xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] မင်္ဂလာပါ มิง-กะ-ลา-บา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



5 ก.พ.64 เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยวันนี้จะพูดถึงหลากหลายเรื่องราวต่างประเทศ เริ่มต้นที่ทำไมทหารพม่าถึงทำรัฐประหาร เบื้องลึกคืออะไร และที่น่าสนใจมีหลายๆ อย่างคล้ายประเทศไทยมาก และเปิดตัวหม่องคนใหม่ที่เคลื่อนไหวที่สถานทูตพม่า

จากที่มีการล้อเลียนสถาบันของแอมมี่ บอททอมบูลส์ และทรายเจริญปุระ มาดูชีวิตจริงของทั้งคู่กันว่าเป็นอย่างไรและจะดำเนินการอย่างไรกับเรื่องนี้

มาดูการจับเจ้าพ่อยาเสพติด เจ้าของฉายา “เอลชาโปแห่งเอเชียกัน” ว่ามีวิธีการต่างจากเจ้าตำรับเอลชาโปอย่างไร ถึงขนาด Netflix ยังเอาไปสร้าง ติดตามได้ในรายการ SONDHITALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง special Ep71



คำต่อคำ SONDHI TALK [5 ก.พ. 64] မဂၤလာပါ มิง กะ ลา บา


วันนี้ผมจะมาบอกให้ฟังว่าช่องทางการติดต่อของ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" หรือ SONDHI TALK ได้ทางไหนบ้าง ทางแรกคือทางเฟซบุ๊ก ให้กด Like หรือกด Follow แล้วกดติดตาม แล้วเลือก See First ไปเลยในเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ เมื่อชมแล้วก็ช่วยกันแชร์ออกไปมากๆ เพื่อให้บางคนที่ยังไม่ได้อยู่ดูได้ความรู้กับสิ่งที่ผมพูด แล้วเดี๋ยวนี้เราก็ไลฟ์สดผ่านยูทูปเช่นกัน ให้เข้าไปใน YouTube ค้นหาคำว่า Sondhitalk กด Subscribe เอาไว้ เปรียบเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ รวบรวมทุกอย่างตั้งแต่รายการในอดีต "มองโลก มองเรา กับสนธิ" "บันทึกลับบ้านพระอาทิตย์" จนมาถึงรายการ "SONDHI TALK"

สำหรับแฟนรายการคนไหนอยากดูเนื้อหา ตลอดจนการถอดคำพูดเป็น text ก็ให้เข้าไปที่ www.sondhitalk.com เพราะจะรวมไว้ในเว็บไซต์โดยแยกเป็นแต่ละหมวดหมู่ครบทุกเรื่องทีเดียวครับ

สุดท้าย สำหรับท่านผู้ชมที่ไม่อยากเห็นหน้าผม แต่อยากฟังเสียงผม อยากฟังเรื่องราวที่ผมพูด ก็เข้ามาฟังที่ podcast ถ้าท่านที่ใช้ iPhone - iOS ก็เข้าไปที่แอปฯ podcast เมื่อกดเข้าไปแล้วก็ search คำว่า SONDHI TALK ก็จะมีให้ทุกรายการ ส่วนท่านผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์ระบบ android ก็กดเข้าไปเหมือนกัน แต่จะมีคำว่า Podbean แล้วก็กดเข้าไป



สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันที่ 5 กุมภาพันธ์ วันศุกร์ เผลอแป๊บเดียวเริ่มเข้าเดือนกุมภาพันธ์ แล้ว เวลาผ่านไปเหมือนโกหก

ท่านผู้ชมครับ อาทิตย์นี้ก็เป็นอาทิตย์ที่ ... ไม่รู้นะ สำหรับผมแล้ว ผมทุ่มเทมาก และผมสนุกสนานกับมันมาก มีหลายเรื่องที่ผมอยากจะคุย แต่ก่อนผมจะเข้าเรื่องรายการมีอะไรบ้าง ผมขอเรียนท่านผู้ชมนิดหนึ่งว่า ที่ผมเงียบไปในเรื่องของคนที่ใช้คำหยาบนั้น ไม่มีอะไรหรอกครับ รวบรวมหลักฐานอยู่ ตอนนี้ได้หลักฐานมาปึกหนึ่งแล้ว กำลังจะบอกผู้โชคดี


ผมมีคนที่ผมจะฟ้องอย่างแน่นอนแล้ว และเรื่องทั้งหมดอยู่ในปึกนี้ ส่งให้ทนายความเรียบร้อยแล้วครับ คนแรกคือ คุณ Tonghok Riangsom อยู่ จ.เพชรบุรี คนที่สอง คือ คุณ ธนายุต มีศรี อยู่ จ.ชลบุรี คนที่สามชื่อ คุณ ยนต์ กรีโส ท่านอายุตั้ง 78 อยู่กุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ผมเอาภาพพวกนี้ขึ้นให้ท่านผู้ชมดู อีกคนชื่อ คุณ นิวัฒน์ มาเอี่ยม 225/1 หมู่ 6 ต.ชายนา อ.เสนา จ.อยุธยา อยู่อยุธยา มาศาลง่าย ไม่ยาก อีกคนคือ คุณ ประสิทธิ์ มีเศรษฐี อยู่ที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ อีกคนชื่อ คุณ ไกรสร อุ่นดี อยู่ใกล้ๆ นี่เอง สมุทรปราการ บางพลี อีกคน ผู้หญิง ชื่อคุณ ศิริลักษณ์ ปลั่งโสธร อายุ 53 อยู่บางโคล่นี่เอง มาศาลง่าย ไม่ยาก อีกคนชื่อ คุณ วิชัย เฉลิมศรี อยู่บางละมุง ชลบุรี อีกคนชื่อ น.ส.ภัทราวดี ขัตติยะ อายุ 56 นี่ไกลหน่อย แต่ไม่เป็นไรครับ อยู่เชียงราย อีกคนชื่อ คุณ Noppadol Piladech อายุ 50 ปี อยู่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น แล้วก็คุณ วิทยา กองชา อายุ 56 ปี สายไหม กรุงเทพมหานครนี่เอง คุณ Jaroen Hanyangnok อายุ 57 ปี อยู่บ้านโป่ง ราชบุรี


ท่านผู้ชมครับ ผมจะแยกคนพวกนี้ออกมาเป็นอีกชุดหนึ่ง แล้วเป็นคลิปๆ หนึ่งโดยพิเศษ อยากให้ญาติพี่น้อง คนรู้จัก เขาเข้ามาดู ข่าวดีและข่าวร้าย ข่าวดีคือ ช่วงนี้ศาลพักการพิจารณาคดีไปเยอะ เพราะเรื่องโควิด ก็เลยไม่ได้เร่งเรื่องนี้ ก็เลยทำให้การฟ้องล่าช้าไปนิดหนึ่ง แต่ข่าวร้ายคือว่า มันเข้าไปสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว อย่างไรศาลต้องพิจารณา


ที่แน่ๆ ท่านผู้ชมครับ และบรรดาท่านทั้งหลายที่ผมเอ่ยชื่อมา ไม่ต้องเสือกมาขอขมาผมนะ ผมไม่รับ กระเช้าดอกไม้ก็ไม่รับ ดำเนินการไปถึงที่สุด ผมเคยเล่าให้ฟังแล้ว ท่านอาจจะไม่เคยได้ยิน ท่านอาจจะทะเล่อทะล่าเข้ามาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ


คดีที่ฟ้องท่าน อย่างไรท่านก็ผิด เพราะท่านกล่าวคำหยาบ ให้ของลับผม อย่างรุนแรง และท่านกล่าวหาผมหลายเรื่อง และท่านต้องพิสูจน์ว่าที่ท่านกล่าวหาผมนั้น จริง มันไม่จริงอยู่แล้ว เพราะผมพิสูจน์ได้ชัดหมด ท่านต้องผิดแน่นอนงานนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้น ท่านจำเอาไว้นะ ผมอยากจะพูดให้ท่านฟัง ท่านจำเอาไว้ ศาลไม่จับท่านติดคุกหรอก แต่ศาลจะลงโทษท่าน สมมุติศาลบอกว่าจำคุก 1 ปี ให้รอลงอาญา 6 เดือน แต่มีข้อแม้นะ เพราะผมฟ้องเผื่อ ต้องมาลงโฆษณาในผู้จัดการสุดสัปดาห์ ในผู้จัดการรายวัน และต้องมาลงโฆษณาขอโทษในเว็บไซต์ ในเฟซบุ๊กของผม คุณเตรียมเงินค่าโฆษณามาด้วยนะครับ เพราะถ้าคุณไม่มีเงินค่าโฆษณามาจ่าย ผมจะได้ยื่นคำร้องต่อศาลว่าทำผิดเงื่อนไข ขอเปลี่ยนจากรอลงอาญาให้เป็นโทษจำคุกเลย แล้วถ้าคุณมีเงินมา คุณก็ต้องจ่าย ผมคำนวณคร่าวๆ ขนาดนี่ผมลดราคาให้พิเศษแล้วนะ เกินแสนขึ้นไป ประมาณแสนกว่าบาท อยู่ดีๆ ไม่ว่าดี เสือกไม่เข้าท่า ทะลึ่ง กินอิ่มไม่มีอะไรทำหรืออย่างไร แล้วปรากฏว่าที่มาด่าผมนี่ สาวกคุณทักษิณ ทั้งนั้น เจ็บใจที่คุณทักษิณ ไม่กลับมาที่เมืองไทย ก็เลยให้ของลับผมเละเทะไปหมด ยังมีอีกนะ นี่ผมค่อยๆ คัดมา มาเรื่อยๆ ครับท่านผู้ชม มาเรื่อยๆ เรื่อยๆ มาเรียงๆ ไปเจอกันที่สาล รับรองว่าไม่จืดแน่นอน ถ้าอยู่เชียงราย ก็ซื้อตั๋วเครื่องบินบินลงมาก็แล้วกัน ถ้าศาลนัดแล้วไม่มา ศาลออกหมายจับ ผมจะบอกตำรวจไปใส่กุญแจมือแล้วก็ลากคุณมาขึ้นศาล อย่าลืมเป็นอันขาดนะครับ ผมไม่ได้ละเลยในเรื่องนี้ ผมพยายามทำ และผมเตือนมาแล้วกี่ครั้ง ไม่ต้องมาขอขมา ไม่ต้องเอากระเช้าดอกไม้มาให้ผม ผมไม่ต้อนรับเป็นอันขาด ไปเจอกันในศาล แล้วผมจะไปดูหน้าคุณในศาล เพราะผมจะไปสืบพยานและให้คุณเห็นว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ต้องขอบคุณแฟนๆ ทั้งหลายที่ส่งข้อความพวกนี้มาให้ผมใน inbox ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์ปกป้องผม อย่างไรผมก็ไม่เปลี่ยน ไม่เปลี่ยนคือ จุดยืน หลักการ อุดมการณ์ไม่เปลี่ยน ไม่เปลี่ยน ก็คือ มึงด่ากู กูไม่ว่า ตามสบาย แต่กูเอามึงขึ้นศาลแน่นอน แล้วตอนนั้นอย่ามาปลิ้นน้ำตาจระเข้ให้ผมดู


ท่านผู้ชมครับ ผมมีเรื่องจะพูดเรื่องฟ้าทะลายโจรต่อนิดหน่อย ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าเรื่องฟ้าทะลายโจรที่ผมพูดคราวที่แล้วมีผลกระทบกระเทือนมาก เอาเป็นว่า ท่านผู้ชมเชื่อผมไหมว่า ฟ้าทะลายโจร ถ้ามีการวิจัยให้ดีๆ สามารถที่จะเป็นพืชเศรษฐกิจนอกเหนือจากกัญชา ที่สามารถจะพลิกฟื้นประเทศไทยทั้งประเทศได้ ไม่ใช่แค่การทำให้ปัญหาโควิดลดลงหรือหมดไป แต่เป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถที่จะป้องกันไม่ให้มีการสั่งยาจากต่างประเทศเข้ามา เราสั่งยาจากต่างประเทศปีละ 1 แสน 9 หมื่นล้านบาท กัญชาก็เช่นกัน




ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมที่อยากได้ใบกัญชาเพื่อมาทำอาหาร หรือท่านผู้ชมที่ไปซื้ออาหารที่อภัยภูเบศร์ทำโดยใช้กัญชา cracker บางทีรอ 3 อาทิตย์ ตอนนี้ข่าวดีมาแล้ว ยืนยันชัดเจนว่า ทุกๆ วันพฤหัสฯ เดือนมีนาคม จะมีตลาดกัญชาเกิดขึ้น ที่กระทรวงสาธารณสุข ท่านผู้ชมไม่ต้องไปรอซื้อที่ไหน แต่ท่านจะซื้อก็ได้ ท่านก็ไปที่วิสาหกิจชุมชนทุกแห่ง เขาขายให้ท่านได้ แต่ว่าตลาดกัญชา ทุกวันพฤหัสฯ ท่านไปเลย ท่านไปเลือกใบกัญชา เจรจากับคนขายเลยว่าเท่าไรๆ แล้วท่านก็เอามาทำอาหารขาย ตอนนี้ไม่ผิด ถูกต้องหมด ก็เล่าให้ฟังก่อนเรื่องกัญชา


เรื่องที่ผมจะพูดวันนี้ จะมีเรื่องของนายแอมมี่ บอททอมบลูส์ (The Bottom Blues) และทราย เจริญปุระ ที่ทำภาพล้อเลียนรัชกาลที่ 9 ผมมีความคิดอย่างไร ผมแนะทิศทางอย่างไร เดี๋ยวฟังดู


ผมมีเรื่องเกี่ยวกับเมดเลย์ข่าวต่างประเทศ ผมคิดว่าท่านผู้ชมฟังแล้วอาจจะว่า ข่าวต่างประเทศอีกแล้ว ไม่ใช่ข่าวต่างประเทศทั่วไป มาดูก่อนนะครับ


เมดเลย์ข่าวต่างประเทศมีเรื่อง อังเกลา แมร์เคิล กรณีแซงก์ชัน (sanction) ของอเมริกา กรณีปรากฏการณ์ GameStop แล้วต่อด้วยมาเฟียทางการพนัน และมาเฟียทางยาเสพติด ที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ นายเจ๋อชือล็อป (Tse Chi Lop) เป็นการเปิดเผยครั้งแรกในรายการ และสุดท้าย หม่องธิ (คือผม) จะมาเล่าเรื่องการปฏิวัติที่พม่า รัฐประหารที่พม่า ที่ผมมั่นใจว่ามุมมองของผมจะไม่เหมือนคนอื่นที่ท่านผู้ชมเคยฟังเลย สนุกสนานแน่นอน

ท่านผู้ชมครับ เมื่อประมาณสัก 8-9 วันที่แล้ว ในวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2564 ได้มีภาพที่นายแอมมี่ หรือชื่อจริงคือ นายไชยอมร แก้ววิมลพันธุ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำ หรือหนึ่งในคนที่มีความเคลื่อนไหวสูงในกลุ่มม็อบสามนิ้ว ที่ต้องการชูประเด็นในเรื่องของการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ หรือแท้ที่จริงคือการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ และคุณทราย เจริญปุระ รูปนี้ท่านผู้ชมที่สนใจข่าวในโซเชียลมีเดีย คงจะเห็นกัน และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหู เป็นรูปที่ลงไปในเฟซบุ๊กของตัวเอง และอินสตาแกรมของตัวเอง


ในภาพ นายแอมมี่ ใส่ชุดสูท สวมแว่นตา สะพายกล้อง มือถือสมุด อยู่ข้างรถกระบะ แล้วมีทราย เจริญปุระ (อินทิรา เจริญปุระ) ทำท่าชี้มือ อยู่ข้างๆ ซึ่งจริงๆ แล้วถ้ามองดีๆ นี่คือการล้อเลียนภาพประวัติศาสตร์ในความทรงจำของประชาชนชาวไทย รวมทั้งผมด้วย เพราะภาพนี้ก็คือการล้อเลียนภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนิน บริหารพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ที่พระองค์ท่านเสด็จฯ ไปดินแดนทุรกันดาร พระองค์ท่านจะนั่งพิงรถ ใส่แว่นดำ แล้วดูแผนที่ คือหลักฐานชัดเจนนะครับว่าเป็นการเข้ามาล้อเลียนในเรื่องต่างๆ เหล่านี้


ที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง คนพวกนี้ค่อยๆ ก้าวย่างไปทีละจุดๆ แล้วก็ล้อเลียนรูป สร้างรูปขึ้นมา สร้างเหตุการณ์ขึ้นมา ใส่สูท ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านก็ใส่สูทและใส่แว่นดำ แล้วก็ชี้ไป คือเหมือนกับเป็นการเหยียดหยาม แล้วทำเป็นเรื่องตลกขบขัน และผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนไทยหลายๆ คนทนไม่ได้ ก็มีคนเข้ามาด่าคุณแอมมี่ มาก

นายแอมมี่ ก็แถในอินสตาแกรม เขาบอกว่า คนวิจารณ์แต่ภาพถ่าย ฝ่ายความมั่นคงวิ่งกันวุ่น แต่จริงๆ แล้วเขา ทราย เจริญปุระ ไผ่ ดาวดิน และคณะ มาทำประโยชน์ให้คนในพื้นที่ สร้างห้องน้ำให้ ต่อน้ำ ต่อไฟให้แท้ๆ


นั่นก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปดูกันว่าคุณไปทำจริงหรือเปล่า แต่ถึงคุณจะทำจริง ถึงคุณจะทำดีในพื้นที่ แล้วคุณจะทำชั่วด้วยการล้อเลียนสถาบันฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ประชาชนเคารพรักอย่างไรก็ได้ แบบนี้คุณยังทะลึ่งเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 ได้อย่างไร เขาเรียกว่า คุณแกว่งตีนหาเสี้ยน เสี้ยนวางอยู่เฉยๆ ก็คือมาตรา 112 เขาไม่ได้ให้คุณต้องเข้ามาละเมิดมาตรา 112 เลย ถ้าคุณไม่ได้ล้อเลียนแบบนี้ คุณไม่ได้ทำภาพถ่ายแบบนี้ คุณไม่ได้มาแต่งสูท ใส่แว่นดำ นั่งพิงรถ ชี้โบ๊ชี้เบ๊ คุณจะตายเชียวหรือ แสดงว่าเจตนาของคุณ มโนกรรมของคุณมันชัดเจน

คุณแอมมี่ คุณจะต้องดูก่อน ก่อนที่คุณจะล้อเลียนใคร ดูตัวเองก่อนว่าคุณได้เคยทำประโยชน์อะไรกับชาติบ้านเมืองหรือเปล่า แล้วคุณเคยทำอะไรให้เป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมืองได้สักเสี้ยวหนึ่งของที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ทำหรือเปล่า แล้วคุณทราย เจริญปุระ คุณลืมไปแล้วหรือว่า วันที่พ่อคุณเสียชีวิต ตระกูลของคุณขอพระราชทานเพลิงศพ ถ้าคุณไม่ชอบมาตั้งแต่ต้น แล้วคุณขอไปทำไม ตระกูลคุณขอไปทำไม


