fbpx

SONDHI TALK : แชร์ประสบการณ์ รักษาต่อมลูกหมากโต ด้วยแพทย์ทางเลือก

ใช้เวลาอ่าน: 4 นาที

“สนธิ ลิ้มทองกุล”แชร์ประสบการณ์ การดูเเลตัวเอง เเละการรักษาต่อมลูกหมากโต ด้วยเเพทย์ทางเลือก ตอนนี้หายเป็นปกติเเล้ว แต่โรคนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับผู้ชายทุกคน

วันที่ 8 เม.ย.63 เวลา 13.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” และช่องยูทูป Sondhitalk เกี่ยวกับการดูเเลตัวเอง เเละการรักษาต่อมลูกหมากโต ด้วยเเพทย์ทางเลือก ซึ่งตอนนี้หายเป็นปกติเเล้ว โรคนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับผู้ชายทุกคน โดยมีนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต มาร่วมให้ข้อมูลในรายละเอียดแบบลงลึก

คำต่อคำ SONDHI TALK ตอนพิเศษ การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยแพทย์ทางเลือก

สวัสดีครับท่านผู้ชม เมื่อวันที่ 27 มีนาคม วันศุกร์ สักประมาณ 1-2 อาทิตย์ที่แล้ว ผมได้เล่าเรื่องที่ผมเป็นโรคต่อมลูกหมาก แล้ว อ.ปานเทพ เขาก็จัดยาสมุนไพรมาให้ผมรับประทาน รับประทานอยู่เดือนหนึ่งก็หาย ปรากฏว่าท่านผู้ชม ทั้งที่ส่งคอมเมนต์มา หรือใน inbox ถามหาว่ายานี้มีไหม ช่วยแนะนำให้หน่อย เพราะส่วนใหญ่แล้วจะเป็นญาติผู้ใหญ่ จะเป็นคุณพ่อหรือคุณแม่ ก็ล้วนแล้วแต่มีปัญหาต่อมลูกหมาก

ตอนสมัยที่ผมอยู่ในเรือนจำ 2 ปี 11 เดือน 27 วันนั้น ผมก็เป็นปัญหาต่อมลูกหมาก ผมจะปัสสาวะติดขัด ปัสสาวะไม่สุด พอออกมาแล้วผมก็ปรึกษา อ.ปานเทพ อ.ปานเทพ ก็เลยจัดยาสมุนไพร ซึ่ง อ.ปานเทพ ได้รับสูตรมาจากครูท่านหนึ่งซึ่งเป็นอาจารย์แพทย์แผนโบราณที่มีชื่อเสียงมาก แต่ผมขอไม่เอ่ยชื่อนะครับ ผมรับประทานอยู่เดือนหนึ่งก็หาย แล้วก็รับประทานอยู่บ้านเป็นประจำตอนนี้ปัญหาเรื่องการปัสสาวะตอนนี้ผมไม่มีแล้ว ซึ่งธรรมดาแล้วปัญหาต่อมลูกหมากนั้นจะเกิดกับคนที่มีอายุมาก วิธีรักษา อ.ปานเทพ บอกว่า ถ้าเป็นพระ ก็ให้ฉันมังสวิรัติ แต่เผอิญพระท่านไม่มีทางเลือก เพราะพวกเราไปถวายอาหารที่เป็นเนื้อให้มาก เพราะฉะนั้นแล้วเวลาเราถวายอาหารพระ พยายามถวายผักให้มากๆ และอีกอย่าง พระท่านไม่สามารถจะมีเพศสัมพันธ์ได้ เพราะ อ.ปานเทพ บอกว่า ถ้าจะให้ต่อมลูกหมากเป็นปกติ มนุษย์เราต้องมีเพศสัมพันธ์เดือนละ 21 ครั้ง 21 ครั้งนี่ต้องสำเร็จด้วยนะ เพราะฉะนั้นคนที่มีอะไรกับผู้หญิงหรือภรรยา 21 ครั้ง และต้องเสร็จทุกวันนี่ ผมว่าต่อมลูกหมากอาจจะหาย แต่ก็คงจะเป็นคนที่ซูบซีดแล้วก็เหลืองไปทั้งตัว

เพราะฉะนั้นแล้ววิธีการรักษาก็คือ อ.ปานเทพ บอกว่าอย่างนี้ คือจริงๆ ไม่ได้ขัดข้องหรอกในเรื่องสูตร แต่เนื่องจากว่าแพทย์แผนโบราณนั้นจะมีวิธีการรักษาและมีคนจับจ้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทยา ถ้าบอกไปว่าสูตรมีอะไรบ้าง รับรองว่าพวกนี้ก็จะไปขโมยความคิดแล้วเอาไปจดทะเบียนเป็นลิขสิทธิ์ของเขาเอง ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าจะทำ อ.ปานเทพ ก็เลยแนะนำอย่างนี้ ว่า เอาอย่างนี้แล้วกัน ท่านผู้ชมท่านใดที่ต้องการจะรักษา ให้แจ้งมาที่คอลเซ็นเตอร์ ซึ่งหมายเลขก็มีอยู่แล้ว 02-633-5353 บอกว่าอยากจะขอซื้อยารักาาต่อมลูกหมาก ซึ่ง อ.ปานเทพ จะพยายามจัดให้ทานได้ 1 เดือน แล้วหลังจากนั้นก็ดูอาการกันอีกทีหนึ่ง แล้วค่อยว่ากันไปอีกที เพราะว่าสมุนไพรพวกนี้เป็นสมุนไพรที่ค่อนข้างจะหายาก และต้องปลูกขึ้นมาใหม่ สร้างสมุนไพรขึ้นมาใหม่ ซึ่งหลังจากผมพูดจบแล้ว อ.ปานเทพ จะอธิบายปัญหาของต่อมลูกหมากให้พวกเราทุกคนทราบ

