xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : “สนธิ” ถึงลุงตู่อีกครั้ง

เผยแพร่:



“สนธิ”ชี้กรณีหมอโพสต์หมิ่นเบื้องสูงจนถูกไล่ออก เป็นบทเรียนทำอะไรอย่าห้าวเป้ง ควรรู้ตัวเองว่าเป็นใครทำอะไรอยู่ ส่วนกรณีม็อบหนุน “ทรัมป์” บุกสภาคองเกรสเป็นเรื่องที่นึกไม่ถึงว่าคนอเมริกันจะโหลยโท่ยขนาดนี้ และสะท้อนว่าระบบที่เราคิดว่าดี สุดท้ายก็หางโผล่ คนต่างหากสำคัญที่สุด ส่วนกรณี “แจ๊ก หม่า” หายตัวไป หลังจากที่แอนท์กรุ๊ป ในเครืออาลีบาบา เพิ่งถูกระงับไอพีโอ แสดงให้เห็นว่าจีนยังยึดมั่นในระบบทุนนิยมโดยรัฐ ซึ่งจะไม่ยอมให้ทุนใหญ่กว่ารัฐอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันแม้อาลีบาบาเป็นบริษัทจีน แต่ผู้ถือหุ้นใหญ่ล่วนเป็นต่างชาติ ทั้งญี่ปุ่น ไต้หวัน ซึ่งเป็นพันธมิตรสหรัฐฯ จีนจึงหาทางบีบให้อาลีบาบาเล็กลง สุดท้ายฝากถึงนายกฯ กรณีปล่อยให้มีมาเฟียสีกากีในภาคตะวันออก ระวังจะกระทบกับอีอีซี โครงการยักษ์ที่รัฐบาลทุ่มงบกว่า 6.5 แสนล้านบาท หวังจะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศแข่งกับเวียดนาม ถ้าไม่จัดการให้เด็ดขาด ปล่อยให้มีการรังแก เรียกรับผลประโยชน์ คงไม่มีนักลงทุนประเทศไหนอยากเข้ามา ต้องขอบคุณนายกฯ ที่ย้าย ผบช.ภ.2 แล้ว แต่หัวหน้าหน่วยอย่าง ผบ.ตร.ก็ต้องถูกจัดการด้วย นั่นเพราะในการโยกย้ายเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา มีการเรียกรับเงินรับทอง กันอย่างหนัก ขณะที่ผู้กำกับ 22 โรงพักในระยอง-ชลบุรี ถูกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม เรื่องนี้ ผบ.ตร.ต้องรู้เรื่องด้วย แลันายกฯ เป็นคนตั้ง ผบ.ตร.คนนี้ ถ้ายังยืนยันอยู่ด้วยกัน ก็ต้องรับไปเต็มๆ

วันที่ 8 ม.ค.64 เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยได้พูดถึงประเด็นหลากหลายเรื่องราวทั้งเรื่องในประเทศเเละต่างประเทศ “แจ็ก หม่า” หายไปไหน? จลาจลอเมริกาบุกสภาคองเกรส เกิดอะไรขึ้น สะท้อนให้เห็นอะไร?

ปิดท้ายด้วยคุณสนธิมีประเด็นฝากถึงรัฐบาลอีกครั้ง แต่ก็ไม่รู้ว่าท่านนายกฯ จะฟังหรือเปล่า



คำต่อคำ SONDHI TALK [ 8 ม.ค. 64] : "สนธิ" ถึงลุงตู่อีกครั้ง


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2564 วันศุกร์นี้ก็เป็นเหมือนทุกๆ ศุกร์ที่เราจะพบกันประจำ เฉพาะอาทิตย์นี้ พิเศษหน่อย รายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" แทนที่จะเริ่มวันศุกร์ กลับไปเริ่มเป็นวันพุธที่ 6 ก็อย่างที่ท่านผู้ชมได้ดูมาแล้ว หรือถ้ายังไม่ได้ดู ก็มาดูย้อนหลังได้ เผอิญมันเป็นเรื่องด่วนที่จำเป็นต้องพูด เรื่องบ่อนระยอง ตัวการแพร่โควิดระลอกที่สอง และผมตั้งปุจฉาไว้ว่า ท่านนายกฯ เกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่า ? เป็นต้อตอด้วยหรือเปล่า ? แล้วผมอธิบายทุกเรื่องให้ฟัง ก็ค่อนข้างที่จะได้รับความสนใจอย่างมาก เฉพาะคลิปสั้นบางคลิปที่ออกมา ยังไม่ถึง 24 ชั่วโมง คนเข้ามาดูเกือบ 2 ล้านคน



วันนี้ก็เช่นกัน วันนี้มีบทต่อจากวันพุธ แต่จะอยู่ตอนท้ายรายการ เพราะวันนี้เรามีหลายเรื่องที่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เรื่องของหมอหนุ่ม จบแพทย์มาเมื่อปี 2558 จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่เป็นคนที่ไม่รู้จักตัวเอง ห้าวเป้ง ทำให้ตัวเองพินาศพังทลายไปด้วยตัวของตัวเอง เดี๋ยวตามมาแล้วกัน ก็จะรู้ว่าเป็นใคร


เรื่องที่สอง ท่านผู้ชมคงจะดูเหตุการณ์จากข่าวต่างประเทศมาว่า อเมริกาตอนนี้ มันเป็นไปได้อย่างไร ประชาชนคนฝั่งเชียร์ทรัมป์ บุกเข้าไปในรัฐสภา Capitol Hill ของสหรัฐอเมริกา ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แล้วข้ามเข้าไป พยายามจะบุกเข้าไปในห้องประชุม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ยิงสวนออกมา ปรากฏว่ามีคนตาย 1 คน เป็นผู้หญิง เรื่องนี้คงจะไม่จบเพียงแค่นี้ แต่ว่าผมเอามาเล่าให้ฟัง อธิบายความ และมันมีทั้งนัย ความหมาย ผลกระทบกระทั่งกับคนใกล้ชิด และหลายๆ คนที่เกี่ยวข้องในเรื่องพวกนี้ ตลอดจนวิธีคิด และลักษณะที่คล้ายๆ กันในสังคมเมืองไทยและสังคมอเมริกา ที่สำคัญที่สุดก็คือว่า ผมกำลังจะบอกว่า ผมคาดไม่ถึงเลยว่า สังคมอเมริกา ซึ่งเป็นโมเดลของประชาธิปไตยที่หลายคนใฝ่ฝันนั้น ก็มีความเลวทรามต่ำช้าเช่นนี้เช่นกัน


เรื่องที่สาม เป็นเรื่องที่ท่านผู้ชมคงรู้จักคนๆ นี้ดี คือ แจ็ก หม่า หรือที่ภาษาจีนเขาเรียกว่า หม่า หยุน แจ๊ก หม่า ตอนนี้ในแวดวงข่าวก็พากันคาดคะเนว่าหายไปไหน เงียบไปตั้ง 2 เดือน หลายท่านก็วิเคราะห์ตามลักษณะของนักข่าวต่างประเทศไป ที่ได้ข่าวต่างประเทศมาแล้วก็เอามาแปล แล้วก็มาซึมซับ แต่ผมอธิบายภาพรวมป่าทั้งป่าก่อนที่จะเกิดแจ็ก หม่า แล้วพอเกิดแจ็ก หม่า ขึ้นมาแล้ว แจ็ก หม่า คืออีกบทหนึ่งของในตำราของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศจีน ภายใต้ลักษณะทุนนิยมที่มีอัตลักษณ์ของคนจีน ติดตามดูแล้วจะรู้


ส่วนเรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องของ EEC กับท่านนายกฯ และกับตำรวจระยอง มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร ? ท่านผู้ชมต้องติดตามฟัง มันเกี่ยวข้องมาก เรากำลังลงทุน 5-6 แสนล้านบาท เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใน EEC เรากำลังจะดึงต่างชาติเข้ามาเพื่อมาลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจทางภาคตะวันออก หรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Eastern Economic Corridor แต่ขณะเดียวกัน คำถามมีอยู่ว่า นักลงทุนพวกนี้มา แล้วยังจะมีโอกาสได้เจอมาเฟียสีกากี เหมือนกับที่เราได้รับทราบเมื่อวันพุธที่แล้วหรือเปล่า ?

แล้วผมก็จะจบลงด้วยการที่ผมขออนุญาตท่านผู้ชมพูดกับท่านนายกฯ โดยตรง เพราะวันพุธพูดไปยังขาดอีก 2-3 เรื่อง ที่ยังไม่ได้พูด ก็ขอพูดให้มันหมดข้อคาใจผมไปซะ ส่วนเรื่องที่หลังจากพูดแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมไม่สนใจแล้ว ผมถือว่าผมได้ทำหน้าที่ของผมอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ท่านผู้ชมตามผมมา


ท่านผู้ชมครับ เมื่อประมาณต้นอาทิตย์นี้ ต้นๆ อาทิตย์ มีนายแพทย์หนุ่มคนหนึ่ง ชื่อ ศราวิน ทองรอง อายุไม่มากหรอกครับ 30 ต้นๆ เพิ่งจะจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มาประมาณปี 2558 ก็ประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ถ้าจบแพทย์ ตีซะว่า 26 ตอนนี้ก็น่าจะ 32-33 ได้ก่อเรื่องก่อราวขึ้นมาประการหนึ่ง คือคนๆ นี้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กตัวเอง แล้วก็ตำหนิติเตียน ด่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ถึงแม้จะไม่ได้ด่าว่าตรงๆ แต่ว่าโดยพื้นฐานแล้วก็เข้าใจดีว่าเขาหมายถึงพระองค์ท่าน

นายแพทย์หนุ่มคนนี้ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลจอมเทียน เป็นแพทย์ประจำ แล้วมาทำงานพาร์ทไทม์อยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ จ.ระยอง เกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาก็ไม่รู้ เขาใช้โซเชียลมีเดียของเขาลง โดยใช้สรรพนามลบหลู่พระเกียรติของในหลวง รัชกาลที่ 9 อย่างหยาบคาย ไม่สมกับคุณวุฒิ วัยวุฒิ ของตัวเอง จนในที่สุดแล้วมีคนทนไม่ได้ เรียกร้องให้โรงพยาบาลกรุงเทพ สาขาระยอง และโรงพยาบาลจอมเทียน สถานที่ทำงานของนายแพทย์คนดังกล่าวนั้น ช่วยจัดการให้ด้วย


ก็ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 6 มกราคม โรงพยาบาลกรุงเทพ วันที่ 6 มกราคม ก็น่าจะเป็นเมื่อวานซืน โรงพยาบาลกรุงเทพ ระยอง ได้ออกหนังสือประกาศไล่ออกนายแพทย์คนนี้ คือเรื่องการให้นายแพทย์พาร์ทไทม์พ้นสภาพทันที สืบเนื่องจากว่าโรงพยาบาลกรุงเทพ ระยอง ได้ทราบเรื่องว่า นายแพทย์ศราวิน ทองรอง ซึ่งเป็นแพทย์พาร์ทไทม์ของโรงพยาบาล ได้กระทำการที่ไม่เหมาะสม และกระทำผิดระเบียบของโรงพยาบาลกรุงเทพ ระยอง จำกัด ฝ่ายบริหารโรงพยาบาลกรุงเทพ ระยอง พิจารณาแล้วเห็นสมควรให้นายแพทย์ศราวิน ทองรอง พ้นสภาพจากการเป็นแพทย์พาร์ทไทม์ของโรงพยาบาล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2564


