xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ]SONDHI TALK : จากเสี่ยโป้ หลงจู๊สมชาย ถึงเรื่องสะท้านฟ้า สะเทือนดิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:

“สนธิ”ชี้ การจับ “หลงจู๊สมชาย” แค่ปาหี่ ปล่อยเวลาไว้เดือนกว่า ให้เวลาทำลายหลักฐานก่อน แล้วค่อยออกหมายจับด้วยข้อหาเบาหวิว สุดท้ายแล้วศาลคงยกฟ้อง แต่กรณีหลงจู๊สมชายเป็นแค่น้ำจิ้ม ยังมีเครือข่ายเบื้องหลังที่ใหญ่กว่า นั่นคือขบวนการค้ายาเสพติดที่มีแหล่งผลิตในรัฐฉานของพม่าแล้วลำเลียงออกชายต่างประเทศโดยผ่านไทย โดยเฉพาะกรณีที่อาจส่งผลสะท้านฟ้าสะเทือนแผ่นดิน เมื่อผู้ต้องหาในคดียาไอซ์ 1.5 ตัน ให้การซัดทอดว่า พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบช.ก.และ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินทร์ต๊ะสืบ มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ ผบช.ภ.6 ยังไม่ยอมตั้งกรรมการสอบสวนหรือดำเนินการอย่างใกอย่างหนึ่ง จน พล.ต.อ.สุชาติ ธีรสวัสดิ์ ต้องทำหนังสือด่วนให้่ ผบช.ภ.6 ชี้แจง เรื่องนี้ต้องตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว อย่าให้คนเอาไปตีความจนกระทบสถาบัน เพราะมีคนจ้องทำลายสถาบันตลอดอยู่แล้ว ถ้ายังปล่อยให้อึมครึม นายกญ และ ผบ.ตร.ก็คือคนทำร้ายสถาบัน

วันที่ 19 ก.พ. เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยวันนี้จะต่อเนื่องจากวันศุกร์ที่แล้ว การจับ “หลงจู๊สมชาย” หลายๆ คนบอกว่าเป็นปาหี่ เบื้องลึกคืออะไร แล้วเครือข่ายนี้มีใครอยู่เบื้องหลัง จะเป็นบิ๊กสีกากีที่เป็นข่าวพัวพันการจับไอซ์ 1.5 ตันหรือไม่? ติดตามได้ในรายการ SONDHITALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง special Ep73



คำต่อคำ SONDHI TALK [19 ก.พ. 64] : เรื่องสะท้านฟ้า สะเทือนดิน

วันนี้ผมจะมาบอกให้ฟังว่าช่องทางการติดต่อของ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" หรือ SONDHI TALK ได้ทางไหนบ้าง ทางแรกคือทางเฟซบุ๊ก ให้กด Like หรือกด Follow แล้วกดติดตาม แล้วเลือก See First ไปเลยในเพจคุยทุกเรื่องกับสนธิ เมื่อชมแล้วก็ช่วยกันแชร์ออกไปมากๆ เพื่อให้บางคนที่ยังไม่ได้อยู่ดูได้ความรู้กับสิ่งที่ผมพูด แล้วเดี๋ยวนี้เราก็ไลฟ์สดผ่านยูทูปเช่นกัน ให้เข้าไปใน YouTube ค้นหาคำว่า Sondhitalk กด Subscribe เอาไว้ เปรียบเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ รวบรวมทุกอย่างตั้งแต่รายการในอดีต "มองโลก มองเรา กับสนธิ" "บันทึกลับบ้านพระอาทิตย์" จนมาถึงรายการ "SONDHI TALK"

สำหรับแฟนรายการคนไหนอยากดูเนื้อหา ตลอดจนการถอดคำพูดเป็น text ก็ให้เข้าไปที่ www.sondhitalk.com เพราะจะรวมไว้ในเว็บไซต์โดยแยกเป็นแต่ละหมวดหมู่ครบทุกเรื่องทีเดียวครับ

สุดท้าย สำหรับท่านผู้ชมที่ไม่อยากเห็นหน้าผม แต่อยากฟังเสียงผม อยากฟังเรื่องราวที่ผมพูด ก็เข้ามาฟังที่ podcast ถ้าท่านที่ใช้ iPhone - iOS ก็เข้าไปที่แอปฯ podcast เมื่อกดเข้าไปแล้วก็ search คำว่า SONDHI TALK ก็จะมีให้ทุกรายการ ส่วนท่านผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์ระบบ android ก็กดเข้าไปเหมือนกัน แต่จะมีคำว่า Podbean แล้วก็กดเข้าไป


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 วันศุกร์นี้ ตามที่ได้แจ้งในโปสเตอร์โปรโมชันที่ทีมงานลงไปแล้ว เรื่องวันนี้เป็นเรื่องที่สะท้านฟ้า สะเทือนดินมาก ท่านผู้ชมพลาดไม่ได้เลย เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เกี่ยวกับชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เรื่องที่สามารถที่จะก่อให้เกิดการสั่นคลอนกับสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ ถ้าเราไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง

ท่านผู้ชมครับ ตามมา วันนี้มีเรื่องเดียวเท่านั้นเอง เรื่องอื่นไม่มี ผมไม่ต้องเล่าให้ฟังว่าแล้วว่าจะมีเรื่องอะไรบ้าง

ท่านผู้ชมครับ สิ่งที่ผมจะพูดวันนี้เป็นเรื่องราวที่ใหญ่โตมาก แต่ว่าผมจำเป็นต้องเท้าความนิดหนึ่ง หลายๆ อย่างที่ผมพูดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มีอยู่หลายประเด็นที่ยังไม่ได้เชื่อมโยงให้ท่านผู้ชมฟัง วันนี้ผมจะเชื่อมโยงให้ แต่ผมขอเรียนให้ท่านผู้ชมทราบนิดหนึ่งว่าในขณะที่ท่านผู้ชมฟังเรื่องราวของผม ช่วยคิดตามไป แล้วพยายามเข้าใจนัยที่ผมพูดให้เห็นว่าเรื่องที่ผมพูดนี้เป็นเรื่องใหญ่เทียมฟ้า เป็นเรื่องที่กระทบทุกภาคส่วนของสังคมไทย และที่สำคัญที่สุด เป็นเรื่องราวที่กระทบโครงสร้างของสังคมไทยด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ จะเป็นอย่างไร ประเดี๋ยวผมจะสรุปตอนจบให้ฟัง แต่ท่านผู้ชมฟังเรื่องราวต่างๆ ที่ผมเล่าให้ฟังแล้วกัน แล้วผมจะพยายามจะสุดความสามารถที่จะเชื่อมโยงต่างๆ เหล่านี้ให้ท่านผู้ชมได้เห็นและเข้าใจ ได้เห็นภาพที่ชัด


ท่านผู้ชมจำได้ใช่ไหมผมพูดเรื่องของเสี่ยโป้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว และผมก็แตะเรื่องของหลงจู๊สมชาย จริงๆ เรื่องหลงจู๊สมชายที่ จ.ระยอง ผมพูดมานานแล้ว หลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เอาคลิปนั้นไปเปิดในสภาฯ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

แต่เรื่องของหลงจู๊สมชาย กับเรื่องเสี่ยโป้นั้น ผมเคยพูดไปแล้วว่า สองคนนี้มีส่วนร่วมทำธุรกิจด้วยกัน และรู้จักกันเป็นอย่างดี วันนี้ผมจะมาพิสูจน์ข้อหนึ่งว่ารู้จักกันดี

อีกประการหนึ่ง เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมานี้ เมื่อประมาณวันพุธที่ผ่านมา ท่านผู้ชมคงอ่านข่าวหนังสือพิมพ์เห็นว่าแม่ของเสี่ยโป้ ซึ่งหนีไปอยู่ที่บ่อนชายแดนฝั่งเขมร ออกมาโวยวายว่าจะแฉให้หมด


คำว่าจะแฉให้หมด ก็หมายความว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนไหนบ้างที่จะมาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องนี้หลายคนก็หนาวๆ ร้อนๆ ท่านผู้ชมคงจำได้เมื่อเร็วๆ นี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ ท่านผู้ชมคงจำได้ว่ามีการดำเนินคดีกับหลงจู๊สมชาย ในข้อหาร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการพนัน พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วก็มีการเข้าไปค้นบ้านหลงจู๊สมชาย แล้วก็เจอความว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย เจอเซฟ เปิดตู้เซฟมามีเงิน 100 บาท ทิ้งเอาไว้ เหมือนจงใจเหยียดหยามตำรวจ และมีพระอยู่ 1 องค์ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง

นอกจากนั้นแล้ว ช่วงที่เกิดเรื่อง คนของหลงจู๊สมชายไปทุบอาคารที่เป็นบ่อนการพนัน ทุบทิ้งเลย ทุบจนไม่เหลือซากให้เห็น


ก็คือว่าไม่สามารถจะตรวจสอบได้ว่านี่คือบ่อนการพนัน เพราะฉะนั้นแล้ว ข้อหาร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน หลงจู๊สมชายก็ถาม ที่ไหนล่ะครับ ผมไม่ได้จัด ตำรวจมีหน้าที่ไปนำสืบว่าบ่อนการพนันอยู่ที่ไหน ไปถึงแล้วไม่มี ว่าง โล่งหมด สรุปง่ายๆ ผมฟังธงว่าหลงจู๊สมชายจะต้องถูกยกฟ้องและถูกปล่อยตัวออกมา ทั้งหมดนี้เพราะว่ามีนายตำรวจระดับพลตำรวจโท เป็นกุนซือที่ปรึกษา แนะนำให้หลงจู๊สมชายต้องทำแบบนี้ นี่แค่น้ำจิ้มนะท่านผู้ชม ยังจะมีเมนคอร์สอีก นี่แค่ส้มตำ เดี๋ยวจะมีข้าวเหนียวไก่ย่างมาให้ฟัง

พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น
ส่วนท่าน พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับการ 3 กองปราบฯ ซึ่งกองกำกับการ 2 ของกองปราบฯ มีอำนาจทั่วประเทศ สามารถจะบุกเข้าไปที่ไหนก็ได้ เข้าไปค้นของหลงจู๊สมชาย นอกจากเจอเซฟที่มีเงิน 100 บาท และพระ 1 องค์ ทิ้งเอาไว้ ก็ไปเจออาคารที่เคยเป็นบ่อนการพนันของหลงจู๊สมชาย ซึ่งว่างโล่งเพราะถูกทุบทิ้งหมดแล้ว เซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดก็ถูกถอดออกไปเช่นกัน แสดงว่าการที่จะจับหลงจู๊สมชายนั้น มีสายสืบส่งไป การตรวจค้นทั้งหมด 10 จุด เป็นบ้านในเครือข่ายนายสมชาย ทั้งสิ้น


ยึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายได้ 7 จุด มีรถยนต์หลายคัน แล้วก็มีทองรูปพรรณ เครื่องเพชร พระเครื่อง แต่ไม่ได้อยู่ที่บ้านหลงจู๊สมชาย อยู่ในบ้านเครือข่ายหลงจู๊สมชาย มีสมุดเช็ค สมุดฝากเงินเกือบ 100 เล่ม โฉนดที่ดินคอนโดมิเนียมกว่า 30 โฉนด มีทั้ง จ.ระยอง และใกล้เคียง

ในที่สุด หลงจู๊สมชายก็เลยได้รับการยื่นประกันตัว 2 แสนบาท แล้วศาลก็ปล่อยตัวออกไป ศาลไม่ปล่อยตัวไม่ได้หรอกท่านผู้ชม เพราะว่าข้อหาเป็นข้อหาร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน พนันกันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหานี้เตี๊ยมกันเอาไว้ก่อนหล่วงหน้า เป็นข้อหาที่อ่อนปวกเปียก เหมือนขนมเปียกปูนนั่นล่ะครับท่านผู้ชม เผลอๆ อ่อนปวกเปียกกว่าขนมเปียกปูนเสียอีก

เอาล่ะ ท่านผู้ชม เพื่อให้มันเข้าสู่เรื่องราว ผมจะจับพิรุธปาหี่จับหลงจู๊สมชาย ผมต้องเรียว่าปาหี่ ท่านผู้ชมบางท่านเห็นข่าวแล้วบอกว่าละครลิง บางคนก็บอกลิเก เป็นหมด ทั้งปาหี่ ทั้งละครลิง ทั้งลิเก คนจัดฉากก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังหลงจู๊สมชาย ที่เป็นตำรวจ แล้วตำรวจที่ระยองก็ให้ความร่วมมือ ท่านผู้ชมเชื่อหรือเปล่าว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง หรือกระบวนการยุติธรรมใน จ.ระยอง ส่วนใหญ่แล้วจะตกอยู่ภายใต้อำนาจเงินของหลงจู๊สมชาย ช่วยเหลือหลงจู๊สมชายมาตลอด

ผมมีพิรุธ 5 ข้อ ข้อที่ 1 ทำไมตำรวจถึงดำเนินคดีหลงจู๊สมชาย ล่าช้ามาก เหตุเกิดที่บ่อนหลงจู๊สมชาย แพร่เชื้อโควิด เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2563 ต้องใช้เวลาตั้ง 1 เดือนครึ่ง ถึงจะออกหมายจับหลงจู๊สมชายได้ แล้วก็เป็นหมายจับกระจอกๆ ซึ่งเป็นหมายจับที่สามารถจะออกได้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 แต่ทำไมต้องทอดเวลาตั้งเดือนครึ่ง ที่ทอดเวลาตั้งเดือนครึ่ง เพื่อที่จะให้เวลาขนทรัพย์สินและขนอะไรหลายอย่าง ซึ่งเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังต่อไปว่าบ่อนการพนันของหลงจู๊สมชาย มันเป็นเพียงแค่ส้มตำในกระบวนการเท่านั้นเอง เนื้อๆ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง เนื้อย่าง คอหมูย่าง มันยังมีอีกส่วนหนึ่ง เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง ที่สำคัญที่สุด เดี๋ยวผมจะเอารูปให้ดูว่าบ่อนที่เป็นหลักฐานสำคัญล่าสุด ถูกทำลายหลักฐานจนไม่เหลือซาก ก่อนที่ตำรวจจะไปจับหลงจู๊สมชาย ก็แสดงว่าเขารู้อยู่แล้ว เขาให้เวลาหลงจู๊สมชายทำลายหลักฐาน 1 เดือนครึ่ง ถึงจะออกหมายจับ แล้วก็ยังมีการถ่ายเททรัพย์สินออกไป เต็มไปหมดเลย จนกระทั่งเหลือเงินในตู้เซฟประชดประชันเอาไว้ 100 บาท กับพระ 1 องค์


เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องที่เตี๊ยมกันระหว่างตำรวจกับหลงจู๊สมชาย มันเป็นเรื่องซึ่งจะมองมุมไหน ก็ต้องอธิบายให้ฟังไม่ได้นอกจากว่า ตำรวจ มีอยู่หลายส่วนที่แอบช่วยหลงจู๊สมชาย อย่างสุดๆ

ข้อพิรุธที่สอง ตำรวจตั้งข้อหาลงจู๊สมชายด้วยคดีเก่า คดีเก่านะ คดีที่ถูกตั้งมานี้เป็นคดีที๋โทษเบาหวิวมาก ข้อหาร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมเชื่อไหมข้อหาแบบนี้คนทั่วไปก็รอดได้ง่ายๆ หลักฐานเป็นบ่อน ถูกทำลายไปแล้ว อยู่ที่ไหน ภาพหลักฐานที่มีก็เหลือแต่กล้องวงจรปิด กับโกดังเปล่า แล้วกล้องวงจรปิด เซิร์ฟเวอร์ก็ไม่อยู่ ด้วยเหตุนี้จึงได้รับการประกันตัวด้วยวงเงินเพียง 2 แสนบาท

อดีตตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เคยรับราชการอยู่ จ.ระยอง บอกกับผมว่า บารมีและเงินหลงจู๊ และฉลามตาฟาง ท่านผู้ชมคงเดาออกว่าเป็นใคร คนที่อยู่เบื้องหลังหลงจู๊นั้น ได้รับความเผื่อแผ่ไปถึงคนในกระบวนการยุติธรรมส่วนใหญ่ทั้งกระบวนการ ตำรวจ อัยการ ฝ่ายปกครอง และศาล ผู้พิพากษาบางคนเสียด้วยซ้ำ

