xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อ] ฟ้า-ทำลาย-โจร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“สนธิ” ซัด “ธนาธร” ดื้อตาใส ไม่ยอมฟังเหตุผลการจัดหาวัคซีน ยังเชื่อมโยงโจมตีสถาบัน สุดท้ายเถียงไม่ออกก็ขอดูสัญญา ซึ่งไม่มีที่ไหนเขาเปิดเผยกัน ตั้งข้อสังเกตบีบีไทยตีข่าวทรัพย์สิน “มาดามแป้ง” ราวกับว่าเป็นเรื่องผิดปกติ ทั้งที่ความจริงตระกูลล่ำซ่ำก็ร่ำรวยแต่เดิมอยู่แล้ว แต่ก็พยายามเชื่อมโยงเพื่อทำลายทางอ้อม ระบุ แท้ที่จริงแล้ว “ธนาธร” คือต้นแบบของการโกหกของม็อบ 3 นิ้ว ทั้งเรื่องการทำบลายด์ทรัสต์ก่อนลงเล่นการเมือง แต่ไม่ได้ทำจริง รวมทั้งนำไฮเปอร์ลูปที่ยังไม่ได้จริงมาเกทับรถไฟความเร็วสูงเพื่อหาเสียงเลือกตั้ง หรือการแจกเงินเยียวยาโควิดคนละ 3 พัน ที่มีวาระซ่อนเร้น สอนถ้าจะเล่นการเมืองต้องซื่อสัตย์มากกว่านี้ เตือน “กาละแมร์” ยังไม่สำนึก ยังแอบอ้างอาหารเสริมรักษาได้สารพัดโรค ถ้ายังไม่หยุดจะฉีกหน้ากากออกมาให้หมด จับตานโยบายต่างประเทศสหรัฐ หลัง “ไบเดน” แต่งตั้ง “เคิร์ต แคมป์เบลล์” เป็น ผอ.ฝ่ายปฏิบัติการอินโด-แปซิฟิก เขาคนนี้เป็นสถาปนิกนโยบาย “ปักหมุดในเอเชีย”มาตั้งแต่ยุคโอบามา ซึ่งจะไม่ยอมให้จีนยึดครองภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกฝ่ายเดียว หลังจากนี้สหรัฐฯ จะแข็งกร้าวกับจีนและจับมือกับหุ้นส่วนพันธมิตรมากขึ้น ภูมิภาคนี้จะไม่สงบอีกต่อไป ชี้อุปสรรคการใช้สมุนไพร “ฟ้าทะลายโจร” รักษาโควิด-19 คือผลประโยชน์ของบริษัทยาฝรั่ง แม้การทดลองใช้ 5 คนได้ผลดี ลดจำนวนเชื้อจนเหลือ 0 แต่ก็ยังห้ามใช้คำว่า “รักษา” ให้แค่บอกว่ายับยั้งเชื้อได้ และยังไม่ให้เอามาใช้ อ้างว่ายังไม่มีการวิจัย แนะหลังจากนี้ ควรส่งเสริมให้มีการวิจัยได้อย่างเต็มที่ ควรเปิดใจกว้าง เลิกเชื่อหมอฝรั่งอย่างเดียว

วันที่ 29 ม.ค.64 เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยวันนี้จะพูดถึงเรื่องใหญ่ที่จะคือ วัคซีนป้องกันโควิด-19 อาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการป้องกัน เพราะมีหลายคนเริ่มไม่มั่นใจในวัคซีน แล้วเราจะทำอย่างไรให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกันตัวเองเพื่อป้องกันจากโรคนี้ ตอนนี้ติดปัญหาอะไร ทำไมภาครัฐถึงไม่สนับสนุนให้ประชาชนป้องกันด้วยตัวเอง

อีกเรื่องมีหลายๆ คนที่เป็นติ่งธนาธรเข้ามาฟาดงวงฟาดงา เรื่องที่พูดไปคราวที่แล้วคือ วัคซีนพระราชทาน มาฟังบทสรุปสำหรับเรื่องนี้ เเละบทต่อไปคือ การตอกฝาโลงโดยการเอาเรื่องต่างๆ ที่ธนาธรพูดมาให้ดูว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่พูดจะทำได้จริงหรือไม่

เช่นเดียวกับติ่งกาละแมร์ พัชรศรี ที่ยังออกมาอวย โดยเจ้าตัวยังเองออกมายืนยันในสิ่งที่ตนเองทำคือความจริง รีวิวยืนยันตามความรู้สึก และยังมีหลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ ปอท.ดำเนินคดีฐานผิด พ.ร.บ.คอมพ์ และฉ้อโกงประชาชน ยังมีเรื่องอะไรอีกมาดูกัน ติดตามได้ในรายการ SONDHITALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง special Ep70



คำต่อคำ SONDHI TALK [29 ม.ค. 64] : ฟ้า - ทำลาย - โจร

สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2564 ก็เหมือนทุกๆ ศุกร์นะครับ ประเดี๋ยวเดียวก็จะสิ้นสุดมกราคมแล้ว อีก 3 วัน อาทิตย์หน้า วันศุกร์หน้าก็จะเป็นรายการของ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ฉบับประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2564

ศุกร์นี้มีเรื่องใหญ่ๆ ประมาณ 3 เรื่อง ไม่เยอะ แต่ว่าจะนานนิดหนึ่ง เพราะแต่ละเรื่องผมตั้งใจพูดเต็มที่

เรื่องแรก คือผมจำเป็นต้องย้อนรอยจับโกหกคุณธนาธร อีกครั้งหนึ่ง เหตุผลที่ผมต้องทำเช่นนั้นเพราะอะไร เดี๋ยวไปฟังกัน แล้วผมจะโยงไปถึงกรณีคุณกาละแมร์อีกครั้งหนึ่งเช่นกัน เพราะดูเหมือนคุณกาละแมร์จะไม่ซาบซึ้งถึงปัญหาที่คุณกาละแมร์สร้างขึ้นมา ยังออกมากระโดดโลดเต้นอีกเหมือนเดิม

เรื่องที่สอง ผมกำลังจะแนะนำบุคคลๆ หนึ่งในทีมงานของประธานาธิบดีไบเดน ชื่อ เคิร์ท แคมป์เบลล์ (Kurt Campbell) เคิร์ต แคมป์เบลล์ โดนนายไบเดน ตั้งขึ้นมาเป็น CZAR แห่งอินโด-แปซิฟิก เป็นกุญแจสำคัญ คีย์แมนในเอเชียของอเมริกาในยุคโจ ไบเดน แล้วเดี๋ยวมาดูว่าปรัชญาของเขาเป็นอย่างไร แล้วพนันกับผมได้ วุ่นแน่ๆ ทางเอเชีย ระหว่างจีนกับอเมริกา หลังจากที่นายเคิร์ท แคมป์เบลล์ เข้ามา

เรื่องสุดท้าย ผมจะพูดเรื่อง ฟ้า-ทำลาย-โจร จริงๆ ก็คือพืชสมุนไพรที่ชื่อ ฟ้าทะลายโจร แต่ผมตั้งชื่อว่า ฟ้า-ทำลาย-โจร เพราะอะไรผมถึงตั้งชื่อแบบนี้ เดี๋ยวไปฟังกัน


ท่านผู้ชมครับ เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว 22 มกราคม พ.ศ.2564 ผมได้พูดเรื่องเกี่ยวกับคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เรื่องที่คุณธนาธร ใส่ร้ายป้ายสี แล้วก็พาดพิงถึงสถาบันกษัตริย์ ในเรื่องวัคซีนพระราชทาน โดยคุณธนาธร ได้ให้ข้อมูลและพูดจาส่วนใหญ่ที่ไม่ตรงต่อข้อเท็จจริงหลายๆ อย่าง รวมทั้งอีกเรื่องหนึ่งที่ผมพูด คือเรื่องของคุณกาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้จริงๆ แล้วสำหรับผมถือว่าจบไปแล้ว เพราะว่าผมได้ชี้แจงทุกๆ อย่างไปอย่างชัดเจน เห็นชัด แต่ว่าเผอิญมันมีความเห็นของท่านผู้ชมบางท่าน ซึ่งผมคิดว่าเป็นความเห็นที่สุภาพ แต่ว่าขาดข้อมูลและขาดการวิเคราะห์ แล้วก็ไม่ได้ติดตามรายการนี้จริงๆ ก็เลยเสนอความเห็นที่แถวบ้านผมเขาเรียกว่า ความเห็นโง่ๆ แต่สำหรับผมแล้ว ถึงจะเป็นความเห็นที่โง่แค่ไหนก็ตาม แต่เมื่อมาวิเคราะห์ถึงความเห็นแล้ว ทำให้ผมเห็นมิติแห่งความเข้าใจของคนที่เป็นสาวกคุณธนาธร ตลอดจนคนที่เชื่อในคุณกาละแมร์

คุณกาละแมร์ มีข้อมูลอะไรหลายๆ อย่างที่คนที่แสดงความเห็นออกมา ก็ส่งมาทางผม หลายท่านก็ลงในคอมเมนต์ของรายการ บางท่านส่งเข้ามาใน inbox อธิบายซะเหยียดยาว เอาล่ะ ไม่เป็นไร

วันนี้ผมจะเอาความเห็นทั้งสองคนนี้มาตีแผ่ให้ฟัง และผมจะพูดบางเรื่องซ้ำลงไปนิดหนึ่ง เพื่อให้ท่านผู้ชมที่ตั้งใจฟังเรื่องนี้ และมีจิตใจที่เป็นธรรม ตลอดจนท่านผู้ชมที่เป็นทั้งสาวกคุณธนาธร และสาวกคุณกาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ นั้น ตั้งใจฟังให้ดีๆ


คนที่เข้ามาเป็นสาวกของคุณธนาธร ก็ต่อว่าผมว่า คุณธนาธร พูดอะไรมีหลักฐานแสดงออกหมด แต่ว่าผมมโน พูดไปตามความรู้สึกของผม ผมก็เลยสงสัย ผมก็เลยต้องกลับไปเปิดเทปคำให้สัมภาษณ์ของคุณธนาธร ในวันจันทร์ที่ 18 คุณธนาธร พูดในวันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564 ผมฟังอย่างละเอียดเลย แล้วผมก็ติ๊กๆ แต่ละข้อ ก็ปรากฏว่าข้อมูลที่คุณธนาธร ให้มานั้น อันแรกจะเป็นตัวเลข ถ้าเป็นตัวเลขจะเป็นข้อมูลของจำนวนประชากรที่แต่ละประเทศเตรียมตัวที่จะฉีดวัคซีนให้ เช่น ประเทศนี้จะฉีดให้ 10 ล้านคน ประเทศนี้จะฉีดให้ 22 ล้านคน ซึ่งสำหรับผมแล้วข้อมูลนี้ ไม่ใช่เป็นข้อมูล เป็นตัวเลขที่สามารถหาได้ทุกๆ แห่ง เพราะว่าไม่ใช่เป็นความลับ มันไม่ใช่ข้อมูลอะไรเลยทั้งสิ้น

เมื่อผมฟังต่อไปแล้ว ผมก็ไม่เห็นมีข้อมูลอะไรเลยที่ท่านผู้ชมที่้เป็นสาวกของคุณธนาธร กล่าวอ้างมา ไม่มี มีแต่ข้อกล่าวหาที่คุณธนาธร กล่าวหารัฐบาล แล้วโยงไปให้กับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ประหนึ่งเหมือนกับว่าทั้งหมดนี้ เจ้าอยู่เบื้องหลัง


เมื่อคุณธนาธร ตั้งข้อกล่าวหามาอย่างนี้ ผมก็เลยต้องตอบโต้ข้อกล่าวหาของคุณธนาธร และที่น่าสนใจที่สุดคือ เวลาผมตอบโต้คุณธนาธร ผมไม่ได้ตอบโต้ด้วยคำพูดที่มโนของผม หรือเลื่อนลอย แต่ผมตอบโต้ด้วยหลักฐานข้อเท็จจริง แล้วในหลักฐานข้อเท็จจริงที่ผมตอบโต้ ถ้าผมจำไม่ผิด คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองนายกรัฐมนตรี ท่านได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงคุณธนาธร ในแต่ละข้อๆ ที่คุณธนาธร พูด ซึ่งเป็นทุกข้อที่คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ทำจดหมายเปิดผนึกให้คุณธนาธร เมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมานี้ หลังจากที่ผมออกไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 22 ที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่าข้อมูลที่คุณอนุทิน ตอบโต้นั้น เป็นข้อมูลเดียวกับที่ผมตอบโต้คุณธนาธร เพียงแต่ผมตอบโต้คุณธนาธร ก่อนคุณอนุทิน ประมาณเกือบๆ 1 อาทิตย์



ท่านผู้ชมครับ เพื่อเป็นการทบทวนความจำ เรื่องนี้ผมไม่อยากจะให้มันจบ เพราะว่าผมกำลังจะโยงเรื่องนี้ว่าคุณธนาธร เป็นคนที่ใช้ไม่ได้ แล้วคุณที่เป็นสาวกของคุณธนาธร กรุณาเปิดสมองของคุณฟัง วางตัวให้เป็นกลาง ทำใจให้กว้างขวางหน่อย อย่าไปลุ่มหลง หลงใหล และคลั่งไคล้ ว่าคุณธนาธร แม้กระทั่งตดก็ยังเหม็น ขี้ก็ยังทานได้ ไม่ใช่ คุณธนาธร ไอดอลของคุณ เมื่อตัดสินใจเข้ามาเล่นการเมือง เมื่อตัดสินใจเข้ามาเป็นแกนนำประชาชนแล้ว สิ่งแรกที่คุณธนาธร ต้องทำก็คือว่า ต้องพูดความจริง คุณธนาธร หลายต่อหลายครั้งไม่ได้พูดความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว เอาความจริง 10-20 เปอร์เซ็นต์ แล้วเอามาบิดเบือน แล้วทำให้พวกคุณหลงเชื่อ

ตามผมมาสิครับ เรื่องนี้คุณธนาธร มีสิทธิพูด มีสิทธิจะถาม ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ในฐานะที่ครอบครัวของคุณธนาธร เป็นเจ้าของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ใหญ่โต แต่ท่านผู้ชมครับ อย่างที่ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์ระดับผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนฯ อาจารย์แพทย์ แพทย์ระดับศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไวรัสวิทยา ออกมาบอก ออกมาอธิบายแล้วว่า คุณธนาธร กำลังเข้าใจผิดในข้อที่หนึ่ง ข้อที่สอง ข้อที่สาม ซึ่งผมได้พูดไปแล้วในรายการ SONDHI TALK เมื่อวันที่ 22 มกราคม แต่คุณธนาธร ก็ไม่ฟัง อธิบายอย่างไรก็ไม่ฟัง คือดื้อตาใส สรุปก็คือว่า ทำตัวโง่ หรือว่าจริงๆ แล้วตัวเองโง่แต่ทำตัวอวดฉลาด ว่าที่เขาออกมาอธิบายให้ฟังนั้นคืออะไร แล้วยังย้ำเรื่องเดิม ถึงมีคำถาม 3 ข้อ คำถาม 3 ข้อ ซึ่งอธิบายชัดเจนอยู่แล้ว ผมจะย้ำให้ท่านผู้ชมอีกทีหนึ่ง และคุณธนาธร และสาวกของคุณธนาธร


ข้อที่ 1 สาเหตุที่ประเทศไทยสั่งวัคซีนน้อย แค่ 26-30 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรเพียง 21.5 เปอร์เซ็นต์ ก็เพราะว่า โดยหลักการทางการแพทย์ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ของประชากร และไม่มีประเทศไหนเขาทำกัน เพราะเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ยังไม่ควรฉีด เพราะยังไม่มีผลการทดลอง


ข้อที่ 1.2 ปี 2564 คือปีนี้ ตลาดวัคซีนเป็นตลาดของผู้ขาย ก็คือว่า มีแต่คนผลิตกำหนดราคาได้ ขายให้ใครก็ได้ เพราะว่ามีคนต้องการเยอะ ก็คือว่า supply กับ demand อุปสงค์ กับอุปทาน อุปสงค์ (demand) มีเยอะมาก แต่อุปทานมีน้อย เพราะฉะนั้นแล้ว ตลาดจึงเป็นตลาดของผู้ขาย ก็เลยชี้แจงมาว่า รอปี 2565 ก่อนดีกว่า ก็คือปีหน้า จะเป็นตลาดของผู้ซื้อ และการกระโดดลงไปแย่งซื้อวัคซีนจะทำให้เสียงบประมาณโดยใช่เหตุ


และการที่เราไม่รีบร้อนเพราะเรามีเหตุของเรา ก็อธิบายให้คุณธนาธร และสาวกของคุณธนาธร ฟังไปแล้ว ที่ไม่รีบร้อนก็เพราะว่าสถานการณ์โควิด-19 เมืองไทยไม่ได้เป็นสถานการณ์ที่เลวร้าย คนที่ติดเชื้อมีจริง 7 พันกว่าคนทั่วประเทศไทย แต่ว่าหายไปแล้วส่วนใหญ่ เหลือติดจริงๆ แค่ 2 พันกว่าคน 2 พันกว่าคนนี้ มีคนเสียชีวิตแค่ 71 คน ถ้าจัดอันดับลักษณะผลภัยพิบัติที่เกิดจากโควิด-19 แล้ว ประเทศไทยต้องถือว่า 1 ในไม่เกิน 10 ประเทศที่มีภัยพิบัติน้อยที่สุด ก็ต้องถือว่าสถานภาพโควิด-19 ของเมืองไทยยังถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถจะบริหารจัดการได้อย่างดี


ประกอบกับอีกประการหนึ่ง คนไทยก็ยังระมัดระวังรักษาตัวได้ เพราะฉะนั้นแล้ว การที่เราจะรอต่อไปแล้วก็ฉีดวัคซีนก่อน กี่เปอร์เซ็นต์ก็ตาม จำนวนที่เราสั่งมา เป็นเหตุผลที่ฟังได้ขึ้นอย่างเต็มที่ เพราะไทยเราไม่เคยมีการระบาดอย่างรุนแรง เพราะฉะนั้นแล้ว การรออีกประการหนึ่ง ผมอธิบายไปแล้วว่า เมื่อเรารอสักพักหนึ่ง เราจะได้รับทราบผลข้างเคียง หรือที่เขาเรียกว่า side effect ในระยะสั้น ระยะกลาง ของวัคซีนแต่ละยี่ห้อ ว่ามีผลข้างเคียงหรือผลกระทบอย่างไร เพราะการวัดประสิทธิภาพของวัคซีน จะต้องใช้เวลาหลายปี แต่วัคซีนโควิด-19 ลัดขั้นตอนเพียงไม่กี่เดือนก็ผลิตออกมา


ท่านผู้ชมครับ ผมพูดต่อว่า ในประเทศต่างๆ ประชากรจำนวนมากกลุ่มหนึ่ง ไม่อยากฉีดวัคซีน เนื่องจากเกรงผลกระทบ ผลข้างเคียง ท่านผู้ชมครับ ผมชี้แจงไปแล้วว่า ในอเมริกา ประชากรอเมริกาครึ่งต่อครึ่งไม่ต้องการฉีดวัคซีน เพราะฉะนั้นแล้วการสั่งวัคซีนเป็นจำนวนมาก ตามที่คุณธนาธร อ้างนั้น ไม่มีเหตุผลและไม่มีความจำเป็น และจะสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์

ยืนยัน วันนั้นที่ผมพูด วันที่ 8 มกราคม 2564 คุณหมอยง ศ.นพ.ยง เปิดเผยผลสำรวจออนไลน์ คำถามมีอยู่ว่า ถ้ามีวัคซีนโควิด-19 พร้อมให้ฉีดวันนี้ คุณจะฉีดไหม ? ซึ่งการทำโพลออนไลน์นั้น ทำร่วมกับอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรฯ พบว่าคนไทยบอกว่าจะฉีดแน่นอน มีอยู่ 58.5 เปอร์เซ็นต์ หากรัฐให้ฉีดฟรีวันนี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แม้ว่าจะมีการเปิดให้ฉีด และให้ฉีดฟรี แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ที่สำคัญเวลานี้ หมอก็ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้ 100 เปอร์เซ็นต์


