fbpx

Sondhitalk (ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง) EP.56 : สองมหาอำนาจสัประยุทธ์

ใช้เวลาอ่าน: < 1 นาที

สองมหาอำนาจสัประยุทธ์

เรื่องของการเยือนประเทศไทย เขมร กัมพูชา ลาว ตลอดจนมาเลเซีย ของนายหวัง อี้ มุขมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศจีน  การเยือนครั้งนี้ของนายหวัง อี้ มีนัยสำคัญที่มากกว่าการแถลงข่าวของกระทรวงการต่างประเทศของไทย ที่ว่านายหวัง อี้ มาขอให้เปิดสถานกงสุลของจีนเพิ่มอีกหลายแห่งในไทย ขณะที่ประเทศไทยมีสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่งและสถานกงสุลไทยที่เมืองกว่างโจว, คุนหมิง, เซี่ยงไฮ้, ซีอาน, เฉิงตู ,หนานหนิ, เซี่ยะเหมิน และฮ่องกง รวมทั้งหมด 9 แห่ง ขณะที่สถานทูตจีนประจำประเทศไทยซึ่งและสถานกงสุลประจำจังหวัดเชียงใหม่,ขอนแก่น,สงขลาและภูเก็ต รวม4แห่ง  เพราะฉะนั้นตามสิทธิ์แล้วเขาสามารถที่จะเปิดสถานกงสุลได้เพิ่ม ซึ่งก็ได้อนุมัติกันเรียบร้อยแล้ว ก็เหมือนเป็นการตอบโต้สหรัฐอเมริกา ที่สหรัฐอเมริกาได้สร้างสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่  ด้วยเงินกว่า 9,000 ล้านบาท แต่นัยเบื้องหลังของการขยายพื้นที่สถานกงสุลของสหรัฐที่ใช้เชียงใหม่เป็นฐานสัประยุทธ์ระหว่างจีนและอเมริกาที่ความขัดแย้งตอนนี้ลามปามมาจนถึงประเทศไทยแล้ว

ทั้งนี้พื้นที่ที่คาดว่าจีนต้องการขยายกงสุลเพิ่มเติมคือบริเวณภาคเหนือตอนล่าง หรือภาคตะวันตกของประเทศไทย เช่น จังหวัดตาก,กาญจนบุรี ที่เป็นแลนด์บริดจ์เชื่อมต่อกับพม่าคือท่าเรือทวาย logistic hub เพื่อเป็นทางออกไปมหาสมุทรอินเดียและจากทวายออกไปทางEEC สู่ประเทศเวียดนามและออกทางมหาสมุทรแปซิฟิก นี่คือเส้นทาง Southern Coastal Corridorของจีน

ขณะที่อเมริกาเดินยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก คืออินเดีย ญี่ปุ่น อเมริกา ออสเตรเลีย แทรกแซงภูมิภาคนี้ ทางจีนเองก็เดินหมากล้อมโดยรัฐมนตรีต่างประเทศเดินสายเจรจาผลประโยชน์ระหว่างพันธมิตร 5 ประเทศสำคัญในอาเซียนคือ  กัมพูชา ลาว พม่า มาเลเซียและเวียดนาม ซึ่งมีวาระดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน2020 ที่มีบทบาทสำคัญจนทำให้นายกฯคนใหม่ของญี่ปุ่น นายโยชิฮิเดะ ซูงะ บินมาเยือนเวียดนามเมื่อ18 ต.ค.นี้ สะท้อนความพยายามของญี่ปุ่นต่อต้านอิทธิพลของจีน และสืบสานสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงตามวิสัยทัศน์ของอดีตนายกฯชินโซ อาเบะ