ท่านผู้ชมครับ ด้วยใจที่เป็นธรรม เวลาเราจับเด็กสามนิ้ว ตำรวจให้ข้อหาว่าเด็กสามนิ้วล่วงละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรื่องโควิด ตั้งข้อหาเขาหมดเลย นี่ผมไม่ได้เข้าข้างใครนะ แต่กับหลงจู๊สมชาย ทำไมไม่ข้อหาละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะว่าบ่อนหลงจู๊สมชาย เป็นบ่อนที่ต้นเหตุในการแพร่เชื้อโควิด เพราะฉะนั้นแล้ว นี่คือฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถ้าจับด้วยข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และที่สำคัญ ตำรวจดันไม่ค้านการประกันตัว แต่ถ้าจับด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วตำรวจค้านการประกันตัว หลงจู๊สมชายก็จะไม่ได้รับการประกันตัว ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง ทีเด็กสามนิ้ว ซึ่งผมก็ไม่ได้ชอบเขา แต่ผมต้องให้ความยุติธรรมกับเขา เขาชุมนุมกันอย่างสันติ ก็ไปจับเขา แล้วก็บอกว่าละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่หลงจู๊สมชาย ทำบ่อน และเป็นมูลเหตุการที่ให้บ่อนนั้นเป็นตัวต้นเหตุการแพร่ระบาดเชื้อโควิด กลับไม่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ท่านผู้ชมตามผมมา เห็นหรือยัง นี่คือข้อพิรุธ ซึ่งผมคิดว่าผมไม่ได้ในเรื่องนี้

ผมขอจับพิรุธต่อไปอีกครับ พิรุธอีกข้อหนึ่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ร.บ.การฟอกเงิน ท่านผู้ชมครับ ถ้าเราใช้มาตรฐานการจับกุมเสี่ยโป้ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 ที่โดนข้อหาเรื่องการพนันออนไลน์ ซึ่งเสี่ยโป้ก็โดนข้อหาฟอกเงิน มีการอายัด ตรวจสอบเส้นทางการบัญชีของเสี่ยโป้ ทั้งผู้ชมคิดว่าด้วยตรรกะนี้ หลงจู๊สมชายควรจะโดนด้วยไหม ? เนื้อหาเดียวกัน แต่ทำไมหลงจู๊สมชายไม่โดน

านผู้ชมสังเกตอะไรที่มันผิดปกติไหม ? ท่านผู้ชมติดตามข่าวและสังเกตดูให้ดีๆ นี่คือข้อพิรุธข้อที่ 3 พอตำรวจจับ และศาลให้ประกันตัวหลงจู๊สมชาย ในวันเดียวกัน คือวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 แค่สามวันหลังจากนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ก็มีการแถลงข่าวว่าจะอายัดทรัพย์สิน โครงการบ้านจัดสรร เดอะ แคปปิตอล ของหลงจู๊สมชาย


ซึ่งผมเคยออกรายการไปหลายครั้งว่า เป็นโครงการที่หลงจู๊สมชายฟอกเงินโดยทำกับเสี่ยโป้ และให้เสี่ยโป้ออกหน้า ส่วนหลงจู๊สมชาย ลูกชายที่มีข่าวว่าติดโควิด-19 และร่วมประชุมกรรมาธิการเรื่องการพนันออนไลน์นั้น เป็นกรรมการของบริษัทที่ทำบ้านจัดสรรนี้

และอีกอย่างหนึ่ง เสี่ยโป้เคยออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ แฉ ที่มีนายมดดำ คชาภา ตันเจริญ นายวรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ หรือน็อต และนายชวลิต ศรีมั่นคงธรรม หรือดีเจเชาเชา เป็นพิธีกร เสี่ยโป้พูดถึงความร่ำรวยของมัน การได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทอง โดยเนื้อหาในรายการนั้น เป็นการให้สัมภาษณ์นายเสี่ยโป้ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2562 สองปีที่แล้ว เปิดความร่ำรวยเสี่ยโป้ โป้อานนท์ อายุ 27 ปี ทำธุรกิจรอบด้าน ทำทั้งธุรกิจสีขาวและสีเทา บางช่วงในการให้สัมภาษณ์นั้น นายเสี่ยโป้ เปิดเผยว่า เขาได้ลงทุนทำอสังหาริมทรัพย์กับหุ้นส่วน จ.ระยอง มีหุ้นส่วนกันหลายคนในการลงทุนทำอสังหาริมทรัพย์ครั้งนี้ พร้อมระบุว่า โครงการอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว มีเสี่ยสมชาย ระยอง หรือนายสมชาย จุติกิติ์เดชา เป็นประธานบริษัท นอกจากนั้นแล้ว เสี่ยโป้ ยังเปิดเผยว่าโครงการดังกล่าวลงทุนเป็นร้อยล้าน ส่วนของเสี่ยโป้ก็ลงทุนไปส่วนหนึ่ง


โครงการ เดอะ แคปปิตอล นี้ จดทะเบียนในนามบริษัท เดอะ แคปปิตอล ที่ตั้งโครงการอยู่ที่ จ.ระยอง ทุนจดทะเบียน 20 ล้าน โครงการบ้านจัดสรรนี้ถูกประชาสัมพันธ์ว่าเป็นบ้านที่มีวิวธรรมชาติ ภูเขาล้อมรอบ มีบ้านเป็นพูลวิลล่า

ท่านผู้ชมครับ ประเด็นเรื่องนี้คืออะไร ? ประเด็นเรื่องนี้คือหลักฐานชัดๆ อย่างนี้ หลงจู๊สมชาย หรือใครหน้าไหน ยังกล้าปฏิเสธอีกหรือไม่ว่า หลงจู๊สมชาย ไม่รู้จักและไม่เกี่ยวข้องกับเสี่ยโป้ เพราะฉะนั้นสองคนรู้จักกัน ร่วมทำธุรกิจด้วยกัน และในที่สุดแล้วผมก็เชื่อว่ามีการร่วมกันฟอกเงิน ถ้าเสี่ยโป้ โดนคดีฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แล้ว หลงจู๊สมชาย ทำไมไม่โดนล่ะ


ถ้าไม่โดนข้อหาฟอกเงิน แล้วทำไมอีก 3 วัน พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รองผู้การกองปราบฯ ออกมาแถลงเรื่องการอายัดทรัพย์สิน และบอกว่ากำลังส่งเรื่องให้ ปปง. ทำไมล่ะท่านผู้ชม? ทำไมถึงไม่โดนตั้งแต่ต้น ตอนแจ้งข้อหา แสดงว่าเบื้องหลังนายสมชาย หรือหลงจู๊สมชายนั้น มีเครือข่าย หรือผู้มีอิทธิพลระดับยิ่งใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นคนหนุนหลังอยู่

ข้อที่สี่ ข้อมูลที่ทีมงานของผม SONDHI TALK หาได้คือ เครือข่ายของหลงจู๊สมชายมีเงินหมุนเวียนปีๆ หนึ่งเป็นหลักหมื่นล้าน เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าหลักหมื่นล้านเอามาจากไหน เพราะฉะนั้นแล้ว ทรัพย์สินที่ออกข่าวอยู่ทุกวันนี้ สิวๆ จิ๊บจ๊อย ขนหน้าแข้งไม่ร่วง เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าเครือข่ายเงินทองของเขาจริงๆ อยู่ที่ไหน หลายๆ คนถามมาว่าผมโม้หรือเปล่า เงินเยอะขนาดนั้นเชียวหรือ ผมจะบอกให้

นอกจากการเปิดบ่อนแล้ว จริงๆ แล้วบ่อนของหลงจู๊สมชายนั้น เป็นตัวการเปิดเพื่อหาเงินหาทองเอามาจับจ่ายใช้สอยเพื่อซื้ออำนาจ ซื้อบารมี ซื้อสายสัมพันธ์ในกระบวนการยุติธรรม จ.ระยอง ทางภาคตะวันออกหมด แต่จริงๆ แล้วธุรกิจที่ทำให้หลงจู๊สมชายร่ำรวย คือ ธุรกิจตู้ม้าไฟฟ้า สลอต ตู้เกม ใหญ่ที่สุด


ก่อนนี้เคยมีหลายรายที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และฝั่งธนฯ แต่ในประวัติศาสตร์ตู้ม้า ตู้ไฟฟ้า ตู้สลอต ตู้เกม ไม่มีรายไหนใหญ่เท่าสมชาย กินพื้นที่ภาคตะวันออก 4-5 จังหวัด ตั้งแต่ระยอง ขยายไปจังหวัดใกล้เคียง ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด สระแก้ว ปราจีนฯ แปดริ้ว จนกระทั่งถึงภาคอีสาน รวมไปจนถึง จ.เชียงใหม่ ด้วย นี่คือพื้นที่เขากินกว้างมาก สำหรับตู้ม้า ตู้เกม ตู้สลอต ข้อมูลที่ผมค้นหามาได้ มีประมาณ 5,000 ตู้ คำถามมีอย่างนี้ท่านผู้ชม ถ้าท่านผู้ชมเป็นเจ้าของตู้ม้า ตู้เกม ตู้สลอต จำนวนมาก ครอบคลุมไปหลายจังหวัดตั้งแต่ภาคตะวันออก ภาคอีสาน ไปจนถึงเชียงใหม่ สิ่งที่คุณต้องมี คืออะไร ? คุณต้องมีรถขนตู้ ขนตู้ไปลง เอารถรับตู้ที่เสียกลับมาซ่อม คุณต้องมีรถกระบะที่ใช้ในการขนส่งกระจายตู้ออกไปตามจังหวัดต่างๆ ท่านผู้ชมเชื่อหรือเปล่า ข้อมูลที่ผมได้มา เครือข่ายหลงจู๊มีรถขนส่งตู้เหล่านี้ 500 คัน แล้ว 500 คันนี้ ซื้อจากไหน ? ซื้อจากบริษัท โตโยต้า จ.ระยอง ซึ่งมีสายสัมพันธ์กับตำรวจใหญ่รายหนึ่ง

ข้อที่ 5 ข้อพิรุธ หลงจู๊สมชาย-เสี่ยโป้ แค่ฉากหน้า คนที่อยู่เบื้องหลังหลงจู๊สมชาย ก็คืออดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 แล้วก็ยังมีผู้บัญชาการตำรวจหน่วยหลักหน่วยหนึ่ง ซึ่งยังไม่ได้เกษียณอายุ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 สมัยก่อนคนนี้ เป็นเจ้าของนโยบาย 1 อำเภอ 1 บ่อน ท่านผู้ชมจำได้ไหมที่ผมเคยพูด ช่วงนั้นเกิดการย้ายผู้กำกับของตัวเองเข้ามาในสิบกว่าโรงพักใน จ.ระยอง รวมทั้งโยกย้ายผู้กำกับ 20 กว่าโรงพัก ใน จ.ชลบุรี ระยอง เพื่อให้สามารถเปิดบ่อนและตั้งตู้ม้าได้ตามที่ตัวเองสั่ง เพราะฉะนั้นแล้ว ปาหี่ที่จับหลงจู๊สมชาย ตั้งข้อหาเบาๆ แล้วให้ประกันตัว นั่นคือละครลิง นั่นคือลิเก ที่ตำรวจสร้างให้เห็น

เรื่องนี้ความผิดมูลฐานของสมชาย ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ข้อที่ 9 ระบุว่า ความผิดเกี่ยวกับการพนัน ตามกฎหมายว่าด้วยการพนันเฉพาะความผิดที่เกี่ยวกับการเป็นผู้จัดให้มีการเล่น มีวงเงินตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปนั้น อยู่ในหลักการของการฟอกเงิน และผมรู้มาด้วย อีกไม่นานนี้แล้ว จะมีการเปิดเผยตัวเลขที่เขาอายัดทรัพย์หลงจู๊สมชาย


ท่านผู้ชมครับ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่า ธุรกิจที่ทำเงินให้กับหลงจู๊สมชาย และพรรคพวก หลงจู๊สมชาย มีพรรคพวกอีก 2 คน ถือได้ว่าเป็นหุ้นส่วน สองคนนั้นเป็นอดีตตำรวจและเป็นนายตำรวจยุคปัจจุบัน และหลงจู๊สมชาย 3 คน เดี๋ยวผมจะพูด เอาข้อมูลให้ดู แล้วจะให้รู้ว่าทุกวันนี้บ่อน สำหรับหลงจู๊สมชาย มันเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ก็คือตู้ม้า ตู้เกม ตู้สลอต 5,000 ตู้ เดี๋ยวจะให้เห็นพิรุธต่างๆ ที่เกิดขึ้น ถ้าท่านผู้ชมสังเกตให้ดีๆ มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง แล้วท่านผู้ชมจะมีความรู้สึกเศร้า และรู้สึกว่าสังคมไทยปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนมันช่างบัดซบเหลือเกิน

ท่านผู้ชมครับ อย่างที่ผมได้เกริ่นไปแล้วเมื่อกี้นี้ ว่าสำหรับหลงจู๊สมชาย หรือสมขาย จุติกิติ์เดชา นอกจากจะเปิดบ่อนการพนันและมีเครือข่ายทั่วภาคตะวันออก และกินพื้นที่ไปยังภาคอีสานตอนล่างแล้ว ยังเป็นคนที่ทำธุรกิจตู้ม้า ตู้เกม ตู้สลอต รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ท่านผู้ชมครับ ผมขอย้ำว่า เครือข่ายธุรกิจตู้ม้า ตู้เกม ตู้สลอต ของนายสมชายทั้งหมดนี้ ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน จำนวนสูงถึง 5,000 ตู้ กินพื้นที่ของจังหวัดภาคตะวันออก 4-5 จังหวัด ตั้งแต่ระยอง จันทบุรี ชลบุรี ตราด สระแก้ว เรื่อยไปจนถึงปราจีนบุรี แปดริ้ว จนกระทั่งถึงภาคอีสานบางส่วน ไปถึงเชียงใหม่ ใช้รถเครือข่ายขนส่งถึง 500 คัน

ตู้ดังกล่าวทำเงินทำทองให้อย่างมหาศาล ผมจะอธิบายให้ฟังในเรื่องตู้ม้าสักนิดนะท่านผู้ชม จะได้เข้าใจเรื่องนี้ดี ผมยกตัวอย่างกรุงเทพมหานครก็แล้วกัน

ในสถานี โรงพักแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ นี่ล่ะ ผู้ประกอบการตู้เกมไฟฟ้าเขาจะใช้เงินเดือนละประมาณ 2-3 ล้านบาท ในการเคลียร์กับโรงพักเจ้าของพื้นที่ เพราะว่าตู้เกมไฟฟ้าเหล่านี้มีรายได้ที่ดีมาก ไม่มีวันขาดทุน เพราะตู้เหล่านี้มีการวางโปรแกรมเอาไว้ ว่าคนแทงมา 100 บาท กินแน่ๆ 70 จ่าย 30 ก็คือว่า 100 บาท ได้กำไร 70 บาท 70 เปอร์เซ็นต์ 30 บาท คืออะไร คือแบ่งรางวัลให้คนเล่น สมมุติว่าวันหนึ่งกำไร 50,000 บาท เขาจะแบ่งให้ร้าน หรือเจ้าของสถานที่ไป ร้านวางตู้พวกนี้จะเป็นร้านเสริมสวย เป็นโต๊ะสนุ้ก เป็นคาเฟ่ เป็นร้านอาหารต่างๆ เขาจะแบ่งให้ 30 เปอร์เซ็นต์ คือ 15,000 บาท ลองคิดดูว่าถ้าเป็นเจ้าของตู้เกมไฟฟ้า 5,000 ตู้ เครือข่ายหลงจู๊สมชายจะได้เงินเข้ากระเป๋าวันละเท่าไร