หลายๆ ท่านก็ถามว่าผมรักษาสุขภาพอย่างไร อายุ 73 แล้ว ก็ดูสุขภาพสมบูรณ์ดี ผมเคยเล่าให้ฟังว่าผมทานน้ำมันมะพร้าวหีบเย็น ประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ เพราะผมตัวใหญ่ น้ำหนักมาก ถ้าเป็นคนตัวเล็กหน่อย ตัวบางหน่อย ก็อาจจะทานแค่ 2 ช้อนโต๊ะ หรือ 3 ช้อนโต๊ะสูงสุด และผมก็ทานน้ำด่าง ซึ่งเอามาบาลานซ์กรดในกระเพาะ ฉะนั้นผมทานทั้งน้ำด่างและน้ำมันมะพร้าว

สมัยที่อยู่ในเรือนจำ ผมทานน้ำมันมะพร้าวทุกวัน เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องโรคหวัดกับผมนี่ ไม่ได้มาใกล้ชิดกันเลยแม้แต่นิดเดียว ผมเป็นคนที่ไม่เคยเป็นหวัดมานมนานแล้ว จนกระทั่งผมจำไม่ได้แล้วว่าเป็นหวัดครั้งหลังสุดเมื่อไร

เอาเป็นว่า ถ้าท่านผู้ชมต้องการสูตร ต้องการยารักษาต่อมลูกหมาก ให้โทรศัพท์มาที่คอลเซ็นเตอร์ที่ผมบอกเบอร์ไปเมื่อกี้ เดี๋ยวผมจะขึ้นเบอร์ให้ดูนะครับ ก็ขอเชิญชมเรื่องราวต่างๆ ถึงปัญหาของต่อมลูกหมากที่ อ.ปานเทพ จะเล่าให้พวกเราฟังนะครับ ขอบคุณมากครับ

อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

สวัสดีครับท่านผู้ชม ผม อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ วันนี้ได้รับเกียรติจากเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ที่จะมาพูดถึงเรื่องประเด็นปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่คุณสนธิได้พูดถึงผมในเรื่องของสุขภาพ และประเด็นที่มีการถามไถ่กันมากที่สุดหลังจากที่รายการ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ได้ออกอากาศไป ก็คือเรื่องต่อมลูกหมาก ซึ่งเราจะมาพูดกันในวันนี้ แต่ก่อนที่ผมจะไปพูดถึงว่าคุณสนธิหายจากต่อมลูกหมากได้อย่างไรภายใน 1 เดือน ก็ขออนุญาตเท้าความว่า คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นบุคคลหนึ่งที่ดูแลสุขภาพตัวเองไปได้ดีระดับหนึ่ง โดยที่ตัวเองไม่เคยรู้ว่าสิ่งที่คุณสนธิได้ทำลงไปนั้นเป็นวิธีการปฏิบัติในแนวทางธรรมชาติบำบัดอย่างน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่คุณสนธิได้มีการพูดออกอากาศไปถึงวิธีการปฏิบัติที่มีความสำคัญ เริ่มแรกก็คือ คุณสนธิไม่กินยาปฏิชีวนะ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง

แต่เหนือไปกว่านั้นก็คือ คุณสนธิเป็นคนที่ดูแลสุขภาพตัวเองตามแนวทางวิถีทางของคนในอดีต ก็คือ เมื่อเป็นไข้ก็ได้ใช้ความร้อนในการห่ม เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมภายนอกของตัวเองให้ร้อนตามอุณหภูมิเป้าหมายที่ hypothalamus ในร่างกายผลิตไข้ออกมา นั่นหมายถึงเราใช้สภาวะแวดล้อมเป็นความร้อนแทนการผลิตไข้ ดังนั้นกลไกความร้อนที่คุณสนธิได้ใช้วิธีห่มผ้า ใช้ความร้อนนั้นเป็นกลไกที่สอดรับกับงานธรรมชาติบำบัดที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่หรือคนที่เขาสนใจทางเภสัชยุคใหม่ อาจจะลืมหลงไปในกลไกธรรมชาติพื้นฐานเช่นนี้

