fbpx

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : ประเทศไทยต้องเจ็บ เพื่อให้จบเร็ว ฝากถึงนายกฯ ต้องเด็ดขาด หยุดเกรงใจพรรคร่วมฯ

ใช้เวลาอ่าน: 7 นาที

“สนธิ”ชี้สถานการณ์ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในไทย เข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ มีคนติดเชื้อในประเทศมากขึ้น ขณะรัฐบาลยังช้าและไล่ตามปัญหา ไม่รู้จำนวนผู้ติดเชื้อ แนะปิดเมือง 21 วัน ให้ประชาชนอยู่กับบ้าน เพื่อให้รู้ตัวเลขคนติดเชื้อ เชื่อเจ็บแต่จบ โดยรัฐบาลต้องออกมาตรการบรรเทาผลกระทบ โดยอัดเงินเข้าระบบ แจกเงินให้คนไม่มีจะกิน ให้แบงก์ชาติเอาทุนสำรองมาพิมพ์ธนบัตรเพิ่ม แนะนายกฯ ต้องเด็ดขาด เลิกเกรงใจข้าราชการประจำ เลิกเกรงใจพรรคร่วม เลิกเกรงใจเจ้าสัว เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง

วันที่ 20 มี.ค.63 เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” และช่องยูทู้บ Sondhitalk ถึงสถานการณ์การระบาดของเชื้อ Covid-19 ว่าตอนนี้เป็นอย่างไร มาตรการของรัฐบาลใช้ได้หรือไม่ ประเทศไทยต้องเจ็บ เพื่อให้จบ และ“สนธิ”ถึงนายกฯ จะมีอะไรบ้าง?

นายสนธิ กล่าวว่า การระบาดของเชื้อโควิด-19 ในไทย ขณะนี้ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ขณะที่ทั่วโลกรอบ 7 วันที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 7 หมื่นกว่าราย ตายเพิ่มอีก 3 พันกว่าราย เป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก หลายประเทศเริ่มใช้มาตรการห้ามคนเดินทางเข้าออกประเทศ ขณะที่ประเทศไทยถือว่ารัฐบาลช้า และผิดพลาดที่ยกเลิกการกักกันแรงงานที่กลับจากเกาหลีแล้วให้ไปกักกันตัวเองที่บ้าน ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยก็ยังแก้ไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าหน้ากากอนามัยที่เคยบอกว่ามี 200 ล้านชิ้นตอนที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรียกโรงงานมาคุยกันครั้งแรกหายไปไหน นายกฯ เกรงใจพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่

นายสนธิกล่าวว่า เวลานี้ต้องยอมรับว่าคนติดเชื้อโควิด-19 ในไทยเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมาจากคนไทยด้วยกันเองที่ไม่มีวินัย ทั้งที่เป็นเจ้าใหญ่นายโต อย่างกรณีปู่ย่ามหาภัย หรือกรณีเจ้ากรมสวัสดิการทหารบกที่ไปตัดเชื้อในเวทีมวยลุมพินี การระบาดในไทยจึงก้าวไปเรื่อยๆ ต่างจากไต้หวันที่จัดการได้อย่างเด็ดขาด เพราะประธานาธิบดีไช่อิงเหวินมองออกตั้งแต่มีการระบาดที่อู่ฮั่น เริ่มตั้งศูนย์อำนวยการ กำหนดมาตรการออกมาทันที และจัดการเรื่องหน้ากากให้คนไต้หวันอย่างเพียงพอ ไต้หวันจึงติดเชื้อไม่มาก ที่เพิ่มขึ้นเป็นคนมาจากต่างประเทศ และต้องปิดประเทศ ส่วนจีนก็ประสบความสำเร็จจากการปิดเมืองอู่ฮั่น ทำให้ควบคุมการระบาดได้จนไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ ส่วนเมืองไทยมีปัญหา 2 อย่าง คือ การยกเลิกกักกันผีน้อยแล้วให้ไปกักตัวเองที่บ้าน ซึ่งเป็นความล้มเหลวของเจ้าหน้าที่รัฐ วันนี้ประชาชนต้องพึ่งตนเอง ไม่เดินทางไปไหนมาไหน ที่เรียกว่า social distancing การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลขณะนี้เป็นการหน่วงเอาไว้ ใครติดก็เอามาตรวจ แล้วตามตัวคนใกล้ชิดมาตรวจด้วย กับการปิดแหล่งบันเทิง สถานศึกษา แต่ห้างสรรพสินค้ากลับไม่ปิด ทั้งที่ควรจะปิดด้วย

นายสนธิ กล่าวว่า ในสมัย คสช.นายกฯ ใช้มาตรา 44 กับทุกเรื่อง ตอนนี้ที่มีภัยพิบัติทำไมไม่ประกาศภาวะฉุกเฉินภัยพิบัติ เพื่อให้การแก้ปัญหาไม่ติดขัดเรื่องข้อกฎหมายปัญหาตอนนี้ ไม่มีใครตอบได้ว่าประเทศไทยมีคนติดเชื้อกี่คน ต่างจากเกาหลีใต้ที่ไล่ตรวจดะ เพราะชุดตรวจราคาถูก ทำให้รู้ตัวเลขพอสมควร และหาทางแก้ปัญหาได้ถูก วิธีที่ดีที่สุดคือให้ทุกคนอยู่บ้าน 14 วัน หรือ 21 วัน ให้คนที่ติดแสดงอาการออก นี่เป็นวิธีที่จีนใช้กับอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ทุกคนต้องอยู่บ้าน ยกเว้นคนที่จะออกไปซื้ออาหารวันละ 1 ครั้ง คนที่มีอาการค่อยโทร.แจ้งรถพยาบาลมารับไปรักษา ไม่มีสิทธิที่จะออกไปไหนมาไหน วิธีนี้เป็นวิธีที่จะรู้ว่าจำนวนคนที่ติดมีเท่าไหร่

นายสนธิ กล่าวว่า ถ้าเราปิดเมือง หรือ ล็อกดาวน์ 21 วัน ซึ่งเท่ากับยอมเจ็บ แต่หลังจากนั้นมันจะจบ แม้ไม่จบทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ได้สัก 70-80 เปอร์เซ็นต์ ก็โชคดีแล้ว เพราะที่เหลือหมอสามารถจัดการได้ แต่ในช่วง 21 วันรัฐบาลต้องหามาตรการช่วยคนที่ได้รับผลกระทบ ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องแจกเงินคนละ 1-2 พัน ให้คนหาเช้ากินค่ำ คนที่ขึ้นทะเบียนคนจน แม้แต่คนทำงานบริษัทก็อาจต้องถูกให้ออก วิกฤตินี้รัฐบาลต้องเข้ามาช่วย นายกฯ ต้องเด็ดขาด อย่าโลเล เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ต้องเลิกเกรงใจข้าราชการประจำ เลิกเกรงใจเจ้าสัวเจ้าของห้างฯ เลิกเกรงใจพรรคร่วมรัฐบาล ใครจะไม่ร่วมก็ช่าง เอาประเทศชาติไว้ก่อน

การบรรเทาผลกระทบจากการล็อกดาวน์นั้น รัฐบาลต้องกล้าเอาเงินอัดเข้าไปในระบบ ทุนสำรองระหว่างประเทศที่ 2 แสนล้านดอลลาร์ ก็เอาบางส่วนมาพิมพ์ธนบัตรเพิ่ม มีการพักหนี้ ลดหนี้ เอาธนาคารแห่งประเทศไทยมาคุย เลิกยึดหลักการที่เรียนมาจากฝรั่งว่าแบงก์ชาติต้องเป็นอิสระ ในยามวิกฤติ จะมัวยึดหลักการนั้นไม่ได้ วันนี้เป็นวันเป็นวันตายของประเทศ ถ้าธุรกิจล้มหมด จะเกิดจลาจลทั้งประเทศ จะภูมิใจนักหรือถ้าประเทศเสียหายแล้วยังมีเงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ 2 แสนล้านดอลลาร์

คำต่อคำ SONDHI TALK [20 มี.ค. 63] : ประเทศไทยต้องเจ็บ เพื่อให้จบเร็ว

สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2563 น่าจะเป็นวันศุกร์ที่ครบรอบ 6 เดือนพอดีในการออกรายการนี้ อย่าลืมนะครับ ท่านผู้ชม เวลาจะเข้ามาดูรายการ SONDHI TALK หรือคุยทุกเรื่องกับสนธิ มีหลายช่องทาง เดี๋ยวขอทบทวนกันสักนิดหนึ่ง เสียเวลาดูสักประเดี๋ยวเดียว

วันนี้ผมจะมาบอกให้ฟังว่าช่องทางการติดต่อของ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” หรือ SONDHI TALK ได้ทางไหนบ้าง ทางแรกคือทางเฟซบุ๊ก ให้กด Like หรือกด Follow แล้วกดติดตาม แล้วเลือก See First ไปเลยในเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” เมื่อชมแล้วก็ช่วยกันแชร์ออกไปมากๆ เพื่อให้บางคนที่ยังไม่ได้อยู่ดูได้ความรู้กับสิ่งที่ผมพูด แล้วเดี๋ยวนี้เราก็ไลฟ์สดผ่านยูทูปเช่นกัน ให้เข้าไปใน YouTube ค้นหาคำว่า SONDHI TALK กด Subscribe เอาไว้ เปรียบเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ รวบรวมทุกอย่างตั้งแต่รายการในอดีต “มองโลก มองเรา กับสนธิ” “บันทึกลับบ้านพระอาทิตย์” จนมาถึงรายการ “SONDHI TALK”

