fbpx

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : ทางรอดสุดท้ายของ “การบินไทย”

ใช้เวลาอ่าน: 10 นาที

“สนธิ”ส่งท้ายมหากาพย์หน้ากากอนามัย “จุรินทร์”กำลังถูกดำเนินคดีฐานนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ชี้กรณีจีนพัฒนาเกาะไหหลำเป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นแทนฮ่องกงได้ เพราะยังเป็น 1 ประเทศ 2 ระบบ แต่อีก 27 ปีเมื่อฮ่องกงเป็นของจีนโดยสมบูรณ์แล้ว ฮ่องกงก็จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมณฑลกวางตุ้ง และไหหลำจะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจใหม่แทน ส่วนทางรอดของการบินไทยนั้น ต้องไปเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ ขอลดหนี้เปลี่ยนเป็นหุ้นบุริมสิทธิ์ แล้วลดขนาดองค์กร ลดคนลง 50% ลดเงินเดือนผู้บริหาร ลดต้นทุนทุกอย่าง บินเฉพาะภายในประเทศก่อน ต่างประเทศอาจบินเฉพาะไปจีน หรือจัดชาร์เตอร์ไฟลต์ แต่ละแผนกต้องหาวิธีสร้างรายได้ ไม่ว่าครัวการบินไทย แผนกช่าง ต้องเจียมตัวว่าตัวเองจน และรู้จักทำหากิน แนะดูเจแปนแอร์ไลน์เป็นตัวอย่าง เคยล้มละลาย แต่กลับฟื้นมามีกำไรจนปัจจุบันกลับมาเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้

วันที่ 15 พ.ค.63 เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” และช่องยูทูป Sondhitalk ที่จะมาเล่าเรื่องของการบินไทยทำไมรัฐต้องเอาเงินอุ้มการบินไทยไว้ ทางออกสุดท้ายคืออะไร เเล้วธุรกิจการบินในอีก 2 ปีข้างจะไปทางไหน เเละวันนี้ยังมีตอนจบของหน้ากากหายไปไหน ทุกวันนี้ประชาชนยังหาหน้ากากอนามัยราคา 2.50 ไม่เจอ แล้วใครต้องรับผิดชอบ ติดตามรัมชมได้ในรายการ Sondhitalk : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง ep 33 : ทางรอดสุดท้ายของ “การบินไทย”

คำต่อคำ SONDHI TALK [15 พ.ค. 63] : ทางรอดสุดท้ายของการบินไทย

สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ก็เป็นเหมือนเช่นเคย ทุกๆ วันศุกร์เรามาพบกัน ในเวลา 09.00 น. หรือ 09.00 น.กว่านิดๆ ในรายการคุยทุกเรื่องกับสนธิ

ก่อนอื่นก็กลับไปสู่เรื่องเก่าๆ เรื่องเดิมๆ คือช่องทางการรับชมว่ามีอะไรบ้าง

วันนี้ผมจะมาบอกให้ฟังว่าช่องทางการติดต่อของ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” หรือ SONDHI TALK ได้ทางไหนบ้าง ทางแรกคือทางเฟซบุ๊ก ให้กด Like หรือกด Follow แล้วกดติดตาม แล้วเลือก See First ไปเลยในเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” เมื่อชมแล้วก็ช่วยกันแชร์ออกไปมากๆ เพื่อให้บางคนที่ยังไม่ได้อยู่ดูได้ความรู้กับสิ่งที่ผมพูด แล้วเดี๋ยวนี้เราก็ไลฟ์สดผ่านยูทูปเช่นกัน ให้เข้าไปใน YouTube ค้นหาคำว่า SONDHI TALK กด Subscribe เอาไว้ เปรียบเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ รวบรวมทุกอย่างตั้งแต่รายการในอดีต “มองโลก มองเรา กับสนธิ” “บันทึกลับบ้านพระอาทิตย์” จนมาถึงรายการ “SONDHI TALK”

สำหรับแฟนรายการคนไหนอยากดูเนื้อหา ตลอดจนการถอดคำพูดเป็น text ก็ให้เข้าไปที่ www.sondhitalk.com เพราะจะรวมไว้ในเว็บไซต์โดยแยกเป็นแต่ละหมวดหมู่ครบทุกเรื่องทีเดียวครับ

สุดท้าย สำหรับท่านผู้ชมที่ไม่อยากเห็นหน้าผม แต่อยากฟังเสียงผม อยากฟังเรื่องราวที่ผมพูด ก็เข้ามาฟังที่ podcast ถ้าท่านที่ใช้ iPhone – iOS ก็เข้าไปที่แอปฯ podcast เมื่อกดเข้าไปแล้วก็ search คำว่า SONDHI TALK ก็จะมีให้ทุกรายการ ส่วนท่านผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์ระบบ android ก็กดเข้าไปเหมือนกัน แต่จะมีคำว่า Podbean แล้วก็กดเข้าไป

ท่านผู้ชมครับ อย่าลืมนะครับวันนี้เป็นวันที่เราเปลี่ยนการฝากร้านทุกๆ วันศุกร์ ท่านผู้ชมอยากจะฝากร้านขายของก็ฝากมา ผมก็ซื้อข้าวของจากการฝากร้านไปหลายอย่างแล้ว มีความรู้สึกดีใจกับของที่ผมซื้อไปส่วนใหญ่จะมีคุณภาพ ถ้าเป็นอาหารก็ใช้ได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมอยากจะฝากร้านขายของอะไร ก็เป็นบริการฟรีที่เราทำให้ทุกๆ วันศุกร์

ท่านผู้ชมครับ วันนี้เป็นวันที่ผมจะมีเรื่องที่จะพูด 3 เรื่อง เรื่องแรก คือ ผมบอกว่าเป็นฟินาเล่ของเรื่องหน้ากากอนามัย ว่าวันนี้เป็นตอนจบ จบจริงๆ แล้วก็เป็นเพียงแต่ทิ้งบางเรื่องไว้ให้ท่านผู้ชมคอยติดตามต่อก็แล้ว

ถ้าท่านผู้ชมได้ติดตามเรื่องหน้ากากอนามัยมาตั้งแต่ต้น ท่านผู้ชมหลายๆ ท่านก็จะรู้เรื่องนี้ว่ามันมีอะไร ไปอย่างไร แล้ววันนี้ผมจะพูดตอนจบให้ เรื่องที่สองที่ผมจะพูด จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับต่างประเทศ คือเกาะไหหลำ ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ มันมีข่าวออกมาเยอะพอสมควร ว่าประเทศจีนจะย้ายฮ่องกงมาอยู่ที่เกาะไหหลำ หรือว่าจะให้เกาะไหหลำเป็นอย่างเช่นเกาะฮ่องกง อันนี้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และผู้นำจีนคิดอย่างไร วางยุทธศาสตร์ระยะยาวอย่างไรบ้างในเรื่องของเกาะไหหลำ ประเดี๋ยวผมจะเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ท่านผู้ชมฟัง

เรื่องสุดท้ายที่ผมจะต้องพูดวันนี้ ก็คือเรื่องของการบินไทย ท่านผู้ชมครับ การบินไทยนั้นผมได้พูดไปหลายครั้งแล้ว ถ้าผมจำไม่ผิด ถ้าจะโยงกลับไประยะยาวนานเลยก็คือ ผมเคยพูดในปี 2558 ครั้งหนึ่ง แล้วก็ทั้งที่เราทำรายการคุยทุกเรื่องกับสนธิ ผมก็คุยไป 3 ครั้ง ทั้งหมด วันนี้ก็จะเป็นเหมือนกับการมาตอกย้ำในสิ่งที่ผมพูด และผมจะมีข้อเสนอแนะอะไรบางอย่าง ซึ่งท่านผู้ชมติดตามมมาแล้วก็ฟังดูก็แล้วกันนะครับ

ท่านผู้ชมครับ ในเรื่องหน้ากากอนามัยนั้น ความจริงแล้วผมมีข้อมูลเยอะพอสมควรที่จะพูดให้มันปิดฉากเรื่องหน้ากากอนามัย แต่เผอิญเรื่องหน้ากากอนามัยในขณะนี้ หลายๆ เรื่องไปที่ ป.ป.ช.แล้ว เมื่อไปที่ ป.ป.ช.แล้ว ผมคิดว่าผมคงไม่อยากจะก้าวล่วงไปในเรื่องรายละเอียดบางอย่าง เพราะมันจะไปกระทบสำนวนคดีต่างๆ เอาเป็นว่าผมเอาเรื่องบางเรื่องที่ท่านผู้ชมอาจจะควรรับทราบเอาไว้ แล้วก็คิดตามผมไปก็แล้วกันว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร

เรื่องหน้ากากอนามัยในขณะนี้ที่ผมทราบก็คือว่า คุณอัจฉริยะ ได้ทำเรื่องที่จะร้องเรียนไปยัง ปอท. กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ว่าคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ นั้นได้พูดโกหก ไม่พูดความจริง ในสื่อทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ หรือในเว็บไซต์ หรือในพวกที่เกี่ยวกับทางด้านคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของที่คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ พูดในวันที่ 29 มกราคม พ.ศ.2563 คุณจุรินทร์พูดบอกว่า หน้ากากอนามัยนั้นยังมีเหลืออยู่ 200 ล้านชิ้น มีพอใช้ไป 4-5 เดือน แล้วต่อมาภายหลัง ประมาณเดือนเมษายน ต้นๆ เมษายน คุณจุรินทร์บอกว่า เป็นการพูดแบบเข้าใจผิด ที่คุณจุรินทร์หมายถึง หมายถึงว่ามีวัตถุดิบพอที่จะทำหน้ากากอนามัยได้ประมาณ 200 ล้านชิ้น แล้วหลังจากนั้นผมจำได้ว่าผมออกมาอธิบายให้คุณจุรินทร์ฟังว่า สิ่งที่คุณจุรินทร์พูดนั้นผมส้บสน และท่านผู้ชมหลายๆ ท่านก็สับสน เพราะคุณจุรินทร์พูดชัดเจนว่ามีหน้ากากอนามัยเหลือ 200 ล้านชิ้น และในขณะเดียวกัน แม้กระทั่งในเพจของพรรคประชาธิปัตย์ก็ยืนยันว่ามีอยู่ 200 ล้านชิ้นจริง ก็เอาเป็นว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ ปอท. ผู้บังคับการ หรือกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีก็ตัดสินใจเอาเรื่องที่คุณอัจฉริยะร้องเรียนไปนั้น ส่งไปให้ ป.ป.ช.เรียบร้อยแล้ว นี่ก็เป็นคดีหนึ่งที่คุณจุรินทร์ก็คงต้องไปแก้ต่างตรงนั้น

แต่อีกตัวหนึ่งซึ่งกำลังตามมาก็คือ ได้มีการเตรียมตั้งข้อหาคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ว่าทำผิดมาตรา 157 คือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายๆ เรื่อง เช่น เรื่องของการที่คณะกรรมการ กกร.มีมติหลายๆ มติโดยที่ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของ ครม. ซึ่งเท่าที่ผมทราบนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ผิดระเบียบ หรือผิดกฎหมาย อะไรทำนองนั้น แล้วคนที่ร้องก็คือเจ้าเก่า คุณอัจฉริยะ ซึ่งรู้สึกจะเป็นคู่กัดกับคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ และเป็นคู่กัดกับคุณมัลลิกา บุญมีตระกูล ตลอดเวลา ถึงขั้นมีไปฟ้องร้องกันในศาล ก็ว่ากันไป ว่าจริงๆ แล้ว 157 ที่พูดถึงนั้น พูดถึงเรื่องอะไรบ้าง ว่าทำไมถึงโดน 157 แต่ว่ามีผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้ดูดีๆ แล้ว ก็ให้ความเห็นทางกฎหมายมา ซึ่งอันนี้ผมก็เพียงแต่เล่าให้ฟัง ไม่ได้กล่าวหาอะไรคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ว่าท่านผู้เชี่ยวชาญ ท่านผู้รู้ ท่านศึกษากรณีของหน้ากากอนามัยซึ่งคุณจุรินทร์นั่งเป็นประธานอยู่ที่หัวโต๊ะ แล้วก็ประชุมกันทุกครั้ง แล้วก็รู้สึกจะมีคุณมัลลิกา บุญมีตระกูล เข้าเพียงครั้งเดียว ที่เซ็นชื่อ แต่ก็มีผู้ซึ่งประชุมอยู่บอกว่าจริงๆ แล้วคุณมัลลิกาเข้าทุกๆ ครั้ง แต่เซ็นชื่อครั้งเดียว ก็เอาเป็นว่าเอาตามหลักฐานก็แล้วกันว่าคุณมัลลิกาเข้าเพียงครั้งเดียว

คนที่เขาศึกษาเรื่องนี้โดยละเอียด เขาแจ้งมาให้ทราบว่า ในข้อเท็จจริงแล้ว ลักษณะของการบริหารสั่งการในเรื่องหน้ากากอนามัยนั้น ไม่ได้ต่างอะไรไปกว่าการบริหารและสั่งงานของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในกรณีของการจำนำข้าว ลักษณะ วิธีการ กระบวนการ ขั้นตอน จะมีอะไรที่มีการละม้ายคล้ายคลึงกันมาก ซึ่งเรื่องนี้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผมก็ไม่รู้ ผมรู้แต่ว่า ถ้ามันเป็นเช่นนั้นแล้ว คุณจุรินทร์ก็คงจะต้องเหนื่อยหน่อยแล้วกัน เพราะเรื่องนี้ผมต้องเรียนให้ทางคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ และคุณมัลลิกา บุญมีตระกูล ตลอดจนพลพรรคพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหลายที่แอบเชียร์คุณจุรินทร์อยู่ ว่าเรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ เพราะว่าประชาชนที่ขาดแคลนหน้ากากอนามัยไม่เคยลืมเรื่องราวที่หน้ากากอนามัยขาดแคลนเป็นบ้าเป็นหลังในยุคที่คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และจะต้องดูแลรับผิดชอบในเรื่องต่างๆ เหล่านี้่

แต่มีข้อมูลบางอย่างที่ผมอยากจะฝากบอกท่านผู้ชม นี่ไม่ได้เป็นการกล่าวหาคุณจุรินทร์ แต่ว่าท่านผู้ชมจำได้ไหมครับ ผมเคยบอกว่าคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ วันที่ 29 มกราคม ได้มีการประชุม และบอกว่าหน้ากากอนามัยมีอยู่แล้ว 200 ล้านชิ้น มีเพียงพอใช้อีก 4-5 เดือน ถึงไม่ผลิตใหม่ก็ยังมีพอใช้ 29-30-31-1-2-3 หกวัน แล้ววันที่ 4 ถึงจะมีการประกาศ เอาหน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุม และหลังจากนั้นอีก 2 วัน ก็ห้ามส่งออก

