ผบ.ตร. เซ็นคำสั่งย้ายขาด ผกก.สภ.ทุ่งลุง บกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ระงับเหตุคนร้ายคลั่งควงปืนบุกโรงเรียนพะตงฯ ยิงผอ.เสียชีวิตสั่งเข้มพื้นที่ใดละเลยการฝึกยุทธวิธี ทำให้การปฏิบัติไม่มีประสิทธิภาพ ลงดาบทันทีไม่มีละเว้น
วันนี้ (20 ก.พ.) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้กำกับการ สภ.ทุ่งลุง จ.สงขลา ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจภูธรภาค 9 เนื่องจากเป็นกรณีที่สงสัยว่ามีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับรายงานเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ในพื้นที่สภ.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนจะมีการจับครูและนักเรียนเป็นตัวประกัน กระทั่งคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้อำนวยการโรงเรียนและเด็กนักเรียน จนเป็นเหตุให้ผู้อำนวยการถึงแก่ชีวิต ซึ่งกรณีดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปฏิบัติหน้าที่ และเป็นประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและสังคมในวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้การพิจารณาถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรมต่อไป จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 63 และมาตรา 105 แห่งพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ประกอบระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2566 จึงให้ พ.ต.อ.ชาญศราวุธ แสงอรุณ ผกก.สภ.ทุ่งลุง จ.สงขลา ช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 มอบหมายเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย และให้ พ.ต.อ.สุวโรจน์ ลุนหวิทยานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.ทุ่งลุง จ.สงขลา อีกหน้าที่หนึ่ง ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
พล.ต.ท.ชัยต์พจน กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เพิกเฉยต่อปัญหาดังกล่าว โดย ผบ.ตร.สั่งการเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นศรัทธาของพี่น้องประชาชน และสั่งการกำชับไปยังทุกหน่วยทุกพื้นที่ ให้ผู้บังคับบัญชาควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับอย่างใกล้ชิด ฝึกทบทวนยุทธวิธีและแผนเผชิญเหตุอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการดูแลความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ สร้างความอุ่นใจให้พี่น้องประชาชน หากพบว่า ผู้บังคับบัญชาระดับใด ปล่อยปละละเลย ไม่ใส่ใจ แนะนำ อบรม ผู้ใต้บังคับบัญชาจนเกิดความเสียหายต่อราชการ จะพิจารณาดำเนินการกับผู้บังคับบัญชาอย่างเด็ดขาด