สำหรับแฟนรายการคนไหนอยากดูเนื้อหา ตลอดจนการถอดคำพูดเป็น text ก็ให้เข้าไปที่ www.sondhitalk.com เพราะจะรวมไว้ในเว็บไซต์โดยแยกเป็นแต่ละหมวดหมู่ครบทุกเรื่องทีเดียวครับ

สุดท้าย สำหรับท่านผู้ชมที่ไม่อยากเห็นหน้าผม แต่อยากฟังเสียงผม อยากฟังเรื่องราวที่ผมพูด ก็เข้ามาฟังที่ podcast ถ้าท่านที่ใช้ iPhone – iOS ก็เข้าไปที่แอปฯ podcast เมื่อกดเข้าไปแล้วก็ search คำว่า SONDHI TALK ก็จะมีให้ทุกรายการ ส่วนท่านผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์ระบบ android ก็กดเข้าไปเหมือนกัน แต่จะมีคำว่า Podbean แล้วก็กดเข้าไป

ท่านผู้ชมครับ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมต้องใช้ชีวิตแบบนี้ ทุกวันไปไหนมาไหนก็แอลกอฮอล์ที่อยู่ในสำลี ซื้อมา ก็ห่อใส่ขวดเอาไว้ฉีด เจลล้างมือ และหน้ากาก 3M ซื้อตลาดมืดครับ เดี๋ยวจะเล่าเรื่องหน้ากากเล็กๆ น้อยๆ ให้ฟัง เพื่อฟังแล้วพวกเราจะได้สลดใจ รันทด ที่เกิดขึ้นมาเป็นคนไทยแล้วโดนพวกนักการเมืองหรือผู้บริหารชาติบ้านเมืองไม่ใส่ใจจริงๆ

ท่านผู้ชมครับ เดี๋ยวนี้เรื่องการระบาดของโควิด-19 มันค่อนข้างจะรุนแรงมากขึ้นๆ ทุกวัน ฝรั่งเขาเรียกว่าการถอยห่างจากสังคม (Social Distancing) นัยไม่มีอะไรมากหรอกครับ นัยก็คือว่า ประการแรก ในระหว่างโรคระบาดเช่นนี้ ซึ่งผมต้องเรียนท่านผู้ชมนิดหนึ่ง ทุกวันนี้เรากำลังเจอภัยพิบัติ ภัยพิบัติล่มสลายได้ทั้งชาติ ถึงวันนั้นแล้ว ไม่ว่าคุณจะมียศพลเอก พลตรี หรือพลตำรวจเอก หรือคุณจะเป็นเจ้าสัว รวยแสนล้าน หลายแสนล้าน ถึงวันนั้นแล้วเงินไม่มีความหมายนะ มีแต่ความเป็นและความตาย และเงินก็ซื้อความตายของคุณไม่ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้ทุกคนสถานภาพเท่าเทียมกันหมด ผมเรียนให้ทราบแล้วว่า โควิด-19 หรือที่เขาเรียกกันว่า โคโรนาไวรัส มันไม่มีสี ไม่ใช่เหลือง ไม่ใช่แดง ไม่ใช่น้ำเงิน ไม่ใช่ฟ้า และไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐ ไม่ใช่ทหาร หรือไม่ใช่ปัจเจกบุคคลอย่างผม เพราะว่ามันมีเอกสิทธิ์ของมันเอง ท่านผู้ชมอย่าลืมตรงนี้นะ โคโรนาไวรัส หรือโควิด-19 มันมีเอกสิทธิ์ของมันเองที่มันจะเข้าหาใครก็ได้ และตอนนี้ถึงช่วงที่ผมอาจจะเรียกว่าหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่ผมมีความจำเป็นจะต้องพูดในวันนี้

Social Distancing คืออะไร Social Distancing หรือการถอยห่างจากสังคม เป็นมาตรการป้องกันที่ประชาชนอย่างพวกเราต้องเริ่มทำกันแล้ว หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าพบปะผู้คนให้น้อยลง สมมุติว่าจะมีญาติมาเยี่ยม ก็บอกญาติว่าช่วงนี้อย่าเพิ่งมาเลย ต่างคนต่างอยู่ คุณอยู่ของคุณ ผมอยู่ของผม หรือคุณมีนัดหมายที่จะไปเยี่ยมญาติ ก็บอกญาติไปว่า ช่วงนี้ขอเถอะ ขออยู่บ้าน สี่ อย่าไปในที่มีชุมชนเยอะ ถ้าสมมุติว่าจะไปซื้อของ จำเป็นต้องไปซื้อของ ก็ไปรอตอนห้างจะเปิด สมมุติว่าห้างเปิดสิบโมงเช้า ก็ไปสักเก้าโมงครึ่ง ยืนห่างๆ อย่าไปสนใจใคร หน้ากาก 3M อันนี้ก็แพงหน่อย อย่างที่บอกว่า ถ้าหน้ากากดีมากๆ ก็แพงหน่อย เพราะของในตลาดมืด ถ้าท่านผู้ชมมีปัญญาซื้อก็ไปซื้อ แต่ถ้าทั่วๆ ไปก็ 2.50 บาท 3 บาท แต่คำถามมีอยู่ว่า ท่านผู้ชมหาเจอไหม แล้วนี่ก็อีกเรื่องหนึ่งที่เดี๋ยวจะคุยกัน

แอลกอฮอล์ใส่ขวด ไปหาขวดพลาสติกที่มีที่ฉีด แล้วก็เทแอลกอฮอล์ลงไป แล้วก็ฉีด จะฆ่าเชื้อได้ดีกว่าเจลล้างมือ ติดตัวเอาไว้ ไปนั่งที่ไหน นั่งโต๊ะไหน สมมุติว่าไปนั่งทานข้าวที่ไหน เอาชัวร์ๆ เลย เอาไปสักขวด หยิบขึ้นมา ขอบโต๊ะก็ฉีด ทุกอย่างอย่าเอามือไปจับ ขึ้นบันไดเลื่อนอย่าเอามือไปจับเด็ดขาด ขึ้นลิฟต์เอาศอกยันเข้าไป เปิดประตูเอาไหล่กระแทก ผู้ชายท่านเข้าห้องน้ำก็เอาเท้าเปิดฝาส้วม เคยมีคนทำแบบนี้แล้วก็เดินออกไปจากห้องน้ำ ยิ้มแย้มแจ่มใส ปลอดภัย แต่เนื่องจากว่าใช้ศอก ใช้เอว ใช้ไหล่ ใช้เท้า ลืมไปเรื่องเดียว ออกไปจากห้องน้ำลืมรูดซิป ก็อย่าลืมรูดซิปนะท่านผู้ชม ขำๆ ขันๆ กันนะครับ

แอลกอฮอล์พวกนี้มีความสำคัญ เพราะเขาใส่ในสำลีไว้เรียบร้อยแล้ว แค่แกะออกมา ดึงออกมาแล้วก็เช็ดสิ่งที่ท่านผู้ชมไม่มั่นใจ เพราะแอลกอฮอล์จะฆ่าเชื้อได้ดีกว่าเจลที่จะล้างมือ เจลตอนนี้ไม่ขาดตลาด เพราะฉะนั้นแล้ว ชีวิตมันค่อนข้างจะรันทดทุกวันนี้ ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้ต้องพก 1-2-3-4 ติดตัวตลอดเวลา รวมทั้งกระดาษทิชชูอีกม้วนหนึ่งสำหรับในกรณีที่เอามาพันมือ ไปจิ้มอันโน้นที จิ้มอันนี้ที ท่านผู้ชมต้องระวังตัวทุกเวลา ทุกขณะ ห่างฝูงชนเอาไว้ให้มากที่สุด ลูกเรียนพิเศษ บอกให้หยุดเรียน ทำกิจกรรมร่วมกัน พ่อ-แม่-ลูก อยู่ที่บ้าน วันหยุดถ้าอากาศไม่เลวนัก ฝุ่น PM 2.5 ต่ำกว่า 20 ก็พากัน พ่อ-แม่-ลูก ขับรถยนต์ก็ได้ ไม่เป็นไร ขับไปที่ไกลๆ ไปภูเขา ไปปีนเขา คืออยู่อย่างสันโดษ ไม่ต้องยุ่งกับใคร อาหารการกินก็เตรียมเอาไปทำกินกัน นี่คือชีวิตประจำวัน

ท่านผู้ชมครับ ผมซื้อประกันไปแล้ว ประกันโควิด-19 ตอนนี้มีอยู่หลายเจ้า เยอะแยะไปหมดเลย ประกันพวกนี้ผมใช้วิธีที่ง่ายที่สุด ผมไม่ต้องมานั่งดูว่าเจ้านี้ให้ผลประโยชน์อย่างนี้ เจ้านี้คุ้มครองอย่างนี้ ผมก็โทรไปออนไลน์ ก็ปรากฏว่าแน่น คนโทรศัพท์ซื้อกันแหลกราญ ใช้วิธีแบบผม ซื้อผ่านโบรกเกอร์ ลองซื้อเอง ถ้าเลือกไม่ได้ ซื้อผ่านโบรกเกอร์ ก็โทรไปถามที่เบอร์นี้ก็แล้วกัน เพราะผมโทรไปแล้วใช้ได้ดีมาก 02-021 0465-6 หรือท่านผู้ชมจะใช้มือถือก็ได้ 087-865-9777 อีกเบอร์นะครับ 094-702-9777 โบรกเกอร์นี้เขาชื่อบริษัท GET SMART INSURANCE BROKER หรือว่าจะติดต่อไปทางเข้าเว็บไซต์ ใช้ไลน์ก็ง่าย เขาจะบอกเสร็จเลย เราเลือกได้ เขาจะแนะนำให้ ผมใช้แพงที่สุด ปีละ 1,300 บาท เขามีราคาปีละ 300-400 แต่สำหรับผมแล้วปีละ 1,300 บาทของเมืองไทยประกันภัย นี่ไม่มีค่าโฆษณานะ คุ้มครองสูงที่สุด ท่านผู้ชมถ้าต้องไปตรวจโควิด-19 ต้องนอนโรงพยาบาล 14 วัน ขาดรายได้ไป เขาจ่ายคืนให้วันละ 1,000