ที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง และเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา ก็คือว่า กรมศุลกากร วันนี้ได้ตัวเลขสุดท้ายมาแล้ว ผมไปเช็กมาเรียบร้อยแล้วว่า ตั้งแต่วันที่ 1-4 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะมีการประกาศหน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุม และต่อด้วยการห้ามส่งออกนั้น ได้มีการส่งออกหน้ากากอนามัย โดยบริษัท 159 บริษัท คิดเป็นน้ำหนัก 135 ตัน ก่อนที่จะมีการประกาศเป็นสินค้าควบคุม อย่างที่ผมเคยเรียนให้ทราบว่า เอ๊ะ มันมีความเป็นไปได้ไหมที่ใครบางคนในคณะกรรมการของคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ อาจจะปล่อยข่าวเรื่องนี้ให้กับพ่อค้าทุกคนทราบว่า จะมีการห้ามส่งออกแล้วนะ แล้วจะมีอยู่ในสินค้าควบคุม เพราะฉะนั้นแล้ว ก่อนที่จะมีการประกาศราชกิจจานุเบกษา ก็จะสามารถส่งออกได้ เพราะฉะนั้นถ้าคุณมีหน้ากากอนามัยอยู่ คุณก็รีบส่งออกซะ เพราะตอนนี้กำลังเป็นที่ต้องการในต่างประเทศ และให้ราคาที่สูงมาก ตรงนี้ต่างหากที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่… มีคนเขาสงสัยมา ผมไม่ได้คิดว่าคุณจุรินทร์เป็นคนทำ แต่เป็นไปได้ไหมว่าคนใดคนหนึ่งในคณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องนี้ หรือคณะกรรมการ กกร. ของกระทรวงพาณิชย์ อาจจะเป็นคนที่ปล่อยข่าวให้พ่อค้า อย่างที่ผมเคยเรียนให้ทราบว่า ผมไม่เคยไว้ใจพฤติกรรมของพ่อค้ากับข้าราชการประจำเลย อะไรก็ตามที่สามารถทำมาหากินได้ ข้าราชการประจำก็จะส่งออกไป แล้วก็จะแจ้งให้กับพวกพ่อค้าทราบ พ่อค้าก็สามารถทำมาหากินได้

หรืออีกนัยหนึ่ง ถ้าท่านผู้ชมจำได้ ผมเคยพูดในเรื่องของการประกันราคาพืชผล การประกันราคาพืชผลนั้น ยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ ถ้าคุณจุรินทร์มีนโยบายการประกันราคายาง ว่าราคายางจะตั้งเอาไว้กิโลกรัมละเท่าไร ต้องเพิ่มกว่าเก่า เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าคุณจุรินทร์ หรือคนที่ใกล้ชิดคุณจุรินทร์ ผมไม่คิดว่าคุณจุรินทร์ทำ คนที่ใกล้ชิดคุณจุรินทร์ ผมไม่ทราบว่าเป็นใคร ก็อาจจะบอกว่า บอกพวกพ่อค้า อย่างเช่นห้างบีเท็กซ์ ห้างใหญ่ทางใต้ หรือพวกที่รับซื้อยาง พวกนายทุนทั้งหลาย ว่า อีกไม่กี่อาทิตย์ อีก 2-3 อาทิตย์ เดี๋ยวจะมีการประกาศกการประกันราคายางขึ้นมาแล้ว พวกนี้ก็จะไปกว้านซื้อยางจากชาวบ้านมา แล้วก็เอามาเก็บไว้ในสตอก โรงงานที่เก็บยาง แล้วพอถึงเวลาที่ประกาศประกันราคายาง สมมุติว่าเขาไปกว้านซื้อมากิโลกรัมละ 10 บาท แล้วเขาประกันราคายางกิโลกรัมละ 17 บาท ก็หมายความว่าพ่อค้าจะกำไรทันที 7 บาท เมื่อการประกาศประกันราคายางออกมา มันก็จะเกิดภาวะการณ์ที่เรียกว่าชาวบ้านไม่มียางอยู่ในมือแล้ว เพราะชาวบ้านไม่รู้ว่าจะมีการประกาศประกันราคายาง ก็เลยขายทิ้งไป ก็มีความเป็นไปได้ ใช่ไหมครับ นี่ผมเพียงแต่ยกตัวอย่างให้ฟังนะ แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นการกล่าวหาคุณจุรินทร์ ว่าคุณจุรินทร์รับทราบหรือคุณจุรินทร์อยู่เบื้องหลัง แต่ผมพูดว่ามันเป็นไปได้ ถ้าระบบมันเป็นอย่างนี้ เพียงแต่ว่าคนที่ใกล้ชิดคุณจุรินทร์ หรือคนที่รับทราบข่าวสารต่างๆ พวกนี้ ก็สามารถที่จะกระซิบบอกไป พ่อค้าก็ไม่ต้องทำอะไรมากมาย พ่อค้าก็บอกว่า ถ้าคุณประกันราคา 17 บาท ผมกำไร 7 บาท ผมก็แบ่งให้คุณ 2 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งหมดกี่หมื่นกิโลกรัม กี่แสนกิโลกรัม กี่ล้านกิโลกรัม กี่สิบล้านกิโลกรัม ก็ต้องว่ากันไป เอาตัวเลขคูณเข้าไป ก็ไม่ใช่เรื่องราวที่ใหญ่โตนักในการที่จะคำนวณผลกำไรที่เลวๆ แบบนี้ ที่ชั่วๆ แบบนี้

นี่คือตัวอย่างอันหนึ่งที่เห็นชัด ซึ่งเอาเรื่องราคายางมา การประกันราคายาง กับเอาเรื่องหน้ากากมา ลักษณะมันคล้ายๆ กัน แล้วมันก็คล้ายๆ กับจุดที่ผมเคยโยงกลับไปให้ท่านผู้ชมฟัง จำได้ไหม เรื่องเกี่ยวกับราคาน้ำมันปาล์ม ว่าน้ำมันปาล์มขาดตลาด ก็ตั้งเลย ราคาประกัน ราคาขายน้ำมันปาล์มขวดหนึ่งต้องไม่เกินเท่านี้ เดินไปตามแผงบนห้างสรรพสินค้าก็จะไม่มีน้ำมันปาล์มเหลือ แต่ว่าเขาจะมีน้ำมันปาล์มขายเป็นถุง ถุงพลาสติก สมมุติราคาประกันไว้ ราคาควบคุมที่ 40 บาท เขาจะขายถุงละ 80 บาท หรือ 60 บาท หรือ 70 บาท อะไรทำนองนี้

เรื่องทำมาหากินกับความเป็นอยู่ของประชาชน เป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก เรื่องการทำให้หน้ากากขาดตลาด เรื่องการไปรังแกชาวสวนยางที่เขาควรจะได้ราคาที่ดีขึ้น แล้วก็ไปเอื้อนายทุน หรือเรื่องที่ไปเอื้อนายทุน ซึ่งเป็นเจ้าของน้ำมันปาล์ม เป็นเรื่องที่เลวทรามบัดซบที่สุด ซึ่งผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำนะ แต่ผมคิดว่ามันเกิดขึ้นอย่างแน่นอนที่สุดและมันเป็นเรื่องความเป็นจริง

เพราะฉะนั้นแล้ว ในวันที่ 1 ถึงวันที่ 4 นั้น มีการส่งออก โดย 159 บริษัท คิดเป็นน้ำหนัก 135 ตัน ประมาณ 136 ตัน ก็แล้วกัน คิดง่ายๆ ทีนี้ผมก็เลยมานั่ง เอาเครื่องคิดเลขมาคำนวณว่า หน้ากาก 1 ชิ้น หนักเท่าไร แล้วถ้าคำนวณหารไปด้วยจำนวน 135 ตัน หรือ 136 ตัน

ผมคำนวณไปคำนวณมาแล้ว ท่านผู้ชมเชื่อไหมว่า มันตกหน้ากากประมาณ 182 ล้านชิ้น ท่านผู้ชมครับ ซึ่งมันก็ใกล้เคียงกับจำนวนหน้ากาก 200 ล้านชิ้น ซึ่งคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เคยบอกว่ามีอยู่แล้ว และตอนหลังมาบอกว่าเข้าใจผิด ผมคิดว่าตรงนี้ต่างหากเป็นเรื่องที่คุณจุรินทร์คงจะต้องชี้แจงให้ดีๆ และเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่คาใจประชาชนมาตลอด และต่อไปอีกในอนาคต เพราะคุณจุรินทร์ก็ทำอะไรที่ทำให้ประชาชนกังขา อย่างเช่นกรณีอ้างว่าหน้ากาก 200 ล้านชิ้นนั้น จริงๆ แล้วพูดผิด มันเป็นวัตถุดิบ และอีกอย่างที่น่าสนใจ พอข่าวนี้ออกมาในตอนแรกว่ากรมศุลกากรอ้างบอกว่า ได้รับการส่งออกอย่างนี้ปั๊บ ท่านอธิบดีกรมการค้าภายในท่านก็ฮึดฮัดทันทีเลย ท่านออกมาฟ้องกรมศุลกากรทันทีว่าหมิ่นประมาทท่าน ส่วนทางกรมศุลกากรเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาก็บอกว่าการส่งออกนี้ เขาปล่อยให้ส่งออกตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ที่บอกว่าห้ามส่งออกเว้นแต่ได้รับอนุญาต ถ้าผู้ประกอบการเขามีใบอนุญาต ซึ่งใบอนุญาตจะได้มาอย่างไร ด้วยวิธีใด เส้นสายใคร ยัดเงินใต้โต๊ะใคร เขาไม่สนใจ เพราะถือว่ามีใบอนุญาตแล้ว กรมศุลกากรก็ไม่สามารถจะไปห้ามการส่งออก แต่เชื่อว่าหลังจากนี้แล้ว กระทรวงพาณิชย์คงเข้มงวดเรื่องนี้มากขึ้น แล้วคุณวิชัย อธิบดีกรมการค้าภายใน ก็อ้างว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดูถูก เหยียดหยาม หมิ่นประมาท โน่นนี่นั่น ท่านก็เลยยื่นฟ้องไป เรื่องราวเป็นอย่างไรผมไม่รู้ แต่เรื่องราวที่แน่ๆ ที่สุด ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้ เพราะว่าตอนนี้พอมาตรการถึงการฟ้องว่าคุณจุรินทร์ผิด 157 แล้ว ถ้าตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายเขารับเรื่องแล้ว เมื่อรับเรื่องแล้ว เขาก็สามารถจะส่งเรื่องนี้ไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ตอนนี้ ปปง.มีอาวุธแล้ว เพราะ ปปง.เมื่อได้รับการยื่นร้องขอมาจากหน่วยงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานตำรวจแล้ว ปปง.ก็สามารถจะตรวจสอบเรื่องการเดินทางของเงินได้ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเงินจะมีเข้าบัญชีใครผิดปกติบ้างหรือเปล่า ซึ่งอันนี้ตรวจสอบได้ไม่ยาก ผมคิดว่าคงจะตรวจสอบกันหมดนะ คนใกล้ชิด ทั้งตัวคนที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ นักการเมืองบางคน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง ก็คงจะตรวจสอบ อาจจะย้อนหลังไปเลย 1-2 ปีก่อน คุณมีเงินเข้ามาเท่าไร สมัยนี้คุณมีเงินเข้ามาเท่าไร มีเงินอะไรที่มันผิดปกติเข้ามาบ้างไหม และเขาคงจะไม่ตรวจสอบเฉพาะเจ้าตัว คงจะตรวจสอบครอบครัวด้วย คงจะตรวจสอบภรรยาด้วย หรือสามีด้วย ผมก็ไม่รู้นะ ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องราวที่ผมก็ไม่สบายใจ หลายๆ คนก็ไม่สบายใจ ผมก็คิดว่าอยากจะให้เรื่องนี้มันจบไปเสียที แต่ผมทิ้งท้ายเอาไว้แค่นี้แล้วกัน แต่ผมยืนยันว่า เรื่องนี้ต้องตามต่อไปเรื่อยๆ แต่ผมสรุปให้โดยที่ผมเปิดประเด็นเรื่องนี้มา เสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็ไล่ที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร ผมไล่ไทม์ไลน์ให้ฟัง และผมก็เห็นข้อผิดปกติในการประชุม ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 4 ช่วงนั้นเว้นว่าง ไม่ได้ประกาศสินค้าควบคุม ซึ่งถ้าจะประกาศสินค้าควบคุม ก็น่าจะประกาศทันที

การประกาศสินค้าควบคุมและห้ามส่งออก อุปมาอุปไมยเหมือนการประกาศลดค่าเงินบาท เพราะถ้าคนภายในรู้ คนภายในสามารถจะเอาประโยชน์จากข้อมูลตรงนี้ไปทำมาหากินได้ หรืออุปมาอุปไมยเหมือนการประกาศประกันราคาพืชผลทางการเกษตร ถ้าจะประกันราคาสินค้าตัวนี้ อย่างเช่นยาง ก็ต้องประกาศเหมือนค่าเงินบาท คือต้องไม่มีใครรู้เลย มีท่านรัฐมนตรีรู้คนเดียว คนที่มีอำนาจ แล้วต้องปิดปากเงียบ ไม่พูดกับใครทั้งสิ้น อะไรทำนองนี้ ซึ่งเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ ไม่รู้ แต่ว่าสิ่งที่ควรจะทำ มันต้องเป็นเช่นนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว จงจำเอาไว้ ว่าเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ แต่ว่าผมเล่าเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ให้ฟัง เล่าข้อสังเกตให้ฟัง เล่าวัน ว. เวลา น. ไทม์ไลน์ให้ฟัง แล้วเล่าให้ฟังว่าระหว่างวันนี้เกิดอะไรขึ้น แล้วเล่าให้ฟังว่าของที่เคยมีอยู่ แล้วจู่ๆ มันหายไปหมด นี่คือคำตอบที่จะให้ท่านผู้ชม ท่านผู้ชม ผมตั้งปุจฉาให้ ท่านผู้ชมวิสัชนาเอาเองก็แล้วกันว่าใครอยู่เบื้องหลัง ผมไม่ได้มีหน้าที่มาบอกว่าใครต้องรับผิดชอบ แต่คิดว่าท่านผู้ชมฟังแล้วคงจะพอจะรู้ว่าคนที่เกี่ยวข้องนั้นน่าจะมีใครบ้าง

