xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] รัฐมนตรี 'ดอน' มีไว้ทำไม ? เปลืองภาษีประชาชน

เผยแพร่:


“สนธิ”ชี้ กรณีคนไทยลักลอบผ่านด่านเถื่อนกลับจากพม่าแล้วนำเชื้อโควิดเข้ามา ผู้ว่าฯ เชียงรายที่เป็นคนพื้นที่ต้องรู้เรื่องดี แต่ไม่หาทางป้องกัน ควรต้องโดนสั่งย้าย แต่ พล.อ.อนุพงษ์ พล.อ.ประยุทธ์ ทำไมมองไม่เห็นเรื่องนี้ ระบุ
ม็อบเด็กเรียกร้องสาธารณรัฐ ชูรูปค้อนเคียว เล่นมุกแรงงานสร้างชาติ เพ้อเจ้อปลุกผีลัทธิคอมมิวนิสต์ แล้วเหน็บแนมกษัตริย์เหมือนเดิม ไม่ต่างจากเด็กใส่ผ้าอ้อม เล่นๆ อยู่ขี้แตกร้องไห้ เรียกร้องความสนใจ ส่วนกรณี “แทมมี ลัดดา ดักเวิร์ธ” พร้อม 7 ส.ว.สหรัฐฯ เรียกร้อง 5 ข้อถึงรัฐบาลไทย ก็เอามาจากข้อเรียกร้องของม็อบเด็กที่ต้องการล้มสถาบันกษัตริย์ ให้ประเทศไทยเป็นสาธารณรัฐ นางลัดดาแม้จะมีแม่เป็นไทย แต่มีกรอบความคิดเป็นอเมริกัน ไม่เข้าใจกระบวนทัศน์ของประเทศอื่น ยังมีความคิดแบบเจ้าอาณานิคม แล้วนายดอน ปรมัตถ์วินัย ก็ไม่ทำอะไร ไม่แถลงตอบโต้ หรือธิบายใดๆ ทั้งสิ้น นายกฯ ต้องตอบคำถามนี้ อย่างน้อยนายดอนต้องแสดงความคิดเห็นออกมา ต้องให้คนเดินสายชี้แจง ส.ว.อเมริกา ให้เห็นว่าม็อบเด็กจะล้มสถาบันที่คนไทยเทิดทูน แต่กลับไม่ทำอะไรเลย กรณีน้องชาย “ธนาธร” จ่ายสินบน 20 ล้านเพื่อหวังได้สิทธิเช่าที่ดินทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เห็นชัดว่าสื่อที่อ้างว่าอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยเงียบกริบ ซึ่งถ้าจะแสดงจุดยืนก็ไม่เป็นไร แต่ควรประกาศให้ชัดเจน อย่ามาอ้างว่าเป็นสื่อมืออาชีพ

วันที่ 11 ธ.ค. เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยวันนี้ จะมาพูดถึงเรื่องโควิด-19 ในประเทศที่น่าเป็นห่วงไม่เเพ้ต่างประเทศ มันไม่ใช่โรคกระจอกเหมือนที่คุณอนุทิน ชาญวีรกูล พูดไว้ สิ่งที่เกิดขึ้นตามชายเเดน ใครต้องรับผิดชอบ ?

- การทำงานของ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมต.ต่างประเทศของไทย เรายังมี รมต.ต่างประเทศอยู่หรือไม่? กับกรณี เเทมมี่ ดักเวริร์ธ ส.ว.อเมริกันเชื้อสายไทย ได้เสนอมติ 5 ข้อ ต่อการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในไทย และปล่อยให้ต่างชาติ เข้ามาจุ้นกับเรื่องภายใน โดยไม่มีการปกป้องหรือรักษาศักดิ์ศรีของประเทศไทยเลย

- คดีสินบน สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ คนที่ให้สินบนมีความผิดด้วยหรือไม่? หลายๆคนตั้งข้อสงสัยว่าไม่ค่อยเห็นเรื่องนี้ในสื่อต่างๆ มาดูบทบาทการทำหน้าที่ของสื่อกัน ว่าเกิดอะไรขึ้น จริงๆเเล้วเรื่องนี้สะท้อนการเลือกข้างของสื่อได้อย่างชัดเจน

- ค้อนเคียว ปลุกผี คอมมิวนิสต์ ครเป็นคนคิดเรื่องนี้จริงๆเเล้ว ... จริงๆ



คำต่อคำ SONDHI TALK [11 ธ.ค. 63] : รัฐมนตรี 'ดอน' มีไว้ทำไม ? เปลืองภาษีประชาชน


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2563 วันนี้ก็เหมือนทุกๆ วันศุกร์นะครับ มีเรื่องราวให้พูดหลายเรื่อง บางเรื่องก็ลึกซึ้ง บางเรื่องก็เป็นการนำเสนอมิติๆ หนึ่งที่ท่านผู้ชมอาจจะไม่เคยได้รับฟังหรือเคยได้ยินมาก่อน


อาทิตย์นี้เรามีหลายเรื่อง เรื่องที่สำคัญที่เราจะต้องพูดกันก็คือเรื่องของโควิด-19 ลักษณะคนที่ติดเชื้อทั่วโลก เมื่อวานนี้ วันพฤหัสฯ ที่ 10 ธันวาคม ยอดเป็นอย่างไร คนตายไปแล้วเท่าไร แล้วต่อจากโควิด-19 ของโลก เราจะพูดถึงการทูตแข่งขันกัน ทะเลาะเบาะแว้งกัน วาทกรรมเรื่องการฉีดวัคซีน ระหว่างสหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ กับสหรัฐอเมริกา แล้วก็บทบาทของประเทศต่างๆ ที่ผลิตวัคซีนขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นของรัสเซีย สปุตนิก ไฟว์ (Sputnik V) หรือของจีน ที่เรียกว่าซิโนแวก (SinoVac) ที่แข่งขันกันในโลกนี้ แล้วก็มีการเมืองเข้ามาผสมผสานด้วยในเรื่องนี้


พอจบเรื่องนี้แล้ว เราก็จะต่อไปในเรื่องของเชียงราย เชียงรายนั้นเหตุการณ์มันเกิดขึ้นมาประมาณอาทิตย์หนึ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างตรงไปตรงมาว่าปัญหาจริงๆ มันอยู่ที่ไหน เดี๋ยววันนี้ รายการนี้ ผมจะวิพากษ์วิจารณ์กันให้ชัดแจ้งว่าปัญหาอยู่ที่ใด ใครเป็นผู้ก่อ แล้วถ้าจะป้องกัน จะป้องกันอย่างไรบ้าง ที่สำคัญที่สุด ผมกำลังจะเสนอความคิดให้พวกเรานั้นต้องปกป้องตัวเราเองให้ดีที่สุด เพราะถึงแม้ว่าท่านรองนายกฯ อนุทิน ท่านจะพูดบอกว่า โควิดกระจอก ตามนิสัยใจคอของท่านรองนายกฯ อนุทิน ที่หลายๆ ครั้งท่านพูดไปโดยที่ปากไม่มีหูรูด ก็จะอธิบายให้ฟังว่า อย่าไปคิดว่ามันกระจอก


เรื่องที่สองที่ผมจะพูดหลังจากเรื่องนี้แล้ว ก็คือเรื่องของเด็กที่ชูค้อนกับเคียวขึ้นมา ประเด็นก็คงจะไม่ได้ลงไปลึกหรอก ในเรื่องของค้อนกับเคียว ว่าที่มาที่ไปมาอย่างไร แล้วก็ประวัติของคอมมิวนิสต์ที่ใช้สัญลักษณ์ค้อนและเคียวมีมาอย่างไร แต่ผมจะมองบทบาทของเด็กพวกนี้ในอีกมุมมองหนึ่ง ในอีกมิติหนึ่ง ในสายตาของผม ในฐานะที่ผมเป็นผู้ใหญ่


เรื่องที่สามที่ผมจะพูดคือเรื่อง "ยุคไบเดน อเมริกันอันตราย" เหตุผลที่ผมจะพูดเรื่องนี้ เพราะว่าอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ นางแทมมี ดักเวิร์ธ หรือชื่อไทยว่า ลัดดา ดักเวิร์ธ เป็นคนไทย ขาขาดสองข้างจากการรบในสงครามอิรัก โดยเป็นผู้ขับเฮลิคอปเตอร์ แล้วเฮลิคอปเตอร์โดนยิงด้วยจรวดตกลงมา ขาขาดไป แล้วนางแทมมี ดักเวิร์ธ นั้นก็ได้รับสมัครเป็นวุฒิสมาชิกในมลรัฐอิลลินอยส์ ทำไมต้องพูดถึงแทมมี ดักเวิร์ธ ? เพราะแทมมี ดักเวิร์ธ นั้น ร่วมกับ ส.ส.พรรคเดโมแครต อีก 8 คน เข้ามายื่นญัตติเข้ามาในวุฒิสภา เข้ามาแทรกแซงในเรื่องการเมืองเมืองไทย แล้วผมจะอธิบายให้ฟังว่าข้อบกพร่องทั้งหมดที่เขาพูดไปนั้นมีอะไรบ้าง และที่สำคัญที่สุด ผมกำลังจะตั้งคำถาม และให้ท่านผู้ชมช่วยคิดตามผมว่า วันนี้เรามีรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลฝ่ายต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย นั้น มีเอาไว้ทำไม ? เสียของหรือเปล่า ? และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านทำไมถึงนิ่งเฉยกับบทบาทของนายดอน ที่ไม่มีบทบาทเลยแม้แต่นิดเดียว ในการออกมาปกป้องสถาบันกษัตริย์ หรือปกป้องชาติบ้านเมือง


อีกเรื่องหนึ่งต่อจากเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องที่หลายคนก็อาจจะเคยได้ยินข่าวมาแล้ว แต่ผมจะชี้ให้เห็นถึงความตอบโต้กันระหว่างประเทศจีนกับประเทศออสเตรเลีย อย่างถึงพริกถึงขิง แลกหมัดกันเลย ระหว่างโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน นายจ้าว ลี่เจียน หรือนางฮัว ชุนหยิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ที่ซัดกับนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แบบหมัดต่อหมัด

แล้วเราก็จะจบเรื่องอาทิตย์นี้ด้วยคดีการให้สินบนของคุณสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประกอบกับการทำงานของสื่อไทย โดยผมจะชี้ให้เห็นว่า กรณีของคุณสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ นั้น สะท้อนภาพที่ชัดเจนของการแบ่งข้างสื่ออย่างเห็นได้ชัด แล้วติดตามผมมานะครับ


ท่านผู้ชมครับ วันนี้ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องเชียงราย เรามาดูเรื่องโควิด-19 ในโลกนี้ก่อนดีกว่า วันพฤหัสฯ ที่ 10 เดือนธันวาคม ที่ผ่านมานี้ คือเมื่อวานนี้ ยอดผู้ติดเชื้อสะสม ตีเป็นตัวเลขกลมๆ อยู่ที่ 70 ล้านคน ตัวเลขจริงคือ 69,260,257 คน ส่วนคนเสียชีวิตนั้น 1,576,169 คน อเมริกาก็ยังคงเป็นอันดับ 1 America First ของนายทรัมป์ อันดับ 2 คือ อินเดีย อันดับ 3 คือ บราซิล อันดับ 4 คือ รัสเซีย อันดับ 5 คือ ฝรั่งเศส อเมริกามีคนติดเชื้อสะสม 16 ล้านคน และที่สำคัญ อเมริกามีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มต่อวัน ทะลุ 2 แสนคน ต่อเนื่องเลยนะครับ วันที่มากที่สุดคือวันที่ 4 ธันวาคม 2563 ติดเชื้อวันเดียว 240,000 คน ตอนนี้อเมริกามีคนที่ตายจากโควิด-19 เฉลี่ยแล้ววันละ 3,000 คน เพราะฉะนั้นแล้ว ที่อเมริกามีคนตายอยู่ 296,637 คน ผมตีว่า 3 แสนกว่าคน ก็แล้วกัน กว่าวัคซีนจะมา


แล้วตอนนี้สถานพยาบาล โรงพยาบาลต่างๆ ห้องฉุกเฉิน ข่าวร้ายครับท่านผู้ชม สำหรับคนที่อยู่ในอเมริกา คือเต็มหมดแล้ว รองรับต่อไม่ได้อีกแล้ว ล้นถึงคอหอย ทั้งหมดนี้เป็นนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นคนที่ไม่สนใจในเรื่องนี้ ไม่ให้ความสำคัญกับโควิด-19 เลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้ผมอดนึกถึงท่านรองนายกฯ อนุทิน ไม่ได้ ที่มาบอกว่า โควิด-19 กระจอก


ท่านผู้ชมครับ คุณทักษิณ ชินวัตร เคยพูดถึงโจรใต้ ว่าโจรกระจอก แล้วเกิดอะไรขึ้น ? วันนี้คุณอนุทิน ชาญวีรกูล บอกว่าโควิด-19 กระจอก เสียงคุณอนุทิน ไปๆ มาๆ ชักจะเหมือนนายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าไปทุกวันแล้ว


เอาล่ะ ท่านผู้ชมครับ เมื่อเรามาพูดถึงวันตายแล้ว ... ขอแทรกนิดหนึ่ง มันมีเกร็ดเล็กน้อยอยากจะแลกเปลี่ยนให้ฟังกัน


เวลาเราบอกให้ระมัดระวังตัว เราจะมีชุดภาษาที่ทางหมอเขาให้มา หรือทางการให้มา ว่า "มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม" ซึ่งเราเอามาจากภาษาอังกฤษเลย คือ Social Distancing คำว่ารักษาระยะห่างทางสังคม ส่วนใหญ่จะเข้าใจ แต่ก็มีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่เข้าใจ มันคืออะไรกันหนอ ? ทีนี้มีคนเขาส่งเรื่องที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ขำขันมาก แต่ทว่า มันเป็นขำขันที่ฟังแล้วมีเหตุผล ที่ลาว เขาก็มีการรักษาระยะห่างทางสังคมกัน ให้นั่งห่างกัน อยู่ห่างกัน แต่เขาพูดว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ? "อยู่ห่างระยะห่าแดก" ก็คือ พูดแบบนี้ตั้งแต่แม่ค้าขายส้มตำ ขึ้นไปจนถึงปลัดกระทรวง หรือรัฐมนตรีของลาว เขาเข้าใจดี "ให้อยู่ห่างระยะห่าแดก" ห่า ก็คือโรคห่า เดี๋ยวมันจะแดกเอา ถ้าไม่อยู่ห่าง ก็ฝากให้คิดกันสักนิดนะครับ


คนลาวเข้าใจ ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ผลคือ มีผู้ติดเชื้อน้อยมาก และไม่มีคนตาย เพราะกลัว "ห่าแดก" เหนือชั้นกว่าไทยเยอะ ไทยมัวแต่โง่ตามฝรั่ง

ท่านผู้ชม เรามาพูดถึงเรื่องวัคซีนกันนิด ในขณะนี้วัคซีนแบ่งเป็นหลายอย่าง วัคซีนแรกสุดที่ฉีดมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม คือวัคซีนของจีน ที่ชื่อ ซิโนแวก หลายคนก็บอกว่าของจีนนั้นทำการทดสอบยังไม่ครบถ้วนกระบวนการ อีกตัวหนึ่งซึ่งฉีดไล่เลี่ยกับของจีน คือวัคซีนของรัสเซีย ชื่อ สปุตนิก ไฟว์ (Sputnik V) รัสเซียชิงธงฉีดวัคซีนให้ประชาชนก่อน อาจจะเป็นชาติแรกเสียด้วยซ้ำที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 วัคซีนที่เขาฉีดให้ประชาชนที่กรุงมอสโก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งหลังจีน จีนฉีดให้ตั้งแต่กรกฎาคม แต่เลือกกลุ่มฉีด ฉีดให้ทหารก่อน ฉีดให้เจ้าหน้าที่รัฐก่อน


วัคซีนป้องกันโควิด Sputnik V ของรัสเซียนั้น เขาว่าประสิทธิภาพป้องกันเชื้อโควิด อยู่ที่ 95 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าคนที่ฉีดวัคซีนตอนนี้ต้องฉีด 2 โดส คือ 2 ครั้ง โดยโดสที่ 2 ห่างจากโดสแรก 21 วัน

วันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา อังกฤษเป็นประเทศแรกของโลกที่คณะกรรมการอาหารและยาของอังกฤษอนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้ ซึ่งเป็นวัคซีนที่ผลิตโดยบริษัท ไฟเซอร์ ร่วมกับไบโอเอ็นเทค รัฐบาลอังกฤษสั่งซื้อวัคซีนนี้ 40 ล้านโดส สำหรับคนอังกฤษ 20 ล้านคน คนละ 2 โดส จนถึงขณะนี้รวมแล้วอังกฤษซื้อวัคซีนเยอะแยะไปหมดเลย จากทุกเจ้า 357 ล้านโดส จากบริษัทผู้พัฒนาวัคซีน 7 แห่ง หรือคนเขาบอกว่า ตอนนี้ประเทศร่ำรวยกวาดวัคซีนไปหมด แทบจะทั่วโลกแล้ว แทบจะไม่เหลือให้กับประเทศกำลังพัฒนา


