xs
xsm
sm
md
lg

นักเศรษฐศาสตร์อัดทรัมป์“เห็นแก่ตัว-เลินเล่อ” เตือนอเมริกันชนอย่าพลาดซ้ำสอง

เผยแพร่:


บรรยากาศการดีเบตครั้งสุดท้ายเมื่อคืนวันพฤหัสฯ (22) ระหว่างไบเดน (ซ้าย) กับทรัมป์
นักเศรษฐศาสตร์เกือบ 700 คน ซึ่งรวมถึงเจ้าของรางวัลโนเบล 7 คน เตือนอเมริกันชนอย่าเลือกทรัมป์กลับเข้าทำเนียบขาว ชี้อดีตพิธีกรเรียลลิตี้โชว์ผู้นี้ทั้งย่ำยีประชาธิปไตย รับมือโรคระบาดเละเทะ แถมเผยแพร่เฟคนิวส์สุดอันตราย ขณะที่เมื่อปลายเดือนที่แล้ว นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล 13 คนประกาศจุดยืนหนุนไบเดน เชื่อมาตรการรับมือโควิดที่อิงกับหลักการทางวิทยาศาสตร์จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วกว่าและแข็งแกร่งกว่านโยบายของคณะบริหารชุดปัจจุบัน

จดหมายเปิดผนึกของนักเศรษฐศาสตร์เกือบ 700 คนเหล่านี้ที่ซีเอ็นเอ็น บิสเนสรายงานเมื่อวันพฤหัสฯ (22) ระบุว่า แค่สมัยเดียว โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ทำให้อเมริกาเปลี่ยนไปจนจำแทบไม่ได้

“ดังนั้น เราจึงอยากแนะนำให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทวงคืนประชาธิปไตยด้วยการโหวตทรัมป์ออกจากตำแหน่ง”

จดหมายฉบับนี้มีนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังจากสถาบันที่เป็นที่นับหน้าถือตามากมายร่วมลงชื่อ ซึ่งรวมถึงผู้ชนะรางวัลโนเบล 7 คน อาทิ พอล มิลกรอม (2020) โอลิเวอร์ ฮาร์ต (2016) และจอร์จ อาเคอร์ลอฟ สามีของเจเน็ต เยลเลน อดีตประธานผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อปี 2016 นักเศรษฐศาสตร์อย่างน้อย 790 คนเคยทำจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องอเมริกันชนอย่าเลือกทรัมป์ที่ละเลยหลักการทางเศรษฐศาสตร์และไม่ยอมรับฟังผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือ แต่ไม่เป็นผล

ในจดหมายเปิดผนึกล่าสุด นักเศรษฐศาสตร์แสดงความผิดหวังต่อ “พฤติกรรมเห็นแก่ตัวและเลินเล่อ” ของทรัมป์ในช่วงวิกฤตโรคระบาด

“พฤติกรรมส่วนตัวของทรัมป์ระหว่างโควิด-19 ระบาดเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และการอนุญาตให้โรงเรียนเปิดอีกครั้งอย่างปลอดภัย เขาดูแคลนแนวทางในการเว้นระยะห่างทางสังคมและการสวมหน้ากาก หาเสียงภายในอาคาร สนับสนุนให้ประชาชนใช้ยาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์รับรองและอาจเป็นอันตราย ดูเบาความรุนแรงของโรคระบาด และยังจัดงานภายในทำเนียบขาวที่ทำให้เจ้าหน้าที่หลายคนติดโควิดและผู้นำทางทหารต้องกักตัว

“ทรัมป์ยังเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ ที่เป็นอันตราย แม้แต่ในช่วงวิกฤต”

ทั้งนี้ ผลศึกษาล่าสุดสรุปว่า ทรัมป์มีแนวโน้มเป็นตัวการปล่อย “เฟคนิวส์” เกี่ยวกับโควิด-19 เบอร์หนึ่งของโลก

นักเศรษฐศาสตร์ยังบอกว่า ทรัมป์บ่อนทำลายความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือของหน่วยงานด้านสุขภาพสำคัญของอเมริกาอย่างเช่นสำนักงานอาหารและยา (เอฟดีเอ) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) และสถาบันสุขภาพแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง

ทรัมป์คุยนักคุยหนาว่า ตัวเองเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับเศรษฐกิจ และอ้างว่า เศรษฐกิจอเมริกากำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งยังโจมตีโจ ไบเดน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครตว่า จะขึ้นภาษีแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนเท่านั้น แต่ยังทำลายเศรษฐกิจของประเทศด้วย

นอกจากนั้น แม้ทรัมป์อวดอ้างว่า ตัวเองเป็นประธานาธิบดีซีอีโอที่มีทักษะในการเจรจา แต่นักเศรษฐศาสตร์กลับมองว่า การขาดความสามารถในการจัดการของทรัมป์ทำลายความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของรัฐบาล โดยอ้างอิงการเปลี่ยนตัวผู้นำหน่วยงานต่างๆ ตลอดเวลา

ส่วนประเด็นการค้า นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า แนวทางการเจรจาที่ไม่เป็นระบบและไร้ประสิทธิภาพของทรัมป์ทำลายความสัมพันธ์ของอเมริกากับประเทศคู่ค้า ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร และทำให้ห่วงโซ่อุปทานสะดุดโดยที่ไม่สามารถลดยอดขาดดุลการค้าตามที่โอ้อวดไว้ เช่นเดียวกับคำสัญญาในการเพิ่มการจ้างงานและส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิต

จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ยังอ้างอิงนักเศรษฐศาสตร์ของมูดี้ส์ แอนาลิติกส์ และโกลด์แมน แซคส์ ที่ฟันธงว่า นโยบายของไบเดนจะทำให้เศรษฐกิจโตเร็วกว่า

นอกจากนั้นเมื่อปลายเดือนกันยายน นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบล 13 คนยังประกาศสนับสนุนไบเดน โดยระบุว่า การที่อดีตรองประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตผู้นี้สนับสนุนมาตรการสาธารณสุขที่อิงกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ในช่วงวิกฤตไวรัส จะส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวเร็วขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และสนับสนุนความเท่าเทียมมากกว่านโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์

นักเศรษฐศาสตร์ที่ร่วมลงชื่อในจดหมายฉบับนี้รวมถึงเอ็ดมุนด์ เฟลป์ส ผู้ชนะรางวัลโนเบลปี 2016 ที่เขียนบทความชำแหละนโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์ว่า จะทำให้คณะบริหารชุดต่อๆ ไปขาดดุลโดยไม่จำเป็น, วิลเลียม นอร์ดเฮาส์ ผู้ชนะรางวัลโนเบลปี 2018 และศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเยลที่เขียนบทความเกี่ยวกับต้นทุนทางการเงินจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพอล โรเมอร์ ผู้ชนะรางวัลโนเบลปี 2018 และศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยนิวยอร์กที่เชื่อว่า การขยายการตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะช่วยให้คนได้กลับไปทำงานเร็วขึ้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...