ข้อที่ 3 ทำไมประเทศไทยไม่จัดหาวัคซีน ซื้อวัคซีนจากหลากหลายบริษัท ทำไมต้องซื้อวัคซีนจากแอสตราเซเนกาอย่างเดียว ซึ่งอาจจะมีความทับซ้อนกับผลประโยชน์ของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งถือหุ้นโดยบุคคลในสถาบัน ? คำตอบมีหมดแล้วตั้งแต่ข้อที่ 1 ข้อที่ 2 คือไม่ต้องรีบซื้อ เพราะวัคซีนต้องจองซื้อแบบเสียเงินไปก่อน ราคาแพง จองไป เสียเงินไปก่อน แล้วถ้าผลิตไม่สำเร็จ ต้องโดนยึดค่ามัดจำไป คำถามมีต่อธนาธร ว่า ในฐานะรัฐบาล กฎหมายไม่อนุญาตให้ทำเช่นนั้น คุณเข้าใจหรือเปล่า สาวกคุณธนาธร คุณเข้าใจหรือเปล่า

ไทยไม่ได้จองซื้อเจ้าเดียว ที่ซื้อแอสตราเซเนกา เพราะมีสัญญาเรื่องของการถ่ายโอนเทคโนโลยีการผลิต นอกจากนั้นยังมีซิโนแวค (sinovac) มีของโคแวกซ์ (COVAX)


แต่ของโคแวกซ์ ซึ่งกำลังพัฒนา คือขององค์การอนามัยโลก แต่เนื่องจากราคาแพงมาก เขาจัดเตรียมสำหรับขายราคาถูกให้ประเทศที่ยากจน แต่ประเทศเราอยู่ในระดับกลาง ก็คือไม่ยากจน และไม่รวย เพราะฉะนั้นประเทศไทยต้องซื้อวัคซีนโคแวกซ์ในราคาแพง


ท่านผู้ชมครับ ผมจะอธิบายอย่างไรก็ตาม หรือว่าท่านที่เป็นสาวกของคุณธนาธร ที่อุตส่าห์เขียนคอมเมนต์มา คุณก็ไม่ฟัง เพราะคุณธนาธร จ้องจะโจมตีสถาบันเบื้องสูง ดิสเครดิตสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเดียว พยายามโยงบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ว่าอยู่เบื้องหลังการจัดการทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่มีคำตอบให้หมด ไม่ว่าจะเป็นบริษัท แอสตราเซเนกา เลือกบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ เป็นผู้ผลิตวัคซีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะความพร้อม ไม่ใช่รัฐบาลเลือก บริษัท แอสตราเซเนกา เขาเลือกสยามไบโอไซเอนซ์ ด้วยตัวเขาเอง รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้อง การตั้งราคา บริษัท แอสตราเซเนกา เป็นคนกำหนด การขาดทุนก็เป็นเรื่องของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์


พอถูกต่อว่า ถูกตำหนิ ถูกเอาข้อมูลฟาดฟันจนกระทั่งคุณธนาธร พูดไม่ออก ก็เลยพลิกมาเป็นว่า ขอดูสัญญาระหว่างบริษัท แอสตราเซเนกา กับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ คุณธนาธร คุณโง่จริงๆ ให้ตาย คุณโง่ ถ้าคุณไม่โง่ คุณก็ต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง คุณก็รู้ คุณทำธุรกิจ บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี เวลาทำสัญญากับคู่สัญญาไหนก็ตาม แล้วจู่ๆ ประชาชนมาบอกขอดูสัญญาหน่อยได้ไหม คุณให้ไหมล่ะ ไม่มีใครเขาให้กันหรอก อย่าว่าแต่สัญญาเลย แค่จดหมายน้อยที่ผมเขียนข้อตกลงเล็กๆ น้อยๆ ผมส่งให้ใครก็ตาม คุณไปขอดู เขาก็ไม่ให้ดู มันเป็นเรื่องเอกชนกับเอกชน มันไม่ใช่รัฐบาลไปทำสัญญา แล้วรัฐบาลถูกข้อกล่าวหา รัฐบาลจำเป็นต้องเปิด เพราะว่ารัฐบาลเป็นตัวที่บริหารชาติบ้านเมือง

เพราะฉะนั้นแล้ว คุณธนาธร และสาวกของคุณธนาธร ที่เขียนคอมเมนนต์แบบที่แสดงสติปัญญาอันต่ำต้อย ผมจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้ ไม่พูดไม่ได้


คุณอนุทิน เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงคุณธนาธร เมื่อวันที่ 26 มกราคม หลังจากที่ผมออกรายการไปแล้วถึง 4 วัน คุณอนุทิน ชี้แจงทุกข้อหมดเลย ผมคิดว่าคุณอนุทิน ชี้แจงได้ดี อย่างเช่นกรณีเงินมัดจำ คุณอนุทิน บอกว่ากฎหมายไทยไม่อนุญาตให้หน่วยงานรัฐจ่ายเงินจองซื้อสินค้าที่้ยังไม่มีการผลิต และการมีเงื่อนไขว่าหากผลิตไม่สำเร็จก็จะไม่ได้รับเงินคืน ก็ไม่สามารถทำได้ และอีกอย่างหนึ่ง แม้จะมีเงื่อนไขว่า ถ้าเราจ่ายเงินจองซื้อล่วงหน้า หากเขาผลิตวัคซีนได้สำเร็จ เราจะมีโอกาสซื้อได้ในราคาต่ำกว่าราคาที่เราซื้อเมื่อเขาผลิตได้แล้วก็ตาม หน่วยงานรัฐก็ไม่มีสิทธิจะไปทำสัญญาเช่นนั้นได้เช่นกัน


ท่านผู้ชมครับ คุณธนาธรครับ และคุณสาวกคุณธนาธร สรุปง่ายๆ ว่าคำชี้แจงของคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ผมเอามาอ่านบางส่วนให้ฟังนี้ เป็นคำชี้แจงที่คุณเถียงไม่ออกหรอก แล้วกรณีที่คุณกล่าวหาว่าทำไมประเทศไทยไม่เข้าร่วมโครงการวัคซีนของโคแวกซ์ ซึ่งเป็นขององค์การอนามัยโลก ท่านผู้ชมครับ รัฐบาลไทยได้เจรจากับโคแวกซ์มาตลอด แต่คุณอนุทิน บอกว่า โคแวกซ์ เรา (ประเทศไทย) ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่เขาจะให้ฟรีได้ โคแวกซ์จะให้สิทธิกับประเทศยากจนที่ WHO และ Gavi ให้การสนับสนุนจำนวน 92 ประเทศ ไทยถูกจัดให้อยู่ในประเทศฐานะปานกลาง ถ้าประเทศไทยร่วมกับโคแวกซ์ ก็ต้องซื้อแพงกว่า และไม่สามารถจะเลือกวัคซีนจากผู้ผลิตใดๆ ได้ มีความไม่แน่นอน ทั้งชนิด จำนวน ราคา รวมทั้งต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้วัคซีนเมื่อใด การที่ประเทศไทยจัดหาเอง ได้วัคซีนที่เหมาะสมกับการใช้ มีเงื่อนไขด้านราคาและเวลาที่ชัดเจนกว่า จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย


ท่านผู้ชมครับ นี่เป็นเรื่องของวัคซีนที่คุณธนาธร พูด แล้วท่านสาวกของคุณธนาธร อุตส่าห์คอมเมนต์แบบนั้นออกมา ทำให้ผมมีความจำเป็นต้องพูด แต่เผอิญมันมีข่าวชิ้นหนึ่งซึ่งจะว่าเกี่ยวก็เกี่ยว จะว่าไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว แต่ว่าลองฟังดูก็แล้วกัน

เมื่อสามวันที่แล้ว วันที่ 26 มกราคม คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหนี้สินของข้าราชการระดับหัวหน้าหน่วยงานที่พ้นจากตำแหน่ง ก็คือระดับอธิบดี โดยมีการเปิดเผยทรัพย์สิน ทรัพย์สมบัติของ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ และภรรยา คือ คุณนวลพรรณ ล่ำซำ ที่เขาเรียกกันว่า มาดามแป้ง


ทรัพย์สินที่เปิดเผยมานั้น เป็นทรัพย์สินของสามี ซึ่งเป็นอดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และภรรยาซึ่งเป็นนักธุรกิจ ก็ไม่มีอะไรน่าประหลาดใจนะครับ ก็เปิดเผยทรัพย์สิน แต่ว่าสำนักข่าวทั่วไปก็ลงกัน มีแต่บีบีซีไทยเท่านั้นเอง ซึ่งเจ้าเก่าเวลาเดิม เลือกจังหวะที่มา ใช้มุกเดิมๆ คือแทนที่จะบอกว่า สรุปว่ามาดามแป้งมีทรัพย์สินอยู่ประมาณ 4,600 ล้าน ซึ่งก็ไม่น่าประหลาดใจอะไร เพราะว่ามาดามแป้ง เป็นคุณนวลพรรณ ล่ำซำ เป็นลูกสาวของคุณโพธิพงษ์ ล่ำซำ


ตระกูลของคุณพ่อของคุณนวลพรรณ ก็เป็นเจ้าของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต บริษัท เมืองไทยประกันภัย แล้วในอดีตก็เป็นผู้ก่อตั้ง บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ภัทรธนกิจ แล้วก็เป็นผู้ถือหุ้นธนาคารกสิกรไทย อีกส่วนหนึ่ง


คุณบัณฑูร ล่ำซำ โดยศักดิ์แล้ว เป็นอาของคุณนวลพรรณ ล่ำซำ เพราะฉะนั้นแล้ว คุณนวลพรรณ ก็เลยเป็นมหาเศรษฐีมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ตั้งแต่สมัยเกิดมาใหม่ๆ ตระกูลล่ำซำ ถ้าบีบีซีไทยจะพูดทั้งที ก็ดีเหมือนกัน ผมก็จะย้อนเกล็ดให้ฟังนิดหนึ่ง


คณะราษฎร 2475 หลังจากที่ได้ทำลายนักธุรกิจไปหมดแล้ว แต่ก็แอบคบหาสมาคม แล้วก็ทำมาค้าขายกับตระกูลล่ำซำ เพราะฉะนั้นตระกูลล่ำซำ เขารวยมาตั้งแต่สมัย 2475 แล้ว แต่การรวยของเขา เขาไม่ได้ไปปล้นทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์มา เขาทำธุรกิจการค้า ทำการส่งเข้า ส่งออก รวมทั้งตระกูลหวั่งหลี ในยุคนั้นด้วย

ทีนี้ ทำไมมันถึงเป็นเรื่องขึ้นมา ? ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นเรื่องเลยแม้แต่นิดเดียว ก็คือจู่ๆ บีบีซีไทย ก็ไปบอกว่า มาดามแป้ง มีเพชร ต่างหูเพชร เป็นเพชรสี่เหลี่ยม มีเพชรรูปหยดน้ำอยู่ หยดน้ำเล็ก หยดน้ำใหญ่ และบอกว่าเพชรที่เป็นต่างหูสี่เหลี่ยมนั้น มูลค่าข้างหนึ่งตั้ง 50 ล้านบาท น่าฮือฮากันมาก


เหมือนกับว่าจับนิสัยใจคอคนไทย ต่างหูเพชรอะไรตั้ง 50 ล้าน เสร็จเรียบร้อยแล้วก็มโนกันต่อไปอีก คนที่รู้เรื่องตระกูลล่ำซำ ก็คงจะพูดกันต่อไปว่า เขาก็มีสิทธิที่จะซื้อได้ เพราะเขาร่ำรวย เหมือนกับตระกูลสิริวัฒนภักดี ของคุณเจริญ ซึ่งเป็นเจ้าของเบียร์ช้าง หรือคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ซึ่งเป็นอภิมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศไทย ก็น่าจะมีเงินมากกว่าคุณนวลพรรณ ล่ำซำ เยอะ แต่ไม่เป็นเรื่องเป็นราว เพราะว่าครอบครัวเขาไม่ได้รับราชการ และไม่จำเป็นต้องแจ้งทรัพย์สินให้กับ ป.ป.ช.

นอกจากนั้นแล้ว ก็ยังฟาดงวงฟาดงาต่อ คำว่าฟาดงวงฟาดงา ก็คือเขาก็ไม่ได้เขียนอะไรให้มันเสียหายหรอกนะ แต่ว่าการเอาข้อมูลบางอย่างออกมาเปิดเผยโดยที่ไม่พิจารณาถึงเบื้องหน้าเบื้องหลัง ก็คือการที่ต้องการจะทำลายทางอ้อม ว่านี่เศรษฐีนะ เศรษฐีเงินจะมาจากไหน คนที่รู้เรื่องก็บอก เขารวยมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่กำเนิด และอีกอย่างหนึ่ง ธุรกิจของเขาก็เป็นธุรกิจประกันชีวิต ประกันภัย เขาก็ย่อมรวยได้ แต่ถ้าคนที่ไม่รู้เรื่องก็จะกลายเป็นมโนไปแล้ว ไปหาว่าคุณนวลพรรณ ล่ำซำ ทำอะไรผิดปกติหรือเปล่า มีสามีเป็นถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ถึงร่ำรวย ถึงซื้อข้าวซื้อของได้อย่างนี้ เรื่องนี้แบบนี้มันเป็นไปได้ ถึงขนาดบอกว่า คุณนวลพรรณ ล่ำซำ ถือกระเป๋าแอร์เมส ใบละ 1.5 ล้าน สูงสุด แล้วเขาก็บอกว่าคุณนวลพรรณ สะสมกระเป๋าแอร์เมสใบละ 1.5 ล้าน มีอยู่ 63 ใบ


คนที่ไม่รู้เรื่องก็ตกใจ คนอะไรวะมีกระเป๋าตั้งเยอะตั้งแยะ พากันโยงไปจนถึงภรรยาของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซะก์ ที่ถูกค้นบ้านแล้วก็เจอกระเป๋าแบรนด์เนมต่างๆ เป็นร้อยๆ ใบ แต่ข้อเท็จจริงคนไม่รู้ว่าคุณนวลพรรณ แกเป็นเอเยนต์กระเป๋าแอร์เมส และอีกหลายๆ ยี่ห้อ อย่างเช่น Chloe' แกก็เป็นเอเยนต์ เพราะฉะนั้นแล้วคนที่เป็นเอเยนต์กระเป๋า การที่เขาจะมีกระเป๋าแอร์เมส 63 ใบ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติธรรมดา 63 ใบ มิหนำซ้ำอาจจะเป็นกระเป๋าที่เขาเก็บเอาไว้เพื่อจะขายทีหลัง

แต่ว่าผมต้องการชี้ให้เห็นว่า มันจะเป็นการบังเอิญเกินไปหรือเปล่า ผมก็ไม่รู้ เผอิญ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ ซึ่งโดยหลักฐานว่ามีทรัพย์สินอยู่เบ็ดเสร็จ 100 กว่าล้านบาท ก็ถือว่าธรรมดา เพราะว่าตระกูลเศวตนันทน์ เป็นตระกูลผู้ดีเก่า มีทรัพย์สิน มีเงินทอง ก็เป็นปกติธรรมดา แต่เผอิญคุณนวลพรรณ มีอยู่ 4,600 ล้าน เงินจำนวนพันๆ ล้าน หลายๆ คนก็มี คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็มี แล้วก็เคยประกาศในบัญชีหลักทรัพย์ ทรัพย์สินของ ป.ป.ช. แต่ว่าบีบีซีไทยไม่เคยเอามาแจกแจงรายละเอียดขนาดนี้ แต่เผอิญ อาจจะเป็นเพราะว่า พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ เป็นรองราชเลขาฯ สำนักพระราชวัง และที่สำคัญที่สุด คุณนวลพรรณ ล่ำซำ ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากงานกิจกรรมต่างๆ ที่แกทำแล้ว ผมจะเล่าให้ฟังว่าแกทำอะไรบ้าง ดันมาเป็นโฆษกกิตติมศักดิ์ของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ คู่กรณีของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งบีบีซีไทย ก็เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และม็อบเด็กสามนิ้ว ก็เลยไม่มีอะไรน่าประหลาดใจ เพราะบีบีซีไทยที่ผมเคยเรียนให้ทราบแล้วว่า บีบีซีไทยนั้นมีกุญแจอยู่ 2 คน ที่สำคัญที่สุด อยู่ที่กรุงลอนดอน ไม่ได้อยู่เมืองไทย เป็นผู้คุมเนื้อหา เป็นผู้ที่สามารถที่จะชี้ว่าน่าจะเอาข่าวชิ้นนี้ลงหรือไม่เอาลง คนๆ หนึ่งชื่อ คุณนพพร วงศ์อนันต์ อีกคนชื่อ คุณอิสสริยา พรายทองแย้ม ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิด ทั้งสองคนนี้ไม่สามารถกลับมาเมืองไทยได้ เพราะโดนคดี โดนหมายจับอยู่ในขณะนี้ ก็เลยไม่น่าประหลาดใจอะไร เพราะสองคนนี้โดนคดี 112 เช่นกัน

เพราะฉะนั้น อะไรก็ตามที่จะแย้บคืน ชกคืน หรือกัดเล็กๆ ก็เป็นปกติธรรมดา แต่เพื่อความยุติธรรมกับคุณนวลพรรณ ล่ำซำ นะครับ

คุณนวลพรรณ ล่ำซำ ปีนี้อายุ 54 เป็นลูกสาวของคุณโพธิพงษ์ ล่ำซำ และมีศักดิ์เป็นหลานของคุณบัณฑูร ล่ำซำ คุณนวลพรรณ จบวัฒนาวิทยาลัย ปกติแล้วคนที่เป็นลูกคนที่มีเงินมีทอง หรือลูกศักดินา ก็เรียนจบโรงเรียนอย่างเช่นวัฒนาวิทยาลัย หรือไม่ก็มาแตร์เดอี ก็เหมือนกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จบโรงเรียนเซนต์คาเบรียล หรือว่าหลายคนก็จบอัสสัมชัญ บางคนก็จบเทพศิรินทร์ บางคนก็จบสวนกุหลาบ แล้วคุณนวลพรรณ ก็สอบเข้าไปเรียนวิชาบัญชี ที่คณะพาณิชยศาสตร์การบัญชีของจุฬาฯ หลังจากนั้นแล้วเธอก็ไปได้ปริญญาโทสาขาการจัดการที่มหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์

ที่สำคัญที่สุด คุณนวลพรรณ นอกจากการดูแลธุรกิจส่วนตัวของครอบครัวแล้ว ซึ่งแน่นอนที่สุดแกก็ต้องมีหุ้น มีส่วนอยู่ด้วย แกยังทำหน้าที่เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐลิทัวเนีย แล้วก็ คุณนวลพรรณ เป็นกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 อะไรๆ ที่คุณนวลพรรณ ทำ จะเกี่ยวกับรัชกาลที่ 10 เกี่ยวกับราชวงศ์หลายๆ เรื่อง ตั้งแต่สยามไบโอไซเอนซ์ เป็นกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ก็เลยถูกโยง เพราะว่ามีความไม่พออกพอใจสยามไบโอไซเอนซ์ขึ้นมา ก็เลยกลายเป็นประเด็นที่ดึงเอาเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง อย่างเช่นเรื่องต่างหูราคา 50 ล้านบาท ซึ่งก็ไม่ได้หนักหัวกบาลบีบีซีไทยอะไรทั้งสิ้น เพราะว่าสำหรับผมแล้ว เป็นเงินส่วนตัวของคุณนวลพรรณ และคุณนวลพรรณ ก็ไม่ได้ทำธุรกิจทางด้านการประมูล หรือว่าเป็นนักการเมืองที่วิ่งเต้น ติดต่อ จู่ๆ มีต่างหู 50 ล้านบาท ก็ต้องเป็นข้อสงสัยของคนเช่นกัน