ท่านผู้ชมรู้หรือยังว่า 7 วันที่ผ่านมา เรามีคนติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มอีก 76,491 ราย จากเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แค่ 7 วันที่แล้วเอง มีแค่ 140,000 คน เพิ่มอีก 70,000 คน น่ากลัวไหมท่านผู้ชม น่ากลัวมากนะครับ คนตาย ตายไปแล้ว 8,961 รายทั่วโลก เพิ่มจากของเก่าตั้ง 3,588 ราย ฟังแล้วน่ากลัวมากๆ

วันนี้เราจะมาพูดกันหลายๆ เรื่อง เราจะต้องพูดกันหลายๆ เรื่องว่า เราควรจะปิดประเทศดีไหม เราควรจะ lock down ดีไหม หรือเราควรจะใช้ระบบที่ตอนนี้ที่ต่างประเทศทางตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อังกฤษ กำลังเถียงกัน ว่าใช้ระบบ HERD IMMUNITY หมายความว่า ใครจะติดก็ให้ติดไป ติดไปเยอะๆ เลย พอกระจายไปแล้ว เขาตั้งข้อสมมติฐานไว้ว่า ใน 100 คนที่ติดเชื้อ จะมี 20 คนที่เจ็บหนัก 20 เปอร์เซ็นต์ อีก 80 เปอร์เซ็นต์ ติดเชื้อแต่ยังไม่มีอาการ ก็เหมือนกับเป็นไข้หวัดอยู่ในตัว แต่ไม่รุนแรง แล้วจะเป็นของมันไปอย่างนี้เรื่อยๆ และมันจะติดไปเรื่อยๆ ติดไปจนกระทั่งในที่สุดแล้ว คนที่ติดไปตั้งแต่ต้นก็จะเริ่มมีภูมิคุ้มกันออกมา ส่วน 20 เปอร์เซ็นต์ ก็ช่วยไม่ได้ ถ้าใกล้ตายก็ไปรักษาก็แล้วกัน แต่ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าวิธีนี้ ที่อังกฤษเขาคำนวณมาแล้ว อังกฤษเขาอยากจะใช้วิธีนี้ เขาคำนวณมาแล้วว่า ถ้าใช้วิธีนี้ที่อังกฤษคนจะตาย 500,000 กว่าคน และที่อเมริกาคนจะตาย 10 กว่าล้านคน เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมเห็นหรือยังว่า เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาแล้ว คนอังกฤษผมไม่รู้ว่าโง่หรือแกล้งโง่ หรือพอใจที่จะให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา ท่านผู้ชมคงเห็นคลิปแล้วมั้ง คนอังกฤษเข้าไปในงานร็อกคอนเสิร์ต คนตั้ง 4,000-5,000 คน รายการวงร็อก STEREOPHONICS ไปเย้วๆๆ กัน ทำให้ผมอดคิดถึงสนามมวยลุมพินีไม่ได้ ซึ่งมีคนไม่ถึง 10,000 คน ผมเชื่อว่าหลังจากคอนเสิร์ตร็อกนี้เกิดขึ้น ผมเชื่อเลยนะว่า อังกฤษจะเริ่มมีปัญหา มีผู้ติด หรือว่าเขาจงใจให้คนไปกันเยอะๆ คนจะได้ติดเยอะๆ ตามทฤษฎีที่เขาต้องการใช้ เขาเรียกว่า HERD IMMUNITY

เรามาดูกันนิดท่านผู้ชม เรามาดูกันว่าประเทศแต่ละประเทศตอนนี้ใช้วิธีการใดบ้าง มาเลเซีย ห้ามเข้าและออกนอกประเทศ 2 สัปดาห์ บรูไน ห้ามออกนอกประเทศ อิตาลี สเปน ห้ามออกนอกประเทศ ห้ามเข้าประเทศ เดนมาร์กเช่นกัน สโลวาเกีย นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ เนปาล ฟิลิปปินส์ เพราะฉะนั้นแล้ว หลายๆ ประเทศตอนนี้เริ่มปิดพรมแดนแล้ว ไม่ให้เข้า ไม่ให้ออก ฝรั่งเศส อิตาลีนี่หนักที่สุด

อิตาลีนี่ปิดตายแล้วตายอีก ตายแล้วตายอีก ว่ากันว่าที่อิตาลีนั้น เนื่องจากว่าบุคลากรทางแพทย์น้อยมาก เมื่อบุคลากรทางแพทย์น้อยมากแล้ว ยาก็น้อย อุปกรณ์ตรวจสอบก็น้อย เตียงก็น้อย ว่ากันว่าตอนนี้แพทย์อิตาลีต้องปล่อยให้คนแก่ที่ติดเชื้อ ตาย หมายควมว่า ความเป็นความตายของคนๆ หนึ่งขึ้นอยู่หมออิตาลีที่รักษาว่าจะให้ใครตายก่อน ท่านผู้ชม เศร้าไหม เศร้ามากๆ

มีหลายๆ อย่างที่ผมอยากจะพูดวันนี้ และผมก็คิดว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นก็แล้วกัน ผมอาจจะแนะนำรัฐบาล ซึ่งผมก็ยังไม่รู้ว่ารัฐบาลจะฟังหรือไม่ฟัง เพราะว่าผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับหลายมาตรการที่รัฐบาลกำหนดออกมา ขณะเดียวกัน ผมคิดว่ารัฐบาลตัดสินใจช้า และรัฐบาลผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ที่พวกผีน้อยมา แล้วท่านนายกฯ ท่านบอกว่าให้กักตัว 14 วัน เตรียมสถานที่ไว้หมดแล้ว ทั้งสัตหีบบ้าง ทั้ง ทบ.บ้าง แล้วจู่ๆ ก็บอกว่า ไม่เป็นไร ปล่อยไปกักตัวที่บ้าน นั่นคือข้อผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของรัฐบาลไทย

แต่ก่อนที่เราจะไปเรื่องนี้ ผมขอทวนความจำนิดหนึ่งท่านผู้ชม ต้องพูด ไม่พูดไม่ได้ เหตุผลเพราะว่าผมเห็นข่าวคุณมัลลิกา ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านให้คุณนิติธร ล้ำเหลือ หรือที่ผมเรียกว่าคุณนกเขา มาฟ้องร้องข้อหาว่าคุณอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ หมิ่นประมาท ไม่เป็นไร เรื่องคดีผมไม่ยุ่ง แต่ผมมีความรู้สึกว่าบทบาทของคนในพรรคประชาธิปัตย์หลายคน ณ เวลานี้ ที่ต้องการจะเข่นฆ่าสังหารคุณอัจฉริยะ ตลอดจนที่ต้องการจะล้างภาพพจน์ของพรรคประชาธิปัตย์ ถึงกับคุณอลงกรณ์ พลบุตร ถึงกับบอกว่าได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้วซึ่งเป็นคนของประชาธิปัตย์ ออกข้อสอบเอง สอบเอง ไม่ผิดหรอกครับท่านผู้ชม เชื่อขนมกินได้ คุณมัลลิกาไม่ผิด ก็สอบกันเองนี่ ถ้าคุณแน่จริง คุณขอร้องให้ภาคประชาชนตั้งกรรมการสอบสิ คุณก็ไม่ เพราะคุณจะสอบกันเอง เพื่อจะล้างความผิด เอาล่ะ ผมไม่รู้ว่าคุณมัลลิกาผิดหรือไม่ผิด แต่ประเด็นของผมอยากจะให้กำลังใจคุณอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ คำถามมีอยู่ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยตอบคำถามประชาชนว่าหน้ากาก 200 ล้านชิ้น ที่ผมเล่าให้ฟังเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว จากวันที่ 29 มกราคม 2563 ที่บอกว่ามีหน้ากากเหลือ 200 ล้านชิ้น แล้วผ่านจากวันนั้นไปอีก 6 วัน มาถึงวันที่ 4 มีนาคม หน้ากากหายไป 199.5 ล้านชิ้น พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยตอบว่าหายไปไหน และพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยประเมินการทำงานของคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค ท่านผู้ชมครับ ประเทศไทยจะไปรอดได้อย่างไร ในเมื่อเรามาเจอนักการเมืองแบบนี้