ท่านผู้ชมครับ เกาะไหหลำจะมาแทนเกาะฮ่อกงหรือไม่ ตอนนี้ข่าวพวกนี้ในโซเชียลมีเดียมันก็กระจายกันไปมาก บางครั้งเรื่องบางเรื่องมันไม่ใช่เพิ่งเกิด มันเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ว่าเผอิญมีคนส่งเข้ามาคนก็เลยแชร์กันแหลก แล้วคนที่อ่านข่าวพวกนี้ บางทีฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด ก็เลยมโนกันไปเลอะเทอะไปหมด อย่างเช่นว่า ไหหลำจะมาแทนเกาะฮ่องกง

ผมคิดว่าผมสรุปอย่างนี้ดีกว่า ง่ายๆ คือผมมองว่าคลิปที่เคยมีอยู่ในโซเชียลมีเดีย เป็นคลิปที่ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งเขาประกาศออกมาว่า อีกหน่อยไหหลำจะมาแทนฮ่องกง แล้วไหหลำจะมีบทบาทอย่างไรบ้าง

เกาะไหหลำนั้น ขนาดของเกาะใหญ่กว่าฮ่องกง 35 เท่า ฮ่องกงมีพื้นที่ประมาณ 1,100 ตารางกิโลเมตร เกาะไหหลำมีพื้นที่ประมาณ 35,000 ตารางกิโลเมตร แต่ว่าคลิปที่ท่านผู้ชมบางท่านได้เห็น แล้วก็ส่งมา แชร์มา ผมยังได้รับเลย เป็นคลิปที่ออกมาเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งออก แปลว่าอะไร แปลว่าจริงๆ แล้วการวางแนวโน้มของความสำคัญของเกาะไหหลำ และลดความสำคัญของเกาะฮ่องกงนั้น มันอยู่ในแผนยุทธศาสตร์หลักของประเทศจีนอยู่แล้ว เพราะว่าประเทศจีนในขณะนี้ยังทำอะไรกับฮ่องกงไม่ได้อีก 27 ปี เพราะว่าปีที่สิ้นสุด 50 ปีของการ 1 ประเทศ 2 ระบบนั้น อีก 27 ปี ถึงจะสิ้นสุด และเกาะไหหลำนั้น สมัยก่อนเป็นแค่อำเภอๆ หนึ่งของจังหวัดกวางตุ้ง แต่ว่าช่วงหลัง ประมาณเมื่อ 31 ปีที่แล้ว ทางรัฐบาลจีนเขาประกาศตั้งเกาะไหหลำเป็นมณฑล เป็นมณฑลก็คือเป็นจังหวัดๆ หนึ่ง เหมือนกับมณฑลกวางตุ้ง กลายเป็นมณฑลไหหลำ

เกาะไหหลำนั้น อยู่ใกล้กับหมู่เกาะพาราเซล และหมู่เกาะสแปรตลีย์ ซึ่งทั้งสองหมู่เกาะนี้ เป็นหมู่เกาะที่เป็นหลักในการพิพาทกันระหว่างหลายประเทศ อย่างเช่นหมู่เกาะพาราเซล มีข้อพิพาทระหว่างจีน เวียดนาม และไต้หวัน ส่วนหมู่เกาะสแปรตลีย์นั้น มีประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์อยู่ถึง 6 ประเทศ มีจีน เวียดนาม ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน ทำให้มีข้อพิพาทอยู่จนทุกวันนี้

ไหหลำ ตอนที่ยังเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลกวางตุ้ง แล้วถูกยกระดับขึ้นมาเป็นมณฑล ประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในปี ค.ศ.1988 หรือ พ.ศ. 2531 หรือเมื่อประมาณ 31-32 ปีที่แล้ว เป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของจีน เขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนนั้นมีอยู่หลายแห่ง ที่มีชื่อและพวกเรารู้จักกันคือ ในมณฑลกวางตุ้ง ก็มีเซินเจิ้น ที่พวกเราชอบไปซื้อข้าวของราคาถูกในเซินเจิ้น แล้วตอนนี้เซินเจิ้นก็กลายเป็นแหล่ง เป็นศูนย์ เหมือนกับเป็นซิลิคอนแวลลีย์ของจีน ก็คือเป็นการผลิตสินค้าไฮเทคที่มีราคาถูกมาก แล้วเซินเจิ้่นก็เป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทหัวเว่ย ที่ทำมือถือ ในมณฑลกวางตุ้งมีเขตเศรษฐกิจพิเศษอยู่ ก็คือเซินเจิ้น จูไห่ ซึ่งอยู่ติดกัน แล้วก็มีซัวเถา ซัวเถาก็คือคนจีนในประเทศไทย ที่มาอยู่เมืองไทยนั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่มาจากซัวเถา ซัวเถาคือคนแต้จิ๋ว แล้วก็มีเขตเศรษฐกิจพิเศษอีกที่หนึ่ง อยู่ที่มณฑลฝูเจี้ยน เมืองเซียะเหมิน แล้วก็มีอยู่ที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน มณฑลเหลียวหนิง ที่เขตเมืองนั้นชื่อเมืองต้าเหลียน แล้วก็เขตเศรษฐกิจพิเศษของมณฑลไหหลำทั้งมณฑลเลย

ไหหลำเมื่อกลายเป็นมณฑลแล้ว ไหหลำก็แน่นอนที่สุด เน้นในเรื่องของการท่องเที่ยว แล้วก็ไหหลำเป็นเกาะที่มีทรัพยากรธรรมชาติเยอะ มีทั้งพืช มีทั้งสินแร่ มีทั้งน้ำตก มีทั้งหาดทราย และความที่ใหญ่กว่าฮ่องกงถึง 35 เท่า แหล่งท่องเที่ยวเป็นที่น่าสนใจมาก แต่ว่าโครงสร้างพื้นฐานของเกาะไหหลำยังไม่ดีเท่าไรนัก ถนนหนทางก็ยังเล็ก ยังแคบ รถก็ยังติดอยู่ ก็คือเขาเจริญเติบโตเร็วเกินไปจนกระทั่งโครงสร้างพื้นฐานไม่สามารถที่จะรองรับได้

ทีนี้ ตอนหลังไหหลำได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้เป็นเขตการค้าเสรีนำร่องไห่หนาน ไหหลำ ภาษาคนไทยเรียกไหหลำ แต่ภาษาจีนกลางเขาเรียก ไห่หนาน “ไห่” คือ ทะเล “หนาน” คือ ใต้ ทะเลที่อยู่ทางใต้ ถ้าย้อนกลับไปยุคสมัยราชวงศ์หมิง ราชวงศ์ถัง เกาะไหหลำต้องถือว่าเป็นเกาะที่เถื่อนมาก คือโจรสลัดอยู่ พูดง่ายๆ ว่าไม่มีใครไปอยู่ พวกชาวฮั่นทั้งหลายจะไม่อยู่ทางนี้ ชาวฮั่นจะอยู่ทางเหนือลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงขึ้นไป เหนือเซี่ยงไฮ้ขึ้นไปทางเทียนจิน ไปทางเซี่ยงไฮ้ ไปทางหูหนาน หูเป่ย ไปทางอันฮุย ไปทางโน้น ไปทางซีอาน ฉางอาน เกาะไหหลำเป็นเขตการค้าเสรีซึ่งนำร่องแห่งที่ 12 ของจีน เขาพยายามจะพัฒนาให้เป็นเขตการค้าเสรีนำร่องภายในปี 2020 ก็คือปีนี้

ปีนี้เป็นปีที่เกิดโควิด-19 การนำร่องก็เลยต้องช้าหน่อย แต่ยุทธศาสตร์เขตการค้าเสรีที่จะพัฒนาเกาะไหหลำนั้น เขาจะทำทางด้านภาคบริการไอที การเกษตร การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ การท่องเที่ยว เศรษฐกิจมหาสมุทร การศึกษา การพัฒนาระบบนิเวศ และส่งเสริมความสามารถพิเศษของประชาชน ทำเกาะไหหลำให้เป็นศูนย์ขนส่งทางทะเล ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ตลาดหลักทรัพย์ และตลาดค้าทรัพย์สินทางปัญญา

เพราะฉะนั้นแล้วในปี 2562 คือปีที่แล้ว เดือนพฤศจิกายน เมื่อประมาณสัก 7-8 เดือนที่แล้ว เขาได้ส่งเสริมการลงทุนในเกาะไหหลำอย่างหนักเลย คือเขาเปิดกว้างให้นักลงทุนชาวต่างชาติ ให้บริษัทต่างชาติมาสร้างสำนักงานใหญ่ระดับนานาชาติ ส่วนภูมิภาคเขาเริ่มใช้ชุดนโยบายที่เอื้อให้เกิดการลงทุนการค้า เช่น การอนุญาตให้บริษัทกฎหมายต่างชาติ คือบริษัททนายความต่างชาติมาร่วมทุนกับบริษัทกฎหมายของจีน ซึ่งก็เป็นการเปิดประเทศอย่างจริงๆ แล้ว เปิดกว้างภาคการเงินเพื่อสนับสนุนกองทุนเอกชนเข้าสู่ภาคการเงิน และกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับตลาดสกุลเงินจีนนอกประเทศ และประเทศจีนเขามองว่าท่าเรือการค้าเสรีเป็นรูปแบบของเขตเศรษฐกิจที่เปิดกว้างที่สุดในโลก ซึ่งจะช่วยนำความมั่งคั่งมาสู่สถานที่นี้ คล้ายกับสิงคโปร์ และฮ่องกง เขาเลยจัดตั้งกองทุนพัฒนาท่าเรือและสนับสนุนให้บริษัทต่างชาติมาร่วมลงทุนในการสร้างท่าเรือ

อีกข้อหนึ่งซึ่งสำคัญมาก ให้ท่านผู้ชมจำไว้ เขาค่อยๆ ระงับการขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน เพื่อแปลงการใช้รถยนต์ในประเทศ ในเกาะไหหลำ ให้ใช้ไฟฟ้าหมด ท่านผู้ชม ในวันที่เขาพร้อม ซึ่งก็คงอีกไม่กี่ปี ไม่เกิน 5-10 ปีข้างหน้า เกาะไหหลำก็จะไม่มีควันเสียเลยแม้แต่นิดเดียว รถยนต์ทุกคันในเกาะไหหลำจะเป็นรถไฟฟ้าหมดแล้ว และนี่ก็เป็นจุดหนึ่งที่สำคัญมาก เขากำลังเริ่มปูทางให้เกาะไหหลำเป็นเกาะแห่งการตั้งบ่อนการพนัน

โดยเขาเริ่มด้วยการมีการแข่งขัน การพนัน ด้วยการแข่งม้า และพิจารณาให้มีการแข่งกีฬา เล่นการพนัน ก็คือคล้ายๆ เวลาที่ท่านผู้ชมไปที่อังกฤษ หรือไปที่ฮ่องกง มันจะมีร้านค้าที่ให้แทงม้า แทงฟุตบอลได้ เกาะไหหลำกำลังเริ่มแล้ว ซื้อขายลอตเตอรี่บนเกาะไหหลำ ซึ่งความเคลื่อนไหวตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำให้เกาะไหหลำกลายเป็นศูนย์กลางการพนันอีกที่หนึ่ง เพราะในประเทศจีน แหล่งเดียวที่เขาอนุญาตให้พนันได้ก็คือมาเก๊า แต่มาเก๊านั้นเป็น 1 ประเทศ 2 ระบบ แต่พื้นที่ของประเทศจีนจริงๆ ที่อยู่ในขอบขัณฑสีมาของประเทศจีน อย่างเช่นเกาะต่างๆ หรือมณฑลต่างๆ ไม่เคยมีที่ไหนให้ นอกจากเกาะไหหลำกำลังเริ่มอยู่ เพราะฉะนั้นแล้วเกาะไหหลำจะเป็นเกาะแรกหรือเป็นมณฑลเดียวที่เขาให้อย่างนั้นได้ ก็เพราะเขามองว่าเกาะไหหลำนั้นไม่ได้เชื่อมติดต่ออะไรเลยแม้แต่นิดเดียวกับแผ่นดินใหญ่ จะไปต้องนั่งเรือไป หรือนั่งเครื่องบินไป ก็คล้ายๆ กับเกาะฮ่องกง เพียงแต่ใหญ่กว่า 35 เท่า เท่านั้นเอง

ตั้งแต่เขาพัฒนาเกาะไหหลำไป ปรากฏว่านักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมากมายและมีแนวโน้มที่จะดีมากขึ้น

เกาะไหหลำมีเมืองเอก หรือเรียกว่าเมืองหลวงของมณฑลไหหลำที่เขาเรียก ซานย่า (Sanya) ซานย่าเขาจะนำร่อง 46 เมืองในอนาคต และก็ไม่มีเรื่องราวของฮ่องกงเลย อีก 27 ปีข้างหน้า ท่านผู้ชมจำคำพูดของผมไว้ เมื่อเขาพร้อมแล้ว ผมคิดว่าภายใน 27 ปีนี้ เขาพัฒนาเกาะไหหลำเต็มที่แล้ว จากวันนี้ไปอีก 27 ปี เมื่อเขาพัฒนาได้เต็มที่แล้ว เกาะไหหลำจะมีโครงสร้างพื้นฐาน ถนนหนทาง จะมีรถไฟความเร็วสูง จะมีรถไฟใต้ดินเชื่อมโน่นเชื่อมนี่ แล้วก็อยู่ริมทะเล อยู่บนเกาะ ทะเลไหหลำก็เป็นทะเลที่สวย มีต้นมะพร้าว คล้ายๆ เมืองไทย เสร็จเรียบร้อยแล้วในอนาคตข้างหน้าก็จะเป็นเขตปลอดภาษี ทุกวันนี้เกาะไหหลำก็เป็นเขตปลอดภาษีอยู่แล้วนะ ถ้าใครไปเกาะไหหลำ สามารถที่จะซื้อของปลอดภาษีได้ เหมือนกับไปที่ฮ่องกง และอีกประการหนึ่ง ไหหลำเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาทดลองให้คนที่ต้องการไปเกาะไหหลำ 49 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ไม่ต้องขอวีซ่าเลย คือสมมุติว่าอีกหน่อยเรามีสายการบินจากกรุงเทพฯ ไปเกาะไหหลำ ไม่ต้องขอวีซ่าจีนแล้ว ถ้าไปแค่เกาะไหหลำ ให้อยู่ได้ 30 วัน เขาบอกว่า เขาแค่ลองมา 2 ปี ปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 14.5 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมลองดูก็แล้วกัน