นอกจากนั้นแล้ว คุณนวลพรรณ ก็ยังเป็นประธานสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ ในไทยลีก และที่สำคัญในอดีตนั้น คุณนวลพรรณ ล่ำซำ เป็นผู้ที่ปลุกปั้นทีมฟุตบอลหญิงจนสามารถเข้ารอบสุดท้ายของบอลโลกได้


แล้วคุณนวลพรรณ ล่ำซำ เท่าที่ทราบมา เป็นคนที่สนใจในเรื่องของคนจน เข้าไปดูแลความเป็นอยู่ของสลัมชาวคลองเตย อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นประธานสโมสรทีมท่าเรือ เป็นคนที่ใส่ใจและลงไปติดดิน และไปหาทางที่จะแก้ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ในการดำรงชีพของชาวบ้านในระดับล่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่คุณนวลพรรณ ได้ไปรับผิดชอบอยู่ อย่างเช่นเป็นประธานสโมสรทีมฟุตบอลการท่าเรือ

ก็เล่าให้ฟังว่า คนที่รวย มีจิตใจดีงาม หน้าตาก็ดี ถึงแม้อายุจะถึง 54 แล้ว แล้วก็ครอบครัวที่มีศักดิ์ศรี ไม่เคยคดโกงใคร ทำงานเพื่อส่วนรวม ถึงคุณนวลพรรณ จะมีต่างหูเพชรเม็ดละ 200 ล้าน ก็เป็นเรื่องของคุณนวลพรรณ เพราะว่าคุณนวลพรรณ มีทรัพย์สินอยู่ 4,600 ล้าน เพราะฉะนั้นแล้ว การที่จะใช้เงินของเธอเองไปซื้อเพชร ซื้ออะไรก็ตาม มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ ที่สำคัญที่สุด ทำไมจะต้องมาดึงเอาเฉพาะเรื่องของคุณนวลพรรณ ขึ้นมา แล้วมาโชว์ว่ามีเพชรต่างหู 50 ล้าน มีกระเป๋าแอร์เมสใบละ 1.5 ล้าน 63 ใบ โดยที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าคุณนวลพรรณ นั้นเป็นเจ้าของแบรนด์แอร์เมส ที่เป็นเอเยนต์แอร์เมสสั่งเข้ามาขายในเมืองไทย พฤติกรรมของบีบีซีไทยครั้งนี้ก็ไม่มีอะไร สำหรับผมแล้ว คนที่อยู่ในวงการนี้ ผมรู้ว่างานนี้เป็นมุกที่จะใส่ร้ายป้ายสีทางอ้อม สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องชีวิตของคุณนวลพรรณ อาจจะเข้าใจคุณนวลพรรณ ผิดไป ก็เล็กๆ น้อยๆ ให้เห็นว่านี่คือสันดานของบีบีซีไทย ให้รู้ สังเกตให้ดีๆ ตามที่ผมพูด ย้อนกลับไปดูอดีตที่ผมเล่าให้ฟังว่าบีบีซีไทยเป็นอย่างไรบ้าง บีบีซีไทย วันนี้เป็นสำนักข่าวผ่านเฟซบุ๊กที่อยู่เบื้องหลังม็อบสามนิ้ว และผูกพันตัวเองอยู่กับกลุ่มคณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล ตลอดจนมีส่วนสำคัญที่รับผิดชอบในเรื่องของการแพร่กระจายข่าว หรือแสดงออกในทิศทางของการที่จะล้มล้างสถาบันกษัตริย์

เอาล่ะ ไหนๆ ท่านพูดออกมาแล้ว ผมจะให้สาวกของคุณธนาธร ดูซะหน่อย คุณธนาธร เข้ามาเล่นการเมืองตั้งแต่ต้น มีอยู่บางเรื่องที่คุณธนาธร พูดแล้วผมเห็นด้วย อย่างเช่นเรื่องงบประมาณทางทหาร ผมเห็นด้วยว่าควรจะลด เรื่องการบริหารจัดการเรื่องเขื่อน เรื่องน้ำ ผมเห็นด้วย แต่พอช่วงหลังมันมีอะไรที่มันเป็นเรื่องที่มาบดบังตาคุณธนาธร คุณธนาธร ฟาดงวงฟาดงา พยายามโยงเรื่องราวต่างๆ ที่คุณธนาธร พูดนั้น ก้าวไปสู่สถาบันพระมหากษัตริย์ ตอนที่คุณธนาธร เข้ามาเล่นการเมืองใหม่ๆ ท่านผู้ชมจำได้ไหม คุณธนาธร ต้องการโชว์ฟอร์มว่าตัวเองนั้นเป็นคนโปร่งใส สร้างภาพ พ่นคำโกหกออกมาอย่างแนบเนียนหลายครั้ง เรียกได้ว่า พ่อของฟ้าเป็นต้นแบบในการโกหกตอแหลของแกนนำม็อบสามนิ้วก็ว่าได้ หรืออีกนัยหนึ่ง แกนนำม็อบสามนิ้ว เอาลักษณะการโกหกของคุณธนาธร มาใช้


ท่านผู้ชมจำได้หรือเปล่า วันที่ 18 มีนาคม 2562 เกือบสองปีที่แล้ว ก่อนหน้าการเลือกตั้งทั่วไป คุณธนาธร โชว์ฟอร์ม โชว์ความเท่ บอกว่า "ตนได้ทำบันทึกตกลงร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนภัทร จำกัด เพื่อนำหุ้นในบริษัทมหาชน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ โอนให้บริษัทดังกล่าวเป็นผู้จัดการทรัพย์สิน ขอเหลือไว้แต่บ้านที่อยู่อาศัย รถ และต่างหูของภรรยาเท่านั้น และจะเจอทรัพย์สินของตนอีกทีก็ต่อเมื่อเลิกทำงานการเมืองแล้ว เพื่อแสดงออกถึงความโปร่งใสและลบข้อเคลือบแคลงใจที่ว่านักธุรกิจเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง" โอ้โห ท่านผู้ชมครับ เสียงปรบมือกระหึ่มก้องเลย ก้องอย่างชนิดที่เรียกว่าทุกคนเด็ดขาด สุดยอด แต่พอมาวันที่ 20 กันยายน 2562 อีกเจ็ดเดือนให้หลัง หลังจากที่คุณธนาธร โม้ออกไปแล้ว ปลิ้นปล้อนออกไป สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ ส.ส.ที่ผ่านมา พบว่าคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มีรายได้รวม 188.606,720 ล้านบาท มีรายจ่ายรวม 66 ล้านบาท มีทรัพย์สินรวม 5,628 กว่าล้านบาท หนี้สินรวม 683 กว่าล้านบาท ทำให้คุณธนาธร มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินถึง 5,631 ล้านบาท ตายล่ะสิคราวนี้ ไหนบอกว่าทรัพย์สินของคุณโอนไปให้กองทุนฯ บริหารทรัพย์สินแล้ว ? คุณไม่ควรจะมีทรัพย์สินเยอะขนาดนี้ พอเรื่องแดงออกมา คุณธนาธร เวลาเรื่องแดงก็จะให้คุณปิยบุตร อีกคนหนึ่งที่ฉลาดแต่ชอบแสดงความโง่ เลขาฯ พรรคอนาคตใหม่ คุณช่อ พรรณิการ์ โฆษก แถลงข่าว


แก้ตัวว่า นายธนาธร ตกลงกับบริษัทแห่งหนึ่งเพื่อจะทำ Blind trust ก็ได้ดำเนินการไปแล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้นายธนาธร ที่ยังไม่ได้ใช้อำนาจของ ส.ส. เนื่องจากถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว ถ้าวันใดศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้อง ให้นายธนาธร ปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ตอนนั้นก็จะมีอำนาจในการเป็น ส.ส. ก็ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ เมื่อนั้นนายธนาธร ก็โอนทรัพย์สินกับ Blind trust

ท่านผู้ชมย้อนกลับไปมีนาคม ที่ผมพูด คุณธนาธร พูดเองว่าผมจะไปเล่นการเมืองแล้วผมจะโอนทรัพย์สินให้ Blind trust คุณไม่ได้โอน พอคุณถูกจับได้ว่าคุณไม่ได้โอน เพราะว่าคุณมีทรัพย์สิน คุณมีแจ้งไว้ที่ ป.ป.ช. คุณก็ให้หน้าม้าของคุณออกมาแถลงบอกว่า เนื่องจากว่ากำลังมีเรื่องอยู่ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วยังไม่รู้ว่าจะได้เป็น ส.ส.หรือเปล่า เพราะฉะนั้นแล้วยังไม่ได้โอนให้ เอ๊ะ คุณมาพูดตอนนี้ กับตอนต้น มันคนละเรื่องกันแล้วนะ ที่ผมฟัง ถ้าผมไม่โง่เหมือนอย่างคุณที่โง่จริงๆ นะ ผมฟังว่า เมื่อคุณพูดแล้ว คุณต้องทำทันที เพราะเขาปรบมือให้คุณหมดแล้ว

การแถลงข่าวการจัดการทรัพย์สินผ่านคณะกรรมการ Blind trust ของนายธนาธร เมื่อวันที่ 18 มีนาคมนั้น ท่านผู้ชมรู้ไหมว่า กกต.ได้พิจารณาเรื่องนี้ แล้วมีมติว่า เป็นเพียงการหาเสียงเลือกตั้งให้กับตัวเองเท่านั้น ไม่ได้เป็นการหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง หรือจงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนให้ตนหรือผู้สมัคร ก็แสดงว่าคุณธนาธร สร้างคะแนนนิยม โดยการโกหกประชาชน เอาล่ะ ท่านผู้ชม ท่านสาวกคุณธนาธร เรื่อง Blind Trust เอ้า ต่อมาอีกเรื่องหนึ่ง Hyperloop


Hyperloop คืออะไร ? Hyperloop เนื่องจากว่าในต่างประเทศเขามีการคิดการเดินทางแบบใหม่ เดินทางด้วยท่อ นายอีลอน มัสก์ ก็เคยเสนอข่าวนั้นออกมา ก็ปรากฏว่าในขณะนั้น รถไฟความเร็วสูงกำลังมีการเดินหน้าวางโครงสร้างอยู่ในประเทศไทย เป็นเทคโนโลยีที่ยอมรับและใช้กันอย่างกว้างขวางทั่วโลก คุณธนาธร เข้ามาแล้วคราวนี้ เข้ามาชิงซีน โดยการเกทับเลย ว่าประเทศไทยไปทำทำไม รถไฟความเร็วสูง Hyperloop คืออนาคตใหม่ของระบบขนส่งมวลชนคนไทย ที่ไปไกลกว่ารถไฟความเร็วสูง คุณธนาธร และคุณพรรณิการ์ อุตส่าห์เดินทางไปทดสอบ Hyperloop ของบริษัท Virgin Hyperloop ที่เมืองลาสเวกัส ประเทศอเมริกา เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการสร้างระบบรถไฟ Hyperloop ในไทย แล้วยังพบว่าต้นทุนในการก่อสร้างการเดินรถถูกกว่ารถไฟเกือบครึ่ง ซึ่งไม่จริง นี่คือข้อเท็จจริงที่ไม่จริง

แต่ทีนี้จากผลการรายงานการศึกษาการสร้าง Hyperloop ในเมืองไทยของนายธนาธร ในหน้าที่ 4 ที่เขาทำเอกสารมา ในส่วนบทสรุปผู้บริหาร ที่เขาเรียกว่า Executive Summary เรื่องบทวิเคราะห์การเงิน ระบุไว้ชัดเจนดังนี้ ผลการวิเคราะห์ของเราเรื่องเกี่ยวกับต้นทุนการก่อสร้างและการสร้างเส้นทาง Hyperloop แทนรถไฟธรรมดา หรือรถไฟความเร็ว เชื่อมกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จะมีต้นทุนราว 18.9 ล้านดอลลาร์ต่อ 1 กิโลเมตร และต้นทุนนี้จะถูกกว่าการสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงที่รัฐบาลญี่ปุ่นนำเสนอ อยู่ในราวกิโลเมตรละ 19.43 ล้านดอลลาร์ ถูกกว่ากิโลเมตรละประมาณเกือบๆ 1 ล้านดอลลาร์


วันที่ 20 มีนาคม 2562 ก่อนการเลือกตั้งไม่กี่วัน คุณธนาธร ได้โพสต์เรื่องนี้ลงในเฟซบุ๊กเพื่อหาเสียง 31 มีนาคม เผยแพร่รายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้เพื่อการพัฒนาและการก่อสร้างเทคโนโลยี Hyperloop ในประเทศไทย ให้ผู้สนใจได้อ่าน และระบุว่า แม้จะถูกจัดทำโดยการสนับสนุนของตนเอง แต่ขอมอบผลการศึกษานี้ไว้ให้กับสาธารณชน

ท่านผู้ชมครับ ผ่านไปสองปี เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 เมื่อไม่กี่เดือนมานี้่เอง สามเดือน บริษัท Virgin Hyperloop ของนายริชาร์ด แบรนสัน ที่คุณธนาธร และคุณช่อ พรรณิการ์ เดินทางไปดูงานที่ลาสเวกัส เปิดเผยว่า ได้มีการทดสอบ Hyperloop และมีผู้โดยสารจริง ได้ดำเนินการเป็นครั้งแรก แต่ว่าข้อเท็จจริงก็คือว่า Hyperloop จะใช้ได้จริงอย่างเร็วที่สุดก็คือปี 2573 อีกสิบปีข้างหน้า คุณธนาธร คุณนี่โม้ฉิบหายเลย คุณอาจจะอ่านหนังสือมากกว่าคนอื่นเขา แต่คุณก็ไม่ได้อ่านมากกว่าผมหรอก แต่สาวกคุณน่ะ คุณธนาธรวิสัยทัศน์สุดๆ ดูสิ Hyperloop 1 กิโลเมตร 18 ล้านเหรียญสหรัฐ รถไฟความเร็วสูงที่ญี่ปุ่นเสนอ กิโลเมตรละ 19 ล้านเหรียญ ต่างกัน 1 ล้านเหรียญ สุดยอดๆๆ คนนี้น่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ท่านผู้ชมครับ อีกสิบปีครับ ถ้าอย่างนั้นผมพูดได้ไหม ทำไมคุณธนาธร ไม่อ้างไปล่ะว่าถ้าอย่างนั้นไม่ควรจะพิจารณา น่าจะพิจารณารถยนต์ที่บินได้ เพราะมีการพิจารณาแล้ว ที่ญี่ปุ่นเริ่มทำแล้ว เสร็จเรียบร้อยแล้ว ราคาถูกกว่า แต่ขอโทษ อีกห้าสิบปีถึงจะใช้ได้


เอาเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เอามาตั้งข้อสมมติฐานว่าเป็นเรื่องปัจจุบัน เพื่อขายความฝันให้กับคนไทย เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความมีวิสัยทัศน์ของตัวเอง

นี่เอาแค่ Hyperloop อย่างเดียว ยังมีอีกเยอะแยะไปหมด ซึ่งคุณธนาธร พูด และเป็นการพูดแบบพูดความจริงไม่หมด เพราะฉะนั้นแล้วผมก็เลยคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องมาดูให้ดีๆ คุณสาวกของคุณธนาธร คุณจำได้ไหม คณะก้าวหน้า หลังจากที่ถูกพิพากษาแล้วว่าเล่นการเมืองไม่ได้ ก็เลยไปตั้งคณะก้าวหน้า แจกเงิน 3 พันบาท ไม่ต้องพิสูจน์ความจน ข้อครหาเต็มไปหมดเลย แต่ทำไมต้องทำเช่นนั้น ? ทำเพื่อที่จะไปบลัฟฟ์รัฐบาล บลัฟฟ์การทำงานของรัฐบาล


ข้อครหาเกิดขึ้น เงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัวของช่อ พรรณิการ์ แล้วการโอนเงินช่วยเหลือนั้นเป็นการช่วยเหลือเฉพาะพรรคพวกตัวเองหรือเปล่า พรรคตัวเองไม่ได้ควักเงินตัวเองเข้ามา ตัวเองพึ่งพาเงินบริจาคเข้ามา ตอนนี้เรื่องเงินบริจาคเมย์เดย์ เมย์เดย์ ในเวลานั้น กลายเป็นคดีฟ้องร้องหมิ่นประมาทอยู่ในชั้นศาล แต่ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า ธนาธร และคณะก้าวหน้า เวลาจะทำอะไรมักจะมีวาระซ่อนเร้นตลอด ไม่ว่าจะเป็นการเกาะกระแสเพื่อกระทบกระเทียบผู้อื่น หาคะแนนเสียงให้ตัวเอง หวังผลทางการเมือง ทำร้ายสถาบัน พอกระแสไม่ดีหรือไม่มีกระแสก็เปลี่ยนเรื่อง เปลี่ยนประเด็นไปเรื่อยๆ โดยหวังว่าคนอื่นจะจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน แต่ผมจับได้ไล่ทัน ก็วันนี้เรื่องวัคซีนพระราชทาน ทำไมเงียบไปแล้วล่ะ เพราะโดนตอกหน้าจนกระทั่งหน้าแหก หมอไม่รับเย็บ ก็จะมีคนเชื่อคุณธนาธร ก็เฉพาะสาวกโง่ๆ และด้อยปัญญาเท่านั้นที่ไม่ได้พิจารณา ผมไม่ได้หมายถึงว่ารัฐบาลชุดนี้ฉลาดมากมายนักนะ แต่ผมคิดว่าถ้าคุณจะมาเล่นการเมือง คุณเริ่มด้วยความซื่อสัตย์ก่อนได้ไหม ก่อนที่คุณจะไปด่าคนอื่นว่าเขาไม่ซื่อสัตย์ ตัวคุณเองยังไม่ซื่อสัตย์กับประชาชนในเรื่องของข้อมูลข่าวสารที่คุณจะให้ คุณเอามาดัดแปลง คุณปั้นน้ำให้เป็นตัว คุณคือเจ้าของโรงงานน้ำแข็ง เพราะฉะนั้นคนที่เป็นสาวกคุณธนาธร ใส่ใจเรื่องนี้บ้าง แล้วอย่าคอมเมนต์โง่ๆ มาให้ผมดู เพราะผมยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมจะพูด

เอาล่ะ เรื่องสถาบันกษัตริย์ พวกคุณ พวกพรรคก้าวไกล หรืออดีตพรรคอนาคตใหม่ ม็อบสามนิ้ว ยืนอยู่บนหลักการที่เรียกว่าสถาบันกษัตริย์ต้องปฏิรูป ปรากฏว่าในการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากรัชกาลที่ 10 เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาล สภาฯ เวลาเขาขอเครื่องราชฯ เขาจะทำส่งไปหมดทุกคนเลย ถ้าถูกต้องตามเงื่อนไข ไม่เคยต้องโทษมา ก็สามารถที่จะขอได้ ก็ปรากฏว่ามี 22 คน ของพรรคก้าวไกล ที่ยื่นเรื่องไปขอเครื่องราชฯ เมื่อยื่นไปแล้วก็อาจจะมีการโต้เถียงกันว่าพรรคก้าวไกลไม่ได้เสนอ แต่ว่ารัฐสภาเป็นคนเสนอ แต่ผมมีข้อมูลครับท่านผู้ชม