ที่ถูกต้อง ต้องตั้งคำถาม ถามแทนประชาชนได้ไหม คุณชอบอ้างตลอดเวลาว่าประชาชนต้องมาก่อน แต่จริงๆ แล้วสโลแกนของคุณที่ถูกต้องคือ ประชาชนต้องตายก่อน พวกคุณไม่ต้องตายหรอก คุณเหยียบบนศพประชาชนแล้วยิ่งใหญ่ขึ้นไป เพราะฉะนั้นแล้ว ผมฝากนิดหนึ่ง และผมต้องขอบคุณก่อน ขอบคุณคุณแหม่มโพธิ์ดำที่เป็นคนที่เอาข้อมูลเรื่องหน้ากากมาตีแผ่ ทำให้รู้ว่าหน้ากากมันหายไป ท่านผู้ชม สุดยอดแห่งความรันทน ทุกคนรู้ปัญหา ท่านนายกฯ รู้ปัญหา มีสั่งทำหน้ากากเพิ่ม โน่นนี่เพิ่ม แต่ปรากฏว่าวันนี้เจลไม่ขาดตลาด แต่ก็ยังขายโคตรแพง แต่หน้ากากที่ประชาชนซื้อได้ หาไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ มันเกิดอะไรขึ้น แค่หน้ากากแค่นี้ยังไม่มีปัญญาหาให้กับประชาชนได้ นี่เราอยู่กันไม่ได้และอยู่กันไม่เป็นแล้วนะ มันเกิดอะไรขึ้น มีการลูบหน้าปะจมูกกันหรือเปล่า หรือมีการเกรงอกเกรงใจว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่อยากจะใช้ยาแรง ท่านนายกฯ ย้ายอธิบดีกรมการค้าภายในเข้าไปประจำสำนักนายกฯ อธิบดีฯ น้อยอกน้อยใจ เขียนจดหมายลาออก แล้วท่านผู้ชมรู้ไหมว่าใครระงับใบลาออก รัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เห็นไหม พฤติกรรมหลายอย่างมันชวนให้สงสัยว่าทำไมท่านถึงรักท่านอธิบดีกรมการค้าภายในนัก ผมมาดูแล้วก็ อ๋อ ท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ ท่านมาเป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้ก็เพราะว่ามีผู้ใหญ่ใน กปปส.ฝากมา ขอให้เป็น คุณมัลลิกาเองก็เหยียบทั้ง กปปส. และเหยียบทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ท่านผู้ชมครับ วันนี้ไม่มีสีแล้ว สำหรับผม ผมไม่มีแล้ว สีไหนก็ไม่สำคัญ ไม่สำคัญเท่ากับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ที่สำคัญที่สุด เอาล่ะครับ ผ่านเรื่องนี้ไปก่อนก็แล้วกัน

ท่านผู้ชมครับ ณ เวลานี้ เราต้องยอมรับว่าปัญหาของการระบาดของโควิด-19 ของเราเริ่มเพิ่มมากขึ้นๆ แล้ว 2-3 วันนี้ วันละ 33 คน จากยอดที่เราเคยมีอยู่ 30-40 กว่า ตอนนี้กระโดดเป็น 200 กว่าคนแล้ว มันมาอย่างไร มันชัดเจน มันมาจากคนไทยด้วยกันเอง ที่ไม่เคารพสิทธิ ที่ไม่มีวินัย ทั้งๆ ที่เป็นเจ้าใหญ่นายโตหลายคน เรามาเริ่มกันที่ปู่-ย่าสองคน ท่านผู้ชมคงรู้จักดี ปู่นั้นเป็นอดีตพลอากาศเอก ทหารอากาศ ไปเที่ยวฮอกไกโดมาแล้วติดเชื้อโคโรนาไวรัส กลับมา มีไข้ ไปหาหมอ หมอถามว่าไปไหน ก็โกหกหมอ หมอถามมากก็ไม่พอใจหมอ ถาม 3-4 ครั้งจนกระทั่งในที่สุดตัดสินใจบอกว่าไปญี่ปุ่นมา โรงพยาบาล บี.แคร์ ก็เลยต้องส่งปู่-ย่าไปรักษาตัวที่บำราศฯ นอกจากนั้นแล้ว หลานก็ติดด้วย หลานเรียนอยู่พระหฤทัย ดอนเมือง เล่นเอาโกลาหลกันไปหมด

ยังไม่พอ ต่อมาอีกเรื่องหนึ่ง สนามมวยลุมพินี พล.ต.ราชิต ท่านเป็นเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ผมจำแม่น เพราะผมเป็นคนพูดเรื่องจ่าคลั่ง และท่านผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ท่านบอกว่าพอแล้ว ผมจะจัดการให้เด็ดขาดพวกที่ทำมาหากิน ไม่ว่าจะเป็นมวย ไม่ว่าจะเป็นสนามกอล์ฟ อ้าว ตาย แต่สนามมวยลุมพินีก็ยังเปิดอยู่ ทั้งๆ ที่ พล.ต.ราชิต ท่านเป็นเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ท่านน่าจะมีสติปัญญามากพอ ท่านเป็นถึงพลตรี ท่านเป็นถึงเจ้ากรม ท่านไม่มีสติปัญญามากพอหรือว่าในขณะนี้ประเทศไทยมีโรคระบาด ท่านน่าจะยกเลิกการจัดมวยที่สนามมวยลุมพินีไป แต่ท่านก็ไม่ยกเลิก แล้วท่านก็ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งๆ ที่ท่านก็รู้ว่าท่านติดเชื้อ ท่านก็ยังไป จริงๆ ถ้าท่านรู้ว่าท่านมีไข้ ท่านต้องไม่ไป และท่านต้องแจ้งให้ทุกคนทราบว่า เลิก ทำไมต้องไป แล้วทำไมต้องเอาคนอย่างคุณถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ก็โดนไปด้วย เพราะดันทะลึ่งไปคาดเข็มขัดให้เขา เซียนมวยก็โดน คนโน้นก็โดน คนนี้ก็โดน กลับไปถึงบ้าน ติดกัน มันก็เลยทำให้ยอดเพิ่มขึ้นวันละ 33 คน 30 กว่าคน 3 วันติดต่อกันแล้วท่านผู้ชม เป็นเพราะใคร งานนี้ผมถาม พล.ต.ราชิต สักคำได้ไหม ว่าท่านเจ้ากรมสวัสดิการทหารบกท่านรับผิดชอบได้ไหมกับเรื่องนี้ เพราะความเป็นเจ้าใหญ่นายโต และความไม่รับผิดชอบของท่าน ทำไมอะไรๆ มันก็ทหาร แล้วมันก็ผิดจริงด้วย นี่คืออีกประเด็นหนึ่งที่ผมจะชี้ให้ท่านผู้ชมเห็นว่า ด้วยเหตุนี้ การระบาดในประเทศไทยมันกำลังก้าวไปเรื่อยๆๆ

ท่านผู้ชมครับ วันนี้เรามาดูกันสักนิดหนึ่ง อเมริกาตอนนี้กำลังลำบากมาก ประธานาธิบดีทรัมป์ถึงกับประเทศเลยว่า ตอนนี้อเมริกาจะช่วยเหลือประชาชนโดยโอนเช็คเงินเดือนให้กับประชาชนคนอเมริกันทุกคน คนละ 1,000 เหรียญสหรัฐ 30,000 บาท โอนเข้าไปเลย เดี๋ยวผมจะพูดถึงมาตรการที่ประเทศไทยควรจะทำกับประชาชนคนไทย ควรจะทำกับวงการธุรกิจเมืองไทย ควรจะทำกับคนที่ทำงานอยู่ ควรจะทำกับบรรดาเจ้าสัวทั้งหลาย ควรจะทำกับทุกๆ คน รัฐบาลไทยต้องทำ เพราะ … ท่านผู้ชมครับ จำคำพูดผมไว้ นี่คือภัยพิบัติ นี่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม 3 เดือน 6 เดือน น้ำก็ลด แต่ภัยพิบัตินี้มันล้างชาติ ล้างแผ่นดิน ไม่มีเหลือ ไม่มีสถาบันอะไรจะเหลือให้กับประเทศไทยอีกต่อไปแล้ว เราจะมาทำเล่นๆ อย่างนี้ไม่ได้นะ

ไต้หวันปิดประเทศ ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ผู้หญิงตัวเล็ก ใจแกร่ง เรียนจบกฎหมายจากไถต้า National Taiwan University แล้วก็ไปจบปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยคอร์เนล นี่คือนักการเมืองที่มีคุณภาพ ไช่ อิงเหวิน ดมกลิ่นออกแล้วว่าตั้งแต่อู่ฮั่นเริ่มมีคนตายจากเชื้อไวรัส ไต้หวันเขาจะมีหน่วยข่าวกรองของเขาอยู่ในประเทศจีน เขารีบกลับมารายงานรัฐบาลไต้หวันทันทีเลย จีนแผ่นดินใหญ่อยู่ห่างจากไต้หวันแค่ 100 กว่ากิโลฯ เท่านั้นเอง เขาบอกอู่ฮั่นมีปัญหาแล้วนะ มีไวรัสคล้ายๆ ซาร์ส ไช่ อิงเหวิน ด้วยความที่เคยมีประสบการณ์เป็นนักการเมืองอยู่ไต้หวัน เห็นชัดๆ ว่าเรื่องนี้มันคล้ายสมัยที่ไต้หวันโดนโรคซาร์ส ไช่ อิงเหวิน ก็เลยวางมาตรการทันทีเลย ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเรื่องราวยังเล็กน้อยอยู่ เขาตั้งศูนย์อำนวยการขึ้นมาทันที เสร็จแล้วก็ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกมากำหนดมาตรการ 1..2..3..4..5.. เริ่มปิดกั้นคนเข้าประเทศ ตรวจสอบอย่างชัดเจน ที่สำคัญ เขารู้ว่าประชาชนต้องป้องกันตัวเอง คือหน้ากาก ไช่ อิงเหวิน บริหารจัดการให้คนไต้หวันได้มีหน้ากากทุกคน ทุกคน ในราคาที่ถูกมาก เขาเอาแหล่งที่ขายหน้ากากของเขาลงในแอปฯ ถ้าท่านผู้ชมเป็นคนไต้หวัน ท่านกดลงในแอปฯ ว่าที่ไหนบ้างที่มีหน้ากากขายและยังมีเหลือ คุณก็ไปซื้อที่นั่น และเขาไม่ต้องคุมราคา เพราะเขามีของเหลือเยอะ เขาห้ามส่งออกหน้ากากอนามัยที่ไต้หวันเป็นผู้ผลิตและส่งออกนอกประเทศ แต่ของเมืองไทยยังทะลึ่งส่งออกอยู่เหมือนเดิม