เกาะไหหลำจะเป็นอีกเขตหนึ่งที่จะมาเป็นทางเลือกการค้าระหว่างประเทศ และดึงดูดเงินทุนต่างประเทศแทนฮ่องกง โดยมุ่งกลไกไปในการจัดการและทำให้ภาคธุรกิจ e-Commerce เขาต้องการเน้นธุรกิจ e-Commerce เป็นระบบเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ ฟังแล้วน่ากลัวไหม น่ากลัวครับท่านผู้ชม ฟังแล้วเป็นสิ่งที่จีน ความที่เป็นประเทศใหญ่และมีพื้นที่มาก แล้วเทคโนโลยีของเขาล้ำสมัยมาก เพราะฉะนั้นแล้วถ้าเขาจะพลิกผัน และเขามีความเป็นเผด็จการในตัวตลอดเวลาสูง เขาจะเอาแบบนี้ๆๆ ไม่ต้องมาเดินขบวนประท้วง ฉันจะเอาแบบนี้ เพราะว่ามันเป็นลัทธิเผด็จการ ลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่ว่าเขาเป็นลัทธิเผด็จการที่เขามีวิสัยทัศน์ว่าต้องไปอย่างนี้ เขาก็เลยสามารถกำหนดทิศทางในการเดินได้

ท่านผู้ชมครับ 27 ปีข้างหน้า เกาะฮ่องกงจะเป็นอะไร ท่านผู้ชมจำคำพูดของผมไว้ เกาะฮ่องกงก็จะเป็นแค่เมืองๆ หนึ่งในมณฑลกวางตุ้ง เท่านั้นเอง เมื่อ 1 ประเทศ 2 ระบบหมดแล้ว ก็หมายความว่าเกาะฮ่องกงกลับไปเป็นของประเทศจีน ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศจีนทุกอย่าง ข้าวของที่เคยมี สินค้าปลอดภาษี ก็จะไม่มีเหลือ หมดไปแล้ว เพราะฉะนั้นสิทธิเสรีภาพที่เคยมี การเดินประท้วงบนถนนก็จะไม่มี บริษัทห้างร้านต่างๆ ที่เคยได้สิทธิพิเศษในการลงทุนก็จะไม่มี นอกเสียจากว่าเขาจะทำเกาะฮ่องกงเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งผมคิดว่าเขาไม่ทำ เหตุผลเพราะว่าประเทศจีนเขาวางฮ่องกงไว้ตรงนี้ เหนือฮ่องกงก็คือเซินเจิ้น ซึ่งเซินเจิ้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนไปแล้ว ติดกับเซินเจิ้นก็เป็นจูไห่ จากจูไห่เป็นมาเก๊า แล้วลงจากฮ่องกง ข้างล่างลงมาทะเลจีนตอนใต้คือเกาะไหหลำ เพราะฉะนั้นแล้ว ฮ่องกงจะหมดสภาพความเป็นฮ่องกงโดยปริยาย ภายในระยะเวลาไม่เกินปีที่ 28 นับจากวันนี้ไป ผมคงตายไปเรียบร้อยแล้ว คงไม่ทนทรมานอยู่ถึงขนาดนั้น แต่ว่ารุ่นลูกรุ่นหลานจะเริ่มเห็นว่าฮ่องกงจะไม่ใช่ฮ่องกงอีกต่อไปแล้ว อีกหน่อยราคาอสังหาริมทรัพย์ฮ่องกงจะเหลือเท่าไร มันก็จะต้องหัวทิ่มลงไป และบริษัทห้างร้านต่างๆ แล้วถ้าจีนเอาเกาะไหหลำเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ปลอดภาษี ใครมาลงทุนตรงนี้ก็สามารถจะยกเว้นภาษีได้ หรือเสียภาษีเท่าฮ่องกง หรือน้อยกว่าฮ่องกง คือเขาทำทุกอย่างให้เหมือนฮ่องกง ต่างอยู่อย่างเดียวเท่านั้นเอง คืออะไรรู้ไหมท่านผู้ชม คือไม่มีการเมืองเข้าไปเกึ่ยวข้อง ถ้าไปไหหลำ ไปเพื่อลงทุน ไปเพื่อกิน ไปเพื่อเที่ยว ไปเพื่อซื้อของ ไปเพื่อลงทุนหลายๆ อย่าง ท่านจะไปทำ e-Commerce หรือไปซื้อลิขสิทธิ์ หรือไปเป็นเอเยนต์อะไร ก็ไปที่เกาะไหหลำแทน นั่นคือไหหลำ (ฮ่องกง) ที่แท้จริง เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมจะเห็นว่าจุดจบของฮ่องกงนั้น ได้ถูกเขียนบนฝาผนังเรียบร้อยแล้วใน 27 ปีข้างหน้า จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอีกต่อไป รับรองได้ท่านผู้ชม ไม่มีผิดพลาดแน่นอน เพราะฉะนั้นแล้ว ให้เตรียมตัวเอาไว้ได้เลย คนที่มีลูกมีหลาน ต้องการให้เจริญเติบโตต่อไป ก็ให้รู้ว่าฮ่องกงจะเปลี่ยนแปลง

มีคนเขาจับตาดูไหหลำ เขาคาดว่าเกาะไหหลำจะเป็นอีกเขตหนึ่งซึ่งจะเป็นทางเลือกการค้าระหว่างประเทศและดึงดูดเงินต่างประเทศแทนฮ่องกง แต่จะมุ่งกลไกไปทางการจัดการและทำให้ภาคธุรกิจเขาจะเน้น e-Commerce เป็นระบบเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างสมบูรณ์

อีก 27 ปีข้างหน้า ฮ่องกงจะครบกำหนด 50 ปีของการเป็น 1 ประเทศ 2 ระบบ เพราะฉะนั้นแล้วแผนที่จะพัฒนาไหหลำด้วยเศรษฐกิจที่ก้าวหน้า การท่องเที่ยวที่พัฒนา และศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเงินชั้นยอด ตลอดจนการแพทย์สมัยใหม่ อีกทั้งเป็นที่ตั้งสาขาของมหาวิทยาลัยและสำนักงานสาขาของบริษัทที่ทรงอิทธิพลในระดับโลก ไม่ใช่แค่ไหหลำจะแย่งชิงฮ่องกง ไหหลำกำลังจะแย่งชิงสิงคโปร์ด้วย น่าติดตามมากนะครับท่านผู้ชม อีกประมาณ 27 ปีนี้ ด้วยความเอาจริงของรัฐบาลจีน จะทำให้ไหหลำเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและศูนย์กลางการบริโภคระดับโลก ไหหลำมีฉายาอยู่แล้ว ชื่อ ฮาวายตะวันออก ฮ่องกงจะเป็นอย่างไรตอนนั้น ก็จะเป็นอย่างที่ผมเล่าให้ฟัง นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เราเล่าให้ฟังก่อนล่วงหน้า ท่านผู้ชมหลายท่านและผมก็อาจจะไม่ได้มีชีวิตอยู่ที่จะมองเห็นเกาะไหหลำเป็นอย่างนั้น แต่ว่าทิศทางมันไปเช่นนั้นอย่างแน่นอน ตอนนี้ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยัง ไหหลำยังไม่สามารถมาแทนที่ฮ่องกงได้ตอนนี้ จีนเขาทำไม่ได้ เพราะว่าเขายังติด 1 ประเทศ 2 ระบบอยู่ แต่ถ้าเมื่อไรตรงนั้นไป เขาถึงทำตรงนั้นได้ แต่ขณะเดียวกัน เขาพัฒนาคู่ขนานไป เพื่อรอวันที่ฮ่องกงหลุดพ้นจาก 1 ประเทศ 2 ระบบ แล้วกลับไปเป็นแค่จังหวัดๆ หนึ่งในมณฑลกวางตุ้ง เมื่อนั่นล่ะ ไหหลำถึงจะกลายเป็นฮ่องกงเต็มตัว

เวลาผมพูดถึงเรื่องการบินไทยทีไร ผมมีความรู้สึกผูกพันกับบริษัทนี้มาก ทั้งๆ ที่ผมไม่ใช่พนักงาน ท่านผู้ชมบางท่านคงเคยได้ฟังผมพูดเรื่องการบินไทย จริงๆ ผมพูดเรื่องการบินไทยมาเป็นสิบปีแล้ว เอากันที่หนักๆ หน่อยก็แล้วกัน ปี 2558 ผมพูดเรื่องนี้ยาวมาก อธิบายที่มาที่ไปของการบินไทยตั้งแต่สมัยยุคแรกเริ่มตั้ง มาจนกระทั่งยุคที่กลายเป็นรุ่นที่ต้องใช้เครื่องบินโบอิ้ง 707 มาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน และผมก็เล่าเรื่องราวต่างๆ ของการบินไทยตั้งแต่ปี 2558 ห้าปีที่แล้ว ในขณะซึ่งไม่มีใครพูดถึงเรื่องการบินไทยเลย วันนี้มีแต่คนพูดถึงเรื่องการบินไทยทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นคุณธนาธร ไม่ว่าจะเป็นคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย หรือไม่ว่าจะเป็นบรรดากูรูผู้รู้ทั้งหลาย ซึ่งจริงๆ แล้วสิ่งที่พวกเขาพูดกันมา มันซ้ำรอยเดิมที่ผมเคยพูดมาตั้งแต่ปี 2558 และเขาก็ไม่ได้ผูกพันกับการบินไทยเท่าผม ผมจะเล่าตำนานอะไรบางอย่างให้ท่านผู้ชมฟัง

ปี 2508 ตอนนั้นก็เมื่อประมาณ 55 ปีที่แล้ว ผมบินไปฮ่องกงเพื่อไปต่อเครื่องแพนแอม (Pan Am : Pan American World Airways) โบอิ้ง 707 ไปศึกษาต่อที่ UCLA ที่แคลิฟอร์เนีย ผมจำได้ว่าผมนั่งเครื่องการบินไทยไป ตอนนั้นเป็นเครื่องที่เขาเรียกว่าเครื่องไอพ่นคาราเวล (Caravelle) มีเครื่องอยู่ตรงท้าย 2 ตัว วันนั้นที่ไป เครื่องจะลงที่ฮ่องกง พอดีไต้ฝุ่นซาลงแล้วตอนนั้น เกือบจะหมดไปแล้ว แต่ไปเจอหางไต้ฝุ่น เจอลมที่แรง พัดเครื่องคาราเวลพลิกตกไปในทะเล ผมเคยพูดในเรื่องนี้ ถ้าท่านผู้ชมบางท่านเคยตามผมอาจจะจำได้ เครื่องหักกลาง ก็ปรากฏว่าไม่ได้จม กำลังจะจม วันนั้นในเครื่องโกลาหลกันหมด ทำอะไรถูก เกิดอาการช็อก เหยียบหัวคนขึ้นไป แย่งกันออกไปข้างนอก พอดีโชคดีมันอยู่ตรงริม … สนามบินสมัยก่อนไม่ใช่สนามบินปัจจุบัน สนามบินไขตั๊ก (Kai Tak) ซึ่งก็อยู่ติดทะเลเช่นกัน ก็มีเรือประมงวิ่งเข้ามาช่วย ข้าวของหายหมด กระเป๋า พาสปอร์ต เงินทอง เอาขึ้นไป เสร็จเรียบร้อยผมจำได้ว่าผมไปพักที่โรงแรมนาธาน อยู่บนถนนนาธาน ฮ่องกงเมื่อ 55 ปีที่แล้ว เป็นฮ่องกงที่มีต้นไม้อยู่เต็มถนน ถนนแคบอยู่ แล้วก็มีร้านเล็กๆ น้อยๆ น่ารัก ผมจำได้คุณพ่อต้องบินจากกรุงเทพฯ ไปฮ่องกง เอาเงินไปให้ผม พาสปอร์ตเล่มใหม่ เอาไปให้ผม นั่นคือความผูกพันที่ผมมีต่อการบินไทย ผมรอดตายมา แล้วก็รอดตายมาอีกครั้งหนึ่งในปี 2552 ที่ถูกยิงอีก 200 นัด เพราะฉะนั้นชีวิตผมผ่านการตายมาถึง 2 ครั้ง ครั้งสุดท้ายคงจะไม่ผ่านแล้ว เพราะคงจะแก่ตาย

ความผูกพันที่มีต่อการบินไทยนั้น จริงๆ ผมรู้จักรุ่นน้องหลายคนมาก คำว่ารุ่นน้องนี่คือรุ่นป้า รุ่นอาไปแล้ว เกษียณอายุกันไปหมดแล้ว คนพวกนี้เป็นคนที่มีความภาคภูมิใจมากในการที่เขาได้ทำงานการบินไทย เขามีความรู้สึกว่าเวลาเขาทำงานอยู่การบินไทยมันเท่ มันเป็นอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ แต่รู้แต่ว่าการบินไทยน่าจะเป็นบริษัทอันดับหนึ่งของประเทศในยุคนั้น ยุคนั้นก็คือหลายสิบปีมาแล้วที่มีแต่คนอยากเข้าไปทำงาน ที่อยากเข้าไปทำงานก็เพราะว่า โดยอาชีพ ตอนนั้นเป็นทั้งกัปตัน เป็นทั้งแอร์การบินไทย เป็นสจ๊วตการบินไทย หรือแค่ได้ทำงานการบินไทยแล้วบอกว่าอยู่การบินไทย มันมีศักดิ์ศรีสูงมาก

ท่านผู้ชมครับ ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป มันเป็นหลักอนิจจังที่แท้จริง น้องๆ ของผมที่ตอนนี้เกษียณอายุกันไปแล้ว ตอนนี้ก็ 60 กว่ากันแล้ว อายุน้อยที่สุดก็ 61-62 อายุมากหน่อยก็จะ 70 แล้วตอนนี้ เวลาพูดถึงการบินไทย และพูดถึงวันเวลานี้น้ำตาเขาจะคลอ บางคนทนไม่ไหวถึงกับร้องไห้ เพราะเขาทนไม่ได้ที่อะไรก็ตามที่พวกเขาทำมาด้วยชีวิตจิตใจของเขา ปลุกปั้นมันขึ้นมาจนกระทั่งเป็นสายการบิน ท่านผู้ชมรู้ไหมว่ากัปตันการบินไทยเป็นกัปตันที่เก่งอันดับต้นๆ ของโลกเลย

