fbpx

‘สีจิ้นผิง’ มีแผนซ่อนเร้นระยะยาว ในการกระโจนแซงหน้า ‘สหรัฐฯ’

ใช้เวลาอ่าน: 2 นาที

สี จิ้นผิง เลขาธิการใหญ่ แห่งคณะกรรมการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวปราศรัยในการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 2 ของคณะกรรมการกลางพรรคชุดที่ 19 ที่กรุงปักกิ่ง การประชุมคราวนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 29 ตุลาคม 2020 (ภาพจากสำนักข่าวซินหัว)

สี จิ้นผิง เลขาธิการใหญ่ แห่งคณะกรรมการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวปราศรัยในการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 2 ของคณะกรรมการกลางพรรคชุดที่ 19 ที่กรุงปักกิ่ง การประชุมคราวนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 29 ตุลาคม 2020 (ภาพจากสำนักข่าวซินหัว)

 

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ WWW.asiatimes.com)

Xi has a hidden long plan to leapfrog the US

By FRANK CHEN 29/10/2020

ถึงแม้ยังไม่มีการแพล็มอะไรออกมามากเกี่ยวกับแผนระยะ 5 ปีฉบับล่าสุด ซึ่งมีการพิจารณากันในการประชุมครั้งสำคัญเป็นเวลา 4 วันของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่จัดขึ้นในสัปดาห์นี้ แต่ที่ปรึกษาระดับท็อปของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กำลังออกมาบอกว่า จีนได้ก้าวผ่านพ้นช่วงยากลำบากที่สุดในการต่อสู้กับโควิด-19 ได้แล้ว และจีนอาจจะสามารถยึดตำแหน่งผู้นำเหนือชาติตะวันตกทั้งหลายในเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโรคระบาด ตลอดจนในการบ่มเพาะอุตสาหกรรมไฮเทคใหม่ๆ ที่กำลังเพิ่มความสำคัญมากขึ้นทุกที

สิ่งที่จะได้เสียกันนั้นสูงลิบลิ่ว ณ การประชุมเต็มคณะของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนในช่วงสัปดาห์นี้ ซึ่งพวกผู้ปฏิบัติงานระดับอาวุโสของพรรคได้พิจารณาไตร่ตรอง และตามรายงานระบุว่าได้ลงมติอนุมัติรับรองร่างนโยบายต่างๆ ซึ่งจะนำมาใช้ในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า การประชุมเป็นเวลา 4 วันคราวนี้สิ้นสุดลงแล้วในวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) ทว่าสาธารณชนชาวจีนจะยังไม่สามารถเปิดดูเนื้อหาฉบับเต็มของโรดแมปที่ครอบคลุมสิ่งทั้งหลายทั้งปวงสำหรับปี 2025 นี้ได้ในเร็ววันนี้

แผนระยะ 5 ปีฉบับล่าสุดฉบับนี้ ซึ่งตามรายงานข่าวบอกว่าอัดแน่นพรักพร้อมไปด้วยชุดของนโยบายต่างๆ และเป้าหมายต่างๆ ทางด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมนั้น ยังคงต้องรอการพิจารณาตรวจทานตามระเบียบขั้นตอน ก่อนประกาศออกมาในเวอร์ชั่นสุดท้ายโดยรัฐสภาของจีนในวาระการประชุมประจำปีตอนช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการผู้มีชื่อเสียงมากผู้หนึ่งซึ่งเชื่อกันว่าอยู่ในหมู่ที่ปรึกษาระดับท็อปของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กำลังเปิดเผยให้ทราบอย่างอ้อมๆ เกี่ยวกับทัศนะของปักกิ่งในเรื่องทิศทางแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศชาติตลอดระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้ไป

จัสติน หลิน (Justin Lin) หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า หลิน อี้ฟู (Lin Yifu) คณบดีของวิทยาลัยการพัฒนาแห่งชาติ (National School of Development) แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University หรือ PKU) กล่าวในเวทีประชุมแห่งหนึ่ง ณ กรุงปักกิ่งเมื่อวันพุธ (28 ต.ค.) ว่า เศรษฐกิจจีนสามารถที่จะฟันฝ่าลมปะทะทางภูมิรัฐศาสตร์ต่างๆ และรักษาอัตราการเติบโตขยายตัวระดับปีละ 6-8% เอาไว้ในระยะ 10 ปีข้างหน้า