วันที่ 6 ธันวาคม 2563 สมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธ และเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดิบะระ พระราชสวามี อายุ 99 พรรษา ได้รับวัคซีนฉีดตั้งแต่ต้น เพื่อที่จะเป็นการทำประชาสัมพันธ์ให้ แล้วเว็บไซต์บีบีซี ออกความเห็น ตั้งข้อสังเกตว่า ในการอนุมัติให้ใช้วัคซีนในวงกว้างของอังกฤษ เป็นการใช้วัคซีนที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา ใช้เวลาเพียง 10 เดือน ปกติแล้วเขาใช้เวลา 10 ปี อังกฤษก็ได้เริ่มไป อังกฤษซื้อวัคซีนไว้จริง ล็อกเอาไว้ แต่จะมีแค่ 8 แสนโดส เท่านั้น ที่จะมีสำหรับเฟสแรก ซึ่งจะเริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2563 ท่านผู้ชมครับ เมื่อคำนวณดูแล้ว ถ้าจะฉีดวัคซีนให้ครบจริงๆ ต้องรอจนถึงสิ้นปี 2564 หมายความว่าอย่างไร ? หมายความว่าอุตสาหกรรมหลายอุตสาหกรรมที่คิดว่าตัวเองกำลังจะเริ่มฟื้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอุตสากรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการบิน จะต้องชะลอ


แต่ในที่สุดแล้ว การเมืองก็เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน มีการวิวาทะกันระหว่างอังกฤษกับอเมริกา ดร.ฟาวซี ก็ให้สัมภาษณ์ออกมา ดร.ฟาวซี ตอนนี้ตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาทางด้านการสาธารณสุขและโควิด-19 ของว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ดร.ฟาวซี พูดในเชิงตั้งข้อสังเกตว่า อย.ของอังกฤษนั้น อนุมัติวัคซีนให้กับอังกฤษเร็วเกินไปหรือเปล่า ข้ามขั้นตอนมากไปหรือเปล่า ก็เลยได้รับการตอบโต้มาจากทางอังกฤษ โดยมีการถกเถียงกัน ใช้ภาษาผู้ดีที่ด่ากันไปด่ากันมา ในที่สุดแล้วก็เลยต้องชะลอลงไป ชะลอวาทกรรมพวกนี้ลงไป

วิธีการอนุมัติวัคซีนของอังกฤษ และอเมริกา แนวทางอนุมัติการใช้วัคซีน ระหว่างอังกฤษ กับอเมริกา จริงๆ แล้วมีความแตกต่างกันหลักๆ ในเรื่องการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลวัคซีน ซึ่งหน่วยงานกำกับยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของอังกฤษ พิจารณาให้ใช้วัคซีนจะใช้ข้อมูลการรายงานที่ได้จากบริษัทที่พัฒนาวัคซีน ในการตัดสินใจ สำหรับ อย.ของอเมริกานั้น เขาวิเคราะห์ข้อมูลดิบจากบริษัทพัฒนาวัคซีนหลายครั้งก่อนจะลงนามอนุมัติการใช้ยา ทำให้การอนุมัติของอเมริกาช้ากว่า


ทีนี้ ปัญหาของวัคซีนพวกนี้ก็จะมีปัญหา อย่างเช่น บริษัท ไฟเซอร์ กับไบโอเอ็นเทค วัคซีนของเขาเวลาขนส่ง ต้องใส่ตู้แช่แข็ง อุณหภูมิ -70 องศาฯ แล้วในเวชภัณฑ์ ขนาดกระเป๋าเสื้อผ้า พร้อมกับน้ำแข็งแห้งที่พกไปแล้วใช้ได้แค่ 2 ครั้งต่อวัน เท่านั้น ใช้ได้นานที่สุด ไม่เกิน 2 สัปดาห์


เรามาดูของประเทศไทยบ้าง ประเทศไทยเราร่วมกับบริษัท แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) โดยมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ของแอสตราเซเนกา นั้น ยืนยันว่า วัคซีนของแอสตราเซเนกานั้นได้ผล 90-95 เปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญ เขาบอกว่าแช่ไว้ในตู้เย็นธรรมดาก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแช่ในห้องเย็นที่อุณหภูมิ -70 องศาฯ มิหนำซ้ำเขาบอกว่า ของแอสตราเซเนกา และออกซฟอร์ดนั้น ราคาต่ำมาก แค่โดสละ 2-3 ดอลลาร์ หรือ 60-90 บาท และง่ายต่อการผลิต เก็บรักษาดีกว่า

เราก็จะเห็นจากนี้ไปว่าวัคซีนของออกซฟอร์ด และแอสตราเซเนกา ที่ได้มอบให้บริษัท สยาม ไบโอไซเอนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานเงินให้ตั้งขึ้นมา ผลิตวัคซีนนี้ออกมา ได้มีประสิทธิภาพ ซึ่งบางเจ้าบอกว่ามีประสิทธิภาพแค่ 62 เปอร์เซ็นต์ แต่ในการทดสอบกับคนจำนวนมาก ส่วนข่าวระบุว่าได้ผลถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เกิดขึ้น แต่ทดสอบกับคนที่จำนวนน้อยกว่า


วัคซีนของจีน ที่น่าสนใจก็คือ บริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค (SinoVac BioTech) ผลิตวัคซีนชื่อ โคโรนาแวค (CoronaVac) ทดลองเฟส 3 ในบราซิล อินโดนีเซีย ตุรกี บราซิลใช้แล้ว บราซิลประกาศว่า วัคซีนของจีนปลอดภัยที่สุดในวัคซีน 5 ตัว ที่ทำการศึกษาในเฟส 3 หรือเมื่อตุลาคม ที่ผ่านมา ประเทศจีนอนุมัติให้ฉีดวัคซีนแก่บุคลากรที่ทำงานเสี่ยงต่อการติดเชื้อ บุคลากรที่ดูแลด้านสุขภาพ ทำงานบริการสาธารณะ จีนจะเริ่มผลิตวัคซีนให้กับประชาคมโลกเบื้องต้น 40 ล้านโดส ให้อินโดนีเซีย ภายในเดือนมีนาคม 64 ภายในต้นปีนี้จะเริ่มผลิตออกในโลกแล้ว สรุปง่ายๆ ไปๆ มาๆ ธุรกิจวัคซีนจะเป็นธุรกิจที่ทำเงินให้กับประเทศต่างๆ หรือบริษัทต่างๆ ที่ผลิต อย่างประเทศจีน ก็ทำเงินให้กับประเทศจีน เพราะบริษัท ซิโนแวค ของจีนนั้นก็เป็นของรัฐบางจีน แต่ก็มีการคาดการณ์กันว่า วัคซีนจะผลิตได้ "ไม่น่าเร็วกว่ากลางปีหน้า"

ทุกคนคาดกันว่าวัคซีนออกมาแล้ว 3-6 เดือน ก็จบ เขาบอกว่าที่ได้ผลที่สุด คือการฉีดวัคซีนให้กับตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่าแดก อย่างที่ลาวพูด เช็กอิน-เช็กเอาต์ เราทำดีมาตลอด เราต้องทำต่อเนื่องไป อย่าให้ขาด


ท่านผู้ชมครับ ตอนนี้เรามาพูดกันถึงเรื่องเชียงรายนิดหนึ่ง จากข้อมูลที่ผมศึกษา อ่านข่าว แล้วใช้สมองไต่ตรองดูแล้ว ทุกคนไปเน้นที่ผู้หญิงที่ไปทำมาหากินที่ไนต์คลับ ชื่อ 1G1 แต่จริงๆ แล้วมันมีมากกว่านั้นเยอะ ท่านผู้ชมคงจะเคย (หรือไม่เคยก็ได้) คุณโสภณ องค์การณ์ และคุณนงวดี สองคู่หูดูโอ้ที่ออกรายการ News Hour ได้พูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน และคุณโสภณ ท่านเป็นคนเชียงราย ท่านก็เลยเล่าเบื้องหน้าเบื้องหลังหลายๆ อย่าง ซึ่งผมคิดว่าน่าสนใจมาก เดี๋ยวผมจะเอาความเห็นและข้อความของคุณโสภณ องค์การณ์ มาถ่ายทอดให้ท่านผู้ชมฟัง


แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น ซึ่งจริงๆ แล้วสิ่งที่คุณโสภณ พูด ก็เป็นหัวใจของเรื่องนะ ผมอยากจะเรียนท่านผู้ชมนิดหนึ่งว่า ณ วันนี้ เรายังลูกผีลูกคนอยู่ ผมไม่เชื่อว่าโควิด-19 จะกระจอกเหมือนอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อนุทิน ชาญวีรกูล ได้พูด ผมไม่ล้อเล่นกับโรคระบาดแบบนี้ และผมก็ไม่อยากให้ท่านผู้ชมล้อเล่นกับเรื่องพวกนี้

หลายๆ อย่างที่รัฐมีนโยบาย ณ วันนี้ ผมคิดว่ารัฐก็กลับไปถึงประเด็นของการจะทำให้การท่องเที่ยว หรือการจับจ่ายใช้สอยของคนในการไปท่องเที่ยวต่างๆ นั้นหยุดชะงัก ประเด็นไม่ใช่อย่างนั้น ประเด็นผมบอกว่า ถามว่าจะมีการล็อกดาวน์ไหม ? หลายท่านก็พูด คุณอนุทิน ก็พูดบอกว่า ไม่มีการล็อกดาวน์ จ.เชียงราย ไม่ต้องล็อกดาวน์ แต่ผมถามกลับว่า แม่สายควรจะล็อกดาวน์ไหม ? เชียงรายไม่ต้องล็อกดาวน์ แต่แม่สายควรจะล็อกดาวน์ไหม ? คำตอบของผมคือ ต้องล็อกดาวน์แม่สาย เพราะว่าแม่สายเป็นแหล่ง และถามว่าแม่สอดควรจะล็อกดาวน์ไหม ? ควรจะล็อกดาวน์แม่สอด


เพราะฉะนั้นถ้าล็อกดาวน์ 2 อำเภอนี้ อย่างน้อยที่สุดมันสกัดกั้นกรณีใหม่ๆ ขึ้นมา เพราะของที่คนติดมาแล้ว เข้ามาก็เที่ยวผับในเชียงราย เสร็จแล้วก็นั่งเครื่องบิน จะนั่งแอร์เอเชีย จะนั่งไทยไลอ้อนแอร์ หรือจะนั่งไทยสมายล์มากรุงเทพฯๆ หลายคนก็นั่งบีทีเอสไป แสดงว่ามันเริ่มกระจายออกมาแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว ผมกลับคิดว่า ในขณะนี้จะทำอย่างไร เพราะข่าวล่าสุดที่ผมอ่านเมื่อวานก็คือว่า พม่าจะไล่คนไทยที่อยู่ในแม่สาย อีก 100-200 คน กลับมาเมืองไทย


ทีนี้ ที่สำคัญที่ผมคิดว่าจำเป็นจะต้องพูด เพราะว่าคาราโอเกะ หรือไนต์คลับ 1G1 นั้น มันเป็นแค่ยอดน้ำแข็งเท่านั้นเอง เส้นทาง แม่น้ำ แม่น้ำสาย ลำน้ำรวก ยาวเชื่อมจากแม่ฟ้าหลวง ไปจนกระทั่งถึงแม่สาย เลยไปอีก แล้วเส้นทางแม่น้ำที่กั้นระหว่างประเทศไทยกับพม่านั้น ยาวเหยียดจนถึง 2,200 กิโลเมตร ท่านผู้ชมรู้หรือเปล่าว่า พม่าตอนนี้มีปัญหาเยอะที่สุด ผมเล่าให้ฟัง 17 สิงหาคม 2563 ยอดรวมผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในพม่า มีแค่ 409 คน พอมาถึง 6 ธันวาคม 2563 ห่างกันแค่ 3 เดือน จาก 409 คน ขึ้นไปเป็น 1 แสนคน ห่างกัน 3 เดือน จากหลักร้อย ขึ้นไปเป็น 1 แสนคน เกิดอะไรขึ้น ?


ที่เกิดอะไรขึ้น ก็เพราะว่าในพม่านั้น ในการตรวจ สอบสวน สืบสวนนั้น เขาไม่มีประสิทธิภาพและไม่มีประสิทธิผล ว่ากันว่า ใน 100 คนที่ตรวจ สืบสวนสอบสวนนั้น เขาตรวจได้แค่ 50 คน อีก 50 คน เขาอาจจะไม่ได้ตรวจ หรือเขาตรวจไม่เจอ หรือเขาไม่มีปัญญาตรวจ ผมคิดว่าอันหลังมากกว่า คือไม่มีปัญญาตรวจ เพราะฉะนั้นแล้ว ยอดเพิ่มของพม่า จาก 409 คน เมื่อสามเดือนกว่าที่แล้ว กลายเป็น 1 แสนคน ในเดือนนี้ ท่านผู้ชมลองพิจารณาดูนะครับ วันที่ 10-20 สิงหาคม 2563 มีคนเดินทางจากเมืองสิตตะเว รัฐยะไข่ เข้าไปยังนครย่างกุ้ง 5,000 คน โดยใน 5,000 คน ปรากฏว่ามีการติดตามสอบสวนตรวจสอบโรคได้ไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นแล้ว ในโลกนี้มีข้อมูลสถิติว่าพม่ามีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 2,100 คน พม่าตอนนี้ยอดติดเชื้อขึ้นสู่อันดับที่ 68 ของโลก แซงจีน จีนมีประชากร 1,300 ล้านคน จีนอยู่อันดับที่ 78 ไทยอยู่อันดับที่ 151 แต่ผมไม่รู้ว่าจะตกอันดับไปอีกเยอะขนาดไหน ถ้าเรายังคิดว่าโควิด-19 เป็นเรื่องกระจอก

แล้วข้อมูลในเชิงการแพทย์พูดชัดเจน โควิด-19 สายพันธุ์อู่ฮั่น เขาเรียกว่า D614 แต่ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ที่ติดเชื้อในพม่าครั้งนี้ เป็นอีกสายพันธุ์หนึ่ง เขาเรียกว่า G614 เป็นสายพันธุ์ที่ติดมาจากประเทศทางตะวันตก แพร่ระบาดทั่วโลกมากที่สุด โดย G614 แพร่กระจายได้เร็วกว่า D614 อย่างมากมาย


ปัจจัยที่ทำให้การแพร่ระบาดในพม่ากระจายออกไปมาก คือการไม่สามารถสืบสวน ตามหาผู้เสี่ยงติดเชื้อและเสี่ยงแพร่เชื้อ การปกปิด ไม่ให้ความจริง ทำให้ครอบครัว เพื่อนฝูง และสังคมเสี่ยงและอาจจะถึงแก่ชีวิต

ท่านผู้ชมลองหลับตาวาดภาพ คิดถึงจำนวนคนงานพม่าที่ต้องมาทำงานในประเทศไทย คิดถึงตรงนี้สักนิด แล้วท่านผู้ชมจะเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก และที่สำคัญที่สุด แรกๆ สุดแล้วมี ดร.วีระชัย เตชะวิจิตร์ ท่านเป็นกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ของสาธารณรัฐเอสโตเนีย


ท่านบอกว่า ท่านเห็นการควบคุมของประเทศไทยนั้นน่าจะมีปัญหา เพราะท่านบอกว่า วิธีการก็คือว่า การควบคุมของประเทศไทยใช้กฎหมายเป็นตัวกำกับ กฎหมายอะไรเป็นตัวกำกับ ? กฎหมายที่ระบุว่า ถ้าออกไปผิดกฎหมาย เข้ามาผิดกฎหมาย ต้องถูกจับดำเนินคดี ถูกปรับ ถูกเล่นงาน ท่านผู้ชมครับ ผมถามท่านผู้ชมคำหนึ่งว่า ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว ผู้หญิงที่อยู่ที่ 1G1 (เฉพาะผู้หญิงที่ทำมาหากินในด้านนี้ก่อนนะ) พอตี 5 ปั๊บ เขามีเคอร์ฟิวที่ท่าขี้เหล็ก ตี 5 ปั๊บ หนีข้ามกลับมาเมืองไทย


หนีข้ามมาเพราะอะไร ? เพราะว่ากลัวที่จะเป็นโควิด พอข้ามมา ไม่กล้าเข้าช่องทางที่ต้องตรวจสอบ เพราะกลัวติดตะราง กลัวติดคุก กลัวถูกดำเนินคดี พวกนี้ก็เลยไปใช้บริการข้ามแดน สมัยก่อนข้ามทีละ 500 บาท เดี๋ยวนี้ขึ้นมาเป็น 5,000-7,000 บาท ล่าสุดว่ากันว่าถึง 10,000 บาทแล้ว