ผมคิดว่าทั้งทราย เจริญปุระ และนายแอมมี่ พ่อแม่ไม่สั่งสอน หรือสั่งสอนก็ไม่จำ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง เพราะมีคนหลายคนบอกว่า มาล้อเลียนแบบนี้ฟ้องร้องไม่ได้ เดี๋ยวผมจะบอกให้ว่า ฟ้องร้องได้ ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมฟังตรรกะและเหตุผลของผม แล้วท่านผู้ชมลองไปดูว่าเหตุผลของผมมีเหตุผลไหม แล้วก็ไปแจ้งความได้เลย และแจ้งความในประเด็นต่างๆ ที่ผมอ้างให้ฟัง

สำหรับประวัติส่วนตัว ท่านผู้ชมครับ เวลาต้องการที่้จะแสดงออก หรือเป็นผู้นำคน ชีวิตส่วนตัวต้องไม่เลวทรามต่ำช้ามากนัก นายแอมมี่ แต่งงานมา แล้วก็เลิกกัน ภรรยา พูดง่ายๆ ว่าไม่ขอกลับไปรีเทิร์น เมียนายแอมมี่ บอกว่า "อย่างที่หนูบอกค่ะ เขาไม่ได้ทำผิดแค่ครั้งเดียว แต่เขาทำผิดซ้ำซาก" แล้วภรรยาเขาก็พูดต่อ "ครอบครัวไม่มีใครอยากให้คืนดีกันเลยค่ะ เพราะทางครอบครัวหนูเขาก็ทราบเรื่องราวต่างๆ มานานแล้ว และในเมื่อหนูตัดสินใจว่าจะให้เป็นแบบนี้ เขาก็เคารพการตัดสินใจของหนูค่ะ ส่วนเขาทำร้ายร่างกาย อันนี้ต้องไปถามเขาเองค่ะ" "ค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ได้ต้องการให้เขารับผิดชอบค่ะ หนูยืนยันว่าหนูดูแลลูกได้ ไม่ว่าอีกนานแค่ไหนหนูก็ดูแลได้ หนูไม่เรียกร้องอะไรทั้งสิ้น ขอแค่อย่างเดียว มึงอย่ามาเสือกกับกูก็แล้วกัน จบกันไปเพียงแค่นี้"


หลังจากนั้นแล้ว นายแอมมี่ ก็ไปคบกับนักร้องอีกคน ชื่อ วี วิโอเลต วอเทียร์ ก่อนที่จะไปคบกับบล็อกเกอร์สาว ไทร ปนัสยา เศวตาภรณ์ นายแอมมี่ ออกมายอมรับว่า ตัวกับแฟนได้มีการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ก่อนเจ้าตัวจะประกาศข่าวดีว่าสละโลดอีกครั้งเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2561

จู่ๆ ช่วงกลางปี 2562 ก็เป็นฝ่ายหญิงอีก ออกมาโพสต์ข้อความทางอินสตาแกรมส่วนตัว ว่า "สงสารเหยื่อคนต่อไป" พร้อมแคปชัน "สงสาร เห็นกันแล้ว ไม่ต้องถามเยอะนะ เตือนๆ กันไป" ท่านผู้ชมครับ วี วิโอเลต แฟนสาวของแอมมี่อีกคน ก็มากดไลก์โพสต์ของไทร เป็นนัยว่า เห็นด้วย สงสารคนต่อไป


ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ทำให้ผู้คนรู้จักนายแอมมี่ มากกว่าผลงานเพลง ซึ่งผลงานเพลงก็เป็นเพลงที่ห่วยแตก เป็นนักร้องตกยุค เกาะโหนกระแสเพื่อให้ตัวเองโด่งดังขึ้นมา แล้วถ้าตัวเองเป็นคนดีจริงๆ คบผู้หญิง 3 คนนี้ คงไม่มีใครเขาเลิกหรอก แล้วเลิกในทิศทางที่บอกมาชัดเจนว่า นายแอมมี่ มีปัญหา ส่วนเขาก็ยังสุภาพพอสมควร โดยบอกว่าอะไรก็ไม่ต้องการ แค่ออกไปให้พ้นจากชีวิตหนูก็พอใจแล้ว นี่แสดงว่าคุณแอมมี่ คุณจะต้องพิจารณาตัวเองนะว่าเนื้อหาของคุณแท้ที่จริงแล้วถูกคนยืนยันมา 3 คน คนที่เคยนอนข้างๆ คุณ 3 คน มาโพสต์แบบเดียวกันหมด แล้วมีโพสต์สุดท้ายว่า สงสารเหยื่อคนต่อไป แสดงว่าคุณต้องพิจารณาตัวคุณเองแล้ว ว่าคุณภาพชีวิตของตัวคุณเอง จริยธรรมของตัวคุณเอง ศีลธรรมในตัวของคุณเองมีบ้างไหม แล้วเที่ยวออกมาแสดงอาการ ต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ ต่อสู้เพื่อปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

แล้วตัวคุณเอง ความประพฤติของคุณนะ วันที่ 26-28 สิงหาคม 2563 กระแสม็อบสามนิ้วกำลังแรง นายแอมมี่ บุกไปสาดสีใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้ด้วยศิลปะ แล้วถ้าตำรวจเขาตอบโต้ด้วยศอกและเข่า แล้วเขาบอกว่าตอบโต้ด้วยศิลปะมวยไทยเหมือนกัน แต่ตำรวจยังดี ใจเย็น


นายแอมมี่ ขณะนี้โดนคดีแล้วไม่ต่ำกว่า 11 คดี วันที่ 13 มกราคม 2564 นายแอมมี่ กับพวก เคยเทอาหารหมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เข้าไปทำอะไรก็ตาม เป็นการทำเพื่อเหยียดหยาม ดูถูก นายแอมมี่ เคยให้สัมภาษณ์ว่า อย่าฆ่ากันเพราะความรักที่มีต่อคนๆ เดียว ก็คุณไปทำร้าย ไปเหยียดหยามคนที่พวกผมรัก ถ้าคุณลองมาเหยียดหยามคนที่พวกผมรักต่อหน้าผมนี่ ผมจะตบคุณให้คว่ำเลย ไอ้เด็กเปรต


ท่านผู้ชมครับ ผมจะเรียนให้ทราบว่า ปากคุณบอกว่า เราไม่จำเป็นต้องฆ่ากันเพราะความรักที่มีต่อคนๆ เดียว แต่การกระทำของคุณไม่ใช่ คุณกำลังเหยียบย่ำความศรัทธาของคนอีกหลายล้านคน หลายสิบล้านคน ที่ผมเคยบอกว่า สำหรับหลายๆ คน ศรัทธามีความสำคัญมากกว่าชีวิต

ท่านผู้ชมครับ ทำไมถึงจะเล่นงานนายแอมมี่ ไม่ได้ ท่านผู้ชม ผมจะเล่าประวัติหน่อย คุณทักษิณ ชินวัตร เคยฟ้องผมคดีหมิ่นประมาท ข้อหาว่าผมไปกล่าวหาว่าเขาจาบจ้วงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านผู้ชมรู้ไหมครับ ผมสู้จนถึงศาลฎีกา แล้วในที่สุดศาลฎีกาก็พิพากษาว่า คุณทักษิณ ไม่มีมูล คือยกฟ้อง ท่านให้เหตุผลว่า ในการกระทำของคุณทักษิณ มันมีอยู่ 3 กรรม กรรมแรก คือ วจีกรรม (คำพูด) ขอให้พระเจ้าอยู่หัวมากระซิบข้างๆ หูผมก็พอ ให้ผมออก ผมจะออก อันที่ 2 คือ กายกรรม (การแสดงออก) เวลาทักษิณ ไปเยือนต่างจังหวัด นั่งช้าง แล้วก็มีประชาชนโบกธงทรงพระเจริญ หรือไปจัดงานทำบุญที่วัดพระแก้ว นั่งเทียบเปรียบเสมือนตัวเองเป็นกษัตริย์


วจีกรรม กายกรรม ก็มาต่อด้วย มโนกรรม ก็คือ นี่ล่ะคือเจตนา เพราะฉะนั้นแล้ว ถามว่านายแอมมี่ กับทราย เจริญปุระ ผิดไหม ? ฟ้องได้ ทำไมจะฟ้องไม่ได้ ไปดูสิครับ วจีกรรมของนายแอมมี่ กับทราย เจริญปุระ ที่เคยพูดในเรื่องสถาบันกษัตริย์ พูดว่าอย่างไรบ้าง พูดแบบบไหนบ้าง เรื่องอะไรบ้าง เอามารวมๆ กัน แล้วก็ให้ดูกายกรรม กายกรรมก็คือภาพต่างๆ รวมทั้งล่าสุดก็คือภาพที่ไปเลียนแบบพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9


เมื่อวจีกรรมชัดเจนว่ามาในทางล้มเจ้า กายกรรมก็ชัดเจนว่ามาในทางล้มเจ้า ก็พิสูจน์ได้ด้วยมโนกรรมว่าเป็นเจตนาแล้ว เจตนาคุณอยู่ตรงนี้ มโนกรรม เพราะฉะนั้นแล้ว ผมเชื่อว่าผู้พิพากษาท่านพิจารณาแล้วท่านจะเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะต้องมีเหตุ หลักปฏิจจสมุปบาท เพราะมันเหตุอันนี้ จึงเกิดเหตุอันนี้ ถึงมาถึงผลอันนี้ มีเหตุตรงที่ว่า วจีกรรมของคุณ คุณใช้คำพูดเหยียดหยาม คุณใช้คำพูดที่ดูถูก และคุณใช้คำพูดที่ต้องการจะชี้ให้เห็นว่าคุณไม่ต้องการสถาบันกษัตริย์ คุณต้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ แต่ในเชิงล้มล้างสถาบันกษัตริย์ แล้วต่อด้วยกายกรรม คือการกระทำของคุณ ซึ่งพิสูจน์ได้ มีภาพให้ดูหลายภาพเลย สรุปตรงที่มโนกรรม ก็คือเจตนาของคุณอยู่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นแล้ว ถามจริงๆ ท่านผู้ชม เข้า 112 ไหม ? เข้าแน่นอน มาตรา 112 ไปสิครับท่านผู้ชม ไปแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายแอมมี่ และ น.ส.ทราย เจริญปุระ ไปดำเนินคดีเลย ดำเนินคดีประเด็นที่ผมบอก ว่า เนื่องจากวจีกรรมของพวกนี้ เคยพูดอย่างนี้มาก่อน กายกรรม ทำอย่างนี้ เพราะฉะนั้นพิสูจน์ชัดเจนว่า มโนกรรม คือเจตนา ต้องการที่จะทำแบบนี้ ผมเชื่อว่าตำรวจจะรับคดีนี้ขึ้นมาเป็นคดีที่พิจารณาแล้วน่าที่จะดำเนินคดีได้

ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก การล้อเลียน ผมไม่ได้ว่าอะไรทั้งสิ้น แต่การล้อเลียนบุคคลที่ไม่ควรจะล้อเลียน แล้วการล้อเลียนเช่นนี้ ในมาตรา 112 มีอยู่ ท่านผู้ชม ผมไม่เข้าใจ ทำไมผมกับท่านผู้ชมไม่เคยมีปัญหากับ 112 เราไม่เคยมี เราตื่นมาตอนเช้า เราเอามืออยู่ที่จมูก ดูว่ายังมีลมหายใจอยู่ไหม ? มี เอ้า ก็ลุกขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ของเราไปตามปกติ 112 จะอยู่ตรงไหน เราไม่สนใจ เพราะเราไม่เคยคิดที่จะไปเหยียดหยาม ดูถูก หรือคิดที่จะล้มล้างสถาบันกษัตริย์ เรามีความสุขกับชีวิต และเราคิดว่าเรามีความสุขกับการที่ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่พวกนี้ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นแล้วต้องดำเนินคดีพวกมันให้ถึงที่สุด จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แล้ว 11 คดี ที่นายแอมมี่ โดนดำเนินคดี ผมก็อยากจะถามคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ว่า คดีไปไหน ทำไมมันช้าหนัก คุณสุวัฒน์ จัดการหน่อยได้ไหม คุณใจกล้าหน่อย


ผมจะยกตัวอย่างคดี สภ.คลองหลวง ที่เด็กเมื่อวานซืน เด็กจัญไรพวกนี้ เอาอาหารหมามาโปรยให้ตำรวจที่นั่งเฝ้าอยู๋ แล้วก็ไปชักธงขึ้นมา เปลี่ยนธงชาติไทย หรือล่าสุดที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ต้องโกนหัวเพื่อลงโทษตัวเองที่ปล่อยให้ไอ้เวรตะไลแถวนั้น เด็กพวกนี้ติดป้ายล้มล้างสถาบันกษัตริย์อยู่ที่โรงพักที่ภูเขียว คุณสุวัฒน์ ครับ ผมขอพูดกับคุณหน่อยได้ไหม ผมขี้เกียจพูดกับคุณจริงๆ จนกระทั่งวันนี้คุณยังไม่สามารถที่จะออกหมายจับหลงจู๊สมชาย ได้เลย แต่ที่ผมจะพูดกับคุณก็คือว่า ตำรวจชั้นผู้น้อย ตำรวจระดับล่าง เขากลัวคุณ เขากลัวตรงไหนรู้ไหม ?


เขาบอกว่า ผบ.ตร.คนนี้ใจไม่ถึง เวลามีเรื่องมีราวอะไรขึ้นมา จะปล่อยให้ลูกน้องรับกรรม ตัวเองจะหลบฉากทันทีเลย แม้กระทั่งเรื่องของตำรวจคนหนึ่งที่มีเรื่องมีราว ชื่อ พล.ต.ต.ชวลิต สุขสุวรรณ์ เป็นผู้บังคับการ ตชด. โดนลูกน้องร้องเรียนออกมาว่ารีดไถเงินลูกน้อง คุณสุวัฒน์ ก็ยังไม่กล้าพอที่จะออกมาชี้แจงหรือออกมาพูด แต่ก็โยนเรื่องไปให้จเรตำรวจ คือ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ไปเช็กมาซิว่าจริงหรือไม่จริง รอบคอบ ผมไม่เถียง แต่เรื่องบางเรื่องในสถานการณ์แบบนี้ คุณรอบคอบได้ แต่คุณต้องแสดงท่าทีที่ชัดเจนอย่างเด็ดขาด สิ่งแรกที่คุณควรจะทำก็คือ อย่างน้อยที่สุด เรื่องนี้พิสูจน์ไม่ยาก ถ้าคุณเป็น ผบ.ตร. คุณยกหูโทรศัพท์ถามตำรวจที่ร้องเรียนมาว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พอเขาเล่าให้ฟังแล้ว คุณออกคำสั่้งย้าย พล.ต.ต.ชวลิต สุขสุวรรณ์ เข้าประจำกรมก่อน แล้วคุณค่อยตั้งกรรมการสอบสวน แต่นี่ทุกอย่างก็ยังลันล้าอยู่

คุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. นี่คือปัญหาของคุณ ตำรวจชั้นผู้น้อยเขาไม่ไว้ใจคุณ เขากลัวคุณ เพราะคุณใจไม่ถึง คุณไม่เคยออกมาปกป้องลูกน้องคุณ ลูกน้องที่มาร้องเรียนว่าตำรวจยศผู้การมาไถเงินไถทอง บังคับให้ต้องส่งเงินส่งทอง เดือนละเท่าไรๆ เรื่องแค่นี้คุณยังไม่ต้องส่งไปให้ พล.ต.อ.วิสนุ หรอก คุณยกหูโทรศัพท์ คุณเรียกเด็กคนนั้นมาพบคุณเลย ว่าเป็นอย่างไร เล่าให้ฟังซิ เอาล่ะ มีมูล เพราะผู้กล่าวหาคือแก ย้ายเข้ามาก่อน แล้วค่อยส่งวิสนุ ไปสอบอีกทีหนึ่ง นี่คือความใจถึง ความเป็นใจนักเลง แต่คุณไม่มี คุณสุวัฒน์ คุณไม่มี เพราะฉะนั้นแล้ว คุณหลบฉากเก่ง ผบ.ตร.จอมหลบ ก็ถูกต้อง ผมยังไม่กล้าพูดว่าคุณเป็นคนที่ขี้ขลาดตาขาว เพราะผมไม่รู้ แต่ว่าคุณแน่นอนที่สุดคือ ตำรวจในยุคคุณ ไม่มีใครกล้าทำอะไร เพราะตำรวจที่คลองหลวง หรือตำรวจที่โน่นที่นี่ ถ้าไปเล่นงาน เกิดไปปะทะกับเด็กขึ้นมา เด็กเกิดบาดเจ็บขึ้นมา เด็กร้องเรียน เด็กตำรวจชั้นผู้น้อยมันกลัวว่าคุณจะย้าย จะลงโทษ เพื่อที่จะสร้างภาพของคุณว่าคุณเป็นตำรวจที่่ยึดถือความเป็นธรรม นี่ไงตำรวจ เพราะฉะนั้นเด็กพวกนี้จะรุกโรงพักทุกโรงพักได้ โดยที่ตำรวจไม่กล้าทำอะไรเลย ก็เพราะว่านายใหญ่สุดเป็นคนโลเล ไม้หลักปักขี้เลน พึ่งพาไม่ได้ แล้วก็จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ ไม่หยุด

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.
ท่านผู้ชมครับ เรื่องแอมมี่ เรื่องทราย เจริญปุระ ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหม ว่าวจีกรรมของสองคนนี้ เคยพูดอะไร กายกรรม ได้กระทำอะไรบ้าง สองตัวนี้บวกกัน เป็นมโนกรรม ก็คือเป็นเจตนา พื้นฐานพอเพียงแล้วที่จะเล่นงานในมาตรา 112


อาจารย์เสรี วงษ์มณฑา พูดบอกว่า เล่นงานเขายาก พิสูจน์ยาก เพราะเขาอาจจะไปจัดฉาก ไม่ยากหรอกครับอาจารย์เสรี ผมสู้กับทักษิณ มาแล้ว ผมพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าโดยวจีกรรม ทักษิณ จาบจ้วงพระเจ้าอยู่หัวอย่างไร โดยกายกรรม ทำอย่างไร เพราะฉะนั้นเจตนาของทักษิณ ก็คือจาบจ้วงพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งศาลฎีกาพิพากษาแล้วว่าผมถูกต้อง ก็เลยยกฟ้องทักษิณ ไปเลย ฟ้องได้ครับ ต้องเล่น แล้วผมเตือนคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข หน่อย สังคมไทยทุกวันนี้เขาจับตาดูคุณตลอดเวลา และเขารู้สไตล์การทำงานของคุณ และเขารู้นิสัยคุณว่าคุณเป็นคนที่ไม่กล้ารับผิดชอบ ยังมีอีกหลายเรื่อง ผมขี้เกียจเอาเรื่องมาพูด เดี๋ยวจะหาว่าผมจงเกลียดจงชังคุณ