ท่านผู้ชมที่ไม่เคยเล่นตู้ม้า ตู้สลอต อาจจะไม่รู้ว่า พอท่านผู้ชมหยอดเงินไป 10-20 บาท พอรวมๆ แล้วต่อวันเจ้าของตู้จะได้เท่าไร ผมเช็กข้อมูลจากแวดวง วงใน ระบุชัดเจนว่า รายได้ต่อตู้ต่อวัน อยู่ที่ประมาณ 30,000-70,000 บาท แล้วแต่ประเภทตู้ และที่ตั้ง ที่สำคัญคือ ได้เงินสดทุกวัน ผมคำนวณให้ดู ท่านผู้ชมดูแล้วอย่าตกใจนะครับ ขั้นต่ำ 1 ตู้ ได้รายได้ประมาณ 30,000 บาทต่อวัน ถ้ามี 5,000 ตู้ 365 วัน รายได้จะเข้ามา 54,750 ล้านบาทต่อปี 70 เปอร์เซ็นต์ ของ 50 กว่าล้าน ก็คือ 30,000 กว่าล้านบาท หลังจากตัด 30 เปอร์เซ็นต์ ไปแล้ว นี่ผมคิด คนที่อยู่ในแวดวงตู้บอกราคาถูกที่สุด ต่ำที่สุด คือพูดง่ายๆ ตีกลมๆ คือธุริจตู้ม้า ตู้เกม ตู้สลอต มีผลประโยชน์หลักหลายหมื่นล้านต่อปี ถึงแสนล้าน ล่อตาล่อใจ จึงไม่น่าแปลกใจเลยท่านผู้ชมว่าผู้มีอำนาจ คนมีสีบางคน เลยจ้องเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ รวมถึงสร้างเครือข่ายการพนันขึ้นมาบังหน้า เพื่อตัวเองกับพรรคพวกจะได้บริหารจัดการผลประโยชน์ของธุรกิจใต้ดินมีมูลค่ามหาศาลอย่างได้สะดวกโยธิน

เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมครับ พอเรื่องบ่อนระยองเป็นต้นตอการแพร่โควิด-19 ซึ่งผมเปิดโปงเรื่องหลงจู๊สมชายผ่านรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ก็มีคนเล่นข่าวกันมาก เจ้าหน้าที่เลยเริ่มกวดขัน มีข่าวในช่วงต้นเดือนมกราคม 2564 ชาวระยองขนตู้ม้า ตู้สลอต นายทุนผิดกฎหมาย ทิ้งข้างทาง ก่อนที่ตำรวจจะเปิดแถลงข่าว

วันที่ 4 มกราคม 2564 นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมด้วย พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ก่อนที่จะถูกย้ายเข้าไปประจำ พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และรักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ระยอง ร่วมกันแถลงข่าวที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธร จ.ระยอง กรณีจับกุมตู้สลอต หรือตู้ม้า จำนวน 55 ตู้ จากการออกกวาดล้างจับกุม หลังก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ จ.ระยอง ท่านผู้ชมครับ ผมการกวาดล้างของตำรวจที่ระยอง สามารถจับกุมผู้เล่นการพนันได้ 28 ราย คือคนที่เข้าไปเอาเงินหยอดตู้ที่ระยอง จับมาได้ 28 ราย ผู้ต้องหา 45 คน เจ้าของร้าน ยึดตู้ม้าได้ตั้ง 55 ตู้


ท่านผู้ชมครับ การสร้างภาพปาหี่กวาดล้างตู้ม้า ตู้สลอต แบบนี้ ชาวบ้านเขารู้ดี เขาบอกว่าเจ้าของตู้เข้าส่งซิกให้เอาไปทิ้ง เพราะท้องที่ขอมา ส่วนมากที่เอาไปทิ้งคือตู้เก่าๆ ซ่อมแล้วไม่คุ้ม รอโละทิ้ง หรือไม่ก็ตู้ดัมมี่ ตู้ที่เสียแล้วซ่อมไม่ได้ ส่วนตู้ใหม่ๆ ก็ให้ทีมงานเอาไปเช็ดแล้วเก็บเอาไว้ในบ้าน หรือย้ายเข้าโกดัง ตำรวจก็ได้หน้า ได้ผลงาน หลงจู๊ก็ได้โอกาสทิ้งเพื่อระบายของเก่า รอเวลาขนเอาตู้ใหม่ๆ ลงแทน ส่วนคนที่เป็นเจ้าของบ้านก็โล่งใจ วินๆ ทั้งหมด

ท่านผู้ชม ผมมีตำนานเรื่องฝีมือตำรวจในลักษณะแบบนี้ให้ฟัง เป็นเรื่องโบราณแล้ว อย่าหาว่าผมทะลึ่งหรือลามกเลย สมัยหนึ่งย่านถนนวิสุทธิกษัตริย์ จะมีโรงแรมเล็กๆ น้อยๆ ของอาโห นั่นคือโรงแรมเป็นซ่องโสเภณี มีผู้หญิงเข้ามาทำมาหากิน ถ้าท่านผู้ชมไปเที่ยวสมัยนั้น หลายสิบปีแล้ว สมัยนี้ไม่มีเหลือแล้ว แต่ผมจะเล่าให้ฟังว่า มันคล้ายๆ กับตู้พนันเรื่องนี้ ก็คือว่า ทุกคนรู้อยู่ว่ามีโสเภณีอยู่ ตำรวจก็เลยต้องการผลงาน ตำรวจก็เลยบอกอาโกที่เป็นเจ้าของโรงแรมว่า เดือนนี้ต้องส่งมานะ ผู้หญิงที่ทำมาหากินอย่างนี้ ส่งมาปรับที่โรงพักหน่อย อาโกก็ไปเช็กในโรงแรมว่ามีใครที่ประจำเดือนมา ก็เอาพวกที่ประจำเดือนมา ไปมอบตัวที่โรงพัก เพราะประจำเดือนมาก็ไม่ต้องทำงาน ไม่ได้รายได้อยู่แล้ว ก็ปรับพวกนี้ เสร็จเรียบร้อยแล้วก็เปรียบเทียบปรับแล้วก็ส่งกลับมา ลักษณะเหมือนตู้ม้า ท่านผู้ชม ก็คือ ขอจับหน่อยได้ไหม ก็บอก เอาสิพี่ เอาตู้เก่าๆ ไป เอาตู้ที่เสียแล้วไป ตู้ที่ซ่อมแซมไม่ได้เอาไป ส่วนตู้ใหม่ๆ แยกเก็บออกไป

ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเป็นวิชาของตำรวจไทย เก่งมากในเรื่องพวกนี้ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่า ขบวนการขนตู้ม้าและหลบเลี่ยง 5,000 ตู้ ขนไปอย่างไร หลายร้อยตู้อย่างน้อยที่สุด ขนไปอย่างไร ? หลักๆ เขามีโกดังเก็บตู้ม้าและตู้สลอตอยู่ประมาณ 10 โกดัง ทั่วภาคตะวันออก อย่างที่ผมเรียนให้ทราบ รถตู้ที่ขน รถบรรทุกที่ขนตู้ม้าไป เอาไปลง ขนกลับมา เอาไปซ่อมแซม โน่นนี่นั่น 500 คัน ท่านผู้ชมครับ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติการขนตู้ม้า หรือตู้เกม ชุดนี้ คือนายอ๋อ นายวราวุธ วรวุฒิปรีชาเวชช์


นายอ๋อ เป็นผู้ต้องหาในคดียึดตู้สลอต 417 ตู้ ในพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 ต่อมาหลบหนีไปฝั่งกัมพูชา แต่ทางการไทยประสานกับทางการกัมพูชาจับได้ ส่งตัวกลับมา ส่วนนางจุฑามาศ ทองไฝ (ลูกหมู) เป็นแฟนสาวของนายอ๋อ นายวราวุธ วรวุฒิปรีชาเวชช์


เป็นผู้ลงชื่อเป็นพยานในสัญญาเช่าโกดังด้วย คือโกดังนี้ เอาตู้ม้า ตู้เกม 417 ตู้มา ข้อมูลที่ผมเช็กมาระบุว่า เดิมทีนายอ๋อ มีหน้าที่หาจุดลงตู้ม้า ก็คือว่า มีตู้ม้าอยู่ 100 ตู้ เอาไปลงหน่อยซิ เอาไปลงที่ร้านทำผม เอาไปลงที่ร้านตัดผม เอาไปลงที่คาเฟ่ แล้วก็บอกเจ้าของร้านว่าได้ส่วนแบ่ง 30 เปอร์เซ็นต์ ของยอดเงินที่เข้ามา เรื่องตำรวจไม่ต้องห่วง ผู้หลักผู้ใหญ่เขาเคลียร์เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น เขาเป็นคนลงตู้สลอตให้เครือข่ายหลงจู๊สมชาย ในพื้นที่ จ.ระยอง ชลบุรี

ท่านผู้ชมครับ ข้อมูลที่ผมได้มาคือ เริ่มแรก เขาได้รายได้แค่หลักพัน แต่ล่าสุดจากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน นายวรวุธ หรือนายอ๋อ มีรายได้ถึงเดือนละ 5 แสนบาท นี่เฉพาะคนขนตู้นะ รายได้เดือนละ 5 แสน แล้วรายได้ของไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังตู้ม้าทั้งหลาย เดือนละกี่สิบล้าน ?

นิดหน่อยเกี่ยวกับตู้ม้า ตู้เกม .. ตู้ม้า ตู้เกม ตัวตู้ทำเองได้ แต่ว่าที่สำคัญคือตัววงจร วงจรสมัยก่อนต้องซื้อจากต่างประเทศ ต้องสั่งซื้อ แต่ราคาแพง เพราะฉะนั้นตู้ม้าที่ถูกจับได้ จะถูกถอดวงจรออกไป เพราะแผงวงจรมันแพงมาก แต่ช่วงหลังกลายเป็นว่า ตู้ม้า คนไทยก็เริ่มทำวงจรได้แล้ว เพราะฉะนั้นต้นทุนของตู้ม้าก็คือ แผงวงจร และตัวตู้ แต่ต้นทุนที่สำคัญที่สุด คือ ส่วยตำรวจ และเส้นสายคนมีสี เพราะสิ่งเหล่านี้มันผิดกฎหมายหมด ผิดกฎหมายศุลกากร ผิดกฎหมายส่งออก นำเข้า ผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ภาพยนตร์ พ.ร.บ.การพนัน


เพราะฉะนั้น ด้วยเหตุนี้การทำตู้ม้า รายได้ดีมาก นั่งเฉยๆ มีคนเอาเงินไปหยอด 10 บาท 20 บาท ทุกๆ 100 บาท ผมเรียนให้ทราบแล้วว่าแผงวงจรเขียนโปรแกรมไว้แล้วว่า ทุก 100 บาท จ่ายให้ผู้ที่ชนะ 30 บาท อีก 70 บาท โดนกิน เพราะฉะนั้นแล้ว ทุก 100 บาท จะกำไร 70 บาท ธุรกิจอะไรมันจะดีขนาดนี้ ยาเสพติดยังสู้ไม่ได้เลย จริงๆ แล้ว ถ้าพูดกันตรงไปตรงมา ระหว่างที่ถูกจับว่าเป็นเจ้าของตู้ม้า อย่างมากโทษก็ 5 ปี 6 ปี 3-4 ปี ประกันตัวได้ แต่ถ้าโดนจับยาเสพติด มีปริมาณเกินที่กฎหมายกำหนดไว้ ประกันตัวไม่ได้ แล้วถ้าเกินจำนวนน้ำหนักเท่าไรแล้ว โทษประหารชีวิตอย่างเดียว เพราะฉะนั้นตู้ม้าก็เลยเป็นตัวที่ทำมาหากินได้

ก็ปรากฏว่า หลงจู๊สมชาย มีหุ้นส่วนอยู่ 2 คน คนหนึ่งคือตำรวจ อดีตผู้บัญชาการตำรวจ ยศพลตำรวจโท อีกคนหนึ่งเป็นพลตำรวจโทที่ยังรับราชการอยู่ สองคนนี้เห็นช่องทางในเรื่องของการวางตู้ม้า แต่ต้องมีคนทำงานให้ สมชายก็เลยเป็นคนทำงานให้ 70 เปอร์เซ็นต์ ที่กำไรมา ก็อาจจะแบ่งให้ตำรวจคนละ 20-20 ตัวสมชายรับ 30 หรือว่าสมชายอาจจะรับไว้ 40 ตำรวจรับ 15-15 แล้วแต่จะแบ่งกัน เอาว่าเป็นรายได้ที่ประจำ

ทีนี้ มีเบื้องหลัง ถ้าท่านผู้ชมอ่านข่าวตอนที่หลงจู๊สมชายมีเรื่องมีราว มันมีการขนย้ายตู้เกมไฟฟ้าล็อตใหญ่เลย 500 ตู้ 500 ตู้ต้องใช้รถกี่คันล่ะ ท่านผู้ชม รถตู้ 1 คัน ผมคิดว่าบรรจุได้ประมาณ 5 เครื่อง หรือ 10 เครื่องสูงสุด ต้องใช้รถเป็นร้อยๆ คัน ถูกบงการโดยไอ้โม่ง นายตำรวจใหญ่ เป็นผู้บัญชาการประสานงานกับนายตำรวจอดีตผู้บัญชาการคนหนึ่ง ใช้รถขนส่งของตัวเองนำตู้ม้าจากภาค 2 ไปพักไว้ที่โกดังใน จ.ขอนแก่น


ทีนี้ก่อนจะไปถึงขอนแก่น มันต้องผ่านโคราชก่อนสิ พอรถเข้ามาที่ สภ.โชคชัย ปรากฏว่าผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ท่านก็บอกว่าไม่ได้นะ เข้ามาไม่ได้ ท่านบอกไม่ได้แล้ว ต้องจับ ระหว่างที่ผู้กำกับโรงพักโชคชัยจับ มีโทรศัพท์ลึกลับจากผู้บัญชาการคนหนึ่ง ผู้บัญชาการหลัก โทรมาบอกว่าขอให้ปล่อย ตำรวจ สภ.โชคชัย ก็เกรงใจ เพราะคนๆ นี้ใหญ่มาก ก็เลยปล่อย พอปล่อยแล้วผู้บัญชาการภาค 3 ก็รู้ว่าผู้บัญชาการหลักคนนี้ ซึ่งใหญ่ เส้นใหญ่มาก โทรศัพท์มา ก็เลยทำหน้าที่อำนวยความสะดวก เอารถของ สภ.โชคชัย นำขบวนตู้ม้านี้ไปเก็บไว้ที่โกดังที่ขอนแก่น

ท่านผู้ชมจะเห็นได้ว่า 14 มกราคม 2564 จากคลิปหลักฐาน ช่วงดึก เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา 4 คน ได้ไปจุดที่รถบรรทุกตู้สลอตไฟฟ้าที่จอดเรียงรายอยู่หลายคน แต่ละคันมีผ้าใบสีดำปกปิดอยู่ มีภาพเจ้าหน้าที่สายตรวจให้คนขับรถบรรทุกเปิดผ้าคลุมด้านหลังออก พบตู้สลอตไฟฟ้าจำนวนมาก ก็เลยนำตัวไปสอบสวน

ทีนี้ ไอ้โม่ง นายตำรวจใหญ่คนนี้ ก็เลยโทรศัพท์ไปเคลียร์กับผู้กำกับการ สภ.โชคชัย ทางโชคชัยก็เลยเอาใจนายด้วยการใช้รถตำรวจ สภ.โชคชัย นำขบวนไปส่งที่โกดังเก็บตู้สลอต ที่บ้านโนนสวรรค์ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งในเวลาต่อมา พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมคณะ ได้นำกำลังเข้าจับกุมตู้สลอตดังกล่าวที่ จ.ขอนแก่น ในอีก 5 วันต่อมา ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้คนที่ซวยก็คือตำรวจ สภ.โชคชัย และ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ที่ตกเป็นผู้ต้องหา และถูกลงโทษทางวินัย

