fbpx

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : “ปาหี่” ประเทศไทย

ใช้เวลาอ่าน: 9 นาที


“สนธิ”ชี้ กรณี “ปรีดี ดาวฉาย”ลาออกจาก รมว.คลัง สะท้อนการเมืองน้ำเน่า ที่ยังอยู่เหมือนเดิม และ พล.อ.ประยุทธ์ แบ่งบทกันเล่นกับ พล.อ.ประวิตร ที่หนุนหลัง “สันติ พร้อมพัฒน์” นายทุนและคนหาเงินเข้าพรรค แต่ก็ยังต้องการคนนอกมาเป็นรัฐมนตรีคลังเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้รัฐบาล และเชื่อว่ากำลังคิดดึงเอาพรรคเพื่อไทยมาร่วม เพราะหลายคนในพรรคพลังประชารัฐก็คือคนที่มาจากเครือข่ายทักษิณ ขณะที่นายกฯ ก็เริ่มไม่พอใจพรรคประชาธิปัตย์ การเมืองไทยจึงอยู่แค่นี้ และเป็นสมบัติผลัดกันชม ทหารเข้ามาทำมาหากินหลายปีแล้ว ก็น่าจะถึงเวลาของนักการเมืองบ้าง นี่เป็นความผิดพลาดของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ไม่กล้าตัดสินใจ และไม่ใช้จุดแข็งของตัวเองยืนหยัดเอาคนนอกเป็น รมว.คลัง ส่วนผลตรวจสอบคดี “คดีบอส วรยุทธ” ของคณะกรรมการชุด “วิชา มหาคุณ” ระบุชัดถึงการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม สร้างพยานหลักฐานเท็จ เพื่อช่วยให้ผู้ต้องหาพ้นผิด และ ผบ.ตร.สั่งสอบตำรวจ 21 คน แต่ที่จริงทุกคนที่เกี่ยวข้องควรถูกสอบหมด เช่น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่นายธานี อ่อนละเอียด อดีต สนช.ที่เข้าไปแทรกแซง คนพวกนี้นายกฯ รู้จักทั้งนั้น ถ้ายังไม่จัดการคนพวกนี้ ก็เท่ากับว่านายกฯ ไม่ได้ทำอะไรเลย

วันที่ 4 ก.ย. เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” และช่องยูทูป Sondhitalkเกี่ยวกับประเด็นร้อนของนักการเมืองทั้งหลาย ในห้วข้อเรื่อง “ปาหี่” ประเทศไทย ติดตามได้ในรายการ Sondhitalk


คำต่อคำ SONDHI TALK [4 ก.ย. 63] : ปาหี่ประเทศไทย

สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2563 วันนี้ก็เป็นวันอันทรงจำของผม วันนี้เป็นวันครบรอบ 1 ปีพอดี ที่ผมได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ ก็เลยมีความรู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วนะ

วันนี้มีเรื่องราวหลายเรื่อง มีเรื่องบุญเรื่องแรกที่จะคุยกัน แล้วเรื่องที่สองก็จะเป็นเรื่องของคุณปรีดี ดาวฉาย และเรื่องที่สาม คือเรื่องผลสอบของท่านอาจารย์วิชา มหาคุณ

มุมมองของผมในเรื่องของปรีดี ดาวฉาย กับมุมมองของผมในเรื่องอาจารย์วิชา มหาคุณ ในเรื่องของผลการสอบสวนนั้น ค่อนข้างจะไม่เหมือนคนอื่นเขา เดี๋ยวค่อยมาฟังก่อน แต่เอาเรื่องบุญก่อน

ท่านผู้ชมจำได้ใช่ไหมว่าผมได้นำพระพุทธอุดมมงคลเวฬุวันออกมาให้เช่า แล้วก็รวมไปจนถึงพระพุทธสองสมเด็จ ซึ่งมีอยู่ 3 แบบ แบบแรกก็คือมีผงของสมเด็จโต วัดระฆัง อยู่ด้านหน้าและด้านหลัง แบบที่สอง คือมีผงสมเด็จวัดระฆัง อยู่ด้านหลังอย่างเดียว แบบที่สาม ไม่มีผงอยู่ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีพระรุ่นนางพญา และหลวงปู่ทวด ที่เป็นพระที่ปลุกเสกพร้อมกัน รายละเอียดการปลุกเสกนั้นท่านผู้ชมไปดูได้ในโพสต์ ผมลงโพสต์เก่าๆ เดี๋ยวจะลงซ้ำไปให้ดูอีกทีก็ได้ว่า ท่านองค์สมเด็จญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่แล้ว ที่มรณภาพไปแล้ว ท่านเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่านก็มาทำพิธีพุทธาภิเษกด้วยตัวท่านเอง ท่านนั่งปรกด้วยตัวท่านเอง ตามรูป ซึ่งปรากฏว่าพระพุทธอุดมมงคลเวฬุวัน หมดไปเรียบร้อยแล้ว ไม่มีเหลือ ทั้งหมดเบ็ดเสร็จประมาณ 180 องค์ คิดเป็นเงินประมาณ 5 ล้านกว่าบาท

รุ่นที่สอง ก็คือพระพุทธพิมพ์สองสมเด็จ ที่มีผงสมเด็จอยู่หน้า-หลัง ก็หมดแล้ว ไม่เหลือ เหลือเฉพาะที่มีผงสมเด็จอยู่ด้านหลังด้านเดียว ส่วนหลวงปู่ทวด ก็หมดแล้ว

ทีนี้ ที่ผมจะไปก็คือว่า วันเสาร์ คือวันพรุ่งนี้ ผมจะเดินทางไปบึงกาฬ ทำไมต้องเป็นบึงกาฬ เพราะว่าที่บึงกาฬมีวัด ชื่อวัดเวฬุวัน วัดเวฬุวัน คือวัดที่สมเด็จญาณสังวร ท่านได้ไปอุปถัมภ์เอาไว้ และท่านก็เคยไปปฏิบัติธรรมที่นั่น และเป็นวัดซึ่งสมเด็จพระเทพฯ เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ท่านก็ไปเป็นประธานในพิธีหลายเรื่อง เป็นวัดเก่าแก่ เป็นวัดสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดเวฬุวัน เป็นวัดที่สมเด็จญาณฯ ได้สร้างพระประธานขึ้นมาองค์หนึ่ง เรียกว่า พระพุทธอุดมมงคลเวฬุวัน และท่านก็ได้พระราชทานชื่อพระพุทธอุดมมงคลเวฬุวัน มาให้กับพระพุทธบูชาที่ผมสร้าง ผมเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ส่วนสมเด็จญาณฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ซึ่งให้เช่าหมดแล้ว

ที่ผมไปก็เพราะ หนึ่ง พระพุทธอุดมมงคลเวฬุวันองค์ใหญ่ ได้มีการสร้างวิหารขึ้นมาคลุม ปรากฏว่าสร้างแล้วเงินหมด สร้างไม่สำเร็จ รู้สึกจะขาดอยู่ประมาณ 5 ล้านบาท ผมก็จะเอาเงินนี้ ที่ผมได้จากท่านผู้ชมในการเช่าพระพุทธอุดมมงคลเวฬุวัน และพระอื่นๆ ประมาณ 5 ล้านบาท ไปถวาย แต่ว่าผมนัดพบท่านเจ้าอาวาส และนัดพบช่างผู้รับเหมา แล้วผมจะดูว่าต้องใช้เงินทั้งหมดอีกเท่าไร ถ้าไม่เกิน 5 ล้าน คือผมมีงบประมาณให้ 5 ล้านบาท แต่เข้าใจว่าคงไม่เกิน 5 ล้านบาท แต่ผมก็จะคุยว่าขอจ่ายเป็นงวด โดยที่ทางเราจะจ่ายตรง โดยไม่ให้พระท่านเข้ามายุ่งเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะว่าท่านจะได้ไม่ต้องกังวลใจอะไรทั้งสิ้น ไปถึงเรียบร้อยแล้ว เมื่อไร แล้วผมจะแจ้งให้ทราบ

นี่คือการสร้างวิหาร การให้ทานโดยให้เป็นวิหารทานนั้น เป็นทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ท่านผู้ชมครับ ให้จำเอาไว้ เพราะฉะนั้นทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านผู้ชมได้เช่าพระไปนั้น ท่านมาร่วมทำบุญทำกุศลในครั้งนี้กับผม ด้วยการสร้างวิหารทาน นอกจากนั้นแล้วยังจะเอาเงินอีก 1 ล้านบาท จากการให้เช่าพระ เอาไปถวายกฐินที่วัดป่าภูแปก ญาณสัมปันโน ของหลวงปู่เฉลิม ซึ่งท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัว เสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะเอาเงินอีกก้อนหนึ่งไปให้พระอาจารย์นพดล ซึ่งท่านเป็นลูกศิษย์เอกของหลวงตามหาบัว ท่านสร้างเจดีย์ขึ้นมาเพื่อบรรจุอัฐิธาตุของหลวงตามหาบัว ที่วัดป่าดอยลับงา จ.กำแพงเพชร อีกก้อนหนึ่งจะไปให้วัดป่าวังศิลา ที่ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย ให้กับท่านหลวงพ่อพระอาจารย์สมชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นสายธรรมยุต

เพราะฉะนั้นแล้ว รายละเอียดในการใช้จ่ายเงิน ผมกลับไป กลับมา ผมไป-กลับที่ จ.บึงกาฬ เมื่อไร ผมจะโพสต์ลงให้ดูว่าค่าใช้จ่ายเท่าไร และเราบริจาคไปเท่าไร ทุกบาททุกสตางค์ บุญหมดครับ แม้กระทั่งค่าส่งพระผมก็ออกให้ โดยที่ท่านไม่ต้องจ่ายค่าส่งพระเลย ผมเป็นคนจ่ายทั้งหมด ทั้งหมดนี้ก็คือเป็นบุญเป็นกุศลนะครับ

มีที่ท่านผู้ชมต้องการจะทราบ คือเจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่กวนอิม เผอิญผมมีอยู่จำนวนหนึ่งแล้วก็หมดไปแล้ว เผอิญผมมีผู้ใหญ่สองท่าน ท่านหนึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ชื่อลุงแป๊ะ กับป้าเพชร ลุงแป๊ะ กับป้าเพชร เป็นคนเอาเจ้าแม่กวนอิมมาให้ผม ลุงแป๊ะท่านเสียชีวิตไปแล้ว ถ้ามีชีวิตอยู่วันนี้ก็ 106 ปีแล้ว ป้าเพชรวันนี้ 94 ปี ท่านอายุมากแล้ว พอท่านรู้ว่าผมเอาพระมาให้ทำบุญ ท่านก็เลยขนเจ้าแม่กวนอิมที่ป้าเพชรเหลืออยู่ อดีตลุงแป๊ะเป็นหัวหน้าช่างสิบหมู่อยู่ที่กรมศิลปากร ฉะนั้นลุงแป๊ะก็เลยมีโอกาสที่จะได้พระมาเยอะ และได้เจ้าแม่กวนอิมซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ผ่านการปลุกเสกในวัดพระแก้วมาตั้งไม่รู้กี่ยุคกี่สมัย แกะสลักอย่างดี ติดพลอย ติดเพชรเทียม มีบางองค์ข้างหน้าเป็นรูปเจ้าแม่กวนอิม ข้างหลังเป็นสมเด็จโต บางองค์ก็จะมีเฉพาะเจ้าแม่กวนอิม

ล่าสุด ผมได้มา ป้าเพชรขนเจ้าแม่กวนอิมส่วนที่เหลือของป้าเพชร เพราะป้าเพชรบอกว่าป้าไม่รู้จะไปเมื่อไร ป้า 94 ปีแล้ว เป็นโรคเบาหวาน เป็นโรคความดัน เพราะฉะนั้นแล้วให้หลานสนธิเอามาก็แล้วกัน ให้ประชาชนเช่าไป แล้วก็เอาเงินไปทำบุญ เผื่อแผ่กุศล ผมยกตัวอย่างให้นะครับ นี่คือรูปเจ้าแม่กวนอิม ที่ข้างหน้า ข้างล่าง เป็นรูปสมเด็จโต แล้วข้างหลังเป็นหยก นี่คือรุ่นใหม่ที่ป้าเพชรให้มา แล้วเจ้าแม่กวนอิมที่เห็นนี่เป็นเจ้าแม่กวนอิม 1,000 มือนะครับ ไม่ใช่เจ้าแม่กวนอิมธรรมดา อันนี้ข้างหน้าเป็นรูปสมเด็จโต เจ้าแม่กวนอิมอยู่เป็นแบ็กกราวนด์ มี 1,000 มือ แล้วข้างหลังก็มีหยก อีกอันหนึ่งก็สวยมาก ข้างหน้าเป็นเจ้าแม่กวนอิม ข้างหลังเป็นสมเด็จโตติดพลอย ป้าให้มาทั้งหมดหลายอยู่เหมือนกัน แล้วก็มีพระสังกัจจายน์ สวยมาก ทำด้วยหยก ผ่านการปลุกเสกมาตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้วในวัดพระแก้ว ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เวลาเขาทำพิธีอะไร เขาทำในวัดพระแก้วตลอด แล้วของพวกนี้ก็ออกมา มีเจ้าแม่กวนอิมที่เป็นรูปเจ้าแม่กวนอิมเปล่าๆ ข้างหลังก็เป็นหยก ส่วนอันนี้ก็น่าจะเป็นเจ้าแม่กวนอิมเช่นกัน ข้างหลังเป็นสมเด็จโต ข้างหน้าเป็นเจ้าแม่กวนอิม แล้วก็สลักอยู่บนแผ่นหยก ทั้งหมดนี้เดี๋ยวจะขึ้นรูปให้ท่านผู้ชมดู แล้วแต่ท่านผู้ชมเลือกเอา ผม ด้วยความสัตย์จริง เจ้าแม่กวนอิมชุดนี้ ชุดสุดท้ายแล้ว ไม่มีเหลือแล้ว ในประเทศไทยไม่เหลือแล้ว เอาไป ผมเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะผ่านพิธีกรรม ผ่านพิธีพุทธาภิเษกมาหลายต่อหลายครั้งที่วัดพระแก้วนะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง ท่านผู้ชมครับ อย่าหาว่าผมขายของเลยนะวันนี้ เผอิญสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ของเครือเดียวกัน เขาเอาเรื่อง SONDHI TALK ถอดออกมาเป็นภาษาเขียน แล้วก็เลือกเรื่องที่สนุกๆ ออกมา รวบรวมใส่เข้ามา เขาพิมพ์เป็นปกแข็ง มี 2 เล่ม นี่คือเล่ม 1 เสื้อสีดำ เล่ม 2 เสื้อสีขาว สองเล่มนี้จะมาพร้อมกล่อง ทั้งหมดนี้พิมพ์จำนวนจำกัด ไม่มาก ราคาสองเล่มนี้ 1,240 บาท ก็เอาเป็นว่า ถ้าท่านสั่งก่อน pre-order สองเล่มนี้ พร้อมกล่อง 1,000 บาท รวมค่าส่งให้ด้วย เก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก พิมพ์จำนวนจำกัด ไม่มีวางขายในร้านหนังสือ หมดเขตสั่งจอง 25 กันยายนนี้ โอนเงิน 25 กันยายนนี้ 1 ตุลาคม รับหนังสือไป หนังสือสองเล่มนี้ สำหรับท่านผู้ชมที่เคยดูแล้ว ฟังแล้ว เอาไปอ่านทวนซ้ำ ก็ดี คนยังไม่เคยรู้เรื่อง เอาให้เขาอ่านก็ได้ เรียบเรียงจากรายการ SONDHI TALK ที่มีผู้รับชมและติดตามรวม ตั้งแต่เริ่มรายการมา จนถึงวันนี้ 45 ล้านคนแล้ว คัดสรรจัดพิมพ์ในรูปแบบหนังสือปกแข็ง มีกล่องด้วยนะครับ หนังสือเล่มนี้เหมาะที่จะมีไว้ในบ้าน อ่านเสริมความรู้ เป็นคลังปัญญา หรือว่าสั่งเพื่อส่งเป็นของขวัญ ครบรอบ 1 ปี ของการจัดรายการนี้ ท่านผู้ชมสามารถจะส่งให้กับคนที่ท่านผู้ชมรัก เป็นของขวัญวันปีใหม่ ของขวัญวันเกิด ได้ทั้งนั้น ท่านผู้ชมครับ สองเล่มนี้ 1,000 บาท รวมค่าส่ง จำนวนจำกัด ท่านผู้ชมส่งมาทาง inbox ได้เลยครับ

ท่านผู้ชมครับ เรื่องของคุณปรีดี ดาวฉาย กับเรื่องของผลการสอบสวนผู้ที่มีส่วนร่วมในการกระทำผิดในเรื่องของการช่วยเหลือนายบอส วรยุทธ อยู่วิทยา นั้น มันมีนัยอยู่เยอะ มีหลายมิติ ซึ่งผมอยากจะแสดงความเห็นแล้วลองให้ท่านผู้ชมฟังดู แล้วลองช่วยคิดตามผมว่าเห็นด้วยกับผมไหม หรือไม่เห็นด้วยกับผม

ทั้งสองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก สำหรับผมแล้ว สองเรื่องนี้มันสะท้อนมิติความคิดและตัวตนที่แท้จริงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งบางทีเราอาจจะเคยเห็นมาก่อน แต่เราไม่เคยเรียบเรียงเป็นกระบวนการให้เห็น เราอาจจะเห็นเป็นชิ้นๆ แต่ที่ผมเห็นมาหมดเป็นชิ้นๆ แล้วผมจับมาเรียบเรียงเป็นกระบวนการ ก็เลยทำให้เราพอจะมองภาพเขาที่เข้าใจ คือสองมิตินี้มันเป็นมิติของตัวตนที่แท้จริงของท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วก็เป็นมิติในการแสดงออกถึงการวิวัฒนาการในตัวท่านเองในการบริหารงานชาติบ้านเมือง ซึ่งดูแล้วเปลี่ยนไปจากเดิมบางอย่าง แต่บางอย่างก็ยังเหมือนเดิม ที่เปลี่ยนไปก็คือว่า พล.อ.ประยุทธ์ ท่านเป็นนักการเมืองเต็มตัวไปแล้วตอนนี้ อย่างเห็นได้ชัด เต็มตัวจริงๆ และค่อนข้างจะคล่อง พลิ้ว หรือตามภาษาแถวบ้านผมเขาเรียกว่า คล่อก แต่ว่าจริงๆ แล้วท่านลื่นมากตอนนี้ แต่ถึงจะเป็นนักการเมืองเต็มตัว ก็ยังคงทิ้งริ้วรอยของความเป็นผู้บัญชาการทหารบกอยู่เหมือนเดิม นั่นคือตัวท่านนายกฯ ท่านเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ แล้ว (ขอประทานโทษนะครับ) ทุกคนผิดหมด มีท่านถูกอยู่คนเดียว นั่นคือปัญหาที่ผมมองในมิติหนึ่ง

อีกมิติหนึ่งที่ผมมอง เรื่องทั้งสองเรื่องนี้ มันก็เลยทำให้ผมเห็นการเล่นไพ่หลายหน้าของท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ หน้าหนึ่งเล่นบทหนึ่ง อีกหน้าหนึ่งก็ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เล่น คือพูดง่ายๆ ว่า ทั้งคู่เล่นไพ่คนละใบ แต่เผอิญเบื้องหลังคือทั้งคู่เป็นเจ้าของบ่อนและเป็นเจ้ามือ รู้กันตลอดเวลา

การลาออกของปรีดี ดาวฉาย มันสะท้อนอะไรหลายอย่าง ประการแรก ท่านนายกฯ กังวลถึงเรื่องหน้าตา ท่านอุตส่าห์บีบ ให้ไฟเขียวทาง พล.อ.ประวิตร ให้พวกลิ่วล้อมาบีบ มาดุด่าว่าพวกสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อุตตม สาวนายน สุวิทย์ เมษินทรีย์ กอบศักดิ์ ภูตระกูล บีบให้ลาออก ทั้งๆ ที่เดิมทีก็จะให้อยู่จนถึงกันยายนนี้ ให้หลังจากงบประมาณผ่านไปเรียบร้อย แต่ในขณะเดียวกัน ท่านก็ไม่ออกมาปกป้องคนพวกนี้ ท่านก็อ้างเหตุผลว่าท่านอึดอัดใจ เพราะว่าการเมืองบีบท่าน ก็แสดงว่าวันนี้หลักการที่ท่านมองว่าการเมืองจะไปบีบท่านไม่ได้ เพราะว่าท่านต้องการบริหารชาติบ้านเมืองในทิศทางที่ท่านต้องการโดยท่านไม่แคร์เรื่องการเมือง แต่วันนี้ท่านกลับมาแคร์เรื่องการเมือง

ที่สำคัญก็คือว่า พอ 4 คนนี้ออกแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการจะรักษาภาพพจน์ที่ตัวเองมีมาว่าเป็นคนใสซื่อมือสะอาด ยืนต้านพวกนักการเมืองเขี้ยวลากดิน ทำทุกอย่างด้วยความกล้าหาญ ก็เลยจำเป็นต้องไปเชื้อเชิญคนนอกเข้ามาอีกคนหนึ่ง สองคนสิ คุณสุพัฒน์พงษ์ อีกคนหนึ่ง

คุณสุพัฒน์พงษ์ อยู่ทีมเดียวกับท่านนายกฯ มาแล้ว แต่คุณปรีดี ดาวฉาย ผมเข้าใจว่าเป็นการชักชวนและชักจูงของคุณบัณฑูร ล่ำซำ อดีตประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย เพราะปรีดี เป็นเด็กสร้างของคุณบัณฑูร ล่ำซำ ท่านนายกฯ ท่านก็เคยไปถึงธนาคารกสิกรไทยนะ ไปเชิญคุณปรีดี ด้วยตัวเองเลย หลังจากที่คุณประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติเก่า ปฏิเสธที่จะมา คุณวิรไท ก็ไม่มา ก็เลยไปเชิญคุณปรีดี โดยที่คุณบัณฑูร เป็นส่วนสำคัญในการที่มีอิทธิพลต่อความคิดของคุณปรีดี เพื่อให้มาช่วย เนื่องจากคุณบัณฑูร ล่ำซำ กับ พล.อ.ประยุทธ์ นั้นมีความสนิทสนมกันมาก พล.อ.ประยุทธ์ ได้ช่วยเหลือคุณบัณฑูร ในเรื่องของโครงการน้ำที่ จ.น่าน ที่คุณบัณฑูรไปทำที่นั่น คุณบัณฑูรเลยมีความรู้สึกว่า ต้องช่วย พล.อ.ประยุทธ์ กลับบ้าง ก็เลยพูดจาให้คุณปรีดี ดาวฉาย ตัดสินใจมาช่วย

สรุปง่ายๆ ก็คือว่า เอาปรีดี ดาวฉาย มาแทนอุตตม ส่วนรองนายกฯ นั้นคงเป็นสุพัฒน์พงษ์ ก็คือเป็นคนนอก ก็ยังดูดีอยู่ แต่ทำไม 27 วันเท่านั้นที่คุณปรีดีเข้ามา แล้วคุณปรีดีก็ต้องยื่นใบลาออกทันทีเลย ทั้งหมดนี้เป็นความผิดพลาดของ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงคนเดียว ไม่ใช่คนอื่น ขอประทานโทษ ผมเป็นคนที่พูดจาตรงไปตรงมา แล้วผมก็พูดติเพื่อก่อ ให้รู้ว่าตัวท่านเองมีจุดอ่อนอะไรบ้าง เป็นเพียงแต่ว่าท่านไม่ยอมรับ เพราะท่านคิดเสมอว่าท่านถูกตลอดเวลา

ข้อแรกที่เห็นได้ชัดเจนเลย คุณปรีดี ผมเคยเตือนคุณปรีดีไว้แล้วเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ก่อนที่จะเข้ามาในที่นี้ ผมเตือนแล้วว่าอย่ามา ที่นี่มันขยะ เหตุผลที่ที่นี่มันเป็นขยะเพราะอะไร ? เพราะว่ามันไม่มีใครคุมใครได้ ยกเว้นว่า ส.ส.นั้นต้องการให้ตัวเองเข้ามาแล้วมีบทบาทและมีผลประโยชน์ ท่านผู้ชมครับ 26 มิถุนายน ที่ผมออกรายการนั้น