ท่านผู้ชมครับ วันนี้เรามีเรื่องต่างประเทศหลายๆ เรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องก็จะไม่ยาวนัก แต่มันจะให้ข้อคิด ให้ปัญญากับท่านผู้ชมหลายๆ ท่าน ซึ่งท่านอาจจะสนใจเฉพาะเรื่องของจีน อเมริกา หรือรัสเซีย แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเยอรมนี แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายในหลายๆ เรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิถีทางของคนที่เล่นหุ้นในสหรัฐอเมริกา ที่เป็นข่าวในวงการหุ้นนั้น โด่งดังไปทั่วโลก ท่านผู้ชมที่ไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ก็อาจจะควรรับรู้เรื่องนี้เอาไว้ด้วย


เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561 นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยจะไม่ลงชิงตำแหน่งนี้อีก คือคนที่เป็นหัวหน้าพรรค เมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว ก็จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่นางอังเกลา แมร์เคิล กำลังบอกทุกๆ คนที่เยอรมนีและในโลกนี้ว่า เธอพอแล้ว เธออยู่เป็นผู้นำของประเทศเยอรมนีถึง 18 ปี ถึงเวลาที่เธอจะต้องจากไปแล้ว


ทำไมผมถึงจะต้องเอาเรื่องอังเกลา แมร์เคิล มาพูด ผมอ่านเรื่องราวของอังเกลา แมร์เคิล แล้ว ผมน้ำตาจะไหล ว่าในที่สุดแล้ว ในบรรดาแวดวงการเมือง เรายังพอจะเห็นนักการเมืองที่ดีๆ ซึ่งหายากมาก หายากจริงๆ และเผอิญอังเกลา แมร์เคิล อาจจะเป็นหนึ่งเดียวมั้ง ในโลกนี้ ที่เป็นนักการเมืองที่ผมคิดว่าอยู่ในประเทศที่เน้นในเรื่องทุนนิยม และแซมด้วยความเป็นสังคมนิยม อย่างเยอรมนี แต่อังเกลา แมร์เคิล เป็นตัวอย่าง ที่ผมคิดว่าประเสริฐ และบรรเจิดมากในเรื่องนี้

ท่านผู้ชมครับ ผมเอาเรื่องบางเรื่องของอังเกลา แมร์เคิล มาเล่าให้ท่านผู้ชมฟังสักเล็กน้อย


ตลอดเวลา 18 ปีที่ผ่านมา ที่อังเกลา แมร์เคิล เป็นนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล ไม่เคยย้ายบ้าน ยังอยู่ในอพาร์ตเมนต์เก่าๆ เพราะเธอเป็นคนเยอรมนีตะวันออก เธอสมถะในชีวิตมาก เธอไม่มีแม่บ้าน ทุกอย่างในบ้านเธอช่วยกันทำงานกับสามีของเธอ เธอทำงานบ้านเอง นายกรัฐมนตรีของประเทศเยอรมนีอยู่มา 18 ปี ประเทศเยอมนีเป็นหัวหอกหลักของกลุ่มอียู คืออียู ถ้าไม่มีเยอรมนี ก็จะไม่มีอียู เสียงของเธอมีความหมายมาก ชีวิตของเธอพบปะผู้นำในโลกนี้ตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เฉพาะจีนอย่างเดียว เธอพบปะผู้นำจีนมาหลายรุ่น หลายสมัย ตั้งแต่ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา มาเรื่อยๆ หรือแม้กระทั่งประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน แต่เธอยังคงเป็นแม่บ้าน อยู่กับสามีสองคน ไม่มีคนใช้นะท่านผู้ชม เป็นไปได้อย่างไร เธอซักเสื้อผ้าเอง เขาถามว่าเสื้อผ้าเธอทำอย่างไร เธอบอกว่าเธอเป็นคนเลือกเสื้อผ้า แล้วสามีเป็นคนเอาเสื้อผ้าไปซัก ไปซูเปอร์มาร์เก็ต จ่ายตลาดเอง อยู่ในอพาร์ตเมนต์ธรรมดาเหมือนคนอื่น ใส่ชุดเหมือนเดิม นักข่าวเขาถามว่าทำไมไม่เปลี่ยนชุดบ้าง ให้มันดูดี ทันสมัย เธอบอกว่า เธอเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เธอไม่ใช่นางแบบ


เธอได้รับการขนานนามว่า เป็น The Lady of the World เป็นสุภาพสตรีแห่งโลกนี้ ท่านผู้ชมรู้ไหมว่า ตอนที่เธอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค แล้วส่งมอบให้กับคนที่ตามหลังเธอ เยอรมนีและคนเยอรมันอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด ท่านผู้ชมรู้ไหมวันที่เธอลาออก ปฏิกิริยาในเยอรมนีเกิดอะไรขึ้น ? ท่านผู้ชม คนเยอรมันทั้งหมด 6 ล้านคน เดินออกมาที่ระเบียงบ้าน ปรบมือให้เธอจากการประกาศลาออกยาวนานถึง 6 นาที ต่อเนื่อง ไม่มีเสียงบทกวี ไม่มีอะไร ไม่มีขยะมูลฝอยแห่งความโอหัง ไม่มีการสร้างภาพอะไรทั้งสิ้น แต่ว่าเป็นความรัก ความจริงใจที่ประชาชนพร้อมใจกันออกมาและปรบมือให้เธอ เธอเรียนจบฟิสิกส์เคมี เธอไม่เคยถูกล่อลวงด้วยแฟชั่นหรือแสงไฟ เธอไม่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ เรือบิน เรือยอชต์ เครื่องบินส่วนตัว เพราะเธอบอกตลอดเวลาว่าเธอมาจากเยอรมนีตะวันออก เธอจากไป ญาติเธอไม่ได้ทำเสียด้วยซ้ำ 18 ปี ไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเก่าของเธอเลย


ท่านผู้ชมครับ ในงานแถลงข่าว นักข่าวถามเรื่องการทำงานบ้าน เธอบอกว่า ไม่มี ฉันไม่มีคนงานหญิง และฉันไม่ต้องการพวกเขา ฉันและสามีทำงานที่บ้านทุกวัน ท่านผู้ชมครับ เราหาได้ไหมครับ ผู้นำแบบนี้ ในโลกนี้ เมืองไทยอย่าไปพูดถึงเลย ไม่ติดอันดับหรอก ลำพังวันที่เธอลาออก โดยไม่ได้นัดหมาย คนเยอรมันออกมาที่ระเบียงบ้านแล้วปรบมือให้เธอ ท่านผู้ชมยืนปรบมือสัก 1 นาที นานไหม ? นาน เขาปรบมือให้ 6 นาที


นักข่าวถามเขาในเรื่องส่วนตัวมาก อังเกลา แมร์เคิล บอกว่าอย่างไรรู้ไหม ? บอกว่า หวังว่าคุณจะถามฉันเกี่ยวกับความสำเร็จและความล้มเหลวในการทำงานของเราในรัฐบาล นี่คืออังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป เพราะฉะนั้นแล้ว ผมจำเป็นต้องเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง ผมคิดว่ามีหลายคนอาจจะรับทราบข่าวนี้มาแล้ว ไม่ใช่ข่าวใหม่ แต่สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าเรื่องราวของอังเกลา แมร์เคิล จะเป็นส่วนหนึ่งของการบอกเล่าบอกขานต่อไปอีกเป็นเวลานานแสนนาน

นอกจากนั้นแล้ว อังเกลา แมร์เคิล ในขณะเธอเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ จนกระทั่งถึงสิ้นปี 2021 จึงจะหมดเทอมและจะมีการเลือกตั้งใหม่ อังเกลา แมร์เคิล ได้พูดอะไรบางอย่าง และเป็นการตอกกลับโจ ไบเดน อย่างที่ค่อนข้างจะหมัดต่อหมัดเลย


อังเกลา แมร์เคิล บอกว่า อังเกลา แมร์เคิล และเยอรมนี ไม่เห็นด้วยกับการที่ไบเดน จะมารวบรวมพลพรรคเป็นพันธมิตรกันแล้วร่วมกันต่อต้านจีน อังเกลา แมร์เคิล บอกว่านั่นไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ทำไมเราจะต้องมาต่อต้านคนโน้นคนนี้ ทำไมเราไม่อยู่ร่วมกัน เธอกล่าวว่า นี่คือสงครามเย็นแห่งพันธมิตร ก็คือไบเดน มีนโยบายว่าจะเอาอียูเป็นพันธมิตร จะเอาอังกฤษเป็นพันธมิตร จะเอาแคนาดาเป็นพันธมิตร จะเอาออสเตรเลียเป็นพันธมิตร จะเอานิวซีแลนด์เป็นพันธมิตร เพื่อออกมารวมพลพรรค รวมทั้งอินเดียด้วย เพื่อเอาประชาธิปไตยไปต่อต้านกับเผด็จการอย่างเช่นประเทศจีน ของสี จิ้นผิง


แมร์เคิล บอกว่า สงครามเย็นแห่งพันธมิตรเป็นรูปแบบใหม่ของการกำหนดรูปแบบในการทูต คือเขาบอกว่า ตั้งแต่ไบเดน เข้ามาบริหารงาน มันเป็นการแสดงออกที่ชัดเจนที่สุดที่ประเทศหนึ่งต่อต้านการเพิ่มขึ้นของอีกประเทศหนึ่ง คือพูดง่ายๆ ว่า เยอรมนี อังเกลา แมร์เคิล บอกว่า จีนไม่ได้เป็นอันตราย จีนคือประเทศหนึ่งซึ่งเจริญเติบโตต่อไป เราต้องอยู่ร่วมกับเขา และเราต้องร่วมมือกัน เพราะเขามองเห็นประโยชน์ของเยอรมนีที่จะได้จากจีน แมร์เคิล บอกว่าอเมริกาไม่มีสิทธิที่จะมาบีบบังคับประเทศอื่นในยุโรปให้ปฏิบัติตามความเห็นแก่ตัวเพื่อรับใช้อเมริกา แมร์เคิล ไม่ยอม นี่คือหญิงเหล็ก สุภาพสตรีแห่งโลก ก็ปรากฏว่า คำพูดของแมร์เคิล ออกไป ก็มีปฏิกิริยาออกมา หลายๆ ประเทศ ประเทศใหญ่ๆ อย่างเช่นสเปน ในอียู หรือประเทศฝรั่งเศส ในอียู ก็เห็นด้วยกับแมร์เคิล ว่ามีประโยชน์อะไรที่ต้องไปทะเลาะกับจีน ไม่มีประโยชน์ ถ้าอเมริกาจะทะเลาะกับจีน ให้อเมริกาทะเลาะเอง อย่าดึงยุโรปเข้าไป


วันที่ 26 ที่ผ่านมานี้ อังเกลา แมร์เคิล ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อคณะกรรมาธิการยุโรป ว่าการที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้เยอรมนีเลือกข้างนั้น อเมริกากำลังให้เยอรมนีเลือกข้าง ระหว่างจีนและอเมริกา และให้ตอบโต้ผู้นำจีนอย่างแข็งขัน อังเกลา แมร์เคิล บอกว่าโลกมันต้องเป็นระดับพหุภาคีแล้ว ไม่มีใครใหญ่กว่าใครแล้ว อเมริกายังหลงอยู่ ยังไม่ตื่นจากความฝันในอดีตว่าอเมริกาเป็นผู้นำโลก เพราะฉะนั้นแล้ว อังเกลา แมร์เคิล ก็บอกว่า การพัฒนาพหุภาคี หรือที่เขาเรียกว่า Multilateralism คือทุกคนต้องคบกันในฐานะเท่าเทียมกันระหว่างประเทศ หมายถึง การพัฒนาประชาธิปไตยระหว่างประเทศ ที่มีขนาดใหญ่ เข้ากันได้ดีกับอุดมคติของประชาธิปไตยในประเทศต่างๆ นั่นก็คือ ไม่ขัดแย้ง นั่นก็คือสิ่งที่แมร์เคิล พยายามจะพูดว่า ถ้าจีนมีระบบการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยของจีน เราต้องยอมรับไป แล้วเรามาร่วมกันพัฒนา เราก็ยืนหยัดในประชาธิปไตยของเรา คือพูดง่ายๆ ว่า อย่าเอาความคิด ชุดภาษา ชุดปรัชญาของประเทศใดประเทศหนึ่ง ไปครอบงำอีกประเทศหนึ่งว่า ไม่ได้ ต้องทำตามแบบนี้ถึงจะเป็นประชาธิปไตย ประชาธิปไตยของใครล่ะ แม้กระทั่งไบเดน เองก็พูดอย่างไม่อาย หน้าด้านมาก ประชาธิปไตยอเมริกาเป็นอย่างไรวันนี้ ดูซิ

แมร์เคิล ตำหนิอเมริกาว่าเรียกร้องประชาธิปไตยในแง่หนึ่ง ในด้านหนึ่งเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ในทางกลับกัน กลับปราบปรามประชาธิปไตยและพฤติกรรมของประเทศที่อ่อนแอในโลกนี้ แมร์เคิล นี่ทันสมัยมาก บอกว่าในขณะหนึ่งคุณเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ในขณะเดียวกันคุณก็แอบไปทำลายประชาธิปไตยของประเทศอื่นๆ เพราะฉะนั้นแล้ว แมร์เคิล ไม่เห็นด้วย


แมร์เคิล บอกว่า ฝั่งนั้นคืออเมริกา ฝั่งนี้คือจีน เราคือเยอรมนี ต้องสร้างพันธมิตรขึ้นมาอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อที่จะให้เราไม่เป็นศัตรูกับใคร เขาบอกว่า โดยพื้นฐานแล้วการที่อเมริกามาเรียกร้องแบบนี้ แมร์เคิล เรียกว่า เป็นทรราชสากล Internation Tyranny ก็คือว่า เอาความคิดของตัวเองไปบีบให้คนอื่นคิดตามตัวเอง


แมร์เคิล ยังกล่าวถึงผู้นำจีน เขาบอกว่า เขาและฉัน หมายถึงสี จิ้นผิม และแมร์เคิล บรรลุข้อตกลงกันแล้ว เราทุกคน คือทุกฝ่าย เห็นพ้องต้องกันถึงลัทธิพหุภาคี พหุภาคีคือ Multilateralism ไม่ใช่มีขั้วโลกสองขั้ว ไม่ใช่ จีนเป็นคนออกมาต่อสู้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า โลกนี้จะมีผู้นำขั้วโลกขั้วเดียวที่อเมริกาเป็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรในอดีต เป็นไปไม่ได้แล้ว ทุกคนจะต้องมีคุณสมบัติในการนำ


การที่จีนเซ็นสัญญาลงทุนกับสหภาพยุโรปนั้น แมร์เคิล พอใจมาก แมร์เคิล เป็นคนมองไกล เขาบอกว่าการเซ็นสัญญากับจีนนั้น จะรับประกันและสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของยุโรปในอีก 20 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันฉีดเลือดสดเข้าไปในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเยอรมนีอย่างยั่งยืน


อังเกลา แมร์เคิล เรียกร้องให้ผู้นำของทุกประเทศมองไปข้างหน้าและสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์การอนามัยโลก เพราะว่าอังเกลา แมร์เคิล เห็นว่า โควิด-19 นั้นจะไม่สิ้นสุดอย่างง่ายๆ


ท่านผู้ชมครับ ความเห็นต่างๆ ของอังเกลา แมร์เคิล นั้น ก็มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ประเทศที่เห็นด้วยในอียูจะเป็นประเทศใหญ่ๆ แต่ประเทศที่ไม่เห็นด้วยก็จะเป็นประเทศเล็กๆ ที่เทิดทูนอเมริกา อย่างเช่น ลิทัวเนีย ซึ่งเล็กมาก แม้กระทั่งญี่ปุ่น ที่ในแถลงการณ์วันที่ 26 ที่ผ่านมานี้ ว่า ไม่มีหลักฐานว่ารัฐบาลจีนดำเนินนโยบายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หมู่ในซินเจียง ข้อกล่าวหาทั้งหมดที่มีต่อจีนนั้นไม่สามารถแก้ไขได้ สงครามเย็นแห่งพันธมิตรที่ญี่ปุ่นพูด ไม่เพียงแต่เป็นไปไม่ได้ แต่จะทำลายการพัฒนาของเอเชียตะวันออก ญี่ปุ่นบอก รัฐบาลญี่ปุ่นไม่มีทางเข้าร่วมสงครามเย็นแห่งพันธมิตรต่อจีน ท่านผู้ชมครับ ดูเหมือนว่านโยบายของไบเดน จะล้มเหลวไปหมดแล้ว


นี่ก็เป็นเรื่องของอังเกลา แมร์เคิล ซึ่งผมอยากจะเล่าให้ท่านผู้ชมฟังว่าเป็นคนที่โลกให้ฉายาว่า เป็น Lady of the World

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมจะต้องต่อให้ฟัง คือเรื่องโคโรนาไวรัส วัคซีน ท่านผู้ชมครับ มันมีเครือข่ายเรื่องหนังสือ ตลอดจนวารสารทางการแพทย์ ที่เน้นเรื่องทางการแพทย์ ชื่อ THE LANCET


LANCET เป็นนิตยสาร หรือวารสารทางการแพทย์ที่ได้รับการเชื่อถือมากที่สุดในโลก ว่าข้อมูลแม่นยำ วางตัวเป็นกลาง ไม่เข้าข้างใครเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อเร็วๆ นี้ LANCET ได้แถลงออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า วัคซีนของรัสเซีย ที่ชื่อ Sputnik V นั้น มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 90 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไป เทียบเท่ากับพวก Pfizer หรือของทางตะวันตก ท่านผู้ชมอย่าลืมนะครับ ทางตะวันตกจะใช้วิธีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่าวัคซีนของเขาดี ดีกว่าวัคซีนจีน ไว้ใจไม่ได้ sinovac ไว้ใจไม่ได้ SINOPHARM ไว้ใจไม่ได้ แล้วก็ Sputnik V ของรัสเซีย ซึ่งฉีดให้คนรัสเซียไปนานแล้ว ก็ถูกกล่าวหาว่า เนื่องจากการทดลอง การทดสอบนั้นไม่ละเอียด ไม่มากพอ และไม่เอาผลมาให้ นี่คือสงครามทางวัคซีน


มาวันนี้ LANCET ซึ่งเป็นวารสารที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกในด้านการแพทย์ ออกมาชี้แจงชัดเจนแล้วว่า Sputnik V วัคซีนของรัสเซียนั้น มีคุณภาพเท่าเทียมกับคุณภาพของวัคซีนทางตะวันตก ไม่ได้แพ้หรือด้อยกว่ากัน (อาจจะมากและดีกว่าเสียด้วยซ้ำ)


ท่านผู้ชม ข้อคิดในเรื่องนี้ ผมจะเล่าให้ฟัง ข้อคิดในเรื่องนี้คือว่า ในโลกนี้ ในขณะนี้ ท่านผู้ชมต้องรู้ว่าวัคซีนกลายเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ทางตะวันตกพยายามยึดครองหัวหาดในการที่จะเข้าไปรุกและยึดพื้นที่ ท่านผู้ชมลองนึกดูสิว่า ถ้าขายวัคซีนได้ประมาณ 3 พันล้านโดส ราคาโดสละเท่าไร หมายถึงความร่ำรวยมหาศาลที่จะออกไปให้กับบริษัท อย่างเช่น Pfizer หรือ Moderna หรือหลายๆ บริษัททางตะวันตก ซึ่งพัฒนาวัคซีนไปในเชิงพาณิชย์ ไม่เหมือนกับ AstraZeneca ที่ระบุชัดเจนว่าไม่ได้หวังผลกำไร หรือทาง Sputnik V หรือทาง sinovac ของจีน เพราะฉะนั้นแล้ว ข่าวประชาสัมพันธ์ออกในช่วงแรกนั้น เป็นการโจมตีกันเพื่อให้เห็นว่าวัคซีนของตัวเองนั้น ดีกว่าของอีกตัวหนึ่ง Sputnik Vวารสารทางการแพทย์ LANCET ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในโลก และเป็นที่ยอมรับ ระบุมาชัดเจนว่าสามารถจะเก็บไว้ในอุณหภูมิเย็นปกติ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในอุณหภูมิ -70 เหมือนวัคซีนของ Pfizer