ที่สำคัญที่สุด ไอ้โม่ง นายตำรวจใหญ่ เจ้าของตู้ม้าตัวจริง ซึ่งเป็นผู้บงการเครือข่ายหลงจู๊สมชาย รวมทั้งเสี่ยโป้ คือใคร ? ท่านผู้ชม งานนี้ผมไม่เห็นใจผู้กำกับโรงพักโชคชัย และผมไม่เห็นใจผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เพราะท่านทั้งสองไม่ได้ทำหน้าที่ตำรวจอย่างตรงไปตรงมา อย่างซื่อสัตย์ต่อประชาชน อย่างพิทักษ์สันติราษฎร์ ดูแลความสงบเรียบร้อย เมื่อมีสิ่งผิดกฎหมายเข้ามา ท่านต้องจับ ใครโทรศัพท์มาขอ ก็ขอไม่ได้ เพราะเขาทำผิดกฎหมาย นี่ไม่ใช่เรื่องผิดวินัยแล้วนะ เมื่อท่านยอม เดิมทีที่ท่านจับ ท่านทำถูกแล้ว แต่พอโดนโทรศัพท์มา ผู้กำกับ สภ.โชคชัย ต้องบอกว่า ท่านครับ เจรจากับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ก็แล้วกัน ผมไม่มีอำนาจสั่งปล่อย เพราะว่าผมจับมาเรียบร้อยแล้ว ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เอง เมื่อได้รับฟังโทรศัพท์ จะเกรงใจแค่ไหนก็ต้องพูดออกมา ท่านครับ นี่มันเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องผิดกฎหมาย ผมปล่อยไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นแล้ว อย่ามาขอความเห็นใจจากผม สมน้ำหน้าคุณ คุณไม่รู้จักรักศักดิ์ศรีของตำรวจ คุณไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่สุจริตยุติธรรม แล้วประชาชนอย่างผม หรือหลายๆ คน ประชาชนภาค 3 จะพึ่งพาคุณได้อย่างไร ก็ในเมื่อมีคนทำผิดกฎหมาย แล้วมีไอ้โม่งคนหนึ่งโทรศัพท์มา แล้วคุณเกรงในอำนาจบารมี ทั้งๆ ที่เขาก็พลตำรวจโทเท่าคุณ คุณไปเกรงอะไรเขา คนอย่างเขาเอาหนังราชสีห์มาสวมตัว แล้วก็แอบอ้างผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดิน ว่าเขาใหญ่ คุณไม่ต้องไปกลัวเขา แต่คุณดันทะลึ่งไปกลัวเขา แล้วมิหนำซ้ำยังอำนวยความสะดวก เอารถตำรวจ สภ.โชคชัย นำทางไปที่ขอนแก่น


ท่านผู้ชมครับ ผมมีรูปที่พิสูจน์ให้เห็นเลยว่ารถของหลงจู๊ และขบวนการนี้ร้อยๆ คัน มันจอดไว้ที่ไหน เป็นรูปภาพถ่ายจากที่สูง ผมจะเอาขึ้นให้ดู ที่ท่านเห็นนี่คือรถพวกนั้นทั้งนั้น ที่จอดหลังจากที่มีเรื่องมีราวแล้ว แล้วก็แหล่งข่าวและสายของผมมีแม้กระทั่งเลขทะเบียนของรถตำรวจพวกนี้

ท่านผู้ชมครับ ทำไมผมถึงต้องเล่าเรื่องพวกนี้ให้ฟัง เพราะมันจะโยงไปต่อไปในเรื่องที่สำคัญที่สุด แต่ท่านผู้ชมต้องเข้าใจก่อนนะครับว่าผลประโยชน์มันเป็นอย่างไร มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร แล้วมันเป็นเครือข่าย โครงข่ายที่ใหญ่มาก ใหญ่มากๆ และมันเป็นภัยต่อความมั่นคง และมันเป็นภัยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย

ท่านผู้ชมครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมพูดถึงเรื่องเสี่ยโป้ และหลงจู๊สมชาย และผมอธิบายว่า มันมีแหล่งบ่อนการพนันและแหล่งจำหน่ายยาเสพติด แล้วก็แหล่งธุรกิจสีมืด สีเทา สีดำ รวมกันอยู่ฝั่งตรงกันข้าม อ.แม่สอด ที่เขาเรียกว่า เมียวดี คอมเพล็กซ์ (Myawaddy Complex) แล้วผมก็อธิบายให้ฟังว่ามีนายตำรวจคนหนึ่งซึ่งเหมือนกับเป็นขาใหญ่ เชี่ยวชาญและชำนาญการมากในเรื่องของการติดต่อกับทางฝ่ายพม่า ซึ่งในพื้นที่ตรงเมียวดี คอมเพล็กซ์นั้น เป็นพื้นที่ของชนชาวกะเหรี่ยง พวกกะเหรี่ยงเคเอ็นยู แล้วก็พวกสภากะเหรี่ยงทั้งหลายที่อยู่ที่นั่น


ท่านผู้ชมครับ ก่อนที่ผมจะพูดต่อไปในเรื่องนี้ ผมจะเรียนให้ท่านผู้ชมทราบนิดหนึ่ง ผมจะขออนุญาตเอาแผนที่ให้ท่านผู้ชมชม เป็นแผนที่ของพม่าและประเทศไทยทางตอนเหนือ ท่านผู้ชมดูใกล้ๆ นะครับ นี่คือรัฐฉาน รัฐฉานสำคัญอย่างไร ? รัฐฉานเป็นแหล่งพื้นฐานและที่ตั้งโรงงานผลิตยาเสพติด ท่านผู้ชมจำได้หรือเปล่าผมเคยพูดถึงเรื่องราชายาเสพติดของโลก ที่เป็นคนเอเชีย ชื่อ นายเจ๋อชือล็อป (Tse Chi Lop) ถ้าท่านผู้ชมจำได้ เพราะว่า EP. นั้น เฉพาะเรื่องนี้อย่างเดียว มีคนเข้าไปดูตั้งหลายล้านคน

นายเจ๋อชือล็อป (Tse Chi Lop) ตกลงกับพวกทหารรัฐฉาน โดยมาตั้งพื้นฐานพวกโรงงานต่างๆ ผลิตยาไอซ์ ผลิตเม็ด ผลิตยาเสพติดทุกอย่าง แล้วก็ส่งออก


เนื่องจากว่ารัฐฉานนั้น ติดท่าขี้เหล็ก เชียงราย อ.แม่สาย ติด อ.ฝาง ที่เชียงใหม่ ติดแม่ฮ่องสอน เพราะฉะนั้นแล้ว สินค้ายาเสพติดจะเข้ามาทางนี้ตลอดเวลา 3-4 จุดตรงนี้ โดยไม่หยุด เผอิญในช่วงหลัง บางส่วนของยาเสพติดที่ออกมาาจากรัฐฉานเปลี่ยนเส้นทาง บางส่วนเปลี่ยนลงมาผ่านที่รัฐคะยา ของพม่า แล้วก็ลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงรัฐกะเหรี่ยง โผล่มาที่ อ.แม่สอด จ.ตาก พอออกจาก อ.แม่สอด จ.ตาก แล้ว ก็ลงมา เคลื่อนตัวมาอยู่ที่แหล่งทีเป็นโกดังเก็บของ ก็คือที่อยุธยา ซึ่งเคยจับไว้ได้หลายครั้ง ที่อยุธยา


หลังจากนั้นก็ออกไปทางฝั่งทะเลอันดามัน ทางกาญจนบุรี เพื่อที่จะไปทางมหาสมุทรอินเดีย แล้วส่งออกต่อไปยังออสเตรเลีย และประเทศต่างๆ

ยอดยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาไอซ์ ที่ออกมาจากรัฐฉาน ผ่านรัฐคะยา เข้ามารัฐกะเหรี่ยง 10-20 เปอร์เซ็นต์ เป็นยาที่เอามาขายในประเทศไทย อีก 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นยาที่ส่งออกนอกประเทศ ท่านผู้ชมครับ ผมเคยพูดไปแล้วเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว ถ้าจำได้ ในรายการ ราชายาเสพติด เจ๋อชือล็อป (Tse Chi Lop) ว่า ของที่ผลิตอยู่ในโรงงานที่รัฐฉาน ถ้าซื้อที่หน้าโรงงาน ยาไอซ์จะกิโลกรัมละ 54,000 บาท พอลงมาถึงเมืองไทยแล้ว จะกิโลกรัมละ 2-3 ล้านบาท พอผ่านออกไปนอกประเทศ ถ้าถึงญี่ปุ่นแล้วจากกิโลกรัมละ 54,000 บาท ที่ซื้อมา กลายเป็นกิโลกรัมละ 17.6 ล้านบาท 300 กว่าเท่า เพราะฉะนั้นแล้ว รายได้พวกนี้มีมากพอที่จะสามารถเอาเงินเอาทองซื้อเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง รวมไปถึงเจ้าหน้าที่กระบวนการยุติธรรมทั้งหลายบางคนที่มีตำแหน่งสำคัญ เพื่ออำนวยความสะดวก เปิดทิศเปิดทางให้

นี่คือหลักการที่ผมอธิบายให้ฟังนิดหนึ่งว่า เดี๋ยวนี้ทิศทางการเดินทางของยาเสพติดมันเปลี่ยนไปแล้ว มันเปลี่ยนไปบางส่วน อาจจะไม่ได้เปลี่ยนทั้งหมด

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง อาทิตย์กว่าๆ มันมีเรื่องๆ หนึ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็มีข่าวหลายข่าวปรากฏในออนไลน์ หนังสือพิมพ์ไม่ค่อยเล่นกัน มีไทยโพสต์เล่น 1 วัน แล้วก็เงียบไป ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ เกี่ยวกับปรัชญาเราจะอยู่ร่วมกันด้วยความยุติธรรมที่ตรงไปตรงมาในหลักนิติธรรม และปรัชญาในการใช้ชีวิตในการปฏิเสธยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายหลัก เป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาลไทยทุกยุคทุกสมัย


เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันดูแลในเรื่องการสืบสวนสอบสวน รอง สส.สส. ได้ลงนามในบันทึกข้อความด่วน ถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ชื่อ พล.ต.อ.อภิชาติ เรื่อง ให้รายงานชี้แจงและเรียนถึง พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สส1) คือสืบสวน 1 ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของผู้บัญชาการภาค 6 เพื่อทราบกรณีได้สั่งการให้ผู้บัญชาการภาค 6 คือ พล.ต.ท.อภิชาติ ให้ทำการสอบสวนและเสนอชื่อข้าราชการตำรวจ 2 นาย เพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวน หลังจากที่พยานในคดียาเสพติด ไอซ์ 1,500 กิโลกรัม ที่ถูกจับกุมได้ที่ จ.ตาก เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ก็ประมาณสัก 4 เดือนกว่าที่แล้ว พยานได้ให้การว่า ตำรวจ 2 คนนั้นมีส่วนร่วมกระทำความผิด แต่ผู้บัญชาการภาค 6 ก็ยังไม่ได้ดำเนินการ และในสำนวนการสอบสวนเสนอพนักงานอัยการ พอสอบสวนเสร็จแล้วเสนอไปให้อัยการ ก็ไม่มีข้อความ หรือไม่มีการสอบสวนในประเด็นดังกล่าว ก็คือว่าไม่ได้เรียกตำรวจ 2 คนนั้น ที่ถูกพาดพิงมาสอบสวน หรือถ้ามีคำชี้แจง ตำรวจ 2 คนนั้นก็ไม่ได้แนบคำชี้แจงมาด้วย

ไม่ได้เรียกบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมาให้ถ้อยคำ หรือแจ้งข้อกล่าวหา ดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือดำเนินการอื่นใดที่จำเป็น เพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามที่พยานกล่าวอ้าง จึงให้ผู้บัญชาการภาค 6 ชี้แจงเรื่องดังกล่าวภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี้

ท่านผู้ชมครับ ขอพักสักยกหนึ่ง อธิบายให้ฟังก่อน เวลาตำรวจทำคดี คดีจ้าง พยายามฆ่า หรือคดีชนแล้วหนี คนที่ทำความผิด หรือพยาน เขาบอกว่า คนนี้มีส่วนร่วมด้วย คนนี้นั่งประชุมด้วย ตำรวจมีหน้าที่ต้องพิจารณา แล้วก็เรียกตัวพยานเข้ามา คนนั้นที่ถูกพาดพิงต้องเรียกเข้ามาพบ บอกว่า หมอนี่นะ พยานคนนี้กล่าวหาคุณอย่างนี้ๆๆ คุณว่าอย่างไร ไม่จริงครับ ผมไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ผมมีหลักฐานยืนยัน โน่นนี่นั่น แล้วตำรวจก็จะพิจารณาจากหลักฐานต่างๆ ในกรณีที่เป็นนายตำรวจระดับชั้นผู้ใหญ่ขึ้นมา ซึ่งข้อความในจดหมายนี้ก็คือระบุถึงตำรวจ 2 คน ระดับพันตำรวจเอกคนหนึ่ง และพลตำรวจโทคนหนึ่ง ถ้าเป็นกรณีนี้ ตำรวจโดยอาชีพ ก็อาจจะให้เกียรติทำหนังสือแจ้งไป แล้วก็บอกว่าให้ชี้แจงมาหน่อย พยานพูดอย่างนี้ สองคนก็ต้องทำหนังสือชี้แจงมาว่า เนื่องจากที่พยานกล่าวหานั้น ข้าพเจ้า 1..2..3..4.. คิดว่าข้าพเจ้าไม่ผิด เพราะอะไร ก็ว่ากันไป แล้วตำรวจก็จะเอาหนังสือชี้แจงนั้นมาพิจารณาประกอบว่า ควรหรือไม่ควรที่จะพ่วงตำรวจสองคนนี้เข้ามาเป็นผู้ต้องหาด้วย

แต่ถ้าในกรณีที่ไม่ได้ทำหนังสือชี้แจง ถ้าตำรวจจะดำเนินคดีเหมือนกับดำเนินคดีประชาชนทั่วไป ก็ต้องออกหมายเรียกตำรวจสองคนนี้มาให้การ ตามที่พยานได้กล่าวหามา

สิ่งที่ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ พูดมาก็คือว่า ทำไมผู้บัญชาการตำรวจภาค 6 ถึงไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่พยานกล่าวซัดทอดตำรวจสองคนนี้ว่ามีส่วนร่วมด้วยในขบวนการยาเสพติด 1,500 กิโลกรัม ได้ถูกจับมา


รายละเอียดข้อความเป็นอย่างนี้ครับท่านผู้ชม ผมจะอ่านให้ฟัง นี่ไม่ใช่หนังสือลับ ไม่ใช่ความลับ เพราะเป็นหนังสือด่วนที่สุด

บันทึกข้อความส่วนราชการ สำนักงานรอง ผบ.ตร.สส. ที่ 0001. สส 150 วันที่ 10 กุมภาพันธ์ เรื่อง ให้รายงานชี้แจง พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. (สส 1) เพื่อทราบ ผบช.ภ.6

ด้วยเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจห้วยยะอุ ต.ด่านแม่ระเมา อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ร่วมกันตรวจค้นรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ และจับกุมนายสมโชค เนียมสกุล อายุ 38 ปี ผู้ขับขี่ และนายสกล การุณรักษ์ อายุ 37 ปี ผู้โดยสาร พร้อมยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 1,500 ห่อ (น้ำหนักรวมประมาณ 1,500 กก.) นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด จว.ตาก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข้อที่ 2 เมื่อวันที่ 1 และ 18 ธันวาคม 2563 ณ ห้องประชุม ภ.จว.ตาก ข้าฯ (ก็คือข้าพเจ้า ก็คือ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์) ได้ประชุมผู้เกี่ยวข้อง เร่งรัดการสืบสวนสอบสวนคดีตามข้อ 1 เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพตามนโยบาย ตร. โดยเฉพาะได้สั่งการให้ ภ.6 เสนอรายชื่อข้าราชการตำรวจให้ ตร. (ผ่าน กมค.) เพื่อออกคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อให้มีอำนาจการสอบสวนทั่วราชอาณาจักรตามกฎหมาย และมอบแนวทางการปฏิบัติในการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว


ข้อที่ 3 เนื่องจากปรากฏว่า ภ.6 ยังไม่มีการดำเนินการสืบสวนสอบสวน หรือเสนอรายชื่อข้าราชการตำรวจให้ ตร. เพื่อออกคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ตามนโยบายและข้อสั่งการของข้าฯ แต่อย่างใด

ข้อที่ 4 เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตามนโยบายที่ข้าฯ ได้สั่งการไว้ จึงให้ ภ.6 รายงานชี้แจงดังนี้

4.1 เพราะเหตุใด ภ.6 จึงไม่เสนอรายชื่อข้าราชการตำรวจให้ ตร. (ผ่าน กมค.) เพื่อออกคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามที่ข้าฯ ได้สั่งการไว้

4.2 กรณีปรากฏข้อเท็จจริง ตามคำให้การของ นายเกิดชนะ มินา พยานในคดี ได้ให้ถ้อยคำต่อพนักงานสืบสวนสอบสวนว่า มีผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ประกอบด้วย 1. นายยง หรือหวัง วงศ์สว่างกุล 2. พ.อ.ยศพล สิทธิกรรณ 3. นางสาวเฟื่องฟ้า วงศ์สว่างกุล 4. น.ส.ทักษินันท์ บัวคำ 5. น.ส.หลิน ชาล์ 6. นายฐาปนันท์ หรือหนู หรือเฉิน ธรรมรัฐธาดา 7. พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินทร์ต๊ะสืบ และ 8. พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบช.ก. เพราะเหตุใด พนักงานสอบสวนจึงได้สรุปสำนวนการสอบสวน มีความเห็นเสนอพนักงานอัยการ โดยไม่ได้ดำเนินการสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว ไม่มีการเรียกบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมาให้ถ้อยคำ หรือแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามที่นายเกิดชนะฯ กล่าวอ้าง เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แต่อย่างใด


