fbpx

“ต่อตระกูล” กังขา ป.เอก “สันติ” โยงเคสนักการเมืองเพื่อไทยอัปเกรดดอกเตอร์ ปี 56

ใช้เวลาอ่าน: 2 นาที


“ต่อตระกูล ยมนาค” ยังคงกังขา “สันติ พร้อมพัฒน์” ผู้อยากเป็นขุนคลัง ล่าสุด หยิบยกกรณีเรียน ป.เอก ที่ลาดกระบัง อัปเกรดเป็นดอกเตอร์ สาขาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม ร่วมกับนักการเมืองอีก 30 คน เมื่อปี 2556 ขณะที่เจ้าตัวเคยอ้าง จบสาขารถยนต์ไฟฟ้า


โดยเมื่อปี 2556 เฟซบุ๊กเพจ “สายตรงภาคสนาม” ซึ่งปัจจุบันไม่มีความเคลื่อนไหว ได้รับการร้องเรียนจากทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ว่า มีนักการเมืองพรรคเพื่อไทยนำสถาบันอัปเกรดตัวเองเพิ่มดีกรีวุฒิการศึกษาเป็นดอกเตอร์ โดยได้มีการดำเนินการแล้วเสร็จไปก่อนหน้านี้ 1 รุ่น จำนวน 20 คน อาทิ น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ บุตรสาวของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กับ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวนายทักษิณ ชินวัตร, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย

วันนี้ (10 ก.ย.) เฟซบุ๊ก “ต่อตระกูล ยมนาค” ของนายต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงวุฒิการศึกษาของ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และนายทุนใหญ่พรรคพลังประชารัฐ โดยได้หยิบยกข่าวจากเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ที่เผยแพร่ข่าวจากเฟซบุ๊ก “สายตรงภาคสนาม” เมื่อปี 2556 ระบุว่า มี ส.ส. พรรคเพื่อไทย ใช้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อัปเกรดเป็น “ปริญญาเอก” นำทีมโดย นายสันติ พร้อมพัฒน์ สมัยที่เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น พร้อม ส.ส.ชื่อดังอีก 30 คน อาทิ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ที่หลบหนีคดีล้มการประชุมอาเซียนและคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร และ พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ สามี นางจุรีพร สินธุไพร น้องสาว นายนิสิต สินธุไพร แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง

ขณะเดียวกัน ยังมีการประกาศจากสำนักทะเบียนและประมวลผล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เรื่อง รายชื่อผู้สอบผ่านการสัมภาษณ์ และมีสิทธิ์เข้าศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา (เพิ่มเติม) วิทยาลัยการบริหารและจัดการ ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 พบว่า มีรายชื่อของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนมากเพิ่มเติมอยู่ในหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม หนึ่งในนั้น นายสันติ พร้อมพัฒน์ ขณะดำรงตำแหน่ง รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นมี นายถวิล พึ่งมา เป็นอธิการบดี เคยเกิดเรื่องอื้อฉาวเมื่อในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2556 ถูกร้องเรียนว่าแก้ผลการเรียนให้ลูกชายตัวเอง 8 วิชา แต่เจ้าตัวออกมาปฏิเสธ ซึ่งเรื่องนี้เคยตรวจสอบแล้วว่าไม่มีความผิด เพราะที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีการศึกษา 1/2555

โดยรายชื่อผู้ที่มีสิทธิเรียนหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม ปี 2556 ประกอบด้วย 1. นายสันติ พร้อมพัฒน์ 2. นายศราวุธ เพชรพนมพร 3. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช 4. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ 5. นายองอาจ วงษ์ประยูร 6. นายอรรถพล วงษ์ประยูร 7. นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ 8. นายสุทธิชัย จันทร์อารักษ์ 9. พ.ต.ท.ศุภชัย ผุยแก้วคำ 10. พ.ต.อ.พรชัย แก่นเพชร 11. นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง 12. นายธีรพัชร์ วราศรีวีระโชติ 13. นายชูเกียรติ สิงห์ทอง 14. นายดำรง ประทีป ณ ถลาง 15. น.ส.ปนัดดา ศุภวรรณ 16. น.ส.ภคมน สุภัคคุณธรรม 17. น.ส.นรีรัตน์ รัตนพรวิเศษกุล 18. นายบุญยงค์ ยงเจริญรัฐ 19. น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ น้องสาว นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า 20. นายถวิล ทองสิน 21. น.ส.ขนิษฐา อุนะรัตน์ 22. นายธรรศพงศ์ ชัยเลิศพงศ์ 23. นายเชิดศักดิ์ ธีรนันทวาณิช 24. น.ส.สุภาวดี ปัตทวีคงคา 25. นายกอบชัย สิริพงศ์ดี 26. นายชรัณ เลิศธีรพจน์ 27. พ.ต.อ.ขวัญชาติ วงศ์ขจรไพบูลย์

อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นได้มีกลุ่มที่อ้างตัวว่า กลุ่ม “กู้พระจอมเกล้าลาดกระบัง” ออกแถลงการณ์ระบุว่า นับตั้งแต่เหตุการณ์ ที่อดีตอธิบการบดีได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ผลการเรียนให้กับลูกตนเองรวม 8 วิชา เมื่อปี 2556 และยังจัดหลักสูตรพิเศษให้กับนักการเมืองโดยเพิ่มดีกรีวุฒิการศึกษาปริญญาเอก มีการเปิดรับเป็นกรณีพิเศษในภาคการศึกษาที่ 2 รวม 48 คนส่วนใหญ่เป็น ส.ส. และอดีต ส.ส. จากพรรคเพื่อไทย เช่น นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดง นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ นายศราวุธ เพชรพนมพร อดีต ส.ส.อุดรธานี ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ นายองอาจ และ นายอรรถพล วงษ์ประยูร อดีต ส.ส.สระบุรี เป็นต้น จนถูกสภาสถาบัน ลงมติ 9-4 ให้ถอดถอน ออกจากตำแหน่งอธิบการบดี นั้น

เหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของสถาบันฯเป็นอย่างมาก พวกผมเจ็บปวด เสียใจ และเป็นกังวลอย่างยิ่งกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังแห่งนี้ และเหตุการณ์ล่าสุด ที่ส่งผลเสียต่อสถาบันฯมากที่สุด คือ ข่าวการยักยอกเงินสถาบันฯ จำนวนกว่า 1,600 ล้านบาท ซึ่งเกิดตั้งแต่ปี 2555 โดยสามารถออกหมายจับผู้กระทำความผิดได้แล้ว 2 ราย และขณะนี้กำลังสอบสวน และหาพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงถึงผู้ร่วมกระทำการ แม้เงินที่ถูกยักยอกไปกว่า 1,600 ล้านบาทนี้ จะเป็นเงินคงคลังที่ผู้บริหารชุดรักษาการจะยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของสถาบันฯ แต่กลับมีคำถามจากนักศึกษา เจ้าหน้าที่ คณาจารย์และสังคม ว่า ทำไมโกงกันมาหลายปีเเล้ว และจำนวนเงินเยอะขนาดนี้ ผู้บริหารพึ่งมารู้ แสดงว่า ระบบการบริหาร และระบบตรวจสอบภายในของสถาบันล้มเหลวเป็นอย่างมาก และคำถามต่อมา คือ การมีข่าวจะขึ้นค่าเทอมของนักศึกษาในอนาคต ซึ่งตั้งแที่สถาบันฯ ได้ออกจากระบบตั้งเเต่ปี 2551 เป็นต้นมา ค่าเทอมของนักศึกษาทุกคณะ ทุกหลักสูตรได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก แม้กระนั้นก็ตาม แต่ก็มีข่าวว่าจะมีการเพิ่มค่าเทอมอีก

ในด้านสวัสดิการ และกิจกรรมของนักศึกษา มีนักศึกษาแจ้งมาว่า สถาบันฯจัดสรรทุนสำหรับกิจกรรมของชมรมได้ไม่เหมาะสม ทั้งๆ ที่ชมรมของนักศึกษามีจำนวนมากขึ้น แต่งบประมาณกลับได้อนุมัติเท่าเดิม เงินที่ไปสู่ชมรมนักศึกษาจึงได้น้อยลง ในด้านหอพักนักศึกษาของสถาบัน ห้องดูทีวีรวม (1 ตึกมีเครื่องเดียว) แม้มีเครื่องเดียวก็ยังดูได้แค่ 2-3 ช่อง แบบไม่ชัด เพราะมีแค่หนวดกุ้ง ซึ่งไม่มีการติดตั้งจานดาวเทียมให้กับนักศึกษาเเต่อย่างใด ก็น่าเห็นใจที่บางครั้งนักศึกษาก็อยากพักผ่อนหย่อนใจด้วยการดูทีวีบ้าง และที่หอพักนักศึกษาทุกอาคารมีของหายบ่อยครั้ง แต่ทุกอาคารก็ยังไม่มีการติดกล้องวงจรปิดบนอาคารเพื่อรักษาความปลอดภัยให้เเก่นักศึกษาแต่อย่างใด