ส่วนโรงพยาบาลจอมเทียน ก็ได้ออกแถลงการณ์ให้นายแพทย์คนนี้ ศราวิน ทองรอง พ้นสภาพการเป็นแพทย์ประจำ โดยระบุเช่นกันว่า ทำ ประพฤติตนไม่เหมาะสม แล้วก็ไม่สมควรจะเป็นแพทย์ต่อที่โรงพยาบาลจอมเทียน ที่สนุกต่อไปก็คือว่า นายแพทย์เหรียญทอง คุณหมอเหรียญทอง คือจอมบู๊ นายแพทย์จอมบู๊แห่งโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ก็โพสต์เฟซบุ๊กออกมาว่า "นายแพทย์ศราวิน ทองรอง แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้โพสต์ข้อความวิวาทะในโลกออนไลน์ ด้วยการใช้สรรพนามลบหลู่พระเกียรติยศ พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ" นายแพทย์เหรียญทอง บอกว่า "โรงพยาบาลใดก็ตามที่รับนายแพทย์คนนี้ทำงาน ไม่ว่าจะ Full Time หรือ Part Time ขอให้เลิกจ้างมันเสียโดยเร็ว มิฉะนั้นผมจะดำเนินมาตรการทางสังคมต่อต้านโรงพยาบาลต้นสังกัดอริราชศัตรูคราบเสื้อกาวน์ตัวนี้อย่างรุนแรง" มีหมายเหตุด้วยนะครับ คุณหมอเหรียญทอง บอกว่า ขอให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตรวจสอบด้วยว่ามีนายแพทย์คนนี้ในสังกัดด้วยหรือไม่


ท่านผู้ชมครับ จากการสืบค้น พบว่านายแพทย์ศราวิน คนนี้ เพิ่งจบแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อปี 2558 จบมาไม่นาน ท่าทางคงจะหางานทำไม่ได้กับโรงพยาบาลรัฐ คงจะไม่สามารถที่จะอยู่โรงพยาบาลรัฐ กินตำแหน่งอยู่ในนั้น ก็เลยไปรับงานทำอยู่ในโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลจอมเทียน เอย โรงพยาบาลกรุงเทพ ระยอง เอย แต่ผมสงสัยว่า โดยวิชาชีพแล้ว นายแพทย์มีสิทธิ์ที่จะมีความเห็นทางการเมืองได้ ไม่มีใครเขาห้ามหรอก แต่นายแพทย์คนนี้ออกมาโพสต์ข้อความแบบประเภทที่เรียกว่าน่าจะโดนมาตรา 112 ด้วยนะ ผมอยากจะฝากว่า อย่างน้อยที่สุดก็ควรที่จะให้ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ เข้ามาตรวจสอบดูว่า นายแพทย์คนนี้ได้ล่วงละเมิดกฎหมายมาตรา 112 หรือเปล่า

เขาเรียนจบมาไม่นาน ปี 2558 แต่มาเสียประวัติเพราะการโพสต์แสดงความคิดเห็นแบบสิ้นคิด สิ้นคิดจริงๆ ท่านผู้ชม ที่ผมกลัวก็คือว่า คนที่มีวิชาชีพเกี่ยวกับความเป็นความตายของคนเช่นนี้ ถ้าไปปฏิบัติหน้าที่รักษาคนไข้ แล้วถ้าคนไข้เกิดพูดอะไรไม่เข้าหู หรือคนไข้เกิดพนมมือขอพรจากรัชกาลที่ 9 ขอดวงวิญญาณท่านจงช่วยปกปักรักษาให้ลูกได้หายเร็วๆ เถอะ ไอ้หมอคนนี้ถ้ามันเกิดบ้า เพราะว่ามันไปตำหนิติเตียนเหยียดหยามรัชกาลที่ 9 มันอาจจะเลยเถิดไปถึงกับทำให้คนไข้คนนี้ตายได้


ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ มันไม่ควรเกิดขึ้นกับแพทย์ที่รักษาคนไข้ แล้วก็ข้อความที่โพสต์ต่างๆ นี้ ก็เป็นข้อความที่ชัดเจนว่าลบหลู่ ดูหมิ่น มันเกิดอะไรขึ้นกับหมอบ้าคนนี้ อายุแค่สามสิบต้นๆ ไม่ได้คิดถึงตัวเอง ไม่ได้คิดถึงครอบครัว ไม่ได้คิดถึงความยากลำบากที่กว่าจะเรียนแพทย์จบ 6 ปี พ่อแม่ต้องส่งเสีย แล้วก็เป็นที่ภูมิอกภูมิใจของตระกูลว่ามีหมอคนหนึ่ง จบมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตอนนี้ทำงานอยู่โรงพยาบาลจอมเทียน อาจจะมีเงินมีทองไปเรียนเฉพาะทางสาขา ไปเรียนทางด้านการผ่าตัดสมอง ไปเรียนทางด้านอายุรเวช หรือไปเรียนทางด้านผิวหนัง ก็ว่ากันไป ทำไมถึงเป็นคนห้าวเป้ง หรือเป็นคนห่าม คุณมาเรียนแพทย์ได้อย่างไร คนที่เรียนแพทย์ต้องนิ่ง สงบ ใจเย็น และต้องไม่แสดงอาการอะไรทั้งสิ้น อาการที่แสดงอยู่อย่างเดียว คือ เป็นห่วงเป็นใยคนไข้ที่ตัวเองกำลังรักษาอยู่



นี่ไปโกรธเคืองรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่สมัยไหน ถ้าเป็นคนอย่างพวกชูสามนิ้ว พวกไอ้แก่ไอ้เฒ่าที่อยู่เบื้องหลังเด็ก ผมยังพอเข้าใจได้ เพราะว่าพวกนี้เป็นพวกที่เจ็บช้ำ เจ็บปวด แล้วไปเข้าใจผิดว่าเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ที่มีนิสิต นักศึกษา เสียชีวิตนั้นเป็นฝีมือของเจ้า แต่คุณเพิ่งอายุ 32 เอง แสดงว่าข้อมูลที่คุณได้มาแล้วทำให้คุณเกิดอารมณ์น่ะ เป็นข้อมูลของพวกไอ้เฒ่า อีแอบทั้งหลายที่อยู่ข้างหลังเด็กใช่ไหม ? ใช่แน่นอนท่านผู้ชม คุณถึงบ้าบอคอแตกออกมา แล้ววันนี้ยังไงล่ะ ? ได้ข่าวว่าคุณลบเฟซบุ๊กของคุณหมดทุกอย่าง อ้าว! คุณลบทำไม ถ้าคุณกล้าพอแสดงออก คุณยืนหยัดสิ คุณต้องชูธงโต้กระแสทวนสิ ถ้าจะใช้ศัพท์ของฝ่ายซ้าย คุณหนีทำไม เหมือนผมนี่ ผมยืนหยัดในสิ่งที่ผมพูด เพราะว่าผมใช้ธรรมพูด


วันพุธที่ผ่านมานี้ ผมใช้ธรรมพูด ใช้ธรรมมาจับเรื่องของตำรวจ ใช้ธรรมมาจับเรื่องของความชั่วร้าย ของการเปิดบ่อน และของการทำให้เกิดการแพร่ระบาดจากนักการพนัน ผมยืนหยัด และผมก็ไม่ต้องลบอะไรทั้งสิ้น คลิปที่ผมออกไป คนดูเป็นล้านๆ คน ผมไม่จำเป็นต้องลบ แน่นอน มีคนไม่ชอบผมแน่นอน หรืออาจจะคิดปองร้ายผม แต่ผมไม่กลัว เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าคุณกล้าโพสต์ คุณต้องกล้ายืนหยัด

สิ่งที่คุณทำ ทำให้ผมคิดถึงพวกปากเสียที่ชอบเข้ามาคอมเมนต์หยาบคายในรายการ แล้วพอผมฟ้อง ก็ตัวสั่นงันงก ตัวอ่อนตัวงออย่างกับกุ้ง คลานเข้ามาขอขมาผม บางคนทำเก่ง หนีการนัดหมายศาล จนในที่สุดศาลออกหมายจับ ผมก็เอาตำรวจไปจับใส่กุญแจมือจากอุดรธานี นั่งรถมาทั้งคืน มาที่ศาลอาญา แล้วในที่สุดก็ประกันตัวไป


คุณไปลบทำไม โพสต์ของคุณ ถ้าคุณลบ แล้วทำไมเวลาคุณโพสต์ คุณไม่ใช้สมองของคุณคิด หรือว่าสมองของคุณมันมีแค่หูเท่านั้นเองที่กั้นเอาไว้ หรือที่ผมชอบเรียกว่า สมองหมาปัญญาควาย ถ้าคุณสมองหมาปัญญาควายอย่างนี้ คุณจบแพทย์มาได้อย่างไร มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะแพทยศาสตร์ ต้องพิจารณาเด็กให้ดีๆ คุณอาจจะไม่เห็นด้วยกับการมีสถาบันกษัตริย์ แต่จรรยาบรรณแพทย์จะต้องอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าในหน้าที่การงาน หรือในชีวิตส่วนตัว เมื่อคุณโพสต์แล้ว เรื่องชีวิตของคุณไม่เป็นส่วนตัวอีกต่อไปแล้ว เพราะคุณทะลึ่งโพสต์ออกไป ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหม เพราะฉะนั้นแล้ว ผมไม่ได้สงสารอะไรไอ้หมอบ้าคนนี้เลย และผมก็เชื่อว่า คุณหมอเหรียญทอง ไม่จำเป็นจะต้องไปข่มขู่ใครหรอกครับ ผมเชื่อว่าไม่มีใครกล้ารับหรอก ใครจะกล้ารับหมอบ้าแบบนี้เข้ามา โรงพยาบาลรัฐคงเข้าไม่ได้ โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลไหนรับเข้าไป พอดูประวัติปั๊บ ถอยกันเป็นแถวเลย อ้อ! ลองไปสมัครดูที่บริษัท ไทยซัมมิทฯ ดูนะ บริษัทของคุณสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ


เขาอาจจะตั้งสถานพยาบาลขึ้นมา แล้วเอาแพทย์อย่างคุณเข้าไปรักษาก็ได้ นั่นก็คือทางออกทางหนึ่ง แต่นี่เป็นบทเรียนเตือนใจว่าคุณจะห้าวเป้ง คุณดูสิ่งแวดล้อมหน่อย ที่สำคัญ คุณดูตัวคุณเองสักนิดหนึ่งว่าคุณเป็นใคร ทำอะไรอยู่ สมควรหรือไม่สมควร ผมไม่ได้ห้ามให้คุณไม่คิด คุณมีสิทธิ์คิดได้ แต่เก็บเอาไว้กับตัวเอง ให้จำไว้เป็นบทเรียนของชีวิตก็แล้วกัน แต่ผมเชื่อว่าชีวิตคุณจากนี้ไป อย่างน้อยอีก 4-5 ปีข้างหน้า ไม่มีความสุขหรอก


ท่านผู้ชมครับ เมื่อวันพุธที่ 6 เดือนมกราคม 2564 มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา หลักๆ ก็คือเมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา คือกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แล้วก็ลามระบาดไปหลายๆ เมืองในหลายๆ รัฐ ซึ่งผมอ่านข่าวแล้วผมตกใจ ผมนึกไม่ถึง ที่นึกไม่ถึงก็คือว่า ประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศต้นแบบประชาธิปไตยที่หลายๆ คนลุ่มหลง หลงใหล และคลั่งไคล้ อยากจะได้ประชาธิปไตยแบบอเมริกา อยากจะได้ประชาธิปไตยแบบตะวันตก รวมไปจนถึงบรรดากลุ่มม็อบสามนิ้วที่เชียร์ ท่านผู้ชมรู้ใช่ไหมครับ จากการดูข่าว จะเห็นว่ามีคนจำนวนหลายพันคนซึ่งเชียร์นายทรัมป์


แล้วคนพวกนี้เกิดอาการบ้าคลั่ง เพราะว่านายทรัมป์ ได้ทวีตตลอดเวลาในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่แพ้การเลือกตั้ง ว่าเขาถูกโกงการเลือกตั้ง ลงในเฟซบุ๊กว่าเขาถูกโกงการเลือกตั้ง การเลือกตั้งไม่ยุติธรรม มีการเอาบัตรเสียมา เอาคนที่ตายแล้วมาลงคะแนนเสียง คือพูดง่ายๆ ว่าไปปั่นหัวคนที่เชียร์ทรัมป์ ซึ่งธรรมดาคนที่เชียร์ทรัมป์ ก็ไม่ฟังอะไรอยู่แล้ว พูดอะไรก็ไม่ฟัง มีความเชื่อเหนือความจริง อย่างที่ผมบอกไง ว่าหลายๆ ครั้ง ในหลายรัฐ อย่างเช่นรัฐจอร์เจีย นายทรัมป์ ถึงขนาดแจ้งให้นับคะแนนใหม่ เขาก็นับคะแนนใหม่ 2-3 ครั้ง ไปฟ้องศาลแล้ว ศาลก็ไม่ยอมรับ บอกว่าหลักฐานไม่มีพอว่าเขาโกงการเลือกตั้ง 