ท่านผู้ชมครับ ผมจะเล่าอะไรให้ฟังเรื่องการเมือง วันนี้พวก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่อยู่ในพรรคพลังประชารัฐ อยู่มาปีกว่าแล้ว เริ่มปีที่สองแล้ว ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว ถึงเวลาที่พวกนี้ต้องทำมาหากินแล้ว ทุกคนอึดอัดใจหมด อาจจะโดนขวาง โดนโน่นโดนนี่ คือทีมเก่าของสมคิด 4 คน คือสี่กุมาร เป็นที่ขวางทำมาหากิน สมัยหนึ่งที่คุณอตตม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณสันติ เป็นรัฐมนตรีช่วย คุณสันติ นี่มีหลายครั้งที่เข้าไปยุ่งหรือไปก้าวก่ายงาน บอกให้อธิบดีคนนั้นทำอย่างนี้ อธิบดีคนนี้ทำอย่างนั้น อธิบดีก็รับปาก แต่ก็มาฟ้องคุณอุตตม คุณอุตตม ก็ใช้อำนาจในการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เบรกคุณสันติ หลายเรื่อง ไม่ให้ทำตามที่ตัวเองต้องการ นี่คือจุดหนึ่งที่ทำให้คุณสันติ พร้อมพัฒน์ มีความรู้สึกว่าต้องเตะอุตตม ออกไปให้ได้

พอคุณอุตตม ออกไป คุณสันติ ด้วยการสนับสนุนของลุงคนหนึ่ง เพราะว่าคุณสันติ เป็นนายทุนพรรคนี่ จ่ายเงินจ่ายทองให้พรรค ที่ทำการพรรคก็เป็นเงิน ตึกของคุณสันติเอง ทุกคนไปอยู่ที่นั่น ทุกคนก็ต้องเกรงใจคุณสันติ นี่คือลักษณะการเมืองน้ำเน่าเก่าๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการจะหลีกหนี หลีกเลี่ยงมาโดยตลอด แต่ในที่สุดตัวเองก็หลีกหนี หลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วตัวเองสมัยก่อนก็ดุด่าว่า ตำหนิติเตียนพวกนักการเมืองที่ใช้ล้กษณะการเมืองน้ำเน่าแบบนี้ แต่วันนี้ตัวเองกลับมาเป็นกัปตันเรือที่โจรนั่งเต็มลำเรือ นี่ก็เป็นข้อขัดแย้งซึ่งผมเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ พยายามจะแก้ตรงนี้อยู่ เพราะคนชอบ พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีไม่น้อย ติ่งลุงตู่นี่ก็มีไม่น้อย ติ่งลุงตู่ก็หงุดหงิดหลายเรื่องเหลือเกิน ก็พยายามจะแก้ตัวให้ลุงตู่ตลอดเวลา แต่ประเด็นมันมีอยู่ที่ว่า ไม่มีใครจะเอาคุณสันติอยู่ได้ เพราะว่าลุงอีกคนหนึ่งสนับสนุนคุณสันติ คำถามก็เลยมีอย่างนี้ ท่านผู้ชม คำถามว่า จริงๆ แล้วสองลุง ลุงตู่ กับลุงป้อม รู้กันจริงหรือเปล่า หลายๆ คนก็บอกว่าไม่รู้ หลายๆ คนก็บอกว่าไม่น่าจะใช่ แต่วันนี้ผมฟันธงได้ว่า ทั้งสองคนรู้ซึ่งกันและกัน เพียงแต่ว่าจะแสดงบทอย่างไร คนหนึ่งแสดงบท Good cop อีกคนหนึ่งแสดงบทเป็น Bad cop ท่านนายกฯ ก็แสดงบทเป็น Good cop ลุงอีกคนหนึ่งก็แสดงบทเป็น Bad cop แต่จะเป็น Bad cop อยู่เบื้องหลังสันติ โดยที่ใช้นอมินีออกหน้า

เอาเป็นว่าช่วงที่คุณปรีดี ดาวฉาย ยังไม่มา คุณสันติ มีหน้าที่ทำอะไรรู้ไหมท่านผู้ชม ? เรียกผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และพยายามจะเรียกกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย มาพบ มาถามโน่นถามนี่ สั่งการ คือพูดง่ายๆ ว่าคุณสันติมองว่าตัวเองคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังมีผลประโยชน์ตรงไหน ? มีเยอะท่านผู้ชม ประการแรก ใครคุมกระทรวงการคลังถ้าไม่มีจริยธรรมที่ดี ก็จะบีบอธิบดีกรมสรรพากรว่าคดีภาษีของพวกนี้ พรรคพวกผม ช่วยหน่อยได้ไหม (สมมุตินะ) ช่วยหน่อยได้ไหม ถ้าไม่ช่วยก็จะบีบโน่นบีบนี่ หรือหาทางย้ายถ้ามีโอกาส คือกดดัน อธิบดีกรมสรรพากร (สมมุตินะ) ก็มีความรู้สึกเซ็ง อย่าเลยดีกว่า ช่วยๆ ไปหน่อย สมมุติว่าลดภาษีได้ ต้องเสียภาษี 800 ล้าน ลดได้เหลือประมาณ 400 ล้าน เซฟไป 400 เจ้าของบริษัทที่ต้องเสียภาษี 800 แล้วเสียแค่ 400 เพราะไปวิ่งนักการเมือง ก็ต้องแบ่งให้เขา 100 นี่คือวิธีทำมาหากิน

หรือว่าสมมุติมีนักธุรกิจคนหนึ่ง มีโครงการที่้จะกู้ ไม่ว่าจะเป็นกรุงไทย ไม่ว่าจะเป็นออมสิน กู้ทำโครงการทั้งหมด 4,000 ล้านบาท มีอสังหาริมทรัพย์ โน่นนี่นั่น แต่เนื่องจากตอนนี้ทุกอย่างมันชะลอหมด แบงก์ไม่ปล่อยกู้ ก็อาจจะไปทุบตีแบงก์กรุงไทย หรือแบงก์ออมสิน ให้ปล่อยกู้สัก 3,000 ล้าน ก็ 5 เปอร์เซ็นต์ ค่าปากถุง ก็อีก 150 ล้าน นั่นคือวิธีทำมาหากิน

หรือถ้าคุมกรมธนารักษ์ กรมธนารักษ์มีที่ทั่วประเทศไทย มีพรรคพวกต้องการจะเช่าที่กรมธนารักษ์เพื่อไปพัฒนาเป็นแหล่งอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นสถานีขนส่ง หรือจะเป็นชอปปิงมอลล์ หรือจะเป็นการโน่นเป็นการนี่ ก็มาวิ่งคนที่มีอำนาจอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ และอยู่ในกระทรวงการคลัง คุณช่วยหน่อยสิเรื่องนี้ ผมอยากเห็นเขาโน่นนี่นั่น ก็คือพูดง่ายๆ ว่า พอเป็นรัฐมนตรีแล้วสามารถจะสร้างความกดดันได้

แต่ทีนี้ เรื่องลักษณะนี้มันไม่เกิดขึ้นสมัยที่อุตตมอยู่ เพราะเขาเป็นสุภาพบุรุษและเขาเป็นมืออาชีพ นี่ยังไม่นับเรื่องรถไฟบีทีเอสอีกนะ ที่กำลังจะเข้าอีก กระทรวงการคลังเป็นคนสุดท้ายที่จะต้องตัดสินใจ ท่านผู้ชมครับ นี่คือเงินทั้งนั้น แล้วผมก็เชื่อว่าท่านนายกฯ ก็รู้ ท่านไม่ใช่ไม่รู้ แล้วท่านจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ผมเสียดายท่านนายกฯ ท่านไปถึงแบงก์กสิกรไทย ท่านไปเชิญคุณปรีดี ดาวฉาย มา เสร็จเรียบร้อยแล้วท่านก็ลอยแพคุณปรีดี ลอยแพอย่างไร ? ท่านไม่สนับสนุนหรือปกป้องคุณปรีดีเลยแม้แต่นิดเดียว

ยุคหนึ่ง สมัยหนึ่ง ท่านปกป้องคุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สมคิดก็เลยแข็ง ก็เลยไม่มีใครสามารถจะมารังแกคุณอุตตมได้ ในฐานะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่พอถึงวันหนึ่งท่านไม่ต้องการที่จะเอาคุณสมคิดและพรรคพวกอยู่ต่อ ท่านก็ไม่ปกป้องเลย ท่านลอยแพเลย ท่านโยนทุ่น เสื้อชูชีพ 4 ชิ้น ลงในทะเล แล้วก็บอก เอ้า คุณว่ายน้ำไปเกาะชูชึพไปแล้วกัน เจอกัน แม้กระทั่งวันที่เขาลาออกท่านก็ไม่อยู่เพื่อร่วมแถลงขอบคุณเขา

ทีนี้ ท่านผู้ชมครับ รัฐมนตรีว่าการ ใหญ่กว่ารัฐมนตรีช่วย อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการ ในการโยกย้ายแต่งตั้ง โผของรัฐมนตรีว่าการ เป็นโผสุดท้ายที่้จะต้องฟัง และไม่มีใครเข้ามายุ่งได้ นี่เป็นครั้งแรกเลยถ้าผมจำไม่ผิด ผมปีนี้อายุ 72 ย่าง 73 ผมยังไม่เคยเห็นมีการแต่งตั้งครั้งไหนที่รัฐมนตรีช่วยยกมือมาค้านรัฐมนตรีว่าการของตัวเองในที่ประชุม ที่น่ากลัวอย่างหนึ่งคือ วันนั้น ที่ระยอง ท่านนายกฯ ท่านไม่ออกมาปกป้องคุณปรีดี ดาวฉาย ท่านลอยแพเลย ท่านปล่อยให้วิษณุเป็นคนพูด ในเมื่อโผไม่เรียบร้อยก็ถอนเรื่องไปก่อน จริงๆ วันนั้นถ้าท่านแสดงน้ำจิตน้ำใจนิดหนึ่ง ท่านออกมาพูดชัดเจนว่า ไม่ได้ คุณสันติ ผมต้องยึดถือโผของคุณปรีดี ดาวฉาย ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรื่องที่คุณเสนอมา ตกไป เอ้า คุณปรีดี ดาวฉาย คุณจะเอาใครเป็นอธิบดี คุณประกาศมา ถ้าอย่างนั้นคุณปรีดี ดาวฉาย ก็ยังพอจะมีกำลังใจบ้าง แต่พอวันอังคารประชุมกันที่ระยอง คุณปรีดี เจอดอกนี้เข้าไป เสาร์-อาทิตย์คุณปรีดี นอนไม่หลับ คุณปรีดีก็เลยต้องไปนั่งคิดว่าอยู่ต่อไปมีแต่เจ็บตัว ไม่มีประโยชน์ เพราะพูดคนละภาษา ไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่นิดเดียว

คุณปรีดี เป็นสุภาพบุรุษ คุณปรีดีทำงานธนาคารกสิกรไทย ซึ่งเป็นธนาคารที่มีบุคลากรซึ่งเป็นคนดี คุณปรีดี สืบทอดดีเอ็นเอและวัฒนธรรมของคุณบัณฑูร ล่ำซำ มา เป็นคนที่ใช้ได้ดีมากๆ คุณปรีดีรับพฤติกรรมของคุณสันติ พร้อมพัฒน์ ไม่ได้ คุณปรีดีก็เลยลาออก พอคุณปรีดีลาออกปั๊บ สิ่งที่ท่านนายกฯ ทำก็คือว่า แทนที่ท่านจะบอกว่าเสียดาย ท่านไม่ยอมรับผิด ถ้าท่านบอกว่าผมเสียใจที่ผมไม่ได้ปกป้องคุณปรีดี เป็นความผิดพลาดของผม มันก็จะดูดี ท่านนนักเลงพอ แต่ท่านกลับไปพลิกอีกประเด็นหนึ่งว่า อย่าไปยึดติดกับตัวบุคคล อย่าไปยึดติด ตอนนี้รัฐมนตรีช่วยฯ ก็ทำงานได้ ท่านนายกฯ ครับ ถ้าท่านบอกว่าไม่ยึดติดตัวบุคคล แล้วท่านไปเชิญเขามาทำไม