มีข่าวอีกชิ้นหนึ่ง ท่านผู้ชม ที่อยากจะเล่าให้ฟัง ก่อนที่จะมาจบลงด้วยข่าวชิ้นสุดท้ายคือเรื่องของการปั่นหุ้นขื่อ GameStop ข่าวนี้ท่านผู้ชมฟังแล้ว ท่านผู้ชมคิดตามผมไปแล้วกัน แล้วจะเห็น


ท่านผู้ชมจำได้ไหมว่า อเมริกาในยุคนายทรัมป์ บอยคอต แซงก์ชัน ก็คือว่ามีการระบุเลยว่า นักธุรกิจจีนคนโน้นคนนี้ นักการเมืองจีน ของฮ่องกงเท่านั้นเท่านี้ จำนวนกี่คน ชื่ออะไรบ้าง ห้ามเข้าอเมริกาเด็ดขาด ไม่ให้ไป ทีนี้จีนก็ตอบโต้ ถึงเวลาตอบโต้ เพราะว่าในทางการทูตนั้น คุณตบหน้าฉันที ฉันตบหน้าคุณที ตบกันไปตบกันมา จีนก็เลยระบุเลยว่า มีคนที่อยู่ในทำเนียบขาวและกินตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลของนายทรัมป์ 27 คน ที่จีนสั่งห้าม ที่สำคัญ จีนทำแสบกว่าอเมริกาเยอะ จีนบอกว่า 27 คนนี้ ไม่ใช่นับเฉพาะ 27 นะ แต่รวมลูก-เมียด้วยนะ หมายความว่า ถ้าไมก์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ถูกห้ามเข้าประเทศจีน ท่านผู้ชมครับ นักการเมืองอเมริกาเวลาหมดอำนาจแล้ว จะเร่ขายตัวเองไปตามบริษัทใหญ่ๆ ในฐานะที่ตัวเองเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว เป็นอดีตนักการเมืองในยุครัฐบาลนายทรัมป์ เป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อย่างเช่น คานดาลีซซา ไรซ์ แต่ก่อนเป็นที่ปรึกษาสภาความมั่นคงฯ ในยุครัฐบาลคลินตัน พอออกจากตำแหน่งปั๊บก็ไปเป็นประธานบริษัทเอ็กซอน บริษัทน้ำมัน เหมือนกัน ไมก์ พอมเพโอ และหลายคน เมื่อเกษียณไปแล้ว หรือออกจากตำแหน่งไปแล้ว ก็จะเร่ตัวเองไปขาย ไปเป็นที่ปรึกษาบ้าง ไปเป็นโน่นเป็นนี่ ตามบริษัทใหญ่ๆ ทั้งสิ้น อย่างเช่น โบอิ้ง แบงก์ ซิตี้แบงก์ หรือว่าเจพี มอร์แกน เป็นต้น


ปรากฏว่าจีนบอกว่า บริษัทอเมริกันคนไหนถ้ารับคนพวกนี้ไปทำงานเป็นที่ปรึกษา ถ้าคุณมีธุรกิจเกี่ยวพันกับจีน ธุรกิจคุณที่อยู่ในจีนต้องหยุดหมดเลย เอาล่ะ สมมุติ ไมก์ พอมเพโอ ไปเป็นที่ปรึกษาบริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) จีเอ็ม มีโรงงานผลิตรถยนต์หุ้นกับจีน อยู่ในประเทศจีน ก็หมายความว่าจีเอ็มไม่สามารถขายรถในประเทศจีนได้แล้ว ท่านผู้ชมลองใช้สมองของพวกเรา ซึ่งก็ไม่ได้ฉลาดเฉลียวอะไรมากมายนัก คิดดูซิว่า แล้วบริษัทพวกนั้นจะรับไหม ไม่รับหรอกครับ

บริษัทอเมริกา ยากมาก บริษัทใหญ่ๆ ที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับประเทศจีนเลย เกี่ยวข้องทั้งนั้น ข่าวมาว่า จีนห้าม ... ไม่ใช่ห้ามเฉพาะประเทศจีนนะ ฮ่องกง มาเก๊าด้วย บริษัทอเมริกาคนไหนมีธุรกิจเกี่ยวพัน สายสัมพันธ์กับฮ่องกง สายสัมพันธ์กับมาเก๊า ตัดทิ้งหมดเลยถ้ามีพวกนี้เข้ามาเป็นที่ปรึกษา ก็คือพูดง่ายๆ ว่า ถ้ามีชื่อพวกนี้เข้ามา ธุรกรรมของคุณกับผมจบไป ข่าวล่าสุด ไมก์ พอมเพโอ ไปติดต่อขอไปเป็นซีอีโอของบริษัทหนึ่งในเครือของตระกูล KOCH




ตระกูล KOCH เป็นตระกูลที่สนับสนุนให้เงินพรรครีพับลิกัน ให้โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างบ้าเลือด คือพูดง่ายๆ ว่าเป็นรีพับลิกันเต็มตัว แต่พอไมก์ พอมเพโอ ไปสมัคร ท่านผู้ชมเชื่อไหม คนที่ยืนข้างทรัมป์ บอกว่า ตายล่ะ กูมีธุรกิจที่ทำกับจีนเยอะ ไม่รับไมก์ พอมเพโอ เข้ามาทำงาน ไม่ยอมรับ แล้วพอมเพโอ ไปที่ไหนต่อ ท่านผู้ชมรู้ไหม ? ไปดูปองท์ (Dupont) ดูปองท์ก็ไม่รับ ไปสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ก็ไม่รับ เพราะสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ต้องบินปักกิ่ง บินเซี่ยงไฮ้ บินฮ่องกง ก็ไม่รับ ไปโมบิลออยล์ (น้ำมัน) ก็ไม่รับ เพราะฉะนั้นแล้ว ทุกคนปฏิเสธไมก์ พอมเพโอ ปฏิเสธหมดเลย นี่เอาไมก์ พอมเพโอ เป็นตัวอย่าง ส่วนอีก 26 คนนั้น จีนเขามีการมอนิเตอร์ พอมอนิเตอร์เขาก็รู้ว่าคนนี้ไปเป็นที่ปรึกษาบริษัทนี้ บริษัทนี้กำลังมีธุรกรรมกับจีน เขาก็จะบอกทางฝั่งจีนให้หยุดทำธุรกรรมเลย จบข่าว นี่คือการแก้แค้นที่แสบมาก


มิหนำซ้ำ ข่าวมาบอกว่า ลูกชายของไมก์ พอมเพโอ ซึ่งทำงานอยู่บริษัทหนึ่ง ทำงานปัจจุบันอยู่นะ ทำมานานแล้ว และบริษัทนี้มันรู้ว่าจีนมีมติออกมาว่า แม้กระทั่งลูกชายไมก์ พอมเพโอ ถ้าไปทำงานเขาก็ให้หยุดธุรกรรมบ บริษัทนั้นก็ไล่ลูกชายไมก์ พอมเพโอ ออก ให้ออก ยื่น notice ให้ออกเลย

อีกคนหนึ่งชื่อ Kelly Craft เป็นทูตอเมริกาที่อยู่ประจำสหประชาชาติ นาง Craft หัวรุนแรงมาก โจมตีจีน เชียร์ไต้หวันสุดฤทธิ์สุดเดช ถึงขนาดได้รับแต่งตั้งเป็นทูตของอเมริกาอยู่ในสหประชาชาติ วันนั้นกำลังจะนั่งเครื่องบินไปเยือนไต้หวันอย่างเป็นทางการ ก็เผอิญกฎของกระทรวงการต่างประเทศพูดชัดเจนว่า ภายในไม่กี่วันก่อนที่ไบเดน จะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ห้ามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศไปเยือน ก็เลยไม่ได้ไป


นาง Craft เผอิญมีผัวที่ทำธุรกิจกับจีน ปรากฏว่ามีธุรกรรม 3 ประเภท ที่ผัวกำลังจะเซ็นสัญญากับจีน จีนยกเลิกหมดเลย ข่าวมาว่าผัวของนาง Craft กำลังพิจารณาที่จะหย่ากับนาง Craft เพราะว่าขืนแต่งงานกันอยู่ ธุรกิจจะต้องพินาศวอดวายไป ก็เป็นเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เล่าให้ท่านผู้ชมฟัง


ท่านผู้ชมครับ เรื่องสุดท้ายในเรื่องต่างประเทศวันนี้ ไม่ยาว แต่ให้ข้อคิดได้เยอะ คือเรื่อง GameStop คือปรากฏการณ์ที่ผมเรียกว่า แจ๊กผู้ฆ่ายักษ์

ท่านผู้ชมคงจำเหตุการณ์หลายปีมาแล้วที่มีชื่อว่า Occupy Wall Street ได้ไหม คือการเข้าไปยึด Wall Street คือกลุ่มชนที่เป็นพวก NGO องค์กรเอกชน เห็นว่านักลงทุน หรือนายแบงก์ที่ Wall Street คือตัวการจะสูบเลือด ขูดรีด รีดไถประชาชน คนพวกนี้ก็เลยไปยึดเอาสวนสาธารณะแถว Wall Street แล้วก็ประท้วงเป็นปีเลย


เอาล่ะ นี่คือปรากฏการณ์ที่เขาเรียกว่า Occupy Wall Street ครั้งที่ 2 คือมีหุ้นร้านจำหน่ายวิดีโอเกม ชื่อ GameStop ถ้าท่านผู้ชมอายุมากพอ ท่านผู้ชมจำได้ไหม สมัยก่อนนี้จะมีพวกร้านวิดีโออย่างพวก BLOCKBUSTER ท่านผู้ชมเข้าไปในร้าน BLOCKBUSTER สามารถจะเช่าวิดีโอได้ทุกแห่งเลย เอากลับไป หรือไปในร้านที่ขายแผ่นเสียง ซีดี อย่าง Tower Records หรือ Virgin แต่ช่วงหลังนี้พอเทคโนโลยีมันพัฒนาขึ้นมาแล้ว ร้านพวกนี้ก็เจ๊งกันไป เพราะว่าทุกคนไม่ต้องไปเช่าวิดีโอแล้ว เพราะว่าทุกอย่างมันมี streaming มา


GameStop คืออะไร ? GameStop ก็คือเป็นร้านจำหน่ายวิดีโอสำหรับเล่นเกมอย่างเดียว เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อมาถึงยุคนี้ ร้าน GameStop ก็เลยซบเซาไปเยอะ แม้กระทั่งร้านหนังสือที่เคยอยู่ในอเมริกา ท่านผู้ชมจำได้ไหม ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา คือร้าน Barnes and Noble เป็นร้านที่ผมชอบเดินเข้าไป เดินดูหนังสือโน่นนี่ ตอนนี้สั่งหนังสือจาก Amazon ได้โดยที่ไม่ต้องแวะไปร้าน Barnes and Noble มี 600 กว่าสาขา ถูกปิดไปแล้ว 400 กว่าสาขา เพราะฉะนั้นแล้ว GameStop ก็เลยไม่ได้ต่างกว่า BLOCKBUSTER หรือ Tower Records หรือ Barnes and Noble เพราะว่า GameStop เป็นบริษัทร้านที่ขายวิดีโอเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันมีสาขากว่า 5,509 แห่ง มูลค่าของบริษัท GameStop เคยมีมูลค่าสูงถึง 5,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 150,000 ล้านบาท ในช่วงรุ่งเรืองขึ้นมา เคยกำไรเป็นร้อยๆ ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2554 เมื่อ 5 ปีที่แล้ว มีกำไรถึง 600 ล้านเหรียญสหรัฐ


พอยุคสมัยเปลี่ยนไป พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เทคโนโลยีออนไลน์ อินเทอร์เน็ตมีความเร็วสูงล้ำหน้า เกมออนไลน์เลยแพร่หลาย ไม่มีใครชอบซื้อแผ่นเกม กิจการ GameStop ก็เลยตกมาเรื่อยๆ


ทีนี้ ในอเมริกาคนเล่นหุ้นจะมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง เขาเรียก กองทุนเก็งกำไร ที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Hedge Fund พวกนี้ทำนายว่า GameStop ต้องล้มละลายแน่นอน เพราะเขาเห็นแล้วว่าหัวดิ่งลงไปเรื่อยๆ แสดงว่าหุ้นต้องตกลงแน่ พวกกองทุนเก็งกำไรมันก็ใช้วิธี Short Sell


Short Sell คืออะไร คือขายสั้น แต่ในข้อเท็จจริงก็คือว่า สมมุติว่าผมเล่นหุ้นอยู่ ท่านผู้ชมที่ไม่เคยเล่นหุ้น ฟังผมพูดแล้วจะเข้าใจ ผมซื้อขายหุ้น แล้วผมเห็นหุ้นตัวนี้ท่าทางมันจะเจ๊งแน่นอน แต่ผมไม่มีหุ้นในมือ ผมก็เลย Short Sell ผมก็ประกาศขายหุ้นตัวนี้ หุ้นตัวที่ผมไม่มีในมือ ประกาศขายไปเลย ผมอาจจะขายสัก 1 แสนหุ้น พอขาย 1 แสนหุ้นแล้ว ในเมืองไทย ผมมีเวลา 3-4 วัน ต้องเอาหุ้นไปส่งเขา ส่วนในอเมริกา Short Sell มีเวลา 10 วัน คุณขายหุ้นที่คุณไม่มีหุ้นอยู่ในมือ แต่เป็นหุ้นของบริษัทที่คุณคิดว่ามันจะเจ๊งแล้ว เพราะว่าคุณกำลังเก็งกำไรว่า เมื่อคุณขายหุ้นนี้ไปปั๊บ ก็จะมีคนขายต่อ ทำให้หุ้น สมมุติว่า 50 บาท ตอนคุณขาย มันตกไปเรื่อยๆ ตกไปเหลือ 7-8 บาท คุณค่อยช้อนซื้อตอน 7-8 บาท เพื่อจะเอาปริมาณหุ้นที่คุณปล่อยขายออกไปโดยที่คุณไม่มีหุ้นในมือ เอาไปคืนตลาดหลักทรัพย์ ก็เท่ากับว่าคุณกำไรหุ้นละ 2-3 บาท คือการจับเสือมือเปล่านั่นเอง

ท่านผู้ชมเข้าใจใช่ไหมครับ คือผมจะขายหุ้นบริษัทนี้ ที่ผมเห็นว่ามันต้องเจ๊งแน่นอน แต่ผมไม่มีหุ้นในมือ ผมอยากทำกำไรสั้น ผมก็เลยประกาศขายในตลาดหลักทรัพย์เลย ขายหุ้นบริษัท GameStop 1 ล้านหุ้น ผมไม่มีหุ้นนะ แต่ผมมีเวลา 10 วัน ที่จะเอาหุ้นมาคืน แล้วผมก็เก็งว่าใน 10 วันนี้จะต้องมีคนตกใจแล้วขายหุ้นคืนด้วย เพราะฉะนั้นหุ้นก็เลยจะตกไปเรื่อยๆ พอตกไปถึงระดับที่ผมคิดว่าผมกำไรดีพอแล้ว ผมก็ซื้อมันทันทีเลย แต่ผมซื้อในราคาที่ถูกกว่าที่ผมขาย แล้วผมก็เอาหุ้นนี้ไปคืน ผมก็กำไรเหนาะๆ ตรงนี้ เขาเรียกว่า นักเก็งกำไร พวก Hedge Fund ซึ่งมันมีเจ้าใหญ่ๆ Hedge Fund ต่างๆ เพราะฉะนั้นแล้ว ในที่สุดมีกองทุนเก็งกำไรหุ้นก็เลยเข้ามาเล่นในนี้ แต่เผอิญมันมีกลุ่มที่เขาเรียกว่ากลุ่ม reddit


reddit เป็นเว็บไซต์ที่มียอดคนเข้ามาดูมากที่สุดในโลกนี้ ก็ปรากฏว่ามีในเว็บไซต์ reddit มันคล้ายๆ เว็บไซต์ pantip เขาก็มีบอร์ดย่อยใน reddit เหมือน pantip เกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น ชื่อว่า wallstreetbets การพนันบนวอลล์สตรีท ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2555 มีสมาชิกอยู่ 5 ล้านคน คือพวกนักเล่นหุ้นรายเล็ก ที่เขาเรียกกันว่า แมงเม่า นักลงทุนรายย่อยในกลุ่มนี้ จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม มีอารมณ์ขึ้นมา พวกมึงรังแกพวกกูมากเกินไปแล้ว หมายถึงพวกกองทุนที่เก็งกำไรหุ้น มันก็เลยรวมตัวกันซื้อหุ้น reddit กันหมดเลย คนละ 100-20, 300-500 แต่มันมี 5 ล้านคน หุ้นที่มันจะต้องตก พอโดนพวกรายย่อยเข้ามาซื้อ มันก็ไม่ตก มันเสือกสูงขึ้นไปอีก ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยังครับ มันก็ทะลึ่งสูงขึ้นไปอีก สูงไปๆ ท่านผู้ชมเชื่อไหม มูลค่าในตลาดของ GameStop ทะยานจาก 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 60,000 ล้านบาท พอพวกผู้ถือหุ้นรายย่อยเข้ามาช้อนซื้อ เพราะเจ็บใจพวกนี้ จะดัดหลังมัน มูลค่าหุ้นขึ้นไปเป็น 24,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 720,000 ล้านบาท เท่ากับ 12 เท่า ตายล่ะ ทำอย่างไรดี


นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 หุ้น GameStop พุ่งขึ้นกว่า 1,700 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้น 10,000 ล้านบาท เพราะฉะนั้นแล้ว ราคาหุ้นพุ่งขึ้นไป 20 เท่า จากราคาแค่ 17 หรือ 18 เหรียญสหรัฐ เป็น 347.50 เหรียญ เพิ่มขึ้นไป 58 เท่า


ท่านผู้ชมครับ เกิดอะไรขึ้น พวกกองทุนเก็งกำไร หรือ Hedge Fund ก็เจ๊งกันเป็นแถวเลยสิคราวนี้ เป็นครั้งแรกเลยท่านผู้ชม ในประวัติศาสตร์