ผมดูไช่ อิงเหวิน ทำงาน แล้วผมมาดูคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ทำงาน ผมไม่ต้องเปรียบเทียบ ท่านผู้ชมไปคิดดูเอาเองก็แล้วกัน ปรากฏว่ายอดผู้ป่วยไต้หวันทำได้อยู่ในวงคนประมาณไม่เกิน 77 คน แต่เมื่อ 1-2 วัน เพิ่มอีก 23 คน เป็น 100 คน เพราะอะไร เพราะเหตุว่าเป็นคนที่มาจากต่างประเทศ และเอาเชื้อเข้ามาในไต้หวัน ด้วยเหตุนี้ไต้หวันถึงปิดประเทศหมด ไม่ให้คนเข้าแล้ว สรุปแล้ว ไต้หวันอยู่ที่ 77 คน และไม่เพิ่มเลยนะ เพราะฉะนั้นแล้ว ไต้หวันตอนนี้ต้องถือว่าประสบผลสำเร็จต่อจากจีน จีนจะต้องเป็นข้อยกเว้น ท่านผู้ชม เพราะที่ไหนก็ตามที่มีประชากร 1,400 ล้านคน จีนต้องมีมาตรการที่เด็ดขาด เด็ดขาดมากๆ

ท่านผู้ชมจำได้ไหม ผมเคยพูดเรื่องโคโรนาไวรัสในรายการ คุยทุกเรื่องกับสนธิ คุยมาประมาณสักหลายอาทิตย์แล้วมั้ง ที่ผมเล่าให้ฟังว่าตอนที่มีโคโรนาไวรัส และมีรองผู้ว่าการฮ่องกงคนหนึ่ง ชื่อ ดร.เกเบรียล เหลียง เป็นผู้เชี่ยวขาญในเรื่องของโรคซาร์ส ดร.เกเบียล เหลียง ก็เลยเอาสูตรคณิตศาสตร์มาคำนวณดูว่า ถ้าเมืองจีนติดโรคนี้ๆๆ แล้วก็มีการติดต่อกันระหว่างอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย กับมณฑลเสฉวน กับเมืองฉงชิ่ง ซึ่งใกล้กันมาก เขาบอกว่าไม่เกิน 3 เดือน ที่ฉงชิ่งจะมีคนติดเชื้อนี้ประมาณ 150,000 คน แต่เขาบอกว่านี่เป็นกรณีปกติที่มันไม่มีการป้องกันอะไรทั้งสิ้น แต่หลังจากจีนปิดมณฑลหูเป่ย ตัดการคมนาคมออก จับทุกคน lock down อยู่ในบ้าน ไม่ให้ออกมา จาก 150,000 คน ที่เขาคำนวณเอาไว้ จีนมีคนหูเป่ยติด 70,000-80,000 คน ต่ำกว่า 150,000 คน แล้วที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง น่าสนใจมากๆ เมื่อวานนี้จีนไม่มีคนติดเชื้อรายใหม่เลยแม้แต่ 1 คน นี่คือเหตุผลของการ lock down

ทีนี้ ปัญหาที่ผมคิดว่าเราจะต้องมานั่งปุจฉาวิสัชชนากันให้ชัดเจน ไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 สมมุติว่ามีคนติด 100 คน ท่านผู้ชมอย่าเพิ่งตกอกตกใจ ใน 100 คน เขาบอกชัดเจน 20 คน 20 เปอร์เซ็นต์ จะอยู่ในขั้นวิกฤต หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าจะมีอาการหายใจไม่ออก เจ็บปอด มีปัญหาเรื่องทางเดินหายใจ จะต้องเข้าไปรักษาพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด โน่นนี่นั่น แต่อีก 80 เปอร์เซ็นต์นั้น ไม่ปรากฏเชื้อ ไม่ปรากฏอาการใดทั้งสิ้น แต่ว่ามีเชื้อไวรัสโคโรนา ทีนี้ 80 คนที่ไม่มีอาการ แต่ว่าติดเชื้อ ก็ใช้ชีวิตปกติ แต่ 20 คนที่หายใจไม่ออก ไข้ขึ้นสูง ก็เลยไปหาหมอ หมอก็เลยจับ 20 คนนี้อยู่ ส่วน 80 คนที่มันชิลๆ ลันล้าอยู่ทุกวัน เข้าไปโรงหนังบ้าง เข้าไปชอปปิ้งบ้าง ไปกินเลี้ยงงานวันเกิดบ้าง โน่นนี่นั่น ซึ่ง 80 คนที่ติดเชื้ออยู่แล้ว แต่ไม่แสดงอาการ สามารถจะแพร่เชื้อไปให้คนอื่นได้ เมื่อเชื้อนั้นแพร่ออกไป ตามปาร์ตี้งานบ้าง ตามโรงเรียนเรียนพิเศษบ้าง ตามห้างสรรพสินค้าบ้าง ตามงานวันเกิดบ้าง ตามงานวันเกิดบ้าง เชื้อพวกนี้ก็จะไปเจอคนซึ่งร่างกายอ่อนแอ ไปเจอคนแก่บ้าง ไปเจอคนซึ่งปอดไม่ปกติ ไปเจอคนซึ่งมีโรคภัยไข้เจ็บ มันก็จะทำให้เกิดอาการวิกฤตขึ้นมาในคนอีกกลุ่มหนึ่ง แล้วคนที่ติดเชื้อต่อไปก็จะแบ่งเหมือนเดิม คือใน 100 คนที่ติด ที่ไปกระจาย 20 คนต้องเข้าโรงพยาบาล อีก 80 คนก็จะติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ เพราะฉะนั้นแล้วมันก็จะกระจายไปเรื่อยๆ

ทีนี้ ที่เมืองไทยมีปัญหาก็เพราะว่า 2 ตัว คือ หนึ่ง เวลาเอาผีน้อยกลับเข้ามาแล้ว ไม่กักกัน เอาไปกักไว้ที่บ้านตัวเอง ไม่มีความเข้มงวดในเรื่องนี้ นี่คือความล้มเหลวของระบบราชการไทย ความล้มเหลวของฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย ความล้มเหลวของผู้ว่าราชการจังหวัด ความล้มเหลวของนายอำเภอ ความล้มเหลวของระบบกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ตำบลและหมู่บ้าน และความล้มเหลวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยกตัวอย่าง นอกเรื่องสักนิดหนึ่ง ท่านผู้ชม ตอนที่มีคำสั่งว่าให้ปิดสถานบริการ ให้ปิดสถานอาบอบนวด ให้ปิดการชกมวย ให้ปิดโน่นนี่นั่น ให้ปิดบ่อนไก่ บ่อนตีไก่ทุกบ่อนที่เปิดได้ต้องมีใบอนุญาต ปรากฏว่าบ่อนที่มีใบอนุญาต ปิดหมด แต่ท่านผู้ชมรู้หรือยังว่าบ่อนไก่เถื่อนยังเปิดอยู่ ใครให้เปิด ตำรวจท้องที่รับเงินบ่อน นี่ไงท่านผู้ชม เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งต้องปฏิบัติในเรื่องของภัยพิบัติโรคระบาด เห็นแก่เงินสินบน และยังให้บ่อนไก่เถื่อนเปิดอีก ก็สรุปว่าที่มีคำสั่งปิดก็ปิด ไม่มีประโยชน์ เพราะบ่อนไก่เถื่อนเปิด คนที่เป็นโรคก็ไปเชียร์ตีไก่ ไปเล่นการพนันในบ่อนไก่เถื่อน มันก็ติด ก็กระจายกันไปอีก แล้วคำสั่งของรัฐบาล คำสั่งท่านนายกฯ จะมีความหมายอะไรในประเทศไทย ไม่มี เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลแล้ว วันนี้เราพึ่งรัฐบาลไม่ได้ พึ่งไม่ได้เด็ดขาด เราต้องพึ่งตัวเอง ต้องช่วยตัวเอง

ท่านผู้ชม อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่า เราอย่าไปไหน เราอย่าไปชุมนุม เราอย่าไปพบปะผู้คน เราอยู่กันแค่พ่อแม่ลูก หรือว่าพ่อเรา แม่เรา ปู่ย่าตายาย สั่งให้ทุกคนอยู่เช่นนี้ เพราะฉะนั้นแล้วการที่จะระงับการแพร่กระจายไปนี้ ก็เป็นทฤษฎีที่สอง ทฤษฎีที่หนึ่งเขาเรียกว่า HERD IMMUNITY อย่างที่บอก ปล่อยตัวใครตัวมันแล้ว อังกฤษปล่อย ใครจะติดก็ติด ติดไปติดมา 20 เปอร์เซ็นต์ของคนติดก็ต้องเข้าโรงพยาบาล 80 เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก มันก็จะแพร่กระจายไปเรื่อยๆ ในที่สุดแล้วอังกฤษคำนวณว่าถ้าปล่อยวิธีนี้ประชากรอังกฤษ 40 ล้านคน จะติดโควิด-19 แต่ใน 40 ล้านคน จะมีคนตายประมาณ 500,000 คน คนที่คิดระบบนี้มา มันอำมหิตมาก มันเลือดเย็นจริงๆ แทนที่จะหาวิธีป้องกัน บอกวิธีป้องกันที่ดีที่สุด เขาบอกว่าถ้าไม่ใช้วิธี HERD IMMUNITY ให้คนติดเยอะๆ แล้ว โรงพยาบาล ห้องไอซียู มีไม่พอที่จะรองรับ ซึ่งตรงนี้ก็อีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งประเดี๋ยวผมจะพูดให้ฟังว่าประเทศไทยในขณะนี้ คนที่น่าสงสารที่สุด น่าเห็นใจที่สุด ที่พวกเราต้องปรบมือให้กำลังใจเขา คือหมอและพยาบาล และเจ้าหน้าที่่ที่อยู่ฝ่ายกรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข ผมไม่มีความเชื่อมั่นและศรัทธาในคณะกรรมการนายแพทย์อีก 5 ท่าน ที่ท่านนายกฯ เพิ่งตั้ง เพราะแต่ละคนไม่พูดความจริง แต่ละคนพูดเอาใจท่านนายกฯ ถ้าท่านคิดเหมือนผมคิด คิดเหมือนคนที่อยู่กระทรวงสาธารณสุขที่ดูแลเรื่องโรคติดต่อ ท่านต้องรู้ว่าเรื่องนี้ถ้าจะทำ จะทำครึ่งๆ กลางๆ ไม่ได้ ถ้าท่านจะไปต้องไปสุดซอย ถ้าท่านจะชกต้องชกเต็มหมัด เพราะฉะนั้นแล้ว นี่ก็คือเรื่องที่สอง