ผมมีการ์ตูนจากคุณบัญชา คามิน มาให้ดู การ์ตูนอันนี้สะท้อนให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของท่านนายกฯ เป็นเพียงแต่ท่านนายกฯ ไม่พูดเท่านั้นเอง แต่นี่คือนิสัยของท่านนายกฯ นั่นเอง คือท่านเล่นบท good cop ลุงอีกคนหนึ่งเล่นบท bad cop พอมีเรื่องขึ้นมา ท่านหลบ ท่านไม่ว่าอะไรทั้งสิ้น นี่คือจริงๆ แล้ว ลึกๆ อยู่ตรงนี้

และอีกประการหนึ่ง พอเข้ามาปั๊บ คุณปรีดีก็เลยเพิ่งจะค้นพบข้อเท็จจริงว่ารัฐมนตรีช่วยฯ สันติ สั่งไปหมดทุกเรื่อง ทำตัวเหมือนรัฐมนตรีว่าการ ถึงกับบอกว่า คุรปรีดี ดาวฉาย คุณเป็นรัฐมนตรีว่าการจริง คุณดูนโยบายอย่างเดียว ปฏิบัติการอย่ายุ่ง ผมเป็นคนจัดการหมด

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมดูโหงวเฮ้งคนก็แล้วกัน ดูโหงวเฮ้งระหว่างรัฐมนตรีช่วยฯ สันติ กับคุณปรีดี ดาวฉาย ท่านใช้วิจารณญาณส่วนตัวของท่านเองตัดสินใจก็แล้วกันว่าจะเชื่อใครดี นี่ผมพูดในศาสตร์ค่อนข้างที่จะลึกลับแต่ว่ามีความเป็นไปได้สูง

ทีนี้ เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกันในบางเรื่องที่ผมจะต้องอธิบายต่อ บางเรื่องต้องอธิบายต่อ เรื่องนี้กำลังจะชี้ให้เห็นว่าพรรคพลังประชารัฐตอนนี้กำลังรวมตัวกันที่จะเข้ามาทำมาหากินอย่างเต็มที่แล้ว เพราะว่าอยู่มาปีกว่า ไม่แน่ ปีหน้าอาจจะต้องยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ต้องหาเงินหาทองกันแหลก เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดว่าตอนนี้คุณสันติ พร้อมพัฒน์ กระเหี้ยนกระหือรือมาก เผลอๆ อาจจะมีการวางหมาก ใช้คุณสันติ เป็นคนหาเงินให้พรรค เพื่อจะเอาเงินก้อนนี้มาวางตรงกลาง กองเพื่อจะเลือกตั้งใหม่งวดหน้า

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมเคยชินกับเรื่องพวกนี้ไหม เป็นรัฐมนตรีเข้ามาหาเงิน เพื่อเอาเงินก้อนนี้มาเลือกตั้งใหม่ เข้ากระเป๋าตัวเอง วัดครึ่ง กรรมการครึ่ง น้ำเน่าไหมท่านผู้ชม น้ำเน่าใช่ไหม แล้วมันเป็นปฏิญญาของเก่าหรือเปล่าว่าสมัยก่อนท่านนายกฯ เคยพูดบอกว่าการเมืองเน่าแบบนี้ ต้องปฏิรูป ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง ไม่มีปฏิรูป คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็บอกว่าต้องปฏิรูป ก็ไม่มีปฏิรูป ในที่สุดแล้ว รัฐบาลชุดนี้ก็พาพวกเราเดินผ่านกองขยะกลับไปเหมือนเดิม แทนที่จะกำจัดกองขยะให้หมดไป กำจัดความเน่าเหม็น ไม่มี ขยะมันเป็นอย่างไรก็ยังคงเป็นอย่างนั้น เพราะว่าท่านนายกรัฐมนรีท่านเป็นนักการเมืองไปแล้ว ท่านเป็นนักการเมืองแต่ท่านยังดำรงความเป็นผู้บัญชาการทหารบกอยู่ ก็คือว่า ท่านอาจจะไม่พอใจที่คุณปรีดี ดาวฉาย ทำกับท่านอย่างนี้ เหมือนกับท่านไม่พอใจที่สี่กุมาร บทจะออกก็ออกเลยทันที โดยไม่ต่อรอง ไม่เข้ามาหา ไม่มาพูดให้ผมอยู่ต่อโน่นนี่ เพราะสี่คนนี้เขามีศักดิ์ศรี เพราะฉะนั้นท่านมีความรู้สึกว่าท่านถูกตบหน้า ท่านก็เลยหลุดออกมาว่า อย่าไปยึดติดกับตัวบุคคล ไม่ใช่หรอกท่านนายกฯ ท่านนายกฯ เป็นคนที่ยึดติดกับตัวบุคคล แต่เผอิญท่านไม่ปกป้องเขา ท่านเป็นของท่านอย่างนี้มานานแล้ว ท่านไม่รู้ตัวท่านหรอก ผมคิดว่าผมจำเป็นต้องให้ข้อคิดท่านบ้างหลายๆ เรื่อง เพราะท่านกระทำแบบนี้มาตลอด ท่านไม่ใช่เพิ่งทำ ท่านมีอะไรบ้างที่ท่านทำอย่างจริงจัง อาจจะมีไม่กี่อย่าง

แล้วเรื่องของปรีดี ดาวฉาย นี่นะ ในที่สุดแล้ว ท่านนายกฯ จะไปเอาใครที่เป็นคนนอก คนนอกมีอยู่เยอะ แต่คนนอกที่เป็นคนมีคุณภาพ ท่านจะหาได้ไหม ไม่มีใครเข้ามาแล้ว เขากลัวท่านกันทั้งนั้น เขาเห็นการเจ็บตัวของสมคิด อุตตม สนธิรัตน์ กอบศักดิ์ ภูตระกูล เขาเห็นการเจ็บตัวของปรีดี ดาวฉาย ไม่มีใครกล้ามาหรอกครับ แล้วใครก็ตามที่คิดจะมา ผมก็จะเตือนในที่นี้ คุณไปดูรายการผมวันที่ 26 มิถุนายน สิ ผมเตือนคุณปรีดี ดาวฉาย ผมจะเตือนคุณเหมือนเดิม คือคุณอย่ามา นี่มันขยะ นี่มันขยะจริงๆ ท่านนายกฯจะเอาอย่างไร เอาให้แน่ ท่านอย่าสร้างภาพ ถ้าท่านเอาคนนอกมาแล้วท่านปกป้องเขาไม่ได้ ท่านอย่าเอาเขามา แล้วถึงเวลา ท่านต้องยอมรับแล้ว เมื่อมันเป็นการเมือง ท่านก็ให้พรรคพลังประชารัฐล่อการเมืองไปเลย เอ้า สันติ อยากเป็นว่าการคลัง ก็ให้เป็นไปเลย คุณแหม่ม ดร.นฤมล รัฐมนตรีช่วยฯ แรงงาน กลับมาว่าการ มาเป็นช่วยอยู่ที่คลัง เอากันให้เต็มที่ท่านนายกฯ เอากันให้สุดซอยเลย แล้วผมจะรอดู ทุกอย่างมันค้างเติ่งหมด ไม่มีอะไรเดินหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว

งบฟื้นฟูเศรษฐกิจ 460,000 ล้าน ขอตัวเลขหน่อยได้ไหม ท่านอนุมัติไปแล้วกี่โครงการ เป็นยอดเงินเท่าไร จะต้องจ้างแรงงานอีก (ความเห็นของผม) อย่างน้อยต้อง 1 ล้านคน ต้องพัฒนาปรับปรุง ฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศให้เกิดขึ้นให้ได้ เอสเอ็มอีจะไปไหน นึกอะไรไม่ออก ล่าสุดก็มาแจกเงินคนละ 3,000 บาท กับคน 15 ล้านคน มีประโยชน์อะไร 3,000 บาท 15 ล้านคน แต่ถ้าให้งานคนทำ 1 ล้านคน คนละ 15,000 บาท 15,000 ล้านบาทต่อเดือน ปีละ 180,000 ล้านบาท เอา 10 คูณเข้าไปคือเงินหมุนเวียน ก็คือ 1.8 ล้านล้านบาท ผมเข้าใจว่าท่านเอาพวกทีมงานสภาพัฒน์เข้ามาคุม ตรวจสอบ แต่ท่านนายกฯ ครับ และผมก็ยังยืนยัน ผมพูดมาตลอดว่า จุดอ่อนที่สุดของนายกรัฐมนตรีคนนี้ คือว่าท่านเป็นข้าราชการเก่า ท่านก็เลยใช้ระบบราชการเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นตัวตัดสินใจ และท่านผู้ชมก็รู้ว่าราชการทำงานกันอย่างไร สภาพัฒน์ทำงานกันอย่างไร สภาพัฒน์เป็นคนเก่ง เป็นคนดี แต่สภาพัฒน์ทำงานแบบข้าราชการ เพราะสภาพัฒน์มองทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกรอบ อยู่ในระเบียบ

ยกตัวอย่างง่ายๆ เวลาจะช่วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เขาจะช่วยธุรกิจโรงแรม ท่านผู้ชมรู้ไหม สิ่งแรกที่เขาคิดออก ที่เขาเรียกว่า mindset สมองเขาคิดออก เป็นกรอบของเขาก็คือว่า ต้องเป็นโรงแรมที่จดทะเบียน ต้องมีจำนวนห้องเท่านี้ๆ อ้าว แล้วเกสต์เฮาส์ไม่นับเหรอ โฮมสเตย์ไม่นับเหรอ บีแอนด์บีไม่นับเขาเหรอ ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยัง ที่ผมพูดนี่คือคิดแบบเปิดกว้าง ในแนวยุคใหม่ แต่อีกด้านหนึ่งคือคิดแบบข้าราชการเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านนายกฯ พยายามจะทำอยู่ ทำให้ตาย ตั้งเป้าไว้ 100 เดินได้ก็ไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ 20 เปอร์เซ็นต์ เดินได้ถึงก็เก่งแล้ว ถ้าผมเดาไม่ผิด 460,000 ล้าน โครงการอนุมัติไปได้ไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ นี่กี่เดือนแล้ว ? เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดว่า นี่คือปัญหาใหญ่ในการบริหารงาน ท่านยังยึดติดกับ mindset ในเรื่องระบบราชการ ท่านไม่เคยเปลี่ยน ท่านก็ยังเป็นอยู่อย่างนี้ตลอด

ทีนี้ การเมืองจะเป็นอย่างไร ? ท่านผู้ชมเชื่อหรือเปล่า ผมเชื่อ และผมจะพูดไว้ก่อนล่วงหน้าว่าในที่สุดแล้ว กำลังมีความคิดของพรรคพลังประชารัฐที่จะเอาพรรคเพื่อไทยเข้ามาร่วม หลายๆ อย่าง ผมดูอาการคน ดูหลายอย่าง การที่อัยการไม่อุทธรณ์คดีโอ๊ค พานทองแท้ ก็เป็นการประสานงานกับลุงคนหนึ่งในพรรคพลังประชารัฐ กับทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ว่าถ้าไม่อุทธรณ์คดีของโอ๊ค พานทองแท้ เรื่องคดีกฤษดามหานครที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องไป โดยที่ความเห็นของผู้พิพากษาสองท่านขัดแย้งกัน ซึ่งจำเป็นต้องอุทธรณ์ แต่ก็ไม่อุทธรณ์ เพราะว่ามีข้อตกลงทางการเมือง

พอหลังจากที่ไม่อุทธรณ์แล้ว ทักษิณ ชินวัตร อยู่ที่อังกฤษ บีบีซีไทยไปสัมภาษณ์ จะพูดเรื่องการเมือง ทักษิณบอก ไม่พูดแล้วครับ ไม่ขอพูดเรื่องการเมือง เพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นสายทักษิณ สายพจมาน สายเยาวภา มีตัวแทนอยู่ในพรรคพลังประชารัฐหมด สันติ พร้อมพัฒน์ ก็เป็นสายที่สนิทสนมกับคุณพจมาน วิรัช รัตนเศรษฐ พวกนี้หลายคนสนิทสนมกับทักษิณ ชินวัตร สมศักดิ์ เทพสุทิน ก็กับเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เพราะฉะนั้นแล้ว ส่วนหนึ่ง ร่วมครึ่งหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐ ก็คือดีตเพื่อไทยที่แปรพักตร์มา เพราะฉะนั้นแล้ว ผมไม่รู้ว่าพวกลุง ลุงคงอาจจะรู้อยู่ แต่ตอนนี้พวกนี้เขาดูแล้วว่าลุงทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นพวกนี้ก็เลยรุกหนัก

