xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] “ธนาธร” กับวัคซีนโควิด-19 ปืนลั่นใส่หัวแม่เท้าตัวเอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“สนธิ”ชี้กรณี “กาละแมร์” ขายอาหารเสริมโดยอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน ใช้ชื่อเสียงและความศรัทธาของประชาชนจากการที่เคยเป็นสื่อ มาสร้างความร่ำรวยให้ตัวเอง ส่วนการเมืองสหรัฐฯ หลังจาก “ไบเดน”ขึ้นเป็นประธานาธิบดี “ทรัมป์” ยังคงหาทางกลับมา เพราะยังมี 70 ล้านที่เลือก ขณะที่นโยบายต่างประเทศยังเหมือนเดิม คือกดดันปิดล้อมจีน แต่จะใช้วิธีการทางการทูตมากขึ้น ใช้ประเด็นสิทธิมนุษยชนกดดัน และจับมือพันธมิตรให้มากขึ้น ขณะการแข่งขันกับจีนทั้งด้านอาวุธด้านเทคโนโลยีจะเข้มข้นยิ่งขึ้น ส่วนกรณี “ธนาธร”ไลฟ์สดเรื่องวัคซีนโควิด-19 เป็นการแสดงความโง่ เหมือนทำปืนลั่นใส่เท้าตัวเอง เพราะเนื้อหาที่พูดไม่เป็นความจริงและถูกตอบโต้อย่างสุภาพจากหมอผู้เชี่ยวชาญ เห็นชัดว่าจุดประสงค์จริงๆ คือหาเรื่องดิสเครดิตสถาบัน โดยร่วมมือกับบีบีซีไทย ซึ่งควรจะถูกดำเนินคดี ม.112 เหมือนนายธนาธรด้วย ขณะที่พรรคก้าวไกลก็เป็นพวกเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรเลือกพรรคนี้อีกต่อไป กรณีตำรวจปล่อยให้ม็อบเด็กชักธงแดงขึ้นบนเสาธงหน้า สภ.คลองหลวง ซ้ำโปรยอาหารหมาเยาะเย้ย สะท้อนว่า ผู้รักษากฎหมายไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง ระบบราชการก็เน่าเฟะ เอาแต่ช่วยพรรคพวกตัวเอง กรณีล่าสุดคือการแจ่งตั้งอัยการ

วันที่ 22 ม.ค. เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยวันนี้จะพูดถึงหลากหลายประเด็น ทั้งหลายๆ คนคงเห็นเเต่ละฝ่ายออกมาโต้ที่นายธนาธรบิดเบือนเรื่องวัคซีน ทั้งหมอ ทั้งรัฐบาล วันนี้เรามาดูฉากจบของนายธนาธรในสไตล์สนธิ ลิ้มทองกุล กันว่าจะดุเดือดขนาดไหน

ต่อด้วยดรามารีวิวอาหารเสริมของกาละเเมร์ พัชรศรี ที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง แล้วสร้างภาพเดินสายทำบุญ บริจาคให้ที่โน่นที่นี่ มาดูกันว่าแท้จริงเเล้วเป็นอย่างไร

และเรื่องสุดท้ายอเมริกา แม้จะได้ผู้นำคนใหม่เเล้ว มาดูกันว่าทรัมป์ทิ้งระเบิดอะไรไว้บ้าง เเล้วนโยบายต่างประเทศยุคไบเดนจะมีอะไรเเตกต่างจากยุคทรัมป์บ้าง ติดตามได้ในรายการ SONDHITALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง special Ep69



คำต่อคำ SONDHI TALK [22 ม.ค. 64] : ดรามารีวิวอาหารเสริมที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง / อเมริกาผู้นำคนใหม่แล้ว / วัคซีนพระราชทาน ที่ธนาธร บิดเบือน

สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564 อาทิตย์นี้จะเป็นอาทิตย์ที่มีหลายๆ เรื่องที่น่าสนใจมาก แต่ก่อนอื่นผมจะมีเรื่องราวอะไรที่จะเล่าให้ฟังนิดหนึ่ง

เผอิญผมได้หนังสือมาเล่มหนึ่ง อยากจะแนะนำให้อ่าน ชื่อ "มนุษย์ต่างดาว อยู่แค่หลังดวงจันทร์" หนังสือเล่มนี้ดีมากครับ เขียนโดยด็อกเตอร์ทางจีน ชื่อ หลี่เว่ยตง คนๆ นี้เป็นด็อกเตอร์ทางด้านประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยชีวิตจากต่างดาว โยงไปจนถึงเทพนิยายของประเทศจีนในอดีตโบราณกาล ถึงคัมภีร์อี้จิง คือพูดง่ายๆ ว่า เขาพยายามจะพูดให้เห็นว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีจริง และไม่ได้อยู่ไกลจากเรา อยู่หลังดวงจันทร์เอง น่าสนใจ น่าอ่านนะครับ เล่มนี้ ชื่อ "มนุษย์ต่างดาว อยู่แค่หลังดวงจันทร์" เดี๋ยวผมจะดูให้ว่าเป็นสำนักพิมพ์ไหน นี่ promotion ไม่ได้ตังค์อะไรทั้งสิ้นนะครับ จัดจำหน่ายโดย บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จํากัด

ท่านผู้ชมครับ วันนี้จะขายเครื่องฟอกอากาศอีกครั้งหนึ่ง ทำไมต้องขายเครื่องนี้ ? เพราะว่าตอนนี้อากาศในกรุงเทพฯ และประเทศไทยบางจังหวัดยังเลวร้ายอยู่เหมือนเดิม ผมจำได้ วันนี้ผมไม่ได้วัดว่าค่าฝุ่น PM เท่าไร แต่เมื่อวาน วันพฤหัสฯ ผมวัดได้ 60 กว่า อันตรายมากท่านผู้ชม


ท่านผู้ชมที่สั่งเครื่องฟอกอากาศ manature คราวที่แล้วไป แล้วหมด แล้วมีพรีออร์เดอร์ มียอดจองเอาไว้อีกจำนวนหนึ่ง ปรากฏว่าล็อตใหม่กำลังจะมาแล้ว เดือนกุมภาพันธ์นี้ ล็อตใหม่นี้มีจำนวนจำกัด ทั้งหมดจะมียอดขายที่จะเหลือให้ประมาณไม่เกิน 300 เครื่อง สั่้งมา 1,000 เครื่อง ขาย 700 เครื่อง มียอดจองไปเรียบร้อยแล้ว เหลืออยู่ประมาณ 300 เครื่อง ท่านผู้ชมรีบๆ จองกันเข้ามา แล้วเผอิญล็อตใหม่นี้มีการแถมเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ มูลค่า 2,490 บาท ฉะนั้นราคาในล็อตใหม่นี้จะขึ้นจาก 19,900 บาท เป็น 22,900 บาท เหมือนเดิมนะครับท่านผู้ชม ผ่อนได้ 10 เดือน เดือนละ 2,290 บาท ดอกเบี้ยค่าผ่อน ทางบริษัทเป็นคนออกให้เอง ผมยืนยันนะครับ เครื่องกรองอากาศชุดนี้เป็นเครื่องกรองอากาศในสายตาของผม ดีที่สุด ผมใช้มาสิบกว่าปีแล้ว ยังใช้อยู่ แผ่นกรองอากาศไม่ต้องเปลี่ยน ถอดออกมาล้างได้เลย ลำพังแค่นี้ก็ประหยัดเงินไปได้มหาศาลแล้ว สอง กรองอากาศได้อย่างละเอียด 0.2 ฝุ่น 2.5 นี่กรองได้ละเอียดถึง 0.2 เอาไว้ในห้องทำงาน เอาไว้ในห้องรับแขกที่บ้าน นั่งอยู่ห้องรับแขกกัน ก็ติดเอาไว้ จะขึ้นไปห้องนอน ก็หิ้วขึ้นไป แล้วก็ไปเสียบปลั๊ก ไม่ผิดหวังแน่นอน

ท่านผู้ชมครับ อาทิตย์นี้ผมจะมีเรื่องของคุณกาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ เดี๋ยวฟังผมดูก็แล้วกัน ผมกำลังกล่าวหาคุณกาละแมร์ ว่า คุณกาละแมร์ เป็นคนลวงโลก คุณกาละแมร์ ลวงโลกอย่างไรบ้าง ?

เรื่องที่สอง คือเรื่องพิธีสาบานตนของนายโจ ไบเดน และการจากไปอย่างโดดเดี่ยวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ และที่สำคัญคือ เมื่อนายโจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีแล้ว ผมกำลังจะเล่าเรื่องนโยบายต่างประเทศของโจ ไบเดน ที่ยังคงยืนยันต่อการเผชิญหน้ากันเหมือนเดิม เป็นเพียงแต่วิธีการเปลี่ยนไป ทำไมผมต้องพูดเรื่องนี้ ? เพราะว่ามันมีผลกระทบต่อประเทศไทยหลายๆ มิติ ผมเชื่อว่าท่านผู้ชมหลายท่านคงอยากจะได้ความรู้ตรงนี้

แล้วก็มาต่อด้วยสถานการณ์โควิดของโลก วัคซีน และที่สำคัญ พลาดไม่ได้ก็คือ คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มาพูดถึงเรื่องวัคซีนพระราชทาน แล้วมีเจตนาและคำพูดหลายคำพูดที่พยายามโยงบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ เข้าไปสู่สถาบันกษัตริย์ ในลักษณะที่ดูถูก ดูหมิ่นเหยียดหยาม


ท่านผู้ชมครับ ถ้าวันนี้ผมจะพูดถึงเรื่องของคุณพัชรศรี เบญจมาศ หรือที่เธอมีนิคเนมว่า กาละแมร์ ก็อาจจะดูเก่าไป เพราะเรื่องราวของเธอนั้นมีการพูดถึงในต้นอาทิตย์ที่ผ่านมา มากมายพอสมควร แต่ท่านผู้ชมครับ เรื่องของคุณพัชรศรี เบญจมาศ หรือกาละแมร์ นั้น มันมีอยู่หลายมิติที่ผมอยากจะพูดในวันนี้ หลายๆ คนก็คงพอจะรู้อยู่แล้วว่าเธอได้โดนคณะกรรมการอาหารและยา ดำเนินคดีในข้อหาโฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็นจริง แล้วก็ส่งเรื่องไปให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ดำเนินคดีกับเธอ

ทีนี้ ปกติแล้วคนลักษณะกาละแมร์ ที่ขายของออนไลน์แล้วก็ไลฟ์สด ก็มีอยู่ไม่น้อย มีขายอยู่ทุกประเภท ยาปลุกเซ็กซ์ ยาทำให้นกเขาของคนแก่ขันขึ้นมาได้ ก็ไลฟ์กันเละเทะ เลอะเทอะไปหมด แต่ว่าในกรณีคุณกาละแมร์ เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะว่าคุณกาละแมร์ นั้น โฆษณาสินค้าของเธอซึ่งเป็นอาหารเสริมลงในเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรมของเธอ ซึ่งบริษัทของเธอ คือบริษัท พาวเวอร์ชอต


ท่านผู้ชมครับ อาหารเสริมของเธอชื่อ โบเทรา ดริ้งค์ (Botera Drink) และโบเทรา ชอต (Botera Shot) ท่านผู้ชมฟังคำโอ้อวดสรรพคุณของเธอหน่อยก็แล้วกัน แล้วท่านผู้ชมตามผมมา แล้วผมจะถามคำถามท่านผู้ชมบางคำถาม

สรรพคุณที่เธอโฆษณา คือ หนึ่ง กระชับผิวหน้า ลดไขมันส่วนเกิน เหนียงหาย ร่องแก้มตื้น จมูกดูโด่งขึ้น ตาขึ้นเป็นสองชั้น และดูเด็กขึ้นทั้งร่างกาย โดยไม่ต้องทำศัลยกรรม คุณกาละแมร์ พูดออกมาในสรรพคุณที่เธอรีวิวสรรพคุณอาหารเสริมของเธอว่า "รีวิวรัวๆ กรอบหน้าชัด เหนียงหาย หน้ายก หนังตาที่เคยตกเป็นตาสองชั้น รอยขมวดคิ้วหาย ร่องแก้มตื้น ทำให้จมูกมันเข้ารูป ย้ำอีกครั้งว่าไม่เคยทำจมูกใดๆ เลย กินแต่ผลิตภัณฑ์ของตนเองเท่านั้น พิสูจน์ให้เห็นนะคะว่า พอหน้ามันรัดรึงเข้ามา มันก็จะชัดๆๆ และไม่ใช่เฉพาะหน้า คือทั้งตัวจ้ะ (นัยอาจจะหมายถึงหน้าอกก็จะตึงด้วย ก้นจะตึงจะงอนขึ้น) คุณจะกลับมาเป็นสาวอีกครั้งหนึ่ง"

ท่านผู้ชมครับ ด้วยความเป็นธรรม ท่านผู้ชมลองใช้สติปัญญาคิดสิ เฉพาะคำพูดส่วนนี้ ท่านผู้ชมคิดว่าอาหารเสริมที่คุณกาละแมร์ขาย เป็นอาหารเสริมยี่ห้อ Botera Shot หรือยี่ห้อตอแหลชอต กันแน่ สำหรับผมแล้ว นี่คือคำตอแหลที่ออกมาหลอกขายของประชาชน ก็เลยมีคนเข้าไปแจ้งความ ร้องเรียน ก็เลยโดนดำเนินคดี ข้อหาโฆษณาสรรพคุณอาหารอันเป็นเท็จ หลอกลวงให้หลงเชื่อไม่สมควร มีโทษตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


ทีนี้ ปัญหาที่ท่านผู้ชมหลายท่านอาจจะไม่รู้ คดีนี้เป็นคดีที่ 8 แล้วนะที่คุณกาละแมร์โดน เพราะ อย.แจ้งมาบอกว่า นี่เป็นคดีที่ 8 ที่เอาผิดกับกาละแมร์ พัชรศรี แล้วท่านผู้ชมรู้ไหมว่าบริษัทที่เธอตั้งขึ้นมานี้ ตั้งขึ้นเมื่อไร ? มิถุนายน 2562 หรืออีกนัยหนึ่ง ประมาณ 1 ปี กับอีกประมาณ 9 เดือน คุณกาละแมร์ ก็อ้างว่าเป็นข้อผิดพลาดทางเทคนิค เธอบอกว่า เธอกำลังเล่าถึงประสบการณ์จริงของตนเองหลังจากทานอาหารเสริม ทีมงานก็ตัดเนื้อหาบางส่วนเอามาออก



ท่านผู้ชมครับ ผมเป็นคนที่สงสัยอะไรแล้วต้องค้น ผมก็เลยไปค้นข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัท พาวเวอร์ชอต จำกัด ที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของคุณกาละแมร์ เพิ่งจดทะเบียนเมื่อเดือนมีนาคม 2562 นี่เอง แม้จะโดนดำเนินคดีไปแล้ว 7 ครั้ง แล้วเธอก็แจ้งงบการเงินล่าสุด ปี 2562 มีรายได้รวม 133 ล้านบาทเศษ รายจ่าย 114 ล้านบาทเศษ เสียภาษีเงินได้ 3.7 ล้านบาทเศษ เท่ากับว่าไม่ถึง 1 ปี มีกำไรสุทธิที่แจ้งทางบัญชีเท่านั้น เกือบ 15 ล้านบาท ท่านผู้ชมครับ ผมไม่อยากจะลงไปส่วนลึกว่าบัญชีของคุณพัชรศรี เบญจมาศ นั้น เป็นการแต่งบัญชี ปลอม เพราะว่าจากคำโฆษณาที่โม้ของเธอ ที่บอกเธอขายได้พันล้าน หลายพันล้าน เธอบริจาคเงินที่จะเอาเงินไปห่อทองที่พระธาตุพนม เธอบริจาคโน่นบริจาคนี่ไป คอนโดฯ ที่เธออยู่ร้อยกว่าล้านบาท คุณกาละแมร์ ซ่อนเงินเอาไว้เยอะมาก จากการโฆษณาชวนเชื่อ ตอแหลไลฟ์สดอันนั้น ทำให้คนหลงเชื่อไปเยอะ

เอาล่ะ เรามาดูกันนิดหนึ่ง ดู promotion โปรโมตสินค้าของกาละแมร์แต่ละอย่าง ท่านผู้ชมคงได้อ่านข่าวแล้ว เธอโปรโมตว่าอาหารเสริมของเธอป้องกัน รักษาโรคโควิด เธอก็บอกว่า มีพ่อแม่ลูก ลูกกับแม่กินอาหารเสริมของเธอ ไม่เป็นโควิด ตัวพ่อเป็นโควิด แล้วตัวพ่อก็เดินทางไปหาหมอ ระหว่างที่เดินทางไปหาหมอ ก็เอายามาให้กิน ยาอาหารเสริม กินไปกินมาปรากฏว่า หาย ไม่ต้องไปหาหมอรักษาโควิด


ท่านผู้ชมครับ อันนี้โฆษณาตอแหลสุดๆ แล้วก็มีอีกนะท่านผู้ชม ถ้าเป็นโรคซึมเศร้า ก็อ้างว่าลูกค้าคนนี้ไปหาหมอแล้วกินยาซึมเศร้ามานาน 3 ปี แต่หลังจากกินยาอาหารเสริมของเธอ หมอก็ให้ลดยาเป็นครั้งแรก ลูกค้าคนนี้ก็ไม่ซึมเศร้าอีกต่อไป แต่คุณกาละแมร์ อ้างว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนเราเวลาเกิดความทุกข์หรือซึมเศร้า มักจะคิดแต่เรื่องเดิมๆ วนๆ อะไร ทำไม แล้วอาหารเสริมตัวนี้จะทำให้มีสติว่าต้องทำอย่างไร และเลิกคิดในเรื่องเดิมๆ ก็คือพูดง่ายๆ ว่า ถ้าเป็นโรคซึมเศร้า ให้มาซื้อาหารเสริมของเธอกิน แล้วจะหายจากโรคซึมเศร้า

ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าประเทศไทยมีคนเป็นโรคซึมเศร้าเท่าไร ? เป็นแสนคน ถ้าโฆษณาเธอเป็นจริงนี่นะ หมอที่รักษาโรคซึมเศร้าก็คงไม่มีปัญญาที่จะรักษาแล้วมั้ง เพราะฉะนั้นแล้ว ใช้สติปัญญาคิดง่ายๆ เวลาท่านผู้ชมดูการโฆษณาไลฟ์สดและโฆษณาชวนเชื่อ ใช้สติปัญญาคิดนิดหนึ่ง อย่าไปโง่ให้เขาหลอก แล้วคุณกาละแมร์ อ้างว่าการที่เธอออกคลิปไปแบบนั้นเป็นความผิดพลาดทางเทคนิค ท่านผู้ชมครับ แล้วอีก 7 คดีก่อนหน้านั้น ที่ อย.แฉมานั้น มาได้อย่างไร แสดงว่าทีมงานผิดพลาดมาตั้ง 6 ครั้งเหรอ สมควรโดนไล่ออกตั้งแต่ผิดพลาดครั้งแรกแล้ว นี่ยังทำงานอยู่ หรือจงใจ ? ไปคิดว่าถ้าจับได้ก็วิ่งเต้นเสียหน่อย เสียค่าปรับแล้วกัน แล้วค่อยไปหลอกลวงมอมเมาประชาชนต่อ ฟาดกำไรเป็นล้านๆ บาท