เพราะฉะนั้นแล้ว คนพวกนี้ก็เลยกลายเป็นตัวพาหะที่นำเชื้อเข้ามา โดยที่เจ้าหน้าที่ไทยไม่มีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบอะไรได้เลยแม้แต่นิดเดียว 


ดร.วีระชัย เสนอว่า ถ้าสมัยก่อนเราเคยอภัยโทษ นิรโทษกรรมให้กับคนที่หลงผิดเป็นคอมมิวนิสต์ เรายกโทษให้เขา ไม่ดำเนินคดีเขา ทำไมในกรณีเรื่องคอขาดบาดตายอย่างนี้ เราถึงไม่บอกว่า เอาล่ะ ใครออกไปอย่างผิดกฎหมาย ให้เข้ามาได้ ไม่ดำเนินคดีอะไรทั้งสิ้น เข้ามาตามช่องทางที่ถูกต้อง แล้วมาตรวจโควิด ถ้าเป็นโรคโควิด ก็รักษาเลย ถ้าไม่เป็น ก็กักตัวไว้ 14 วัน อย่างนั้นจะดีกว่าไหม ผมคิดว่าเป็นข้อคิดที่น่าสนใจ

แต่ ตอนนี้ที่สำคัญที่สุด พม่ากับไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามริมชายแดน ชายแดนแม่สาย ชายแดนแม่สอด กลุ่มที่ลักลอบผ่านชายแดนไม่ได้มีแค่ผู้หญิงที่ไปทำงานในสถานบันเทิง หรือสถานบริการอื่นๆ ยังมีคนกลุ่มอื่นๆ อีกด้วย


กลุ่มแรก คือสาวบริการ หรือเขาเรียกว่า สาวคาราโอเกะ ไปทำงาน 1G1 กลุ่มที่สอง คือ พวกบ่อนเถื่อน เป็นกลุ่มกาสิโนออนไลน์ กาสิโนออนไลน์ตัวเซิร์ฟเวอร์ตัวแม่ตั้งอยู่ในฝั่งพม่า แม่สาย หรือว่าแม่สอด ตอนหลังมีคนจีนและพวกว้าแดงมาลงทุน นอกจากค้ายาแล้ว ยังมีเงินมาลงทุนทำบ่อนกาสิโนออนไลน์ แต่ว่าตัวที่รับแทงจะอยู่ฝั่งไทย อาศัยอยู่ตามบ้านเช่า อยู่เต็มทั้งสองฝั่งเลย ท่านผู้ชมไปดูได้ที่แม่สาย ไปดูได้ที่แม่สอด และมีคนสารพัดทิศที่ทำงานฝั่งไทย เพื่อรับแทงให้ฝั่งโน้น และคนไทยทั่วประเทศนะท่านผู้ชม ไม่ใช่เฉพาะแม่สาย ไม่รู้จำนวนกี่ร้อยคนที่เก่งด้านคอมพิวเตอร์ ทำกาสิโนออนไลน์ฝั่งโน้น และฝั่งนี้รับแทง คนที่เก่งคอมพิวเตอร์ก็จะอยู่ฝั่งโน้น ดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์ ส่วนคนไทยที่ทำหน้าที่รังแทงพนันออนไลน์ ก็อยู่ประสานงานฝั่งนี้ตลอดเวลา

ท่านผู้ชมครับ พวกนี้ไปๆ มา อาศัยช่องด่านเถื่อน ระหว่างท่าเถื่อน ท่าเถื่อนมีอยู่ 3-4 ท่า คุณโสภณ เล่าให้ฟัง ถามว่าพวกนี้เป็นพาหะหรือเปล่า ? ไม่ทราบ แต่มีโอกาสเป็นพาหะนำเชื้อเข้ามาไหม ? มีโอกาสสูง


กลุ่มที่สาม น่าสนใจมาก ไม่เคยมีใครพูด คือฝั่งพม่าก็มีคนมีอันจะกิน มีเงินมีทอง ก็ส่งลูกหลานตัวเองมาเรียนที่ฝั่งแม่สาย ฝั่งแม่สายมีโรงเรียนใหญ่อยู่ 3 แห่ง โรงเรียนที่รับเด็กข้ามแดนมาเรียน พ่อแม่เด็กร่ำรวย มาซื้อบ้านช่อง หรือเช่าหอพักอยู่ ปกติแล้วพ่อแม่จะเข้ามาเยี่ยมลูก หรือลูกกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่พอเขาปิดชายแดนปั๊บ พวกนี้จะไปอย่างไร ? ก็ต้องข้ามด่านเถื่อน ถ้าเด็กไทยอยู่ฝั่งนี้ ถ้าเด็กอายุ 5-6 ขวบ พ่อแม่ก็ข้ามไปข้ามมาเยี่ยมผ่านด่านเหล่านี้ โอกาสจะเป็นพาหะ กลุ่มนี้ไม่มีใครพูดถึงเลยแม้แต่นิดเดียว

กลุ่มที่สี่ กลุ่มชาวบ้านธรรมดาที่ไปอยู่ฝั่งโน้น เป็นลูกศิษย์ลูกหาของครูบาบุญชุ่ม อยู่แถวปากกก ปากพง กลุ่มนี้ว่ากันว่าติดเชื้ออยู่ 80 กว่าราย อยู่ฝั่งโน้น กลับมาไม่ได้ ท่านผู้ชมครับ แล้วเราจะทำอย่างไรกับคน 4 กลุ่มนี้ ทั้งสาวคาราโอเกะ นักพนัน นักเรียน ลูกศิษย์พระ ไม่มีใครพูดถึงเลย พูดถึงเฉพาะเด็กสาวคาราโอเกะ 1G1 เท่านั้นเอง


ประเด็นที่สำคัญ ผมกำลังจะพูดต่อ ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมคิดว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายท่านจะไม่รู้หรือ เรื่องนี้ ? ท่านรู้ ทำไมท่านถึงรู้ ? ผมจะบอกให้ฟัง ท่านรู้ เพราะว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย อดีตท่านเป็นคนแม่สาย ท่านเคยเป็นปลัดอำเภออยู่ที่ อ.แม่สาย กิจกรรมต่างๆ พวกนี้ ชาวบ้านเขายังรู้เลย นับประสาอะไรกับเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง หรือไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตำรวจ ก็ต้องรู้ ต้องรู้สิครับ ยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ มีด่านๆ หนึ่ง เขาเรียกว่า ด่านท่าน้ำเถื่อน ปกติเป็นท่าน้ำที่ทำมาหากินอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ก็รู้ ถ้าไม่อยากจะผ่านด่านทางการที่ต้องจ่าย 10-20 บาท ก็มาทางด่านนี้ หัวละ 500 บาท แต่พอด่านปิด ก็ต้องใช้ด่านเถื่อนนี่ล่ะ 500 บาท ถ้าใช้ด่านปกติ หิ้วไวน์ หิ้วของพะรุงพะรังจากท่าขี้เหล็กเข้ามา เขาก็ตรวจว่าซื้ออะไร คิดภาษี แต่ถ้าเข้าด่านเถื่อน ขนอะไรมาก็ได้


คือสรุปง่ายๆ ขบวนการค้าของเถื่อนก็จะใช้ด่านเถื่อนพวกนี้ล่ะ เดินทางเข้ามา เรื่องนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายท่านไม่รู้ไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตรงนั้นต้องรู้ ตำรวจเชียงราย ตำรวจแม่สายต้องรู้ ผู้ว่าฯ ท่านยังพูดเองเลยว่า "มีเครือข่ายกาสิโนมากมาย แล้วมีใครเข้าไปจัดการทำอะไรบ้างหรือยังล่ะ"


ผมนี่เสียดาย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านต้องย้ายผู้ว่าฯ จ.เชียงราย เป็นขั้นแรกก่อน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต้องย้ายผู้กำกับแม่สาย แล้วกรมการปกครองต้องย้ายนายอำเภอแม่สาย ในฐานะที่รู้เรื่องพวกนี้มาตั้งนมตั้งนานแล้ว แต่ไม่หาทางป้องกัน โดยอ้างว่าเส้นพรมแดนนั้นมันยาวเหลือเกิน มันดูแลไม่ได้ ผมบอกแล้วไง คุณโสภณ องค์การณ์ ก็บอกแล้วไง คุณโสภณ เป็นคนเชียงราย คนเชียงรายรู้หมด ด่านเถื่อนมีอยู่ 10 จุด ถ้าล็อก 10 จุดนั้นได้ ก็จะแทงว่าไม่มีปัญหาแล้ว หรือปัญหาลดน้อยลง

ท่านผู้ว่าฯ เชียงราย คนปัจจุบัน ท่านได้อานิสงส์จากการที่ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ อดีตผู้ว่าฯ หมูป่า ถูกย้าย เหตุผลเพราะว่าดื้อ ไม่ยอมตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย


เป็นคนตงฉินมากจนเกินไป ซื่อสัตย์สุจริต ก็เลยสลับ โดยเอาผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ อยู่ จ.เชียงราย จังหวัดเบ้อเริ่ม ไปอยู่พะเยา จังหวัดเล็กๆ แล้วย้ายผู้ว่าฯ พะเยา อยู่จังหวัดเล็กๆ มา จ.เชียงราย เพราะว่าผู้ว่าฯ เชียงราย คนปัจจุบันเป็นคนซึ่ง "ได้ครับนาย ได้ครับท่าน จริงครับผม ตรงครับนาย" ทุกอย่าง จะทำอะไรก็ทำได้ หลายๆ เรื่องที่ท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ท่านไม่เห็นด้วย ท่านไม่อนุมัติ วันนี้เริ่มมีการปูพื้นฐานกันแล้ว เริ่มมีการปลูกหญ้าในพื้นที่ที่ไม่ให้มีการก่อสร้างอะไรทั้งสิ้น ตามที่ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ สั่งห้าม เริ่มแล้ว

ท่านผู้ชมครับ แล้วท่านผู้ชมคิดว่าท่านผู้กำกับแม่สาย พันตำรวจเอกอะไรก็ไม่รู้ ท่านดูแลตำรวจในแม่สาย ท่านไม่รู้เลยหรือว่าขบวนการค้าของเถื่อนมันเข้ามาอย่างไร ว่ากันว่า เขาลงขัน เต๊ยขัน ใส่เงินใส่ทอง ส่งส่วยให้กับโรงพักแม่สาย ผมก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง แต่ถ้าจริง ผมก็ไม่ประหลาดใจ ส่งมาให้ท่านผู้กำกับตลอดเวลา ผู้กำกับอาจจะไม่ได้รับ ท่านอาจจะเป็นคนซื่อสัตย์ แต่ว่ามันมีความเป็นไปเช่นนั้นล่ะ ว่าขบวนการสกปรก ใต้ดิน สีเทา สีดำทั้งหลาย ถ้าไม่เซ่นสังเวยตำรวจและฝ่ายปกครองแล้ว จะทำมาหากินไม่ได้ ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหม ?

นี่ไง ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านคิดตามผมมาสิ ความเฮงซวยของเจ้าหน้าที่บางคน และผู้หลักผู้ใหญ่บางคนที่โหลยโท่ย มันก็เลยก่อให้เกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นมา และถ้ามีโควิดระบาดระลอกที่สองเกิดขึ้น ท่านผู้ชมจำเอาไว้เลยนะ คนพวกนี้ต้องรับผิดชอบหมด ท่านผู้ว่าฯ เชียงราย ออกมาบอกว่าไม่ล็อกดาวน์แม่สาย คุณใช้ส่วนไหนของร่างกายคิด ไม่ต้องล็อกดาวน์ จ.เชียงราย ไม่ต้องล็อกดาวน์ภูชี้ฟ้า ไม่ต้องล็อกดาวน์แม่ฟ้าหลวง แต่แม่สายต้องล็อกดาวน์ และด่านเถื่อน 10 แห่ง ต้องปิดตาย คุณก็รู้อยู่แล้วว่าใครรับจ้างพาคนข้ามไปโน่น ข้ามไปนี่ ตำรวจก็รู้อยู่แล้ว ก็ล็อกพวกนั้นออกมาเสีย ชีวิตคนไทยทั้งชีวิต น่าสังเวชมาก ต้องพึ่งพาอาศัยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และผู้กำกับ สภ.แม่สาย หรือผู้การจังหวัดเชียงราย คุณเดินหมากผิดไปตาเดียว กระดานล่มทั้งกระดาน


ท่านผู้ชมครับ ผมเห็นใจคนทำมาหากิน ถ้าเราล็อกแม่สายก่อน ถ้าแม่สายไม่อยู่ ล็อกแม่จันต่อ แล้วค่อยล็อกอำเภอเมือง แต่ต้องล็อกแม่สายก่อน แล้วทั้งหมดค่อยไปที่เชียงแสน ทั้งหมดอยู่ที่ผู้ว่าฯ เชียงราย ถ้ายังดูเบา ก็ต้องถามว่า คนที่กลับเข้ามาแล้วเป็นอย่างไร ไม่เป็นทางการ ไปอยู่ที่ไหนล่ะ ตอบผมหน่อยได้ไหม ท่านผู้ว่าฯ เชียงราย คนที่กลับมาน่ะ อยู่ที่ไหนแล้ว ? เพราะด่านปิด จึงไปเข้าด่านเถื่อน ทั้งสาวคาราโอเกะ นักเรียน พ่อค้าของเถื่อน ท่านผู้ชมครับ ผมพูดไปแล้วผมก็เหนื่อย ไม่ใช่ว่าผมไม่เหนื่อย เรื่องบางเรื่องผมประหลาดใจมาก ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านมองไม่เห็นหรือ เรื่องพวกนี้ หรือว่าความเป็นพี่น้องระหว่างท่านกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ทำให้ท่านไม่พูด ท่านเอาอย่างนั้นเลยใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นมันก็ตอกย้ำว่าการสืบทอดอำนาจของท่านก็สืบทอดอำนาจก็เพื่อพวกท่าน 2-3 คนนี้เอง



ท่านผู้ชมครับ คุณอนุทิน พูดว่า โควิดกระจอก คุณทักษิณ พูด โจรกระจอก ถ้าโรคมันกระจอกนะ ตอนนี้ตัวเลขติดเชื้อทั่วโลก 70 ล้านคนแล้ว ต้องเชิญคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ไปปรับทัศนคติโควิดเป็นโรคกระจอก หรือว่าคนพูดเป็นคนกระจอกกันแน่ ?

ท่านผู้ชมครับ ก่อนที่ผมจะพูดเรื่องต่อไป ผมขอเตือนคนที่คิดจะใช้คำหยาบ ให้เลิกคิด เพราะว่าเส้นตายผ่านไปแล้วนะครับ จากนี้่ไปไม่มีการประนีประนอมกัน ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อพวงมาลัยมา แล้วพูดกับทนายความของผม มาขอเข้าพบคุณสนธิ ขอขมา รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ได้ตั้งใจ เมาเหล้าไปหน่อย อารมณ์มันเกิดขึ้น ท่านผู้ชมครับ ผมดำเนินคดีสุดซอยเลย ผมมีหมายจับอยู่ใบหนึ่ง เดี๋ยวผมจะโพสต์ลงเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ศาลนัดมาแล้ว ไม่มา ศาลออกหมายจับแล้ว อยู่อุดรธานี ผมกำลังดำเนินการให้ตำรวจที่อุดรธานีจับแล้วขึ้นรถปิกอัพ เพราะว่าขึ้นเครื่องบินไม่ได้ ตีจากอุดรธานี มาส่งที่ศาลอาญากรุงเทพฯ แล้วเข้าคุมขัง รอวันนัดหมายศาล ถ้ามีเงินประกันตัว ก็ยื่นประกันได้เลย ศาลให้ประกันแน่นอน แต่ถ้าไม่มีเงินประกันตัว ไม่ได้เตรียมตัว ก็นอนคุกต่อไป อย่ามาเล่นกับผมนะ ไม่ว่าคุณจะเป็นวัยไหนก็ตามนะ อย่ามาทะลึ่ง ต่างคนต่างอยู่ ไม่ชอบฟังรายการผม ก็อย่าเข้ามาสิ


ท่านผู้ชมครับ วันนี้จะพูดเรื่องที่คาใจเล็กน้อย แต่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสั่งสอนมากกว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2563 เพจเฟซบุ๊ก เยาวชนปลดแอก - Free YOUTH ซึ่งเป็นเพจกลางของม็อบเด็กและม็อบนักศึกษา ท่านผู้ชมครับ จะให้ดูว่าคนพวกนี้ ... วันนี้ผมจะพูดในประเด็นอะไร ? ผมจะพูดในประเด็นว่า ผมมองเด็กพวกนี้แล้ว แล้วความคิดแต่ละความคิด ข้อเสนอแต่ละข้อเสนอ แล้วประเด็นที่จะออกไปฟาดฟันกับผู้มีอำนาจแต่ละเรื่อง โดยเป้าหมายก็ยังคงอยู่ที่สถาบันกษัตริย์ ไม่มีเปลี่ยนแปลง