สายการบินไทยเป็นสายการบินแรกที่มาจากเอเชีย แล้วสามารถจะบินลงสนามบินฮีทโธรว์ได้ สนามบินฮีทโธรว์ที่ลอนดอน การบินไทยเป็นเครื่องบินทางเอเชียเครื่องบินสายการบินแรกที่อังกฤษยอมให้บินลงฮีทโธรว์เพราะฝีมือของกัปตันการบินไทย ถ้าท่านผู้ชมเคยบินการบินไทยสมัยที่ฮ่องกงยังใช้สนามบินไขตั๊กอยู่ จะต้องบินเข้าเมือง และจะเจอตึกสูงๆ ตึกหนึ่ง พอบินเข้าไปปั๊บจะต้องหักเลยนะ เลี้ยวทันทีเลย ให้พ้นตึกแล้วถึงจะเห็นสนามบิน ทุกลำต้องเป็นอย่างนั้นหมด แล้วผมเคยคุยกับกัปตัน กัปตันบอกว่าไม่รู้สิ สำหรับพวกเขาแล้ว พวกเขาชำนาญเรื่องพวกนี้มาก ผมเล่าอดีตให้ฟัง

การบินไทย ถ้าถามผม ไปดูได้ในรายการที่ผมโพสต์ไว้ในคุยทุกเรื่องกับสนธิ ผมโพสต์เอาไว้ ผมพูดเมื่อปี 2558 ท่านผู้ชมกลับไปฟังก็ยังได้อีก ถ้าอยากจะรู้ที่มาที่ไปและเบื้องหน้าเบื้องหลัง เพราะวันนี้ผมจะไม่พูดถึงเบื้่องหน้าเบื้องหลังมาก แต่ผมจะพูดถึงอนาคตของการบินไทยว่าในความเห็นของผมนั้นมันจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่วันนี้ที่ผมเสียใจมากก็คือว่า คนที่ไม่รู้ถึงความมุมานะ ความมุ่งมั่นของพนักงานการบินไทยในอดีต ที่เขาทุ่มเทชีวิตจิตใจเพื่อองค์กรที่ชื่อ “การบินไทย” กลับมาวิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างเสียๆ หายๆ ทั้งๆ ที่คนพวกนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้การบินไทยเจ๊ง ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลยแม้แต่นิดเดียว เขาเป็นพนักงานที่ทุ่มเทและมีความภูมิใจในความเป็นพนักงานการบินไทย ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกราวนด์ ไม่ว่าจะเป็นคนเก็บกระเป๋า สมัยก่อนเขาไม่มี out source ยกกระเป๋า พนักงานทั้งนั้นเลยที่ต้องช่วยกันทำงาน แล้วการบริการ แน่นอนที่สุด ก็จะมีท่านผู้ชมบางท่านหรือบางคนบอกว่าการบินไทยยะโสโอหัง สนใจเสิร์ฟแต่ฝรั่ง อันนี้อาจจะจริงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่จริง เขาให้บริการกับคนทั่วไปเท่าเทียมกัน อย่าไปเข้าใจผิด การบินไทยมีลูกท่านหลานเธอเยอะ อันนั้นไม่เถียง ก็เช่นเดียวกันกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ เช่นเดียวกับการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เช่นเดียวกับการไฟฟ้านครหลวง เหมือนกัน สังคม แต่คนพวกนี้พอเขามาอยู่ในส่วน sector บริการ หรือที่เขาเรียกว่า Service Sector คนพวกนี้เขาทำงานเต็มที่

ท่านผู้ชมครับ ผมพูดมาตลอดเวลา คราวที่แล้ว EP. ที่แล้วที่ผมแตะการบินไทยนิดหนึ่ง ผมบอกว่าการบินไทยมันฉิบหาย ไม่ใช่ฉิบหายเพราะคนที่ทำงานแบบนี้ ที่ผมเล่าให้ฟัง มันฉิบหายเพราะนักการเมือง มันฉิบหายเพราะผู้บริหารประเทศ มันฉิบหายเพราะกรรมการบริษัท ท่านผู้ชมครับ คนพวกนี้ต่างหากเป็นคนที่ทำให้การบินไทยฉิบหาย และจุดเริ่มต้นของการฉิบหายของมันก็คือเริ่มต้นในยุค พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ โดยนายมนตรี พงษ์พานิช เจ้านายเก่าของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แต่สมัยก่อน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นนายตำรวจคนสนิทติดตามมนตรี พงษ์พานิช ยุคนั้นล่ะเป็นยุคที่เป็นจุดเริ่มต้นของการฉิบหาย ตอนนั้นโลกกำลังพัฒนาก้าวไกล เศรษฐกิจทางเอเชียกำลังเจริญรุ่งเรือง เพราะฉะนั้นทุกคนจะต้องเจริญเติบโตหมด การบินไทยในยุคมนตรี พงษ์พานิช ก็เลยเป็นยุคที่เริ่มซื้อเครื่องบินกันอย่างหนักหนาสาหัส และค่าคอมมิชชันก็เกิดขึ้น แล้วเมื่อมีนักการเมืองเข้ามา บอร์ดการบินไทยก็จะเข้ามาโดยเส้นสายนักการเมือง หรือแม้กระทั่งไม่ใช่นักการเมือง จะเป็นยุค คสช.นี่ก็เหมือนกัน บอร์ดการบินไทยจะซี้ซั้วมาได้อย่างไรสมัยก่อน ถ้าหาก คสช.ไม่เห็นด้วย แล้วบอร์ดการบินไทยก็เลยกลายเป็นแหล่งผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นั่งเครื่องบินฟรี ลูกนั่งฟรี เมียนั่งฟรี เสร็จเรียบร้อยแล้วมีค่าเอ็นเตอร์เทน มีนายตำรวจคนหนึ่ง เล่าไปแล้วท่านผู้ชมอาจจะไม่รู้ แต่ผมไม่เอ่ยชื่อก็แล้วกัน เป็นบอร์ดการบินไทย ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าเขาเซ็นค่าใช้จ่าย ที่เรียกว่า Expenses ในฐานะบอร์ดการบินไทย ปีละ 3 ล้านกว่าบาท แล้วให้การบินไทยเป็นคนจ่าย เพราะฉะนั้นการบินไทยมันก็คือยุ้งข้าวที่มีหนูเต็มไปหมด วิ่งเข้ามา แล้วก็จะมีคนที่เป็นผู้บริหารการบินไทยในยุคหลัง ยุคสิบปีที่ผ่านมานี้ วิ่งเต้น คนพวกนี้ไม่ได้ทำงานอะไรหรอกท่านผู้ชม คนพวกนี้พอบอร์ดคนใหม่มา … ประเทศไทยเป็นประเทศที่สังคมมันเล็ก ทุกคนรู้จักทุกคนหมด คนนี้ก็วิ่งไปเกาะบอร์ดคนนี้ ใครเป็นคนดู DN

DN ก็คือคนที่ดูแลในเรื่องงานเชิงพาณิชย์ การขายตั๋ว การโน่นการนี่ อะไรที่เกี่ยวกับการหารายได้เข้ามา คนพวกนี้จะมีอำนาจเยอะ คนพวกนี้ก็จะไปเกาะประธานบอร์ด คนพวกนี้ก็จะไปเกาะบอร์ดที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพักหนึ่ง ยุคหนึ่ง สมัยหนึ่ง ที่มีทหารเป็นกรรมการบอร์ดเยอะ ทหารท่านก็ไม่รู้เรื่องอะไร เออดีๆ ท่านครับต้องอย่างนี้นะครับ ท่านต้องซื้ออันนี้ แล้วก็แบ่งสรรปันส่วนกัน มันเป็นอย่างนี้มานานแล้วท่านผู้ชม มันไม่ใช่เพิ่งเป็น แล้วผมก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อมันเกิดอสูรขึ้นมา มันก็มีทายาทอสูร พอคนนี้ใกล้เกษียณก็เอาคนของตัวเองดันขึ้นมาจนมานั่งในตำแหน่งของตัวเอง นั่งแล้วตัวเองเกษียณไป ของที่เคยได้ 100 บาท คนที่ขึ้นมาใหม่ก็แบ่งให้ 50 บาท ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งลดเหลือ 10 บาทบ้าง จนในที่สุดแล้วอสูรตัวใหม่ก็เข้ามาแทนที่

อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าการบินไทยมันกินทุกเม็ด บอร์ดการบินไทย ผู้บริหารการบินไทย การซื้อเครื่องบิน นักการเมืองกิน 3 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นโบอิ้ง ถ้าเป็นแอร์บัสก็ 3 เปอร์เซ็นต์ ไม่ผิดกฎหมาย เหตุผลเพราะว่ากฎหมายต่างประเทศมันอนุญาตว่าค่าบริการในการซื้อเครื่องบิน ค่าบริการเขาเรียก Service Fee เขาให้ 3 เปอร์เซ็นต์ ของราคาเครื่อง ไม่ผิดกฎหมาย ล็อกซเล่ย์เป็นเอเยนต์ของโบอิ้ง แอร์บัสก็เป็นเอเยนต์ เอเยนต์ใหญ่ที่เป็นคนที่ขายเครื่องแอร์บัส รวมทั้งแอร์บัส 340-500, 600 ที่มีปัญหา ชื่อเล่นชื่อ นายเต๋า สนิทสนมที่สุดกับนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่เขยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นี่ผมเอาข้อเท็จจริงมาพูด ผมไม่ได้เข้าข้างใครทั้งสิ้น ผมเล่าให้ฟัง

หลายคนบอกว่าการบินไทยเริ่มเจ๊ง เริ่มเรือหายกันช่วงไฟลต์กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟัง ผมขี้เกียจมาทวนอีกครั้ง ในการซื้อเครื่องนั้น ซื้อช่วงนั้น จะมีการเลือกตั้งใหม่ของพรรคเพื่อไทย เพราะฉะนั้นแล้วก็เลยมีการส่งคนเข้ามานั่งประจำอยู่ที่การบินไทยเพื่อเลือกซื้อเครื่อง แล้วแอร์บัส 340-500 กับ 340-600 ที่ซื้อมา ที่บอกว่าขายไม่ออกจนทุกวันนี้ ก็เพราะว่ามันขายไม่ออกตั้งแต่ผลิตแล้ว และแอร์บัสต้องการจะขายเครื่องพวกนี้ ก็เลยให้เปอร์เซ็นต์สูงกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็น 5 เปอร์เซ็นต์ 5 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าแสนล้าน เท่าไรล่ะครับท่านผู้ชม หรือหลายหมื่นล้าน เป็นเท่าไร

ข้อสังเกตข้อหนึ่งในขณะนี้ของผม ที่ผมเห็นชัดเจนก็คือว่า ตอนนี้ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย ออกมาโจมตีซึ่งกันและกัน คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พูดอย่างภูมิอกภูมิใจว่ามียุคพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่การบินไทยมีกำไร พรรคเพื่อไทยก็บอกว่ายุคทักษิณ ชินวัตร เป็นยุคที่การบินไทยมีกำไร เอาอย่างนี้ดีกว่า ทั้งสองท่าน ผมเอางบดุลของการบินไทยมาดู แล้วผมมาคุยกับคนซึ่งอยู่ในแวดวงการเงินของการบินไทย

ลูกน้องคนสนิทของคุณธรรมนูญ หวั่งหลี ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการเงินในอดีต เขาบอกว่าการบินไทยแต่ละปีที่กำไร กำไรเพราะแต่งบัญชี รายได้การบินไทยที่กำไรแต่ละปี บางปี ก็คือว่าโยกรายได้ที่ควรจะเป็นรายได้ปีนี้ เอาไปทิ้งไว้ปีหน้า เพราะปีนี้มีกำไรอยู่เล็กน้อยแล้ว อย่าให้กำไรมากกว่านี้ เก็บไป นั่นข้อแรก ข้อที่สอง กำไรจากการขายเครื่องบิน ขาย asset ข้อที่สาม กำไรจากการ hedge ค่าน้ำมัน อย่างเช่นรู้ว่าตอนนี้น้ำมันราคาถูก อีกหน่อยมันจะขึ้น ก็ซื้อน้ำมันล่วงหน้าไว้เลยในปัจจุบัน พอน้ำมันขึ้นปั๊บ ราคาสูงขึ้นไปอีก 50 เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับกำไร 50 เปอร์เซ็นต์ และข้อที่สี่ คือ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน พอเงินดอลลาร์อ่อนขึ้นมาปั๊บ ก็กำไรแล้ว ถ้าเงินดอลลาร์แข็งก็ขาดทุน แต่กำไรจากการปฏิบัติการ หรือ operation แทบจะไม่มี ท่านผู้ชม ทำไมมันถึงเป็นเช่นนี้ แล้วทำไมในขณะที่การบินไทยขาดทุนเอาๆ ทำไม EVA สายการบินไทยของไต้หวัน ทำไมคาเธ่ย์แปซิฟิคกำไร ทำไมเจแปนแอร์ไลน์ช่วงหลัง หลังจากพ้นการล้มละลายแล้วกำไร ทำไม ANA กำไร ทำไมการบินไทยขาดทุน ก็เพราะว่าต้นทุนมันไม่เหมือนกัน ต้นทุนของเรามันแพง ของเรามันแพงหมดทุกอย่าง ตั้งแต่มะละกอ 1 ลูกซึ่งซื้อเขาไป ไล่ไปจนถึงผ้าเช็ดปาก ไล่ไปจนถึงชุดแปรงสีฟัน ไล่ไปจนถึงหมอนที่พิง ไล่ไปจนถึงเก้าอี้ที่นั่ง ระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ที่ดูทีวีในเครื่องบิน ไล่ไปจนถึงเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ ซึ่งมีปัญหาในเรื่องการคอร์รัปชัน ตอนนี้เรื่องอยู่ที่ ป.ป.ช. ไล่ไปจนถึงทุกอย่าง

พวกระดับนักการเมืองหรือระดับประธานบอร์ด ก็จะกินเปอร์เซ็นต์ 3 เปอร์เซ็นต์ แบ่งกันไป นักการเมืองได้เยอะที่สุด ประธานบอร์ดอาจจะได้น้อย แต่ว่าไล่ลงมาถึงระดับผู้บริหาร ระดับที่เป็นผู้บริหารระดับสูงพวกนี้ก็กินยุบกินยับกันภายในการบินไทย เพราะการบินไทยเงินมันเยอะตอนนั้น ธุรกิจอะไรที่มียอดขาย 2 แสนล้าน ถ้ากินสัก 1-2 หมื่นล้าน มันไม่รู้สึกหรอก และมันก็เป็นอย่างนี้มาตลอด ท่านผู้ชม เพราะฉะนั้นแล้วท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่า เมื่อบวกทุกอย่าง ต้นทุนทุกอย่างที่ซื้อ แล้วยังบวกค่าคอร์รัปชันเข้าไปอีก