ท่านผู้ชมครับ นี่ยังมีอีกนะ มะเร็ง โควิด-19 ถือว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ท่านผู้ชมยอมรับไหม ? หากใครหลงเชื่อว่ากินอาหารเสริมของเธอแล้วมีภูมิต้านทาน เกิดไม่ระมัดระวังป้องกัน หรือได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะเป็นอันตรายถึงตายได้

ท่านผู้ชมคิดว่านี่คือการหลอกลวงผู้บริโภคอย่างโหดเหี้ยมที่สุดหรือไม่ ? ท่านผู้ชมคิดดูให้ดีๆ มะเร็ง กับโควิด-19 เป็นโรคที่ร้ายแรงมาก ถ้าไปเชื่อเธอว่ากินอาหารเสริมของเธอแล้วจะหาย แล้วถ้าไม่หาย ซึ่งมันไม่หายแน่นอน แล้วถ้าคนๆ หนึ่งตายเพราะโรคนี้ เหตุผลเพราะไปเชื่อการไลฟ์สดของคุณกาละแมร์ แล้วกินอาหารเสริม แล้วหวังว่าจะหาย เกิดตายขึ้นมา ท่านผู้ชมว่าการกระทำเช่นนี้ของคุณพัชรศรี เบญจมาศ โหดเหี้ยมไหม ? เพียงเพื่อต้องการขายของให้มากขึ้น


ท่านผู้ชมครับ สำหรับผมแล้วคุณกาละแมร์ สมัยก่อนเป็นนักสื่อสารมวลชน จบคณะนิเทศศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์ฯ ไปๆ มาๆ พูดได้ไหมว่าคุณกาละแมร์ จากสื่อมวลชนสมัยหนึ่ง มากลายเป็นนักลวงโลกสมัยนี้ นักลวงโลก อาจจะแรงไปหน่อยนะ แต่ถ้าดูพฤติกรรมแล้วผมว่าไม่แรง ผมว่าถูกต้อง เพราะคุณกาละแมร์ ต้องการขายของอย่างเดียว เพื่อเอาเงินมาโชว์ออฟ ลันล้า ชิลๆ ให้คนเห็นว่าฉันรวยนะ แล้วรวยมาจากไหนล่ะ ? รวยมาจากการศรัทธาของคน



คุณกาละแมร์ เริ่มชีวิตจากการเป็นนักสื่อสารมวลชน เป็นพิธีกร เป็น celebrity ชื่อดัง เป็นคนของประชาชน ทำไมคุณกาละแมร์ เปลี่ยนแปลงไปถึงขั้นกลายเป็นคนลวงโลก ละเลยจรรยาบรรณที่ควรพึงมี พึงรับผิดชอบต่อสังคม หันไปใช้ชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือที่ประชาชนเชื่อเธอ ทำในสิ่งที่ผิดเหตุผล เป็นเพราะเงินหรือเปล่า ?


กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ จบมัธยมฯ จากบดินทรเดชา จบปริญญาตรี นิเทศฯ สาขาสื่อสารมวลชน วิทยุและโทรทัศน์ จากจุฬาลงกรณ์ฯ เมื่อปี 2539 ประมาณ 24-25 ปีที่แล้ว เข้าไปฝึกงานที่ช่อง 3 ก็เลยเห็นท่าทางฉะฉาน พูดจาชัดถ้อยชัดคำ เลยได้เป็นพิธีกรในรายการ ดูหนังฟังเพลง กับสีสันบันเทิง เธออ่านข่าวช่วง เมืองไทยวันนี้ และ เช้าวันนี้ที่ช่อง 3 แล้วเธอมามีชื่ออีกทีหนึ่งในการจัดรายการ ผู้หญิงถึงผู้หญิง ร่วมกับคุณไก่ มีสุข คุณอดิลกชัยพัฒน์ คุณนีน่า กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์ และคุณปุ้ย พิมลวรรณ หุ่นทองคำ เธอโด่งดังมากเมื่อเธอเลิกกับแฟนของเธอคนหนึ่ง แล้วเธอเขียนหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อว่า "ผู้ชายเลวกว่าหมา และ ไม่ได้มาจากดาวอังคาร" ติดอันดับ Best seller พิมพ์ไปจำนวนหลายสิบครั้ง โดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งบวกและลบ

ตุลาคม 2563 เผอิญช่อง 3 ต้องการลดค่าใช้จ่าย ก็เลยเลิกจ้างคุณกาละแมร์ ซึ่งคุณกาละแมร์ ไม่ได้แคร์อะไรทั้งสิ้น เพราะว่าระหว่างนั้นเธอเริ่มเข้าไปขายคอนโดฯ ให้สาวกของเธอที่เชื่อและศรัทธาในตัวเธอ มาซื้อคอนโดฯ เธอก็ร่ำรวยจากการขายคอนโดฯ แล้วตอนหลังเธอก็เลยไปเล่นในเรื่องสุขภาพ เธอทำตัวเป็นกูรู (Guru) พรีเซนต์ตัวเองในฐานะกูรูด้านสุขภาพ เขียนหนังสือเรื่องสูตรอาหารคลีน เธอเป็นแรงบันดาลใจของผู้หญิงที่รักษาสุขภาพ จนกระทั่งเธอมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์คนสำคัญและใกล้ชิดกับคุณอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง ไลฟ์โค้ชชื่อดัง เจ้าของหนังสือ "เข็มทิศชีวิต" ว่ากันว่า คุณกาละแมร์ ศรัทธาเลื่อมใสครูอ้อย มาก จนไปซื้อที่อยู่ที่เดียวกับครูอ้อย แถวๆ สาทร จะได้ช่วยภาวนาธรรมกันบ่อยๆ ดังที่ใจปรารถนา

ท่านผู้ชมครับ ถ้าท่านผู้ชมตามข่าวคุณกาละแมร์ จะสังเกตว่าในช่วง 2-3 ปีหลังที่ผ่านมานี้ คุณกาละแมร์ จะให้ข่าวว่าตัวเองประสบความสำเร็จ โชว์ความร่ำรวยของตัวเองมาตลอด ท่านผู้ชมเคยเห็นใช่ไหม ? คุณกาละแมร์ เปิดคอนโดฯ ให้รายการหลายๆ รายการไปถ่ายทำที่บ้าน ให้ข่าว ให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ ด้วยคอนเซปต์เดิมๆ คือได้อยู่คอนโดฯ หรู ราคาเฉียดร้อยล้านบาท ท่านผู้ชม จากพิธีกรทีวี มีคอนโดฯ หรูราคาเกือบร้อยล้านบาท แสดงว่าเธอนี่ มีคนศรัทธาเธอมาก เชื่อมั่นในเธอ และเมื่อเธอขายอะไรก็ตาม เธอพูดอะไรก็ตาม ก็เชื่อเธอไปหมด เงินทองก็เลยไหลมาเทมา


คุณกาละแมร์ เคยให้สัมภาษณ์ไทยรัฐออนไลน์ ช่อง 32 เธอเคยพูดว่า เธอเองมีคอนโดฯ ราคาร้อยล้าน มีเงินเก็บ ท่านผู้ชมฟังดีๆ นะ ใกล้จะถึงพันล้านแล้ว คุณกาละแมร์ คุณขายอะไรถึงมีเงินเก็บได้ถึงพันล้าน แล้วคุณเสียภาษีเท่าไร คุณกาละแมร์ สรรพากรไม่สนใจบ้างเลยหรือ ยังบอกว่าเดี๋ยวนี้เธอถอยกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาเรือนละล้าน ได้อย่างสบายใจ นี่มันสะท้อนถึงจิตใต้สำนึกของคนที่หลงในวัตถุ แล้วเธอก็พยายามสร้างภาพด้วยการปล่อยข่าว เดินสายทำบุญ อย่างเช่น ร่วมกับกรณีครูอ้อย กัลยาณมิตรถวายทองคำหุ้มยอดพระธาตุพนมไปมูลค่าร้อยกว่าล้าน หรือไปแก้บนที่ไอ้ไข่ วัดเจดีย์ จัดโรงทาน จัดมโนราห์มาแสดง พร้อมมอบเงินบริจาคให้ทางวัด แล้วย้ำด้วยว่า ตั้งจิตอธิษฐานขอให้ธุรกิจอาหารเสริมรุ่งเรือง ขายดิบขายดี


ปรากฏว่าสิ่งที่ขอไป ก็เห็นผลเกินคาด ท่านผู้ชมครับ ของขายดี เป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ของไอ้ไข่หรือเปล่า ผมไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆ ถ้าเธอไลฟ์สดแบบนี้ แล้วโฆษณาแบบตอหลดตอแหลแบบนี้ อวดอ้างสรรพคุณแบบนี้ จะต้องมีคนที่สติปัญญาด้อย ไม่ได้คิดให้ละเอียด หลงตามเธอ แล้วก็ไปซื้อข้าวของที่เธอประกาศขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารเสริมของเธอ นั่นคือที่ทำให้เธอประสบผลสำเร็จ


ผมเชื่อว่าไอ้ไข่ถ้ามีตัวตนจริง วันนี้ก็คงไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเธอ แต่เผอิญการที่เธอรวยขึ้นมา ไม่ใช่ไอ้ไข่ เชื่อผมสิ ไม่ใช่ แต่เป็นเพราะไอ้ปากเธอนี่ล่ะ ที่บิดเบือนต่างๆ บอกว่าอาหารเสริมของเธอรักษาโรคมะเร็งได้ อาหารเสริมของเธอผู้หญิงกินแล้วนมจะตึง ตาสองชั้น ตาตกจะกลายเป็นตาสองชั้น ทุกอย่างจะดีหมด คือเป็นยาวิเศษมหัศจรรย์ที่สุดในโลกที่หาไม่ได้อีกแล้วอาหารเสริมแบบนี้ แล้วก็จะเป็นเรื่องที่วงการแพทย์ในทั่วโลกจะต้องตื่นตะลึง งงเป็นไก่ตาแตก บริษัท ชิเซโด้ (Shiseido) บริษัทขายผลิตภัณฑ์ครีมของเกาหลี SK II จะต้องวิ่งเข้ามา เพื่อมาขอคุณกาละแมร์ขายสูตรนี้ให้หน่อยได้ไหม กินแค่อาหารเสริมแค่นี้ นมตึง ตูดตึง ผิวหนังตึง ตาที่ตกกลายเป็นตาสองชั้น รัดรึงไปหมดทั้งตัว คุณมีอะไร คุณช่วยหน่อย ผมซื้อคุณแล้วกัน 2 หมื่นล้านบาท แต่ว่าการทำบุญหรือการไปทำบุญที่ไอ้ไข่มันก็เป็นกลยุทธ์ทางการตลาด จูงใจให้คนอยากซื้อสินค้าของเธอ เพราะเชื่อมั่นในเจ้าของผลิตภัณฑ์ กาละแมร์ เป็นคนมีชื่อเสียง มีชีวิตที่หรูหรา ถอยกระเป๋าใบละล้าน ถอยนาฬิกาเรือนละล้าน อยู่คอนโดฯ ร้อยล้าน มีระดับ แล้วยังเป็นคนใจบุญอีก โอ้โห น่าจะทำธุรกิจด้วยความจริงใจ


ท่านผู้ชมครับ คุณกาละแมร์ สร้างภาพว่าเป็นคนที่ทำตัวอินกับการทำนุบำรุงศาสนามากเป็นพิเศษ การใช้อิมเมจเป็นคนดี เป็นเจ้าบุญทุ่ม สร้างโน่นสสร้างนี่ ถวายมากเข้า หวังว่าจะได้ไปนิพพาน ตัดภาพมาที่ชีวิตจริง วิธีการหาเงินเพื่อเอาเงินไปทำบุญเยอะๆ กลับเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน ด้วยการโอ้อวด โม้สรรพคุณสินค้าเกินจริงมาก ที่น่าห่วง กลับมีคนหลงเชื่อไม่น้อย หรืออาจจะพูดได้ว่า คุณกาละแมร์ หาเงินบาปเพื่อไปสร้างภาพทำบุญต่อ


นี่คือตัวอย่างการใช้ชื่อเสียงทำมาหากินในโลกโซเชียล ของบรรดา celebrity ทั้งหลาย ขายสินค้าเกินจริง


ท่านผู้ชมครับ ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับการขายศรัทธา ท่านผู้ชมเคยเห็นพระไหม ในอดีต ประชาชนเข้ามาศรัทธา แล้วก็เอาศรัทธาที่ประชาชนมีอยู่หลอกลวงเงินประชาชนมา เณรคำ จำได้ไหมท่านผู้ชม เณรคำ ขนาดเจ้าของธุรกิจ เจ้าของโรงแรมขนาดใหญ่ที่นครศรีธรรมราช เจ้าของยาสีฟันสมุนไพรที่มีชื่อ ยังถวายตัวเป็นลูกศิษย์เลย เพราะหวังรวย


ท่านผู้ชมครับ คุณกาละแมร์ เคยได้รับเครื่องราชฯ ในฐานะช่วยเหลือสังคม บริจาคเงินให้กับมูลนิธิรามาธิบดี และหลายๆ อย่าง แต่วันนี้คุณกาละแมร์ กลับมาทำมาหากิน หาเงินจากการหลอกลวงประชาชน ผมต้องถือว่าคุณกาละแมร์ หลอกลวงประชาชน


ท่านผู้ชมครับ อย. และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ไม่น่าจะดำเนินคดีในเรื่องของโฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็นจริง น่าจะเพิ่มอีกข้อหาหนึ่ง คือ หลอกลวงประชาชน ท่านผู้ชมครับ สังคมไทยยังจะมีคนอย่างคุณพัชรศรี เบญจมาศ อีกมาก หรือคุณกาละแมร์ หมดจากคุณกาละแมร์ ไปแล้ว อีกหน่อยก็อาจจะมีคุณกาละมังเกิดขึ้น คุณกาละโน่น กาละนี่ คุณกะลาแตกก็มี เพราะว่าเอาศรัทธามาขาย ท่านผู้ชม ความผิดอยู่ที่ใคร ? อยู่ที่พวกเรา เราไปเชื่อเขาได้อย่างไร มิน่า เดี๋ยวนี้ช่องไลฟ์สดขายของมันเต็มไปหมดเลย ขายหมดทุกอย่าง สามารถจะปลุกเสก สามารถจะเสกสรรค์ปั้นแต่งให้คนที่ตายให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ให้กลับมาเข้มแข็ง แข็งแรง สามารถที่จะทำให้คนที่ไม่มีสมรรถภาพทางเพศ สามารถกลับมาเป็นหนุ่มเป็นแน่นได้ เหมือนอายุแค่ยี่สิบกว่า มันหลอกกันเต็มไปหมดเลยท่านผู้ชม แม้กระทั่งทีวีดิจิทัลก็เอามาออกด้วย ทุกช่อง ขายของตอแหลกันทั้งนั้น ท่านผู้ชมครับ นี่คือสังคมไทยในยุค 2564 และในยุคเด็กสามนิ้ว และในยุคอัยการที่ถูกตีกลับในเรื่องการแต่งตั้ง และในยุคของบ่อนการพนันที่เจ้าของบ่อนไม่โดนดำเนินคดี เงียบหายไปเลย ท่านผู้ชมฟังแล้วเศร้าไหม

ด้วยความเคารพ คุณกาละแมร์ ผมไม่มีอะไรกับคุณ แต่ผมถือว่าคุณหลอกลวงประชาชน และโฆษณาคุณเวอร์มาก มันไม่ใช่เวอร์อย่างเดียว มันโกหกพกลม


ท่านผู้ชมครับ ตกลงแล้ววันที่ 20 ที่ผ่านไป วันพุธ ในเวลาเมืองไทย และเป็นวันพฤหัสฯ เวลาเมืองไทย ตอนประมาณช่วงเช้าๆ ตีห้า หรือหกโมงเช้า ก็เป็นเวลาวันพุธที่ 20 ที่สหรัฐอเมริกา ในที่สุดแล้ว โจ ไบเดน ก็เข้าไปรับมอบตำแหน่ง ทำพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐอเมริกา ในการทำพิธีนั้น ก็มีคนที่เข้ามาร่วมในพิธีน้อยมาก ยืนอยู่บนเวที และบนเวทีนั้นก็จำกัดเฉพาะคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือบุคคลที่มีความสำคัญ อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ก็ไปด้วย บารัก โอบามา ก็ไป ฮิลลารี คลินตัน ก็ไป มิเชล โอบามา ภรรยาของนายบารัก โอบามา ก็ไป


ส่วนฝ่ายตรงกันข้าม พรรครีพับลิกันนั้น รองประธานาธิบดีไมก์ เพนซ์ ก็ไป ทุกอย่างก็ไปได้ด้วยดีตามพิธีการที่ปรากฏอยู่ โดยที่ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้น อาจจะเป็นเพราะว่ามีการกระพือข่าวกันเรียบร้อยแล้วก่อนหน้าที่พิธีสาบานตนจะมาปรากฏในวันพุธนั้น ตั้งแต่วันอาทิตย์ หรือวันเสาร์ ทั้ง FBI ทั้งหน่วยงานความมั่นคง ก็แถลงข่าวว่าจะมีการป่วนในพิธีนี้ ตลอดจนจะมีการป่วนสถานที่ทำการของรัฐที่อยู่ตามรัฐต่างๆ ประมาณ 40-50 รัฐ ก็เลยมีการระมัดระวังกันอย่างเต็มที่ ก็เลยทำให้ไม่มีเรื่องไม่มีราว

แต่ผมก็อยากจะชี้ให้เห็นเล็กๆ น้อยๆ ในวันที่มีพิธีการสาบานตนของโจ ไบเดน นั้น ในเวลา 08.18 น. ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ทำเนียบขาว 08.18 น. ของเช้าวันพุธ ก็ประมาณสักสองทุ่ม 18 นาที ของเย็นวันพุธ ของประเทศไทย ก็มีเฮลิคอปเตอร์ที่มีฉายาว่า Marine One


Marine One คือเฮลิคอปเตอร์ซึ่งใช้บิน พาประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ไปตามที่ต่างๆ ที่ระยะทางไม่ยาวนัก ใกล้ๆ Marine One ได้บรรทุกผู้โดยสารที่สำคัญ 2 ท่าน ก็คือ อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนางเมลินา ทรัมป์ ภริยา บินจากทำเนียบขาวเป็นครั้งสุดท้าย ไปสู่สนามบินแอนดรูว์ แอร์พอร์ต ซึ่งเป็นสนามบินทหาร นายทรัมป์ ก็เดินทางออกจากทำเนียบขาวเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากที่อยู่มาได้ 4 ปี แต่ต้องออก 08.18 น. เพราะว่าเมื่อไปถึงแอนดรูว์ แอร์พอร์ต แล้ว ก็จะได้นั่งแอร์ฟอร์ซวัน เครื่องบิน 747 เครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เพื่อบินไปที่ฟลอริดา เมื่อบินไปลงที่ฟลอริดาแล้ว ก็จะมีรถลีมูซีนของประธานาธิบดีมารับ แล้วก็ส่งไปที่บ้านพักของเขาที่มาร์-อา-ลาโก ซึ่งเป็นรีสอร์ตของเขา ท่านผู้ชม ทั้งหมดนี้ต้องทำให้เสร็จก่อนเที่ยงวัน เพราะว่าหลังเที่ยงเป๊ง สิทธิความเป็นประธานาธิบดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็จะหมดไปแล้ว ก็คือไม่มีสิทธิที่จะได้รับสิทธิพิเศษในการมีลีมูซีน ไม่มีสิทธิที่้จะได้รับสิทธิพิเศษในการนั่งเครื่องบิน แอร์ฟอร์ซวัน ก็กลับกลายเป็นประชาชนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง จะมีสิทธิพิเศษอยู่กรณีเดียวเท่านั้น ก็คือ จะยังคงได้รับการดูแลและปกป้องจากตำรวจลับ ที่เขาเรียกว่า Secret Service

ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาทุกท่าน เมื่อเกษียณอายุแล้ว หรือลาออกแล้ว จะมีตำรวจลับอยู่จำนวนหนึ่ง 2-3 คน หรือ 3-4 คน ที่คอยดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นแล้วก็จะมีเฉพาะอภิสิทธิ์ตัวนี้เท่านั้น


ก่อนที่นายทรัมป์ จะไป นายทรัมป์ พยายามเชิญพรรคพวกต่างๆ ที่ตัวเองชอบหรือไม่ชอบ หรือที่ถูกตัวเองไล่ออกไป อย่างเช่นอดีต Chief of Staff ของทำเนียบขาว ก็แจ้งมาบอกว่า เขาโดนไล่ออกไป เขายังได้รับเชิญไป แสดงว่านายทรัมป์ ส่งบัตรเชิญไปให้อำลานายทรัมป์ ที่สนามบิน Andrew Military Airport นั้น น่าจะเป็นพันๆ ราย แต่มีคนโผล่ไปจริงๆ แล้ว รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของทำเนียบขาว และรวมทั้งคนที่อยู่ดูแลเหตุการณ์ตรงนั้น ประมาณ 500 คน


หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือว่า เป็นสิ่งที่นายทรัมป์ ผิดหวังมาก เพราะว่าทรัมป์ เป็นคนที่ชอบจำนวนคนที่เยอะแยะมาเชียร์ว่าสู้ๆ นะ ประธานาธิบดี กู๊ดบายประธานาธิบดีนะ แต่กลับไม่มีคนที่จะมาส่งมากเท่าที่เขาต้องการ แต่เขาก็ได้รับการยิงสลุตปืนใหญ่ 21 นัด ตามพิธีการ เช่นนั้นนายทรัมป์ ก็สิ้นสุดการเป็นประธานาธิบดี ณ เวลานั้น และในขณะนี้คนที่เป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ก็ได้เข้ามาทำงานแล้ว และทันทีที่เข้ามาทำงาน นายโจ ไบเดน ได้เซ็นคำสั่งจากประธานาธิบดี เพื่อยกเลิกคำสั่งเก่าที่นายทรัมป์ เคยทำไป ทราบมาว่าประมาณ 15 ฉบับด้วยกัน


เพราะฉะนั้น นายทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีคนแรกใน 150 ปี ที่ไม่ยอมเข้าไปร่วมพิธีสาบานตน นายทรัมป์ กล่าวคำอาลัยเอาไว้ และกล่าวคำท้าทายเอาไว้ว่า ผมจะกลับมา แต่ในรูปแบบอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งก็ยังไม่มีใครเดาออกว่าจะเป็นรูปแบบใด แต่ว่าเชื่อผมเถอะครับท่านผู้ชม เรื่องนี้ยังไม่จบ เรื่องนี้จะเป็นหนังเรื่องยาวที่นายทรัมป์ จะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะว่าเขาเคียดแค้นนายโจ ไบเดน มาก เพราะเขาไม่เคยคิดว่าเขาจะแพ้โจ ไบเดน เมื่อเขาเห็นว่าคะแนนของโจ ไบเดน ชนะเขา 7 ล้านกว่าเสียง เขาทำใจไม่ได้ เขาก็เลยต้องประกาศว่า 7 ล้านกว่าเสียงนี้ คือโกงมา โดยไม่มีหลักฐานอะไรทั้งสิ้น ฟ้องศาลไปทั้งหมด 60 คดี ว่าคะแนนเสียงในจอร์เจียโกงมา คะแนนเสียงในมิชิแกนโกงมา คะแนนเสียงที่โน่นที่นี่โกงมา แต่ศาลพิจารณาแล้วให้ยกคำร้องหมด เพราะว่าไม่มีหลักฐานเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้น เมื่อนายทรัมป์ จากไปด้วยความเคียดแค้นแล้ว ท่านผู้ชมก็คงพอจะเดาออกว่าสาวกของเขา ท่านผู้ชมอย่าลืมนะ เขามีคนลงคะแนนเสียงให้เขา 70 กว่าล้านคน และผมเคยพูดมานานแล้ว และผมจะอธิบายความอีกทีหนึ่ง


คนผิวขาวที่เชียร์นายทรัมป์ จนก็มาก รวยก็มี แต่รวยมีน้อยกว่า คนจนส่วนใหญ่ แต่ทำไมเขาเอานายทรัมป์ ? เพราะนายทรัมป์ ไปจับเอาประเด็นคล้ายๆ ที่ทักษิณ ไปจับ ทักษิณ บอกว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลไม่มีใครช่วยเหลือคนจน รัฐบาลทุกรัฐบาลไม่สนใจความเป็นอยู่ของคนจน ฉะนั้นเมื่อทักษิณ มา ทักษิณ ก็เลยทุ่มทุกอย่างไปให้คนจน จะด้วยวิธีการที่ถูกต้อง หรือไม่ถูกต้อง เขาทำให้ ทำให้คนจนรักทักษิณ ฉันใดฉันนั้น คนผิวขาวที่จนๆ เห็นว่านายทรัมป์ ออกมา แล้วบอกว่า ที่พวกคุณจนอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะว่าจีนเป็นต้นเหตุ รัฐบาลที่ผ่านๆ มา เป็นรัฐบาลนายทุน ตั้งโรงงานในประเทศจีน แล้วเอางานที่พวกคุณเคยทำอยู่ เคยทำอยู่ที่รัฐมิสซูรี เคยทำอยู่ที่รัฐจอร์เจีย ปิดโรงงานหมด แล้วก็เอาอุปกรณ์พวกนี้ไปตั้งที่ประเทศจีน แล้วผลิตสินค้ามาเพื่อส่งกลับมาขายให้พวกคุณ ทำให้พวกคุณตกงาน ผมจะกลับมาเพื่อทำให้พวกคุณได้รับการดูแลอย่างดี และนั่นคือประเด็นที่ทำให้คนรักนายทรัมป์ และรักถึงขั้นที่เรียกว่ามืดบอด ก็คือว่า ไม่สนใจว่านายทรัมป์ จะโกหกเขามากแค่ไหน ก็ยินดีที่จะรับเขา


รายการนี้ วันนี้ ท่านผู้ชมอย่าเพิ่งเบื่อนะครับ ผมมีความจำเป็นที่จะต้องพูดในเรื่องของนโยบายต่างประเทศของไบเดน ในยุคไบเดน ต่างกับยุคทรัมป์ แค่ไหน เพราะว่านโยบายต่างประเทศ ... อเมริกาเป็นประเทศที่มีพลานุภาพและอำนาจมากที่สุดในโลก การตัดสินใจอะไรก็ตามที่จะเดินและดำเนินนโยบายต่างประเทศในบางเรื่อง ด้วยวิธีบางวิธีนั้น ย่อมมีผลกระทบต่อทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 ภูมิภาค ภูมิภาคหนึ่ง คือ ตะวันออกกลาง ที่มีอิหร่าน ที่เป็นศัตรูคู่อาฆาตของสหรัฐอเมริกา และในเอเชีย ที่จีนก็ไม่ใช่เป็นคู่แข่งอีกต่อไปแล้ว สมัยก่อนนั้นอเมริกาตั้งจีนเป็นคู่แข่งที่สำคัญที่สุด แต่ช่วงหลังเปลี่ยนคำว่าคู่แข่ง มาเป็น ศัตรู เปลี่ยนจาก Competitor มาเป็น Enemy ซึ่งนัยตรงนี้ร้ายแรงมาก

แล้วเผอิญจีนก็อยู่ในเอเชียด้วย แล้วจีนก็มีอิทธิพลมาก ไม่ใช่เฉพาะในโลก ทั่วโลกน่ะมีอยู่แล้ว แต่กับเอเชียนั้น มีอิทธิพลสูงมาก อเมริกาก็มีตัวช่วยอยู่บางตัว อย่างเช่นมีญี่ปุ่นเอย แล้วในทวีปออสเตรเลียก็มีออสเตรเลีย แล้วก็มีสิงคโปร์ ซึ่งผมไม่อยากจะพูดถึงสิงคโปร์ เพราะว่าสิงคโปร์นั้นเป็นประเทศเล็กมากจนเกินไป แทบจะไม่มีความหมายอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว


อเมริกาในยุคไบเดน สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันพุธนี้ จะส่งผลกระทบหนักต่อเอเชีย โดยผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่นี้เข้าใจว่าจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยน ค่อยเป็นค่อยไป เป็นคนละแบบกับที่นายทรัมป์ ทำ คือหลักการสำหรับผมแล้ว ไม่เปลี่ยนแปลงแนวรบอะไรทั้งสิ้น ก็ยังถือว่าจีนเป็นศัตรูอยู่ แต่วิธีการที่จะต่อสู้กับศัตรูอย่างจีนนั้น จะไม่โฉ่งฉ่าง อหังการมมังการแบบที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ทำ

ถ้าท่านผู้ชมคิดว่านโยบายต่างประเทศอเมริกาไม่สำคัญ ผมยกตัวอย่างให้ฟังก็แล้วกัน เพียงแต่ว่าเรื่องขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้น แต่ว่ามันเริ่มมีเค้าลางหลายๆ อย่างเกิดขึ้นมาแล้ว และผมก็พยายามจะอธิบายให้ฟังว่ามันเกิดขึ้นอย่างนี้ แต่ต้องใช้เวลาอีกสักนิดหนึ่งกว่าจะเกิดขึ้น

ท่านผู้ชมครับ จำได้ไหมผมเคยพูดหลายๆ เรื่อง ซึ่งเป็นข้อคิด เป็นวิสัยทัศน์ของผม แต่ว่ามันไม่เกิดขึ้นทันที มันต้องใช้เวลา เหมือนอย่างกรณีการแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่าง ดร.กิลเบิร์ต จากออสเตรเลีย ที่ออกจากคุกอิหร่าน แล้วก็นักโทษอิหร่าน 2 คน ที่ติดคุกอยู่ในประเทศไทย และผมตั้งข้อสังเกตว่าไทยคือตัวกลางในการทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น และเมื่อเกิดขึ้นแล้วไทยได้อะไร จนในที่สุดก็พิสูจน์ชัดเจนว่า ไทยได้ข้อตกลงกับบริษัท คิงส์เกต ที่ออสเตรเลีย ที่เป็นเจ้าของเหมืองทองอัคราฯ ที่ฟ้องร้องประเทศไทยอยู่ ทำให้คิงส์เกตตัดสินใจจะถอนฟ้อง และหันกลับมาลงทุนในประเทศไทย นี่คือข้อตกลงทางการทูตที่ไม่พูดออกมา

ฉันใดฉันนั้น ในขณะนี้ สักวันหนึ่งผมก็คงมีโอกาสอธิบายให้ฟังว่า ในขณะนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ท่ามกลางเสือสิงห์กระทิงแรดจริงๆ ด้านหนึ่งเรามีจีน ด้านหนึ่งเรามีอเมริกา และมีอังกฤษ มีออสเตรเลีย


ในโลกนี้มันมีกลุ่มประเทศกลุ่มหนึ่งที่สำคัญมาก ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่ากลุ่ม FIVE EYES คือกลุ่มประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก มีอเมริกา มีอังกฤษ มีแคนาดา มีออสเตรเลีย และมีนิวซีแลนด์ 5 ประเทศนี้มีความผูกพันและมีความโยงใยในทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม และภาษา ก็คือใช้ภาษาอังกฤษด้วยกัน ฉะนั้นคนพวกนี้จะพูดเรื่องราวอะไรก็จะพูดไปในทำนองเดียวกัน และเป็นที่พิสูจน์ประจักษ์ชัดมาแล้ว เป็นสิบๆ ปีว่าอเมริกาก็คือผู้นำของกลุ่ม FIVE EYES หรือกลุ่มห้าตา อเมริกา อุปมาอุปไมยเขาตั้งไว้ว่าเป็นนายอำเภอโลก ออสเตรเลีย เป็นผู้ช่วยนายอำเภอ อังกฤษ เป็นผู้ช่วยนายอำเภอ แคนาดา เป็นผู้ช่วยนายอำเภอ นิวซีแลนด์ เป็นผู้ช่วยนายอำเภอ หรือจะพูดแบบหยาบๆ หน่อยก็คือว่า อเมริกาเป็นเจ้านาย แล้วทุกคนเป็นคนใช้ของอเมริกาหมด เหมือนภาษาทางคอมมิวนิสต์เขาเรียกว่า สุนัขรับใช้

เรื่องที่ผมคิดว่าเรื่องที่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง และจะมีการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป เรื่องแรก คือ ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกของอเมริกาในยุคไบเดน ท่านผู้ชมที่ไม่เข้าใจทางการเมืองระหว่างประเทศ ผมจะอธิบายให้ฟัง

หลังจากที่จีนได้พยายามแผ่ขยายอำนาจอิทธิพลของตัวเองลงมาในทะเลจีนตอนใต้ เมื่อลงมาในทะเลจีนตอนใต้แล้ว อเมริกามีตัวที่ขัดจีนเอาไว้อยู่ตัวหนึ่ง ก็คือไต้หวัน แต่เผอิญไต้หวันไม่ใหญ่พอ เล็ก และสถานภาพก็เป็นสถานภาพที่ไม่สามารถจะช่วยอเมริกาในทางด้านกายภาพได้มากนัก กองทัพก็เล็ก ประเทศก็เล็ก แต่ก่อนอเมริกายังมีฮ่องกงเหลืออยู่ โดยเป็นศูนย์ที่จะติดตามข่าวสาร หรือส่งสายลับเข้ามา หรือมีการแลกเปลี่ยนกัน หรือเอาคนของอเมริกามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในฮ่องกง แล้วก็สร้างเครือข่ายขยายแนวสายลับ ไม่ว่าจะเป็น CIA ของอเมริกา MI5 / MI6 ของอังกฤษ หรือแม้กระทั่ง MOSSAD ของอิสราเอล คือพูดง่ายๆ ว่าฮ่องกงเป็นศูนย์รวมของสายลับ จนกระทั่งอเมริกาก็ใช้องค์กรเอกชนของตัวเองที่เป็นสาขาย่อย แยกออกมาจากกระทรวงการต่างประเทศ ที่เขาเรียกว่า NED : National Endowment for Democracy ซึ่งผมเคยพูดไปหลายครั้งแล้ว ท่านผู้ชมหลายท่านที่ฟังเรื่องนี้ก็จะเข้าใจได้

จนในที่สุดแล้ว พวกนี้ก็ทำสำเร็จ ด้วยการปลุกปั่นคนรุ่นใหม่ในฮ่องกง อย่างเช่น นายโจชัว หว่อง และหลายๆ คนขึ้นมา แล้วก็ประท้วง ก่อให้เกิดความวุ่นวายในฮ่องกง มีการเผาสถานที่ มีการทำร้ายคน ชูธงอเมริกา ชูธงสหราชอาณาจักรอังกฤษ แล้วก็ชูให้ฮ่องกงเป็นประเทศเอกราช


จนในที่สุดจีนทนไม่ได้ จีนก็เลยประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง และเข้ามายึดฮ่องกงคืน ก่อนที่สนธิสัญญาในการโอนถ่ายอำนาจในฮ่องกง ที่เซ็นไว้กับอังกฤษเมื่อปี พ.ศ.2540 หรือ ค.ศ.1997 ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 1997 (2540) ยึดคืนมาก่อน ทั้งๆ ที่ยังเหลือเวลาอีกประมาณ 20 ปี ยี่สิบกว่าปีถึงสามารถจะยึดคืนได้ แต่จีนไม่สนใจแล้ว จีนถือว่าโดยหลักนิตินัยแล้ว เขาเป็นเจ้าของเกาะแล้ว เขาก็เลยเอากฎหมายความมั่นคงเข้ามา เมื่อเอากฎหมายความมั่นคงเข้ามา เขาก็เริ่มจับคนต่างๆ โจชัว หว่อง ตอนนี้อยู่ในคุก จิมมี ไล ก็อยู่ในคุก หลายๆ คนหลบหนีออกไป บางคนหนีไปไต้หวันแล้วถูกจีนจับ เอามาขึ้นศาลที่เซินเจิ้น ศาลพิพากษาตัดสิน 2 ปีบ้าง 3 ปีบ้าง

ทนายความบางคน หรือนักการเมืองฝ่ายค้านที่อยู่ในสภาที่ฮ่องกง ก็พากันหนี ลี้ภัยไปอยู่อังกฤษบ้าง ไปอยู่แคนาดาบ้าง จนกระทั่งล่าสุดอังกฤษถึงกับประกาศให้คนฮ่องกงที่ถือ BNO คือ British National Oversea ก็คือพูดง่ายๆ ว่า ไม่ได้เป็นคนอังกฤษ แต่เป็นคนที่เคยอยู่ในอาณัติอังกฤษ ให้ถือพาสปอร์ตนี้ มีสิทธิที่จะเข้าอังกฤษได้ และไปอยู่อังกฤษได้อย่างน้อยที่สุด 1 ปี หางานทำได้ และในขณะเดียวกันสามารถที่จะเป็นประตูเปิดเข้าไปสู่การสมัครให้เป็นคนสัญชาติอังกฤษได้

ทีนี้พอฮ่องกงหมดไปแล้ว เท่ากับว่าฐานที่มั่นของพวกประเทศ FIVE EYES ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ อเมริกา แคนาดา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ออสเตรเลียก็เป็นประเทศที่มีสปายเยอะมาก ในเมืองไทยก็มีสปายออสเตรเลียอยู่เต็มไปหมดเลย มาในหลายรูปหลายแบบ อาจารย์บางคนที่สอนอยู่โรงเรียนอินเตอร์ อาจารย์หนุ่มๆ ชาวออสเตรเลีย ผมพนันได้เลยว่าต้องมีเกินครึ่ง เป็นสปายของหน่วยสืบราชการลับของออสเตรเลีย แล้วคนพวกนี้ไม่ใช่เข้ามาแล้วสืบราชการลับอย่างเดียวนะ ยังมาปลุกปั่นเด็กรุ่นใหม่ที่เรียนหนังสืออยู่ด้วย อย่างเช่นในเรื่องของชูสามนิ้ว ก็จะสอนเด็กว่าชูสามนิ้วไม่ผิดอะไร ทำไมถึงไปห้าม ไม่ควรห้าม ใช่มั้ย เด็กไม่รู้เรื่องก็บอกว่า ใช่ เพราะฉะนั้นแล้ว เราควรอยู่อย่างมีสิทธิเสรีภาพ ใช่ไหม เด็กก็บอก ใช่ นี่คือวิธีการซึมซับของพวกสปายของครูชาวอออสเตรเลีย