ข้อที่ 5 รายงานผลตามข้อ 4 เสนอข้าฯ ภายใน 12 ก.พ. 64 ประสานการปฏิบัติ สง. รอง ผบ.ตร. (ส)

ข้อที่ 6 ได้แนบเอกสารที่เกี่ยวข้องมาด้วยแล้ว จำนวน 10 แผ่น

เพื่อทราบและดำเนินการ ลงนาม พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์

ท่านผู้ชมครับ บันทึกข้อความฉบับนี้สร้างความสั่นสะเทือนมากกับแวดวงตำรวจและสังคมไทย เพราะการจับยาไอซ์หนัก 1,500 กิโลกรัม ใส่รถบรรทุกพ่วง นอกจากให้การซัดทอดบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังพ่วงบุคคลอีกถึง 2 คน คนแรกคือ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินทร์ต๊ะสืบ รองผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 6 ซึ่งอดีตเป็นผู้กำกับการ สภ.แม่สอด จ.ตาก ถึง 4 ปี


ท่านผู้ชมครับ ตำรวจภูธรภาค 6 ดูแลพื้นที่ที่ไหนบ้าง ? ดูแลภาคเหนือตอนล่าง คือ พิษณุโลก นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร พิจิตร ตาก อุตรดิตถ์ อุทัยธานี สุโขทัย คนที่สอง คือ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในสังคมไทย โดยท่านได้รับฉายาจากสื่อมวลชนที่รักชอบท่านมาก ว่าเป็นมือปราบสายธรรม บางคนให้ฉายาว่า เป็นโรโบคอบสายบุญ และยังมีศักดิ์เป็นน้องชายแท้ๆ ของ พล.ต.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ และเลขาธิการพระราชวัง ด้วย โดย พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ นั้นเป็นคนสุดท้องของพี่น้องจำนวน 5 คน


ท่านผู้ชมครับ หลังจากบันทึกของ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ได้ถูกเผยแพร่ออกไป ท่านผู้ชมครับ บันทึกนี้ไม่ใช่บันทึกลับ แต่เป็นบันทึกด่วนที่ส่งไปตามขั้นตอนของระบบราชการ มีการลงเลขหมายเรียบร้อยแล้ว หลังจากบันทึกออกไป 2 วัน ข่าวคราวก็เริ่มหลุดออกไปตามหน้าสื่อมวลชน หนังสือพิมพ์หลายฉบับก็เริ่มพูดถึง ออนไลน์บางฉบับ บางแห่ง ก็เริ่มพูดถึง ยกเว้นสื่อมวลชนบางฉบับ ซึ่งเป็นเพื่อนฝูงที่สนิทสนมกับ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล และเชียร์ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ มาตลอด อย่างเช่น ไทยรัฐออนไลน์ ก็จะไม่มีการรายงานในเรื่องนี้ แต่ไทยโพสต์รายงาน

หลังจากนั้น 2 วัน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ว่า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ด้านสืบสวน ได้มีหนังสือราชการ ตร.ให้ พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ผบช.ภ.6 ชี้แจงเกี่ยวกับคดียาเสพติดที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2562 ซึ่งตำรวจภูธร จ.ตาก จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาเสพติดของกลางจำนวนมาก โดยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ ตร. ได้ประชุมและสั่งการมอบหมายนโยบายด้านการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามนโยบายของ ตร.


ท่านผู้การโฆษกตำรวจ คุณยิ่งยศ พูดอย่างนี้ คดีดังกล่าวเป็นเรื่องปกติของการติดตามความคืบหน้าของงานตามระบบราชการ ซึ่งไม่มีนัยพิเศษแต่อย่างใด โดยทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ ตร.ได้สั่งการในส่วนที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว

ท่านผู้ชมครับ มันเป็นขั้นตอนของการติดตามงาน ไม่เถียง แต่ที่ท่านยิ่งยศพูดว่า ไม่มีนัยพิเศษ ถ้าท่านพูดผิด ท่านพูดใหม่ได้ "นัยพิเศษ" มันมีมากเหลือเกิน เพราะว่าผู้ต้องหาและพยานกล่าวซัดทอดไปถึงตำรวจชั้นผู้ใหญ่ 2 คน ยศพันตำรวจเอกคนหนึ่ง อีกคนหนึ่งคือผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนดลาง พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ตรงนี้ท่านบอกไม่มีนัยพิเศษได้อย่างไร โคตรจะพิเศษเลยคุณยิ่งยศ อย่าให้ผมต้องมาสอนมวยคุณ

ผมอยากจะเรียนให้คุณยิ่งยศทราบว่า ประชาชนคนไทยไม่ได้โง่หรอก คุณรู้ไหมว่าประชาชนคนไทยกำลังจับตาดูพวกคุณอยู่ เรื่องนี้โคตรมีนัย และส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อชาติบ้านเมือง โคตรจะใหญ่เลย เหมือนกับที่ผมพูดว่ามันสะท้านฟ้า สะเทือนดิน เอาล่ะ เปิดหูเปิดตาฟังให้ดี ผมจะเล่าให้ฟังว่าเรื่องนี้มีนัยสำคัญอะไรบ้าง เพราะไม่มีใครกล้าพูด แต่ผมจะพูดให้ฟัง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นเรื่องที่สามารถจะสั่นคลอนสถาบันกษัตริย์ได้ ถ้าเราไม่ทำอะไรให้ถูกต้อง ท่านผู้ชมตามผมมา

เรื่องราวที่มันเกิดขึ้น ท่านผู้ชมเชื่อไหมเกิดขึ้นเพราะเหตุ "หนูไม่รู้" ใจเย็นๆ ตามผมมา


เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ปีกว่าที่ผ่านมา เวลา 11 โมง ที่ด่านตรวจความมั่นคงร่วมบ้านห้วยยะอุ ด่านแม่ระเมา อ.แม่สอด จ.ตาก พล.ต.ต.ปริญญา วิศิษฐฎากุล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตาก และ พ.อ.เทอดศักดิ์ งามสนอง รองผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร นายชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ นายอำเภอแม่สอด พร้อมทหารหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 4 กำลังฝ่ายปกครอง ตชด.346 ตำรวจ บช.ภ.จว.ตาก ตำรวจ สภ.พะวอ ตำรวจ บช.ปส.ภาค 6 และชุดตรวจร่วมตรวจสอบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน 72-2439 นครปฐม ลูกพ่วง ทะเบียน 72-2440 นครปฐม ถูกเจ้าหน้าที่ด่านตรวจร่วมบ้านห้วยยะอุ จับกุมได้ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ประมาณ 06.00 น. พร้อมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายสมโชค เนียมสกุล อายุ 38 ปี เป็นคนขับ และนายสกล การุณรักษ์ อายุ 34 นั่งคู่มา ที่ผมเอารูปขึ้นให้ดู ที่เห็นถูกใส่กุญแจมือนั่งอยู่บนพื้น


เนื่องจากว่าได้มีการตรวจพบรถคันดังกล่าวซุกซ่อนยาไอซ์จำนวนมากไว้ใต้พื้นรถ โดยมีการนำผู้ต้องหามาชี้จุดซุกซ่อน จากนั้นก็พบว่าเมื่อมีการตรวจสอบพบยาไอซ์จำนวนมาก ใช้เวลาเป็นชั่วโมงถึงจะนำออกมาได้ ทั้งหมด 1,500 ห่อ 1,500 กิโลกรัม ท่านผู้ชม 1 ตันครึ่ง ใหญ่ พูดตามภาษาชาวบ้านก็ใหญ่อิ๊บอ๋ายเลย ใหญ่เรือหายเลยงานนี้ 1,500 กิโลกรัม เอาราคาที่ขายในประเทศไทยก็แล้วกัน กิโลกรัมละ 3 ล้าน ก็ 4,500 ล้านบาท เอาราคาที่ขายในญี่ปุ่น กี่หมื่นล้าน เกือบๆ 3 หมื่นล้านบาท มูลค่าหลายพันล้านบาท นอกจากนั้นยังพบว่ายาไอซ์ทั้งหมดถูกอำพรางมาในฉลากเป็นห่อใบชายี่ห้อหนึ่ง


เส้นทางการเดินรถ ก่อนที่ผมจะไปถึงเรื่องของการสอบสวนเบื้องต้น เส้นทางการเดินรถ 17 ตุลาคม 62 รถคันนี้ออกจากกำแพงแสน นครปฐม 07.32 น. 17 ตุลาคม มาถึงชัยนาท มาถึง 13.48 น. วันเดียวกัน 23.40 น. มาถึงหน้าโรงไฟฟ้า อ.แม่สอด จ.ตาก และ 18 ตุลาคม วันรุ่งขึ้น ตอน 01.14 น. เอายาเสพติดขนขึ้น หลังจากนั้น 18 ตุลาคม 06.15 น. ถูกจับ เพราะฉะนั้นท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่าทั้งหมดนี้คือเส้นทางเดินของยาเสพติด ที่ผมจะอธิบายให้ฟัง




จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคนที่เห็นถูกใส่กุญแจมือในภาพ บอกว่าได้รับการว่าจ้างจากนายวรวิทย์ เพชรศรี ว่าจ้าง ติดต่อ สั่งการ โอนเงิน ให้ขนยาเสพติดจาก อ.พบพระ จ.ตาก ไปส่งในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นจำนวนเงิน 3 แสนบาท โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) หรือไอซ์ ซึ่งมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกิน 20 กรัมขึ้นไป ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ท่านผู้ชมครับ คดีนี้ถ้าศาลพิพิพากษาว่าผิดจริง โทษยาขนาดนี้คือโทษประหารชีวิต


ในการจับกุมครั้งนี้มันมีเบื้องหลัง ผมจะเล่าให้ฟัง แล้วท่านผู้ชมอาจจะหัวเราะ ขำ ท่านผู้ชมอาจจะเห็นด้วยกับผมว่า คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต ในการจับกุมครั้งนี้ในแวดวงตำรวจเขาบอกว่า "พี่สั่งเปิดทาง" คือเดิมทีการขนยาไอซ์ล็อตมหึมาดังกล่าว เมื่อ 18 ตุลาคม 2562 โดยนายสมโชค และนายสกล ที่เป็นคนขับรถบรรทุกพ่วง ได้มีการเตรียมเบิกทางไว้เรียบร้อยแล้ว ค่าเบิกทางคือเม็ดเงิน 15 ล้านบาท โดยมีคำสั่งลับของผู้ใหญ่บางคนสั่งให้เปิดทาง เปิดทางก็คือ ปล่อย ไม่ต้องตรวจสอบอะไรมากมายนัก แล้วคำสั่งเปิดทางนี้ไล่ลงไปจนถึงเป้าหมายปลายทาง ก็คือ จ.อยุธยา

ก่อนหน้านี้ ผมเรียนให้ทราบแล้วว่า เส้นทางการขนส่งยาเสพติดจากต้นทาง จ.ตาก ปลายทาง จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านผู้ชมจำได้ไหมผมเคยพูด ขบวนการนี้เคยขนยาล็อตใหญ่สำเร็จมาแล้ว 2 ครั้ง คือในเดือนสิงหาคม และกันยายน 2562 ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลคำให้การของนายเกิดชนะ กรณีนายฐาปนันท์ นายหนูเฉิน ว่าจ้างให้ลำเลียงยาเสพติด 3 ครั้ง ในปี 62 เคยลำเลียงไปแล้วที่อยุธยา แล้วโดนจับได้ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 กลับมีปัญหาเรื่องยานพาหนะ คราวที่แล้วโดนจับได้ที่โกดัง ไม่ได้จับได้ตอนที่ลำเลียง แต่งวดนี้โดนจับโป๊ะเชะในขณะซึ่งกำลังจะลำเลียง


ครั้งที่ 3 นี้ คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต มีปัญหาเรื่องยานพาหนะติดขัดโน่นนี่ ทำให้เวลาคลาดเคลื่อนไป ทำให้ที่ด่านห้วยยะอุ อ.แม่สอด จ.ตาก มีการเปลี่ยนกะเข้าเวร โดยที่ชุดพี่สั่งเคลียร์แล้วเป็นชุดกะเก่า กะใหม่เข้ามาเป็นชุดที่ผมเรียกว่า ชุด "หนูไม่รู้" ก็เลยจับ ก็เลยได้ยาล็อตใหญ่

ก็ปรากฏว่า คนขับรถบรรทุกสองคนนี้ ก็บอกว่า วรวิทย์ เป็นคนจ้างผมมา 3 แสนบาท นายวรวิทย์ โดนจับก็ซัดทอดต่อว่าคนที่ดำเนินการติดต่อ สั่งการ ชื่อนายเกิดชนะ มินา ชื่อเท่ มินา อายุ 29 ปี เป็นแกนหลัก โดยเป็นผู้ติดต่อสั่งการให้ลำเลียงยาเสพติดล็อตมโหฬารนี้ ทั้งยังเป็นผู้เชื่อมโยงตัวละครต่างๆ ให้เห็นภาพใหญ่ว่า องค์กรอาชญากรรมค้ายาเสพติดองค์กรนี้ขับเคลื่อนไปได้อย่างไร

หลังเกิดเหตุ รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บรรทุกยาไอซ์หนัก 1,500 กิโลกรัม หรือ 1.5 ตัน จับในช่วงเช้ามืดวันที่ 18 ตุลาคม นายเกิดชนะ พอรู้ข่าวปั๊บ มีคนโทรแจ้งข่าวครับ มีสายที่อยู่ใน จ.ตาก แม่สอด เดี๋ยวผมจะเปิดเผยชื่อให้ รีบโทรไปบอกเลยว่ายาถูกจับ หมอนี่ก็ตกใจ วิ่งหนี ผิดคิว เข้าพม่าเลย ผ่านด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี


เกิดชนะ เป็นกะเหรี่ยง อยู่ในพม่าใช้ชื่อว่า ซอ ไอ ฟิด เป็นทหารด้วยนะ สังกัด ยว.5 พัน.708 ได้รับแต่งตั้งเป็นทหารระดับผู้กอง ร้อยเอก ในกลุ่มสภาสันติภาพแห่งกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) หลังจากการจับกุมยาที่ห้วยยะอุได้ 1 ปี กองกำลังเคเอ็นยูได้รับการประสานงานจาก พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ก็เข้าไปจับกุมนายเกิดชนะ และพวก รวม 4 คน ใน อ.พญาตองซู จ.กอกะเร็ก ประเทศพม่า พร้อมด้วยของกลางอาวุธสงครามจำนวนมาก ซึ่งมีการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย มีหมายจับศาลแม่สอด ที่ 124/2562 ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1

ท่านผู้ชมครับ เมื่อมีการจับนายเกิดชนะ มินา ได้วันที่ 22 ตุลาคม 2563 ก็มีการส่งมอบตัวนายเกิดชนะ ให้กับทางการไทย โดย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะมารับมอบผู้ต้องหา ก็มีการสอบปากคำนายเกิดชนะ อย่างละเอียด 3 ครั้ง 23 ตุลาคม, 28 ตุลาคม และ 29 ตุลาคม

นายเกิดชนะ หรือเท่ มินา อายุ 29 ปี พื้นเพเป็นคนชาวเพชรบุรี ต่อมาย้ายไปอยู่กับพ่อแม่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ช่วงอายุ 17-18 เป็นลูกน้องของแต๋ง ปิยะ อังกินันทน์ ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว เมื่ออายุ 22 ก็มาเป็นทหารเกณฑ์ที่มณฑลทหารบกที่ 15 (มทบ.15) อยู่ 2 ปี นายเกิดชนะ เรียนรู้เรื่องการซ่อมบำรุงอาวุธปืน ชำนาญเรื่องปืน M16 และ HK นี่คือเหตุว่าทำไมพอนายเกิดชนะหลบหนีเข้าไปอยู่ที่พม่า ก็เลยได้รับแต่งตั้งเป็นทหารระดับยศผู้กองในกลุ่มสภาสันติภาพแห่งกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) : KNLA


