ข้อตกลงสันติภาพหนึ่งสำหรับยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน "เจรจาลงตัวแล้วเป็นส่วนใหญ่" จากคำแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ บนทรูธโซเชียลเมื่อวันเสาร์(23พ.ค.) สอดคล้องกับสื่อมวลชนฝักใฝ่เตหะราน ที่รายงานว่าทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ในนั้นสุดท้ายของการร่างกรอบความเข้าใจหนึ่งๆผ่านคนกลางอย่างปากีสถาน
"ข้อตกลงหนึ่งๆได้เจรจาเสร็จสิ้นไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ ขึ้นอยู่กับการสรุปขั้นสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ, สาธารณรัฐอิหร่าน และประเทศอื่นๆหลายชาติ ตามที่ระบุไว้" ทรัมป์โพสต์ "ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือแง่มุมต่างๆและรายละเอียดสุดท้ายของข้อตกลง และจะมีการแถลงไม่นานหลังจากนี้"
ทรัมป์ โพต์ข้อความบนทรูธโซเชียล จากห้องทำงานรูปไข่ บริเวณที่เขาเผยว่าได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับบรรดาผู้นำของชาติต่างๆในตะวันออกกลาง "นอกเหนือจากองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากมายของข้อตกลงนี้ ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกเปิด"
อย่างไรก็ตามสำนักข่าวฟาร์สนิวส์ สื่อมวลชนกึ่งรัฐของอิหร่าน ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ ที่ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดโดยสมบูรณ์ ส่วนหนึ่งในช้อตกลงสันติภาพกับเตหะราน ระบุคำกล่าวอ้างดังกล่าว "ห่างไกลจากความเป็นจริง"
"จากข้อความที่ตอบกลับกันล่าสุด ถ้ามีความเป็นไปได้ใดๆในการบรรลุข้อตกลง ช่องแคบฮอร์มุซจะยังอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของอิหร่าน" ถ้อยแถลงระบุ "แม้อิหร่านตกลงที่จะเปิดทางให้จำนวนเรือที่ล่องผ่าน กลับสู่ระดับก่อนสงคราม แต่ทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการล่องผ่านฟรีๆ เหมือนกับสถานการณ์ก่อนสงคราม"
ถ้อยแถลงระบุต่อว่า "การบริหารจัดการช่องแคบ การกำหนดเส้นทาง แนวทางการสัญจรผ่านและการอนุญาต จะยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมแต่เพียงผู้เดียวและดุลพินิจของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เพราะฉะนั้นคำกล่าวอ้างของทรัมป์ ในเรื่องนี้จึงไม่สมบูรณ์และไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง"
ด้านสำนักข่าวอัลมายาดีน สื่อมวลชนเลบานอน ที่ค่อนข้างโปรอิหร่าน รายงานอ้างแหล่งข่าวยืนยันเช่นกันว่าเตหะรานกับวอชิงตัน อยู่ในนั้นสุดท้ายของการร่างกรอบความเข้าใจหนึ่งๆ ผ่านคนกลางอย่างปากีสถาน โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน
อย่างไรก็ตามอัลมายาดีน ระบุว่า "ว่าที่ข้อตกลงดังกล่าวไม่ใช่ข้อตกลงท้ายสุด แต่เป็นเพียงบันทึกความเข้าใจที่มุ่งเน้นไปที่การลดความตึงเครียดและข้อตกลงหยุดยิงเป็นหลัก
แหล่งข่าวบอกกับอัลมายาดีนต่อว่าบันทึกความเข้าใจดังกล่าวไม่ได้รวมข้อกำหนดใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน เปิดทางสำหรับแยกเจรจาต่างหากในภายหลัง
บันทึกความเข้าใจนี้มีแก่นกลางอยู่ในการฟื้นฟูความสงบทั่วภูมิภาค อำนวยความสะดวกแก่การเคลื่อนไหวทางทะลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และป้องกันไม่ให้ความตึงเครียดทางทหารลุกลามบานปลาย
แหล่งข่าวระบุว่าในบันทึกความเข้าใจ รวมไปถึงการถอนกองเรือของสหรัฐฯออกจากพื้นที่ต่างๆโดยรอบอิหร่าน และยุติการปิดล้อมทางทะเลโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ
กรอบความเข้าใจยังเปิดทางสำหรับการปล่อยทรัพย์สินอิหร่านที่อายัดไว้ เทียบเท่ากับเกือบๆ 12,000 ล้านดอลลาร์ จากนั้น ภายใต้กรอบความเข้าใจที่เสนอมานั้น ทั้ง 2 ฝ่ายจะมีเวลา 30 วันในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์แยกต่างหาก
ความคืบหน้าล่าสุดนี้มีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติ ให้รักษาเสถีบรภาพของตลาดพลังงานโลก และจัดระแบบการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลก ตามหลังสหรัฐฯและอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน
(ที่มา:รอยเตอร์ส/ยูเอสเอทูเดย์/อัลมายาดีน)