บทสรุป สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ถูกทำร้ายมาจนมากเกินพอแล้ว อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชื่อเสียงตกต่ำถึงขีดสุด เชื่อว่า เราทุกคนทั้งศิษย์ปัจจุบัน/ศิษย์เก่า ต่างก็รักสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เเม้จะอยู่มาส่วนใหญ่คนละ 4 ปี ก็ตาม สิ่งที่พวกเราสามารถทำได้ดีที่สุดในขณะนี้เพื่อกอบกู้สถาบันฯ คือรวบรวมความจริงทั้งหมดแล้วกระจายต่อให้คนอื่นได้รับรู้ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบันทุกคนครับ เราไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้แล้ว อย่างเดียวที่เราเหลือคือชื่อเสียงและความเข้มแข็งของศิษย์เก่าเเละศิษย์ปัจจุบัน ช่วยกันเถอะครับ ช่วยกันกด Like เพจ ช่วยกัน Share ความจริง ช่วยกันรวมตัวกันเพื่อสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่พวกเรารัก

วันนี้ตอนนี้เชื่อว่าถึงเวลาแล้วและได้เวลาที่เหมาะสม ที่พวกเราทั้งศิษย์เก่าเเละศิษย์ปัจจุบัน ที่มีวันนี้ได้เพราะสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จะออกมารวมพลังเรียกร้องกอบกู้ความยิ่งใหญ่ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังคืนมา หลังจากที่ในที่สุดเรื่องราวเกี่ยวกับการโกงเงินของสถาบันฯได้ตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ เชื่อว่า หนทางที่ดีที่สุดที่พวกเราทำได้ คือ การยกระดับความไม่พอใจ เพิ่มแรงกดดัน ทำให้เรื่องราวความจริงวิกฤตการณ์นี้รับรู้ไปสู่วงกว้าง พวกเรายอมเจ็บปวดมากกว่านี้ ยอมให้สถาบันต้องเสียชื่อเสียงจากการรับรู้ความจริงที่เกิดขึ้น แต่จะไม่ยอมให้ใครก็ตามมีโอกาสทำร้ายสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่พวกเรารักอีกต่อไป และเชื่อว่า เราทุกคน ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าให้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังมีผู้บริหารที่ดี มีระบบธรรมาภิบาล และมีทรัพยากรที่พอเพียงในการพัฒนานักศึกษา เพื่อให้ที่นี่ มั่นคง ถาวร สืบไป”


อนึ่ง นายถวิล พ้นจากตำแหน่งอธิการบดี สจล. เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2556 หลังที่ประชุมสภาสถาบันฯ มีมติ 9 ต่อ 4 เสียง ให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง จากนั้นตกเป็นผู้ต้องหาคดีทุจริตเงิน สจล. กระทั่งศาลจังหวัดมีนบุรี พิพากษาเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2561 จำคุก นายทรงกลด ศรีประสงค์ อายุ 43 ปี อดีตผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาบิ๊กซี สุวินทวงศ์ และ น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อดีตผู้อำนวยการส่วนการคลัง สจล. คนละ 50 ปี ที่เหลืออีก 9 คน จำคุกลดหย่อนกันไป ส่วนนายสมบัติ โสประดิษฐ์ นายภาดา บัวขาว และ นายถวิล พึ่งมา ศาลยกฟ้อง อีกคดีหนึ่งที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พิพากษาเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2562 จำคุก นายทรงกลด และ นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด แฟนหนุ่มนายทรงกลด คนละ 20 ปี แต่นายถวิลศาลยกฟ้อง

ก่อนหน้านี้ นายสันติ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับวุฒิการศึกษา เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ระบุว่า ขณะนี้ตนได้เรียนจบปริญญาเอก เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สาขารถยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังฮิตอยู่ในขณะนี้ ตอนนี้กำลังรอรับพระราชทานปริญญาบัตรอยู่