ในขณะเดียวกัน ท่านนายกฯ เองลึกๆ ท่านก็ไม่พอใจ ท่านหงุดหงิดกับใคร ? ท่านหงุดหงิดกับพรรคประชาธิปัตย์ ท่านหงุดหงิดกับพรรคประชาธิปัตย์เรื่องอะไร ? ตั้งแต่เรื่อง CPTPP Trans Pacific Partnership ที่มีเรื่องมีราวกัน จริงๆ แล้วท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปรับปากกับชินโซ อาเบะ แล้วว่าจะเอาไทยเข้ามาใน CPTPP แล้วก็ให้สมคิดเป็นคนเดินเรื่องนี้ แล้วประชาธิปัตย์ออกมาขวาง ประชาธิปัตย์ออกมาขวางหลายเรื่อง เรือดำน้ำก็ออกมาขวาง เพราะฉะนั้นลึกๆ แล้วเขาอยากเอาประชาธิปัตย์ออกไหม ? เขาอยากเอาออกใจแทบขาด แล้วสายสัมพันธ์สภาที่เชื่อมกันนี่เยอะแยะไปหมด แล้ววันนี้พรรคเพื่อไทย กับก้าวไกล ก็เริ่มไม่คุยกันแล้ว ทะเลาะกันแล้ว วันเฉลิม อยู่บำรุง ก็ออกมาถล่มพรรคก้าวไกล หลายๆ คนที่พรรคเพื่อไทยก็ออกมาถล่มพรรคก้าวไกล ว่าหัวร้อนบ้าง ใจร้อนบ้าง โน่นนี่นั่น บรรยากาศความร้อนแรงระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพลังประชารัฐ น้ำร้อนมันเริ่มกลายเป็นน้ำอุ่นแล้ว เริ่มจะเข้ามาผสมกันได้แล้วคราวนี้ เพียงแต่ว่าจะเข้าหาซึ่งกันและกันให้แนบเนียนอย่างไร เพราะว่าที่เขากลัวอยู่คือเขากลัวพวกติ่งลุงตู่ ติ่งลุงตู่อกหักกันเป็นแถวเลยงานนี้ ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำอย่างไรล่ะ ? แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ท่านก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร แต่ลุงอีกคนเขาคงจะหาทางคิดออกเรียบร้อยแล้วว่าจะเอาอย่างไร

และในที่สุดแล้ว บ่อนๆ นี้ เจ้าของบ่อนเป็นลุง 2 คน อ่อ 3 คน อีกคนหนึ่งอยู่กระทรวงมหาดไทย เขาอาจจะนั่งปรึกษากัน ว่าจะเอาดีหรือไม่ดี ท่านผู้ชมเห็นหรือยังว่าการเมืองมันมีอยู่แค่นี้ ท่านผู้ชมที่ติดตามผมมานานแล้วตั้งแต่ต้น วันแรกที่ คสช.เข้ามายึดอำนาจ มีคนถามผมว่า คุณสนธิ หลายคนกำลังดีใจที่ คสช.เข้ามา ผมบอก ไม่ใช่หรอก ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย มันคือสมบัติผลัดกันชม

ท่านผู้ชมย้อนหลังไปดู 6 ปีที่ผ่านมา มาถึงวันนี้มันเป็นสมบัติผลัดกันชม เพราะว่าพวกนักการเมืองในขณะนี้ ที่อยู่พรรคพลังประชารัฐด้วยกัน เขามองว่าพวกลุงและพรรคพวกของลุงที่เป็นทหาร ทำมาหากินกับประเทศไทยมาหลายปีแล้ว ถึงเวลาที่กูต้องทำมาหากินบ้าง เข้าใจไหมท่านผู้ชม นี่ผมพูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ทุกงานๆ พรรคพวกทหาร พลเอกบ้าง เจ้ากรมโน่นนี่นั่น ที่มีสายสัมพันธ์กันทั้งนั้น ทำมาหากินกันหมด พวกนี้ทำอะไรปิดคนไม่ได้หรอกครับ ท่านนายกฯ ก็รู้ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟสายสีโน้นสีนี้ สมัยก่อนที่ คสช.ยังมีอำนาจอยู่ ใครล่ะ ?

ท่านผู้ชมครับ พ่อค้ามันมีนิสัยอย่างหนึ่งนะ จะว่าดีก็ดี จะว่าเสียก็เสียนะ คือเวลามันจะให้ใคร มันจะโม้ สมมุติว่ามันเลี้ยงโต๊ะแชร์ กินข้าวกันอะไรกัน เฮ้ย งานนี้ผมจ่ายไป 200 งานนี้ผมจ่ายไป 500 งานนี้ผมจ่ายไปเท่านั้น งานนี้ผมจ่ายไปเท่านี้ แล้วคุณคิดว่าความลับมันมีอยู่ในโลกเหรอ มันก็ออกไปหมดว่าใครรับเงินบ้าง ไม่ต้องไปดูอะไรไกล ดูการบินไทยที่มันเจ๊งไปแล้ว เห็นชัดเจน เกี่ยวพันกันทั้งนั้น แล้วเดี่ยวผมจะมีการบินไทยอีกรอบหนึ่งให้ท่านผู้ชม แล้วท่านผู้ชมจะสนุกสนานมากกับการวิเคราะห์ของผมในการบินไทยรอบนี้ ผมพูดมาสิบปีแล้ว แต่ผมกำลังชี้ให้เห็นว่ากระบวนการใหญ่ๆ โตๆ แบบนี้ เวลาคอร์รัปชันกัน ไม่มีความลับในโลก แล้วท่านผู้ชมเชื่อผมอย่าง ทุกโครงการ … ท่านผู้ชมครับ เขียนใส่ผนังเลย ทุกโครงการขอลมได้ลม มันต้องมีสิ่งที่แนบมาด้วย เหมือนกับการวิ่งเต้นในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งผมจะพูดต่อจากรายการนี้

เพราะฉะนั้นท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่า ปรีดี ดาวฉาย เป็นเหมือนกับบทคั่นของละครเรื่องยาว ซึ่งไม่มีความหมายอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ท่านนายกฯ วันนี้ท่านก็ไม่แคร์แล้วนี่ มาถึงขณะนี้แล้ว ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมอุปมาอุปไมยอย่างนี้ดีกว่าท่านผู้ชม ผมอุปมาอุปไมยว่าท่านนายกฯ เป็นสาวโสด สาวบริสุทธิ์ แล้วท่านจำเป็นต้องเข้าไปทำงานในบาร์ ไนต์คลับ เพราะท่านมีความจำเป็นต้องหาเงินหาทองมาเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ หรือท่านมีความจำเป็นที่จะต้องเข้ามารับใช้ชาติ ท่านเป็นสาวที่เป็นเพื่อนดื่ม ดริงก์ ท่านนั่งอยู่ ท่านคิดว่าท่านจะขายเสียงแต่ไม่ขายตัว เหมือนสมัยก่อนที่ประเทศจีน มีนักดนตรี นักเต้นรำ นักร่ายกวี สวยมาก แล้วก็มีท่านผู้สูงศักดิ์ที่มีบรรดาศักดิ์ไปบอกว่า ตกลงขอค้างด้วยได้ไหม ก็บอกว่า โกเนี้ยวท่านนี้ท่านขายเสียง ท่านขายความสามารถ ท่านไม่ขายตัว ท่าน พล.อ.ประยุทธ ก็เหมือนกัน ท่านเข้าไปในบาร์ ท่านนั่งอยู่ ประเดี๋ยวก็มีเสี่ยคนหนึ่งเข้ามานั่งข้างๆ เสี่ยสันติ พร้อมพัฒน์ เสี่ยสมศักดิ์ เทพสุทิน เสี่ยโน่นเสี่ยนี่ เดี๋ยวก็เอามือลูบขาท่านนายกฯ อุ๊ยตาย อย่ามาจับขาฉัน พอลูบบ่อยๆ เข้าก็ชักชินแล้ว เอ้า จับก็จับ ชินแล้ว ไม่เป็นไร จับได้ ไม่ล่วงมากกว่านั้น แต่ทีนี้มันไม่หยุดแค่นั้นสิ ค่อยๆ ล้วงเข้ามาบ้าง ล้วงเข้ามาในยกทรงบ้าง โน่นนี่นั่น เข้าใจไหมท่านผู้ชม 

นายกรัฐมนตรีขณะนี้อยู่ในสภาพแบบนี้ล่ะ เพราะว่าจะเอาใครเข้ามาก็เอาเข้ามาไม่ได้ แล้วในที่สุดตัวเองก็ต้องยอมพวกเขี้ยวลากดินนี้ ทั้งๆ ที่เขามีศักยภาพที่เข้มแข็งมาก ตั้งแต่เริ่มต้น เขารู้อยู่แล้วว่าพรรคพลังประชารัฐต้องพึ่งเขาในการขาย ไม่อย่างนั้นพวกนี้จะเข้ามาไม่ได้ แต่เขาไม่ไปยึดติด เขาไม่ปักหลักยืนบนหลักการตัวนี้ เขายังเพื่อนพ้องน้องพี่ รักพี่รักน้องอยู่ รุ่นพี่จะเอาอย่างไร เขาก็ยอมตามในที่สุด ซึ่งถ้าเขายืนหยัดตรงนี้ ผมเชื่อว่าถ้าวันไหนเขาประกาศว่าเขาไม่เป็นแล้ว นายกฯ พรรคพลังประชารัฐก็ไปไม่ได้ ลุงคนอื่นจะขึ้นแทนได้อย่างไร ประชาชนไม่ยอมรับสักคน เพราะฉะนั้นจุดขายของเขาอยู่ตรงนี้ ทำไมเขาไม่ใช้จุดขายตรงนี้เพื่อต่อรองว่ากระทรวงการคลัง ทั้งรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วย จะเป็นใครไม่ได้ นอกจากเป็นคนของผม ผมจะตั้งคนของผมเอง ไม่ต้องเอาอะไรมาก เอาแค่คลังอย่างเดียวก็พอ เพราะคลังเป็นขุม ลิ้นชักเก๊ะลิ้นชักที่ใส่เงิน ต้องคุมให้ดีๆ คนจะมีกิน ไม่มีใช้ อยู่ที่เจ้าของเก๊ะดึงเงินคลังออกมาแล้วเอาไปจ่าย ถ้าบอกเลยว่าโควตาคลังเป็นโควตาของผม พรรคพลังประชารัฐเข้ามาไม่ได้ ถ้าไม่อย่างนั้นผมไม่เป็นนายกฯ ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหมว่า รับรองได้ว่าไม่มีใครกล้า รับรอง แต่ท่านไม่ จู่ๆ ท่านก็ตัดสินใจเดินเข้าไปในผับ ในบาร์ ไปให้พวกนั้นลูบคลำท่าน จับโน่นจับนี่ ในที่สุดแล้ว ถึงท่านจะยังไม่เสียตัว ท่านก็เกือบจะเสียตัวไปแล้ว ท่านผู้ชมเห็นด้วยไหมกับที่ผมพูด

ท่านไม่รู้จะทำอย่างไร ท่านจะทำอย่างไรได้ ในวงการเขาก็รู้ว่าท่านสนิทสนมกับนักธุรกิจใครบ้าง ท่านสนิทสนมกับเจ้าสัวคนไหน เขารู้กันหมด ท่านเคยไปตีกอล์ฟกับใคร เขาก็รู้ เขารู้หมดทุกอย่าง ถึงเวลาหรือยังที่ท่านต้องถอยออกมา ท่านลากเส้นเลย ท่านบอกเลยว่า จากนี้ไปผมจะทำงานเพื่อชาติอย่างเดียว และผมต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์และผมจะไม่เห็นแก่เพื่อนพ้องน้องพี่ และผมจะทำงานด้วยความรวดเร็วเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั้งหมด ผมก็หวังว่าท่านนายกฯ ท่านคงจะคิดตรงนี้ได้ ถ้าท่านยังคิดไม่ได้ ถ้าท่านยังหลง หลงอยู่เหมือนเดิม ตรงที่ว่า อย่าไปยึดติดกับตัวบุคคล คือพูดง่ายๆ ว่าท่านกำลังบอกว่า ผมยังอยู่ ท่านอยู่จริง แต่ท่านอยู่ล้อมรอบด้วยโจรทั้งนั้น แล้วท่านอยู่ได้อย่างไร ท่านเป็นหัวหน้าบ้าน บ้านท่านมีแต่โจร มีท่านอยู่คนเดียวมั้งที่อาจจะมีคนเคารพอยู่ แต่เขามองซ้ายมองขวา โจรทั้งนั้น แล้วท่านจะพูดกับชาวบ้านเขาได้อย่างไร