นอกจากหลักฐานไม่เพียงพอว่ามีการโกงการเลือกตั้งแล้ว นายทรัมป์ ยังอุตส่าห์โทรศัพท์ไปหาเลขาธิการรัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการเลือกตั้งในจอร์เจีย ถึงกับบอกกับเลขาฯ รัฐสภาในรัฐจอร์เจียว่าอย่างไรรู้ไหมท่านผู้ชม ? ว่า คุณหาเสียงให้ผมเพิ่มเติมหน่อยได้ไหม อีกประมาณ 17,000 กว่าเสียง เมื่อหาได้ตรงนี้แล้วจะทำให้ผมชนะไบเดน ไป 1 คะแนนเสียง แล้วก็ไปปลุกปั่น ก็เลยทำให้เกิดเหตุการณ์ที่คนที่เชียร์นายทรัมป์ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วจะไม่ได้ใช้สติ และไม่ได้ใช้ปัญญาในการวิเคราะห์ว่า มันจบแล้วนาย มันไม่มีอีกต่อไปแล้ว ก็เลยทำให้เกิดการปลุกระดม ทำให้คนพวกนี้มีความเชื่อมั่นว่านายทรัมป์ ถูกโกงการเลือกตั้ง


ก็พอดีวันพุธที่ 6 เดือนมกราคม 2564 เป็นการประชุมร่วมกันระหว่างสภาคองเกรส กับสภาเซเน็ต (Semate) วุฒิสภา ประชุมเพื่อที่จะลงคะแนนเสียงรับรองอย่างเป็นทางการว่านายไบเดน ชนะการเลือกตั้ง เขาก็นัดหมายกันในวันนั้น เพื่อที่จะให้คนที่เชียร์นายทรัมป์ และคนที่ถูกนายทรัมป์ ปั่นหัว ไปป่วนที่หน้ารัฐสภา เป็นจำนวนพันๆ คน ก็คือมาจากหลายรัฐ ทุกแห่ง คือมันจะมีขบวนการ ขบวนการฝ่ายขวาจัด ขบวนการฝ่ายเหยียดผิว ที่เขาเรียกว่า White Supremacy พาพวกนี้ไป เพราะว่านายทรัมป์ เป็นตัวแทนของคนผิวขาว ปรากฏว่ามีการบุกรัฐสภาเป็นครั้งแรก ไม่เคยมีมาก่อนนะท่านผู้ชม รัฐสภาของอเมริกาถูกเผาครั้งแรกเมื่อปี 2337 อังกฤษเป็นคนเผา หลังจากนั้นแล้วไม่มีเลย นี่เป็นครั้งแรกใน 207 ปี

207 ปี เป็นครั้งแรก และนี่เป็นประชาธิปไตยในสายตาของนายทรัมป์


นายทรัมป์ ในขณะนี้โดนรุกหนัก จนกระทั่งประชาชนและแม้กระทั่งพรรครีพับลิกันของนายทรัมป์ เอง ก็เริ่มออกมาพูดแล้วว่านายทรัมป์ ใช้ไม่ได้ ตอนนี้ทวิตเตอร์ของนายทรัมป์ ถูกทวิตเตอร์ล็อกเอาไว้แล้ว 12 ชั่วโมง เพราะเนื้อหาของนายทรัมป์ สนับสนุน ส่งเสริมเรื่องความรุนแรง เฟซบุ๊กก็ปิดแอกเคานต์ของนายทรัมป์ ไป 2-3 แอกเคานต์ ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง แล้วก็มีคนตาย 1 คน ดูในภาพทีวีจะเห็นชัดว่าตำรวจสภาพยายามปกป้องสมาชิกรัฐสภา สมาชิกรัฐสภาพวกรีพับลิกันที่เชียร์นายทรัมป์ ต้องหมอบอยู่บนพื้น ท่านผู้ชม เป็นไปได้อย่างไร

ผมนี่คิดไม่ถึงเลย คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเรื่องนี้มันเป็นไปได้อย่างไร เพราะว่ากติกาของการเลือกตั้งของอเมริกานั้น มันชัดเจน พอลงคะแนนเสียงเสร็จ ก็ผ่านการตรวจสอบ นับคะแนนเสียงถูกต้อง ใครชนะใคร ก็รายงานออกมา ไม่พอใจ ยื่นเรื่องเรียกร้องให้นับใหม่ เขาก็นับให้ใหม่ เมื่อนับให้ใหม่แล้วก็ออกมา และที่สำคัญที่สุด ในพื้นที่หลายพื้นที่ที่นายทรัมป์ ออกมาโวยวายว่าโดนโกงนั้น ปรากฏว่าคนที่บริหารพื้นที่นั้นเป็นสมาชิกพรรครีพับลิกันทั้งสิ้น แต่ว่าคนพวกนี้ไม่สามารถปฏิเสธตัวเลขและปฏิเสธความจริงได้ เมื่อไม่สามารถปฏิเสธตัวเลขและปฏิเสธความจริงได้ เขาก็ยืนหยัดในตัวเลขความจริงที่เขาทำมา ว่า ไบเดน ชนะนายทรัมป์ ได้คะแนนมากกว่าเท่านี้ๆ นายทรัมป์ ได้แค่นี้ ไบเดน ได้เท่านี้ หักกลบลบกันแล้ว นายไบเดน ชนะ

นายทรัมป์ ตั้งทีมทนายโจรขึ้นมา ออกไปฟ้องร้องต่อศาลตั้งไม่รู้กี่คดี 60 กว่าคดี ศาลโยนออกไปหมด ยกฟ้องหมด ด้วยเหตุผลที่ศาลระบุชัดเจนว่า คุณมากล่าวหาด้วยปาก ไม่มีหลักฐาน แล้วพวกนี้ไม่สามารถจะหาหลักฐานอะไรได้เลย สื่อมวลชน ซึ่งเป็นฝ่ายนายทรัมป์ ตอนแรก คือ FOX NEWS, MCS NEWS และหลายสื่้อมวลชนซึ่งเป็นฝ่ายขวาจัด ก็ออกมาบอกว่า เครื่องที่จะลงคะแนนเสียง Dominion มันโกหก มันโกง จนกระทั่ง CEO กรรมการผู้จัดการบริษัท Dominion ซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้บริหารเครื่องออกคะแนนเสียง Dominion แจ้งให้ทุกคนทราบเลยว่า จากนี้เป็นต้นไป บริษัทจะฟ้องพวกคุณข้อหาทำให้ผมเสียหาย เพราะเครื่องจักรของผมไม่มีอะไรเสียหาย จนกระทั่ง FOX NEWS ต้องเปลี่ยนสถานภาพจากการที่ไปโจมตีเครื่องจักร มาเป็นยอมรับว่าเครื่องจักรทำงานมีประสิทธิภาพ มันยิ่งทำให้นายทรัมป์ บ้า


เวลาคนมันบ้าขึ้นมา มันเหมือนไฟที่มันลุก นายทรัมป์ ก็เลยเอาน้ำมันราดซ้ำไปอีก ก็คือยืนยันว่าโดนโกง ยืนยันว่าโดนโกง ทั้งๆ ที่พิสูจน์แล้วว่าไม่มีการโกงเกิดขึ้น ไม่มีการโกงเกิดขึ้น ก็บอกว่าโดนโกง ท่านผู้ชม คล้ายๆ ประเทศไทยไหม จับได้คาหนังคาเขาว่ามีบ่อน แต่ทะลึ่งมาบอกว่า มีที่ไหน บ่อน ไม่มี มีแต่โกดัง มันเหมือนกันหมดท่านผู้ชม ทั้งระยอง หรือทั้งกรุงเทพฯ หรือทั้งประเทศไทย หรือที่บอกว่ากรุงเทพฯ ไม่มีบ่อน ตอนหลังก็ต้องบอกว่ามีบ่อน นี่อะไรกันท่านผู้ชม สรุปแล้ว จะเป็นอเมริกา หรือจะเป็นเมืองไทย สันดานคนเหมือนกันหมด เวลาบทไม่ยอมรับความผิด แล้วโยนความผิดปัดไปให้คนอื่น ปัดไปหมดเลย ตัวเองไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น ไม่มี ไม่มี ไม่มี

ท่านผู้ชมครับ เป็นที่น่าเสียใจมาก ผมเองเป็นคนที่ไม่ชอบระบบของอเมริกา ไม่ใช่ว่าด้วยความเห็นส่วนตัวที่ไม่ดีต่อกัน ไม่ใช่ ผมเรียนอเมริกามา 8-9 ปี ทำงานเป็นสตริงเกอร์ของสำนักข่าว AP อยู่ที่เมืองที่ผมเรียนมหาวิทยาลัย ตอนเรียนปริญญาโทอยู่ ผมรู้จักคนอเมริกันเยอะ โดยพื้นฐานคนอเมริกาบางคนและหลายคน ส่วนใหญ่จะเป็นคนมีเหตุมีผล และแฟร์ ยุติธรรม ไม่เกเร แต่พอเริ่มมาเอาเรื่องผิว เรื่องเชื้อชาติ เข้ามาเกี่ยวข้อง เอาเรื่องโน้นเรื่องนี้เข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว มีเรื่องทันที เพราะความเชื่ออยู่เหนือความจริง


ผมเห็นรายการที่ Capitol Hill ก็คือที่รัฐสภาของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.แล้ว ผมอึ้งไปตั้งนานนะท่านผู้ชม ผมนึกไม่ถึงว่ามันจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าพูดถึงเกิดการประท้วงกันแล้วก็ระบุออกไปว่ามันเป็นเพราะอย่างนี้ๆๆๆ ถ้าประท้วงบนพื้นฐานของรัฐบาลที่คอร์รัปชัน และรัฐบาลไม่ยอมทำอะไรกับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน การประท้วง การล้อมรัฐสภาย่อมทำได้ ไม่ผิด แต่ว่าถ้าล้อมรัฐสภาแล้วบุกเข้าไปในรัฐสภา ไปยึดรัฐสภา อย่างนั้นผิดล่ะ แต่ถ้าไปล้อมรัฐสภาแล้วไม่ได้ทำอะไร ล้อมเฉยๆ แล้วโดนตำรวจเอาแก๊สน้ำตายิงตาย เหมือนอย่างที่พวกผมโดน วันที่ 7 ตุลาคม 2551 มันชัดเจนว่าเราโดนรังแก แต่ถ้าล้อมเหมือนกับชาวอเมริกันไปล้อมที่ Capitol Hill ล้อมเฉยๆ ไปปราศรัย ไม่เป็นไร แต่ถึงขั้นปีนรั้วแล้วบุกเข้าไปข้างใน เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องนี้เกิดขึ้นที่อเมริกา เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์พันลึกและนึกไม่ถึงว่า อเมริกามันก็โหลยโท่ย เพราะฉะนั้นท่านผู้ชมเห็นหรือยังว่า อย่าไปเพียงเพราะว่ามันเป็นฝรั่ง แล้วเรานับถือเป็นพ่อเรา ไม่ใช่นะ ท่านผู้ชม เหมือนกันหมด