ตามรายงานข่าวของสำนักข่าวซินหัว หลิน ซึ่งเคยเป็นหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ และรองประธานอาวุโสของธนาคารโลก กล่าวต่อที่ประชุมว่า จีนได้ผ่านพ้นช่วงยากลำบากที่สุดในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ไปแล้ว และท่ามกลางระยะเวลาแห่งการทดสอบในปัจจุบัน จีนอาจจะสามารถเข้ายึดตำแหน่งผู้นำอย่างชนิดไร้ช่องโหว่ เหนือบรรดาชาติตะวันตกสำคัญทั้งหลาย ในแง่มุมของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และในการบ่มเพาะฟูมฟักพวกอุตสาหกรรมไฮเทคใหม่ๆ ที่กำลังก้าวผงาดกันขึ้นมา

เขาบอกว่า จีนอยู่ในฐานะอันดีที่สามารถจะผลักดันความได้เปรียบของตน จากการเป็นหนึ่งในตลาดซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก แถมมีสายโซ่อุปทานต่างๆ (supply chains) อย่างครบครันรอบด้าน

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลินได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมสัมมนาซึ่งมี สี จิ้นผิง เป็นประธาน ที่ทำเนียบจงหนานไห่ ซึ่งผู้นำสูงสุดผู้นี้มองหาข้อเสนอแนะต่างๆ ในทางนโยบายจากพวกนักวิชาการที่ได้รับความยกย่องนับถือ เพื่อใช้ในการร่างแผนระยะ 5 ปีฉบับใหม่ ซึ่งจะเป็นแผนระยะ 5 ปีฉบับที่ 14 ของจีน

“ข้อเสนอต่างๆ ในทางนโยบายของ หลิน ได้เคยปรากฏเป็นส่วนสำคัญอยู่ในแผนระยะ 5 ปีฉบับก่อนๆ ตลอดจนในรายงานกิจการรัฐบาลส่วนกลางประจำปี จริงๆ แล้วเขาเป็นนักวิชาการคนแรกที่ได้พูดแสดงความเห็นระหว่างการประชุมสัมมนาเมื่อเดือนสิงหาคมที่จัดขึ้นโดย สี” อาจารย์ผู้หนึ่งที่วิทยาลัยการปกครอง (School of Governance) ของมหาวิทยาลัย PKU บอกกับเอเชียไทมส์โดยขอให้สงวนนาม

“การที่ หลิน พูดถึงสุขภาพของเศรษฐกิจกิจและทิศทางโอกาสของเศรษฐกิจจีนในทางสดใสเช่นนี้ อาจจะหมายความว่าแผนฉบับที่กำลังจะออกมาใช้กันจนถึงปี 2025 นี้จะมีแนวโน้มไปในทางบวก โดยที่อาจจะกำหนดเป้าหมายอัตราการเติบโตของจีดีพีประจำปีเอาไว้ที่ราวๆ 6% ในระหว่างปี 2021 ถึง 2025 ก็ได้” อาจารย์มหาวิทยาลัยปักกิ่งผู้นี้บอก

หลี่ จิว์นหรู (Li Junru) รองผู้อำนวยการของโรงเรียนพรรคส่วนกลาง (Central Party School) ซึ่งมีหน้าที่อบรมบ่มเพาะพวกผู้ปฏิบัติงานพรรคระดับอาวุโส บอกกับสำนักข่าวไชน่านิวส์เซอร์วิส (China News Service) ว่า เป้าหมายต่างๆ ซึ่งบรรจุอยู่ในแผน 5 ปีฉบับใหม่ ตลอดจนคำชี้แนะต่างๆ สำหรับการปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายเหล่านี้ อาจเป็นตัวตัดสินว่า จีนมีความสามารถหรือไม่ที่จะเริ่มต้นก่อนคนอื่นๆ ใน “การเดินทัพทางไกล” (Long March) ครั้งใหม่ของตน เพื่อมุ่งทำให้วิสัยทัศน์ต่างๆ และอุดมคติต่างๆ ของ สี กลายเป็นความจริงขึ้นมาภายในปี 2035

