fbpx

ไม่อยู่แล้ว! “เนตร นาคสุข”คนเซ็นสั่งไม่ฟ้อง “บอส” ยื่นลาออกก่อนเกษียณสิ้น ก.ย.

ใช้เวลาอ่าน: < 1 นาที
 นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด
นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด

“เนตร นาคสุข“ รอง อัยการสูงสุด ที่สั่งไม่ฟ้อง”บอส-วรยุทธ” ทนแรงเสียดทานไม่ไหว ยื่นหนังสือลาออกเเล้ว ก่อนจะเกษียณราชการสิ้นเดือนกันยายนนี้ ยืนยันใช้ดุลพินิจสั่งคดีตามระเบียบและใช้เหตุผลประกอบ แต่ขอลาออกเพื่อลดแรงกดดันสถาบันอัยการ

เมื่อเวลา 15.46 น.วันนี้ (11 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เเหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุดได้เปิดเผยว่า นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุดที่สั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถประมาทอันเป็นสาเหตุให้ผู้อื่นถึงเเก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการต่ออัยการสูงสุดเเล้ว ก่อนจะถึงกำหนดเกษียนอายุราชการสิ้นเดือนกันยายนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือที่ นายเนตร รองอัยการสูงสุด ยื่นลาออกได้ให้เหตุผลสรุปว่า ยังยืนยันถึงการสั่งคดีดังกล่าวเป็นการใช้ดุลพินิจโดยถูกต้องถูกระเบียบปฏิบัติและใช้เหตุผลประกอบอันสมควรแต่เนื่องจากสถาบันอัยการโดนกดดันจากสังคมจึงเห็นว่าเพื่อรักษาภาพพจน์ขององค์กร ขอแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก

สำหรับนายเนตร นาคสุข จะครบกำหนดวาระการบริหารเนื่องจากอายุครบ 65 ปี ในวันที่ 30 ก.ย.2563 นี้ซึ่งเมื่อครบวาระตำเเหน่งบริหารเเล้วยังสามารถขอต่อเป็นอัยการอาวุโสได้จนครบอายุ 70 ปี ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการอัยการ ก.อ.ซึ่งตาม พรบ.ข้าราชการฝ่ายอัยการมาตรา 58 บัญญัติว่าข้าราชการอัยการผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่งเพื่อให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาเมื่ออัยการสูงสุดสั่งอนุญาตแล้วให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่งในกรณีที่ข้าราชการอัยการขอลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งหรือรับการเสนอชื่อเพื่อสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเพื่อไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญให้การลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออกจากกรณีตามวรรคสองถ้าอัยการสูงสุดเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการจะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกินสามเดือนนับ แต่วันขอลาออกก็ได้ในกรณีที่อัยการสูงสุดประสงค์จะลาออกจากราชการให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อ ก.อ. เพื่อให้ ก.อ.เป็นผู้พิจารณานั้นขอลาออกอย่างไรก็ตามยังไม่ปรากฎว่าขณะนี้อัยการสูงสุดเซ็นคำสั่งอนุญาตหนังสือลาออกของนายเนตรดังกล่าว

ขณะที่เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา อัยการสูงสุด ได้ มีคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 1400/2563 ลงวันที่ 4 ส.ค. 2563 แต่งตั้งพนักงานอัยการเป็นคณะทำงานพิจารณามีคำสั่งคดีอาญาสำนวน ส.1 เลขรับที่ 107/2556 ของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 โดยมีคณะทำงานประกอบด้วย นายอิทธิพร แก้วทิพย์ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน, นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ เป็นรองหัวหน้าคณะทำงาน, นายอุทัย สังขจร เป็นคณะทำงาน, นายประยุทธ เพชรคุณ เป็นคณะทำงานและเลขานุการ, นายนรา เขมอุดลวิทย์ เป็นคณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ โดยมีนายสมใจ โตศุกลวรรณ์ เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน เพื่อพิจารณาสำนวนคดีต่อไป

ภายหลังจากอัยการได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายวรยุทธแล้ว แต่ปรากฏข้อเท็จจริงใหม่ว่า มีผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นเกี่ยวกับอัตราความเร็วในการขับรถของนายวรยุทธ แตกต่างจากอัตราความเร็วที่ใช้เป็นข้อเท็จจริงในการพิจารณาความเห็นสั่งไม่ฟ้อง กับ ประเด็นตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย จึงมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนหาหลักฐาน สอบพยาน และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม