fbpx

ศีลธรรมไปไหน! รองผู้ว่าฯ สุราษฎร์ฯ ด่าประมงพื้นบ้านหน้าด้านเข้าไปจับหอยในคอกผู้ประกอบการ

ใช้เวลาอ่าน: < 1 นาที


รองผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะอ่าวบ้านดอน วอนให้ชุมชนเป็นคนแก้ปัญหากันเอง ฉะนักวิชาการกลางเวทีราชภัฏสุราษฎร์ฯ อย่าเอาตำราฝรั่งมาใช้กับคนไทย ด่าประมงพื้นบ้านหน้าด้าน มีศีลธรรมกันไหม เข้าไปจับหอยแครงในคอกที่ผู้ประกอบการลงทุนซื้อ-เลี้ยงกว่าจะโต


คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้มีการจัดเวทีนโยบายสาธารณะอ่าวบ้านดอน ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. หัวข้อ “กระบวนทัศน์และกระบวนการในการจัดการพื้นที่สาธารณะทางทะเลอ่าวบ้านดอน อย่างมีส่วนร่วม ยั่งยืน และเป็นธรรม” โดยมีนายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งนายสุทธิพงษ์เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นให้เป็นประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะอ่าวบ้านดอน นี่คือบางส่วนจากคำกล่าวเปิดงานของนายสุทธิพงษ์
.
“ปัจจุบันนี้ สถานการณ์ เมื่อวาน (26 มิ.ย.) มีคนตายหนึ่งคน (นายสุรัจ คชรัตน์ อายุ 61 ปี ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของคอกหอยในพื้นที่สาธารณประโยชน์อ่าวบ้านดอนตามการประกาศจังหวัดที่ให้ชาวบ้านจับสัตว์น้ำได้ ได้ขับเรือออกมาห้ามปรามกลุ่มชาวประมงพื้นกว่า 100 ลำ ได้อ้างสิทธิเข้าไปจับหอย แต่ชาวบ้านไม่มีใครสนใจ ทำให้นายสุรัจวูบและล้มลงเสียชีวิตอยู่ในเรือ แพทย์ระบุว่า เหตุจากหัวใจวายเฉียบพลัน) หากเราคิดว่า คนนั้นคือญาติพี่น้องของเราจะรู้สึกอย่างไร สุราษฎร์ฯ ตอนนี้ สถานการณ์ต่างๆ มันรุมเร้าเข้ามาเหลือเกินกับความไม่เข้าใจ ชุมชนแต่เดิม เขาอยู่กันอย่างมีความสุข เพิ่งเกิดเรื่องมาเมื่อปีที่ผ่านมา คนที่แก้ปัญหาได้ดีที่สุดคือคนที่รู้ปัญหานี้ คือคนที่ใกล้ชิดปัญหาที่สุด วิงวอนเถอะครับ คนที่ไม่รู้ปัญหานี้ อย่าไปดำเนินการ ชุมชนเขามีช่องทาง มีวิถีของชุมชน ในการแก้ปัญหา ข้อเสนอแนะต่างๆ หากเข้ามาแบบเป็นกลาง ก็โอเค ถ้าทำอย่างบริสุทธิ์ใจ อย่ามีแอบแฝงเรื่องผลประโยชน์”
.

.

“แต่ที่ผ่านมา มันเกิดเรื่องเพราะอะไร ผมเล่าได้ละเอียดทุกส่วน เราจะทำลาย จ.สุราษฎร์ธานีกันถึงขนาดนี้เชียวหรือ คนระยำทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง วิงวอนในฐานะ ผมคนสุราษฎร์ สำนึกรักถิ่นเกิด คนที่รู้ปัญหาฉาบฉวย เอาทางวิชาการและกฎหมายมาพูด มากำหนดกฎเกณฑ์ให้เขาเดิน ถ้าพวกเรารักสุราษฎร์ธานีจริง เหตุการณ์อย่างนี้จะไม่เกิดขึ้น ที่เก็บหอยกันอยู่มีคนสุราษฎร์อยู่ไม่ถึง 20 % ลงไปดูกับผม ถ้าคนไหนแน่จริงนะ เมื่อวาน (26 มิ.ย.) ที่ช็อกตาย เพราะอะไร ถ้าคนมีศีลธรรม จะเข้าไปเอาของที่เขาซื้อมาไหม ศีลธรรมไปไหน คุณธรรม จริยธรรมส่วนบุคคลหายไปในอ่าวบ้านดอน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเปิดใจ”