ผมเคยยกตัวอย่าง ท่านผู้ชมจำได้ไหม ผมเคยยกตัวอย่างว่าเราเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว 2 ร้าน คุณภาพอาหารการกิน ก๋วยเตี๋ยวอร่อย บริการเราก็ดี ดีกว่าร้านข้างๆ มันเป็นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเหมือนกันเป๊ะ ลูกชิ้นปลา จานชาม ก็ซื้อมาจากที่เดียวกัน นั่นก็คือลำเครื่องบินซื้อจากแอร์บัส ซื้อจากโบอิ้ง เหมือนกัน แต่เผอิญเราทะลึ่งซื้อแพงกว่าเขา องค์ประกอบของจานก๋วยเตี๋ยวมันแพงกว่า ซื้่อตะเกียบแพงกว่า ซื้อช้อนแพงกว่า เส้นที่ใส่ก็แพงกว่า ลูกชิ้นปลาซื้อจากที่เดียวกันแต่ทะลึ่งแพงกว่า เมื่อแพงกว่าแล้ว เขาขาย 20 บาท เราขายไม่ได้เพราะต้นทุนมันแพง เราก็เลยขาย 30 บาท นั่นคือที่มาว่าทำไมการบินไทยตั๋วถึงแพง นี่คือหลักธรรมชาติง่ายๆ แทบจะไม่ต้องอธิบายอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วมันก็ขาดทุนอย่างนี้มาตลอด คนก็ไม่เข้าใจ

ผมสมัยก่อนทำธุรกิจอยู่ต่างประเทศ ผมบินกรุงเทพฯ-ลอสแองเจลิสปีหนึ่ง 2-3 ทริป ผมก็สงสัยว่า เครื่องบินแบบเดียวกัน ทำไม EVA เขาถึงขายตั๋วถูกกว่าประเทศไทย ของการบินไทย แต่การบินไทยต้องขายตั๋วแพงเอาไว้ก่อน ก็เพราะเหตุนี้ล่ะท่านผู้ชม เข้าใจหรือยัง

ทีนี้ พวกคนที่ทำงานเขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ รู้แต่ว่าตั๋วการบินไทยแพง ฝ่ายพาณิชย์ที่ขายตั๋วก็มีผลประโยชน์ ทำไมถึงไม่ขายตั๋วออนไลน์ ก็เพราะว่ามันมีเอเยนต์ แล้วเอเยนต์ทำมาหากินกับใคร ทำมาหากินกับผู้บริหารในการบินไทย ก็ถ้าสมมุติว่าเราลดสัดส่วนเอเยนต์ลงเหลือ 20 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็จองออนไลน์ 80 เปอร์เซ็นต์ ผู้บริหารเฮงซวยคนนั้น หรือกลุ่มพวกนั้นก็ไม่ได้ผลประโยชน์ มันถึงคัดค้านตลอดเวลา คัดค้านจนวินาทีสุดท้าย

แม้กระทั่งมายุคคุณสุเมธ ดำรงชัยธรรม ที่ผมเคยพูดแล้วในรายการ SONDHI TALK คุยทุกเรื่องกับสนธิ ท่านผู้ชมกลับไปเช็กได้ ผมพูดเรื่องการบินไทย ผมพูดได้ทุกวัน ทุกเวลา และคำพูดไม่เคยเปลี่ยน เพราะผมพูดความจริง ที่ผมบอกว่าทำไมไม่เอาออนไลน์ให้หมด ปรากฏว่าสุเมธให้สัมภาษณ์บอกว่า ยังมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บเอเยนต์เอาไว้ แสดงว่าคุณสุเมธโดนพวกผู้บริหารการบินไทยเป่าหู และคุณสุเมธเองก็ไม่ได้มีอะไรที่ต่างไปกว่าพนักงานผู้บริหารระดับสูงของการบินไทย เพราะคราวที่แล้วผมเคยโวยวายให้ฟังว่ามีหลักฐานว่าผู้จัดการเอเยนต์ ผู้จัดการการบินไทยที่กรุงนิวเดลี มันโกงเงินของการบินไทยไป 21 ล้านบาท แล้วคณะกรรมการสอบว่าผิดจริง ส่งขึ้นมา ปรากฏว่ากลายเป็นไม่ผิด แล้วคุณสุเมธก็เซ็นอนุมัติ บอกว่าไม่ผิด คุณสุเมธก็มีปัญหา ทำตัวหล่อ ทำเป็นเข้ามาพูดโน่นพูดนี่ แต่ที่แท้ก็พวกเดียวกัน สายพันธุ์เดียวกันหมด ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง

เพราะฉะนั้นแล้วผมก็เลยไม่มีอะไรประหลาดใจ และผมก็พูดมาตั้งแต่คราวที่แล้วว่าการบินไทยเจ๊งลูกเดียว ผมเป็นคนแรกที่พูดว่าเจ๊ง แล้วผมบอกว่าไม่ควรที่จะอุ้มการบินไทย ถ้าผมจำไม่ผิด คุณศักดิ์สยามเองเป็นคนพูดว่าผมไม่มีวันจะให้การบินไทยล้มไป เพราะเป็นสายการบินแห่งชาติ ก็ที่เราเรือหายทุกวันนี้ก็เพราะว่าเราไปคำนึงถึงศักดิ์ศรีมากจนเกินไป

การลดค่าใช้จ่าย ทุกอย่างลดหมด ยกเว้นผู้บริหารระดับสูง ลดแค่เงินเดือน แต่สิทธิพิเศษยังมีอยู่ แต่ละคนๆ ที่เป็นตำแหน่ง Director ขึ้นมา ไปจนถึง VP ไปจนถึง EVP ไปจนถึง SVP ยิ่งใหญ่ทั้งนั้น ได้ตั๋วฟรีหมด ตั๋ว First Class ลูกนั่งฟรี เมียนั่งฟรี ทุกอย่าง นี่มันต้นทุนการบินไทยทั้งนั้น เด็กต่างๆ ที่คุณไปบอกว่ามันได้ตั๋วฟรี ปีหนึ่งได้แค่ครั้งเดียว ตั๋วใบเดียว นั่งไปต่างประเทศและนั่งในประเทศ ถ้าสมมุติว่าจะต้องใช้ตั๋วอื่นก็ต้องซื้อเอา แล้วคุณไปเหมาว่า การบินไทยนะ ทุกคนสบาย ทุกคนบินฟรีหมด ใครบอกคุณล่ะ มีแต่พวกเรือหายเท่านั้นเองที่นั่งอยู่บนผู้บริหารระดับสูง ที่นั่งฟรี แล้วปรากฏว่าพอถึงเวลาพินาศฉิบหาย เด็กๆ เจ็บตัวก่อนทุกที

X
วันนี้เอาคร่าวๆ แล้วกันแค่นี้ แต่ผมจะอธิบายให้ฟังว่าทางออกของการบินไทยเป็นอย่างไร วันนี้ในที่สุดแล้วท่านนายกฯ ยอมรับแล้ว คุณถาวร เสนเนียม ก็ยอมรับ ยอมรับว่าการบินไทยต้องยื่นเข้าสู่การล้มละลาย และมีแผนฟื้นฟู ผมจะเล่าให้ท่านผู้ชมฟัง การที่การบินไทยจะอยู่ต่อไปได้

โยงกลับมานิดหนึ่ง พวกผู้บริหารเรือหายทั้งหลาย รวมทั้งประธานบอร์ดบางคน มันตั้งไทยสมายล์ขึ้นมา ท่านผู้ชมรู้ไหมมันตั้งไทยสมายล์เพื่ออะไร มันตั้งไทยสมายล์เพื่อบินในประเทศ แล้วมันทำแผนออกมาเลยว่า ปีแรกกำไร ปีที่ 2 กำไร ปีที่ 3 กำไร กำไรพันล้านๆ ปรากฏว่า 3 ปีขาดทุนไป 5,000 กว่าล้าน ท่านผู้ชมครับแล้วใครรับผิดชอบ ไม่มีหมาตัวไหนมารับผิดชอยเลยสักคน รับไปเรียบร้อยแล้วคือคอมมิชชัน ค่าเช่าเครื่องบิน ค่าซื้อเครื่องบิน ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง แล้วประธานบอร์ด กรรมการบอร์ดของไทยสมายล์มาจากใคร มันก็มาจากพวกการบินไทยที่เกษียณอายุแล้วไปนั่งที่นั่น แล้วมันไม่เจ๊งวันนี้มันจะไปเจ๊งวันไหน ท่านผู้ชม

เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าจะฟื้นฟูการบินไทย ต้องยุบไทยสมายล์ และให้การบินไทยทั้่งภายในประเทศและนอกประเทศ แต่เราจะฟื้นฟูการบินไทยได้อย่างไร ผมติดใจผู้หลักผู้ใจในวงการ ในรัฐบาล บอกว่าเราต้องหาคนที่รู้เรื่องการบริหารธุรกิจการบินเข้ามา ถึงจะอยู่รอดได้ ท่านผู้ชมครับ นี่คือกระบวนทัศน์เดิมๆ ที่ผิดๆ มานานแล้ว ผมจะเล่าประวัติของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ให้ฟัง (JAL)

เจแปนแอร์ไลน์ ล้มมา 2 ครั้ง ครั้งสุดท้ายล้มแล้วเอกชนถือหุ้นไป พอเอกชนซื้อไปเรียบร้อยแล้ว เอกชนก็พัฒนาไปจนกระทั่งใกล้ล้มอีกที ไปไม่ไหว ก็ขอเงินรัฐบาลญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่นก็เอาเงินเข้ามาอุ้มสายการบิน JAL เหตุผลเพราะอะไร เพราะเป็นสายการบินแห่งชาติ แหม คำว่า “แห่งชาติ” นี่มันฆ่าคนไทยมาเยอะแล้วนะ ตัดทิ้งไปได้ไหม มันก็คือสายการบินหนึ่งเท่านั้นเอง เป็นเพียงแต่ว่ามันมีประวัติที่ยาวนาน และประวัติที่ดีๆ มันเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และช่วงนี้มันเป็นช่วงที่ดับไปแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วเขาก็เลยตัดสินใจ การฟื้นฟูเจแปนแอร์ไลน์ เขาไปเอาใครรู้ไหม เขาไปเอาประธานกรรมการบริษัท เคียวเซร่า (KYOCERA) อายุ 78 ปี เอามาเพื่อให้บริหาร JAL นายคนนี้ปฏิเสธที่จะมาตอนแรก ตอนหลังยอมมา เขาไม่รับเงินเดือนแม้แต่บาทเดียวเลยนะ เพราะฉะนั้นแล้ว นัยเดียวกัน ถ้าการบินไทยฟื้นฟูอีกครั้งหนึ่ง ผมถามว่า บอร์ดการบินไทยที่จะเข้ามาใหม่ เป็นไปได้ไหม ข้อแรก ไม่รับเงินเดือนเลย ข้อที่สอง ต้องไม่มีสิทธิพิเศษอะไรเลย ทำได้ไหม ตอนนี้เราเหลือแต่กางเกงในแล้วนี่ ช่วยกันหน่อยได้ไหม

คนญี่ปุ่นคนนี้อายุ 78 เข้ามา เขาแก้ปัญหาง่ายมาก มันเป็นปัญหาที่เจแปนแอร์ไลน์มีเหมือนกับการบินไทยมีตอนนี้ ขั้นตอนมันเยอะ ต้องมีระดับหัวหน้ากองขึ้นเป็น Director จาก Director ต้องขึ้นไปเป็น VP จาก VP ขึ้นไปเป็น SVP จาก SVP ขึ้นไปเป็น EVP จาก EVP ขึ้นไปเป็น President ท่านผู้ชมครับ ญี่ปุ่นคนนี้เขาบอกว่า ให้แยกออกมาเลยว่าการบินของญี่ปุ่น เจแปนแอร์ไลน์ (JAL) นั้น มีหน่วยอะไรบ้าง จะกี่หน่วยก็ตาม ลิสต์ออกมา เขาตั้งหัวหน้าหน่วยคนหนึ่งที่อยู่ในนั้น ให้บริหารหน่วยนั้นเลย ให้อำนาจในการบริหารเลย ไม่ต้องรายงานตรง เป็นขั้นตอนขึ้นมาแต่ละขั้นตอน คือยิ่งมีขั้นตอนมาก ยิ่งมีผลประโยชน์มาก และนี่คือนิสัยคนไทย นิสัยคนไทย ข้าราชการไทย ทำไมจะต้องมีขอใบอนุญาต ทำไมต้องมีระเบียบ หนึ่ง ก็เพื่อที่จะรีดไถเงินเขาได้ สอง ระเบียบมีไว้เยอะๆ เพื่ออะไร เพื่อปกป้องตัวเอง ไม่ให้ตัวเองผิด และตัวเองจะได้ไม่ต้องทำงาน อ้าว คุณทำตามระเบียบไปสิ ระเบียบมีว่าอย่างไรก็ทำไปตามระเบียบ ข้าราชการไทยชอบพูดแบบนี้ และมันก็ฝังลึกลงไปใน DNA ของคนไทยไปแล้วตอนนี้ คนที่มีหน้าที่บริหารหน่วยงานราชการ

ประธานเคียวเซร่าคนนี้เขาก็ให้คนนี้ไปบริหาร โดยเขาให้หลักการว่า หนึ่ง ลดต้นทุน สอง ทำกำไรให้ดีที่สุด แล้วเขาจะไม่ยุ่งเลย หมอนี่้ก็จะมีทีมงาน สมมุติผมให้หัวหน้าครัวการบินไทย ผู้ดูแลครัวการบินไทยทุกอย่าง ผู้ดูแลร้าน Puff & Pie คุณมีหน้าที่ลดต้นทุน แต่ว่าให้คุณภาพเหมือนเดิม การที่ให้ลดต้นทุนแต่ให้คุณภาพเหมือนเดิม หมายความว่า คุณต้องเลิกซื้อของแพง ซื้อของราคาถูกแต่มีคุณภาพ อย่างนั้นแล้วเงินก็จะไม่เข้ากระเป๋าใคร การบินไทยก็จะได้ของมีคุณภาพและราคาถูก พอเขาทำไปแล้วเขาบอกว่าครัวการบินไทยมีฝีมือนี่ เราทำข้าวกล่องขายบ้างไหม เอ้า เราเจรจา ปตท. ว่าครัวการบินไทยจะจัดสรรข้าวกล่องให้วันหนึ่งจะเอาเท่าไร 500 กล่อง คุณภาพอาหารแบบนี้ ขายราคากล่องละเท่านี้ เอารถไปส่งให้ หรือ Puff & Pie ขายดี อาหารอร่อย แต่ราคาถูกมาก ก็ขึ้นราคาให้สักนิดหนึ่งแล้วเปิดสาขาหลายสาขา เปิดในห้างสรรพสินค้าก็ได้ เปิดในพารากอนก็ได้ โน่นนี่นั่น แต่คนที่รับผิดชอบก็คือหัวหน้าหน่วย หัวหน้าหน่วยคนนี้