คนเกลียดตัวกินไข่ ใบยื่นรับรองคุณสมบัติบุคคลขอเครื่องราชฯ 7 ส.ส.ก้าวไกล กรอกเอง เซ็นเองด้วยนะ กรอกเอง เซ็นเอง แสดงว่าต้องการเครื่องราชฯ มีใครบ้าง มีคุณคารม พลพรกลาง คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร คุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ คุณพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ คุณวาโย อัศวรุ่งเรือง และคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร หลักฐานมีหมด ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรกับคุณและสาวกของคุณธนาธร พวกคุณใจมืดบอด อคติ ผมบอกคุณไปแล้วไงว่าหลายๆ เรื่องที่คุณทำ ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็นด้วย บางเรื่องผมเห็นด้วย สนับสนุน แต่จิตใจคุณมืดบอด คุณต้องการที่จะ หนึ่ง ป่วน สอง สร้างกระแส และสาม อาฆาตแค้น ผมไม่รู้ว่าคุณอาฆาตแค้นอะไรกับสถาบันกษัตริย์ ทั้งทีม ไม่ว่าคุณปิยบุตร โน่นนี่นั่น สาวกคุณก็ฟังข้อมูลของคุณ เทิดทูนคุณ บูชาคุณ ลุ่มหลง หลงใหล และคลั่งไคล้คุณ เพราะฉะนั้นคุณพูดอะไร เขาก็เชื่อหมด แต่พอคุณพูดผิด โดนเขาสวนกลับ คุณกบดานเงียบเลย เป็นเต่าหัวหดอยู่ในกระดอง แล้วคุณก็อรอจังหวะอีกสักครั้่งหนึ่ง ออกมาฟาดฟันอีกครั้งหนึ่งด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จ แล้วพอเขาออกมาสวนคุณ การสวนนั้น รัฐบาลบางทีโง่ ปรับตัวไม่ทัน ไม่ใช่รายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ที่สวนคุณได้ทุกเม็ดทุกดอก เม็ดต่อเม็ด ดอกต่อดอก ถ้าคุณโดนสวนปั๊บ คุณก็จะเงียบอีก แล้วคุณก็รอจังหวะออกมาอีก เลิกได้เสียทีนะวิธีการนี้

ทีนี้ มาเรื่องของสาวกของคุณกาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ บ้าง มี inbox เข้ามาหาผมบางคน 2-3 inbox ก็ในเชิงต่อว่าผมว่าคุณกาละแมร์เป็นคนตั้งใจทำงาน เป็นคนสร้างเนื้อสร้างตัว แล้วก็ คุณกาละแมร์ไม่ได้ทำอะไรผิด ก็โฆษณาขายของเหมือนคนอื่นเขาโฆษณาขายของ ท่านผู้ชมครับ และท่านสาวกคุณกาละแมร์ครับ ผมไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ จริงๆ ให้ตายสิ เพราะเดี๋ยวจะหาว่าผมตามล้างตามเช็ดคุณกาละแมร์ แต่เมื่อคุณหาเรื่องมาแบบนี้ ผมก็เลยต้องพูดจาเพิ่มเติม


จนวันนี้ ไอดอลของคุณ หรือเทพธิดาของคุณ ก็ยังไม่หยุด ยังออกมาไลฟ์สด ออกมาเอารูปผู้หญิงบางคนได้รับการทาหน้า แล้วก็มาอ้างอิงถึงสรรพคุณอะไรหลายอย่าง คุณตอบคำถามผมหน่อยสิ สิ่งที่คุณกาละแมร์เคยพูดมา มีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจน ว่ายาเสริม ยาของคุณกาละแมร์ที่คุณซื้อไปกิน อาหารเสริมน่ะ ที่คุณกาละแมร์บอกว่ารักษาโควิดได้ โดยยกตัวอย่างครอบครัวหนึ่ง แล้วขณะเดียวกัน ก็สามารถจะรักษามะเร็งได้ โดยยกตัวอย่างอีกคนหนึ่ง ผมถามคำถามอย่างนี้ ง่ายๆ ถ้าผมจะเป็นนักหลอกลวงคน ผมไปจ้างใครมาทำก็ได้ ได้ไหม เอาไปแสนนึง เดี๋ยวพูดตามที่ฉันบอกนะ ผม นายวิปริต พิสดารจิต ผมยืนยันครับ สมัยก่อนผมเป็นมะเร็ง ผมก็แทบไม่ไหว ไปหาหมอโน่นนี่นั่น พอผมทานอาหารเสริมยี่ห้อนี้ปั๊บ ผมทานอยู่ 1 เดือน กลับไปวัดค่ามะเร็ง หมอกบอกว่าไม่มีแล้ว หายไปแล้ว ทำไมคนที่วัดค่ามะเร็งแล้วหาย แล้วกินยาอาหารเสริม คุณไม่เอาออกมาส่งให้คณะวิจัย หรือคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์เขาวิจัยล่ะ ข้อแรก ตอบผมก่อน หายจริงหรือเปล่า ? ข้อที่สอง คุณสมบัติอาหารเสริมของคุณน่ะ สามารถที่จะวิจัยได้ไหมว่าสามารถรักษามะเร็งได้


ท่านสาวกคุณกาละแมร์ เรื่องนี้เรื่องใหญ่นะ ไม่ใช่เรื่องเล็ก ใหญ่ตรงไหน ? ใหญ่ตรงไอ้อาหารเสริมส้นตีนนี่ ถ้ามันรักษามะเร็งได้ มันปฏิวัติวงการแพทย์ไปแล้วนะ ให้ตาย วันนี้เขารักษาโรคมะเร็งกันทั่วโลกยังรักษาไม่ได้เลย มีแต่หยุดยั้ง มีแต่บอกว่าถ้าเป็นขั้น 1 เฟส 1 ถ้าทานอย่างโน้นทานอย่างนี้ ก็มีโอกาสที่จะหาย คุณคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กเหรอ แล้วจู่ๆ เทพธิดาของคุณมาพูด หลักฐานคำพูดมีหมด ซึ่งเทพธิดาของคุณก็อ้างว่าเป็นเรื่องของส่วนบุคคล บางคนใช้ได้ผล บางคนใช้ไม่ได้ผล อ้าว ฉิบหาย คุณพูดอย่างนี้ก็เอี้ยสิ (ขอโทษนะ) เอี้ยนะ แสดงว่าคุณหลอกลวงเขาแล้วใช่ไหมล่ะ แล้วประการแรก ถ้าคุณพูดอย่างนี้จริง คุณมีคนพูดจริง คุณเอามาออกรายการ หรือเอามาให้คณะวิทยาศาสตร์ หรือให้หมอทั้งหลายพิสูจน์หน่อย คุณไปรักษามะเร็งที่ไหน โรงพยาบาลใด เป็นมะเร็งตรงไหน ค่ามะเร็งอยู่ไหน ขอดูผลหน่อยซิ เชื่อผมสิตอแหล แล้วคุณก็เชื่อคนตอแหลแบบนี้ แล้วคุณก็มาว่าผมว่าไปว่า เขาทำมาหากิน ผมไม่เคยอิจฉาริษยา


คุณกาละแมร์ สมัยก่อนที่เริ่มอาชีพเป็นผู้สื่อข่าว หลังจากจบนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ คุณกาละแมร์นั่งรถเมล์มาทำงานที่ช่อง 3 พอตกเย็น คุณรู้ไหมว่าใครส่งคุณกาละแมร์กลับบ้าน เพราะสงสาร ? คุณแอน จินดารัตน์ ซึ่งอยู่ช่อง 3 เหมือนกัน คุณแอนบอกว่าสงสารกาละแมร์ ตอนนั้นมันจนมาก แล้วมันมีบ้านหลังแรกในชีวิตก็เพราะความพยายามของเขา ภูมิอกภูมิใจมาก คุณกาละแมร์เป็นคนที่มาจากพื้นฐานที่คนจนคนหนึ่ง แต่คุณกาละแมร์ดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองร่ำรวยขึ้นมา เป็นเรื่องที่ไม่ผิด เป็นเรื่องที่น่าชมเชย น่าสรรเสริญ แต่ถ้าคุณรวยขึ้นมาด้วยการหลอกลวงคน ใช้ไม่ได้ คุณสาวก คุณเข้าใจให้ดี แล้วมีที่ไหนล่ะรักษาโควิด แล้วก็กินแล้ว กินเม็ดหนึ่ง คุณไปดูคำพูดคุณกาละแมร์ ผมมีหลักฐานหมด ผมไม่ได้มโน ถ้าแน่จริงคุณกาละแมร์ฟ้องผมสิว่าผมพูดโกหก ผมพร้อมจะพิสูจน์ในศาลได้ว่าคุณกาละแมร์พูดอย่างนี้ แต่ทำไมไม่มีใครพูดถึงล่ะ นี่คือประโยชน์ที่เสียไป และประชาชนเดือดร้อน มีความเสียหายเกิดขึ้น

คุณบอกว่าคุณกินยาอาหารเสริมของคุณเข้าไป ทุกอย่างรัดรึงไปหมด จมูกโด่งเป็นสัน ตาที่ตกมา หายตาตกกลายเป็นตาสองชั้น


ผมลองเอามากินดีไหม ผมเริ่มตาตกแล้ว ผม 73 แล้ว ดูซิจะหายหรือเปล่า ถ้าไม่หายผมเอาเรื่องคุณตายห่านะ เอาไหม กินดี มีรูปเสร็จ มานั่งทำหน้าทำตา กินแล้วดีขึ้นค่ะ คุณไปจ้างใครมาออก ?


ด้วยเหตุนี้ปัญหาใหญ่ก็คือว่า อย. ใช้ไม่ได้ และกองบังคับการคุ้มครองผู้บริโภค ก็ใช้ไม่ได้ เพราะว่าโทษ เป็นโทษโฆษณาเกินความเป็นจริง โทษก็คือว่า ปรับ ข้อที่ 1 จำคุก ข้อที่ 2 หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อที่ 3 ตำรวจมีสิทธิเลือก 1, 2, 3 ผมเชื่อว่า 7 คดีที่ผ่านมาตำรวจเลือกปรับ ทำไมถึงเลือกปรับล่ะ ? ผมไม่รู้ คุณไปคิดเอาเองก็แล้วกัน ทำไมถึงไม่เลือกดำเนินคดีอาญา คุณก็ไปคิดเอาเองก็แล้วกัน เกียรติตำรวจของไทย เกียรติวินัยกล้าหาญมั่นคง คุณจำเรื่องกรณีหลงจู๊สมชายได้ไหม ฝีมือใคร ? ก็ฝีมือตำรวจ

ข้อกล่าวหาต่างๆ คุณกาละแมร์โดนเข้าไป 7 คดี คดีนี้คดีที่ 8 สมควรหรือยังที่จะใส่ข้อหาหลอกลวงประชาชน และฉ้อโกงประชาชนเข้าไปด้วย จนวันนี้ยังไม่สำนึก แล้วสาวกคุณกาละแมร์ คุณคิดดูสิ ถ้าบริษัทที่คุณกาละแมร์ทำ 2 ปีกว่า ยอดขายร้อยกว่าล้านบาท กำไร 15 ล้านบาท คุณกาละแมร์เอาเงินที่ไหนมา แล้วก็อ้างตัวเอง ข้อแรก คุณกาละแมร์เอาเงินที่ไหนมา ที่จะมาซื้อคอนโดฯ เกือบร้อยล้านบาท


เอาล่ะ คุณกาละแมร์อาจจะทำงาน ออกอีเวนต์ รับมาทีละ 5 หมื่น รับมาทีละ 1 แสน สะสมไปเรื่อยๆ เอาล่ะ ไม่เป็นไร แต่แล้วคุณไปโม้กับไทยรัฐออนไลน์ว่าคุณมีเงินเกือบพันล้าน หรือว่าสิ่งที่คุณพูดกับไทยรัฐออนไลน์เป็นเรื่องโกหก ถ้าคุณโกหกเรื่องนี้ แล้วที่คุณไลฟ์สดขายของ คุณไม่โกหกอีกหรือ คุณมีขบวนการหรือเปล่า พวกคุณมีกี่คนอยู่ในนี้ ถ้าคุณยังไม่หยุดนะ ผมจะฉีกหน้ากากกลุ่มคุณออกมาให้หมดทุกคนเลย ว่าทำอะไรบ้าง ตั้งเป็นแก๊ง แล้วคุณไปพูดอย่างนี้ ผมตั้งคำถาม ถามอธิบดีสรรพากร สนใจไหมล่ะ คนที่บอกว่ามีเงินเกือบพันล้าน เข้าไปตรวจสอบหน่อยสิ ว่าเงินมาจากไหนเกือบพันล้าน ผมจะได้รู้คำให้การคุณกาละแมร์เสียทีกับสรรพากรว่าจริงๆ แล้วหนูแค่โม้ หนูมีไม่ถึงหรอก พันล้าน หรือไปซื้อคอนโดฯ เกือบร้อยล้าน เอาเงินที่ไหนไปซื้อ คุณรายงานรายได้ให้กับ ภงด. เวลาคุณเสียภาษีหรือเปล่า


ภาษี ผมเชื่อว่าคุณหนีภาษี ข้อมูลในเรื่องทางบัญชี คุณไม่ชัดเจน และการกระทำของคุณเข้าข่ายการหลอกลวงประชาชนหรือเปล่า พิสูจน์ไม่ยาก การที่คุณเที่้ยวเอาคนโน้นคนนี้มาออก ผมไม่รู้ว่าคุณจ่ายเงินเขาหรือเปล่า คุณจะต้องสู้ต่อไป แต่คุณจะต้องสู้ในทิศทางที่ถูกต้อง คุณต้องสู้แบบมีคุณธรรม อาหารเสริมของคุณมันเป็นยาวิเศษมาจากโลกพระอังคารหรือไง ถึงรักษาได้ทุกเรื่อง ถ้าคุณมั่นใจว่าอาหารเสริมของคุณสุดยอดอย่างนี้ พิสูจน์ได้ แล้วคุณมั่นใจ คุณรู้ไหมว่าคุณคือเศรษฐีหลักแสนล้านแล้วนะ คุณมาไลฟ์สดขายทำไม เข้าใจหรือยัง

อย่าเพียงเพราะเขาเอาตัวละครตัวหนึ่งมาออกทีวี แล้วบอกว่าดิฉันใช้แล้วดีค่ะ แต่ก่อนหน้าดิฉันมันเหี่ยว พอดิฉันทานเข้าไปแล้วมันดีขึ้น มันรัดรึง หยุดขบวนการตอหลดตอแหลได้แล้ว ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตอหลดตอแหลคนเดียวยังไม่พอ ยังมาเจอกลุ่มพวกคุณอีก ผมนี่เวียนหัวจริงๆ เลยประเทศไทย โชคดีนะ ผม 73 แล้ว อยู่ในโลกนี้อีกไม่กี่ปีเดี๋ยวก็ตายแล้ว จะได้หลุดพ้นไปจากความชั่วร้ายพวกนี้เสียที


เมืองไทยตอนนี้เต็มไปด้วยเจ้าของโรงงานน้ำแข็ง ปั้นน้ำเป็นตัวทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นแล้ว คุณสาวกคุณกาละแมร์ คุณหยุด คลิปคุณกาละแมร์ มีคนเข้ามาดู 4 ล้านคน 4 ล้านกว่าคน รายการเมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา คนเข้ามาดูทั้งหมด 4 ล้านกว่าคน 8 ล้านกว่าคนดูรายการนี้ คุณงมงายอยู่ที่ไหนกัน คุณกาละแมร์ และพรรคพวก คุณหยุดได้แล้ว คุณเป็นคนมีความสามารถในการพูด คุณหาอะไรที่มันไม่เวอร์ แล้วคุณก็ไลฟ์สดขายไป คุณอาจจะกำไรน้อยหน่อย คุณอาจจะไม่มีคอนโดฯ หนึ่งร้อยล้าน แต่ถ้าคุณทำอะไรที่ดีๆ ชีวิตคุณมีความสุข คุณอย่าไปหลงแต่เงินสิ ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง เมื่อใดก็ตาม เราบูชาเงินเป็นพระเจ้า เราโลภ เราเห็นวัตถุเหนือคุณธรรม เหนือจริยธรรม เหนือจรรยาบรรณ เมื่อนั้นชีวิตคุณก็ไม่ได้ต่างกว่าเดรัจฉานหรอก เพราะฉะนั้นแล้ว ผมจะเตือน วันนี้ผมจำเป็นต้องพูด ผมไม่พูดไม่ได้ เพราะทั้งเรื่องคุณธนาธร และเรื่องคุณกาละแมร์ ต้องพูดเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่งในวันนี้ ก็เพราะว่าสาวกของพวกคุณทั้งหลาย ไม่รู้จักเปิดสมอง ไม่รู้จักเปิดกว้าง ไม่รู้จักฟังและคิด และนี่คือปัญหาใหญ่



พวกคุณที่ลุ่มหลง หลงใหลในตัวกาละแมร์ และธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นตัวอย่างอันดีของคุณภาพสังคมไทย จะมีแบบนี้ทุกยุคทุกสมัย เมื่อไรมันจะดีขึ้นมา ทำไมผมต้องมาทำรายการนี้ ผมไม่สนุกกับพวกคุณหรอกนะ อายุก็มากแล้ว เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ผมคิดว่า ก่อนผมตาย ผมจะให้ปัญญากับคน และผมจะต้องพูดในสิ่งที่ไม่มีใครอยากพูด สื่อมวลชนทุกรายไม่ค่อยอยากยุ่งกับคุณกาละแมร์ เพราะว่าเป็นสื่อมวลชนด้วยกัน แต่ผมไม่ได้เห็นว่าคุณกาละแมร์เป็นสื่อมวลชน ในสายตาของผม สำหรับผมแล้ว คุณอาจจะเป็นนักฉวยโอกาสตัวยงคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นแล้ว ผมคิดว่าการให้ปัญญาของผม คือสุดยอดในชีวิตที่ผมจะทำให้กับสังคมไทยก่อนที่ผมจะจากโลกนี้ไป

ท่านผู้ชมครับ ผมต้องพูดเรื่องอเมริกาอีกสักครั้งหนึ่งในวันนี้ หลังจากที่ผมพูดเรื่องนโยบายต่างประเทศของโจ ไบเดน จะมีผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไร ในวันศุกร์ที่ 22 เหตุผลที่ผมต้องพูดเรื่องนี้ เพราะว่าในขณะนี้ โจ ไบเดน กำลังรวบรวมทีมที่จะต้องมาตอบโต้กับสถานการณ์ในโลกนี้ และที่โจ ไบเดน ต้องเน้นหนักที่สุดคือย่านเอเชียแปซิฟิก เพราะว่าคู่แข่งและศัตรูของสหรัฐอเมริกาในขณะนี้ แน่ชัดอยู่แล้วว่าเป็นประเทศจีน


แต่ก่อนผมจะไปในเรื่องของตัวบุคคลที่สำคัญมาก ผมจะเล่าอะไรให้ฟังอย่างหนึ่ง เมื่อเร็วๆ มานี้ ไม่นานมานี้เอง กองทัพปลดแอกของประเทศจีน กองทัพเรือประเทศจีน ได้พัฒนาขีปนาวุธที่สามารถจะยิงจากเรือดำน้ำที่ซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำ เป็นขีปนาวุธที่สามารถจะติดหัวนิวเคลียร์ได้ ขีปนาวุธรุ่นนี้ชื่อ JL-3 เป็นขีปนาวุธรุ่นล่าสุด พัฒนาต่อไปจาก JL-2


JL-2 นั้นคือขีปนาวุธที่ยิงจากเรือดำน้ำของจีนที่สามารถจะยิงระยะพิสัยประมาณ 7,000 กิโลเมตร แต่ JL-3 ยิงได้ถึง 10,000 กว่ากิโลเมตร อุปมาอุปไมยเหมือนกับว่าจีนสามารถจะจอดเรือดำน้ำลำนี้อยู่ในทะเลโป๋ไห่ ทะเลโป๋ไห่อยู่ที่ไหน ? อยู่ทางตอนบน


สามารถจะยิงไปได้ 10,000 กว่ากิโลเมตร หมายความว่าอย่างไร ? หมายความว่าจะยิงข้ามทวีปไปตกที่อเมริกาได้เลย จากเรือดำน้ำ อันนี้เป็นวิวัฒนาการล่าสุดซึ่งจีนได้พัฒนาขึ้นมา ซึ่งอเมริกายังไม่มี


ที่ผมต้องพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะว่ามันจะไปเป็นตัวองค์ประกอบในเรื่องรายการที่ผมจะพูดในเรื่องทีมของนายโจ ไบเดน