ขณะที่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของการประชุมเต็มคณะคณะกรรมการกลางพรรคที่เพิ่งเสร็จสิ้นลง (ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.xinhuanet.com/politics/2020-10/29/c_1126674147.htm) เปิดเผยว่า สียังได้ปล่อยมุกกระเซ้าผู้เข้าร่วมประชุมทั้ง 400 คน ด้วยการพูดถึงสิ่งต่างๆ ที่เขาคาดหมายเอาไว้สำหรับระยะเวลา 15 ปีข้างหน้า ถึงแม้ในเอกสารนี้ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าความมุ่งมาดปรารถนาของผู้นำผู้นี้คืออะไร [1] อย่างไรก็ตาม มีข่าวลือสะพัดหนาหูว่า ปักกิ่งมุ่งหมายที่จะกระโจนพรวดแซงหน้าสหรัฐฯในเรื่องผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และเรื่องอำนาจทางเศรษฐกิจให้สำเร็จภายในปี 2035

มีบทวิเคราะห์ชิ้นหนึ่งของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) เสนอแนะว่า เป้าหมายจีดีพีของปักกิ่งที่จะแซงหน้าสหรัฐฯในเรื่องผลผลิตทางเศรษฐกิจประจำปีนั้น อาจจะทำได้สำเร็จภายในเวลา 5 ปีเท่านั้น

หลี่ ก็พูดว่าระยะเวลา 5 ปีข้างหน้าจะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินว่าพรรคจะทำได้รวดเร็วแค่ไหนในการทำให้วิสัยทัศน์แห่งปี 2035 ของสี และความมุ่งมาดปรารถนาต่างๆ ในเรื่อง “อภิมหาอำนาจจีน” (superpower China) ของเขา กลายเป็นความจริงขึ้นมา

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สีได้ยกเลิกข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญของจีน ที่ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ไม่เกิน 2 สมัยรวมเป็นระยะเวลา 10 ปี ขณะที่ฐานะการเป็นเลขาธิการใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนของเขา ก็ไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนปีที่เขาสามารถขึ้นครองอำนาจ ทำให้มีบางคนสงสัยว่าเขาจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปอีก 10 ถึง 15 ปี ซึ่งก็คือในช่วงทศวรรษ 2030 ด้วย

หมายเหตุผู้แปล

[1] เกี่ยวกับแถลงการณ์ที่ออกมาภายหลังการประชุมเต็มคณะของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งนี้ เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ สื่อภาษาอังกฤษออกในฮ่องกง ได้เสนอรายงานข่าวเรื่องนี้ ซึ่งมีประเด็นเพิ่มเติมที่น่าสนใจ จึงขอเก็บความมาเสนอในที่นี้:พรรคคอมมิวนิสต์จีนปิดประชุมนโยบายระดับท็อป โดยเผยกรอบแผนการสร้างชาติให้เป็นมหาอำนาจยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก
โดย เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์

Chinese Communist Party wraps up top policy meeting by outlining plans for nation to become greater power
By Josephine Ma, The South China Morning Post
Updated: 11:36am, 30 Oct, 2020
คณะผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เสร็จสิ้นการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 5 แล้ว โดยที่การหารือโฟกัสในเรื่องวิธีการทำให้จีนยังสามารถเดินหน้าไปอย่างมั่นคงบนเส้นทางแห่งการพัฒนาของตน ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเดินทางถึงทางแยกอันผันผวน

ในแถลงการณ์ฉบับหนึ่งที่เผยแพร่ออกมาหลังการประชุม ได้พูดคร่าวๆ ถึงมติการตัดสินใจต่างๆ จากที่ประชุมคราวนี้ ซึ่งเป็นการกำหนดจัดวางพิมพ์เขียวในระยะกลางและระยะยาว สำหรับการพัฒนาทางสังคมและทางเศรษฐกิจของประเทศ

สมาชิกกว่า 200 คนของคณะกรรมการกลางพรรค ซึ่งประชุมกันเป็นการภายในช่วงสัปดาห์นี้ ได้พิจารณาแผนระยะ 5 ปีฉบับที่ 14 ซึ่งมีการระบุเรื่องที่ทรงความสำคัญลำดับสูงในทางนโยบาย เพื่อประคับประคองการเติบโตของเศรษฐกิจของจีนเอาไว้ ในท่ามกลางโรคระบาด, สายโซ่อุปทานถูกรบกวนขัดขวาง, ความสัมพันธ์อย่างมีพิษภัยกับโลกตะวันตก และการเสื่อมถอยของเศรษฐกิจทั่วโลก

