fbpx

ต่ำสุดรอบ 18 ปี! น้ำมันสหรัฐฯ หลุด $20 พิษโควิด-19 หุ้นมะกันร่วงคืน-ทองลงแรง

ใช้เวลาอ่าน: < 1 นาที

ราคาน้ำมันสัญญาสหรัฐฯ ในวันพุธ (15 เม.ย.) แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2002 คาดอุปสงค์พลังงานโลกจะลดลงมากสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ และสต๊อกปิโตรเลียมอเมริกาเพิ่มขึ้น 12 สัปดาห์ติด ส่วนวอลล์สตรีทลงหนักจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ขณะที่ทองคำปิดลบ 28 ดอลลาร์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม ลดลง 24 เซ็นต์ ปิดที่ 19.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ลอนดอนงวดส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 1.91 ดอลลาร์ ปิดที่ 27.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทบวงพลังงานสากล (ไออีเอ) เตือนถึงแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันดิบลดลงมากสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ซึ่งบีบให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต้องปิดเศรษฐกิจของตนเอง โดยองค์กรแห่งนี้ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์พลังงานโลกลง 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับที่พอๆ กับอัตราการเติบโตของอุปสงค์โลกในช่วง 1 ทศวรรษที่ผ่านมา

“แม้มีการคาดการณ์ว่าจะมีการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางในช่วงครึ่งปีหลังนี้ แต่เราก็คาดว่าอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปีนี้จะลดลง 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการลบล้างการขยายตัวของอุปสงค์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา” รายงานระบุ

อีกด้านหนึ่งสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานแห่งสหรัฐฯ (อีไอเอ) เผยแพร่รายงานในวันพุธ (15 เม.ย.) ระบุว่าคลังน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 10 เมษายน เพิ่มขึ้นถึง 19.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดหมายไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นราวๆ 10.1 ล้านบาร์เรล

นอกจากนี้แล้ว อีไอเอยังรายงานด้วยว่าคลังน้ำมันเบนซินสำรองเพิ่มขึ้น 4.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์เดียวกัน เช่นเดียวกับสต๊อกน้ำมันกลั่น ซึ่งเพิ่มขึ้น 6.3 ล้านบาร์เรล

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันพุธ (15 เม.ย.) ดิ่งแรง จากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอต่างๆ นานา ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจอเมริกาชะลอตัวอย่างรุนแรง ท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19

ดาวโจนส์ ลดลง 445.41 จุด (1.86 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 23,504.35 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 62.70 จุด (2.20 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,783.36 จุด แนสแดค ลดลง 122.56 จุด (1.44 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 8,393.18 จุด

รายงานทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่เผยแพร่ออกมาในวันพุธ (15 เม.ย.) เผยให้เห็นว่ายอดค้าปลีกสหรัฐฯ ดิ่งลงในเดือนมีนาคม ขณะที่ผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนเดียวกัน ลดลงหนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1946

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ระบุในรายงานว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของอเมริกาหดตัวอย่างรุนแรง

นอกจากนี้แล้ว ในรายงานอื่นๆ ยังเผยให้เห็นถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านที่ทรุดลงอย่างหนักและสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการที่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกได้หยุดชะงักลงจากการที่รัฐบาลออกมาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ส่วนราคาทองคำในวันพุธ (15 เม.ย.) ปิดลบหนักสุดในรอบสัปดาห์ จากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน หลังจากสถิติปิดสูงสุดในรอบกว่า 7 ปี หนึ่งวันก่อนหน้านี้ โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ลดลง 28.70 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,740.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์