แล้วทำไมต้องเป็นครูชาวออสเตรเลีย ? ค่าจ้างคนออสเตรเลียถูกกว่าจ้างอังกฤษ และถูกกว่าจ้างอเมริกา เอาล่ะ ไม่เป็นไร ทีนี้ก็เลยกลายเป็นว่า อเมริกาตอนนี้เหมือนกับสูญเสียพื้นที่ทางเอเชียแปซิฟิกไป ตั้งแต่จีนเข้ามายึดครองทะเลจีนตอนใต้


ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น มีเพียงแค่เวียดนามประเทศเดียว ที่ยังยืนข้างอเมริกาอยู่ และยืนข้างจีน แต่กับจีน เวียดนามจะไม่กระทำตัวที่จะทำให้ตัวเองต้องมาเดือดร้อน ไม่ต้องการจะปะทะกับจีน แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องการจะใช้การเจรจาต่อรอง ใช้หมากอเมริกาเป็นตัวต่อรองกับจีน มันก็เลยทำให้อเมริกามีความรู้สึกว่า เฮ้ย ฉันกำลังสูญเสียอำนาจให้พวกนี้ เฮ้ย เรามารวมกลุ่มกันใหม่ กลุ่นนี้ก็เรียกว่า QUAD


QUAD ก็คือ สี่ เขาเรียกนโยบายอินโดแปซิฟิก อินโดคืออะไร ? มหาสมุทรอินเดีย แปซิฟิก คือ มหาสมุทรแปซิฟิก ก็คือมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งประเทศไทยอยู่ เวียดนามอยู่ ลาวอยู่ เขมรอยู่ ไล่ขึ้นไปถึงฮ่องกง ไล่ขึ้นไปจนถึงปักกิ่ง ส่วนทางอินโด คือมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นอยู่ฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย ทางตะวันตก ก็มีศรีลังกา และประเทศอินเดีย เป็นหลัก อเมริกาก็เลยไปดึงเอากลุ่มประเทศนี้เข้ามาร่วม ก็มีอเมริกา มีออสเตรเลีย มีอินเดีย และมีญี่ปุ่นเข้ามา สี่ประเทศนี้ก็เลยฟอร์มขึ้นมาเป็นพันธมิตรกลุ่มอินโดแปซิฟิก โดยที่วัตถุประสงค์สวยหรู แต่เนื้อหาที่แท้จริงก็คือ ตั้งขึ้นเป็นพันธมิตรทางการทหาร เพื่อยันไม่ให้อิทธิพลของจีนที่กำลังแผ่ขยายออกมา จีนเริ่มรุกเข้ามาทางมหาสมุทรอินเดียแล้ว ล่าสุด ซึ่งผมกำลังจะพูดอีกเร็วๆ นี้ แต่ไม่ทราบว่าอาทิตย์ไหน บทบาทของจีนที่มีอยู่ในประเทศลาว และประเทศพม่า เมียนมา จะเห็นได้ชัดว่า จีนได้เข้าไปจับพม่าได้เรียบร้อย อองซาน ซูจี ตอนนี้ก็มาเล่นจับมือกับจีนแล้ว ให้จีนตั้งท่าเรือ ตั้งฐานทัพที่พม่าได้ เหตุผลก็เพราะว่า อเมริกา และอังกฤษ สนับสนุนพวกโรฮีนจาให้ก่อความวุ่นวาย และพยายามจะแยกรัฐยะไข่ ให้เป็นรัฐอิสระของโรฮีนจา อองซาน ซูจี เห็นว่าเรื่องนี้รับไม่ได้แล้ว เลยต้องจับมือกับจีน

ท่านผู้ชมจำข่าวล่าสุดได้ไหม ข่าวที่ประเทศเมียนมาประกาศยกเลิกสัมปทานของท่าเรือทวาย อาจจะไม่สำเร็จตอนนี้ แต่ว่าประกาศออกมาเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว โอกาส ในความเห็นของผม ในที่สุดแล้ว ทวายก็จะเป็นของจีน จีนก็จะลงทุนในทวายแทนประเทศไทย ประเทศไทยดึงญี่ปุ่นมาลงทุน ดึงคนโน้นคนนี้มาลงทุน แต่ในที่สุดแล้วจีนก็จะมาเขมือบทวายไป ในที่สุดก็จะเท่ากับว่าจีนมีสองที่ตั้งทางเรือ ทางทะเล ของพม่าคือทวาย และอีกที่หนึ่งซึ่งอยู่ในรัฐยะไข่


ทั้งหมดนี้ก็เลยกลายเป็นอิทธิพลของจีนที่ออกมา เพราะฉะนั้นแล้วพันธมิตรกลุ่ม QUAD ก็คือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินเดีย และอเมริกานั้น ก็จะยังคงอยู่ เพราะฉะนั้นนายไบเดน เกิดขึ้นมาครั้งนี้ นโยบายนายไบเดน ก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบ เพราะยังมีความจำเป็นอยู่ที่จะต้องมีการแข่งขันระหว่างภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างอเมริกากับจีน ทำให้การขยายแนวคิดและพื้นที่ทางภูมิรัฐศาสตร์ การสร้างพันธมิตร อเมริกาเลยต้องดึงอินเดียเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรหลักในยุทธศาสตร์นี้ ควบคู่กับการรักษาฐานรวม ฐานเดิม แล้วก็ถือโอกาสฉวยการหนุนหลัง นี่คือนโยบายอเมริกานะครับ ฉวยโอกาสหนุนหลังไต้หวันให้แยกตัวจากจีน

อเมริกาในยุคทรัมป์ ทำอะไรบ้าง ? อเมริกาในยุคทรัมป์ สนับสนุนให้ไต้หวันเข้าไปเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลก (WHO) ล่าสุดนายทรัมป์ ทิ้งทวน ให้นายไมก์ พอมเพโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยกเลิกการจำกัดการติดต่อกันระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับรัฐบาลไต้หวันที่บังคับใช้มานานแล้ว


รัฐบาลทรัมป์ พยายามอย่างต่อเนื่องที่จะเผาทำเนียบขาวก่อนจะออกจากออฟฟิศ และได้ข้ามเส้นแดงที่จีนขีดเอาไว้ เพียงไม่กี่วันก่อนที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะรับตำแหน่ง เป็นนโยบายต่างประเทศที่ปรับและไม่เปลี่ยน เป็นที่รับรู้กันว่านโยบายต่างประเทศ นโยบายความมั่นคงของอเมริกานั้น ท่านผู้ชมครับ ผมเคยพูดมาหลายครั้งแล้ว ไม่ใช่มาจากประธานาธิบดี แต่เป็นนโยบายที่ร่างขึ้นมาโดยกระทรวงการต่างประเทศ หรือที่เขาเรียกว่า State Department และพวกกระทรวงกลาโหม หรือที่เขาเรียกว่า เพนตากอน กลุ่มคนพวกนี้จะมีกลุ่ม Think Tank กลุ่มช่างคิด นั่งประชุมกัน วางแผน แล้วก็มองในอนาคตว่าใครบ้างที่อเมริกาในที่สุดจะกลายเป็นศัตรูในอนาคต การที่จีนเปลี่ยนจากคู่แข่งที่สำคัญกลายมาเป็นศัตรู ก็มาจากกลุ่ม Think Tank นี่ล่ะ เพราะกลุ่ม Think Tank คิดว่าเดิมทีจีนจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของอเมริกา แต่พออยู่ไปๆ เห็นจีนพัฒนาเศรษฐกิจ เจริญเติบโตก้าวหน้ามากขึ้นๆ เศรษฐกิจขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของโลก แสนยานุภาพของจีนเริ่มขยาย เริ่มมีการสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินขึ้นมา 2 ลำแล้ว ลำแรก คือ เหลียวหนิง ลำแรกก็คือซื้อเรือบรรทุกเครื่องบินเก่าจากรัสเซียมา เอามาปรับปรุงแต่งใหม่ ลำที่สอง ชื่อ ซานตง ซานตงก็คือสร้างขึ้นมาเอง

เพราะฉะนั้นแล้ว พวก Think Tank พวกนี้อยู่ในเพนตากอน กระทรวงกลาโหม และที่อยู่ใน State Department กระทรวงการต่างประเทศ ก็เริ่มกลัว ก็เลยมาวิเคราะห์ว่า ถ้าจีนมาใหญ่อย่างนี้ แล้วจีนยิ่งมีนโยบายที่ก้าวร้าว รุกรานทะเลจีนตอนใต้ โดยระบุว่าประเทศเกาะแก่งต่างๆ ที่อยู่ในทะเลจีนตอนใต้ ล้วนแล้วแต่เคยเป็นของจีนมาก่อนทั้งนั้น โดยอ้างถึงประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์หมิงบ้าง ราชวงศ์ซ้องบ้าง ราชวงศ์โน้นราชวงศ์นี้บ้าง ก็คือว่า สมัยเป็นร้อยๆ ปี หรือเป็นพันๆ ปี เกาะพวกนี้เคยเป็นของจีน แม้กระทั่งเกาะเตี้ยวอิ๋ว์ ที่จีนเรียก หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าเกาะเซ็งกากุ


เซ็งกากุ ก็คือเกาะที่ญี่ปุ่นเข้าไปยึดครองอยู่ แต่จีนบอกว่า เดี๋ยวก่อน เกาะนี้แต่ก่อนอั๊วเป็นเจ้าของ ถ้าท่านผู้ชมเข้าใจประวัติศาสตร์จีน จะเห็นว่าสมัยหนึ่งก่อนที่ญี่ปุ่นจะตั้งประเทศได้ ญี่ปุ่นต้องพึ่งพาราชวงศ์หมิง ราชวงศ์หมิงก็คือประเทศราชที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลต่อจีน และเกาหลี มีอยู่ครั้งหนึ่ง เกาหลีกับญี่ปุ่น ญี่ปุ่นกำลังจะรุกไปยึดเกาหลี เกาหลีต้องส่งเจ้าหญิงคนหนึ่งไปที่ราชวงศ์หมิง เพื่อไปเป็นพระชายาของเจ้าชายองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นของจักรพรรดิว่านลี่ จักรพรรดิว่านลี่ รักเจ้าชายองค์นี้มาก น่าจะเป็นองค์รัชทายาท พอได้เมียเป็นคนเกาหลี ก็เลยตัดสินใจบอกให้เสด็จพ่อส่งทหารของจีน ราชวงศ์หมิง เข้าไปต่อสู้ ช่วยเกาหลีสู้กับญี่ปุ่น สู้กันถึง 3 ปี ถึงชนะเกาหลีได้ จะเห็นได้ชัด บทบาทของจีนแต่ก่อน มีกับเกาหลี มีกับญี่ปุ่น เพราะฉะนั้น ระหว่างหลายร้อยปี 600-700 ปีที่ผ่านมา โอกาสที่จีนจะเข้าไปยึดครองเกาะแก่งต่างๆ ที่ใกล้ๆ เกาหลี ใกล้ๆ ญี่ปุ่น หรือพวกเกาะต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น มันเป็นไปได้สูง


ท่านผู้ชมครับ สมัยก่อนเกาะริวกิว ที่อยู่ที่ญี่ปุ่น ท่านผู้ชมจำได้ไหมเวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น ท่านผู้ชมเคยไปเที่ยวฟูกูโอกะไหม ฟูกูโอกะ คือเมืองที่อยู่ในหมู่เกาะริวกิว สมัยก่อนหมู่เกาะริวกิวไม่ใช่เป็นอย่างนี้นะ สมัยก่อนคือเกาะที่อยู่โดยชนกลุ่มน้อยที่มีความสามารถในการผลิตอาวุธ ในการทำดาบ ทำง้าว ทำธนู พวกนี้ แล้วพวกนี้ก็จะขนอาวุธยุทโธปกรณ์นี้มาขายที่ราชวงศ์หมิง ประเทศหมิง ราชวงศ์หมิงตอนนั้นก็เลยมีความติดต่อเกาะริวกิว และในที่สุดแล้วราชวงศ์หมิงก็ถือว่า มีคนจีนอยู่ส่วนหนึ่งที่อยู่มาตั้งแต่ดั้งเดิม ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงแล้ว อยู่ในเมืองฟูกูโอกะ ถ้าท่านผู้ชมโชคดีก็อาจจะเจอคนจีนบางคนที่เป็นคนญี่ปุ่น พูดภาษาญี่ปุ่น เกิดที่ญี่ปุ่น พ่อแม่เกิดญี่ปุ่น แต่ปู่ย่าตายาย ต้นตระกูลนั้นมาจากจีน เอาล่ะ ผมเอาประวัติศาสตร์เข้ามาเล่าให้ฟัง


เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า เมื่อจีนอ้างหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นเจ้าของเกาะแก่งนี้ ก็เลยก่อให้เกิดความไม่พอใจกับประเทศราชต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเวียดนามเอย ไม่ว่าจะเป็นไต้หวันเอย ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่นเอย หรือไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์เอย เพราะหลายๆ คนก็บอกว่าเกาะนี้ก็ของฉันเหมือนกันนี่ ฉันก็มีอยู่มาตั้งนมตั้งนานแล้ว เหมือนกับเกาะกงน่ะ ท่านผู้ชม เกาะกงนี่ถ้าไทยอ้างกับเขมรว่าคนเกาะกงพูดภาษาไทย เพราะฉะนั้นคนไทยก็อยู่ที่นั่นมาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ แต่เขมรบอกว่าเป็นของเขมรมานานแล้ว ใครถูก ใครผิด ? ก็เลยต้องวัดกันในปัจจุบันนี้ ก็สรุปง่ายๆ ว่า ใครจะเป็นเจ้าของอะไรก็ต้องเข้าไปยึดก่อน เมื่อยึดก่อนแล้วค่อยหาความชอบธรรมในการสนับสนุน ท่านผู้ชมเข้าใจแล้วใช่ไหม ตอนนี้

เพราะฉะนั้นแล้ว นโยบายอินโดแปซิฟิกนั้น อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่า มันเกิดขึ้นจากการคิดการค้นของฝ่ายที่เป็นปัญญาต่างๆ คิดวางแผนต่างๆ ของกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ ก็เลยมองว่าจีนเป็นศัตรู ผมได้เคยเล่าให้ฟังแล้วเมื่อตอนที่ 54 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2563 ผมพูดถึงเรื่องอเมริกา-จีน กับยุทธศาสตร์หมากรุกสู้หมากล้อม ผมพูดตอนนั้นว่าเกมชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์โลกระหว่างจีนกับอเมริกา อเมริกานั้นตั้งกองเรือไว้ที่อ่าวเปอร์เซีย ยันอิหร่านไว้ กองเรือที่ 6 ตั้งไว้ที่มหาสมุทรแอตแลนติก ยันรัสเซียไว้


กองเรือที่ 7 ตั้งไว้ที่มหาสมุทรแปซิฟิก พร้อมทั้่งมีฐานทัพที่โอกินาวา ที่ญี่ปุ่น และเกาะดีเอโกการ์เซีย ในมหาสมุทรอินเดีย ผมเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้ว ท่านผู้ชมกลับไปย้อนดูได้ ถ้าหาดูในเฟซบุ๊กไม่ได้ ไปหาดูในยูทูบ ก็จะพบ จีนเองก็มีรัสเซีย มีเกาหลีเหนือ มีอิหร่าน เป็นพันธมิตร ก็ดึงประเทศต่างๆ มาปิดล้อมอเมริกาบ้าง ทั้่งในตะวันออกกลาง ในอเมริกาใต้ ซึ่งพร้อมจะยิงถล่มกองเรือสหรัฐฯ ตามจุดต่างๆ ได้

จริงๆ แล้วสรุปก็คือว่า อเมริกาใช้การเดินหมากรุกฝรั่ง (Chess) เดิน แต่จีนใช้การเดินหมากรุกจีน ก็คือ โกะ หรือหมากล้อม คือจีนไม่เอาหมากรุกไปชน แต่ล้อมเอาไว้ เหมือนอย่างเช่นในเอเชียอาคเนย์ในขณะนี้ ในขณะนี้อาเซียนเข้าข้างจีนเกือบทั้งหมด แม้เวียดนามจะไม่เข้าข้างจีน แต่ก็ไม่เข้าข้างอเมริกา จึงเหลือเพียงประเทศไทย จุดสำคัญที่สุดที่สหรัฐฯ ต้องการจะเข้ามา ทั้งอู่ตะเภา และเชียงใหม่ ท่านผู้ชมจำได้ไหม การสร้างสถานกงสุลที่เชียงใหม่ โดยใช้เงินตั้งหมื่นกว่าล้าน เป็นการสร้างสถานกงสุลที่พิกลพิการ และเท่าที่ผมทราบมา ในการสร้างนั้นปิดรั้วหมดเลย ไม่ให้เห็นว่าสร้างอะไรบ้าง ไม่มีใครสามารถมองเห็นได้ แล้วก็ทำงานกันทั้งวันทั้งคืน


แต่รัฐบาลไบเดน จะใช้ความาระมัดระวังมากในการดำเนินการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่มีผู้ปกครองแนวอำนาจนิยม อย่างเช่น ฟิลิปปินส์ และไทย ก็คือผู้ปกครองกึ่งๆ เผด็จการ อย่างประเทศฟิลิปปินส์ และไทย เพราะฉะนั้นแรงกดดันทางประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนต่อประเทศไทย รัฐบาลของโจ ไบเดน มีแนวโน้มจะเน้นเรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ในการกำหนดนโยบาย เหมือนสมัยรัฐบาลของนายบารัก โอบามา และจะอาศัยกลไกทางการทูตมากขึ้น แต่จะไม่เหมือนทรัมป์ ที่ทุบโต๊ะ ประกาศจะตัดโน่นตัดนี่ แล้ววิธีเดียวที่จะให้ทรัมป์ ใจเย็นได้ ก็คือซื้ออาวุธกับมัน ก็เหมือนกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไปเยือนอเมริกาแล้วต้องซื้ออาวุธกับเขา ทั้งที่ไม่มีความจำเป็น