อเมริกามีหลายหน้า นายทรัมป์ ก็อีกหน้าหนึ่ง รอดูโจ ไบเดน ขึ้นมาแล้วทำงานต่อไปถึงปีหน้า ท่านผู้ชมก็จะเริ่มเห็นหน้าอีกหน้าหนึ่งของอเมริกาอีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นแล้ว ผมพูดเรื่องนี้ได้ไม่หยุดไม่ยั้ง อีกยาว แต่ต้องการที่จะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เพราะถ้าไม่เล่า เดี๋ยวจะหาว่าผมตกข่าว ผมไม่ได้ตกข่าวหรอกครับ แต่เผอิญในช่วงอาทิตย์นี้เรื่องราวมันเยอะจริงๆ มีอยู่หลายต่อหลายเรื่องที่ต้องเอามาคุยกัน เพราะฉะนั้นเอาเป็นอุทาหรณ์ว่าระบบอะไรก็ตามที่เราเชิดชูหรือเราคิดว่ามันดีที่สุด ในที่สุดแล้วตัวตนที่แท้จริงของมันก็โผล่ออกมา เพราะระบบคือระบบ แต่ที่สำคัญที่สุด คือ คน

คนต่างหาก จะอยู่ในระบบไหนก็ตาม ถ้าคนยังสมองหมาปัญญาควาย หรือคนที่เอาความเชื่อเหนือความจริง จะเป็นคนเชื้อชาติไหน อยู่ที่ใด สันดานจะเหมือนกันหมด ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้ผมพยายามพูดกับท่านผู้ชมมาตั้งนานแล้ว ทุกครั้ง ว่าบทบาทของผมในฐานะผู้เฒ่าเล่าเรื่อง ผมต้องเอาธรรมนำหน้า ก็คือเอาความจริงมาเล่าให้ฟัง ท่านผู้ชมตัดสินเอาเองว่าสิ่งที่ผมพูดนั้น ท่านผู้ชมเห็นด้วยหรือเปล่า หรือว่าผมมโน ถ้าเห็นว่าผมมโน ก็ไม่ต้องเข้ามาฟัง เพราะว่าทุกวันนี้รายการในเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ก็ยังมีคนที่โง่บัดซบ สติปัญญาต่ำต้อย เข้ามาแล้วก็บอกว่ามึงก็ดีแต่โม้ ผมก็จะถามกลับ แล้วมึงเข้ามาทำห่ า อะไร เสียเวลาฟังเปล่าๆ ว่างนักหรือ กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำหรืออย่างไร ถ้าว่าผมมโน ก็เอาเหตุผลมาว่าสิ ว่าผมมโนตรงไหนบ้าง เราจะได้ถกกันด้วยเหตุผล แต่เนื่องจากว่าเถียงกันไม่ออกไง พอเถียงกันไม่ออก พวกที่เข้ามาป่วนเพจของผมมันก็คล้ายๆ กับลูกน้องทรัมป์ ที่มันบ้าคลั่ง เหมือนกัน ท่านผู้ชม ห่างกันกว่าหมื่นกิโลเมตร แต่สันดานเหมือนกันหมด เพราะว่าสมองหมาปัญญาควายด้วยกันทั้งนั้น


ท่านผู้ชมครับ ถ้าผมเอ่ยชื่อคนๆ นี้ขึ้นมา ผมคิดว่าท่านผู้ชมคงรู้จักดี คนๆ นี้เป็นคนจีน ทั่วโลกก็รู้จักกันมากพอสมควรเลย คนๆ นี้คือแจ็ก หม่า หรือที่เขาเรียกว่า หม่า หยุน "หม่า" คือแซ่หม่า "หม่า" แปลว่า ม้า "หยุน" แปลว่า เมฆ ทีนี้ เกิดอะไรขึ้นกับ แจ็ก หม่า ช่วงนี้ ?


แจ็ก หม่า เป็นคนที่คิดค้นและก่อตั้ง Alibaba ขึ้นมา แล้วกิจการของ Alibaba ก็ขยับขยายไปใหญ่โตมโหฬาร ไปจนถึงระบบการจ่ายเงินโดยใช้ระบบ Alipay มีเว็บไซต์ taobao เว็บไซต์การประมูลสิ่งของซึ่งทำออกมาเพื่อแข่งกับ ebay หลายต่อหลายอย่าง

ช่วงหลังนี้ แจ็ก หม่า เงียบหายไป เป็นเวลา 2 เดือน ไม่มีข่าวคราวเลยแม้แต่นิดเดียว ลักษณะแบบนี้คล้ายๆ ลักษณะของฟ่าน ปิงปิง ท่านผู้ชมคงจำ ฟ่าน ปิงปิง ได้ เป็นนางเอกอันดับหนึ่งของจีน สวยมาก จู่ๆ ฟ่าน ปิงปิง ก็หายตัวไป เมื่อปี 2558 มั้ง รู้สึกจะหายไป 1 ปี


แล้วจู่ๆ ก็โผล่มาขอโทษขอโพยประชาชนชาวจีนที่ตัวเองนั้นหนีภาษี คนก็คาดคะเนว่า แจ็ก หม่า คงจะถูกกักตัว บางคนถึงกับพูดกันสุดโต่งว่า ในที่สุดแล้ว แจ็ก หม่า จะต้องติดตะราง

ก่อนที่จะไปถึงเรื่องราวของ แจ็ก หม่า ถ้าจะเข้าใจเรื่อง แจ็ก หม่า ให้ละเอียดแล้ว เราต้องย้อนหลังกลับไปสัก 100 ปีที่แล้ว เพราะว่ามันมีที่มาที่ไปม ผมจะพยายามอธิบายป่าทั้งป่าให้เข้าใจเสียก่อน แล้วมาลงที่ แจ็ก หม่า


เมื่อ 100 ปีที่แล้ว ปีนี้ 2564 ต้องถือว่าเป็นปีพิเศษ เนื่องจากเป็นวาระครบรอบ 100 ปี ของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2464 ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ พรรคคอมมิวนิสต์จีน สมัยก่อนก่อตั้งขึ้นมาโดยใช้หลักมาร์กซิสต์ เลนิน (Marxist Lenin) ในช่วงเวลา 1 ศตวรรษที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ปรับเปลี่ยน ดัดแปลง วิวัฒนาการลัทธิมาร์กซิสต์ จนกระทั่ง ... พรรคคอมมิวนิสต์จีน จริงอยู่อาจจะใช้ลัทธิมาร์กซิสต์ แต่เขามีวิธีการที่เขาปรับเปลี่ยนตัวเอง จนกลายเป็นระบอบสังคมนิยมที่มีอัตลักษณ์จีน คืออะไร ?

Socialism Democracy with Chinese Characteristic หรือถ้าเราจะทำการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงประเทศไทย เราก็อาจจะบอกว่าเรามีประชาธิปไตยแบบสากลแต่มีอัตลักษณ์คนไทย ที่ไม่เหมือนสากล


การปรับเปลี่ยนของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งนี้ ในทางเศรษฐกิจเป็นที่ชัดเจนว่า ในยุค เติ้ง เสี่ยวผิง เป็นต้นมา จีนได้เปิดรับระบอบทุนนิยมเข้ามาใช้ จนปัจจุบันจีนกลายเป็นประเทศที่มีระบอบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก แล้วว่ากันว่า ไม่เกิน 5 ปีนี้ ด้วยโควิด-19 ที่จีนฟื้นฟูได้ก่อนเพื่อนในโลกนี้ และในปี 2563 ที่ผ่านไป ทุกประเทศติดลบหมด มีจีนประเทศเดียวที่บวก 1.9 และแนวโน้มก็จะบวกมากขึ้น

ทีนี้ ตลอดระยะเวลา 100 ปีที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่เพียงแต่ต้องกัดฟันต่อสู้กับสงครามที่ต่อต้านการรุกราน การแทรกแซงจากต่างชาติ สงครามกลางเมือง สงครามโลก สงครามเย็น สงครามระดับภูมิภาค นั่นคือสงครามเกาหลี ไม่นับรวมกับแย่งชิงอำนาจในประเทศของตัวเองทุกยุคทุกสมัย โดยที่หนักหนาที่สุดก็คือการปฏิวัติวัฒนธรรม เมื่อปี 2509-2519 (10 ปี) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2563 ที่ผ่านมนานี้ เกิดวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังต้องฟันฝ่าอุปสรรคที่มีข้อกล่าวหาว่าประเทศจีนเป็นต้นตอของโควิด-19 รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจทั้งภายใน-ภายนอก จนกระทั่งจีนสามารถผ่านพ้นวิกฤตมาได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งหมดนี้มันมีหลักการง่ายๆ หลักการหนึ่ง ซึ่งท่านผู้ชมหลายท่านอาจจะไม่เข้าใจ


คือในโลกนี้ ขณะนี้ มันมีทุนนิยม ด้านหนึ่งเรียกว่าทุนนิยมประชาธิปไตย อีกด้านหนึ่งคือทุนนิยมเผด็จการ

ทุนนิยมประชาธิปไตย วิกฤตโควิด-19 ท่านผู้ชมรู้ไหมว่ามันเป็นบททดสอบจริงๆ ไม่เพียงเรื่องความแข็งแกร่งของระบบสาธารณสุขอย่างเดียว ยังเป็นบททดสอบโครงสร้างสังคม ความมีวินัยของคนในชาติ หรือทดสอบความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ แต่ยังจะเป็นบททดสอบสำคัญของระบอบการเมืองด้วยว่า ระบอบใดจะสามารถรับมือและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพที่สุด


อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่า ปี 2563 มีประเทศจีนประเทศเดียวที่เจริญเติบโต 1.9 เปอร์เซ็นต์ ทุกคนติดลบกันหมด ติดลบขนาดไหน ผมจะเอาตัวเลขให้ดู อเมริกาติดลบ 4.3 เปอร์เซ็นต์ อังกฤษติดลบ 9.8 เปอร์เซ็นต์ สหภาพยุโรป (อียู) ติดลบ 8.3 เปอร์เซ็นต์ เศรษฐกิจญี่ปุ่นติดลบ 5.3 เปอร์เซ็นต์ และเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ หรือที่เขาเรียกว่า Emerging Markets ติดลบ 3.3 เปอร์เซ็นต์ มีแต่เศรษฐกิจจีนเท่านั้นที่บอกว่าตัวเองนั้นบวก 1.9 เปอร์เซ็นต์

หน้าปก ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งนะครับ นิตยสาร TIME เดี๋ยวผมจะเอาหน้าปกขึ้นให้ดู หน้าปกนิตยสาร TIME ในวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 ระบุว่า ระบบทุนนิยมโดยรัฐ หรือระบบเศรษฐกิจทุนนิยมเผด็จการ จะได้รับชัยชนะในอนาคต ท่านผู้ชม นิตยสาร TIME เป็นนิตยสารทางตะวันตก ทำไมถึงกล้าพูดเช่นนี้ ?


ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการ และใช้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม หรือเรียกสั้นๆ ว่า ทุนนิยมเผด็จการ บางคนเรียกว่า ทุนนิยมรัฐ อย่างจีน มีประสิทธิภาพในการจัดการวิกฤตสูง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับบรรดาเหล่าประเทศทุนนิยมเสรีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ อเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น ยังหาทางออกไปจากวิกฤตโควิด-19 แทบไม่เจอ แล้วประเทศไทยล่ะ ?