นี่คือปรากฏการณ์ สิ่งที่คุณสนธิได้ยึดปฏิบัติมา แนวทางตลอดระยะเวลานับสิบปี และข้อสำคัญก็คือ นับตั้งแต่ที่พวกเราพูดเรื่องน้ำมันมะพร้าว Manature Coconut Oil ผมก็เป็นกรรมการอยู่ในชมรมอนุรักษ์และพัฒนามะพร้าวแห่งประเทศไทย เราค้นพบว่าวิธีที่จะทำให้ผู้สูงวัยมีอุณหภูมิสูงขึ้น เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อเป็นเช่นนี้ คุณสนธิก็เลยดื่มน้ำมันมะพร้าวในการที่จะบำรุงรักษาธาตุไฟ เหตุผลว่าทำไมถึงใช้น้ำมันมะพร้าวบำรุงรักษาธาตุไฟให้รักษาระดับเอาไว้ได้ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณสนธิดื่มน้ำมันมะพร้าวตอนเช้าๆ และอุณหภูมิในร่างกายอุ่น ไม่เย็นเหมือนกับผู้สูงวัยโดยทั่วไป ก็คือเป็นคนที่รักษาระดับธาตุไฟเอาไว้อยู่ และช่วยการขับถ่าย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน จากเพียงแค่น้ำมันมะพร้าว

เอาล่ะครับ แปลว่าวัตรกิจปฏิบัติของคุณสนธินั้น เป็นไปในแนวทางและทิศทางที่ดำเนินชีวิตนั้นสอดคล้องกับธรรมชาติบำบัด ในวันที่ไวรัสระบาด คุณสนธิเปิดหน้าต่าง เพราะว่าเครื่องปรับอากาศเป็นเรื่องของการกดอุณหภูมิในร่างกาย เพราะทุกอย่างเย็นลง ราวกับว่าเรามีฤดูกาลเดียว คือฤดูหนาว คุณสนธิก็ใช้วิธีเปิดหน้าต่าง ปิดแอร์ เพื่อรับอุณหภูมิอากาศตามธรรมชาติ ก็คือเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติมากขึ้น

เอาล่ะครับ กลับมาเรื่องของประเด็นที่ 2 ที่หลายคนสนใจ นอกจากวิถีชีวิตของคุณสนธิแล้ว ก็คือเรื่องต่อมลูกหมาก ว่าคุณสนธิหายได้อย่างไรใน 30 วัน

ท่านผู้ชมครับ ทันทีที่คุณสนธิออกจากเรือนจำ ผมก็ได้มีโอกาสไปพบคุณสนธิ แล้วก็ได้มีโอกาสสอบถามสารทุกข์สุกดิบ ก็ได้เล่าให้ฟังว่าผมกำลังอยู่ในช่วงของการค้นหาข้อมูล ค้นหาภูมิปัญญา ตามวิสัยของคนขี้สงสัย ที่เป็นนักธรรมชาติบำบัดและเป็นสื่อมวลชน ก็เล่าให้คุณสนธิฟัง คุณสนธิก็เกิดสนใจ ก็เลยขอให้ผมช่วยตรวจสุขภาพให้คุณสนธิ โดยที่คุณสนธิไม่พูดอะไรเลย สิ่งที่ผมได้ดำเนินการก็คือจับชีพจร คนทั่วไปก็เข้าใจว่าการจับชีพจรนั้นมีแต่แพทย์แผนจีน ที่จริงแล้วการจับชีพจรพื้นฐาน 3 นิ้ว มีทั้งอินเดีย ไทย จีน รามัญ จับในตำแหน่ง 3 นิ้วเหมือนกัน ระบบนั้นมีความละเอียดและวิธีการมองอวัยวะเชื่อมโยงกัน เพียงแต่ว่าอาจจะมีความละเอียดหรือวิธีการมองแตกต่างกัน แต่ตำแหน่งที่จับนั้นตรงกัน

ปรากฏว่าสิ่งที่ผมจับไป ผมก็ค้นพบปัญหา 2 เรื่องกับคุณสนธิในวันนั้น ผมก็บอกว่า คุณสนธิครับ คุณสนธิต่อมลูกหมากโตครับ คุณสนธิมีภาวะต่อมลูกหมากโตและมีปัญหาด้านการปัสสาวะ และยังกระทบต่อเรื่องฮอร์โมนเพศชาย ทำให้กระทบต่อเรื่องสมรรถภาพทางเพศด้วย ซึ่งท่านผู้ชมฟังแบบนี้แล้ว อาจจะบอกว่า ทำไมเรามาพูดเรื่องสมรรถภาพทางเพศ ผมจะขอเรียนให้ทราบว่า จำเป็นต้องพูด เพราะไม่ใช่เรื่องลามก แต่เป็นเรื่องวิถีชีวิตของมนุษย์ เมื่อไรเริ่มเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แปลว่า จะเริ่มเสี่ยงเสียชีวิตมากขึ้น ท่านผู้ชมฟังแล้ว ไม่น่าเชื่อ แต่ผมจะเล่าให้ฟังว่ามันไม่ใช่เรื่องตลกและไม่ใช่เรื่องลามก

