ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - หลังจากปล่อยให้ “เพ่นพ่านและสร้างภาพ” มาเป็นเวลานาน ในที่สุดก็ถึงเวลาเชือด เสี่ยโป้ อานนท์ หรือนายอภิรักษ์ ชัชอานนท์” เสียที โดยเมื่อเช้ามืดของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 ชุดหนุมานกองปราบปราม พร้อมอาวุธครบมือถือหมายค้นเข้าตรวจหาสิ่งผิดกฎหมายบ้านพักของ “เสี่ยโป้” ณ อาคารพาณิชย์ 5 ชั้น 7 คูหาตั้งอยู่ภายในซอยเพชรเกษม 77 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม.
ปฏิบัติการครั้งนี้ใช้ชื่อว่า “ชัตดาวน์กาแล็กซี่ออนไลน์”
เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาเสี่ยโป้กับพวกกระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” และ “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดความผิดฐานฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”
แปลไทยเป็นไทยก็คือ เสี่ยโป้ถูกจับในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้อง “พนันออนไลน์” ที่ทำมาหากินกันอย่างเย้ยฟ้าท้ากฎหมาย
ข้อมูลของตำรวจชี้ชัดเปรี้ยงลงไปว่า เสี่ยโป้ กับพวกรวม 31 คน สมคบกันเปิดให้มีการเล่นการพนันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์พนันออนไลน์ 6 เว็บ ได้แก่www.lagalaxy1.com,www.Gpbvegas.com, www.lagalaxy88.com, www.lagalaxy911.com, www.lagalaxy6.com, www.lagalaxy168.com ซึ่งเสี่ยโป้ทำหน้าที่ในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ชักชวน ให้คำแนะนำ ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กของตนเอง บัญชีเฟซบุ๊กของภรรยา และบัญชีเฟซบุ๊กของเว็บไซต์พนันออนไลน์อื่นๆ
นอกจากจับแล้วยังได้มีการอายัดทรัพย์สินของ “เสี่ยโป้และเครือข่าย” จำนวน 18รายการที่สำคัญคือ จากการตรวจสอบและขยายผลเส้นทางการเงินหรือบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท
“บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข” ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ใช้เวลาสืบสวน 4 เดือน โดยมีหมายจับทั่วประเทศ 31 หมายจับ เเละผลการติดตามจับกุม เสี่ยโป้ นำหมายจับ 12 หมาย เข้าจับกุมเเละหมายจับ ซึ่งใหม่ 1 ราย หมายจับเก่าอีก 2 รวม รวมทั้งหมดจับกุมผู้ต้องหา 15 และ ยังมีอีกหลายหมาย ซึ่งยืนยันว่าจะต้องจับกุมให้หมด ยอมรับว่าการประกอบธุรกิจเเบบพนันออนไลน์ นับวันยิ่งจับยาก เพราะผู้เปิดเว็บ มีที่ปรึกษาทางกฎหมาย มีการปิดบังซ่อนเร้นพยานหลักฐาน แต่มั่นใจว่า พยานหลักฐานที่ชัดเจนตลอดรวมเส้นทางการเงิน จะสามารถเอาผิดขบวนการดังกล่าวได้
ขณะที่ “พล.ต.อ. ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์” รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่า ขบวนการนี้แบ่งงานกันทำ มีประกาศเชิญชวน สมคบกัน โฆษณาชักชวนกันผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ให้เข้ามาในเว็บพนันออนไลน์ มีการเเบ่งเเยกบัญชีชัดเจน บัญชีทรัพย์สิน บัญชีรับเงิน บัญชีจ่ายเงิน เเละ บัญชีพักเงิน เพื่อซุกซ่อนปกปิดเเหล่งที่มาของเงิน นอกจากนี้ผู้ต้องหายังนำเงินจากการทำความผิดไปฟอกเงินผ่านธุรกิจอื่นๆ