ท่านผู้ชมครับ ปลายปี 2557 ช่วงหลังจากเมืองไทยมีการยึดอำนาจโดย คสช. ขณะส่งอาวุธไปให้ค่ายทหารที่ จ.เชียงราย นายเกิดชนะ ไปรู้จัก พ.อ.ยศพล สิทธิกรรณ์ ในตอนนั้น พ.อ.ยศพล สิทธิกรรณ์ เป็นนายทหารประจำอยู่ที่ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ จ.ลพบุรี และ พ.อ.ยศพล ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกซัดทอดในคดีจับยาไอซ์ล็อต 1,500 กิโลกรัมนี้ด้วย เท่าที่ทราบ พ.อ.ยศพล ตอนนี้ติดอยู่ในเรือนจำแล้ว

ปลายปี 2558 หลังจากปลดประจำการจากทหารเกณฑ์แล้ว พ.อ.ยศพล ก็เลยชวนนายเกิดชนะ มาเป็นลูกจ้าง รู้จักกับ "เฮีย" เฮีย นี่ก็คือตัวการสำคัญนะท่านผู้ชม จำไว้นะครับ ชื่อเล่น ชื่อ หนู หรือชื่อเฉิน เป็นลักษณะชาวจีน ชื่อไทย ชื่อ ฐาปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา อายุสามสิบกว่าปี หมอนี่เป็นหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติด รายใหญ่เลย ที่ว่าจ้างเกิดชนะ ให้ขนส่งยาเสพติดมาหลายครั้ง


พฤศจิกายน 2563 เขาพบว่าไอ้หมอนี่มีเครือข่ายปฏิบัติการของคนของมันครอบคลุม 4 จังหวัด คือ ตาก เชียงใหม่ นนทบุรี และกรุงเทพฯ นายเกิดชนะ ให้การมา จะเห็นได้ชัด มีผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อ น.ส.หลิน ชาล์ เป็นกิ๊กของนายเฉิน (นายหนู) น.ส.หลิน ชาล์ เป็นคนเอาเงินไปดำเนินการเพื่อเคลียร์เส้นทาง 10-15 ล้านบาทต่อเที่ยว ให้กับตำรวจใหญ่ แล้วก็สั่งการไปตามด่านต่างๆ เผอิญไปเจอด่าน "หนูไม่รู้" และมีตำรวจหญิงคนหนึ่ง มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ด้วย

เอาล่ะ นี่คือหลิน ชาล์ จะว่าเป็นนางนกต่อกก็ได้ เป็นคนหัวเบี้ยเคลียร์เส้นทาง ส่วนฐาปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา ตัวการ เป็นคนมีโกดังอยู่ ข้ามสะพาน 1 ตรงไปเรื่อยๆ อยู่ฝั่งพม่า ยาเสพติดข้ามชาติอยู่ในโกดังนี้ เงินได้จากการค้ายาเสพติด เอาไปฟอกที่ไหน ? เอามาฟอกที่เมียวดี คอมเพล็กซ์ ที่ผมเคยพูดถึงไง แล้วก็มีนักลงทุน คือคนที่เข้าไปเล่นการพนัน เข้าไปซื้อยา หรือสนใจที่จะเข้าไปซื้อบ่อนการพนัน ท่านผู้ชมเห็นหรือยังครับ สิ่งที่ผมพูด

นายเกิดชนะ ให้การอย่างนี้ คือเขาซีเรียสมาก ขนาดที่ว่าจ่ายเงินซื้อภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพรถวิ่งมาก่อนถูกจับกุม อีก 1 ล้านบาท ให้ทนายความเอาไปจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 6 ซึ่งคนที่รับเงินไปจากทนายความคือตำรวจหัวหน้าชุดตรวจค้น ตรวจยึด และควบคุมการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในคดีนี้


ท่านผู้ชมครับ จากข้อมูลที่ผมได้รับมาและศึกษามา ในการทลายแก๊งยาเสพติดหนูเฉิน ก่อนหน้านั้น เดือน
นายเกิดชนะ พานายฐาปนันท์ หรือหนูเฉิน หนีไปพม่า หลังได้ประกันตัวคดียาเสพติด 20,000 เม็ด เมื่อปี 2558 คือเคยมีคดี โดนจับยาเสพติด 28,000 เม็ด ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมศาลให้ประกัน ยาเสพติดเป็นหมื่นเม็ดนี่ธรรมดาแล้วใช่ไหม ? เอาเป็นว่าเขาได้ประกันตัวก็แล้วกัน แล้วก็พานายหนูเฉิน หนี พอหนีไป ปี 2558 ก็ไปเจออายี่ เป็นขบวนการค้ายาฝั่งพม่า


พ.อ.ยศพล ซึ่งใช้นายเกิดชนะ เป็นลูกน้อง พร้อมพวก ไปเอารถตู้ไปรับนายฐาปนันท์ นายหนูเฉิน ที่เรือนจำจากกรุงเทพฯ ผ่านทางแม่สาย ที่ท่าขี้เหล็ก โดยพาข้ามฝั่งทางช่องธรรมชาติ ขึ้นเรือข้ามแม่น้ำแม่สายไปส่งที่พม่า ฝั่งพม่า มีนายอายี่ น่าจะมีเชื้อจีน ชาวพม่า มารับไปที่บ้านนายอายี่ นี่คือคำให้การของนายเกิดชนะ ซึ่งอยู่ท่าขี้เหล็ก นายอายี่ เอารถยนต์โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ สีดำ มารับ ไปยังบ้านพักนายอายี่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเมืองท่าขี้เหล็ก ห่างจากชายแดนไทยประมาณ 100-200 เมตร สามารถมองเห็นฝั่งประเทศไทยได้สบายๆ

นายเกิดชนะ บอกว่าบ้านนายอายี่ หลังใหญ่โต มีชั้นใต้ดิน ท่านผู้ชม ใครก็ตามมีชั้นใต้ดิน ผมตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนแล้วว่าเป็นคนไม่สุจริตเขาบอกว่าชั้นใต้ดินมีคนแต่งชุดลายพรางทหาร 20 คน มีอาวุธพร้อม มีอาก้า M16 ระเบิด M79 เฝ้าห้องใต้ดิน เพราะอะไร ? เพราะมีทองคำแท่งอยู่ 4-6 ตัน นี่คือนายเกิดชนะบอก ที่นายเกิดชนะรู้ว่าทำไมมีทองคำแท่งอยู่ 4-6 ตัน เพราะว่านายหนูเฉิน หรือนายฐาปนันท์ หัวหน้าใหญ่สุด เคยให้นายเกิดชนะ ขนเงินไทย 340 ล้านบาท ใส่รถพ่วงจาก จ.ตาก ไปแลกเงินหยวน แล้วส่งมอบให้เจ้าของยาไอซ์ ก็คือไปซื้อยาไอซ์มาแล้ว ถึงเวลาจ่ายเงินแล้ว หลังจากนั้นให้นายเกิดชนะ กลับไปพักที่บ้านนายอายี่ ลงไปชั้นใต้ดินแล้วขนทองคำแท่งอีก 1 ตัน ใส่ลังกระดาษ 250 ลัง ลังละ 4 กิโลกรัม ใส่รถพ่วงกลับมาให้นายเฉิน ที่ย่างกุ้ง ท่านผู้ชมนี่แปลว่าอะไร ? ความใหญ่โตของขบวนการค้าอาวุธ ค้ายาเสพติด มหาศาลมาก ยิ่งใหญ่ขนาดไหน ขนเงิน 340 ล้านบาท แล้วถ้ามันเคยขนเที่ยวนี้ ถามว่าในอดีตเคยขนกี่เที่ยว ? เยอะแยะไปหมด แสดงว่าเงินค้ายามันเป็นพันเป็นหมื่้นล้านนะ


ท่านผู้ชมครับ ครั้งแรก นายฐาปนันท์ นายเฉิน หรือนายหนู ว่าจ้างให้ลำเลียงยาเสพติด 3 ครั้ง ในปี 2562 ครั้งแรกเดือนสิงหาคม 2562 มีการลำเลียงยาไอซ์ 1,100 กิโลกรัม (1.1 ตัน) รถพ่วง 22 ล้อ จาก อ.พบพระ จ.ตาก ไป จ.พระนครศรีอยุธยา ประสบความสำเร็จ โดยมีหัวหน้าทางฝ่ายไทยชื่อ นายเคน นามสกุลญี่ปุ่นๆ หน่อย รับยาไปขายต่อ เผอิญตำรวจบุกเข้าไปจับนายเคน มีนกรู้ มีสายบอก ก็เลยหลบหนีไป ก็เลยไม่โดนจับ นายเคน คือเพื่อนสนิท ซี้ย่ำปึ้กกับเสี่ยโป้ ท่านผู้ชมเริ่มต่อจิ๊กซอว์ภาพได้หรือยัง

ครั้งที่ 2 เดือนกันยายน 2562 ลำเลียงยาบ้า 3,000 มัด ไอซ์ 2 กระสอบ ไปพระนครศรีอยุธยา ได้สำเร็จ ครั้งที่ 3 คือครั้งนี้ คือนายฐาปนันท์ หรือหนูเฉิน สั่งการให้นายเกิดชนะ ว่าจ้างให้คนขนยาไอซ์ 1,500 กิโลกรัม ใส่รถบรรทุกพ่วง ลำเลียงจาก อ.พบพระ จ.ตาก ไป จ.พระนครศรีอยุธยา แต่กลับถูกทีมตำรวจขุดหนูไม่รู้จับที่ด่านห้วยยะอุ อ.แม่สอด จ.ตาก ปฏิบัติการไม่สำเร็จ พอนายเกิดชนะ ทราบข่าว ก็หลบหนีไปพม่าทางด่านเจดีย์สามองค์ ที่ผมเล่าให้ฟังแล้ว

ท่านผู้ชมครับ นายเกิดชนะ พูดในระหว่างถูกสอบสวนชัดเจนว่า นายหนูเฉิน ไปพบกับตำรวจคนหนึ่ง ที่ไหน เพื่อเจรจาเรื่องการส่งยาและจ่ายเงิน นายหนูเฉิน มีตัวแทน ท่านผู้ชม พวกนี้จะมีตัวแทน ถือบัญชีแทน และคอยเคลียร์เส้นทางส่งยา เพราะนายหนูเฉิน อยู่พม่า ต้องมีคนที่อยู่ฝั่งไทยไปๆ มาๆ เป็นผู้หญิง เขาเรียก เจ๊หลิน อายุ 34 ปี ชื่อ หลิน ชาล์


เป็นคนไทย ค้าขายอยู่ที่ชายแดนแม่สอด-พม่า ค่าเคลียร์เส้นทางเก็บเป็นรายเดือน เดือนละ 15 ล้านบาท โดยจะมีสติกเกอร์ให้แปะ แจ้งทะเบียนให้เจ๊หลินทราบ หลังจากเจ๊หลินจ่ายเงินไปแล้ว เจ๊หลินจะได้แจ้งไปตามที่ต่างๆ ว่า เฮ้ย พี่เขาเคลียร์ไว้เรียบร้อยแล้วนะ ท่านผู้ชมครับ แสดงว่านอกจาก 15 ล้านบาท ที่จ่ายเป็นค่าเคลียร์ทางแล้ว ทีมงานของพวกค้ายาก็จะต้องจ่ายเบี้ยบ้ายรายทางต่ออีกเหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็นก้อนใหญ่

เพราะฉะนั้นแล้ว นายฐาปนันท์ หรือนายเฉิน หรือนายหนู กับหลิน ชาล์ เป็นกิ๊กกัน พวกนี้เขามีนายตำรวจที่นายเกิดชนะ พูดกับเจ๊หลิน และนายฐาปนันท์ จะคุยงานกันที่เมียวดีคอมเพล็กซ์

เมียวดีคอมเพล็กซ์ ที่สร้างเป็นบ่อนการพนัน ซึ่งสมัยก่อนพม่าให้พวกกะเหรี่ยงปกครองตัวเอง แล้วกะเหรี่ยงอยากจะทำให้เมืองเมียวดี ซึ่งอยู่ตรงข้ามแม่สอด กลายเป็นศูนย์กลางเอนเตอร์เทนเมนต์ เอนเตอร์เทนเมนต์ในสายตาของพม่าและคนที่อยู่ในธุรกิจสีเทา สีมืด ก็คือบ่อนการพนัน ยาเสพติด แรงงานเถื่อน ของเถื่อน อะไรที่ชั่วๆ ทั้งหลายอยู่ที่เมียวดี คอมเพล็กซ์ทั้งนั้น ผมยังนึกไม่ออกว่าคนที่ไปคิดตั้งเมียวดี คอมเพล็กซ์ ตั้งแต่แรกมันคิดอย่างไรกับประเทศไทย ว่ากันว่า เป็นตำรวจด้วย


เมียวดี คอมเพล็กซ์ คือที่ๆ ผมเคยเล่าให้ฟังว่าเป็นแหล่งที่เสี่ยโป้ กับหลงจู๊สมชาย ใช้เป็นที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์การพนันออนไลน์ อยู่ริมแม่น้ำเมย ห่างจากสนามบินแม่สอดประมาณ 5 กิโลเมตร คนไทยที่จะไปเที่ยวสามารถลงเรือข้ามฝั่งได้ที่ท่าเรือบริเวณ ต.บ้านท่าสาย อ.แม่สอด

ท่านผู้ชมครับ เมียวดี คอมเพล็กซ์ นั้นมันมีตู้ ATM ของธนาคารทุกธนาคาร จะซื้อสินค้าปลอดภาษีก็ซื้อได้ พื้นที่นี้ไม่ได้ใช้กฎหมายพิเศษอะไรหรอกครับ ใช้อย่างเดียว คือผลประโยชน์

ว่ากันว่าสมัยที่ยังมีการปะทะกันระหว่างทหารของหม่องชิดตู่ เลขาธิการกองกำลังพิทักษ์ชายแดน หรือ BGF กับกองกำลังกะเหรี่ยงคริสต์ หรือเคเอ็นยู ในพื้นที่ชายแถบนี้ ทหารของหม่องชิดตู่ ตายไปตั้ง 16 คน ตอนหลังก็มีการกวาดล้างขึ้นมา แล้วก็เริ่มพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยว มีบ่อนกาสิโนเป็นแม่เหล็ก มีความสำเร็จในวงกว้าง เพราะมีนายตำรวจหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งผันตัวไปเป็นนักธุรกิจ ใช้ความใจถึงพึ่งได้ มือประสานสิบทิศ นำโปรเจกต์ยักษ์ เปิด เมียวดี คอมเพล็กซ์ มีทั้งบ่อนการพนันทุกขนิด ทั้งสินค้าปลอดภาษี เสนอต่อให้นายพลหม่องชิดตู่ ก็เลยเปิดได้ ที่บ้านเราใช้วิธีจ่ายทุกหน่วย ครบทุกคน ชายแดนแม่สอด เมียวดีก็เลยเปิดตลอดเหมือน 7-11

ท่านผู้ชมครับ นายเกิดชนะ ยังให้การถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงคนหนึ่ง ลูกน้องคนสนิทของคนที่ชื่อ รองต๊ะ คนๆ นี้ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนรับเคลียร์เส้นทาง โดยวันที่ขนยาไอซ์ไป 1,500 กิโลกรัม โดนจับเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ตำรวจหญิงคนนี้ล่ะ เป็นคนโทรศัพท์ไปบอกให้กับเจ๊หลิน ทราบว่าของโดนจับแล้วนะ นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้นายเกิดชนะยังเคยถือเงินของนายฐาปนันท์ ไปให้ตำรวจหญิงคนนี้ ที่ห้างโรบินสัน แม่สอด เพื่อเคลียร์เส้นทางขนยาเสพติด จ่ายเป็นเงินสด 15 ล้านบาท


ตำรวจหญิงคนนี้ชื่อ น.ส.ทักษินันท์ บัวคำ เป็นคนมารับเงิน 10 ล้านบาท จากลูกน้องนายฐาปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา ที่ลานจอดรถโรบินสัน แม่สอด ซึ่งนายเกิดชนะ มีหน้าที่คอยเฝ้าดูการส่งมอบเงินให้เรียบร้อย