ผมขออนุญาตมาที่งานวิจัยเรื่องวารสาร The Journal of Sexual Medicine ซึ่งเป็นวารสารทางการแพทย์เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์ เขาไปสำรวจประชากรจำนวน 1,790 คน แล้วก็ค้นพบข้อมูลสำคัญว่า เมื่อไรก็ตามที่ชายคนใดก็ตามเริ่มเสื่อมสมรรถภาพทางเพศนั้น จะมีความเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 70 เปอร์เซ็นต์ ฟังแล้วน่ากลัวนะครับ แต่งานวิจัยข้างต้นนั้นมันน่าอัศจรรย์มาก เพราะสอดรับกับคัมภีร์โบราณของการแพทย์แผนไทยที่ชื่อว่า คัมภีร์ฉันทศาสตร์ และได้กล่าวในหัวข้อ มรณญาณสูตร ซึ่งว่าด้วยเรื่องของวิชาความรู้ของการสังเกตว่าคนใกล้ตายนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อไร และมีสภาพอย่างไร

ในมรณญาณสูตร ในคัมภีร์ฉันทศาสตร์ ในการแพทย์แผนไทย เขียนเอาไว้ว่า สำคัญวันแลเวลา ผู้ใดจะมรณานิมิต แจ้งประจักษ์ใจ หมายถึงว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้เมื่อไร เรามีความเสี่ยงจะเสียชีวิตมากขึ้น และในระบบการแพทย์แผนไทยในระยะท้ายๆ ของการใกล้เสียชีวิต จะมีปัญหาเรื่องระบบการขับถ่าย สมรรถภาพทางเพศ และการปัสสาวะ นี่คือท้ายๆ ของหลายโรคที่เกิดขึ้น

ปรากฏว่ามีการเขียนในเรื่องของสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์ฉันทศาสตร์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะว่าในคัมภีร์ฉันทศาสตร์ได้พูดถึงมรณญาณสูตรไว้เรื่องของสมรรถภาพทางเพศ เขียนเอาไว้ว่า

อนึ่ง ลึงค์บุรุษใด ให้แรงราคบเหือดหาย
เจ็ดเดือนไม่เคลื่อนคลาย จะวายชีพชีวา

อนึ่ง ลึงค์บุรุษใด อนึ่งกายไม่ราคะตัณหา
ผู้นั้นจะมรณา กำหนดในสิบเจ็ดปี

นั่นก็แปลว่าสิ่งที่คนโบราณได้เก็บสำรวจ ที่เรียกว่า Big Data ก็สอดรับกับงานยุคใหม่ งานวิจัยยุคใหม่ในยุคปัจจุบัน เพราะฉะนั้นการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศไม่ใช่เรื่องตลก และไม่ใช่เรื่องที่จะละเลยได้ เพราะมันเป็นสัญญาณชีพอย่างหนึ่งที่เราจะรู้ว่าเรามีความเสี่ยงในการเสียชีวิตมากน้อยเพียงใด

เมื่อพูดถึงสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งจะโยงกับเรื่องต่อมลูกหมาก เวลาเราพูดถึงเรื่องสมรรถภาพทางเพศ จะหลีกเลี่ยงการไม่พูดถึงฮอร์โมนชนิดหนึ่งของเพศชายไม่ได้ ที่ชื่อว่าฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ฮอร์โมนนี้เป็นฮอร์โมนเพศชาย จะลดลงเรื่อยๆ ถ้าเราอ้วน และถ้าเรามีอายุมากขึ้น และงานวิจัยก็ค้นพบว่าคนที่เป็นโรคอ้วนและเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะพบว่ามีปัญหาหลอดเลือดแทบทุกคน และการมีปัญหาหลอดเลือดก็เป็นเรื่องระบบการไหลเวียนถึงอวัยวะเพศ ในที่สุดก็ต้องเสื่อมสมรรถภาพในท้ายที่สุดอยู่ดี นั่นก็หมายถึงว่า ทั้งเบาหวาน และโรคหลอดเลือด สัมพันธ์กับเรื่องสมรรถภาพทางเพศ

ประการถัดมาก็คือ ปัญหาจิตใจ ผลกระทบต่อสมอง รวมถึงยาลดความดันโลหิต ยาบำบัดอาการซึมเศร้า ยาระงับประสาท พวกนี้มีผลกระทบทั้งสิ้นต่อเรื่องฮอร์โมนเพศ

อีกปัจจัยหนึ่งที่เราพูดเรื่องหลอดเลือดแล้ว ก็คือการที่มีหลอดเลือดคุณภาพดีในยุคปัจจุบัน เขาวัดกันที่ไขมันตัวดี ที่ชื่อว่า HDL ไขมันตัวดีนี้ก็จะนำพาไขมันตามหลอดเลือดและคอเลสเตอรอลไปส่งที่ตับ รีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่น ไม่ว่าฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนต้านการอักเสบ ฮอร์โมนต้านความเครียด สำคัญทั้งนั้นเลยครับ แต่ไขมันที่ชื่อว่า HDL ไขมันตัวดีนี้ จะเพิ่มได้อย่างไร หนึ่ง ออกกำลังกาย สอง งดแป้ง น้ำมัน สาม สิ่งที่เร็วมากเลย ดื่มน้ำมันมะพร้าว อันนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันกันได้เพราะนักกีฬาหลายคนไม่สามารถเพิ่ม HDL ได้เท่ากับคนดื่มน้ำมันมะพร้าว