ท่านผู้ชมครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ปรีดี ดาวฉาย เป็นแค่เรื่องคั่น เรื่องเล็กๆ เหมือนกับเวลาเราดูกีฬา พอถึงครึ่งเวลาก็จะมีการแสดงเล็กน้อย นี่คือปรีดี ดาวฉาย พอแสดงจบแล้วเดี๋ยวกีฬาก็เริ่มต่อไป เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าท่านยังไม่เปลี่ยนนิสัยของท่านแบบนี้ ท่านต้องยอมรับ ถ้าท่านคิดว่ากระทรวงการคลังใครๆ ก็เป็นได้ ท่านก็ให้สันติ พร้อมพัฒน์ เป็นไปเลยสิ แล้วท่านมีความสุขไหมล่ะ สมัยก่อนที่ท่านมีอุตตมอยู่ อย่างน้อยที่สุดท่านก็เบาใจ อุตตมท่านไว้ใจได้ ท่านไม่ต้องมานั่งกินไม่ได้นอนไม่หลับ มานั่งฟังคนโน้น และอีกอย่างท่าน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนที่ฟังคนพูดเยอะมาก ฟังหมดทุกฝ่าย แต่ไม่กล้าตัดสินใจ ท่านเป็นคนที่ไม่กล้าเผชิญหน้า หลายๆ เรื่องท่านใช้ธรรมชาติของการเป็นอดีตข้าราชการมาตัดสินใจในการทำงาน มันก็เลยทำให้ท่านไปไม่ได้ ยังโชคดีสมัยก่อนที่ยังมีสี่กุมารอยู่ สี่กุมารเสนออะไรไป แต่ท่านไม่เอา แต่หลังจากนั้นแล้วท่านเห็นว่าต้องเอา ท่านก็เอา อย่างน้อยสี่กุมารกล้า แต่พอมาถึงชุดนี้ ท่านให้สันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีฯ คลัง แล้วท่านให้คุณนฤมล มาเป็นรัฐมนตรีช่วยฯ คลัง ผมพนันได้ว่าไม่จืด งานนี้ รับรอง รับรองจะเผ็ดปรี๊ดเปรี้ยวจ๊าด เหมือนแกงไตปลาของร้านบ้านไอซ์

ท่านผู้ชมครับ เมื่อ 2-3 วันที่แล้ว ท่านผู้ชมคงได้อ่านข่าวหรือคงได้รับทราบผลรายงานของการประชุมคณะกรรมการที่ท่าน ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ได้แถลงออกมา ซึ่งรายละเอียดมีเยอะมาก แต่หลักๆ แล้ว ผมจะอ่านที่สำคัญตรงนี้ให้ฟังก็แล้วกัน สำคัญที่สุด และผมจะขยายความตรงนี้ให้ท่านฟัง เมื่อผมขยายความตรงนี้ให้หมดแล้ว หรืออีกนัยหนึ่ง ผมจะอธิบายป่าทั้งป่าให้ฟัง หลังจากที่ผมเคยพูดมาแล้ว ผมเคยไลฟ์สดเรื่องนี้ 3 วันซ้อน ท่านผู้ชมคงจำได้ วันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์ เรื่องนี้ ในขณะซึ่งยังไม่ค่อยมีใครสนใจในเรื่องนี้เลย แต่ในที่สุดแล้วก็เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ผมพูดมานั้น ถูกคอนเฟิร์มโดยท่านวิชา มหาคุณ ท่านวิชาสรุปอย่างนี้ครับ

“ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทนายความ พยาน และบุคคลทั่วไป ในการเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการดำเนินคดีจนถึงปัจจุบัน โดยใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อิทธิพลบังคับ และการสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย”

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมจำเรื่องนี้ได้ไหม เรื่องนี้มันหลุดออกมาสู่สังคมไทยโดยผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็น ท่านผู้ชม ข่าวต่างประเทศมันรายงานเรื่องนี้มาก่อน โดยที่คนไทยไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นจากอะไร ? มันเกิดขึ้นจากอินเตอร์โพลได้รับการติดต่อมาว่าจะมีการถอนหมายจับ และเผอิญซีเอ็นเอ็นเขามี connection ในอินเตอร์โพล และซีเอ็นเอ็นเคยทำข่าวเรื่องของบอส วรยุทธ อยู่วิทยา มาแล้ว เขาก็เลยรู้สึกเอะใจว่าจะสั่งไม่ฟ้อง ทั้งๆ ที่ฆ่าคนตายไปแล้ว เขาก็เลยมาเช็กกับโรงพักทองหล่อ ผู้กำกับโรงพักทองหล่อก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น อ้าว คุณไม่รู้หรือ เขาสั่งไม่ฟ้องแล้วนะ ก็พูดในทำนองว่าจบแล้วนะเรื่องนี้ เรื่องมันก็เลยแตกขึ้นมา พอแตกขึ้นมาก็เลยมีการค้นกันไปค้นกันมา จนกระทั่งมาถึงบทสรุปที่ในที่สุดแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีท่านทนไม่ได้ เพราะว่าข่าว ซึ่งท่านเองท่านก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่มีใครรายงานท่าน ทั้งๆ ที่หลายๆ คนที่ทำเรื่องนี้อยู่ แล้วก็มีส่วนเกี่ยวข้อง ล้วนแล้วแต่เป็นคนในเครือข่ายท่านทั้งสิ้น ท่านจะปฏิเสธเรื่องนี้ก็ไม่ได้ แต่เผอิญเขาปิดท่าน ท่านก็ไม่รู้ แต่พอท่านเห็นแล้ว ท่านตกใจมาก เพราะท่านรู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เทียมฟ้าที่ไม่จัดการไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการสั่นคลอนความยุติธรรมที่จะทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่น และรัฐไทยจะเป็นรัฐที่ล้มเหลว หรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Failed State

เอาล่ะ ท่านผู้ชม สรุปง่ายๆ มันเริ่มอย่างนี้ มันเริ่มจากคดีที่นายบอส ขับรถไปชนแล้วมีคนตาย พอมีคนตายปั๊บ จุดแรกสุดที่เริ่มเรื่องนี้ก็คือเริ่มที่ สน.ทองหล่อ

สน.ทองหล่อ ได้รับการติดต่อ จะด้วยใครก็ตาม ไม่ทราบ เอาเงินก้อนหนึ่งไปยัด สน.ทองหล่อ ก่อนที่จะยัด สน.ทองหล่อ นั้นก็จะมีการตกลงกันเป็นพิเศษกับตำรวจระดับสูงคนหนึ่ง ที่ไปอยู่ที่บ้านนายบอส แล้วไปโวยวาย พอโวยวายสักพัก ถูกเชิญเข้าไปในบ้าน เดินออกจากบ้านมาก็เงียบ ไม่โวยวายอีกต่อไปแล้ว ก็คงจะมีอะไรไม่ทราบอุดปากเอาไว้ แล้วก็ปล่อยให้ สน.ทองหล่อ ดำเนินการต่อไป

เรื่องที่ทุกคนจำได้ก็คือ สารวัตรปราบปรามคนหนึ่งซึ่งเป็นคนใกล้ชิดกับบ้านอยู่วิทยา เอาพ่อบ้านมารับผิดแทนนายบอส แล้วตอนหลังเขารู้ว่าเป็นพยานเท็จ นายบอส ก็เลยยอมไปมอบตัว แล้วตำรวจคนนั้นก็แค่ถูกย้ายไป เท่านั้นเอง ขอต่อตำรวจคนนี้อีกนิดนะท่านผู้ชม แล้วค่อยกลับไปเรื่องเก่า

ตำรวจเอาพยานเท็จมาแทนจำเลยตัวจริง แล้วถูกจับได้ เมื่อถูกจับได้ ทำไมแค่ถูกย้ายเฉยๆ ท่านผู้ชม นี่ไง จุดแรก เห็นชัด ต้องให้ออกจากราชการทันที แล้วตั้งคณะกรรมการวินัยสอบวินัยร้ายแรง และสอบอาญาด้วย 157 ส่งไปยังที่ ป.ป.ช. ซึ่ง ป.ป.ช.ผมก็ไม่ไว้ใจ เดี๋ยวผมจะพูด ป.ป.ช.อีกที

ทีนี้เงินมันก็เริ่มสะพัดใน สน.ทองหล่อ แล้วสิ พอเริ่มสะพัดใน สน.ทองหล่อ แล้ว ก็จะต้องมีตัวแทนของจำเลยเข้าไปติดต่อ ก็เลยทำให้สำนวนที่ท่านวิชาพูด มันบิดเบือน บิดพลิ้ว เป็นสำนวนที่ถูกจงใจกระทำเพื่อช่วยจำเลยโดยเฉพาะ นี่คือสิ่งที่คณะกรรมการของท่านวิชาพูด เริ่มที่ตำรวจก่อน ตำรวจทำสำนวนที่หลวม และทำสำนวนเพื่อนำไปสู่การสั่งไม่ฟ้อง จะด้วยเหตุใดก็ตาม ไม่ทราบ พอของตำรวจเสร็จเรียบร้อยปั๊บ สิ่งที่ตามมาก็คือ มีคนไปติดต่ออัยการ มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งในขณะนั้นยังมีอำนาจอยู่ในช่วงที่คดีนายบอสมีอยู่ อย่าให้ผมเอ่ยชื่อเลย คนๆ นี้เป็นคนที่เห็นช่องทางได้ง่าย และคนๆ นี้ก็เลยไปติดต่อ มีเงินก้อนหนึ่งไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท หลุดออกมา ทำอย่างไรก็ได้เพื่อที่จะให้คดีนี้สั่งไม่ฟ้อง เพราะฉะนั้นแล้ว คดีนี้เมื่อสั่งไม่ฟ้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว หมายความว่าคนที่รับเงินก้อนนี้ไป ก็ต้องเอาไปแจกแล้วสิ ตำรวจ แจกเรียบร้อยแล้ว จุดแรกที่จะต้องแจกก็คืออัยการ ทีนี้ตำรวจชั่ว กับอัยการชั่ว มันมองตากันมันก็รู้ว่าใครชั่ว มันดูออกว่าคนนี้มีชื่อมาก รับเงิน ตำรวจคนนี้ก็มีชื่อมาก รับเงิน อุปมาอุปไมยเหมือนผีย่อมเห็นผีด้วยกัน ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยัง เราคนธรรมดามองไม่เห็นผีหรอก แต่ถ้าคนๆ หนึ่งเป็นผี ก็จะเห็นอีกคนเป็นผี ก็ผีเหมือนกันนี่หว่า

เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องมันก็เลยถูกดำเนินการไปโดยทางอัยการ พออัยการรับลูกเสร็จเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่มันเกิดขึ้นต่อมาก็คือว่า เผอิญมันติดขัด มันติดขัดตรงที่ว่า อัยการสูงสุด ร.ต.ต.พงษ์พิวัฒน์ ท่านพิจารณาแล้ว ไม่ว่าจะปั้นพยานเท็จมาอย่างไร ไม่ว่าจะเอา ดร.สายประสิทธิ์ มาอย่างไรก็ตาม ท่านมองแล้วว่าคำร้องขอความเป็นธรรมนั้น ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ท่านก็เลยให้ยุติการร้องขอความเป็นธรรมไปเสีย และท่านก็แจ้งให้สั่งฟ้องได้เลย ก็คือมีการสั่งฟ้องทันที ท่านผู้ชมเข้าใจแล้วใช่ไหมที่ผมเคยพูดให้ฟัง

เมื่อสั่งฟ้องไปเรียบร้อยแล้ว เอาล่ะสิ ทีนี้จะทำอย่างไรดี นายบอสก็ต้องหนีออกต่างประเทศ หาตัวจำเลยไม่เจอ ก็เลยคาไว้ตรงนั้น เขาไปออกหมายจับกับศาลอาญาใต้ ศาลอาญาใต้ออกหมายจับนายบอสได้แล้ว ก็รอจับตัวนายบอสมาก่อนค่อยดำเนินคดี เอาล่ะ ทีนี้จะแก้เกมอย่างไร ?