นี่ขอนอกเรื่องนิดหนึ่ง ประเทศไทยก็ต้องถือว่าเป็นทุนนิยมเผด็จการนะ ท่านผู้ชม เพราะว่าประเทศไทยไม่เคยมีประชาธิปไตยเต็มที่ การมี ส.ว.250 เสียง เป็นการผูกขาดตำแหน่ง อำนาจนายกรัฐมนตรีอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่อย่างที่ผมบอกว่า ถ้าเรามีทุนนิยมรัฐ เพราะรัฐตอนนี้ เนื่องจากเสียงในสภา อย่างไรก็เป็นเสียงของรัฐบาล โครงการต่างๆ จะสร้าง ก็สามารถจะทุบโต๊ะสร้างได้ มีปัญหาก็ยกมือกันในสภา ทุนนิยมเผด็จการ กึ่งๆ เผด็จการของไทย ก็สามารถจะเอาชนะทางการเมืองไปได้ ก็คือพูดง่ายๆ ว่า แต่งองค์ทรงเครื่องนิดหนึ่ง ให้ดูว่าพอจะเป็นประชาธิปไตยบ้าง แต่แท้ที่จริงแล้วก็ยังคงเป็นเผด็จการอยู่ โดยโครงสร้างทางรัฐธรรมนูญ แต่ทำไมจีนถึงไปได้ดีล่ะ ? จีนก็ทุนนิยมรัฐเหมือนกัน ประเทศไทยก็ทุนนิยมรัฐเหมือนกัน กลับไปสู่จุดเดิมครับท่านผู้ชม "เมืองไทยเราไม่มี สี จิ้นผิง" แต่จีนมี สี จิ้นผิง


ท่านผู้ชมครับ แม้ว่าจีนจะนำระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเข้ามาปรับใช้ในระบอบการปกครองแบบสังคมนิยม ภายใต้การนำของพรรคเดียว คือพรรคคอมมิวนิสต์จีน มากแค่ไหน แต่จีนไม่เคยปล่อยให้นายทุนหรือพ่อค้า เข้ามามีอิทธิพลเหนือระบบการเมือง ระบบการเมืองของจีนที่กำหนดกรอบและวางรากฐานมาอย่างยาวนาน

ตัวอย่างที่บ่งชี้ให้เห็นชัดที่สุดเวลานี้ คือกรณี แจ็ก หม่า หรือนายหม่า หยุน แห่ง Alibaba ท่านผู้ชมครับ แจ็ก หม่า ค้นพบทางตันเมื่อจีนไม่ยอมให้นายทุนอยู่เหนือการเมือง เมืองไทยเป็นทุนนิยมรัฐจริง รัฐมีอำนาจเด็ดขาด แต่เมืองไทยยอมให้ทุนอยู่เหนือการเมือง เพราะทุนจะเป็นตัวกำหนดการเมืองทุกอย่าง ต่างกับจีน จีน ใช้อำนาจรัฐในการปกครอง แล้วใช้ระบบทุนนิยมในอำนาจรัฐ แต่เมื่อเป็นทุนนิยมแล้วจะไม่มีวันให้นายทุนคนไหนที่ร่ำรวยขนาดไหนก็ตาม มามีอำนาจเหนือรัฐ


ท่านผู้ชมยังจำได้ไหม เมื่อประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน 2563 แจ็ก หม่า จะเอาบริษัทๆ หนึ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ ชื่อ "แอนท์กรุ๊ป" (ANT GROUP) คือ มด เขาจะเสนอขายหุ้นใหม่ IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ เพียง 48 ชั่วโมง ทางการจีนได้สั่งการให้ ANT GROUP ระงับการทำ IPO ซึ่งในเวลานั้นทั่วโลกคาดหมายว่า IPO ของ ANT GROUP จะเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าถึง 37,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทย 1.12 ล้านล้านบาท ทางการจีนระบุว่า ANT GROUP ถูกระงับการเสนอขายหุ้น IPO ด้วยเหตุผลที่่ว่า "ไม่ผ่านเงื่อนไขบางอย่าง" จริงๆ แล้วเงื่อนไขบางอย่างนี้ เมื่อดูตามเหตุผลที่แทัจริงแล้ว ก็คือว่า มันมีการสัมมนาที่เขาเรียกว่า THE BUND SUMMIT

BUND คือ ย่านที่ติดแม่น้ำแยงซีเกียง แม่น้ำฉางเจียง ที่อยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ที่อยู่ริมแม่น้ำ ท่านผู้ชมที่เคยไปเซี่ยงไฮ้จะเห็นที่มีอาคาร คล้ายๆ อาคารฝั่ง ซึ่งสมัยก่อนที่ฝรั่งเข้ามายึดเซี่ยงไฮ้ ก็มาสร้างอาคารอยู่ริมแม่น้ำพวกนี้ เขาเรียกตรงนั้นว่า THE BUND มีการชุมนุม ประชุมกันที่ THE BUND ในวันที่ 24 ตุลาคม 2563 ประมาณเดือนกว่าๆ สองเดือน


ในการประชุมวันนั้นมีคนเข้าประชุมที่สำคัญหลายคน มีตัวแทนธนาคารกลาง ผู้ควบคุมกฎการธนาคารจีน ทุกอย่าง คือผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นตัวเอ้อยู่ในโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจีน อุปมาอุปไมยเหมือนการประชุม แล้วมีรัฐมนตรีฯ คลังบ้านเราไปนั่ง มีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเข้าไปนั่ง มี ก.ล.ต.เข้าไปนั่ง มีตลาดหลักทรัพย์ฯ เข้าไปนั่้ง

วันนั้น นายแจ็ก หม่า ได้วิพากษ์วิจารณ์ธนาคารกลาง และผู้คุมกฎการธนาคารจีน ในทางลบ ก็คือว่า นายแจ็ก หม่า พอประสบผลสำเร็จแล้ว จะสังเกตอย่างหนึ่งว่า นายแจ็ก หม่า เวลาเดินทางไปต่างประเทศ ชอบเลกเชอร์สั่งสอนคน ว่าถ้าอยากจะสำเร็จต้องทำอย่างนี้ ชีวิตต้องเป็นอย่างนี้ อย่างนั้น ต้องเริ่มอย่างนี้ หลายๆ อย่าง ไปสอนวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้หลายๆ ประเทศ ไม่ยกเว้นแม้กระทั่งประเทศไทย

ฉะนั้น นายแจ็ก หม่า ก็เลยมีความรู้สึกว่าในขณะนั้นตัวเองจะเอา ANT GROUP ... ANT GROUP นี่ใหญ่ขนาดไหน ? ใหญ่มากครับท่านผู้ชม เดี๋ยวผมจะอธิบายใหัฟังว่าใหญ่แค่ไหน


ก็คือพูดง่ายๆ ว่า นายแจ็ก หม่า มาตำหนิรัฐบาลจีน ธนาคารกลางจีน ผู้ควบคุมกฎจีน ว่า เฮ้ย สถานภาพทางการเงิน ระบบระเบียบการเงินการคลังของจีนนั้่น จะต้องเปลี่ยนแล้ว จากกระบวนทัศน์ คอนเซปต์ที่เป็นโรงรับจำนำ ต้องพึ่งพาการพัฒนาระบบสินเชื่อ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการควบคุมอย่างเข้มงวดของจีน แล้วก็รัฐบาลไม่ได้คำนึงถึงความต้องการของผู้บ้ริโภค นอกจากนั้นยังขัดขวางการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินที่ภาษาทางการเงินเขาเรียกว่า ฟินเทค (FinTech) การปากพล่อย ความปากพล่อยของ แจ็ก หม่า เป็นกระแสร้อนแรงไปทั่ววงการกาเรงินและในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตในจีนบางส่วนมองว่า แจ็ก หม่า เป็นคนที่ชอบพูดให้ตัวเองดูดี ดูเท่ ชอบใช้คำคม แสดงความเก่งกาจ แต่การพูดคราวนี้สะดุดหัวแม่ตีนตัวเอง เพราะว่าทำให้ตัวเองต้องเสียทั้งเงินทั้งโอกาสในพริบตา เพราะการประกาศของรัฐบาลจีนให้ระงับการทำ IPO ของ ANT GROUP ในนาทีสุดท้ายนี้ ทุบราคาหุ้น Alibaba ร่วงไปเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้ชมรู้หรือเปล่าว่า 10 เปอร์เซ็นต์ คือเท่าไร ? 10 เปอร์เซ็นต์ คือเกือบ 76,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย 2.3 ล้านล้านบาท เกือบเท่ากับงบประมาณแผ่นดินของประเทศไทย ในตลาดนครนิวยอร์ก

อีกเหตุผลสำคัญในการสั่งระงับทำ IPO ครั้งนี้ เป็นสัญญาณจากผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ว่า พวกเขาไม่สบายใจกับอิทธิพลมหาศาลของ ANT GROUP ที่บ่อนทำลายอำนาจของสถาบันการเงินของรัฐ รวมทั้งยังเป็นการปราม เป็นการตบปาก แจ็ก หม่า ที่ต้องการให้ทางการจีนปฏิบัติต่อ ANT GROUP ในฐานะบริษัทเทคโนโลยี แทนที่จะเป็นสถาบันการเงินที่ถูกควบคุม

ท่านผู้ชมครับ ด้วยรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร ไม่มีคู่แข่งในจีน ANT GROUP ประสบผลสำเร็จในฐานะที่เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบของภาคการธนาคาร แม้กระทั่ง ANT GROUP จะมีการเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินมากมาย แต่การที่แบงก์ต่างๆ ใช้ผู้ปล่อยกู้รายย่อย หรือแพลตฟอร์มเทคโนโลยีบุคคลที่สาม เช่น ANT GROUP เป็นผู้รับประกันเงินกู้ ก่อให้เกิดความเสี่ยงเรื่องการเพิ่มขึ้นของหนี้เสีย


ท่านผู้ชมครับ การสั่งสอน แจ็ก หม่า ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ไม่ได้จบเพียงแค่นั้น วันที่ 28 ธันวาคม 2563 แบงก์ชาติจีนเรียกผู้บริหาร ANT GROUP ให้เข้ามาแก้ไข ปรับปรุงธุรกิจ สรุปง่ายๆ ก็คือ มาสั่งว่าอันนี้คุณทำได้ อันนี้คุณทำไม่ได้ อันนั้นคุณทำได้ อันนั้นคุณทำไม่ได้ และที่สำคัญให้เลิกกีดกันคู่แข่ง ตอนนั้นข่าวลือก็ออกมาเยอะเลยว่า เขาห้ามไม่ให้ แจ็ก หม่า เดินทางออกนอกประเทศ

คำแถลงเรื่องเรียก ANT GROUP มาพบคราวนี้มีขึ้นหลังจากเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2563 หน่วยงานกำกับตรวจสอบทางการจีนได้ระงับแผนการที่จะให้ ANT GROUP เข้าตลาดหลักทรัพย์ในฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้

เท่านั้นยังไม่พอ ประเทศจีนเวลาจะทุบใคร ทุบเป็นชุดเลย ก็ดูอย่างจีนทุบฮ่ององก ทุบเป็นชุดเลย เอากฎหมายเข้ามาก่อน แล้วจัดการ เอาคนที่สำคัญเข้าไปติดคุก แล้วล่าสุด เวลาผ่านมาหลายเดือนแล้ว จีนเพิ่งจะจับตัวผู้ที่จีนมองว่าเป็นอันตรายต่อระบอบการปกครองพรรคคอมมิวนิสต์ในฮ่องกงอีก 50 กว่าคน มีทั้งนักวิชาการ มีทั้งนักธุรกิจ


ท่านผู้ชมครับ ตอนนี้จีนก็ออกกฎใหม่แล้ว ระงับการผูกขาด ก็คือพูดง่ายๆ ว่าจะซอย Alibaba ให้มันเล็กลง เพราะคุณใหญ่เหลือเกิน ใหญ่มากเกินไป เป็นอันตรายต่อจีน ก็เลยออกกฎหมายป้องกันการผูกขาดขึ้นมา มีระเบียบออกมาใหม่เลย และไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เมื่อเขากระทืบ Alibaba แล้ว เขาก็เลยถือโอกาสจระเข้ฟาดหางให้กับกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยี อย่างเช่น TenCent, Baidu หลายๆ บริษัทที่มีอำนาจอยู่ในตลาดหลักทรัพย์

ด้วยเหตุที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้คนวิเคราะห์ว่า ตอนนี้จีนกำลังจะสั่งสอนนายทุนหลายๆ คนว่าคุณรวยขึ้นมา มีเงินเป็นหมื่นๆ ล้าน แสนๆ ล้านบาท ล้านล้านบาท เป็นเพราะว่าผมให้คุณรวยนะ แต่คุณอย่าทะลึ่งมาทำตัวใหญ่กว่ารัฐบาล แต่มันยังมีเบื้องหลังอีกนะท่านผู้ชม เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง ซึ่งเบื้องหลังนี้ผมเชื่อว่ายังไม่เคยมีใครวิเคระห์ออกมา เคยมีคนพูดถึงเรื่อง แจ็ก หม่า หายไปไหน