แต่ปรากฏว่าวันนี้ผมดูพวกเขาแล้ว มันเหมือนเด็กที่เล่นอยู่แล้วขี้แตกเต็มกางเกง ขี้เปื้อนก้นหมดเลย ไม่รู้จะทำอย่างไร เดินไปเตาะแตะๆ ไป ร้องไห้ ขี้ไหลออกจากก้น ท่านผู้ชมครับ เด็กพวกนี้ Fee YOUTH เยาวชนปลดแอก เอารูปค้อนกับเคียวขึ้นมาให้ดู

ท่านผู้ชมครับ เดี๋ยวผมจะเอาการ์ตูนให้ดู บัญชา คามิน เอาการ์ตูนอันหนึ่งซึ่งคลาสสิกมากในสายตาผม คือหลุมฝังศพของผู้ก่อการคณะราษฎร คณะโจร 2475 ไอ้พวกนี้ก็ขุดขึ้นมา แล้วปรากฏว่าศพก็โวยวาย ว่า ยังไม่ทันไรเลย มึงไปขุดต่ออีกหลุมหนึ่งแล้ว ก็คือ Karl Marx


Karl Marx คือคนคิดลัทธิคอมมิวนิสต์ขึ้นมา พวกนี้มันเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเหมือนสมัยพวกเขายังเด็กอยู่ แล้วก็ขี้แตกในผ้าอ้อม จริงๆ ให้ตายเถอะ ท่านผู้ชม ผมนึกไม่ออกว่าคุณคิดได้อย่างไร คือสรุปง่ายๆ ว่าตอนนี้ไม่มีมุกเล่นเลย ก็เลยไปเล่นมุกเรื่องเกี่ยวกับแรงงานสร้างชาติ แล้วอุตส่าห์ใช้คำพูดเหน็บแนมสถาบันกษัตริย์นะ "แรงงานสร้างชาติ มิใช่มหาราชองค์ใด" แล้วพูดอีกว่า "นี่คือ movement ครั้งใหม่ที่จะไม่มีอะไรเหมือนเดิม ปลุกสำนึกทางชนชั้นของเหล่าแรงงานผู้ถูกกดขี่ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน พนักงานออฟฟิศ นอกเครื่องแบบ ชาวนา ข้าราชการ เราทุกคนล้วนเป็นแรงงานผู้ถูกกดขี่ วันนี้ไม่มีแกนนำ ไม่ตั้งเวที ไม่มีการ์ด ไม่มีรถห้องน้ำ ไม่มีการเจรจา ไม่มีการต่อรอง มาร่วม Restart Thailand เพื่อสร้างสังคมคนเท่ากัน" ผมนี่เบื่อจริงๆ เลย คำว่า "สังคมคนเท่ากัน" คำพูดนี้มันมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว เป็นพันๆ ปี มีปราชญ์ในโลกนี้เยอะแยะไปหมด คนเราจะต้องเท่าเทียมกัน

Karl Marx บอกว่า กรรมาชีพที่ใช้แรงงานนั้น กับบรรดา bourgeoisie (กระฎุมพี) นั้น จะต้องโค่นล้ม bourgeoisie ไป แล้วกรรมาชีพเท่ากัน มีเท่ากันที่ไหนเล่าในโลกนี้ คุณไปหามาสิสังคมที่พวกคุณคิดว่ามันเท่ากัน มันอยู่ตรงไหน ? ผมอยู่มา 73 ปี ผมยังหาสังคมที่คนมันเท่าเทียมกันทุกคนไม่ได้ คุณไปถามพ่อแม่คุณสิ ว่าสังคมมีเท่าเทียมกันไหม ไม่มี แล้วคุณบอกว่า ทุกคนเป็นแรงงาน คุณหมายถึงใครล่ะ ? สมัยก่อน เหมา เจ๋อตุง นั้น ปฏิวัติ เหตุผลของการปฏิวัตินั้นก็เพราะว่าชาวไร่ชาวนาถูกเจ้าของที่ดินกดขี่ ทำให้ชาวไร่ชาวนานั้นหลุดพ้นจากการถูกกดขี่ ก็เลยเกิดระบบคอมมูน (Commune) คือว่าไม่มีเจ้าของที่ดิน แต่ที่ดินนี้เป็นส่วนกลาง ทุกคนเข้ามาช่วยกันปลูกผัก ปลูกหญ้า ปลูกข้าว แล้วได้ผลผลิตเท่าไร เอามารวมกัน วางตรงกลาง เอาไปขายแล้วก็มาแบ่งกัน ทำไปทำมาในทึ่สุดแล้วผลผลิตก็ไม่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งมาถึงยุคเติ้ง เสี่ยวผิง


เติ้ง เสี่ยวผิง ก็บอกว่า เฮ้ย ไม่ได้ ต้องให้คนมีสิทธิเป็นเจ้าของผลผลิตที่ตัวเองผลิต สมมุติว่า คุณมีที่ดินอยู่ 10 ไร่ อาจจะเป็นของรัฐ แต่ถ้าคุณผลิตได้ 10 ไร่ คุณเอา 10 ไร่นั้นมาแบ่ง ให้รัฐสัก 2 ไร่ อีก 8 ไร่ คุณเอาไป แล้วคุณก็เอาไปขาย เศรษฐกิจมันถึงค่อยๆ กระเตื้องขึ้นมาทีละนิดๆ คุณไปหาสังคมเท่าเทียมกันที่ไหน ?

ค้อนกับเคียวของคุณน่ะ เดี๋ยวผมลงรูปให้ดู มีธงประจำพรรครัสเซีย สหภาพโซเวียต แล้วโซเวียตเป็นคอมมิวนิสต์หรือเปล่า ตอนนี้ ? ธงประจำพรรคคอมมิวนิสต์จีน พรรคคอมมิวนิสต์จีน ยังเป็นพรรคคอมมิวนิสต์อยู่ แต่ว่าการบริหารจัดการยังคงเป็นระบบทุนนิยมชัดเจน ธงประจำพรรคประชาชนปฏิวัติลาว พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม


พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามก็เป็นทุนนิยม คนร่ำคนรวยในเวียดนามร่ำรวยได้ พรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศจีน เขาก็ถึงกับเชิญผู้ประกอบการ เศรษฐี เจ้าสัวทั้งหลาย เข้ามาเป็นสมาชิกสภาประชาชน เข้ามาร่วมกันสร้างชาติ คุณจะบ้ากันหรือเปล่า คุณเอาสมองส่วนไหนมาคิด แล้วถ้าคุณมาแบบนี้ คุณเป็นคนรุ่นใหม่ ไอ้ผมจะตายเร็วๆ นี้แล้ว อีกไม่กี่ปีก็ตายแล้ว ผมจะพึ่งพาประเทศนี้ ฝากอนาคตให้คุณได้อย่างไร (วะ) ? ควาย! คุณจะเอาแรงงานที่ไหนล่ะ คุณไปปลุกระดมสหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตสิ คุณไปปลุกระดมการไฟฟ้านครหลวงสิ มันจะได้ถีบคุณออกมาไง นั่นน่ะแรงงานใช่ไหม ? เดินสายไฟ ตั้งเสาไฟฟ้า แรงงานนี่ จะไม่ใช่แรงงานได้อย่างไร คุณไปปลุกระดมสหภาพฯ รถไฟไทยสิ ไปปลุกระดมให้หมดเลย สหภาพฯ ของการท่องเที่ยวฯ ของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย คุณเพ้อเจ้อไปแล้ว คุณไม่มีมุกเล่น ถึงเวลาที่คุณต้องยอมรับเสียทีว่าคุณพ่ายแพ้พวกนี้ คุณสู้เขาไม่ได้หรอก


แล้วในที่สุด คุณก็อดที่จะเหน็บแนม แดกดันสถาบันกษัตริย์อยู่เหมือนเดิม โดยไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว อย่างที่ผมบอก คุณน่ะเหมือนเด็กที่ใส่ผ้าอ้อม แล้วขี้แตกเต็มผ้าอ้อม แล้วคุณก็วิ่งร้องไห้ เรียกร้องความเห็นใจ ผมเบื่อจริงๆ ทีหลังหามุกที่มันดีกว่านี้หน่อยได้ไหม อย่ามาทะลึ่งตึงตังแบบนี้

ท่านผู้ชมครับ เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้พูดเรื่องนโยบายต่างประเทศของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไป ต่อจากนายโดนัลด์ ทรัมป์


ผมได้อธิบายให้ฟังว่า จริงๆ แล้วถึงนายไบเดน ขึ้นมา นโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เป็นเพียงแต่ว่า ลักษณะและวิธีการจะไม่เหมือนกัน สำหรับนายทรัมป์ นั้น จะเป็นพระเอกอยู่คนเดียว เล่นบทห้าวเป้ง ไม่พอใจอะไรก็เซ็นคำสั่งประธานาธิบดีออกมา เหมือนกับที่ตั้งกำแพงภาษีกับจีน คำสั่งแบบนี้ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Executive Order คำสั่งประธานาธิบดี ซึ่งมีผลบังคับได้ทันทีเลย


นายโจ ไบเดน วิธีการจะต่างจากนายทรัมป์ แต่นายโจ ไบเดน จะตั้งเป้าในการบีบคั้น กดดันประเทศต่างๆ ที่อเมริกาไม่พอใจ และต้องการที่จะให้เปลี่ยนแปลง ด้วยการระดมพลพรรคของตัวเอง ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มอียู และกลุ่มประเทศ Five Eyes (ห้าตา) คือประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ 5 ประเทศ มีอเมริกา มีอังกฤษ มีอออสเตรเลีย มีนิวซีแลนด์ มีแคนาดา โดยจะใช้หลักการของการเน้นที่ประชาธิปไตย เน้นที่สิทธิมนุษยชน และเน้นที่การปฏิรูป โดยที่จะไม่เน้นในเรื่องความรุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าประเดี๋ยวฟังผมพูดต่อไป


ท่านผู้ชมครับ ประสบการณ์ในชีวิตที่ผมผ่านมา จากหนุ่มแน่น ไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่ที่สหรัฐอเมริกาถึงเกือบ 9 ปี มันสอนผมหลายอย่างว่า คำพูดที่สวยหรูกับการกระทำนั้น หลายๆ ครั้งมันตรงกันข้ามกันหมดเลย แล้วกรณีของสหรัฐอเมริกาก็เช่นกัน ล่าสุด สองอาทิตย์ที่แล้วผมเล่าให้ฟังแล้วว่า พวกนี้จะรวมพันธมิตรให้มีนโยบายเหมือนกัน ความคิดประเภทเดียวกัน แล้วก็เสนอความคิดนี้ไปกดดันจีน ไปกดดันรัสเซีย ไปกดดันอิหร่าน หรือไปกดดันประเทศหรือกลุ่มใดก็ตามที่ไม่ได้ใช้ทำนองคลองเดียวกับที่เขาต้องการ

อุปมาอุปไมยเหมือนกับว่าเขากินแฮมเบอร์เกอร์ กินขนมปัง แล้วเขาจะพยายามเอาคนที่กินขนมปังทั้งหมดมารวมตัวกัน แล้วมาบอกคนที่กินข้าวว่า เฮ้ย เอ็งต้องหยุดกินข้าวนะ เอ็งต้องกินขนมปัง นี่คือจริงๆ แล้วลงไปในเนื้อหาสาระ มันมีอยู่เพียงแค่นี้เอง เพราะฉะนั้นแล้ว ผมเคยบอกแล้วไงครับว่า อเมริกาจะใช้ Soft power พลังอ่อนๆ ก็คือพลังทางวัฒนธรรม พลังทางความคิดออกรุก โดยส่วนหนึ่งเขาจะใช้กลุ่ม NGO ของเขา ผมเคยพูดแล้ว เช่น บริษัท NED : National Endowment for Democracy ซึ่งเป็นส่วนต่อของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นก็คือเป็น CIA ภาคพลเมือง นอกจากนั้นแล้ว ก็จะใช้วุฒิสมาชิก หรือใช้สภาคองเกรส เป็นตัวกดดัน เหมือนกับในยุคหนึ่งที่สภาคองเกรสของอเมริกา เมื่อไม่นานมานี้ กดดันจีนโดยเชิญนายโจชัว หว่อง เข้าไป แล้วก็ให้แถลง


แล้วก็ให้วุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเดโมแครต หรือรีพับลิกัน นางแนนซี เปโรซี ซึ่งเป็นประธานสภาคองเกรส ออกมายืนข้างๆ โจชัว หว่อง หลายๆ คนยืนข้างโจชัว หว่อง แล้วให้กำลังใจ แล้วกดดันจีน แล้วในที่สุดวันนี้นายโจชัว หว่อง ก็นั่งอยู่ในคุก อยู่ที่ฮ่องกง หลังจากที่โดนพิพากษาให้จำคุก 13 เดือน

แต่ล่าสุดมันมีข่าวเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นมา ข่าวนี้ทำให้แวดวงคนไทยเริ่มกระโดดกันตัวยาวเลย คือเรื่องของคุณลัดดา ดักเวิร์ธ หรือแกมีชื่อภาษาอังกฤษว่า แทมมี ลัดดา ดักเวิร์ธ


นางลัดดา ดักเวิร์ธ คือคนไทย ลูกครึ่งไทย พ่อเป็นคนอเมริกัน แม่เป็นคนไทย มีสามีเป็นคนอเมริกัน เป็นอดีตทหารที่เข้าไปร่วมรบในประเทศอิรัก แล้วถูกระเบิด เป็นนักขับเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ ขาขาดสองข้าง ตอนนั้นคนไทยก็พากันชื่นชมว่า ลัดดา ดักเวิร์ธ เป็นคนไทยนะ น่าจะเข้าใจประเทศไทยได้ดี ทุกคนก็เฮกัน เชียร์ลัดดา ดักเวิร์ธ กันเต็มที่ เหมือนกับครั้งหนึ่ง ถ้าท่านผู้ชมยังจำได้ ถ้ามีอายุใกล้ๆ ผมนะ ไทเกอร์ วูดส์ พอไทเกอร์ วูดส์ ดังขึ้นมาในวงการกีฬาปั๊บ เป็นมือโปรกอล์ฟอันดับ 1 ของโลก ทุกคนเฮกันหมดเลย ไทเกอร์ วูดส์ เป็นคนไทย แต่ปรากฏว่าในที่สุดแล้ว ไทเกอร์ วูดส์ มันไม่ยอมรับว่าเป็นคนไทย เพราะฉะนั้นแล้ว หลายคนบอกว่าจะเชิญไทเกอร์ วูดส์ ไปที่โน่นไปที่นี่ ปรากฏว่าไทเกอร์ วูดส์ มาเมืองไทย ไม่ยอมไปไไหนเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะว่าเชิญด้วยลม ก็ได้แต่ลม เพราะว่าไทเกอร์ วูดส์ นั้น คืออเมริกันเต็มตัว ก็คือว่า ต้องติดปลายนวมด้วยเงิน จะเชิญไปไหนก็ใส่ไปสัก 1-2 แสนดอลลาร์ ก็ประมาณ 3-6 ล้านบาท ไทเกอร์ วูดส์ จะไปปรากฏตัวให้ แต่ปรากฏตัวระยะสั้นๆ


แทมมี ลัดดา ดักเวิร์ธ ก็เหมือนกัน กรอบความคิดของแทมมี ลัดดา ดักเวิร์ธ นั้น ก็เป็นกรอบความคิดของอเมริกันชน ไม่ได้เข้าใจเรื่องราวต่างๆ ของประเทศไทย แต่ใช้หลักที่ตัวเองคิดว่าเป็นหลักของอเมริกัน เป็นหลักสากล มาเป็นตัวกำกับ เป็นตัวตั้ง เพื่อให้ประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ คิดตามตัวเอง

ท่านผู้ชมครับ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563 มันมีเว็บไซต์ข่าวเผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ข่าวของ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศของวุฒิสภาสหรัฐฯ ระบุว่า วุฒิสมาชิกบ๊อก เมเนนเดซ (Bob Menendez) และดิก เดอร์บิน (Dick Durbin) ซึ่งเป็นสมาชิกของกรรมาธิการการต่างประเทศ พร้อมด้วยวุฒิสมาชิกอีก 7 คน หนึ่งในนั้นเป็นนางแทมมี ลัดดา ดักเวิร์ธ วุฒิสมาชิกอเมริกันมาจากรัฐอิลลินอยส์ เชื้อสายไทย เสนอ 5 ข้อ ให้กับวุฒิสภา ยื่นไปเลย คือพูดง่ายๆ ว่า ใครก็ตามถ้ารวบรวมเสียงได้จำนวนหนึ่ง ก็สามารถจะเสนอเรื่องราวต่างๆ เข้าวุฒิสภา เข้าสภาคองเกรสได้ ถ้าเป็นสภาคองเกรส ก็ต้องใช้สมาชิกสภาคองเกรส ข้อเสนอของเขามีเรื่องอะไร ?