เอาล่ะครับ ผมจะกลับมาอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะความเชื่อมโยงกับสมรรถภาพทางเพศนั้น มันสัมพันธ์กับเรื่องการเกิดต่อมลูกหมากโต เมื่อไรก็ตามที่เราเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ผู้ชายนะครับ ก็จะส่งผลทำให้ร่างกายยังคงผลิตอสุจิอยู่ แต่ไม่สามารถที่จะนำอสุจินั้นออกจากร่างกายได้ เพราะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โดยเฉพาะคนที่ยังกินเนื้อสัตว์ บำรุงกามจากเนื้อสัตว์ เนื้อ นม ไข่ ซึ่งมีฮอร์โมนสำคัญในการเร่งผลิตอยู่ ที่เรียกว่า IGF-1 (Insulin-like growth factor 1) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโต ดังนั้น คนจำนวนหนึ่งที่งดกินเนื้อ นม ไข่ จะลดปัญหาต่อมลูกหมากทันที แต่ใครก็ตามที่คุมอาหารไม่ได้ และอายุมากขึ้น และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศด้วย แทบทั้งนั้น จะกระทบและมีผลเรื่องต่อมลูกหมากโตทันที

ท่านผู้ชมครับ โรคต่อมลูกหมากโตนั้นเป็นเรื่องที่น่าทรมานมาก เพราะว่าปัสสาวะเป็นหยดๆ และไม่สามารถปัสสาวะได้หมด ตอนกลางคืนก็ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะหลายครั้งหลายหน แน่นอนครับ อาหารที่ดี เช่น การไม่กินเนื้อสัตว์เลย เป็นเรื่องที่ดี ช่วยลดภาวะความเสี่ยงต่อมลูกหมากโตได้ การกินมะเขือเทศที๋โดนความร้อนจัดๆ เพื่อเอาไลโคปีน ลดความเสี่ยงต่อมลูกหมากโตได้ แต่อย่างไรก็ตาม มีคนถามว่า เอ๊ะ ถ้าเราไม่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แล้วเราจะนำอสุจิออก จะลดความเสี่ยงต่อมลูกหมากไหม

ผมมีตัวเลขให้ฟังนะครับท่านผู้ชม เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องลามกเช่นเดียวกัน เพราะเป็นวารสารเกี่ยวข้องกับทางเดินปัสสาวะในยุโรป ปี 2559 ชื่อ EUROPEAN UROLOGY เขาดูประชากร 3,839 คน พบกลุ่มประชากรที่อายุ 20-29 ปี ซึ่งมีความถี่ในการหลั่งอสุจิ 21 ครั้งต่อเดือน มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยกว่าคนที่หลั่งอสุจิ 4-7 ครั้งต่อเดือน ประมาณ 19 เปอร์เซ็นต์ ฟังให้ดีนะครับ ชายใดมีเพศสัมพันธ์ หลั่งอสุจิ 21 ครั้งต่อเดือน ลดความเสี่ยงต่อมลูกหมากโต 19 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับคนที่หลั่งแค่ 4-7 ครั้ง และสำหรับประชากรชายที่อายุมากกว่านั้น คือ 40-49 ปี ในอัตรานี้จะเพิ่มจาก 19 เปอร์เซ็นต์ จะลดความเสี่ยงไปถึง 22 เปอร์เซ็นต์

ท่านผู้ชมครับ การมีเพศสัมพันธ์และหลั่งอสุจิ 21 ครั้งต่อเดือน ไม่ใช่คนทั่วไปจะทำได้นะครับ

เอาล่ะ แล้วมีวิธีอื่นไหม พอมาถึงคำถามนี้ท่านผู้ชมก็คงสงสัยแล้ว มีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีทางจะมีเพศสัมพันธ์และอยู่ในสภาวะแบบนี้แน่ๆ คือ พระสงฆ์ ถูกไหมครับ พระสงฆ์ไม่สามารถจะมีเพศสัมพันธ์ได้ และยังคงกินอาหารเป็นปกติอยู่ ก็ได้ปรากฏว่ามีคัมภีร์ที่เกี่ยวข้องกับระบบปัสสาวะโดยตรง ชื่อคัมภีร์มุจฉาปักขันทิกา ซึ่งอยู่ในเวชศาสตร์ฉบับหลวงรัชกาลที่ 5 และแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ รัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นตำราว่าด้วยเรื่องของโรคบุรุษโดยเฉพาะ และโรคสตรี เขียนอย่างนี้ครับ