ผมอยากจะแนะนำให้รู้จักผู้ชายคนหนึ่ง ที่ชื่อ เคิร์ต แคมป์เบลล์ (Kurt Campbell) เคิร์ท แคมป์เบลล์ เป็นคนอายุประมาณ 64 หรือ 66 ปี ผมคิดว่าเขาน่าจะประมาณ 60 กว่า เคิร์ท แคมป์เบลล์ อายุ 64 ปี เขาจบมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย จากซานดิเอโก และเขาจบปริญญาเอกจากวิทยาลัยบราเซเนส ที่เมืองออกซฟอร์ด


นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ สำคัญอย่างไร ? นายเคิร์ท แคมป์เบลล์ คือตัวสถาปนิก เป็นคนวางรูปแบบนโยบายต่างประเทศทางด้านเอเชียแปซิฟิก ให้กับอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา แล้วพอหลังจากบารัก โอบามา หมดไป นายทรัมป์ ขึ้นมา นายเคิร์ท แคมป์เบลล์ ก็ไม่มีบทบาท ถอยออกมา แต่ความที่นายเคิร์ท แคมป์เบลล์ มีความเชี่ยวชาญและชำนาญมาก ยุ่งเกี่ยวกับสายกลาโหม สายต่างประเทศ สายสภาความมั่นคง ทำให้นายเคิร์ท แคมป์เบลล์ มีความเชี่ยวชาญอย่างเป็นพิเศษ เขาเคยดำรงตำแหน่งเสนาธิการร่วมกองทัพเรือสหรัฐฯ และยังเป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรองกองทัพเรือ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Chief of Naval Operations Special Intellignt Unit และเขาเคยสอนหนังสืออยู่ที่ฮาวาร์ด แล้วก็เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อีก


เขาเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เคิร์ท แคมป์เบลล์ เป็นคนที่เป็นสถาปนิกเบื้องหลังนโยบายปักหมุดให้ความสำคัญที่เอเชีย ของบารัก โอบามา ที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า PIVOT TO ASIA ในช่วงปีทศวรรษที่ 2010 หรือประมาณสิบปีที่แล้ว คิดนโยบายนี้ให้กับบารัก โอบามา เอง ว่าอเมริกาต้องมาปักหมุดที่เอเชีย ต้องมาปักหมุดตรงนี้ ห้ามถอย เพราะฉะนั้นแล้ว จากการที่เขาอยู่กับบารัก โอบามา มา 8 ปี เขาได้สร้างสายสัมพันธ์กับฝ่ายต่างๆ เป็นอย่างดี ภูมิหลังของเขา เขาผ่านงานมาทั้งด้านธุรกิจ วิชาการ และเขาก็จะเป็นตัวแทนของสหรัฐอเมริกาในที่สุด มาเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างสม่ำเสมอในเวลา 4 ปีข้างหน้า เพราะฉะนั้น จากนี้ไป ให้จำชื่อนายเคิร์ต แคมป์เบลล์ ให้ดีๆ เพราะเขาต้องมาเยือนแน่นอน เพราะว่าเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการปฏิบัติการอินโด-แปซิฟิก ก็คือพูดง่ายๆ ว่าจากเอเชียกลาง เอเชียไกล และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขารับผิดชอบมาถึงมหาสมุทรอินเดีย ท่านผู้ชม อำนาจเขาใหญ่ไหม ? เขาใหญ่ เพราะเขาจะเป็นคนกำหนดนโยบายเลย แล้วเขาได้เตรียมตัวที่จะกำหนดนโยบายว่า ในนโยบายของอินโด-แปซิฟิก ของอเมริกาในยุคของโจ ไบเดน จะเป็นอย่างไร


เคิร์ต แคมป์เบลล์ เป็นคนที่อยู่ในวงการนี้มาเกือบสิบปี เขารู้จักคนในเมืองไทยมาก ในเอเชียแปซิฟิก ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย โน่นนี่นั่น เคิร์ท แคมป์เบลล์ ได้รับแต่งตั้งเมื่อเร็วๆ นี้ เพราะฉะนั้นแล้ว นโยบายต่างๆ ที่เคิร์ต แคมป์เบลล์ จะมีต่อเอเชียแปซิฟิก เขาต้องร่างออกมา


ท่านผู้ชม เวลาจะสังเกตใครคนหนึ่ง ที่อเมริกาเขาสังเกตคนๆ หนึ่งว่าความคิดเป็นอย่างไร เขาจะหันไปดูข้อเขียนของคนนั้น เหมือนกับเราสังเกตนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปิยบุตร แสงกนกกุล หรือใครต่อใครที่อยู่ในวงการนี้ เขาจะดูว่าในความเห็นทางวิชาการ คนๆ นี้เคยเขียนบทความว่าอย่างไร ปิยบุตร เคยเขียนบทความเรื่องเจ้าว่าอย่างไร ธนาธร เคยแต่งหนังสือว่าอย่างไร แล้วตัวจิตวิญญาณของตัวหนังสือพวกนี้มันจะสะท้อนจิตวิญญาณที่แท้จริงที่อยู่ในตัวเขาออกมาให้เห็นว่า จริงๆ แล้วคนๆ นี้ พวกเรา หรือว่านายเคิร์ท แคมป์เบลล์ เขามองปัญหาที่เกี่ยวกับจีนและมหาสมุทรอินเดีย และเอเชียแปซิฟิกอย่างไรบ้าง


ท่านผู้ชมครับ นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ มองว่าปัญหาที่เขาต้องจัดการอย่างเร่งด่วนที่สุด มีอยู่ 4 พื้นที่ คือ หนึ่ง ในช่วงทะเลจีนตอนใต้ (South China Sea) ทะเลจีนตะวันออก คือช่วงข้างบนนี้ ช่องแคบไต้หวัน และคาบสมุทรเกาหลี (Korean Penisula) ตรงนี้ นี่คือเรื่องเร่งด่วนที่เขาต้องทำ


2 จุด ใน 4 จุดนี้ ที่นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ จะต้องเข้ามาเน้นก็คือช่องแคบไต้หวัน และทะเลจีนใต้ ท่านผู้ชมต้องรู้นะว่า ในขณะนี้ช่องแคบไต้หวัน หรือที่เขาเรียกว่า Taiwan Strait วันนี้เป็นที่ประลองกำลังของจีน และอเมริกา วันดีคืนดีเรือบรรทุกเครื่องบินอเมริกาก็วิ่งผ่านช่องแคบไต้หวัน พร้อมกับเรือฟรีเกต เรือโจมตี เรืดำน้ำ โน่นนี่นั่น พออเมริกาไปเสร็จ ไม่กี่วัน อีก 2-3 วันต่อมา จีนก็เอาบ้าง จีนก็เอาเรือบรรทุกเครื่องบินวิ่งผ่านช่องแคบไต้หวันเหมือนกัน ยังไม่พอนะท่านผู้ชม จีนไม่ได้เอาเฉพาะเรือ ใช้เครื่องบิน บินล้ำเข้าไปในพื้นที่ของไต้หวัน จนกระทั่งไต้หวันบางครั้งต้องใช้ชีปนาวุธยิงขับไล่เครื่องบินจีนออกไป ไม่ให้เข้ามา การประลองกำลังตรงนี้ ยิ่งวันยิ่งรุนแรง

แล้วนายเคิร์ต แคมป์เบลล์ เท่าที่ทราบ คงจะไปประกาศศักดาให้กับประเทศต่างๆ ในพื้นภูมิภาคนี้ว่า ลืมทรัมป์ ไปได้แล้ว วันนี้อเมริกาจะกลับเข้ามา และจะไม่มีวันถอนตัวออกไปแล้ว อย่างน้อยที่สุดในรอบ 4 ปี ของนายโจ ไบเดน


แต่ท่านผู้ชมครับ คำถามมีอยู่อย่างนี้ ข้อเสียเปรียบของอเมริกา ก็คือ ระบบประธานาธิบดีของเขา กับระบบประชาธิบดีของจีน


โจ ไบเดน อายุ 78 ปี อีก 4 ปี ก็หมดเทอมแล้ว ก็อาจจะต้องเสนอคนขึ้นมาแข่งใหม่ ซึ่งก็ไม่ได้การันตีว่านายโจ ไบเดน หรือทีมเดโมแครต จะเป็นประธานาธิบดีต่อไปได้ เพราะว่านายทรัมป์ หรือรีพับลิกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายทรัมป์ ยังมีเสียงอยู่ 74 ล้านเสียง ค้ำคออยู่ ที่สนับสนุนเขา เพราะฉะนั้นแล้ว ถามว่าโอกาสที่โจ ไบเดน จะได้เป็นประธานาธิบดีรอบที่สอง มีแค่ไหน ? ถ้าพิจารณาถึงอายุแล้ว และพิจารณาถึงข้อเท็จจริงว่านายทรัมป์ เองก็ฮึ่มๆ แล้วมีเสียงอยู่ นายทรัมป์ เลือกตั้งคราวนี้แพ้โจ ไบเดน แค่ 7 หรือ 8 ล้านเสียงเท่านั้นเอง เขาได้ 74 ล้านเสียง โจ ไบเดน ได้ 82 ล้านเสียง 8 ล้านเสียงนี่มันสวิงไปสวิงมา อาจจะเป็นงวดหน้า 4 ปีข้างหน้า อีก 4 ปีต่อไป อาจจะไม่ใช่พรรคเดโมแครต หรือโจ ไบเดน ฉะนั้นเมื่อไม่ใช่แล้ว คำถามมีอยู่ว่า ที่อเมริกามาปักหมุดตรงนี้ โดยที่นายเคิร์ธ แคมป์เบลล์ เป็นคนดำเนินนโยบาย แล้วนายไบเดน เอาด้วย หมุดตรงนี้จะมั่นคงแค่ไหน จะอยู่ได้นานแค่ไหน


แต่พอเรามาดูจีนแล้ว พี่สี ของเรา หลังจากแก้กฎหมายจากสภาประชาชนแล้ว เป็นประธานาธิบดีตลอดชีวิต สี จิ้นผิง ปีนี้ ถ้าผมจำไม่ผิด อายุ 67 ปี อีก 10 ปี สี จิ้นผิง จะ 77 อีก 10 ปี โจ ไบเดน 88 โจ ไบเดน คงไม่อยู่ในวงการแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว จะเห็นได้ชัดว่าจีน เสถียรภาพทางการเมืองระหว่างประเทศจะมั่นคง จะเป็นเอกภาพ ในขณะซึ่งนโยบายปักหมุดของโจ ไบเดน ในเอเชีย มาถึงอินโด-แปซิฟิก ก็อาจจะไม่แน่นอนอีกต่อไป ฉะนั้นใครก็ตามที่คิดที่จะทำมาหากิน หรือเอาอกเอาใจอเมริกา ก็ต้องระวังตัวเอาไว้


นายลี เซียน ลุง ประธานาธิบดีของสิงคโปร์ ได้พูดออกมาชัดเจน บอกว่าเขาอยู่ในสภาพที่อึดอัดใจมาก หลายๆ คนมากดดันให้เขาเลิกคบกับจีน แต่คุณจะไปกดดันประเทศๆ หนึ่งที่มีผลประโยชน์กับอีกประเทศหนึ่ง อย่างเช่น จีน อย่างมหาศาล ให้เขาเลิกคบกัน มันเป็นไปได้อย่างไร เพราะฉะนั้น นายไบเดน ก็เลยมอบนโยบายให้กับนายเคิร์ธ แคมป์เบลล์ นโยบายที่มอบคืออะไร ? คือว่า เขาต้องการให้เกิดการแข่งขันกันระหว่างจีนกับอเมริกา โดยที่ไม่เกิดหายนะ ก็คือว่า อเมริกาจะทำอย่างไรจึงจะสามารถทั้งท้าทายจีน และอยู่ร่วมกับจีนได้ ก็คือว่าอุปมาอุปไมยเหมือนเราสองคนไม่ถูกกัน เรารู้ว่าเราไม่ถูกกัน อย่างมากที่สุดเราก็มองหน้ากัน แล้วก็จ้องตากัน เดินอย่างมากก็ชนไหล่กันนิดหน่อย แต่ไม่หันไปชกกัน และไม่คว้าไม้ไปตีกัน คืออยู่ร่วมกัน แต่ก็ท้าทายกัน ก็คือว่า กูไม่ยอมมึง


ทีนี้ คำว่ากูไม่ยอมมึง หมายความว่าอะไร ? ปัญหาใหญ่ขณะนี้คือปัญหาทะเลจีนตอนใต้ จะไม่ยอมกันอย่างไร จะเอาเรือบรรทุกเครื่องบินสวนกันไปสวนกันมาหรืออย่างไร ? สวนกันไป สวนกันมา ฝ่ายจีนก็ร้องเพลงชาติจีน ฝ่ายอเมริกาก็ร้องเพลงชาติอเมริกา แล้วก็ชูกำปั้น มันเหมือนศึกสงครามในสมัยจั้นกั๋ว สมัยเวียดก๊ก สมัยก่อนนี้จีนรบกัน ก็คือว่า จะส่งคนไปที่กำแพงเมือง ไปตีกลอง แล้วก็จะมีทีมงานหนึ่งขี่ม้าแล้วตะโกนด่าเจ้าครองแคว้นในเมือง ด่ากันไปด่ากันมา เพราะฉะนั้นแล้ว ดูให้ดีๆ ท่านผู้ชม มันย้อนยุคไปจริงๆ เลย เพียงแต่ว่ามันย้อนเป็นยุคไซเบอร์ แต่ท่านผู้ชมครับ จีนวันนี้ ไม่ใช่โซเวียต รัสเซีย ในยุคสงครามเย็น

นายเคิร์ธ แคมป์เบลล์ ชี้แจงในบทความของเขา ในนิตยสาร Foreign Affairs คือกิจการต่างประเทศ เขาบอกว่า "จะเป็นการชี้นำที่ผิดๆ ที่จะสร้างนโยบายสกัดกั้นใหม่ (neo-containment policy) ก็คือว่า สมัยก่อนนี้ อเมริกามองรัสเซียว่า ในที่สุดรัสเซียต้องล่มสลาย แต่วันนี้เขายอมรับแล้วว่า จีนจะล่มสลายหรือเปล่า นั่นไม่ใช่เป้าหมายแล้ว


นายแคมป์เบลล์ พูดว่า เพราะพรรคคอมมิวนิสต์จีนแสดงให้เห็นแล้วว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนสามารถปรับตัวได้อย่างดีภายใต้สถานการณ์ ด้วยการผสานระหว่างเทคโนโลยีการสอดแนมมวลชน ที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Mass surveillance ก็คือว่า จีน ... ท่านผู้ชมครับ กล้องวงจรปิดในโลกนี้ ในประเทศที่มีเยอะที่สุด ก็คือจีน ผมว่าน่าจะมีถึงประมาณร้อยล้าน หรือพันล้านกล้องเสียด้วยซ้ำ แล้วกล้องวงจรปิดของจีน เทคโนโลยีที่เขาใช้นั้น ทันสมัยมาก เขาสามารถจะดึงรูปทันทีเลย ที่อยู่ที่สถานีรถไฟแห่งหนึ่ง แล้วด้วยเช็กด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ว่าหมอนี่คือใคร ในประวัติของคนจีน ซึ่งจีนสะสมประวัติทุกคน ไม่ว่าจะผ่านทางวีแชต ผ่านทางอาลีบาบา ผ่านทางโน้นทางนี้ ทุกคนต้องมีประวัติหมด

ท่านผู้ชมจำได้ไหม เขามีอาลีบาบา มันมีอาลีเพย์ (AliPay) อีกแบบหนึ่งที่ท่านผู้ชมที่เคยไปเมืองจีน หรือเคยเห็นข่าว คือเวลาจะจ่ายเงิน แค่เอาหน้าตัวเองโผล่เข้าไปในจอ ถ้าอยู่ใน Archieve ของอาลีบาบา เขาก็จะบอกว่าได้ มีเงิน จ่ายไปได้เลย


แล้วข้อมูลตรงนี้รัฐบาลจีนล้วงมาหมด แล้วมาสะสมอะไร เพราะฉะนั้นถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นที่สถานีรถไฟที่ซานตง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ กับซินเจียง-อุยกูร์ เขาเชื่อมต่อกันได้ทันทีเลย


นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ ก็ยอมรับว่า นอกจากการสอดแนมมวลชนแล้ว ปัญญาประดิษฐ์ของจีน ตลอดจนการสร้างประสิทธิภาพของเผด็จการดิจิทัล นี่เป็นภาษาใหม่นะ (Digital Authoritarianism) ก็คือเผด็จการระบบดิจิทัล ก็คือใช้ดิจิทัลมาเพื่อไม่ให้เปิดกว้าง แต่ใช้มาเพื่อควบคุมประชาชน


นอกจากนั้นแล้ว นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ ยังบอกด้วยว่า ในทางเศรษฐกิจ จีนแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคู่แข่งที่เหนือว่าสหภาพโซเวียตอย่างมาก สมัยก่อนสหภาพโซเวียตทางเศรษฐกิจสู้อเมริกาไม่ได้เลย แต่มายุคนี้ ทางเศรษฐกิจีนกำลังหายใจรดต้นคออเมริกา แล้วไม่เกิน 5 ปี หรือ 10 ปี เศรษฐกิจจีนจะเป็นอันดับ 1 ของโลก


ท่านผู้ชมครับ สมัยก่อนโซเวียต รัสเซีย เคยมีจีดีพีสูงสุด สูงสุดแค่ 60 เปอร์เซ็นต์ ของอเมริกา แต่จีดีพีของจีน 60 เปอร์เซ็นต์ ของอเมริกานั้น จีนได้ผ่านไปแล้วตั้งแต่ปี 2557 เกือบสิบปีที่แล้ว


แล้วถ้าคำนวณจีดีพี แบบคำนวณอำนาจซื้อเข้าไปด้วย จีดีพีของจีนแซงอเมริกาไปแล้วถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ในเชิงเศรษฐกิจหลายภาคส่วน จีนคือผู้นำโลกที่เริ่มผงาดขึ้น นอกจากนี้ เศรษฐกิจจีนก็มีความหลากหลาย มีความยืดหยุ่นและซับซ้อนกว่าที่สหภาพโซเวียตเคยเป็นมา


นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ ระบุในบทความของเขาว่า ความซับซ้อนนี่ล่ะที่ทำให้หลายๆ ทางในจีนก็เป็นหุ้นส่วนของอเมริกาเช่นกัน

ทีนี้ นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ ก็เขียนในบทความของเขาต่อว่า อินโด-แปซิฟิก คือหัวใจสำคัญของการแย่งชิงของสหรัฐฯ และจีน เขาชี้ให้เห็นว่า สองยุค ระหว่างสงครามเย็น กับยุคปัจจุบัน ความขัดแย้งในช่วงสงครามเย็นมีการแพร่กระจายไปทั่วโลก ความขัดแย้งของสงครามเย็นในอดีต ทุกประเทศทั่วโลกได้รับหมดเลย เพราะถ้าคุณไม่อยู่ข้างรัสเซีย คุณก็ต้องอยู่ข้างอเมริกา แต่ในยุคปัจจุบัน นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ บอกว่าความขัดแย้งจีนกับอเมริกาอยู่แค่นี้เอง ตรงนี้เท่านั้นเองที่เป็นความขัดแย้ง เขาบอกว่าเหตุผลที่เขาพูดอย่างนี้เพราะว่าภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เป็นภูมิภาคที่มีชีวิตชีวาที่สุด และการปล่อยให้จีนยึดครองไป ภูมิภาคนี้อเมริกายอมรับว่าเป็นภูมิภาคที่เป็นอนาคตของโลก อนาคตของอเมริกา เขาจะไม่ยอมให้จีนยึดครองไป


ภาษานักเลง ภาษากำลังภายในเขาบอกว่า อเมริกาต้องมาขอแบ่งน้ำแกงสักถ้วยหนึ่ง กินด้วย แต่จะแบ่งกินได้อย่างไรโดยไม่ทะเลาะกัน นั่นคือศาสตร์และศิลป์ของนโยบายกระทรวงการต่างประเทศ

นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ ก็บอกว่า การอยู่ร่วมกันระหว่างอเมริกาและปักกิ่ง จะต้องดำเนินการร่วมกันใน 4 ประเด็น คือ ทหาร เศรษฐกิจ การเมือง และธรรมาภิบาลระดับโลก ทหารร่วมกันได้ ถ้าคุยกันรู้เรื่อง ก็ไม่ต้องทะเลาะกัน เศรษฐกิจ การเมือง คุยกันได้ แต่ธรรมาภิบาลระดับโลก คุยกับจีนลำบาก เพราะว่าอเมริกาตอนนี้กำลังโจมตีจีนในเรื่องของซินเจียง ในเรื่องของฮ่องกง ซึ่งจีนไม่ยอม อย่างไรก็ไม่ยอม ตีให้ตายก็ไม่ยอม และในเรื่องของไต้หวัน จีนบอกแล้วว่า อย่างไรก็ตาม ไต้หวันเป็นเรื่องที่คุยกันไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะจีนยืนยันว่าเป็นของจีน ทิเบต จีนก็บอกว่าเป็นของจีน ซินเจียง จีนก็บอกว่าเป็นของจีน แล้วจะคุยกันเรื่องธรรมาภิบาลระดับโลกได้อย่างไร สำหรับผมแล้ว ผมเห็นว่าประเด็นสำคัญมีอยู่ 3 ตัว คือ ไต้หวัน ซินเจียง-อุยกูร์ และทิเบต เท่านั้นเอง

นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ บอกว่า จีนต้องยอมรับให้ได้ว่าสหรัฐฯ จะยังคงเป็นพลังอำนาจที่คงอยู่ ก็คือว่า จีนต้องยอมรับนะ ว่าเอเชียแปซิฟิก กับอินโด-แปซิฟิก ตรงนี้ไม่ใช่คุณคนเดียวนะ มีผมอยู่ด้วย ในภูมิภาคนี้ โดยกำลังทหารจำนวนมากจะมีปฏิบัติการทางนาวีในเส้นทางเดินเรือต่างๆ และที่สำคัญ นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ พูด รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรและหุ้นส่วน ก็หมายความว่า ตรงตามที่นโยบายนายไบเดน ที่ผมเคยเล่าให้ท่านผู้ชมฟัง ว่า ไบเดน ไม่เหมือนทรัมป์ ไบเดน จะหาเพื่อนที่เมืองไทย จะพยายามทำให้เขมรซึ่งเป็นของจีน กลับมาคบอเมริกามากขึ้น จะทำให้พม่าฟังอเมริกามากขึ้น ไม่ให้พม่าให้ฐานทัพเรือจีนอยู่ ให้ฟิลิปปินส์ ดูแตร์เต ซึ่งขณะนี้อยู่ใกล้ชิดจีนมาก เข้ามาอยู่กับอเมริกา และที่สำคัญที่สุด ท่านผู้ชม ให้จำคำพูดผมไว้ ตรงนี้ครับ อินโดนีเซีย

ในช่วงบารัก โอบามา เป็นประธานาธิบดี อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ใกล้ชิดอเมริกามาก พอนายบารัก ไม่อยู่แล้ว นายทรัมป์ ขึ้นมา นายทรัมป์ ใช้นโยบายต่อต้านมุสลิม อินโดนีเซียก็เลยหนีไป แล้วไปยืนอยู่ข้างจีน นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ ก็เลยต้องการให้อินโดนีเซียกลับมาอยู่ในอ้อมอกของอเมริกาอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าสมมุติว่าหลายๆ ตัวซึ่งจีนมีอิทธิพล อิทธิพลของจีนเริ่มน้อยลงๆ นั่นคือชัยชนะของอเมริกา


นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ เสนอว่าอย่างไรรู้ไหม ? เขาบอกว่า จากนี้ไปเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ เรือบรรทุกเครื่องบินไม่สำคัญแล้ว สมัยก่อนจำเป็นต้องมีเรือบรรทุกเครื่องบิน วิ่งไป แล้วใช้เครื่องบินบินจากเรือบรรทุกเครื่องบิน เขาบอกว่า ที่ต้องเน้นก็คือ โดรนจู่โจมระยะไกล ก็คือว่า โดรนจู่โจมเลย จะอยู่ที่ตรงโอกินาวา สามารถจะส่งโดรนเข้าไปจู่โจมตรงนี้ได้ ส่งโดรนเข้าไปตรงนี้ได้ ส่งโดรนเข้าไปตรงนี้ได้ คือระยะที่วิ่ง โดรนที่วิ่ง จะวิ่งเป็นพันๆ กิโลเลย



สอง ยานใต้น้ำไร้คนขับ สาม เรือดำน้ำบรรทุกจรวดนำวิถี สี่ อาวุธโจมตีความเร็วสูง ก็คือพวกไฮเปอร์โซนิก ขีปนาวุธที่มีความเร็วกว่าเสียง 10 เท่า 15 เท่า ด้วยเหตุนี้ ไม่น่าประหลาดใจว่าอเมริกาถึงพยายามขอตั้งฐานทัพขีปนาวุธในประเทศไทยครับท่านผู้ชม อเมริกาขอมานานแล้ว และนายเคิร์ต แคมป์เบลล์ มา ก็จะมีปฏิบัติการที่จะกดดันประเทศไทยเพิ่มอีก


เพราะทำไมรู้ไหม ? เพราะถ้าอเมริกาทำอย่างนี้ได้ ก็จะทำให้ความเชื่อมั่นที่กลุ่มประเทศแถวๆ นี้ที่ต้องพึ่งพาจีน หันมาพึ่งพาอเมริกา


ในความที่นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ เขียน การแก้ปัญหาระดับโลก นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ พูด และเป็นนโยบายของนายไบเดน ซึ่งต่างจากนายทรัมป์ ว่า อเมริกาจะทำด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ อเมริกาจะต้องเริ่มสร้างพันธมิตรแล้ว ด้วยเหตุนี้ผมถึงได้บอกให้จับตาดูนายเคิร์ต แคมป์เบลล์ ดีๆ และผมไม่ประหลาดใจเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าสมมุติว่าโจ ไบเดน ปีแรกสามารถจะทำให้ภายในประเทศตัวเองสงบลงได้ ตอนนี้ยังไม่สงบนะครับ หรือโควิด-19 ลดลงมา ให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้

ผมลืมพูดเป็นเกร็ดอันหนึ่ง ท่านผู้ชมครับ โควิด-19 มันมีข้อคิดประเทืองสติปัญญาพวกเรานิดหนึ่ง ข้อคิดอย่างไร ? อเมริกามีคนติดเชื้อไป 25 เปอร์เซ็นต์ ของประชากร แล้วก็คนตายสูงที่สุดในโลก ตอนนี้น่าจะ 4 ล้านกว่าคนแล้ว


ท่านผู้ชมลองหลับตาวาดภาพสิ มันเป็นไปได้อย่างไร ประเทศที่การแพทย์ดีที่สุดในโลก ประเทศที่ทันสมัยที่สุดในโลก แต่กลับมีคนติดเชื้อมากที่สุดในโลก แปลว่าอะไร ? แปลว่าทิศทาง วิธีการการทำงานระบบตะวันตกที่พวกเราหลายคนเชื่อถือกัน อาจจะไม่ใช่คำตอบ อาจจะไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป เราต้องหันกลับมาดูตัวเราเอง



เอาล่ะ กลับมาแล้วกัน คำถามที่นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ บอกว่าต้องสร้างพันธมิตรมากขึ้น คำถามมีต่อว่า คำว่า "พันธมิตร" หมายความว่าอย่างไร ? สำหรับเราแล้ว ประเทศไทยแล้ว ประเทศทางเอเชียแล้ว พันธมิตร หมายความว่า คุณขออะไร ถ้าคุณได้ไป หรือคุณต้องการแสดงน้ำจิตน้ำใจ คุณต้องให้เราบ้าง ถูกไหม ? แต่เท่าที่คบกับอเมริกามา มีแต่อเมริกาได้ วันดีคืนดี ท่านผู้ชมจำได้หรือเปล่า อเมริกาตัด GSP เรา เพิ่มภาษีเราทันทีเลย ทั้งที่เคยได้ มันไม่ให้เราแล้ว ทำไมมันตัดตรงนี้ ? มันตัดตรงนี้เพื่อบีบให้เรายอมตรงนั้น เห็นหรือยังท่านผู้ชม ผมเลยบอกว่า คบกับอเมริกา นี่ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น เพราะมีคนบอกว่าผมอวยจีน ผมไม่ได้อวยจีน แต่ผมเอาข้อเท็จจริง ว่าตั้งแต่คุณคบกับอเมริกามา คุณได้อะไรจากมันบ้าง คุณเคยเห็น ... ขอโทษนะครับ เดี๋ยวหาว่าอวยจีนอีก จีนมันตัด GSP อะไรเราบ้าง ? ไม่มี มีแต่อเมริกาตัด GSP เรา แล้วบีบเราให้เรา import เนื้อหมูแดงเข้ามา ทั้งๆ ที่เราพิสูจน์แล้วว่าเราไม่ต้องการ เพราะสิ่งนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพคนไทย แต่อเมริกาก็ยังทำเช่นนั้นอยู่

แต่ว่านายเคิร์ต แคมป์เบลล์ มีความสามารถ ผมเชื่อว่าเขาสามารถจะอุดช่องโหว่ตรงนี้ด้วยการก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว โดยที่เขาจะแสดงตัวว่าเขาเป็นผู้บริหาร เป็นผู้ดำเนินนโยบายของคณะบริหารไบเดน ในอินโด-แปซิฟิก นั่นก็คือสิ่งที่นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ จะทำ คือการใช้นโยบายที่แข็งกร้าวกับจีน กับความร่วมมือของหุ้นส่วนในเอเชียของอเมริกาในระดับที่สามารถพึ่งพาอาศัยได้ แข็งกร้าว หมายความว่า จากนี้ไปอเมริกาจะประกาศ จะไม่ยอมจีนแล้ว การเดินเรือในทะเลจีนตอนใต้แถวนี้จะต้องเป็นเสรี จีนไม่สามารถจะเป็นเจ้าของโน่น เจ้าของนี่ อีกต่อไป ตรงนั้นผมอยากจะดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ท่านผู้ชมครับ อย่าไปตกใจ เพราะยังไม่ทันไรเลย สี จิ้นผิง ได้พูดในการประชุม DAVOS WORLD ECONOMIC FORUM ทางออนไลน์ เตือนอเมริกาว่า อย่าริเริ่มสงครามเย็นอีกครั้งหนึ่ง แล้วนายเคิร์ต แคมป์เบลล์ พูดชัดเจน จากนี้ไปให้อเมริกาเน้นอินเดีย และเน้นอินโดนีเซีย สองตัวนี้ ให้เน้นสองจุดนี้ เพราะว่าสองจุดนี้เป็นสองจุดที่มีประชากรมากที่สุด แล้วก็มีศักยภาพมากที่สุด และจะทำให้จีนเสียเปรียบ


อินโดนีเซียมีปัญหาจากสมัยทรัมป์ แต่ว่าอินโดนีเซียจะมีความสำคัญกับอเมริกามาก เนื่องจากประชากรเยอะ ประเทศที่อเมริกาจะต้องทุ่มมากที่สุดก่อนจะทุ่มให้อินโดนีเซีย คือ เวียดนาม เราจะเริ่มเห็นการลงทุนในประเทศอเมริกาเทไปที่เวียดนามมากขึ้น เพราะฉะนั้นแล้ว อีกอันหนึ่งที่เขาจะต้องเน้น คือ ฟิลิปปินส์ เพราะว่านายดูแตร์เต ในขณะนี้ยืนข้างจีนเต็มตัว ฟิลิปปินส์ในขณะนี้ นายเคิร์ต แคมป์เบลล์ ถึงกับพูดว่าเขาจะเจรจากับดูแตร์เต ให้ดูแตร์เตอนุญาตให้กองเรือของอเมริกาสามารถมาเยือนฟิลิปปินส์ได้ ถ้าฐานะแห่งการมีอำนาจสูงสุดในทางการทหารเหนือใครๆ ของอเมริกาในอินโด-แปซิฟิก ยังคงถือว่าเป็นความกังวลใจอันดับแรกๆ ของอเมริกา อย่างข้อเขียนของนายเคิร์ต แคมป์เบลล์ ที่บ่งชี้ว่าเขาจะเน้นย้ำในเรื่องนี้แล้ว คณะผู้บ้ริหารของไบเดน ก็คงจะต้องกดดันประเทศอย่างเช่น กัมพูชา ต่อไปอีก เพื่ออะไรรู้ไหม ? เพื่อไม่ให้จีนมาตั้งหมากล้อมในเขมร ตั้งหมากล้อมในพม่า ในทวาย ตั้งหมากล้อมในลาว เพราะข่าวว่าจีนกำลังจะตั้งกองทัพเรืออยู่ที่ท่าเรือเสียมของกัมพูชา ซึ่งกัมพูชาปฏิเสธ แต่แนวโน้มจีนก็จะมีท่าเรืออยู่ตรงนี้ ถ้าจีนมีท่าเรืออยู่ตรงนี้ ก็เป็นจุดที่อเมริกาเหนื่อย ถ้าจีนมีท่าเรืออยู่ทวาย และมีอีกท่าหนึ่ง ซึ่งผมจะพูดอีกทีหนึ่ง อยู่แถวๆ ยะไข่ มันก็จะทำให้นโยบายอินโด-แปซิฟิก ของอเมริกานั้นต้องเหน็ดเหนื่อยมากขึ้น เพราะถ้าจีนมีทหารและทรัพย์สินทางนาวีอยู่ทางกัมพูชาแล้ว จะทำให้แดนมังกรได้แนวรบด้านใหม่ขึ้นอีกด้านหนึ่ง ตรงปีกทางใต้ของทะเลจีนใต้


ท่านผู้ชมครับ นี่คือนายเคิร์ต แคมป์เบลล์ ซึ่งอยากจะให้ท่านผู้ชมจำคนๆ นี้ไว้ แนวความคิดของเขา ผมเล่าให้ฟังแล้วว่าเขาคิดอย่างไร เขาเคยเขียนบทความที่ผมเคยอธิบายให้ฟังแล้วว่าแนวความคิดของเขาในเรื่องพวกนี้ เขาคิดอย่างไร 4 ปีที่แล้วเขาเขียน วันนี้เขากลับมาเป็นสถาปนิกของนโยบายปักหมุดเอเชีย ซึ่งเขาเขียนและเขาคิด ให้ความสำคัญที่เอเชีย และที่สำคัญ เขาเริ่มมีอำนาจที่จะนำเอาสิ่งที่เขาคิดรำพึงรำพันไว้ มาทำให้เกิดผลนโยบายอย่างแท้จริง


จากนี้ไป ท่านผู้ชม ภูมิภาคนี้จะไม่สงบอีกต่อไปแล้ว จำคำพูดผมไว้ดีๆ ครับท่านผู้ชม

ท่านผู้ชมครับ วันนี้เราจะมาพูดเรื่องยา อย่าเพิ่งตกใจนะครับ เรื่องยาที่ผมจะพูดนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องอะไรที่ยากเย็น แต่ว่าขอความกรุณาท่านผู้ชมตั้งใจฟังให้ดีๆ


ผมเป็นคนที่ชอบคุยกับอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เพราะว่าอาจารย์ปานเทพ ท่านเป็นคนที่ถ้าสนใจเรื่องอะไรแล้ว ท่านจะลงไปค้นคว้า เจาะหาข้อมูล คือข้อมูลอยู่ที่ไหน ท่านจะวิ่งเข้าไปแสวงหาจนกระทั่งถึงทางตันแล้วท่านก็ยังขุดคุ้ยต่อไปอีก ผมกลัวว่าสักวันหนึ่ง ท่านขุดคุ้ยไป ขุดคุ้ยมา อาจจะเจอสุสานมัมมี่อยู่ในพื้นแผ่นดินสยามก็ได้ แต่อาจารย์ปานเทพ มีคุณูปการกับผมหลายๆ เรื่อง อาจารย์ปานเทพ ทำให้ผมเข้าใจในเรื่องภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยหลายอย่าง และผมเองก็เอาความรู้ที่ผมได้จากอาจารย์ปานเทพ เอามาใช้กับตัวผมเยอะพอสมควร จนกระทั่งทุกวันนี้ผมคิดว่าผมสุขภาพค่อนข้างจะดี ร่างกายแข็งแรง ในวัย 73 ปีนั้น ผมยังทำอะไรได้อีกมากมาย สมองยังไม่เสื่อม ผมคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าคำแนะนำของอาจารย์ปานเทพ


2-3 วันที่แล้ว ผมคุยกับอาจารย์ปานเทพ เรื่องตำรับยา และผมตั้งใจจะพูดเรื่องเกี่ยวกับฟ้าทะลายโจร อาจารย์ปานเทพ ก็ให้ข้อมูลผมมา ฟ้าทะลายโจร ผมมาคิดอีกทีหนึ่ง ... ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าฟ้าทะลายโจรเป็นตัวยาสำคัญ เป็นพืชสมุนไพรพันธุ์เดี่ยว เดี่ยวๆ เลยนะครับ ที่มีคุณสมบัติและมีคุณค่าต่อสุขภาพในเมืองไทยอย่างแทบจะหาอะไรมาเปรียบไม่ได้ แต่ฟ้าทะลายโจรนั้นก็มีกรรมติดตัวมา ที่มาบดบัง คนที่บดบังก็คือ เทคโนโลยี ตลอดจนความรู้สึกของแพทย์แผนปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยยิ่งสมาคมหลายๆ สมาคมที่มีอำนาจเหนือแพทย์ ก็จะเป็นตัวการซึ่งมาบล็อกการที่จะใช้สมุนไพรไทย หรือฟ้าทะลายโจร หรือแม้กระทั่งกัญชา ทั้งหมดนี้บล็อกไม่ใช่เพื่ออะไรหรอก บล็อกในนามของการวิจัย แต่เบื้องหลังก็คือทำงานให้กับบริษัทยาต่างชาติ


ผมหวังว่ารายการ เฉพาะตอนนี้ ผมอยากให้นายแพทย์ต่างๆ ที่จบมาทางด้านแพทย์แผนปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์ที่มีอายุมากแล้ว และเคยชินกับแนวทางตะวันตก และปฏิเสธในนามของ ยังไม่มีการวิจัย ในเรื่องของสมุนไพรไทย หรือยาไทยโบราณ

อาจารย์ปานเทพ เป็นคนที่ไปค้นคว้าแล้วไปเจอศิลาจารึกเรื่องเกี่ยวกับยา ตำรับยาสุดท้าย ชื่อตำรับยาขาว


ซึ่งตำรับยาขาวนี้อยู่ในศิลาจารึกวัดโพธิ์ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 โดยระบุว่า "แก้สรัพไข้" ภาษาปัจจุบันก็คือ "สรรพไข้" ก็คือเป็นไข้อะไรก็ตาม ให้ทานยาขาวเถอะ ลดความร้อน ลดอักเสบ โน่นนี่นั่น ทีนี้ปรากฏว่าศิลาจารึกแผ่นสุดท้ายหายไป หายไป ไม่รู้ใครขโมยไป แต่สันนิษฐานว่าคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแพทย์ปัจจุบัน ดึงศิลาจารึก เพราะแผ่นสุดท้ายเป็นการระบุว่า ยาขาวมีองค์ประกอบอะไรบ้าง แล้วก็ทานยาขาว จะรักษาอะไรได้บ้าง เผอิญโชคดีที่ท่านเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ท่านจดเอาไว้ในแผ่นศิลาจารึก จนกระทั่งอาจารย์ปานเทพ ก็เลยไปแกะแผ่นศิลาจารึกขึ้นมา "สรัพไข้"


ข้อความในนี้เป็นข้อความวิธีทำยาขาว และสรรพคุณของยาขาว ซึ่งผมแกะออกมาเป็นข้อความแล้ว ในข้อความเขียนเอาไว้อย่างนี้ ท่านผู้ชมฟังดีๆ นะครับ