เขามีมติ 5 ข้อ ข้อแรก ต่อกรณีการชุมนุมของกระบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในไทย ก็คือพวกม็อบล้มเจ้าทั้งหลายนี่ล่ะ ท่านผู้ชมครับ ไม่ได้ต่างจากการที่สมัยก่อนเขาเคยเสนอเรื่องต่างๆ ของฮ่องกง ของโจชัว หว่อง ของแอกเนส โจว ของนายลัม ของนายจิมมี ไล เสนอเข้าคองเกรสเพื่อให้ลงมติกัน แต่เผอิญตอนนั้นนายทรัมป์ กำลังทะเลาะกับจีน เดโมแครตก็ต้องการที่จะเชิดชูในเรื่องของหลักประชาธิปไตย มันก็เลยกลายเป็นร่วมมือกันระหว่างสองพรรค เดโมแครต กับรีพับลิกัน ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ร่วมประณามจีน


เอาล่ะ งวดนี้เขาเสนอ 5 ข้อ อะไรบ้าง ? เขาเริ่มข้อแรกด้วยการย้ำถึงสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างสหรัฐฯ และประเทศไทย และที่ผมสนใจประโยคหนึ่ง สำคัญมาก "ตั้งอยู่บนหลักการประชาธิปไตยและผลประโยชน์เชิงกลยุทธ์ร่วมกัน" หลักการประชาธิปไตย ผมจะกราบเรียนท่านผู้ชมนิดหนึ่ง และอยากให้ใครก็ตาม แปลตรงนี้ไปให้แทมมี ลัดดา ดักเวิร์ธ

คสช.เข้ามาปฏิวัติในประเทศไทย ยึดอำนาจไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่บารัก โอบามา เป็นประธานาธิบดี ก็ในเมื่อถ้า คสช.เข้ามายึดอำนาจแล้ว ก็ผิดหลักการประชาธิปไตย และเกิดอะไรขึ้น ? ทำไมบารัก โอบามา ถึงไม่เล่นงานประเทศไทยให้หนัก ถึงขนาดตัดสัมพันธภาพทางการทูตกัน ที่เขาไม่ทำเช่นนั้นก็เพราะว่า ข้อต่อไปที่เขาเขียน ก็คือว่า "ผลประโยชน์เชิงกลยุทธ์ร่วมกัน" เพราะประเทศไทยมีความสำคัญกับอเมริกามาก


ไม่อย่างนั้นแล้ว เวลาบารัก โอบามา มีชุมนุม มีประชุม เอเปก หรือมีประชุมสหประชาชาติ บารัก โอบามา จะเดินมาจับมือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ได้อย่างไร สำหรับอเมริกาแล้ว ผลประโยชน์มาก่อน นั่นข้อหนึ่ง

ข้อที่สอง ที่เขายื่นไป คือ "ยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกับคนไทยในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย การปฏิรูปการเมือง สันติภาพที่ยั่งยืน และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชนสากล" ท่านผู้ชมครับ ฟังดูสวยหรู คำถามมีอยู่อย่างนี้ คำว่าหลักประชาธิปไตย เป็นหลักแบบไหน ? ถ้าเป็นหลักแบบพวกคุณ พวกตะวันตก ก็คือ One Man One Vote 1 เสียง 1 คะแนนเสียง ผมถามตรงๆ เลยว่า ในอิหร่านมีการเลือกตั้งไหม ? มี แต่เขาเลือกตั้งชัดเจน ว่าต้องยึดถือศาสนาอิสลามเป็นหลัก อะไรที่แตกจากศาสนาอิสลาม ไม่มีสิทธิ์ ท่านผู้ชมเห็นหรือยังครับ แต่ละประเทศจะมีเงื่อนไขต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบในการพิจารณาว่าประชาธิปไตยของแต่ละสังคมนั้นย่อมแตกต่างกันไป ตามสิ่งแวดล้อมต่างๆ ตามวัฒนธรรม ตามประวัติศาสตร์ของแต่ละประเทศ ถามว่าประเทศจีนมีหลักประชาธิปไตยไหม ? มี ประเทศจีนก็มีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ถามว่ามีพรรคอื่นไหม ? มี แต่เกิดไม่ได้ ทำไมเกิดไม่ได้ ? เพราะว่าประเทศจีนมีกำหนดว่า พรรคคอมมิวนิสต์ต้องเป็นพรรคเดียวในประเทศจีน เอาล่ะ ก็เป็นเงื่อนไขที่เขาตั้งเอาไว้ แล้วพรรคคอมมิวนิสต์ เขามีหลักประชาธิปไตยไหม ? หลักประชาธิปไตยของประเทศจีนก็คือว่า เขาคัดเลือกสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ตามท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศจีน แล้วเขามารวมตัวกัน แล้วเข้ามาประชุมที่สภาประชาชนปีละ 1-2 ครั้ง


ท่านผู้ชมครับ เคารพในหลักสิทธิมนุษยชน เดี๋ยวผมจะถามคุณแทมมี ดักเวิร์ธ ต่อ ในเรื่องหลักสิทธิมนุษยชนที่คุณเชิดชู วันนี้ประเทศจีนโดนต่างชาติถล่มในเรื่องของซินเจียง ชนเผ่าอุยกูร์ ซึ่งมีข่าวออกมาว่าจีนกักกันคนพวกนี้ไว้เป็นล้านคน เขาบอกว่าจีนไม่ได้เคารพหลักสิทธิมนุษยชน ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยกลับมาอีกที

ข้อสาม "เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปกป้องและยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย หลักสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และการแสดงความคิดเห็น รวมทั้งให้ปล่อยตัวนักเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยไม่มีเงื่อนไขในทันที และหลีกเลี่ยงการคุกคาม ข่มขู่ ผู้ที่ร่วมชุมนุมประท้วงอย่างสงบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องปกป้องสิทธิและสวัสดิภาพของเด็กและนักเรียน นักศึกษา


ท่านผู้ชมครับ ฟังแล้วทะแม่งๆ ไหม ประเดี๋ยวผมจะกลับมาตรงนี้ต่อ


ข้อที่ 4 "เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนสิทธิของประชาชนไทย (คือเรียกร้องผ่านวุฒิสภาสหรัฐฯ) ในการกำหนดอนาคตของตนด้วยวิถีทางสันติและเป็นประชาธิปไตย"


ข้อที่ 5 "แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าการแก้ไขวิกฤตการเมืองด้วยการทำรัฐประหารจะไม่เป็นผลดี และเสี่ยงต่อการทำลายความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ และไทย"

ท่านผู้ชมฟังแล้ว 5 ข้อนี้คุ้นๆ ไหม 5 ข้อนี้ ก็คือ 5 ข้อเรียกร้องของม็อบเด็ก ม็อบล้มเจ้าที่ผมเรียก ม็อบราษฎร เป๊ะเลย เหมือนกับถอดข้อความที่พวกนี้เรียกร้องออกมาแล้วมีคนบางคนส่งไปให้นางลัดดา ดักเวิร์ธ แล้วนางลัดดา ก็ร่างออกมาเป็น 5 ข้อนี้ ท่านผู้ชมครับ นางลัดดา ดักเวิร์ธ ได้ไปถวายพระพรให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 โดยอัดเป็นคลิปที่สถานทูตไทยที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.


นางลัดดา มีมารดาเป็นคนไทย ก็ย่อมรู้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เคารพสถาบันกษัตริย์ เคารพพระเจ้าอยู่หัว ไม่มีทางที่นางลัดดา จะไม่รู้ คนในอเมริกาหลายคนที่เคยศึกษามา เคยมาเมืองไทย ก็รู้ อดีตเอกอัครราชทูตหลายคน แม้กระทั่งนายบอยซ์ ก็รู้ว่า พระเจ้าอยู่หัวมีความสำคัญอยู่ในใจคนไทย


นางลัดดา ดักเวิร์ธ และวุฒิสมาชิกโง่ๆ อีก 7-8 คน ที่ยื่นข้อเรียกร้องนี้ต่อวุฒิสมาชิก วุฒิสภาสหรัฐอเมริกา ไม่รู้เชียวหรือว่าม็อบที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศไทยนั้น ก็คือม็อบล้มเจ้า นางลัดดา ไม่รู้หรือว่า ไอ้พวกเวรตะไลพวกนี้มายืนบนถนน แล้วใช้คำพูดที่หยาบคายด่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ลามปามไปจนถึงรัชกาลที่ 9 นายธนาธร ยังออกมาตำหนิเศรษฐกิจพอเพียงว่าโง่ เป็นนโยบายของการที่จะทำให้คนจนนั้นต้องจนต่อไป คือสรุปง่ายๆ ว่าม็อบพวกนี้คือม็อบที่ไม่ต้องการที่จะมีพระมหากษัตริย์ นางลัดดา ดักเวิร์ธ ไม่รู้เชียวหรือ

แล้วมิหนำซ้ำยังมาพูด วุฒิสมาชิก นายเมเนนเดซ พูดว่าอย่างไร ? "นักปฏิรูปในไทยไม่ต้องการปฏิวัติ พวกเขาเพียงต้องการเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย เรียกร้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุม และทำให้ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมประชาธิปไตย"


ท่านผู้ชมครับ นายเมเนนเดซ ก็โชว์โง่ออกมาอีก ผมถึงบอกท่านผู้ชมหลายครั้งแล้วว่าอย่าไปหลงฝรั่งมัน พวกวุฒิสมาชิก กับพวกสมาชิกคองเกรส มันไม่ได้ฉลาดกว่าเราหรอก มันซื่อบื้อ มันโง่ แล้วมันไปเข้าใจในกระบวนทัศน์ที่พวกมันเคยชิน แต่มันไม่เข้าใจลักษณะกระบวนทัศน์ของอีกประเทศหนึ่ง หรือหลายๆ ประเทศ


ท่านผู้ชมรู้ไหมครับ ผมอยากจะถามนายเมเนนเดซ เมื่อคุณพูดเช่นนี้ ผมจะถามคุณต่อ ว่า คุณรู้ไหมว่าม็อบที่คุณสนับสนุนเหลือเกิน บอกว่าอย่าไปทำอะไรรุนแรง แล้วต้องปล่อยตัวออกหมด ม็อบพวกนี้มันทำอะไรบ้าง ? ท่านผู้ชมครับ มีใครก็ตามลองแปลคำพูดของผมไปให้ลัดดา ดักเวิร์ธ ฟังหน่อยไหม

ม็อบปลดแอกนั้นมีวัตถุประสงค์ที่จะล้มสถาบันกษัตริย์ เพื่อตั้งระบอบสาธารณรัฐขึ้นมา ท่านผู้ชมครับ ข้อความเผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2563 ก่อนวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ รัชกาลที่ 9 (วันที่ 5) วันพ่อแห่งชาติ และวันชาติไทย เพียง 1 วัน

วันที่ 4 ธันวาคม เพจเฟซบุ๊กของเยาวชนปลดแอก หรือที่เขาเรียกว่า Free YOUTH ซึ่งเป็นเพจหลักในการสั่งการให้ม็อบเคลื่อนไหวชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ โพสต์ข้อความปลุกระดมแนวคิดการปกครองแบบสาธารณรัฐ โดยมีเนื้อหาดังนี้


รัฐที่มหาชนเป็นใหญ่ สาธารณรัฐ (Republic) เป็นรูปแบบการปกครองที่แพร่หลายทั่วโลก เน้นการกระจายอำนาจการปกครอง ผู้ปกครองต้องมาจากการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม มิใช่ตกทอดทางสายเลือด ไม่มีเลือดสีน้ำเงิน ไม่มีเลือดสีอื่นใด มีเพียง สีแดง"



"มนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน ไม่มีมนุษย์คนไหนพึงมีสิทธิแต่กำเนิดในอันที่จะยกยอตระกูลของตนให้มีอภิสิทธิ์ถาวรเหนือคนทั้งปวงตลอดไป"


นี่เป็นคำกล่าวของนาย Thomus Paine นักต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของอเมริกาในยุคที่อเมริกาเพิ่งตั้งประเทศ

"เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสาธารณรัฐ ในสาธารณรัฐ เสียงของประชาชนจะดังก้องฟ้า แต่สาธารณรัฐจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากประชาชนผู้ลุกขึ้นปลดเปลื้องพันธนาการทั้งปวง"


ท่านผู้ชมครับ คุณลัดดา ดักเวิร์ธ ครับ นี่คือเจตนารมณ์ของม็อบเด็กที่คุณสนับสนุนอยู่ ต้องการจะล้มล้างการปกครองของประเทศไทยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ให้เป็นระบอบสาธารณรัฐ ถือว่าเป็นกบฏไหม ? ต้องถือว่าเป็นกบฎนะ แล้วคุณยังทะลึ่งโชว์โง่ มาสนับสนุนเด็กพวกนี้ เด็กพวกนี้มีอยู่เพียงไม่กี่คนที่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังสนับสนุน แล้วหลอกลวงเด็กส่วนใหญ่ให้คิดไปในแนวทางเดียวกัน ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหมงานนี้


จริงๆ แล้วกระบวนการที่นายเมเนนเดซ และวุฒิสมาชิกอีก 8-9 คน โชว์โง่ รวมทั้งนางลัดดา ดักเวิร์ธ ที่โชว์โง่ออกมาแล้วแถลงการณ์ออกมา 4-5 ข้อนั้น เป็นแถลงการณ์ที่มีคนจับยัดใส่มือให้แล้วพูด พูดออกมาในทิศทางเดียวกับเด็ก แล้วการพยายามที่จะล้มสถาบันกษัตริย์นั้น นางลัดดา ดักเวิร์ธ ไม่ได้พูดเลย ทั้งๆ ที่เงื่อนไขทั้งหมดในการประท้วง ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 10 สิงหาคม เป็นต้นมา จนถึงวันนี้ ก็คือเจตนารมณ์ของการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ คุณธนาธร ก็ยืนยันตรงนี้ เงื่อนไข 3 ข้อ บอกว่า 3 ข้อ อย่างไรก็ตาม ข้อที่ 3 สำคัญที่สุด ก็คือปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ แล้วการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ที่ผมเอามาแจกแจงไปแล้ว นั่นคือการทำลายล้างและล้มล้างสถาบันกษัตริย์

ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง ผมถามกลับ ว่าถ้ามีคนต้องการที่จะมาล้มล้างระบอบการปกครองของอเมริกา เปลี่ยนใหม่ เอาทหารอเมริกันมาเป็นผู้ปกครอง คุณยอมไหม ? คุณก็ไม่ยอมใช่ไหม อย่าว่าแต่เรื่องนี้เลย การเมืองของคุณที่คุณบอกว่าประชาธิปไตย คุณยอมรับข้อเท็จจริงไหม คุณลัดดา ดักเวิร์ธ และ ส.ว.โชว์โง่อีก 7-8 คน จากพรรคเดโมแครต คุณยอมรับไหมว่าในอเมริกานั้นมีแค่ 2 พรรคที่แข่งกัน คือ รีพับลิกัน และเดโมแครต แล้วมันเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร พรรคอิสระเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะมันมีเงื่อนไขทุกอย่างที่คุณออกมาเพื่อกด เพื่อบีบ เพื่อบังคับ ให้มีแค่ 2 พรรคแข่งกัน คือ รีพับลิกัน และเดโมแครต เท่านั้นเอง ตัวคุณเองยังไม่เป็นประชาธิปไตย แล้วคุณมาบอก


แล้วอีกอย่างหนึ่ง ผมจะสอน คุณแทมมี ดักเวิร์ธ คุณควรจะสอนรัฐบาลอเมริกาให้ฟังเสียงประชาชนของคุณเสียก่อน แล้วคุณค่อยมาสอนคนไทย คุณมาสอนรัฐบาลไทยให้ฟังเด็ก เหมือนไม่รู้เลยว่าเด็กๆ พวกนี้ไม่ได้ชุมนุมอย่างสันติ แล้วคุณไปดูเนื้อหาการชุมนุม และเนื้อหาการป้องกัน ป้องปรามของรัฐบาล นี่ผมไม่ได้เข้าข้างรัฐบาล ผมเห็นเหตุการณ์มาทั่วโลก ผมเห็นภาพยนตร์ ผมเห็นวิดีโอคลิป ประท้วงกันสันติ อเมริกาเอากระบองไล่ตี เอาแก๊สน้ำตายิงใส่ จับคนดำกดลงบนพื้น เอาส้นตีนเหยียบบนหลัง หักแขนคนดำ คุณดักเวิร์ธ คุณลองแนะนำให้รัฐบาลอเมริกาลองฟังเสียงชาวปาเลสไตน์ดูบ้าง รัฐบาลอเมริกาตอนนี้สนับสนุนให้อิสราเอลบุกยืดแผ่นดินปาเลสไตน์ ฆ่าชาวปาเลสไตน์อย่างไร้มนุษยธรรม หรือคุณพยายามให้รัฐบาลอเมริกาฟังเสียงชาวเยเมนบ้าง คุณสนับสนุนซาอุดีอาระเบียให้เกิดความวุ่นวายในเยเมน แล้วก็ฆ่าประชาชนชาวเยเมนบ้านแตกสาแหรกขาด คนตายไม่เว้นแต่ละวัน