“ประการหนึ่ง บุรุษบริสุทธิ์ มิได้มักมากด้วยกิเลส คือพระภิกษุ และฆราวาสผู้เป็นพหูสูตรก็ดี โรคอันนี้เกิดแก่บุคคลจำพวกใดพวกหนึ่งก็ดี เกิดเพราะการละมูด การละมูด คือโรคที่เกิดทางเดินปัสสาวะไม่ออก จึงเน่าเสียอยู่ภายใน อนึ่ง โรคอันเกิดด้วยกษัยกร่อน เกิดอยู่ในลำสายสะดือ มักขัดลงมาถึงหัวหน่าว เดิมทีให้ขับทางปัสสาวะคือลงกร่อนลงฝัก คือกร่อนลงฝักมักไม่ลงมาทางฝัก ลงมาทางองคชาติ ให้องคชาติปวดแสบปวดร้อน ให้ปัสสาวะไหลหยดๆ ออกมา กินยาหายไปแล้วก็กลับมาเป็นแล้วเป็นเล่า เป็นหลายครั้งหลายหน ก็เป็นต่างๆ ถ้าผู้ใดเป็นดังนี้ ท่านเรียกว่าโรคสำหรับบุรุษ

ทีนี้ ความน่าสนใจก็คือว่า ในการแพทย์แผนไทยในรัชกาลที่ 5 ไม่ได้บอกตำรับยาแก้เอาไว้ และโชคดีมาก เพราะว่าผมได้ไปค้นหาภูมิปัญญาในอดีตว่ามียาแก้ไหม ท่านผู้ชมจดได้นะครับ เพราะว่าอันนี้เปิดเผย อยู่ในศิลาจารึกวันพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งเป็นวัดที่มีศิลาจารึกตำรับยาโบราณ ที่พระราชทานภูมิปัญญาเอาไว้โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 มีตำรับยาแก้ เขียนเอาไว้ว่า

“ถ้าจะแก้เอา ขมิ้นอ้อย ไพล สิ่งละ 6 ส่วน ยาข้าวเย็น 10 ส่วน รากหญ้านาง 20 ส่วน ต้มตามวิธี ให้กินแก้โรคสำหรับบุรุษอันบังเกิดแก่บุคคลอันบริสุทธิ์ และชำระบุพโพ (หนอง) ปัสสาวะแก้ปวดถ่วงดึงในหน้าเหน่านั้นหายดีนัก ฯ

ขนานหนึ่ง เอารากขนุนสำมะสอ เทียนดำ เทียนขาว สิ่งละส่วน ตรีกฏุก สิ่งละ 2 ส่วน กระดูกงูเหลือม 4 ส่วน เขม่าเหล็ก 8 ส่วน ยาข้าวเย็นใต้ ขันทองพยาบาท รากพุงดอ หนอนตายอยาก รากพุงแก แก่นขี้เหล็ก มาศเหลือง โรกทั้งสอง รากก้างปลาทั้งสอง สิ่งละ 10 ส่วน ต้มตามวิธี ให้กินแก้โรคสำหรับบุรุษบังเกิดแก่บุคคลอันบริสุทธิ์นั้น เป็นยาตัดรากมิให้กลายไปได้นั้นดีนัก ฯ

ขนานหนึ่ง เอาไพล ขมิ้นอ้อย พันธุ์ผักกาด มะกรูด ส้มซ่า แป้งเหล้า บดห่อผ้าประคบหน้าเหน่าแก้ขัดปัสสาวะนั้นหายดีวิเศษนัก ฯ”

ทั้งหมดคืออยู่ในศิลาจารึกที่หายากยิ่งนะครับ

ท่านผู้ชมครับ ฟังแล้วก็ตำรับยายากเหลือเกิน ถูกไหมครับ สลับซับซ้อนมาก แต่ว่ามีวิธีดีกว่า ถ้าท่านผู้ชมไปไม่ถึง 21 ครั้งต่อเดือน เพื่อจะลดความเสี่ยงต่อมลูกหมาก ปรากฏว่า ถ้าเราอยากจะลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นอีกขั้นหนึ่งของต่อมลูกหมากโต ปรากฏว่าการกินอาหารมังสวิรัติจากงานวิจัย ASEAN PACIFIC JOURNAL of CANCER PREVENTION ได้เผยแพร่งานวิจัยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 พบว่าคนที่กินอาหารจากพืชเป็นหลัก จะลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากไปถึง 88 เปอร์เซ็นต์ และในขณะที่กลุ่มกินผักไฟเบอร์สูง จะลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากไปถึง 97 เปอร์เซ็นต์ และหากยิ่งกินผักสด จะยิ่งช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 99 เปอร์เซ็นต์

แปลว่า พระสงฆ์บวชเป็นพระแล้ว ไม่มีเพศสัมพันธ์ สิ่งที่ควรทำก็คือ เป็นมังสวิรัติ ถ้าผู้สูงวัยไม่มีสมรรถภาพทางเพศแล้ว ก็ต้องเป็นมังสวิรัติ เอาล่ะครับ กลับมาที่คุณสนธิ ว่าผมรักษาอย่างไร