ท่านผู้ชมครับ Alipay ของ แจ็ก หม่า ของ Alibaba มีคนใช้ระบบนี้อยู่เท่าไร ท่านผู้ชมรู้ไหม ? 730 ล้านคน แล้ว ANT GROUP ของ Alibaba สร้างอาณาจักร เขาเชื่อมโยงระหว่างผู้กู้กับผู้ปล่อยกู้ ทำให้ผู้ใช้บริการได้รับอนุมัติเงินกู้ระยะสั้นภายในไม่กี่นาที และเชื่อว่าเมื่อ ANT GROUP เข้าตลาดหลักทรัพย์ จะมีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อเริ่มจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ท่านผู้ชมครับ 3 แสนล้านดอลลาร์ นี่ เท่าไรครับ ? 9 ล้านล้านบาท เท่ากับงบประมาณแผ่นดินของประเทศไทย 3 ปีซ้อน นี่คือมูลค่าทางตลาดของเฉพาะ ANT GROUP อย่างเดียวนะ

ทีนี้ ANT GROUP ใหญ่แค่ไหน ? ANT GROUP ใหญ่มาก เขาเป็นเจ้าของตลาดอี-คอมเมิร์ซ ทั้งAlibaba, Taobao ส่วนในเมืองไทย Alibaba ก็เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ Lazada นี่เป็นของ Alibaba Alibaba ถือหุ้น 90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้การใช้ข้อมูลการซื้อขายในแพลตฟอร์มเหล่านี้มาประเมินสินเชื่อของผู้ขายและผู้ซื้อได้อย่างง่ายดาย เพราะฉะนั้นแล้วคู่แข่งปัจจุบันของ ANT GROUP ก็มี WeChat Pay ของ TenCent, PayPal ของอเมริกา และ Apple Pay ของกลุ่ม Apple แต่ว่า ANT GROUP ใหญ่กว่าเยอะ ยอดเงินของการที่จะใช้ AliPay ผ่านทาง ANT GROUP ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าของจีนเท่าไร ? 17.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ของ VISA ทั่วโลกเลย 11.3 ล้านล้านเหรียญ แพ้ ANT GROUP ตั้ง 6 ล้านล้านเหรียญ ของบัตรเครดิต MasterCard ก็แค่ 6.3 ล้านล้านเหรียญ


เมื่อเทียบปริมาณธุรกรรมของ ANT GROUP กับสองบริษัทผู้ให้บริการชำระเงินยักษ์ใหญ่ของโลก คือ VISA และ MasterCard จะเห็นได้ชัดว่า ลำพังบริษัท ANT GROUP เพียงบริษัทเดียว เกือบเท่ากับสองบริษัทรวมกัน และถ้าดูจำนวนคนที่ใช้บริการ AliPay ตอนนี้มีใช้มากกว่า 1 พันล้านรายทั่วโลก 9 ล้านรายใช้ในประเทศจีน อีกอย่าง จำนวนธุรกรรม ANT GROUP เป็นที่น่าแปลกใจอย่างมาก เพราะว่าจำนวนธุรกรรม ที่เขาเรียกว่า transaction ทั้งหมดในปี 2562 สองปีที่แล้ว อยู่ที่ 15 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย 469 ล้านล้านบาท เป็นมูลค่าที่สูงมาก แทบจะเทียบเท่ากับ GDP ของกลุ่มประเทศ EU เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมลองคิดดูว่าใหญ่ขนาดไหน


สัดส่วนรายได้ปี 2562 ของ ANT GROUP สัดส่วนที่ได้จากการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ประมาณ 2.4 แสนล้านบาท การปล่อยสินเชื่อ ที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Microfinancing 2 แสนล้านบาท การลงทุน 8 หมื่นล้านบาท ธุรกิจประกันภัย 4 หมื่นล้านบาท คือ ANT GROUP นี่ขายทุกอย่าง ขายประกันชีวิต ประกันภัยด้วย

ท่านผู้ชมครับ ใหญ่แค่ไหนก็ตาม ในประเทศจีนก็ไม่พ้นการถูกเคาะกบาลจากรัฐบาลจีน จีนใช้กำปั้นเหล็ก ห้ามนายทุนจีนผูกขาด จีนออกกฎป้องกันพฤติกรรมการผูกขาดของบริษัทอินเทอร์เน็ต และกรมการเมือง ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้ประกาศว่า ปีหน้าจะเพิ่มความพยายามมากขึ้นในเรื่องการป้องกันการผูกขาด รวมทั้งควบคุมการขยายเงินทุนอย่างไร้ระบบ นั่นก็คือว่า บริษัทใหญ่ๆ ที่อยู่ในจีนตอนนี้ เขาจะซอยให้เล็กลง บีบให้มันเล็กลง เพราะฉะนั้นแล้ว จีนเตือนแล้วนะ เตือนบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น TenCent หรืออะไรหลายอย่าง เขาจะต้องถูกตรวจสอบมากขึ้นกว่าเก่า


ท่านผู้ชมครับ เรื่องของ แจ็ก หม่า มันมีอยู่ประเด็นหนึ่งซึ่งไม่มีใครพูดถึง ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าประเทศจีนเคยมีนักธุรกิจที่อวดดี หาญสู้ประเทศจีน รัฐบาลจีน เพียงเพราะว่าตัวเองรวย คนหนึ่งชื่อ นายเหริน จื้อเฉียง นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ร่ำรวยและโด่งดังมากในจีน เคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิ สี จิ้นผิง ในการจัดการโควิด-19 ของรัฐบาลจีน ปรากฏว่าโดนรัฐบาลจีนจับ เดือนกันยายน 2563 เขาถูกตัดสินจำคุก 18 ปี ในข้อหาคอร์รัปชัน หลังจากการพิจารณาคดีเพียง 1 วัน

อีกตัวอย่างหนึ่งถึงการใช้อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของรัฐบาลจีน คือ กรณีที่เกิดขึ้น ที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อกี้นี้ กับซูเปอร์สตาร์หญิงที่ชื่อ ฟ่าน ปิงปิง ในปี 2561 ฟ่าน ปิงปิง โดนข้อหาหนีภาษี เป็นซูเปอร์สตาร์แถวหน้าสุดของจีน แฟนคลับมากมาย มีธุรกิจ เปิดโปรดักชันขึ้นมา นิตยสาร FORBES China นิตยสารธุรกิจฉบับภาคภาษาจีน ตีพิมพ์ข้อมูลความร่ำรวยของ ฟ่าน ปิงปิง ว่าเธอมีรายได้ช่วงนั้นถึง 300 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,500 ล้านบาท ครองอันดับ 1 ที่ทำรายได้มากที่สุดของจีน ติดต่อกัน 4 ปี


จู่ๆ ในปี 2561 ฟ่าน ปิงปิง กำลังโด่งดังสุดๆ อยู่ๆ เธอหายตัวไป คือหายเงียบไปจากวงการบันเทิง งานที่ตกลงกันว่าจะทำ ก็ยกเลิกหมด ให้คนอื่นมาทำแทน ก็คือสรุปง่ายๆ ว่า ทางการจีนกักตัว ผ่านไป 3 เดือน ทางการจีนก็ออกข่าวว่า ได้สั่งปรับ ฟ่าน ปิงปิง ราว 120 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4,300 ล้านบาท ข้อหาหลบเลี่ยงภาษี


จริงๆ แล้วคดีเลี่ยงภาษีไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โต แต่สื่อทางการจีนรายงานว่า การลงดาบ ฟ่าน ปิงปิง ครั้งนี้เกี่ยวกับการกู้ยืมเงินที่ผิดกฎหมาย การให้สินบน การฟอกเงิน การปั่นหุ้น กระทั่งการร่วมทำธุรกิจกับข้าราชการ ทำรายได้มากยิ่งกว่างานในวงการบันเทิง ก็เลยมีการเชือดไก่ให้ลิงดูในยุคประธานาธิบดี สี จิ้นผิง

ฟ่าน ปิงปิง ทำอย่างไร ? โดนกักตัว เสียการเสียงาน ต้องเสียภาษีอีก 4 พันล้าน ฟ่าน ปิงปิง ทำอย่างไร ? จะทำอย่างไรได้ล่ะ ฟ่าน ปิงปิง ก็ออกมาโพสต์จดหมายขอขมาลาโทษในเว็บไซต์เว่ยปั๋ว คือโซเชียลมีเดียของจีนที่คล้ายๆ ทวิตเตอร์ เธอบอกว่า "ช่วงที่ผ่านมาฉันได้คิดทบทวนต่อการกระทำที่ตัวเองได้ทำลงไปแล้ว รู้สึกละอายใจมาก และขอโทษทุกคนอย่างจริงใจจริงๆ หลายปีมานี้ฉันไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ สังคม เอาแต่ประโยชน์ตนเป็นหลัก โดยใช้เล่ห์อุบายแบ่งแยกสัญญาค่าจ้างรายได้ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ช่วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สรรพากรได้สอบสวนฉัน และตรวจสอบบริษัทของฉัน ระหว่างนั้นฉันได้ทบทวนตัวเอง และรู้สึกละอายใจมาก ในฐานะบุคคลสาธารณะ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และเป็นแบบอย่างที่ดีของวงการ และสังคม ไม่หลงละโมบไปกับผลประโยชน์ก้อนใหญ่ ย่อหย่อนในการดูแลจัดการธุรกิจจนเข้าขั้นฝ่าฝืนกฎหมาย ดังนั้นจึงขออภัยจากสังคม เพื่อนๆ ที่รักและห่วงใยฉัน ประเทศชาติ และกรมสรรพากร" แล้วฟ่าน ปิงปิง ตบท้ายด้วยคำพูดว่าอย่างไรรู้ไหมท่านผู้ชม ? ฟังดีๆ "ความสำเร็จในทุกๆ อย่างของฉันล้วนได้มาจากการสนับสนุนของประเทศชาติและประชาชน หากไม่มีนโยบายสนับสนุนจากพรรคฯ และประเทศชาติ ไม่มีความรักใคร่ชื่นชมของประชาชน ก็ไม่มี ฟ่าน ปิงปิง"


เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าใช้กระบวนทัศน์ คำพูดของ ฟ่าน ปิงปิง มาพูด แล้วไปล้อเลียนกระบวนทัศน์ของ แจ็ก หม่า ก็คือว่า ความสำเร็จของผมทุกๆ ก้าว Alibaba ล้วนได้มาจากการสนับสนุนของประเทศชาติและประชาชน หากไม่มีการสนับสนุนจากพรรคฯ และประเทศชาติ ก็จะไม่มี Alibaba เกิดขึ้น เห็นไหมท่านผู้ชม


สิ่งที่เกิดขึ้นจาก เหริน จื้อเฉียง, ฟ่าน ปิงปิง รวมทั้ง ANT GROUP ตอกย้ำว่าความเคารพต่อผู้มีอำนาจในรัฐบาล เป็นสิ่งที่สำคัญมาก

แจ็ก หม่า พลาดไปในเรื่องนี้ แต่ลึกๆ แล้ว ท่านผู้ชมครับ ผมไปดูข้อมูลบางอย่าง ผมเห็นแล้วว่าคนที่ถือหุ้น Alibaba ท่านผู้ชมรู้ไหม แจ็ก หม่า ถือไม่ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือท่านผู้ชมรู้ไหมว่าใคร ? ฝรั่ง ต่างชาติหมดเลย กองทุนต่างชาติเข้ามาถือ หรืออีกนัยหนึ่งพูดได้ว่า เจ้าของ Alibaba ที่แท้จริงไม่ใช่คนจีน ไม่ใช่ แจ๊ก หม่า แต่เป็นกองทุนต่างชาติที่ถืออยู่ และถ้า Alibaba สามารถเอา ANT GROUP เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ Alibaba จะถือหุ้นอยู่ใน ANT GROUP 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นแล้ว หุ้นใหญ่ของ Alibaba ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าคือใคร ? ญี่ปุ่น SoftBank