อย่างไรก็ดี ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ แหล่งข่าวระดังสูงยืนยันว่า เบื้องหลังของการจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากความเชื่อมโยงระหว่าง “เสี่ยโป้กับหลงจู๊สมชาย” เจ้าพ่อพนันแห่งภาคตะวันออก ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนีหลบหนีออกนอกประเทศไทย ผ่านทาง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาหลังสืบทราบว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการใช้อิทธิพลเปิดบ่อนพนันขนาดใหญ่ในพื้นที่ จ.ระยอง จนเป็นเหตุให้มีนักพนันติดเชื้อโควิด-19 กลายเป็นปัญหาลุกลามสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภาคตะวันออก
คำถามที่พรั่งพรูในฉับพลันทันทีก็คือ “เสี่ยโป้” กับ “หลงจู๊สมชาย” ไปเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กันได้อย่างไร
ความจริง ร่องรอยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมาให้เห็นจากคำให้สัมภาษณ์ของ “รองต่อ-สันธนะ ประยูรรัตน์” อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล ที่ใครๆ ก็รู้ว่า มีชื่อชั้นไม่ธรรมดา
นายสันธนะเล่าเอาไว้ว่า “ความต้องการของหลงจู๊คือต้องการกินรวบกิจการบ่อนทั่วประเทศ และเขาให้ลูกบุญธรรมเข้ามาดูแล ผมไม่ทราบว่าเป็น นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ หรือเปล่า เพราะเสี่ยโป้กล้าได้ กล้าเสีย กล้านำบ่อนมาพนัน มูลค่าไม่ต่ำกว่าหลักร้อยล้าน และเขาสองคนมีความสนิทกัน แต่อาจเป็นอดีตไปแล้ว”
นายสันธนะเล่าด้วยว่า “เมื่อไม่นานมานี้ผมเคยให้เสี่ยโป้ลองโทรหาหลงจู๊อีกครั้ง ปรากฏว่าไม่รับสาย ส่วนใครจะแสวงหาผลประโยชน์จากใครคงต้องสอบถามจากเจ้าตัวเอาเอง แต่เท่าที่ทราบเบื้องต้น ในอดีตหลงจู๊เคยเป็นนายทุนให้เสี่ยโป้ ไปเล่นการพนันตามบ่อนต่าง ๆ โดยใช้เงินเดิมพันหลักร้อยล้าน ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่เยอะมากจนน่าตกใจ ทำให้บ่อนของหลงจู๊สามารถเข้ามาเปิดในกรุงเทพฯ ได้ ผมอยากจะถามหลงจู๊ว่า สิ่งที่คุณทำถูกต้องไหม หากผู้มีอำนาจต้องการชีวิตคุณ เพราะฉะนั้นต้องยับยั้ง ต่างคนต่างทำมาหากิน วงการนี้ใหญ่คนเดียวไม่ได้ เพราะทุกวันนี้มีหลายคนทำธุรกิจพนันออนไลน์ ผมไม่ต้องการให้เลยเถิด อยู่ในวงการก็ต้องเคารพวิธีของคนอื่นด้วย”
นั่นคือร่องรอยสำคัญที่โยงใยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง “เสี่ยโป้” และ “หลงจู๊สมชาย”
กล่าวสำหรับตัว “เสี่ยโป้” เองนั้น จุดที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักของสังคมก็เพราะ
เขามักสร้างความฮือฮาในโซเชียลมีเดีย สร้างกระแสให้ตัวเองผ่านสื่อมาโดยตลอด ซึ่งสิ่งที่คนทำให้คนจำได้นอกเหนือท่าทางนักเลงก็คือชอบแจกจ่ายเงิน หรือประกาศบริจาคเงินจำนวนมากให้กับคนอื่น เช่น บริจาคให้บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ในเหตุการณ์น้ำท่วมที่อุบลราชธานี 1 ล้านบาท หรือบริจาค 2 ล้านบาท ช่วยเหลือโรงพยาบาลในจังหวัดภูเก็ต ไม่นับรวมถึงการใส่เสื้อเหลืองไปสร้างภาพอีกหลายวาระจนสร้างความสงสัยให้กับสังคมว่า เขาเอาเงินมาจากไหน
แน่นอน เสี่ยโป้ประกาศชัดนอกจากทำธุรกิจออนไลน์ขายอาหารเสริม คือรายได้จากธุรกิจกาสิโนในต่างประเทศ โดยคุยโวโอ้อวดว่า มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 40-50 ล้านบาท
ครั้งหนึ่ง มีลูกเพจไปแซวเสี่ยโป้ใน facebook ว่าเป็นเศรษฐีกำมะลอ ทำให้เสี่ยโป้โมโห หยิบเงินหลายล้านมากองบนโต๊ะ แล้วพูดว่า “เงินกูนี่ถมบ้านมึงได้เลย เงินกูทับพ่อมึงตายได้เลย”