ผมจับชีพจร พบว่าต่อมลูกหมากโตแน่ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศแน่ และในขณะเดียวกัน คุณสนธิก็ต้องเลือกว่าวิถีชีวิตตัวเองเป็นอย่างไร หนึ่ง ต้องการที่จะกินเนื้อสัตว์ต่อไป ทำได้ไหม มีวิธีทางอื่นไหม สอง เป็นมังสวิรัติ มีสองทางเลือกครับ คุณสนธิจำเป็น เพราะยังไม่พร้อมจะกินมังสวิรัติ แต่จะกินผักให้มากขึ้น เอาล่ะครับ แต่ยังไม่พร้อมเป็นมังสวิรัติ ไม่เป็นอะไรครับ ถามผมว่าจะมีทางแก้ไหม ผมก็บอกว่า ถ้าจะมีทางแก้ ก็ต้องบำรุงทำให้เกิดสมรรถภาพทางเพศด้วยในเวลาเดียวกัน หนึ่ง สมรรถภาพทางเพศต้องดีพอ สอง เมื่อมีขาเข้ามากพอ ต้องใช้ให้มากพอด้วย นั่นหมายถึงต้องมีทั้งสมรรถภาพทางเพศ และขับของเสียที่คั่งค้างอยู่ในอัณฑะให้หมด คุณสนธิยอมรับว่า ในเวลานั้นเสื่อมสมรรถภาพทางเพศด้วย พร้อมกับต่อมลูกหมากโต แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว เพราะมาด้วยกันทั้งสองอย่าง

ผมเริ่มต้นด้วยการให้คุณสนธิกลับมาดื่มน้ำมันมะพร้าวก่อน ซึ่งคุณสนธิก็ดื่มทุกวันในเรือนจำ แต่ยังไม่พอครับ เมื่อไม่พอ แปลว่าธาตุไฟหย่อนในเวลาตอนนั้น เราจะเพิ่มธาตุไฟได้อย่างไร ผมก็ทำเองเลยครับ นี่ถือว่าเป็นการวิทยาทานให้คุณสนธิ เป็นมิตรสหายเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง ผมก็ทำน้ำมันขึ้นมาเอง เป็นน้ำมันที่ชื่อ ปิตตะออยล์ (Pitta Oil) เพิ่มธาตุไฟให้กลับขึ้นมาให้ได้ วิธีการ ผมเอาน้ำมันมะพร้าว แต่ผมเอาน้ำมันมะพร้าวที่สั้น โมเลกุลที่สั้นทั้งหมด จาก 100 เปอร์เซ็นต์ ผมคัดเหลือแค่ 15 เปอร์เซ็นต์ ที่โมเลกุลสั้นที่สุดของน้ำมันมะพร้าว สองก็คือ ผมเอาพริกไทยมาสกัด จนได้สารสกัดสำคัญ จากพริกไทย 100 เหลือแค่ 1-3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่เหลือทิ้งครับ ใส่ในแคปซูล จากนั้นผมก็เสริมด้วยสมุนไพรที่บำรุงเรื่องระบบการย่อยอาหารให้สมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้การเผาผลาญน้ำตาลดีขึ้น แล้วก็ทำให้การย่อยอาหารดีขึ้น การขับลมดีขึ้น ผมก็ให้กินอันนี้ล่ะครับ ผสมกัน พร้อมกับสมุนไพรอื่นที่เป็นเรื่องของการย่อยอาหาร เป็นรูปของน้ำมัน ที่เรียกว่า ปิตตะออยล์ (Pitta Oil)

ท่านผู้ชมไม่ต้องไปตามหาหรอกครับ เพราะว่าไม่มีขาย แต่ผมใช้ในคลินิก ซึ่งคลินิกนั้นเป็นคลินิกปรุงยาเฉพาะราย ซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจของแพทย์ แต่ผมให้คุณสนธิรับประทาน คุณสนธิก็รับประทานไป ผมบอกต้อง 1 เดือน เพราะเป็นการเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย เพิ่มธาตุไฟ จะทำให้การไหลเวียนดีขึ้น ในฐานะธาตุไฟหย่อนลง

ประการที่สอง ผมไม่ได้ตำรับยาศิลาจารึก แต่ว่าเชื่อมั่นในครูที่สอนผม แต่ตำรับยานี้เป็นตำรับยาที่ถือว่าอาศัยเทคนิคพอสมควร เพราะว่าอาศัยภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้านที่อ่านสรรพคุณเภสัชของสมุนไพรแต่ละตัวขาด ลึกซึ้งมาก

