fbpx

ยอดติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯทะลุ 8 ล้าน “ไบเดน”จวก”ทรัมป์”ปล่อยไปตามยถากรรม

ใช้เวลาอ่าน: < 1 นาที

สหรัฐฯรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 60,000 คนในวันพุธ(14ต.ค.) สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในแถบมิดเวสต์ ส่งผลให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมพุ่งเกิน 8,000,000 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ราวๆ 217,000 คน นับตั้งแต่โรคระบาดใหญ่เริ่มต้นขึ้นในประเทศแห่งนี้

พวกผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเตือนมาช้านานว่าอุณหภูมิที่เย็นลงอาจทำให้ผู้คนอยู่แต่ในที่พักอาศัยและกลายเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมการแพร่กระจายเชื้อของไวรัส อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้ให้เหตุผลที่ชัดเจนของจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน แต่พวกเขาบ่งชี้ว่ามันอาจเกี่ยวข้องกับความเหนื่อยล้าของผู้คนต่อการใช้มาตรการป้องกันไว้ก่อนสกัดโควิด-19 รวมถึงกรณีที่นักเรียนนักศึกษากลับสู่การเรียนการสอน

จากการวิเคราะห์ของสำนักข่าวรอยเตอร์ พบว่าตั้งแต่เข้าสู่เดือนตุลาคม จนถึงตอนนี้ มีถึง 25 รัฐที่ทุบสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน โดยรัฐทั้งหมดในแถบมิดเวสต์และนอร์ทอีสต์ รายงานพบผู้ติดเชื้อในช่วง 4 สัปดาห์หลังสุด มากกว่าช่วง 4 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น และพบเห็นจำนวนเคสใหม่เพิ่มขึ้น 2 เท่าในรัฐต่างๆอย่างวิสคอนซิน, เวาท์ดาโคตาและนิวแฮมป์เชียร์

ในแถบมิดเวสต์ จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ในวันพุธ(14ต.ค.) แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาด ด้วยจำนวนมากกว่า 22,000 คน โดยอัตราผลตรวจเชื้อออกมาเป็นบวกสูงสุดอยู่ที่เซาต์ดาโคตา คิดเป็น 30% และ 20% ในไอดาโอและวิสคอนซิน

ตามข้อมูลยังพบว่ามีอยู่ 10 รัฐ ที่รายงานพบผู้ติดเชื้อใหม่รายวันเพิ่มขึ้นในวันพฤหัสบดี(15ต.ค) ในนั้นรวมถึงวิสคอนซิน ด้วยจำนวนเคสใหม่กว่า 4,000 คน “จำนวนของเราสูงมากและมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว” เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับสูุงของรัฐกล่าว “ตอนนี้เรามีคนไข้โควิด-19 ในโรงพยาบาลเกิน 1,000 คน ในบางพื้นที่ภายในรัฐของเรา คนไข้ในห้องไอซียูอยู่ที่ 90% หรือไม่ก็เต็มแล้ว ตลอดช่วง 6 สัปดาห์หลังสุด ค่าเฉลี่ยผู้เสียชีวิตรายวันนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า”

แคลิฟอร์เนียยังคงเป็นรัฐที่มีเคสผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุดในสหรัฐฯ ตามมาด้วยเทกซัส, ฟลอริดา, นิวยอร์กและจอร์เจีย โดยทั้ง 5 รัฐมีผู้ติดเชื้อรวมกันคิดเป็นเกินกว่า 40% ของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดทั่วประเทศ

ด้วยจำนวนและอัตราผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เมืองนิวยอร์กจำเป็นต้องสั่งปิดธุรกิจและสถาบันการศึกษาในย่านต่างๆที่เป็นจุดร้อนของการแพร่ระบาด แม้ต้องเผชิญกับเสียงประท้วง

จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้โรงพยาบาลต่างๆในหลายรัฐกำลังอยูู่ในภาวะตึงเครียด จากการที่คนไข้โควิด-19 ไหลบ่าเข้ามารักษาตัวอย่างไม่ขาดสาย โดยในแถบมิดเวสต์นั้น คนไข้โควิด-19 ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ทุบสถิติสูงสุด 10 วันติดต่อกันเมื่อวันพุธ(14ต.ค.) ขณะที่ทั่วสหรัฐฯ ตัวเลขผู้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่ที่เกือบๆ 37,000 คน สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม

วิกฤตการแพร่ระบาดที่เลวร้ายลงเรื่อยๆกลายเป็นประเด็นร้อนของศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในวันที่ 3 พฤศจิกายน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องใช้เวทีหาเสียงในวันพฤหัสบดี(15ต.ค.) ปกป้องประสิทธิภาพการรับมือกับโรคระบาดใหญ่อีกรอบ หลังถูก โจ ไบเดน ผู้ท้าชิงจากเดโมแครต กล่าวหาว่าต้นตอให้ทำให้อเมริกันชนต้องสังเวยชีวิตจำนวนมาก เพราะผู้นำรายนี้ไม่ยอมทำอะไรเลย

ระหว่างหาเสียงผ่านรายการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี ในรูปแบบ คิวแอนด์เอ (Q&A) หรือการตอบคำถามจากประชาชน จากไมอามี รัฐฟลอริดา ทรัมป์มองในมุมบวกเหมือนเคย โดยบอกว่าโรคระบาดใหญ่ใกล้สิ้นสุดลงแล้ว “เรากำลังเข้าใกล้แล้ว” แม้เกือบทั่วสหรัฐฯพบเห็นจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างมาก

อีกด้านหนึ่ง ไบเดน ซึ่งหาเสียงผ่านผ่านเครือข่ายสถานีโทรทัศน์เอบีซีนิวส์ จากฟิลาเดลเฟีย ได้กล่าวโจมตีทรัมป์อย่างดุเดือดในประเด็นรับมือกับโรคระบาดใหญ่ โดยกล่าวหาเขาล้มเหลวโดยสิ้นเชิง “เราอยู่ในสถานการณ์ที่เรามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 210,000 คน แล้วเขาทำอะไร? ไม่ทำอะไรเลย เขาก็ยังคงไม่สวมหน้ากากอยู่ดี”