Joe Tsai เป็นคนไต้หวัน-แคนาดา-ฮ่องกง อดีตผู้บริหารและ Jerry Yang อดีตผู้บริหาร Yahoo! นั่นคือผู้ลงทุนในยุคแรก ท่านผู้ชมรู้ไหมว่า SoftBank ถือหุ้นอยู่กี่เปอร์เซ็นต์ ? เฉพาะ SoftBank อย่างเดียว SoftBank ถืออยู่ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์

SoftBank เป็นของญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นลูกไล่ของอเมริกา เท่ากับว่าอเมริกากำลังอยู่ในสถานภาพเป็นเจ้าของ Alibaba ท่านผู้ชมครับ Alibaba เป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน นับตั้งแต่ IPO ในตลาดนิวยอร์ก ในเดือนกันยายน 2557 ด้วยมูลค่ากว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 750,000 ล้านบาท ตอนนี้อย่างที่ผมบอก แจ๊ก หม่า ถือหุ้นน้อยมาก


อันดับสอง คือ Joe Tsai นักธุรกิจชาวไต้หวัน-แคนาดา-ฮ่องกง ถืออยู่ 11.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วน SoftBank ถืออยู่ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ สองตัวนี้ก็เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ยังมีกองทุนต่างๆ อีก


ผู้ถือหุ้นอันดับ 3 Yahoo! ตั้งขึ้นมา ผู้ถือหุ้นอันดับ 4 คือ BlackRock เป็นบริษัทลงทุนสัญชาติอเมริกัน ถือหุ้นอยู่ใน Alibaba ราว 3 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 5 คือ T.Rowe Price Associate บริษัทบริหารกองทุนสัญชาติอเมริกัน โดยถือหุ้น Alibaba อยู่ 2.8 เปอร์เซ็นต์


โดยรวม ผู้ถือหุ้น Top 5 ถือหุ้น Alibaba รวมกันมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ สรุปแล้ว Alibaba เป็นของต่างชาติ ท่านผู้ชม Alibaba เป็นของต่างชาติ เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัด พรรคคอมมิวนิสต์ปล่อยให้นายทุนรวยได้ แต่อย่าเหิมเกริม วิพากษ์วิจารณ์ และยิ่งพรรคคอมมิวนิสต์รู้อยู่แล้วว่า Alibaba ไม่ใช่ของ แจ็ก หม่า เป็นของต่างชาติ ก็คือมาหลอกขายของให้คนจีน คนทั่วโลก แล้วโกยเงินคนจีน ตลาดคนจีน 1,400 ล้านคน โกยแล้วส่งคืนไปในรูปแบบของการปันผล ก็คือใช้ร่างทรงของ แจ็ก หม่า แล้วตั้งเครื่องทรงที่ชื่อว่า Alibaba โดยสนับสนุน เอาเงินทุนให้ แจ็ก หม่า ในการเริ่มธุรกิจ Yahoo! สนับสนุน SoftBanา ของญี่ปุ่นสนับสนุน กองทุนต่างชาติสนับสนุน รวมแล้ว 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ แจ็ก หม่า ยังถือไม่ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ เลยท่านผู้ชม เพราะฉะนั้นแล้ว นี่คืออันตรายสำหรับจีน นี่คือพอเริ่มจะเอา ANT GROUP เข้าไป ถ้า ANT GROUP ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อไร มูลค่าทางตลาดของ ANT GROUP จะใหญ่ที่สุดในโลก และใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ใครเป็นคนคุมล่ะ ? 30 เปอร์เซ็นต์ คือ Alibaba คุม แล้วใครเป็นเจ้าของ Alibaba ? ไม่ใช่คนจีน แต่เป็นต่างชาติ


ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง ภาพตรงนี้ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่ สี จิ้นผิง ทำ ไม่มีใครทำได้ ไม่ว่าจะเป็นต้นแบบของทุนนิยมอย่างอเมริกาที่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับการผูกขาดของเฟซบุ๊ก กูเกิล Apple ในธุรกิจออนไลน์ ไม่มีใครทำได้ แต่ สี จิ้นผิง ทำได้ ประเทศจีนทำได้ เพราะทำไมรู้ไหม ? ใครก็ตามเริ่มใหญ่แล้วเริ่มเป็นอันตรายต่อประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีน เขาจะไม่ยอมให้ใหญ่ ผมเชื่อว่า แจ็ก หม่า คงไม่โดนพิพากษาให้จำคุก แต่ แจ็ก หม่า จะต้องออกมาขอโทษเหมือนกับที่ ฟ่าน ปิงปิง ขอโทษ ท่านผู้ชมครับ นี่คือที่มาว่าทำไม แจ็ก หม่า ถึงเงียบสนิท แต่ที่แน่ๆ แจ็ก หม่า ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ และ Alibaba นับไปได้เลยจากปีนี้เป็นต้นไป จะเริ่มมีมาตรการที่จีนออกมา ที่บังคับให้ Alibaba ต้องเล็กลงๆๆ

ท่านผู้ชมครับ เมื่อวันพุธที่แล้วผมได้พูดกับท่านนายกฯ ไปหลายเรื่อง แล้วปรากฏว่าพอผมมาดูเรื่องราวต่างๆ ที่ผมจะพูดแล้ว ยังมีอีก 2-3 เรื่อง ที่ผมลืมที่จะพูด ก็จะถือโอกาสพูดในรายการวันนี้ก็แล้วกัน


เอาเป็นว่าผมอยากจะพูดกับท่านนายกฯ อีกครั้งหนึ่ง คิดว่าท่านผู้ชมคงจะไม่ว่ากัน ถึงแม้ว่าการพูดของผมอาจจะไม่มีผลก็ได้ ท่านนายกฯ อาจจะไม่สนใจ แต่ขอให้รับทราบว่าผมได้พูดกับท่านในเรื่องนี้ คนที่อยู่ใกล้ชิดท่านนายกฯ ช่วยส่งให้ท่านนายกฯ ฟังนิดหนึ่ง

ท่านนายกฯ ครับ เผอิญวันพุธผมค้างอยู่ 2-3 เรื่อง ท่านนายกฯ จำได้ใช่ไหมว่า รัฐบาลท่านนายกฯ เองภายใต้การบริหารทางเศรษฐกิจของท่านสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้สร้างระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือที่เขาเรียกกันว่า EEC ถึงขนาดออกกฎหมาย พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 2561 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2561 นั่นคือการขับเคลื่อนพื้นที่ใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก คือ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา เป็นการต่อยอดจากโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำมากว่า 30 ปีแล้ว


ท่านนายกฯ ตั้งใจจะทำระเบียงเศรษฐกิจนี้เป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ ตอบโจทย์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้โมเดล Thailand 4.0 และต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์ พลิกโฉมอนาคตประเทศรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย 12 อุตสาหกรรม โฟกัสไปที่ 3 กลุ่มธุรกิจศักยภาพสูง กลุ่มแรก คือ กลุ่มธุรกิจสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มดิจิทัลและเทคโนโลยี 5G กลุ่มที่สาม คือ กลุ่มระบบขนส่งอัจฉริยะ ก็คือ Smart Logistics

ท่านนายกฯ ครับ ถ้าท่านจำไม่ได้ ผมเตือนความจำให้ท่านนิดหนึ่ง EEC มีการผลักดันการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน จำนวนเงิน 650,000 ล้านบาท โดย EEC คาดคะเนว่าในช่วงปี 2562-2566 ล่าสุดผ่านไปแล้วสองปี 62-63-64 ไปเจอโควิดเอา 63-64 ก็อาจจะเป็น 2564 จนถึง 2568 ท่านนายกฯ คาดว่า EEC จะสร้างงานได้เกือบ 6 แสนอัตรา และมีบริษัทข้ามชาติใหญ่มากหลายบริษัท จะมาลงทุนใน EEC ไม่ว่าจะเป็น Alibaba, HUAWEI, TOYOTA, MAZDA ลงทุน hybrid และรถไฟฟ้า, Exxon Mobil ซึ่งตอนนี้ถอนตัวไปแล้ว, TCI ผู้ผลิตอาหารและเกษตรครบวงจรของไต้หวัน ผู้ชำนาญในเรื่องของสินค้าแปรรูป


คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุนล่าสุด พื้นที่ EEC จาก BOI ในช่วงมกราคม จนถึงสิงหาคม 2563 ก่อนโควิด มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC ทั้งสิ้น 277 โครงการ เงินลงทุนรวมแล้ว 106,300 ล้านบาท มูลค่าของการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 51 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ

ท่านผู้ชมครับ ท่านนายกฯ ครับ สรุปยอดแล้ว EEC กับการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ EEC จะทำให้เศรษฐกิจจะทำให้เกิด New S-Curve ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้เพิ่มแก่ประเทศถึง 450,000 ล้านบาท มีเงินลงทุนที่จะเข้ามาในช่วง 5-6 ปีนี้ 1.5 ล้านล้านบาท เงินลงทุนที่เข้ามานั้น ถ้าเทียบแล้วก็ประมาณ 30 เกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณแผ่นดิน เงินลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายอีก 1 ล้านล้านบาท แล้ว EEC จะดึงดูดนักท่องเที่ยวถึง 10 ล้านคน


ท่านผู้ชมครับ ท่านนายกฯ ครับ ทำไมผมถึงพูดเรื่อง EEC ให้ท่านนายกฯ ฟัง เหมือนเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน เพราะท่านคงจะรู้ดีอยู่แล้ว แต่เผอิญผมเป็นคนที่สนใจเรื่องการลงทุนใน EEC และการขับเคลื่อนใน EEC เพราะผมรู้ว่า EEC จะเป็นคู่แข่งกับเวียดนาม เพราะเวียดนามในขณะนี้กำลังแย่งลูกค้าในการลงทุนกับประเทศไทย สาเหตุจากการที่มีโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้ห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply chain หลายๆ ตัว ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศจีนนั้น หยุดชะงักไป ทำให้อุตสาหกรรมในโลกนั้นขยับไม่ออก เพราะฉะนั้นแล้ว บริษัทต่างๆ ที่เป็นอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน ก็คือบริษัทผลิตชิ้นส่วนเอย บริษัทผลิตข้าวของให้กับ iPhone เอย พวกนี้ จำเป็นต้องหาสถานที่แหล่งใหม่เพื่อมาตั้ง แม้กระทั่งนักลงทุนจีนเองก็อยากจะมาลงทุนใน EEC เพื่อที่จะไม่ได้มีภาพว่าลงทุนเป็นสินค้าห่วงโซ่อุปทานที่เกิดขึ้นในประเทศจีน เดี๋ยวจะโดนบอยคอตจากอเมริกา หรือจากทางอียูอีก

เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านนายกฯ ต้องยอมรับว่า EEC คือคู่แข่งตัวสำคัญของประเทศไทยที่ต้องแข่งกับเวียดนาม แต่ท่านนายกฯ ครับ คนที่เป็นนักลงทุนไม่ใช่คนโง่ เขาฉลาด เขามีแหล่งข่าว เขามีข้อมูล เขามีทุกอย่าง ถ้าเขารู้ว่าเขาต้องเข้ามาที่ 3 จังหวัด ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา แล้วมาเจอมาเฟียสีกากี มาเฟียที่เป็นตำรวจ เรื่องบ่อนของไทยฉาวโฉ่ไปทั่วโลก เขารู้หมด ตัวแทนของเขาที่อยู่ในประเทศไทยก็ต้องแจ้งว่าตำรวจเองมีส่วนเกี่ยวข้องในการตั้งบ่อน ท่านนายกฯ คิดว่านักลงทุนที่จะมาลงทุนใน EEC จะคิดอย่างไร เขาคงไม่อยากจะถูกตำรวจในภาคตะวันออก ภาค 2 ตบทรัพย์มั้ง ก็ขนาดตำรวจยังเปิดให้เจ้าของบ่อนประมูลได้เลยในการตั้งบ่อน