รัฐบาลไบเดน จะใช้วิธีแบบนี้ ก็คือ รัฐบาลไบเดน จะไปคุยกับทางอียูว่า เราตกลงกันไหมว่าตอนนี้ในโลกที่สำคัญที่สุดคือสิทธิมนุษยชนใช่ไหม การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยใช่ไหม การสิทธิเสรีภาพของประชาชนใช่ไหม แล้วเอาหลักการตรงนี้มาร่วมกัน ทั้งอียู ทั้งอเมริกา ทั้ง FIVE EYES คือทั้งอังกฤษ ทั้งญี่ปุ่น ทั้งออสเตรเลีย ทั้งแคนาดา และนิวซีแลนด์ พวกนี้ เอามารุกประเทศต่างๆ ที่เป็นประเทศที่ยังพึ่งอำนาจนิยมอยู่ เหมือนอย่างประเทศไทย เหมือนอย่างฟิลิปปินส์ เพื่อบังคับให้พวกนี้เปลี่ยนตัวเอง เมื่อเปลี่ยนตัวเองแล้ว กลายเป็นประเทศที่ประชาธิปไตย ซึ่งจะจอมปลอม หรือไม่จอมปลอม ก็สุดแล้วแต่เนื้อหาโครงสร้างทางการเมืองของประเทศนั้น ก็จะทำให้อเมริกาสามารถเข้ามาแทรกแซงการเมืองในประเทศ โดยผ่านระบอบประชาธิปไตย ได้ง่ายกว่าการเข้ามาแทรกแซงโดยผ่านระบอบอำนาจนิยม

เพราะฉะนั้น ทิศทางการต่อสู้ของอเมริกา-จีน จะไม่เปลี่ยนแปลง ใช้ยุทธศาสตร์ปิดล้อมจีน แม้จะเปลี่ยนผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่ก็ตาม เพราะทัศนะต่อจีนนั้นมีความเป็นลบมากขึ้นในสังคมอเมริกา เพราะฉะนั้นการต่อสู้อย่างเข้มข้นในเวทีโลกจะกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจนี้


เรื่องที่สอง การขยายอำนาจกำลังรบของจีนที่กระตุ้นให้สหรัฐฯ ต้องแข่งขัน ในปี 2564 คือปีนี้ นับตั้งแต่ สี จิ้นผิง เข้ามาเป็นผู้นำจีน จีนได้ปฏิรูปกองทัพจีนอย่างจริงจังให้เป็นกองทัพระดับแนวหน้าของโลก ยกระดับขีดความสามารถของทุกกรมกองและกำลังพล ตั้งแต่ระดับผู้บังคับบัญชา ลงมาถึงระดับล่าง ยกระดับขีดความสามารถของยุทโธปกรณ์ เพิ่มการพัฒนาระบบอาวุธสมัยใหม่ที่มีเทคโนโลยีระดับสูง เช่น การขยายจำนวนเรือบรรทุกเครื่องบิน ที่ผมเล่าไปแล้ว จากเหลียวหนิง เพิ่มเติมเป็นซานตง ซึ่งใช้งานแล้ว และกำลังสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สาม ลำที่สี่ และลำที่ห้า ภายในไม่เกินห้าหรือสิบปีนี้ ท่านผู้ชม จู่ๆ จีนมีเรือบรรทุกเครื่องบิน 5 ลำ ท่านผู้ชมคิดสิอเมริกาจะตกใจไหม


แล้วการขยายกำลังรบอันนี้ก็เลยเป็นปัจจัยหนึ่งในการแข่งขันแสนยานุภาพในทางด้านยุทโธปกรณ์ระหว่างอเมริกากับจีน ในปี 2564


ท่านผู้ชมครับ ยกตัวอย่างให้ฟังแล้วกัน 2563 เดือนธันวาคม มีเรือพิฆาตติดขีปนาวุธของสหรัฐฯ ชื่อ มัสติน แล่นผ่านช่องแคบไต้หวัน เพื่อเป็นการเตือนจีนโดยตรงว่าสหรัฐฯ พร้อมจะช่วยปกป้องอธิปไตยให้แก่ไต้หวัน โดยไม่ยอมรับคำประกาศของจีนว่า ทะเลจีนใต้เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นของจีน

สองวันต่อมา เรือบรรทุกเครื่องบิน ซานตง ของจีน และเรือคุ้มกันอีก 4 ลำ ก็แล่นผ่านช่องแคบไต้หวัน จากทิศเหนือไปทางทิศใต้เช่นกัน และยังมีเครื่องบินจีนอีก 3 ลำ ที่บินเข้ามาในเขตน่านฟ้าไต้หวัน โดยระดับบินต่ำสุดแค่ 900 เมตร เท่านั้นเอง 900 เมตร นี่ต่ำมากนะท่านผู้ชม เพราะฉะนั้นแล้ว การแสดงออกทางสัญลักษณ์นี้พิสูจน์ให้ชัดว่า ในขณะนี้จีนไม่แคร์ จีนบอก เฮ้ย แกมีเรือบรรทุกเครื่องบินเดินผ่านช่องแคบไต้หวัน ฉันก็จะเดินผ่านช่องแคบไต้หวันให้แกดูเหมือนกัน เรามาลองดูกันไหม ขึ้นอยู่กับว่าใครจะยิงใครก่อน นั่นคือเรื่องที่สอง คือการแข่งขันกันทางยุทโธปกรณ์

เรื่องที่สาม ก็คือเรื่องที่ท้าทายไบเดน ว่าไบเดน จะมีทีท่าอย่างไรกับกรณีอาวุธนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือ อิหร่าน และรัสเซีย ที่ส่งผลกระทบต่อการเมืองโลก


น่าสนใจมากท่านผู้ชม ถ้าจับตานายไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ จะดำเนินการลดปัญหาอาวุธนิวเคลียร์ที่มีผลกระทบต่อการเมืองโลกอย่างไร ทรัมป์ ได้เคยยกข้อตกลงจำกัดอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางในยุโรป การยกเลิกนี้ส่งสัญญาณเริ่มต้นของการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง ระหว่างอเมริกา กับรัสเซีย แต่โจ ไบเดน จะดำเนินการอย่างไรบนเวทีโลกในที่ประชุม ในปี 2564 นี้


ขณะเดียวกัน ไบเดน จะต้องเจรจาใหม่กับรัสเซีย และไบเดน ก็จะต้องพยายามเจรจาใหม่กับอิหร่าน เพื่อให้ลดอาวุธนิวเคลียร์ แล้วเกาหลีเหนือล่ะ ? ไบเดน จะทำอย่างไร ? แล้วพี่คิม จอง-อึน ของผม ก็อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าเป็นคนที่พูดอะไรไม่ค่อยรู้เรื่อง แล้วแต่อารมณ์


จุดยืนสุดท้ายที่เกาหลีเหนือ กับนายทรัมป์ มา ก็คืออาวุธนิวเคลียร์ นายทรัมป์ คิดว่าเกาหลีเหนือไม่สามารถจะบรรจุหัวรบขีปนาวุธข้ามทวีปด้วยนิวเคลียร์ที่ยิงไกลถึงอเมริกาได้ แต่ในที่สุดแล้วเกาหลีเหนือได้พิสูจน์แล้วว่า ได้คิดค้นขีปนาวุธพิสัยไกลที่ติดหัวนิวเคลียร์ได้เรียบร้อยแล้ว และพร้อมก็จะยิง ขึ้นอยู่กับว่า เกาหลีเหนือ คือนายคิม จอง-อึน จะยอมรับโจ ไบเดน หรือเปล่า เพราะว่าสื่อโฆษณา Propaganda Machine ของเกาหลีเหนือ เคยด่าโจ ไบเดน เสียๆ หายๆ ด่าว่าอย่างไรรู้ไหมท่านผู้ชม ? ในปี 2562 ว่า ไบเดน คือสุนัขบ้าที่จะต้องถูกตีให้ตาย และปัญญาอ่อนที่วิจารณ์ผู้นำเกาหลีเหนือ เพราะไบเดน มักจะวิจารณ์นโยบายทรัมป์ ว่าเอาอกเอาใจเผด็จการฆาตกร สื่อเกาหลีเหนือก็เลยด่าไบเดน แบบที่ภาษานักเลงเขาเรียกว่า ด่าเช็ด ไบเดน จะทำอย่างไรกับนายคิม จอง-อึน ?

ผมคิดว่าเกาหลีใต้ กับอเมริกา ก็จะยังมีความผูกพันมากขึ้น และจะดีกว่าในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์ เพราะทรัมป์ จะผลักดันให้เกาหลีใต้ออกค่าใช้จ่ายในการป้องกันประเทศเกาหลีใต้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อไม่ให้อเมริกาต้องเป็นภาระในเรื่องการเงินการทอง แต่ล่าสุด จากข่าวที่ผมอ่านมา ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้ประกาศตัวชัดเจนแล้วว่า ตัวเองเป็นหญ้าแพรก จะไม่อยากอยู่ตรงกลางระหว่างช้างสารสองตัวที่ชนกัน ก็คือว่า (ขอโทษนะท่านผู้ชม) มึงจะกัดกัน ก็กันไป อย่าเอากูเข้าไปยุ่งด้วย กูไม่เข้าข้างใครทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นแล้ว นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


เรื่องที่สี่ ก็เป็นเรื่องที่นโยบายต่างประเทศเกี่ยวข้องด้วย คือนโยบายการแข่งขันต่อสู้เพื่อความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 5G และมหาอำนาจทางการแพทย์และสาธารณสุข


ท่านผู้ชมครับ ระบบ 5G เป็นระบบที่เขาใช้มาควบคุมหุ่นยนต์ในอนาคต การผลิต อุตสาหกรรมต่างๆ สัดส่วนของการใช้หุ่นยนต์แทนคน จะเริ่มมากขึ้นๆ จีนพัฒนามาถึงขั้นหุ่นยนต์ทำอาหาร หุ่นยนต์เป็นหมอ หุ่นยนต์สามารถที่จะเป็นที่ปรึกษาทนายความ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หุ่นยนต์เป็นพิธีกรอ่านข่าว อีกหลายๆ อย่าง จีนพัฒนาระบบรถไฟฟ้าของจีน อเมริกาก็มีเทสล่า (Tesla) แต่จีนนั้นก็ใช้รถไฟฟ้าในหลายๆ เมืองเช่นกัน บางเมืองถึงกับประกาศว่า ห้ามไม่ให้รถใช้น้ำมันเข้ามาวิ่ง ให้ใช้รถไฟฟ้าทั้งสิ้น


ท่านผู้ชมครับ หลับตาวาดภาพตามผมมา อีก 20 ปีข้างหน้าผมก็ตายไปแล้ว รถยนต์ในประเทศจีน 80-90 เปอร์เซ็นต์ ใช้ไฟฟ้าหมด การที่จะต้องพึ่งพาอาศัยน้ำมันก็หมดไป นี่ผมกำลังเล่าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นนะท่านผู้ชม และผมกำลังเล่าให้ฟังว่า สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้มันเป็นอันตรายกับอุตสาหรรมและการเป็นผู้นำของอเมริกา เพราะฉะนั้นอเมริกาจึงทนไม่ได้ที่ประเทศจีน โดย สี จิ้นผิง ออกมาประกาศนโยบาย Made in China

ท่านผู้ชมครับ ขณะนี้ทั่วโลกตกอยู่ภายใต้วิกฤตโควิด-19 โลกออนไลน์เป็นคำตอบวิถีชีวิต New Normal กลายเป็น Now Normal การแข่งขันเรื่อง 5G ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะว่าในปีนี้ นัยการแข่งขันระหว่างโลกตะวันตก กับโลกตะวันออก การเลือกใช้เทคโนโลยีของประเทศต่างๆ จะเป็นนัยของการเลือกข้างทางการเมืองระหว่างประเทศอีกด้วย


สุดท้ายที่เป็นเรื่องเป็นราว คือ การทูตทางวัคซีน ที่เขาเรียกว่า Vaccine Diplomacy ทำไมถึงพูดเช่นนั้น ? การแข่งขันหรือว่าสร้างความเป็นมหาอำนาจด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่ดูจากความสำเร็จในการผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ซึ่งจีนได้ใช้การทูตวัคซีน โดยบริจาค และแบ่งปัน แลกเปลี่ยนโครงการวัคซีนต้านโควิด-19 จากการเดินทางเยือนอาเซียนทั้งหมด ยกเว้นเวียดนาม ของนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2563 การใช้วัคซีนเป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทางการทูตของรัฐบาลปักกิ่งได้เริ่มขึ้นมาแล้ว ตั้งแต่เป็นจุดเริ่มต้นการระบาดใหญ่ของเชื้อโควิด-19 ที่อู่ฮั่น ทำให้ชื่อเสียงของจีนนั้นตกต่ำมาก ฉะนั้นรัฐบาลปักกิ่งต้องการใช้วัคซีนที่นักวิทยาศาสตร์จีนพัฒนาขึ้นมา เป็นวัคซีนสาธารณะ ที่ทั่วโลกเข้าได้ถึงตามเจตนารมณ์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ให้คำมั่นแก่ประชาคมโลกว่าจะให้ความช่วยเหลือด้านนี้ เมื่อตอนที่กล่าวปราศรัยต่อสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ เมื่อเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมานี้


หลักๆ 4-5 ข้อนี้ เป็นนโยบายต่างประเทศที่ไบเดน จะต้องเข้ามาร่วมด้วย ต่อต้าน ดัดแปลง หรือแก้ไข แต่ว่าการมองจีน นโยบายแนวรบ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงแต่วิธีการเท่านั้นเอง ประเทศไทยจะทำตัวอย่างไร ? นี่ผมเอาภาพรวมมาให้ดูแล้วว่าจะอย่างไรมันก็ต้องเกิดขึ้นแบบนี้อย่างแน่นอนที่สุด แล้วท่านผู้ชมคอยดูต่อไป


ท่านผู้ชมครับ เรามาสรุปสถานการณ์โควิดสักนิดหนึ่ง ของโลก และของประเทศไทย และจากโควิดของโลก และของประเทศไทย เราจะต่อไปเรื่องวัคซีน แล้วในที่สุด ต่อจากวัคซีนแล้วก็จะไปดูของคนที่ตอหลดตอแหล ไม่ได้ต่างกว่าคุณกาละแมร์ เลยแม้แต่นิดเดียว คือคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ


โควิดทั่วโลกในขณะนี้ ที่ติดกัน 96 ล้านกว่าคนแล้ว รักษาหายไปแล้ว 53 ล้านคน ก็คือเกินกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ เสียชีวิตไปแล้ว 2 ล้านกว่าต้นๆ นิดๆ ประเทศไทยนั้นมีคนติดโควิดอยู่ 1 หมื่นสองพันกว่าราย รักษาหายไปแล้ว 9 พันกว่าราย ก็คือยังมีคนที่ยังรักษาไม่หายอีกประมาณ 2 พันกว่าราย คนเสียชีวิตไป 71 คน ถามว่าประเทศไทยสถานภาพเป็นอย่างไร ? ต้องถือว่ายังไม่เลวร้ายนัก ถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างจะใช้ได้ดีเลย ซึ่งตัวเลขตรงนี้ เดี๋ยวจะโยงกลับมาสู่เรื่องการฉีดวัคซีนในประเทศไทย

ท่านผู้ชมคงพอจะรู้แล้วใช่ไหมครับ วัคซีนที่ผลิตออกมานั้นมีอยู่กี่ยี่ห้อ ผมไล่เรียงให้ดูก็แล้วกัน ยี่ห้อแรก คึอของไฟเซอร์ (Pfizer) เป็นของเยอรมนี ร่วมกับสหรัฐอเมริกา ยี่ห้อที่สอง คือ ยี่ห้อของอเมริกา ชื่อ โมเดอร์นา (moderna) ยี่ห้อที่สาม คือ สปุตนิก ไฟว์ (Sputnik V) ของรัสเซีย ยี่ห้อที่สี่ คือ แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) กับมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (OXFORD) ของอังกฤษ ยี่ห้อที่ห้า คือซิโนแวค (sinovac) ของจีน และ ซิโนฟาร์ม (SINOPHARM) ของจีน

ประสิทธิภาพอันนี้ยังไม่ใช่ตัวเลขที่แน่นอน เพราะว่ามันปรับเปลี่ยนตลอดเวลา บางเจ้าผลิตออกมาบอกประสิทธิภาพ 90 เปอร์เซ็นต์ พอทำไป วิเคราะห์แล้ว 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ บางเจ้าบอกตอนนี้ 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีการโต้เถียงกันว่า 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เอาว่าเป็นตัวเลขที่คร่าวๆ ให้ฟังก็แล้วกัน


ประสิทธิภาพ เขาบอกว่าไฟเซอร์ 95 เปอร์เซ็นต์ แต่ 95 เปอร์เซ็นต์ ไฟเซอร์ก็เป็นเจ้าเดียวที่ฉีดแล้วคนตายไป 30 คนแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว จะเอาอะไรมาวัด ท่านผู้ชมเห็นหรือยังครับ โมเดอร์นา 94.5 เปอร์เซ็นต์ คือประสิทธิภาพ สปุตนิก 91.4 เปอร์เซ็นต์ ออกซฟอร์ด/แอสตราเซเนกา ระหว่าง 62-90 เปอร์เซ็นต์ ซิโนแวค ของจีน 50.38 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางจีน ทางซิโนแวค ออกมาโต้เถียงว่าไม่จริง ของเขา 80-90 เปอร์เซ็นต์ 50 กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็เป็นรายงานข่าวทางตะวันตกมาโจมตีจีน ซิโนฟาร์ม ของจีน 79.34 เปอร์เซ็นต์



ซิโนแวค ก็คือวัคซีนที่ประเทศไทยสั่งซื้อมา 2 ล้านโดส และซิโนแวค ก็คือของจีนที่นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ไปเยือนฟิลิปปินส์ ว่าจะให้ฟิลิปปินส์ฟรี 20 หรือ 50 ล้านโดส ประมาณนั้น


วิธีฉีด ทุกยี่ห้อที่ผมพูดไป ต้องฉีด 2 ครั้ง / 2 โดส การเก็บรักษา มีอยู่ 2 เจ้าเท่านั้นที่ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ต่ำมาก ก็คือ ไฟเซอร์ ของอเมริกา และเยอรมนี และโมเดอร์นา ของอเมริกา ซึ่งไฟเวอร์ต้องเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิติดลบ 70 องศาฯ ส่วนโมเดอร์นา ติดลบ 20 องศาฯ ที่เหลือเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 2-8 องศาฯ ทั้งหมด หรืออีกนัยหนึ่ง อุณหภูมิยอดดอย ประมาณนั้น แต่ว่าถ้าเป็นของไฟเซอร์ กับของโมเดอร์นา เป็นอุณหภูมิขั้วโลกเหนือ ที่จะต้องดำลงไปข้างล่างแล้วฝังตัวในหิมะ


ประเทศที่ใช้ตอนนี้ ของไฟเซอร์ไม่ใช่อันดับ 1 อันดับ 1 คือ สปุตนิก ไฟว์ เพราะว่ารัสเซียเป็นคนผลิต ก็เลยใช้ในประเทศกลุ่มยุโรปตะวันออกมากขึ้น แอสตราเซเนกา ก็ใช้เยอะ ที่ใช้เยอะเพราะว่าราคาถูก เนื่องจากว่าแอสตราเซเนกา เมื่อร่วมพิจารณากับออกซฟอร์ด ได้มีข้อตกลงว่าจะไม่คิดราคาวัคซีนที่แพง คิดราคาเหนือต้นทุนเล็กน้อย อีกเจ้าหนึ่งซึ่งเยอะที่สุดในบรรดาวัคซีนทุกยี่ห้อ ก็คือ ซิโนแวค เหตุผลเพราะว่าราคาของจีนถูก แล้วจีนก็ลดแลกแจกแถม โดยใช้วัคซีนเป็นอาวุธทางการทูตมาสักพักหนึ่งแล้ว จีนไปบราซิลจีนก็แจก จีนไปที่โน่นจีนก็แจก จีนไปฟิลิปปินส์จีนก็แจก จีนไปอินโดนีเซียก็แจก คือมีแจกบ้าง ขายบ้าง คือลดแลกแจกแถมมากกว่า เพราะว่าซิโนแวค เป็นของจีน เป็นของรัฐบาลจีน ซิโนฟาร์ม ก็ของรัฐบาลจีน แต่ไฟเซอร์เป็นของภาคเอกชน ก็เลยต้องหวังกำไร เพราะฉะนั้นแล้วคนที่ใช้ไฟเซอร์ก็จะน้อยกว่า พอๆ กับโมเดอร์นา แต่มากที่สุดก็เลยกลายเป็นประเทศทางกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ ยกเว้นแอสตราเซเนกา


