xs
xsm
sm
md
lg

อังกฤษเตรียมส่ง “แอสตราเซเนกา” ให้ผู้เชี่ยวชาญผู้ดีตรวจก่อนออกใช้ หลังสหรัฐฯ ชี้โอกาสผ่าน FDA ยาก วัคซีนมีประสิทธิภาพแค่ 70%

เผยแพร่:




























CNN สื่อสหรัฐฯ รายงานเมื่อวานนี้ (28 พ.ย.) ว่า วัคซีนชื่อดังจากอังกฤษที่เป็นการพัฒนาร่วมโดยมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดชื่อดังของอังกฤษอาจต้องใช้ความพยายามมากกว่าวัคซีนเจ้าอื่นๆ ของบริษัท โมเดอร์นา และบริษัท ไฟเซอร์ เนื่องมาจากมีประสิทธิภาพเฉลี่ยต่ำอยู่ที่ 70% เท่านั้น

ส่งผลทำให้วัคซีนแอสตราเซเนกาถูกตั้งคำถามถึงผลการรักษาและการได้รับการอนุมัติ และเป็นที่เชื่อกันว่าวัคซีนตัวนี้จะถูกกกกแจกจ่ายไปทั่วโลกมากกว่าวัคซีนโมเดอร์นาและวัคซีนไซเฟอร์

ทั้งนี้ ในวันพฤหัสบดี (26) บริษัท ยาแอสตราเซเนกา แถลงยืนยันว่าทางบริษัทฯ จะทำการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความมั่นใจในประสิทธิภาพของวัคซีน ทั้งนี้ในการแถลงวันจันทร์ (23) พบว่า ประสิทธิภาพวัคซีนพุ่งสูงถึง 90% หลังจากได้มีการให้วัคซีนแค่ครึ่งโดสหลังจากได้รับไปแล้ว 1 โดสเต็ม

โดยทางนักวิทยาศาสตร์อเมริกันได้ออกมาชี้ว่า อัตราประสิทธิภาพที่เพิ่มสูงขึ้นในระหว่างการทดสอบกับกลุ่มอาสาสมัครอายุ 55 ปีและต่ำกว่า และเป็นการค้นพบที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญในช่วงการทดสอบทางคลินิก อ้างอิงเอเจนซีส์

ขณะที่ โมเซฟ สเลาอี (Moncef Slaoui) หัวหน้าทีมปฏิบัติวาร์ปสปีด (Warp Speed) ของทำเนียบขาวออกมาชี้ในสัปดาห์นี้ว่า “มีค่าจำนวนหนึ่งที่เราจำเป็นต้องเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างของโดสของวัคซีนและอายุของผู้ป่วยที่ได้รับในผลการศึกษา หลังจากการศึกษาในขั้นทดลองในสหรัฐฯ จำเป็นต้องถูกปรับแก้”

ขณะที่รองศาสตราจารย์ ไอเฟอร์ อาลี (Ayfer Ali) ประจำสาขาธุรกิจระหว่างประเทศประจำวิทยาลัยธุรกิจวอร์วิกชื่อดังของอังกฤษออกมาแสดงความเห็นว่า “ค่าประสิทธิภาพที่แท้จริงของวัคซีนโควิด-19 (mRNA) นั้นมีความเปราะบางมากสำหรับการขนส่งและการเก็บรักษาที่อาจจะต่ำกว่าในโลกความเป็นจริงที่การเก็บรักษาอย่างถูกต้องนั้นยากที่จะบ่งชี้ได้”

สำหรับในข้อการขนส่งและเก็บรักษาถือเป็นข้อได้เปรียบของวัคซีนแอสตราเซเนกานอกเหนือจากราคาถูกกว่าตกราว 3-4 ดอลลาร์/โดสเท่านั้น

ราคาวัคซีนไฟเซอร์อยู่ที่ 20 ดอลลาร์/โดส ส่วนวัคซีนโมเดอร์ราที่ 32-37ดอลลาร์/โดส

โดยทางบริษัทยาแอสตราเซเนกา ระบุว่า วัคซีนของตนเองสามารถเก็บรักษา ขนส่ง และจัดการในระดับตู้เย็นปกติระหว่าง 2-8 องศาเซลเซียส