สำหรับนักลงทุนวอลล์สตรีท นักลงทุนรายย่อยก็เหมือนเมืองไทย เขาเรียกแมงเม่า แมงเม่าบินเข้าสู่กองไฟ ไม่เคยมีพลัง ไม่เคยมีอำนาจไปต่อรองที่เอาชนะบรรดานักวิเคราะห์หรือนักลงทุนตามโบรกเกอร์ หรือบริษัทใหญ่ๆ ที่ซื้อขายหุ้นเป็นอาชีพหลัก มีเครื่องมือต่างๆ ในการอำนวยความสะดวกมากมาย นอกจากนั้น ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากผู้ควบคุมกฎ นั่นคือคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แต่มาครั้งนี้พลังของพวกแมงเม่า หรือนักลงทุนรายย่อย จากชุมชน reddit ก็คือ pantip ของเขา ซึ่งเป็นบอร์ดย่อย คือบอร์ด wallstreetbets การพนันในวอลล์สตรีท แสดงให้เห็นว่า แจ๊กผู้ฆ่ายักษ์ หรือตำนานเดวิดผู้ฆ่ายักษ์โกไลแอธนั้นมีจริง พลังของคนตัวเล็กตัวน้อยในการดันราคาหุ้น GameStop ทำให้ Hedge Fund รายใหญ่ อย่างเช่น Melvin Capital, Citron Research ที่บอกว่า GameStop จะไปไม่รอด และเป็นผู้ทำ Short Sell คือขายหุ้นโดยที่ไม่มีหุ้น ท่านผู้ชมครับ ขาดทุนไปหลักพันล้านดอลลาร์ รวมแล้วคนที่ทำ Short Sell ใน GameStop ขาดทุนไปแล้ว 5,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 150,000 ล้านบาท

นี่คือเรื่องที่ผมอยากจะเล่าให้ฟัง ถึงความโลภ และในที่สุดแล้ว รายย่อยรวมตัวกันไม่ยอมรายใหญ่ มึงรังแกกูมานานแล้ว กูขอดัดหลังบ้าง


ท่านผู้ชมครับ เมื่อประมาณ 14-15 วันที่แล้ว สองอาทิตย์ที่แล้ว คือวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564 มันมีข่าวชิ้นหนึ่ง เป็นข่าวการจับเจ้าพ่อยาเสพติดที่หนังสือพิมพ์ไทยไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไรนัก เพียงแต่ลงข่าวไป แต่ผมสนใจมาก เพราะว่าเป็นการจับเจ้าพ่อตัวจริงเลย ในโลกแห่งยาเสพติด ซึ่งเป็นคนจีน แต่ถือสัญชาติแคนาดา ชื่อ นายเจ๋อชือล็อป (Tse Chi Lop)


เจ๋อชือล็อป เป็นภาษากวางตุ้ง ภาษาจีนกลาง นายคนนี้ชื่อ เจีย ซื่อ เล่อ เขาถูกจับกุมที่สนามบินสคิปโฮล ของเนเธอร์แลนด์


ตำรวจออสเตรเลียตามล่าเขามาเป็นเวลาสิบปีแล้ว ความยิ่งใหญ่ของเจ้าพ่อยาเสพติดคนนี้ เจ๋อชือล็อป เขาเป็นหัวหน้าขบวนการในการค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในโลก อาจจะใหญ่ที่สุดเลย ว่ากันว่าข้อมูลที่ตำรวจออสเตรเลียให้มา ก็คือว่า รายได้ของนายเจ๋อชือล็อป ปี 2561 เมื่อสามปีที่แล้ว เขามีรายได้ประมาณ 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 240,000 ล้านบาท แต่บางข้อมูลระบุว่ารายได้อาจจะสูงถึง 17,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 530,000 ล้านบาท


ในวงการสื่อมวลชน หรือวงการยาเสพติด เขาเอานายเจ๋อชือล็อป ไปเปรียบเทียบกับราชายาเสพติดเม็กซิโก จนกระทั่งนายเจ๋อชือล็อป ถูกขนานนามว่า เป็นเอลชาโปแห่งเอเชีย

ไหนๆ ก็พูดมาแล้วนะท่านผู้ชม วันนี้เป็นรายการพิเศษที่จะเล่าเรื่องยาเสพติดให้ฟัง ผมอุตส่าห์ไปค้นข้อมูลมาอย่างเต็มที่ ทีมงานทำงานหนักมาก


ที่เขาบอกว่าเป็น เอลชาโปแห่งเอเชีย "เอลชาโป" เป็นใคร ? เอลชาโป เป็นราชายาเสพติดชาวเม็กซิกัน เขาชื่อเดิมคือ ฮัวคิน กุซมาน เขาเป็นผู้นำเครือข่ายยาเสพติดซีนาโลอา (Sinaloa Cartel) ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในรัฐซีนาโลอา ทางตะวันตกของเม็กซิโก ถือเป็นเครือข่ายยาเสพติด หรือ Cartel ระดับชั้นแนวหน้าของโลก ของเม็กซิโก ไม่เพียงแต่คุมตลาดยาเสพติดในประเทศ ยังมีเครือข่ายในเวียดนาม กัมพูชา จีน สหรัฐฯ ยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกาได้ทั้งทวีปเลย คือ นายเอลชาโป ผลิตยาเสพติดขึ้นมาแล้วก็จัดจำหน่ายไปทั่วโลก


นายเอลชาโป ไปทำงานกับลุง ตอนหนุ่มๆ ลุงก็เป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ แล้วก็เจริญเติบโตขึ้นมาด้วยความโหดเหี้ยมอำมหิต ในทำนองว่า ยาเสพติดหาย จับคนสงสัยมา ไม่ถามอะไรเลย เอาปืนยิงใส่หัวเลย ตูม เพราะฉะนั้นแล้ว ใครก็ตามค้าขายกับเอลชาโป ถ้าตกลงคำพูดนี้แล้วไปหักหลัง สมมุติว่าจะซื้อยาเสพติดจากเอลชาโป ในราคา 100 บาท ต่อ 1 กรัม แล้วเจ้าอื่นขายให้ในราคาแค่ 50 บาท ต่อ 1 กรัม แล้วไปซื้อเจ้าอื่นนะ เอลชาโป จับตัวมาแล้วยิงทิ้งหมด


ความโหดเหี้ยมอำมหิตของนายเอลชาโป ทำให้ทุกคนกลัว และทำให้ทุกคนไม่กล้าข้ามเส้นของนายเอลชาโป

ตอนหลังอเมริกาเอาเรื่องหนัก ตั้งด่าน ใช้หน่วยปราบปรามยาเสพติดของอเมริกาทำงานหนักมาก นายเอลชาโป หันมาใช้วิธีอะไรรู้ไหม ท่านผู้ชม ? ใช้วิธีขุดอุโมงค์ลอดผ่านพรมแดน ซึ่งถือว่าเขาเป็นคนริเริ่มความคิดแนวนี้ แล้วเป็นอุโมงค์ที่ยาวมาก และไม่ได้ขุดอุโมงค์เดียว ขุดหลายอุโมงค์ด้วย แล้วการขุดอุโมงค์นี่ก็เลยกลายเป็น tactic ให้เขาหนีได้


เอลชาโป เป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้เงินซื้อเจ้าหน้าที่ มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาฆ่าฝ่ายตรงกันข้ามตาย 9 ศพ จนฝ่ายตรงกันข้ามแทบจะสิ้นโคตรไปเลย ในปี 2535 เป็นเรื่องลือลั่นไปทั่วประเทศ อัยการสูงสุดของเม็กซิโกสั่งให้ตั้งทีมงานพิเศษ สืบสวน แต่ทีมงานต้องยุติบทบาทลง หลังจากทราบว่าเอลชาโป ติดสินบนให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่เป็นเงิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 300 ล้านบาท ติดสินบน


สินบน อย่าว่าแต่เม็กซิโกเลย เมืองไทยก็เยอะ ก็ดูอย่างเช่นกรณีของวรยุทธ อยู่วิทยา (บอส) สิ ถ้าไม่มีการติดสินบนตำรวจ หรืออัยการแล้ว จะหลุดไปจนถึงวันนี้ไหม


เอาล่ะ ผมจะเล่าเรื่องซูเปอร์อุโมงค์ของเอลชาโป ให้ฟัง ท่านผู้ชมจะได้ดูภาพข้างบนได้


ความโดดเด่นของแก๊งนี้ในการก้าวมาเป็นผู้นำในการค้ายาเสพติด ไม่ใช่เพียงแค่ใช้ความรุนแรง โหดเหี้ยม อำมหิต หรือเครือข่ายในการติดสินบนเจ้าหน้าที่ แต่อาณาจักรยาเสพติดระดับโลก ซึ่งสร้างจากธุรกิจของผู้เป็นลุงของเขา ลุงของเอลชาโป เอลชาโป นี่เป็นรุ่นที่สอง มีผลงานชิ้นโบแดง ถือว่าเป็นนวัตกรรมในการส่งยาเสพติด ก็คือการขุด Super Tunnel หรือซูเปอร์อุโมงค์ ข้ามพรมแดนเม็กซิโก-สหรัฐฯ ในจุดต่างๆ และนับวันจะมีเส้นทางที่ยาวขึ้นเรื่อยๆ อุโมงค์ดังกล่าวใช้เทคโนโลยีทางสถาปัตยกรรม วิศวกรรมศาสตร์ที่ค่อนข้างจะก้าวหน้า ทำให้อุโมงค์มีทั้งไฟฟ้า ระบบระบายอากาศ ระบบรางสำหรับขนถ่ายยาเสพติด ที่เหนือกว่าอุโมงค์ คือการดีลอย่างลับๆ กับคนของสำนักงานตำรวจ กับทางรัฐบาลกลาง โดยเจ้าหน้าที่รัฐช่วยแก๊งซีนาโอลา กำจัดอิทธิพลแก๊งอื่น แม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ก็ยังถูกกล่าวหาว่ารับสินบนกับแก๊งพวกนี้


ซูเปอร์อุโมงค์ ของเอลชาโป ทำให้เส้นทางการขนส่งยาเสพติดจากอเมริกาใต้ เปลี่ยนแปลงจากเส้นทางทางทะเล ผ่านทะเลแคริบเบียน เข้าสหรัฐฯ ทางตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงทศวรรษที่ 1980 ไปเป็นผ่านทางอุโมงค์ลับใต้ดินตั้งแต่ช่วงปี 1990 จนกระทั่งถึงทศวรรษที่ 2010 อิทธิพลของแก๊งนี้ครอบคลุมไปทั่วประเทศเม็กซิโก และอเมริกาฝั่งตะวันตก ระหว่างปี 2552-2556 นิตยสาร FORBES จัดอันดับเอลชาโป เป็นบุคคลทรงอิทธิพลคนหนึ่งของโลก เป็นไปได้อย่างไร พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดเป็นบุคคลทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ยกให้เขาเป็นเจ้าพ่อยาเสพติดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เขายังถือว่าเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุด และเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 2 รองจากมหาเศรษฐี Carlos Slim ผิดกันตรงที่ว่า Carlos Slim นั้นรวยมาจากการทำโทรศัพท์มือถือ แต่เอลชาโป รวยมาจากการค้ายาเสพติด

รัฐบาลอเมริการะบุว่า นายเอลชาโป เป็นบุคคลที่โหดเหี้ยม อันตราย และน่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลก สำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ ประเมินว่า อิทธิพลของเอลชาโป เทียบเท่ากับปาโบล เอสโคบาร์ (Pablo Escobar) ท่านผู้ชมจำได้ใช่ไหม ถ้าใครติดตามข่าว หรือเคยดูหนัง Netflix จะเห็น


เอสโคบาร์ เป็นพ่อค้ายาระดับตำนานของประเทศโคลัมเบีย และเขาถูกเรียกว่าเป็น Godfather แห่งวงการยาเสพติด


ท่านผู้ชมครับ เอลชาโป ถูกจับ 3 ครั้ง ครั้งแรก ในปี 2536 ถูกจำคุก 20 ปี แต่หนีออกมาได้ 2544 ก่อนถูกจับเป็นครั้งที่สองที่เม็กซิโก และ 2557 ในปีถัดมา ก็ให้ลูกน้องขุดอุโมงค์ยาว 1.5 กิโลเมตร จากนอกเรือนจำ ท่านผู้ชม ขุดอุโมงค์จากข้างนอกเรือนจำนะ ไล่เข้ามาจนถึงในห้องขัง แล้วตัวเองก็ลงไป สุดยอดไหมท่านผู้ชม ครั้งที่ 3 ในปี 2559 ก็เลยถูกส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปที่ศาลสหรัฐฯ ศาลสหรัฐฯ จำคุกเขาตลอดชีวิต โดยปัจจุบัน เอลชาโป ถูกคุมขังอยู่เรือนจำ ADX Florence รัฐโคโลราโด

ชื่อเสียงของเอลชาโป โด่งดังมาก จน Netflix มาสร้างเป็นซีรีส์ ชื่อ Nacos Mexico เผยแพร่ตั้งแต่ปี 2561 โดยแทนตัวฮัวคิน กุซมาน หรือเอลชาโป ด้วยตัวละครชื่อ Alejandro Edda


เอาล่ะครับ ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยังว่าเอลชาโป คือใคร แล้วเขาเปรียบเทียบนายเจ๋อชือล็อป ว่าเหมือนกับนายเอลชาโป

เรากลับมาที่เจ้าพ่อยาเสพติดของเอเชีย นายเจ๋อชือล็อป ถูกขึ้นบัญชีเป็นหนึ่งในอาชญากรที่ตำรวจโลกต้องการตัวมากที่สุดในโลก ตำรวจระบุเลยว่า เขาเป็นหัวหน้าเดอะแก๊ง ชื่อว่า The Company (บริษัท) หรือที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งคือ แก๊งซัมกอร์ (Sam Gor Syndicate) ซัมกอร์ ภาษากวางตุ้ง เขาเรียกว่า พี่สาม ภาษาจีนกลางเขาเรียกว่า ซานเกอ คนจีนเวลานับถือเป็นพี่น้องกันแล้ว พี่ใหญ่ เขาเรียก ต้าเกอ พี่รอง เขาเรียก เอ้อเกอ พี่ที่สาม เขาเรียก ซานเกอ เพราะว่าในเครือข่ายของวงการมาเฟีย หรือวงการนักเลง วงการแก๊งมังกรในประเทศจีนที่ฮ่องกง หรือที่ไหน เขาจะนับถือหัวหน้าใหญ่ คือต้าเกอ หรือพี่ใหญ่ เขาก็จะมีหัวหน้ารอง หัวหน้าสาม หัวหน้าสี่ หัวหน้าห้า

นายเจ๋อชือล็อป เป็นหนึ่งในเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดของโลก จัดหายาเสพติดส่งขายในหลายประเทศทั่วเอเชีย รวมทั้งประเทศไทยด้วย รวมปีละ 7 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย 2.1 ล้านล้านบาท 70 เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณแผ่นดินของประเทศไทย นี่คือรายได้ยาเสพติดของเขา

เจ๋อชือล็อป ถูกตำรวจเนเธอร์แลนด์จับกุมเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2564 หลังจากที่นั่งเครื่องบินส่วนตัวมาแวะที่สนามบินสคิปโฮล โดนหมายจับของตำรวจออสเตรเลีย ซึ่งมาประสานงานกับตำรวจเนเธอร์แลนด์ แล้วก็จับ

นายเจ๋อชือล็อป ก่อนที่จะถูกจับที่เนเธอร์แลนด์ มักจะย้ายที่อยู่ บินระหว่างมาเก๊า ฮ่องกง ไต้หวัน แต่ตำรวจก็ไม่ละความพยายามที่จะตามล่าสุดขอบฟ้าจับกุมตัวมาได้ครั้งนี้ เป็นผลงานชิ้นโบแดงที่สุดในรอบ 20 ปี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ


วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2564 เมื่อประมาณสัก 5-6 ที่ผ่านมา โฆษกตำรวจออสเตรเลียแถลงว่า มีหมายจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายแห่ง และผู้ต้องหาสำคัญคนนี้บารมีเทียบได้กับ ฮัวคิน เอลชาโป กุซมาน ที่ผมอธิบายให้ฟังไปแล้วว่าเอลชาโป คือใคร เขาจึงได้รับฉายาว่า เอลชาโปแห่งเอเชีย และการจับกุมเป็นผลจากการปฏิบัติการของตำรวจระหว่างปี 2555-2556 ที่จับกุมผู้ต้องสงสัย 27 คน ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรมของแก๊งซัมกอร์ หรือแก๊งพี่คนที่สาม ที่ดำเนินงานอยู่ 5 ประเทศ



ข่าวว่าสำนักงานยาเสพติดอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ระบุว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นหัวหน้าใหญ่ของแก๊งซัมกอร์ แก๊งยาเสพติดยักษ์ใหญ่ในเอเชีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตยาเมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ ไปทั่วโลก เชื่อว่าแก๊งซัมกอร์นำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดหลายพันล้านดอลลาร์ มาฟอกในภูมิภาคแม่โขง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการประกอบธุรกิจหลายประเภท เช่น โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และบ่อนกาสิโน


มีคนจีนที่ตั้งบ่อนกาสิโนตรงสามเหลี่ยมทองคำ ตรงข้ามกับเชียงแสน มีเมืองใหญ่เลย มีทั้งบ่อนกาสิโน มีทั้งยาเสพติด เจ้าของเมืองนี้ก็คือนายเหวย นายนี่ก็เป็นลูกน้องของเจ๋อชือล็อป มีหน้าที่ฟอกเงินยาเสพติด ท่านผู้ชมครับ บ่อนการพนันที่อยู่ริมชายแดน ทั้งเขมร กัมพูชา และอยู่ในลาว เชียงของ เชียงแสน พวกนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งฟอกเงินทั้งสิ้น ทางยาเสพติด รวมไปจนถึงสถานบันเทิง 1G1 ที่ผู้หญิงไทยไปทำมาหากินแล้วไปติดเชื้อโควิดมา ตรงนั้นเป็นศูนย์จัดจำหน่ายยาเสพติด ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับ อ.แม่สาย


ท่านผู้ชมครับ ตำรวจออสเตรเลียเชื่อว่า The Company ซึ่งเป็นบริษัทของนายเจ๋อชือล็อป อยู่เบื้องหลังยาเสพติดราวๆ 70 เปอร์เซ็นต์ ของการนำเข้าในประเทศ


เส้นทางเดินของนายเจ๋อชือล็อป สกู๊ปข่าวพิเศษที่ผมเช็กข่าวมา ผมเช็กข่าวมาจากสำนักข่าวรอยเตอร์ ผมไม่ได้มโน เจ๋อชือล็อป เป็นคนที่ตำรวจต้องการตัวมากที่สุดในเอเชีย เป็นคนจีนกวางตุ้ง เกิดเมื่อ พ.ศ.2506 ที่เมืองกว่างโจว ในมณฑลกวางตุ้ง มีชื่อเล่นว่า ซัมกอร์ คือภาษากวางตุ้ง พี่คนที่สาม ซานเกอ เจ๋อชือล็อป เริ่มคลุกคลีกับวงการมาเฟีย โดยเข้าร่วมกลุ่มกับแก๊ง Big Circle Gang หรือแก๊งวงกลมใหญ่ ซึ่งเป็นแก๊งมาเฟีย 3 ฝ่าย ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่ออดีตยุวชนแดง คือพวก Red Guards ในช่วงสิ้นสุดการปฏิวัติทางวัฒนธรรม