แล้วถ้าเกิดเขาเข้ามาแล้วเขาโดนเรียก เฮ้ย ต้องจ่ายค่าต๋งเท่านี้นะ รถถึงจะวิ่งออกจากนี่ได้ ต้องจ่ายเป็นรายเดือนเท่านี้เท่านั้น ท่านนายกฯ ครับ อย่าปฏิเสธเรื่องนี้ มันเกิดขึ้นแน่นอน มันเกิดขึ้นจริงๆ ท่านนายกฯ ผมหวังว่าท่านนายกฯ คงไม่เดินอยู่บนทุ่งลาเวนเดอร์ แล้วก็บอกว่า ไม่มีทาง มันเป็นของมันอย่างนั้นล่ะครับ ไม่มีทางปฏิเสธ



เราจะทำอย่างไรที่จะให้นักลงทุนทั้งหลายเข้ามาลงทุนใน EEC ด้วยความมั่นใจในศักยภาพของประเทศ ด้วยความพอใจในทักษะของคนไทยที่มาร่วมทำงานในโรงงานของเขา เป็นลูกจ้างเขา และด้วยความสบายใจที่เขาไม่ถูกรังแกโดยเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมทางด้านกฎหมาย ซึ่งก็หนีไม่พ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านนายกฯ ครับ การปราบมาเฟียตำรวจนั้น ต้องเด็ดขาด และคนที่จะไปนั่งอยู่เป็นผู้บัญชาการภาค 2 ในอนาคต ภาค 2 คือภาคฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด จะเป็นแหล่งเงินแหล่งทองมหาศาล และถ้าเรามีผู้บัญชาการตำรวจภาค 2 และความไร้สมรรถภาพของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผสมผสานกัน ท่านนายกฯ ครับ ผมมองไม่เห็นการเจริญเติบโตของ EEC และเสียดายความมุ่งมั่น เสียดายความตั้งใจที่จะทำให้ EEC นั้นเป็นอนาคตของประเทศไทย ผมว่าพังทลายแน่นอน

EEC เป็นอนาคตของธุรกิจ แล้วถ้าเขาเทตัวเขาเองไปที่เวียดนามล่ะ ผมยังไม่เคยเห็นมีตำรวจเวียดนามให้มีการเปิดประมูลบ่อนเลย เวียดนามเขาเด็ดขาดมากกับเจ้าหน้าที่ของเขา เวียดนามเขาไม่มีพี่น้อง เขาไม่มีกลุ่มพรรคพวกเขาที่จะช่วยเหลือกัน โน่นนี่นั่น เขาไม่มี เพราะผมติดตามข่าวการเมืองเวียดนามมาตลอด เวลาเขาลงโทษ เขาลงโทษคนอย่างแรง และเขาลงโทษเร็ว เขาไม่เหมือนเราที่เอะอะอะไรก็ตั้งกรรมการกัน ตั้งกรรมการกันไป ตั้งกรรมการกันมา


ท่านนายกฯ ครับ กรณีของคดีบอส วรยุทธ อยู่วิทยา โชคดีที่มีท่านวิชา มหาคุณ เป็นประธานกรรมการ เป็นคนที่ทุกคนเคารพนับถือ ขนาดเป็นท่านวิชา มหาคุณ วันนี้ยังไม่มีคำตอบให้กับประชาชนเลยว่า แล้วคนที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือนายบอส อยู่วิทยา แล้วทำลายคุณภาพของระบบกระบวนการยุติธรรมนั้น มีใครบ้างที่จะต้องโดนเล่นงาน ท่านนายกฯ ครับ เงียบสนิท



แล้วท่านนายกฯ คิดว่าการตั้งกรรมการของท่านอีกครั้งหนึ่งที่มาตรวจสอบเรื่องเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์ และบ่อนระยองนั้น ข้าราชการ และผมคิดว่าที่ปรึกษาท่านนายกฯ คงบอกว่า ตั้งกรรมการแล้วลากมันยาวๆ ไป ใช่ไหมท่านนายกฯ แล้วคนไทยจะลืม ท่านนายกฯ ไม่ลืมหรอกครับงวดนี้ ท่านคงไม่รู้ว่าประชาชนคนไทยทั่วประเทศกำลังโกรธท่านเรื่องนี้มาก ทั้งๆ ที่ท่านก็เป็นคนดี แต่ท่านก็ยังตอบคำถามอีกหลายคำถามไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ท่านทำให้มีความขมุกขมัว มองอะไรไม่ชัดเลยแม้แต่นิดเดียว

เรื่องตำรวจ เห็นชัดๆ เอาล่ะ ขอบคุณท่าน ที่ท่านอุตส่าห์ย้ายท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ในที่สุด ในที่สุดท่านก็ย้าย แต่คำถามต่อมาว่า หัวหน้าหน่วย อย่าง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ไม่มีความผิดเลยหรือ ? ท่านนายกฯ ครับ มีหลายเรื่อง ท่านนายกฯ เป็นประธาน ก.ตร. ผบ.ตร.คนนี้บอกว่า นโยบาย 1 ข้อใน 19 ข้อที่ตั้งเอาไว้ ก็คือว่า การโยกย้ายแต่งตั้งต้องเป็นธรรม ต้องไม่มีเงินไม่มีทองเข้ามาเกี่ยวข้อง คนที่มีความรู้ความสามารถที่จะได้ไป


ท่านนายกฯ ในฐานะท่านเป็นประธาน ก.ตร. ท่านทราบหรือไม่ว่าการโยกย้ายเมื่อเดือนพฤศจิกายนนั้น ผมได้เรียนไปแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่า 14 อำเภอ 14 โรงพักที่ จ.ระยอง บวกกับอีก 8 โรงพักที่ จ.ชลบุรี 22 โรงพัก ระดับผู้กำกับโรงพัก ถูกย้ายกระเด็นกระดอนไป ข้ามภาค ผมเรียนให้ทราบแล้วในรายการคราวที่แล้ว กระโดดไปแม่ฮ่องสอน กระโดดไปที่บึงกาฬ กระโดดไปที่โน่นไปที่นี่ ทั้งๆ ที่คนทั้งหมดนั้นไม่มีความผิดอะไรทั้งสิ้น และคนหลายคนในจำนวน 22 คนนั้น อยู่ในพื้นที่ยังไม่ถึง 2 ปี ท่านนายกฯ ท่านเป็นประธาน ก.ตร. ที่ร้ายที่สุด มีคนมาเล่าให้ผมฟังว่าท่านนายกฯ เป็นคนดูโผ 22 คนนี้เอง ท่านนายกฯ ครับ นี่เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงมาก ผมไม่คิดว่าท่านนายกฯ จะพลาดพลั้ง ถึงขนาดเป็นคนซึ่งสั่งให้ ผบ.ตร.ให้ย้ายคน 22 คนนี้ไป ท่านไม่เคยยุ่งเรื่องนี้ แต่เขาโดนย้ายไปแล้วท่านนายกฯ แล้วท่านนายกฯ รู้ไหมว่าคนพวกนี้ในที่สุดแล้วเขาก็ต้องฟ้องศาลปกครอง แล้วท่านคิดว่าเขาจะฟ้องใคร ? เขาก็ต้องฟ้องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเขาก็อาจจะพ่วงประธาน ก.ตร. คือท่านนายกฯ ด้วย เป็นจำเลย ท่านนายกฯ เรื่องนี้ไม่สนุกครับ

ข้อที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข พูดออกมา เขาพูดออกมาชัดเจนว่าต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ถ้ามีต้องถูกจัดการ การสร้างตัวแบบของการเปลี่ยน mindset เรื่องการแต่งตั้ง แม้ทำไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ต้องช่วยกันให้ได้รับการตอบแทน คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ


ท่านนายกฯ ครับ การโยกย้ายคน 22 คน ก.ตร. และท่านนายกฯ ทำอะไรกับมันบ้าง ผมอยากให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาชี้แจงให้เด็ดขาด ท่านนายกฯ ครับ ท่านมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ไม่มีความกล้าหาญเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหา ทุกวันนี้ให้โฆษกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นคนมาแถลงข่าว ตัวเองหลบอยู่ตลอดเวลา ท่านนายกฯ ผมเป็นประชาชน ผมรับไม่ได้ และผมรู้มาว่ามีการเรียกร้องเงินทองในการโยกย้ายแต่งตั้งครั้งนี้ ท่านนายกฯ ผมรู้ชื่อด้วย เป็นตำรวจระดับพลตำรวจตรี เป็นคนเดินเก็บเงิน ท่านนายกฯ อยากรู้ไหมว่าใคร ? ท่านนายกฯ ส่งคนที่ท่านนายกฯ ไว้ใจได้ และผมไว้ใจได้ มาหาผม แล้วผมจะบอกชื่อให้ท่านนายกฯ รู้ ว่าการโยกย้ายแต่งตั้งในยุคที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข บอกว่าจะไม่มีการเรียกเงินเรียกทองนั้น จริงๆ แล้วมีการเรียกเงินเรียกทอง ระดับสารวัตร ราคาต่ำสุด 2 ล้านบาทขึ้นไป ผมมีครับ ท่านนายกฯ ไม่ส่งใครมาถามผม ก็ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าผมตั้งใจที่จะพูดเรื่อง 2-3 เรื่องนี้ ท่านนายกฯ ครับ ท่านเป็นประธาน ก.ตร. การโยกย้ายแต่งตั้งข้ามกองบัญชาการ ผู้กำกับเบ็ดเสร็จ 22 คน ที่กระเด็นกระดอนไป ท่านนายกฯ ต้องมีคำตอบให้กับตำรวจ 2 แสนคน ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าเขาทำผิด ไม่เป็นไร แต่เท่าที่ผมทราบมา ไม่มีใครทำผิดอะไรสักอย่าง


ท่านนายกฯ ครับ มีเพียงแค่นั้น ท่านจะเชื่อผม ก็เชื่อ ท่านจะทำตาม ท่านก็ทำ ท่านไม่ทำ ผมไม่ว่าอะไรทั้งสิ้น ผมขอยืนยันว่ามีการเรียกเงินเรียกทองในการโยกย้ายแต่งตั้งที่ผ่านมานี้ ตั้งแต่ระดับสารวัตร รองผู้กำกับ ขึ้นไปถึงผู้กำกับ และรองผู้การบางคน

ท่านนายกฯ ครับ ผมมีเรื่องเรียนท่านเพียงแค่นี้ ก่อนจบกับท่าน ผมจะฝากท่านนิดหนึ่ง ท่านนายกฯ เป็นคนตั้ง ผบ.ตร.คนนี้ ถ้าอย่างนั้น ถ้าท่านนายกฯ ยังยืนหยัดอยู่กับ ผบ.ตร.คนนี้ ท่านก็รับไปเต็มๆ ก็แล้วกัน เพราะผมถือว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นต่อไปจากนี้ไป ท่านนายกฯ ต้องร่วมรับกับเขาด้วย ผมกลัวว่าคนเขาจะมองว่าท่านรู้เห็นเป็นใจกับ ผบ.ตร.คนนี้ เหมือนกับที่ผมพูดคราวที่แล้วเมื่อวันพุธ ท่านนายกฯ ครับ เป็นไปได้อย่างไร ผบ.ตร. ไม่รู้เรื่องว่าบ่อนทางตะวันออกโจ๋งครึ่มกันขนาดนี้ ไม่รู้ว่ามี เป็นไปไม่ได้ท่านนายกฯ ท่านนายกฯ ไปถามคนอยู่ในประเทศไทย คนใกล้ชิดท่านก็ได้ ถามตรงๆ เลย เฮ้ย มึงบอกกูมาตรงๆ ตามความรู้สึกของมึง มึงคิดว่า ผบ.ตร.เขาไม่รู้เรื่องเลยใช่ไหมว่ามีบ่อน ผมมีคำพูดอยู่เพียงแค่นี้ครับ ท่านนายกฯ ขอบคุณมากครับ และขอโทษด้วยครับที่ผมเอาเรื่องนี้มาพูดช้าไป 2 วัน แต่พุธ พฤหัสฯ ศุกร์ ก็แค่สองวันเอง ไม่เป็นไรหรอกครับท่านนายกฯ ท่านจะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ ไม่เป็นไรครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...