คุณให้ประชาชนชาวอเมริกัน รัฐบาลอเมริกันฟังเสียงชาวซีเรียบ้าง อเมริกา ประเทศของคุณที่เทิดทูนประชาธิปไตย ส่งทหารไปรุกรานซีเรียเพื่ออิสราเอล ปล้นน้ำมันชาวซีเรียอย่างผิดกฎหมาย


คุณให้รัฐบาลของคุณฟังเสียงชาวอิรักบ้าง คุณส่งทหารไปตั้งค่ายในอิรักอย่างไร้มโนธรรม ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ คุณไม่เคยเคารพอธิปไตยของประเทศเขาเลย และคุณมาทะลึ่งสอนให้เขาเรียนรู้ประชาธิปไตย คุณพยายามให้อเมริกาฟังเสียงคนอิหร่านบ้าง อย่าตกเป็นขี้ข้าอิสราเอล ร่วมกับอิสราเอลฆาตกรรม ก่อวินาศกรรมในอิหร่านอย่างไร้มโนธรรม ไร้มนุษยธรรม เหมือนล่าสุดสนับสนุนให้หน่วยสืบสวนราชการลับอิสราเอลฆ่านักวิทยาศาสตร์ชาวอิหร่าน หรือส่งโดรนไป เข้าไปในอิรัก ในระหว่างที่นายพลกอเซม โซไลมานี ได้รับเชิญจากประเทศอิรัก เป็นแขกเยือนของประเทศอิรัก เพื่อไปเยือนอิรัก เพื่อไปเจรจาสันติภาพ แล้วคุณใช้โดรนออกไปฆ่านายพลกอเซม โซไลมานี

คุณให้รัฐบาลอเมริกาของคุณฟังเสียงชาวเวเนซุเอลาบ้าง เวเนซุเอลาฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ยาก เพราะคุณ ชาวอเมริกันต้องการฮุบน้ำมันเวเนซุเอลา


เมื่อรัฐบาลเวเนซุเอลาไม่ยอม ก็พยายามคว่ำบาตรเขา คุณแอบสนับสนุนนายกุยโด ฝ่ายค้าน ให้เป็นผู้นำ ถึงขนาดให้นายกุยโด ปฏิวัติ แล้วคุณยังส่งทหารรับจ้างเข้าไปเพื่อที่จะยึดอำนาจเวเนซุเอลา แล้วโดนจับได้ มาดูโร มีการเลือกตั้งเหมือนที่คุณต้องการ แล้วมาเลือกทีไร ทีมงานนายมาดูโร ก็ยังเป็นประธานาธิบดีอยู่ คุณไม่ต้องการมาดูโร เพราะมาดูโร ไม่เล่นกับคุณ

คุณให้ชาวอเมริกันฟังเสียงชาวอัฟกานิสถานบ้างไหมล่ะ คุณไม่เคย คุณส่งทหารเข้าไปป่วนอัฟกานิสถาน ละเมิดสิทธิมนุษยชนในอัฟกานิสถาน หลายอย่าง คุณให้คนอเมริกาฟังคนผิวดำในประเทศคุณบ้าง คนผิวดำไม่เคยได้รับการฟังจากพวกคุณเลยแม้แต่นิดเดียว


คุณตั้งเครือข่ายสงครามพันธุ์ทางเพื่อล้มในรัฐบาลประเทศต่างๆ เครือข่ายของคุณมีหมด เวเนซุเอลาก็มี ประเทศไทยก็มี เกาหลีเหนือก็มี อิหร่านก็มี โบลิเวียก็มี เพื่อจัดตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดในนามของประชาธิปไตยของคุณ


ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมเห็นหรือยังว่าเนื้อแท้ของอเมริกาเป็นอย่างไร ลัดดา ดักเวิร์ธ ไม่ได้มีอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่มีเลย รับปรัชญาของการรุกราน ปรัชญาของการเป็นเจ้าอาณานิคมเข้ามา รังแกประเทศต่างๆ คุณแทมมี นอกจากมีเชื้อสายไทยแล้ว คุณไม่มีบทบาทอะไรโดดเด่นในนานาชาติเลย คุณอาจจะพิการในสงคราม แต่คุณก็เป็นนักขับเฮลิคอปเตอร์ในอิรักเพื่อเอาอาวุธไปโจมตีชาวอิรักเขา คุณแทมมี ครับ มีผู้หญิงอยู่หลายคนที่เขาต่อสู้เพื่อเรียกร้องให้อเมริกายุติสงคราม อย่างเช่น นาง Tulsi Gabbard นาง Chelsea Manning เขาต่อสู้ คุณลัดดา ดักเวิร์ธ คุณไม่ได้ต่อสู้เรียกร้องให้รัฐบาลอเมริกาอภัยโทษให้กับนาย Edward Snowden และ Julian Assange ที่เขาออกมาแฉอาชากรรมสงครามที่รัฐบาลคุณทำ ไม่ได้ต่อสู้เรียกร้องให้อเมริกาถอนทหารออกจากอิรัก ซีเรีย ไม่ได้ต่อสู้ให้อเมริกาเลิกรุกรานประเทศอื่นๆ และไม่ได้ต่อสู้เรียกร้องให้รัฐบาลอเมริกาดูแลทหารผ่านศึก เช่น อย่างคุณ มีเยอะแยะเลยในอเมริกา คนไร้บ้านที่ถูกทอดทิ้ง น่าสงสาร


ท่านผู้ชมครับ หน้าไหว้หลังหลอกไหม ? แล้วผมเห็นการมาอ้างว่าให้ปล่อยนักศึกษาออกไปโดยไม่มีเงื่อนไข ก็พวกนี้ทำความผิด ผิดมาตรา 112 คุณดูสิ ออกมาด่าว่า ออกมาอาฆาตมาดร้าย ดูหมิ่น เหยียดหยามกษัตริย์ ผิดมาตรา 112 รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลย รัฐบาลมีแค่ฉีดน้ำใส่ คุณไปดูที่ฮ่องกง ตำรวจฮ่องกงก็ไม่ได้ทำร้ายประชาชน มีแต่พวกที่ชุมนุมกัน คุณแทมมี คุณเป็นเพื่อนของคนไทย เดโมแครตเป็นเพื่อนคนไทย คุณแน่จริง คุณเข้ามา คุณยกเลิกกำแพงภาษีที่นายทรัมป์ ตั้งเอาไว้สิ ทำให้สินค้าไทยอีกหลายประเภทจะต้องเสียภาษีเพิ่ม ไหนคุณบอกว่าเป็นกลยุทธ์ไง คุณอยากได้ประเทศไทยเป็นเพื่อนทางยุทธศาสตร์เพื่อเอาไปบล็อกจีน คำถามคือ ทำไมประเทศไทยต้องเป็นเพื่อนคุณ ในเมื่อคุณไม่เคยคิดจะเป็นเพื่อนของประเทศไทยเลย


ท่านผู้ชมครับ วันนี้พูดแล้วเหนื่อย แต่ไม่พูดต่อไปก็ไม่ได้ ไม่พูดในเรื่องของคุณดอน ปรมัตถ์วินัย ก็ไม่ได้เด็ดขาด

ท่านผู้ชมครับ ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมนี่ไม่เข้าใจท่าน ท่านมีรัฐมนตรีฯ ต่างประเทศและรองนายกรัฐมนตรี ดอน ปรมัตถ์วินัย มีเอาไว้ทำไม


มีเอาไว้ให้อมสากกะเบือหรืออย่างไร เรื่องราวต่างๆ พวกนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุขึ้นมา ตั้งแต่เอกอัครราชทูต 5 ประเทศ มาประชุมกันที่สถานทูตอเมริกา มาละเมิดอธิปไตยไทยด้วยการมาสั่งสอนประเทศไทยให้แก้ปัญหา 10 ข้อ


คนไทยที่อยู่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ หรือหลายต่อหลายคน ที่อเมริกาก็มี ที่ออกมาต้องการจะล้มล้างการปกครองของประเทศไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คุณก็ไม่ได้ทำอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว คุณไม่ประท้วงเขา คุณนั่งอมสากกะเบืออยู่ทุกวันนี้

วันนี้วุฒิสมาชิกโชว์โง่ 8 คน กับนางลัดดา ดักเวิร์ธ ออกมาสั่งสอนประเทศไทย ถึงจะใช้คำพูดที่สุภาพ แต่จริงๆ รับงานของคนที่ต้องการล้มล้างสถาบันกษัตริย์มาพูด นายดอน ก็ไม่ได้ทำอะไร นายดอน มีการออกมาแถลงข่าวตอบโต้บ้างไหม ? ไม่มี เงียบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านทำอะไรของท่านอยู่ ?


นายดอน ทำอะไรอยู่ทุกวันนี้ มีทำไมรัฐมนตรีฯ ต่างประเทศแบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านต้องตอบคำถามนี้ แต่กรณีประเทศไทยกำลังถูกรุกฆาตจากวุฒิสมาชิกโง่ๆ 8-9 คน เรามีและท่านมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีฯ ต่างประเทศ ชื่อ นายดอน ปรมัตถ์วินัย เอาไว้ทำไม แทนที่จะเรียกทูตอเมริกันมา แล้วบอกว่าที่วุฒิสมาชิกพูดน่ะ ผิดหมด ผิดตรงไหน ผิด 1 ผิด 2 ผิด 3 ผิด 4 เราไม่ได้ทำอะไรรุนแรงกับเด็กเลย โน่นนี่นั่น แน่นอน ทูตอเมริกาจะตอบว่าอย่างไรรู้ไหม ? มันบอกว่า กระทรวงการต่างประเทศไม่มีอำนาจเหนือวุฒิสมาชิก ไม่เป็นไร มันต้องตอบอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยคุณแสดงความคิดเห็นที่ชัดเจนออกมาให้เห็น ว่า เฮ้ย ประเทศไทยไม่เล่นกับคุณนะ แล้วคุณมีไหม ที่จะส่งรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ หรือปลัดกระทรวงการต่างประเทศ หรืออธิบดีที่ดูแลทางด้าน sector ของอเมริกาเหนือ บินไปเลยที่อเมริกา หรือให้เอกอัครราชทูตไทยใน ดี.ซี. เดินสายไปเจอวุฒิสมาชิกแต่ละคน เอาข้อเท็จจริงไปให้ดูว่าที่ท่านพูดมานั้น ขอบคุณมากที่เป็นห่วงประเทศไทย แต่ประเทศไทยทำ 1..2..3..4.. ไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านว่า 5..6..7..8..9.. และคุณรู้ไหมว่ากษัตริย์ไทยนั้น สถาบันกษัตริย์เป็นสิ่งที่คนไทยเทิดทูน และบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญไทยด้วย ว่าประเทศไทยจะต้องมีรัฐธรรมนูญ แล้วไอ้เด็กพวกนี้ต้องการจะล้มล้างเพื่อสร้างสาธารณรัฐขึ้นมา นี่คือข้อเท็จจริง


คุณทำอะไรบ้างหรือเปล่า ? คุณก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ผมไม่รู้ว่าคุณอมสากกะเบือไว้นานแค่ไหน และยังจะอมต่อไปอีกนานแค่ไหน


ท่านผู้ชมครับ มีเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นมาพอสมควรแล้ว หลายๆ ท่านอาจจะเคยได้ข่าวชิ้นนี้มา แต่หลายๆ ท่านคงไม่รู้ที่มาที่ไปอะไรมากนัก ผมจะอธิบายความให้ฟัง และผมจะอธิบายนัยให้ฟัง

คือเมื่อ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ประมาณเกือบๆ 1 เดือนที่ผ่านมา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน นายจ้าว ลี่เจียน ได้เป็นผู้โพสต์ภาพ ซึ่งเป็นภาพตัดต่อให้ดูเหมือนว่าทหารออสเตรเลียคนหนึ่งกำลังทำการฆาตกรรมเด็กอัฟกานิสถานที่กำลังอุ้มแกะอยู่ในอ้อมกอด


โดยพื้นถูกปูด้วยภาพธงชาติออสเตรเลียและอัฟกานิสถาน ในโพสต์มีข้อความว่า "ไม่ต้องกลัว เรามาเพื่อมอบสันติให้ท่าน" Don't be afraid, we are coming to bring you peace. นอกจากนั้นแล้ว นายจ้าว ลี่เจียน ก็ยังพิมพ์ออกไปว่า ผมยังรู้สึกช็อกกับเหตุการณ์ฆาตกรรม ซึ่งทหารออสเตรเลียได้ฆ่าประชาชน และนักโทษชาวอัฟกัน เราขอประณามการกระทำเช่นนี้ ขอให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ ท่านผู้ชมครับ แค่นั้นเอง วงแตก ออสเตรเลียสติแตกเลย กระโดดตัวยาว เพราะว่าออสเตรเลียนั้นก็เป็นกลุ่มเดียวกับอเมริกา ออสเตรเลียมีฉายาว่าเป็น Kangaroo ตัวใหญ่ แต่กระทำตัวเป็นหมาพุดเดิลให้กับอเมริกา ก็คือพูดง่ายๆ ว่า อเมริกาพูดอย่างไร ออสเตรเลียก็จะพูดตามเช่นนั้นไป

ปรากฏว่าออสเตรเลียลำบากใจมาก เพราะว่านายจ้าว ลี่เจียน อ้างอิงข้อมูลที่ลงมาจากรายงานผลการสอบสวนกองกำลังป้องกันประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถูกเผยแพร่ออกมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 ผลการสอบสวนระบุว่า พบหลักฐานที่เชื่อได้ว่า หน่วยรบพิเศษของออสเตรเลียปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีสังหารพลเรือนชาวอัฟกัน 39 คน รวมทั้งนักโทษ เกษตรกร หรือชาวบ้านทั่วไป ในระหว่างการทำสงครามในอัฟกานิสถาน ปี 2552-2556


คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ มันมีข่าวออกมา แล้วก็มีข้อมูล แล้วก็เลยทำให้ออสเตรเลียตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบว่า ทหารออสเตรเลียมีสำนักข่าว ABC ของออสเตรเลีย เขาบอกว่าเขาไปสัมภาษณ์พยานในเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นในปี 2555 ประมาณ 8 ปีที่แล้ว จังหวัดกันดะฮาร์ ประเทศอัฟกานิสถาน สำนักข่าว ABC ของออสเตรเลีย รายงานว่า สมาชิกของหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางอากาศ SAS ของออสเตรเลียสังหารพลเมืองไป 10 ราย และสังหารสมาชิกกลุ่มตอลิบาน 5 ราย โดยเกษตรกรชาวอัฟกันหลายคนเป็นพยานในเหตุการณ์ ให้สัมภาษณ์ ABC ว่า มีพลเมืองไร้อาวุธจำนวนหนึ่งถูกฆ่าระหว่างเกิดเหตุกราดยิงบริเวณใกล้กับรถแทร็กเตอร์คันหนึ่ง พยานซึ่งเป็นคนอัฟกานิสถานเขาพูดว่า เฮลิคอปเตอร์ 3 ลำ ลงจอดเวลา 11.00 น. โมฮัมหมัด นัสซิม เกษตรกรชาวอัฟกัน เล่าว่า มีสมาชิกกลุ่มตอลิบาน 3 คน อยู่ในบ้าน ใกล้หมู่บ้าน พวกเขาขัดขืน ถูกฆ่า หลังจากนั้นแล้วประชาชนก็ฆ่าคนอื่นด้วย ผู้คนต่างขวัญกระเจิง ทหารเริ่มลั่นไก เพราะพวกเขากราดยิงใส่คนจำนวนมาก แล้วคำให้การนี้ก็สอดคล้องกับคำให้การของอับดุล คาซัส


นายอับดุล คาซัส มีพี่ชาย ชื่อนายอับดุล ซาลิม ระหว่างขับรถแทร็กเตอร์อยู่ ก็ถูกทหารออสเตรเลียยิงตาย นายอับดุล คาซัส บอกว่า ขณะนั้นพี่ชายผมกำลังขนส่งหัวหอมขนาดใหญ่จำนวนมากเข้าไปในเมือง ตอนนั้นมีคนอื่นอยู่กับเขาด้วย มีอีก 2 คน อยู่ใกล้กับจุดที่กลุ่มตอลิบานอยู่ ผมเห็นพวกเขาถูกยิงตายทั้งๆ ที่ไม่มีอาวุธอะไร หนึ่งในคนที่ถูกฆ่า คือลูกพี่ลูกน้องของผมเอง กำลังนั่งเก็บหอมหัวใหญ่ใส่ถุง

ท่านผู้ชมครับ 4 ปีผ่านไปเรื่องนี้ก็เลยถูกสำนักตรวจการณ์ กองกำลังป้องกันประเทศของออสเตรเลีย สืบสวนกรณีนี้ แล้วในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมานี้ พลตรีอดัม ฟินด์เลย์ เจ้าหน้าที่อาวุโส ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมดูแลกองกำลังพิเศษออสเตรเลีย ออกมายอมรับกรณีการก่ออาชญากรรมในอัฟกานิสถานของทหารยศสูงบางนาย โดยกล่าวว่า พฤติกรรมโหดร้ายนั้นเกิดจากจริยธรรมของผู้นำที่ตกต่ำ นี่ล่ะครับคือที่มาของมัน


