา จะลุแก่อำนาจ เต็มไปด้วยนักการเมืองที่แก่งแย่งชิงดีเก้าอี้ ผลประโยชน์ จะแพ้ภัยตัวเอง

ท่านผู้ชมครับ ภาษิตไทยเคยพูดอย่างไรก็ไม่ผิด "สนิมเกิดแต่เนื้อใน"

เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดว่าในขณะนี้ จากนี้ไป ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก ผมให้กำลังใจคุณ แต่ไม่ได้แปลว่าผมเห็นด้วยกับวิธีการที่คุณทำทุกเรื่องนะ คุณตำรวจ เพราะคุณก็คือจำเลยอันดับหนึ่งของผม ทำไมผมถึงพูดว่าเป็นจำเลยอันดับหนึ่งของผม ผมจะเรียนให้ทราบ

ผมจะพูดถึงคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข หน่อย วันนี้ที่ผมจะพูดถึงคุณ เป็นแค่ออร์เดิร์ฟนะ ไม่ใช่เมนคอร์ส ออร์เดิร์ฟนะ เมนคอร์สจะมาอาทิตย์หน้า ผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวคุณ ผบ.ตร. อาทิตย์หน้า

สัปดาห์นี้ วันนี้ ผมมีเรื่องฝากไปถึงคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นทั้งเรื่องฝากและคำถามสั้นๆ 2-3 ข้อ ก่อนที่สัปดาห์หน้า รายการนี้จะขออนุญาตอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน ผบ.ตร. แบบยาวๆ บ้าง เอากันเลยทั้งตอนเลย


2-3 เรื่องที่ผมจะฝากและอยากถามถึงคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เรื่องที่หนึ่ง ในขณะคดีจับยาไอซ์ 1,500 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจความมั่นคงร่วม บ้านห้วยยะอุ ต.ด่านแม่ระเมา อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 จำเลยและพยาน นายเกิดชนะ ซัดทอดไปถึงนายทหาร 1 คน คือ พ.อ.ยศพล สิทธิกรรณ นายตำรวจใหญ่ 2 คน คือ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินทร์ต๊ะสืบ หรือรองต๊ะ รองผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 6 กับ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง


คุณสุวัฒน์ ครับ ผมได้ยินมาว่า ในขณะนี้มีตำรวจภาค 6 และตำรวจบางคนจากสอบสวนกลาง เข้าไปเยี่ยมนายเกิดชนะ มินา ที่เรือนจำจังหวัดตาก แล้วไปกดดันให้นายเกิดชนะ กลับคำให้การ คือพูดง่ายๆ ว่าปฏิเสธคำให้การขั้นต้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ไม่รู้ว่าท่านทราบเรื่องนี้ดีหรือเปล่า ถ้าท่านทราบเรื่องนี้ดี แล้วท่านยังหลับตาปล่อยให้เกิดขึ้น ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรกับท่านได้แล้วจากนี้ไป ข้อเท็จจริงมีครับ พยานหลักฐานมีหมด เจ้าหน้าที่เรือนจำที่ผมรู้จัก ที่เขาคุมตัวนายเกิดชนะ อยู่ เผอิญเขาเป็น FC ของเพจผม เขาแจ้งให้ทราบเลยว่าตำรวจภาค 6 เข้าไปกดดันนายเกิดชนะ ให้กลับคำให้การ เพื่อไม่ให้โยงไปถึง พ.ต.อ.เอกราษฎร์ และ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ท่านผู้ชมรับทราบไว้ด้วยนะครับเรื่องนี้

เรื่องที่สองครับคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข มีพลเมืองดีส่งข้อมูลมาให้ผม เรื่องพฤติกรรมของ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินทร์ต๊ะสืบ หรือรองต๊ะ


เดี๋ยวก่อน ผมไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริงนะ ผมไม่ได้หมายความว่าข้อมูลนี้จริงนะ ผมเล่าให้ฟังว่ามีคนส่งข้อมูลมา ผมยังไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง ผมบอกว่าเขาแจ้งมาอย่างนี้ คุณ ในฐานะเป็นหัวหน้า ผู้นำหน่วย คุณลงไปตรวจสอบสิ เขาบอกว่าท่านรองต๊ะ ยศแค่พันตำรวจเอก แต่ได้ข่าวว่ายิ่งใหญ่คับจังหวัดตาก เขาบอกท่านรองต๊ะ ดำรงตำแหน่งเป็นรอง ผบก.ภาค 6 แต่ยังกลับพักอยู่ในโรงพักประจำตำแหน่งผู้กำกับแม่สอด เรื่อยมาตั้งแต่ปี 2557 เกือบสิบปีแล้วนะ ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ ทำได้หรือไม่ เขาบอกขอให้ท่านตรวจสอบด้วย เขาบอกว่าคุณเอกราษฎร์ ตำแหน่งรอง ผบก.อก.ภ.6 แต่อยู่พื้นที่แม่สอด คนในพื้นที่ทราบและรับรู้กันดีว่าเป็นเจ้าของเมียวดี คอมเพล็กซ์ ฝั่งพม่า โดย พ.ต.อ.เอกราษฎร์ ข้ามไปเมียวดี คอมเพล็กซ์ ทุกวัน ตอนที่ท่าธรรมชาติยังไม่ปิด ผิดกฎหมายหรือเปล่าครับ ชาวบ้านและตำรวจในพื้นที่เขาแจ้งว่า พ.ต.อ.เอกราษฎร์ ไม่ไปทำงานที่ บก.อก.ภาค 6 แต่ยังรับเงินเดือนตำรวจ กินภาษีอากรประชาชน มิหนำซ้ำยังมีอิทธิพลในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจทุกระดับ โดยเฉพาะโรงพักในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดน จ.ตาก ฝั่งตะวันตก แต่งตั้งบริวารพวกพ้องของตัวเองอยู่ในตำแหน่งสำคัญ ทั้งๆ ที่ตัวเองทำงานให้กับรองต๊ะเต็มเวลา แต่ยังรับเงินเดือนตำรวจ ได้รับการพิจารณา 2 ขั้น ทุกปี จนคนทำงานในหน้าที่ตำรวจเกิดการท้อใจในการทำงาน แต่ลูกน้องรองต๊ะกลับได้ดิบได้ดีทุกคน ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำงานตำรวจเลย ภาษาตำรวจเขาเรียกว่า ลอย แต่ได้เงินเดือนตำรวจอยู่