แต่วัคซีนไฟเซอร์นั้นจำเป็นต้องได้รับการเก็บรักษาในระดับ -70 องศาเซลเซียสส่งผลทำให้เป็นการยากในการที่จะกระจายไปถึงประเทศระดับกำลังพัฒนาและระดับยากจนทั่วโลก

โดยในวันศุกร์ (27) พบว่ารัฐบาลอังกฤษของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ได้ออกมาแสดงการสนับสนุนวัคซีนโควิด-19 ต้นแบบของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด โดยชี้ว่าเตรียมที่จะส่งวัคซีนไปให้ผู้กำกับในประเทศทำการทดสอบก่อนที่วัคซีนจะได้รับอนุญาตให้ถูกใช้กับประชาชนชาวอังกฤษต่อไป

CNN ชี้ว่า อ้างอิงจากกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการสังคมอังกฤษ DHSC (Department of Health and Social Care) หากว่าวัคซีนแอสตราเซเนกาได้รับการอนุมัติ อังกฤษจะเป็นหนึ่งในชาติแรกๆ ที่จะได้ใช้ ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องส่งมอบวัคซีนจำนวน 4 ล้านโดสภายในสิ้นปี และอีก 40 ล้านโดสในสิ้นมีนาคมปีหน้า

สำหรับไทยพบว่าได้มีการลงนามในวันศุกร์ (27) สำหรับการผลิตวัคซีนแอสตราเซเนกาภายในประเทศโดยใช้เทคโนโลยีของอังกฤษและสวีเดน

โดยหนังสือพิมพ์ไทยภาคภาษาอังกฤษกล่าวว่า นอกเหนือจากการส่งมอบวัคซีนให้กับไทยแล้ว ทางแอสตราเซเนกาจะสนับสนุนการผลิตในระดับโรงงานที่ดำเนินการโดยบริษัท สยามไบโอไซน์ (Siam Bioscience) นายกรัฐมนตรีไทยได้เปิดเผยในวันพฤหัสบดี (26) ว่า ข้อตกลงทำขึ้นสำหรับจำนวน 26 ล้านโดส

นอกเหนือจากไทยที่ได้ลงนามซื้อวัคซีนแอสตราเซเนกาแล้วพบว่า อ้างอิงจากอาหรับนิวส์รายงานเมื่อวานนี้ (28) ฟิลิปปินส์ได้ลงนามข้อตกลงสั่งซื้อจำนวน 2.6 ล้านโดส ส่วนอินเดียซึ่งถูกใช้เป็นหนึ่งในสถานที่ทดสอบวัคซีนชื่อดังตัวนี้ สถาบันเซรุ่มวิทยาอินเดียได้ออกมาแถลงก่อนหน้าว่าเตรียมรับวัคซีนจำนวน 40 ล้านโดส โดยชี้ข้อดีที่มีราคาถูกและสะดวกในการเก็บรักษาต่างจาก 2 เจ้าแรกของสหรัฐฯ














สำหรับสหรัฐฯ รัฐมนตรีสาธารณสุขสหรัฐฯ อเล็กซ์ อาซาร์ (Alex Azar)ยอมรับว่า อาจมีปัญหาด้านการขนส่งสำหรับวัคซีนไฟเซอร์ แต่ชี้ว่าหากวัคซีนได้รับการอนุมัติจาก FDA ทางรัฐบาลสหรัฐฯ สามารถเริ่มจัดส่งได้ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่ง CNN รายงานว่า วัคซีนไซเฟอร์และโมเดอร์นามีกำหนดที่จะได้รับการอนุมัติจาก FDA อีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยอาซาร์ชี้ว่าคนชราในบ้านพักคนชราจะได้รับวัคซีนไฟเซอร์รายใน 48 ชั่วโมงหลังจากวัคซีนถูกอนุมัติแล้ว







กำลังโหลดความคิดเห็น...