บรรดาผู้เข้าร่วมยังได้หารือกันถึงพิมพ์เขียวฉบับหนึ่งซึ่งมุ่งทำให้บรรลุวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการเปลี่ยนแปลงจีนให้กลายเป็น “ชาติสังคมนิยมทันสมัยที่ยิ่งใหญ่” ให้ได้ภายในปี 2035

วลีนี้ดูคลุมเครือกำกวม และเป็นที่คาดหมายกันว่าในอีกไม่กี่วันหลังจากนี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีนจะเปิดเผยแผนการที่หนักแน่นจริงจังมากขึ้นในเรื่องเป้าหมายระดับชาติต่างๆ สำหรับระยะเวลา 15 ปีข้างหน้า

แถลงการณ์ร่วมถือเอาเรื่องนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ และบอกอีกว่าประเทศชาติคาดหวังจะได้เห็นการเพิ่มขึ้นอย่างสำคัญในเรื่องความองอาจกล้าหาญทางด้านเศรษฐกิจและทางด้านเทคนิคของตน ตลอดจนคาดหวังว่าจะมีการทะลุทะลวงอันสำคัญๆ ในพวกเทคโนโลยีแกนหลักต่างๆ

ทั้งนี้แผนการระยะ 15 ปีนี้ จะเป็นแผนเช่นนี้ฉบับแรกของจีน และมีเจตนารมณ์ที่จะบรรลุถึงเป้าหมายแห่งศตวรรษประการที่ 2 ซึ่งกำหนดขึ้นมาโดย สี นั่นคือ จะทำให้จีนกลายเป็น “ประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ที่มั่งคั่งรุ่งเรือง, เข้มแข็ง, เป็นประชาธิปไตย, มีความก้าวหน้าและความกลมกลืนกันในทางวัฒนธรรม” ภายในปี 2049 พวกสื่อของรัฐจีนเคยระบุเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า เป้าหมายแห่งศตวรรษประการแรก ซึ่งได้แก่การทำให้จีนกลายเป็น “สังคมที่มั่งคั่งรุ่งเรืองพอประมาณ” ในทุกๆ ด้านภายในปี 2021 นั้น สามารถทำกันได้สำเร็จแล้ว และจีนก็พร้อมแล้วที่จะเริ่มการเดินทางครั้งต่อไปเพื่อก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่มากยิ่งขึ้นไปอีก

สำหรับแผนระยะ 5 ปีฉบับล่าสุดที่ผ่านความเห็นชอบจากการประชุมสำคัญของพรรคครั้งนี้นั้น มีแนวคิดหลักเน้นเรื่องการพึ่งตนเอง ขณะที่จีนต้องรับมือกับภัยคุกคามจากภาวะการหย่าร้างแยกขาดจากตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐฯ และการเสื่อมทรามลงทุกทีของกระแสโลกาภิวัตน์ ด้วยการหันมาเน้นหนักให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจภายในประเทศของแดนมังกรเอง ยุทธศาสตร์ที่จะใช้ในสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งมีชื่อเรียกกันว่า “การไหลเวียนไปทั้งคู่” (dual circulation) จะเห็นจีนยังคงเปิดกว้างต้อนรับการลงทุนและการค้าต่างประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็รวมศูนย์กำลังเพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งมีจุดอ่อนเปราะน้อยลงเมื่อเผชิญกับการแซงก์ชั่นและการก่อกวนทำป่วนจากภายนอก

แถลงการณ์ร่วมกล่าวอีกว่า แผนระยะ 5 ปีฉบับที่ 14 นี้ เน้นหนักเรื่องอัตราการเติบโตอย่างมีคุณภาพสูง และการขยายตลาดภายในประเทศ ตลอดจนขยายสมรรถนะด้านนวัตกรรม และด้านการบูรณาการในการพัฒนาภูมิภาคให้เป็นไปด้วยดียิ่งขึ้น

(ดูต้นฉบับภาษาอังกฤษได้ที่ https://www.scmp.com/news/china/politics/article/3107660/chinese-communist-party-wraps-top-policy-meeting-outlining)