ในการสอบปากคำ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 นายเกิดชนะ ยังได้ชี้ตัวการสำคัญผู้เกี่ยวข้องกับคดีขนยาไอซ์ 1,500 กิโลกรัม คราวนี้นายเกิดชนะ ระบุว่าเป็นนายตำรวจ ชื่อ รองต๊ะ และนายตำรวจยศใหญ่มาจากกรุงเทพฯ


ท่านผู้ชมครับ นายเกิดชนะ ให้การตอนหนึ่งว่า ข้าฯ ได้ดูภาพถ่ายที่พนักงานสอบสวนให้ดูแล้ว ภาพดังกล่าว คือที่ข้าพเจ้าเห็นว่ามาที่เมียวดี คอมเพล็กซ์ หลายครั้ง โดยมากันหลายคน ตัดผมสั้น โดยมีคนบอกข้าพเจ้าว่าเขาเป็นนายตำรวจยศใหญ่ มาจากกรุงเทพฯ แต่ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าบุคคลดังกล่าวมีชื่อว่าอย่างไร นั่นคือสิ่งที่นายเกิดชนะพูด

นอกจากนี้ ในบันทึกคำให้การเพิ่มเติม นายเกิดชนะ หรือเท่ มินา ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 ของสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน กรุงเทพฯ ให้การต่อหน้า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ และ พล.ต.ต.ไมตรี ธิมา สน.ปทุมวัน เป็นการสอบสวนที่กองร้อย ตชด.134 อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตอนหนึ่งยังระบุเพิ่มเติมว่า ตำรวจถามว่า กรณีนายเฮีย หรือนายฐาปนันท์ หรือนายเฉิน หรือนายหนู ไปพบกับรองต๊ะ ที่ไหน เพื่อพูดคุยเรื่องการลำเลียงยาเสพติด ด้วยวิธีการใด ผ่านเส้นทางใด ต้องจ่ายเงินต่อเดือนให้กับผู้ใด มีหลักฐานการจ่ายเงินหรือไม่ นายเกิดชนะ ตอบว่าอย่างไรรู้ไหมท่านผู้ชม "นายเฮีย นายฐาปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา มีชื่อเล่นว่า หนู หรือเฉิน จะมีตัวแทนที่ถือบัญชีเงินให้กับ เฮีย เป็นบัญชีธนาคารกสิกรไทย คือเพื่อนของเฮีย ซึ่งเป็นเจ้าของร้านที่เปิดเป็นร้านรับแลกเปลี่ยนเงินหลังตลาดเมียวดี ส่วนคนที่เคลียร์เส้นทางมีชื่อว่าเจ๊หลิน ซึ่งเป็นคนไทย ทำการค้าขายในบริเวณชายแดนแม่สอดและฝั่งพม่า มีโกดังข้าวโพดและโรงงานไม้ที่ฝั่งพม่า เคลียร์เส้นทางแบบรถวิ่งพืชผลการเกษตร ลงมาตาก พบพระ เมียวดี ผ่านเส้นทาง 107 เคลียร์จ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 15 ล้าน ถ้ารายใหญ่คิดเที่ยวละ 15 ล้านบาท โดยจะมีสติกเกอร์ของบริษัทที่เคลียร์เส้นทางให้และแจ้งทะเบียนรถกับเจ๊หลิน ก่อนรถวิ่งในทาง โดยเจ๊หลิน รองต๊ะ กับเฮีย นัดหมายคุยมาเจอที่ เมียวดี คอมเพล็กซ์ เป็นประจำ เพื่อนัดหมายเรื่องการจ่ายเงินการเคลียร์เส้นทาง โดยมี BGF กองกำลังพิทักษ์ชายแดนพม่า โดยมีเบียหะมู เป็นผู้คุม มีผู้พันนายลิอ่อง เป็นกองกำลังคุ้มกัน ส่วนมีการเคลียร์เงินกับคนที่อ้างตัวว่ามาจาก บช.ก. จะมารับเงินสดเป็นค่าเคลียร์ทุกเดือน โดยร้านแลกเงินจะเป็นตัวแทนจ่ายให้กับเฮีย ซึ่งจะมีข้อมูลของร้านรับแลกเงินอยู่ในโทรศัพท์ของนายเกิดชนะ เขียนว่าเบอร์ ร้านแลกเงิน โดยจะต้องเคลียร์ให้คนที่อ้างตัวว่ามาจาก บช.ก. จำนวน 5-10 ล้านบาทต่อเดือน


ท่านผู้ชมครับ ตำรวจชุดสอบสวนและจับกุมก็เอารูปภาพให้นายเกิดชนะ ชี้ดูว่าถูกต้องไหม เดี๋ยวผมจะเอาขึ้นให้ดู นายเกิดชนะ ชี้ว่ารองต๊ะ คือ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินทร์ต๊ะสืบ รองผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 6 นายเกิดชนะ ก็เริ่มชี้ต่อหลังจากเอาภาพหลายคนมาวาง มีตำรวจยศใหญ่ที่มาที่ เมียวดี คอมเพล็กซ์ หลายครั้ง ไม่ทราบชื่อ แต่ชี้เป็นภาพถ่ายของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง


ท่านผู้ชมครับ นี่คือเบื้องหลังการถ่ายทำ ซึ่งมีหลักฐาน มีการให้การเป็นตัวตน แต่ท่านผู้ชมครับ อย่าเพิ่งกระโดดไปสรุป เราอย่าเพิ่งกล่าวหาว่ารองต๊ะ หรือว่า พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผิด ผมคิดว่าสองคนนั้นยังบริสุทธิ์อยู่ ต้องมีการชี้แจงหลังจากที่พยานและผู้ต้องหากล่าวซัดทอด คำถามที่ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ต้องการทราบ คือ เมื่อมีคนที่ซัดทอดแบบนี้ ทำไมตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ถึงไม่ตั้งคณะกรรมการตำรวจ และอัญเชิญ หรือแจ้งไปให้รองต๊ะ หรือท่านผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ชี้แจงมาเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้ว่าที่เขาพูดอย่างนี้ ท่านจะมีข้อโต้แย้งอย่างไรบ้าง แล้วค่อยเอามาพิจารณา แล้วค่อยเอาทั้งหมดนี้เสนออัยการไปทั้งชุด เพื่อให้อัยการตัดสินใจเอง ว่าตามที่ท่านชี้แจงมา ฟังขึ้นหรือไม่ เพราะผมไม่คิดว่าทั้งสองท่านจะค้ายาเสพติดด้วย แต่คำถามมีว่า เข้าข่ายสมคบหรือเปล่า ? อันนั้นผมไม่ทราบ หรือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Conspiracy Law กฎหมายแห่งการสมรู้ร่วมคิด สมคบกัน อันนั้นผมไม่ทราบ


แต่ก็คือว่า ดันมีการตัดตอนไม่ให้มีการสอบ หรือให้ทาง พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ชี้แจงมา หรือรองต๊ะชี้แจงมา ตัดตอนไปเลย แล้วส่งสำนวนไปโดยที่ไม่มีสองคนนี้ และไม่มีอีกหลายคน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับจดหมายที่ท่านรอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ กดดันไปที่ภาค 6 ว่าทำไมคุณไม่ทำตามขั้นตอนนี้ ที่ผมสั่งเอาไว้ ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยัง

ท่านผู้ชมครับ ในที่สุดแล้ว ในวงการตำรวจ หรือประชาชนที่รับทราบเรื่องนี้ ก็บอกว่าเป็นข้อขัดแย้งกัน ระหว่าง พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ กับ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล และความขัดแย้งตรงนี้ก็เลยนำไปสู่การที่ฝ่ายของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ บอกว่าตามล้างตามเช็ดในข้อมูลที่ไม่เป็นจริง


ก่อนที่ผมจะสรุปเรื่องนี้ ผมจะแนะนำตัวละครให้ท่านผู้ชมรับทราบนิดหนึ่ง พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ เกิด 26 ธันวาคม 2504 เป็นลูกชายของอดีตอธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ ชื่อเล่น ชื่อ ใหม่ อดีตเป็นจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา

พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ เป็นขาลุย มีประวัติในการสืบสวนสอบสวนโชกโชน รับราชการตั้งแต่ปี 2526 ปีนี้ 2563 แล้ว 37 ปีเต็มๆ เป็นรองสารวัตรสืบสวนที่นครศรีธรรมราช ผ่านงานการสืบสวน ติดตามคดี นำกำลังตรวจค้นเป้าหมาย ในช่วงหนึ่ง สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเวลากว่า 14 ปี


สุชาติ ธีระสวัสดิ์ สะพายปืน M16 นำหน้าลูกน้อง ตรวจสอบเหตุการณ์ความไม่สงบ นำกำลังตำรวจปิดล้อมตรวจค้น ต่อสู้ปะทะกับผู้ก่อการร้าย ซึ่งเป็นที่รับรู้กันอย่างดีสำหรับลูกน้องและชาวบ้านใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่คดีที่มีชื่อเสียงที่สุด ที่สร้างชื่อให้กับ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ก็คือคดีบังรอน ซึ่งคดีนี้เพื่อนร่วมงานของผม คือ คุณนพรัฐ พรวนสุข ได้เคยออกรายการไปแล้ว แต่ผมจะย้อนให้ฟังอีกที

เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้วมีข่าวครึกโครมของราชายาเสพติดคนหนึ่ง ชื่อบังรอน หรือสุรชัย เงินทองฟู เป็นนักค้ายาเสพติด ซึ่งทางการต้องการตัวมากที่สุด ในยุคนั้นทักษิณ ชินวัตร ให้ค่าตัวบังรอนถึง 80 ล้านบาท


2541 ยี่สิบสองปีที่แล้ว วันที่ 14 ตุลาคม ราวๆ 2 ทุ่ม บริเวณทุ่งหนองจอก ตำรวจฝ่ายสืบสวนกองกำกับการสืบสวนนครบาล 3 ตั้งด่านตรวจค้นยาเสพติดตามคำสั่งของ พ.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผู้กำกับสืบสวนนครบาล 3 ขณะนั้น มีรถกระบะมาสด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน 2ท 5643 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา ก็เลยเรียกตรวจค้น คนขับเปิดประตูออกมา ชักปืนพกยิงใส่ตำรวจ 2 นัด แล้วทั้งหมดก็วิ่งหนีเข้าไปอยู่ที่เล้าไก่ จังหวะเดียวกันนั้นมีปืน M16 ยิงออกมาจากบ้านตรงข้ามที่คนร้ายซ่อนตัวอยู่ วินาทีนั้นสมรภูมิรบย่อมๆ เกิดขึ้น ยิงทั้งระเบิด M26 ขว้างระเบิดกัน ติดต่อกัน 2 ครั้งซ้อน บริเวณรถสายตรวจเจ้าหน้าที่ประจำ 3 นาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีชาวบ้านถูกลูกหลงอีก 2 คน

ท่านผู้ชมครับ ยิงกันร่วม 5 ชั่วโมง จึงสิ้นสุดด้วยปืน 5 นัดสุดท้าย เหมือนสัญญาณให้ถอย พ.ต.อ.สุชาติ ตอนนั้นประสานขอหมาตำรวจเข้าไป จังหวะเดียวกับชาวบ้านเห็นคนร้ายวิ่งฝ่าวงล้อมตำรวจหนีไปจากซอยได้ 1-2 คน และบังรอนก็หนี หนีออกไป ไปอยู่ที่พม่า

ท่านผู้ชมครับ นี่คือวีรกรรมส่วนตัวของคนอย่าง พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ว่าเป็นคนอย่างไร เป็นคนมุ่งมั่นในการทำงาน และไม่กลัวใคร เป็นคนที่ต้องการทำความจริงให้ปรากฏ


ท่านผู้ชมครับ มาถึง พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นคนที่ถ้าผมให้ฉายา ผมจะเรียกว่า ซูเปอร์ค็อป เหมือนซูเปอร์แมน เพราะว่าการเลื่อนตำแหน่งของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ นั้น ประมาณ 4 ปีครึ่ง เลื่อนตำแหน่งจากพันตำรวจเอก ผู้กำกับ ขึ้นเป็นพลตำรวจโท ภายใน 4 ปีครึ่ง วันนี้ที่คุณต่อศักดิ์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นพลตำรวจโทแล้ว ยังมีพันตำรวจเอกที่เป็นรุ่นเดียวกับคุณต่อศักดิ์ ยังนั่งเป็นพันตำรวจเอกกันอยู่เลย ในภาษาตำรวจเขาเรียกว่า ขึ้นลิฟต์ เรามาดูประวัติของคุณต่อศักดิ์ กันนิด

สมัยก่อนเป็นรองผู้กำกับ พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ขึ้นตำแหน่งผู้กำกับ หลักเกณฑ์ปกติเขาต้อง 4 ปี ดำรงตำแหน่งจริง 2 ปี ได้รับการยกเว้น 2 ปี ก็คือว่า ก.ตร.ยกเว้นให้ จากผู้กำกับ ขึ้นรองผู้บังคับการกองปราบ หลักเกณฑ์ 5 ปี แต่คุณต่อศักดิ์ ดำรงตำแหน่งแค่ 1 ปี 9 เดือน ได้รับการยกเว้นอีกแล้ว จาก ก.ตร.

พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ จากรอง ผกก. ขึ้นเป็นรองผู้บังคับการกองบังคับการถวายความปลอดภัยปฏิบัติการพิเศษ หลักเกณฑ์ 5 ปี ถึงจะได้ขึ้นเป็นผู้การ 8 เดือนท่านผู้ชม ได้รับการยกเว้น 4 ปี 4 เดือน

พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ จากผู้บังคับการ ขึ้นเป็นรอง ผบก. หลักเกณฑ์ 2 ปี ดำรงตำแหน่ง 1 ปี ได้รับการยกเว้น 1 ปี และการยกเว้นนี้ ยกเว้นโดย ก.ตร.นะ อาจจะเป็นเพราะว่า พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ เป็นน้องชายคนสุดท้องของ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ผมไม่ทราบว่าตำรวจจะเกรงใจ หรือ ก.ตร.จะเกรงใจพี่ชาย หรือจะมีใครแปลงสารอะไรแล้วทำให้ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ ยิ่งกว่าขึ้นลิฟต์อีก ขึ้นจรวด 4 ปีกว่า จากพันตำรวจเอก มาเป็นพลตำรวจโท ท่านผู้ชมที่เป็นตำรวจทั้งหลายที่ฟังอยู่ และผมเชื่อว่า EP. นี้ตำรวจฟังเยอะ คิดอย่างไร 4 ปีกว่าขึ้นจากพันตำรวจเอก มาเป็นพลตำรวจโท แล้วคุมกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แล้วว่ากันว่าเมษายนนี้ ก็ตั้งใจจะขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้ว 30 กันยายน ก็จะขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วก็ตำแหน่ง ผบ.ตร.