เมื่อเรามาถึงเรื่องนี้แล้ว เราก็ต้องไปต่อเรื่องการใช้วัคซีนในประเทศไทย ตอนนี้มีเรื่องมีราวในเรื่องการใช้วัคซีนที่ผมจะต้องเล่าให้ฟังนิดหนึ่ง

ตอนนี้เกิดมีเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งที่เป็นที่พูดกันทั่วไปในประเทศไทย คือเรื่องที่คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เกิดคึกอะไรไม่รู้ ออกมาไลฟ์สดในเรื่องของวัคซีน ประเด็นหลายๆ ประเด็นที่คุณธนาธร พูด แก้ได้หมดทุกประเด็น และสามารถที่จะตอบโต้และเอาข้อมูล เอาความจริงเข้ามาพูด


ท่านผู้ชมครับ ผมเคยพูดกับท่านผู้ชมมาหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรือ จำคำพูดของผมได้ไหม ? ผมบอกว่า กลุ่มของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปิยบุตร แสงกนกกุล ช่อ-พรรณิการ์ วานิช เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ รุ้ง-ปนัสยา และหลายๆ คนนั้น ตลอดจนเป็นประเด็นเรื่องของพวกผู้แก่ผู้เฒ่าที่อยู่เบื้องหลังเด็กทั้งหลาย รวมทั้งปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นั้น เป็นประเด็นที่สามารถที่จะใช้ความจริง หรือที่ผมเรียกว่า ใช้ธรรมไปจับ ก็จะพบว่าคนพวกนี้ถ้าไม่โกหก 100 เปอร์เซ็นต์ ก็โกหกบางส่วน หรือใช้ข้อมูลบางส่วนขึ้นมา


แล้วในที่สุดแล้ว ทุกคนที่ผมเอ่ยชื่อมา ไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้นในชีวิต ไม่ว่าจะการออกมาแสดงความเห็นในด้านการเมือง หรือความเห็นทางด้านสังคม หรือความเห็นทางด้านใดก็ตาม ในที่สุดมันก็จะวกและเวียนกลับไปที่โจมตีสถาบันกษัตริย์ เป็นประจำ เหมือนกับว่าสถาบันกษัตริย์นั้นถ้าอยู่ต่อไปแล้ว ชีวิตไอ้คนพวกนี้จะตายโหงตายห่ากัน จะอยู่ไม่ได้ หายใจไม่ออก ตาบอดมืดมัว หูฟังอะไรก็ไม่รู้เรื่อง

เรื่องของธนาธร วันนี้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ต้องเช็กบิลกันได้แล้ว

คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ออกไลฟ์สดครั้งนี้ มันเท่ากับพิสูจน์ให้ผมยืนยันข้อเท็จจริงที่ผมคิดอยู่ในใจตลอดเวลาว่า คนๆ นี้เป็นคนไม่มีสมองเลยแม้แต่นิดเดียว มีแต่ความอาฆาตแค้น มีแต่ความทะเยอทะยาน มีแต่ความหลงตัวเอง และมีแต่ความที่คิดว่าประเทศไทยจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขาเป็นผู้นำประเทศ


ท่านผู้ชมครับ เรามาตามดูข้อมูลคุณธนาธร ที่ไลฟ์สดครั้งนี้ ซึ่งท่านผู้ชมคงได้ยินกันมาแล้ว หลายๆ คนที่อยู่ในวงการนี้คงได้เห็นมาแล้ว มีการตอบโต้คุณธนาธร เต็มไปหมด ทั้ง ส.ส. คุณภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ก็ออกเฟซบุ๊ก คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ออกมาตอบโต้ว่าถ้ามือไม่พาย ก็อย่าเอาตีนราน้ำ โดยข้อเท็จจริงคุณหมอต่างๆ หลายคนก็ออกมาตอบโต้ในความสุภาพของความเป็นคุณหมอ ตลอดจนหลายๆ คนก็ออกมาตอบโต้หมด

ท่านผู้ชมครับ ก่อนที่เราจะว่าเขา เราดูซิว่าเขาพูดอย่างไร สรุปแล้วที่ธนาธร พูดในเรื่องวัคซีนของสยามไบโอไซเอนซ์ คุณธนาธร กำลังชี้ให้เห็น อธิบายว่า ประเทศไทยในขณะนี้มันมีปัญหาเรื่องต้องหาวัคซีนมารักษาประชาชน ทำไมจะต้องไปผูกขาดกับ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ และทำไมสยามไบโอไซเอนซ์ จะต้องไปผูกขาดกับแอสตราเซเนกา ของอังกฤษ และออกซฟอร์ด และขณะเดียวกัน ทำไมคนอื่นเขาจองวัคซีนกันได้หมด ทำไมไทยเราถึงจองไม่ค่อยได้ แล้วทำไมเราถึงสั่งมาน้อย จะเข้าถึงจำนวนประชากรได้น้อยจนเกินไป แล้วทำไมต้องเป็นสยามไบโอไซเอนซ์ แล้วทำไมสยามไบโอไซเอนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดยรัชกาลที่ 9 เป็นบริษัทอะไร ผลการประกอบการไม่เห็นมีดีเลย คือขาดทุนสะสมมาตั้ง 500 กว่าล้าน ยังมีสิทธิจะมาทำวัคซีนนี้


ท่านผู้ชมครับ นี่คือสรุปคร่าวๆ นะครับ รายละเอียดอ่านไปแล้ว อย่าไปเสียเวลา มันก็จบลงตรงนี้ แต่ระหว่างบรรทัดที่พูดมานี้ แต่ละเรื่องๆ ก็คือวกเข้าไปโจมตีสยามไบโอไซเอนซ์ วกเข้าไปโจมตีว่ารัชกาลที่ 9 เป็นคนตั้งบริษัทนี้ขึ้นมา แล้วในสายตาของคุณธนาธร เป็นบริษัทที่ห่วย

การออกไลฟ์วิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นเรื่องวัคซีนโควิด-19 ของคุณธนาธร ครั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้ ออกมาแบบฟอร์มเท่เลย มาพร้อมข้อมูล พร้อมตาราง กราฟฟิกเต็มไปหมด เชื่อมโน่นโยงนี่


แต่จริงๆ แล้วเป็นการแสดงความโง่แล้วอวดฉลาด หรือพูดตามภาษาชาวบ้านคือ "ทำปืนลั่นใส่ส้นตีนตัวเอง" หวังดีประสงค์ร้าย เก็บซ่อนความชิงชังสถาบันไว้ไม่อยู่ ออกไลฟ์ครั้งนี้ใช้หัวข้อว่า "วัคซีนพระราชทาน ใครได้ ใครเสีย ?" พร้อมกับปั่น ปั่น #วัคซีนพระราชทาน ในโลกโซเชียล มันสะท้อนให้เห็นถึงความในใจของธนาธร กับพรรคพวกแล้วว่า หมกมุ่นอยู่กับการกระทบกระเทียบ ดิสเครดิจ และหวังว่าในที่สุดสามารถจะล้มสถาบันได้ เหมือนกับที่คุณธนาธร ให้เงินสนับสนุนนิตยสารฟ้าเดียวกัน และการอยู่เบื้องหลังม็อบสามนิ้ว คณะราษฎร 2563

ท่านผู้ชมครับ ม็อบสามนิ้ว เราพูดกันอย่างตรงไปตรงมา ตอนนี้พ่ายแพ้หมดทุกกระดานแล้ว ทุกกระบวนท่า ส่วนตัวแล้ว นายธรธร ก็เจ็บหนัก เพราะถูกโยงไปถึงเรื่องครอบครัว น้องชายตัวเอง สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปเกี่ยวพันกับกรณีติดสินบนเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้เป็นแม่ โดนคดีรุกที่ป่าสงวนราชบุรีหลายพันไร่ แล้วยังมีเรือยอชต์ที่ไฟไหม้ที่ภูเก็ตอีก


ท่านผู้ชมครับ ในเพจของเขา เวลาเขาไลฟ์และวิพากษ์วิจารณ์โยงใยไปจนถึงคำว่า "พระราชทาน" เพื่อที่จะให้เห็นว่าเป็นฝีมือของรัชกาลที่ 9 ท่านผู้ชมบางส่วนที่ฟังไลฟ์คอมเมนต์เข้าไปถามคุณธนาธร เกี่ยวกับข้อเท็จจริงเรื่องต่างๆ อย่างเช่น ที่ผมบอกไง เรื่องน้องชายกำลังจะถูกดำเนินคดีข้อหาติดสินบน แม่ถูกดำเนินคดีเรื่องรุกป่า เรือยอชต์ไฟไหม้ ปรากฏว่าคุณธนาธร ลบความเห็นของเขาออกไปหมดเลย คุณธนาธร พูดเหมือนกับเป็นคนฉลาด แต่โง่ ท่านผู้ชมลองดูการ์ตูนสิ การ์ตูนที่บัญชา คามิน เขียน ธนาธร ยืนริมหน้าต่าง เอากล้องส่องทางไกลส่อง แล้วพูดบอกว่า "มันต้องมีการทุจริตแน่ๆ" มองทุจริต เลือกมองไกล แต่ใกล้ตัวเป็นเรื่องของแม่ตัวเอง เรื่องของน้องชายตัวเอง ไม่มอง


การออกมาของคุณธนาธร ถ้าเด็กๆ ที่เป็นสาวก ก็จะปลื้มมาก ใช่ๆ พูดถูกต้อง เหมาะเป็นนายกรัฐมนตรี ดูฉลาด ดูเท่ แต่จริงๆ แล้วประเด็นที่คุณธนาธร พูดนั้น ต้องบอกโง่แต่อวดฉลาด


ที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง คุณธนาธร ออกมาไลฟ์ ในวัดถัดมา คือวันที่ 19 มกราคม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโควิด เรื่องไวรัสวิทยา อย่างศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก จากโรงพยาบาลจุฬาฯ ก็รีบออกมาเขียนบทความเพื่อลงในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ หัวข้อ "9 ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดหา/จัดการวัคซีนโควิด-19 ที่สังคมไทยควรจะรู้"

คุณหมอยง พูดอย่างนี้ครับท่านผู้ชม คือ 9 ข้อ ที่คุณหมอยง ตอบคำถามคุณธนาธร ได้ทุกข้อ และในขณะเดียวกัน แต่ก็ตอบอย่างสุภาพ สไตล์คุณหมอยง แต่ผมจะอธิบายคำตอบของคุณหมอยง 9 ข้อนี้ สไตล์ของสนธิ ลิ้มทองกุล


คุณหมอยง บอกว่า หนึ่ง ในขณะนี้ตลาดของวัคซีนเป็นของผู้ขาย ไม่ใช่ผู้ซื้อ คุณก็ต้องรู้ใช่ไหม ธนาธร ว่าวัคซีนที่ประกาศจะผลิตกันกี่เจ้าๆ นี้ เป็นตลาดผู้ขาย ก็คือผู้ซื้อไม่มีสิทธิเลือก มีอยู่แค่นี้เอง ใครผลิตมาก่อน ไฟเซอร์ประกาศว่าจะผลิตมา แล้วประกาศว่าจะทำสำเร็จ ทุกคนก็ต้องแย่งไปซื้อก่อน เพราะฉะนั้นเป็นตลาดของผู้ขาย คือผู้ขายมีอำนาจเหนือการตลาด ก็คือว่าเขาเลือกคนซื้อได้ ใครให้เงื่อนไขที่ดี เขาก็ขาย


ข้อที่สอง คุณหมอยง ตอบว่า ในการจองแต่ละครั้งต้องมีการวางมัดจำ อ๋อแน่นอน ของมันไม่มี มีอยู่ไม่กี่เจ้า คุณอยากได้ใช่ไหม ผมกำลังผลิตอยู่นะ คุณต้องวางมัดจำนะผมถึงจะยอมรับคำจองของคุณ แต่ก็มีเงื่อนไข ถ้าสมมุติว่าผมผลิตไม่สำเร็จ เงินจำนวนนี้ไม่ได้คืนนะ ทุกบริษัทเหมือนกันหมด แอสตราเซเนกา ก็เช่นกัน ไม่สามารถใช้เงินหลวงมัดจำได้


สาม การที่บอกว่าทำไมถึงสั่งมาแล้วฉีดคนจำนวนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ คนไทย 70 ล้านคน ทำไมได้แค่ 20 ล้านคน คุณหมอยง บอกว่า การให้วัคซีนในเด็กที่ต่ำกว่า 18 ปี ยังไม่สามารถที่จะให้ได้ ดังนั้น เมื่อตัดกลุ่มนี้ออกไป จะเป็นประชากรผู้ใหญ่เท่านั้นที่จะได้รับวัคซีน เข้าใจไหมครับคุณธนาธร นี่ผู้เชี่ยวชาญเขาพูด ไม่ใช่คนอวดรู้อย่างคุณพูด แต่ไม่มีข้อเท็จจริงมาสนับสนุน


สี่ คุณหมอยง ตอบว่า การให้วัคซีนในปัจจุบันเป็นวิธีการเสริมจากการป้องกันที่มีอยู่แล้ว ก็คือพูดง่ายๆ ว่า จริงๆ แล้วเราไม่ต้องฉีดวัคซีนก็ได้ถ้าเราป้องกันตัวเองได้ เหมือนผม ผมก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะฉีดดีหรือไม่ดี เพราะนอกจากห้องนี้แล้ว พอผมออกไปข้างนอก ผมก็ใส่หน้ากาก ผมก็กลับบ้าน คนที่บ้านผมรักษาความสะอาดหมดทุกคน เข้าบ้านล้างมือ แล้วผมไม่ไปไหน ท่านผู้ชม ผมไม่ไปไหนเลย ถ้าผมจะไปทานอาหารข้างนอก ผมจะเลือกไปทานร้านที่ผมทานประจำ และก็เลือกโต๊ะที่นั่งห่างจากชาวบ้านเขา เพราะฉะนั้นแล้ว เราทำได้ดีอยู่แล้ว การให้วัคซีนก็ไม่ถึงกับต้องเร่งรีบมากนัก ท่านผู้ชม เมื่อกี้ผมเอาตัวเลขให้ดูแล้วว่าของเรามีคนติดเชื้อแค่ 1 หมื่นสองพันกว่าคน และรักษาหายไปแล้ว 9 พันกว่าคน เหลือติดเชื้อแค่ 2 พันกว่าคนเอง ไม่ได้เหมือนอเมริกา ตายไปแล้ว 4 แสนคน เราเพิ่งตายไป 71 คน อเมริกาตายไปแล้ว 4 แสนคน คนติดเชื้อ 20-30 ล้านคน อย่างนั้นต้องรีบฉีดวัคซีน ของเมืองไทยจริงๆ แล้วถ้าไม่ใช่เพราะบ่อนระยำที่ร่วมมือกับตำรวจระยำ ที่ระยอง หรือตราด หรือจันทบุรี หรือชลบุรี แล้ว เมืองไทยไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น


เพราะฉะนั้นแล้ว หมอยง บอกว่า เมื่อสถานภาพเราดีกว่าทุกๆ คนแล้ว เราไม่ต้องไปรีบเร่งสิ จะไปเร่งทำไมเล่า รอศึกษาให้ได้วัคซีนที่ปลอดภัยก่อนดีกว่า เพราะว่าวัคซีนทุกตัวมีผลข้างเคียงหมด ท่านผู้ชมครับ ไฟเซอร์ ทำให้ชาวนอร์เวย์ตายไปแล้วสามสิบกว่าคน เอ๊ะ คุณหมอยง ท่านรับผิดชอบเรื่องนี้ รัฐบาลรับผิดชอบเรื่องนี้ บอกใจเย็นๆ ขอดูก่อนได้ไหม ใครบ้าง ยี่ห้อใดบ้างที่จะทำให้ไม่เจ็บไม่ป่วย และไม่ตาย ท่านผู้ชมครับ คุณหมอยง พูดต่อข้อห้า


ข้อห้า หมอยงบอกว่าอย่างไร ? หมอยง บอกว่า ภายในปีหน้า ต้นปีหน้า 2565 ตลาดของวัคซีนจะเป็นของผู้ซื้อ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ? เพราะว่ามันจะผลิตออกมาเยอะ แล้วเราสามารถเลือกได้ ตัวไหนดีที่สุดก็ซื้อตัวนั้นมา และราคาถูกที่สุด เพราะฉะนั้นการประเมินที่ 26 ล้านโดส เท่านั้นเอง มีความเหมาะสมดีกว่าทุ่มเงินมัดจำไปทั้งหมด

ข้อที่หก มาต่อว่าบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ หมอยง บอกว่า สิ่งที่เราได้อย่างหนึ่งในการผลิตวัคซีนครั้งนี้ ในประเทศไทย คือการส่งต่อเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับชีววัตถุ ซึ่งมีความสำคัญมากในอนาคต และหมอยง บอก มีอยู่สองบริษัทที่พร้อม สยามไบโอไซเอนซ์ และไบโอเนท-เอเชีย เพราะฉะนั้น ทำไมต้องเป็นสยามไบโอไซเอนซ์ ? ในประเทศไทยมีแค่ 2 บริษัทเอง และก็เป็นบริษัท แอสตราเซเนกา เป็นคนเลือก คุณธนาธร เขาเป็นคนเลือกว่าเขาจะให้สยามไบโอไซเอนซ์ เป็นคนผลิต และผมแถมหน่อย หมอยงไม่ได้พูด การผลิตวัคซีน เมื่อแอสตราเซเนกา ให้สยามไบโอไซเอนซ์ เป็นคนผลิต แล้วเขาไม่ได้ให้ผลิตเพื่อที่จะใช้ในประเทศไทย เขาให้สยามไบโอไซเอนซ์ เป็นผู้ผลิต ที่จะผลิตวัคซีนของเขามาเป็นศูนย์กลางจัดจำหน่ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะฉะนั้นเขาก็จะส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำวิธี ทุกอย่าง เอาวัตถุดิบมาให้ แล้วสอนกระบวนการทุกอย่าง อย่างละเอียด นี่คือคุณูปการที่เราได้จากการที่แอสตราเซเนกา เข้ามาร่วมกับสยามไบโอไซเอนซ์