ขนาน ๑ เอา กะเช้าผีมด หัวคล้า รากทองพันชั่ง รากชา รากง้วนหมู รากส้มเส็ด รากเข้าไหม้ รากจิงจ้อ รากสวาด รากสะแก รากมะนาว รากหญ้านาง รากผักเข้า รากผักสาบ รากผักหวานบ้าน เอาเสมอภาคทำเปนจุณ บดทำแท่งไว้ละลายน้ำซาวข้าวกิน


ทำไมต้องละลายน้ำซาวข้าว ? เพราะว่าในสมุนไพรที่เมื่อกี้ผมเล่าให้ฟังว่ามันมีกี่ประเภทนั้น มีของสมุนไพรรากทองพันชั่งนั้น เป็นสมุนไพรที่มีพิษอยู่ในตัว คนโบราณ หรือหมอไทยโบราณ ก็ตัดสินใจว่า ถ้าผสมแล้วเอามาทาน ถ้าให้ใส่น้ำซาวข้าวกิน น้ำซาวข้าวจะไล่พิษนั้นออกไป


สรรพคุณของยาขาว คืออะไรบ้าง ? ท่านผู้ชมฟังดีๆ นะครับ "แก้ไข้รากสาด ออกดำ แดง ขาว และแก้ไขประกายดาษ ไข้หงษ์ระทด และแก้ไขไฟเดือนห้า ไข้ละอองไฟฟ้า และแก้ไขมหาเมฆ มหานิล ซึ่งกล่าวมาแล้วนั้น และยาขนานนี้แก้ได้ทุกประการ ตามอาจารย์กล่าวไว้ให้แพทย์ทั้งหลายรู้ว่าเปนมหาวิเศษนัก" ก็คือว่าเป็นยาแก้ไข้ แก้อักเสบ แก้โน่นแก้นี่ ที่ผมพูดมานี้ โดยหลักๆ แล้วเป็นโรคระบาดทั้งสิ้น เกิดจากไวรัส แต่สมัยโบราณไม่มีกล้องจุลทรรศน์ที่จะเอามาส่องไวรัสได้ แต่ยานี้แก้ได้

นี่คือน้ำข้าว ไม่ใช่ร้อนนะครับ ต้องเย็น และนี่คือยาขาวที่ทำใส่ซองมาเรียบร้อยแล้ว ผมจะทำให้ท่านผู้ชมดู ถ้าเป็นไข้ ให้กินยาขาวแก้ ไข้จะหาย แล้วถ้ามีอะไรอักเสบ ทาน วิธีทานก็คือ รับประทานหลังอาหาร ครั้งละ 1 ซอง ละลายในน้ำเย็น วันละ 1-3 ครั้ง


ขอประทานโทษนะครับ วันนี้ต้องมีการสาธิต ท่านผู้ชมเห็นใจเถอะ ชีวิตผม ไปยุ่งกันหมดทุกเรื่องแม้กระทั่งการชงยาให้ท่านผู้ชมทาน เพราะว่านี่คือรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ท่านผู้ชมอย่าเพิ่งเบื่อ ผมมีชีวิตอยู่อีกไม่กี่ปี ผมขออนุญาตให้ปัญญาท่านผู้ชมจนกว่าผมจะตายไป


นัยที่ผมจะพูดให้ฟังก็คือว่า คนโบราณใช้ยาขาว เหมือนกับเป็นยาสารพัดนึก เพราะคนเราเป็นมากที่สุด คือเป็นไข้ เป็นหวัด ตัวร้อน ร้อนใน อักเสบ เพราะฉะนั้นแล้วคนโบราณก็เลย .. ตำราโบราณ ท่านผู้ชม ตำรานี้รัชกาลที่ 3 นะครับ เดี๋ยวผมจะทานให้ดู ยาขาว ชงน้ำซาวข้าว สดๆ ร้อนๆ สนธิ ลิ้มทองกุล รับประทานให้ดู


คุณปานเทพ บอกว่า คนโบร่ำโบราณและหมอไทยโบราณพูดออกมาชัดเจนว่ายาขาวรักษาโรคได้หลายอย่าง น่าประหลาดใจท่านผู้ชม ตั้งแต่รัชกาลที่ 3 มาแล้ว กี่ร้อยปีแล้ว รัชกาลที่ 5 ก็ประมาณ 160 กว่าปี 4 กับ 3 ผมว่าน่าจะเกือบๆ 200 ปี ท่านผู้ชม ตำรับยานี้มีมาเกือบ 200 ปี อยู่ในตำรับยาและหมอแพทย์แผนไทยโบราณก็ใช้สูตรนี้รักษาคนมาร่วม 200 กว่าปี แต่วันนี้เรายังมะงุมมะงาหราอยู่ เรื่องอะไร ? เรามะงุมมะงาหรา เหตุผลก็เพราะว่าหมอบางคน หรือสมาคมบางสมาคม บอกว่ายังไม่มีงานวิจัยอะไรออกมาในห้องแล็บ คนพวกนี้คิดแบบตะวันตก 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วปฏิเสธภูมิปัญญาของพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ทวด ของตัวเอง จะไปอยู่ในหลอดทดลองได้อย่างไรล่ะ ก็เขาทดลองมาแล้วกับชีวิตคนตั้งแต่รัชกาลที่ 3 ทำไมถึงไม่ยอมเขาล่ะ ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า mind set


Mind set ของผม กับ mind set ของคนพวกนี้ มันคนละ mind set กัน ตรรกะเขาไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียว ของเขาใช้ตรรกะฝรั่ง ต้องทดลองๆ เอ้า! ทดลองก็ทดลอง ผมถามต่อ แล้ววัคซีนโควิด-19 คุณไม่ต้องทดลองหรืออย่างไร ? แล้วทำไมคุณถึงเอามาใช้ทันทีโดยที่ไม่ได้มีการรอ มันต้องทดสอบ ทดลองก่อน ทดลองในห้องแล็บ ทดลองในตัวคน คุณต้องทดลองในตัวคนและคุณต้องรออีก 1 ปี อย่างน้อยที่สุด 1-3 ปี 1 ปี ดูผลข้างเคียง 2 ปี ดูว่าผลข้างเคียงแก้ไขแล้วดีขึ้นไหม 3 ปี ... อย่างน้อยต้องมีอีก 3 ปี ถึงจะออกเป็นวัคซีนตัวนี้ออกมาได้ เอ้า! คุณยังทดลองไม่เสร็จนี่ แล้วคุณฉีดทำไม ? คนที่พูดจาแล้วดูถูกยาไทย ดูถูกยาสมุนไพรไทย และดูถูกตำรับยาไทย อย่าช้า เอามือตบปากตัวเองเสีย ตรรกะคุณใช้ไม่ได้


ถ้าคุณยังยืนหยัดในยาสมุนไพรไทยที่อยู่ในตำรายาพื้นบ้าน อยู่ในตำรายาโบราณ อย่าดูถูกพ่อแม่ตัวเอง อย่าดูถูกปู่ย่าตัวเอง อย่าดูถูกตายายตัวเอง อย่าดูถูกทวดตัวเอง อย่าดูถูกบรรพบุรุษตัวเอง ให้รู้ว่ารากเหง้าของคนไทย หรือคนทุกสังคม ไม่ว่าจะเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นจีน ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย ที่มีภูมิปัญญาตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว เขาคิดค้นยาจากสมุนไพรมาแล้ว เขารักษาโคตรเหง้าของเขามาตั้งแต่ต้น ก่อให้เกิดทวดของคุณ ก่อให้เกิดปู่ของคุณ ก่อให้เกิดตาของคุณ ก่อให้เกิดพ่อของคุณ แต่เพียงเพราะคุณไปเรียนวิชาแพทย์แผนปัจจุบันตามหลักสูตรของฝรั่ง แล้วคุณกลับมาดูถูกสิ่งที่โคตรเหง้าของคุณได้สร้างขึ้นมา ทดสอบขึ้นมา ผมคิดว่าพฤติกรรมนี้เป็นพฤติกรรมที่ผมรับไม่ได้


ท่านผู้ชม ทำไมผมถึงเอาเรื่องยาขาวมาพูด ผมต้องการให้คนที่ไม่เห็นด้วยกับผม ว่ายาไทยยังไม่ได้รับการพิสูจน์ในห้องแล็บ ว่าจริงๆ แล้วคุณคิดผิด เขาพิสูจน์มาแล้วหลายรุ่นต่อหลายรุ่น ตั้งแต่คุณอยู่ที่ไหนในจักรวาลก็ไม่รู้ เป็นดวงวิญญาณที่ไหนก็ไม่รู้ ลอยละล่องมา แล้วมาเกิดมาเป็นหมอที่นี่ เรียนแพทย์จุฬาฯ เรียนแพทย์ศิริราช เรียนแพทย์ธรรมศาสตร์ เรียนแพทย์ขอนแก่น ที่สอนตามฝรั่ง แล้วคุณดูถูกตำรับยาที่เขารักษาคนมาตลอด ตั้งแต่สมัยวิญญาณคุณลอยล่องอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่ใช่ว่าเป็นวุ้นในท้องนะ คุณอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แต่คุณเสือกได้เกิดมาเพราะคุณมีบุญพอในชาติก่อน มาเป็นมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง พอคุณไปเรียนหนังสือปั๊บ คุณไปเชื่อฝรั่ง 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วคุณเชื่ออย่างเดียวไม่พอ คุณดูถูก เหยียดหยามและปฏิเสธภูมิปัญญาไทย


ท่านผู้ชมครับ ผมกำลังจะพูดถึงเรื่องสมุนไพรไทยชนิดหนึ่ง ที่คนไทยคงจะรู้จักกันมากพอสมควรในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ แต่ผมจะพูดถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังของอุปสรรคสมุนไพรไทย นั่นก็คือ "ฟ้าทะลายโจร"

ผมไม่รู้ว่าใครคิดคำว่า ฟ้าทะลายโจร แต่ท่านผู้ชมฟังผมพูดต่อไปแล้วท่านผู้ชมจะเห็นด้วย คนที่คิดชื่อนี้น่าจะมีวิสัยทัศน์สุดยอด อาจจะขั้นเทพเลยก็ได้ เพราะนี่คือสมุนไพรของฟ้า ที่มาทำลายโจร


โจร ก็คือ โรคภัยไข้เจ็บ ชื่อเพอร์เฟกต์มาก "ฟ้าทะลายโจร" ถ้าเป็นสมัยนี้ก็หมายความว่าเป็นการตั้งแบรนด์ที่สุดยอดมากที่สุด

ฟ้าทะลายโจร แพทย์แผนไทยรู้จักสมุนไพรฟ้าทะลายโจร โดยได้รับการถ่ายทอดมาจากแพทย์แผนจีน ได้มีการใช้มาอย่างยาวนานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งใช้นะท่านผู้ชม นานแล้ว โดยเรียกว่า "ชวนซินเหลียน" ทีนี้กรมการแพทย์แผนไทย ซึ่งผมต้องขอชมเชยกรมการแพทย์แผนไทย ผลักดันให้มหาพิกัด ตรีผลา ยาขาว มาเป็นยาไทย เป็นยาสมุนไพรตัวเลือกในการรักษาโรคทางเดินหายใจและโควิด-19

ถึงแม้ว่ายาขาวจะเป็นยาที่มีสรรพคุณดีกว่าสมุนไพรฟ้าทะลายโจร แต่เนื่องจากเป็นยาตำรับ เพราะฉะนั้นแล้ว การรณรงค์ใช้ฟ้าทะลายโจรจึงง่ายกว่า และอีกอย่างหนึ่ง ก็อย่างที่ผมบอก ฝรั่ง รวมทั้งหมอไทยที่ติดนิสัยฝรั่ง ยังขาดผลการศึกษาวิจัยในระดับโลก ทั้งๆ ที่ในประเทศไทยใช้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 แล้ว

แต่สมุนไพรฟ้าทะลายโจร และสารสำคัญในฟ้าทะลายโจร ที่เขาเรียกว่า สารแอนโดรแกรโฟไลด์ (Andrographpolide) มีผลวิจัยจากต่างชาติว่าสามารถยับยั้งและน่าจะสามารถรักษาโรคซาร์สได้ คือตอนนั้นเขามองแล้ว ตอนที่ประเทศจีนมีโรคซาร์สระบาด เขาพิจารณาจากฟ้าทะลายโจรแล้วคิดว่าน่าจะรับได้ แต่เผอิญในที่สุดโรคซาร์สมันหายไป ก็เลยไม่ได้มีการวิจัยต่อ

ความเด่นของฟ้าทะลายโจร มีสารสำคัญในการรักษาโรค อย่างที่ผมเรียนให้ทราบเมื่อกี้ คือสารแอนโดรแกรโฟไลด์ ซึ่งวงการแพทย์จีนกำหนดว่า มี 1.5 เปอร์เซ็นต์ ในพืชฟ้าทะลายโจร ก็รักษาโรคได้แล้ว ใช้เป็นยาได้ แต่ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าฟ้าทะลายโจรในเมืองไทยมีสารสำคัญสารนี้อยู่กี่เปอร์เซ็นต์ ? 1.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานที่จีนบอกแค่ 1.5 ก็พอ


เมื่อเปรียบเทียบกับยาตัวใหม่แล้ว ฟ้าทะลายโจรจัดอยู่ในจำพวกยาปฏิชีวนะ ถ้าเปรียบเทียบกันนะครับ ฉะนั้นพูดได้เลยว่า ฟ้าทะลายโจร ก็คือยาปฏิชีวนะสมุนไพร ก็คือว่า เพนิซิลลินสมุนไพร เปรียบเทียบได้กับเพนิซิลลิน เตตราไซคลีน ยาครอบจักรวาล แต่ปลอดภัยกว่า เพราะไม่มีพิษต่อตับ ไม่ตกค้างในร่างกาย มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคบางอย่างดีกว่ายาแผนปัจจุบันเสียอีก และได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการหวัด เสริมภูมิต้านทานดีกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะในคนที่เป็นหวัดบ่อยๆ ร้อนในบ่อยๆ อาจารย์ปานเทพ เอายาฟ้าทะลายโจรมาให้ผมดู ยาฟ้าทะลายโจรที่เห็นในท้องตลาด คนอื่นเขาใช้หมดทุกส่วนของต้น เอามา ทำให้เจือจาง แต่ของที่อาจารย์ปานเทพ เอามาให้ผมนั้น เฉพาะใบ แล้วสกัดอย่างหยาบ เพราะฉะนั้นแล้ว คุณภาพของอันนี้ถึงสูงกว่า นี่ไม่ได้เป็นการโฆษณาขายยานะครับ อย่าเข้าใจผิด แต่ต้องการเล่าข้อเท็จจริงให้ฟัง



ที่สำคัญคือฟ้าทะลายโจร ตอนนี้ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกแล้ว ว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยให้บรรเทาอาการหวัด และเสริมภูมิต้านทาน ดีกว่าการใช้เพนิซิลลิน ใช้เดตราไมซิน ในคนที่เป็นหวัดบ่อยๆ ร้อนในบ่อยๆ เนื่องจากร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ภูมิต้านทานอ่อนลง การรับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรจะช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานทำให้ไม่เป็นหวัดง่าย ร้อนในจะหายไป ท่านผู้ชมครับ ฟังมาแค่นี้ ท่านผู้ชมรู้ไหมว่า กว่าฟ้าทะลายโจรจะได้รับการยอมรับในวันนี้ ต้องผ่านอุปสรรคมาขนาดไหน ถูกการขัดขวางทุกประการ นี่ถ้าไม่ใช่องค์การอนามัยโลก และถ้าไม่ใช่มีการวิจัยค้นคว้าจากทางจีนมาต่อสู้วันนี้ ฟ้าทะลายโจร ไม่มีวันเกิด


ถ้าเขายอมรับฟ้าทะลายโจรกัน ถ้าหมอทุกคนในประเทศไทย ยอมรับว่าฟ้าทะลายโจรสามารถใช้แทนเพนิซิลลินได้ดีกว่ายาเพนิซิลลิน ยาปฏิชีวนะ ท่านผู้ชมหลับตาวาดภาพดู บริษัทยาที่มันขายยาปฏิชีวนะ ขายไม่ออกท่านผู้ชม และที่สำคัญ หมอไม่ได้คอมมิชชั่น ด้วยท่านผู้ชมเริ่มเข้าใจหรือยัง กลไกของมัน เอาล่ะ ผมจะพูดต่อ

แพทย์แผนปัจจุบันช่วงต้นๆ ก้ไม่ได้ใช้เลย ก็เพราะผลประโยชน์เรื่องเงินทอง ทีนี้ ในเมืองไทยเราเอาฟ้าทะลายโจรมาวิจัยเรื่องหวัด หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบ ทายออกไหมท่านผู้ชม ไม่สนใจหรอก เพราะฟ้าทะลายโจรสกัดหยาบก็ใช้ได้เลย ใช้ได้ดีกว่า สกัดเอาสารแอนโดรแกรโฟไลด์ออกมา ด้านธุรกิจยาก็ไม่สนใจ เพราะว่ามันไม่ทำเงิน จริงๆ แล้วเมื่อกี้ผมเอายาขาวมาทาน ดีกว่าฟ้าทะลายโจร ยาขาวที่ผมชงทานเมื่อกี้นี้ ดีกว่าฟ้าทะลายโจร เพราะว่าเป็นตำราและเป็นตำรับยาของชาติ ยาขาว เป็นตำรับยาของชาติ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา


แปลว่า หมอแผนไทยใช้ในคลินิกได้ ไปคลินิกไหนก็ตาม หมอแผนไทยใช้ได้เลย เพราะอยู่ในตำรับยาของชาติ ซึ่งประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตำรับยาขาว ประกอบด้วยสมุนไพรหลายชนิด เยอะแยะไปหมด ยาขาว สมัยก่อน ผมเรียนให้ทราบแล้ว แก้โรคระบาด

การใช้ฟ้าทะลายโจร กับโควิด-19 มีคำพูด มีการกล่าวขวัญถึง แต่ไม่มีการวิจัย ไม่มีการวิจัยเพราะอะไรรู้ไหม ? เพราะว่าหมอกลัว หมอที่มีผลประโยชน์กับการสั่งยารักษาโควิด-19 กลัวว่าถ้าวิจัยแล้วมันรักษาได้จริงๆ (ขอโทษนะครับท่านผู้ชม) มันอิ๊บอ๋าย กระเป๋าเงินหายไปเยอะเลย ค่าคอมมิชชัน นี่ไงครับท่านผู้ชม ผมกำลังมาฟ้องท่านผู้ชม เดี๋ยวจะพูดต่อ เล่าให้ฟังว่ามีการทดลองแล้ว ถึงแม้เป็นจำนวนคนทดลองถูกบีบหนักเลย ให้ทดลองแค่ 5 คน แต่ทั้ง 5 คน หายขาดหมด ขนาดหายขาดหมดแล้ว ยังมีคำสั่งระบุมาว่า ห้ามใช้คำว่า รักษาหายได้ ให้ใช้คำว่า ยับยั้ง ผมไม่รู้ว่าหมอพวกนี้ที่ออกคำสั่งนี้มันเรียนภาษาไทย จบภาษาไทยชั้นไหน ก็ในเมื่อคนมันเป็นไข้จากโควิด-19 แล้วมารักษาด้วยฟ้าทะลายโจร แล้วเชื้อโควิดบางรายเป็นพันๆ ล้านตัว ตกลงมาเหลือ 300 ล้าน แล้วหายไปเลย และกลับบ้านแล้ว ไม่เป็นอะไรอีก อย่างนี้เขาเรียกว่ายับยั้ง หรือรักษาหาย

ทำไมเขาถึงใช้คำว่ายับยั้ง เพราะว่าเขาไม่กล้าใช้คำว่ารักษาหาย เพราะว่าถ้ากล้าใช้คำว่ารักษาหายได้ อย่างที่ผมเรียนให้ท่านผู้ชมทราบ กระเป๋าเงินของหมอที่สั่งยามาอิ๊บอ๋าย นี่ไงท่านผู้ชม หมอมีจรรยาบรรณทางแพทย์ ส่วนใหญ่ แต่หมอบางคนมีจรรยาบรรณในเรื่องบริษัทยาฝรั่ง แล้วยึดถือจรรยาบรรณบริษัทยาฝรั่ง