ต่อมาเขาย้ายไปทำมาหากินในบ่อนการพนันที่ฮ่องกง และได้รู้จัก มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มมาเฟียฮ่องกง มาเก๊า ที่ค้ายาเสพติด ช่วงหลัง ปี 2531 เขาถึงอพยพไปอยู่แคนาดา เพื่อถือสัญชาติแคนาดา


เขาเดินทางไปทางอเมริกาเหนือ ฮ่องกง มาเก๊า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาเมืองไทยหลายครั้ง อยู่ในกลุ่มลักลอบขนเฮโรอีนจากสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นพื้นที่ผลิตฝิ่นที่ผิดกฎหมาย


เจ๋อชือล็อป เคยถูกจับติดคุก 20 ปี ที่อเมริกา แต่ก็ยื่นอุทธรณ์ ฎีกา ให้กับศาล ขอความเห็นใจว่าตัวเองนั้นมีลูกเมียต้องดูแล แม่ไม่สบาย และตัวเองนั้นสำนึกผิดแล้ว ก็จะไม่ทำความผิดอีก ขอโอกาสเป็นครั้งที่สอง ขอให้ช่วยหน่อย ในที่สุดโทษ 20 ปี ก็ลดเหลือ 9 ปี นายเจ๋อชือล็อป รับโทษ 9 ปี แล้วก็ออกมา ก็ยังไม่เข็ด ออกมาก็มาตั้งบริษัทกับเมียตัวเอง ชื่อ China Peace Investment Group, Company ในฮ่องกง เพื่ออะไร ? เพื่อเชื่อมต่อธุรกิจค้ายากับจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง มาเก๊า สามเหลี่ยมทองคำ แน่นอนที่สุด เชียงแสน เชียงราย เกี่ยวข้องด้วย นายเจ๋อชือล็อป รับประกันยาทุกเม็ดที่โดนตำรวจจับ เขาจะคืนเงินให้เลย ก็คือว่าถ้าใครซื้อยาไป 1 ล้านเม็ด โดนตำรวจจับ จ่ายมาเท่าไร 1 ล้านเม็ด เขาคืนเงินให้ทันที นี่คือความใจป้ำ ใจถึง ของนายเจ๋อชือล็อป ก็เลยทำให้ขบวนการของนายเจ๋อชือล็อป ยิ่งวันยิ่งใหญ่โต


นายคนนี้เป็นคนที่ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย จัดเลี้ยงงานวันเกิดแต่ละปีอย่างฟุ่มเฟือยที่รีสอร์ต โรงแรมระดับห้าดาว ทั่วโลก บินไปกับครอบครัวโดยเจ๊ตส่วนตัว มีอยู่ครั้งหนึ่งเขามาพักในรีสอร์ตในประเทศไทยเป็นเวลานานถึง 1 เดือน


นายเจ๋อชือล็อป ใช้นักมวยไทยเป็นบอดีการ์ด 4-5 คน ล้อมตัวเขาตลอดเวลา เจ๋อชือล็อป เป็นคนที่ชอบเล่นการพนัน เขาเลยเดินทางไปเล่นบ่อนกาสิโนในแถบเอเชียเป็นประจำ เขาชอบกาาแข่งม้า มีอยู่ครั้งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า นายเจ๋อชือล็อป เสียการพนันคืนเดียว 60 ล้านยูโร หรือเกือบ 2,000 ล้านบาท ในคืนเดียว บนโต๊ะพนันในมาเก๊า

ทีนี้ นายเจ๋อชือล็อป เอายามาจากไหน ? เขามีที่เขาเรียกว่า Super Lab สวรรค์ของการผลิตยาไอซ์ ในรัฐฉาน เดี๋ยวผมจะเอาแผนที่ขึ้นให้ดู รัฐฉาน ก็คือ Shan State แล้ว Shan State นี่ก็เกี่ยวข้องกับการเมืองในพม่าด้วย การปฏิวัติของพม่าก็เกี่ยวข้องด้วย


Shan State เป็นคนกลุ่มน้อย ได้รับอภิสิทธิ์จากรัฐบาลกลางพม่า และทหารพม่า เจรจาตกลงกัน ไม่รบกันนะ เมื่อไม่รบกันแล้ว Shan State จำเป็นที่จะต้องมีรายได้เข้ามา ฉะนั้นการค้ายาเสพติด โดยที่เป็นศูนย์กลางในการตั้งแล็บต่างๆ แล้วก็ผู้เชี่ยวชาญทางเคมีในเรื่องแล็บนั้น จะเป็นใครที่ไหน ถ้าไม่ใช่คนไต้หวัน ท่านผู้ชมจำได้ไหม เมื่อเร็วๆ นี้เขาจับยาเค เคนมผง ปรากฏว่าตัวการสำคัญในการทำก็คือคนไต้หวันเช่นกัน


ไต้หวันเป็นคนที่มีชื่อมากในเรื่องการผลิตยาพวกนี้ โรงงาน Super Lab กระจายไปทั่วในรัฐฉาน ภายใต้การดูแลของกองทัพรัฐฉาน โดยเฉพาะในช่วงหลายปีหลังจากนั้น แหล่งผลิตยาไอซ์ของจีน สมัยก่อนอยู่ทางใต้ของจีน แถวยูนนาน ตอนนี้ย้ายมาอยู่ที่รัฐฉาน


รัฐฉานมีพรมแดนติดกับจีน ลาว ไทย ที่สำคัญคือเอาวัตถุดิบ อย่างเอฟีดรีน และซูโดเอฟีดรีน จากโรงงานยา โรงงานเคมี และโรงงานสี ที่มีอยู่อย่างหนาแน่นในพื้นที่เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้่ำจูเจียง หรือ Pearl River ปากแม่น้ำไขมุก ประเทศจีน เอาสารเคมีจากทางนั้นส่งเข้ามาทางรัฐฉาน จ้างนักเคมีจากไต้หวันเข้ามาผลิตยาไอซ์ ยิ่งในช่วงหลายปี หลังจากที่รัฐบาลพม่านำโดยนางอองซาน ซูจี ก็มีท่าทีผ่อนปรน เปิดโต๊ะเจรจากลุ่มกบฏติดอาวุธในแถบชายแดน ก็เลยทำให้กลุ่มซัมกอร์ ที่เป็นเจ้าของ Super Lab ในรัฐฉาน มีฐานะค่อนข้างราบรื่น


ท่านผู้ชมครับ ผมอยากให้จับตาว่าสถานการณ์การทำรัฐประหาร ยึดอำนาจล่าสุด ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ของกองทัพพม่า ที่นำโดยนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างทางการพม่ากับชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ท่านผู้ชม ผมเชื่อไม่เปลี่ยนแปลง เพราะทั้งกองทัพพม่า หรือรัฐบาลจากฝ่ายของอองซาน ซูจี แต่ไหนแต่ไรมา ต่างก็พยายามไม่แตะผลประโยชน์เรื่องยาเสพติดของกบฏชนกลุ่มน้อย พูดได้ไหมว่า รัฐฉาน เป็นพื้นที่แหล่งในการผลิตยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดในโลก แล้วรัฐฉานอยู่เหนือประเทศไทยไปนิดเดียวเอง

นอกจากนี้แล้ว ในเชิงการบริหารงานของกลุ่มซัมกอร์ นายเจ๋อชือล็อป ยังเสมือนหนึ่งองค์กรข้ามชาติอย่างแท้จริง เขามีหัวหน้า หรือมีเป็นผู้จัดการ 19 คน มีพลเมืองสัญชาติแคนาดา 2 คน คนอื่นๆ ก็มาจากไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย พม่า เวียดนาม และจีนแผ่นดินใหญ่ ตามข้อมูลแล้ว ยังไม่มีคนไทย คนไทยมักจะไปเป็นคนซื้อ เอามาจัดจำหน่าย

แก๊งพวกนี้รวยมาก จะไม่รวยได้อย่างไร ยอดขายที่ผ่านมาเท่ากับ 70 เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณแผ่นดินไทย 2.1 ล้านล้านบาท 7 หมื่นกว่าเหรียญสหรัฐ คุณไม่รวยได้อย่างไร

เพราะฉะนั้นแล้ว แก๊งพวกนี้กระจายยาไปหลายประเทศ ด้วยความร่วมมือของกลุ่มอาชญากรรมในทุกประเทศ ทุกประเทศจะมีกลุ่มอาชญากรรมหมด รวมทั้งยากูซาของญี่ปุ่นก็รับยาจากพวกนี้ กลุ่ม Biker จากออสเตรเลีย กลุ่มค้ายาของชาวจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

องค์กร The Company ของนายเจ๋อชือล็อป มีประสิทธิภาพทำงานสูงมาก ทำงานเหมือนเครือข่ายบริษัทใหญ่ระดับโลกที่มีเครือข่ายค้ายาเสพติด มีแนวโน้มมีเงินเพิ่มขึ้นจำนวนมากในกลุ่มอาชญากรรมในเอเชีย และจัดสรรกำไรมหาศาลกัน ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศของการฟอกเงินของกลุ่มพวกนี้ กาสิโนเป็นแหล่งฟอกเงินที่ดีที่สุด


ท่านผู้ชมครับ กาสิโนทุกกาสิโนจะเป็นใครเป็นเจ้าของ ลงทุน ผมไม่สนใจ ทั้งพม่า ทั้งเมืองไทย ทั้งสระแก้ว ที่ติดพรมแดน ทุกคน ทุกแห่ง เป็นแหล่งฟอกเงินของนายเจ๋อชือล็อป ทั้งสิ้น


ท่านผู้ชม เรามาดูนิดหนึ่ง ทำไมถึงรวยมากมายนัก มูลค่าตลาดยาไอซ์ในเอเชียแปซิฟิก มีมูลค่า 30,000-60,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ 9 แสนล้าน ถึง 1.8 ล้านล้านบาทต่อปี น่าตกใจไหม

Model ทางธุรกิจของยาไอซ์นั้น แตกต่างจากเฮโรอีนมาก เนื่องจากวัตถุดิบที่ผลิตยาไอซ์ค่อนข้างถูก ไม่ต้องใช้แรงงานในการผลิตมาก ราคาขายค่อนข้างแพง ทำให้กำไรอย่างมหาศาล สหประชาชาติได้เอาตัวเลขมาให้ดู ฟังแล้วอย่าตกใจนะครับ ราคาขายส่งยาไอซ์ 1 กิโลกรัม ขายที่หน้าโรงงานในพม่า กิโลกรัมละ 1,800 ดอลลาร์ (54,000 บาท) ราคาขายปลีกยาไอซ์ 1 กิโลกรัม ในประเทศไทย ถ้าเอาเข้ามาได้ และขายได้ ซื้อมา 54,000 บาทต่อ 1 กิโลกรัม ขายในประเทศไทยได้ 2.1 ล้านบาทต่อ 1 กิโลกรัม กี่เท่าครับท่านผู้ชม เกือบ 100 เท่า ราคาขายปลีกยาไอซ์ 1 กิโลกรัม ที่ซื้อมา 54,000 บาท อยู่ที่ออสเตรเลีย 9 ล้านบาท เมืองไทย ต้นทุน 54,000 เมืองไทยขาย 2.1 ล้าน ออสเตรเลียขาย 9 ล้านบาท ท่านผู้ชมครับ ตามผมมา


ในญี่ปุ่น ออสเตรเลียขาย 9 ล้าน ญี่ปุ่นขาย 17.6 ล้านบาท ต่อ 1 กิโลกรัม ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง ราคายาไอซ์หน้าโรงงาน 54,000 พอไปถึงตลาดญี่ปุ่น ราคาพุ่งไป 327 เท่า กลายเป็น 17.6 ล้านบาท เพราะฉะนั้นแล้ว แก๊งซัมกอร์ของนายเจ๋อชือล็อป เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การค้ายาไอซ์ หรือเม็ด ในเอเชีย เพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว ในระหว่างปี 2557 จนถึง 2562 และยังเป็นผู้ผลิตเฮโรอีนรายใหญ่ของโลกด้วย โดยช่องทางการส่งออกยาไอซ์ออกจากโรงงานผลิตกระจายไปทั่วเอเชียแปซิฟิกนั้น กระทำโดยทางน้ำ ใช้เรือเล็กนำยาไอซ์ไปส่งเรือใหญ่ที่ลอยอยู่ในทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย เดี๋ยวนี้วิธีการทำผิดกฎหมายมีเยอะแยะไปหมด เรือใหญ่บรรทุกน้ำมันจอดอยู่นอกชายฝั่ง แล้วเรือเล็กก็ไปสูบน้ำมันจากเรือใหญ่มา เอามาขายในเมืองไทย น้ำมันที่สูบจากเรือใหญ่ ราคาต้นทุนลิตรละ 5 บาท เอาขายเท่าไร กำไรกี่เท่า ยาเสพติดก็เช่นกัน


แต่ในช่วงหลังเจ้าหน้าที่ยาเสพติดมีการปราบปราม สนธิกำลัง สกัดจับเรือผู้ต้องสงสัยในมหาสมุทรอินเดียมากขึ้น ไทยก็ปราบปรามอย่างหนัก สกัดจับรถที่ข้ามพรมแดนพม่ามาทางแก๊งซัมกอร์ แก๊งซัมกอร์ก็เลยใช้กองทัพมด คนลาว แบกเป้ บรรทุกยาไอซ์กระเป๋าละ 30 กก. อาจจะมี 100 คน 200 คน 500 คน หรือ 1,000 คน เพราะว่าพรมแดนมันยาวเหลือเกิน ข้ามผ่านพรมแดนธรรมชาติมาถึงฝั่งไทย


ผมจะเล่าให้ฟังเรื่องเครือข่ายของแก๊งซัมกอร์ในประเทศไทย ที่เขาเรียกว่า แก๊งมังกรจาง

แก๊งมังกรจาง เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561 ตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 6 ตชด. พร้อมฝ่ายทหารกองทัพภาคที่ 3 ป.ป.ส.ภาคที่ 6 ปปง. เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ดีเอสไอ รวมทั้งหน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา (DA) ตำรวจออสเตรเลีย ได้แถลงข่าวที่ว่าการอำเภอแม่สอด จ.ตาก ถึงปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาไอซ์ข้ามชาติ ตามแผนยุทธการขุนทรัพย์มังกรจาง


มังกรจาง นำโดยนายอาสือ ชื่อไทย ชื่อนายสือ ทรงกิตติคุณ พัวพันกับการค้ายาเสพติดจำนวนมาก มีความเชื่อมโยงหลายประเทศ ทั้งพม่า ไทย ออสเตรเลีย เมื่อกันยายน 2559 นายสือ เป็นลูกน้องของนายเจ๋อชือล็อป ตอนหลังฝ่ายปราบปรามยาเสพติดพม่าได้จับผู้ต้องหาได้ที่กรุงย่างกุ้ง 2 คน พร้อมยาไอซ์ 1,100 กิโลกรัม ภายในรถยนต์ เขาก็เลยขยายผล ค้นโกดัง พบยาไอซ์ฮีก 621 กิโลกรัม รวมเบ็ดเสร็จกว่า 1,700 กิโลกรัม เตรียมขนลงเรือที่ลอยลำกลางทะเลอันดามัน และผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 ราย รวมเป็น 4 ราย เป็นคนไต้หวัน ตำรวจพม่าขยายผลจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 ราย ออกหมายจับนายสือ หรือนายอาสือ ทรงกิตติคุณ ชื่อพม่าคือ นายหมิ่น อ่อง ถือบัตรสองสัญชาติ ในเครือข่ายที่เรียกว่าอาจัง กับพวกอีก 5 คน แต่นายอาสือ กับพวก หนีออกจากกรุงย่างกุ้ง พม่าก็เลยประสานงานมาทางตำรวจไทย สืบหานายสือ จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ก็เลยจับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่ามีการโอนเงินไปยังเจ้าของยาเสพติดหลายบัญชี รวมทั้งบัญชีนายประพัฒน์ แซ่ด้วง ที่เป็นบุคคลในเครือข่ายอาสือ

ปรากฏว่าเขาค้นพบจากการตรวจสอบทางการเงินว่านายอาสือ นำเงินจำนวนมากมาลงทุนเปิดบริษัทในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และกรุงเทพมหานคร โยกย้ายทรัพย์สิน หุ้นในบริษัทต่างๆ ให้กับนายประพัฒน์ แซ่ด้วง ซึ่งนายประพัฒน์ แซ่ด้วง อาชีพเก่าคือล่ามแปลภาษาให้กับบริษัทของนายอาสือ เพราะฉะนั้นแล้ว นายอาสือ ซึ่งเป็นมือทำงานของเจ๋อชือล็อป ก็เลยเข้ามาสมคบคิดทำธุรกรรมอำพราง ร่วมกันโอนทรัพย์ โอนเงิน เกี่ยวข้องกันกับยาเสพติด


ท่านผู้ชมครับ ปรากฏว่าเขาก็เลยค้นขุมทรัพย์มังกรจาง สนธิกำลังตรวจค้น ยึดทรัพย์รวม 25 จุด ทั้งในพื้นที่ จ.ตาก กรุงเทพฯ ปริมณฑล เฉพาะชายแดนแม่สอด 11 จุด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 2 ราย คือ นายประพัฒน์ และนางนาทอ ที่พักอยู่บ้านอาศัยหลังใหญ่มากกลางเมืองแม่สอด ที่ติดกล้องวงจรปิดรอบบ้าน และมีห้องใต้ดินภายในโรงงานด้วย ยึดทรัพย์ไปตอนนั้นก็ประมาณ 300 ล้านบาท

นี่คือเรื่องยาเสพติด ซึ่งเอามาเล่าให้ฟังเป็นเกร็ดความรู้ ท่านผู้ชมหลายคนคงจะไม่เข้าใจว่ามันยิ่งใหญ่ขนาดไหน แต่ฟังผมแล้วท่านผู้ชมต้องรู้ว่ามันยิ่งใหญ่มหาศาลมาก ธุรกิจอะไรก็ตามที่ยอดขายมันสูงถึง 2 ล้านล้านบาท มันไม่ใช่ธุรกิจเล็กๆ แล้ว มันเป็นธุรกิจซึ่งมีอำนาจ มีอิทธิพล มีสายสัมพันธ์ เป็นธุรกิจที่ใช้เงินซื้อความสะดวกสบาย ซื้อกฎหมาย ซื้อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซื้อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ซื้อศาล ซื้อผู้พิพากษา ซื้ออัยการ ซื้อได้หมดทุกคน เพราะว่าเงินไม่เข้าใครออกใคร เหมือนกับเป่ายิงฉุบ เขายืนยันแล้วว่ากระดาษ มันออกค้อนได้ กระดาษคือเงินไงล่ะ ท่านผู้ชม เพราะฉะนั้นแล้วเอาเป็นเกร็ดความรู้ในวันนี้ ผมคิดว่าน่าจะสนุกสนานพอสมควร