จีนก็เลยถือโอกาส นายจ้าว ลี่เจียน ก็เลยถือโอกาส เพราะว่าจีนกับออสเตรเลียนั้น ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอย่างชนิดที่เรียกว่าตอนนี้เปิดหน้าชกกันแล้ว คือสมัยก่อน จีนจะไม่ใช้วิถีทางการทูตแบบนี้ เพิ่งจะมาใช้ในช่วงของโควิด-19 ที่ถูกอเมริกาและประเทศทางตะวันออก และออสเตรเลีย กล่าวหาจีนว่าจีนเป็นต้นตอ แล้วนายมอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ทำตัวเป็นสุนัขรับใช้ของนายทรัมป์ ตอนนั้้น ออกมาเพราะนายทรัมป์ ยืนยันว่า โควิด-19 คือ Chinese Virus นายสกอตต์ มอร์ริสัน ก็เลยเสนอออกมาในสื่อมวลชนว่า เราน่าจะมีคณะกรรมการมาตรวจสอบที่มา ที่เกิดเหตุของโควิด-19


จีนก็เลยเกิดอาการยัวะ จีนก็เลยตอบโต้ออกมาเลย แล้วการตอบโต้มาตลอด นอกจากตอบโต้แบบนี้แล้ว ยังตอบโต้แบบที่มันเจ็บไปถึงกึ๋นเลยนะ คือสินค้าส่งออกของออสเตรเลีย 30 เปอร์เซ็นต์ ทุกๆ 100 บาท 30 บาท ส่งประเทศจีน มีแร่เหล็ก มีไวน์ มีเนื้อหมู เนื้อวัว มีอะไรต่ออะไรหลายอย่าง รวมไปจนถึงการศึกษา ค่าเล่าเรียนที่เด็กจีนไปเรียนที่ออสเตรเลีย ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าเด็กจีนไปเรียนออสเตรเลีย 2 แสนกว่าคน ในจำนวนนักเรียนต่างชาติที่อยู่ในออสเตรเลียนั้น 7 แสนกว่าคน มีเด็กจีนอยู่ 30 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่าแสนล้านกว่าบาท


จีนขึ้นภาษี ทำให้ข้าวบาร์เลย์ซึ่งเคยส่งออกมาที่จีนตลอดเวลา ส่งเข้ามาไม่ได้เพราะภาษีแพงมาก ขึ้นภาษีไวน์ ไวน์ของออสเตรเลียท่านผู้ชมหลายท่านคงเคยทาน เพนโฟลด์ (PENFOLDS) เป็นไวน์สำหรับชนชั้นกลาง ขึ้น 221 เปอร์เซ็นต์ กิจการไวน์เจ๊ง ขึ้นภาษีเนื้อ เนื้อส่งออกไม่ได้ เหลืออย่างเดียวที่จีนยังซื้อจากออสเตรเลีย คือแร่เหล็ก เพราะฉะนั้นแล้ว ออสเตรเลียในขณะนี้กำลังสูญเสียรายได้จากการส่งออก กำลังมีปัญหาภายในอย่างมาก อย่างมากๆ เพราะฉะนั้นตามมาด้วยเรื่องนี้ ทั้งสองฝ่ายก็ฟาดฟันกันอย่างชนิดที่เรียกว่าถึงลูกถึงคน ออสเตรเลียก็เลยโจมตีนายจ้าว ลี่เจียน ปรากฏว่า นางฮัว ชุนหยิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอีกคนหนึ่ง ก็ออกมากระทุ้งออสเตรเลียเช่นกันว่า การกระทำของออสเตรเลียก่อให้เกิดอาชญากรรมร้ายแรง แล้วไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปตำหนิเพื่อนร่วมงานของเขา คือ นายจ้าว ลี่เจียน ซึ่งทวีตข้อความและโพสต์รูปนั้นออกไป

นางฮัว ชุนหยิง ก็พูดต่อว่า ทางฝั่งออสเตรเลียมีปฏิกิริยารุนแรงต่อทวิตเตอร์ส่วนตัวอขงเพื่อนร่วมงานของดิฉัน ซึ่งหมายความได้หรือไม่ว่าออสเตรเลียต้องการแสดงว่ามีเหตุผลที่ทหารออสเตรเลียบางนายจะสังหารผู้บริสุทธิ์ในอัฟกานิสถานอย่างเลือดเย็น และไม่มีเหตุผลที่ใครจะประณามอาชญากรรมอันเลือดเย็นนี้หรือ ?" ก็คือพูดง่ายๆ ว่า เฮ้ย ก็มึงทำความโหดเหี้ยมแบบนี้ แล้วเธอพูดต่ออีกว่า "สิ่งที่รัฐบาลออสเตรเลียควรทำ คือการคิดอย่างถี่ถ้วน แล้วนำตัวผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขอโทษอย่างเป็นทางการแก่ชาวอัฟกัน และให้สัญญาอย่างจริงจังกับประชาคมโลกว่า ออสเตรเลียจะไม่ก่ออาชญากรรมร้ายแรงเช่นนี้อีก ชีวิตของคนอัฟกันก็มีคุณค่าเช่นกัน" สรุปง่ายๆ ว่า ออสเตรเลียจะให้นายจ้าว ลี่เจียน ขออภัย นางฮัว ชุนหยิง บอกว่าไม่จำเป็นต้องขออภัย นี่คือความจริงที่พูด


ท่านผู้ชมครับ น้ำผึ้งหวาน กลายเป็นน้ำผึ้งขมไปแล้ว เพราะว่าปากของผู้นำ นายสกอตต์ มอร์ริสัน ปากของผู้นำ ท่านผู้ชม นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งให้เห็น ถึงประเทศทางตะวันตกที่มันชอบชูธงของประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมกัน โน่นนี่นั่น แต่ตัวมันเองก็ทำเลวๆ อย่างนี้เช่นกัน คุณไปโจมตีจีนว่าจีนละเมิดสิทธิมนุษยชนกับชาวอุยกูร์ แต่คุณไปอยู่อัฟกานิสถาน คุณก็กราดยิงชาวอัฟกานิสถานที่ไม่ใช่ชาวตอลิบัน จนกระทั่งคุณเองต้องยอมรับว่าคุณผิด ท่านผู้ชมเห็นหรือยังว่าตะวันตกมันมีสองหน้านะ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา เป็นอังกฤษ หรือเป็นออสเตรเลีย แปลกมากท่านผู้ชม กลุ่มประเทศอียูไม่ค่อยมีนิสัยสันดานแบบนี้ จะเกิดขึ้นเฉพาะอเมริกา อังกฤษ และออสเตรเลีย มีแค่ 3 ประเทศในโลกนี้เท่านั้นเองที่มีลักษณะแบบนี้



ท่านผู้ชมครับ สมัยก่อนการทูตจีนจะค่อนข้างอนุรักษ์นิยม ค่อนข้างสุภาพเรียบร้อย แต่สองปีที่ผ่านมา การทูตจีนถูกปรับเปลี่ยนให้แข็งกร้าว และเหมือนว่าจะพร้อมสู้รบปรบมือเสมอ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มของทวิตเตอร์ เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดว่า จีนสวนออสเตรเลียแบบหมัดต่อหมัด แล้วยังไม่พอนะ ยังเพิ่มภาษี ทำให้ออสเตรเลียต้องสูญเสียรายได้ ท่านผู้ชมอย่าลืมนะครับ 30 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ส่งออกของออสเตรเลียมาจากประเทศจีน ถ้าจีนไปหาแหล่งแร่เหล็กได้ที่ไหนมาทดแทนแร่เหล็กที่ออสเตรเลีย แล้วหยุดสั่งแร่เหล็กจากออสเตรเลีย เท่ากับว่าทุกๆ 100 บาท ของการส่งออกที่ออสเตรเลียจะได้ทุกปี จะเหลือ 70 บาท ท่านผู้ชม ฉิบหาย แน่นอน (ขอประทานโทษ)


นายสกอตต์ มอร์ริสัน ก็ยังกัดฟันเชิดชูความเป็นผู้นำ เชิดชูความถูกต้อง ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เพิ่งนั่งทับขี้เรื่องที่ทหารออสเตรเลียไปฆ่าชาวอัฟกานิสถานมา จีนประกาศแล้วนี่ บอกกับนักเรียน นักศึกษา ว่า ที่ออสเตรเลียไม่ควรจะไปเรียนต่ออีกต่อไปแล้ว โควิด-19 เยอะ อันแรก อันที่สอง คนจีน คนผิวเหลืองที่อยู่ในออสเตรเลีย โดนกลั่นแกล้งตลอดเวลาจากชาวออสเตรเลีย ท่านผู้ชม นี่ก็อีกก้อนหนึ่งที่จะหายไป อะไรล่ะ ? เงินอีกประมาณร่วมแสนล้านบาท ออสเตรเลียก็ต้องสูญไปอีก เห็นหรือยังท่านผู้ชม


เพราะฉะนั้นแล้ว จะเห็นได้ชัดว่าในขณะนี้ ผมจะเอาให้ดู รายได้ของมหาวิทยาลัยออสเตรเลีย ในปี 2562 ปีที่แล้ว เป็นรายได้ที่มาจากนักศึกษาต่างชาติ 1 หมื่นล้านออสเตรเลียนดอลลาร์ 220,000 ล้านบาท ร้อยละ 27 ซึ่งมหาวิทยาลัยของเขาถ้าไม่มีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียน ดังที่เกิดขึ้นช่วงปี 2563 จากโควิด-19 อุตสาหกรรมการศึกษาส่วนนี้่จะสูญเสียรายได้ไป 171,000 ล้านบาท หรือประมาณ 7,700 ล้านออสเตรเลียนดอลลาร์ ท่านผู้ชม เจ็บไหม

การทูตที่เสื่อมไประหว่างออสเตรเลียกับจีนสะท้อนให้เห็นถึงการรุกกลับของจีนต่อการแทรกแซงชาติตะวันตกในด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งในซินเจียง และฮ่องกง และการรวมหัวกันปิดกั้นจีน โดยอ้างประเด็นเรื่องโคโรนาไวรัส ไปจนถึงประเด็นเรื่องเทึโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น 5G ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) ชิปคอมพิวเตอร์ หัวเว่ย มิหนำซ้ำออสเตรเลียยังไปรวมตัวกับอเมริกา ญี่ปุ่น อินเดีย อังกฤษ เพื่อสร้าง QUAD ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก เพื่อเอามาทำอะไร ? เพื่อเอามาบล็อกจีน และเอามาปิดกั้นจีน แล้วท่านผู้ชมครับ จะไม่ได้จีนโกรธได้อย่างไร


ท่านผู้ชมครับ กลุ่ม QUAD ผมเอารูปเก่าให้ดูก็ได้ รูปของการประชุมเอกอัครราชทูตของกลุ่ม QUAD ซึ่งมีหลงเข้ามาคนเดียว คืออังกฤษ นอกนั้นครบถ้วน นอกนั้นมีอเมริกา มีญี่ปุ่น มีออสเตรเลีย ขาดอินเดียอีกเจ้าหนึ่ง และมีอังกฤษ ท่านผู้ชมตอนนี้เริ่มเข้าใจหรือยัง ว่าการตอบโต้ของจีนที่รุนแรงมาก ไม่เลี้ยงเลย ไม่ไว้หน้าใครเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะการทูตที่แต่ก่อนอนุรักษ์นิยมมาก วันนี้ถึงขั้นเล่นทวิตเตอร์ แล้วเอารูปที่แต่งออกมาให้ออสเตรเลียกระโดดจนตัวยาว เพราะประเทศทางตะวันตกชอบโพสต์รูปที่ทำลายหรือส่งเสริมข้อกล่าวหาในเรื่องสิทธิมนุษยชน วันนี้โดนจีนตอบโต้กลับอย่างเจ็บ พอเรียกร้องให้นายจ้าว ลี่เจียน ขอโทษ นางฮัว ชุนหยิง ก็บอกว่าไม่มีความจำเป็นต้องขอโทษ ท่านผู้ชมครับ ก็เป็นเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรจะรับรู้เอาไว้

ท่านผู้ชมครับ เมื่อวานซืนนี้ 2-3 วันที่แล้ว ท่านผู้ชมคงได้รับทราบข่าวอัยการสูงสุด ท่านแถลงว่า ไม่สามารถจะไปล้วงลูกหรือฟ้องร้องคุณสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในข้อหาผู้ให้สินบนได้ ท่านผู้ชมอย่าเพิ่งไปโกรธอัยการสูงสุด ถึงแม้ว่าคุณวงศ์สกุล อาจจะมีอะไรที่เป็นที่ฝันร้ายอยู่ในเรื่องคดีบอส วรยุทธ อยู่วิทยา แต่ว่าโดยข้อเท็จจริงแล้ว ตำรวจจะต้องเป็นคนชงเรื่องขึ้นมา เมื่อตำรวจชงเรื่องขึ้นมาแล้ว มาถึงอัยการ อัยการถึงจะพิจารณาได้ว่าสิ่งที่ตำรวจส่งขึ้นมานั้น มีเหตุมาก และหลักฐานมากพอเพียงที่จะฟ้องได้หรือไม่ ก็พอดี โชคดีที่คุณวัชระ เพรทอง เมื่อประมาณวันอังคารที่ผ่านมา ได้ไปยื่นเรื่องให้กับท่านผู้การกองปราบ และกองปราบก็รับเรื่องแล้ว แล้วก็ตั้งทีมที่จะพิจารณาถึงขั้นดูว่าเส้นทางทางการเงินเป็นอย่างไร


โดยหลักการแล้ว โดยทางกฎหมายแล้ว เมื่อเราเห็นแล้วว่ามีการให้สินบน ผู้รับสินบนถูกลงโทษไปแล้ว ปัญหาใหญ่คือว่า ผู้ให้สินบนควรจะต้องถูกฟ้องร้องและพิจารณาโทษไปด้วย ใช่หรือไม่ ? ในข้อเท็จจริง องค์ประกอบครบแล้ว ท่านผู้ชม องค์ประกอบครบทุกประการ ทีนี้ถ้ามีการดูเส้นทางทางการเงิน เพราะว่าการที่จะเบิกเงินเอาไปให้คนที่้ต้องโทษ 2 คนนั้น 20 ล้าน 5 ล้าน 10 ล้าน 5 ล้าน ข้อแรก คุณสกุลธร คงไม่ได้เอาเงินส่วนตัวออกหรอก คงใช้เงินบริษัทออกไป ถ้าดูเส้นทางทางการเงินแล้ว ถ้าเงินออกจากบริษัทจริง อันนั้นก็เป็นองค์ประกอบอันหนึ่งที่สำคัญมาก ที่อาจจะทำให้คุณสกุลธร จะต้องถูกฟ้องร้องด้วยหลักฐานที่แน่นหนา


อันที่สอง จริงๆ แล้วโดยพื้นฐานแล้ว จากการให้การของผู้ต้องหา 2 คนนั้น บอกว่าได้รับเงินสินบนมาจากคุณสกุลธร ถึงแม้จะไม่มีหลักฐาน ตรงนี้ก็เป็นเหตุปัจจัยเชื่อได้ว่าได้มีการให้จริง เพราะว่าทั้งสองคนได้มีการให้การกับศาลเรียบร้อยแล้ว นั่นก็เป็นข้อที่สอง

ทีนี้ ข้อที่สาม ที่น่าสนใจ ที่ผมอยากจะพูดให้ฟัง และเป็นเรื่่องที่หลายๆ คนไม่ได้คิด คำถามว่า ถ้าคุณสกุลธร กระทำหน้าที่ในฐานะเป็นกรรมการผู้จัดการ หรือประธานบริษัทแล้ว กรรมการบริษัทต้องรับผิดชอบด้วยไหม ? ก็หมายความว่า ในการที่จะเบิกเงิน หรือในการที่จะดำเนินการในเรื่องราวต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์อันไม่ควร กรรมการบริษัทรับทราบหรือไม่ ? ในทางกฎหมาย หรือในทางข้อปฏิบัติแล้ว กรรมการบริษัทต้องรับทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัท เรียลเอสเตท ดีเวลลอปเม้นท์ บริษัทนี้ ผู้ถือหุ้น 99 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนสกุลจึงรุ่งเรืองกิจทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นแล้ว ไม่มีทางที่พวกนี้จะไม่รู้


แต่คำถามว่า คุณธนาธร เคยอยู่บริษัทนี้ แล้วก็ยื่นใบลาออกไปเมื่อเดือนเมษายน 2560 ในวันที่ช่วงนั้นจังหวะพอดี เรื่องราวกำลังเกิดขึ้น ก็คือเกิดขึ้นประมาณมีนาคม 2560 แต่คุณธนาธร ออก เมษายน 2560 อาจจะไม่ถึง หรืออาจจะถึง ผมไม่รู้ ผมไม่ทราบได้ แต่นี่คือข้อคิดที่จะให้ท่านผู้ชมได้คิดดูว่าในข้อเท็จจริงแล้วมันเป็นอย่างไร