พ.ต.อ.เอกราษฎร์ มีบริวาร มีลูกน้องที่รับราชการตำรวจหลายนายได้ดิบได้ดี ไม่ได้ทำงานที่โรงพัก รายชื่อตำรวจที่ติดตามรองต๊ะทั้ง 7 คน มี พ.ต.อ.สุรินทราดิษฐ ทิพย์เจริญ ผู้กำกับ สภ.พบพระ จ.ตาก พ.ต.ท.คมกฤช แก้วชื่น รอง ผกก.สส.สภ.พบพระ จ.ตาก พ.ต.ท.ฉัตรชัย สุทธนะ รอง ผกก.ป.สภ.แม่ท้อ จ.ตาก พ.ต.ท.วีระพล กันทะวงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.ท่าสองยาง จ.ตาก พ.ต.ท.ธีรณัจต์ เมธาอรรถพงศ์ รอง ผกก.ป.สภ.แม่สอด จ.ตาก พ.ต.ต.ชลอ สุขหร่อง สว.สส.สภ.แม่สอด จ.ตาก และ พ.ต.ต.อเนก ถิ่นนคร สว.กก.4 สอท. ได้ขึ้นข้าม บช.

ท่านผู้ชมครับ คุณพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ครับ ข้อมูลนี้ผมไม่ยืนยันว่าจริงหรือไม่จริง อาจจะไม่จริงก็ได้ แต่เมื่อได้รับมาแล้ว ผมมีหน้าที่ที่จะให้ท่านทราบว่ามีคนร้องเรียนมาอย่างนี้ ท่านสืบหน่อยว่าจริงหรือไม่จริง มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะไม่จริง มีการกลั่นแกล้งกัน แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะจริง ผมทำหน้าที่สื่อมวลชน ผมไม่ได้กล่าวร้ายใคร ผมบอกก่อนครับท่านผู้ชม และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ข้อมูลนี้ผมไม่ยืนยันว่าจริงหรือไม่จริง แต่ผมคิดว่าท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าหน่วย ต้องสืบเรื่องนี้ไป

เรื่องที่สาม ผมถามท่านสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข หน่อยว่า เหตุใดในตอนแรกคดีบ่อนระยอง และบ่อนอีกหลายแห่งในภาคตะวันออก แพร่เชื้อโควิด-19 ที่หลงจู๊สมชาย หรือนายสมชาย จุติกิติ์เดชา เป็นเจ้าของ


ทุกคนรู้ พ่อค้ารู้ ชาวบ้านรู้ คนระยองทั้งจังหวัดรู้ เหตุเกิดตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ธันวาคม 2563 แต่ทำไมถึงเพิ่งมาดำเนินการออกหมายจับ 11 กุมภาพันธ์ 2564 เกือบสองเดือน จับกุมแล้วยังตั้งข้อหาที่อ่อนมาก ร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต กลับไม่มีการตั้งข้อหาที่ร้ายแรงกว่า คือข้อหาผิด พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ผิดสิ ไม่ผิดได้อย่างไร ในเมื่อตั้งบ่อนแล้วในช่วงมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทำให้เกิดการแพร่ระบาดโควิด และก็ผิด พ.ร.บ.ฟอกเงิน 


ผ่านไปสิบกว่าวัน ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ต้นเดือนมีนาคม คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เพิ่งจะสั่งการให้ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เรียกหลงจู๊สมชายมาแจ้งข้อหาเพิ่ม คือข้อหาฟอกเงิน แต่สุดท้ายก็ได้ประกันตัวออกไปด้วยวงเงินห้าแสนบาท ทำไมตำรวจถึงไม่คัดค้านการประกันตัว คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ทำไมคุณถึงไม่คัดค้านการประกันตัว ที่ผมพูดเรื่องนี้ ผมเกรงว่าประชาชนจะเข้าใจผิด ว่าคุณมีส่วนได้ส่วนเสียกับหลงจู๊สมชาย หรือพูดอย่างน่าเกลียดหน่อยคือคุณรับเงินหลงจู๊สมชาย ซึ่งผมไม่เชื่อ แต่คุณต้องตอบว่าทำไมคุณไม่บอกให้ตำรวจภูธรภาค 2 คัดค้านการประกันตัว เหมือนคดีเสี่ยโป้ ทำไมสมชายต้องมีอะไรพิเศษกว่าเสี่ยโป้ ผมไม่ทราบ ผมคิดว่าคุณไม่น่าที่จะ และผมไม่เชื่อว่าคุณรับเงินรับทองหลงจู๊สมชาย แต่การที่คุณยังปล่อยให้หลงจู๊สมชายลอยนวล แต่คุณคัดค้านการประกันตัวเสี่ยโป้ มันทำให้คนอดคิดไม่ได้นะ เพราะฉะนั้นแล้ว งานนี้คุณตอบคำถามประชาชนเองก็แล้วกัน

เจอกันอาทิตย์หน้า อาหารหลักก็คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวคุณ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ขอบคุณครับ สวัสดีครับท่านผู้ชม


กำลังโหลดความคิดเห็น...