สุราษฎร์ธานี - ตม.จว.สุราษฎร์ พร้อม ตร.สภ.เกาะพะงัน บุกรวบหนุ่มยูเครน คาสนามบินสมุย ขณะย่องกลับเข้ามาอีกครั้งหลังเรื่องเงียบ กรณีจ้างคนไทยเป็นนอมินีถือครองที่ดินบนเกาะพะงัน
วันนี้ (9 มิถุนายน 2569 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามนโยบายเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กวาดล้างขบวนการ "นอมินี" (Nominee) ตลอดจนแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการดําเนิน ธุรกิจผิดกฎหมาย การใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองที่ดิน การทํางานโดยไร้ใบอนุญาต และการแย่งอาชีพคนไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้บูรณาการกําลังดําเนินการปราบปราม และ ดําเนินคดีกับคนต่างด้าวที่กระทําผิดกฎหมาย บนเกาะพะงัน จํานวนหลายรายอย่างต่อเนื่อง และ มีคนต่างชาติอีกหลายรายได้หลบหนีหมายจับออกไปนอกราชอาณาจักร
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2569 และ 23 พ.ค. 2569 พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้เปิด ปฏิบัติการ “ทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน” โดยตรวจค้นธุรกิจที่ต้องสงสัยว่าเป็นนอมินี และสามารถ รวบรวมพยานหลักฐาน ออกหมายจับผู้ต้องหาได้จํานวน 45 หมาย โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามจับกุมบุคคล ต่างชาติตามหมายจับมาดําเนินคดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว 26 หมาย และ อยู่ในระหว่างการติดตามจับกุมอีก 19 หมาย
ล่าสุดชุดสืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับ ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน และ ตํารวจสอบสวนกลาง ได้สืบสวน จับกุมตัวนายอนาโตลี อายุ 30 ปี สัญชาติยูเครน ตามหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย ที่ 121/2569 ลง 21 พ.ค. 2569 ในความผิด “เป็นตัวการร่วมกันจดแจ้งเอกสารอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ฯ เพื่อให้ได้มาซึ่ง การครอบครองที่ดินภายใต้บริษัทที่ตนเองจัดตั้งนอมินีคนไทยขึ้นมาถือครองที่ดินนั้น” โดยนายอนาโตลี ปลูเชฟ เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นบริษัท รูปิคอน จํากัด ได้ไหวตัวหลบหนีออกไปนอกราชอาณาจักรก่อนหน้าที่ศาลจะอนุมัติ หมายจับ
จนกระทั่งวันที่ 8 มิ.ย. 2569 เจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่านายอนาโตลี ปลูเชฟ จะเดินทางเข้ามา ในราชอาณาจักรทางช่องทางท่าอากาศยานสมุย จึงได้ทําการสืบสวนหาข่าว จนทราบว่าจะเดินทางเข้ามาในเวลา ประมาณ 19.30 น. เจ้าหน้าที่จึงได้ไปตรวจสอบพบ นายอนาโตลี กําลังเดินทางเข้ามาที่สนามบินสมุย จึงได้นําหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย ที่ 121/2569 ลง 21 พ.ค. 2569 ไปแสดงและทําการจับกุม
โดยนาย อนาโตลี ยอมรับว่าตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับ และ ให้การในเบื้องต้นว่าตนเองเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น ร่วมกับบิดา และ ได้จัดตั้งบริษัท รูปิคอน จํากัด เพื่อครอบครองที่ดิน เจ้าหน้าที่จึงได้นําตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