ข้อที่เจ็ด หมอยง บอกว่า วัคซีนที่ออกมาใหม่ เมื่อถามประชาชนว่าต้องการฉีดหรือไม่ ผมนี่ยัง 50:50 เอนไป 60 เปอร์เซ็นต์ ในการไม่ต้องการฉีด 40 เปอร์เซ็นต์ อาจจะอยากฉีด แต่ 60 เปอร์เซ็นต์ ไม่เอาล่ะ ในอเมริกาที่มีการติดเชื้อสูงมาก คนอเมริกันกว่าครึ่งไม่ต้องการฉีด


หมอยง บอกว่า ข้อที่แปด เนื่องจากกลัวภาวะแทรกซ้อนในการพัฒนาอย่างเร่งรีบ ทำไมถึงกลัวภาวะแทรกซ้อน ข้อเท็จจริงคือ วัคซีนแต่ละประเภทกว่าจะผลิตออกมาได้ในที่สุด โดยหลักการทำงานทางสากลแล้ว มีประวัติมีมาเรียบร้อยแล้ว ต้องใช้เเวลาประมาณ 10 ปี ถึงจะผลิตวัคซีนออกมาได้ แต่นี่ใช้เวลาปีเดียวผลิตออกมา ก็แสดงว่ากระโดดข้ามขั้นตอนในการทดสอบไปอย่างมากมาย หมอยง ถึงบอกว่า เนื่องจากกลัวภาวะแทรกซ้อนในการพัฒนาอย่างเร่งรีบ ด้วยเหตุนี้วัคซีนที่ฉีด เดี๋ยวก็ปรากฏว่าหน้ามืด เดี๋ยวปรากฏว่าปวด เดี๋ยวปรากฏว่าเป็นไข้ นอนซมอยู่ เดี๋ยวปรากฏว่าตาย หมอยง ก็เลยบอกว่า ประเทศไทยไม่ได้มีการระบาดอย่างรุนแรง อย่างที่ผมบอก ตอนนี้หักกลบลบคนที่ติดเชื้อแล้ว หายแล้ว เรามีคนติดเชื้อแค่ 2 พันกว่าคนเอง แล้วคนตายแค่ 71 คน ไม่ได้เร่งรีบ รุนแรงอย่างอเมริกา เพราะฉะนั้นการตัดสินใจของประเทศไทยที่เดินทางสายกลาง จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด


ท่านผู้ชมครับ หมอยง พูดข้อที่เก้า การให้วัคซีนเป็นจำนวนล้านล้านคน จะต้องใช้เวลานาน เป็นไปไม่ได้ที่จะฉีดได้วันละเป็นล้าน


ท่านผู้ชมเห็นไหมครับ นี่คุณหมอยง พูดอย่างเกรงอกเกรงใจ แล้วการวางมัดจำมันเป็นหลักการ เพราะฉะนั้นแล้ว การวางมัดจำ เมื่อไม่สามารถใช้เงินหลวงไปวางมัดจำ ก็เลยจำเป็นต้องใช้เงินของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ไปวางมัดจำ เพราะว่าในช่วงดังกล่าวไม่มีหลักค้ำประกันได้เลยว่าจะได้วัคซีนตัวไหน


แล้วบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย เป็นของใคร ? ก็เจ้าเป็นคนถือหุ้นอยู่ ใช่ไหม ทำไมต้องเป็นปูนซิเมนต์ไทย ค้ำประกันล่ะ ? ทำไมไม่เอาไทยซัมมิท โอโตฯ ไปค้ำประกันล่ะ คุณก็ไม่ยอมใช่ไหม เจ้าก็เลยเอาบริษัทที่ตัวเองถือหุ้นอยู่นั้น ไปค้ำประกัน มีอะไรเสียหายขึ้นมา บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ก็ต้องรับไป ซึ่งเจ้าถือหุ้นอยู่จำนวนมากพอสมควร ฉะนั้นเจ้าก็ต้องเจ็บตัว ใช่ไหม ? คุณ get หรือเปล่า ? นี่ไง บริษัทที่คุณด่าเจ้า ว่าเจ้า กระแนะกระแหนเจ้ามาตลอด เจ้าก็ใช้ของพวกนี้มาทำให้

ตลาดวัคซีนในปี 2565 จะเป็นตลาดของผู้ซื้อ วันนั้นเราเลือกซื้อได้ตัวดีที่สุด ถูกที่สุด เพราะฉะนั้นแล้ว วันนี้ถ้าเราทุ่มเงินมัดจำลงไปทั้งหมด แล้วไม่สามารถจะเลือกชนิดวัคซีนได้ โดยจะเสียเงินค่ามัดจำโดยเปล่าประโยชน์ วัคซีนตัวแรกที่ออกมาไม่จำเป็นต้องเป็นวัคซีนที่ดีที่สุด ก็เหมือนรถยนต์น่ะ คุณธนาธร บริษัทของคุณ ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท ทำส่วนประกอบของรถยนต์ ก็รู้ว่ารถยนต์ที่ออกใหม่ รุ่นใหม่ ใหม่เอี่ยม ในช่วงแรกที่วิ่ง ปัญหามีอยู่ทุกคัน


การผลิตวัคซีนในประเทศไทย คือการส่งต่อเทคโนโลยีต่างๆ ที่เขาเรียกว่า Transfer of Technology สยามไบโอไซเอนซ์ และไบโอเนท-เอเชีย เป็นบริษัทที่เชิดหน้าชูตาของไทย บริษัทอื่นยังไม่มีศักยภาพเพียงพอ คุณรู้หรือเปล่าคุณธนาธร ว่าอินเดียมีบริษัทที่ผลิตวัคซีนที่ใหญ่ที่สุดในโลก อินเดียผลิตวัคซีนมานานแล้ว และป้อนไปทั่วโลก แต่ไทยไม่มี ไทยมีเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ก็เพราะว่ารัชกาลที่ 9 ที่คุณจงเกลียดจงชังนัก ที่คุณกระแนะกระแหนมาตลอด ต่อมาจนถึงรัชกาลที่ 10 ท่านทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมือง คุณกลับไม่เห็นคุณงามความดีของท่านเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วคุณมาแดกดันท่าน กระทบกระทั่งท่าน สิบกว่าปีที่แล้ว ท่านเห็นว่าสิ่งนี้่จะเป็นเรื่องที่สำคัญ ท่านก็เลยพระราชทานเงินส่วนตัว 500 ล้านบาท เพื่อตั้งบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ และท่านพูดตั้งแต่ต้นแล้วว่าการทำงานเพื่อส่วนรวมนั้น ไม่จำเป็นต้องมีกำไร ขาดทุนก็ได้ และนี่ก็คือคำตอบให้สิ่งที่คุณบอกว่า บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ มีผลงานอะไรถึงขาดทุนตลอด ก็บริษัทนี้เขาตั้งมาเพื่อช่วยชาติ เขาไม่ใช่ไทยซัมมิท ของคุณ ที่ทำเสร็จแล้วเข้ากระเป๋าโคตรเหง้าของพวกคุณเอง คุณเข้าใจหรือยัง พูดอะไรก็อย่าพูดโกหกทั้งหมดสิ เอาความจริงมาพูด นี่ผมเหลืออดกับคุณมาก


ท่านผู้ชมครับ วันนี้เรามาแล้วเราพิสูจน์ให้ชัดว่าสิ่งที่คุณธนาธร พูด มีความจริงอยู่ 10-20 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเสกสรรค์ปั้นแต่ง เสกสรรค์แล้วใช้ตรรกะที่ผิด ท่านผู้ชมครับ ในปี 2564 คือปีนี้ ตลาดวัคซีนเป็นตลาดของผู้ขาย มีคนแย่งซื้อจำนวนมาก ในยุโรป ประเทศร่ำรวยอย่างสวีเดน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ และอีกหลายประเทศ ก็ยังโวยวายกับไฟเซอร์ ว่า ส่งวัคซีนให้ไม่ทัน ในปีหน้า ตลาดวัคซีนถึงจะเป็นตลาดของผู้ซื้อ เพราะมันจะมีคนผลิตออกมามาก

ไทยทำได้ดีมาก รอบคอบ ทางหนึ่งเราไปขอสิทธิจากออกซฟอร์ด/แอสตราเซเนกา และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งเขาเลือก แอสตราเซเนกา เขาเป็นคนเลือกสยามไบโอไซเอนซ์ ซึ่งมีศักยภาพสูงสุด มาเป็นผู้ผลิต อีกทางหนึ่งก็ให้ทางจุฬาฯ และสถาบันอื่นๆ เร่งทำวัคซีนของเราเอง


ท่านผู้ชมครับ ในวันที่ 19 มกราคม วันเดียวกับที่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ นายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับสยามไบโอไซเอนซ์ ได้สิทธิจากออกซฟอร์ด/แอสตราเซเนกา หมอยง และหมอนคร พูดอย่างนี้ครับ ว่า เราไม่ได้เป็นคนกำหนดว่าต้องเป็นบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ แต่บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ มีความพร้อมที่สุด สอดรับกับการทำสัญญาที่แอสตราเซเนกา จะให้เรา (คือประเทศไทย) เป็นฐานการผลิต ซึ่งแอสตราฯ เป็นคนเลือกเอง ว่าจะใช้ที่นี่ แอสตราฯ เลือกเองว่าจะใช้สยามไบโอไซเอนซ์ เพราะโรงงานของสยามไบโอไซเอนซ์ มีความทันสมัยและดีกว่าขององค์การเภสัชฯ เสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม รัฐต้องให้งบปรับปรุงอีก 500 ล้านบาท และ SCG สยามซิเมนต์ ให้อีก 100 ล้าน เพื่อให้มีความพร้อมเต็มที่ในการผลิตวัคซีนโควิด-19


นี่คือคำพูดหมอยง ข้อเสนอที่เราตกลงกับทางผู้ผลิตวัคซีนได้คือชัยชนะ เพราะว่าเราต้องแข่งขันกับอีกหลายประเทศ เพื่อให้ได้เป็นฐานการผลิตในภูมิภาค ทำให้เรามีความคล่องตัวในการจัดการวัคซีน และยังพึ่งพาตัวเองในอนาคต

ท่านผู้ชมครับ บริษัทนี้ หมอยง พูดเลยว่า ไม่ได้คิดดหาผลกำไรมาตั้งแต่ต้น และที่ผ่านมาบริษัทนี้เป็นส่วนสำคัญในการผลิตชุดตรวจโควิด-19 และบริษัทนี้มีส่วนสำคัญมากในการผลิตยามาทดแทนยานำเข้า จากเข็มละหมื่นกว่าบาท ผ่านบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ แล้วลดราคาลงจากหมื่นกว่าบาท เหลือแค่พันกว่าบาท ท่านผู้ชม ลดมาสิบเท่าตัว


เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมลองคิดดูก็แล้วกันว่านี่คือคุณูปการ เรานี่ต้องก้มลงกราบเท้าพระองค์ท่าน ที่ทำไมพระองค์ท่านถึงมองอะไรไกลอย่างนี้ เห็นอะไรก่อนล่วงหน้า เหมือนท่านเป็นเทพ ที่ท่านรู้ว่าในอนาคตจะต้องมีเรื่องนี้เกิดขึ้น และท่านผู้ชมครับ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประเทศไทยประเทศเดียวที่เริ่มผลิตวัคซีน โดยการร่วมมือและส่งต่อเทคโนโลยีจากแอสตราเซเนกา เวียดนามไม่มี มาเลเซียไม่มี ลาวไม่มี เขมรไม่มี ไต้หวันไม่มี ในอาเซียนมีประเทศไทยประเทศเดียว ที่สยามไบโอไซเอนซ์ มันเป็นสิ่งที่เป็นสิริมงคลมาก


ท่านผู้ชมครับ เรื่องของคุณธนาธร ผมไม่มีบทสรุปอะไรมากหรอก แต่ผมจะชี้ให้เห็นอีกเรื่องหนึ่ง คุณธนาธร แอบจับมือกับ บีบีซีไทย


บีบีซีไทย โพสต์ข่าวเรื่องคุณธนาธร ท่านผู้ชมครับ 23.34 น. บีบีซีไทย โพสต์ข่าวเรื่องธนาธร คุณธนาธร ไลฟ์สดเวลา 22.13 น. ใช้เวลาไลฟ์สด 30 นาที ก็จบเอาตอน 22.43 น. เพราะไลฟ์สดตอน 22.13 น. จบเอาตอน 22.43 น. คือใช้เวลาครึ่งชั่วโมง แล้วท่านผู้ชมเชื่อไหม ไลฟ์สดยังไม่จบเลย เพราะคุณธนาธร ไลฟ์สดจบ 22.43 น. ยังไม่ทันจบ บีบีซีไทย โพสต์ข่าวลงในเฟซบุ๊กเรียบร้อยแล้ว ตอน 22.34 น. 9 นาทีก่อนไลฟ์สดจบ แปลว่าอะไร ? แปลว่าไอ้พวกมันสองคนนี้แอบจับมือกัน รู้ล่วงหน้าว่าธนาธร จะออกมาโจมตีสยามไบโอไซเอนซ์ แล้วแดกดันกระแนะกระแหนไปถึงสถาบันกษัตริย์



หลังจากนั้นแล้ว ธนาธร ก็เลยแชร์ข่าวบีบีซีไทย ในเพจตัวเองประมาณ 22.47 น.

ท่านผู้ชมครับ ล่าสุดรัฐบาล และกระทรวงดีอี ของคุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ บอกมาแล้วว่าจะดำเนินคดีคุณธนาธร ข้อหา 112 เพราะหลายประโยคที่คุณธนาธร พูดนั้น พาดพิงและหมิ่นสถาบันกษัตริย์ คุณพุทธิพงษ์ ครับ


ท่านนายกฯ ครับ คุณดอน ปรมัตถ์วินัย ครับ ผมจะตั้งคำถาม เวลาสื่อมวลชนฉบับไหนแชร์เรื่องแชร์ราวที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับหมิ่นสถาบันกษัตริย์ เจ้าของเฟซบุ๊ก ที่อดีตเป็นข้าราชการกรมสรรพากร ที่เพิ่งโดนคดีหมิ่นประมาทเพราะแชร์เรื่องโน้นเรื่องนี้ไป โดนไป 29 ปี กับร้อยกว่าเดือน ทำไมถึงโดน เพราะว่าแกเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กนั้น ฉันใดฉันนั้น ถ้าสมมุติหนังสือพิมพ์ไทยรัฐแชร์ข่าวคำพูดที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพไป หนังสือพิมพ์ไทยรัฐต้องรับผิดชอบด้วย สมมุตินะครับ ฉันใดฉันนั้น ผมถามท่านนายกรัฐมนตรี คุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายดอน ปรมัตถ์วินัย ว่า ถ้าอย่างนั้น บีบีซีไทย ผิดไหม ? ผิดสิครับ ไม่ผิดได้อย่างไร ถ้าผิดก็ต้องเล่น 112 กับบีบีซีไทย ด้วยสิ มันเป็นเทวดามาจากไหนล่ะ มันก็ไอ้อีสองตัวอยู่ที่ลอนดอนนั่นล่ะ เป็นคนบริหารจัดการทุกอย่าง

ก็มีทางสองทาง ทางใดทางหนึ่ง หรือทำทั้งสองทาง ทางแรก คุณดอน ปรมัตถ์วินัย


ท่านนายกฯ ฟังเอาไว้ด้วย ต้องรีบทำหนังสือแจ้งไปที่ บีบีซีใหญ่ที่ลอนดอน บอกว่า บีบีซีไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคุณ ได้ลงข่าวที่พาดพิงและส่อไปในลักษณะที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยรับเรื่องราวจากคนที่ถูกดำเนินคดีอยู่ แสดงว่าบีบีซีไทย ให้ความร่วมมือด้วย ใช่ไหม ? ให้บีบีซีชี้แจงมา ถ้าชี้แจงมา เราฟังไม่ขึ้น สเตปต่อไป ปิดแม่งเลย ทำไมล่ะ ? มึงเป็นเพจของเทวดาหรืออย่างไร เป็นเพจของพระสยามเทวาธิราชหรืออย่างไร ใครแตะต้องไม่ได้ ก็บีบีซีไทย มันจงใจแพร่เรื่องของธนาธร ที่ธนาธร โดนกระทรวงดีอี แจ้งความดำเนินคดี กระทรวงดีอี ก็ต้องไปแจ้งความดำเนินคดีต่อไปถึงบีบีซีไทย ด้วย แล้วถ้ายึกยัก โวยวายนักว่าไปก้าวก่ายสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ก็ปิดแม่งไปเลย ตั้งแต่มี บีบีซีไทย มา มันได้เคยทำคุณประโยชน์อะไรให้กับประเทศไทยบ้าง มันก็ไม่ได้ต่างจากคนอย่างสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

บีบีซี เมืองนอก เป็นผู้กำหนดนโยบาย ก็แบล็กลิสต์ไปสิ ไม่ให้เข้าประเทศ จะปิดสำนักงานในเมืองไทยก็ปิดแม่งไปเลย ไม่ใช่พ่อเรานี่ ปิดมันไปสิ ก็มันทำผิดอยู่แล้ว ทำไมมันถึงไม่ไปให้เพจคนโน้น เพจคนนี้ ทีวีคนโน้นคนนี้รับไลฟ์สดมัน เพราะเขาไม่กล้า เขารู้ว่าที่มันพูด มันจะเป็นเรื่องราวที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กระทรวงดีอี และพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ไม่ใช่คนโง่ เขาต้องศึกษาอย่างรอบคอบแล้ว แล้วภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า read between the line อ่านระหว่างบรรทัด เขารู้ว่าคำพูดนี้หมิ่น คำพูดนี้หมิ่น เขาถึงเล่นงาน เขาถึงไปแจ้งความกับกองปราบ ที่น่าเจ็บใจก็คือว่า ข้อมูลเท็จที่นายธนาธร ออกมาพูด ก็ถูกนังเด็กเมื่อวานซืนที่ชื่อ เบญจา อะปัญ อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เอาไปชูป้ายอยู่ที่ไอคอนสยาม


แล้วข้อความที่มันชูป้ายก็คือข้อความหัวข้อที่ธนาธร มาไลฟ์สด ก็แสดงว่าอีนี่รับข้อมูลที่เป็นเท็จมาจากธนาธร แต่เนื่องจากว่า เชื่อว่าธนาธร มันพูด มันเป็นพระเอก ก็ต้องการแสดงออก แล้วยัยนี่ก็มีคดีอยู่แล้ว ไปยืนชูป้ายอยู่หน้าสถานทูตเยอรมนี


ท่านผู้ชมเห็นหรือยังว่าทำไมเราถึงเลิกมาตรา 112 ไม่ได้ ก็พวกมันทำตัวของมันอย่างนี้เอง

ท่านผู้ชมครับ ผมมีเรื่องข้อเสนอแนะนิดหนึ่ง วันนี้เห็นชัดเจนว่าธนาธร และกลุ่มคนพวกนี้ โยงไปจนถึงพรรคก้าวไกล ที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรค พวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นพวกที่ไม่ได้แสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง แต่ซ่อนเร้นในเจตนาที่ต้องการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ วันนี้นายธนาธร ถูกแจ๊กพอตไปเต็มตัว ท่านผู้ชมครับ ช่วยกันหน่อย บอกพี่น้องประชาชนทั่วประเทศไทย บอกไปเลย ว่าอะไรที่เกี่ยวกับพรรคก้าวไกล อะไรที่เกี่ยวกับม็อบสามนิ้ว คณะก้าวไกล คณะก้าวหน้า กำลังจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งเทศมนตรี เทศบาล หลังจากที่พ่ายแพ้อย่างไม่มีหูรูดจากการเลือกตั้ง อบจ. ให้ประชาชนทั่วประเทศ บอกว่าอย่าไปเลือกพวกแม่ง


