อุบลราชธานี-การสู้รบชายแดนไทย-เขมรทำพิษ เซลส์แมนหนุ่มวิ่งขายของชายแดนรายได้หด ขณะที่แฟนเก่าโทรศัพท์ขอเงินค่างวดรถที่ค้างไว้ 3 เดือน สารภาพหาทางออกไม่ได้ ดื่มเหล้าย้อมใจแล้วก่อเหตุ ไม่ได้ตั้งใจเอาเยอะแค่อยากใช้ค่างวดรถเท่านั้น
ความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ร้านทองในศูนย์การค้าตลาดนิกรธานี อำเภอเมืองอุบลราชธานี เมื่อช่วงค่ำวานนี้ โดยได้แหวนทองรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท 1 วง มูลค่า 74,000 บาท ต่อมา พ.ต.ท.บวรศักดิ์ คำรังษี รองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พร้อม พ.ต.ท.กิติพงษ์ สาลีวรรณ สว.สืบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี และชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี กว่า 30 นาย ได้ควบคุมตัวนายธีรศักดิ์ สังวาลทอง อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดสมุทรสงคราม ที่หน้าร้านสะดวกซื้อในอำเภอเหล่าเสือโก๊ก จ.อุบลราชธานี
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้แสดงตัวและนำภาพถ่ายคนร้ายที่ก่อเหตุวิ่งราวร้านทองให้นายธีรศักดิ์ดู นายธีรศักดิ์ยอมรับว่า เป็นบุคคลในภาพที่ก่อเหตุวิ่งราวแหวนทองดังกล่าวจริง
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ให้นายธีรศักดิ์ นำไปตรวจยึดเสื้อลายสก็อตที่ใช้ก่อเหตุและแหวนทองของกลางที่บ้านพักในอำเภอสว่างวีระวงค์ ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทองจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ
พ.ต.อ.สินชัย นิ่มปุญญกำพงษ์ รอง ผบก.ภ. จว.อุบลราชธานี พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี ไกรราช ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี ได้ทำการสอบถามนายธีรศักดิ์ ถึงแรงจูงใจที่ก่อเหตุ โดยนายธีรศักดิ์ อ้างว่าตนเองมีอาชีพเป็นเซลส์แมนขายของในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบที่ชายแดนไทย กัมพูชา ทำให้รายได้หดหายไป พอกลับมาขายชาวบ้านก็ไม่ค่อยซื้อเหมือนเดิม
ประกอบกับภรรยาเก่าโทรศัพท์มาขอเงิน เพื่อจ่ายค่างวดรถยนต์ที่ค้างจ่ายกับทางธนาคาร นายธีรศักดิ์ จึงเกิดความคิดชั่ววูบ ก่อเหตุวิ่งราวทองดังกล่าว เพราะความเครียดจากปัญหาหนี้สิน ดังกล่าว และจากการตรวจสอบประวัตินายธีรศักดิ์ไม่มีประวัติอาชญากร เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา นายธีรศักดิ์ วิ่งราวทรัพย์ นายธีรศักดิ์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาและขอโทษทางเจ้าของร้านทอง
น.ส.ภัทรษิณี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี เจ้าของร้านทองที่เกิดเหตุกล่าวว่า ตนเองรู้สึกดีใจและขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกส่วนที่ช่วยจับกุมคนร้าย พร้อมของกลางมาได้อย่างรวดเร็วไม่ถึง 24 ชั่วโมง ตนเองและครอบครัวไม่ได้ติดใจอะไรกับผู้ก่อเหตุ เพราะคิดว่าทุกคนอาจจะมีปัญหา ประกอบกับช่วงที่ นายธีรศักดิ์ ก่อเหตุก็ไม่ได้มีพฤติกรรมใดๆที่เป็นภัยคุกคาม เชื่อว่านายธีรศักดิ์ อาจจะมีปัญหาทางครอบครัวจริง