ก็คือพูดง่ายๆ ว่า กรรมการบริษัทต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ทีนี้กรรมการบริษัทก็เป็นพี่น้องของคุณธนาธร ทั้งสิ้น มีทั้งน้องสาวของคุณธนาธร มีทั้งพี่สาวของคุณธนาธร โน่นนี่นั่น จะโดนด้วยหรือเปล่า อันนั้นผมไม่รู้ ขึ้นอยู่กับว่า ตำรวจจะหาหลักฐานมากพอจะฟ้องได้หรือไม่ หรือตำรวจจะอ้างอิงคำให้การของ 2 คนที่รับเงินคุณสกุลธร ไป แล้วสารภาพในศาลว่าได้รับเงินมา แล้วเอาเงินนั้นไปทำอะไร เขาเรียกว่าหลักฐานจากคำให้การของพยาน คำถามก็มีต่อว่า แล้วคำให้การของพยานนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ ? ซึ่งถ้าคำให้การของพยาน ถ้าสู้คดีดีๆ แล้วศาลก็บอกว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่พยานจะโกหก อันนั้นก็ถือว่าเป็นน้ำหนักที่หนักมาก แล้วยิ่งถ้ามีเส้นทางทางการเงินให้เห็นว่าเงินนี้มาจากบัญชีใคร แล้วถ้าโยงไปถึงบัญชีของบริษัท หรือบัญชีจากกระเป๋าคุณสกุลธร เอง คราวนี้ก็วุ่นล่ะ


แต่ที่ผมอยากจะพูดวันนี้ ผมอยากจะเอากรณีของคุณสกุลธร น้องชายคุณธนาธร มาเป็นอุทาหรณ์พูดให้ฟัง แล้วสะท้อนให้เห็นภาพการแบ่งค่ายของสื่อ อย่างชัดเจน ท่านผู้ชมรู้ไหม ผมพูดเรื่องนี้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม มีหลายๆ ท่าน วันที่ 5 ธันวาคม ท่าน รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กของตัวเอง ว่า "กรณีคุณสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชายคุณธนาธร ที่ถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินฯ หลอกให้จ่ายเงิน 20 ล้าน เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการพัฒนาที่ดินย่านชิดลม-เพลินจิต ซึ่งเป็นไปได้ว่า เงิน 20 ล้าน เป็นเงินใต้โต๊ะ หรือเรียกอีกอย่าง เป็นการติดสินบนเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นข่าวครึกโครมอยู่ในขณะนี้ เพราะเหตุใดจึงไม่ค่อยเห็นข่าวนี้ในเพจดังๆ เช่น The Standard, The Reporter ประชาไท ฯลฯ หรือผมหาไม่เจอก็ไม่ทราบ ใครทราบช่วยยืนยันด้วยว่ามีข่าวนี้หรือไม่ในเพจเหล่านี้ อีกทั้งในเฟซลุ๊กของเหล่าแกนนำม็อบ ก็ดูเหมือนจะเงียบกริบกันหมด น่าแปลกไหมครับ"


ท่านผู้ชมครับ ผมก็เลยลงไม้ลงมือให้กับพรรคพวกและทีมงานไปลองค้นดูว่า สิ่งที่ท่านรองอธิบการบดีท่านพูดออกมา จริงหรือไม่จริง มีเหตุผลหรือไม่ ก็ปรากฏว่า สื่อที่อ้างตัวเองว่าเป็นสื่อค่ายประชาธิปไตย ไม่มีใครลงข่าวของน้องธนาธร เลย ยัดเงินใต้โต๊ะ 20 ล้าน ฮุบที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้นแล้ว มีแต่สื่ออีกประเภทหนึ่ง ซึ่งมีอยู่ 19 สำนัก รวมทั้งสื่อผู้จัดการ ไม่ว่าจะเป็นสำนักข่าวอิศรา


ไม่ว่าจะเป็นฐานเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นไทยโพสต์ ไม่ว่าจะเป็นเดลินิวส์ ไม่ว่าจะเป็นสยามรัฐ แล้วก็มาคมชัดลึก แล้วก็มีกรุงเทพธุรกิจ ก็ต่อด้วยแนวหน้า จากแนวหน้าก็มาที่เนชั่นทีวี ก็ต้อด้วยไบรท์ทีวี ต่อด้วยนิวทีวี แล้วก็สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ไทยพีบีเอส พีพีทีวี ก็ลงข่าวด้วย โพสต์ทูเดย์ก็ลงข่าวด้วย บ้านเมืองก็ลง มีมติชนออนไลน์ที่ไม่เคยลงเลย เพิ่งจะมาลงเมื่อวันที่ 7 ที่ผ่านมานี้เอง หลังจากที่คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จี้อัยการชี้แจงปมไม่แจ้งข้อกล่าวหาสกุลธร


"ส.ว.สมชาย ชี้ ควรรื้อคดีน้องชายธนาธร ใหม่ ให้อัยการทำหนังสือแจงเหตุใดไม่สั่งฟ้อง" "กองปราบตรวจเส้นทางเงินกลุ่มผู้ทำความผิดคดีทุจริตสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เอี่ยวใครบ้าง" 3-4 ข่าวนี้ พอปรากฏข่าวการให้สัมภาษณ์คุณสมชาย กองปราบตรวจสอบ นิพิฏฐ์จี้ มติชนออนไลน์ ซึ่งเป็นพวกของธนาธร อยู่แล้ว ก็เลยจำเป็นต้องลง ซึ่งการไม่ลงของเขา ผมเฉยๆ ผมไม่ได้ตื่นเต้น เครือข่ายมติชน ข่าวสด มติชนออนไลน์ อะไรพวกนี้ คุณสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือหุ้นอยู่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ นิดๆ คุณขรรค์ชัย บุนปาน ถืออยู่ 39 เปอร์เซ็นต์ สองเจ้ารวมกันแล้ว 51 เปอร์เซ็นต์


ส่วนสำนักข่าวไทยของ อสมท ทั้งๆ ที่เป็นสำนักข่าวแท้ๆ กลับไม่ลงข่าวเลย เพิ่งจะมาตื่นและลงวันที่ 7 ธันวาคม ในหัวข้อ "วัชระ เพชรทอง จี้ ผบ.ตร.ตรวจสอบพนักงานสอบสวน" "สิระ จ่อเรียกอัยการแจงปมไม่ฟ้องน้องธนาธร"


ส่วนคนที่ไม่ลงเลย หรือลงแบบประเภทหลังจากที่มีเรื่องมีราว ลงไปแล้ว ก็ลงบ้างเล็กๆ น้อยๆ แบบประเภทเสียไม่ได้ ก็คือไทยรัฐออนไลน์ หรือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ธรรมดาไทยรัฐจะไม่เคยพลาดข่าวลักษณะพวกนี้ แต่พอเกี่ยวกับคุณธนาธร พอเกี่ยวกับม็อบสามนิ้วแล้ว พลาดเป็นประจำ ชอบนอนหลับเป็นประจำ พอตื่นมาก็อะไรที่เป็นผลบวกกับพวกสามนิ้ว และพวกคุณธนาธร ก็จะลงกันตลอด ผมถึงบอกว่า ไทยรัฐ ผมเคยพูดมาแล้ว


ข่าวสดออนไลน์ไม่ลง ประชาชาติธุรกิจไม่ลง ซึ่งผมเข้าใจ ก็เจ๊สมพรเขาเป็นเจ้าของ ไปถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 และเขาก็เชียร์คุณธนาธร มาตลอด เขาก็ต้องรับใช้ผู้ถือหุ้นเขา ไปว่าเขาไม่ได้ สำนักข่าวประชาไท ซึ่งรับเงินต่างชาติมา เข้าใจ แต่ทีวี 2 ช่อง ผมไม่เข้าใจ ไทยทีวีสีช่อง 3 อมรินทร์ทีวี อมรินทร์ทีวีนี่ของเจ้าสัวเจริญนะ ไม่แตะต้องข่าวชิ้นนี้เลย แล้วบรรดา The ทั้งหลาย The Standard ก็ไม่ลง The Matter ไม่ลง Voice TV เข้าใจได้ เพราะเป็นสายของคุณทักษิณ ชินวัตร สายโอ๊ค พานทองแท้ และเป็นพวกเดียวกับธนาธร เขาไม่ลง ผมไม่ว่า The Reporter ไม่ลง Workpoint TV ไม่ลง ช่อง ONE ไม่ลง TNN ไม่ลง เอ๊ะ ททบ.5 ช่องทหาร ก็ไม่ลง สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ก็ไม่ลง

The Reporter ก็ไม่ลง คุณฐปนีย์ ที่กำลังโด่งดังอยู่ทุกวันนี้ ก็ไม่สนใจข่าว รวมไปจนถึงบีบีซี ไทย ที่อ้างว่าตัวเองเป็นมืออาชีพ ก็ไม่ลง ท่านผู้ชม The Reporter เคยให้สัมภาษณ์ว่ามืออาชีพ ไม่เข้าข้างใคร ก็ไม่ลง ท่านผู้ชม เรื่องต่างๆ พวกนี้ถ้าท่านผู้ชมสังเกตเหมือนผมสังเกตแล้ว ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังหมด


ท่านผู้ชมจำได้ไหมว่าผมเคยวิพากษ์วิจารณ์ บีบีซี ไทย ขนาดไหน เป็นคนแรกในประเทศไทยที่มากล้าวิพากษ์วิจารณ์ บีบีซี ไทย วันนี้ก็พิสูจน์ชัดอีกแล้ว เพราะ บีบีซี ไทย ผมไม่ได้ว่า บีบีซี ไทย แต่ผมกำลังบอก บีบีซี ไทย ว่า เฮ้ย คุณอย่ามาอ้างว่าคุณมืออาชีพ ถ้าคุณบอกว่าคุณเข้าข้างม็อบล้มเจ้า คุณเข้าข้างเด็ก คุณเข้าข้างธนาธร ผมไม่ขัดข้องเลย คุณประกาศอะไรได้ ประกาศทันทีเลย ไม่ว่าจะเป็นคุณอิสรระชัย ที่อยู่ที่ลอนดอน คุณนพพร ที่อยู่ที่ลอนดอน ตามสบาย พี่อยากทำอะไรตามสบาย แต่พี่ทำให้ชัดเจนหน่อยว่าพี่ยืนข้างโน้น แต่คุณพี่อย่ามาตอแหลกับผมหรือประชาชนว่าพี่เป็นมืออาชีพ พี่ไม่ใช่มืออาชีพ พี่ไม่ใช่มืออาชีพเลยแม้แต่นิดเดียว พี่จงใจลงข่าวที่มันเป็นประโยชน์กับพรรคพวกพี่ อะไรที่เสียประโยชน์กับพรรคพวกของพี่ พี่ไม่ลงเลย คุณอายบ้างหรือเปล่า บีบีซี ไทย ? ไม่แน่ ผมนี่อายแทนคุณจริงๆ ให้ตาย


เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่า เรื่องต่างๆ เหล่านี้ ผมมาดูแล้ว ผมก็เลยคิดว่า สื่อ อย่างเช่น Workpoint TV ของคุณปัญญา นิรันดร์กุล ผมไม่ว่าเขา เพราะว่าคนที่ทำงานพวกเขาเชียร์เด็กอยู่แล้ว สื่อตระกูล The ทั้งหลายก็อีกล่ะ เหมือน บีบีซี ไทย ชอบทำตัวให้โก้ แล้วบอกว่าตัวเองเป็นสื่อมืออาชีพสำหรับคนรุ่นใหม่ อ๋อ ผมเข้าใจแล้ว คนรุ่นใหม่คือ ถ้าคุณเป็นสื่อของคนรุ่นใหม่ ถ้าข่าวอะไรกระทบกระเทือนคนรุ่นใหม่ ถึงเป็นความจริงคุณก็ไม่ลง ใช่ไหม คุณในฐานะคนรุ่นใหม่ ไปหาคำจำกัดความคำว่า "สื่อ" เสียใหม่ดีไหม เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้พิสูจน์ว่าพวกนี้ไม่ใช่มืออาชีพ พวกนี้เป็นสื่อเลือกข้าง เลือกไปเลย ผมไม่ได้ว่าอะไรทั้งสิ้น เลือกไปตามสบาย แต่อย่ามาตอหลดตอแหลกับผมบอกว่าคุณเป็นสื่อมืออาชีพ คุณฐปนีย์ The Reporter คุณเข้าใจใช่ไหม คุณอย่ามาบอกว่าคุณเป็นสื่อมืออาชีพ คุณไม่ใช่อาชีพหรอก คุณก็เคยอยู่ช่อง 3

ช่อง 3 อาจจะไม่ลง เพราะว่าเขาเกรงใจเจ้าของ คือคุณประชา มาลีนนท์ ซึ่งหลบหนีคดีทุจริต อยู่ที่ต่างประเทศ เขาอาจจะอะไรก็ตามที่มันกระทบกระเทือน แล้วมันจะไปกระเทือนถึงคุณประชา มาลีนนท์ เอาล่ะ ผมเข้าใจ ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ


ท่านผู้ชมครับ วันนี้จะเห็นได้ชัดแล้วนะว่าแม้กระทั่งสื่อก็ชัดเจน ตอนนี้ เพียงแต่ว่าผมอยากให้ท่านผู้ชมเลือกดูให้ชัดเจน ให้รู้ ท่านผู้ชมสบายใจได้นะครับ รายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ใครแหลมเข้ามา ผมฟาดฟันหมด ไม่จำเป็น เด็กต้องการจะล้มสถาบันกษัตริย์ ผมยืนข้างสถาบันกษัตริย์ เพราะผมเห็นว่าเมืองไทยยังต้องการสถาบันกษัตริย์อยู่ ผมต้องลุกขึ้นมา และผมไม่ลุกขึ้นมาให้ร้ายเขา ผมลุกขึ้นมาเอาความจริงมาตอบโต้เขา ไม่ว่าจะเป็น 2475 คณะราษฎร หรือคณะโจร ไม่ว่าจะเป็น จอมพล ป. วีรบุรุษ หรือจอมโจร ไม่ว่าจะเป็นการปล้นสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ผมเอาข้อมูล มีการปล้นทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ออกไป ผมเอาโฉนดที่ดินมาให้ดูว่าใครซื้อไปบ้าง แล้วคนที่ซื้อพวกนั้น เกือบทั้งหมด 99.9 เปอร์เซ็นต์ ล้วนแล้วแต่เป็นคณะผู้ก่อการคณะราษฎร 2475 ทั้งสิ้น


ท่านผู้ชมครับ อีกหน่อย ผมจะมีหัวข้อใหม่ที่ผมจะพูดในรายการ คือจะมีรายการหลายเรื่อง ผมจะเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มา แต่ผมจะสร้างหัวข้อใหม่หัวข้อหนึ่ง มาเรียนประวัติศาสตร์ช่วง 2475 กันกับผม หัวข้อของผมก็คือว่า 2475 คณะราษฎร หรือคณะโจร ความจริงที่ฝ่ายสนับสนุนคณะราษฎรไม่ยอมพูดและไม่กล้าพูด และผมจะเอาแต่ละเรื่อง เป็นชิ้นๆ ขึ้นมา อธิบายที่มาที่ไป แล้วอธิบายให้ฟังว่าเขาไม่เคยพูดเลย เพราะอะไร และผมมีหลักฐานว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ๆๆ เอาว่าเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์เก็บเอาไว้ก็แล้วกัน อาจจะไม่ยาว 15 นาที ทิ้งเอาไว้ๆ

ท่านผู้ชมครับ วันนี้เราพูดมาหลายเรื่องเหลือเกิน ก็เอาเป็นว่าค่อนข้างจะไม่ใช่น้อย วันนี้เป็นวันศุกร์ ท่านผู้ชมอาจจะอยู่ในช่วง Long Weekend ที่จะเดินทางไปโน่นไปนี่ ไปเที่ยวเตร่กัน ท่านผู้ชมอย่าประมาทนะครับ อย่าการ์ดตก ถ้าจะไปก็ไปเถอะ ไม่เป็นไร ห่างคนเอาไว้ ใส่หน้ากากตลอดเวลา เวลาออกไปข้างนอกพยายามล้างมือบ่อยๆ อย่าไปไว้ใจ ของแบบนี้มันมาถึงตัวเมื่อไร เราก็ไม่รู้ ท่านผู้ชมครับ ขอให้รักษาตัวให้อยู่รอดปลอดภัย วัคซีนไม่สำคัญเท่ากับการดูแลตัวเอง และถ้าดูแลตัวเองได้ดี มีสติตลอดเวลา ไม่ต้องฉีดวัคซีนก็ได้ ท่านผู้ชม ลาล่ะครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...