แต่จะขอว่า ตอนนี้ผมเปิดสูตรไม่ได้ เหตุผลเพราะว่าถ้าเปิดสูตรจะถูกจดสิทธิบัตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ และจะเสียโอกาสเป็นจำนวนมาก จะขออนุญาตว่า มีสมุนไพร 2 ตัวอยู่ข้างหน้า หน้าตาอย่างนี้ โดยที่ไม่บอกชื่อนะครับ ยกเว้นว่าครูภูมิปัญญาท่านนั้นอนุญาตให้ผมพูด ผมก็จะพูด แต่ว่าสองสิ่งนี้เอามาทำอย่างไร สองสิ่งนี้เขาไปใส่ในลูกมะพร้าว ลูกมะพร้าวตัดส่วนหัวทิ้งก็เป็นฝาเปิด ใส่เข้าไปเสร็จแล้วก็เอาสองสิ่งนี้เข้าไปผสมกับน้ำมะพร้าวด้วย แล้วทำการตั้งเตาถ่านก็ได้ หรือเตาอื่น แต่ต้องย่างมะพร้าว เหมือนเราทำมะพร้าวเผา แล้วพอมันเดือด หยุด และเอาช้อนกินทั้งน้ำทั้งเนื้อ ทั้งหมดเลย สองอย่างนี้ กิน 7 วัน เมื่อกิน 7 วันแล้ว ก็จะปรากฏว่า ส่วนที่คั่งค้างอยู่ก็จะเริ่มละลายออกมา หรือถ้าเป็นเสมหะ ในการแพทย์แผนไทย ละลายเสมหะออกมาจนกระทั่งพร้อมที่จะนำออกมาแล้ว ผ่านระบบการปัสสาวะปกติ ก็ได้ปรากฏว่า อีกส่วนหนึ่ง ส่วนที่ 2 ก็คือสมุนไพรที่เป็นแก่นไม้ จริงๆ หายากมากนะครับ และไม่ค่อยมีใครปลูกแล้ว และไม่ค่อยเห็นคุณค่า รากไม้นี้มีสรรพคุณเภสัชในการระบายในเรื่องของระบบปัสสาวะโดยตรง หลังจากละลายในส่วนแรกไปแล้ว

ย้ำอีกทีนะครับ เสริมธาตุไฟ หนึ่ง ดื่มน้ำมันมะพร้าวทุกวัน สอง ปิตตะออยล์ สาม สมุนไพรล้างเสมหะในระบบปัสสาวะทางเพศ และสุดท้าย ขับออก

ท่านผู้ชมครับ 7 วันแรก ละลายเมือกทั้งหลาย เป็นโรคเกี่ยวข้องกับเสมหะในระบบทางเดินปัสสาวะ ส่วนที่ 1

เมื่อต้มอย่างนี้ จะกินทั้งหมด 7 วัน 7 วันเท่านั้นครับ ไม่เกิน ไม่มาก ไม่น้อยไปกว่านี้ หลังจากนั้นจะเอาออก ก็ต้มอันนี้ (รากไม้) หยิบ 1 กำมือ ต้มหม้อแล้วก็ดื่ม ได้ 4 วัน รากไม้นี้ พอดื่ม 4 วันเสร็จ ก็หยิบอย่างนี้อีก 4 วัน ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งดื่มไปครบ 21 วัน ในระหว่างนั้นผมเสริมอย่างอื่นนะครับ เรื่องระบบการไหลเวียน มีสมุนไพรตัวอื่นๆ บวก แต่หลักจะมีอย่างนี้ 21 วัน จริงๆ 2 สัปดาห์แรกก็ดีขึ้นมากแล้ว พอครบ 21 วันก็หาย หลังจากนั้น พอหายเสร็จก็ใช้หัตถการจากทีมคุณหมอแวร์สมิง แวหมะ หมอฮาริส ที่มากดจุดกระตุ้นการทำงานให้กลับมาเหมือนเดิมทุกอย่าง ผมก็คิดว่านี่เป็นวิทยาทานที่จะเป็นประโยชน์ในทางสาธารณะ เมื่อไรก็ตามที่ตำรับยานี้ถูกวิจัยและยอมรับเป็นตำราของชาติแล้ว ผมคิดว่าประชาชนทั่วไปก็มีโอกาสได้ใช้ต่อไปในอนาคต

แต่ในชั้นนี้ก็ถือว่าประสิทธิภาพของการแพทย์แผนไทยน่าทึ่งกว่าที่หลายคนจะคิด เพียงแต่ว่าเรามาบวกกับเรื่องอื่นๆ ที่นำมาผสมผสานกับเรื่องธรรมชาติบำบัดให้คนทั่วไปนั้นปลอดภัยจากต่อมลูกหมากโต ซึ่งเป็นโรคของชายแทบทุกคนที่ไม่เข้าใจเรื่องความถี่การมีเพศสัมพันธ์ ถ้าไม่มีความถี่การมีเพศสัมพันธ์ ก็ต้องมังสวิรัติ ถ้ายังมังสวิรัติไม่ได้ ยังจะไปเนื้อสัตว์ เนื้อ นม ไข่ ก็ต้องมีสมุนไพรช่วย นี่เป็นกลไกที่สรุปได้ง่ายที่สุดที่สามารถทำได้เลย

ถ้าท่านผู้ชมสนใจก็สามารถติดต่อที่คอลเซ็นเตอร์ เพื่อให้เขาไปติดต่อคลินิก เพราะทางคลินิกเท่านั้นที่จะสามารถจ่ายยาในลักษณะปรุงยาเฉพาะรายที่ไม่ผ่าน อย.ได้ ซึ่งคอลเซ็นเตอร์ของพอดีช็อปก็สามารถเป็นผู้ประสานงานได้ในโครงการนี้

วันนี้ก็สมควรแก่เวลา ก็คิดว่าจะเป็นเรื่องราวที่ทำให้ท่านผู้ชมมีความประทับใจกับการแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้าน รวมถึงธรรมชาติบำบัดที่ตอบโจทย์ ทั้งงานวิจัยในปัจจุบัน และเป็นทิศทางที่สามารถแก้ไขได้ต่อไปสำหรับในอนาคต ขอบคุณครับ