วิธีแก้เกมก็คือว่า ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่รับเงินมาประมาณ 400-500 ล้านบาท มันก็บอกว่า ตายล่ะ เขาสั่งฟ้องไปแล้ว แล้วจะทำอย่างไรให้สั่งไม่ฟ้อง ก็ปรึกษาอัยการที่รับเงินด้วยกัน ก็คือ เฮ้ย! ทำเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมมาอีกทีหนึ่ง แต่งวดนี้อย่าให้จำเลยขอ ให้จำเลยไปผ่านหน่วยงานๆ หนึ่ง แล้วให้หน่วยงานนี้รับมา แล้วก็เอาไปขอความเป็นธรรมให้ หน่วยงานนั้นก็คือคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ ของ สนช. ท่านผู้ชมเริ่มจำได้หรือยัง คณะกรรมาธิการชุดนี้ล่ะ เป็นคนที่รับงานมา แล้วคนที่แถลงออกอย่างดีเลย คือทนายของนายบอส คือนายสมัคร เชาวภานันท์ อยู่ในกรรมาธิการนี้ด้วย แต่เผอิญคนที่ทำงานชิ้นนี้ได้ ก็คือคุณธานี แหลกละเอียด โอ๊ย โทษที! ไม่ใช่แหลกละเอียด อ่อนละเอียด

คุณธานี อ่อนละเอียด ท่านเป็นเลขาฯ คณะกรรมาธิการนี้ จำได้ไหมคุณธานี ออกมาให้สัมภาษณ์ขึงขังเลยนะ นู่นนี่นั่น คือพูดง่ายๆ ว่าปกป้องนายบอสเต็มที่ ทั้งๆ ที่เป็นเลขาฯ คณะกรรมาธิการฯ เมื่อคณะกรรมาธิการฯ มีการพิจารณาอะไรก็ตาม พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เลยส่งเรื่องขอความเป็นธรรมนี้ไปให้อัยการ บอกว่ากรรมาธิการฯ พิจารณาแล้วนะ จากการเรียกพยานมาดู ตรวจสอบความเร็วของรถแล้ว เห็นว่าควรจะให้ความเป็นธรรมกับเขา ก็ส่งไป ก็คืออัยการรอรับลูกของกรรมาธิการฯ ที่เสนอเข้ามา

เมื่อเสนอเข้ามาแล้ว ท่านรองอัยการสูงสุด นายเนตร นาคสุข ก็เลยตัดสินใจ สรุปเรื่องราวต่างๆ แล้วก็แทงสั่งไม่ฟ้องไปเลย ตูม

ทีนี้ ในการตรวจสอบทุกครั้ง ในการที่จะเปลี่ยนความเร็วของรถ ที่ พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ ณ ขณะนั้น ได้คำนวณแล้วว่าความเร็วที่ 177 หรือ 179 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำอย่างไรจะเปลี่ยนความเร็วนั้นให้ลดลงมาต่ำกว่า 80 กิโลฯ ก็เลยไปเอา ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม มาเป็นคนให้การ

ทีนี้จะให้การได้อย่างไร จะให้การ ก็ต้องไปทำให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ก็คือ พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ ยอม เพราะว่าตัวผู้กำกับการสอบสวน พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี คนนี้เป็นเจ้าของสำนวน เขาต้องเขียนสำนวน ปิดสำนวนนี้ ทำอย่างไร ? ก็เลยทั้ง พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ก็พากันไปที่สำนักงานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน

ใครพาไป ? พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นคนพาไป ตอนนั้น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เกษียณ แล้ว แต่เป็นสมาชิก สนช. และเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ พอพาไปถึง ก็ไปถกเถียงกัน จนในที่สุดแล้ว คนที่นั่งประชุมอยู่ด้วย ก็มีท่านผู้บัญชาการกองพิสูจน์หลักฐาน พล.ต.ท.มนู ซึ่งปัจจุบันนี้ท่านเป็นรอง ผบ.ตร.

ในเมื่อท่านเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในเรื่องของกองพิสูจน์หลักฐาน แล้วมีผู้การคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้านายคุณธนสิทธิ์ นั่งอยู่ และอีกฝั่งหนึ่งก็มี พ.ต.อ.วิรดล และมีสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และก็มีผู้กำกับ และมี ดร.สายประสิทธิ์ ก็ถกเถียงกัน กดดันจนกระทั่งถึงสี่ทุ่ม

สี่ทุ่ม คุณธนสิทธิ์ก็เห็นว่านายผมทั้งสองคน ทั้งผู้การคนหนึ่ง ผู้บัญชาการคนหนึ่ง นั่งเฉย ไม่พูดอะไรสักคำ ถ้านายเข้าข้างผม บอกผมถูกต้อง ก็ต้องออกมาเถียงแทน ออกมาปกป้องผม แต่นี่ไม่ปกป้องผมเลย ก็เห็นพ้องต้องกันว่าควรจะเป็นเช่นนี้ เขาก็เลยบอกว่าในเมื่อนายยังไม่เอากูเลย ถ้าอย่างนั้นกูเซ็นก็แล้วกัน ปรากฏว่า พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ก็เซ็นไป เซ็นไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ส่งไปเข้าสำนวน

ปรากฏว่าหลังจากนั้นเพียง 1-2 วัน คุณธนสิทธิ์กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะเป็นนักวิทยาศาสตร์นี่ ไม่ใช่นักการเมือง ก็เลยไปปรึกษาพรรคพวกต่างๆ นานา ไปปรึกษาเสร็จเรียบร้อยก็บอก เฮ้ย มาคำนวณกันใหม่ คำนวณแล้วตัวเลขก็ตกมาที่ 177 เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ดร.สายประสิทธิ์ พูดว่าไม่ถึง 80 ก็ไม่จริงแล้ว ก็เลยรวบรวมเรื่องนี้แล้วเอาเรื่องนี้ส่งไปให้ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี เพื่อให้เอาเข้าสำนวน แก้ความเร็ว คุณวิรดล ก็น่ารักมาก บอกว่าแก้ไม่ได้แล้ว เพราะสำนวนทำเสร็จแล้ว สำนวนส่งไปอัยการแล้ว ซึ่งตรงนี้ฟังไม่ขึ้น ถึงจะส่งไปอัยการยังไง ก็สามารถที่จะเรียกขอสำนวนมาแก้ไขได้ หรือส่งไปเพิ่มเติมที่อัยการ ก็คือพูดง่ายๆ ว่าต้องการตัดตอน ตกลงกันแล้วนี่ว่าไม่ใช่ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เอาแค่ 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จบแล้ว เพราะฉะนั้นเอาเข้าสำนวนไม่ได้

ตรงนี้ต่างหากที่เป็นจุดมาถกเถียงกัน ผมจำได้ว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ท่านออกมา ท่านถูกเรียกตัวไปสอบที่คณะกรรมการชุดนี้ ท่านออกมา ท่านบอกว่าสบายมาก ชิลๆ เพราะว่าวันที่ 26 ผมไม่อยู่ ผมอยู่สวิตเซอร์แลนด์ ประชุมฟีฟ่า ผมมีรูปมาให้ดู

ท่านออกมาชิลๆ แล้วท่านก็บอกว่าสบายใจแล้ว ใครจะพูดอะไรระวังตัวหน่อยแล้วกัน ก็คืออย่าซี้ซั้วพูด เดี๋ยวผมฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทนะ ทุกคนก็งง งงตรงไหน ? งงตรงที่ว่า เวลาเข้าไปให้การที่คณะกรรมาธิการชุดที่คุณสิระ เจนจาคะ เป็นประธาน แล้วก็เป็นมวยล้มต้มคนดู มวยล้มต้มคนดูอย่างไร ? ทำเป็นฟิต ตะโกนมา ผมต้องเอาให้ถึงที่สุด โน่นนี่นั่น แล้วจู่ๆ มาถึงกลางคันบอกว่าหยุดแล้ว ปิดแล้ว ไม่พิจารณาต่อไป เพราะอะไร ? ท่านผู้ชมรู้ไหม ? เพราะว่ามีคำสั่งมาจากคุณสิระ ที่คุณสิระต้องพึ่งพาเขา และต้องฟังเขา บอกให้หยุด ให้ปิด ก็เลยปิดหน้าตาเฉย แต่ว่าก่อนจะปิด มีการเรียก พ.ต.อ.วิรดล เข้าไป มีการเรียกธนสิทธิ์เข้าไป ไปให้การ และคุณมนู ซึ่งตอนนี้เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งมนู และวิรดล บอกว่าสมยศไม่ได้อยู่ในที่ประชุม มีธนสิทธิ์คนเดียวที่บอกว่า อยู่ครับ เขาอยู่ในที่ประชุมด้วย

ทำไม พล.ต.อ.สมยศ ต้องไม่อยู่ในที่ประชุม ? เพราะว่าถ้า พล.ต.อ.สมยศ อยู่ในที่ประชุม พล.ต.อ.สมยศ ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 185 เพราะว่าใช้ฐานภาพของตัวเองในฐานะเป็นกรรมาธิการ แล้วเข้าไปแทรกแซงการทำงานของหน่วยงาน ซึ่งในรัฐธรรมนูญพิสูจน์ชัดว่าทำผิด จะต้องโดน 157 หรือโดนอะไรก็ตาม ต้องโดนคดีอาญาอย่างแน่นอนที่สุด

เอาล่ะ ทุกคนก็เลยงงว่าจะเชื่อใครดี เชื่อธนสิทธิ์ดีไหมว่าอยู่ แต่ตรงข้ามธนสิทธิ์ก็มี พ.ต.อ.วิรดล และมีมนู ให้การ บอกว่าไม่ใช่ สมยศไม่มี จนในที่สุดท่านวิชา ท่านออกมาสุดยอด ท่านบอกว่าวันที่มีการสอบอาจารย์สายประสิทธิ์ คนที่เปลี่ยนความเร็วบอส ไม่ใช่ 26 กุมภาพันธ์ แต่เป็น 29 กุมภาพันธ์ ซึ่ง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กลับมาจากสวิสแล้วครับท่านผู้ชม กลับมาแล้ว 29 เขาบอกเขากลับ 28 มาถึงเช้า 29 เขาประชุมอยู่แล้ว และที่สำคัญที่สุด ท่านผู้ชม ที่สำคัญที่สุดคืออะไร ? ท่านวิชา บอกว่าตำรวจด้วยกันเองเป็นคนแก้วันที่ แก้จาก 29 เป็น 26 เพื่อช่วยให้พิสูจน์ตามแนวทางที่ พล.ต.อ.สมยศ บอกว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในประเทศไทย นี่ไงท่านผู้ชม นี่เป็นตัวอย่างเห็นได้ชัดว่าตำรวจช่วยกันขนาดไหน แล้วคนที่พาสายประสิทธิ์ไป พร้อม พ.ต.อ.วิรดล ก็คือ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เพราะฉะนั้น สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ต้องผิดมาตรา 185 อย่างแน่นอนที่สุด ไม่มีทางปฏิเสธได้ และ พ.ต.อ.วิรดล กับ พล.ต.อ.มนู

พล.ต.อ.มนู ผมถามคำหนึ่งว่า ทั้งสองคนนี้จะโดนข้อหาให้การเท็จไหม แล้วท่านผู้ชมเข้าใจหรือยังว่าใครเป็นคนแก้อันนี้ คนที่แก้อันนี้ก็คือปลอมแปลงเอกสารแล้วสิ ข้อหาปลอมแปลงเอกสาร แล้วคุณวิรดล กับ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก เป็นคนที่ยืนยันว่า พล.ต.อ.สมยศ ไม่ได้อยู่ ก็แสดงว่าอะไร ? ก็แสดงว่าต้องมีคนโกหก แต่ท่านวิชา ในฐานะประธานการสอบสวน ท่านฟันธงออกมาเรียบร้อบแล้วว่าวันที่เรียกไปสอบคือวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 59 ไม่ใช่ 26 ท่านวิชาท่านพูดต่อด้วยว่าตำรวจช่วยกันแก้วันที่ ท่านผู้ชม มันบัดซบไหมเรื่องนี้ ผมนี่นึกไม่ออกเลยนะ ว่า พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก ท่านเป็นถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ท่านจะมีพฤติกรรมแบบนี้ พ.ต.อ.วิรดล จะมีพฤติกรรมแบบนี้ และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ก็จะมีพฤติกรรมแบบนี้ นี่ไงท่านผู้ชม เข้าใจหรือยัง