เรื่องที่สองก็คือ หน่วง คือหน่วงเหนี่ยวไว้ ให้มันเกิดขึ้นน้อยลง อย่าให้มันเกิดขึ้นมาก ตรวจเช็กๆๆ ถ้ามีขึ้นมา ตอนนี้ประเทศไทยอยู่ในภาวะการณ์ใช้วิธีหน่วง หน่วงก็คือว่า ใครก็ติด ก็เฮโลกันมา ลากตัวเข้ามาตรวจ แล้วก็เช็กดูว่ามีใครบ้างที่เขาไปสัมผัสบ้าง ไปสัมผัสก็ไปตามตัวให้เจอ อีกอันหนึ่งก็คือวิธีการปิดสนามโบว์ลิ่ง ปิดอาบอบนวด ไม่ให้จัดคอนเสิร์ต ไม่ให้จัดอีเวนต์ ไม่ให้มีการจัดประชุม แต่ก็ยังไม่ปิดศูนย์การค้า ไม่ปิดห้างสรรพสินค้า ไม่ปิดเดอะมอลล์ ไม่ปิดเซ็นทรัลเวิลด์ ไม่ปิดโน่นไม่ปิดนี่ เพราะอะไร เพราะท่านนายกฯ อาจจะเกรงใจคนมีเงินที่ยังอยากจะเปิดห้าง ร้านค้าอยู่ จริงๆ ที่ปิดต้องปิดหมด อาจจะเปิดเฉพาะส่วนที่เป็นส่วนขายอาหาร เปิดเทสโก้โลตัส เปิดบิ๊กซีได้ เปิดเซเว่นฯ ได้ เปิดร้านอาหาร หรือซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างใหญ่ๆ อย่างเช่นเซ็นทรัลเวิลด์ หรือที่สยามพารากอนได้ แต่ชอปปิ้งทั้งหมดต้องปิดหมดเลย ต้องปิดหมด นั่นก็คือว่า การหน่วงเพื่อไม่ให้มีการสัมผัสระหว่างคนกับคนมากขึ้น แต่ว่าแหล่งที่ขายอาหารจำเป็นต้องเปิดเอาไว้ เพื่อให้คนเดินเข้าไปซื้ออาหาร แต่ไม่ใช่เป็นที่ไปเดินกินแอร์ ไปเดินดูกุชชี่ ไปร้านอาหารตะลิงปิง ไปร้านอาหารญี่ปุ่น อยู่ในนั้น ไปร้านอาหารคอฟฟี่บีน บาย ดาว พวกนี้ต้องจบหมดทุกอย่าง ช่วงนี้ต้องเจ็บ แต่นี่ยังเจ็บไม่สุดนะ สำหรับผมแล้ว ต้องเจ็บจริงๆ ถึงจะจบ แต่ก็ยังไม่จบ 100 เปอร์เซ็นต์นะ ยังมีลูกต่อเนื่องอีก เพราะเรื่องโรคระบาดไม่สามารถจะจบได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่จบได้ 80-90 เปอร์เซ็นต์ ผมถือว่าเป็นบุญของประเทศแล้ว วันนี้

เอาล่ะ ด้วยเหตุนี้ผมมีความจำเป็นที่จะต้องพูด วันนี้ ท่านผู้ชมครับ เราพลาดไปหลายเรื่อง สมัยที่ท่านนายกฯ มีอำนาจ ใช้มาตรา 44 ยุค คสช. ท่านทำทุกเรื่อง เรื่องที่ไม่น่าทำท่านก็ทำ อย่างเช่น ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ ท่านก็ใช้มาตรา 44 เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อมาถึงเรื่องภัยพิบัติ ผมอยากจะกราบเรียนท่านนายกฯ ว่าทำไมท่านไม่ประกาศภาวะฉุกเฉินเรื่องภัยพิบัติ เพราะว่าหลายๆ ตัวที่จะทำมันจะติดขัดในเรื่องข้อกฎหมายบางตัว อาจจะไปไม่ได้ อาจจะต้องใช้ภาวะฉุกเฉิน หรือว่าเข้า ครม.เลย บอกว่าขอออกกฤษฎีกาในเรื่องของการบริหารประเทศไทยในช่วงภัยพิบัติจากโรคโควิด-19 นี้ ในระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน ชัดเจนเลย เพราะฉะนั้นแล้วท่านก็จะมีอำนาจก้าวข้ามขั้นตอนกฎหมายหลายๆ ตัว ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรคในการสั่งงานของท่าน


ท่านผู้ชมครับ ผมต้องเรียนถามท่านผู้ชมคำหนึ่ง ว่า ถ้าเราปิดประเทศ คำว่าปิดประเทศ มันมี 2 นัย มันหมายความว่าอย่างไร วันนี้มันมีคำถามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และไม่มีใครให้คำตอบผมได้ ไม่มี เหมือนหน้ากาก 200 ล้านชิ้น ผมต้องขออนุญาตพูดอีกครั้งหนึ่ง หายไป 199.5 ล้านชิ้น ก็ไม่มีใครตอบได้ว่ามันหายไปไหน วันนี้มีใครตอบผมได้ไหมว่าคนไทยที่ติดเชื้อโควิด-19 มีกี่คน มีประมาณกี่คน ไม่มีใครตอบได้ รู้แต่ว่าพอมีการเปิดสนามมวยลุมพินี โดย พล.ต.ราชิต คนที่ไม่มีวินัยในเรื่องนี้ และไม่เข้าใจหน้าที่ของตัวเอง จู่ๆ ก็มีคนติดเชื้อและเพิ่มมา 33 คน แล้วพวกผีน้อยที่ติด หรือฝรั่งที่ติด หรือใครที่ติด คนที่ยังติดอยู่ อาการยังไม่ออก มีกี่คน เกาหลีเขาทำได้สำเร็จ เพราะว่าหนึ่ง เขาคิดชุดตรวจ ราคาถูกมาก แล้วเขาตรวจดะเลย เขาเดินบนถนน เจอใคร ตรวจๆ เขาตรวจวันละ 20,000 ราย เพราะฉะนั้นเกาหลีก็เลยรู้ตัวเลขพอสมควร เกาหลีค่อนข้างจะ up to date แล้วว่าตัวเลขคนติดมีเท่าไร เขาวางแผนแก้ได้ แต่เมืองไทยเราแก้ด้วยวิธีการที่ เมื่อปัญหาเกิดเราค่อยเข้าไปแก้ แต่เราไม่เคยรู้ตัวเลข แล้วจู่ๆ รัฐบาลแจงมาว่ารัฐบาลเตรียมเตียงไว้ 100,000 เตียง พร้อมหมดทุกอย่าง ผมถาม คนที่ประกาศข่าวนี้ ผมว่าเลอะเทอะ คุณรู้ไหมว่าประเทศไทยเตียงทั้งหมดมีกี่เตียง แสนกว่าเตียงเอง แล้วคุณเตรียมอีก 100,000 เตียง 100,000 เตียงนี้คุณเอามาจากไหน คุณตอบผมซิว่าคุณเอามาจากไหน และคำถามมีอยู่อย่างนี้ ลำพังทุกวันนี้หมอกับพยาบาลที่ทำงาน 16 ชั่วโมง 14 ชั่วโมง บางครั้งหน้ากากก็ไม่มีใช้ วันนี้หมอที่จะทำงานด้านนี้ได้ต้องเป็นหมอที่จบทางด้านอายุรกรรม แล้วแพทย์เมืองไทยวันนี้เรามีแพทย์ 1 คน ต่อคนที่ต้องรักษาโรคประมาณเกือบ 6,000 คน 1 ต่อ 6,000 ท่านผู้ชม แล้วเราจะแบ่งคนพวกนี้ออกไปรักษาเตียงที่คุณอ้างว่าจะมีเพิ่มอีก 100,000 เตียง ซึ่งผมยังไม่รู้ว่าตัวเลข 100,000 เตียง คุณเอามาจากไหน