.
“ผมยืนยันว่า ไม่มีผลประโยชน์ในอ่าวบ้านดอน ความจริง ผมควรมีเป็นพันไร่ เพราะตอนนั้นผมเป็นรักษาการนายอำเภอ แต่คนอย่างผมมีศักดิ์ศรีพอ หยิ่งพอ ไม่ขอใครด้วย ผมอยากให้อ่าวบ้านดอนเต็มไปด้วยความผาสุก ความสงบสุข ดังนั้น ขอวิงวอนอย่าดึงสุราษฎร์ธานีให้เสียหายไปกว่านี้ ถ้าไม่รู้จริง อย่าพูด อย่าอวดเก่ง ขอร้อง ปล่อยให้ชุมชน เขาแก้ปัญหา อย่ารู้ปัญหาดีกว่าประชาชน ถ้ามีจิตสำนึกรักบ้านเกิดจริง คุณไปอยู่สัก 2-3 เดือน คุณกล้าหรือไม่”
.

.

“คุณมาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ กฎหมายแก้ไม่ได้ เมื่อจะแพ้ชนะกันด้วยกฎหมาย นักข่าวคนหนึ่งบอกว่า ทะเลเป็นของส่วนรวม คนปัตตานีก็มีความชอบธรรมจะเข้ามา แต่เข้าไปแล้วกระทบกระเทือนสิทธิของคนอื่นไหม ศีลธรรมอยู่ในใจ เขาเอาหอยไปปล่อย แล้วยังหน้าด้านไปเอา น่าอายไหม โดยเฉพาะนักวิชาการบางท่านที่พูดแบบนั้น ลองคิดถึงพวกคุณเอง กู้เงินมา ผมไปเยี่ยมบ้านคนตาย กู้เงินมา 3.3 ล้านบาท เรือประมงที่อ้างว่าเป็นประมงพื้นบ้านเข้าไปเก็บหอยในคอกของเขา ลูกชายออกไปขอร้องว่า หอยนี่ซื้อมา”


.
“คนไทยหรือเปล่าวะ ที่หน้าด้านตรงนั้น ที่รุมเข้ามา สุดท้าย เขาช็อกเสียชีวิต ขอให้คนที่รู้ปัญหา เขาแก้กัน จะเอาตำรับตำรามาแก้ เชิญนักวิชาการได้มีภารกิจนำหน้าแล้วเก่งกันนักหน้า ประเทศไทยเหมือนประเทศตะวันตกไหม เอาหลักของตะวันตกมาคิดกับประเทศไทย มันเหมือนกันไหม ไม่ใช่ไม่อ่าน ผมอ่านนะ และก็ไปสัมผัสกับชาวบ้านมา 2 เดือน ผมกล้าพูดว่ารู้ดีกว่าอาจารย์หลายท่าน เพราะผมไปดูมาจริง ลูกหอย 1 กิโลกรัม มี 35,000 เหลือครึ่งเดียว 15,000 ตัว นี่คือตัวเลขที่เป็นสวรรค์ ถามว่า ความเป็นจริงเป็นอย่างไร เอามาก็ต้องอนุบาลก่อน ฝนตกก็ต้องย้าย เขากว่าจะได้มา ต้องเลี้ยงมา หลายคนกลับชื่นชมว่านั่นเป็นของสาธารณะ กว่าหอยเขาจะโต เขาใช้เวลา แรงงาน และเงิน”
.

“ผมพูดอย่างนี้จะหาว่า ไปเข้าข้างผู้ประกอบการ ผมเรียนหนังสือที่สุราษฎร์ เขาให้มาเป็นนายอำเภอที่สุราษฎร์ ผมปฏิเสธ ผมไม่อยากมา จ.สุราษฎร์ ตั้งแต่ย้ายมา 2 ปีเต็ม สุราษฎร์ธานีทำไมมันยากเหลือเกิน ขอร้องอย่าช่วยกันดึงให้ตกต่ำอีกเลย อย่าคิดว่าคุณเก่งกว่าเขา คุณเก่งบางเรื่อง ผมว่าแน่จริงไปเลี้ยงแข่งกับเขา ถ้าชนะ ผมให้เหยียบ ชาวบ้านไม่ได้โง่ ฟังเขาบ้าง”