ท่านผู้ชมครับ ถ้าวันนี้ผมไม่พูดเรื่องพม่า จะล้าสมัยมากๆ อย่างไรก็ต้องพูด แต่เท่าที่ผมสังเกตเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสำนักข่าวต่างๆ ซีเอ็นเอ็น อัลจาซีรอ หรือว่าบีบีซี หรือ South China Morning Post ผมก็มองแล้วว่ายังไม่มีมิติที่ผมคิดของผมเอง ท่านผู้ชมอาจจะบอกว่าคุณสนธิ มโนอีกแล้ว แต่ว่ามโนของผมนี่ มโนทีไร เป็นความจริงทุกที เอาเป็นว่าฟังผมมโนหน่อยแล้วกัน วันนี้

ส่วนนักวิเคราะห์ที่วิเคราะห์กันในประเทศไทยนั้น ผมไม่ได้ฟังเลย เพราะหลักๆ แล้วก็จะเอาข้อมูลมาจากสำนักข่าวต่างประเทศ เผอิญผมมีคนของผมที่ชำนาญและทำข่าวในเรื่องราวเขมรและพม่าอยู่ ผมก็โทรศัพท์คุยกับเขาเยอะพอสมควร ก็เลยได้ข้อมูลมามากมาย แล้วผมก็มานั่งดูแผนที่


เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เวลาตีสาม กองทัพพม่า ก็ได้ประกาศยึดอำนาจเข้ามาโดยที่อ้างว่า ทำตามรัฐธรรมนูญ ท่านผู้ชมครับ อย่าไปตกใจ รัฐธรรมนูญพม่าอนุญาตให้ยึดอำนาจได้ มีครับ ข้อความนี้ อย่าไปตกใจ โดยที่ประธานของสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเป็นคนที่อัญเชิญ หรือขอเปิดทาง ขอให้ทางทหารเข้ามาเพื่อยึดอำนาจเพื่อความมั่นคง โดยที่ให้ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้นำทัพเข้ามายึดอำนาจ



เดิมที ประธานสภาฯ ของพม่านั้นไม่ยอม ปรากฏว่านายมิน อ่อง หล่าย ก็เลยแก้เกมง่ายๆ ก็คือจับประธานสภาฯ ยึดอำนาจ ขังไว้ แล้วตั้งรองประธานสภาฯ ชื่อนายอู มิน ส่วย ซึ่งเป็นคนของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ขึ้นมารักษาการประธาน เมื่อเข้ามารักษาการประธาน เขาก็มีอำนาจในฐานะประธานที่จะอัญเชิญทหารพม่าเข้ามายึดอำนาจ คุ้นๆ ไหมท่านผู้ชม อะไรที่คล้ายๆ เมืองไทย คุ้นๆ มาก


ผมดูการปฏิวัติของพม่าแล้ว ผมก็ขำ เพราะว่ามันเหมือนหนังม้วนเก่าของประเทศไทยที่ฉายออกมา เหมือนกันเป๊ะเลย หลายเรื่อง


ทีนี้ในข้อเรียกร้อง หรือข้ออ้างอิงว่าทำไมต้องเข้ามายึดอำนาจ เขาบอกว่า เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์

เมื่อดูเหตุผล ดูหลักฐาน และข้อมูลต่างๆ แล้ว ผมคิดว่าทหารก็มีพื้นฐานที่แน่นหนาพอสมควรว่า กกต.พม่า ซึ่งไม่ได้ให้ความเป็นธรรม ยกตัวอย่างให้ฟัง กกต.พม่าประกาศยกเลิกการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ของรัฐฉาน รัฐยะไข่ รัฐกะเหรี่ยง รัฐมอญ ซึ่งเป็นฐานของทหาร เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ทหารก็เลยอ้างตรงนี้ว่ามีการโกงการเลือกตั้ง ถ้านายทรัมป์ มันอ้างว่าไบเดน โกงการเลือกตั้งได้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่นายพลมิน อ่อง หล่าย จะมาอ้างบ้างว่ามีการโกงการเลือกตั้ง นั่นคือเหตุผลที่ทหารให้มา แต่จริงๆ แล้วมันมีหลายมิติที่ต้องอธิบายให้ท่านผู้ชมฟังนิดหนึ่ง


พม่าเป็นเผือกร้อนที่ตั้งอยู่ในจุดภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญจุดหนึ่ง เป็นจุดที่ต้องแย่งชิงกันระหว่างอเมริกา แล้วอังกฤษก็ใช้อินเดีย ซึ่งเป็นหุ้นส่วนสำคัญใน QUAD (คือกลุ่มอเมริกา อินเดีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย) 4 ประเทศที่จะมารวมกลุ่มกันเพื่อมาคานอำนาจจีน จีนเองก็ไม่ค่อยพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับอินเดีย แล้วอินเดียเข้ามาแทรกแซง


อีกประการหนึ่งที่สำคัญที่สุดที่ไม่มีใครพูด ก็คือ จริงๆ แล้วการปฏิวัติยึดอำนาจครั้งนี้เป็นเพราะว่าภายในทหารพม่านั้นมีความแตกแยกพอสมควร ส่วนหนึ่งของทหาร ทหารรุ่นเก่าก็จะเชียร์จีน ทหารรุ่นใหม่ก็จะเห็นด้วยกับพรรคของนางอองซาน ซูจี ทหารอีกรุ่นหนึ่งก็มองว่าไม่เอาจีนได้ไหม เอาประเทศอื่นได้ไหม พึ่งพาจีนมากจนเกินไป การแตกแยกในหมู่ทหารตรงนี้ก็เลยทำให้ไม่มีวิธีแก้อะไรที่ดีกว่าการเข้ามายึดอำนาจ ประกอบกับความสัมพันธ์ระหว่างทหารกับรัฐบาลพม่า โดยที่จริงๆ คนที่บริหารก็คือนางอองซาน ซูจี นั้นไม่ราบรื่นมาเลยในระยะเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมา

เดิมทีความสมดุลของพรรค NLD ของนางอองซาน ซูจี กับทหารพม่านั้น มีความพึ่งพาซึ่งกันและกัน ทหารพม่าต้องพึ่งพานางอองซาน ซูจี เพื่อเปิดประเทศ เพื่อเอาเงินลงทุนเข้ามา ในขณะเดียวกัน นางอองซาน ซูจี ก็ต้องพึ่งพาความมั่นคงจากทหารพม่าในระดับหนึ่ง ทหารพม่ามีความไม่พอใจรัฐบาลอองซาน ซูจี ในเรื่องของโรฮีนจา


อองซาน ซูจี ได้ชื่อว่าเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน อองซาน ซูจี ออกจากพม่าไปอยู่ที่อังกฤษตั้งแต่อายุ 2 ขวย เรียนหนังสือจบมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด แล้วก็มีสามีเป็นคนอังกฤษ มีลูก 2 คน อยู่ที่อังกฤษ เพราะฉะนั้นความคิดของซูจี เป็นความคิดทางตะวันตกเต็มตัว ตอนนั้นอองซาน ซูจี เป็นวีรสตรี นักสู้เพื่อประชาธิปไตย จนกระทั่งเธอถูกกักขังในบริเวณบ้านเป็นเวลาสิบกว่าปี และในที่สุดเธอก็ได้รับรางวัลด้วยการได้รับรางวัลโนเบล แต่ชื่อเสียงของเธอมาเสียเรื่องกรณีของโรฮีนจา เพราะนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนก็บอกว่า ทำไมในช่วงที่โรฮีนจาถูกปราบปรามหนัก อองซาน ซูจี ไม่แสดงจุดยืนบ้างว่ายืนข้างโรฮีนจา


อองซาน ซูจี ยืนข้างโรฮีนจาไม่ได้ เพราะว่ากระแสของคนพม่าไม่เอาโรฮีนจา และอองซาน ซูจี กลายเป็นนักการเมืองเต็มตัวไปแล้ว เมื่อเป็นนักการเมืองแล้ว อองซาน ซูจี จะไม่มีทางที่จะมายืนข้างโรฮีนจา อย่างมากก็อ้อมแอ้มไป ปะล่อมปะแล่มไป พูดจาไปเป็นกลางๆ แต่ขนาดกลางๆ ก็ยังเข้าข้างรัฐบาลพม่า


ช่วงนั้น โรฮีนจา ซึ่งอยู่ในรัฐยะไข่ มีการกบฏของโรฮีนจา โดยที่ฝั่งถือกองกำลังติดอาวุธโรฮีนจาบุกเข้ามาโจมตีอำเภอต่างๆ ในรัฐยะไข่ ก็คือพูดง่ายๆ ว่า ถ้าไม่ปราบปรามอย่างเด็ดขาดให้สำเร็จแล้ว รัฐยะไข่จะเป็นแหล่งนองเลือด แลจะเป็นที่เปิดประตูให้ประเทศทางตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา หรืออังกฤษ โดยผ่านมาทางอินเดียด้วย เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของพม่า เพราะวัตถุประสงค์ของทางตะวันตก ทั้งอเมริกา และอังกฤษนั้น ต้องการจะแยกรัฐยะไข่ให้เป็นอิสระ ก็คือพูดง่ายๆ ว่าพม่าจะมี 3 ประเทศในอนาคต ซึ่งทหารพม่ายอมให้ไม่ได้ ทำไมทหารพม่ายอมให้ไม่ได้ ? ทหารพม่า กับทหารไทย ไม่ได้มีอะไรต่างกัน แผ่นดินแม้ตารางนิ้วเดียวก็ไม่ยอมยกให้ใครทั้งสิ้น ทหารไทยก็เช่นกัน และทหารทุกประเทศก็เป็นเช่นนี้เช่นกัน เพราะเขามีหน้าที่ที่จะต้องรักษาผืนแผ่นดินที่เขาอยู่อาศัย เป็นแผ่นดินพ่อแผ่นดินแม่เขา

ทีนี้พอทหารได้รับการขอร้องจากอองซาน ซูจี ให้ปราบกบฏโรฮีนจา ทหารพม่าก็ปราบจริง ปราบแบบโคตรๆ เลย ก็คือว่า ฆ่า เผา จับ จับนี่น้อย ส่วนใหญ่จะฆ่า จนกระทั่งชาวโรฮีนจาเกือบ 1 ล้านคน 7-8 แสนคน ต้องเดินทางหนีจากรัฐยะไข่ ทะลักเข้าไปในบังกลาเทศ เพราะต้นตอของบังกลาเทศก็คือพวกโรฮีนจานี่เอง ซึ่งพวกนี้เขาเรียกว่าพวก เบงกาลี พวกไร้ประเทศ ไร้ที่อยู่อาศัย โรฮีนจาก็คือยิปซีในพื้นภูมิภาคเอเชียใต้นั่นเอง ก็คือไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องไปพึ่งพาชาวบ้านเขา


ทีนี้พอมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งทางสหประชาชาติอ้างว่าการปราบกบฏโรฮีนจานั้นเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทางตะวันตกก็เลยไปใช้ประเทศทางแอฟริกาประเทศหนึ่งไปฟ้องยูเอ็นว่าทหารพม่าเป็นตัวการในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทหารพม่าก็ฉุน ก็นึกในใจว่ากูทำตามคำสั่งของอองซาน ซูจี แต่ทำไมทหารพม่าโดนเล่นงาน ทำไมอองซาน ซูจี หรือไม่ก็รัฐบาลพม่าไม่โดนเล่นงาน นั่นคือความขัดแย้งที่มีมาตั้งแต่ต้น หลายๆ อย่าง


เรื่องที่สองก็คือเรื่องความขัดแย้งที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ ในความขัดแย้งระหว่างอองซาน ซูจี กับทางทหารนั้น อองซาน ซูจี เนื่องจากว่าจำเป็นต้องลงเลือกตั้งบนพื้นฐานของรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นธรรม คือรัฐธรรมนูญพม่าอันนี้ระบุให้ทหารมีเสียงในสภา 25 เปอร์เซ็นต์ โดยที่ไม่ต้องเลือกตั้ง แค่เสนอชื่อไป 25 เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถที่จะเป็นสมาชิกสภาฯ ของพม่าได้แล้ว คุ้นๆ ไหมครับกับวุฒิสมาชิก 250 คนในประเทศไทย ผมไม่รู้ว่าใครเลียนแบบใครนะงานนี้ แต่ผมเข้าใจว่าไทยน่าจะเลียนแบบพม่า เพราะว่ารัฐธรรมนูญพม่าคุยกันมาตั้งนานแล้ว หลายปีแล้ว แต่รัฐธรรมนูญไทยเพิ่งร่างเสร็จ จบก็ประมาณปี 2559 เพราะฉะนั้นผมว่าไทยน่าจะเลียนแบบพม่า

ซึ่งพม่าน่าจะเลียนแบบไทยได้ตอนนี้ ผมคิดว่าของขวัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะส่งไปให้นายมิน อ่อง หล่าย ก็คือส่งเพลงชื่อ "เราจะทำตามสัญญา" ไปให้ ให้แปลเป็นภาษาพม่าแล้วก็ร้องเพลงนั้นไปหลังจากที่ยึดอำนาจแล้ว ก็แต่งเพลงภาษาพม่าว่าเราจะทำตามสัญญา


เอาล่ะ ไม่เป็นไรครับ รัฐธรรมนูญตัวนี้ เป็นหอกค้ำคอกลุ่มประชาธิปไตยของนางอองซาน ซูจี ก็มีความคิดที่จะดัดแปลงและเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ เผอิญเป็นความโชคร้ายของนางอองซาน ซูจี และพรรค NLD เพราะในช่วงที่ NLD และนางอองซาน ซูจี มีอำนาจ เป็นช่วงที่นายทรัมป์ มีอำนาจ แล้วนายทรัมป์ ไม่สนใจเรื่องประชาธิปไตยอะไรพวกนี้ ถ้าเป็นช่วงนายไบเดน มีอำนาจ ใน 4 ปีที่แล้ว ผมคิดว่าความกดดันที่พม่าเปิดประเทศ ก็คงจะกดดันได้มากพอสมควร เพราะเปิดประเทศแล้วนี่ ทุนก็เข้าไป การลงทุน การขุดเจาะน้ำมัน การลงทุนในโครงสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ ก็เริ่มมีมากขึ้น ญี่ปุ่นเข้าไปลงทุนเยอะ สิงคโปร์เข้าไปลงทุนเยอะ เพราะฉะนั้นความกดดันจากนายทุนต่างๆ พวกนี้ซึ่งไปกดดันทางทหารพม่าก็อาจจะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญก็เป็นไปได้


แต่เนื่องจากนายทรัมป์ ไม่สนใจอะไรเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่นิดเดียว แล้วนายทรัมป์ พออกพอใจเสียด้วยซ้ำถ้าจะคุยกับพวกที่มีอำนาจ พวกอำนาจนิยม ก็คือคุยกับรัฐบาลประชาธิปไตย นายทรัมป์ ไม่ค่อยอยากจะคุย แต่คุยกับรัฐบาลที่ใช้อำนาจนิยม นายทรัมป์ ชอบคุย ก็เป็นอันว่านายไบเดน เข้ามาในช่วงที่ทหารพม่าเข้ามา

อีกส่วนหนึ่งก็คืออิทธิพลของจีน ในขณะนี้อินเดีย เผอิญเป็นตัวละครตัวหนึ่งที่สำคัญในกลุ่มนโยบายอินโด-แปซิฟิก ที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะมาต้านจีน โดยที่อเมริกาเป็นหัวหอก และมีออสเตรเลีย มีอินเดีย และน่าจะมีอังกฤษอีกประเทศหนึ่ง หรือญี่ปุ่น 4 ประเทศ เพื่อที่จะซ้อมรบกันบ้าง คานอำนาจของจีนบ้าง อินเดียซึ่งในขณะนี้มีความขัดแย้งกับจีนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพรมแดนทางเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจนความที่อินเดียอยากจะเป็นใหญ่ขึ้นมาในอนาคตข้างหน้า อินเดียถึงกับบอกว่าอินเดียอีกไม่นานก็คงจะขึ้นมาเป็นเศรษฐกิจอันดับ 3 ของโลก หลังจากที่จีนขึ้นอันดับ 1 อเมริกาตกมาอันดับ 2 อินเดียใฝ่ฝันถึงขนาดที่จะแซงเศรษฐกิจอเมริกาขึ้นไป


นายโมดี ก็เป็นนักชาตินิยมเชื้อชาติชาวฮินดู เป็นพรรคฮินดูชาตินิยมขึ้นมา นายโมดี ก็มองว่าตัวเองสามารถที่จะทำให้ตัวเองโดดเด่นขึ้นมาในเวทีนานาชาติ แล้ววิธีที่จะทำให้โดดเด่นก็ไม่มีอะไรเท่ากับเล่นไปตามเกมของอเมริกา ก็คือปะทะกับจีน อย่างเช่นอินเดียไล่บริษัทเทคโนโลยีของจีนออกจากอินเดียหมดเลย แล้วนักธุรกินชาวอินเดียก็เริ่มที่จะใหญ่ขึ้นๆ เหมือนกับที่ผมเอาคลิปอันหนึ่งเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐีอินเดีย เศรษฐีจีน ทะเลาะกัน เขาไม่ได้ทะเลาะกัน แต่แข่งความรวยกัน ปรากฏว่าเศรษฐีจีนรวยมากกว่าเศรษฐีอินเดีย ก็เลยเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีของประเทศชาติ


เพราะฉะนั้นแล้ว ภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียใต้นั้น คำว่าศักดิ์ศรี มีความสำคัญมาก จีนเองต้องการพม่า เพราะจีนลงทุนในพม่าเยอะ จีนวางท่อส่งน้ำมันและท่อส่งก๊าซจากรัฐยะไข่ ไล่ไปเรื่อยๆ เลย ขึ้นไปทางคุนหมิง ออกไป และการส่งก๊าซและส่งน้ำมันก็ทำมาหลายปีแล้ว ก็คือพูดง่ายๆ ว่าการลงทุนของจีน ท่อส่งก๊าซ ท่อส่งน้ำมัน ยาวถึง 1,200 กว่ากิโลเมตร ต้องถือว่าเป็นการลงทุนที่เยอะพอสมควร เพราะฉะนั้นแล้ว จีนไม่มีวันที่จะปล่อยพม่าไปได้ แล้วจีนก็มีท่าเรืออยู่แห่งหนึ่งอยู่ในรัฐยะไข่ และอีกอย่างหนึ่ง ท่าเรือทวาย ที่บริษัทอิตาเลียนไทย ถูกพม่ายกเลิกสัญญาไป โดยพื้นฐานในข้อเท็จจริงแล้ว อิตาเลียนไทย ไม่ได้เอาเงินไปลงทุนเท่าไรนัก อิตาเลียนไทย คือโบรกเกอร์ อิตาเลียนไทยต้องการจะเอาอเมริกา เอาญี่ปุ่นมาลงทุน ตรงนี้ที่ทำให้จีนไม่พอใจ เพราะในที่สุดแล้วถ้าเอาอเมริกามาลงทุน อเมริกา และญี่ปุ่น อาจจะมองว่าการลงทุนที่ท่าเรือทวายเป็นการลงทุนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญต่อยุทธศาสตร์การต่อต้านจีน เพราะฉะนั้นแล้ว ทหารพม่าก็เลยกดดันให้อองซาน ซูจี ยกเลิกสัมปทานไปเลย ที่อิตาเลียนไทยได้จากท่าเรือทวาย


และผมเคยพูดไปแล้วว่า ผมยังเชื่อว่า จีนก็จะเข้ามาแทนที่อิตาเลียนไทย ที่ท่าเรือทวาย ก็จะทำให้จีนมีสองท่าเรือ มีทางออกทางทะเลสองทาง คือจีนมองพม่าเป็นทางออกทางทะเลของพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ก็คือยูนนานขึ้นไป ยูนนาน เสฉวน ทิเบต ตรงทางตะวันตกตกของจีน ซินเจียงด้วย นี่คือทางออกทางทะเลของจีน ทางตะวันออกจีนก็ไม่กังวลแล้ว จีนอยู่ติดทะเล มหาสมุทรแปซิฟิก ออกทางปักกิ่ง ออกทางเทียนจิน ออกซันตง ออกกว่างโจว ได้หมด แต่ทางตะวันตก เข้าสู่มหาสมุทรอินเดียไม่ได้

อเมริกาล่ะ ทำไมต้องการพม่า อเมริกามีฐานทัพที่ใหญ่มากอยู่ที่เกาะดีเอโก การ์เซีย ผมเคยเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ท่านผู้ชมฟังแล้ว ถ้าท่านผู้ชมจำได้ ถ้าจำไม่ได้เดี๋ยวผมจะเอาแผนที่เก่า เกาะดีเอโก การ์เซีย มาให้ดู


เกาะดีเอโก การ์เซีย เป็นพื้นฐานของฐานทัพอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นการเติมน้ำมัน หรือจะเป็นจุดลอจิสติกส์ แต่อเมริกาไม่มีพื้นดินที่จะเหยียบ ก็คืออยู่ในทะเล ฉะนั้นถ้าได้พม่ามา ได้รัฐยะไข่มา เท่ากับอเมริกาสามารถจะเข้าไปเหยียบบนพื้นดินนั้น แล้วถ้ามีบทบาทมากพอ ถ้าอเมริกาไปตั้้งกองกำลัง ไปตั้งอาวุธ ไปตั้งขีปนาวุธ ถ้ารัฐยะไข่เป็นอิสระขึ้นมา ผมเชื่อว่ารัฐยะไข่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากทางตะวันตกอย่างเต็มตัว แล้วอเมริกาคงทุ่มทุกอย่างให้กับรัฐยะไข่ เพราะฉะนั้นแล้ว ทหารพม่าก็เลยไม่ยอม ที่ทหารพม่าไม่ยอมส่วนหนึ่ง ไม่ต้องการให้มีการแบ่งแยกดินแดน แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือว่า จีนก็คงจะบีบคอพม่า บอกทหารพม่าว่าผมยอมไม่ได้นะ คุณอย่าให้ยะไข่ตกเป็นของอเมริกานะ ไม่งั้นผิดนะ ก็เอื้อประโยชน์ สมประโยชน์ด้วยกันทั้่งคู่ เพราะฉะนั้นแล้ว นี่คือที่มาของมัน ความขัดแย้งตรงนี้


อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของความแตกแยกของทหารในประเทศพม่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย จะเกษียณอายุเดือนกรกฎาคม ปีนี้ เขาก็เลยต้องหาตัวตายตัวแทนที่มารับสืบทอดอำนาจเขา เขาเพิ่งแต่งตั้งทหารรุ่นใหม่ให้มีระดับนายพล และมีหน้าที่กุมกำลังและกุมอาวุธยุทโธปกรณ์โดยเฉพาะเลย ตำแหน่งที่หลายฝ่ายจับตา คือตำแหน่งของ พลตรีคยอ สะวาลิน เป็นนายพลที่อายุน้อยที่สุด แค่ 49 ปี แล้วเป็นนักเรียนนายร้อยรุ่น 35 ต้องถือว่าหนุ่มมาก เพราะตำแหน่งนี้ นายพลตรีคนนี้ถูกแต่งตั้งโดยข้ามหัวรุ่นพี่จำนวนมาก ตำแหน่งระดับนี้โดยพื้นฐานแล้วเขาจะใช้นายพลที่เป็นนักเรียนนายร้อยรุ่น 24-27 ไม่ใช่ 35 นี่ข้ามไปตั้ง 8-9 รุ่น เพราะฉะนั้นแล้ว คยอ สะวาลิน ก็คือเด็กสร้างของมิน อ่อง หล่าย ที่ทำให้นายพลมิน อ่อง หล่าย มีความมั่นใจว่าหลังจากเกษียณอายุแล้ว เขาจะไม่ถูกเช็กบิลแน่นอน

ท่านผู้ชมครับ พม่ามีประวัติศาสตร์กองทัพร้าวหลายครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2531 นายทหารฝ่ายเนวิน เนื่องจากทหารแตกแยกมาก ก็เลยถูกโค่นโดยฝ่ายตานฉ่วย ในช่วงทศวรรษที่ 2000 ตานฉ่วย ก็โค่นตัวแทนของตัวเอง อย่างเช่น หม่องเอ จำได้ไหมครับ แล้วแต่งตั้งเต็ง เส่ง ขึ้นมา เพราะฉะนั้นแล้ว กรกฎาคมนี้ อีกไม่ถึง 7 เดือน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนปัจจุบัน คือ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย กำลังจะเกษียณอายุ ฉะนั้นต้องรีบกระชับอำนาจ ถ้าจะทำต้องรีบทำตอนนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว ผสมผสานกับบทบาทของจีนที่มีอิทธิพลในพม่า อย่างที่ผมบอกว่าจีนวางท่อก๊าซจากรัฐยะไข่ ผ่านรัฐฉาน ไปยังจีน แล้วจีนก็ลงทุนในท่าเรือที่นิคมอุตสาหกรรมที่ท่าเรือเจาผิ่ว ซึ่งอยู่ในรัฐยะไข่


น้ำมันดิบที่ผ่านท่อนี้เข้าสู่จีน มีความยาว 1,420 กิโลเมตร ตั้งแต่ปี 2560 สี่ปีแล้ว ท่อส่งก๊าซก็เริ่มเปิดใช้งานตั้งแต่ปี 2556 ปรากฏว่าจีนได้นำเข้าน้ำมันดิบผ่านท่อส่งน้ำมันและก๊าซจีน-เมียนมา แล้วมากกว่า 19 ล้านตัน แก๊สธรรมชาติอีกมากกว่า 2 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร เพราะฉะนั้นแล้วท่านผู้ชมจะเห็นตัวละครชัดเจนแล้วตอนนี้ ฉะนั้นการที่นายมิน อ่อง หล่าย ยึดอำนาจปฏิวัติ ส่วนหนึ่งก็คือ คิดว่าตัวเองกำลังต้องแก้ปัญหาภายในกองทัพตัวเอง แล้วการแก้ปัญหาไม่มีอะไรดีเท่ากับการประกาศปฏิวัติเลย พอประกาศปฏิวัติปั๊บ ก็สามารถจะจัดระเบียบในกองทัพตัวเองได้ทันที เพราะอำนาจสูงสุดอยู่ที่เขาแล้ว ไม่ต้องรายงานรัฐบาลอะไรทั้งสิ้น แล้วล่าสุดเขาก็เพิ่งจะปลดคณะรัฐมนตรีออกไปหมดเลย ทุกคน แล้วล่าสุดเมื่อวานซืนนี้ National Security Council ของสภาความมั่นคงสหประชาชาติ ก็ไม่สามารถจะออกแถลงการณ์ได้ เพื่อจะประณามรัฐบาลทหารพม่า ใครขวางล่ะ ? จีนเป็นคนขวาง


ถามว่านายไบเดน ทำอะไรได้กับความเคลื่อนไหวเรื่องนี้ ? ทำอะไรไม่ได้ครับ นอกจากใช้คำพูดออกมาขู่ ต้องยุติในการยึดอำนาจเดี๋ยวนี้ คือนายไบเดน คงจะเมาหมัดจากการสู้นายทรัมป์ ยังไม่เข้าใจพม่าดีพอ

ท่านผู้ชมครับ พม่า หรือที่เขาเรียกว่า เมียนมา ผมขออนุญาตเรียกพม่าก็แล้วกันนะ ความเคยชิน พม่าถูกรัฐบาลทางตะวันตกบอยคอตมาเป็นเวลาสิบๆ ปี ฉะนั้นการบอยคอตพม่าไม่ใช่เรื่องใหม่เลยสำหรับพม่า อุปมาอุปไมยเหมือนพี่คิม จอง-อึน ของผม เกาหลีเหนือก็ถูกบอยคอตมาตลอดชีวิต ไม่รู้สึก หรืออิหร่าน ก็ถูกบอยคอตมาตลอด เพราะฉะนั้นเแล้ว วิธีการบอยคอตมันไม่เวิร์ก แล้วยิ่งไม่เวิร์กถ้าหากพม่าเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของจีนในทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน คือใต้ยูนนานลงมาแล้ว จีนจะไม่ยอมให้พม่าอดตาย และการซื้ออาวุธของกองทัพพม่า ท่านผู้ชมรู้ไหม ยกเว้นเรือดำน้ำที่พม่าซื้อมาจากอินเดีย แล้วผมก็ลืมบอกไปว่า อังกฤษ กับอเมริกา ใช้อินเดียเข้ามาแทรกแซงพม่าด้วยการให้อินเดียมอบวัคซีน 1.5 ล้านโดส ให้กับพม่า ซึ่งเป็นวัคซีนของอังกฤษ เป็นวัคซีนที่ผลิตที่อังกฤษ ก็คืออินเดียเริ่มเข้ามาแทรกในพม่าแล้ว โดยใช้การช่วยเหลือเป็นตัวนำทาง จีนก็จับตาดูอยู่


ก่อนที่จะมีการยึดอำนาจ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้ไปเยือนพม่า ไปพูดคุยกับนายมิน อ่อง หล่าย และไปพูดคุยกับนางอองซาน ซูจี สรุปง่ายๆ ว่า ถามว่าจีนรู้เรื่องไหมเรื่องการปฏิวัติครั้งนี้ ? คงรู้เรื่อง แล้วถามว่าจีนมีส่วนไหม ? ผมเชื่อว่าต้องมีแน่นอน ไม่มากก็น้อย แต่คงมีส่วนแบบไม่สามารถจะเปิดหน้าได้ แต่คงจะพูดให้รู้ว่าถ้าพม่าและอองซาน ซูจี เดินทางไปสายตะวันตกมากจนเกินไป ผมไม่ยอมนะ


สมเหตุสมผลกับที่มิน อ่อง หล่าย ต้องการจะปรับกองทัพตัวเอง เพราะมีความร้าวฉานหลายจุด เป็นกลุ่มๆ กลุ่มหนึ่งชอบจีน นายพลทหารอายุมากแล้ว อีกกลุ่มหนึ่งรู้สึกจะชอบนโยบายของ NLD เราพัฒนามาขนาดนี้แล้ว น่าจะให้การเมืองนำหน้าทหาร ไม่ใช่เอาทหารนำหน้าการเมือง อีกกลุ่มหนึ่งไม่ต้องการทั้งจีน ไม่ต้องการทั้ง NLD แล้วบอกว่า เราคบกับประเทศอื่นบ้างได้ไหม อาจจะเป็นญี่ปุ่นก็ได้ อาจจะเป็นอเมริกาก็ได้ เพราะฉะนั้นแล้ว นายมิน อ่อง หล่าย บวกกับความกังวลของจีน ก็เลยบอกมาจัดการภายในบ้านเองดีกว่า แล้วก็ไม่มีอะไรดีเท่ากับการปฏิวัติยึดอำนาจ ประกอบกับมีเชื้อไฟเก่าอยู่แล้ว ความขัดแย้งระหว่างทหารกับรัฐบาลของนางอองซาน ซูจี ในเรื่องของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮีนจา แล้วก็ทหารพม่าโดนสหประชาชาติประณามอยู่ฝ่ายเดียว โดยที่รัฐบาลของนางอองซาน ซูจี ไม่โดนเลย มันก็เลยเกิดความหงุดหงิดขึ้นมาภายใน


อ๋อ แน่นอนที่สุด แต่ก่อนรัฐบาลทหารก็จะเป็นคนคุมทรัพยากรทุกอย่าง ลูกหลานของทหารใหญ่ๆ ก็มีสิทธิ์ มีส่วน มีการวิ่งเต้น มีอำนาจ มีเส้นสายที่วิ่งเข้าไป แต่พอเริ่มมีรัฐบาลเข้ามาแล้ว นางอองซาน ซูจี พรรค NLD ก็ตั้งคนของตัวเองเข้าไปเป็นรัฐมนตรีตามกระทรวงต่างๆ เพราะฉะนั้นเส้นสายเก่าของทหารที่เคยมี ในกระทรวงต่างๆ ก็ถูกตัดขาดไปหมดเลย ก็ย่อมมีความไม่พอใจเกิดขึ้นมา และนี่คือเหตุผลที่สำคัญที่สุดของการยึดอำนาจ และที่ประกาศว่าจะยึดอำนาจ 1 ปี ท่านผู้ชมเชื่อผมเถอะ ไม่มีทาง ไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ มาเรียงๆ นกบินเฉียงไปทั้งหมู่ ตัวเดียวมาไร้คู่ ... เชื่อผมครับ ต้องเกิน 1 ปีแน่นอน และยิ่งทางตะวันตกยิ่งกดดันพม่ามากเท่าไร ก็ยิ่งจะทำให้ทหารพม่าต้องไปพึ่งจีนมากขึ้น เพราะทหารพม่าจะไม่ไปพึ่งอินเดีย เพราะอินเดียรับงานอังกฤษมาในเรื่องของยะไข่ เพราะฉะนั้นแล้วอย่าไปคิดว่าตะวันตกถือไพ่เหนือกว่า อย่าไปคิดว่าไบเดน ถือไพ่เหนือกว่า ไบเดนก็เก๊กซิม พูดได้อย่างเดียวก็คือว่า ทหารต้องถอยออกไป ถอยออกไป ท่านผู้ชมครับ ผมชอบใช้คำนี้ตลอดเวลา "แล้วยังไง" กูไม่ถอย แล้วใครจะทำอะไร

อีกอันหนึ่ง เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ทหารพม่า กองทัพพม่า เป็นกองทัพที่ทันสมัยมากตอนนี้ อาวุธยุทโธปกรณ์ของเขาทันสมัยกว่าไทยเยอะ ในขณะนี้ แล้วอาวุธยุทโธปกรณ์ของเขาไม่ได้ซื้อมาจากตะวันตกเลย เขาซื้ออาวุธรัสเซียทั้งนั้น ทหารพม่าเพิ่งจะซื้อระบบจรวดและปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานแบบ Pantsir S1 รวมทั้งยานไร้คนขับ (โดรน) แบบ Orlan-10E


และสถานีเรดาร์ เพราะฉะนั้นแล้ว ข้อตกลงทำให้พม่า หรือเมียนมา เป็นประเทศที่สองในภูมิภาคอาเซียนที่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบ Pantsir S1 ประจำ ประเทศแรกที่มีคือเวียดนาม เพราะฉะนั้นแล้ว พม่าพัฒนามาก พม่าสั่งซื้อเรือดำน้ำมาจากอินเดีย 1 ลำ และกำลังจะสั่งเพิ่มอีก 4 ลำ


แน่นอนที่สุด พม่าก็ยังดำรงความปวดหัวให้กับประเทศไทยเหมือนเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายของรัฐบาล จะเป็นทหาร หรือจะเป็นเอกชน หรือรัฐบาลของพลเรือนอย่างนางอองซาน ซูจี ก็คือปัญหารัฐฉาน Shan State เพราะว่าเพื่อที่จะยุติสงคราม ไม่รบกันในระหว่างรัฐฉาน กับทหารพม่า ขอให้รัฐฉานยอมรับอำนาจของรัฐบาลกลางพม่า และยอมรับอำนาจทหาร แต่รัฐบาลกลางและรัฐบาลทหาร ก็จะปล่อยให้รัฐฉานทำอะไรก็ได้ รวมทั้งเป็นศูนย์รวมยาเสพติด ในเรื่องของ Super Lab ท่านผู้ชมตอนนี้ผมอธิบายให้ฟังคร่าวๆ ท่านผู้ชมน่าจะเข้าใจดีพอสมควร

เพราะฉะนั้นแล้ว จะเห็นได้ชัดว่า เรื่องของพม่านั้นมันใกล้ประเทศไทย แต่ไม่มีผล จะมีอย่างเดียวก็คือว่า เราจะอยู่ตรงกลาง ซึ่งท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เริ่มใช้กติกาของอาเซียนมายืนยัน ทั้งๆ ที่ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ สนิทกับท่านนายพลมิน อ่อง หล่าย มาก


ทหารไทยกับนายพลพม่าจะสนิทสนมกันมาก ทหารไทยกับนายพลทางเขมรก็จะสนิทสนมกันมาก เพราะฉะนั้นทหารกับทหารเขาจะคุยกันรู้เรื่อง หลายๆ อย่าง ฉะนั้นนายกฯ ประยุทธ์ และประเทศไทยก็เหมือนทุกประเทศในอาเซียน บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของแต่ละประเทศ เราไม่มีสิทธิจะไปก้าวก่าย คนเดียวที่จะเข้าไปก้าวก่ายก็คือหม่องธนาธร ที่ไปประท้วงที่สถานทูตพม่า หม่องธนาธร ไปแย่งซีนของนักประท้วงชาวพม่า คนพม่าเขาไปประท้วงเพื่อประท้วงประเทศเขา หม่องธนาธร ขอโหนกระแสไปด้วยคน


ท่านผู้ชมครับ เรื่องทั้งหมดไม่ได้สลับซับซ้อนอะไร ถ้าฟังผมให้ดีๆ จะเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมด

ท่านผู้ชมครับ ก่อนที่จะจบเรื่องพม่านั้น ผมมีคนบางคนที่ผมอยากจะแนะนำให้รู้จัก เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นขุนนางพม่า ในฐานะที่ไปประท้วงที่สถานทูตพม่า ก็มีอยู่ 2 ท่าน ท่านแรกชื่อ มังมหาเนรคุณ เอกสกุลจึงรุ่งเรืองกิจ ท่านที่สองชื่อ มังรายกะยอกะปิบูด ช่างพูดดัดจริตประดิษฐ์วาทกรรม นิติธรรมล้มละลาย ดูรูปแล้วก็เดาเอาเองก็แล้วกันว่าเป็นใครบาง ตอนนี้ไปเป็นขุนนางพม่าเรียบร้อยแล้ว


ท่านผู้ชมครับ อาทิตย์หน้าพลาดไม่ได้นะครับ อาทิตย์หน้าจะมีเรื่องของเสี่ยโป้ ที่เพิ่งถูกตำรวจจับไป ซึ่งควรจะจับมาตั้งนานแล้ว แต่ว่าเสี่ยโป้เขามีเส้นสายในวงการตำรวจ แต่ช่วงหลังตำรวจเองก็ถูกกดดันหนัก ก็เลยจำเป็นจะต้องจัดการกับเสี่ยโป้ เชื่อผมเถอะครับ ไม่มีรายการไหนจะพูดถึงเสี่ยโป้ได้ลึกซึ้งเท่ากับรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" อาทิตย์หน้าพบกันนะครับ สวัสดีครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...