เอาล่ะ ตีว่าคุณเอามาได้อีก 100,000 เตียง คำถามผมมีต่อว่า แล้วคุณจะเอาหมอที่ไหนมา ประเด็นหลักๆ กลับมาที่เก่าท่านผู้ชม คุณรู้หรือเปล่าว่ามีกี่คนล่ะ ถ้าคุณรู้ว่ามีกี่คนในขั้นแบบนี้ เมื่อคุณรู้ว่ามีกี่คนแล้ว คุณจะได้วางแผนถูก ทีนี้ ในการที่จะรู้ว่ามีกี่คน คุณจะทำอย่างไรล่ะ ตอบผมหน่อยสิ คุณต้องให้ทุกคนอยู่บ้าน วิธีเดียวท่านผู้ชม คุณต้องให้ทุกคนอยู่บ้าน ไม่ต้องออกนอกบ้าน ไม่ต้องไปไหน บางคนบอกขอ 14 วัน หมอธีระวัฒน์ เหมจุฑา บอก 21 วันดีที่สุด เอาล่ะ ไม่เป็นไร ระหว่าง 14-21 สุดแล้วแต่ แต่ 14 วันนี้ถ้าทุกคนอยู่บ้าน หรือว่า 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ทุกคนอยู่บ้าน ก็จะรู้ว่าใครที่ติด แล้วเชื้อจะเริ่มฟักตัว จะทำให้อาการมันออก เราจะรู้ทันที และนี่คือวิธีเดียวที่จีนจัดการกับอู่ฮั่น อู่ฮั่น และหูเป่ย ประชากร 58 ล้านคน น้อยกว่าประเทศไทยไม่กี่ล้านคน จริงๆ หูเป่ย กับประเทศไทย มีประชากรเท่ากัน ถ้าเราทำเช่นนี้ได้ เรื่องวิธีการทำนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องไปพูดคุยกัน แต่ผมไม่มีความเชื่อมั่นในองคาพยพของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกทหาร ท่านนายกฯ ท่านเชื่อในข้าราชการมาก แล้วท่านก็เห็นแล้วนี่ว่าข้าราชการทำงานเป็นอย่างไรบ้าง

ทุกคนจะต้องอยู่บ้าน ภายใน 21 วัน จะออกไปไหนก็ออกไม่ได้ บ้านหลังหนึ่งออกได้ภายในไม่เกิน 3 วันออก 1 ครั้ง ออกไปซื้ออาหารกลับมา เสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นแล้ว คนที่มีปัญหาต้องไปหาหมอ โรงพยาบาลจะมีเบอร์กลางให้โทร แล้วรถจะมารับไปหาหมอที่โรงพยาบาล ไม่มีสิทธิ์ที่จะเดินออกไปเดินเล่นตามสวนลุมพินี ไปเดินเล่นตามสวนหลวง ร.9 ไม่มี ทุกคนอยู่บ้านหมด เล่นไลน์ไป ดูทีวีไป อ่านหนังสือไป พ่อกับแม่ก็อยู่พร้อมหน้ากัน ผัวที่ไม่เคยอยู่บ้านก็จะได้อยู่กับเมีย ก็จะเริ่มเข้าใจ เมียก็จะเริ่มมีความสุขที่ผัวอยู่บ้านบ้าง ชีวิตครอบครัวก็จะดีขึ้น (หรืออาจจะเลวลงก็ได้) แต่ว่าโดยสรุปแล้ววิธีนี้เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เรารู้ว่าจำนวนคนที่ติดเท่าไร

ท่านผู้ชมครับ เรากำลังเจอภัยพิบัติ เราต้องรักษาตัวเราเอง ทุกวันนี้นโยบายที่ท่านนายกฯ ให้มา เป็นนโยบาย หน่วง ก็คือการฉีดยารักษาโรค หลายคน ท่านรองฯ วิษณุบอกว่าเราเพิ่งขั้น 2 ยังไม่ขึ้นขั้น 3 ก็คือสรุปง่ายๆ ว่า ขั้น 1 ขั้น 2 ขั้น 3 รัฐบาลไทยกำหนดเอง ไม่ได้อยู่ในมาตรฐานสากล เขาบอกว่าขั้น 3 ถ้าคนติดเชื้อจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง ถึงจะขั้น 3 ลำพังขั้น 2 คุณยังเตรียมตัวไม่ดีเลย แล้วถ้าขั้น 3 คุณจะเตรียมตัวดีได้อย่างไร เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมต้องเข้าใจตรงนี้ก่อน ถ้าเราปิดเมือง เรายังให้คนที่จะทำโน่นทำนี่ได้ในระดับหนึ่ง 21 วัน 21 วันเราต้องหาแพ็กเกจที่จะช่วยคน คนหาเช้ากินค่ำเขาจะมีกินอย่างไร และวันนี้ เวลานี้ ท่านนายกฯ ครับ เป็นเวลาที่ท่านต้องพิจารณาการแจกเงินประชาชนแล้ว คนละ 1,000-2,000 ที่ท่านชะงักไปตอนนั้นท่านอาจจะมีเหตุผล แต่วันนี้ไม่มีเหตุผลแล้ว คนจะไม่มีกินกันแล้ว คนหาเช้ากินค่ำ คนที่รับจ้างทำงานรายวัน คนที่ขึ้นบัญชีคนจน คนพวกนี้เขาไม่ได้อยู่ตามบริษัทห้างร้าน แม้กระทั่งตามบริษัทห้างร้านก็จะมีการให้คนออก วิกฤตเศรษฐกิจตรงนี้รัฐบาลต้องเข้ามากู้ เข้ามาช่วย ซึ่งผมมีข้อคิด มีวิธี มีข้อเสนอหลายอย่าง แต่วันนี้เวลาอาจจะให้ได้ไม่มากพอ ผมจะพูดในวันศุกร์หน้า วันศุกร์หน้าจะเป็นเรื่องการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจที่สมบูรณ์แบบ ที่รัฐบาล เจ้าสัวทั้งหลาย จะต้องช่วยกันลงขันและแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจนี้ไปให้ได้

ท่านผู้ชมครับ 21 วันที่ lock down สิ่งหนึ่งที่เราจะได้ ก็คือ ประการแรก 21 วัน เราเจ็บ แต่หลัง 21 วันผมเชื่อว่ามันจบ จบไวด้วย อาจจะจบไม่ได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ เอาจบแค่ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าเราโชคดีแล้ว ปัญหาเหลือแค่ 10-20 เปอร์เซ็นต์ เราสามารถบริหารจัดการได้ด้วยกำลังแพทย์ที่เรามีอยู่ แต่ว่ามันเคยมีสถิติมาแล้วในประวัติศาสตร์ว่าถ้า lock down เสร็จเรียบร้อยเหมือนสมัยที่เขามีไข้หวัดใหญ่สเปน ที่เขาเรียกว่า Spanish Flu ใน ค.ศ.1918 ยุคนั้นคนทั่วโลกตาย 50 ล้านคน ยุคนั้นเขาก็ปิดประเทศหมดเลย ทุกอย่าง ปิดแล้วก็ปรากฏว่าหลังจากที่ปิดแล้ว ไข้หวัด Spanish Flu ก็หายไป แต่พอเปิดประเทศอีกมันก็กลับมาอีก ไข้หวัดสเปนก็เลยกลายเป็นไข้หวัดใหญ่ที่ติดตัวคนมาตลอดเวลา แล้วอีกหน่อยโควิด-19 ก็จะกลายเป็นไข้หวัดที่ติดตัวคนมาตลอดเวลา แต่ว่าเมื่อเปิดประเทศอีกครั้ง

สิ่งหนึ่งที่จะเปลี่ยนไปเลย ภูมิศาสตร์ของการติดต่อกัน พรมแดนต่างๆ จะเปลี่ยนไปหมด เปลี่ยนไปตรงไหน มันจะเปลี่ยนไปตรงที่ว่าจากนี้ไป หลังจากที่เรา lock down ถ้าเรากล้าพอที่จะ lock down ซึ่งผมคิดว่าต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก ต้องเอาชีวิตประชาชนเป็นที่ตั้ง ต้องเอาประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ต้องไม่ให้ภัยพิบัตินี้มันล้างประเทศได้ ที่ท่านชูมือบอกว่าเราต้องชนะ เราชนะแน่ถ้าท่านทำให้มันเด็ดขาดกว่านี้ ถ้าท่านทำไม่เด็ดขาด ท่านยึกยัก ท่านโลเล เพราะว่าท่านเป็นคนซึ่งไม่ค่อยไว้ใจใคร ท่านฟังความเห็นคนๆ นี้ คนๆ นี้พูดความเห็นมา ท่านว่าดี แต่ท่านไม่ไว้ใจ ท่านก็ไปขอความเห็นคนโน้น คนโน้นก็ให้มาอีกความเห็น คนนี้ก็ให้อีกความเห็น ก็เลยทำให้ตัวท่านเองกลายเป็นคนที่ไม่เด็ดขาดและโลเลมากๆ ทุกๆ เรื่อง

ดูอย่างเรื่องเกี่ยวกับกักตัว 14 วัน ท่านประกาศว่าต้องกักตัว 14 วัน พวกผีน้อย ไม่รู้ใครไปพูดอะไรกับท่าน ท่านก็บอกถ้าอย่างนั้นเอาไปกักตัวที่บ้าน นั่นคือข้อผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง แล้วสนามมวยลุมพินีจัดมวยในระหว่างที่มีโรคระบาด ต้องมีคนรายงานท่านอยู่แล้ว ท่านต้องยกหูโทรศัพท์เรียกท่านอภิรัชต์มาเลย ท่าน ผบ.ทบ.ยกเลิกไปเลย สนามมวย แต่ท่านเกรงใจหรือเปล่าท่านเลยไม่พูด ท่านนายกฯ ครับ ถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องแสดงวุฒิภาวะผู้นำที่แท้จริงออกมา ที่ผ่านๆ มาท่านมัวแต่ไปกังวลกับพรรคร่วมรัฐบาลมากจนเกินไป