แล้วทำไมฟ้าทะลายโจรถึงฝ่าด่านจนสามารถหาผู้ป่วย 5 คน มาทำการวิจัยได้ ? คำตอบคือ เพราะฝรั่งต่างชาติเขาวิจัยว่า ฟ้าทะลายโจร สามารถยับยั้งโรคซาร์ส ตระกูลเดียวกันกับโควิดได้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่สู้เรื่องนี้มาตลอด ก็เลยไปรีวิวรอบแรกว่า ฟ้าทะลายโจรป้องกันโควิดไม่ได้ แต่ใช้คำว่ายับยั้งเชื้อได้ นั่นคือสิ่งที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รับมาจากฝรั่งนะ ปรากฏว่าเมื่อมีการทดสอบจากคนที่เป็นโควิด 5 คน ขนาด 5 คน ยังมีเงื่อนไขนะ ภายใน 3 วัน ถ้าไม่ดีขึ้น ไม่หาย ให้หยุด แล้วก็ให้ใช้ยาฝรั่งรักษาต่อ ปรากฏว่า 3 วันแรกที่ใช้ฟ้าทะลายโจรรักษา ทุกคนดีขึ้นเลย และมีเหลืออยู่ 2 ราย พอครบ 5 วัน เชื้อเท่ากับ 0

ท่านผู้ชมครับ มีรายที่ 3 ใน 5 ราย เชื้อมาก อาการรุนแรง ท่านผู้ชมเชื่อไหมคนไข้คนที่ 3 มีเชื้ออยู่ 9 พันล้านตัว ใช้ 3 วัน ลดเหลือ 3 ร้อยล้านตัว พอครบวันที่ 5 เหลือ 31 ล้านตัว

สรุปแล้ว ผู้ป่วย 5 ราย ที่ป่วยเป็นโควิด-19 สามารถหายโดยไม่ได้ใช้ยาแผนปัจจุบันเลยแม้แต่ชนิดเดียว ตอนนี้กลับบ้านหมดแล้ว ใช้แค่ฟ้าทะลายโจรอย่างเดียว แต่ท่านผู้ชม มันน่าเจ็บใจไหม มีคำสั่งมาว่า ห้ามใช้คำว่า "รักษา" ให้ใช้คำว่า "ยับยั้งเชื้อ"


ท่านผู้ชม ผมมาฟ้องท่านผู้ชม ผมฟ้องฟ้า ฟ้องดิน ว่าหมอที่จิตใจคับแคบ ให้คิดคำพูดว่ายับยั้ง แทนคำพูดว่ารักษา ก็เขาหายแล้ว คุณไม่เข้าใจหรือ แล้วยังใช้คำว่ายับยั้งได้อย่างไร เพราะเขาตรวจเชื้อแล้วว่ามัน 0 จะหมายความว่าอย่างไร ถ้าเชื้อ กินยาฟ้าทะลายโจรมา รักษาด้วยฟ้าทะลายโจรมา แล้วเชื้อเหลือ 0 ท่านผู้ชม ถือว่ารักษาหายแล้ว หรือว่ายับยั้งเชื้อกันแน่



ท่านผู้ชมครับ ในโรงพยาบาลทั่วไป สภาวิชาชีพบางแห่งสั่งห้ามใช้ฟ้าทะลายโจรก่อนใช้ยาฝรั่ง ทำไมล่ะ ? ท่านผู้ชมยังไม่ get อีกหรือ เพราะถ้าใช้ยาฝรั่ง มีค่าคอมมิชชัน มีเซล มีรายได้ ท่านผู้ชม ถ้าไปโรงพยาบาลทุกแห่ง หน้าห้องตรวจของหมอหลายคนจะมีเซลส์ยา รีเทลยานั่งอยู่ แล้วช่วงหลังเขาจะรีเทลยาสวยๆ นะ แต่งตัวเซ็กซี่ ไม่จำเป็นต้องจบเภสัช จ๊ะจ๋ากับหมอได้ หมอบางคนชวนทานข้าวก็ยินดีไปทานข้าว ขอให้สั่งยาหนูก็แล้วกัน ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าประเทศไทยมันไปถึงขนาดนี้แล้ว แต่ว่ามีอีกอันหนึ่ง ตอนนี้ทีเด็ดมาก


วันนี้ เป็นวันที่ครบ 5 วัน เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมามีการทดสอบการใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรในผู้ป่วยโควิด-19 อีก 82 ราย คราวที่แล้ว 5 รายนะ อาจจะบอกว่ามันฟลุกหรือเปล่า จำนวนมันน้อยไป เขาทดสอบ 82 รายแล้ว วันนี้เลย ที่ผมพูดอยู่นี่ จะครบ 5 วัน แต่ผมได้ข่าววงในจากอาจารย์ปานเทพ แล้วว่า ดีขึ้นทุกราย จาก 82 ราย ทุกรายจาก 82 ราย ทุกรายดีขึ้นหมด


ท่านผู้ชม ท่านผู้ชมเป็นประชาชน ผมเป็นสื่อมวลชน ที่เอาความจริง เอาธรรมนำหน้ามาพูด ท่านผู้ชมคิดว่าพวกเราควรมีสิทธิเลือกแนวทางการรักษาตัวเองหรือเปล่า ว่าจะขอใช้แพทย์แผนปัจจุบันอย่างเดียว หรือเลือกว่าจะใช้แพทย์แผนไทย อย่างสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ท่านผู้ชมคิดตามผม

อาจารย์ปานเทพ มีคลินิกที่รักษาคนอยู่ อาจารย์ปานเทพ ทดลองการใช้ยาขาว ควบคู่กับฟ้าทะลายโจรในคลินิก อาจารย์ปานเทพ บอกว่าได้ผลดีมาก และขั้นตอนต่อไปเขาจะมีการทดลองมากขึ้น แต่ว่าผมจะแนะนำอย่างหนึ่ง ในเบื้องต้น ถ้าท่านผู้ชมมีอาการเบื้องต้น มีน้ำมูก เจ็บคอ ท่านผู้ชมไม่ต้องรอว่าเป็นอะไร ท่านผู้ชมหยิบฟ้าทะลายโจรที่ทำด้วยใบ ท่านผู้ชมทานได้เลย รักษาเบื้องต้นก่อน แต่ต้องเป็นฟ้าทะลายโจรที่มีคุณภาพ ทาน 4 เม็ดต่อมื้อ เช้า กลางวัน เย็น หลายคนลองวิธีนี้ 3 วันเท่านั้นเอง อาการเจ็บคอ อาการมีน้ำมูก หาย


ท่านผู้ชมครับ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2563 เกือบปีที่แล้ว คุณหมอปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อมกับ ดร.สุภาพร ภูมิอมร ผู้อำนวยการสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงผลการวิจัยฟ้าทะลายโจรกับโควิด-19 ซึ่งเป็นความร่วมมือกันของกรมการแพทย์แผนไทยฯ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม ผลการศึกษาสรุปว่า ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ และยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส แต่ไม่มีฤทธิ์ในการป้องกันเซลส์จากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงไม่แนะนำให้รับประทานเพื่อเป็นการป้องกันโรค โดยที่ยังไม่มีอาการ เพราะไม่มีผลในการป้องกัน แต่ให้รับประทานทันทีหากเริ่มมีอาการคล้ายอาการโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ มีไข้ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่ หรือก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหาร ให้รับประทานครั้งละ 4 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน


ท่านผู้ชมครับ นั่นคือการทดลอง การวิจัย เมื่อปีที่แล้ว แต่ล่าสุดที่ทดลองกับคน 5 คน ที่ติดโควิด พิสูจน์แล้วว่ารักษาได้ หายไปแล้ว เชื้อเหลือ 0 และกำลังทดลองคน 82 คน และจะประกาศผลออกมาและชี้แจงผลออกมาภายในวันนี้ (29 ม.ค.) ครบ 5 วันแล้ว ซึ่งแนวนโน้มทิศทางจะเป็นข้อดี เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมครับ ตามผมมา


ท่านผู้ชมฟังเรื่องที่ผมพูดแล้วท่านผู้ชมคิดอย่างไร สำหรับผมแล้ว การที่แพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานที่สำคัญที่มีสิทธิ์ มีอำนาจ มุ่งมั่นที่จะปฏิเสธยาไทย สมุนไพรไทย โดยอ้างในนามของการวิจัยเอามาตั้งไว้ข้างหน้า ว่ายังไม่มีการทดลอง ทดสอบ คนที่พูดอย่างนี้ ตบปากตัวเอง คุณตบหรือยัง รีบตบซะ เพราะผมพูดไปแล้วเมื่อกี้นี้ว่าแล้วโควิดวัคซีนของคุณมีการวิจัยครบหรือยัง ถ้าไม่ครบทำไมเอามาใช้ล่ะ ท่านผู้ชม ผมเชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ เลยว่าฟ้าทะลายโจรที่ทำด้วยใบ จะรักษาโรคโควิดได้ และป้องกันได้


ท่านผู้ชมครับ หลับตาแล้วจินตนาการตามผมมา ถ้าทุกบ้านรู้วิธีการรักษาตัวเอง โควิด-19 ไม่เป็นอะไรที่น่ากลัว เราไม่ต้องล็อกดาวน์ อุปมาอุปไมยมันเหมือนวัคซีนเลยนะ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมเชื่อว่านี่คือเงื่อนไขของการป้องกันโรคระบาด อย่างเช่นโควิด-19 เราไปปฏิเสธไม่ได้ ยาฝรั่งช่วยไปแล้วระดับหนึ่ง แต่ในเมื่อเรามียาไทย สมุนไพรไทย และที่สำคัญเป็นพืชสมุนไพรที่องค์การอนามัยโลกรับรอง ขาดอยู่อย่างเดียวที่เขาต้องการ คือผลงานวิจัยให้มากขึ้น


ผมอยากจะเรียกร้องให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในแผ่นดินนี้ ผู้หลักผู้ใหญ่คุณหมอต่างๆ ในกระทรวงสาธารณสุข คุณหมอที่อยู่สมาคมวิชาชีพ กรุณาเปิดใจให้กว้าง ส่งเสริมให้มีการวิจัยได้ไหม ให้เต็มที่เลย เพราะผมเชื่อ เมื่อมันเป็นอย่างที่ผมคิดว่างานวิจัยมารับรองว่าฟ้าทะลายโจรที่ใช้ใบเป็นตัวสร้าง เป็นตัวทำขึ้นมานั้น สามารถรักษาโรคโควิด โรคหวัด โรคน้ำมูก คือพูดง่ายๆ ว่าเป็นตัวแทนเพนิซิลลิน แต่ว่าไม่ได้ใช้สารเคมี ใช้สมุทรไพรเป็นตัวทำ ก็คือเพนิซิลลินสมุนไพรนั่นเอง


คุณหมอครับ ปีหนึ่งเราสั่งยาจากเมืองนอกเกือบ 2 แสนล้านบาท ถ้าสมมุติว่าคนไทยไม่เป็นหวัด แล้วทิฟฟี่ กับดีคอลเจน ขายไม่ออก เป็นเรื่องที่ผมช่วยไม่ได้ ผมกลับโมทนาสาธุที่ประชาชนใช้ยาสมุทรไพรไทยรักษาโรคหวัด โรคอักเสบ ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง คนที่ตั้งชื่อฟ้าทะลายโจรนี่เด็ดขาดมาก

มูลนิธิสุขภาพไทย มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยาฟ้าทะลายโจรในการรักษาโรคติดเชื้อหลายชนิด ได้ผลดี เฉพาะโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเอง มีผลการใช้ทางคลินิกในผู้ป่วย 2,717 ราย รักษาหายได้ 2,430 ราย หรือ 87.4 เปอร์เซ็นต์ รักษาหาย

ท่านผู้ชมครับ จากข้อมูลดังกล่าวเป็นที่มาการยินยอมรับให้ทดลองกับผู้ป่วยติดโควิด แต่ก็ให้ทดลองในจำนวนที่น้อยมาก 5 คน ผลเป็นอย่างไรผมก็เล่าให้ท่านผู้ชมฟังแล้ว

ท่านผู้ชม เรามีของดี ถ้าท่านบอกว่ายังไม่รู้ผลการวิจัย ทำไมไม่เปิดกว้างให้วิจัยกันล่ะครับ ทำไมจิตใจคับแคบ ให้เขาวิจัยทีละ 5 คน แล้วก็มีคำสั่ง ถ้าวิจัยแล้วผลออกมาว่าเชื้อเหลือ 0 ห้ามใช้คำว่ารักษา ให้ใช้คำว่ายับยั้ง จิตใจพวกคุณทำด้วยอะไร ผมรับไม่ได้จริงๆ

ท่านผู้ชมครับ ยังมีเรื่องเกี่ยวกับยาไทยอีกเยอะ ซึ่งวันหลังผมจะมาพูดให้ฟัง มียาหลายๆ ยา ทุกวันนี้ผมทานยาอายุวัฒนะที่อาจารย์ปานเทพ ทำมาให้ผมทาน อย่ามาถามนะครับว่ามีอะไร เดี๋ยวอาจารย์ปานเทพ จะเหนื่อย แล้วยังมีอีกหลายประการ แม้กระทั่งยารักษาต่อมลูกหมาก อย่างที่ผมเรียนให้ทราบ

ผมไม่ใช่คนที่ปฏิเสธยาต่างประเทศ ท่านผู้ชมครับ อะไรไม่สำคัญเท่ากับการดูแลตัวเอง ท่านผู้ชมรู้ไหม เมื่อเช้านี้ก่อนที่จะออกรายการ เราทานข้าวเช้ากัน ผมพูดกับพวกทีมงานและน้องๆ ผมบอกว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงวัย สังคมผู้สูงวัย ตั้งแต่ 60 ขึ้นไป เขาถือว่าเป็นผู้สูงวัยหมด แต่อย่าไปใช้วิธีนี้ ให้แบ่งเป็น 2 ส่วน 60-80 ผู้สูงวัยขั้นต้น 80 ขึ้นไป คือผู้สูงวัยขั้นปลาย 60-79 หรือ 80 รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และท่านผู้ชมเอง ตลอดจนสื่อมวลชน หมอทุกคน ต้องสั่งสอนหรือแนะนำในการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง ชีวิตในการกิน เลิกกินแบบตัวเองสบายปาก ให้กินเหมือนพระ ให้พระสบายปาก ให้กินเหมือนพระ ให้พระนะ ไม่ใช่พระป่า เพราะพระป่าฉันวันละมื้อ ให้กินแบบพระ ฉันเช้า ทานเช้า แล้วก็ทานเพล หลังเที่ยงอย่าไปทานอะไรทั้งสิ้น

ผู้สูงวัย พอแก่ตัวลงแล้ว ธาตุไฟ ผมนี่ธาตุไฟอ่อน แต่ตอนนี้ไม่อ่อนมานานแล้ว เพราะผมทานน้ำมันมะพร้าวหีบเย็น วันละ 4 ช้อนโต๊ะ


มันเสริมธาตุไฟผมได้ ทำให้ธาตุไฟผมสามารถที่จะมาบำรุงร่างกายได้ ท่านผู้ชมทำไมผมไม่อยากให้ทานข้าวหลังเที่ยง พอเราอายุมากแล้ว เราต้องรักษากระเพาะเรา บางคนนี่อย่าว่าแต่ทานข้าวเย็นเลย กลางคืนก็ทาน ท่านผู้ชม ท่านจะบ้าหรือเปล่า ถ้าท่านหิว ทานน้ำผลไม้สักแก้ว ทนหิวไปสักนิด 1 วัน 2-3 วัน แล้วท่านจะเริ่มชินกับมันแล้ว แล้วท่านนอนให้เร็ว อย่านอนเกินสามทุ่ม หรือสี่ทุี่ม ตื่นให้เช้า ตีสี่ ตีห้า ตื่นมาแล้วท่านเดินออกกำลังกาย ท่านทานอาหารให้ถูก อย่าทานอาหารหลังเที่ยง ทานน้ำมันมะพร้าวหีบเย็นตอนเช้า และออกกำลังกาย 60-80 สังคมไทยไม่ต้องไปเสียเวลาดูแลท่าน ท่านอยู่ได้ด้วยตัวเอง นอกเสียจากว่าท่านหกล้ม ขาหัก ไปเข้าเฝือก ท่านอ่อนแรง โน่นนี่นั่น หัวไปฟาดพื้น ต้องผ่าตัด นั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่สังคมไทยจะดูแลคนตั้งแต่ 80 ขึ้นไป ฉะนั้นภาระที่ครอบครัวจะมี หรือภาระที่รัฐบาลจะต้องใช้จ่าย ก็จะน้อยลง

ผมเรียนท่านผู้ชมฟังแล้วไง ผม 73 ปีนี้ ผมไม่รู้สึกอะไร สมองผมยังดี เพราะฉะนั้นท่านผู้ชม ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรไทยอะไร ศึกษาหาข้อมูลให้ดีๆ และผมอยากให้กระทรวงสาธารณสุขและบรรดาหมอทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอที่อยู่ในสภาวิชาชีพ ให้เปิดใจกว้าง มันหมดยุคแล้วที่ท่านจะทำมาหาแดกกับค่าคอมมิชชันยา แล้วมันก็หมดยุคแล้วที่ท่านจะเชื่อในศาสตร์ของตะวันตก ท่านรู้หรือไม่ว่าประวัติศาสตร์เคยมีหมอเทวดามาเยอะ ท่านเคยอ่านเรื่องสามก๊กหรือเปล่า ยุคสามก๊กมีหมอคนหนึ่งชื่อหมอฮูโต๋ เขาเรียกว่าหมอเทวดายุคสามก๊ก หมอฮูโต๋ เป็นหมอที่ผ่าตัดสมองได้เป็นคนแรก ในยุคนั้นนะ


เพราะฉะนั้นแล้ว ของเก่าๆ ที่เขาทำกันมานานแล้ว เขาเก็บกันมา เอามาใช้ดูได้ แต่ประเทศไทยโชคร้าย แพทย์แผนไทยโบราณของเราโดนทำลายโดยมูลนิธิ The Rockefeller FOUNDATION มันเข้ามาในประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือกระบวนการแพทย์ไทย แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องทุบตี ทุบทำลายแพทย์แผนโบราณ ที่โรงพยาบาาลศิริราช ที่เคยมี

ท่านผู้ชมครับ หลายๆ อย่างมันต้องใช้ธรรมชาติเป็นตัวบำบัด ท่านผู้ชมรู้ไหม ท่านผู้ชมจำได้หรือเปล่า สมัยก่อนเราเคยมีตั๊กแตนปาทังก้าลงมาเป็นสิบๆ ล้านตัวเลย


เราก็ใช้ยาฆ่าแมลงไปพ่นฆ่ามัน พอฤทธิ์ยาหมดก็ปรากฏมาอีก ปรากฏว่าไปๆ มาๆ วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าเขาทำอย่างไร เขายุให้ประชาชนเอาตั๊กแตนมาทอดกิน ปรากฏว่ามันอร่อย มันได้วิตามินที่ดี ตั๊กแตนปาทังก้าเลยโดนคนอีสาน เอามาทอดกิน อร่อย อร่อยจริงๆ ไม่มีเหลือเลยแม้แต่นิดเดียว จนกระทั่งวันนี้ตั๊กแตนปาทังก้าไม่มี ท่านผู้ชมครับ หลักๆ วันนี้ ฟ้า ทำลาย โจร สำหรับผม ผมเรียกว่า ฟ้าทำลายโจร คือพันธุ์พืชที่ช่วยพวกเราได้ ประหยัดเงินตราต่างประเทศ เก็บเอาไว้ในบ้าน ขอให้หน่วยงานราชการ คุณหมอที่มีอำนาจทั้งหลายเปิดใจกว้าง มีการพิจารณาและทบทวน เชื่อผมเถอะครับ สวัสดีครับท่านผู้ชม
กำลังโหลดความคิดเห็น...