ปลายปีที่ผ่านมา เสี่ยโป้ ตกเป็นข่าวดังพร้อมภาพหน่วยอรินทราช เข้าตรวจค้นบ้านพักย่านเพชรเกษม หลังถูกกล่าวหาในข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น จากกรณีน้องชายที่มีปัญหานัดเคลียร์คู่อริหน้าร้านนวดแผนไทยก่อนเกิดเหตุยิงกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจากการสืบในทางลับพบว่า เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าผิดกฎหมาย ด้วยในกลุ่มคนสนิทของเสี่ยโป้ มีคู่หูคนหนึ่งอยู่ร่วมในเหตุการณ์ดังกล่าว
ทั้งนี้ เป็นที่ชัดเจนว่า “เสี่ยโป้” มีเอี่ยวกับบ่อนกาสิโนออนไลน์ ชื่อ Lagalexy ที่เปิดเล่นอย่างท้าทาย ภายใต้การโฆษณาชักชวนของเสี่ยโป้ไม่น้อยกว่าสามปี บ่อนนี้ชื่อนี้เลยเป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวาง และเป็นที่มั่นใจคนเล่นว่า แทงได้แล้วได้เงินเข้าบัญชีแน่ เพราะชอบเอาเงินใบละพันมัดละล้านมากองล่อตาล่อใจ จนได้รับความเชื่อถือ
บ่อนออนไลน์เสี่ยโป้ มีการเปิดประเภทการพนันให้เล่นครบทุกอย่างที่นิยมกัน ตั้งแต่ไพ่บักคารา ที่เป็นเกมที่นิยมทั่วโลกว่า ยุติธรรม โกงยาก เพราะลูกค้าสามารถเลือกฝั่งแทงข้างไหนก็ได้ ระหว่างฝั่ง แบงค์เกอร์(ที่แทนด้วยสีแดง)กับเพลย์เยอร์(แทนด้วยสีน้ำเงิน) รวมถึงเกมพนันคลาสสิกอย่างไฮโล หวยจับยี่กี หวยออนไลน์ และพนันฟุตบอล เป็นต้น
โดยเว็บพนันเหล่านี้ มีฐานบัญชาการอยู่ประเทศเพื่อนบ้านชายแดนไทย เช่น กัมพูชา ลาว เมียนมา โดยเฉพาะที่เมียวดีซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ อ. แม่สอด จ. ตาก ที่ถือว่าเป็นแหล่งรวมใหญ่ที่สุด โดยขณะนี้ค่าเช่าออฟฟิศห้องเล็กๆ เดือนหนึ่งแพงลิบลิ่วหลายหมื่นบาทจนถึงแสนบาทกันเลยทีเดียว
แน่นอนว่า เว็บพนันของเสี่ยโป้นั้นมี “หลงจู๊สมชาย” เป็นหุ้นใหญ่ และนับวันจะยิ่งขยายวงกว้างออกไปด้วยมี “บิ๊กตำรวจ” ให้การคุ้มครองอยู่เบื้องหลัง ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทั้งๆ ที่ตกเป็นข่าวคึกโครม ทำไม “หลงจู๊สมชาย” ถึงสามารถหลบหนีออกนอกประเทศไปได้ เฉกเช่นเดียวกับ “เสี่ยโป้” ที่สามารถใช้เงินสีดำสร้างชื่อเสียงลอยหน้าลอยหน้าในสังคมอย่างสบายใจเฉิบ
ทั้งนี้ ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และพบว่าบ่อนการพนันของหลงจู๊สมชายเป็นแหล่งกระจายเชื้อโรค เครือข่ายการพนันของ “หลงจู๊สมชาย” มีความพยายามขนย้าย “ตู๊สล็อต” ออกจากจังหวัดระยองไปในหลายจังหวัดทางภาคอีสาน เพื่อไม่ให้มีหลักฐานโยงใยมาถึง
ตัวอย่างชัดเจนคือกรณีที่ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 2 แสดงหมายเข้าค้นโกดัง ที่ตั้งอยู่ใน ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ก่อนจะใช้คีมตัดเหล็กตัดกุญแจที่ล็อกประตูด้านหน้า เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในพบเป็นเนื้อที่โกดังขนาดใหญ่ โดยโกดังถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา ต้องตัดประตูเหล็กเข้าไปอีกชั้น และเมื่อเปิดเข้าไปพบว่ามีสิ่งของต้องสงสัยมีผ้าใบคลุมปิดไว้อย่างมิดชิด เมื่อเปิดดูพบว่าเป็นตู้สล็อต หรือตู้ม้าไฟฟ้า จำนวนมาก รวมทั้งหมด 418 ตู้ รวมมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท
พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ข้อมูลว่า หลังจากเปิดรับแจ้งเบาะแส แอปพลิเคชั่นไลน์ แกรมลิ้งรีพอร์ต พบว่ามีการลักลอบเคลื่อนย้ายตู้สล็อตล็อตใหญ่ จากพื้นที่ภาคตะวันออก มุ่งไปยัง จ.อุบลราชธานี แต่เปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน หลังจากก่อนหน้านี้ตำรวจสกัดจับผู้ลักลอบเคลื่อนย้ายตู้สล็อตได้ที่ จ.สระแก้ว มาหลบซ่อน ใน จ.ขอนแก่น แทน ซึ่งจะติดตามจับกุมขบวนการให้ได้ และต้องใช้มาตรการยึดทรัพย์
ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 2 ได้ตรวจสอบเส้นทางพบว่ามีรถสิบล้อ 5 คัน ลักลอบขนย้ายตู้สล็อต แยกย้ายขับไปต่างเส้นทาง สุดท้ายนัดมาพบกันที่โกดังใน จ.ขอนแก่น และเพิ่งนำตู้สล็อตมาหลบซ่อนตอนกลางคืน วันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา
พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตู้สล็อตที่ตรวจยึดได้วันนี้เชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเครือข่ายมีการเช่าโกดังไว้เมื่อ 2 เดือนก่อน เดือนละ 50,000 บาท โดยอ้างว่าจะเช่าทำเฟอร์นิเจอร์ เมื่อตรวจสอบพบแต่ละตู้ยังมีแผงวงจรอยู่ครบทุกเครื่อง และยังใช้งานได้
ตำรวจชุดสืบสวนได้กดดันจน 1ในผู้รับจ้างขับรถขอมอบตัว โดยระบุว่ามีผู้ว่าจ้างราคา 5 พันบาท ให้ไปส่งที่ จ.อุบลราชธานี แต่ได้เปลี่ยนให้นำมาซุกซ่อนที่โกดังขอนแก่น โดยเพิ่มค่าจ้างให้เป็น 2 หมื่นบาท
เจ้าหน้าที่คาดว่ายังมีตู้สล็อตอีกบางส่วนยังถูกซุกซ่อนอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร ระบุว่า เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรอย่างชัดเจน และจะต้องตรวจพิสูจน์ทราบว่าแผงวงจรและอุปกรณ์ลักลอบนำเข้ามาจากที่ใด
มีข้อมูลด้วยว่า ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา หลงจู๊สมชาย ได้สั่งประกอบตู้สล็อตนับพันตู้ ราคาตู้ละ 15,000 บาท โดยจะมีรายได้จากยอดคนมาเล่น ตู้ละ 5 หมื่นถึง 1 แสนบาทต่อเดือนเลยทีเดียว
ประเด็นของตู้สล็อตอยู่ตรงที่ “แผงวงจร” ด้วยมีความสำคัญที่สุด ดังนั้น ที่ผ่านมาเรามักเห็นว่า เจ้าของตู้มักปล่อยให้ยึดตัวตู้ไป โดยมีการถอดแผงวงจรออกก่อน เพราะแผงวงจรต้องนำเข้าจากไต้หวัน
ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีการจับกุมตู้สล็อตจึงจำต้องตรวจสอบว่า แผงวงจรยังอยู่หรือไม่ เพราะถ้าไม่อยู่ การจับกุมก็มิได้มีความหมายแต่อย่างใด เผลอๆ จะมีการรู้เห็นเป็นใจให้จับกุมพอเป็นพิธีเสียด้วยซ้ำไป
ข้อมูลในเชิงลึกระบุว่า ตู้การพนัน หรือ ตู้สล็อต มีกระจายอยู่ทั่วประเทศหลายหมื่นตู้ โดยจะนำไปตั้งไว้ตามตลาด ร้านขายของชำ หรือใกล้ๆโรงเรียนระดับมัธยม หรือ มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นลูกค้าหลัก โดยเจ้าของตู้จะแบ่งรายได้ให้กับเจ้าของสถานที่ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ต่อเดือน ซึ่ง 1 ตู้ จะมีคนไปหยอดเงินเล่นการพนันเดือนละประมาณ 50,000-100,000 บาท
ขณะที่การจ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ จะจ่ายกันที่ตู้ละ 10,000 บาท เฉพาะของหลงจู๊สมชาย ผู้กว้างขวางจากระยอง ได้สั่งซื้อตู้จากโรงงานในกรุงเทพมหานครไปมากกว่า 1,000 ตู้ ในรอบ 3 ปี เพื่อกระจายวางไว้เพียงจังหวัดเดียว คิดง่ายๆ 1 จังหวัด 1,000 ตู้ ถ้าต้องจ่ายส่วย ตู้ละ 10,000 บาทต่อเดือน เงินส่วยในจังหวัดนั้นมากถึง 10 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่รายได้ของเจ้าของตู้สูงถึง 50-100 ล้านบาทต่อเดือน
ย้ำว่า นี่คือยอดเงินต่อหนึ่งจังหวัดเท่านั้น เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นทั้งประเทศ ก็ต้องไม่ต้องคาดเดากันว่า ยอดเงินจะมหาศาลสักเพียงใด และทำไมใครๆ จึงอยากเข้ามามีส่วนร่วมในเส้นทางสายนี้ ซึ่ง “เครือข่ายหลงจู๊สมชายและเสี่ยโป้” เป็นเพียงกลุ่มก๊วนหนึ่งที่โลดแล่นอยู่ในวงการ
ส่วนปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า จะจริงจังมากน้อยแค่ไหน หรือเป็นเพียง “การตีเมืองขึ้น” เท่านั้น