หน้ากาก 200 ล้านชิ้น หายไป 199.5 ล้านชิ้น ผมรู้ว่าท่านมีรายงานอยู่แล้วว่าฝีมือใคร แต่ท่านก็เกรงใจ ท่านไม่กล้าพูด ท่านไม่กล้าจัดการ ไม่ได้ครับท่านนายกฯ ท่านนายกฯ ไม่ได้จริงๆ นะเรื่องนี้ ไม่ได้พูดเล่นนะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คอขาดบาดตายมาก ท่านไม่ตัดสินใจไม่ได้ ใครจะไม่ร่วมรัฐบาล ท่านนายกฯ ช่างมันเถอะ เอาประเทศชาติไว้ก่อน ถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะถอน ให้ถอนไปเลย เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยดีกว่า แต่มีศักดิ์ศรี แล้วทำงานเพื่อชาติและประชาชน เชื่อผมสิครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมครับ ผมเชื่อ เป็นความเห็นส่วนตัวของผม อาจจะมีหลายคนไม่เห็นด้วย เจ้าของกิจการ เจ้าสัวทั้งหลายที่มีห้างสรรพสินค้า มีที่ดิน มีโน่นมีนี่ อาจจะบอกว่าไม่ได้ กลุ่มเซ็นทรัล กลุ่มจิราธิวัฒน์ อาจจะบอกว่าคุณสนธิ คุณบ้าหรือเปล่าให้ผมปิดห้างสรรพสินค้า ไม่เป็นไร ความคิดของคุณ แต่ผมมองส่วนรวมเป็นตัวตั้ง ว่าต้องเอาคนไทยไม่ให้ไปไหน อยู่แต่ในบ้าน แล้วต้องมีการมอนิเตอร์ว่าใครออกไปไหน ไม่เกิน 21 วัน เราจะรู้ผล เราจะรู้ผลว่าบ้านหลังไหน ชุมชนใด มีคนติดโควิด-19 แล้วอยู่ในอาการที่ต้องเอาเข้าโรงพยาบาล เราจะรู้หมด เมื่อเรารู้หมด เราจะรู้ตัวเลข เมื่อเรารู้ตัวเลขแล้ว หมอ พยาบาล กระทรวงสาธารณสุขจะบริหารจัดการการรักษาพยาบาลได้ง่ายกว่าทุกวันที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ท่านผู้ชมครับ อาทิตย์หน้า ท่านผู้ชมอย่าเพิ่งหายไปไหน เพราะอาทิตย์หน้าจะเป็นเรื่องแพ็กเกจของธุรกิจ ท่านผู้ชมครับ มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส แจ้งไปแล้ว ให้ประชาชนทั้งฝรั่งเศสหมด เขาบอกว่าการที่เขาเริ่มจะ lock down ประเทศฝรั่งเศสนั้น เขาจะไม่ให้ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งล้มละลายเป็นอันขาด นายทรัมป์ ความบ้าของนายทรัมป์ยังมีเยอะ แต่การเล่นการเมืองก็ยังสูง นายทรัมป์ประกาศว่าคนอเมริกันทุกคนจะได้เงินจากรัฐบาลคนละ 1,000 เหรียญ ท่านผู้ชมนึกดูก็แล้วกันว่าเขาต้องใช้เงินเท่าไร แต่อย่างว่า ท่านผู้ชมครับ อเมริกาเป็นคนที่พิมพ์แบงก์ออกมาด้วยตัวเอง อาจจะมีคนถามผมว่า แล้วประเทศไทยไม่ได้มีโรงงานพิมพ์แบงก์ที่ใช้ได้เหรอ ใช้ได้ครับ การพิมพ์เงินออกมาขึ้นอยู่กับทองคำสำรองที่คุณมีอยู่ แต่ขณะเดียวกันถ้าคุณมีเงินสำรองเงินตราต่างประเทศ ซึ่งเมืองไทยมีอยู่ 2 แสนกว่าล้านเหรียญสหรัฐ ในวิกฤตภัยพิบัติของประเทศแบบนี้ มันไม่เคยปรากฏมาก่อนนะ พูดได้ว่าเป็นครั้งแรกนะ เป็นครั้งแรกที่จะทำให้คนไทยติดเชื้อเกือบทั้งประเทศ ถ้าไม่ระวังตัว คนไทยจะตายเป็นแสนและเป็นล้าน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้นแล้วเงินทุนสำรอง 2 แสนกว่าล้านเหรียญสหรัฐ เอาบางส่วนออกมาหนุนเพื่อพิมพ์แบงก์เพิ่มขึ้น เอาเงินอัดเข้าไปในระบบให้มากขึ้น ลดหนี้ ยืดหนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ต้องยอม เข้ามานั่งคุยกัน จะไปยึดถือหลักการเหมือนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยภูมิใจไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยชอบหลงตัวเอง ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจประเทศไทยมันเล็กมาก มันยังสู้ประเทศจีนบางมณฑลไม่ได้เลย แต่เราไปมองความเป็นอิสระของแบงก์ชาติ ว่าแบงก์ชาติต้องเป็นอิสระ ใครมาแทรกแซงไม่ได้ มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว ในยามวิกฤต คุณจะมาท่องหลักการเศรษฐศาสตร์ที่ฝรั่งสอนคุณมาอีกต่อไปไม่ได้ คุณจะมาใช้หลักวิธีเศรษฐศาสตร์ หลักการบริหารการเงินที่บริษัทวาณิชธนกิจอเมริกาสั่งสอนให้คุณใช้แบบนี้ ก็ไม่ได้อีกแล้ว เพราะวันนี้คือวันเป็นวันตายของประชาชน เป็นวันเป็นวันตายของประเทศไทยทั้งประเทศ ถ้าธุรกิจไทยล้มเหลวหมด จลาจลมันเกิดขึ้น คนจะยิ่งลำบากมากกว่านี้ คุณมีความสุขแค่ไหนถ้าคุณมีเงินสำรองต่างประเทศอยู่ 2 แสนกว่าล้าน แล้วคนไทยฉิบหายกันแทบทุกคน คุณมีความสุขมากนักเหรอ คุณเท่นักเหรอที่คุณมีเงินมีทองถึงขนาดนั้น มันไม่น่าเท่นักหรอกครับ

ผมอยากจะฝากคุณวิรไท สันติประภพ ให้คิดให้ดีๆ แล้วจริงๆ ในส่วนตัวของผม ผมอยากจะให้ประเทศไทยแก้กฎหมายธนาคารแห่งประเทศไทยเสียใหม่ ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ควรเป็นอิสระ โดยที่ไม่มีใครควบคุมได้เลย โดยที่การตัดสินใจอยู่ที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการแบงก์ชาติ ไม่ใช่ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องทำงานควบคู่กับรัฐบาลไทย และจะไม่มีการที่จะอิสระตัดสินใจเด็ดขาด แล้วอะไรก็ตามที่เป็นหลักการที่ตั้งเอาไว้ แต่ถ้ามันทำให้เสียหายกับวงการเศรษฐกิจและธุรกิจโดยส่วนรวม ในภาวะการณ์วิกฤตเช่นนี้ คุณต้องเปลี่ยนวิธีคิดของคุณใหม่แล้วจากนี้ไป

ท่านผู้ชมครับ วันนี้อาจจะมีหลายเรื่องที่ค่อนข้างจะสับสนนิดหน่อย แต่ผมคิดว่าผมพยายามพูดในภาษาที่ง่ายๆ ท่านผู้ชมจะได้ฟังได้ แต่ว่าท่านผู้ชมจะต้องรับทราบนิดหนึ่งนะครับว่าทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวท่าน

ท่านผู้ชมครับ ผมมีข่าวคราวเรื่องการฟ้องร้อง ปรากฏว่าเราไปที่ศาล จำเลยไม่ยอมมา ศาลก็เลยนัดอีกครั้งหนึ่ง ถ้าไม่มาครั้งนี้ศาลก็จะออกหมายจับแล้วนะครับ แล้วก็มีอีก 2 คดี มีคนติดต่อมาแล้วว่าขอเจรจา ขอไกล่เกลี่ย แต่ผมบอกทนายไปอย่างนี้ ผมไม่ไกล่เกลี่ยหรอก ให้ไปเจอกันที่ศาล คนที่ต้องการจะไกล่เกลี่ยก็คือผู้พิพากษา ถ้าท่านผู้พิพากษาบอกว่า เอาเถอะ คุณสนธิ ยอมความกันได้ไหม นึกว่าเห็นแก่ศาล ผมก็จะยอมไกล่เกลี่ย แต่ต้องยอมไกล่เกลี่ยในเงื่อนไขของผม ตอนนี้มีอีก 2 คดี วันที่ 18 พฤษภาคม ผมต้องไปขึ้นศาลอาญา และวันที่ 17 เมษายน ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ แล้วยังมีเรียงอีกหลายคดีกำลังเดินหน้ามา ท่านผู้ชม ช่วยบอกคนที่ใช้คำหยาบว่า อย่างไรก็ตามผมไม่ปล่อยพวกคุณลอยนวลหรอก คุณใจเย็นๆ คุณลันล้าไปได้ คุณชิลๆ ไปได้ แต่วันหนึ่งจะต้องมีหมายศาลไปถึงคุณ เหมือนกับที่มีหมายศาลไปแล้วตกใจกัน มาขอไกล่เกลี่ยกับผม ถึงวันนั้นแล้วคุณจะรู้ว่านรกมีจริง และผมจะเป็นคนมอบนรกให้คุณเอง

วันนี้เอาเพียงแค่นี้ แล้วอาทิตย์หน้าเราค่อยคุยกัน อาทิตย์หน้าสนุกครับ ผมมีอะไรดีๆ ให้ท่านผู้ชมดูหลายๆ อย่าง โอเคนะครับท่านผู้ชม สวัสดีครับ