ความคิดเดิมๆ การบินไทยต้องแยกเป็น BU (Business Unit) นี่มันเลียนแบบฝรั่งมาอีกแล้ว ทะลึ่งไม่เข้าเรื่อง ไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่นิดเดียว พอคุณทำเป็น Business Unit คุณตั้งเป็นบริษัท การบินไทยเป็นโฮลดิ้ง คุณก็ต้องมีประธานบอร์ด คุณต้องมีกรรมการบอร์ด มันก็ฉิบหายเหมือนเดิม ท่านผู้ชม ก็ย้อนรอยกลับไปสู่ระบบการบินไทย นี่มันคิดวนอยู่แค่นี้ มันไม่ออกนอกกรอบ ทำไมต้องเป็น BU ถ้าหน่วยเล็กๆ แล้วมีหัวหน้าหน่วยคุม มันไม่ต้องมี VP ไม่ต้องมีโน่นมีนี่ มันมีแค่คนๆ เดียวคุม และอีก 2-3 คนคุมแต่ละสาย แค่นั้นเอง พอ แล้วนายประธานเคียวเซร่านั้น ทุกๆ เดือนเขาจะเรียกหัวหน้าหน่วยมาประชุมกัน กินข้าวกัน แล้วให้เล่าให้ฟังว่าเดือนที่แล้วของคุณเป็นอย่างไร เขามีตัวเลขหมด คุณติดปัญหาอะไรบ้าง คุณบอกมา เขานั่งเป็นประธานกรรมการ เขาก็จะแก้ปัญหานั้นให้ นี่ก็จะเสนอแนะมา ผมทำดีแล้วนะ ผมจะขายของได้เพิ่มเติมอีกเยอะนะ มีคนต้องการมาก แต่อุปกรณ์ผมขาด ผมขอซื้อตรงนี้ได้ไหม ประธานก็มีหน้านี่ เอ้า งบประมาณ จัดซื้อไปเลย แล้วซื้อก็ไม่ต้องผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอะไรทั้งสิ้น คุณซื้อไปเลย เพราะคุณเป็นหัวหน้าหน่วย คุณต้องรับผิดชอบตรงนี้ ด้วยการที่มันเป็นหน่วยเล็กๆ หน่วยย่อยๆ แล้วไม่มีขั้นตอนที่คุณทำหนังสือรายงานขึ้นไปนะ รายงานเห็นด้วย ส่งต่อไป ส่งต่อไป นี่เกิดหมั่นไส้ เกิดเหตุว่าข้ามหัวกันก็แทงไปว่าไม่เห็นด้วย ไม่อนุมัติ เพิ่มเติมตรงนี้ หนังสือก็ส่งกลับมา เรื่องเล็กๆ เรื่องหนึ่งมันจะต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าเรื่องจะรู้ว่าจะทำหรือไม่ทำ เห็นหรือยังท่านผู้ชม เพราะฉะนั้น ถ้าฟื้นฟู มันต้องเปลี่ยนแปลง ลักษณะแบบนี้

อันที่สอง ท่านผู้ชม การบินไทยมีหนี้อยู่ 2 ส่วน หนี้ส่วนหนึ่งคือหนี้สถาบันการเงิน หนี้อีกส่วนหนึ่งคือหนี้ในเรื่องของการกู้เงินมาจากสหกรณ์ ถ้าเข้าแผนฟื้นฟูแล้ว ต้องเรียกประชุมเจ้าหนี้ทั้งหมด เจ้าหนี้ต้องให้ฉันทามติว่าจะให้การบินไทยฟื้นฟูในแนวนี้หรือเปล่า และแนวที่ควรจะฟื้นฟูต้องเริ่มด้วยการลดหนี้ แล้วคนที่เป็นเจ้าของการบินไทยคือรัฐบาล กระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ 51 เปอร์เซ็นต์ บวกกองทุนวายุภักษ์ บวกกองทุนอื่นอีกบางอย่าง เบ็ดเสร็จรวมแล้ว 61 เปอร์เซ็นต์ คนพวกนี้จะต้องมีตัวแทน และไม่มีใครเหมาะที่สุดเท่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือปลัดกระทรวงการคลัง ธนาคารทุกคนมานั่ง จะมีหนี้เท่าไรก็ตาม วิธีง่าย ต้องบอกชัดเจน ถ้าตกลงกันไม่ได้ การบินไทยล้มละลาย หนี้ที่คุณมี ไม่เหลือ คุณเอาอย่างนี้ได้ไหม คุณลดหนี้ไป 70 เปอร์เซ็นต์ หนี้ 100 บาท คุณลดไป 70 บาทเลย อีก 30 บาท ตีเป็นหุ้นไป แต่เป็นหุ้นบุริมสิทธินะ บุริมสิทธิคือหุ้นที่ลงคะแนนเสียงไม่ได้ แต่เราจะรับประกันดอกเบี้ยให้คุณว่าจะจ่ายดอกเบี้ยหุ้นคุณก่อนล่วงหน้า แต่ว่าจะจ่ายหลังจากปีที่ 3 ไม่ใช่ปีนี้ เพราะฉะนั้นหนี้จำนวนนั้นก็จะสามารถจะลดลงเหลือ 30 เปอร์เซ็นต์ แล้ว

อันที่สอง หนี้สหกรณ์ ท่านผู้ชมทราบไหมว่าการบินไทยกู้เงินสหกรณ์ โอ้โห สหกรณ์นี่ขาใหญ่ทั้งนั้นเลยนะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ 8,000 กว่าล้าน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 2,800 กว่าล้าน สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2,000 กว่าล้าน ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย 2,000 กว่าล้าน สหกรณ์ออมทรัพย์ ปตท. 2,000 กว่าล้าน สหกรณ์ออมทรัพย์กรมทางหลวง 1,900 กว่าล้าน สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยมหิดล 1,000 กว่าล้าน ท่านผู้ชมครับทำไมถึงกู้ได้ง่าย ก็เพราะว่ามันชื่อการบินไทย

ทีนี้ สหกรณ์ มันเป็นเงินฝากของพนักงานที่นั่น ถ้าจะถนอมน้ำใจกัน ก็บอกว่า อย่างนี้ได้ไหม สหกรณ์ต้องยอมขาดทุน สหกรณ์อาจจะต้องลดหนี้ลง ไม่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ อาจจะ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่อีก 50 เปอร์เซ็นต์ ขอผ่อนส่ง 30 ปี ไม่มีดอกเบี้ย ท่านผู้ชมครับ การเจรจานี้ตั้งอยู่บนเงื่อนไขว่า ถ้าไม่สำเร็จก็ต้องปล่อยให้ล้มแล้วนะ ท่านผู้ชม เราต้องทำใจ ไม่ใช่การบินไทยล้มไม่ได้ การบินไทยก็ล้มได้ แต่โอกาสที่มันฟื้นด้วยการปรับโครงสร้างหนี้แบบที่ผมบอก และถ้าเจ้าหนี้เขาเห็น เขาว่า ภาษาคนจีน คนที่ค้าขายอยู่ เขาบอกว่ากำขี้ดีกว่ากำตด กำตดก็คือว่าไม่มีอะไรเลย อย่างน้อยที่สุด ถึงแม้ว่าการลดหนี้สินแล้วมันจะดูเป็นขี้ แต่มันก็ยังเป็นขี้ ยังกำได้อยู่ เพราะฉะนั้นแล้ว ด้วยเหตุนี้ หนี้ 2 แสนกว่าล้านจะลดลงไปมหาศาล แล้วหนี้ส่วนใหญ่ ส่วนหนึ่งจะถูกแปรเป็นทุน เป็นหุ้น หุ้นบุริมสิทธิ ที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Preferred Stock ส่วนสหกรณ์นั้น หนี้ส่วนนั้น ก็ยืดไปเลย 30 ปี 30 เปอร์เซ็นต์

เอาล่ะ การเงินถ้าเราแก้ตรงนี้ได้ เรามาพูดถึงเรื่อง จะทำอย่างไรถึงจะลดต้นทุน ผมเห็นแล้วว่าเสนอลดคนประมาณ 6,000-7,000 คน การบินไทยมีพนักงาน 22,500 คน ท่านผู้ชมครับ ถ้าเรายอมรับข้อแรก ถ้าเราจะฟื้นฟูการบินไทย เราต้องยอมรับความจริงก่อน เพราะถ้าเรายอมรับความจริง ความจริงมันจะนำไปสู่ความถูกต้อง แล้วจะนำไปสู่ความเป็นธรรม ความจริงก็คือว่า จากวันนี้ไป จนถึงอย่างน้อยที่สุดสิ้นปี 64 อุปสงค์มันไม่มี demand มันไม่มี ใครที่เพ้อเจ้อบอกว่าอุตสาหกรรมการบินจะกลับคืนมาแล้วคนจะบินมากขึ้น ไปกระโดดแม่น้ำตายซะ เพ้อเจ้อ แค่วัคซีนจะมีก็ต้องรอ 18 เดือน ก็ต้องรอปลายปี 2564 หรือหลังกลางปี 2564 เพราะฉะนั้นแล้วจากนี้ไปจนถึงเร็วที่สุดก็คือปลายปี เพราะสมมุติว่ามีวัคซีน แต่กว่าจะฉีดได้ทุกคน ต้องใช้เวลาอีก 6 เดือน หรือ 1 ปี การบินไทยจะไม่มี แทบจะไม่มีธุรกิจอะไรเลย การบินไทยมีอย่างเดียวก็คือ เมื่อบินได้ ตอนนั้นการรักษาระยะห่างมันดีขึ้น ทุกอย่างดีขึ้น อาจจะบินในประเทศ และอาจจะบินบาง route ในเอเชีย อย่างเช่น บินในประเทศจีน บินไปเกาหลี ได้ แต่ให้เลิกเพ้อเจ้อเพ้อฝันว่าต้องบินไฟลต์ยุโรปเหมือนเดิม ต้องไปสวีเดน ต้องไปสวิตเซอร์แลนด์ ต้องไปโน่นไปนี่ การบินไทยต้องรู้ตัวเองว่า ตัวเองวันนี้ยากจน นี่คือหลักเศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ ก็คือดูว่ามีอะไรบ้าง เครื่องบินคืนไปหมดแล้ว ถ้าผมจำไม่ผิด เขาประกาศออกมาเองว่ามีเหลืออยู่ 36 ลำ 36 ลำที่ไม่ได้ผ่อนส่งอะไรใครทั้งสิ้น ก็ทำไมไม่ยึดเฉพาะ 36 ลำ แค่นี้ ไม่ต้องไปเช่าเพิ่ม แล้วใช้ 36 ลำนี้ทำมาหากินก่อน ก็เหมือนกับเราเคยมีร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ 4 คูหา แล้วเราเจ๊ง เราเก็บไว้ 1 คูหา เราก็ทำมาหากินที่ 1 คูหาก่อน ทำให้ดีๆ และถ้าเราลดคนไปแล้วครึ่งหนึ่ง แล้วคนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งต้องลดเงินเดือนด้วย ใครบ้างที่ต้องลดเงินเดือน ถ้าเด็กที่ทำงานอยู่เงินเดือนไม่ถึง 30,000-50,000 ไม่ต้องลด แต่ผู้บริหารที่รายได้สูงๆ เงินเดือนหลายแสน ลดไปเลย ให้เงินเดือนสูงสุดเบ็ดเสร็จ สูงสุดไม่เกิน 150,000 บาทสำหรับผู้บริหาร ที่เคยได้กัน 200,000 กว่า 300,000 ถ้าไม่อยู่ก็ไป แล้วไม่ต้องจ้างออก จ่ายค่าชดเชยไปเลย 3-6 เดือน สหภาพฯ ไม่ต้องมี เราจะมีทำไมประธานสหภาพฯ ที่ต้องไปขอขมาหมอเหวง โตจิราการ เลอะเทอะ ไม่ต้องมีสหภาพฯ จะมีไปทำไม

เพราะฉะนั้นแล้ว ด้วยหลักการตรงนี้ แล้วยื่นแผนฟื้นฟูตรงนี้ ถ้าเราลดค่าใช้จ่ายทุกอย่างไปหมดแล้ว จำนวนคนลดลงครึ่งหนึ่ง เงินเดือนลดลงแล้ว ผู้ที่อยู่ประจำต่างประเทศ เรียกกลับมาให้หมด ตั๋วขายออนไลน์หมด ทุกอย่าง แล้วการบินไทยต้นทุนก็จะไม่ได้สูงไปกว่าสายการบินอย่างเช่นแอร์เอชีย ถามว่าเราบินภายในประเทศ บินได้ จะมีคนขึ้นเยอะไหม จะมีคนขึ้นเยอะมาก คนขึ้นเยอะเพราะอะไร เพราะราคาเราจะไม่แพงไปกว่าแอร์เอเชีย หรือถ้าแพงกว่า ก็จะไม่เกิน 500 บาท 300 บาท แต่ว่ามันจะมีสิ่งหนึ่งซึ่งจะทำให้คนขึ้นการบินไทย ก็คือ โลโก้เจ้าจำปี โลโก้นี้ รุ่นพ่อ รุ่นพี่ รุ่นอา รุ่นป้า รุ่นน้า เขาสร้างมาให้มันเป็นโลโก้แห่งความเสถียรภาพ แห่งความมีคุณภาพ ทำมาหากินตรงนี้ก่อน

ถ้าสมมุติว่าจีนเปิดประเทศ ประเทศไทยเปิดประเทศ เราอาจจะบินกลับไปเซี่ยงไฮ้มากขึ้น และเราต้องบินเพิ่มโดยการทำชาร์เตอร์ ไม่ต้องให้คนจีนเหมาชาร์เตอร์มา การบินไทยทำชาร์เตอร์ไปเลย เจรจาเลย ใครจะเอา tourist มา นั่นหมายถึงเมื่อเปิดประเทศแล้วนะ คือวันนี้เราต้องทำมาค้าขาย ไม่ต้องเสียศักดิ์ศรี อุปมาอุปไมยเหมือนบ้านหลังหนึ่ง พ่อล้มละลาย ลูกๆ ต้องมาช่วย ลูกบางคนจบเภสัชฯ ลูกบางคนเรียนหมอ ลูกบางคนเป็นพนักงานบริษัท ทุกคนมาช่วยพ่อทำก๋วยเตี๋ยว ทำข้าวแกง ส่งวางขาย เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการบินไทย กัปตันการบินไทยก็ถึงช่วงเวลาต้องรู้จักตกงานบ้าง เพราะจากเครื่องบิน 103 เครื่อง ให้เหลือ 36 เครื่องที่มีอยู่ กัปตันจะเหลือกี่คนล่ะ ก็ต้องยอมตกงาน ทั้งหมดนี้เพื่อให้การบินไทยอยู่รอด และถ้าท่านผู้ชมทำแบบนี้ โอกาสการบินไทยที่จะอยู่รอดก็มีสูง เพราะต้นทุนต่ำแล้วไง ประเด็นสำคัญที่สุดคือ คุณอย่าไปเลอะเทอะทำตามฝรั่งว่าต้องมี BU (Business Unit) ปัดโธ่เอ๊ย กระบวนทัศน์ ความคิดแบบนี้มันความคิดเก่า มีปัญหาอะไร คือมันเรียนมาจากบริษัทที่ปรึกษา เรียนมาจากโรงเรียน MBA แล้วทำไมเจแปนแอร์ไลน์ตอนนั้นมันไม่มี Business Unit ล่ะ