คำถามผมมีอย่างนี้ท่านผู้ชม ท่านนายกฯ ออกมา ท่านโกรธ ท่านอ่านแล้วมีอารมณ์ขึ้น ท่านบอก ไม่ได้แล้ว อันนี้ต้องสอบวินัย สอบอาญาให้หมดเลย จริงๆ ท่านวิชา ก็มีวิชาเยอะเหมือนกันนะ ท่านวิชา มหาคุณ ท่านบอกว่าท่านจะเอาชุดรายงานผลการสอบให้ท่านนายกฯ ท่านนายกฯ ท่านจะพูดขนาดไหนก็แล้วแต่ท่านนายกฯ แต่ท่านวิชาก็เอาอีกชุดหนึ่ง แต่ใช้เป็นตัวย่อ ส.เสือ บ้าง ว.แหวน บ้าง แล้วให้นักข่าวเพื่อติดตามดู ท่านนายกฯ คงรู้ว่าอีกชุดหนึ่งอยู่กับนักข่าวแล้ว เพราะฉะนั้นท่านนายกฯ ต้องรายงานเต็มที่ จะกั๊กไม่ได้ ท่านนายกฯ ก็หงุดหงิดทันที ไม่รู้ว่าหงุดหงิดเรื่องโดนกั๊กเอาไว้ ก็เลยบอกว่าต้องให้สอบอาญา สอบวินัย

ท่านผู้ชมครับ ตรงนี้คือหัวใจสำคัญ ผมจะถามท่านผู้ชมอย่างนี้ ถามเผื่อไปถึงท่านนายกฯ ด้วย ในการสอบวินัยหรือสอบอาญานั้น โดยหลักการเขาก็ต้องโยนกลับไป ใช่ไหม ตำรวจ ให้ตำรวจสอบ อัยการ ให้อัยการสอบ เอาเฉพาะตรงนี้ก่อนนะ เป็นไปได้ไหม ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหมว่าถ้ากลับไปหน่วยต้นสังกัด หน่วยต้นสังกัดก็จะสอบจากดำให้เป็นสีเทาแทน คงไม่มีปัญญาสอบให้เป็นสีขาวหรอก เพราะมันผิดขนาดนี้ เอาเป็นสีเทา รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จำวันที่ไม่ได้ก็เลยลงเป็นวันที่ 26 เดี๋ยวก็จะกลายเป็นผิดวินัยไม่ร้ายแรง แล้วอัยการ ท่านผู้ชมเชื่อใจได้ไหม ก็ขนาดคุณเนตร ซึ่งเป็นรองอัยการสูงสุด ลาออกไป เสร็จเรียบร้อยแล้วคุณเนตรก็ไม่ถูกสอบ คณะกรรมการอัยการก็ไม่ถูกสอบ เพราะฉะนั้นก็ถามว่า แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ? มันก็ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ก็คือฟอกจากดำให้เป็นเทา ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง ก็กลายเป็นไม่ผิด ผิดไม่หนัก ทั้งๆ ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา บอกว่าตำรวจที่ระบุมาในรายงานของท่านวิชา มหาคุณ 21 คน จะถูกสอบหมด ใจผม ข้อแรก สำรองราชการให้หมด 21 คน และเพื่อความโปร่งใสของตำรวจ ตำรวจต้องเปิดเผยผลการสอบ เพราะว่ามีหลักการของการรายงานของท่านวิชา มหาคุณ เรียบร้อยแล้ว เอาหลักการรายงานนั้นเป็นตัวตั้ง แล้วก็สอบล้อหลักการตรงนั้น ล้อข้อมูลตรงนั้นออกมา แล้วจะรู้ว่าใครโกหกหรือไม่โกหก

แล้วถ้าคนที่โดนวินัยไม่ร้ายแรง หรือโดนวินัย หรือโดนสอบพวกนี้ ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องระบุชัดเจนเลยว่า บุคคล 21 คนนี้ จากนี้ไป 5 ปี จะไม่ได้รับการโยกย้ายแต่งตั้ง ไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเลย เห็นด้วยกับผมไหมครับ ถ้าอย่างนี้ ยังพอฟังออก ส่วนอัยการนั้นเป็นเรื่องที่ท่านนายกฯ ต้องจัดการ ท่านนายกฯ อ้างไม่ได้ว่าเขาเป็นองค์กรอิสระ ถ้าเป็นองค์กรอิสระ ท่านนายกฯ พูดได้ไหม ท่านนายกฯ พูดกับประธาน ก.อ. ได้ไหม ท่านนายกฯ พูดกับกรรมการ ก.อ.ได้ไหมว่าถ้าท่านไม่จัดการเรื่องนี้ ผมมีความจำเป็นที่จะต้องเสนอพระราชบัญญัติแก้ไขกฎหมายความเป็นอิสระของอัยการ ถ้าท่านทำอย่างนี้ได้จริง แสดงว่าท่านจริงใจที่จะแก้ปัญหา แต่ถ้าท่านบอกว่าท่านยุ่งเกี่ยวไม่ได้เพราะเขาเป็นองค์กรอิสระ แสดงว่าท่านกรรเชียงหนีเอาตัวรอดอีกเหมือนเดิม เหมือนหลายๆ กรณีที่ท่านกรรเชียงหนีเอาตัวรอดไป ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหม

สุดท้าย น่าเจ็บปวดที่สุด ผมจะตั้งคำถามถามท่านนายกฯ ท่านบอกว่าสอบวินัย สอบอาญา ตำรวจและอัยการแล้ว ใครจะสอบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง บ้าง และใครจะสอบนายธานี อ่อนละเอียด ใครจะสอบนายสมัคร ทนายความที่อยู่ในกระบวนการนี้ และใครจะสอบคณะกรรมการของคณะกรรมาธิการที่เห็นด้วยกับการที่ยื่นขอความเป็นธรรมไป ผมรู้ว่ามีอยู่หลายคนที่เป็นคณะกรรมการไม่เห็นด้วย เช็กไปเช็กมาก็เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา ท่านไม่เห็นด้วยเรื่องนี้ แต่ถ้าใครที่เห็นด้วย ตรงนี้ทำผิดใช่ไหม ? ถ้าทำผิดแล้วก็คือไปแทรกแซงการทำงานของหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ก็เลยถามว่า แล้วใครจะสอบคนพวกนี้ คนพวกนี้ก็ลอยนวลอีกเหมือนเดิมสิ เป็นเครือข่าย อย่างที่พูดนะครับท่านผู้ชม เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ตำรวจ อัยการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ใครจะสอบ ? ทนายความ พยาน ใครจะสอบ ? บุคคลทั่วไปในการเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธณรมมาอย่างต่อเนื่อง ใครจะสอบ ? ท่านนายกฯ ครับ ผมอยากเห็นคนที่เกี่ยวข้องในกระบวนการนี้ต้องถูกสอบ และถ้าผิดต้องโดนลงโทษทุกคน ผมถึงจะเชื่อมั่นได้ว่าท่านนายกฯ จริงใจ ต้องการจะฟื้นฟูระบบยุติธรรมให้มันกลับไปเป็นแสงสว่างของสังคมไทยได้อีก ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมหรือเปล่า

ตอนนี้ คนหายมีอยู่ 2 คน คุณสมัคร เชาวภานันท์ ซึ่งเป็นทนายความของตระกูลอยู่วิทยา และคุณธานี อ่อนละเอียด หายไปแล้ว ไม่ทราบอยู่ที่ไหน คุณธานี ปากกล้านัก ออกมาโวยวาย ออกมาโวยวายอีกครั้งได้ไหม

ท่านผู้ชมครับ นี่คือสิ่งที่ผมตั้งคำถามถึงท่านนายกฯ ผมรู้ว่าท่านนายกน เป็นคนที่เล่นโซเชียล ท่านดูตลอดเวลา และท่านก็จะเป็นคนที่ค่อนข้างจะ sensitive อ่อนไหวกับเรื่องพวกนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ท่านจะทำเล่น ถ้าผลสอบออกมาแล้วเป็นการฟอกดำให้เป็นสีเทา และคนในเครือข่ายซึ่งเป็นคนที่ท่านรู้จักทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เอย … เอย ถ้าท่านยังไม่ทำอะไรลงไปกับคนพวกนี้ ท่านก็คือคนที่ผมเคยพูดมาแล้วว่าท่านเป็นคนที่ชอบเต้นชะช่าช่า เดินหน้า 3 ถอยหลัง 3 ไม่ทำอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

พวกติ่งลุงตู่ ฟังไว้ให้ดีๆ นะครับ ผมไม่ได้โจมตีท่านนายกฯ แต่ผมกำลังเปิดโอกาสให้ท่านนายกฯ เดินหน้าไปสู่สิ่งที่ถูกต้อง

ท่านผู้ชมครับ ก่อนจะจบเรื่องนี้ ผมจะฝากข้อคิดไปให้คุณพยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย คุณวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คุณฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ คุณอภิรมย์ สุขประเสริฐ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ท่านอธิบดีกรมสรรพากร คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ท่านอธิบดีกรมธนารักษ์ คุณยุทธนา หยิมการุณ ท่านอธิบดีกรมสรรพสามิต พชร อนันตศิลป์ และกำลังจะเปลี่ยนเป็นคุณลวรณ แสงสนิท ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนในวันที่ 1 ตุลาคม อธิบดีกรมศุลกากร คือคุณพชร อนันตศิลป์ มาดำรงตำแหน่งแทนคุณกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมบัญชีกลาง นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข ผมเอ่ยชื่อถึงท่านทั้งหลายเมื่อกี้นี้ อยากจะขอความกรุณาและให้กำลังใจท่านทั้งหลายว่าจากนี้ไปท่านจะต้องถูกคนแทรกแซงเข้ามาในชีวิตท่าน กดดันท่าน ให้ท่านทำตามที่เขาต้องการ ผมเรียนท่านด้วยความเคารพและด้วยความสัตย์จริง ว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องสมมุติทั้งนั้น คนที่เป็นรัฐมนตรีวันนี้ รัฐมนตรีช่วยวันนี้ อีกไม่กี่ปีก็ไปแล้ว แต่ท่านต้องรักษาชื่อเสียงของท่านเอาไว้ อะไรที่ผิด ท่านอย่าทำเป็นอันขาด อะไรที่ผิด อะไรที่ไม่ถูกต้อง ท่านอย่าทำเป็นอันขาด การปล่อยสินเชื่อของธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ถ้าผิดหลักการ ท่านอย่าไปยอม ท่านอธิบดีกรมสรรพากร ถ้านักการเมืองมาบอกให้ท่านช่วยเรื่องภาษีคนๆ นี้ ถ้ามันถูกระเบียบ ไม่เป็นไร ท่านช่วยไป แต่ถ้าต้องไปบิดระเบียบ รอดระเบียบ ข้ามระเบียบ ท่านอย่าไปทำ อธิบดีกรมศุลกากร ถ้ามีการเรียกร้องขอส่วนแบ่ง ค่ารางวัลนำจับ ท่านอย่ายอม อธิบดีกรมธนารักษ์ ถ้ามีการวิ่งเต้นจะเอาที่ดีๆ ให้กับพรรคพวก นักการเมือง ท่านก็อย่ายอม ท่านยืนให้มั่น ดำรงไว้ซึ่งความซื่อสัตย์ กระทรวงการคลังโดยพื้นฐานแล้วคุณภาพของคนกระทรวงการคลังค่อนข้างจะสูงกว่าทุกๆ กระทรวง ท่านรักษาศักดิ์ศรีและเกียรติยศนี้เอาไว้ อย่าไปยอมนักการเมืองชั่วๆ อีกต่อไป ขอบคุณครับท่านผู้ชม