นี่สองคน ระหว่าง พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ นักบู๊ ขาลุย ยิงกับผู้ค้ายาเสพติด 5 ชั่วโมง กับคนๆ หนึ่งขึ้นลิฟต์ คุณต่อศักดิ์ เป็นคนที่สื่อมวลชนจำนวนมากพอสมควร รัก ทำไมถึงรัก ? เป็นคนที่ใจกว้าง ดูแลสื่อมวลชนดี ทุกคนรักคุณต่อศักดิ์หมด ส่วนคุณสุชาติ ธีระสวัสดิ์ เป็นคนซื่อบื้อ ภาษานักเลงเขาเรียกว่า ทู่ / ทื่อ เป็นคนโผงผาง ตรงไปตรงมา แต่เป็นคนไม่กลัวคน ท่านผู้ชมเปรียบเทียบดูกันเอาเอง

แต่บุญวาสนาแข่งกันไม่ได้ บางที แต่บางครั้งบุญวาสนาที่ได้มาอาจจะได้มาเพราะความเข้าใจผิดก็ได้ ท่านผู้ชม ผมเชื่อว่าเข้าใจผิด

ท่านผู้ชมเคยฟังนิทานสุภาษิตจีนไหมว่า สุนัขจิ้งจอกแอบเอาหนังราชสีห์มาคลุมตัว ทำให้คนเข้าใจว่าเป็นราชสีห์ ทุกคนก็เลยเกรงใจ นี่ผมพูดสุภาษิตขึ้นมาลอยๆ นะ คิดกันเอาเอง


เอาล่ะ มาถึงย้อนประวัติของรองต๊ะ เจ้าพ่อตาก รองต๊ะ อินทร์ต๊ะสืบ เป็นนักเรียนนายร้อยรุ่น 43 ไม่มีใครรู้ว่าเป็นตำรวจคนสนิทเลย สนิทสนมมากกับคุณยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตคนสนิทของคุณทักษิณ ชินวัตร รองต๊ะนี่ เพื่อนร่วมรุ่นชอบมาก ใจถึง พึ่งได้ เพื่อนร่วมรุ่น รุ่น 43 เวลาไปเที่ยวที่แม่สอด เลี้ยงดูปูเสื่อทุกอย่าง แล้วรองต๊ะจะไม่สนใจเลยว่าตัวเองจะได้ขึ้นหรือไม่ได้ขึ้น แต่จะวิ่งเต้นให้เพื่อนๆ รุ่นเดียวกันได้ขึ้น แต่ขึ้นรอบๆ พื้นที่ที่รองต๊ะมีบทบาทและทำงานอยู่

รองต๊ะเป็นคนที่ เหมือนกับอดีต ผบ.ตร.บางคนที่บอกว่าตำรวจเป็นงานไซด์ไลน์ รองต๊ะทำงานธุรกิจกาสิโนข้ามชาติ และมีหลายๆ ธุรกิจที่อยู่ แล้วเป็นสายตรงกับพรรคเพื่อไทย สมัยหนึ่งที่รองต๊ะเริ่มต้นเข้าสู่ยุทธจักรอำนาจ มาเป็นตำรวจติดตามยงยุทธ ติยะไพรัช แล้วพอยงยุทธ ตกไป รองต๊ะก็ไม่ได้มีการขับเคลื่อนอะไรทั้งสิ้น จนกระทั่งยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับมาเป็นนายกฯ รองต๊ะได้เป็นผู้กำกับ อ.แม่สอด


ท่านผู้ชมครับ ระหว่างแม่สาย กับแม่สอด เขาเรียกว่าพื้นดินเป็นทองคำหมดเลย แต่แม่สายยังเป็นทองเคนะ แม่สอดนี่ทองคำ 99 เปอร์เซ็นต์ เพราะข้ามฝั่งไปนิดหนึ่งก็คือเมียวดี แล้วยิ่งมี เมียวดี คอมเพล็กซ์ ก็เลยยิ่งไปกันใหญ่

รองต๊ะเป็นคนที่ ถ้าเป็นคนทำธุรกิจ ผมก็คิดว่าเขาคงจะทำธุรกิจมั้ง เขาร่ำรวยมาก บ้านของเขาหลังเบ้อเริ่มเลย เดี๋ยวผมจะเอาบ้านให้ดู ว่ากันว่าที่หน้าบ้านมีสนามกอล์ฟ 3 หลุม พื้นที่หลายไร่ สนามกอล์ฟขนาดเล็กขนาด 1 หลุม พาร์ 3 บ้านเป็นบ้านสองชั้น ถ้ารวมใต้ดิน จะเป็น 3 ชั้น รองต๊ะบอกว่าห้องใต้ดินเอาไว้เก็บไวน์


รองต๊ะ กำลังถูกนายเกิดชนะกล่าวหา ซึ่งท่านผู้ชมอย่าเพิ่งไปว่ารองต๊ะ รองต๊ะยังไม่ผิด รองต๊ะอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องก็ได้ อาจจะแค่เข้าไปนั่งกินกาแฟเฉยๆ นายเกิดชนะอาจจะเห็นหน้า เพียงแต่เห็นบ่อยมากหน่อย อาจจะประจำเลย เอาไว้รอให้มีการสอบสวนเรียบร้อยก่อน ณ ขณะนี้อย่าเพิ่งไปเข้าใจว่ารองต๊ะเป็นคนผิด

แผนผังกลับระบุว่า เมียวดี คอมเพล็กซ์ นี้ รองต๊ะเป็นเจ้าของ ผมไม่รู้ว่าใช่หรือไม่ใช่ ผมไม่แน่ใจ แต่เคยมีคนเล่าให้ฟังว่ามีนายทุนจีนมากวางเจา มาเจรจาซื้อบ่อน เมียวดี คอมเพล็กซ์ โดยเขาประกาศขาย 500 ล้าน คนจีนถามว่าบาทเหรอ ? คนขายซึ่งใกล้ชิดกับรองต๊ะ บอกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ท่านผู้ชมครับ วันนี้เรามาพุดถึงเรื่องตัวบุคคลกันแล้ว แล้วเรื่องตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นเข้าด้ายเข้าเข็ม ผมจะสรุปเรื่องนี้ให้ฟังนิดหนึ่ง ท่านผู้ชมตั้งใจฟังดีๆ ถ้าเห็นด้วยกับผม ช่วยแพร่กระจายบทสรุปของผมไปให้ทุกๆ คนที่ท่านรู้จัก เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องชาติบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องของผม หลายคนบอก คุณสนธิไม่กลัวตายหรือ ? ผมผ่านการตายมาแล้วโดยการยิง 200 นัด เมื่อปี 2552 วันที่ 17 เมษายน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมภูมิใจคือ ผมทำงานเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์จริงๆ ผมต้องการชาติที่ให้ดีขึ้น ศาสนาที่ดี และสถาบันกษัตริย์ที่มั่นคง มีเสถียรภาพ เดี๋ยวเรามาฟังบทสรุปกันดีกว่า แต่ว่าท่านผู้ชมครับ สิ่งที่เกิดขึ้น สรุปง่ายๆ วันนี้

มีการจับยาไอซ์ 1.5 ตัน จับผู้ต้องหาได้ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นทั้งผู้ต้องหาในคดีและเป็นพยานอีกคดีหนึ่ง กล่าวซัดทอดบุคคลต่างๆ ดังต่อไปนี้ แล้วในการกล่าวซัดทอดว่ารู้จัก เกี่ยวข้อง มาอยู่ เห็นด้วย มาอยู่ที่ เมียวดี คอมเพล็กซ์ เป็นที่ประชุมกัน วางแผนกันว่าจะเคลียร์เงินค่าผ่านทางกันอย่างไร พาดพิงไปจนถึงรองต๊ะ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ และพาดพิงไปถึง พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล


การพาดพิงนี้ไม่ได้แปลว่าทั้งสองคนนี้ทำความผิด ซึ่งผมคิดว่าสองคนนี้ ผมตั้งข้อสมมติฐานไว้ก่อนว่าสองคนนี้่ยังบริสุทธิ์อยู่ อาจจะซี้ซั้วพาดพิงไปตามประสาคนถูกจับ เดี๋ยวรอการสรุปของผมต่อไป

ท่านผู้ชมครับ เรื่องทั้งหมดที่ผมพูดวันนี้ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ผมอยากจะพูดกับท่านผู้ชมทั้งหลายที่กำลังฟังเรื่องนี้อยู่ และผมอยากจะพูดกับท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผมอยากจะพูดกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และผมอยากจะพูดกับ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล และผมอยากจะพูดกับท่านรองต๊ะ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ และผมอยากจะพูดกับ พล.ต.ท.อภิชาติ ผู้บัญชาการภาค 6

สิ่งที่ผมจะพูดคือเรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้ว ทุกคนรู้หมด เหมือนกับว่าทุกคนมองว่าเป็นความขัดแย้งกันในระหว่าง พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ และ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ไม่ใช่ครับท่านผู้ชม เรื่องนี้ถ้าทำกันอย่างลูบหน้าปะจมูกเพื่อที่จะช่วย โดยที่ไม่โปร่งใส ไม่ชัดเจน ท่านผู้ชมครับ ท่านนายกฯ ครับ คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นที่จะต้องมีความชัดเจนออกมา ว่าข้อกล่าวหาของนายเกิดชนะ ตามการสอบสวนตาม ป.วิ อาญาแล้ว ว่าได้มีการพาดพิงไปถึงบุคคลต่างๆ ต่อไปนี้ บุคคลต่างๆ ต่อไปนี้จะต้องถูกเรียกตัวมา หรือจะต้องถูกชี้แจงมาว่าคำกล่าวหาพาดพิงนั้นเขามีข้อแก้ตัวอย่างไร อย่างที่ผมเรียนให้ทราบ วันนี้ทั้งรองต๊ะ และท่าน พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ยังไม่ผิด เพียงแต่ถูกพาดพิงและกล่าวหาว่าสมคบ เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้ายิ่งอึมครึมต่อไป ไม่พูดจาชัดเจน แล้วยิ่งถ้ามีการตั้งกรรมการเพื่อช่วยเหลือให้มันจบไปโดยที่ไม่มีความชัดเจนเกิดขึ้น ผลที่จะเสีย จะเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ท่านผู้ชมครับ ท่านนายกฯ ครับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ครับ ต้องยอมรับว่าการเป็นน้องชายของท่านราชเลขาฯ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 นั้น บารมีสูงมาก ทำความหวั่นเกรงให้กับหลายคนที่ต้องการที่จะทำงานเรื่องนี้ให้มันโปร่งใส ผมอยากจะฝากถึง พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ว่า เรื่องนี้ท่านไม่ต้องกังวล ถ้าท่านบริสุทธิ์จริง ท่านชี้แจงได้ ท่านต้องเดินหน้าออกมาชี้แจงกับคณะกรรมการ


แล้วผมอยากจะขอความกรุณา ถ้าจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้จริงๆ ปกติธรรมดาแล้วคณะกรรมการ พนักงานสอบสวนที่ บช.ภ.6 ตั้งนั้น น่าจะพอแล้ว แต่เรื่องนี้ผมต้องขอว่า อยากให้เป็นคณะกรรมการที่พิจารณา เพราะว่าคนที่เกี่ยวข้องนั้นเผอิญเป็นน้องชายของท่านราชเลขาฯ และอาจจะถูกเข้าใจผิดว่าโยงไปจนถึงรัชกาลที่ 10 ว่าพระองค์ท่านออกมาปกป้อง ซึ่งไม่ใช่ ไม่ใช่เรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่คนเอาไปแปลความหมาย เพราะฉะนั้นแล้ว ให้มันจบสิ้นโดยที่ไม่มีการแปลความหมาย คณะกรรมการชุดนี้ต้องเป็นคณะกรรมการที่ต้องได้รับความเชื่อถือ ผมขอเสนอ หนึ่ง อธิบดีอัยการที่ทำคดียาเสพติด ทำไมต้องเป็นคนๆ นี้ ? เพราะคนๆ นี้เขาทำคดียาเสพติดมาตลอด เขาจะรู้เส้นทาง รู้ pattern ว่าลักษณะที่นายเกิดชนะ มินา กล่าวโทษหรือซัดทอดคน 8 คน ซึ่งรวมถึงตำรวจ 2 คน ที่รวมทั้งรองต๊ะ และรวมทั้งผู้บัญชาการต่อศักดิ์ ลักษณะการซัดทอดแบบนี้ ในคดีที่ท่านทำมาตลอดเวลา ท่านจับคดียาเสพติดมาเป็นร้อยๆ พันๆ คดีแล้ว ลักษณะนี้แล้วท่านจะพิจารณาอย่างไร คำชี้แจงของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ และคำชี้แจงของรองต๊ะ ฟังขึ้นหรือไม่ แล้วเรียกเข้ามาสอบต่อหน้าเลย ส่วนเจ้าหน้าที่ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ก็ต้องเอาหลักฐานมายัน ซึ่งผมเข้าใจว่ายังมีหลักฐานอีกหลายประการที่สามารถจะเอามายืนยันได้ว่าใช่ เอาล่ะ ฝ่ายหนึ่งบอกใช่ อีกฝ่ายหนึ่งบอกไม่ใช่ ยิ่งทำให้เราต้องทำความจริงให้ปรากฏ วันนี้คุณจะเป็นพวกของสุชาติ ธีระสวัสดิ์ หรือพวกของต่อศักดิ์ สุขวิมล ไม่สำคัญ ขอให้คุณรู้ว่าเรื่องนี้ถ้าทำไม่โปร่งใสแล้ว คนที่เสียหายคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

การเลื่อนตำแหน่งแบบติดจรวดของผู้บัญชาการต่อศักดิ์นั้น ก็ทำให้คนสงสัยอยู่แล้วว่า เนื่องจากเป็นคนที่ใกล้ชิด ยิ่งใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทเท่าไร ยิ่งต้องกล้าพอที่จะออกมาแสดงความกล้าหาญ แสดงความซื่อสัตย์ และเปิดตัวเองออกมาให้หมด เพื่อเคลียร์เรื่องนี้ให้จบ เพราะเรามีศัตรูอยู่ตอนนี้ มีคนที่จ้องจะทำลายสถาบันกษัตริย์อยู่ตลอดเวลา ถ้าพวกคุณอึมครึม ไม่ทำความจริงให้ปรากฏ อย่างโปรงใส พวกคุณ ไม่ว่าจะเป็นท่านนายกรัฐมนตรี หรือคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ก็คือคนที่ทำร้ายสถาบันกษัตริย์นั่นเอง พระมหากษัตริย์ไม่มีสิทธิจะพูด แต่หลายคนมีสิทธิจะแอบอ้างพระมหากษัตริย์ อาศัยความใกล้ชิดเพื่อเป็นผลประโยชน์ของตัวเอง เรื่องนี้ไม่ถูกต้อง

ท่านผู้ชมครับ ผมเป็นคนที่รักชาติ รักศาสนา รักพระมหากษัตริย์ ความจริงใจและความปรารถนาที่จะปกป้องสถาบันกษัตริย์ สำหรับผมแล้ว ไม่มีคำถามอีกต่อไปแล้ว ทำไมผมต้องเอาเรื่องนี้มาพูด ? ผมไม่ต้องการให้มีการส่งสาร หรือสื่อสารในทางที่ผิดๆ ถ้าเราไม่ดำเนินการให้พิสูจน์ชัดออกมาว่า การตรวจสอบและการสอบสวนข้อกล่าวหาของนายเกิดชนะ มินะ นั้น กับคำชี้แจงของ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ และ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นอย่างไร


พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ท่านอยู่ในสภาพที่ท่านลำบากใจ เพราะท่านเกิดเป็นน้องชายคนสุดท้ายของท่านราชเลขาฯ ซึ่งรับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มานานแล้ว แล้วครั้งหนึ่งท่านก็เคยรับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่นกัน ในฐานะเป็นผู้บังคับการตำรวจมหาดเล็ก เรื่องนี้เป็นเรื่องสะท้านฟ้า สะเทือนดิน ทำไม่ดีกระเทือนถึงฟ้า สะเทือนดินก็คือ ประชาชนจะมีอคติทันที เพราะฉะนั้น ท่านนายกฯ ท่าน ผบ.ตร. ท่านเดินผิดก้าวเดียว ท่านจะแพ้ทั้งกระดาน ทำไมผมจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้ เพราะถ้าผมไม่พูดเรื่องนี้ มันจะอึมครึมตลอดเวลา ยังไม่ทันไรเลย ก่อนผมมาพูด 2-3 วัน ก็มีการปล่อยข่าวว่า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ และยังไม่ทันไรเลย ระหว่างที่มีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็มีข่าวลือปล่อยออกมาอีกว่า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จะถูกย้ายเข้าไปประจำสำนักนายกฯ เนื่องจากไปยุ่งกับคนที่ไม่ควรจะยุ่งด้วย เห็นหรือยังท่านผู้ชม

ใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ให้รู้ด้วยว่าคุณกำลังทำร้ายประเทศชาติ คุณกำลังเป็นตัวบ่อนทำลายสถาบันกษัตริย์ ท่านผู้ชมครับ ท่านนายกฯ ครับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ครับ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล พล.ต.ท.อภิชาติ ผู้บัญชาการภาค 6 ครับ แล้วก็ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ ครับ ทุกคนที่มีส่วนร่วมกรณีนี้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเอาตัวรอด แล้วให้สะเทือนไปจนถึงสถาบันกษัตริย์นั้น ผมคิดว่าไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง มีวิธีเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้และปกป้องสถาบันกษัตริย์ และเป็นการแสดงออกถึงความรักที่มีต่อสถาบันกษัตริย์ ก็คือ การทำความจริงให้ปรากฏ และเป็นการทำความจริงให้ปรากฏด้วยการเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ผมเชื่อว่าถ้าคนใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ท่านเป็นคนชั่ว พิสูจน์ได้ชัด พระองค์ท่านไม่เก็บเอาไว้หรอก พระองค์ท่านไม่ชอบ ไม่ชอบเป็นอย่างยิ่ง ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ก็เลยเป็นเรื่องที่ สะท้านฟ้า สะเทือนดิน สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...