Catering ของการบินไทย สุดยอด ขยาย catering แต่ว่าอย่าไปทะลึ่งทำเป็น BU ให้ผู้จัดการฝ่าย Catering ให้เขารับผิดชอบไปเลย คุณมีหน้าที่นะ ลดต้นทุน และขยายงานให้ทำกำไรมากขึ้น ทุกคนเรียกประชุมกันหมดเลย ช่วยกันหน่อยตอนนี้ เราไม่ไหวจริงๆ แล้ว ท่านผู้ชมครับ การบินไทยมีความจำเป็นที่จะต้องเล็ก ไม่ต้องบินเยอะ ใช้เครื่องบินที่เราผ่อนหมดแล้ว และเราไม่ได้ผ่อนใคร ที่ผ่อนอยู่คืนให้เจ้าหนี้ ให้เขายึดไป ใช้เท่าที่มีอยู่ ช่าง ก็ต้องรับซ่อมเครื่องบินหมด ไทยไลอ้อนแอร์มันมีช่างของมันมาซ่อม แต่ถ้าเราบอกว่า ผมทำได้ถูกกว่าช่างของคุณ ก็รับงานเขาซะ ซ่อมทั้งแอร์เอเชีย ช่างก็ซ่อมแอร์เอเชีย ซ่อมทั้งไทยไลอ้อนแอร์ ทั้งเวียดเจ๊ต พวกนี้มันต้องการซ่อมเครื่องบินทั้งนั้นเวลาไปไหนมาไหน แล้วช่างการบินไทยเก่ง อะไรที่เป็นทรัพย์สินของการบินไทย ขายทิ้ง เช่าคืน ถ้าเขาทำอย่างนี้ แล้วเวลาเจรจากับเจ้าหนี้ เจ้าหนี้มีทางเลือก 2 ทาง อย่างที่ผมบอก ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว รัฐบาลต้องพร้อมที่จะปิดการบินไทยไปเลย ล้มละลาย แล้วให้เจ้าหนี้ไปแย่งกันกับทรัพย์สินที่มีเหลืออยู่

จะให้ดีการบินไทยต้องลดทุนจดทะเบียน ทุนจดทะเบียนที่รัฐบาลถืออยู่ กระทรวงการคลังถืออยู่ และกองทุนวายุภักษ์ถืออยู่ ให้ลดเหลือแค่ 1 บาท แล้วเพิ่มทุน แล้วเงิน 50,000 ล้าน ที่จะค้ำประกันเงินกู้ ก็คือเพิ่มทุนเข้าไป แต่ท่านผู้ชมครับ การบินไทยต้องไม่ซ้ำรอยเดิม คืออะไร รัฐบาลต้องไม่แต่งตั้งกรรมการโหลยโท่ยเข้ามา และรัฐบาลพร้อมหรือไม่ เสนอคนที่เข้ามานั่งช่วยการบินไทยให้ช่วยประเทศหน่อย ด้วยการไม่รับเงินเดือนได้ไหม ไม่มีสิทธิพิเศษอะไรให้เลยนะ ได้หรือเปล่าเมื่อใดก็ตาม เราหาคนที่เสียสละเพื่อฟื้นฟูกิจการการบินไทยได้ และเราลดขนาดของการบินไทยลงมา ตามสถานภาพที่แท้จริงที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เพราะวันนี้คุณเป็นคนจน เมื่อคุณเป็นคนจน คุณต้องอยู่อย่างคนจน แต่คุณต้องทำมาหากินเป็น คือพูดง่ายๆ ว่า คุณต้องตื่นตี 4 มาเตรียมตัวทำงาน ขายของ แล้วคุณต้องนอน 2 ทุ่ม 3 ทุ่ม แล้วคุณต้องตื่นตี 4 ไม่มีวันหยุด จนกระทั่ง Unit เล็กๆ ของการบินไทยมันเริ่มมีกำไร เจแปนแอร์ไลน์เขาทำแบบที่ผมเล่าให้ฟัง ประธานเคียวเซร่าทำ 2 ปีเท่านั้นเอง สายการบินเจแปนแอร์ไลน์มีกำไรกลับคืนมา แล้วหลังจากนั้นอีก 2 ปี เข้าตลาดหลักทรัพย์ต่อเหมือนเดิม ฉะนั้นถ้าการบินไทยเป็น Unit ที่เล็ก เลิกมันไปเลย ไม่ต้องไปคิดว่าต้องให้ไทยสมายล์บินแทน ไม่ใช่ ไทยสมายล์นี่ล่ะตัวดี ก็ตอนที่ทำเสนอขึ้นมาก็บอกว่าจะมีกำไรทุกปี แล้วในที่สุดก็ขาดทุนไป 5,000 กว่าล้าน เมื่อ Unit เล็กๆ แบบนี้ของการบินไทย ซึ่งกลายเป็นคนจน แต่ขยันทำมาหากิน ยังแต่งตัวดีอยู่ ให้บริการขายอาหารดีอยู่ ขายก๋วยเตี๋ยวดีอยู่

ทำไมผมถึงพูดเรื่องการขายอาหาร ขายก๋วยเตี๋ยว เพราะว่าการบินไทยคืองานบริการ แล้วพอมีกำไรขึ้นมา เริ่มเข้มแข็งขึ้นมา ค่อยๆ ขยายตัวไปทีละนิด แต่อย่าไป มันต้องเอาเงินมาลงเท่านี้อีก เพราะต้องบินยุโรป ก็ถ้าคุณติดพวกนี้ ที่คุณจะต้องบินไปหลายๆ แห่ง แล้วบินเฉพาะที่จำเป็น เงินที่เพิ่มทุนไม่จำเป็นต้องมีมากนัก และไม่ต้องเป็นการจ้างออก เพราะถ้าบริษัทใกล้ล้มละลาย แล้วยื่นแผนฟื้นฟู มันแค่จ่ายเงินค่าชดเชยไป คุณทำงานมา 2-3 ปี คุณทำงานมา 10 ปี คุณอาจจะได้ 18 เดือน ก็เอาไป 18 เดือน จบ ทำตามกฎหมายแรงงานเป๊ะๆๆ เงินก้อนที่เอามา เอามาจัดการเรื่องค่าให้คนออก ผมเชื่อว่าด้วยวิธีนี้ และถ้าคุณมีแผนแบบนี้ให้เห็นว่าคุณพร้อมจะเล็กลง คุณจะผอม คุณจะแข็งแรง ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่คุณจะยอมรับความจริงหรือเปล่าว่าอนาคตมันไม่สดใสเหมือนเดิมแล้ว เมื่ออนาคตไม่สดใสเหมือนเดิม ต่อให้มีวัคซีนออกมา ธุรกิจการบินก็ไม่ใช่ธุรกิจที่จะดีเหมือนสมัยก่อนที่จะมีโควิด-19 อาจจะดีแค่ 60-70 เปอร์เซ็นต์

แล้วธุรกิจการบิน ท่านผู้ชมจำคำพูดของผมเอาไว้ เป็นธุรกิจที่กำไรน้อยมาก ที่มันบอกว่ากำไรๆ มาโต้เถียงกันระหว่างพรรคการเมือง โม้กันว่าสมัยก่อนผมโน่นนี่นั่น มันเป็นธุรกิจแต่งบัญชีทั้งนั้น

ท่านผู้ชม ผมมีข้อคิดอยู่เพียงแค่นี้ แต่ผมก็จะอดใจหายไม่ได้ ความผูกพันที่มีอยู่ ผมผูกพันกับในยุคที่การบินไทยกำลังรุ่งเรือง ไม่มีการคอร์รัปชันกันอย่างมโหฬาร และผมจะบอกให้ เวลาท่านเอาคนออก ผู้บริหารทั้งหลายนี่ โละไปซะ เก็บไว้ไม่เกิน 2-3 คนพอแล้ว เพราะการบินไทยไม่จำเป็นต้องมี EVP ต้องมี VP หลายสิบคน มีไปทำไมตำแหน่งบ้านั่น ก็เพราะตำแหน่งบ้านั่นล่ะมันทำให้การบินไทยเจ๊ง ก็เลิกบ้าได้หรือยัง

แล้วคนการบินไทยเก่าๆ เก่งๆ มีเยอะ ที่เขาไม่มีผลประโยชน์กับใคร เขาเกษียณไปแล้ว เขาอาจจะ 70 กว่า 80 เชิญเขามาเป็นที่ปรึกษา ผมเชื่อว่าขอเขาว่าไม่ต้องกินเงินเดือนได้ไหม บาทเดียวเขาก็ไม่เอา เพราะเขาผูกพันกับบริษัทที่เขาปั้นมาด้วยมือของเขาเอง เขาเจ็บช้ำน้ำใจมากที่โดนคนรุ่นหลัง โดนนักการเมือง โดนผู้บริหารโหลยโท่ย โดนพวกสันขวานที่นั่งอยู่เป็นตำแหน่งอะไรก็ไม่รู้ DO ดีบ้าบอคอแตก ปู้ยี่ปู้ยำ

ท่านผู้ชมครับ ผมมีข้อคิดอยู่เพียงแค่นี้ และผมคิดว่าข้อคิดของผมตรงไปตรงมา ไม่มีผลประโยชน์อะไรกับใครทั้งสิ้น ถ้าไม่เช่นนั้นก็ปล่อยให้มันล้มละลายไปเลย ให้เจ้าหนี้ทุกคนมารุมทึ้งกับทรัพย์สินการบินไทย ซึ่งผมเชื่อว่าวันนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว แต่อย่างน้อยที่สุด วิธีนี้ทุกคนได้น้อยลง เรียกหนี้คืนได้น้อยลง แต่ว่าได้ทุกคน และมีโอกาส สมมุติว่าใครก็ตามที่ hair cut หนี้ไป ส่วนที่ hair cut ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นหุ้นบุริมสิทธิ แต่เป็นหุ้นบุริมสิทธิที่ราคาแพง แทนที่จะเป็นราคาพาร์ ก็อาจจะราคาแพงขึ้นอีกสัก 10 เท่า โดยที่ในอนาคตถ้าการบินไทยมันดี อีก 5 ปี 10 ปี เข้าตลาดหลักทรัพย์อีกครั้งหนึ่ง มูลค่าหุ้นมันสูงกว่าราคาพาร์ 10-20 เท่า อย่างน้อยที่สุดหุ้นตัวนี้ของคุณที่คุณ convert เป็นหุ้น คุณก็ขายทิ้ง คุณก็ได้หนี้ของคุณคืน แต่ใช้เวลานิดหนึ่ง ลักษณะการแก้ปัญหาการบินไทยคือต้องใช้ลักษณะคนจีนโบราณ เวลาคนจีนโบราณจะล้ม เขาเรียกเจ้าหนี้มานั่งคุยกันเลยในบ้าน เขาเรียก เกี้ยเซียะ กับป่วยเซียะ เกี้ยเซียะคือประนีประนอมกัน ป่วยเซียะ คือลดหนี้ แล้วคนจีนสมัยก่อนมีเหตุผลมาก ถ้าไม่ยอมมัน จับมันเข้าคุกก็ไม่มีประโยชน์อะไร เงินอั๊วเสียหมด ลื้อมีเท่าไร ลื้อจ่ายอั๊วคืนแค่ 10 บาท ขอ 15 บาทได้ไหม 20 บาทได้ไหม 30 บาทได้ไหม คือการเจรจากัน ผมเชื่อว่าเจ้าหนี้ แม้กระทั่งธนาคาร ก็ไม่อยากตัดทุกอย่างเป็นหนี้ศูนย์หมด อย่างน้อยที่สุดยังมีข้ออ้างได้

ท่านผู้ชมครับ การบินไทยเป็นตัวอย่างของการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เป็นหลักอนิจจังจริงๆ และขอให้เป็นบทเรียนของรัฐบาล เป็นบทเรียนของคนที่มาปู้ยี่ปู้ยำการบินไทย ท่านผู้ชม คำถามของผมมีอย่างนี้ ทำไมพวกกรรมการทั้งหลายที่ทำให้การบินไทยเจ๊งมันไม่โดนเล่นงานบ้าง ยังลันล้าอยู่ ชิลๆ มีความสุข สบาย และท่านผู้ชมครับ ท่านที่ชอบเล่นโซเชียลมีเดีย อย่าไปซี้ซั้ววิพากษ์วิจารณ์การบินไทยเลย เชื่อผมสิ เชื่อผม ท่านก็เพิ่งอ่านข่าวล่าสุด บางคนก็เพิ่งจะเด็กน้อย อายุเพิ่งจะ 40 ต้นๆ ไม่รู้เรื่องของการบินไทยเป็นอย่างไร อดีตเป็นอย่างไรบ้าง ก็มาวาด เขียนเสือให้วัวกลัว วาดโน่นวาดนี่ กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ การบินไทยมีทางเดียวเท่านั้น คือต้องลดต้นทุนและต้องลดหนักๆ ที่บอกว่าลดคนไป 8,000 คน ไม่พอ ต้องลด 10,000 ครึ่งหนึ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ของ 22,500 คน และนอกจากลดพวกนี้แล้วยังต้องลดพวกที่เป็นผู้บริหารระดับสูงออกให้หมด นี่คือวิธีการแก้ปัญหา และมันจะอยู่ได้ และคนที่อยู่ ต้องขายชีวิตให้กับองค์กรนี้ การบินไทย เพื่อทำให้มันไปได้

ท่านผู้ชมครับ วันนี้เอาเพียงแค่นี้ก่อน แล้วเราค่อยมาคุยกันอีกเรื่องหนึ่งในอาทิตย์หน้า เรื่องอะไรกลางๆ อาทิตย์จะแจ้งให้ทราบ สวัสดีครับท่านผู้ชม