ไอ้พวกนี้คือปิศาจ อย่าไปเลือกพวกมันแม้แต่คนเดียว แล้วถ้ามีการเลือกตั้งอีก 2 ปีข้างหน้า ก็อย่าไปเลือกพวกพรรคก้าวไกลเลยแม้แต่คนเดียว เพราะไอ้พวกนี้เป็นอีแอบอยู่ในขบวนการล้มเจ้า ที่ถูกนำโดยแกนนำของพวกมัน

ท่านผู้ชมดูแล้วกัน ผมจะเอาการ์ตูนอีกรูปหนึ่งให้ดู บัญชา คามิน ออกมาเมื่อวานนี้ ดูแล้วคิดเองแล้วกัน ผมไม่มคตำบอเรื่องนี้ ผมคิดว่าวันนี้เรื่องวัคซีน เรื่องธนาธร คงมีเรื่องที่ชัดเจนมากขึ้น


ท่านผู้ชมครับ เมื่อวันที่ 13 มกราคม เมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้เข้าไปทำการจับกุมนายนิว ศิริชัย นักศึกษาวิทยาลัยป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ในข้อหากระทำความผิดในมาตรา 112 ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ท่านผู้ชมคงเห็นข่าวแล้ว


และหลังจากนั้นมีการชักธงแดงขึ้นมา เอาธงชาติไทยลงมา แล้วก็เอาธงแดงที่ตัวเองเตรียมเอาไว้ ชักขึ้น ที่หน้าสถานีตำรวจคลองหลวง จ.ปทุมธานี


หลังจากนั้นอีกไม่นาน ก็ปรากฏว่ามีแถลงการณ์ออกมาจากสภานิสิตนักศึกษาของ 3 มหาวิทยาลัย คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประณามการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อวันที่ 13-14 มกราคม ก็คือ ท่านผู้ชมผมไม่อ่านรายละเอียดแถลงการณ์หรอก แต่ผมเอาหลักง่ายๆ แล้วกัน ในข้อมูลที่เขาออกแถลงการณ์มา ว่า ผู้แทนนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่ง ขอยืนยืนในหลักเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของประชาชนอย่างอิสระ ก็คือพูดง่ายๆ ว่า ประชาชนมีสิทธิที่จะพูดอะไรก็ได้ ในขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า คนที่โดนมาตรา 112 นั้น ไม่ได้มีเจตนาเพื่อดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แต่อย่างใด นี่คือหลักง่ายๆ ที่เขาบอกว่า หนึ่ง คนเรามีสิทธิแสดงออก สอง คนที่ถูกจับนั้นไม่ได้แสดงความดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายอะไรเลยทั้งสิ้น


ท่านผู้ชมครับ ผมอยากจะเรียนว่าผมเบื่อที่จะโต้เถียงกับคนที่ผมเข้าใจว่าเป็นปัญญาชน แล้วก็ตัวเองนั้นก็เรียนอยู่ แม้กระทั่งนายศิริชัย เด็กปี 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาลัยป๋วย อึ๊งภากรณ์ ถ้าปี 1 ก็แสดงว่าเพิ่งจบ ม.ปลาย ไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง ผมไม่รู้ว่าคุณไปเอาความคิดอะไรมาจากใคร คุณถึงแสดงอาการ และผมก็เชื่อ ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจ ผมมั่นใจว่าตำรวจไม่ได้แกล้งคุณหรอก แต่พวกคุณระยำตำบอนเอง เห็นว่าเขาไม่ใช้เรื่อง 112 กับคุณ คุณก็เลยเหิมเกริม โอหังมมังการ กล่าวคำเหยียดหยาม แสดงภาพที่เหยียดหยาม ชูนิ้วกลางใส่ขบวนเสด็จ พูดจาวาจาจาบจ้วงทุกอย่าง บนเวที ซึ่งชีวิตผม 73 ปี ผมผ่านการดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชวงศ์ มานาน เยอะ หลายรูปหลายแบบ แต่สิ่งที่พวกคุณทำในปี 63 ที่ผ่านมา ไอ้ที่เกิดขึ้นในอดีต มันเป็นเรื่องเด็กเล็กไปเลย เพราะสิ่งที่พวกคุณทำมันโหด มันหยาบคาย และมันเลวทรามต่ำช้าที่สุด


แล้วคุณก็มาอ้างว่าช่วงหลังพวกคุณโดนคดี 112 เยอะ ก็พวกคุณใช้ถ้อยคำกิริยาหยาบคาย ล้อเลียน กระทบกระเทือน อาฆาตมาดร้ายสถาบันกษัตริย์อย่างพร่ำเพรื่อ ใช้เสรีภาพเกินขอบเขตของคำว่าเสรีภาพในการแสดงออกและความคิดเห็นไปเยอะ อย่าให้ผมต้องยกตัวอย่างเลย เพราะเขาเห็นกันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว คุณลองคิดดู พิจารณาดูก็แล้วกัน ในแถลงการณ์คุณยังมีความกล้าที่จะมาพูดว่า ผู้ชุมนุมที่ผ่านมามีเจตนาเพื่อแสดงออกซึ่งความคิดเห็นทางการเมืองภายใต้หลักการประชาธิปไตย มิได้มีเจตนาเพื่อดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ หรือองค์รัชทายาท พระราชินี

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหม พฤติกรรมที่ผ่านมาของไอ้คนพวกนี้ ไอ้เด็กสามนิ้ว ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาอ้างในแถลงการณ์เลย ชาวบ้านร้านช่องเขาเห็นกันทั่วเมือง ไอ้ที่ผมเจ็บใจ ผมเจ็บใจตำรวจ ตำรวจต้องตอบคำถามสังคมที่ยืนเฉย ปล่อยให้ไอ้เด็กพวกนี้เหิมเกริม จัดกิจกรรมต่อว่าสาปแช่งเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยถ้อยคำหยาบคาย แล้วก็มีการโปรยอาหารหมาให้เจ้าหน้าที่ซึ่งนั่งอยู่บนพื้น


เปรียบเทียบว่าเจ้าหน้าที่นั้นคือสุนัขรับใช้ของใครก็ไม่รู้ พ่นสีผนัง พูดจาจาบจ้วง หมิ่นเบื้องสูง เอาธงชาติลง เปลี่ยนเป็นธงแดง 112 โดยไม่ได้ทำอะไรเลย


ท่านผู้ชมครับ ในด้านหนึ่ง มีคนจ้องที่จะล้มล้างสถาบันกษัตริย์ อีกด้านหนึ่งผู้รักษากฎหมาย ก็ไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง นักการเมืองแย่งชิงอำนาจ อุ้มชูระบบราชการที่เน่าเฟะ เอาแต่ช่วยพรรคพวกตัวเอง กระบวนการยุติธรรมที่ล้มเหลว สิ่งเหล่านี้ในทางหนึ่งก็เป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของสถาบันกษัตริย์ ไม่ต่างจากม็อบสามนิ้วเหมือนกัน ใช่ไหม ท่านผู้ชม เห็นด้วยกับผมไหม

ในขณะเดียวกัน เรามีไอ้พวกสามนิ้วทำระยำตำบอน อีกขณะหนึ่งเรามีระบบราชการซึ่งไม่ทำอะไรเลย ไม่ทำหน้าที่ของตัวเองเลย นักการเมืองแย่งชิงอำนาจ อุ้มชูระบบราชการที่เน่าเฟะ เอาแต่ช่วยพรรคพวกของตัวเอง เอาแต่ช่วยพรรคพวกของตัวเองนี่เห็นได้ชัด หลายๆ เรื่อง ไม่ต้องให้พูดเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เอาเป็นตัวอย่างล่าสุดก็แล้วกัน ล่าสุดการแต่งตั้งอัยการขึ้นมา สำนักงานอัยการสูงสุด คณะกรรมการอัยการได้ส่งรายชื่อผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเพื่อไปโปรดเกล้าฯ แต่องคมนตรีเป็นคนตีตกมา ไม่ใช่รัฐบาลตีตกมา โดยไปแต่งตั้งนายเนตร อดีตรองอัยการสูงสุด เป็นอัยการอาวุโส แล้วเลื่อนตำแหน่งให้กับนายปรเมศวร์ ซึ่งเป็นอัยการที่กำลังมีคดีความอยู่ที่ สน.ปากเกร็ด ส่วนนายเนตร นั้น ถูกตั้งกรรมการสอบสวน


เขาทักท้วงมาว่าสองคนนี้ยังมีคดีความอยู่ มีมลทินอยู่แบบนี้จะแต่งตั้งได้อย่างไร และล่าสุดก็ได้ข่าวว่า คุณวงศ์สกุล อัยการสูงสุด ยังยืนยันว่าจะใช้สองคนนี้อยู่ นั่นก็เข้าหลักของการที่อุ้มชูระบบราชการที่เน่าเฟะ เอาแต่ช่วยพรรคพวกตัวเอง ถูกไหมท่านผู้ชม ที่ผมพูดมานี่เป๊ะไหม ? ชัดเจน


ท่านผู้ชมจำได้หรือเปล่า นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด โดนเรื่องอะไร ? นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม โดนเรื่องอะไร ? แต่นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ ก็ยังยืนยันที่จะเสนอชื่อสองคนนี้ ถ้านี่ไม่ได้เป็นการช่วยพรรคพวกตัวเอง แล้วช่วยอะไร ? แล้วนี่ไปกัดกร่อนสถาบันของชาติบ้านเมืองหรือเปล่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เอาล่ะ สมมุติว่าในที่สุดแล้วม็อบสามนิ้วมันสลายไป แต่คนพวกนี้ กลุ่มคนต่างๆ พวกนี้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แล้วไม่คำนึงถึงจริยธรรม ศีลธรรม และความถูกต้อง ยังทำหน้าที่แบบนี้อยู่ต่อไป ท่านผู้ชมครับ ประเทศไทยก็ล่มสลายเช่นกัน ท่านผู้ชมลองนึกดู

ท่านผู้ชมครับ สมัยก่อน ถ้าท่านผู้ชมจำได้ แต่ท่านผู้ชมอาจจะจำไม่ได้ เพราะเก่าแก่มากแล้ว สมัยที่เขมรชนะคดีความที่ศาลโลก เรื่องกรณีเขาพระวิหาร ท่านผู้ชมรู้ไหมว่า ทหารไทยถึงกับขุดธงชาติ ไม่ใช่ชักธงแล้วพับธง ขุดธงชาติเลยนะ เอาทั้งรากเลย ยกออกมาเลย เพื่อรักษาให้เห็นว่า นี่คืออธิปไตยของประเทศไทย ประเทศไทยโดนโกงไป เพราะฉะนั้นแล้ว สักวันหนึ่งธงชาติต้องกลับไปอีก โดยไม่ชักธงลง


ตำรวจที่นั่งอยู่เยอะแยะแล้วให้พวกเด็กเอาอาหารหมาไปโยนป้อน เหมือนกับที่พวกนี้มันเคยพูดว่า พวกนี้คือสุนัขรับใช้ เพราะฉะนั้นถ้าตี ต้องตีเจ้าของหมา นัยไอ้พวกนี้มันหมายถึงใคร ท่านผู้ชมก็รู้ มันเอาอาหารหมาโยนให้ ผมคิดว่าตำรวจต้องดำเนินคดีพวกนี้ ในฐานะดูหมิ่นเหยียดหยามเจ้าพนักงาน

สอง เมื่อมันเอาธงชาติลง ที่นั่งอยู่เป็นแถว ผู้กำกับโรงพักเอย สารวัตรปราบปรามเอย รองผู้กำกับ สวป.เอย ตำรวจที่ติดยศทุกคน หรือที่ใส่เครื่องแบบตำรวจ ต้องมุ่งไปที่ธงชาติ หรือที่เสาธง เพราะว่าเสาธงนั้นเป็นเสาธงหน้า สภ.คลองหลวง แล้วไปห้ามแล้วจับให้หมด บอกมีสิทธิอะไรมาเอาธงลง แต่นั่งเฉยๆ ท่านผู้ชมมันน่าเศร้าไหม มันน่าเศร้ามากๆ เรื่องพวกนี้ผมคิดไม่ถึงว่ามันจะเกิดขึ้น


ท่านผู้ชมลองคิดดูก็แล้วกัน เด็กก็ระยำ ผู้ใหญ่ก็ตำบอน หนีเสือปะจระเข้ แล้วเราจะอยู่กันได้อย่างไร จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น ผมเห็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข บอกว่าเกินไปแล้ว ผมทนไม่ไหวแล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ทำไมคุณรู้สึกช้าจัง ถ้าคุณทำหน้าที่ของคุณตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ต้น โดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ปกป้องสถาบันกษัตริย์ รักษากฎหมายให้เป็นกฎหมาย ที่สำคัญ ปกป้องศักดิ์ศรีของคุณในฐานะที่คุณเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ


เขาไม่ได้เอาธงชาติลงที่โรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง เขาเอาธงชาติลงที่หน้าโรงพักของคุณ แล้วคุณยังอยู่สบายดีกันหรืออย่างไร แล้วพวกเด็กเวรพวกนี้ มาบ่นทำไมว่าเขาเล่น 112 กับมึง ก็มึงไปด่าเขาเยอะแยะ ด่าเช้า ด่าเย็น มึงก็ต้องโดนหลายคดีสิวะ หลักการง่ายๆ แค่นี้ เอาอย่างนี้ดีกว่า รอเรื่องราวสรุปแล้วขึ้นส่งศาล ทุกวันนี้ที่เด็กพวกนี้เดินเรื่องผลักดัน ก็คือว่า กลัวคุกกลัวตะรางในมาตรา 112 ถ้าคุณกลัว แล้วคุณไปพูดทำไม ผมไม่เข้าใจคุณ


นี่คุณแน่ใจนะว่าคุณเรียนมหาวิทยาลัย คุณแน่ใจหรือว่าคุณมาจากองค์กรนิสิตนักศึกษาจุฬาลงกรณ์ฯ ธรรมศาสตร์ และเกษตรศาสตร์ คุณก็รู้อยู่แล้วว่ามาตรา 112 มี แล้วคุณไปวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงดูถูกเหยียดหยาม คุณไม่พูดแล้วคุณตายไหม ผมถามคุณหน่อย คุณก็รู้ คุณมีสิทธิเลือกนี่ คุณไม่พูดก็โอเค คุณไปพูดเรื่องอื่น ทำไมคุณไม่พูดบ้างล่ะเรื่องราวต่างๆ ที่มันเป็นความอยุติธรรมของสังคม ไม่พูดถึงระบบราชการบ้าง คุณจ้องอยู่อย่างเดียว แล้วคุณเอาข้อมูลนี้มาจากไหน คุณเอาข้อมูลจากไหน คุณก็เอาข้อมูลจากไอ้เฒ่าทั้งหลายที่อยู่เบื้องหลังคุณทั้งนั้น ที่ป้อนเข้าใส่หัวคุณ แล้วการที่คุณเป็นนักศึกษา คุณไม่ได้ใช้สมองเลยหรือ แล้วคุณเข้ามหาวิทยาลัยได้อย่างไร สมองหมาปัญญาควายอย่างนี้จะเรียนหนังสือไปทำไม ก็รู้อยู่แล้วว่ามันผิด ก็รู้อยู่แล้วว่าปัญหาของชาติบ้านเมืองมันไม่ได้อยู่ที่สถาบันกษัตริย์ ซึ่งผมพูดมาตั้งหลายครั้ง ยกตัวอย่างมาตั้งหลายเรื่อง รู้หมดทุกอย่าง แล้วทำไมคุณจ้อง คุณตื่นมาคุณหายใจ คุณหายใจออก ก็คิดถึงแต่เรื่องสถาบันกษัตริย์ สมองคุณทำด้วยอะไรกัน ไอ้พวกนี้

แล้วชาติบ้านเมืองที่ผมจะต้องฝากฝังไปกับคนรุ่นคุณ ผมยังพอจะมีความหวังได้หรือเปล่า ถ้าคุณมีมันสมองแบบนี้


ท่านผู้ชมครับ วันนี้ก็มีอยู่เพียงเท่านี้ที่ผมจะพูด แต่ว่าก่อนจากไป ผมมีอะไรบางอย่างให้ท่านผู้ชมลองเปรียบเทียบ คิดถึงตรรกะ เหตุผล ลักษณะการแสดงออกของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นั้น ประเทศไทยจะแสดงออกอย่างไรก็ไม่ได้ดั่งใจของธนาธร เลย ใช่ไหม สมมุติรัฐบาลไทยบอกว่าให้ฉีดก่อน ก็อาจจะโดนกระแนะกระแหนว่าเอาชีวิตคนไทยเป็นหนูทดลอง ใช่ไหม ? แต่ถ้าเรารอทุกคนฉีด แล้วเราฉีดทีหลัง ก็จะถูกด่าว่า ทำไมถึงช้ากว่าประเทศอื่น รัฐบาลไม่มีศักยภาพ ถ้าให้ฉีดนายกฯ ครม.ก่อน ก็ต้องบอกว่า กูว่าแล้ว ฉีดพรรคพวกก่อน ศักดินาต้องได้ก่อน แต่ถ้าฉีดประชาชนก่อน เอาพวกกูเป็นหนูทดลอง โกรธจนตัวสั่น ตกลงมึงจะเอาอย่างไรกันแน่ นี่คือตรรกะของนายธนาธร ท่านผู้ชม คิดดูก็แล้วกัน อะไรที่แดกได้ ก็จะแดก ทั้งๆ ที่ทุกอย่างมีเหรียญสองด้าน

ท่านผู้ชมครับ อาทิตย์หน้าผมมีเรื่องที่อยากจะพูดอยู่เรื่องหนึ่ง ก็ประมาณครึ่งชั่วโมง ท่านผู้ชมจำเรื่องกรณีของนายบรรยิน ได้ไหม กับชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ที่ศาลเพิ่งพิพากษาประหารชีวิตนายบรรยิน หรือดีต พ.ต.ท.บรรยิน เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมานี้ เดี๋ยวผมจะเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นเลย เป็นหนังเรื่องหนึ่ง ท่านผู้ชมฟังแล้วเก็บคลิปเอาไว้ดีๆ อาทิตย์หน้า เป็นเรื่องที่มีอุทาหรณ์เยอะมาก และมีเบื้องหน้าเบื้องหลังเยอะจริงๆ คดีเนื่องจากจบแล้ว ผมคิดว่าถึงเวลาจะเปิดเผยได้แล้ว ท่านผู้ชมคอยติดตามกันอาทิตย์หน้า แน่นอนยังมีอีกหลายเรื่องที่สนุกสนาน และประเทืองปัญญาให้ความรู้เช่นกัน
กำลังโหลดความคิดเห็น...